วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.1
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
หน้า:Pramuan Kot Mai 2469-09-29.djvu/1
250
89168
289923
288484
2026-05-09T06:26:14Z
Flamevine
11908
289923
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" /></noinclude>{{หรก|8|น=๕๐๑|ล=๔๓|หน้า=น่า|ว=๓ ตุลาคม ๒๔๖๙}}
{{พรบ
|ประมวลกฎหมายอาญาทหาร แก้ไขเพิ่มเติม
|พระพุทธศักราช ๒๔๖๙
|รูป=4-3
}}
มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้แก้ไขเพิ่มเติมความในประมวลกฎหมายอาญาทหารที่ได้ตราขึ้นไว้ณะวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทรศก ๑๓๐ ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}ในพระราชปรารภ ความว่า “ขนบธรรมเนียมฝ่ายทหาร” มีอยู่ ๓ แห่ง ใน ๒ แห่งแรกให้แก้เปน “น่าที่ฝ่ายทหาร” แห่งหลังให้แก้เปน “วินัยทหาร”
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
lesh3pm0yuixm30ambfu0y6dweruzt1
หน้า:Pramuan Kot Mai 2469-09-29.djvu/2
250
89169
289924
288493
2026-05-09T06:26:33Z
Flamevine
11908
289924
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|7|น=๕๐๒|ล=๔๓|หน้า=น่า|ว={{ตตฉ|๒|๓}} ตุลาคม ๒๔๖๙}}</noinclude>{{กม|วล|๒}}มาตรา ๔ ความว่า “มาตรา ๔๘ แห่ง{{ลลท|พระธรรมนูญศาลทหารบก ร.ศ. 126|พระธรรมนูญศาลทหารบก รัตนโกสินทรศก 126}}” แก้เปน “มาตรา ๓๘ แห่ง{{ลลท|พระธรรมนูญศาลทหารบก พระพุทธศักราช 2465}}”
{{กม|วล|๓}}มาตรา ๘ ความว่า “มาตรา ๕๓ แห่งพระธรรมนูญศาลทหารบก รัตนโกสินทรศก ๑๒๖” แก้เปน “มาตรา ๔๐ แห่งพระธรรมนูญศาลทหารบก พระพุทธศักราช ๒๔๖๕”
{{กม|วล|๔}}มาตรา ๑๗, ๑๘, ๑๙, ๒๐, ๒๑, ๒๒, ๒๓, ๒๕, ๒๖ และ ๔๗ ความว่า “ของกรมทหารบก” แก้เปน “ของทหารบก” ทุกแห่ง
{{กม|วล|๕}}มาตรา ๓๔ ความว่า “และมันนอนเสีย” แก้เปน “และมันหลับเสีย”
{{กม|วล|๖}}มาตรา ๓๗ ความว่า “ทหารยามรักษาการอยู่ยามประจำน่าที่” แก้เปน “ทหารยามรักษาการก็ดี ฤๅแก่ทหารอยู่ยามประจำน่าที่ก็ดี”
{{กม|วล|๗}}มาตรา ๔๙ ความว่า “กากะบาดแดง” แก้เปน “กาชาด”
{{กม|วล|๘}}มาตรา ๕๑ ความว่า “ฤๅอยู่ยามประจำที่” แก้เปน “ฤๅอยู่ยามประจำน่าที่” กับความว่า “ท่านว่ามันโทษหนัก” แก้เปน “ท่านว่ามันมีโทษหนัก”
ประกาศมาณวันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๖๙ เปนปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน<noinclude></noinclude>
5eexsi9n7yui7new7loyxhvtvdhoknf
289925
289924
2026-05-09T06:26:57Z
Flamevine
11908
289925
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|7|น=๕๐๒|ล=๔๓|หน้า=น่า|ว={{ตตฉ|๒|๓}} ตุลาคม ๒๔๖๙}}</noinclude>{{กม|วล|๒}}มาตรา ๔ ความว่า “มาตรา ๔๘ แห่ง{{ลลท|พระธรรมนูญศาลทหารบก ร.ศ. 126|พระธรรมนูญศาลทหารบก รัตนโกสินทรศก 126}}” แก้เปน “มาตรา ๓๘ แห่ง{{ลลท|พระธรรมนูญศาลทหารบก พ.ศ. 2465|พระธรรมนูญศาลทหารบก พระพุทธศักราช 2465}}”
{{กม|วล|๓}}มาตรา ๘ ความว่า “มาตรา ๕๓ แห่งพระธรรมนูญศาลทหารบก รัตนโกสินทรศก ๑๒๖” แก้เปน “มาตรา ๔๐ แห่งพระธรรมนูญศาลทหารบก พระพุทธศักราช ๒๔๖๕”
{{กม|วล|๔}}มาตรา ๑๗, ๑๘, ๑๙, ๒๐, ๒๑, ๒๒, ๒๓, ๒๕, ๒๖ และ ๔๗ ความว่า “ของกรมทหารบก” แก้เปน “ของทหารบก” ทุกแห่ง
{{กม|วล|๕}}มาตรา ๓๔ ความว่า “และมันนอนเสีย” แก้เปน “และมันหลับเสีย”
{{กม|วล|๖}}มาตรา ๓๗ ความว่า “ทหารยามรักษาการอยู่ยามประจำน่าที่” แก้เปน “ทหารยามรักษาการก็ดี ฤๅแก่ทหารอยู่ยามประจำน่าที่ก็ดี”
{{กม|วล|๗}}มาตรา ๔๙ ความว่า “กากะบาดแดง” แก้เปน “กาชาด”
{{กม|วล|๘}}มาตรา ๕๑ ความว่า “ฤๅอยู่ยามประจำที่” แก้เปน “ฤๅอยู่ยามประจำน่าที่” กับความว่า “ท่านว่ามันโทษหนัก” แก้เปน “ท่านว่ามันมีโทษหนัก”
ประกาศมาณวันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๖๙ เปนปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน<noinclude></noinclude>
14b9lvu2c0mux1jx4oq2hqpsurdbzst
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2473-07-28.djvu/2
250
89177
289927
288514
2026-05-09T08:22:09Z
Flamevine
11908
289927
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|8|น=๑๒๑|ล=๔๗|ว=๓ สิงหาคม ๒๔๗๓}}</noinclude>และโดยที่ทหารบางเหล่าบางจำพวกซึ่งโดยตำแหน่งหน้าที่ต้องไปรับราชการประจำอยู่ในบังคับบัญชาของข้าราชการในกระทรวงพลเรือนก็มี สมควรให้อำนาจในการลงอาชญาแก่ผู้บังคับบัญชาของทหารนั้นด้วย
ทรงพระราชดำริเห็นสมควรแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาทหารเสียใหม่
จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยบทมาตราต่อไปนี้
{{กม|ม|๑}}พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาชญาทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๓
{{กม|ม|๒}}ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
{{กม|ม|๓}}ให้แก้คำอธิบายคำว่า “คำสั่ง” และ “ข้อบังคับ” ในมาตรา ๔ แห่งประมวลกฎหมายอาชญาทหาร รัตนโกสินทรศก ๑๓๐ คือคำว่า “นายทหาร” ให้แก้เป็น “ผู้ซึ่งบังคับบัญชาทหาร”
{{กม|ม|๔}}ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗ แห่งประมวลกฎหมายอาชญาทหาร รัตนโกสินทรศก ๑๓๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
m5gclyzbir9s7iyxp35mn2ohtmmac2i
หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/112
250
89667
289928
289868
2026-05-09T11:27:10Z
B20180
1467
289928
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="B20180" />{{หัวสามก๊ก|1=2|2=88|3=2}}</noinclude>ปรึกษาว่ากล่าวประการใด ตัวนี้เปนแต่ทหารเลวองค์อาจเข้ามาจะอาสาหักหน้าผู้ใหญ่ทั้งนี้ เป็นเปนคนหยาบช้านัก ให้ขับออกไปเสียนอกที่ชุมนุมขุนนาง
โจโฉจีงว่าอันอย่างธรรมเนียมศึกนั้น ถ้าผู้ใดมีความชอบในการสงคราม ก็จะปูนบำเหน็จตามสมควร ถ้าผู้ใดกระทำผิดก็จะลงโทษ ซึ่งจะมาถืออิศริยยศท่ามกลางศึกดังนี้ไม่ควร อ้วนเสี้ยวจึงตอบว่า ถ้าจะนับถือทหารเลวเปนเอกฉนี้ไซ้ เราไม่ทำการสิบไปแล้วจะยกทหารกลับไปเมือง โจโฉจึงว่าขัดข้องกันแต่เนื้อความเพียงนี้ จะละการใหญ่เสียนั้นไม่ควร แล้วให้กองซุนจ้านพาเล่าปี่กวนอูเตียวหุยกลับไป ณ ค่ายที่อยู่ โจโฉจึงให้เอาสุกรเป็ดไก่ไปลอบให้กำนัลเล่าปี่กวนอูเตียวหุย
<center>—</center><noinclude></noinclude>
i1hm1vbbchdxp358vecuyhgcbcajk8d
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/198
250
89682
289912
2026-05-09T01:16:45Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ความตายมาถึงนั่นเอง ศพเอาผ้าคลุมไว้ ตอนจะใส่โลงสัปเหร่อทำการมัดนี้น่ะซี ศพกระเทือนเหม็นจากการเน่าในท้องก็ฟุ้งตลบ ผมทนไม่ค่อยจะไหวจึงแอบเข้าพวกคอสุรา ดื่มเ..."
289912
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๙๖}}</noinclude>ความตายมาถึงนั่นเอง ศพเอาผ้าคลุมไว้ ตอนจะใส่โลงสัปเหร่อทำการมัดนี้น่ะซี ศพกระเทือนเหม็นจากการเน่าในท้องก็ฟุ้งตลบ ผมทนไม่ค่อยจะไหวจึงแอบเข้าพวกคอสุรา ดื่มเสียเต็มๆ แก้ว แต่การดื่มสุราก็ไม่ทำให้หายเหม็นได้เลย แต่รู้สึกว่าแก้การพะอืดพะอมไปได้บ้าง ดื่มสุราแล้วแกล้มด้วยของเปรี้ยวแก้ความคลื่นเหียนไปได้
กว่าศพจะเข้าโลงก็เกือบค่ำ ผมบอกกับใครๆ และภรรยาผู้ตายว่าขอไปธุระสักชั่วโมงประเดี๋ยวจะกลับมา ใจไม่สบายเลยถ้าไม่ทราบว่าแตงอ่อนมีเรื่องอะไรจึงห้ามไม่ให้ผมไปหา เป็นตายอย่างไรจะต้องไปพบเจ้าไปร่และแม่ดวงให้ได้ เรือจ้างกว่าจะถึงวัดมอญก็ค่ำมากแล้ว ผมนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ซื้อเหล้ามาฝากเจ้าไปร่อย่างเคย จึงหันหน้าเดินตามตรอกย้อนมาออกสะพานเจริญพาศน์ข้ามสะพานไปสู่ตลาด คว้าเหล้าโรงได้สองขวด เป็ดพะโล้หนึ่งซีกห่อดีแล้ว ตัวเองก็สั่งเจ๊กตวงเต็มๆ แก้วดวดเข้าไปเป็นทุนเสียก่อนแก้กลุ้มใจ และช่วยให้ใจแข็งเพราะเพิ่งผ่านการอาบน้ำศพมาหยกๆ ยังติดตาไม่หาย ทั้งทางเดินต่อไปก็ไกลและไม่ค่อยจะมีคนใจชักจะฝ่อๆ
ความไกลของตรอกนี้ พอตึงๆ ขาเกือบเมื่อยจึงเข้าเขตวัดใหญ่ หนทางแม้จะมืดสักหน่อยแต่ผมคุ้นทางดีจึงเดินได้สบาย พอถึงทางซอยแยกเข้าสวนพ่อไปร่ ผมก็เลี้ยวขวับไม่ต้องมองกันละว่าใช่หรือไม่ใช่ เพราะมาเสียนับไม่ถ้วน เอากันว่าแรมปีทีเดียว มองเห็นกระท่อมเจ้าเงาะกับรจนาแล้วจุดไฟไว้แดงๆ พอใกล้เข้าไปผมจึงร้องเรียกชื่อเจ้าของกระท่อมทั้งสองคน ก็พอดีเห็นแม่ดวงโผล่ประตูออกมายืนอยู่ที่ธรณีประตู แสงสว่างข้างในพ่นออกมาทำให้มองรูปร่างแม่ดวงเป็นหนังตะลุง หน้าตาไม่เห็น เป็นภาพดำๆ พอเป็นร่างคน แต่จะมืดอย่างไรก็ตามร่างนั้นก็จำได้ว่าเป็นแม่ดวง
"พี่นพรึ?" เธอร้องถามมา
"ก็นพน่ะซี" ผมตอบไป
"นึกว่าไม่มาเสียอีก หายไปหลายวัน" แม่ดวงต่อว่า
"กว่าจะเสร็จธุระ อยากกลับจะตายไป คิดถึงแทบแย่" ผมว่า
"ฮะ คิดถึงฉันหรือใครกันแน่?" แม่ดวงกระเซ้าแล้วหัวเราะอย่าง<noinclude></noinclude>
eq0789abthp8rqhh07btb04ky3fmtzo
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/199
250
89683
289913
2026-05-09T01:19:32Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "สนุก ผมไม่หัวเราะด้วย ถ้าขืนหัวเราะก็จะสมจริงว่าผมคิดถึงแตงอ่อนหาได้คิดถึงแม่ดวงหรือเจ้าไปร่ เพราะคำคิดถึงของผมมันคลุมเครือ "โธ่ คิดถึงจริงๆ นะ คิดถึงทั..."
289913
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๙๗}}</noinclude>สนุก
ผมไม่หัวเราะด้วย ถ้าขืนหัวเราะก็จะสมจริงว่าผมคิดถึงแตงอ่อนหาได้คิดถึงแม่ดวงหรือเจ้าไปร่ เพราะคำคิดถึงของผมมันคลุมเครือ
"โธ่ คิดถึงจริงๆ นะ คิดถึงทั้งสองคนเลย" ผมว่า "พี่เขาไปไหนล่ะ?"
"พี่ไปร่รึ?" แม่ดวงผู้ดำขำถาม
"ก็ไปร่น่ะซี" ผมตอบ
แม่ดวงหยุดนิ่งสักสองสามอึดใจแล้วถอนใจยาว
"ฉันยังไม่รู้เลยว่าพี่ไปร่เขาหายไปไหน" แม่คนดำขำว่า
"ฮะ! อยู่ด้วยกันไม่รู้เรื่องว่าไปไหน" ผมตอบแล้วมองหน้า
"จริงๆ ฉันไม่สบายอยู่หลับไปจนค่ำ ตื่นมาก็ไม่เห็นเขาเลย"
"อ้าว! นี่ฉันซื้อเหล้าซื้อเป็ดมาจะกินกะเขา เขาไปไหนล่ะ?"
"เอาวางไว้ข้างในเถอะ" แม่ดวงว่า "เดี๋ยวฉันจะเที่ยวเดินหาให้แถวนี้ คงไปบ้านใครแถวนี้เอง" แม่ดวงพูดแล้วเดินหายไปในความมืด ผมหันหน้าเข้ากระท่อมวางขวดเหล้าและเป็ดลงที่ยกพื้นจากดินเป็นที่นั่งเล่นนอนเล่น ผมสังเกตข้างๆ ตาว่ามีอะไรผิดแปลกไปบ้าง แสงตะเกียงสว่างเห็นมุมกระท่อมด้านโน้นมีตู้อะไรผิดตา จึงเหลียวมองนิดหนึ่ง ถ้าเจ้าไปร่จะเกิดได้เงินพิเศษอะไรมา จึงซื้อตู้อะไรปิดกระดาษเป็นดอกดวงที่คนจนๆ ชอบใช้กันมาก ถ้าเขาลืมตาอ้าปากได้ผมก็ดีใจด้วย ผมไม่เอาใจใส่กับเจ้าตู้นั้นอีกเลย หันมาเปิดขวดเหล้า การดื่มเหล้าโรงเราเปิดกันเสียถนัดถนี่ คือเอาก้นขวดกระทุ้งกับพื้นดิน จุกขวดก็จะทะเล้นขึ้นมา หรือบางทีก็หลุดจากคอขวดจนเหล้าไหลหก ผมเปิดแล้วก็หยิบแก้วที่หิ้ง เคยหยิบเคยทำอะไรๆ อย่างบ้านของตัวเอง ดื่มแก้กระหายเสียเต็มที่ แล้วอย่างไรไม่ทราบเกิดสนใจเจ้าตู้ใบนั้นขึ้นมาอีก จึงหมุนตัวไปดูอีกที แต่คราวนี้ผมถึงกับชะงัก เพราะว่าสิ่งที่เห็นคราวแรกว่าตู้อะไรนั้นมันไม่ใช่เสียแล้ว มันคือโลงผี มันเป็นโลงชนิดเลวๆ โลงชั่วคราว ต้องทำด้วยไม้ยางแล้วใช้กระดาษลายดอกไม้ที่พิมพ์มาจากนอกปิดไม่ให้เห็นเนื้อไม้ที่หยาบและช่องห่าง ผมถึงแก่ยืนตาแข็ง แปลอะไรไม่ออก ใครตาย? แม่ดวงน่ะพบตะกี้ เจ้าไปร่รึ? เอ๊ะ! จะเป็นไปได้อย่างไร แม่ดวงบอกหยกๆ ว่า เธอ<noinclude></noinclude>
2vte70e877r174yvcnl5zy84twoqdh6
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/200
250
89684
289914
2026-05-09T01:29:08Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "นอนหลับไป ตื่นขึ้นก็ไม่รู้ว่านายไปร่ออกจากบ้านไปไหน อย่างนั้นใครอยู่ในโลงนั้นเล่า ผมชักยืนงัน ไม่กล้าขยับเขยื้อนตัว คอยเงี่ยหูฟังว่าจะมีใครมาบ้าง มิฉะนั้นผ..."
289914
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๙๘}}</noinclude>นอนหลับไป ตื่นขึ้นก็ไม่รู้ว่านายไปร่ออกจากบ้านไปไหน อย่างนั้นใครอยู่ในโลงนั้นเล่า ผมชักยืนงัน ไม่กล้าขยับเขยื้อนตัว คอยเงี่ยหูฟังว่าจะมีใครมาบ้าง มิฉะนั้นผมขาดใจตายแน่ คุณพระคุณเจ้าขอให้ใครมาในเวลานี้ด้วยเถิด ลูกจะขาดใจอยู่แล้ว พอดีกับนกกุ้กร้องอยู่ยอดไม้ ผมขนลุกซู่ หัวใจวูบ ความจริงแม้จะเป็นธรรมชาติของนกกลางคืนมันจะร้องของมัน แต่ในเวลาเงียบสงัดและตัวคนเดียวที่กำลังยืนอยู่กับศพซึ่งไม่รู้ว่าศพใคร ผมน้อยใจว่าแม่ดวงควรจะบอกผมว่ามีอะไรอยู่ในกระท่อม และยิ่งกว่านั้นยังทิ้งผมไปเสียอีก เวลานั้นแสงตะเกียงชักจะอ่อนแสงลง น้ำมันคงจะน้อยหรือจวนหมดเสียแล้วกระมัง? ถ้ามันดับลงจะทำอย่างไร ฤทธิ์สุราที่ดื่มไว้หายหมด ทันใดเสียงผู้หญิงร้องโอ๊ย! อย่างระโหยโรงแรงเหมือนครางมากกว่าร้อง เสียงนั้นอยู่นอกกระท่อมไกลออกไป ใครมา? และร้องเพราะเป็นอะไรขึ้น แม่ดวงเป็นอะไรกระมัง? เอ๊ะ! หรือแม่ดวงกลับมา แต่คงเจ็บท้อง แสียงที่ร้องเป็นเสียงเจ็บปวด แม่ดวงท้องแก่อยู่แล้ว ผมยืนนิ่งหันหลังให้ประตูกระท่อม หน้านั้นหันตรงโลงผีอย่างไม่ยอมหัสไปอื่น ผมรอ รอคอยแม่ดวงจะเดินกลับมา แม่ดวงทำอย่างไรกับผม หลอกผมให้มาอยู่กับผีแล้วหลบเอาตัวรอดไปไหน ทั้งแค้นใจและทั้งกลัว ทำให้ผมคอแห้งมาก
ในระหว่างที่ผมตัวแข็งทื่ออยู่นั่นเอง ได้ยินเสียงผู้ชายกระแอมและฝีเท้าดังอยู่ข้างหลัง ผมสะดุ้งทั้งตัว เพราะอยู่ๆ ก็มีเสียงเกิดขึ้น แต่แล้วใจมาสักกระบุง ผมมีคนมาอยู่ด้วยแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว
"เอ๊ะ! นั่นนายนพรึ" เสียงห้าวๆ ถามทักอยู่ข้างหลัง "อ๊ะ ใจกล้าดีมาก"
ผมรีบหันกลับก็พบกับนายปานสัปเหร่อวัดใหญ่ ผมดีใจแทบโลด นายปานผู้นี้ชอบพอกับเจ้าปร่และแม่ดวงดี ทั้งเคยดื่มเหล้าด้วยกันบ่อยๆ
"หายไปไหนหลายวัน นายไปร่เขาบ่นอยู่ทุกวัน ขาดเพื่อนดื่มกันไป" นายปานพูดลิ้นคับปาก เคยจำกันได้ว่า ถ้านายปานดวดเหล้าไปมากๆ จะพูดเสียงนี้ "เฮ้อ! พวกเราคนหนึ่งหนีเราไปเสียแล้ว นอนอยู่ในนั้นแหละ" เขาพูดแล้วชี้มือไปที่โลง ผมยังไม่ถามว่าใคร พวกเรานั้นใครกันที่อยู่ในโลง<noinclude></noinclude>
bgpzvdrhq5r4uw1bx00p5vocdcurmgx
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/201
250
89685
289915
2026-05-09T01:47:16Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " "ใครกันล่ะที่ตาย" ผมถามโดยทนไม่ไหว อยากรู้ว่าใครจากไหนมาตายที่นี่ "นังดวงน่ะซี" นายปานว่า ผมเหมือนตัวกระดอนพ้นพื้น ตาถลน ตัวชา หัวใจมันวี้ด คล้ายจะหลุดจ..."
289915
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๙๙}}</noinclude> "ใครกันล่ะที่ตาย" ผมถามโดยทนไม่ไหว อยากรู้ว่าใครจากไหนมาตายที่นี่
"นังดวงน่ะซี" นายปานว่า
ผมเหมือนตัวกระดอนพ้นพื้น ตาถลน ตัวชา หัวใจมันวี้ด คล้ายจะหลุดจากที่ทรวงอกแล้ววิ่งมาออกทางปาก ผมพูดไม่ออก หูผมฟังผิดไปหรือ หูผมผิดหรือนายปานพูดผิดเพราะเมาสุรา เขาเห็นผมนิ่ง คงคิดว่าไม่เชื่อจึงพูดอย่างหัวเราะๆ
"นังดวงน่ะแหละ ตายทั้งแม่ทั้งลูกในท้อง อยู่ในนั้นทั้งคู่ เปิดดูก็ได้ โลงไม่ได้ตอกตะปูฝา"
ผมยิ่งจะชักตายไปเดี๋ยวนั้น แม่ดวงตาย เอ๊ะ! ก็เมื่อกี้...โอ๊ย! ผมคราง แม่ดวงหลอกผมแล้ว พบกันพูดกันหยกๆ ผมคอตีบตันไม่อยากจะพูดอะไร
"ตายเมื่อเช้านี่เอง พ่อไปร่ร้องไห้ร้องห่ม เป็นลมหลายพัก เวลานี้ไปนอนอยู่ที่กุฏิพระ" นายปานพูดต่อ แล้วเหลียวไปพบขวดเหล้ากับห่อเป็ดพะโล้ก็หัวเราะ แล้วร้องว่า
"บ๊ะๆ พบเหล้าเข้าอีกแล้ว เมื่อกี้ไปฟาดที่ร้านมาครึ่งขวด เลยซื้อน้ำมันมาด้วย ตะเกียงจะดับ"
"ช่วยพาฉันไปหาเจ้าไปร่ที" ผมพูดโพล่งออกไป
"อ้าว! นึกว่าจะอยู่คุยกันที่นี่" เขาว่าและยืนนิ่งสักสองอึดใจ "เอ้า! ไปก็ไป" เขาว่าอย่างตัดสินใจ "แต่เอ๊ะ! ต้องเติมน้ำมันตะเกียงก่อน" เขาพูดแล้วจัดการเติมน้ำมันตะเกียงที่มีแสงอ่อนเต็มที เขาหมุนเกลียวคอตะเกียงและเทน้ำมันลงไป พอน้ำมันลงเต็มแล้ว แต่คอตะเกียงได้ดึงทั้งไส้ออกมาข้างนอกเรือนตะเกียง ไส้มันแห้งอยู่แล้ว ไฟก็ดับลง มืดดังเข้าถ้ำ ผมจะขาดใจลงให้ได้ในบัดนั้น
"มีไม้ขีดไฟไหม" นายปานถามผม
ผมรีบควักไม้ขีดและจุดไฟให้ทันที กว่านายปานจะถอดหลอดตะเกียง ไฟก็กินก้านไม้ขึดเข้าไปจวนหมด ผมรีบจี้ไฟที่เหลือน้อยเข้าที่ไส้แต่ก็ดับพอดี รีบขีดไม้ขีดอันใหม่ เสียงอะไรหล่นตุ้บข้างนอก ผมสะดุ้งใจหายวูบ แถวนั้นไม่มีต้นมะพร้าว ถ้าลูกแก่หรือลูกที่กระรอกเจาะจะหล่น<noinclude></noinclude>
1e5v8m8x4elnr3o26gpwjggns7i388g
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/202
250
89686
289916
2026-05-09T02:02:41Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ลงก็ไม่มีทาง พอตะเกียงสว่างขึ้น หัวใจค่อดีขึ้นน้อยๆ แต่คงเต้นรัวไม่เปป็นปรกติได้ "เอาเหล้าไปกินด้วย" ผมว่า แล้วรินเต็มแก้วดื่มอั้กๆ เข้าไปรินใหม่ส่งให้นาย..."
289916
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๐๐}}</noinclude>ลงก็ไม่มีทาง พอตะเกียงสว่างขึ้น หัวใจค่อดีขึ้นน้อยๆ แต่คงเต้นรัวไม่เปป็นปรกติได้
"เอาเหล้าไปกินด้วย" ผมว่า แล้วรินเต็มแก้วดื่มอั้กๆ เข้าไปรินใหม่ส่งให้นายปาน เขาก็รับไปดื่มเช่นเดียวกัน แล้วเราก็หยิบเหล้าหยิบเป็ดออกจากกระท่อม
"เอ้า! เดินหน้าสิ ถ้ากลัวก็" นายปานพูด เขาทายใจผมถูกเผง ผมเดินหน้าอย่างค่อยๆ กลัวจะห่างนายปาน ลงมันปิดลอยเสียแล้ว อยู่หน้าอยู่หลังไม่ไหวทั้งนั้น พอพ้นทางซอยของสวนเข้าสะพานไม้เป็นหมู่บ้านค่อยยังชั่ว แสงไฟตามบ้านพอสว่างถึง ครั้นพ้นบ้านเข้าเขตวัดก็เงียบและมืดอีก ผมค่อยดีขึ้นเพราะฤทธิ์สุราที่ดื่มอย่างไม่ยั้งเข้าไปตะกี้นั้น ทำให้ใจกล้าขึ้นบ้าง
พอขึ้นกุฏิพระ พบหน้าเจ้าไปร่ เจ้าไปร่ก็ร้องไห้โฮ ผมใจคอตีบตันแต่ก็พยายามปลอดใจเพื่อนไปตามเรื่อง พอเขาหยุดร้องไห้แล้ว ผมจึงเล่าให้ฟังว่าแม่ดวงออกมารับผมที่ประตูกระท่อม คุยกันสองสามคำแล้วจากไป ว่าจะมาตามตัวเจ้าไปร่ ทุกคนงันงก พระอีกสอรูปก็พลอยเงียบงันและตาโพลงไปตามๆ กัน
"เอ๊ะ!" นายปานร้องขึ้น "ฉันท่าจะค้างที่วัดนี่ละแฮะ ใจไม่ดีเสียแล้ว ทิ้งไว้อย่างนั้นแหละ ใครจะกล้าเข้าไปเอาอะไร"
"ทำไมจึงไม่มีพระไปสวดกันล่ะ" ผมถามเจ้าไปร่และนายปาน
"เจ้าของที่เขาขอร้องไม่ให้สวด เพราะคนในบ้านเขาเจ็บอยู่คนหนึ่ง" เจ้าไปร่บอก
ผมนึกประหวัดไปถึงแตงอ่อนทันที มิน่าเล่าเธอจึงตีใบ้ห้ามผมไม่ให้มา อ้อ! มีการตายเกิดขึ้นนี่เอง พุทโธ่ ถ้าเราพูดกันได้อย่างธรรมดาก็รู้เรื่องกันแล้ว ไหนจะมาให้เกิดทุกข์เล่า
"พรุ่งนี้ค่อยเอาศพมาวัด สวดให้หน้าไฟแล้วก็เผาเลยหมดเรื่อง" นายปานว่า
คืนนั้นผมเลยค้างที่วัด ไม่สามารถจะกลับบ้านได้ ขาดฟังสวดทางบ้านโน้นไม่เป็นไร พรุ่งนี้ไปเล่าความจำเป็นให้ฟัง ผมกับนายปานขออนุญาตพระดื่มเหล้า เจ้าไปร่ก็ดื่มด้วย รู้สึกค่อยมีจิตใจดีขึ้น<noinclude></noinclude>
8uz7ogx9jum73tvqt5b58jyx7yoxpcq
289917
289916
2026-05-09T02:07:40Z
สีทราย
11827
289917
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๐๐}}</noinclude>ลงก็ไม่มีทาง พอตะเกียงสว่างขึ้น หัวใจค่อยดีขึ้นน้อยๆ แต่คงเต้นรัวไม่เป็นปรกติได้
"เอาเหล้าไปกินด้วย" ผมว่า แล้วรินเต็มแก้วดื่มอั้กๆ เข้าไปรินใหม่ส่งให้นายปาน เขาก็รับไปดื่มเช่นเดียวกัน แล้วเราก็หยิบเหล้าหยิบเป็ดออกจากกระท่อม
"เอ้า! เดินหน้าสิ ถ้ากลัวก็" นายปานพูด เขาทายใจผมถูกเผง ผมเดินหน้าอย่างค่อยๆ กลัวจะห่างนายปาน ลงมันปิดลอยเสียแล้ว อยู่หน้าอยู่หลังไม่ไหวทั้งนั้น พอพ้นทางซอยของสวนเข้าสะพานไม้เป็นหมู่บ้านค่อยยังชั่ว แสงไฟตามบ้านพอสว่างถึง ครั้นพ้นบ้านเข้าเขตวัดก็เงียบและมืดอีก ผมค่อยดีขึ้นเพราะฤทธิ์สุราที่ดื่มอย่างไม่ยั้งเข้าไปตะกี้นั้น ทำให้ใจกล้าขึ้นบ้าง
พอขึ้นกุฏิพระ พบหน้าเจ้าไปร่ เจ้าไปร่ก็ร้องไห้โฮ ผมใจคอตีบตันแต่ก็พยายามปลอดใจเพื่อนไปตามเรื่อง พอเขาหยุดร้องไห้แล้ว ผมจึงเล่าให้ฟังว่าแม่ดวงออกมารับผมที่ประตูกระท่อม คุยกันสองสามคำแล้วจากไป ว่าจะมาตามตัวเจ้าไปร่ ทุกคนงันงก พระอีกสอรูปก็พลอยเงียบงันและตาโพลงไปตามๆ กัน
"เอ๊ะ!" นายปานร้องขึ้น "ฉันท่าจะค้างที่วัดนี่ละแฮะ ใจไม่ดีเสียแล้ว ทิ้งไว้อย่างนั้นแหละ ใครจะกล้าเข้าไปเอาอะไร"
"ทำไมจึงไม่มีพระไปสวดกันล่ะ" ผมถามเจ้าไปร่และนายปาน
"เจ้าของที่เขาขอร้องไม่ให้สวด เพราะคนในบ้านเขาเจ็บอยู่คนหนึ่ง" เจ้าไปร่บอก
ผมนึกประหวัดไปถึงแตงอ่อนทันที มิน่าเล่าเธอจึงตีใบ้ห้ามผมไม่ให้มา อ้อ! มีการตายเกิดขึ้นนี่เอง พุทโธ่ ถ้าเราพูดกันได้อย่างธรรมดาก็รู้เรื่องกันแล้ว ไหนจะมาให้เกิดทุกข์เล่า
"พรุ่งนี้ค่อยเอาศพมาวัด สวดให้หน้าไฟแล้วก็เผาเลยหมดเรื่อง" นายปานว่า
คืนนั้นผมเลยค้างที่วัด ไม่สามารถจะกลับบ้านได้ ขาดฟังสวดทางบ้านโน้นไม่เป็นไร พรุ่งนี้ไปเล่าความจำเป็นให้ฟัง ผมกับนายปานขออนุญาตพระดื่มเหล้า เจ้าไปร่ก็ดื่มด้วย รู้สึกค่อยมีจิตใจดีขึ้น<noinclude></noinclude>
l4sahlkppbg13k5v44ckjaildc347vm
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/203
250
89687
289918
2026-05-09T04:48:53Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "นั่งหวย เรื่องนี้บันทึกเหตุการณ์จากนายมิ่งคนเก่าที่เป็นนักเลงหวย ก.ข. สมัยโน้น ที่ผจญกับปิศาจที่ชอบหลอกหลอนนักเลงเล่นหวย เที่ยวหาตัวหวยตามที่สงัดต่างๆ ภาษ..."
289918
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๐๑}}</noinclude>นั่งหวย
เรื่องนี้บันทึกเหตุการณ์จากนายมิ่งคนเก่าที่เป็นนักเลงหวย ก.ข. สมัยโน้น ที่ผจญกับปิศาจที่ชอบหลอกหลอนนักเลงเล่นหวย เที่ยวหาตัวหวยตามที่สงัดต่างๆ ภาษาเก่าเรียกว่าพวกนั่งหวย
ร้านสุราแห่งหนึ่งในตำบานยานนาวา มีผู้ดื่มอยู่หลายรุ่น ทั้งหนุ่มทั้งแก่ กลางคนและเลยกลางคน มีอยู่โต๊ะหนึ่งที่ขะมักเขม้นในเลขท้ายล็อตเตอรี่ ถกเถียงกันที่ได้เลขมาจากอาจารย์ แทงแล้วถูกกินบ้าง บางรายแทงแล้วก็ถูกบ้าง ตามแต่โชคชะตา ซึ่งความจริงนั้น อาจารย์ทุก ๆ อาจารย์ก็เพียงคาดหมายและมั่นใจเอาเองในการหมุนเวียนแห่งตัวเลขจะเดินวนเวียนมาบรรจบตามตำราที่วางไว้ แต่บาง<noinclude></noinclude>
toubnfdgx3mhn2i9rrlyi8sn145da73
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/205
250
89688
289919
2026-05-09T04:52:13Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "บางครั้งก็ผิดพลาดไปจากตำรา ผู้ถูกหวยก็บ่นกันไปตามระเบียบของผู้ที่ผิดพลาด จะโกรธเคืองโชคชะตาของตนบ้าง โทษเอาอาจารย์บ้าง แต่ละคนหลงเอาแน่นอนกับการหมุนของเค..."
289919
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๐๓}}</noinclude>บางครั้งก็ผิดพลาดไปจากตำรา ผู้ถูกหวยก็บ่นกันไปตามระเบียบของผู้ที่ผิดพลาด จะโกรธเคืองโชคชะตาของตนบ้าง โทษเอาอาจารย์บ้าง แต่ละคนหลงเอาแน่นอนกับการหมุนของเครื่องออกเลข ซึ่งย่อมหมุนไปตามกำลังไฟฟ้า จะมีใครไปหยุดเอาเองได้ก็หาไม่ แล้วแต่โชคชะตาก็จะไปตรงเข้า ผู้เฒ่ามิ่ง หรือนายมิ่ง นั่งฟังอยู่และทั้งเคยผิดพลาดในการแทงเลขท้ายมาแล้วเหมือนกัน แกสั่นหัวแล้วถอนใจยาว
"ฉันเองก็เล่นไปกับเขายังงั้นแหละ ทั้งที่รู้ว่า มันเอาแน่ไม่ได้" เฒ่ามิ่งพูดขึ้น "เรากะเราเก็งยาก เพราะเจ้าลูกกลิ้่งมันหมุนไปตามเรื่องของมัน ที่ไหนมันจะดลบันดาลได้เผง ๆ เหมือนอย่างหวย ก ข โบราณ"
ผมนั่งดื่มสุราไปฟังแกพูดพลาง ๆ โดยผมนั่งอยู่กับเพื่อนอีกโต๊ะหนึ่งใกล้ ๆ กัน
"หวย ก ข โบราณน่ะ ขุนบาลเป็นคนออก เขากะเขาคิดจัดออกตัวนั้นตัวนี้" แกพูดต่อไป ในโต๊ะของเราจึงมีผู้สนใจอยู่บ้าง "การที่ใช้มือคนแท้ ๆ จับออกคิดออกน่ะ จึงมีอาจารย์เก่ง ๆ นั่งทางในพอจะรู้กันเก็งใจกันออก ถ้าอาจารย์เก่ง ๆ บอกหวยให้ มักไม่พลาด" แกว่า
"ข้อนี้ถ้าจะจริง" ชายกลางคนคนหนึ่งสนับสนุนเพราะเห็นด้วย "ผมเห็นด้วยกับคุณน้า อ้ายเราเป็นมนุษย์ธรรมดา จะไปเก็งไปสั่งอะไรมันกับลูกโม่ที่มันหมุนด้วยกำลังไฟฟ้า ถ้ามันคนด้วยกัน ย่อมมีอาจารย์ขลัง ๆ นั่งฌานบังคับเขาได้ดลใจให้ออกตัวนั้นตัวนี้"
"ถูก! พ่อเจียมพูดถูก อ้า! พ่อเตียม พ่อรู้เรื่องนี้ดี" พ่อเฒ่ามิ่งออกปากรับรองการพูดของผู้สนับสนุนว่าถูกต้อง "สมัยหวย ก ข เราเองพอนั่งหวยเองได้ตามเกจิอาจารย์แนะนำ โอย! ฉันน่ะทำมาเสียทุกวิธี ถูกบ้างกินบ้างตามเรื่องมัน แต่ที่ถูกกินน่ะ ไม่ใช่พิธีเขาพลาดนะจะบอกให้" เฒ่ามิ่งพูดแล้วยกมือชูเข้าไปในวงสุเราให้ฟัง "ที่หวยกินไปก็เพราะเราเองเกิดยักย้ายการแทงเสียเอง ในตอนหลังเกิดไปคิดว่า ตัวนั้นดีตัวนี้ดี ยักเช้ายักค่ำ ฮ่า! บางทีออกมาแล้วไม่ได้ไม่เสีย ไม่พอกับที่ลงทุนลงแรง ย้ายไปย้ายมา เลยเจ๊งกันไป"
"คุณตาเคยนั่งยังไงครับ นั่งหวยนั่ง" ชายหนุ่มคนหนึ่งถามพ่อเฒ่ามิ่ง<noinclude></noinclude>
ndtxt1j2zh7ckb904eeo1nxllfy9ztm
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/206
250
89689
289920
2026-05-09T04:54:35Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " "โฮย! หลายวิธีนัก ทำหวยน่ะ ในป่าช้ายังเคยเลย คุณเอ๋ย บางแห่งเราเคยไปกันสองสามคน เมื่อสมัยโน้น หนุ่ม ๆ ด้วยกัน ใจเด็ด ๆ พอกัน ที่วัดเทพฯ ก็เคย วัดจางวางดิษฐ์ (วัด..."
289920
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๐๔}}</noinclude> "โฮย! หลายวิธีนัก ทำหวยน่ะ ในป่าช้ายังเคยเลย คุณเอ๋ย บางแห่งเราเคยไปกันสองสามคน เมื่อสมัยโน้น หนุ่ม ๆ ด้วยกัน ใจเด็ด ๆ พอกัน ที่วัดเทพฯ ก็เคย วัดจางวางดิษฐ์ (วัดดิสานุการาม) วัดจางวางพ่วง (วัดเทวีวรญาติ) เอาทั้งนั้น วัดบางหว้ายังเคยเลย ผ่าซิเอ้า! ปัดโธ่! วัดเทพฯ สมัยนั้นเปลี่ยวน่ากลัวหยอกเมื่อไหร่ ทางหลังวัดที่เป็นเมรุอยู่เดี๋ยวนี้
เงียบน่ากลัว กลางวันแสก ๆ ยังหาคนเดินน้อยแทบนับคนได้ ไม่คึกคักอย่างเดี๋ยวนี้หรอก ที่หลังวัดเทพฯ ที่แหละ ฉันกับเพื่อนนักเลงด้วยกันนะคุณ ไปนั่งหวยกัน จุดไต้ไว้ห่าง ๆ แล้วต่างคนต่างนั่งจุดเทียนกัน ว่าคาถาขลังตามแบบคาถาหวย ไม่ใช่ไหว้พระไหว้เจ้าอะไรหรอก อีกคืนหนึ่งนะ ที่ตรงนั้นมันรกเรื้อ และเราก็ไม่มีเสื่อมีสาดอะไรไปปู เราก็นั่งพนมมือนั่งยองกันนั่นแหละ โอย! คุณเอ๋ย ฉันถูกผีมันล้อ เอามือล้วงก้นเอง ชั้นแรกฉันคิดว่า งูมันชูหัวมาโดนก้นฉัน ฉันโดดจนตัวลอย เทียนดับเลย แต่ไต้ยังมีอยู่ จึงส่องพอจะเห็น เอ๊ะ! งูก็ไม่มี ถ้ามีก็เห็นซิคุณ จริงอยู่ ฉันว่า ที่ตรงนั้นรกเรื้อจริง ๆ แต่มันก็เป็นที่รกห่างตัวเรามาก ตรงที่เรานั่งกันนั้น เราเอาไม้ปาด ๆ กันพอเตียนที่จะนั่งยอง ๆ ได้ และอ้ายการถูกล้วงก้นนี่น่ะ ไม่ใช่ถูกแต่ฉันหรอก เพื่อนสามคนก็ถูกด้วยกัน เราจึงรู้ว่า เราถูกผีรบกวนเสียแล้ว เลยเลิกนั่ง เก็บกระดาษ เก็บถ้วยปูน กับขมิ้นที่ละลายน้ำไว้ให้ผีเขียนตัวหนังสือกลับ" เฒ่ามิ่งหยุดดื่มสุรา
"มันทำเท่านั้นเองร?" หนุ่มคนเก่าถามขึ้น
"เท่านั้นแหละ! ไม่รบกวนอะไรมาก แต่เราก็ใจไม่ดี ถือว่า เสียสมาธิ เลยกลับกัน แต่อีกวันซิ!"เฒ่ามิ่งชูมือประกอบคำพูด
"เราไปนั่งกันที่วัดสระเกศ หน้าวัดนั่นแหละครับ สมัยนั้น เรื่องวัดสระเกศละก็ มันแทบจะเป็นป่าช้าไปทั้งนั้น ศพน่ะรึ ทั้งฝังทั้งทิ้งให้แร้งกากิน เช่น ศพนักโทษยังงี้ เชือดเนื้อให้แร้งกากิน ที่เหลือก็ฝังไป โอย! ยิ่งทางเมรุปูน คืน ที่ทางด้านถนนสายประตูผีนั่นแหละคุณ แดนเชือดศพเชียวละ สมัยนั้นยังไม่มีถนนนี่คุณ เป็นป่าช้าเราดี ๆ นั่นเอง สมัยที่เขาขุดทางทำถนน หัวกะโหลกออกเกลื่อนกลาดไป วันที่เราไปนั่งกันน่ะคุณ เราทำพิธีว่าคาถากันแล้ว เราก็จุดเทียนปักไว้ วางกระดาษและถ้วยขมิ้นกับปูน วางไว้แล้วเราก็หลบแอบบังต้นโพธิ์คอยอยู่" เฒ่ามิ่งหยุดพูด แล้วกระดิกนิ้วเรียกเจ๊กให้ตักเหล้าโรงอีกแก้ว<noinclude></noinclude>
pv1wt4dr8526ccxfhtvd1rxm5hmqljl
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/207
250
89690
289921
2026-05-09T04:56:13Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " "อ้อ! พิธีนี้ ผมเคยได้ยินปู่ผมเล่าให้ฟังเหมือนกัน" หนุ่มนั้นว่า "แต่ปู่ผมบอกว่า ทำพิธีแล้วก็วนกระดาษกับขมิ้นกับปูนทิ้งไว้ เช้าจึงไปดูกันว่า จะเขียนตัวอะไรไว..."
289921
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๐๕}}</noinclude> "อ้อ! พิธีนี้ ผมเคยได้ยินปู่ผมเล่าให้ฟังเหมือนกัน" หนุ่มนั้นว่า "แต่ปู่ผมบอกว่า ทำพิธีแล้วก็วนกระดาษกับขมิ้นกับปูนทิ้งไว้ เช้าจึงไปดูกันว่า จะเขียนตัวอะไรไว้ให้"
"โอย! ลำบากอย่างนั้น" เฒ่ามิ่งว่า "ฉันก็เคยทำอย่างนั้นเหมือนกัน คุณ โอย! กินเรียบ ก็เพราะว่า อ้ายใครมันมาเห็นเข้า มันก็แกล้งเขียนเข้าไว้ให้ เราก็เจ๊งไปเท่านั้นเอง จึงต้องนั่งคุมกันไว้ แหม! คุณเอ๋ย คืนนั้น ฉันกับเพื่อนนั่งคอยตั้งแต่หัวค่ำจนเกือบสี่ทุ่มเห็นจะได้ มีลมพัดมาอ่อน ๆ เสียงนกกุ๊กร้องกุ๊กอยู่บนต้นโพธิ์ที่เรานั่งแอบนั่นแหละ ฉันสะดุ้งหนาวใจเหลือเกิน แต่อยากได้หวย ต้องจำทน ในครู่นั้นเอง เทียนที่จุดไว้แทบจะดับ มีลมพัดเหมือนเดินเฉียดไปที่กระดาษกับถ้วยขมิ้นกับปูน แล้วมีเงาวูบมืด ๆ ไม่เห็นเป็นตัวเป็นคนหรอกคุณ แต่พอทุกสิ่งทุกอย่างสงบ เราทั้งหมดก็ออกจากที่ซ่อนไปเก็บของเหล่านั้น และเดิมคุมหน้าคุมหลังกันออกพ้นเขตวัดมา พอมาถึงบ้าน ก็ดูกระดาษกัน มีรอยนิ้วจิ้มปูนเขียนไว้เป็นหวยเช้าค่ำชัด ๆ เลยคุณ ฉันกับพวกแทงกันอย่างหนักทีเดียวในวันรุ่งขึ้น" แกหยุดดื่มสุราอีก
"ถูกผางเลย?" พ่อหนุ่มผู้สนใจถามดักคอ เฒ่ามิ่งวางแก้วเหล้าแล้วพยักหน้าพูด
"กินเรียบ"
"อ้าว!" เสียงนี้เป็นเสียงหลายคนในกลุ่มนั้นร้องขึ้นยังกับนัดกันไว้ แล้วเลยฮากันครืน
"คุณลุงเลยเลิกหวยซิครับ?" ผมนั่งอยู่โต๊ะใกล้ ๆ จึงสอดปากถามไป แกหันมาดูผม
"ที่ไหนได้ ลงผีหวยมันเข้าละก็ เลิกยังไง" แกว่า "เป็นแต่หยุดมาหลายวัน เพราะต่างคนต่างหมดทุน แทงกันหมดตัวนี่ครับ ผีมันแกล้งเรา" แกพูดแล้วสั่นหัวพลางร้องเรียกเหล้าอีก ผมนึกสนุกอยากฟังเรื่องต่อ ๆ ไป จึงรับจ่ายค่าสุราเอง แกตอบขอบใจ ดื่มกร๊วบเดียวหมดแก้ว
"คุณลุงเลิกนั่งหวยหรือไงครับ?" ผมถาม
"ไม่เลิกหรอกคุณ เลิกนั่งก็ไม่รู้จะแทงอะไร" แกตอบ "คราวนี้ ฉันกับเพื่อนสองคนเท่านั้นแหละคุณ ไปลองนั่งทางวัดบางหว้า ก็วัดอมรินทร์นี่<noinclude></noinclude>
43tlnxhugrmynm7dlgv0y3utfqatm87
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/208
250
89691
289922
2026-05-09T05:01:57Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "แหละคุณ วัดนั้นไปดูลู่ทางที่ป่าช้าไว้แต่บ่าย แล้วกลับมากินเหล้ากันที่ร้านเจ๊กนอกวัด ตั้งใจเอากันที่ศาลากลางป่าช้าที่มีแต่พื้นกระเบื้องและเสากับหลังคา ฝาไ..."
289922
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๐๖}}</noinclude>แหละคุณ วัดนั้นไปดูลู่ทางที่ป่าช้าไว้แต่บ่าย แล้วกลับมากินเหล้ากันที่ร้านเจ๊กนอกวัด ตั้งใจเอากันที่ศาลากลางป่าช้าที่มีแต่พื้นกระเบื้องและเสากับหลังคา ฝาไม่มี โปร่ง ๆ ดี ใครจะมาแอบเขียนตัวหวยล้อเราย่อมไม่ได้ ฉันกับเพื่อนสองคนดวดเหล้ากันจนสบายดีแล้ว จึงเตรียมข้าวของเข้าวัด พอเลี้ยวเข้าตรอกวัด เราก็เห็นคนนำหน้าเราอยู่คนหนึ่ง นุ่งผ้าพื้นโจงกระเบนห่มผ้าขาวอย่างสกปรกสะพายเฉียง เราเดินตามเขามาอย่างเงียบ ๆ ไม่พูดอะไรกัน เราไม่ต้องการให้ใครรู้ว่า เราจะมานั่งหวย พอถึงทางเลี้ยวเข้าป่าช้า คนเดินหน้าก็เลี้ยวเข้าไปก่อน เราสองคนสะกิดกัน ฉันกระซิบกับเพื่อนว่า
"ท่าจะไม่ดีเสียแล้ว ตานี่คงจะเป็นสัปเหร่อ ถ้ารู้ว่า เราจะมานั่งหวย ก็จะมาทำความรำคาญแก่เรา"
"แล้วจะทำยังไงกันล่ะ?" เพื่อนถาม
"ยังไม่รู้จะทำยังไง" ฉันตอบ
"พวกสัปเหร่อใช่ไหม?" หนุ่มคนแรกถามแทรกขึ้นมา
"ไม่รู้น่ะซิคุณ เขาเดินไป ฉันก็เดินไป" เฒ่ามิ่งตอบ "แต่เอ๊ะ! ไม่เข้าท่าเสียแล้ว คนนั้นเดินไปที่ศาลาฌล่งนั้น ซึ่งเป็นที่หมายของเรา มาเกิดจ๊ะกันเข้าแล้ว หมอนี่ถ้าจะมาเรื่องหวยเหมือนกัน ชักเกิดลังเลใจ แต่เพื่อนกระซิบว่า ต่างคนต่างนั่งกันก็แล้วไปซี เขาก็เขา เราก็เรา ฉันเห็นด้วย จึงก้าวขึ้นบนพื้นกระเบื้องปูน แต่ยังไม่ลงมือทำอะไรทั้งนั้น นั่งลงเฉย ๆ ก่อนอากาศขมุกขมัวเต็มทีแล้ว เสียงเรไรดังหริ่ง ๆ ไปทั่วบริเวณ เพราะไม้สูง ๆ ยืนต้นมาก มองมืดทึมน่ากลัว ชีวิตนักเลงหวยละมันยังงี้แหละคุณ พอความมืดทั่วไปทั้งบริเวณ ฉันกับเพื่อนก็จุดเทียนใหญ่ปักลงกับพื้นสว่างเห็นกันดี นักหวยคนนั้นยังไม่ทำอะไร เดินก้มหน้าวนไปวนมา เดินไปหยุดเสาโน้นเสานี้จนครบสี่เสา แล้วชำเลืองดูเราทั้งสอง ฉันอดปากอยู่ไม่ได้ จึงพูดกับเขาพอเป็นทางว่า ถ้ามีอะไรดี จะขอบ้าง จะหวงไหม พี่ทิด? เขายิ่งเฉย ยังไม่ตอบมาทันที ฉันจึงพูดไปอีกว่า ฉันน่ะถูกหวยกินมาเสียจนกรอบ เพราะได้หวยไม่ค่อยแน่นอน ถ้าพี่ทิดมีอะไรดี ๆ แบ่งปันให้บ้าง ก็พอจะแก้จนไปได้บ้าง คราวนี้ ทิดนั้นจึงตอบเสียงห้วน ๆ ว่า พบอะไร เห็นอะไร คิดออก ก็เอาไป ไม่หวงหรอก เขาพูดอย่างไม่หันมา<noinclude></noinclude>
5sj9ukfnerlxsp61h2z5vjzmf1b6w7t
289926
289922
2026-05-09T07:09:19Z
สีทราย
11827
289926
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๐๖}}</noinclude>แหละคุณ วัดนั้นไปดูลู่ทางที่ป่าช้าไว้แต่บ่าย แล้วกลับมากินเหล้ากันที่ร้านเจ๊กนอกวัด ตั้งใจเอากันที่ศาลากลางป่าช้าที่มีแต่พื้นกระเบื้องและเสากับหลังคา ฝาไม่มี โปร่ง ๆ ดี ใครจะมาแอบเขียนตัวหวยล้อเราย่อมไม่ได้ ฉันกับเพื่อนสองคนดวดเหล้ากันจนสบายดีแล้ว จึงเตรียมข้าวของเข้าวัด พอเลี้ยวเข้าตรอกวัด เราก็เห็นคนนำหน้าเราอยู่คนหนึ่ง นุ่งผ้าพื้นโจงกระเบนห่มผ้าขาวอย่างสกปรกสะพายเฉียง เราเดินตามเขามาอย่างเงียบ ๆ ไม่พูดอะไรกัน เราไม่ต้องการให้ใครรู้ว่า เราจะมานั่งหวย พอถึงทางเลี้ยวเข้าป่าช้า คนเดินหน้าก็เลี้ยวเข้าไปก่อน เราสองคนสะกิดกัน ฉันกระซิบกับเพื่อนว่า
"ท่าจะไม่ดีเสียแล้ว ตานี่คงจะเป็นสัปเหร่อ ถ้ารู้ว่า เราจะมานั่งหวย ก็จะมาทำความรำคาญแก่เรา"
"แล้วจะทำยังไงกันล่ะ?" เพื่อนถาม
"ยังไม่รู้จะทำยังไง" ฉันตอบ
"พวกสัปเหร่อใช่ไหม?" หนุ่มคนแรกถามแทรกขึ้นมา
"ไม่รู้น่ะซิคุณ เขาเดินไป ฉันก็เดินไป" เฒ่ามิ่งตอบ "แต่เอ๊ะ! ไม่เข้าท่าเสียแล้ว คนนั้นเดินไปที่ศาลาโล่งนั้น ซึ่งเป็นที่หมายของเรา มาเกิดจ๊ะกันเข้าแล้ว หมอนี่ถ้าจะมาเรื่องหวยเหมือนกัน ชักเกิดลังเลใจ แต่เพื่อนกระซิบว่า ต่างคนต่างนั่งกันก็แล้วไปซี เขาก็เขา เราก็เรา ฉันเห็นด้วย จึงก้าวขึ้นบนพื้นกระเบื้องปูน แต่ยังไม่ลงมือทำอะไรทั้งนั้น นั่งลงเฉย ๆ ก่อนอากาศขมุกขมัวเต็มทีแล้ว เสียงเรไรดังหริ่ง ๆ ไปทั่วบริเวณ เพราะไม้สูง ๆ ยืนต้นมาก มองมืดทึมน่ากลัว ชีวิตนักเลงหวยละมันยังงี้แหละคุณ พอความมืดทั่วไปทั้งบริเวณ ฉันกับเพื่อนก็จุดเทียนใหญ่ปักลงกับพื้นสว่างเห็นกันดี นักหวยคนนั้นยังไม่ทำอะไร เดินก้มหน้าวนไปวนมา เดินไปหยุดเสาโน้นเสานี้จนครบสี่เสา แล้วชำเลืองดูเราทั้งสอง ฉันอดปากอยู่ไม่ได้ จึงพูดกับเขาพอเป็นทางว่า ถ้ามีอะไรดี จะขอบ้าง จะหวงไหม พี่ทิด? เขายิ่งเฉย ยังไม่ตอบมาทันที ฉันจึงพูดไปอีกว่า ฉันน่ะถูกหวยกินมาเสียจนกรอบ เพราะได้หวยไม่ค่อยแน่นอน ถ้าพี่ทิดมีอะไรดี ๆ แบ่งปันให้บ้าง ก็พอจะแก้จนไปได้บ้าง คราวนี้ ทิดนั้นจึงตอบเสียงห้วน ๆ ว่า พบอะไร เห็นอะไร คิดออก ก็เอาไป ไม่หวงหรอก เขาพูดอย่างไม่หันมา<noinclude></noinclude>
9afmqpq06jqhyf6jbhf0kqvznts6ez8