วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.8
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
ผู้ใช้:B20180
2
17163
291054
290332
2026-06-27T18:01:37Z
B20180
1467
291054
wikitext
text/x-wiki
ผมยกเนื้อหา[[หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/108]], [[หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/109]], [[หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/110]], [[หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/111]], [[หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/112]], [[หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/113]], [[หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/114]], [[หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/115]], [[หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/116]] และ[[หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/117]] ไปอยู่ในบทความดังกล่าวแล้วนะครับ เชิญเพื่อน ๆ ที่สนใจ ร่วมเพิ่มเติมเนื้อหาได้ตามต้องการครับ [[ไฟล์:Meerkat feb 09.jpg|220px|thumb|"[[w:โลก|สวัสดี ชาวโลก]]"]]
== B20180 ==
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาววิกิซอร์ซ ผมค่อนข้างจะใจดีเกี่ยวกับเรื่องการแบ่งปันข้อมูลและแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านทางวิกิพีเดียอยู่เป็นระยะ หากเพื่อน ๆ ต้องการสนทนาเรื่องที่พอจะมีสาระและเป็นประโยชน์ก็สามารถเข้ามาคุยกันได้ใน[[คุยกับผู้ใช้:B20180|หน้าอภิปราย]]ครับ
== ตรวจดู ==
* [[:หมวดหมู่:หน้าที่ถูกแจ้งลบ]]
* [[วิกิซอร์ซ:แจ้งผู้ดูแลระบบ]]
* [[:พิเศษ:ภาพที่ไม่ได้ใช้]]
* [[Special:MassDelete]]
== Memo ==
* [[วิกิซอร์ซ:หลักการตั้งชื่อบทความ]]
{{User วิกิพีเดีย}}
{{User วิกิพจนานุกรม}}
{{User วิกิตำรา}}
{{User วิกิคำคม}}
{{User สคริปต์จัดให้}}
6exa8va5ad7utfd04w5e37bourwnqz2
ยันต์ห้าแถว
0
22166
291068
58858
2026-06-28T08:53:27Z
~2026-37032-15
12384
/* */ เมาท่อมหรอ
291068
wikitext
text/x-wiki
เมาท่อมหรอ
== แบบที่ 1 ==
{| class="wikitable" border="1"
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> នមោពុទ្ធាយនមេតិ ៚
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> นโมพุทฺธายนเมติ ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> មោពុទ្ធាយននមេតិ ៚
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> โมพุทฺธายนนเมติ ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> ពុទ្ធាយនមោនមេតិ ៚
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> พุทฺธายนโมนเมติ ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> ទ្ធាយនមោពុនមេតិ ៚ <sup>1</sup>
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> ธายนโมพุทฺนเมติ ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> យនមោពុទ្ធានមេតិ ៚
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> ยนโมพุทฺธานเมติ ๛
|}
* <sup>1</sup> ในอักษรขอม ตัวสะกดและตัวเชิง ទ្ធ (ทฺธ) ไม่อาจแยกออกจากกันได้
== แบบที่ 2 ==
{| class="wikitable" border="1"
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> យមិឥសពុទ្ធោយា ៚
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> ยมิอิสพุทฺโธยา ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> ឥតិបិសោចតេនមោ ៚
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> อิติปิโสจเตนโม ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> ឥតិពោធិមនុប្បត្តោ ៚
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> อิติโพธิมนุปฺปตฺโต ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> ឥតសព្វញ្ញមាគតោ ៚ <sup>2</sup>
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> อิติสพฺวญฺ{{ญ}}มาคโต ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> ឥតបារមិត្តាតិំសា ៚ <sup>3</sup>
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> อิติปารมิตฺตาติํสา ๛
|}
* <sup>2</sup> คำที่ถูกควรเป็น សព្ពញ្ញ (สพฺพญฺ{{ญ}})
* <sup>3</sup> คำที่ถูกควรเป็น បារមិតា (ปารมิตา)
lido4kun4ddykz1elg6mtxgtkt33d1y
291069
291068
2026-06-28T08:53:59Z
Quinlan83
9574
Restored revision 58858 by [[Special:Contributions/Octahedron80|Octahedron80]] ([[User talk:Octahedron80|talk]]): Restore (TwinkleGlobal)
291069
wikitext
text/x-wiki
== แบบที่ 1 ==
{| class="wikitable" border="1"
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> នមោពុទ្ធាយនមេតិ ៚
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> นโมพุทฺธายนเมติ ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> មោពុទ្ធាយននមេតិ ៚
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> โมพุทฺธายนนเมติ ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> ពុទ្ធាយនមោនមេតិ ៚
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> พุทฺธายนโมนเมติ ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> ទ្ធាយនមោពុនមេតិ ៚ <sup>1</sup>
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> ธายนโมพุทฺนเมติ ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> យនមោពុទ្ធានមេតិ ៚
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> ยนโมพุทฺธานเมติ ๛
|}
* <sup>1</sup> ในอักษรขอม ตัวสะกดและตัวเชิง ទ្ធ (ทฺธ) ไม่อาจแยกออกจากกันได้
== แบบที่ 2 ==
{| class="wikitable" border="1"
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> យមិឥសពុទ្ធោយា ៚
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> ยมิอิสพุทฺโธยา ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> ឥតិបិសោចតេនមោ ៚
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> อิติปิโสจเตนโม ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> ឥតិពោធិមនុប្បត្តោ ៚
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> อิติโพธิมนุปฺปตฺโต ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> ឥតសព្វញ្ញមាគតោ ៚ <sup>2</sup>
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> อิติสพฺวญฺ{{ญ}}มาคโต ๛
|-
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">៚</span> ឥតបារមិត្តាតិំសា ៚ <sup>3</sup>
| <span style="display: inline-block; transform: rotate(180deg);">๛</span> อิติปารมิตฺตาติํสา ๛
|}
* <sup>2</sup> คำที่ถูกควรเป็น សព្ពញ្ញ (สพฺพญฺ{{ญ}})
* <sup>3</sup> คำที่ถูกควรเป็น បារមិតា (ปารมิตา)
rbcfmmvjisw0lveo8lxuozryih7sfdv
หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/117
250
89979
291053
290838
2026-06-27T17:59:30Z
B20180
1467
291053
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="B20180" />{{หัวสามก๊ก|1=2|2=93|3=2}}</noinclude>เคืองก็หามิได้ ซึ่งเราจะมาทำการด้วยอ้วนเสี้ยวครั้งนี้ ก็เพราะความซื่อตรงต่อแผ่นดิน แล้วจะคิดแก้แค้นตั๋งโต๊ะซึ่งฆ่าอ้วนหงุยอาว์ท่านเสียนั้นอุตส่าห์ทรมานเอากายเข้าสู้ลูกเกาทัณฑ์แลอาวุธทั้งปวงมิได้คิดชีวิต เราก็ให้บอกมาขอสเบียง เปนไฉนท่านจึงฟังคำคนยุยงมิให้เอาสเบียงไปส่งทหารในกองทัพเราจึงอดหยากอิดโรยกำลังจนเสียทีแก่ข้าศึก แลอ้วนสุดได้ยินดังนั้นก็มีความลอายนัก จึงให้เอาตัวทหารซึ่งยุยงมิให้ส่งสเบียงนั้นมาฆ่าเสียต่อหน้าซุนเกี๋ยน
ฝ่ายม้าใช้อยู่ ณ ค่านซุนเกี๋ยนมาบอกแก่ซุนเกี๋ยนว่า บัดนี้ลิฉุยขี่ม้าออกมาจากค่ายกิสุยก๋วนว่าจะมาหาท่าน ซุนเกี๋ยนได้ฟังก็ลาอ้วนสุดกลับมา ณ ค่าย จึงให้หาลิฉุยเข้ามาถามว่า ท่านมานี้ด้วยกิจธุระสิ่งใด ลิฉุยจึงบอกว่ามหาอุปราชให้เรามา ว่าแต่บันดาหัวเมืองซึ่งคบคิดกันมาทำการทั้งนี้มหาอุปราชจะได้ย่อท้อต่อผู้ใดนั้นหามิได้ คิดจะให้ฆ่าเสียจงสิ้น บัดนี้มีความเมตตาแด่ท่านผู้เดียวจะพลอยตายเสียด้วยเขา ครั้นจะให้ผู้ใดมาเจรจาด้วยประการใด ท่านก็จะเข้าใจว่าให้มาเกลี้ยกล่อม มหาอุปราชจึงให้เรามาห้ามท่าน อย่าให้คบคิดทำการด้วยหัวเมืองทั้งปวง มหาอุปราชจะยกลูกสาวให้ซุนเซ็กผู้บุตรท่าน จะได้เปนไมตรีกันสิบไป
ฝ่ายซุนเกี๋ยนได้ฟังดังนั้นจึงตวาดเอา แล้วว่าตั๋งโต๊ะนั้นเป็นขบถแผ่นดินร้อนทุกเส้นหญ้า เราคิดอ่านกับหัวเมืองทั้งปวงยกมาทำการ หวังจะฆ่าตั๋งโต๊ะเสียให้สิ้นทั้งเจ็ดชั่วโคตร อาณาประชาราษฎรทั้งปวงจะได้อยู่เย็นเปนสุข ซึ่งตั๋งโต๊ะจะเอาลูกสาวมายกให้เปนภรรยาซุนเซ็กผู้บุตรเรา<noinclude></noinclude>
15d58ygtbfh9ml5ohnc0acjqi2d327w
สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง
0
90014
291055
2026-06-27T19:32:43Z
Kamolming
12339
สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง
291055
wikitext
text/x-wiki
จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ สารตราเจ้าพระยาจักรีเรื่องตั้งเมืองหนองสูง
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาถึงเมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ด้วยเจ้าพระยาบดินทร์เดชา บอกเข้าไปกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระอุปฮาตผู้ว่าราชการ ท้าวเพี้ย เมืองมุกดาหาร พาตัวท้าวราชอาตเมืองคำอ้อ เพี้ยสุวรรณโคตรเมืองวัง ลงไป ณ เมืองพนมเปญพระอุปฮาตแจ้งข่าว เจ้าพระยาบดินทร์เดชาว่า พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวอุปคุต ท้าวสุวรรณเมืองวัง เพี้ยเมืองแสนเมืองวัง พาครอบครัวสามิภักดิ์ ได้ให้ครอบครัวตั้งอยู่ที่หนองสูง ดงบังอี่ แขวงมุกดาหาร เป็นคนเมืองคำอ้อ ท้าวสีหนาม 1 ท้าวเพี้ย 32 รวม 33 ฉกรรจ์ 146 ครัว 627 รวม 806 เป็นคนเมืองวัง ท้าวเพี้ย 31 ฉกรรจ์ 174 ครัว 647 รวม 852 รวม 1,658 คน ครัว 2 เมืองนี้สมัครทำราชการกับเมืองมุกดาหาร ท้าวอุปฮาต ท้าวเพี้ย จะขอรับราชทานที่หนองสูง ดงบังอี่ ตั้งเป็นเมืองขึ้น ให้ท้าวสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง รวบรวมครอบครัว บ่าวไพร่ ตั้งบ้านเรือน ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร และพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อนั้น พระมหาสงคราม เจ้าอุปราชเวียงจันทน์ พาลงไปเฝ้าทูลละอองฯ แจ้งราชการ ณ กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานได้ตั้งน้ำพระพิพัฒน์สัตยาให้พระสีหนาม ท้าวเพี้ยเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง กระทำสัตยานุสัตย์รับพระราชทาน น้ำพระพิพัฒน์สัจจาตามอย่างธรรมเนียมแล้ว ได้นำเอาหนังสือ บอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชา กราบบังคมทูลพระกรุณา พาพระอุปฮาต ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง เข้าเฝ้าทูลละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองฯ แล้ว จึงทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า เมืองคำอ้อ เมืองวัง พลเมืองฟากของตะวันออก เหล่านี้ก็เป็นข้าขัณฑเสมา กรุงเทพมหานครแต่เดิม พากันไปพึ่งอ้ายญวน เมื่อครั้งเจ้าอนุเวียงจันทน์ เป็นกบฏขัดแข็งบ้านเมือง จึงโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพยกทัพไปทำลายบ้านเมืองให้ยับเยิน หัวเมืองลาวฟากตะวันออกที่รู้ผิดโทษตัวหมายจะเอาอ้ายญวนเป็นที่พึ่งมิได้ พาครอบครัวสามิภักดิ์ข้ามมาขออยู่กับหัวเมืองฟากของข้างนี้ ก็ได้มีสารตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปเถิง เจ้าเมือง อุปฮาต ท้าวเพี้ยแต่ก่อนว่าถ้านายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาว ฟากของตะวันออกสามิภักดิ์ พาครอบครัวข้ามโดยดี จะสมัครอยู่กับเมืองใด ก็โปรดเกล้าฯ ให้อยู่ทำราชการด้วย เจ้าเมือง ท้าวเพี้ย ตามใจสมัคร หากมีครอบครัวบ่าวไพร่ข้ามมา สมควรจะตั้งเป็นเมืองได้ จะโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นเมือง ทำราชการขึ้นกับเมืองใหม่จะได้เป็นภูมิฐานบ้านเมือง ทำมาหากินอยู่เป็นสุข โดยทรงพระมหากรุณาเมตตา จะทรงสงเคราะห์ กับนายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาวเหล่านี้ ไม่ให้มีความเดือดร้อนต่อไป ซึ่งพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เมืองแสน ท้าวอุปคุต ท้าวเพี้ยเมืองวังพาครอบครัวมาเป็นคนเมืองคำอ้อ 806 เมืองวัง 852 รวม 1,658 คน พระอุปฮาตบุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ได้จัดแจงให้ท้าวเพี้ยนายไพร่ ครอบครัว ตั้งอยู่หนองสูง ดงบังอี่ ครอบครัว 2 เมืองนี้ สมัครอยู่กับเมืองมุกดาหาร ครอบครัวก็สมควรพอจะตั้งเป็นเมืองได้ แลบ้านหนองสูง ดงบังอี่ พระอุปฮาตได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ที่ทางเป็นภูมิฐานไร่นาดีอยู่แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านหนองสูงขึ้นเป็นเมือง พระราชทานชื่อเป็นเมืองหนองสูง ให้พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เป็นเจ้าเมือง เพี้ยเมืองแสน เมืองวังเป็นที่อุปฮาต ท้าวราชอาต น้องพระสีหนาม เป็นที่ราชวงศ์ ท้าวอุปคุต เมืองวัง เป็นที่ราชบุตร ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทาน พระสีหนาม เจ้าเมืองคำอ้อ (เจ้าเมืองหนองสูง) สัปทนแพร คัน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ถาดหมากเงิน คณโฑเงิน สำรับ 1 เงินตรา +1 เสื้อเข้มขาบก้านแย่ง 1 ผ้าดำปักทองมีซับใน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 เพี้ยเมืองแสน เมืองวัง (อุปฮาต) ผ้าโพกขลิบ 1 เงินตรา 15+ เสื้อเข้มขาบดอกถี่ 1 ผ้าดำปักไหม 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ท้าวราชอาต (น้องพระสีหนาม) (ราชวงศ์) ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 เงินตรา 10+ เสื้อเข้มดอกเสทิน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ท้าวอุปคุต (เมืองวัง) (ราชบุตร) เสื้ออัตคัตดอกลาย 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าลายวิลาศ 1 เงินตรา 7+ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ตั้ง ท้าวสีหนาม เป็นพระไกรสรราช เจ้าเมืองเมืองหนองสูง เพี้ยเมืองแสนเมืองวังเป็นที่อุปฮาตเมืองหนองสูง ท้าวราชอาตเป็นที่ท้าวราชวงศ์เมืองหนองสูง ท้าวอุปคุตเป็นที่ท้าวราชบุตรเมืองหนองสูง ขึ้นมารักษาบ้านเมือง คุ้มครองบ่าวไพร่ครอบครัว ทำราชการ ฉลองพระเดช ฉลองคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหาร ตามธรรมเนียมหัวเมืองน้อย ขึ้นกับเมืองใหญ่ และให้พระอุปฮาตผู้เป็นที่พระจันทร์สุริยวงษ์บังคับให้ พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ จัดแจง ตั้งแต่ท้าวเพี้ยขึ้นให้ครบตำแหน่งตามธรรมเนียมหัวเมืองลาว จะได้ช่วยกันทำราชการ รักษาบ้านเมือง ทำนุ บำรุง ครอบครัวบ่าวไพร่ให้อยู่เย็นเป็นสุข และพระไกรสรราช เจ้าเมือง ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระจันทรสุริยวงษ์ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร เมืองมุกดาหาร ซึ่ง เป็นเมืองใหญ่ ให้ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระไกรสรราช เจ้าเมือง แต่โดยชอบด้วยราชการ ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร์ บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง มีน้ำใจจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ทำราชการฉลองพระเดช พระคุณ โดยใจสุจริต
พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร และบุตรหลานท้าวเพี้ย มีน้ำใจ เลื่อมใสในกองการกุศล สร้างวัดวาอาราม ขึ้นไว้สำหรับในบ้านเมือง ทำนุ บำรุง พระสงฆ์ สามเณร ให้ปรนนิบัติ เล่าเรียนฝ่ายคันถะธุระ วิปัสสนาธุระ พระพุทธศาสนาจะได้ถาวรรุ่งเรือง จะได้เป็นที่ไหว้ ที่กราบบูชา และทำบุญให้ทานเป็นกองการกุศล และเป็นที่พึ่งไปภายหน้า
ประการหนึ่ง ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร กำชับ กำชา ไพร่บ้าน พลเมืองอย่าให้คบหาพากันกระทำโจรกรรม ฉกชิง คุมเหงราษฎร ลูกค้าพาณิชย์ ให้ได้ความยากแค้นเดือนร้อน แลให้ดูแลเอาใจใส่ไพร่พลเมืองให้ทำมาหากินให้อยู่เย็นเป็นสุข
ประการหนึ่ง เป็นอย่างธรรมเนียมสืบมาแต่ก่อน ถ้าเถิงเทศกาล พระราชพิธีตรุษ พระราชพิธีสารท จะได้รับพระราชทานถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจา แลบ้านเมืองหนองสูง เป็นเมืองขึ้นเมืองมุกดาหาร เถิงเทศกาลถือน้ำก็ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ย กรรมการเมืองหนองสูง ไปพร้อมด้วย พระจันทร์สุริยวงษ์ พระอุปฮาต ราชวงษ์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ที่วัดวาอารามจำเพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าบ่ายหน้าต่อกรุงเทพมหานคร กราบถวายบังคมกระทำสัตยานุสัตย์ ถวายต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว รับพระราชทานน้ำพิพัฒน์สัจจาปีละสองครั้ง ตามอย่างธรรมเนียม เสมอจงทุกปีสืบไป
เพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่ท้าวอุปฮาต ท้าวอุปคุตผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร หาได้ลงไปเผ้าทูล ละอองฯ ณ กรุงเทพมหานครไม่ โปรดเกล้าฯ ให้มอบเงินตรากับเสื้อผ้าเครื่องยศสำหรับที่ท้าวอุปฮาต ท้าวราชบุตร ให้พระจันทร์สุริยวงษ์ เจ้าเมืองมุกดาหาร คุมขึ้นมาพระราชทานให้กับเพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่อุปฮาต ท้าวอุปคุต ผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร รับพระราชทานทำราชการ ฉลองพระเดช พระคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหารตามท้องตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นมานั้น อย่าให้เสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นอันขาด
หนังสือมา ณ วัน 6 11 ฯ 8 8 ค่ำ ปีมะโรง ฉศก.<ref>จดหมายเหตุ ร. 3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ '''สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง'''</ref>
</blockquote>
6doo6mptcfa4reyi2shb0lmz3nz17sk
291057
291055
2026-06-27T19:34:51Z
Kamolming
12339
291057
wikitext
text/x-wiki
จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ สารตราเจ้าพระยาจักรีเรื่องตั้งเมืองหนองสูง
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาถึงเมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ด้วยเจ้าพระยาบดินทร์เดชา บอกเข้าไปกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระอุปฮาตผู้ว่าราชการ ท้าวเพี้ย เมืองมุกดาหาร พาตัวท้าวราชอาตเมืองคำอ้อ เพี้ยสุวรรณโคตรเมืองวัง ลงไป ณ เมืองพนมเปญพระอุปฮาตแจ้งข่าว เจ้าพระยาบดินทร์เดชาว่า พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวอุปคุต ท้าวสุวรรณเมืองวัง เพี้ยเมืองแสนเมืองวัง พาครอบครัวสามิภักดิ์ ได้ให้ครอบครัวตั้งอยู่ที่หนองสูง ดงบังอี่ แขวงมุกดาหาร เป็นคนเมืองคำอ้อ ท้าวสีหนาม 1 ท้าวเพี้ย 32 รวม 33 ฉกรรจ์ 146 ครัว 627 รวม 806 เป็นคนเมืองวัง ท้าวเพี้ย 31 ฉกรรจ์ 174 ครัว 647 รวม 852 รวม 1,658 คน ครัว 2 เมืองนี้สมัครทำราชการกับเมืองมุกดาหาร ท้าวอุปฮาต ท้าวเพี้ย จะขอรับราชทานที่หนองสูง ดงบังอี่ ตั้งเป็นเมืองขึ้น ให้ท้าวสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง รวบรวมครอบครัว บ่าวไพร่ ตั้งบ้านเรือน ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร และพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อนั้น พระมหาสงคราม เจ้าอุปราชเวียงจันทน์ พาลงไปเฝ้าทูลละอองฯ แจ้งราชการ ณ กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานได้ตั้งน้ำพระพิพัฒน์สัตยาให้พระสีหนาม ท้าวเพี้ยเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง กระทำสัตยานุสัตย์รับพระราชทาน น้ำพระพิพัฒน์สัจจาตามอย่างธรรมเนียมแล้ว ได้นำเอาหนังสือ บอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชา กราบบังคมทูลพระกรุณา พาพระอุปฮาต ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง เข้าเฝ้าทูลละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองฯ แล้ว จึงทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า เมืองคำอ้อ เมืองวัง พลเมืองฟากของตะวันออก เหล่านี้ก็เป็นข้าขัณฑเสมา กรุงเทพมหานครแต่เดิม พากันไปพึ่งอ้ายญวน เมื่อครั้งเจ้าอนุเวียงจันทน์ เป็นกบฏขัดแข็งบ้านเมือง จึงโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพยกทัพไปทำลายบ้านเมืองให้ยับเยิน หัวเมืองลาวฟากตะวันออกที่รู้ผิดโทษตัวหมายจะเอาอ้ายญวนเป็นที่พึ่งมิได้ พาครอบครัวสามิภักดิ์ข้ามมาขออยู่กับหัวเมืองฟากของข้างนี้ ก็ได้มีสารตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปเถิง เจ้าเมือง อุปฮาต ท้าวเพี้ยแต่ก่อนว่าถ้านายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาว ฟากของตะวันออกสามิภักดิ์ พาครอบครัวข้ามโดยดี จะสมัครอยู่กับเมืองใด ก็โปรดเกล้าฯ ให้อยู่ทำราชการด้วย เจ้าเมือง ท้าวเพี้ย ตามใจสมัคร หากมีครอบครัวบ่าวไพร่ข้ามมา สมควรจะตั้งเป็นเมืองได้ จะโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นเมือง ทำราชการขึ้นกับเมืองใหม่จะได้เป็นภูมิฐานบ้านเมือง ทำมาหากินอยู่เป็นสุข โดยทรงพระมหากรุณาเมตตา จะทรงสงเคราะห์ กับนายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาวเหล่านี้ ไม่ให้มีความเดือดร้อนต่อไป ซึ่งพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เมืองแสน ท้าวอุปคุต ท้าวเพี้ยเมืองวังพาครอบครัวมาเป็นคนเมืองคำอ้อ 806 เมืองวัง 852 รวม 1,658 คน พระอุปฮาตบุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ได้จัดแจงให้ท้าวเพี้ยนายไพร่ ครอบครัว ตั้งอยู่หนองสูง ดงบังอี่ ครอบครัว 2 เมืองนี้ สมัครอยู่กับเมืองมุกดาหาร ครอบครัวก็สมควรพอจะตั้งเป็นเมืองได้ แลบ้านหนองสูง ดงบังอี่ พระอุปฮาตได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ที่ทางเป็นภูมิฐานไร่นาดีอยู่แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านหนองสูงขึ้นเป็นเมือง พระราชทานชื่อเป็นเมืองหนองสูง ให้พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เป็นเจ้าเมือง เพี้ยเมืองแสน เมืองวังเป็นที่อุปฮาต ท้าวราชอาต น้องพระสีหนาม เป็นที่ราชวงศ์ ท้าวอุปคุต เมืองวัง เป็นที่ราชบุตร ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทาน พระสีหนาม เจ้าเมืองคำอ้อ (เจ้าเมืองหนองสูง) สัปทนแพร คัน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ถาดหมากเงิน คณโฑเงิน สำรับ 1 เงินตรา +1 เสื้อเข้มขาบก้านแย่ง 1 ผ้าดำปักทองมีซับใน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 เพี้ยเมืองแสน เมืองวัง (อุปฮาต) ผ้าโพกขลิบ 1 เงินตรา 15+ เสื้อเข้มขาบดอกถี่ 1 ผ้าดำปักไหม 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ท้าวราชอาต (น้องพระสีหนาม) (ราชวงศ์) ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 เงินตรา 10+ เสื้อเข้มดอกเสทิน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ท้าวอุปคุต (เมืองวัง) (ราชบุตร) เสื้ออัตคัตดอกลาย 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าลายวิลาศ 1 เงินตรา 7+ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ตั้ง ท้าวสีหนาม เป็นพระไกรสรราช เจ้าเมืองเมืองหนองสูง เพี้ยเมืองแสนเมืองวังเป็นที่อุปฮาตเมืองหนองสูง ท้าวราชอาตเป็นที่ท้าวราชวงศ์เมืองหนองสูง ท้าวอุปคุตเป็นที่ท้าวราชบุตรเมืองหนองสูง ขึ้นมารักษาบ้านเมือง คุ้มครองบ่าวไพร่ครอบครัว ทำราชการ ฉลองพระเดช ฉลองคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหาร ตามธรรมเนียมหัวเมืองน้อย ขึ้นกับเมืองใหญ่ และให้พระอุปฮาตผู้เป็นที่พระจันทร์สุริยวงษ์บังคับให้ พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ จัดแจง ตั้งแต่ท้าวเพี้ยขึ้นให้ครบตำแหน่งตามธรรมเนียมหัวเมืองลาว จะได้ช่วยกันทำราชการ รักษาบ้านเมือง ทำนุ บำรุง ครอบครัวบ่าวไพร่ให้อยู่เย็นเป็นสุข และพระไกรสรราช เจ้าเมือง ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระจันทรสุริยวงษ์ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร เมืองมุกดาหาร ซึ่ง เป็นเมืองใหญ่ ให้ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระไกรสรราช เจ้าเมือง แต่โดยชอบด้วยราชการ ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร์ บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง มีน้ำใจจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ทำราชการฉลองพระเดช พระคุณ โดยใจสุจริต
พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร และบุตรหลานท้าวเพี้ย มีน้ำใจ เลื่อมใสในกองการกุศล สร้างวัดวาอาราม ขึ้นไว้สำหรับในบ้านเมือง ทำนุ บำรุง พระสงฆ์ สามเณร ให้ปรนนิบัติ เล่าเรียนฝ่ายคันถะธุระ วิปัสสนาธุระ พระพุทธศาสนาจะได้ถาวรรุ่งเรือง จะได้เป็นที่ไหว้ ที่กราบบูชา และทำบุญให้ทานเป็นกองการกุศล และเป็นที่พึ่งไปภายหน้า
ประการหนึ่ง ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร กำชับ กำชา ไพร่บ้าน พลเมืองอย่าให้คบหาพากันกระทำโจรกรรม ฉกชิง คุมเหงราษฎร ลูกค้าพาณิชย์ ให้ได้ความยากแค้นเดือนร้อน แลให้ดูแลเอาใจใส่ไพร่พลเมืองให้ทำมาหากินให้อยู่เย็นเป็นสุข
ประการหนึ่ง เป็นอย่างธรรมเนียมสืบมาแต่ก่อน ถ้าเถิงเทศกาล พระราชพิธีตรุษ พระราชพิธีสารท จะได้รับพระราชทานถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจา แลบ้านเมืองหนองสูง เป็นเมืองขึ้นเมืองมุกดาหาร เถิงเทศกาลถือน้ำก็ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ย กรรมการเมืองหนองสูง ไปพร้อมด้วย พระจันทร์สุริยวงษ์ พระอุปฮาต ราชวงษ์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ที่วัดวาอารามจำเพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าบ่ายหน้าต่อกรุงเทพมหานคร กราบถวายบังคมกระทำสัตยานุสัตย์ ถวายต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว รับพระราชทานน้ำพิพัฒน์สัจจาปีละสองครั้ง ตามอย่างธรรมเนียม เสมอจงทุกปีสืบไป
เพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่ท้าวอุปฮาต ท้าวอุปคุตผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร หาได้ลงไปเผ้าทูล ละอองฯ ณ กรุงเทพมหานครไม่ โปรดเกล้าฯ ให้มอบเงินตรากับเสื้อผ้าเครื่องยศสำหรับที่ท้าวอุปฮาต ท้าวราชบุตร ให้พระจันทร์สุริยวงษ์ เจ้าเมืองมุกดาหาร คุมขึ้นมาพระราชทานให้กับเพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่อุปฮาต ท้าวอุปคุต ผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร รับพระราชทานทำราชการ ฉลองพระเดช พระคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหารตามท้องตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นมานั้น อย่าให้เสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นอันขาด
หนังสือมา ณ วัน 6 11 ฯ 8 8 ค่ำ ปีมะโรง ฉศก.<ref>จดหมายเหตุ ร. 3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ '''สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง'''</ref>
</blockquote>
{{ลมท}}
a1tqqzhsqa582nfjh0y529vosz8v1rv
291058
291057
2026-06-27T23:18:29Z
~2026-37113-06
12381
จัดหมวดหมู่
291058
wikitext
text/x-wiki
{{หัวเรื่อง
| ชื่อเรื่อง = {{pn|สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง}}
| ปี = 2387
| ผู้สร้างสรรค์ =
| บรรณาธิการ =
| ผู้เผยแพร่ =
| ที่มา = จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ
| คำอธิบาย =
| ก่อนหน้า =
| ถัดไป =
| หมายเหตุ =
}}
{{ข|{{fs|140%|{{พญ|หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ}}}}}}
{{ก|{{fs|120%|ถึง เมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร}}}}
ด้วยเจ้าพระยาบดินทร์เดชา บอกเข้าไปกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระอุปฮาตผู้ว่าราชการ ท้าวเพี้ย เมืองมุกดาหาร พาตัวท้าวราชอาตเมืองคำอ้อ เพี้ยสุวรรณโคตรเมืองวัง ลงไป ณ เมืองพนมเปญ พระอุปฮาตแจ้งข่าว เจ้าพระยาบดินทร์เดชาว่า พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวอุปคุต ท้าวสุวรรณเมืองวัง เพี้ยเมืองแสนเมืองวัง พาครอบครัวสามิภักดิ์ ได้ให้ครอบครัวตั้งอยู่ที่หนองสูง ดงบังอี่ แขวงมุกดาหาร เป็นคนเมืองคำอ้อ ท้าวสีหนาม 1 ท้าวเพี้ย 32 รวม 33 ฉกรรจ์ 146 ครัว 627 รวม 806 เป็นคนเมืองวัง ท้าวเพี้ย 31 ฉกรรจ์ 174 ครัว 647 รวม 852 รวม 1,658 คน ครัว 2 เมืองนี้สมัครทำราชการกับเมืองมุกดาหาร ท้าวอุปฮาต ท้าวเพี้ย จะขอรับราชทานที่หนองสูง ดงบังอี่ ตั้งเป็นเมืองขึ้น ให้ท้าวสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง รวบรวมครอบครัว บ่าวไพร่ ตั้งบ้านเรือน ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร และพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อนั้น พระมหาสงคราม เจ้าอุปราชเวียงจันทน์ พาลงไปเฝ้าทูลละอองฯ แจ้งราชการ ณ กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานได้ตั้งน้ำพระพิพัฒน์สัตยาให้พระสีหนาม ท้าวเพี้ยเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง กระทำสัตยานุสัตย์รับพระราชทาน น้ำพระพิพัฒน์สัจจาตามอย่างธรรมเนียมแล้ว ได้นำเอาหนังสือ บอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชา กราบบังคมทูลพระกรุณา พาพระอุปฮาต ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง เข้าเฝ้าทูลละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองฯ แล้ว
จึงทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า เมืองคำอ้อ เมืองวัง พลเมืองฟากของตะวันออก เหล่านี้ก็เป็นข้าขัณฑเสมา กรุงเทพมหานครแต่เดิม พากันไปพึ่งอ้ายญวน เมื่อครั้งเจ้าอนุเวียงจันทน์ เป็นกบฏขัดแข็งบ้านเมือง จึงโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพยกทัพไปทำลายบ้านเมืองให้ยับเยิน หัวเมืองลาวฟากตะวันออกที่รู้ผิดโทษตัวหมายจะเอาอ้ายญวนเป็นที่พึ่งมิได้ พาครอบครัวสามิภักดิ์ข้ามมาขออยู่กับหัวเมืองฟากของข้างนี้ ก็ได้มีสารตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปเถิง เจ้าเมือง อุปฮาต ท้าวเพี้ยแต่ก่อนว่าถ้านายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาว ฟากของตะวันออกสามิภักดิ์ พาครอบครัวข้ามโดยดี จะสมัครอยู่กับเมืองใด ก็โปรดเกล้าฯ ให้อยู่ทำราชการด้วย เจ้าเมือง ท้าวเพี้ย ตามใจสมัคร หากมีครอบครัวบ่าวไพร่ข้ามมา สมควรจะตั้งเป็นเมืองได้ จะโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นเมือง ทำราชการขึ้นกับเมืองใหม่จะได้เป็นภูมิฐานบ้านเมือง ทำมาหากินอยู่เป็นสุข โดยทรงพระมหากรุณาเมตตา จะทรงสงเคราะห์ กับนายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาวเหล่านี้ ไม่ให้มีความเดือดร้อนต่อไป
ซึ่งพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เมืองแสน ท้าวอุปคุต ท้าวเพี้ยเมืองวังพาครอบครัวมาเป็นคนเมืองคำอ้อ 806 เมืองวัง 852 รวม 1,658 คน พระอุปฮาตบุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ได้จัดแจงให้ท้าวเพี้ยนายไพร่ ครอบครัว ตั้งอยู่หนองสูง ดงบังอี่ ครอบครัว 2 เมืองนี้ สมัครอยู่กับเมืองมุกดาหาร ครอบครัวก็สมควรพอจะตั้งเป็นเมืองได้ แลบ้านหนองสูง ดงบังอี่ พระอุปฮาตได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ที่ทางเป็นภูมิฐานไร่นาดีอยู่แล้ว
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านหนองสูงขึ้นเป็นเมือง พระราชทานชื่อเป็นเมืองหนองสูง ให้พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เป็นเจ้าเมือง เพี้ยเมืองแสน เมืองวังเป็นที่อุปฮาต ท้าวราชอาต น้องพระสีหนาม เป็นที่ราชวงศ์ ท้าวอุปคุต เมืองวัง เป็นที่ราชบุตร ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร
จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทาน
* พระสีหนาม เจ้าเมืองคำอ้อ (เจ้าเมืองหนองสูง) สัปทนแพร คัน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ถาดหมากเงิน คณโฑเงิน สำรับ 1 เงินตรา +1 เสื้อเข้มขาบก้านแย่ง 1 ผ้าดำปักทองมีซับใน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1
* เพี้ยเมืองแสน เมืองวัง (อุปฮาต) ผ้าโพกขลิบ 1 เงินตรา 15+ เสื้อเข้มขาบดอกถี่ 1 ผ้าดำปักไหม 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1
* ท้าวราชอาต (น้องพระสีหนาม) (ราชวงศ์) ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 เงินตรา 10+ เสื้อเข้มดอกเสทิน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1
* ท้าวอุปคุต (เมืองวัง) (ราชบุตร) เสื้ออัตคัตดอกลาย 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าลายวิลาศ 1 เงินตรา 7+
แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ตั้ง ท้าวสีหนาม เป็นพระไกรสรราช เจ้าเมืองเมืองหนองสูง เพี้ยเมืองแสนเมืองวังเป็นที่อุปฮาตเมืองหนองสูง ท้าวราชอาตเป็นที่ท้าวราชวงศ์เมืองหนองสูง ท้าวอุปคุตเป็นที่ท้าวราชบุตรเมืองหนองสูง ขึ้นมารักษาบ้านเมือง คุ้มครองบ่าวไพร่ครอบครัว ทำราชการ ฉลองพระเดช ฉลองคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหาร ตามธรรมเนียมหัวเมืองน้อย ขึ้นกับเมืองใหญ่ และให้พระอุปฮาตผู้เป็นที่พระจันทร์สุริยวงษ์บังคับให้ พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ จัดแจง ตั้งแต่ท้าวเพี้ยขึ้นให้ครบตำแหน่งตามธรรมเนียมหัวเมืองลาว จะได้ช่วยกันทำราชการ รักษาบ้านเมือง ทำนุ บำรุง ครอบครัวบ่าวไพร่ให้อยู่เย็นเป็นสุข และพระไกรสรราช เจ้าเมือง ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระจันทรสุริยวงษ์ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร เมืองมุกดาหาร ซึ่ง เป็นเมืองใหญ่ ให้ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระไกรสรราช เจ้าเมือง แต่โดยชอบด้วยราชการ
ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร์ บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง มีน้ำใจจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ทำราชการฉลองพระเดช พระคุณ โดยใจสุจริต
พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร และบุตรหลานท้าวเพี้ย มีน้ำใจ เลื่อมใสในกองการกุศล สร้างวัดวาอาราม ขึ้นไว้สำหรับในบ้านเมือง ทำนุ บำรุง พระสงฆ์ สามเณร ให้ปรนนิบัติ เล่าเรียนฝ่ายคันถะธุระ วิปัสสนาธุระ พระพุทธศาสนาจะได้ถาวรรุ่งเรือง จะได้เป็นที่ไหว้ ที่กราบบูชา และทำบุญให้ทานเป็นกองการกุศล และเป็นที่พึ่งไปภายหน้า
ประการหนึ่ง ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร กำชับ กำชา ไพร่บ้าน พลเมืองอย่าให้คบหาพากันกระทำโจรกรรม ฉกชิง คุมเหงราษฎร ลูกค้าพาณิชย์ ให้ได้ความยากแค้นเดือนร้อน แลให้ดูแลเอาใจใส่ไพร่พลเมืองให้ทำมาหากินให้อยู่เย็นเป็นสุข
ประการหนึ่ง เป็นอย่างธรรมเนียมสืบมาแต่ก่อน ถ้าเถิงเทศกาล พระราชพิธีตรุษ พระราชพิธีสารท จะได้รับพระราชทานถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจา แลบ้านเมืองหนองสูง เป็นเมืองขึ้นเมืองมุกดาหาร เถิงเทศกาลถือน้ำก็ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ย กรรมการเมืองหนองสูง ไปพร้อมด้วย พระจันทร์สุริยวงษ์ พระอุปฮาต ราชวงษ์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ที่วัดวาอารามจำเพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าบ่ายหน้าต่อกรุงเทพมหานคร กราบถวายบังคมกระทำสัตยานุสัตย์ ถวายต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว รับพระราชทานน้ำพิพัฒน์สัจจาปีละสองครั้ง ตามอย่างธรรมเนียม เสมอจงทุกปีสืบไป
เพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่ท้าวอุปฮาต ท้าวอุปคุตผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร หาได้ลงไปเผ้าทูล ละอองฯ ณ กรุงเทพมหานครไม่ โปรดเกล้าฯ ให้มอบเงินตรากับเสื้อผ้าเครื่องยศสำหรับที่ท้าวอุปฮาต ท้าวราชบุตร ให้พระจันทร์สุริยวงษ์ เจ้าเมืองมุกดาหาร คุมขึ้นมาพระราชทานให้กับเพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่อุปฮาต ท้าวอุปคุต ผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร รับพระราชทานทำราชการ ฉลองพระเดช พระคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหารตามท้องตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นมานั้น อย่าให้เสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นอันขาด
{{ก|หนังสือมา ณ วัน 6 11 ฯ 8 8 ค่ำ ปีมะโรง ฉศก.<ref>จดหมายเหตุ ร. 3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ '''สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง'''</ref>}}
{{l|1536px|{{ปกหลัง}}}}
== บรรณานุกรม ==
* จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ. เรื่อง สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง.
{{ลิขสิทธิ์เกิน 50 ปี|2387}}
[[หมวดหมู่:จดหมายเหตุ รัชกาลที่ 3]]
[[หมวดหมู่:เอกสาร พ.ศ. 2387]]
[[หมวดหมู่:เมืองหนองสูง]]
[[หมวดหมู่:จังหวัดมุกดาหารในเอกสารประวัติศาสตร์]]
sox6n284vkntrs5lzohhlaoms2sb4d1
291059
291058
2026-06-27T23:21:57Z
~2026-37113-06
12381
291059
wikitext
text/x-wiki
{{{หัวเรื่อง
| ชื่อเรื่อง = สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง
| ปี = 2387
| ผู้สร้างสรรค์ =
| บรรณาธิการ =
| ผู้เผยแพร่ =
| ที่มา = จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ
| คำอธิบาย =
| ก่อนหน้า =
| ถัดไป =
| หมายเหตุ =
}}
{{center|{{fs|140%|'''หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ'''}}}}
{{center|{{fs|120%|'''ถึง เมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร'''}}}}
<br />
ด้วยเจ้าพระยาบดินทร์เดชา บอกเข้าไปกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระอุปฮาตผู้ว่าราชการ ท้าวเพี้ย เมืองมุกดาหาร พาตัวท้าวราชอาตเมืองคำอ้อ เพี้ยสุวรรณโคตรเมืองวัง ลงไป ณ เมืองพนมเปญ พระอุปฮาตแจ้งข่าว เจ้าพระยาบดินทร์เดชาว่า พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวอุปคุต ท้าวสุวรรณเมืองวัง เพี้ยเมืองแสนเมืองวัง พาครอบครัวสามิภักดิ์ ได้ให้ครอบครัวตั้งอยู่ที่หนองสูง ดงบังอี่ แขวงมุกดาหาร เป็นคนเมืองคำอ้อ ท้าวสีหนาม 1 ท้าวเพี้ย 32 รวม 33 ฉกรรจ์ 146 ครัว 627 รวม 806 เป็นคนเมืองวัง ท้าวเพี้ย 31 ฉกรรจ์ 174 ครัว 647 รวม 852 รวม 1,658 คน ครัว 2 เมืองนี้สมัครทำราชการกับเมืองมุกดาหาร ท้าวอุปฮาต ท้าวเพี้ย จะขอรับราชทานที่หนองสูง ดงบังอี่ ตั้งเป็นเมืองขึ้น ให้ท้าวสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง รวบรวมครอบครัว บ่าวไพร่ ตั้งบ้านเรือน ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร และพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อนั้น พระมหาสงคราม เจ้าอุปราชเวียงจันทน์ พาลงไปเฝ้าทูลละอองฯ แจ้งราชการ ณ กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานได้ตั้งน้ำพระพิพัฒน์สัตยาให้พระสีหนาม ท้าวเพี้ยเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง กระทำสัตยานุสัตย์รับพระราชทาน น้ำพระพิพัฒน์สัจจาตามอย่างธรรมเนียมแล้ว ได้นำเอาหนังสือ บอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชา กราบบังคมทูลพระกรุณา พาพระอุปฮาต ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง เข้าเฝ้าทูลละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองฯ แล้ว
จึงทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า เมืองคำอ้อ เมืองวัง พลเมืองฟากของตะวันออก เหล่านี้ก็เป็นข้าขัณฑเสมา กรุงเทพมหานครแต่เดิม พากันไปพึ่งอ้ายญวน เมื่อครั้งเจ้าอนุเวียงจันทน์ เป็นกบฏขัดแข็งบ้านเมือง จึงโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพยกทัพไปทำลายบ้านเมืองให้ยับเยิน หัวเมืองลาวฟากตะวันออกที่รู้ผิดโทษตัวหมายจะเอาอ้ายญวนเป็นที่พึ่งมิได้ พาครอบครัวสามิภักดิ์ข้ามมาขออยู่กับหัวเมืองฟากของข้างนี้ ก็ได้มีสารตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปเถิง เจ้าเมือง อุปฮาต ท้าวเพี้ยแต่ก่อนว่าถ้านายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาว ฟากของตะวันออกสามิภักดิ์ พาครอบครัวข้ามโดยดี จะสมัครอยู่กับเมืองใด ก็โปรดเกล้าฯ ให้อยู่ทำราชการด้วย เจ้าเมือง ท้าวเพี้ย ตามใจสมัคร หากมีครอบครัวบ่าวไพร่ข้ามมา สมควรจะตั้งเป็นเมืองได้ จะโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นเมือง ทำราชการขึ้นกับเมืองใหม่จะได้เป็นภูมิฐานบ้านเมือง ทำมาหากินอยู่เป็นสุข โดยทรงพระมหากรุณาเมตตา จะทรงสงเคราะห์ กับนายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาวเหล่านี้ ไม่ให้มีความเดือดร้อนต่อไป
ซึ่งพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เมืองแสน ท้าวอุปคุต ท้าวเพี้ยเมืองวังพาครอบครัวมาเป็นคนเมืองคำอ้อ 806 เมืองวัง 852 รวม 1,658 คน พระอุปฮาตบุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ได้จัดแจงให้ท้าวเพี้ยนายไพร่ ครอบครัว ตั้งอยู่หนองสูง ดงบังอี่ ครอบครัว 2 เมืองนี้ สมัครอยู่กับเมืองมุกดาหาร ครอบครัวก็สมควรพอจะตั้งเป็นเมืองได้ แลบ้านหนองสูง ดงบังอี่ พระอุปฮาตได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ที่ทางเป็นภูมิฐานไร่นาดีอยู่แล้ว
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านหนองสูงขึ้นเป็นเมือง พระราชทานชื่อเป็นเมืองหนองสูง ให้พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เป็นเจ้าเมือง เพี้ยเมืองแสน เมืองวังเป็นที่อุปฮาต ท้าวราชอาต น้องพระสีหนาม เป็นที่ราชวงศ์ ท้าวอุปคุต เมืองวัง เป็นที่ราชบุตร ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร
จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทาน
* พระสีหนาม เจ้าเมืองคำอ้อ (เจ้าเมืองหนองสูง) สัปทนแพร คัน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ถาดหมากเงิน คณโฑเงิน สำรับ 1 เงินตรา +1 เสื้อเข้มขาบก้านแย่ง 1 ผ้าดำปักทองมีซับใน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1
* เพี้ยเมืองแสน เมืองวัง (อุปฮาต) ผ้าโพกขลิบ 1 เงินตรา 15+ เสื้อเข้มขาบดอกถี่ 1 ผ้าดำปักไหม 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1
* ท้าวราชอาต (น้องพระสีหนาม) (ราชวงศ์) ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 เงินตรา 10+ เสื้อเข้มดอกเสทิน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1
* ท้าวอุปคุต (เมืองวัง) (ราชบุตร) เสื้ออัตคัตดอกลาย 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าลายวิลาศ 1 เงินตรา 7+
แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ตั้ง ท้าวสีหนาม เป็นพระไกรสรราช เจ้าเมืองเมืองหนองสูง เพี้ยเมืองแสนเมืองวังเป็นที่อุปฮาตเมืองหนองสูง ท้าวราชอาตเป็นที่ท้าวราชวงศ์เมืองหนองสูง ท้าวอุปคุตเป็นที่ท้าวราชบุตรเมืองหนองสูง ขึ้นมารักษาบ้านเมือง คุ้มครองบ่าวไพร่ครอบครัว ทำราชการ ฉลองพระเดช ฉลองคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหาร ตามธรรมเนียมหัวเมืองน้อย ขึ้นกับเมืองใหญ่ และให้พระอุปฮาตผู้เป็นที่พระจันทร์สุริยวงษ์บังคับให้ พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ จัดแจง ตั้งแต่ท้าวเพี้ยขึ้นให้ครบตำแหน่งตามธรรมเนียมหัวเมืองลาว จะได้ช่วยกันทำราชการ รักษาบ้านเมือง ทำนุ บำรุง ครอบครัวบ่าวไพร่ให้อยู่เย็นเป็นสุข และพระไกรสรราช เจ้าเมือง ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระจันทรสุริยวงษ์ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร เมืองมุกดาหาร ซึ่ง เป็นเมืองใหญ่ ให้ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระไกรสรราช เจ้าเมือง แต่โดยชอบด้วยราชการ
ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร์ บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง มีน้ำใจจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ทำราชการฉลองพระเดช พระคุณ โดยใจสุจริต
พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร และบุตรหลานท้าวเพี้ย มีน้ำใจ เลื่อมใสในกองการกุศล สร้างวัดวาอาราม ขึ้นไว้สำหรับในบ้านเมือง ทำนุ บำรุง พระสงฆ์ สามเณร ให้ปรนนิบัติ เล่าเรียนฝ่ายคันถะธุระ วิปัสสนาธุระ พระพุทธศาสนาจะได้ถาวรรุ่งเรือง จะได้เป็นที่ไหว้ ที่กราบบูชา และทำบุญให้ทานเป็นกองการกุศล และเป็นที่พึ่งไปภายหน้า
ประการหนึ่ง ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร กำชับ กำชา ไพร่บ้าน พลเมืองอย่าให้คบหาพากันกระทำโจรกรรม ฉกชิง คุมเหงราษฎร ลูกค้าพาณิชย์ ให้ได้ความยากแค้นเดือนร้อน แลให้ดูแลเอาใจใส่ไพร่พลเมืองให้ทำมาหากินให้อยู่เย็นเป็นสุข
ประการหนึ่ง เป็นอย่างธรรมเนียมสืบมาแต่ก่อน ถ้าเถิงเทศกาล พระราชพิธีตรุษ พระราชพิธีสารท จะได้รับพระราชทานถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจา แลบ้านเมืองหนองสูง เป็นเมืองขึ้นเมืองมุกดาหาร เถิงเทศกาลถือน้ำก็ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ย กรรมการเมืองหนองสูง ไปพร้อมด้วย พระจันทร์สุริยวงษ์ พระอุปฮาต ราชวงษ์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ที่วัดวาอารามจำเพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าบ่ายหน้าต่อกรุงเทพมหานคร กราบถวายบังคมกระทำสัตยานุสัตย์ ถวายต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว รับพระราชทานน้ำพิพัฒน์สัจจาปีละสองครั้ง ตามอย่างธรรมเนียม เสมอจงทุกปีสืบไป
เพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่ท้าวอุปฮาต ท้าวอุปคุตผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร หาได้ลงไปเผ้าทูล ละอองฯ ณ กรุงเทพมหานครไม่ โปรดเกล้าฯ ให้มอบเงินตรากับเสื้อผ้าเครื่องยศสำหรับที่ท้าวอุปฮาต ท้าวราชบุตร ให้พระจันทร์สุริยวงษ์ เจ้าเมืองมุกดาหาร คุมขึ้นมาพระราชทานให้กับเพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่อุปฮาต ท้าวอุปคุต ผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร รับพระราชทานทำราชการ ฉลองพระเดช พระคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหารตามท้องตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นมานั้น อย่าให้เสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นอันขาด
{{center|หนังสือมา ณ วัน 6 11 ฯ 8 8 ค่ำ ปีมะโรง ฉศก.<ref>จดหมายเหตุ ร. 3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ '''สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง'''</ref>}}
== บรรณานุกรม ==
* จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ. เรื่อง สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง.
{{ลิขสิทธิ์เกิน 50 ปี|2387}}
[[หมวดหมู่:จดหมายเหตุ รัชกาลที่ 3]]
[[หมวดหมู่:เอกสาร พ.ศ. 2387]]
[[หมวดหมู่:เมืองหนองสูง]]
[[หมวดหมู่:จังหวัดมุกดาหารในเอกสารประวัติศาสตร์]]
40c31sztz7c639amwehu8sgkvu5ehlb
291060
291059
2026-06-27T23:24:30Z
~2026-37113-06
12381
291060
wikitext
text/x-wiki
{{{หัวเรื่อง
| ชื่อเรื่อง = สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง
| ปี = 2387
| ผู้สร้างสรรค์ =
| บรรณาธิการ =
| ผู้เผยแพร่ =
| ที่มา = จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ
| คำอธิบาย =
| ก่อนหน้า =
| ถัดไป =
| หมายเหตุ =
}}
{{center|{{fs|140%|'''หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ'''}}}}
{{center|{{fs|120%|'''ถึง เมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร'''}}}}
<br />
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาถึงเมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ด้วยเจ้าพระยาบดินทร์เดชา บอกเข้าไปกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระอุปฮาตผู้ว่าราชการ ท้าวเพี้ย เมืองมุกดาหาร พาตัวท้าวราชอาตเมืองคำอ้อ เพี้ยสุวรรณโคตรเมืองวัง ลงไป ณ เมืองพนมเปญพระอุปฮาตแจ้งข่าว เจ้าพระยาบดินทร์เดชาว่า พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวอุปคุต ท้าวสุวรรณเมืองวัง เพี้ยเมืองแสนเมืองวัง พาครอบครัวสามิภักดิ์ ได้ให้ครอบครัวตั้งอยู่ที่หนองสูง ดงบังอี่ แขวงมุกดาหาร เป็นคนเมืองคำอ้อ ท้าวสีหนาม 1 ท้าวเพี้ย 32 รวม 33 ฉกรรจ์ 146 ครัว 627 รวม 806 เป็นคนเมืองวัง ท้าวเพี้ย 31 ฉกรรจ์ 174 ครัว 647 รวม 852 รวม 1,658 คน ครัว 2 เมืองนี้สมัครทำราชการกับเมืองมุกดาหาร ท้าวอุปฮาต ท้าวเพี้ย จะขอรับราชทานที่หนองสูง ดงบังอี่ ตั้งเป็นเมืองขึ้น ให้ท้าวสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง รวบรวมครอบครัว บ่าวไพร่ ตั้งบ้านเรือน ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร และพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อนั้น พระมหาสงคราม เจ้าอุปราชเวียงจันทน์ พาลงไปเฝ้าทูลละอองฯ แจ้งราชการ ณ กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานได้ตั้งน้ำพระพิพัฒน์สัตยาให้พระสีหนาม ท้าวเพี้ยเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง กระทำสัตยานุสัตย์รับพระราชทาน น้ำพระพิพัฒน์สัจจาตามอย่างธรรมเนียมแล้ว ได้นำเอาหนังสือ บอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชา กราบบังคมทูลพระกรุณา พาพระอุปฮาต ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง เข้าเฝ้าทูลละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองฯ แล้ว จึงทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า เมืองคำอ้อ เมืองวัง พลเมืองฟากของตะวันออก เหล่านี้ก็เป็นข้าขัณฑเสมา กรุงเทพมหานครแต่เดิม พากันไปพึ่งอ้ายญวน เมื่อครั้งเจ้าอนุเวียงจันทน์ เป็นกบฏขัดแข็งบ้านเมือง จึงโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพยกทัพไปทำลายบ้านเมืองให้ยับเยิน หัวเมืองลาวฟากตะวันออกที่รู้ผิดโทษตัวหมายจะเอาอ้ายญวนเป็นที่พึ่งมิได้ พาครอบครัวสามิภักดิ์ข้ามมาขออยู่กับหัวเมืองฟากของข้างนี้ ก็ได้มีสารตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปเถิง เจ้าเมือง อุปฮาต ท้าวเพี้ยแต่ก่อนว่าถ้านายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาว ฟากของตะวันออกสามิภักดิ์ พาครอบครัวข้ามโดยดี จะสมัครอยู่กับเมืองใด ก็โปรดเกล้าฯ ให้อยู่ทำราชการด้วย เจ้าเมือง ท้าวเพี้ย ตามใจสมัคร หากมีครอบครัวบ่าวไพร่ข้ามมา สมควรจะตั้งเป็นเมืองได้ จะโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นเมือง ทำราชการขึ้นกับเมืองใหม่จะได้เป็นภูมิฐานบ้านเมือง ทำมาหากินอยู่เป็นสุข โดยทรงพระมหากรุณาเมตตา จะทรงสงเคราะห์ กับนายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาวเหล่านี้ ไม่ให้มีความเดือดร้อนต่อไป ซึ่งพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เมืองแสน ท้าวอุปคุต ท้าวเพี้ยเมืองวังพาครอบครัวมาเป็นคนเมืองคำอ้อ 806 เมืองวัง 852 รวม 1,658 คน พระอุปฮาตบุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ได้จัดแจงให้ท้าวเพี้ยนายไพร่ ครอบครัว ตั้งอยู่หนองสูง ดงบังอี่ ครอบครัว 2 เมืองนี้ สมัครอยู่กับเมืองมุกดาหาร ครอบครัวก็สมควรพอจะตั้งเป็นเมืองได้ แลบ้านหนองสูง ดงบังอี่ พระอุปฮาตได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ที่ทางเป็นภูมิฐานไร่นาดีอยู่แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านหนองสูงขึ้นเป็นเมือง พระราชทานชื่อเป็นเมืองหนองสูง ให้พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เป็นเจ้าเมือง เพี้ยเมืองแสน เมืองวังเป็นที่อุปฮาต ท้าวราชอาต น้องพระสีหนาม เป็นที่ราชวงศ์ ท้าวอุปคุต เมืองวัง เป็นที่ราชบุตร ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทาน พระสีหนาม เจ้าเมืองคำอ้อ (เจ้าเมืองหนองสูง) สัปทนแพร คัน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ถาดหมากเงิน คณโฑเงิน สำรับ 1 เงินตรา +1 เสื้อเข้มขาบก้านแย่ง 1 ผ้าดำปักทองมีซับใน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 เพี้ยเมืองแสน เมืองวัง (อุปฮาต) ผ้าโพกขลิบ 1 เงินตรา 15+ เสื้อเข้มขาบดอกถี่ 1 ผ้าดำปักไหม 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ท้าวราชอาต (น้องพระสีหนาม) (ราชวงศ์) ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 เงินตรา 10+ เสื้อเข้มดอกเสทิน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ท้าวอุปคุต (เมืองวัง) (ราชบุตร) เสื้ออัตคัตดอกลาย 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าลายวิลาศ 1 เงินตรา 7+ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ตั้ง ท้าวสีหนาม เป็นพระไกรสรราช เจ้าเมืองเมืองหนองสูง เพี้ยเมืองแสนเมืองวังเป็นที่อุปฮาตเมืองหนองสูง ท้าวราชอาตเป็นที่ท้าวราชวงศ์เมืองหนองสูง ท้าวอุปคุตเป็นที่ท้าวราชบุตรเมืองหนองสูง ขึ้นมารักษาบ้านเมือง คุ้มครองบ่าวไพร่ครอบครัว ทำราชการ ฉลองพระเดช ฉลองคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหาร ตามธรรมเนียมหัวเมืองน้อย ขึ้นกับเมืองใหญ่ และให้พระอุปฮาตผู้เป็นที่พระจันทร์สุริยวงษ์บังคับให้ พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ จัดแจง ตั้งแต่ท้าวเพี้ยขึ้นให้ครบตำแหน่งตามธรรมเนียมหัวเมืองลาว จะได้ช่วยกันทำราชการ รักษาบ้านเมือง ทำนุ บำรุง ครอบครัวบ่าวไพร่ให้อยู่เย็นเป็นสุข และพระไกรสรราช เจ้าเมือง ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระจันทรสุริยวงษ์ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร เมืองมุกดาหาร ซึ่ง เป็นเมืองใหญ่ ให้ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระไกรสรราช เจ้าเมือง แต่โดยชอบด้วยราชการ ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร์ บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง มีน้ำใจจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ทำราชการฉลองพระเดช พระคุณ โดยใจสุจริต
พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร และบุตรหลานท้าวเพี้ย มีน้ำใจ เลื่อมใสในกองการกุศล สร้างวัดวาอาราม ขึ้นไว้สำหรับในบ้านเมือง ทำนุ บำรุง พระสงฆ์ สามเณร ให้ปรนนิบัติ เล่าเรียนฝ่ายคันถะธุระ วิปัสสนาธุระ พระพุทธศาสนาจะได้ถาวรรุ่งเรือง จะได้เป็นที่ไหว้ ที่กราบบูชา และทำบุญให้ทานเป็นกองการกุศล และเป็นที่พึ่งไปภายหน้า
ประการหนึ่ง ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร กำชับ กำชา ไพร่บ้าน พลเมืองอย่าให้คบหาพากันกระทำโจรกรรม ฉกชิง คุมเหงราษฎร ลูกค้าพาณิชย์ ให้ได้ความยากแค้นเดือนร้อน แลให้ดูแลเอาใจใส่ไพร่พลเมืองให้ทำมาหากินให้อยู่เย็นเป็นสุข
ประการหนึ่ง เป็นอย่างธรรมเนียมสืบมาแต่ก่อน ถ้าเถิงเทศกาล พระราชพิธีตรุษ พระราชพิธีสารท จะได้รับพระราชทานถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจา แลบ้านเมืองหนองสูง เป็นเมืองขึ้นเมืองมุกดาหาร เถิงเทศกาลถือน้ำก็ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ย กรรมการเมืองหนองสูง ไปพร้อมด้วย พระจันทร์สุริยวงษ์ พระอุปฮาต ราชวงษ์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ที่วัดวาอารามจำเพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าบ่ายหน้าต่อกรุงเทพมหานคร กราบถวายบังคมกระทำสัตยานุสัตย์ ถวายต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว รับพระราชทานน้ำพิพัฒน์สัจจาปีละสองครั้ง ตามอย่างธรรมเนียม เสมอจงทุกปีสืบไป
เพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่ท้าวอุปฮาต ท้าวอุปคุตผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร หาได้ลงไปเผ้าทูล ละอองฯ ณ กรุงเทพมหานครไม่ โปรดเกล้าฯ ให้มอบเงินตรากับเสื้อผ้าเครื่องยศสำหรับที่ท้าวอุปฮาต ท้าวราชบุตร ให้พระจันทร์สุริยวงษ์ เจ้าเมืองมุกดาหาร คุมขึ้นมาพระราชทานให้กับเพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่อุปฮาต ท้าวอุปคุต ผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร รับพระราชทานทำราชการ ฉลองพระเดช พระคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหารตามท้องตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นมานั้น อย่าให้เสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นอันขาด
{{center|หนังสือมา ณ วัน 6 11 ฯ 8 8 ค่ำ ปีมะโรง ฉศก.<ref>จดหมายเหตุ ร. 3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ '''สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง'''</ref>}}
== บรรณานุกรม ==
* จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ. เรื่อง สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง.
[[หมวดหมู่:จดหมายเหตุ รัชกาลที่ 3]]
[[หมวดหมู่:เอกสาร พ.ศ. 2387]]
[[หมวดหมู่:เมืองหนองสูง]]
[[หมวดหมู่:จังหวัดมุกดาหารในเอกสารประวัติศาสตร์]]
5wshlugo8f68c9t5larnxww3kjjvann
291061
291060
2026-06-27T23:26:29Z
~2026-37113-06
12381
291061
wikitext
text/x-wiki
{{{หัวเรื่อง
| ชื่อเรื่อง = สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง
| ปี = 2387
| ผู้สร้างสรรค์ =
| บรรณาธิการ =
| ผู้เผยแพร่ =
| ที่มา = จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ
| คำอธิบาย =
| ก่อนหน้า =
| ถัดไป =
| หมายเหตุ =
}}
{{center|{{fs|140%|'''หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ'''}}}}
{{center|{{fs|120%|'''ถึง เมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร'''}}}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาถึงเมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ด้วยเจ้าพระยาบดินทร์เดชา บอกเข้าไปกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระอุปฮาตผู้ว่าราชการ ท้าวเพี้ย เมืองมุกดาหาร พาตัวท้าวราชอาตเมืองคำอ้อ เพี้ยสุวรรณโคตรเมืองวัง ลงไป ณ เมืองพนมเปญพระอุปฮาตแจ้งข่าว เจ้าพระยาบดินทร์เดชาว่า พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวอุปคุต ท้าวสุวรรณเมืองวัง เพี้ยเมืองแสนเมืองวัง พาครอบครัวสามิภักดิ์ ได้ให้ครอบครัวตั้งอยู่ที่หนองสูง ดงบังอี่ แขวงมุกดาหาร เป็นคนเมืองคำอ้อ ท้าวสีหนาม 1 ท้าวเพี้ย 32 รวม 33 ฉกรรจ์ 146 ครัว 627 รวม 806 เป็นคนเมืองวัง ท้าวเพี้ย 31 ฉกรรจ์ 174 ครัว 647 รวม 852 รวม 1,658 คน ครัว 2 เมืองนี้สมัครทำราชการกับเมืองมุกดาหาร ท้าวอุปฮาต ท้าวเพี้ย จะขอรับราชทานที่หนองสูง ดงบังอี่ ตั้งเป็นเมืองขึ้น ให้ท้าวสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง รวบรวมครอบครัว บ่าวไพร่ ตั้งบ้านเรือน ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร และพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อนั้น พระมหาสงคราม เจ้าอุปราชเวียงจันทน์ พาลงไปเฝ้าทูลละอองฯ แจ้งราชการ ณ กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานได้ตั้งน้ำพระพิพัฒน์สัตยาให้พระสีหนาม ท้าวเพี้ยเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง กระทำสัตยานุสัตย์รับพระราชทาน น้ำพระพิพัฒน์สัจจาตามอย่างธรรมเนียมแล้ว ได้นำเอาหนังสือ บอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชา กราบบังคมทูลพระกรุณา พาพระอุปฮาต ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง เข้าเฝ้าทูลละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองฯ แล้ว จึงทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า เมืองคำอ้อ เมืองวัง พลเมืองฟากของตะวันออก เหล่านี้ก็เป็นข้าขัณฑเสมา กรุงเทพมหานครแต่เดิม พากันไปพึ่งอ้ายญวน เมื่อครั้งเจ้าอนุเวียงจันทน์ เป็นกบฏขัดแข็งบ้านเมือง จึงโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพยกทัพไปทำลายบ้านเมืองให้ยับเยิน หัวเมืองลาวฟากตะวันออกที่รู้ผิดโทษตัวหมายจะเอาอ้ายญวนเป็นที่พึ่งมิได้ พาครอบครัวสามิภักดิ์ข้ามมาขออยู่กับหัวเมืองฟากของข้างนี้ ก็ได้มีสารตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปเถิง เจ้าเมือง อุปฮาต ท้าวเพี้ยแต่ก่อนว่าถ้านายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาว ฟากของตะวันออกสามิภักดิ์ พาครอบครัวข้ามโดยดี จะสมัครอยู่กับเมืองใด ก็โปรดเกล้าฯ ให้อยู่ทำราชการด้วย เจ้าเมือง ท้าวเพี้ย ตามใจสมัคร หากมีครอบครัวบ่าวไพร่ข้ามมา สมควรจะตั้งเป็นเมืองได้ จะโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นเมือง ทำราชการขึ้นกับเมืองใหม่จะได้เป็นภูมิฐานบ้านเมือง ทำมาหากินอยู่เป็นสุข โดยทรงพระมหากรุณาเมตตา จะทรงสงเคราะห์ กับนายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาวเหล่านี้ ไม่ให้มีความเดือดร้อนต่อไป ซึ่งพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เมืองแสน ท้าวอุปคุต ท้าวเพี้ยเมืองวังพาครอบครัวมาเป็นคนเมืองคำอ้อ 806 เมืองวัง 852 รวม 1,658 คน พระอุปฮาตบุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ได้จัดแจงให้ท้าวเพี้ยนายไพร่ ครอบครัว ตั้งอยู่หนองสูง ดงบังอี่ ครอบครัว 2 เมืองนี้ สมัครอยู่กับเมืองมุกดาหาร ครอบครัวก็สมควรพอจะตั้งเป็นเมืองได้ แลบ้านหนองสูง ดงบังอี่ พระอุปฮาตได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ที่ทางเป็นภูมิฐานไร่นาดีอยู่แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านหนองสูงขึ้นเป็นเมือง พระราชทานชื่อเป็นเมืองหนองสูง ให้พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เป็นเจ้าเมือง เพี้ยเมืองแสน เมืองวังเป็นที่อุปฮาต ท้าวราชอาต น้องพระสีหนาม เป็นที่ราชวงศ์ ท้าวอุปคุต เมืองวัง เป็นที่ราชบุตร ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทาน พระสีหนาม เจ้าเมืองคำอ้อ (เจ้าเมืองหนองสูง) สัปทนแพร คัน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ถาดหมากเงิน คณโฑเงิน สำรับ 1 เงินตรา +1 เสื้อเข้มขาบก้านแย่ง 1 ผ้าดำปักทองมีซับใน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 เพี้ยเมืองแสน เมืองวัง (อุปฮาต) ผ้าโพกขลิบ 1 เงินตรา 15+ เสื้อเข้มขาบดอกถี่ 1 ผ้าดำปักไหม 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ท้าวราชอาต (น้องพระสีหนาม) (ราชวงศ์) ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 เงินตรา 10+ เสื้อเข้มดอกเสทิน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ท้าวอุปคุต (เมืองวัง) (ราชบุตร) เสื้ออัตคัตดอกลาย 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าลายวิลาศ 1 เงินตรา 7+ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ตั้ง ท้าวสีหนาม เป็นพระไกรสรราช เจ้าเมืองเมืองหนองสูง เพี้ยเมืองแสนเมืองวังเป็นที่อุปฮาตเมืองหนองสูง ท้าวราชอาตเป็นที่ท้าวราชวงศ์เมืองหนองสูง ท้าวอุปคุตเป็นที่ท้าวราชบุตรเมืองหนองสูง ขึ้นมารักษาบ้านเมือง คุ้มครองบ่าวไพร่ครอบครัว ทำราชการ ฉลองพระเดช ฉลองคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหาร ตามธรรมเนียมหัวเมืองน้อย ขึ้นกับเมืองใหญ่ และให้พระอุปฮาตผู้เป็นที่พระจันทร์สุริยวงษ์บังคับให้ พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ จัดแจง ตั้งแต่ท้าวเพี้ยขึ้นให้ครบตำแหน่งตามธรรมเนียมหัวเมืองลาว จะได้ช่วยกันทำราชการ รักษาบ้านเมือง ทำนุ บำรุง ครอบครัวบ่าวไพร่ให้อยู่เย็นเป็นสุข และพระไกรสรราช เจ้าเมือง ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระจันทรสุริยวงษ์ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร เมืองมุกดาหาร ซึ่ง เป็นเมืองใหญ่ ให้ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระไกรสรราช เจ้าเมือง แต่โดยชอบด้วยราชการ ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร์ บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง มีน้ำใจจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ทำราชการฉลองพระเดช พระคุณ โดยใจสุจริต
พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร และบุตรหลานท้าวเพี้ย มีน้ำใจ เลื่อมใสในกองการกุศล สร้างวัดวาอาราม ขึ้นไว้สำหรับในบ้านเมือง ทำนุ บำรุง พระสงฆ์ สามเณร ให้ปรนนิบัติ เล่าเรียนฝ่ายคันถะธุระ วิปัสสนาธุระ พระพุทธศาสนาจะได้ถาวรรุ่งเรือง จะได้เป็นที่ไหว้ ที่กราบบูชา และทำบุญให้ทานเป็นกองการกุศล และเป็นที่พึ่งไปภายหน้า
ประการหนึ่ง ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร กำชับ กำชา ไพร่บ้าน พลเมืองอย่าให้คบหาพากันกระทำโจรกรรม ฉกชิง คุมเหงราษฎร ลูกค้าพาณิชย์ ให้ได้ความยากแค้นเดือนร้อน แลให้ดูแลเอาใจใส่ไพร่พลเมืองให้ทำมาหากินให้อยู่เย็นเป็นสุข
ประการหนึ่ง เป็นอย่างธรรมเนียมสืบมาแต่ก่อน ถ้าเถิงเทศกาล พระราชพิธีตรุษ พระราชพิธีสารท จะได้รับพระราชทานถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจา แลบ้านเมืองหนองสูง เป็นเมืองขึ้นเมืองมุกดาหาร เถิงเทศกาลถือน้ำก็ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ย กรรมการเมืองหนองสูง ไปพร้อมด้วย พระจันทร์สุริยวงษ์ พระอุปฮาต ราชวงษ์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ที่วัดวาอารามจำเพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าบ่ายหน้าต่อกรุงเทพมหานคร กราบถวายบังคมกระทำสัตยานุสัตย์ ถวายต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว รับพระราชทานน้ำพิพัฒน์สัจจาปีละสองครั้ง ตามอย่างธรรมเนียม เสมอจงทุกปีสืบไป
เพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่ท้าวอุปฮาต ท้าวอุปคุตผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร หาได้ลงไปเผ้าทูล ละอองฯ ณ กรุงเทพมหานครไม่ โปรดเกล้าฯ ให้มอบเงินตรากับเสื้อผ้าเครื่องยศสำหรับที่ท้าวอุปฮาต ท้าวราชบุตร ให้พระจันทร์สุริยวงษ์ เจ้าเมืองมุกดาหาร คุมขึ้นมาพระราชทานให้กับเพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่อุปฮาต ท้าวอุปคุต ผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร รับพระราชทานทำราชการ ฉลองพระเดช พระคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหารตามท้องตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นมานั้น อย่าให้เสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นอันขาด
{{center|หนังสือมา ณ วัน 6 11 ฯ 8 8 ค่ำ ปีมะโรง ฉศก.<ref>จดหมายเหตุ ร. 3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ '''สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง'''</ref>}}
{{ลมท}}
== บรรณานุกรม ==
* จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ. เรื่อง สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง.
[[หมวดหมู่:จดหมายเหตุ รัชกาลที่ 3]]
[[หมวดหมู่:เอกสาร พ.ศ. 2387]]
[[หมวดหมู่:เมืองหนองสูง]]
[[หมวดหมู่:จังหวัดมุกดาหารในเอกสารประวัติศาสตร์]]
jroabux0m3jxk0rrvhzexto19uofzhz
291062
291061
2026-06-27T23:30:36Z
~2026-37113-06
12381
291062
wikitext
text/x-wiki
{{หัวเรื่อง
| ชื่อเรื่อง = สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง
| ปี = 2387
| ผู้สร้างสรรค์ =
| บรรณาธิการ =
| ผู้เผยแพร่ =
| ที่มา = จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ
| คำอธิบาย =
| ก่อนหน้า =
| ถัดไป =
| หมายเหตุ =
}}
{{center|{{fs|140%|'''หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ'''}}}}
{{center|{{fs|120%|'''ถึง เมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร'''}}}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาถึงเมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ด้วยเจ้าพระยาบดินทร์เดชา บอกเข้าไปกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระอุปฮาตผู้ว่าราชการ ท้าวเพี้ย เมืองมุกดาหาร พาตัวท้าวราชอาตเมืองคำอ้อ เพี้ยสุวรรณโคตรเมืองวัง ลงไป ณ เมืองพนมเปญพระอุปฮาตแจ้งข่าว เจ้าพระยาบดินทร์เดชาว่า พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวอุปคุต ท้าวสุวรรณเมืองวัง เพี้ยเมืองแสนเมืองวัง พาครอบครัวสามิภักดิ์ ได้ให้ครอบครัวตั้งอยู่ที่หนองสูง ดงบังอี่ แขวงมุกดาหาร เป็นคนเมืองคำอ้อ ท้าวสีหนาม 1 ท้าวเพี้ย 32 รวม 33 ฉกรรจ์ 146 ครัว 627 รวม 806 เป็นคนเมืองวัง ท้าวเพี้ย 31 ฉกรรจ์ 174 ครัว 647 รวม 852 รวม 1,658 คน ครัว 2 เมืองนี้สมัครทำราชการกับเมืองมุกดาหาร ท้าวอุปฮาต ท้าวเพี้ย จะขอรับราชทานที่หนองสูง ดงบังอี่ ตั้งเป็นเมืองขึ้น ให้ท้าวสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง รวบรวมครอบครัว บ่าวไพร่ ตั้งบ้านเรือน ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร และพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อนั้น พระมหาสงคราม เจ้าอุปราชเวียงจันทน์ พาลงไปเฝ้าทูลละอองฯ แจ้งราชการ ณ กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานได้ตั้งน้ำพระพิพัฒน์สัตยาให้พระสีหนาม ท้าวเพี้ยเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง กระทำสัตยานุสัตย์รับพระราชทาน น้ำพระพิพัฒน์สัจจาตามอย่างธรรมเนียมแล้ว ได้นำเอาหนังสือ บอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชา กราบบังคมทูลพระกรุณา พาพระอุปฮาต ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง เข้าเฝ้าทูลละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองฯ แล้ว จึงทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า เมืองคำอ้อ เมืองวัง พลเมืองฟากของตะวันออก เหล่านี้ก็เป็นข้าขัณฑเสมา กรุงเทพมหานครแต่เดิม พากันไปพึ่งอ้ายญวน เมื่อครั้งเจ้าอนุเวียงจันทน์ เป็นกบฏขัดแข็งบ้านเมือง จึงโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพยกทัพไปทำลายบ้านเมืองให้ยับเยิน หัวเมืองลาวฟากตะวันออกที่รู้ผิดโทษตัวหมายจะเอาอ้ายญวนเป็นที่พึ่งมิได้ พาครอบครัวสามิภักดิ์ข้ามมาขออยู่กับหัวเมืองฟากของข้างนี้ ก็ได้มีสารตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปเถิง เจ้าเมือง อุปฮาต ท้าวเพี้ยแต่ก่อนว่าถ้านายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาว ฟากของตะวันออกสามิภักดิ์ พาครอบครัวข้ามโดยดี จะสมัครอยู่กับเมืองใด ก็โปรดเกล้าฯ ให้อยู่ทำราชการด้วย เจ้าเมือง ท้าวเพี้ย ตามใจสมัคร หากมีครอบครัวบ่าวไพร่ข้ามมา สมควรจะตั้งเป็นเมืองได้ จะโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นเมือง ทำราชการขึ้นกับเมืองใหม่จะได้เป็นภูมิฐานบ้านเมือง ทำมาหากินอยู่เป็นสุข โดยทรงพระมหากรุณาเมตตา จะทรงสงเคราะห์ กับนายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาวเหล่านี้ ไม่ให้มีความเดือดร้อนต่อไป ซึ่งพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เมืองแสน ท้าวอุปคุต ท้าวเพี้ยเมืองวังพาครอบครัวมาเป็นคนเมืองคำอ้อ 806 เมืองวัง 852 รวม 1,658 คน พระอุปฮาตบุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ได้จัดแจงให้ท้าวเพี้ยนายไพร่ ครอบครัว ตั้งอยู่หนองสูง ดงบังอี่ ครอบครัว 2 เมืองนี้ สมัครอยู่กับเมืองมุกดาหาร ครอบครัวก็สมควรพอจะตั้งเป็นเมืองได้ แลบ้านหนองสูง ดงบังอี่ พระอุปฮาตได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ที่ทางเป็นภูมิฐานไร่นาดีอยู่แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านหนองสูงขึ้นเป็นเมือง พระราชทานชื่อเป็นเมืองหนองสูง ให้พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เป็นเจ้าเมือง เพี้ยเมืองแสน เมืองวังเป็นที่อุปฮาต ท้าวราชอาต น้องพระสีหนาม เป็นที่ราชวงศ์ ท้าวอุปคุต เมืองวัง เป็นที่ราชบุตร ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทาน พระสีหนาม เจ้าเมืองคำอ้อ (เจ้าเมืองหนองสูง) สัปทนแพร คัน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ถาดหมากเงิน คณโฑเงิน สำรับ 1 เงินตรา +1 เสื้อเข้มขาบก้านแย่ง 1 ผ้าดำปักทองมีซับใน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 เพี้ยเมืองแสน เมืองวัง (อุปฮาต) ผ้าโพกขลิบ 1 เงินตรา 15+ เสื้อเข้มขาบดอกถี่ 1 ผ้าดำปักไหม 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ท้าวราชอาต (น้องพระสีหนาม) (ราชวงศ์) ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 เงินตรา 10+ เสื้อเข้มดอกเสทิน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ท้าวอุปคุต (เมืองวัง) (ราชบุตร) เสื้ออัตคัตดอกลาย 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าลายวิลาศ 1 เงินตรา 7+ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ตั้ง ท้าวสีหนาม เป็นพระไกรสรราช เจ้าเมืองเมืองหนองสูง เพี้ยเมืองแสนเมืองวังเป็นที่อุปฮาตเมืองหนองสูง ท้าวราชอาตเป็นที่ท้าวราชวงศ์เมืองหนองสูง ท้าวอุปคุตเป็นที่ท้าวราชบุตรเมืองหนองสูง ขึ้นมารักษาบ้านเมือง คุ้มครองบ่าวไพร่ครอบครัว ทำราชการ ฉลองพระเดช ฉลองคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหาร ตามธรรมเนียมหัวเมืองน้อย ขึ้นกับเมืองใหญ่ และให้พระอุปฮาตผู้เป็นที่พระจันทร์สุริยวงษ์บังคับให้ พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ จัดแจง ตั้งแต่ท้าวเพี้ยขึ้นให้ครบตำแหน่งตามธรรมเนียมหัวเมืองลาว จะได้ช่วยกันทำราชการ รักษาบ้านเมือง ทำนุ บำรุง ครอบครัวบ่าวไพร่ให้อยู่เย็นเป็นสุข และพระไกรสรราช เจ้าเมือง ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระจันทรสุริยวงษ์ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร เมืองมุกดาหาร ซึ่ง เป็นเมืองใหญ่ ให้ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระไกรสรราช เจ้าเมือง แต่โดยชอบด้วยราชการ ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร์ บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง มีน้ำใจจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ทำราชการฉลองพระเดช พระคุณ โดยใจสุจริต
พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร และบุตรหลานท้าวเพี้ย มีน้ำใจ เลื่อมใสในกองการกุศล สร้างวัดวาอาราม ขึ้นไว้สำหรับในบ้านเมือง ทำนุ บำรุง พระสงฆ์ สามเณร ให้ปรนนิบัติ เล่าเรียนฝ่ายคันถะธุระ วิปัสสนาธุระ พระพุทธศาสนาจะได้ถาวรรุ่งเรือง จะได้เป็นที่ไหว้ ที่กราบบูชา และทำบุญให้ทานเป็นกองการกุศล และเป็นที่พึ่งไปภายหน้า
ประการหนึ่ง ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร กำชับ กำชา ไพร่บ้าน พลเมืองอย่าให้คบหาพากันกระทำโจรกรรม ฉกชิง คุมเหงราษฎร ลูกค้าพาณิชย์ ให้ได้ความยากแค้นเดือนร้อน แลให้ดูแลเอาใจใส่ไพร่พลเมืองให้ทำมาหากินให้อยู่เย็นเป็นสุข
ประการหนึ่ง เป็นอย่างธรรมเนียมสืบมาแต่ก่อน ถ้าเถิงเทศกาล พระราชพิธีตรุษ พระราชพิธีสารท จะได้รับพระราชทานถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจา แลบ้านเมืองหนองสูง เป็นเมืองขึ้นเมืองมุกดาหาร เถิงเทศกาลถือน้ำก็ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ย กรรมการเมืองหนองสูง ไปพร้อมด้วย พระจันทร์สุริยวงษ์ พระอุปฮาต ราชวงษ์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ที่วัดวาอารามจำเพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าบ่ายหน้าต่อกรุงเทพมหานคร กราบถวายบังคมกระทำสัตยานุสัตย์ ถวายต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว รับพระราชทานน้ำพิพัฒน์สัจจาปีละสองครั้ง ตามอย่างธรรมเนียม เสมอจงทุกปีสืบไป
เพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่ท้าวอุปฮาต ท้าวอุปคุตผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร หาได้ลงไปเผ้าทูล ละอองฯ ณ กรุงเทพมหานครไม่ โปรดเกล้าฯ ให้มอบเงินตรากับเสื้อผ้าเครื่องยศสำหรับที่ท้าวอุปฮาต ท้าวราชบุตร ให้พระจันทร์สุริยวงษ์ เจ้าเมืองมุกดาหาร คุมขึ้นมาพระราชทานให้กับเพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่อุปฮาต ท้าวอุปคุต ผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร รับพระราชทานทำราชการ ฉลองพระเดช พระคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหารตามท้องตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นมานั้น อย่าให้เสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นอันขาด
{{center|หนังสือมา ณ วัน 6 11 ฯ 8 8 ค่ำ ปีมะโรง ฉศก.<ref>จดหมายเหตุ ร. 3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ '''สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง'''</ref>}}
{{ลมท}}
== บรรณานุกรม ==
* จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ. เรื่อง สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง.
[[หมวดหมู่:จดหมายเหตุ รัชกาลที่ 3]]
[[หมวดหมู่:เอกสาร พ.ศ. 2387]]
[[หมวดหมู่:เมืองหนองสูง]]
[[หมวดหมู่:จังหวัดมุกดาหารในเอกสารประวัติศาสตร์]]
3qui0bxxrtzjah2vzyvpizkpmb35b6l
291063
291062
2026-06-27T23:31:36Z
~2026-37113-06
12381
291063
wikitext
text/x-wiki
{{หัวเรื่อง
| ชื่อเรื่อง = สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง
| ปี = 2387
| ผู้สร้างสรรค์ =
| บรรณาธิการ =
| ผู้เผยแพร่ =
| ที่มา = จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ
| คำอธิบาย =
| ก่อนหน้า =
| ถัดไป =
| หมายเหตุ =
}}
{{center|{{fs|140%|'''หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ'''}}}}
{{center|{{fs|120%|'''ถึง เมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร'''}}}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาถึงเมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ด้วยเจ้าพระยาบดินทร์เดชา บอกเข้าไปกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระอุปฮาตผู้ว่าราชการ ท้าวเพี้ย เมืองมุกดาหาร พาตัวท้าวราชอาตเมืองคำอ้อ เพี้ยสุวรรณโคตรเมืองวัง ลงไป ณ เมืองพนมเปญพระอุปฮาตแจ้งข่าว เจ้าพระยาบดินทร์เดชาว่า พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวอุปคุต ท้าวสุวรรณเมืองวัง เพี้ยเมืองแสนเมืองวัง พาครอบครัวสามิภักดิ์ ได้ให้ครอบครัวตั้งอยู่ที่หนองสูง ดงบังอี่ แขวงมุกดาหาร เป็นคนเมืองคำอ้อ ท้าวสีหนาม 1 ท้าวเพี้ย 32 รวม 33 ฉกรรจ์ 146 ครัว 627 รวม 806 เป็นคนเมืองวัง ท้าวเพี้ย 31 ฉกรรจ์ 174 ครัว 647 รวม 852 รวม 1,658 คน ครัว 2 เมืองนี้สมัครทำราชการกับเมืองมุกดาหาร ท้าวอุปฮาต ท้าวเพี้ย จะขอรับราชทานที่หนองสูง ดงบังอี่ ตั้งเป็นเมืองขึ้น ให้ท้าวสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง รวบรวมครอบครัว บ่าวไพร่ ตั้งบ้านเรือน ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร และพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อนั้น พระมหาสงคราม เจ้าอุปราชเวียงจันทน์ พาลงไปเฝ้าทูลละอองฯ แจ้งราชการ ณ กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานได้ตั้งน้ำพระพิพัฒน์สัตยาให้พระสีหนาม ท้าวเพี้ยเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง กระทำสัตยานุสัตย์รับพระราชทาน น้ำพระพิพัฒน์สัจจาตามอย่างธรรมเนียมแล้ว ได้นำเอาหนังสือ บอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชา กราบบังคมทูลพระกรุณา พาพระอุปฮาต ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง เข้าเฝ้าทูลละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองฯ แล้ว จึงทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า เมืองคำอ้อ เมืองวัง พลเมืองฟากของตะวันออก เหล่านี้ก็เป็นข้าขัณฑเสมา กรุงเทพมหานครแต่เดิม พากันไปพึ่งอ้ายญวน เมื่อครั้งเจ้าอนุเวียงจันทน์ เป็นกบฏขัดแข็งบ้านเมือง จึงโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพยกทัพไปทำลายบ้านเมืองให้ยับเยิน หัวเมืองลาวฟากตะวันออกที่รู้ผิดโทษตัวหมายจะเอาอ้ายญวนเป็นที่พึ่งมิได้ พาครอบครัวสามิภักดิ์ข้ามมาขออยู่กับหัวเมืองฟากของข้างนี้ ก็ได้มีสารตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปเถิง เจ้าเมือง อุปฮาต ท้าวเพี้ยแต่ก่อนว่าถ้านายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาว ฟากของตะวันออกสามิภักดิ์ พาครอบครัวข้ามโดยดี จะสมัครอยู่กับเมืองใด ก็โปรดเกล้าฯ ให้อยู่ทำราชการด้วย เจ้าเมือง ท้าวเพี้ย ตามใจสมัคร หากมีครอบครัวบ่าวไพร่ข้ามมา สมควรจะตั้งเป็นเมืองได้ จะโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นเมือง ทำราชการขึ้นกับเมืองใหม่จะได้เป็นภูมิฐานบ้านเมือง ทำมาหากินอยู่เป็นสุข โดยทรงพระมหากรุณาเมตตา จะทรงสงเคราะห์ กับนายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาวเหล่านี้ ไม่ให้มีความเดือดร้อนต่อไป ซึ่งพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เมืองแสน ท้าวอุปคุต ท้าวเพี้ยเมืองวังพาครอบครัวมาเป็นคนเมืองคำอ้อ 806 เมืองวัง 852 รวม 1,658 คน พระอุปฮาตบุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ได้จัดแจงให้ท้าวเพี้ยนายไพร่ ครอบครัว ตั้งอยู่หนองสูง ดงบังอี่ ครอบครัว 2 เมืองนี้ สมัครอยู่กับเมืองมุกดาหาร ครอบครัวก็สมควรพอจะตั้งเป็นเมืองได้ แลบ้านหนองสูง ดงบังอี่ พระอุปฮาตได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ที่ทางเป็นภูมิฐานไร่นาดีอยู่แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านหนองสูงขึ้นเป็นเมือง พระราชทานชื่อเป็นเมืองหนองสูง ให้พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เป็นเจ้าเมือง เพี้ยเมืองแสน เมืองวังเป็นที่อุปฮาต ท้าวราชอาต น้องพระสีหนาม เป็นที่ราชวงศ์ ท้าวอุปคุต เมืองวัง เป็นที่ราชบุตร ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทาน พระสีหนาม เจ้าเมืองคำอ้อ (เจ้าเมืองหนองสูง) สัปทนแพร คัน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ถาดหมากเงิน คณโฑเงิน สำรับ 1 เงินตรา +1 เสื้อเข้มขาบก้านแย่ง 1 ผ้าดำปักทองมีซับใน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 เพี้ยเมืองแสน เมืองวัง (อุปฮาต) ผ้าโพกขลิบ 1 เงินตรา 15+ เสื้อเข้มขาบดอกถี่ 1 ผ้าดำปักไหม 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ท้าวราชอาต (น้องพระสีหนาม) (ราชวงศ์) ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 เงินตรา 10+ เสื้อเข้มดอกเสทิน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ท้าวอุปคุต (เมืองวัง) (ราชบุตร) เสื้ออัตคัตดอกลาย 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าลายวิลาศ 1 เงินตรา 7+ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ตั้ง ท้าวสีหนาม เป็นพระไกรสรราช เจ้าเมืองเมืองหนองสูง เพี้ยเมืองแสนเมืองวังเป็นที่อุปฮาตเมืองหนองสูง ท้าวราชอาตเป็นที่ท้าวราชวงศ์เมืองหนองสูง ท้าวอุปคุตเป็นที่ท้าวราชบุตรเมืองหนองสูง ขึ้นมารักษาบ้านเมือง คุ้มครองบ่าวไพร่ครอบครัว ทำราชการ ฉลองพระเดช ฉลองคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหาร ตามธรรมเนียมหัวเมืองน้อย ขึ้นกับเมืองใหญ่ และให้พระอุปฮาตผู้เป็นที่พระจันทร์สุริยวงษ์บังคับให้ พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ จัดแจง ตั้งแต่ท้าวเพี้ยขึ้นให้ครบตำแหน่งตามธรรมเนียมหัวเมืองลาว จะได้ช่วยกันทำราชการ รักษาบ้านเมือง ทำนุ บำรุง ครอบครัวบ่าวไพร่ให้อยู่เย็นเป็นสุข และพระไกรสรราช เจ้าเมือง ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระจันทรสุริยวงษ์ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร เมืองมุกดาหาร ซึ่ง เป็นเมืองใหญ่ ให้ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระไกรสรราช เจ้าเมือง แต่โดยชอบด้วยราชการ ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร์ บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง มีน้ำใจจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ทำราชการฉลองพระเดช พระคุณ โดยใจสุจริต
พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร และบุตรหลานท้าวเพี้ย มีน้ำใจ เลื่อมใสในกองการกุศล สร้างวัดวาอาราม ขึ้นไว้สำหรับในบ้านเมือง ทำนุ บำรุง พระสงฆ์ สามเณร ให้ปรนนิบัติ เล่าเรียนฝ่ายคันถะธุระ วิปัสสนาธุระ พระพุทธศาสนาจะได้ถาวรรุ่งเรือง จะได้เป็นที่ไหว้ ที่กราบบูชา และทำบุญให้ทานเป็นกองการกุศล และเป็นที่พึ่งไปภายหน้า
ประการหนึ่ง ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร กำชับ กำชา ไพร่บ้าน พลเมืองอย่าให้คบหาพากันกระทำโจรกรรม ฉกชิง คุมเหงราษฎร ลูกค้าพาณิชย์ ให้ได้ความยากแค้นเดือนร้อน แลให้ดูแลเอาใจใส่ไพร่พลเมืองให้ทำมาหากินให้อยู่เย็นเป็นสุข
ประการหนึ่ง เป็นอย่างธรรมเนียมสืบมาแต่ก่อน ถ้าเถิงเทศกาล พระราชพิธีตรุษ พระราชพิธีสารท จะได้รับพระราชทานถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจา แลบ้านเมืองหนองสูง เป็นเมืองขึ้นเมืองมุกดาหาร เถิงเทศกาลถือน้ำก็ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ย กรรมการเมืองหนองสูง ไปพร้อมด้วย พระจันทร์สุริยวงษ์ พระอุปฮาต ราชวงษ์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ที่วัดวาอารามจำเพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าบ่ายหน้าต่อกรุงเทพมหานคร กราบถวายบังคมกระทำสัตยานุสัตย์ ถวายต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว รับพระราชทานน้ำพิพัฒน์สัจจาปีละสองครั้ง ตามอย่างธรรมเนียม เสมอจงทุกปีสืบไป
เพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่ท้าวอุปฮาต ท้าวอุปคุตผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร หาได้ลงไปเผ้าทูล ละอองฯ ณ กรุงเทพมหานครไม่ โปรดเกล้าฯ ให้มอบเงินตรากับเสื้อผ้าเครื่องยศสำหรับที่ท้าวอุปฮาต ท้าวราชบุตร ให้พระจันทร์สุริยวงษ์ เจ้าเมืองมุกดาหาร คุมขึ้นมาพระราชทานให้กับเพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่อุปฮาต ท้าวอุปคุต ผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร รับพระราชทานทำราชการ ฉลองพระเดช พระคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหารตามท้องตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นมานั้น อย่าให้เสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นอันขาด
{{center|หนังสือมา ณ วัน 6 11 ฯ 8 8 ค่ำ ปีมะโรง ฉศก.<ref>จดหมายเหตุ ร. 3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ '''สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง'''</ref>}}
{{ลมท}}
== บรรณานุกรม ==
[[หมวดหมู่:จดหมายเหตุ รัชกาลที่ 3]]
[[หมวดหมู่:เอกสาร พ.ศ. 2387]]
[[หมวดหมู่:เมืองหนองสูง]]
[[หมวดหมู่:จังหวัดมุกดาหารในเอกสารประวัติศาสตร์]]
74wqkj69hxonj8tys8wwx1rl68mvduj
291064
291063
2026-06-27T23:42:19Z
~2026-37113-06
12381
291064
wikitext
text/x-wiki
{{หัวเรื่อง
| ชื่อเรื่อง = สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง
| ปี = 2387
| ผู้สร้างสรรค์ =
| บรรณาธิการ =
| ผู้เผยแพร่ =
| ที่มา = จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ
| คำอธิบาย =
| ก่อนหน้า =
| ถัดไป =
| หมายเหตุ =
}}
{{center|{{fs|140%|'''หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ'''}}}}
{{center|{{fs|120%|'''ถึง เมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร'''}}}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาถึงเมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ด้วยเจ้าพระยาบดินทร์เดชา บอกเข้าไปกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระอุปฮาตผู้ว่าราชการ ท้าวเพี้ย เมืองมุกดาหาร พาตัวท้าวราชอาตเมืองคำอ้อ เพี้ยสุวรรณโคตรเมืองวัง ลงไป ณ เมืองพนมเปญพระอุปฮาตแจ้งข่าว เจ้าพระยาบดินทร์เดชาว่า พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวอุปคุต ท้าวสุวรรณเมืองวัง เพี้ยเมืองแสนเมืองวัง พาครอบครัวสามิภักดิ์ ได้ให้ครอบครัวตั้งอยู่ที่หนองสูง ดงบังอี่ แขวงมุกดาหาร เป็นคนเมืองคำอ้อ ท้าวสีหนาม 1 ท้าวเพี้ย 32 รวม 33 ฉกรรจ์ 146 ครัว 627 รวม 806 เป็นคนเมืองวัง ท้าวเพี้ย 31 ฉกรรจ์ 174 ครัว 647 รวม 852 รวม 1,658 คน ครัว 2 เมืองนี้สมัครทำราชการกับเมืองมุกดาหาร ท้าวอุปฮาต ท้าวเพี้ย จะขอรับราชทานที่หนองสูง ดงบังอี่ ตั้งเป็นเมืองขึ้น ให้ท้าวสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง รวบรวมครอบครัว บ่าวไพร่ ตั้งบ้านเรือน ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร และพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อนั้น พระมหาสงคราม เจ้าอุปราชเวียงจันทน์ พาลงไปเฝ้าทูลละอองฯ แจ้งราชการ ณ กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานได้ตั้งน้ำพระพิพัฒน์สัตยาให้พระสีหนาม ท้าวเพี้ยเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง กระทำสัตยานุสัตย์รับพระราชทาน น้ำพระพิพัฒน์สัจจาตามอย่างธรรมเนียมแล้ว ได้นำเอาหนังสือ บอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชา กราบบังคมทูลพระกรุณา พาพระอุปฮาต ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง เข้าเฝ้าทูลละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองฯ แล้ว จึงทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า เมืองคำอ้อ เมืองวัง พลเมืองฟากของตะวันออก เหล่านี้ก็เป็นข้าขัณฑเสมา กรุงเทพมหานครแต่เดิม พากันไปพึ่งอ้ายญวน เมื่อครั้งเจ้าอนุเวียงจันทน์ เป็นกบฏขัดแข็งบ้านเมือง จึงโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพยกทัพไปทำลายบ้านเมืองให้ยับเยิน หัวเมืองลาวฟากตะวันออกที่รู้ผิดโทษตัวหมายจะเอาอ้ายญวนเป็นที่พึ่งมิได้ พาครอบครัวสามิภักดิ์ข้ามมาขออยู่กับหัวเมืองฟากของข้างนี้ ก็ได้มีสารตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปเถิง เจ้าเมือง อุปฮาต ท้าวเพี้ยแต่ก่อนว่าถ้านายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาว ฟากของตะวันออกสามิภักดิ์ พาครอบครัวข้ามโดยดี จะสมัครอยู่กับเมืองใด ก็โปรดเกล้าฯ ให้อยู่ทำราชการด้วย เจ้าเมือง ท้าวเพี้ย ตามใจสมัคร หากมีครอบครัวบ่าวไพร่ข้ามมา สมควรจะตั้งเป็นเมืองได้ จะโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นเมือง ทำราชการขึ้นกับเมืองใหม่จะได้เป็นภูมิฐานบ้านเมือง ทำมาหากินอยู่เป็นสุข โดยทรงพระมหากรุณาเมตตา จะทรงสงเคราะห์ กับนายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาวเหล่านี้ ไม่ให้มีความเดือดร้อนต่อไป ซึ่งพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เมืองแสน ท้าวอุปคุต ท้าวเพี้ยเมืองวังพาครอบครัวมาเป็นคนเมืองคำอ้อ 806 เมืองวัง 852 รวม 1,658 คน พระอุปฮาตบุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ได้จัดแจงให้ท้าวเพี้ยนายไพร่ ครอบครัว ตั้งอยู่หนองสูง ดงบังอี่ ครอบครัว 2 เมืองนี้ สมัครอยู่กับเมืองมุกดาหาร ครอบครัวก็สมควรพอจะตั้งเป็นเมืองได้ แลบ้านหนองสูง ดงบังอี่ พระอุปฮาตได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ที่ทางเป็นภูมิฐานไร่นาดีอยู่แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านหนองสูงขึ้นเป็นเมือง พระราชทานชื่อเป็นเมืองหนองสูง ให้พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เป็นเจ้าเมือง เพี้ยเมืองแสน เมืองวังเป็นที่อุปฮาต ท้าวราชอาต น้องพระสีหนาม เป็นที่ราชวงศ์ ท้าวอุปคุต เมืองวัง เป็นที่ราชบุตร ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทาน พระสีหนาม เจ้าเมืองคำอ้อ (เจ้าเมืองหนองสูง) สัปทนแพร คัน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ถาดหมากเงิน คณโฑเงิน สำรับ 1 เงินตรา +1 เสื้อเข้มขาบก้านแย่ง 1 ผ้าดำปักทองมีซับใน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 เพี้ยเมืองแสน เมืองวัง (อุปฮาต) ผ้าโพกขลิบ 1 เงินตรา 15+ เสื้อเข้มขาบดอกถี่ 1 ผ้าดำปักไหม 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ท้าวราชอาต (น้องพระสีหนาม) (ราชวงศ์) ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 เงินตรา 10+ เสื้อเข้มดอกเสทิน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ท้าวอุปคุต (เมืองวัง) (ราชบุตร) เสื้ออัตคัตดอกลาย 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าลายวิลาศ 1 เงินตรา 7+ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ตั้ง ท้าวสีหนาม เป็นพระไกรสรราช เจ้าเมืองเมืองหนองสูง เพี้ยเมืองแสนเมืองวังเป็นที่อุปฮาตเมืองหนองสูง ท้าวราชอาตเป็นที่ท้าวราชวงศ์เมืองหนองสูง ท้าวอุปคุตเป็นที่ท้าวราชบุตรเมืองหนองสูง ขึ้นมารักษาบ้านเมือง คุ้มครองบ่าวไพร่ครอบครัว ทำราชการ ฉลองพระเดช ฉลองคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหาร ตามธรรมเนียมหัวเมืองน้อย ขึ้นกับเมืองใหญ่ และให้พระอุปฮาตผู้เป็นที่พระจันทร์สุริยวงษ์บังคับให้ พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ จัดแจง ตั้งแต่ท้าวเพี้ยขึ้นให้ครบตำแหน่งตามธรรมเนียมหัวเมืองลาว จะได้ช่วยกันทำราชการ รักษาบ้านเมือง ทำนุ บำรุง ครอบครัวบ่าวไพร่ให้อยู่เย็นเป็นสุข และพระไกรสรราช เจ้าเมือง ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระจันทรสุริยวงษ์ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร เมืองมุกดาหาร ซึ่ง เป็นเมืองใหญ่ ให้ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระไกรสรราช เจ้าเมือง แต่โดยชอบด้วยราชการ ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร์ บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง มีน้ำใจจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ทำราชการฉลองพระเดช พระคุณ โดยใจสุจริต
พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร และบุตรหลานท้าวเพี้ย มีน้ำใจ เลื่อมใสในกองการกุศล สร้างวัดวาอาราม ขึ้นไว้สำหรับในบ้านเมือง ทำนุ บำรุง พระสงฆ์ สามเณร ให้ปรนนิบัติ เล่าเรียนฝ่ายคันถะธุระ วิปัสสนาธุระ พระพุทธศาสนาจะได้ถาวรรุ่งเรือง จะได้เป็นที่ไหว้ ที่กราบบูชา และทำบุญให้ทานเป็นกองการกุศล และเป็นที่พึ่งไปภายหน้า
ประการหนึ่ง ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร กำชับ กำชา ไพร่บ้าน พลเมืองอย่าให้คบหาพากันกระทำโจรกรรม ฉกชิง คุมเหงราษฎร ลูกค้าพาณิชย์ ให้ได้ความยากแค้นเดือนร้อน แลให้ดูแลเอาใจใส่ไพร่พลเมืองให้ทำมาหากินให้อยู่เย็นเป็นสุข
ประการหนึ่ง เป็นอย่างธรรมเนียมสืบมาแต่ก่อน ถ้าเถิงเทศกาล พระราชพิธีตรุษ พระราชพิธีสารท จะได้รับพระราชทานถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจา แลบ้านเมืองหนองสูง เป็นเมืองขึ้นเมืองมุกดาหาร เถิงเทศกาลถือน้ำก็ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ย กรรมการเมืองหนองสูง ไปพร้อมด้วย พระจันทร์สุริยวงษ์ พระอุปฮาต ราชวงษ์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ที่วัดวาอารามจำเพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าบ่ายหน้าต่อกรุงเทพมหานคร กราบถวายบังคมกระทำสัตยานุสัตย์ ถวายต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว รับพระราชทานน้ำพิพัฒน์สัจจาปีละสองครั้ง ตามอย่างธรรมเนียม เสมอจงทุกปีสืบไป
เพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่ท้าวอุปฮาต ท้าวอุปคุตผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร หาได้ลงไปเผ้าทูล ละอองฯ ณ กรุงเทพมหานครไม่ โปรดเกล้าฯ ให้มอบเงินตรากับเสื้อผ้าเครื่องยศสำหรับที่ท้าวอุปฮาต ท้าวราชบุตร ให้พระจันทร์สุริยวงษ์ เจ้าเมืองมุกดาหาร คุมขึ้นมาพระราชทานให้กับเพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่อุปฮาต ท้าวอุปคุต ผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร รับพระราชทานทำราชการ ฉลองพระเดช พระคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหารตามท้องตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นมานั้น อย่าให้เสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นอันขาด
{{center|หนังสือมา ณ วัน 6 11 ฯ 8 8 ค่ำ ปีมะโรง ฉศก.<ref>จดหมายเหตุ ร. 3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ '''สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง'''</ref>}}
{{ลมท}}
== บรรณานุกรม ==
* จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ. เรื่อง สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง.
{{ลิขสิทธิ์เกิน 50 ปี|2387}}
[[หมวดหมู่:จดหมายเหตุ รัชกาลที่ 3]]
[[หมวดหมู่:เอกสาร พ.ศ. 2387]]
[[หมวดหมู่:เมืองหนองสูง]]
[[หมวดหมู่:จังหวัดมุกดาหารในเอกสารประวัติศาสตร์]]
8eoag35xnysjrvg2e93bww7vfk7f6hl
291066
291064
2026-06-28T04:59:07Z
Kamolming
12339
291066
wikitext
text/x-wiki
{{หัวเรื่อง
| ชื่อเรื่อง = สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง
| ปี = 2387
| ผู้สร้างสรรค์ =
| บรรณาธิการ =
| ผู้เผยแพร่ =
| ที่มา = จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ
| คำอธิบาย =
| ก่อนหน้า =
| ถัดไป =
| หมายเหตุ =
}}
{{center|{{fs|140%|'''หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ'''}}}}
{{center|{{fs|120%|'''ถึง เมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร'''}}}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาถึงเมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ด้วยเจ้าพระยาบดินทร์เดชา บอกเข้าไปกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระอุปฮาตผู้ว่าราชการ ท้าวเพี้ย เมืองมุกดาหาร พาตัวท้าวราชอาตเมืองคำอ้อ เพี้ยสุวรรณโคตรเมืองวัง ลงไป ณ เมืองพนมเปญพระอุปฮาตแจ้งข่าว เจ้าพระยาบดินทร์เดชาว่า พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวอุปคุต ท้าวสุวรรณเมืองวัง เพี้ยเมืองแสนเมืองวัง พาครอบครัวสามิภักดิ์ ได้ให้ครอบครัวตั้งอยู่ที่หนองสูง ดงบังอี่ แขวงมุกดาหาร เป็นคนเมืองคำอ้อ ท้าวสีหนาม 1 ท้าวเพี้ย 32 รวม 33 ฉกรรจ์ 146 ครัว 627 รวม 806 เป็นคนเมืองวัง ท้าวเพี้ย 31 ฉกรรจ์ 174 ครัว 647 รวม 852 รวม 1,658 คน ครัว 2 เมืองนี้สมัครทำราชการกับเมืองมุกดาหาร ท้าวอุปฮาต ท้าวเพี้ย จะขอรับราชทานที่หนองสูง ดงบังอี่ ตั้งเป็นเมืองขึ้น ให้ท้าวสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง รวบรวมครอบครัว บ่าวไพร่ ตั้งบ้านเรือน ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร และพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อนั้น พระมหาสงคราม เจ้าอุปราชเวียงจันทน์ พาลงไปเฝ้าทูลละอองฯ แจ้งราชการ ณ กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานได้ตั้งน้ำพระพิพัฒน์สัตยาให้พระสีหนาม ท้าวเพี้ยเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง กระทำสัตยานุสัตย์รับพระราชทาน น้ำพระพิพัฒน์สัจจาตามอย่างธรรมเนียมแล้ว ได้นำเอาหนังสือ บอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชา กราบบังคมทูลพระกรุณา พาพระอุปฮาต ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง เข้าเฝ้าทูลละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองฯ แล้ว จึงทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า เมืองคำอ้อ เมืองวัง พลเมืองฟากของตะวันออก เหล่านี้ก็เป็นข้าขัณฑเสมา กรุงเทพมหานครแต่เดิม พากันไปพึ่งอ้ายญวน เมื่อครั้งเจ้าอนุเวียงจันทน์ เป็นกบฏขัดแข็งบ้านเมือง จึงโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพยกทัพไปทำลายบ้านเมืองให้ยับเยิน หัวเมืองลาวฟากตะวันออกที่รู้ผิดโทษตัวหมายจะเอาอ้ายญวนเป็นที่พึ่งมิได้ พาครอบครัวสามิภักดิ์ข้ามมาขออยู่กับหัวเมืองฟากของข้างนี้ ก็ได้มีสารตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปเถิง เจ้าเมือง อุปฮาต ท้าวเพี้ยแต่ก่อนว่าถ้านายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาว ฟากของตะวันออกสามิภักดิ์ พาครอบครัวข้ามโดยดี จะสมัครอยู่กับเมืองใด ก็โปรดเกล้าฯ ให้อยู่ทำราชการด้วย เจ้าเมือง ท้าวเพี้ย ตามใจสมัคร หากมีครอบครัวบ่าวไพร่ข้ามมา สมควรจะตั้งเป็นเมืองได้ จะโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นเมือง ทำราชการขึ้นกับเมืองใหม่จะได้เป็นภูมิฐานบ้านเมือง ทำมาหากินอยู่เป็นสุข โดยทรงพระมหากรุณาเมตตา จะทรงสงเคราะห์ กับนายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาวเหล่านี้ ไม่ให้มีความเดือดร้อนต่อไป ซึ่งพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เมืองแสน ท้าวอุปคุต ท้าวเพี้ยเมืองวังพาครอบครัวมาเป็นคนเมืองคำอ้อ 806 เมืองวัง 852 รวม 1,658 คน พระอุปฮาตบุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ได้จัดแจงให้ท้าวเพี้ยนายไพร่ ครอบครัว ตั้งอยู่หนองสูง ดงบังอี่ ครอบครัว 2 เมืองนี้ สมัครอยู่กับเมืองมุกดาหาร ครอบครัวก็สมควรพอจะตั้งเป็นเมืองได้ แลบ้านหนองสูง ดงบังอี่ พระอุปฮาตได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ที่ทางเป็นภูมิฐานไร่นาดีอยู่แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านหนองสูงขึ้นเป็นเมือง พระราชทานชื่อเป็นเมืองหนองสูง ให้พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เป็นเจ้าเมือง เพี้ยเมืองแสน เมืองวังเป็นที่อุปฮาต ท้าวราชอาต น้องพระสีหนาม เป็นที่ราชวงศ์ ท้าวอุปคุต เมืองวัง เป็นที่ราชบุตร ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทาน พระสีหนาม เจ้าเมืองคำอ้อ (เจ้าเมืองหนองสูง) สัปทนแพร คัน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ถาดหมากเงิน คณโฑเงิน สำรับ 1 เงินตรา +1 เสื้อเข้มขาบก้านแย่ง 1 ผ้าดำปักทองมีซับใน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 เพี้ยเมืองแสน เมืองวัง (อุปฮาต) ผ้าโพกขลิบ 1 เงินตรา 15+ เสื้อเข้มขาบดอกถี่ 1 ผ้าดำปักไหม 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ท้าวราชอาต (น้องพระสีหนาม) (ราชวงศ์) ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 เงินตรา 10+ เสื้อเข้มดอกเสทิน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ท้าวอุปคุต (เมืองวัง) (ราชบุตร) เสื้ออัตคัตดอกลาย 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าลายวิลาศ 1 เงินตรา 7+ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ตั้ง ท้าวสีหนาม เป็นพระไกรสรราช เจ้าเมืองเมืองหนองสูง เพี้ยเมืองแสนเมืองวังเป็นที่อุปฮาตเมืองหนองสูง ท้าวราชอาตเป็นที่ท้าวราชวงศ์เมืองหนองสูง ท้าวอุปคุตเป็นที่ท้าวราชบุตรเมืองหนองสูง ขึ้นมารักษาบ้านเมือง คุ้มครองบ่าวไพร่ครอบครัว ทำราชการ ฉลองพระเดช ฉลองคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหาร ตามธรรมเนียมหัวเมืองน้อย ขึ้นกับเมืองใหญ่ และให้พระอุปฮาตผู้เป็นที่พระจันทร์สุริยวงษ์บังคับให้ พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ จัดแจง ตั้งแต่ท้าวเพี้ยขึ้นให้ครบตำแหน่งตามธรรมเนียมหัวเมืองลาว จะได้ช่วยกันทำราชการ รักษาบ้านเมือง ทำนุ บำรุง ครอบครัวบ่าวไพร่ให้อยู่เย็นเป็นสุข และพระไกรสรราช เจ้าเมือง ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระจันทรสุริยวงษ์ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร เมืองมุกดาหาร ซึ่ง เป็นเมืองใหญ่ ให้ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระไกรสรราช เจ้าเมือง แต่โดยชอบด้วยราชการ ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร์ บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง มีน้ำใจจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ทำราชการฉลองพระเดช พระคุณ โดยใจสุจริต
พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร และบุตรหลานท้าวเพี้ย มีน้ำใจ เลื่อมใสในกองการกุศล สร้างวัดวาอาราม ขึ้นไว้สำหรับในบ้านเมือง ทำนุ บำรุง พระสงฆ์ สามเณร ให้ปรนนิบัติ เล่าเรียนฝ่ายคันถะธุระ วิปัสสนาธุระ พระพุทธศาสนาจะได้ถาวรรุ่งเรือง จะได้เป็นที่ไหว้ ที่กราบบูชา และทำบุญให้ทานเป็นกองการกุศล และเป็นที่พึ่งไปภายหน้า
ประการหนึ่ง ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร กำชับ กำชา ไพร่บ้าน พลเมืองอย่าให้คบหาพากันกระทำโจรกรรม ฉกชิง คุมเหงราษฎร ลูกค้าพาณิชย์ ให้ได้ความยากแค้นเดือนร้อน แลให้ดูแลเอาใจใส่ไพร่พลเมืองให้ทำมาหากินให้อยู่เย็นเป็นสุข
ประการหนึ่ง เป็นอย่างธรรมเนียมสืบมาแต่ก่อน ถ้าเถิงเทศกาล พระราชพิธีตรุษ พระราชพิธีสารท จะได้รับพระราชทานถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจา แลบ้านเมืองหนองสูง เป็นเมืองขึ้นเมืองมุกดาหาร เถิงเทศกาลถือน้ำก็ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ย กรรมการเมืองหนองสูง ไปพร้อมด้วย พระจันทร์สุริยวงษ์ พระอุปฮาต ราชวงษ์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ที่วัดวาอารามจำเพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าบ่ายหน้าต่อกรุงเทพมหานคร กราบถวายบังคมกระทำสัตยานุสัตย์ ถวายต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว รับพระราชทานน้ำพิพัฒน์สัจจาปีละสองครั้ง ตามอย่างธรรมเนียม เสมอจงทุกปีสืบไป
เพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่ท้าวอุปฮาต ท้าวอุปคุตผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร หาได้ลงไปเผ้าทูล ละอองฯ ณ กรุงเทพมหานครไม่ โปรดเกล้าฯ ให้มอบเงินตรากับเสื้อผ้าเครื่องยศสำหรับที่ท้าวอุปฮาต ท้าวราชบุตร ให้พระจันทร์สุริยวงษ์ เจ้าเมืองมุกดาหาร คุมขึ้นมาพระราชทานให้กับเพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่อุปฮาต ท้าวอุปคุต ผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร รับพระราชทานทำราชการ ฉลองพระเดช พระคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหารตามท้องตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นมานั้น อย่าให้เสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นอันขาด
{{center|หนังสือมา ณ วัน 6 11 ฯ 8 8 ค่ำ ปีมะโรง ฉศก.<ref>จดหมายเหตุ ร. 3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ '''สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง'''</ref>}}
{{ลมท}}
== บรรณานุกรม ==
* จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ. เรื่อง สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง.
{{ลิขสิทธิ์เกิน 50 ปี|2387}}
[[หมวดหมู่:จดหมายเหตุ]]
[[หมวดหมู่:เอกสาร พ.ศ. 2387]]
[[หมวดหมู่:เมืองหนองสูง]]
[[หมวดหมู่:จังหวัดมุกดาหารในเอกสารประวัติศาสตร์]]
nb4nhzjsokwq9pz4k2s7yzv2jetjoxr
291067
291066
2026-06-28T05:00:10Z
Kamolming
12339
291067
wikitext
text/x-wiki
{{หัวเรื่อง
| ชื่อเรื่อง = สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง
| ปี = 2387
| ผู้สร้างสรรค์ =
| บรรณาธิการ =
| ผู้เผยแพร่ =
| ที่มา = จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ
| คำอธิบาย =
| ก่อนหน้า =
| ถัดไป =
| หมายเหตุ =
}}
{{center|{{fs|140%|'''หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ'''}}}}
{{center|{{fs|120%|'''ถึง เมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร'''}}}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาถึงเมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ด้วยเจ้าพระยาบดินทร์เดชา บอกเข้าไปกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระอุปฮาตผู้ว่าราชการ ท้าวเพี้ย เมืองมุกดาหาร พาตัวท้าวราชอาตเมืองคำอ้อ เพี้ยสุวรรณโคตรเมืองวัง ลงไป ณ เมืองพนมเปญพระอุปฮาตแจ้งข่าว เจ้าพระยาบดินทร์เดชาว่า พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวอุปคุต ท้าวสุวรรณเมืองวัง เพี้ยเมืองแสนเมืองวัง พาครอบครัวสามิภักดิ์ ได้ให้ครอบครัวตั้งอยู่ที่หนองสูง ดงบังอี่ แขวงมุกดาหาร เป็นคนเมืองคำอ้อ ท้าวสีหนาม 1 ท้าวเพี้ย 32 รวม 33 ฉกรรจ์ 146 ครัว 627 รวม 806 เป็นคนเมืองวัง ท้าวเพี้ย 31 ฉกรรจ์ 174 ครัว 647 รวม 852 รวม 1,658 คน ครัว 2 เมืองนี้สมัครทำราชการกับเมืองมุกดาหาร ท้าวอุปฮาต ท้าวเพี้ย จะขอรับราชทานที่หนองสูง ดงบังอี่ ตั้งเป็นเมืองขึ้น ให้ท้าวสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง รวบรวมครอบครัว บ่าวไพร่ ตั้งบ้านเรือน ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร และพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อนั้น พระมหาสงคราม เจ้าอุปราชเวียงจันทน์ พาลงไปเฝ้าทูลละอองฯ แจ้งราชการ ณ กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานได้ตั้งน้ำพระพิพัฒน์สัตยาให้พระสีหนาม ท้าวเพี้ยเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง กระทำสัตยานุสัตย์รับพระราชทาน น้ำพระพิพัฒน์สัจจาตามอย่างธรรมเนียมแล้ว ได้นำเอาหนังสือ บอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชา กราบบังคมทูลพระกรุณา พาพระอุปฮาต ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง เข้าเฝ้าทูลละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองฯ แล้ว จึงทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า เมืองคำอ้อ เมืองวัง พลเมืองฟากของตะวันออก เหล่านี้ก็เป็นข้าขัณฑเสมา กรุงเทพมหานครแต่เดิม พากันไปพึ่งอ้ายญวน เมื่อครั้งเจ้าอนุเวียงจันทน์ เป็นกบฏขัดแข็งบ้านเมือง จึงโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพยกทัพไปทำลายบ้านเมืองให้ยับเยิน หัวเมืองลาวฟากตะวันออกที่รู้ผิดโทษตัวหมายจะเอาอ้ายญวนเป็นที่พึ่งมิได้ พาครอบครัวสามิภักดิ์ข้ามมาขออยู่กับหัวเมืองฟากของข้างนี้ ก็ได้มีสารตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปเถิง เจ้าเมือง อุปฮาต ท้าวเพี้ยแต่ก่อนว่าถ้านายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาว ฟากของตะวันออกสามิภักดิ์ พาครอบครัวข้ามโดยดี จะสมัครอยู่กับเมืองใด ก็โปรดเกล้าฯ ให้อยู่ทำราชการด้วย เจ้าเมือง ท้าวเพี้ย ตามใจสมัคร หากมีครอบครัวบ่าวไพร่ข้ามมา สมควรจะตั้งเป็นเมืองได้ จะโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นเมือง ทำราชการขึ้นกับเมืองใหม่จะได้เป็นภูมิฐานบ้านเมือง ทำมาหากินอยู่เป็นสุข โดยทรงพระมหากรุณาเมตตา จะทรงสงเคราะห์ กับนายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาวเหล่านี้ ไม่ให้มีความเดือดร้อนต่อไป ซึ่งพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เมืองแสน ท้าวอุปคุต ท้าวเพี้ยเมืองวังพาครอบครัวมาเป็นคนเมืองคำอ้อ 806 เมืองวัง 852 รวม 1,658 คน พระอุปฮาตบุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ได้จัดแจงให้ท้าวเพี้ยนายไพร่ ครอบครัว ตั้งอยู่หนองสูง ดงบังอี่ ครอบครัว 2 เมืองนี้ สมัครอยู่กับเมืองมุกดาหาร ครอบครัวก็สมควรพอจะตั้งเป็นเมืองได้ แลบ้านหนองสูง ดงบังอี่ พระอุปฮาตได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ที่ทางเป็นภูมิฐานไร่นาดีอยู่แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านหนองสูงขึ้นเป็นเมือง พระราชทานชื่อเป็นเมืองหนองสูง ให้พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เป็นเจ้าเมือง เพี้ยเมืองแสน เมืองวังเป็นที่อุปฮาต ท้าวราชอาต น้องพระสีหนาม เป็นที่ราชวงศ์ ท้าวอุปคุต เมืองวัง เป็นที่ราชบุตร ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทาน พระสีหนาม เจ้าเมืองคำอ้อ (เจ้าเมืองหนองสูง) สัปทนแพร คัน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ถาดหมากเงิน คณโฑเงิน สำรับ 1 เงินตรา +1 เสื้อเข้มขาบก้านแย่ง 1 ผ้าดำปักทองมีซับใน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 เพี้ยเมืองแสน เมืองวัง (อุปฮาต) ผ้าโพกขลิบ 1 เงินตรา 15+ เสื้อเข้มขาบดอกถี่ 1 ผ้าดำปักไหม 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ท้าวราชอาต (น้องพระสีหนาม) (ราชวงศ์) ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 เงินตรา 10+ เสื้อเข้มดอกเสทิน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ท้าวอุปคุต (เมืองวัง) (ราชบุตร) เสื้ออัตคัตดอกลาย 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าลายวิลาศ 1 เงินตรา 7+ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ตั้ง ท้าวสีหนาม เป็นพระไกรสรราช เจ้าเมืองเมืองหนองสูง เพี้ยเมืองแสนเมืองวังเป็นที่อุปฮาตเมืองหนองสูง ท้าวราชอาตเป็นที่ท้าวราชวงศ์เมืองหนองสูง ท้าวอุปคุตเป็นที่ท้าวราชบุตรเมืองหนองสูง ขึ้นมารักษาบ้านเมือง คุ้มครองบ่าวไพร่ครอบครัว ทำราชการ ฉลองพระเดช ฉลองคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหาร ตามธรรมเนียมหัวเมืองน้อย ขึ้นกับเมืองใหญ่ และให้พระอุปฮาตผู้เป็นที่พระจันทร์สุริยวงษ์บังคับให้ พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ จัดแจง ตั้งแต่ท้าวเพี้ยขึ้นให้ครบตำแหน่งตามธรรมเนียมหัวเมืองลาว จะได้ช่วยกันทำราชการ รักษาบ้านเมือง ทำนุ บำรุง ครอบครัวบ่าวไพร่ให้อยู่เย็นเป็นสุข และพระไกรสรราช เจ้าเมือง ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระจันทรสุริยวงษ์ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร เมืองมุกดาหาร ซึ่ง เป็นเมืองใหญ่ ให้ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระไกรสรราช เจ้าเมือง แต่โดยชอบด้วยราชการ ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร์ บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง มีน้ำใจจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ทำราชการฉลองพระเดช พระคุณ โดยใจสุจริต
พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร และบุตรหลานท้าวเพี้ย มีน้ำใจ เลื่อมใสในกองการกุศล สร้างวัดวาอาราม ขึ้นไว้สำหรับในบ้านเมือง ทำนุ บำรุง พระสงฆ์ สามเณร ให้ปรนนิบัติ เล่าเรียนฝ่ายคันถะธุระ วิปัสสนาธุระ พระพุทธศาสนาจะได้ถาวรรุ่งเรือง จะได้เป็นที่ไหว้ ที่กราบบูชา และทำบุญให้ทานเป็นกองการกุศล และเป็นที่พึ่งไปภายหน้า
ประการหนึ่ง ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร กำชับ กำชา ไพร่บ้าน พลเมืองอย่าให้คบหาพากันกระทำโจรกรรม ฉกชิง คุมเหงราษฎร ลูกค้าพาณิชย์ ให้ได้ความยากแค้นเดือนร้อน แลให้ดูแลเอาใจใส่ไพร่พลเมืองให้ทำมาหากินให้อยู่เย็นเป็นสุข
ประการหนึ่ง เป็นอย่างธรรมเนียมสืบมาแต่ก่อน ถ้าเถิงเทศกาล พระราชพิธีตรุษ พระราชพิธีสารท จะได้รับพระราชทานถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจา แลบ้านเมืองหนองสูง เป็นเมืองขึ้นเมืองมุกดาหาร เถิงเทศกาลถือน้ำก็ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ย กรรมการเมืองหนองสูง ไปพร้อมด้วย พระจันทร์สุริยวงษ์ พระอุปฮาต ราชวงษ์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ที่วัดวาอารามจำเพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าบ่ายหน้าต่อกรุงเทพมหานคร กราบถวายบังคมกระทำสัตยานุสัตย์ ถวายต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว รับพระราชทานน้ำพิพัฒน์สัจจาปีละสองครั้ง ตามอย่างธรรมเนียม เสมอจงทุกปีสืบไป
เพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่ท้าวอุปฮาต ท้าวอุปคุตผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร หาได้ลงไปเผ้าทูล ละอองฯ ณ กรุงเทพมหานครไม่ โปรดเกล้าฯ ให้มอบเงินตรากับเสื้อผ้าเครื่องยศสำหรับที่ท้าวอุปฮาต ท้าวราชบุตร ให้พระจันทร์สุริยวงษ์ เจ้าเมืองมุกดาหาร คุมขึ้นมาพระราชทานให้กับเพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่อุปฮาต ท้าวอุปคุต ผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร รับพระราชทานทำราชการ ฉลองพระเดช พระคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหารตามท้องตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นมานั้น อย่าให้เสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นอันขาด
{{center|หนังสือมา ณ วัน 6 11 ฯ 8 8 ค่ำ ปีมะโรง ฉศก.<ref>จดหมายเหตุ ร. 3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ '''สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง'''</ref>}}
{{ลมท}}
== บรรณานุกรม ==
* จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ. เรื่อง สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง.
{{ลิขสิทธิ์เกิน 50 ปี|2387}}
[[หมวดหมู่:จดหมายเหตุ]]
[[หมวดหมู่:เอกสาร พ.ศ. 2387]]
[[หมวดหมู่:เมืองหนองสูง]]
[[หมวดหมู่:สารตรา]]
[[หมวดหมู่:จังหวัดมุกดาหารในเอกสารประวัติศาสตร์]]
cda6mqhd4y0wtsib256sf6btoppn0lc
คุยกับผู้ใช้:Kamolming
3
90015
291056
2026-06-27T19:32:44Z
New user message
1899
เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่
291056
wikitext
text/x-wiki
{{Template:Welcome|realName=|name=Kamolming}}
-- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 02:32, 28 มิถุนายน 2569 (+07)
1gtfn8nrj22w6xrqp94xcf4w9nzu6bd
คุยกับผู้ใช้:พรเทพ19
3
90016
291065
2026-06-28T01:32:25Z
New user message
1899
เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่
291065
wikitext
text/x-wiki
{{Template:Welcome|realName=|name=พรเทพ19}}
-- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 08:32, 28 มิถุนายน 2569 (+07)
dv4z2h5ph6krcwjb3tpcp0etruujx9k
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/28
250
90017
291070
2026-06-28T09:00:59Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
291070
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๑๗|กฎพระสงฆ 4}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
ogqp2gvjyrxo5ha3jm1saj29neow50x
291071
291070
2026-06-28T09:02:57Z
Lunlumita
12009
291071
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๑๗|กฎพระสงฆ 4}}{{สต}}</noinclude>ก็ดี ครั้นจะออกเปนฆราวาษ จะหาเลี้ยงชีวิตรก็มิได้ จำจะอยู่เลี้ยงชีวิตรในสมณะให้ลามกมลทินในผ้ากาษาวะภัตรอันเปนธงไชยพระอาริยเจ้า บางคาบที่บวดเข้าแล้วก็ไม่โลเล หาละธุระทังสองเสียไม่ อุษาห์ประนิบัดิ ถึงมิได้มักได้ผลในชาตนี้ ก็เปนวาศนาติดตนไปในอะนาคต เปนประเวณีมนุษย มีปัญาพบเหนพระสาศนาเข้าแล้ว ก็มีความเพียนประนิบัดิตามธุระทังสอง อยู่นิไสยในสำนักนิ์ครูอุประฌาอาจารย ๆ ก็<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
0x9ftovs41xojzchat0a019d0vvcbuj
291072
291071
2026-06-28T09:04:43Z
Lunlumita
12009
291072
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๑๗|กฎพระสงฆ 4}}{{สต}}</noinclude>ก็ดี ครั้นจะออกเปนฆราวาษ จะหาเลี้ยงชีวิตรก็มิได้ จำจะอยู่เลี้ยงชีวิตรในสมณะให้ลามกมลทินในผ้ากาษาวะภัตรอันเปนธงไชยพระอาริยเจ้า บางคาบที่บวดเข้าแล้วก็ไม่โลเล หาละธุระทังสองเสียไม่ อุษาห์ประนิบัดิ ถึงมิได้มักได้ผลในชาตนี้ ก็เปนวาศนาติดตนไปในอะนาคต เปนประเวณีมนุษย มีปัญาพบเหนพระสาศนาเข้าแล้ว ก็มีความเพียนประนิบัดิตามธุระทังสอง อยู่นิไสยในสำนักนิ์ครูอุประฌาอาจารย ๆ ก็ตั้งใจสั่งสอนตักเตือนกำชับว่ากล่าวกัน มิได้ละเมิดพระสาศนาหามิได้ พระสาศนาก็บริบูรรณมา แลภิกษุสามเณรทุกวันนี้ลางบางบวดเข้าแล้วก็มิได้ประนิบัดิตามทุระทังสอง เปนภิกษุโลเลละบุรุษความเพียนนั้นเสีย ๆ ประโยชนไปในชาตนี้ชาตหน้า เอาแต่กาษาวะภัตรเปนที่พึ่งเพื่อจะเอาแต่ความสะบายให้บริบูรรณกายเนื้อหนัง ดุจพระพุทธฎีกาตรัสว่าเหมือนโคแลกระบือ เกิดมาแต่จะบริโภคอาหารให้จำเริญแต่เนื้อหนัง จะได้จำเริญศีลสมาธิปัญานั้นหามิได้<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
2a425zsjseadtnze2dumpti7b3s1nk6
291073
291072
2026-06-28T09:10:24Z
Lunlumita
12009
291073
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๑๗|กฎพระสงฆ 4}}{{สต}}</noinclude>ก็ดี ครั้นจะออกเปนฆราวาษ จะหาเลี้ยงชีวิตรก็มิได้ จำจะอยู่เลี้ยงชีวิตรในสมณะให้ลามกมลทินในผ้ากาษาวะภัตรอันเปนธงไชยพระอาริยเจ้า บางคาบที่บวดเข้าแล้วก็ไม่โลเล หาละธุระทังสองเสียไม่ อุษาห์ประนิบัดิ ถึงมิได้มักได้ผลในชาตนี้ ก็เปนวาศนาติดตนไปในอะนาคต เปนประเวณีมนุษย มีปัญาพบเหนพระสาศนาเข้าแล้ว ก็มีความเพียนประนิบัดิตามธุระทังสอง อยู่นิไสยในสำนักนิ์ครูอุประฌาอาจารย ๆ ก็ตั้งใจสั่งสอนตักเตือนกำชับว่ากล่าวกัน มิได้ละเมิดพระสาศนาหามิได้ พระสาศนาก็บริบูรรณมา แลภิกษุสามเณรทุกวันนี้ลางบางบวดเข้าแล้วก็มิได้ประนิบัดิตามทุระทังสอง เปนภิกษุโลเลละบุรุษความเพียนนั้นเสีย ๆ ประโยชนไปในชาตนี้ชาตหน้า เอาแต่กาษาวะภัตรเปนที่พึ่งเพื่อจะเอาแต่ความสะบายให้บริบูรรณกายเนื้อหนัง ดุจพระพุทธฎีกาตรัสว่าเหมือนโคแลกระบือ เกิดมาแต่จะบริโภคอาหารให้จำเริญแต่เนื้อหนัง จะได้จำเริญศีลสมาธิปัญานั้นหามิได้ แล้วก็มิได้อยู่ในนิไสยอุประฌาอาจารย ๆ ก็เมินเสีย มิได้กำชับว่ากล่าว ให้ประพฤดิแต่ตามอำเพอใจ มิได้ร่ำเรียนเอาธุระอันใดที่จะห้ามจิตรบาป ก็ชวนกันกระทำอะกุศลหยาบช้า ทำร้ายแผ่นดินแลพระสาศนาให้เส้าหมอง ฉนี้มิควรนักหนา<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
f1kas7ozp7vb7llc8lfwb9w9nor7nz5
291074
291073
2026-06-28T09:11:12Z
Lunlumita
12009
291074
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๑๗|กฎพระสงฆ 4}}{{สต}}</noinclude>ก็ดี ครั้นจะออกเปนฆราวาษ จะหาเลี้ยงชีวิตรก็มิได้ จำจะอยู่เลี้ยงชีวิตรในสมณะให้ลามกมลทินในผ้ากาษาวะภัตรอันเปนธงไชยพระอาริยเจ้า บางคาบที่บวดเข้าแล้วก็ไม่โลเล หาละธุระทังสองเสียไม่ อุษาห์ประนิบัดิ ถึงมิได้มักได้ผลในชาตนี้ ก็เปนวาศนาติดตนไปในอะนาคต เปนประเวณีมนุษย มีปัญาพบเหนพระสาศนาเข้าแล้ว ก็มีความเพียนประนิบัดิตามธุระทังสอง อยู่นิไสยในสำนักนิ์ครูอุประฌาอาจารย ๆ ก็ตั้งใจสั่งสอนตักเตือนกำชับว่ากล่าวกัน มิได้ละเมิดพระสาศนาหามิได้ พระสาศนาก็บริบูรรณมา แลภิกษุสามเณรทุกวันนี้ลางบางบวดเข้าแล้วก็มิได้ประนิบัดิตามทุระทังสอง เปนภิกษุโลเลละบุรุษความเพียนนั้นเสีย ๆ ประโยชนไปในชาตนี้ชาตหน้า เอาแต่กาษาวะภัตรเปนที่พึ่งเพื่อจะเอาแต่ความสะบายให้บริบูรรณกายเนื้อหนัง ดุจพระพุทธฎีกาตรัสว่าเหมือนโคแลกระบือ เกิดมาแต่จะบริโภคอาหารให้จำเริญแต่เนื้อหนัง จะได้จำเริญศีลสมาธิปัญานั้นหามิได้ แล้วก็มิได้อยู่ในนิไสยอุประฌาอาจารย ๆ ก็เมินเสีย มิได้กำชับว่ากล่าว ให้ประพฤดิแต่ตามอำเพอใจ มิได้ร่ำเรียนเอาธุระอันใดที่จะห้ามจิตรบาป ก็ชวนกันกระทำอะกุศลหยาบช้า ทำร้ายแผ่นดินแลพระสาศนาให้เส้าหมอง ฉนี้มิควรนักหนา
แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ห้ามอย่าให้มีภิกษุโลเลละวัฏะประนิบัดแลปัติญาณตัวว่าเปนกิจวัดมิได้ร่ำเรียนธุระทังสองฝ่าย อย่าให้มีได้เปนอันขาดทีเดียว อนึ่งบวดเข้าแล้วให้อยู่ใน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
10hcvdqn26k70d79a6hclshsr4ibnuu
291075
291074
2026-06-28T09:11:24Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
291075
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๑๗|กฎพระสงฆ 4}}{{สต}}</noinclude>ก็ดี ครั้นจะออกเปนฆราวาษ จะหาเลี้ยงชีวิตรก็มิได้ จำจะอยู่เลี้ยงชีวิตรในสมณะให้ลามกมลทินในผ้ากาษาวะภัตรอันเปนธงไชยพระอาริยเจ้า บางคาบที่บวดเข้าแล้วก็ไม่โลเล หาละธุระทังสองเสียไม่ อุษาห์ประนิบัดิ ถึงมิได้มักได้ผลในชาตนี้ ก็เปนวาศนาติดตนไปในอะนาคต เปนประเวณีมนุษย มีปัญาพบเหนพระสาศนาเข้าแล้ว ก็มีความเพียนประนิบัดิตามธุระทังสอง อยู่นิไสยในสำนักนิ์ครูอุประฌาอาจารย ๆ ก็ตั้งใจสั่งสอนตักเตือนกำชับว่ากล่าวกัน มิได้ละเมิดพระสาศนาหามิได้ พระสาศนาก็บริบูรรณมา แลภิกษุสามเณรทุกวันนี้ลางบางบวดเข้าแล้วก็มิได้ประนิบัดิตามทุระทังสอง เปนภิกษุโลเลละบุรุษความเพียนนั้นเสีย ๆ ประโยชนไปในชาตนี้ชาตหน้า เอาแต่กาษาวะภัตรเปนที่พึ่งเพื่อจะเอาแต่ความสะบายให้บริบูรรณกายเนื้อหนัง ดุจพระพุทธฎีกาตรัสว่าเหมือนโคแลกระบือ เกิดมาแต่จะบริโภคอาหารให้จำเริญแต่เนื้อหนัง จะได้จำเริญศีลสมาธิปัญานั้นหามิได้ แล้วก็มิได้อยู่ในนิไสยอุประฌาอาจารย ๆ ก็เมินเสีย มิได้กำชับว่ากล่าว ให้ประพฤดิแต่ตามอำเพอใจ มิได้ร่ำเรียนเอาธุระอันใดที่จะห้ามจิตรบาป ก็ชวนกันกระทำอะกุศลหยาบช้า ทำร้ายแผ่นดินแลพระสาศนาให้เส้าหมอง ฉนี้มิควรนักหนา
แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ห้ามอย่าให้มีภิกษุโลเลละวัฏะประนิบัดแลปัติญาณตัวว่าเปนกิจวัดมิได้ร่ำเรียนธุระทังสองฝ่าย อย่าให้มีได้เปนอันขาดทีเดียว อนึ่งบวดเข้าแล้วให้อยู่ใน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
hwro4vxeza3ot4xtlpgoivy0tqsmimw
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/29
250
90018
291076
2026-06-28T09:13:06Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
291076
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๑๘|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
b6smxu1dhmji53gbot7wc4teei67t5o
291077
291076
2026-06-28T09:15:36Z
Lunlumita
12009
291077
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๑๘|กฎพระสงฆ 5}}{{สต}}</noinclude>หมู่คณะสำนักนิ์อุประฌาอาจารย ๆ จงตั้งใจประนิบัดิรักษาสิกขาบท อย่าโลเลให้ศิศยเอาเยี่ยงหย่าง แลพระสาศนาจะรุ่งเรืองขึ้นนั้นเพราะพระราชาคณะ ให้พระราชาคณะเร่งตักเตือนพิจารณา เหนศิศยควรจะร่ำเรียนคันฐธุระวิปัศนาธุระอันใดอันหนึ่งได้ ก็ให้ร่ำเรียนธุระอันนั้น แล้วปรนิบัดิตามพระบริญัติปัติปัติสาศนาให้เปนที่เลื่อมใสศรัทธาแก่เทพามนุษยทังปวง แล้วให้พระราชาคณะเจ้าคณะอะธิการทำบาญชียหางว่าวภิกษุสามเณรฝ่ายคันฐธุระวิปัศะนาธุระส่งให้สังกะรีธรรมการกราบทูลพระกรรุณา จะได้ทรงพระราชศรัทธาบำเพงพระราชกุศล แลให้พระราชาคณะเจ้าคณะอธิการสังกะรีธรรมการกำชับว่ากล่าวพระภิกษุสามเณรให้เนือง ๆ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
f9itb00eg1aocrav065r89qciip9f8g
291078
291077
2026-06-28T09:16:34Z
Lunlumita
12009
291078
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๑๘|กฎพระสงฆ 5}}{{สต}}</noinclude>หมู่คณะสำนักนิ์อุประฌาอาจารย ๆ จงตั้งใจประนิบัดิรักษาสิกขาบท อย่าโลเลให้ศิศยเอาเยี่ยงหย่าง แลพระสาศนาจะรุ่งเรืองขึ้นนั้นเพราะพระราชาคณะ ให้พระราชาคณะเร่งตักเตือนพิจารณา เหนศิศยควรจะร่ำเรียนคันฐธุระวิปัศนาธุระอันใดอันหนึ่งได้ ก็ให้ร่ำเรียนธุระอันนั้น แล้วปรนิบัดิตามพระบริญัติปัติปัติสาศนาให้เปนที่เลื่อมใสศรัทธาแก่เทพามนุษยทังปวง แล้วให้พระราชาคณะเจ้าคณะอะธิการทำบาญชียหางว่าวภิกษุสามเณรฝ่ายคันฐธุระวิปัศะนาธุระส่งให้สังกะรีธรรมการกราบทูลพระกรรุณา จะได้ทรงพระราชศรัทธาบำเพงพระราชกุศล แลให้พระราชาคณะเจ้าคณะอธิการสังกะรีธรรมการกำชับว่ากล่าวพระภิกษุสามเณรให้เนือง ๆ ถ้าภิกษุแลสามเณรองคใดกักขละหยาบช้าสอนยาก อุประฌาอาจารยจะว่ามิฟัง สั่งสอนเปนหลายครั้งแล้วมิได้ปรนิบัดิตาม ให้กำจัดเสีย อย่าให้เข้าหมู่คณะได้เปนอันขาดทีเดียว พระสาศนาจึ่งจะรุ่งเรืองสืบไป<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
5wfxmgquc8cnydqh0dimzypny8bjczp
291079
291078
2026-06-28T09:18:54Z
Lunlumita
12009
291079
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๑๘|กฎพระสงฆ 5}}{{สต}}</noinclude>หมู่คณะสำนักนิ์อุประฌาอาจารย ๆ จงตั้งใจประนิบัดิรักษาสิกขาบท อย่าโลเลให้ศิศยเอาเยี่ยงหย่าง แลพระสาศนาจะรุ่งเรืองขึ้นนั้นเพราะพระราชาคณะ ให้พระราชาคณะเร่งตักเตือนพิจารณา เหนศิศยควรจะร่ำเรียนคันฐธุระวิปัศนาธุระอันใดอันหนึ่งได้ ก็ให้ร่ำเรียนธุระอันนั้น แล้วปรนิบัดิตามพระบริญัติปัติปัติสาศนาให้เปนที่เลื่อมใสศรัทธาแก่เทพามนุษยทังปวง แล้วให้พระราชาคณะเจ้าคณะอะธิการทำบาญชียหางว่าวภิกษุสามเณรฝ่ายคันฐธุระวิปัศะนาธุระส่งให้สังกะรีธรรมการกราบทูลพระกรรุณา จะได้ทรงพระราชศรัทธาบำเพงพระราชกุศล แลให้พระราชาคณะเจ้าคณะอธิการสังกะรีธรรมการกำชับว่ากล่าวพระภิกษุสามเณรให้เนือง ๆ ถ้าภิกษุแลสามเณรองคใดกักขละหยาบช้าสอนยาก อุประฌาอาจารยจะว่ามิฟัง สั่งสอนเปนหลายครั้งแล้วมิได้ปรนิบัดิตาม ให้กำจัดเสีย อย่าให้เข้าหมู่คณะได้เปนอันขาดทีเดียว พระสาศนาจึ่งจะรุ่งเรืองสืบไป
ถ้าแลราชาคณะเจ้าคณะอธิการภิกษุสามเณรสังกะรีธรรมการผู้ใดมิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้ จะเอาตัวญาติโยมเปนโทษตามโทษานุโทษ
กฎให้ไว้ณะวันอาทิตย เดือนแปด ขึ้นสิบห้าค่ำ จุลศักราชพันร้อยสี่{{ตตฉ|สบ}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|สบ|สิบ}}</ref> ห้า ปีเถาะเบญศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
7ypdxensend0u5yxz53w0lvw6kqbqb5
291080
291079
2026-06-28T09:20:13Z
Lunlumita
12009
291080
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๑๘|กฎพระสงฆ 5}}{{สต}}</noinclude>หมู่คณะสำนักนิ์อุประฌาอาจารย ๆ จงตั้งใจประนิบัดิรักษาสิกขาบท อย่าโลเลให้ศิศยเอาเยี่ยงหย่าง แลพระสาศนาจะรุ่งเรืองขึ้นนั้นเพราะพระราชาคณะ ให้พระราชาคณะเร่งตักเตือนพิจารณา เหนศิศยควรจะร่ำเรียนคันฐธุระวิปัศนาธุระอันใดอันหนึ่งได้ ก็ให้ร่ำเรียนธุระอันนั้น แล้วปรนิบัดิตามพระบริญัติปัติปัติสาศนาให้เปนที่เลื่อมใสศรัทธาแก่เทพามนุษยทังปวง แล้วให้พระราชาคณะเจ้าคณะอะธิการทำบาญชียหางว่าวภิกษุสามเณรฝ่ายคันฐธุระวิปัศะนาธุระส่งให้สังกะรีธรรมการกราบทูลพระกรรุณา จะได้ทรงพระราชศรัทธาบำเพงพระราชกุศล แลให้พระราชาคณะเจ้าคณะอธิการสังกะรีธรรมการกำชับว่ากล่าวพระภิกษุสามเณรให้เนือง ๆ ถ้าภิกษุแลสามเณรองคใดกักขละหยาบช้าสอนยาก อุประฌาอาจารยจะว่ามิฟัง สั่งสอนเปนหลายครั้งแล้วมิได้ปรนิบัดิตาม ให้กำจัดเสีย อย่าให้เข้าหมู่คณะได้เปนอันขาดทีเดียว พระสาศนาจึ่งจะรุ่งเรืองสืบไป
ถ้าแลราชาคณะเจ้าคณะอธิการภิกษุสามเณรสังกะรีธรรมการผู้ใดมิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้ จะเอาตัวญาติโยมเปนโทษตามโทษานุโทษ
กฎให้ไว้ณะวันอาทิตย เดือนแปด ขึ้นสิบห้าค่ำ จุลศักราชพันร้อยสี่{{ตตฉ|สบ}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|สบ|สิบ}}</ref> ห้า ปีเถาะเบญศก
{{ลปร1|กหน|5}}
๕ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระราชาคณะเจ้าอธิการ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
36j8ylaz26d9kf1m67qloij4i36ij9o
291081
291080
2026-06-28T09:20:22Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
291081
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๑๘|กฎพระสงฆ 5}}{{สต}}</noinclude>หมู่คณะสำนักนิ์อุประฌาอาจารย ๆ จงตั้งใจประนิบัดิรักษาสิกขาบท อย่าโลเลให้ศิศยเอาเยี่ยงหย่าง แลพระสาศนาจะรุ่งเรืองขึ้นนั้นเพราะพระราชาคณะ ให้พระราชาคณะเร่งตักเตือนพิจารณา เหนศิศยควรจะร่ำเรียนคันฐธุระวิปัศนาธุระอันใดอันหนึ่งได้ ก็ให้ร่ำเรียนธุระอันนั้น แล้วปรนิบัดิตามพระบริญัติปัติปัติสาศนาให้เปนที่เลื่อมใสศรัทธาแก่เทพามนุษยทังปวง แล้วให้พระราชาคณะเจ้าคณะอะธิการทำบาญชียหางว่าวภิกษุสามเณรฝ่ายคันฐธุระวิปัศะนาธุระส่งให้สังกะรีธรรมการกราบทูลพระกรรุณา จะได้ทรงพระราชศรัทธาบำเพงพระราชกุศล แลให้พระราชาคณะเจ้าคณะอธิการสังกะรีธรรมการกำชับว่ากล่าวพระภิกษุสามเณรให้เนือง ๆ ถ้าภิกษุแลสามเณรองคใดกักขละหยาบช้าสอนยาก อุประฌาอาจารยจะว่ามิฟัง สั่งสอนเปนหลายครั้งแล้วมิได้ปรนิบัดิตาม ให้กำจัดเสีย อย่าให้เข้าหมู่คณะได้เปนอันขาดทีเดียว พระสาศนาจึ่งจะรุ่งเรืองสืบไป
ถ้าแลราชาคณะเจ้าคณะอธิการภิกษุสามเณรสังกะรีธรรมการผู้ใดมิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้ จะเอาตัวญาติโยมเปนโทษตามโทษานุโทษ
กฎให้ไว้ณะวันอาทิตย เดือนแปด ขึ้นสิบห้าค่ำ จุลศักราชพันร้อยสี่{{ตตฉ|สบ}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|สบ|สิบ}}</ref> ห้า ปีเถาะเบญศก
{{ลปร1|กหน|5}}
๕ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระราชาคณะเจ้าอธิการ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
1abe07zprnqx8y5o917vmuw296yd8oz
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/30
250
90019
291082
2026-06-28T09:20:36Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
291082
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๑๙|กฎพระสงฆ 5}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
8dzrnyhsn7go2cj994l4qswkj77a1ub