วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.47.0-wmf.8 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/476 250 79789 291186 290983 2026-06-29T15:54:15Z Lunlumita 12009 291186 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Legosigno" /></noinclude>{{ก|บอกแก้คำผิด|140}} {{สต|7em}} {| {{ts|ac|mc|bc}} |- | {{ts|bb}} | หน้า | {{ts|bl|bb}} | บรรทัด | {{ts|bl|bb}} | คำว่า | {{ts|bl|bb}} | ให้แก้เป็น | {{ts|bl|bb}} | หน้า | {{ts|bl|bb}} | บรรทัด | {{ts|bl|bb}} | คำว่า | {{ts|bl|bb}} | ให้แก้เป็น |-style="vertical-align:top;" | ๕ | {{ts|bl}} | ๖ | {{ts|bl}} | เมตไตรย | {{ts|bl}} | เมตไตร | {{ts|bl}} | ๕๒ | {{ts|bl}} | ๒ | {{ts|bl}} | ผ้ | {{ts|bl}} | ผู้ |-style="vertical-align:top;" | ๗ | {{ts|bl}} | ๑๑ | {{ts|bl}} | มิศัรทธา | {{ts|bl}} | มีศัรทธา | rowspan=2 {{ts|bl}} | ๕๗ | rowspan=2 {{ts|bl}} | ๑ | rowspan=2 {{ts|bl}} | จหมื่นเสมอใจราช | rowspan=2 {{ts|bl}} | จหมื่นสเมอใจราช |-style="vertical-align:top;" | ″ | {{ts|bl}} | ๒๐ | {{ts|bl}} | อี่เพง | {{ts|bl}} | ของอี่เพง |-style="vertical-align:top;" | ๙ | {{ts|bl}} | ๑๙ | {{ts|bl}} | ก์ | {{ts|bl}} | ก็ | {{ts|bl}} | ″ | {{ts|bl}} | ๕ | {{ts|bl}} | ไห้ | {{ts|bl}} | ให้ |-style="vertical-align:top;" | ๑๐ | {{ts|bl}} | ๒๒ | {{ts|bl}} | บริญต | {{ts|bl}} | บริญัติ | {{ts|bl}} | ๗๑ | {{ts|bl}} | ๑๕ | {{ts|bl}} | ตตรา | {{ts|bl}} | ตีตรา |-style="vertical-align:top;" | ๑๑ | {{ts|bl}} | ๒๐ | {{ts|bl}} | ทจะ | {{ts|bl}} | ที่จะ | {{ts|bl}} | ๗๖ | {{ts|bl}} | ๑๑ | {{ts|bl}} | เครอ | {{ts|bl}} | เครือ |-style="vertical-align:top;" | ๑๘ | {{ts|bl}} | ๒๐ | {{ts|bl}} | สบ | {{ts|bl}} | สิบ | rowspan=3 {{ts|bl}} | ″ | rowspan=3 {{ts|bl}} | ๑๗ | rowspan=3 {{ts|bl}} | เงีน {{ซบ|หุ้มรวง|เคลือบ}} {{ปก2}} | rowspan=3 {{ts|bl}} | เงีน {{ซบ|หุ้มรวง|เคลือบ|ทองแดง}} {{ปก2|3}} |-style="vertical-align:top;" | ๒๑ | {{ts|bl}} | ๘ | {{ts|bl}} | ทลี | {{ts|bl}} | ทุลี |-style="vertical-align:top;" | ๓๐ | {{ts|bl}} | ๓ | {{ts|bl}} | อยู | {{ts|bl}} | อยู่ |-style="vertical-align:top;" | ๓๑ | {{ts|bl}} | ๑๑ | {{ts|bl}} | ให | {{ts|bl}} | ให้ | {{ts|bl}} | ๘๘ | {{ts|bl}} | ๑ | {{ts|bl}} | อยู | {{ts|bl}} | อยู่ |-style="vertical-align:top;" | ๓๓ | {{ts|bl}} | ๑๐ | {{ts|bl}} | ชอก | {{ts|bl}} | ชอบ | {{ts|bl}} | ๘๙ | {{ts|bl}} | ๑๓ | {{ts|bl}} | มกข | {{ts|bl}} | มุกข |-style="vertical-align:top;" | ๓๔ | {{ts|bl}} | ๗ | {{ts|bl}} | พะราชถาน | {{ts|bl}} | พระราชถาน | {{ts|bl}} | ๙๐ | {{ts|bl}} | ๑๐ | {{ts|bl}} | อเขียว | {{ts|bl}} | อีเขียว |-style="vertical-align:top;" | ″ | {{ts|bl}} | ๑๓ | {{ts|bl}} | เนี้อ | {{ts|bl}} | เนื้อ | {{ts|bl}} | ๙๖ | {{ts|bl}} | ๕ | {{ts|bl}} | อีคุม | {{ts|bl}} | อีคุ้ม |-style="vertical-align:top;" | ″ | {{ts|bl}} | ๑๗ | {{ts|bl}} | ″ | {{ts|bl}} | ″ | {{ts|bl}} | ๑๐๑ | {{ts|bl}} | ๑๔ | {{ts|bl}} | เพียงน | {{ts|bl}} | เพียงนี้ |-style="vertical-align:top;" | ๓๖ | {{ts|bl}} | ๑๑ | {{ts|bl}} | เปนท | {{ts|bl}} | เปนที่ | {{ts|bl}} | ๑๑๘ | {{ts|bl}} | (๒) | {{ts|bl}} | สุระบูรีย | {{ts|bl}} | สุระบุรีย |-style="vertical-align:top;" | ๓๘ | {{ts|bl}} | ๑๒ | {{ts|bl}} | อย่ | {{ts|bl}} | อยู่ | {{ts|bl}} | ๑๒๒ | {{ts|bl}} | ๑๐ | {{ts|bl}} | ไห้ | {{ts|bl}} | ให้ |-style="vertical-align:top;" | ″ | {{ts|bl}} | ๑๓ | {{ts|bl}} | บาปะ | {{ts|bl}} | ปาปะ | {{ts|bl}} | ๑๒๗ | {{ts|bl}} | ๑ | {{ts|bl}} | ผ | {{ts|bl}} | ผู้ |-style="vertical-align:top;" | ๓๙ | {{ts|bl}} | ๑๐ | {{ts|bl}} | เสดจ | {{ts|bl}} | เสด็จ | {{ts|bl}} | ๑๒๘ | {{ts|bl}} | ๑๓ | {{ts|bl}} | ผู | {{ts|bl}} | ผู้ |-style="vertical-align:top;" | ″ | {{ts|bl}} | (๒) | {{ts|bl}} | จั่ตุราบาย | {{ts|bl}} | จัตุราบาย | {{ts|bl}} | ๑๓๐ | {{ts|bl}} | ๓ | {{ts|bl}} | สิง | {{ts|bl}} | สิ่ง |-style="vertical-align:top;" | ๔๐ | {{ts|bl}} | (๒) | {{ts|bl}} | รก | {{ts|bl}} | รัก | {{ts|bl}} | ๑๓๑ | {{ts|bl}} | ๑ | {{ts|bl}} | าม | {{ts|bl}} | ตาม |-style="vertical-align:top;" | ๔๓ | {{ts|bl}} | ๑๗ | {{ts|bl}} | กได้ | {{ts|bl}} | ก็ได้ | {{ts|bl}} | ″ | {{ts|bl}} | ๒ | {{ts|bl}} | อยู | {{ts|bl}} | อยู่ |-style="vertical-align:top;" | ๔๘ | {{ts|bl}} | ๕ | {{ts|bl}} | อยู | {{ts|bl}} | อยู่ | {{ts|bl}} | ″ | {{ts|bl}} | ๗ | {{ts|bl}} | ร้บจำนำ | {{ts|bl}} | รับจำนำ<noinclude>{{มปกต}} |} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> am018t8rcnszqrvqojkn4ehkkog9kxx สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง 0 90014 291217 291067 2026-06-29T23:05:54Z ~2026-37563-08 12389 ลิขสิทธิ์ 291217 wikitext text/x-wiki {{หัวเรื่อง | ชื่อเรื่อง = สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง | ปี = 2387 | ผู้สร้างสรรค์ = | บรรณาธิการ = | ผู้เผยแพร่ = | ที่มา = จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ | คำอธิบาย = | ก่อนหน้า = | ถัดไป = | หมายเหตุ = }} {{center|{{fs|140%|'''หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ'''}}}} {{center|{{fs|120%|'''ถึง เมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร'''}}}} หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาถึงเมืองแสน เมืองจันทน์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ด้วยเจ้าพระยาบดินทร์เดชา บอกเข้าไปกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระอุปฮาตผู้ว่าราชการ ท้าวเพี้ย เมืองมุกดาหาร พาตัวท้าวราชอาตเมืองคำอ้อ เพี้ยสุวรรณโคตรเมืองวัง ลงไป ณ เมืองพนมเปญพระอุปฮาตแจ้งข่าว เจ้าพระยาบดินทร์เดชาว่า พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวอุปคุต ท้าวสุวรรณเมืองวัง เพี้ยเมืองแสนเมืองวัง พาครอบครัวสามิภักดิ์ ได้ให้ครอบครัวตั้งอยู่ที่หนองสูง ดงบังอี่ แขวงมุกดาหาร เป็นคนเมืองคำอ้อ ท้าวสีหนาม 1 ท้าวเพี้ย 32 รวม 33 ฉกรรจ์ 146 ครัว 627 รวม 806 เป็นคนเมืองวัง ท้าวเพี้ย 31 ฉกรรจ์ 174 ครัว 647 รวม 852 รวม 1,658 คน ครัว 2 เมืองนี้สมัครทำราชการกับเมืองมุกดาหาร ท้าวอุปฮาต ท้าวเพี้ย จะขอรับราชทานที่หนองสูง ดงบังอี่ ตั้งเป็นเมืองขึ้น ให้ท้าวสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง รวบรวมครอบครัว บ่าวไพร่ ตั้งบ้านเรือน ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร และพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อนั้น พระมหาสงคราม เจ้าอุปราชเวียงจันทน์ พาลงไปเฝ้าทูลละอองฯ แจ้งราชการ ณ กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานได้ตั้งน้ำพระพิพัฒน์สัตยาให้พระสีหนาม ท้าวเพี้ยเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง กระทำสัตยานุสัตย์รับพระราชทาน น้ำพระพิพัฒน์สัจจาตามอย่างธรรมเนียมแล้ว ได้นำเอาหนังสือ บอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชา กราบบังคมทูลพระกรุณา พาพระอุปฮาต ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ ท้าวเพี้ยเมืองวัง เข้าเฝ้าทูลละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองฯ แล้ว จึงทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า เมืองคำอ้อ เมืองวัง พลเมืองฟากของตะวันออก เหล่านี้ก็เป็นข้าขัณฑเสมา กรุงเทพมหานครแต่เดิม พากันไปพึ่งอ้ายญวน เมื่อครั้งเจ้าอนุเวียงจันทน์ เป็นกบฏขัดแข็งบ้านเมือง จึงโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพยกทัพไปทำลายบ้านเมืองให้ยับเยิน หัวเมืองลาวฟากตะวันออกที่รู้ผิดโทษตัวหมายจะเอาอ้ายญวนเป็นที่พึ่งมิได้ พาครอบครัวสามิภักดิ์ข้ามมาขออยู่กับหัวเมืองฟากของข้างนี้ ก็ได้มีสารตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปเถิง เจ้าเมือง อุปฮาต ท้าวเพี้ยแต่ก่อนว่าถ้านายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาว ฟากของตะวันออกสามิภักดิ์ พาครอบครัวข้ามโดยดี จะสมัครอยู่กับเมืองใด ก็โปรดเกล้าฯ ให้อยู่ทำราชการด้วย เจ้าเมือง ท้าวเพี้ย ตามใจสมัคร หากมีครอบครัวบ่าวไพร่ข้ามมา สมควรจะตั้งเป็นเมืองได้ จะโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นเมือง ทำราชการขึ้นกับเมืองใหม่จะได้เป็นภูมิฐานบ้านเมือง ทำมาหากินอยู่เป็นสุข โดยทรงพระมหากรุณาเมตตา จะทรงสงเคราะห์ กับนายไพร่ ครอบครัวหัวเมืองลาวเหล่านี้ ไม่ให้มีความเดือดร้อนต่อไป ซึ่งพระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เมืองแสน ท้าวอุปคุต ท้าวเพี้ยเมืองวังพาครอบครัวมาเป็นคนเมืองคำอ้อ 806 เมืองวัง 852 รวม 1,658 คน พระอุปฮาตบุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ได้จัดแจงให้ท้าวเพี้ยนายไพร่ ครอบครัว ตั้งอยู่หนองสูง ดงบังอี่ ครอบครัว 2 เมืองนี้ สมัครอยู่กับเมืองมุกดาหาร ครอบครัวก็สมควรพอจะตั้งเป็นเมืองได้ แลบ้านหนองสูง ดงบังอี่ พระอุปฮาตได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ที่ทางเป็นภูมิฐานไร่นาดีอยู่แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านหนองสูงขึ้นเป็นเมือง พระราชทานชื่อเป็นเมืองหนองสูง ให้พระสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อ เป็นเจ้าเมือง เพี้ยเมืองแสน เมืองวังเป็นที่อุปฮาต ท้าวราชอาต น้องพระสีหนาม เป็นที่ราชวงศ์ ท้าวอุปคุต เมืองวัง เป็นที่ราชบุตร ทำราชการขึ้นกับเมืองมุกดาหาร จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทาน พระสีหนาม เจ้าเมืองคำอ้อ (เจ้าเมืองหนองสูง) สัปทนแพร คัน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ถาดหมากเงิน คณโฑเงิน สำรับ 1 เงินตรา +1 เสื้อเข้มขาบก้านแย่ง 1 ผ้าดำปักทองมีซับใน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 เพี้ยเมืองแสน เมืองวัง (อุปฮาต) ผ้าโพกขลิบ 1 เงินตรา 15+ เสื้อเข้มขาบดอกถี่ 1 ผ้าดำปักไหม 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 ท้าวราชอาต (น้องพระสีหนาม) (ราชวงศ์) ผ้าโพกขลิบ ผืน 1 เงินตรา 10+ เสื้อเข้มดอกเสทิน 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าปูม ผืน 1 ท้าวอุปคุต (เมืองวัง) (ราชบุตร) เสื้ออัตคัตดอกลาย 1 แพรขาวห่ม ผืน 1 ผ้าลายวิลาศ 1 เงินตรา 7+ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ตั้ง ท้าวสีหนาม เป็นพระไกรสรราช เจ้าเมืองเมืองหนองสูง เพี้ยเมืองแสนเมืองวังเป็นที่อุปฮาตเมืองหนองสูง ท้าวราชอาตเป็นที่ท้าวราชวงศ์เมืองหนองสูง ท้าวอุปคุตเป็นที่ท้าวราชบุตรเมืองหนองสูง ขึ้นมารักษาบ้านเมือง คุ้มครองบ่าวไพร่ครอบครัว ทำราชการ ฉลองพระเดช ฉลองคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหาร ตามธรรมเนียมหัวเมืองน้อย ขึ้นกับเมืองใหญ่ และให้พระอุปฮาตผู้เป็นที่พระจันทร์สุริยวงษ์บังคับให้ พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ จัดแจง ตั้งแต่ท้าวเพี้ยขึ้นให้ครบตำแหน่งตามธรรมเนียมหัวเมืองลาว จะได้ช่วยกันทำราชการ รักษาบ้านเมือง ทำนุ บำรุง ครอบครัวบ่าวไพร่ให้อยู่เย็นเป็นสุข และพระไกรสรราช เจ้าเมือง ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระจันทรสุริยวงษ์ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร เมืองมุกดาหาร ซึ่ง เป็นเมืองใหญ่ ให้ อุปฮาต ราชวงษ์ ราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง ฟัง บังคับ บังชา พระไกรสรราช เจ้าเมือง แต่โดยชอบด้วยราชการ ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร์ บุตรหลานท้าวเพี้ยเมืองหนองสูง มีน้ำใจจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ทำราชการฉลองพระเดช พระคุณ โดยใจสุจริต พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร และบุตรหลานท้าวเพี้ย มีน้ำใจ เลื่อมใสในกองการกุศล สร้างวัดวาอาราม ขึ้นไว้สำหรับในบ้านเมือง ทำนุ บำรุง พระสงฆ์ สามเณร ให้ปรนนิบัติ เล่าเรียนฝ่ายคันถะธุระ วิปัสสนาธุระ พระพุทธศาสนาจะได้ถาวรรุ่งเรือง จะได้เป็นที่ไหว้ ที่กราบบูชา และทำบุญให้ทานเป็นกองการกุศล และเป็นที่พึ่งไปภายหน้า ประการหนึ่ง ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร กำชับ กำชา ไพร่บ้าน พลเมืองอย่าให้คบหาพากันกระทำโจรกรรม ฉกชิง คุมเหงราษฎร ลูกค้าพาณิชย์ ให้ได้ความยากแค้นเดือนร้อน แลให้ดูแลเอาใจใส่ไพร่พลเมืองให้ทำมาหากินให้อยู่เย็นเป็นสุข ประการหนึ่ง เป็นอย่างธรรมเนียมสืบมาแต่ก่อน ถ้าเถิงเทศกาล พระราชพิธีตรุษ พระราชพิธีสารท จะได้รับพระราชทานถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจา แลบ้านเมืองหนองสูง เป็นเมืองขึ้นเมืองมุกดาหาร เถิงเทศกาลถือน้ำก็ให้พระไกรสรราช ท้าวอุปฮาต ท้าวราชวงษ์ ท้าวราชบุตร บุตรหลานท้าวเพี้ย กรรมการเมืองหนองสูง ไปพร้อมด้วย พระจันทร์สุริยวงษ์ พระอุปฮาต ราชวงษ์ ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ที่วัดวาอารามจำเพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าบ่ายหน้าต่อกรุงเทพมหานคร กราบถวายบังคมกระทำสัตยานุสัตย์ ถวายต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว รับพระราชทานน้ำพิพัฒน์สัจจาปีละสองครั้ง ตามอย่างธรรมเนียม เสมอจงทุกปีสืบไป เพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่ท้าวอุปฮาต ท้าวอุปคุตผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร หาได้ลงไปเผ้าทูล ละอองฯ ณ กรุงเทพมหานครไม่ โปรดเกล้าฯ ให้มอบเงินตรากับเสื้อผ้าเครื่องยศสำหรับที่ท้าวอุปฮาต ท้าวราชบุตร ให้พระจันทร์สุริยวงษ์ เจ้าเมืองมุกดาหาร คุมขึ้นมาพระราชทานให้กับเพี้ยเมืองแสน ผู้เป็นที่อุปฮาต ท้าวอุปคุต ผู้เป็นที่ท้าวราชบุตร รับพระราชทานทำราชการ ฉลองพระเดช พระคุณ ขึ้นกับเมืองมุกดาหารตามท้องตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นมานั้น อย่าให้เสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นอันขาด {{center|หนังสือมา ณ วัน 6 11 ฯ 8 8 ค่ำ ปีมะโรง ฉศก.<ref>จดหมายเหตุ ร. 3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ '''สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง'''</ref>}} {{ลมท}} {{PD-TH-exempt}} == บรรณานุกรม == * จดหมายเหตุ ร.3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เลขที่ 33 หอสมุดแห่งชาติ. เรื่อง สารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่อง ตั้งเมืองหนองสูง. {{ลิขสิทธิ์เกิน 50 ปี|2387}} [[หมวดหมู่:จดหมายเหตุ]] [[หมวดหมู่:เอกสาร พ.ศ. 2387]] [[หมวดหมู่:เมืองหนองสูง]] [[หมวดหมู่:สารตรา]] [[หมวดหมู่:จังหวัดมุกดาหารในเอกสารประวัติศาสตร์]] 562d9lgivjw3etth5tz0deod04st5i1 หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/39 250 90031 291144 291143 2026-06-29T14:21:22Z Lunlumita 12009 291144 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๘|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>สาศนาได้สองพันสามร้อยยี่สิบหกพระวะษาแล้ว แลทุกวันนี้ท้าวพญาเสนาบดีใช่จะปราศจากปัญา ย่อมรู้พิจารณาแจ้งเนื้อความผิดแลชอบอยู่ ฝ่ายพระสงฆผู้ทรงพระวิไนยเล่าก็มีมาก เปนต้นว่าพระพิมลธรรม พระอาจารวัดใบสอ พระอาจารวัดโคกเสือ พระอาจารยวัดโคกแสง ผู้ทรงพระวิไนยชำนิชำนาญ อันเปนคู่กับครู<ref>x</ref> พระธรรมราชมุนีพุทธาจารยต่อขึ้นไปดูจสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้า ทุกวันนี้เปนที่ไถ่<ref>x</ref> ถามแก่ศิษยอันสงไสยในข้อพระวิไนยนั้นก็มีเปนอันมาก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> r7n9l9n313vx65muc6ffw13a0sr37ua 291145 291144 2026-06-29T14:22:59Z Lunlumita 12009 291145 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๘|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>สาศนาได้สองพันสามร้อยยี่สิบหกพระวะษาแล้ว แลทุกวันนี้ท้าวพญาเสนาบดีใช่จะปราศจากปัญา ย่อมรู้พิจารณาแจ้งเนื้อความผิดแลชอบอยู่ ฝ่ายพระสงฆผู้ทรงพระวิไนยเล่าก็มีมาก เปนต้นว่าพระพิมลธรรม พระอาจารวัดใบสอ พระอาจารวัดโคกเสือ พระอาจารยวัดโคกแสง ผู้ทรงพระวิไนยชำนิชำนาญ อันเปนคู่กับครู<ref>x</ref> พระธรรมราชมุนีพุทธาจารยต่อขึ้นไปดูจสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้า ทุกวันนี้เปนที่ไถ่<ref>x</ref> ถามแก่ศิษยอันสงไสยในข้อพระวิไนยนั้นก็มีเปนอันมาก ถ้าแลเหนว่าพระบาฬีว่าวัดมีเขดวงล้อมต่าง ๆ ใกล้กัน ผู้จะทอดกะถินในวัดนั้น กะถินนั้นมิเปนกะถิน พระสงฆผู้รับกรานนั้นมิเปนรับเปนกราน เปนแน่ดั่งค่ำของพระราชมุนีพุทธาจารยฉนี้ ดีร้ายพระอระหรรตาขิณาสพผู้ทรงวิไนยไตรยปิฎกสืบมาแต่บุราณ ก็จะทักท้วงว่ากล่าวบ้าง ประการนี้ก็มิได้มี<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 923jb0sk692ie3yyl3o1cnmmuuaht22 291146 291145 2026-06-29T14:24:45Z Lunlumita 12009 291146 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๘|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>สาศนาได้สองพันสามร้อยยี่สิบหกพระวะษาแล้ว แลทุกวันนี้ท้าวพญาเสนาบดีใช่จะปราศจากปัญา ย่อมรู้พิจารณาแจ้งเนื้อความผิดแลชอบอยู่ ฝ่ายพระสงฆผู้ทรงพระวิไนยเล่าก็มีมาก เปนต้นว่าพระพิมลธรรม พระอาจารวัดใบสอ พระอาจารวัดโคกเสือ พระอาจารยวัดโคกแสง ผู้ทรงพระวิไนยชำนิชำนาญ อันเปนคู่กับครู<ref>x</ref> พระธรรมราชมุนีพุทธาจารยต่อขึ้นไปดูจสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้า ทุกวันนี้เปนที่ไถ่<ref>x</ref> ถามแก่ศิษยอันสงไสยในข้อพระวิไนยนั้นก็มีเปนอันมาก ถ้าแลเหนว่าพระบาฬีว่าวัดมีเขดวงล้อมต่าง ๆ ใกล้กัน ผู้จะทอดกะถินในวัดนั้น กะถินนั้นมิเปนกะถิน พระสงฆผู้รับกรานนั้นมิเปนรับเปนกราน เปนแน่ดั่งค่ำของพระราชมุนีพุทธาจารยฉนี้ ดีร้ายพระอระหรรตาขิณาสพผู้ทรงวิไนยไตรยปิฎกสืบมาแต่บุราณ ก็จะทักท้วงว่ากล่าวบ้าง ประการนี้ก็มิได้มี เพราะเหตุท่านผู้วิเสศบุราณแต่ก่อนเหนว่าต้องตามพระพุทธฎีกา มีอานิสงษห้าประการ คุ้มอาบัดแก่พระสงฆอันได้อะณุโมทนา แลเปนอานิสงษ์แก่ผู้ถวายกะนินทานเปนอันมากมั่นคงแล้ว จึ่งมิได้เคลือบแลงทักท้วง <ref>{{x}}</ref><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> mw23vrmmip6x8q7b4rtowr9j2lmqr0l 291147 291146 2026-06-29T14:30:04Z Lunlumita 12009 291147 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๘|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>สาศนาได้สองพันสามร้อยยี่สิบหกพระวะษาแล้ว แลทุกวันนี้ท้าวพญาเสนาบดีใช่จะปราศจากปัญา ย่อมรู้พิจารณาแจ้งเนื้อความผิดแลชอบอยู่ ฝ่ายพระสงฆผู้ทรงพระวิไนยเล่าก็มีมาก เปนต้นว่าพระพิมลธรรม พระอาจารวัดใบสอ พระอาจารวัดโคกเสือ พระอาจารยวัดโคกแสง ผู้ทรงพระวิไนยชำนิชำนาญ อันเปนคู่กับครู<ref>x</ref> พระธรรมราชมุนีพุทธาจารยต่อขึ้นไปดูจสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้า ทุกวันนี้เปนที่ไถ่<ref>x</ref> ถามแก่ศิษยอันสงไสยในข้อพระวิไนยนั้นก็มีเปนอันมาก ถ้าแลเหนว่าพระบาฬีว่าวัดมีเขดวงล้อมต่าง ๆ ใกล้กัน ผู้จะทอดกะถินในวัดนั้น กะถินนั้นมิเปนกะถิน พระสงฆผู้รับกรานนั้นมิเปนรับเปนกราน เปนแน่ดั่งค่ำของพระราชมุนีพุทธาจารยฉนี้ ดีร้ายพระอระหรรตาขิณาสพผู้ทรงวิไนยไตรยปิฎกสืบมาแต่บุราณ ก็จะทักท้วงว่ากล่าวบ้าง ประการนี้ก็มิได้มี เพราะเหตุท่านผู้วิเสศบุราณแต่ก่อนเหนว่าต้องตามพระพุทธฎีกา มีอานิสงษห้าประการ คุ้มอาบัดแก่พระสงฆอันได้อะณุโมทนา แลเปนอานิสงษ์แก่ผู้ถวายกะนินทานเปนอันมากมั่นคงแล้ว จึ่งมิได้เคลือบแลงทักท้วง <ref>{{x}}</ref> ว่ากล่าวกัน นิ่ง<ref>x</ref> ทำมาคุ้ม<ref>x</ref> เท้า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> ih94b4nsaeh9dth741wosqvgavwc0v5 291148 291147 2026-06-29T14:31:49Z Lunlumita 12009 291148 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๘|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>สาศนาได้สองพันสามร้อยยี่สิบหกพระวะษาแล้ว แลทุกวันนี้ท้าวพญาเสนาบดีใช่จะปราศจากปัญา ย่อมรู้พิจารณาแจ้งเนื้อความผิดแลชอบอยู่ ฝ่ายพระสงฆผู้ทรงพระวิไนยเล่าก็มีมาก เปนต้นว่าพระพิมลธรรม พระอาจารวัดใบสอ พระอาจารวัดโคกเสือ พระอาจารยวัดโคกแสง ผู้ทรงพระวิไนยชำนิชำนาญ อันเปนคู่กับครู<ref>ต้นฉะบับ: แก้ตาม ก</ref> พระธรรมราชมุนีพุทธาจารยต่อขึ้นไปดูจสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้า ทุกวันนี้เปนที่ไถ่<ref>ต้นฉะบับ: แก้ตาม ก</ref> ถามแก่ศิษยอันสงไสยในข้อพระวิไนยนั้นก็มีเปนอันมาก ถ้าแลเหนว่าพระบาฬีว่าวัดมีเขดวงล้อมต่าง ๆ ใกล้กัน ผู้จะทอดกะถินในวัดนั้น กะถินนั้นมิเปนกะถิน พระสงฆผู้รับกรานนั้นมิเปนรับเปนกราน เปนแน่ดั่งค่ำของพระราชมุนีพุทธาจารยฉนี้ ดีร้ายพระอระหรรตาขิณาสพผู้ทรงวิไนยไตรยปิฎกสืบมาแต่บุราณ ก็จะทักท้วงว่ากล่าวบ้าง ประการนี้ก็มิได้มี เพราะเหตุท่านผู้วิเสศบุราณแต่ก่อนเหนว่าต้องตามพระพุทธฎีกา มีอานิสงษห้าประการ คุ้มอาบัดแก่พระสงฆอันได้อะณุโมทนา แลเปนอานิสงษ์แก่ผู้ถวายกะนินทานเปนอันมากมั่นคงแล้ว จึ่งมิได้เคลือบแลงทักท้วง <ref>{{ต้นฉะบับ: แก้ตาม ก}}</ref> ว่ากล่าวกัน นิ่ง<ref>ต้นฉะบับ: แก้ตาม ก</ref> ทำมาคุ้ม<ref>ต้นฉะบับ: แก้ตาม ก</ref> เท้า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> eusc8qccyunil67y4z719keiv5ux0vu 291149 291148 2026-06-29T14:32:17Z Lunlumita 12009 291149 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๘|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>สาศนาได้สองพันสามร้อยยี่สิบหกพระวะษาแล้ว แลทุกวันนี้ท้าวพญาเสนาบดีใช่จะปราศจากปัญา ย่อมรู้พิจารณาแจ้งเนื้อความผิดแลชอบอยู่ ฝ่ายพระสงฆผู้ทรงพระวิไนยเล่าก็มีมาก เปนต้นว่าพระพิมลธรรม พระอาจารวัดใบสอ พระอาจารวัดโคกเสือ พระอาจารยวัดโคกแสง ผู้ทรงพระวิไนยชำนิชำนาญ อันเปนคู่กับครู<ref>ต้นฉะบับ: แก้ตาม ก</ref> พระธรรมราชมุนีพุทธาจารยต่อขึ้นไปดูจสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้า ทุกวันนี้เปนที่ไถ่<ref>ต้นฉะบับ: แก้ตาม ก</ref> ถามแก่ศิษยอันสงไสยในข้อพระวิไนยนั้นก็มีเปนอันมาก ถ้าแลเหนว่าพระบาฬีว่าวัดมีเขดวงล้อมต่าง ๆ ใกล้กัน ผู้จะทอดกะถินในวัดนั้น กะถินนั้นมิเปนกะถิน พระสงฆผู้รับกรานนั้นมิเปนรับเปนกราน เปนแน่ดั่งค่ำของพระราชมุนีพุทธาจารยฉนี้ ดีร้ายพระอระหรรตาขิณาสพผู้ทรงวิไนยไตรยปิฎกสืบมาแต่บุราณ ก็จะทักท้วงว่ากล่าวบ้าง ประการนี้ก็มิได้มี เพราะเหตุท่านผู้วิเสศบุราณแต่ก่อนเหนว่าต้องตามพระพุทธฎีกา มีอานิสงษห้าประการ คุ้มอาบัดแก่พระสงฆอันได้อะณุโมทนา แลเปนอานิสงษ์แก่ผู้ถวายกะนินทานเปนอันมากมั่นคงแล้ว จึ่งมิได้เคลือบแลงทักท้วง <ref>ต้นฉะบับ: แก้ตาม ก</ref> ว่ากล่าวกัน นิ่ง<ref>ต้นฉะบับ: แก้ตาม ก</ref> ทำมาคุ้ม<ref>ต้นฉะบับ: แก้ตาม ก</ref> เท้า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> gtmme0r956kcr581t5gleags6m5lcay 291150 291149 2026-06-29T14:33:19Z Lunlumita 12009 291150 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๘|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>สาศนาได้สองพันสามร้อยยี่สิบหกพระวะษาแล้ว แลทุกวันนี้ท้าวพญาเสนาบดีใช่จะปราศจากปัญา ย่อมรู้พิจารณาแจ้งเนื้อความผิดแลชอบอยู่ ฝ่ายพระสงฆผู้ทรงพระวิไนยเล่าก็มีมาก เปนต้นว่าพระพิมลธรรม พระอาจารวัดใบสอ พระอาจารวัดโคกเสือ พระอาจารยวัดโคกแสง ผู้ทรงพระวิไนยชำนิชำนาญ อันเปนคู่กับครู<ref>ต้นฉะบับ: ครู่ แก้ตาม ก</ref> พระธรรมราชมุนีพุทธาจารยต่อขึ้นไปดูจสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้า ทุกวันนี้เปนที่ไถ่<ref>ต้นฉะบับ: ไถ แก้ตาม ก</ref> ถามแก่ศิษยอันสงไสยในข้อพระวิไนยนั้นก็มีเปนอันมาก ถ้าแลเหนว่าพระบาฬีว่าวัดมีเขดวงล้อมต่าง ๆ ใกล้กัน ผู้จะทอดกะถินในวัดนั้น กะถินนั้นมิเปนกะถิน พระสงฆผู้รับกรานนั้นมิเปนรับเปนกราน เปนแน่ดั่งค่ำของพระราชมุนีพุทธาจารยฉนี้ ดีร้ายพระอระหรรตาขิณาสพผู้ทรงวิไนยไตรยปิฎกสืบมาแต่บุราณ ก็จะทักท้วงว่ากล่าวบ้าง ประการนี้ก็มิได้มี เพราะเหตุท่านผู้วิเสศบุราณแต่ก่อนเหนว่าต้องตามพระพุทธฎีกา มีอานิสงษห้าประการ คุ้มอาบัดแก่พระสงฆอันได้อะณุโมทนา แลเปนอานิสงษ์แก่ผู้ถวายกะนินทานเปนอันมากมั่นคงแล้ว จึ่งมิได้เคลือบแลงทักท้วง <ref>ต้นฉะบับ: ท่วง แก้ตาม ก</ref> ว่ากล่าวกัน นิ่ง<ref>ก: หนึ่ง</ref> ทำมาคุ้ม<ref>ต้นฉะบับ: คุม แก้ตาม ก</ref> เท้า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> ecyd1cnx4yb36w3od0jzhbk4a19e6b9 291151 291150 2026-06-29T14:33:31Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291151 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๘|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>สาศนาได้สองพันสามร้อยยี่สิบหกพระวะษาแล้ว แลทุกวันนี้ท้าวพญาเสนาบดีใช่จะปราศจากปัญา ย่อมรู้พิจารณาแจ้งเนื้อความผิดแลชอบอยู่ ฝ่ายพระสงฆผู้ทรงพระวิไนยเล่าก็มีมาก เปนต้นว่าพระพิมลธรรม พระอาจารวัดใบสอ พระอาจารวัดโคกเสือ พระอาจารยวัดโคกแสง ผู้ทรงพระวิไนยชำนิชำนาญ อันเปนคู่กับครู<ref>ต้นฉะบับ: ครู่ แก้ตาม ก</ref> พระธรรมราชมุนีพุทธาจารยต่อขึ้นไปดูจสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้า ทุกวันนี้เปนที่ไถ่<ref>ต้นฉะบับ: ไถ แก้ตาม ก</ref> ถามแก่ศิษยอันสงไสยในข้อพระวิไนยนั้นก็มีเปนอันมาก ถ้าแลเหนว่าพระบาฬีว่าวัดมีเขดวงล้อมต่าง ๆ ใกล้กัน ผู้จะทอดกะถินในวัดนั้น กะถินนั้นมิเปนกะถิน พระสงฆผู้รับกรานนั้นมิเปนรับเปนกราน เปนแน่ดั่งค่ำของพระราชมุนีพุทธาจารยฉนี้ ดีร้ายพระอระหรรตาขิณาสพผู้ทรงวิไนยไตรยปิฎกสืบมาแต่บุราณ ก็จะทักท้วงว่ากล่าวบ้าง ประการนี้ก็มิได้มี เพราะเหตุท่านผู้วิเสศบุราณแต่ก่อนเหนว่าต้องตามพระพุทธฎีกา มีอานิสงษห้าประการ คุ้มอาบัดแก่พระสงฆอันได้อะณุโมทนา แลเปนอานิสงษ์แก่ผู้ถวายกะนินทานเปนอันมากมั่นคงแล้ว จึ่งมิได้เคลือบแลงทักท้วง <ref>ต้นฉะบับ: ท่วง แก้ตาม ก</ref> ว่ากล่าวกัน นิ่ง<ref>ก: หนึ่ง</ref> ทำมาคุ้ม<ref>ต้นฉะบับ: คุม แก้ตาม ก</ref> เท้า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> h3e2hzyjjiojx9bbgoq2m0ncp9tqmu2 หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/40 250 90032 291152 2026-06-29T14:33:50Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291152 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๙|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> piq5khxouhl8ebuwu7l9zmrc796yron 291153 291152 2026-06-29T14:35:52Z Lunlumita 12009 291153 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๙|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>บัดนี้ แลพระธรรมราชมุนี พระพุทธาจารย พระญาณวิริยะ พวกศิษย คบคิดกันว่ากล่าวว่าทอดกะถินมาแต่ก่อนในวัดอันใกล้<ref>x</ref> กัน หาเปนกะถินไม่ ทังนี้เหมือนหนึ่งฤ้าเลิกพระสาศนาอันพระอาริยเจ้าผู้วิเสศทรงพระไตรยปิฎก<ref>x</ref> ปฤกษาเรียบร้อยไว้เปนอันดีโดยพระวิไนยอยู่แล้ว ให้ผิดจากขนพพระสาศนา ให้พระสงฆแตกออกถือเปนสองฝ่ายร้าวฉานแก่กัน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> cmnek10p59hw5tqo5f3xfbg614w9etu 291154 291153 2026-06-29T14:38:12Z Lunlumita 12009 291154 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๙|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>บัดนี้ แลพระธรรมราชมุนี พระพุทธาจารย พระญาณวิริยะ พวกศิษย คบคิดกันว่ากล่าวว่าทอดกะถินมาแต่ก่อนในวัดอันใกล้<ref>x</ref> กัน หาเปนกะถินไม่ ทังนี้เหมือนหนึ่งฤ้าเลิกพระสาศนาอันพระอาริยเจ้าผู้วิเสศทรงพระไตรยปิฎก<ref>x</ref> ปฤกษาเรียบร้อยไว้เปนอันดีโดยพระวิไนยอยู่แล้ว ให้ผิดจากขนพพระสาศนา ให้พระสงฆแตกออกถือเปนสองฝ่ายร้าวฉานแก่กัน ยังพระธรรมวิไนยให้เสียประโยชนแก่พระสงฆผู้จะได้รับกะถินทานแลทานทายกซึ่งจะได้ถวายกะถินด้วยศรัทธาเลื่อมไสฉนี้ เปนคะรุกรรมใหญ่หลวง ก็จะได้โทษทุกปี ๆ ไปกว่าจะสิ้นพระสาศนา จะเสวยทุกขเทวนานั้นเมื่อไรเลยจะรู้สึกทุกข ทังนี้เพราะฤษฐิมาณะและถือว่ารู้พระวิไนย อันพระวิไนยนี้<ref>x</ref> เปนพุทธวิไสยคำภีรภาพ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> hxvt65bpoaej2s96oe1u9zhjihx4nth 291155 291154 2026-06-29T14:44:30Z Lunlumita 12009 291155 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๙|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>บัดนี้ แลพระธรรมราชมุนี พระพุทธาจารย พระญาณวิริยะ พวกศิษย คบคิดกันว่ากล่าวว่าทอดกะถินมาแต่ก่อนในวัดอันใกล้<ref>ต้นฉะบับ: ไกล้ แก้ตาม ก</ref> กัน หาเปนกะถินไม่ ทังนี้เหมือนหนึ่งฤ้าเลิกพระสาศนาอันพระอาริยเจ้าผู้วิเสศทรงพระไตรยปิฎก<ref>ต้นฉะบับ: ทรงพระทรงไตรยปิฎก แก้ตาม ก</ref> ปฤกษาเรียบร้อยไว้เปนอันดีโดยพระวิไนยอยู่แล้ว ให้ผิดจากขนพพระสาศนา ให้พระสงฆแตกออกถือเปนสองฝ่ายร้าวฉานแก่กัน ยังพระธรรมวิไนยให้เสียประโยชนแก่พระสงฆผู้จะได้รับกะถินทานแลทานทายกซึ่งจะได้ถวายกะถินด้วยศรัทธาเลื่อมไสฉนี้ เปนคะรุกรรมใหญ่หลวง ก็จะได้โทษทุกปี ๆ ไปกว่าจะสิ้นพระสาศนา จะเสวยทุกขเทวนานั้นเมื่อไรเลยจะรู้สึกทุกข ทังนี้เพราะฤษฐิมาณะและถือว่ารู้พระวิไนย อันพระวิไนยนี้<ref>ก: คำว่า นี้ ขาดหายไป</ref> เปนพุทธวิไสยคำภีรภาพ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> qmuzov5qmodbyc7bcq2n3a8vw30ujfx 291156 291155 2026-06-29T14:53:51Z Lunlumita 12009 291156 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๙|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>บัดนี้ แลพระธรรมราชมุนี พระพุทธาจารย พระญาณวิริยะ พวกศิษย คบคิดกันว่ากล่าวว่าทอดกะถินมาแต่ก่อนในวัดอันใกล้<ref>ต้นฉะบับ: ไกล้ แก้ตาม ก</ref> กัน หาเปนกะถินไม่ ทังนี้เหมือนหนึ่งฤ้าเลิกพระสาศนาอันพระอาริยเจ้าผู้วิเสศทรงพระไตรยปิฎก<ref>ต้นฉะบับ: ทรงพระทรงไตรยปิฎก แก้ตาม ก</ref> ปฤกษาเรียบร้อยไว้เปนอันดีโดยพระวิไนยอยู่แล้ว ให้ผิดจากขนพพระสาศนา ให้พระสงฆแตกออกถือเปนสองฝ่ายร้าวฉานแก่กัน ยังพระธรรมวิไนยให้เสียประโยชนแก่พระสงฆผู้จะได้รับกะถินทานแลทานทายกซึ่งจะได้ถวายกะถินด้วยศรัทธาเลื่อมไสฉนี้ เปนคะรุกรรมใหญ่หลวง ก็จะได้โทษทุกปี ๆ ไปกว่าจะสิ้นพระสาศนา จะเสวยทุกขเทวนานั้นเมื่อไรเลยจะรู้สึกทุกข ทังนี้เพราะฤษฐิมาณะและถือว่ารู้พระวิไนย อันพระวิไนยนี้<ref>ก: คำว่า นี้ ขาดหายไป</ref> เปนพุทธวิไสยคำภีรภาพ และจะรู้เอาเองโดยอัตะโนมัตยหย่างพระธรรมราชมุณีพุทธาจารยฉนี้ แลมิได้เอาเยี่ยงหย่างท่านผู้วิเศศอันทรงพระวิไนยไตรยปิฎกแต่ก่อนอันปรนิบัดมานั้น เหนจะฉิบหายทังอาจารยแลศิษยอันปรนิบัดผิดนั้น ด้วยเหตุพระธรรมราชมุณีมีแต่ปัญา ปราศจากสติ อันธรรมดาบุทคลผู้มีสติประกอบด้วยปัญา ถึงจะรู้สักเท่ารู้แจ้งในย<ref>ก: ใน</ref> บทบาทเหนประหลาดแปลกอยู่แล้วก็ดี ก็มิอาจ์จะ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> l5w48mpkqjqwfvxgir4oe57qdk51rtf 291157 291156 2026-06-29T14:54:07Z Lunlumita 12009 291157 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๙|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>บัดนี้ แลพระธรรมราชมุนี พระพุทธาจารย พระญาณวิริยะ พวกศิษย คบคิดกันว่ากล่าวว่าทอดกะถินมาแต่ก่อนในวัดอันใกล้<ref>ต้นฉะบับ: ไกล้ แก้ตาม ก</ref> กัน หาเปนกะถินไม่ ทังนี้เหมือนหนึ่งฤ้าเลิกพระสาศนาอันพระอาริยเจ้าผู้วิเสศทรงพระไตรยปิฎก<ref>ต้นฉะบับ: ทรงพระทรงไตรยปิฎก แก้ตาม ก</ref> ปฤกษาเรียบร้อยไว้เปนอันดีโดยพระวิไนยอยู่แล้ว ให้ผิดจากขนพพระสาศนา ให้พระสงฆแตกออกถือเปนสองฝ่ายร้าวฉานแก่กัน ยังพระธรรมวิไนยให้เสียประโยชนแก่พระสงฆผู้จะได้รับกะถินทานแลทานทายกซึ่งจะได้ถวายกะถินด้วยศรัทธาเลื่อมไสฉนี้ เปนคะรุกรรมใหญ่หลวง ก็จะได้โทษทุกปี ๆ ไปกว่าจะสิ้นพระสาศนา จะเสวยทุกขเทวนานั้นเมื่อไรเลยจะรู้สึกทุกข ทังนี้เพราะฤษฐิมาณะและถือว่ารู้พระวิไนย อันพระวิไนยนี้<ref>ก: คำว่า นี้ ขาดหายไป</ref> เปนพุทธวิไสยคำภีรภาพ และจะรู้เอาเองโดยอัตะโนมัตยหย่างพระธรรมราชมุณีพุทธาจารยฉนี้ แลมิได้เอาเยี่ยงหย่างท่านผู้วิเศศอันทรงพระวิไนยไตรยปิฎกแต่ก่อนอันปรนิบัดมานั้น เหนจะฉิบหายทังอาจารยแลศิษยอันปรนิบัดผิดนั้น ด้วยเหตุพระธรรมราชมุณีมีแต่ปัญา ปราศจากสติ อันธรรมดาบุทคลผู้มีสติประกอบด้วยปัญา ถึงจะรู้สักเท่ารู้แจ้งในย<ref>ก: ใน</ref> บทบาทเหนประหลาดแปลกอยู่แล้วก็ดี ก็มิอาจ์จะ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> ct5t399umwkhqfrgzi9jcige97hkgky 291158 291157 2026-06-29T14:54:22Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291158 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๙|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>บัดนี้ แลพระธรรมราชมุนี พระพุทธาจารย พระญาณวิริยะ พวกศิษย คบคิดกันว่ากล่าวว่าทอดกะถินมาแต่ก่อนในวัดอันใกล้<ref>ต้นฉะบับ: ไกล้ แก้ตาม ก</ref> กัน หาเปนกะถินไม่ ทังนี้เหมือนหนึ่งฤ้าเลิกพระสาศนาอันพระอาริยเจ้าผู้วิเสศทรงพระไตรยปิฎก<ref>ต้นฉะบับ: ทรงพระทรงไตรยปิฎก แก้ตาม ก</ref> ปฤกษาเรียบร้อยไว้เปนอันดีโดยพระวิไนยอยู่แล้ว ให้ผิดจากขนพพระสาศนา ให้พระสงฆแตกออกถือเปนสองฝ่ายร้าวฉานแก่กัน ยังพระธรรมวิไนยให้เสียประโยชนแก่พระสงฆผู้จะได้รับกะถินทานแลทานทายกซึ่งจะได้ถวายกะถินด้วยศรัทธาเลื่อมไสฉนี้ เปนคะรุกรรมใหญ่หลวง ก็จะได้โทษทุกปี ๆ ไปกว่าจะสิ้นพระสาศนา จะเสวยทุกขเทวนานั้นเมื่อไรเลยจะรู้สึกทุกข ทังนี้เพราะฤษฐิมาณะและถือว่ารู้พระวิไนย อันพระวิไนยนี้<ref>ก: คำว่า นี้ ขาดหายไป</ref> เปนพุทธวิไสยคำภีรภาพ และจะรู้เอาเองโดยอัตะโนมัตยหย่างพระธรรมราชมุณีพุทธาจารยฉนี้ แลมิได้เอาเยี่ยงหย่างท่านผู้วิเศศอันทรงพระวิไนยไตรยปิฎกแต่ก่อนอันปรนิบัดมานั้น เหนจะฉิบหายทังอาจารยแลศิษยอันปรนิบัดผิดนั้น ด้วยเหตุพระธรรมราชมุณีมีแต่ปัญา ปราศจากสติ อันธรรมดาบุทคลผู้มีสติประกอบด้วยปัญา ถึงจะรู้สักเท่ารู้แจ้งในย<ref>ก: ใน</ref> บทบาทเหนประหลาดแปลกอยู่แล้วก็ดี ก็มิอาจ์จะ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> hf0k1kk7q6ylaeucvth8cupmtssqs11 หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/41 250 90033 291159 2026-06-29T14:54:27Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291159 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๐|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> ha0s2lhqwxp43rbb1u4ypwrevqw9bd6 291160 291159 2026-06-29T15:02:28Z Lunlumita 12009 291160 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๐|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>ว่าก่อนอันมีสติระฦกว่าพระวิไนยนี้เปนสาครฦกนัก ก็เอาสติระฦกไปถึงหย่างประเวณีย์ท่านผู้วิเสศบุราณอันปรนิบัดมานั้นมาเปรียบเทียบดูก่อน ถ้าผิดกัน{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อยู|อยู่}}</ref> ก็มีอาจ์จะว่าออกได้เปนหย่างผู้มีสติปัญานั้นฉนี้ นี่พระธรรมราชมุนีหาได้เรียนพระวิไนยในสำนักนิอาจารยผู้ทรงพระวิไนยสันทัดเหมือนหย่างพระสังฆราชผู้เถ้าไม่ มีแต่ปัญาหาสะติไม่ ครั้นพบบทบาทอันใดเข้า เหนประหลาด ก็คิดจะเอาแต่เกรียดิยศให้ปรากฏ หามีสติที่จะรฦกถึงประเวณียท่านผู้วิเศศ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> t3fvt1458bc53b94yg2o7l1c84yd6zp 291161 291160 2026-06-29T15:04:57Z Lunlumita 12009 291161 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๐|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>ว่าก่อนอันมีสติระฦกว่าพระวิไนยนี้เปนสาครฦกนัก ก็เอาสติระฦกไปถึงหย่างประเวณีย์ท่านผู้วิเสศบุราณอันปรนิบัดมานั้นมาเปรียบเทียบดูก่อน ถ้าผิดกัน{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อยู|อยู่}}</ref> ก็มีอาจ์จะว่าออกได้เปนหย่างผู้มีสติปัญานั้นฉนี้ นี่พระธรรมราชมุนีหาได้เรียนพระวิไนยในสำนักนิอาจารยผู้ทรงพระวิไนยสันทัดเหมือนหย่างพระสังฆราชผู้เถ้าไม่ มีแต่ปัญาหาสะติไม่ ครั้นพบบทบาทอันใดเข้า เหนประหลาด ก็คิดจะเอาแต่เกรียดิยศให้ปรากฏ หามีสติที่จะรฦกถึงประเวณียท่านผู้วิเศศบุราณอันปรนิบัดมาไม่ ก็ว่ากล่าวแต่ตามอำเพอใจ ถ้าเปนสุภาวะวิไนยธรรมผู้เถ้าแท้ที่จะบำรุงพระพุทธสาศนา แม้<ref>x</ref> ว่าเหนข้อพระวิไนยผิดชอบประการใด ก็ชอบจะปฤกษาปรองดองแต่ผู้เถ้าวิไนยธรรม์ด้วยกันให้เหนผิดแลชอบจะเอาแต่พระสาศนาให้รุ่งเรืองขึ้น นี่แกล้งให้แต่พระญาณวิริยะเดกน้อยผู้เปนศิษยของตนให้ถุ่งเถียงสมเดจ์พระสังฆราชพระราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยทังนี้ เหนในจิตรคิดด้วยบาปทฤษฐิ<ref>x</ref> ว่าถ้าสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าถุ้งเถียงพลั้งพลาดแพ้พระญาณวิริยผู้น้อยอันเปนศิษยตนแล้ว จะให้เกรียดิยศนั้นปรากฏไปว่าสมเดจ์<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> aaauwktui1dwxytldp02ir34ycd0ks4 291162 291161 2026-06-29T15:06:02Z Lunlumita 12009 291162 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๐|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>ว่าก่อนอันมีสติระฦกว่าพระวิไนยนี้เปนสาครฦกนัก ก็เอาสติระฦกไปถึงหย่างประเวณีย์ท่านผู้วิเสศบุราณอันปรนิบัดมานั้นมาเปรียบเทียบดูก่อน ถ้าผิดกัน{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อยู|อยู่}}</ref> ก็มีอาจ์จะว่าออกได้เปนหย่างผู้มีสติปัญานั้นฉนี้ นี่พระธรรมราชมุนีหาได้เรียนพระวิไนยในสำนักนิอาจารยผู้ทรงพระวิไนยสันทัดเหมือนหย่างพระสังฆราชผู้เถ้าไม่ มีแต่ปัญาหาสะติไม่ ครั้นพบบทบาทอันใดเข้า เหนประหลาด ก็คิดจะเอาแต่เกรียดิยศให้ปรากฏ หามีสติที่จะรฦกถึงประเวณียท่านผู้วิเศศบุราณอันปรนิบัดมาไม่ ก็ว่ากล่าวแต่ตามอำเพอใจ ถ้าเปนสุภาวะวิไนยธรรมผู้เถ้าแท้ที่จะบำรุงพระพุทธสาศนา แม้<ref>x</ref> ว่าเหนข้อพระวิไนยผิดชอบประการใด ก็ชอบจะปฤกษาปรองดองแต่ผู้เถ้าวิไนยธรรม์ด้วยกันให้เหนผิดแลชอบจะเอาแต่พระสาศนาให้รุ่งเรืองขึ้น นี่แกล้งให้แต่พระญาณวิริยะเดกน้อยผู้เปนศิษยของตนให้ถุ่งเถียงสมเดจ์พระสังฆราชพระราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยทังนี้ เหนในจิตรคิดด้วยบาปทฤษฐิ<ref>x</ref> ว่าถ้าสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าถุ้งเถียงพลั้งพลาดแพ้พระญาณวิริยผู้น้อยอันเปนศิษยตนแล้ว จะให้เกรียดิยศนั้นปรากฏไปว่าสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าซึ่งทรงพระอนุเคราะหโปรดตั้งขึ้นไว้นั้นหารู้อันใดไม่ เถียงกันแต่กับพระญาณวิริยอันเปนศิษยของตนนั้นก็หาสู้ได้ไม่ จะให้เกรียดิยศของตนปรากฏไป จึ่งประ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> rqrs2i8q99672vhyg2kibqiyg2nrlb5 291163 291162 2026-06-29T15:06:41Z Lunlumita 12009 291163 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๐|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>ว่าก่อนอันมีสติระฦกว่าพระวิไนยนี้เปนสาครฦกนัก ก็เอาสติระฦกไปถึงหย่างประเวณีย์ท่านผู้วิเสศบุราณอันปรนิบัดมานั้นมาเปรียบเทียบดูก่อน ถ้าผิดกัน{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อยู|อยู่}}</ref> ก็มีอาจ์จะว่าออกได้เปนหย่างผู้มีสติปัญานั้นฉนี้ นี่พระธรรมราชมุนีหาได้เรียนพระวิไนยในสำนักนิอาจารยผู้ทรงพระวิไนยสันทัดเหมือนหย่างพระสังฆราชผู้เถ้าไม่ มีแต่ปัญาหาสะติไม่ ครั้นพบบทบาทอันใดเข้า เหนประหลาด ก็คิดจะเอาแต่เกรียดิยศให้ปรากฏ หามีสติที่จะรฦกถึงประเวณียท่านผู้วิเศศบุราณอันปรนิบัดมาไม่ ก็ว่ากล่าวแต่ตามอำเพอใจ ถ้าเปนสุภาวะวิไนยธรรมผู้เถ้าแท้ที่จะบำรุงพระพุทธสาศนา แม้<ref>ก: แม้น</ref> ว่าเหนข้อพระวิไนยผิดชอบประการใด ก็ชอบจะปฤกษาปรองดองแต่ผู้เถ้าวิไนยธรรม์ด้วยกันให้เหนผิดแลชอบจะเอาแต่พระสาศนาให้รุ่งเรืองขึ้น นี่แกล้งให้แต่พระญาณวิริยะเดกน้อยผู้เปนศิษยของตนให้ถุ่งเถียงสมเดจ์พระสังฆราชพระราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยทังนี้ เหนในจิตรคิดด้วยบาปทฤษฐิ<ref>ต้นฉะบับ: ทฤฐิ แก้ตาม ก</ref> ว่าถ้าสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าถุ้งเถียงพลั้งพลาดแพ้พระญาณวิริยผู้น้อยอันเปนศิษยตนแล้ว จะให้เกรียดิยศนั้นปรากฏไปว่าสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าซึ่งทรงพระอนุเคราะหโปรดตั้งขึ้นไว้นั้นหารู้อันใดไม่ เถียงกันแต่กับพระญาณวิริยอันเปนศิษยของตนนั้นก็หาสู้ได้ไม่ จะให้เกรียดิยศของตนปรากฏไป จึ่งประ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> bz9qqtzdkvokt24pcmiba0315i7teeg 291164 291163 2026-06-29T15:10:11Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291164 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๐|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>ว่าก่อนอันมีสติระฦกว่าพระวิไนยนี้เปนสาครฦกนัก ก็เอาสติระฦกไปถึงหย่างประเวณีย์ท่านผู้วิเสศบุราณอันปรนิบัดมานั้นมาเปรียบเทียบดูก่อน ถ้าผิดกัน{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อยู|อยู่}}</ref> ก็มีอาจ์จะว่าออกได้เปนหย่างผู้มีสติปัญานั้นฉนี้ นี่พระธรรมราชมุนีหาได้เรียนพระวิไนยในสำนักนิอาจารยผู้ทรงพระวิไนยสันทัดเหมือนหย่างพระสังฆราชผู้เถ้าไม่ มีแต่ปัญาหาสะติไม่ ครั้นพบบทบาทอันใดเข้า เหนประหลาด ก็คิดจะเอาแต่เกรียดิยศให้ปรากฏ หามีสติที่จะรฦกถึงประเวณียท่านผู้วิเศศบุราณอันปรนิบัดมาไม่ ก็ว่ากล่าวแต่ตามอำเพอใจ ถ้าเปนสุภาวะวิไนยธรรมผู้เถ้าแท้ที่จะบำรุงพระพุทธสาศนา แม้<ref>ก: แม้น</ref> ว่าเหนข้อพระวิไนยผิดชอบประการใด ก็ชอบจะปฤกษาปรองดองแต่ผู้เถ้าวิไนยธรรม์ด้วยกันให้เหนผิดแลชอบจะเอาแต่พระสาศนาให้รุ่งเรืองขึ้น นี่แกล้งให้แต่พระญาณวิริยะเดกน้อยผู้เปนศิษยของตนให้ถุ่งเถียงสมเดจ์พระสังฆราชพระราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยทังนี้ เหนในจิตรคิดด้วยบาปทฤษฐิ<ref>ต้นฉะบับ: ทฤฐิ แก้ตาม ก</ref> ว่าถ้าสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าถุ้งเถียงพลั้งพลาดแพ้พระญาณวิริยผู้น้อยอันเปนศิษยตนแล้ว จะให้เกรียดิยศนั้นปรากฏไปว่าสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าซึ่งทรงพระอนุเคราะหโปรดตั้งขึ้นไว้นั้นหารู้อันใดไม่ เถียงกันแต่กับพระญาณวิริยอันเปนศิษยของตนนั้นก็หาสู้ได้ไม่ จะให้เกรียดิยศของตนปรากฏไป จึ่งประ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 21av3qzpzk3beh9jdebno5z6b5uilar หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/42 250 90034 291165 2026-06-29T15:10:39Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291165 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๑|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> k4x5c0rbuyel2jz6ld2w4r7w870lrg2 291166 291165 2026-06-29T15:13:54Z Lunlumita 12009 291166 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๑|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>พฤฒิการทังนี้ แลว่านั้นก็หาแน่สนัดในน้ำใจไม่ กลัวไภยจะผิด จะได้หลบเอาความชอบ จึ่งแนะนำให้พระญาณวิริยผู้เปนศิษยให้เข้าเปนตัวว่าตัวนั้นออกถือท้าย ครั้นเหนเพลี่ยงแล้วกลับหาเข้าด้วยศิษย<ref>x</ref> ตนไม่ ไปเข้าชื่อด้วยสมเดจ์พระสังฆราชแล้ว ๆ ก็กลับเข้าด้วยศิษยตนไปเล่า แลกลับกลอกไปมาฉนี้ เพราะหาเปนองควิไนยธรรม์แท้ได้ร่ำเรียนมาแต่ครูวิไนยอาจารยอันสันทัดไม่ จึ่งกลับกลอกอยู่ฉนี้ ทำให้เสียประเวณีพระวิไนยสาศนาเปนหลายครั้ง ๆ บวดนากวัดหงษให้สวดญัติบวดนากพร้อมกันคราวละเก้าองคสิบองค สงฆได้ต่อว่า ๆ อย่าว่าแต่เท่านี้เลย จะสวดคราวละหมื่นองคก็ได้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> lba0irwqrcoqvsfqw8pv5bw3jhj6244 291167 291166 2026-06-29T15:16:07Z Lunlumita 12009 291167 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๑|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>พฤฒิการทังนี้ แลว่านั้นก็หาแน่สนัดในน้ำใจไม่ กลัวไภยจะผิด จะได้หลบเอาความชอบ จึ่งแนะนำให้พระญาณวิริยผู้เปนศิษยให้เข้าเปนตัวว่าตัวนั้นออกถือท้าย ครั้นเหนเพลี่ยงแล้วกลับหาเข้าด้วยศิษย<ref>x</ref> ตนไม่ ไปเข้าชื่อด้วยสมเดจ์พระสังฆราชแล้ว ๆ ก็กลับเข้าด้วยศิษยตนไปเล่า แลกลับกลอกไปมาฉนี้ เพราะหาเปนองควิไนยธรรม์แท้ได้ร่ำเรียนมาแต่ครูวิไนยอาจารยอันสันทัดไม่ จึ่งกลับกลอกอยู่ฉนี้ ทำให้เสียประเวณีพระวิไนยสาศนาเปนหลายครั้ง ๆ บวดนากวัดหงษให้สวดญัติบวดนากพร้อมกันคราวละเก้าองคสิบองค สงฆได้ต่อว่า ๆ อย่าว่าแต่เท่านี้เลย จะสวดคราวละหมื่นองคก็ได้ ครั้งนั้นกระทำ{{ตตฉ|ให}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ให|ให้}}</ref> ผิดพระพุทธบัญญัติแลประเวณีย์พระอาริยเจ้าผู้ทรงพระไตรยปิฎกกระทำสืบมาแต่ก่อน ครั้งนี้เล่าประเวณีและบาฬีในกะถินขันธอันพระอรหรรตาขิณาสพผู้ทรงวิไนยกระทำประติประติ<ref>x</ref> สืบ ๆ กันมาเปนช้านาน หาผู้ใดจะทักท้วงไม่ตราบเท้าทุกวันนี้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> d1tne17iid5lyxc41duur3fg97m2k46 291168 291167 2026-06-29T15:17:37Z Lunlumita 12009 291168 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๑|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>พฤฒิการทังนี้ แลว่านั้นก็หาแน่สนัดในน้ำใจไม่ กลัวไภยจะผิด จะได้หลบเอาความชอบ จึ่งแนะนำให้พระญาณวิริยผู้เปนศิษยให้เข้าเปนตัวว่าตัวนั้นออกถือท้าย ครั้นเหนเพลี่ยงแล้วกลับหาเข้าด้วยศิษย<ref>x</ref> ตนไม่ ไปเข้าชื่อด้วยสมเดจ์พระสังฆราชแล้ว ๆ ก็กลับเข้าด้วยศิษยตนไปเล่า แลกลับกลอกไปมาฉนี้ เพราะหาเปนองควิไนยธรรม์แท้ได้ร่ำเรียนมาแต่ครูวิไนยอาจารยอันสันทัดไม่ จึ่งกลับกลอกอยู่ฉนี้ ทำให้เสียประเวณีพระวิไนยสาศนาเปนหลายครั้ง ๆ บวดนากวัดหงษให้สวดญัติบวดนากพร้อมกันคราวละเก้าองคสิบองค สงฆได้ต่อว่า ๆ อย่าว่าแต่เท่านี้เลย จะสวดคราวละหมื่นองคก็ได้ ครั้งนั้นกระทำ{{ตตฉ|ให}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ให|ให้}}</ref> ผิดพระพุทธบัญญัติแลประเวณีย์พระอาริยเจ้าผู้ทรงพระไตรยปิฎกกระทำสืบมาแต่ก่อน ครั้งนี้เล่าประเวณีและบาฬีในกะถินขันธอันพระอรหรรตาขิณาสพผู้ทรงวิไนยกระทำประติประติ<ref>x</ref> สืบ ๆ กันมาเปนช้านาน หาผู้ใดจะทักท้วงไม่ตราบเท้าทุกวันนี้ พระธรรมราชมุณีเปนแต่โลกีย หาทรงไตรยปิฎกไม่ ได้ร่ำเรียนพระวิไนยแต่สำนักนิครูอันสันทัดชัดเจนในพระวิไนยนั้นก็น้อย มีแต่ปัญาเหนเอาเอง ถึงมาทว่าท่านแต่ก่อนจะโลภไตรจิวรรับกะถินทำผิดมา ถึงจะมีโทษนั้นน้อย เพราะว่ามิเปนกะถินเท่านี้ แต่สงฆลาภนั้นได้อยู่ผู้ถวายทาน ๆ นั้นก็เปนสงฆทานมีอานิสงษมาก แม้ว่าของพระ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 0qtf2wi3b5e0nv4wnwuy5okkisybkfb 291169 291168 2026-06-29T15:20:44Z Lunlumita 12009 291169 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๑|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>พฤฒิการทังนี้ แลว่านั้นก็หาแน่สนัดในน้ำใจไม่ กลัวไภยจะผิด จะได้หลบเอาความชอบ จึ่งแนะนำให้พระญาณวิริยผู้เปนศิษยให้เข้าเปนตัวว่าตัวนั้นออกถือท้าย ครั้นเหนเพลี่ยงแล้วกลับหาเข้าด้วยศิษย<ref>ต้นฉะบับ: คิษย</ref> ตนไม่ ไปเข้าชื่อด้วยสมเดจ์พระสังฆราชแล้ว ๆ ก็กลับเข้าด้วยศิษยตนไปเล่า แลกลับกลอกไปมาฉนี้ เพราะหาเปนองควิไนยธรรม์แท้ได้ร่ำเรียนมาแต่ครูวิไนยอาจารยอันสันทัดไม่ จึ่งกลับกลอกอยู่ฉนี้ ทำให้เสียประเวณีพระวิไนยสาศนาเปนหลายครั้ง ๆ บวดนากวัดหงษให้สวดญัติบวดนากพร้อมกันคราวละเก้าองคสิบองค สงฆได้ต่อว่า ๆ อย่าว่าแต่เท่านี้เลย จะสวดคราวละหมื่นองคก็ได้ ครั้งนั้นกระทำ{{ตตฉ|ให}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ให|ให้}}</ref> ผิดพระพุทธบัญญัติแลประเวณีย์พระอาริยเจ้าผู้ทรงพระไตรยปิฎกกระทำสืบมาแต่ก่อน ครั้งนี้เล่าประเวณีและบาฬีในกะถินขันธอันพระอรหรรตาขิณาสพผู้ทรงวิไนยกระทำประติประติ<ref>ก: ปรนิบัติ</ref> สืบ ๆ กันมาเปนช้านาน หาผู้ใดจะทักท้วงไม่ตราบเท้าทุกวันนี้ พระธรรมราชมุณีเปนแต่โลกีย หาทรงไตรยปิฎกไม่ ได้ร่ำเรียนพระวิไนยแต่สำนักนิครูอันสันทัดชัดเจนในพระวิไนยนั้นก็น้อย มีแต่ปัญาเหนเอาเอง ถึงมาทว่าท่านแต่ก่อนจะโลภไตรจิวรรับกะถินทำผิดมา ถึงจะมีโทษนั้นน้อย เพราะว่ามิเปนกะถินเท่านี้ แต่สงฆลาภนั้นได้อยู่ผู้ถวายทาน ๆ นั้นก็เปนสงฆทานมีอานิสงษมาก แม้ว่าของพระ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 6twq0w9zw308wrpjcobacehftxztqwx 291170 291169 2026-06-29T15:20:56Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291170 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๑|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>พฤฒิการทังนี้ แลว่านั้นก็หาแน่สนัดในน้ำใจไม่ กลัวไภยจะผิด จะได้หลบเอาความชอบ จึ่งแนะนำให้พระญาณวิริยผู้เปนศิษยให้เข้าเปนตัวว่าตัวนั้นออกถือท้าย ครั้นเหนเพลี่ยงแล้วกลับหาเข้าด้วยศิษย<ref>ต้นฉะบับ: คิษย</ref> ตนไม่ ไปเข้าชื่อด้วยสมเดจ์พระสังฆราชแล้ว ๆ ก็กลับเข้าด้วยศิษยตนไปเล่า แลกลับกลอกไปมาฉนี้ เพราะหาเปนองควิไนยธรรม์แท้ได้ร่ำเรียนมาแต่ครูวิไนยอาจารยอันสันทัดไม่ จึ่งกลับกลอกอยู่ฉนี้ ทำให้เสียประเวณีพระวิไนยสาศนาเปนหลายครั้ง ๆ บวดนากวัดหงษให้สวดญัติบวดนากพร้อมกันคราวละเก้าองคสิบองค สงฆได้ต่อว่า ๆ อย่าว่าแต่เท่านี้เลย จะสวดคราวละหมื่นองคก็ได้ ครั้งนั้นกระทำ{{ตตฉ|ให}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ให|ให้}}</ref> ผิดพระพุทธบัญญัติแลประเวณีย์พระอาริยเจ้าผู้ทรงพระไตรยปิฎกกระทำสืบมาแต่ก่อน ครั้งนี้เล่าประเวณีและบาฬีในกะถินขันธอันพระอรหรรตาขิณาสพผู้ทรงวิไนยกระทำประติประติ<ref>ก: ปรนิบัติ</ref> สืบ ๆ กันมาเปนช้านาน หาผู้ใดจะทักท้วงไม่ตราบเท้าทุกวันนี้ พระธรรมราชมุณีเปนแต่โลกีย หาทรงไตรยปิฎกไม่ ได้ร่ำเรียนพระวิไนยแต่สำนักนิครูอันสันทัดชัดเจนในพระวิไนยนั้นก็น้อย มีแต่ปัญาเหนเอาเอง ถึงมาทว่าท่านแต่ก่อนจะโลภไตรจิวรรับกะถินทำผิดมา ถึงจะมีโทษนั้นน้อย เพราะว่ามิเปนกะถินเท่านี้ แต่สงฆลาภนั้นได้อยู่ผู้ถวายทาน ๆ นั้นก็เปนสงฆทานมีอานิสงษมาก แม้ว่าของพระ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> du8tps05awiskmxpd0qefcykmmblnpq หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/43 250 90035 291171 2026-06-29T15:21:17Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291171 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๒|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 9wjzbisqzznrf2l0ror7yfg0ro59s0a 291172 291171 2026-06-29T15:24:38Z Lunlumita 12009 291172 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๒|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>อาริยเจ้าแต่บุราณกระทำสืบ ๆ มาต้องตามพระวิไนยบัญญัติเปนกะถินทานแท้ ถ้าผู้ภายหลังทำหักรานให้กะถินทานสาบสูญบัดนี้ ก็จะเปนครุโทษสืบ ๆ ไปเปนหนักหนากว่า<ref>x</ref> โทษที่ว่าทานทำมาแต่ก่อนผิดนั้น แลจะเชื่อเอาคำพระธรรมราชมุณีพุทธาจารยอันจะเลิกซึ่งกะถินทานให้ขาดกะถินจิวรลาภของสงฆเปนอันมาก แลฝ่ายทายกก็จะขาดบุญที่จะได้ถวายกะถินทาน ดูจหนึ่งทำลายล้างพระเจดียถานและพระสาศนาเปนมหันตโทษอันใหญ่หลวงนัก จะเชื่อเอาถ้อยคำนั้นมิได้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> tsxzv5ybn6sfycsku5p7gp0lkjya2me 291173 291172 2026-06-29T15:29:58Z Lunlumita 12009 291173 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๒|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>อาริยเจ้าแต่บุราณกระทำสืบ ๆ มาต้องตามพระวิไนยบัญญัติเปนกะถินทานแท้ ถ้าผู้ภายหลังทำหักรานให้กะถินทานสาบสูญบัดนี้ ก็จะเปนครุโทษสืบ ๆ ไปเปนหนักหนากว่า<ref>x</ref> โทษที่ว่าทานทำมาแต่ก่อนผิดนั้น แลจะเชื่อเอาคำพระธรรมราชมุณีพุทธาจารยอันจะเลิกซึ่งกะถินทานให้ขาดกะถินจิวรลาภของสงฆเปนอันมาก แลฝ่ายทายกก็จะขาดบุญที่จะได้ถวายกะถินทาน ดูจหนึ่งทำลายล้างพระเจดียถานและพระสาศนาเปนมหันตโทษอันใหญ่หลวงนัก จะเชื่อเอาถ้อยคำนั้นมิได้ อนึ่งเหนว่าพระธรรมราชมุณีพุทธาจารยหาเปนสุภาพวิไนยธรแท้ไม่ มิได้อยู่ในบังคับบันชาสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าอันเปนครูมีพระวัดษาทรงพระวิไนยสันทัดซึ่งทรงพระกรรุณาโปรดตั้งไว้เปนพญาสงฆสำหรับพิภากษาพระวิไนย แลหักรานผู้เถ้าผู้แก่ ให้ไนยแก่พระญาณวิริยผู้เปนศิษยตนนำเอาเนื้อความกิจสงฆเข้ามาถวายพระพร แล<ref>x</ref> อุดหนุนถ้อยคำเอาโทษอันเปนคุรุกรรมเข้ามาติดแปดไว้ในพระราชถาน นี่หากว่าสมเดจ์พระสังฆราชแลราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยยั่งยืนในพระวิไนย ถวายพระพรขัดไว้ จึ่งพ้นโทษ หาไม่ก็จะพลอยแปดปนด้วยอะกุศลโทษอันใหญ่หลวงเนือง<ref>x</ref> ๆ ไปกว่าจะสิ้นพระสาศนา มิชอบนัก ฝ่ายพระพุทธาจารยนั้นก็ไปเปน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> mqpmfqyyanwn7k3elnwqdzg7bmfyf7c 291174 291173 2026-06-29T15:30:43Z Lunlumita 12009 291174 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๒|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>อาริยเจ้าแต่บุราณกระทำสืบ ๆ มาต้องตามพระวิไนยบัญญัติเปนกะถินทานแท้ ถ้าผู้ภายหลังทำหักรานให้กะถินทานสาบสูญบัดนี้ ก็จะเปนครุโทษสืบ ๆ ไปเปนหนักหนากว่า<ref>ต้นฉะบับ: ว่า แก้ตาม ก</ref> โทษที่ว่าทานทำมาแต่ก่อนผิดนั้น แลจะเชื่อเอาคำพระธรรมราชมุณีพุทธาจารยอันจะเลิกซึ่งกะถินทานให้ขาดกะถินจิวรลาภของสงฆเปนอันมาก แลฝ่ายทายกก็จะขาดบุญที่จะได้ถวายกะถินทาน ดูจหนึ่งทำลายล้างพระเจดียถานและพระสาศนาเปนมหันตโทษอันใหญ่หลวงนัก จะเชื่อเอาถ้อยคำนั้นมิได้ อนึ่งเหนว่าพระธรรมราชมุณีพุทธาจารยหาเปนสุภาพวิไนยธรแท้ไม่ มิได้อยู่ในบังคับบันชาสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าอันเปนครูมีพระวัดษาทรงพระวิไนยสันทัดซึ่งทรงพระกรรุณาโปรดตั้งไว้เปนพญาสงฆสำหรับพิภากษาพระวิไนย แลหักรานผู้เถ้าผู้แก่ ให้ไนยแก่พระญาณวิริยผู้เปนศิษยตนนำเอาเนื้อความกิจสงฆเข้ามาถวายพระพร แล<ref>ก: แล้ว</ref> อุดหนุนถ้อยคำเอาโทษอันเปนคุรุกรรมเข้ามาติดแปดไว้ในพระราชถาน นี่หากว่าสมเดจ์พระสังฆราชแลราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยยั่งยืนในพระวิไนย ถวายพระพรขัดไว้ จึ่งพ้นโทษ หาไม่ก็จะพลอยแปดปนด้วยอะกุศลโทษอันใหญ่หลวงเนือง<ref>ต้นฉะบับ: เนื่อง แก้ตาม ก</ref> ๆ ไปกว่าจะสิ้นพระสาศนา มิชอบนัก ฝ่ายพระพุทธาจารยนั้นก็ไปเปน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> nwt7jqzshwt5a2jykn7i0vprtrpcdjj 291175 291174 2026-06-29T15:31:07Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291175 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๒|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>อาริยเจ้าแต่บุราณกระทำสืบ ๆ มาต้องตามพระวิไนยบัญญัติเปนกะถินทานแท้ ถ้าผู้ภายหลังทำหักรานให้กะถินทานสาบสูญบัดนี้ ก็จะเปนครุโทษสืบ ๆ ไปเปนหนักหนากว่า<ref>ต้นฉะบับ: ว่า แก้ตาม ก</ref> โทษที่ว่าทานทำมาแต่ก่อนผิดนั้น แลจะเชื่อเอาคำพระธรรมราชมุณีพุทธาจารยอันจะเลิกซึ่งกะถินทานให้ขาดกะถินจิวรลาภของสงฆเปนอันมาก แลฝ่ายทายกก็จะขาดบุญที่จะได้ถวายกะถินทาน ดูจหนึ่งทำลายล้างพระเจดียถานและพระสาศนาเปนมหันตโทษอันใหญ่หลวงนัก จะเชื่อเอาถ้อยคำนั้นมิได้ อนึ่งเหนว่าพระธรรมราชมุณีพุทธาจารยหาเปนสุภาพวิไนยธรแท้ไม่ มิได้อยู่ในบังคับบันชาสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าอันเปนครูมีพระวัดษาทรงพระวิไนยสันทัดซึ่งทรงพระกรรุณาโปรดตั้งไว้เปนพญาสงฆสำหรับพิภากษาพระวิไนย แลหักรานผู้เถ้าผู้แก่ ให้ไนยแก่พระญาณวิริยผู้เปนศิษยตนนำเอาเนื้อความกิจสงฆเข้ามาถวายพระพร แล<ref>ก: แล้ว</ref> อุดหนุนถ้อยคำเอาโทษอันเปนคุรุกรรมเข้ามาติดแปดไว้ในพระราชถาน นี่หากว่าสมเดจ์พระสังฆราชแลราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยยั่งยืนในพระวิไนย ถวายพระพรขัดไว้ จึ่งพ้นโทษ หาไม่ก็จะพลอยแปดปนด้วยอะกุศลโทษอันใหญ่หลวงเนือง<ref>ต้นฉะบับ: เนื่อง แก้ตาม ก</ref> ๆ ไปกว่าจะสิ้นพระสาศนา มิชอบนัก ฝ่ายพระพุทธาจารยนั้นก็ไปเปน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> qdjr6dlunlel3j1rjqlpzjd2qpk1i4c หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/44 250 90036 291176 2026-06-29T15:31:24Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291176 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๓|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> g8tt4z4hai3is23fcexf2rjzbj7a37n 291177 291176 2026-06-29T15:35:07Z Lunlumita 12009 291177 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๓|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>อะธิการวัดนาก ได้รับกะถินทานถึงสองปีสามปีแล้ว ๆ กลับเข้าด้วยพระธรรมราชมุณีว่าไม่ได้เล่า ก็เหนว่าพระพุทธาจารยเปนภิกษุมายา อักัตัญญู มิได้รู้พระคุณครู<ref>x</ref> อาจารยแห่งตน ๆ จะรู้พระธรรมวิไนยมีบุญขึ้นทังนี้ ก็<ref>x</ref> เพราะน้ำลายอายลิ้ยสมเดจ์พระสังฆราช ชอบจะเจบร้อนบูชาสำมาคาระวะเปนอันดี จึ่งจะควร นี่ประพฤฒิอกะตัญญูอุดหนุนพระธรรมราชมุณีเข้าเปนพักพวกต่อสู้สมเดจ์พระสังฆราชผู้เปนครูของตน ต่อแย้งถุ่ง<ref>x</ref> เถียงให้ได้ความอาย<ref>x</ref> อัประหยศในท่าม<ref>x</ref> กลางบริษัษฉนี้ ถ้าฝ่ายอาณาจักรฆราวาษจะชิงที่ถานยศถาศักดิ<ref>x</ref> แห่งท่านผู้มีพระคุณ ผิดประเวณีธรรม มิ{{ตตฉ|ชอก}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ชอก|ชอบ}}</ref> นักหนา แม้นยังถือทฤษฐิมานะขืนอยู่ว่าลัดทิของตนถูก แล<ref>x</ref> ว่าพระอรหรรตาขิณาสพผู้ทรงพระไตรปิฎกบรำบราอาจาริยวิไนยผู้เถ้าผู้แก่ทังปวงกระทำสืบ ๆ มานั้นผิด ก็ได้ชื่อว่ายังพระธรรมวิไนย<ref>x</ref> ให้ฉิบหาย เหนสุดโทษ ๆ นั้นเสมอด้วยกระบิลภิกษุอัน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> qfkxyptz9g8tghnrs5gb7nm9oy9g9hk 291178 291177 2026-06-29T15:37:19Z Lunlumita 12009 291178 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๓|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>อะธิการวัดนาก ได้รับกะถินทานถึงสองปีสามปีแล้ว ๆ กลับเข้าด้วยพระธรรมราชมุณีว่าไม่ได้เล่า ก็เหนว่าพระพุทธาจารยเปนภิกษุมายา อักัตัญญู มิได้รู้พระคุณครู<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ครู ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> อาจารยแห่งตน ๆ จะรู้พระธรรมวิไนยมีบุญขึ้นทังนี้ ก็<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ก็ ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เพราะน้ำลายอายลิ้ยสมเดจ์พระสังฆราช ชอบจะเจบร้อนบูชาสำมาคาระวะเปนอันดี จึ่งจะควร นี่ประพฤฒิอกะตัญญูอุดหนุนพระธรรมราชมุณีเข้าเปนพักพวกต่อสู้สมเดจ์พระสังฆราชผู้เปนครูของตน ต่อแย้งถุ่ง<ref>ก: </ref> เถียงให้ได้ความอาย<ref>ก: </ref> อัประหยศในท่าม<ref>ก: </ref> กลางบริษัษฉนี้ ถ้าฝ่ายอาณาจักรฆราวาษจะชิงที่ถานยศถาศักดิ<ref>ก: </ref> แห่งท่านผู้มีพระคุณ ผิดประเวณีธรรม มิ{{ตตฉ|ชอก}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ชอก|ชอบ}}</ref> นักหนา แม้นยังถือทฤษฐิมานะขืนอยู่ว่าลัดทิของตนถูก แล<ref>ก: </ref> ว่าพระอรหรรตาขิณาสพผู้ทรงพระไตรปิฎกบรำบราอาจาริยวิไนยผู้เถ้าผู้แก่ทังปวงกระทำสืบ ๆ มานั้นผิด ก็ได้ชื่อว่ายังพระธรรมวิไนย<ref>ก: </ref> ให้ฉิบหาย เหนสุดโทษ ๆ นั้นเสมอด้วยกระบิลภิกษุอัน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 7z0690dd5le1tp7ictbuaj87403vohf 291179 291178 2026-06-29T15:38:21Z Lunlumita 12009 291179 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๓|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>อะธิการวัดนาก ได้รับกะถินทานถึงสองปีสามปีแล้ว ๆ กลับเข้าด้วยพระธรรมราชมุณีว่าไม่ได้เล่า ก็เหนว่าพระพุทธาจารยเปนภิกษุมายา อักะตัญญู มิได้รู้พระคุณครู<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ครู ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> อาจารยแห่งตน ๆ จะรู้พระธรรมวิไนยมีบุญขึ้นทังนี้ ก็<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ก็ ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เพราะน้ำลายอายลิ้ยสมเดจ์พระสังฆราช ชอบจะเจบร้อนบูชาสำมาคาระวะเปนอันดี จึ่งจะควร นี่ประพฤฒิอกะตัญญูอุดหนุนพระธรรมราชมุณีเข้าเปนพักพวกต่อสู้สมเดจ์พระสังฆราชผู้เปนครูของตน ต่อแย้งถุ่ง<ref>ก: ต่อแย่งทุ่ง</ref> เถียงให้ได้ความอาย<ref>ก: คำว่า อาย ไม่มี</ref> อัประหยศในท่าม<ref>ก: </ref> กลางบริษัษฉนี้ ถ้าฝ่ายอาณาจักรฆราวาษจะชิงที่ถานยศถาศักดิ<ref>ก: ท่ำ</ref> แห่งท่านผู้มีพระคุณ<ref>ก: </ref> ผิดประเวณีธรรม มิ{{ตตฉ|ชอก}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ชอก|ชอบ}}</ref> นักหนา แม้นยังถือทฤษฐิมานะขืนอยู่ว่าลัดทิของตนถูก แล<ref>ก: </ref> ว่าพระอรหรรตาขิณาสพผู้ทรงพระไตรปิฎกบรำบราอาจาริยวิไนยผู้เถ้าผู้แก่ทังปวงกระทำสืบ ๆ มานั้นผิด ก็ได้ชื่อว่ายังพระธรรมวิไนย<ref>ก: </ref> ให้ฉิบหาย เหนสุดโทษ ๆ นั้นเสมอด้วยกระบิลภิกษุอัน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> pf1rtz1kdt3iklwo6b2yl4rgopmhs46 291180 291179 2026-06-29T15:39:26Z Lunlumita 12009 291180 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๓|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>อะธิการวัดนาก ได้รับกะถินทานถึงสองปีสามปีแล้ว ๆ กลับเข้าด้วยพระธรรมราชมุณีว่าไม่ได้เล่า ก็เหนว่าพระพุทธาจารยเปนภิกษุมายา อักะตัญญู มิได้รู้พระคุณครู<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ครู ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> อาจารยแห่งตน ๆ จะรู้พระธรรมวิไนยมีบุญขึ้นทังนี้ ก็<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ก็ ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เพราะน้ำลายอายลิ้ยสมเดจ์พระสังฆราช ชอบจะเจบร้อนบูชาสำมาคาระวะเปนอันดี จึ่งจะควร นี่ประพฤฒิอกะตัญญูอุดหนุนพระธรรมราชมุณีเข้าเปนพักพวกต่อสู้สมเดจ์พระสังฆราชผู้เปนครูของตน ต่อแย้งถุ่ง<ref>ก: ต่อแย่งทุ่ง</ref> เถียงให้ได้ความอาย<ref>ก: คำว่า อาย ไม่มี</ref> อัประหยศในท่าม<ref>ก: ท่ำ</ref> กลางบริษัษฉนี้ ถ้าฝ่ายอาณาจักรฆราวาษจะชิงที่ถานยศถาศักดิ<ref>ต้นฉะบับ: ยศศักดิ แก้ตาม ก</ref> แห่งท่านผู้มีพระคุณ ผิดประเวณีธรรม มิ{{ตตฉ|ชอก}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ชอก|ชอบ}}</ref> นักหนา แม้นยังถือทฤษฐิมานะขืนอยู่ว่าลัดทิของตนถูก แล<ref>ก: แล้ว</ref> ว่าพระอรหรรตาขิณาสพผู้ทรงพระไตรปิฎกบรำบราอาจาริยวิไนยผู้เถ้าผู้แก่ทังปวงกระทำสืบ ๆ มานั้นผิด ก็ได้ชื่อว่ายังพระธรรมวิไนย<ref>ก: พระวิไนย</ref> ให้ฉิบหาย เหนสุดโทษ ๆ นั้นเสมอด้วยกระบิลภิกษุอัน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> izodgb748sngguimolf0m5yo6nj5u4y 291181 291180 2026-06-29T15:39:43Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291181 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๓|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>อะธิการวัดนาก ได้รับกะถินทานถึงสองปีสามปีแล้ว ๆ กลับเข้าด้วยพระธรรมราชมุณีว่าไม่ได้เล่า ก็เหนว่าพระพุทธาจารยเปนภิกษุมายา อักะตัญญู มิได้รู้พระคุณครู<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ครู ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> อาจารยแห่งตน ๆ จะรู้พระธรรมวิไนยมีบุญขึ้นทังนี้ ก็<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ก็ ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เพราะน้ำลายอายลิ้ยสมเดจ์พระสังฆราช ชอบจะเจบร้อนบูชาสำมาคาระวะเปนอันดี จึ่งจะควร นี่ประพฤฒิอกะตัญญูอุดหนุนพระธรรมราชมุณีเข้าเปนพักพวกต่อสู้สมเดจ์พระสังฆราชผู้เปนครูของตน ต่อแย้งถุ่ง<ref>ก: ต่อแย่งทุ่ง</ref> เถียงให้ได้ความอาย<ref>ก: คำว่า อาย ไม่มี</ref> อัประหยศในท่าม<ref>ก: ท่ำ</ref> กลางบริษัษฉนี้ ถ้าฝ่ายอาณาจักรฆราวาษจะชิงที่ถานยศถาศักดิ<ref>ต้นฉะบับ: ยศศักดิ แก้ตาม ก</ref> แห่งท่านผู้มีพระคุณ ผิดประเวณีธรรม มิ{{ตตฉ|ชอก}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ชอก|ชอบ}}</ref> นักหนา แม้นยังถือทฤษฐิมานะขืนอยู่ว่าลัดทิของตนถูก แล<ref>ก: แล้ว</ref> ว่าพระอรหรรตาขิณาสพผู้ทรงพระไตรปิฎกบรำบราอาจาริยวิไนยผู้เถ้าผู้แก่ทังปวงกระทำสืบ ๆ มานั้นผิด ก็ได้ชื่อว่ายังพระธรรมวิไนย<ref>ก: พระวิไนย</ref> ให้ฉิบหาย เหนสุดโทษ ๆ นั้นเสมอด้วยกระบิลภิกษุอัน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> n23wq9sjt00tgqvyzxvuq8df77vtzpq หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/45 250 90037 291182 2026-06-29T15:40:08Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291182 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๔|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 36hty2s5x7ims50zpt2xn9lykrfejsj 291183 291182 2026-06-29T15:43:26Z Lunlumita 12009 291183 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๔|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>มัวเมาด้วยความรู้ อันฝ่ายพระพุทธาจารยเปนมหาอกะตัญญูตรงตัว ถ้ามิได้คิดกลับหาความ<ref>x</ref> ชอบเลย จะดื้อดึงอยู่ด้วยทฤษฐิมานะ<ref>x</ref> เหนโทษน้้น ดูจมุสิละมานพอันเรียนศิลปสาศ<ref>x</ref> พิณแต่สำนักนิคุติลาจารย แล้วอักะตัญญูกลับสู้อาจารย หนึ่งดุจ<ref>x</ref> เทวะทัดวานรเปนอกะตัญญูเหยียบหลังพระโพธิสัตววานรอันมีพระคุณให้หลังหักนั้น แลเหตุเปนคุรุกรรมใหญ่หลวงลามกมาถึง{{ตตฉ|พะราช}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|พะราช|พระราช}}</ref> ถานทังนี้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> ojfvbweoauqp0nnv29tstawyrd5phvf 291184 291183 2026-06-29T15:46:44Z Lunlumita 12009 291184 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๔|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>มัวเมาด้วยความรู้ อันฝ่ายพระพุทธาจารยเปนมหาอกะตัญญูตรงตัว ถ้ามิได้คิดกลับหาความ<ref>ก: </ref> ชอบเลย จะดื้อดึงอยู่ด้วยทฤษฐิมานะ<ref>ก: </ref> เหนโทษน้้น ดูจมุสิละมานพอันเรียนศิลปสาศ<ref>ก: </ref> พิณแต่สำนักนิคุติลาจารย แล้วอักะตัญญูกลับสู้อาจารย หนึ่งดุจ<ref>ก: </ref> เทวะทัดวานรเปนอกะตัญญูเหยียบหลังพระโพธิสัตววานรอันมีพระคุณให้หลังหักนั้น แลเหตุเปนคุรุกรรมใหญ่หลวงลามกมาถึง{{ตตฉ|พะราช}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|พะราช|พระราช}}</ref> ถานทังนี้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> dtmnzswxanxh2fkanzouyj72tnsnxi1 291185 291184 2026-06-29T15:47:51Z Lunlumita 12009 291185 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๔|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>มัวเมาด้วยความรู้ อันฝ่ายพระพุทธาจารยเปนมหาอกะตัญญูตรงตัว ถ้ามิได้คิดกลับหาความ<ref>ก: คำว่า ความ ไม่มี</ref> ชอบเลย จะดื้อดึงอยู่ด้วยทฤษฐิมานะ<ref>ก: ทิฐิมานะ</ref> เหนโทษน้้น ดูจมุสิละมานพอันเรียนศิลปสาศ<ref>ก: ศิลประสาต</ref> พิณแต่สำนักนิคุติลาจารย แล้วอักะตัญญูกลับสู้อาจารย หนึ่งดุจ<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ดุจ ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เทวะทัดวานรเปนอกะตัญญูเหยียบหลังพระโพธิสัตววานรอันมีพระคุณให้หลังหักนั้น แลเหตุเปนคุรุกรรมใหญ่หลวงลามกมาถึง{{ตตฉ|พะราช}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|พะราช|พระราช}}</ref> ถานทังนี้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> ddqjbvtq9yyr899jd90uz2p719b00lq 291187 291185 2026-06-29T15:54:21Z Lunlumita 12009 291187 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๔|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>มัวเมาด้วยความรู้ อันฝ่ายพระพุทธาจารยเปนมหาอกะตัญญูตรงตัว ถ้ามิได้คิดกลับหาความ<ref>ก: คำว่า ความ ไม่มี</ref> ชอบเลย จะดื้อดึงอยู่ด้วยทฤษฐิมานะ<ref>ก: ทิฐิมานะ</ref> เหนโทษน้้น ดูจมุสิละมานพอันเรียนศิลปสาศ<ref>ก: ศิลประสาต</ref> พิณแต่สำนักนิคุติลาจารย แล้วอักะตัญญูกลับสู้อาจารย หนึ่งดุจ<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ดุจ ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เทวะทัดวานรเปนอกะตัญญูเหยียบหลังพระโพธิสัตววานรอันมีพระคุณให้หลังหักนั้น แลเหตุเปนคุรุกรรมใหญ่หลวงลามกมาถึง{{ตตฉ|พะราช}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|พะราช|พระราช}}</ref> ถานทังนี้ เพราะพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยไม่มีสำมาคาระวะต่อสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าอันทรงพระกรรุณาโปรดตั้งขึ้นไว้ให้เปนที่ไหว้ที่บูชาปฤกษาพระวิไนยทังปวง ถ้าพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยมีสมาคาระวะดูจหนึ่งถ้อยคำปติญาณว่าจะเอาสมเดจ์พระสังฆราชเปนที่ปฤกษาแล้วใน{{ตตฉ|เนี้อ}}<ref group = "วซ" name = "เนื้อ">{{ลปร1|คผ|3|เนี้อ|เนื้อ}}</ref><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> tlzz1n33s26igg1w6y56gso9qejs3xj 291188 291187 2026-06-29T15:58:04Z Lunlumita 12009 291188 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๔|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>มัวเมาด้วยความรู้ อันฝ่ายพระพุทธาจารยเปนมหาอกะตัญญูตรงตัว ถ้ามิได้คิดกลับหาความ<ref>ก: คำว่า ความ ไม่มี</ref> ชอบเลย จะดื้อดึงอยู่ด้วยทฤษฐิมานะ<ref>ก: ทิฐิมานะ</ref> เหนโทษน้้น ดูจมุสิละมานพอันเรียนศิลปสาศ<ref>ก: ศิลประสาต</ref> พิณแต่สำนักนิคุติลาจารย แล้วอักะตัญญูกลับสู้อาจารย หนึ่งดุจ<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ดุจ ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เทวะทัดวานรเปนอกะตัญญูเหยียบหลังพระโพธิสัตววานรอันมีพระคุณให้หลังหักนั้น แลเหตุเปนคุรุกรรมใหญ่หลวงลามกมาถึง{{ตตฉ|พะราช}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|พะราช|พระราช}}</ref> ถานทังนี้ เพราะพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยไม่มีสำมาคาระวะต่อสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าอันทรงพระกรรุณาโปรดตั้งขึ้นไว้ให้เปนที่ไหว้ที่บูชาปฤกษาพระวิไนยทังปวง ถ้าพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยมีสมาคาระวะดูจหนึ่งถ้อยคำปติญาณว่าจะเอาสมเดจ์พระสังฆราชเปนที่ปฤกษาแล้วใน{{ตตฉ|เนี้อ}}<ref group = "วซ" name = "เนื้อ">{{ลปร1|คผ|3|เนี้อ|เนื้อ}}</ref> ความในสังฆกิจ ฝ่ายพระพุทธจักรจะเข้ามาแปดปนราชอาณาจักรได้ ก็จะสูญสงบอยู่แต่ในสมณกิจเปนสิทธิตัดสีนสำเรจ์ในสมเดจ์พระสังฆราช แลพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยะทำบังอาจ์หากลัวเกรงไม่ จึ่งเกิด{{ตตฉ|เนี้อ}}<ref group = "วซ" name = "เนื้อ"/> ความมากมายทังนิ้ มิสมควรนักหนา {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 3yemh4vjh4jytdub3ztdyqvlcspkhdk 291189 291188 2026-06-29T15:58:27Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291189 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๔|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>มัวเมาด้วยความรู้ อันฝ่ายพระพุทธาจารยเปนมหาอกะตัญญูตรงตัว ถ้ามิได้คิดกลับหาความ<ref>ก: คำว่า ความ ไม่มี</ref> ชอบเลย จะดื้อดึงอยู่ด้วยทฤษฐิมานะ<ref>ก: ทิฐิมานะ</ref> เหนโทษน้้น ดูจมุสิละมานพอันเรียนศิลปสาศ<ref>ก: ศิลประสาต</ref> พิณแต่สำนักนิคุติลาจารย แล้วอักะตัญญูกลับสู้อาจารย หนึ่งดุจ<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ดุจ ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เทวะทัดวานรเปนอกะตัญญูเหยียบหลังพระโพธิสัตววานรอันมีพระคุณให้หลังหักนั้น แลเหตุเปนคุรุกรรมใหญ่หลวงลามกมาถึง{{ตตฉ|พะราช}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|พะราช|พระราช}}</ref> ถานทังนี้ เพราะพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยไม่มีสำมาคาระวะต่อสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าอันทรงพระกรรุณาโปรดตั้งขึ้นไว้ให้เปนที่ไหว้ที่บูชาปฤกษาพระวิไนยทังปวง ถ้าพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยมีสมาคาระวะดูจหนึ่งถ้อยคำปติญาณว่าจะเอาสมเดจ์พระสังฆราชเปนที่ปฤกษาแล้วใน{{ตตฉ|เนี้อ}}<ref group = "วซ" name = "เนื้อ">{{ลปร1|คผ|3|เนี้อ|เนื้อ}}</ref> ความในสังฆกิจ ฝ่ายพระพุทธจักรจะเข้ามาแปดปนราชอาณาจักรได้ ก็จะสูญสงบอยู่แต่ในสมณกิจเปนสิทธิตัดสีนสำเรจ์ในสมเดจ์พระสังฆราช แลพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยะทำบังอาจ์หากลัวเกรงไม่ จึ่งเกิด{{ตตฉ|เนี้อ}}<ref group = "วซ" name = "เนื้อ"/> ความมากมายทังนิ้ มิสมควรนักหนา {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> h3r4o95sg5dbdgz8zcstj9h6ezn84jd 291190 291189 2026-06-29T15:58:41Z Lunlumita 12009 291190 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๔|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>มัวเมาด้วยความรู้ อันฝ่ายพระพุทธาจารยเปนมหาอกะตัญญูตรงตัว ถ้ามิได้คิดกลับหาความ<ref>ก: คำว่า ความ ไม่มี</ref> ชอบเลย จะดื้อดึงอยู่ด้วยทฤษฐิมานะ<ref>ก: ทิฐิมานะ</ref> เหนโทษน้้น ดูจมุสิละมานพอันเรียนศิลปสาศ<ref>ก: ศิลประสาต</ref> พิณแต่สำนักนิคุติลาจารย แล้วอักะตัญญูกลับสู้อาจารย หนึ่งดุจ<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ดุจ ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เทวะทัดวานรเปนอกะตัญญูเหยียบหลังพระโพธิสัตววานรอันมีพระคุณให้หลังหักนั้น แลเหตุเปนคุรุกรรมใหญ่หลวงลามกมาถึง{{ตตฉ|พะราช}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|พะราช|พระราช}}</ref> ถานทังนี้ เพราะพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยไม่มีสำมาคาระวะต่อสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าอันทรงพระกรรุณาโปรดตั้งขึ้นไว้ให้เปนที่ไหว้ที่บูชาปฤกษาพระวิไนยทังปวง ถ้าพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยมีสมาคาระวะดูจหนึ่งถ้อยคำปติญาณว่าจะเอาสมเดจ์พระสังฆราชเปนที่ปฤกษาแล้วใน{{ตตฉ|เนี้อ}}<ref group = "วซ" name = "เนื้อ">{{ลปร1|คผ|3|เนี้อ|เนื้อ}}</ref> ความในสังฆกิจ ฝ่ายพระพุทธจักรจะเข้ามาแปดปนราชอาณาจักรได้ ก็จะสูญสงบอยู่แต่ในสมณกิจเปนสิทธิตัดสีนสำเรจ์ในสมเดจ์พระสังฆราช แลพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยะทำบังอาจ์หากลัวเกรงไม่ จึ่งเกิด{{ตตฉ|เนี้อ}}<ref group = "วซ" name = "เนื้อ"/> ความมากมายทังนิ้ มิสมควรนักหนา {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 34yob6lyec7zjf78raj6dkvkvozwo6p หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/46 250 90038 291191 2026-06-29T15:58:55Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291191 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๕|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> nwwy7gica5lbuqsm5r831v72lm64zpt 291192 291191 2026-06-29T16:02:06Z Lunlumita 12009 291192 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๕|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ห้ามอย่าให้พระสงฆราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยให้อธิการ<ref>x</ref> รามัญอธิการลาวอันดับทังปวงแลสังกะรียธรรมการราชบัณดิษข้าทูลอองทุลีพระบาททังปวงเอาเนื้อความสงฆอันวิวาทกันด้วยกิจพระวิไนยดูจหนึ่งพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยมาถวายพระพรครั้งนี้เอากราบทูลพระกรรุณาให้หม่นหมองพระไทยเปนอันขาดทีเดียว แลให้ทูลแก่สมเดจ์พระสังฆราชราชาคะณะอธิการอันดับ ให้มอญลาวทังปวงฟังบังคับบันชาสมเดจ์พระสังฆราชผู้เดียว ถ้าแลเปน<ref>x</ref> เนื้อความมะหันตโทษค่องเข้ามาในราชอาณาจักร จำเปนจทูล ก็ให้เอาปฤกษาด้วยข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยนักปรา{{ชญ}}ราชบัณดิษให้พร้อมกันควรทูล<ref>x</ref> แล้ว จึ่งให้กราบทูลพระกรรุณา<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> cphj7nc3vm1wd6cx7kxpxuphaiy11l2 291193 291192 2026-06-29T16:03:54Z Lunlumita 12009 291193 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๕|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ห้ามอย่าให้พระสงฆราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยให้อธิการ<ref>x</ref> รามัญอธิการลาวอันดับทังปวงแลสังกะรียธรรมการราชบัณดิษข้าทูลอองทุลีพระบาททังปวงเอาเนื้อความสงฆอันวิวาทกันด้วยกิจพระวิไนยดูจหนึ่งพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยมาถวายพระพรครั้งนี้เอากราบทูลพระกรรุณาให้หม่นหมองพระไทยเปนอันขาดทีเดียว แลให้ทูลแก่สมเดจ์พระสังฆราชราชาคะณะอธิการอันดับ ให้มอญลาวทังปวงฟังบังคับบันชาสมเดจ์พระสังฆราชผู้เดียว ถ้าแลเปน<ref>x</ref> เนื้อความมะหันตโทษค่องเข้ามาในราชอาณาจักร จำเปนจทูล ก็ให้เอาปฤกษาด้วยข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยนักปรา{{ชญ}}ราชบัณดิษให้พร้อมกันควรทูล<ref>x</ref> แล้ว จึ่งให้กราบทูลพระกรรุณา ถ้าแลพระสงฆราชาคะณะอธิการอันดับสงฆทังปวงแลสังกะรียธรรมการราชบัณดิษข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใด ๆ มิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฏหมายนี้ จะเอาตัวผู้กระทำผิดพระราชกำหนดกฏนั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> bexa33t3bf6w2yidgckkg2sog6hz7hm 291194 291193 2026-06-29T16:10:04Z Lunlumita 12009 291194 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๕|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ห้ามอย่าให้พระสงฆราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยให้อธิการ<ref>ต้นฉะบับ: อธิการให้อธิการ แก้ตาม ก</ref> รามัญอธิการลาวอันดับทังปวงแลสังกะรียธรรมการราชบัณดิษข้าทูลอองทุลีพระบาททังปวงเอาเนื้อความสงฆอันวิวาทกันด้วยกิจพระวิไนยดูจหนึ่งพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยมาถวายพระพรครั้งนี้เอากราบทูลพระกรรุณาให้หม่นหมองพระไทยเปนอันขาดทีเดียว แลให้ทูลแก่สมเดจ์พระสังฆราชราชาคะณะอธิการอันดับ ให้มอญลาวทังปวงฟังบังคับบันชาสมเดจ์พระสังฆราชผู้เดียว ถ้าแลเปน<ref>ก: คำว่า เปน ขาดไป</ref> เนื้อความมะหันตโทษค่องเข้ามาในราชอาณาจักร จำเปนจทูล ก็ให้เอาปฤกษาด้วยข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยนักปรา{{ชญ}}ราชบัณดิษให้พร้อมกันควรทูล<ref>ต้นฉะบับ คำว่า ทูล ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> แล้ว จึ่งให้กราบทูลพระกรรุณา ถ้าแลพระสงฆราชาคะณะอธิการอันดับสงฆทังปวงแลสังกะรียธรรมการราชบัณดิษข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใด ๆ มิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฏหมายนี้ จะเอาตัวผู้กระทำผิดพระราชกำหนดกฏนั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 3jfr0z1kgccu7wdkc79rlh52sp4pl68 291195 291194 2026-06-29T16:10:29Z Lunlumita 12009 291195 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๕|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ห้ามอย่าให้พระสงฆราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยให้อธิการ<ref>ต้นฉะบับ: อธิการให้อธิการ แก้ตาม ก</ref> รามัญอธิการลาวอันดับทังปวงแลสังกะรียธรรมการราชบัณดิษข้าทูลอองทุลีพระบาททังปวงเอาเนื้อความสงฆอันวิวาทกันด้วยกิจพระวิไนยดูจหนึ่งพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยมาถวายพระพรครั้งนี้เอากราบทูลพระกรรุณาให้หม่นหมองพระไทยเปนอันขาดทีเดียว แลให้ทูลแก่สมเดจ์พระสังฆราชราชาคะณะอธิการอันดับ ให้มอญลาวทังปวงฟังบังคับบันชาสมเดจ์พระสังฆราชผู้เดียว ถ้าแลเปน<ref>ก: คำว่า เปน ขาดไป</ref> เนื้อความมะหันตโทษค่องเข้ามาในราชอาณาจักร จำเปนจทูล ก็ให้เอาปฤกษาด้วยข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยนักปรา{{ชญ}}ราชบัณดิษให้พร้อมกันควรทูล<ref>ต้นฉะบับ คำว่า ทูล ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> แล้ว จึ่งให้กราบทูลพระกรรุณา ถ้าแลพระสงฆราชาคะณะอธิการอันดับสงฆทังปวงแลสังกะรียธรรมการราชบัณดิษข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใด ๆ มิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฏหมายนี้ จะเอาตัวผู้กระทำผิดพระราชกำหนดกฏนั้นเปนโทษตามโทษาณุโทษ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 7fy1lm8x8w941ljvrmdt0arazgddxyf 291196 291195 2026-06-29T16:11:07Z Lunlumita 12009 291196 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๕|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ห้ามอย่าให้พระสงฆราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยให้อธิการ<ref>ต้นฉะบับ: อธิการให้อธิการ แก้ตาม ก</ref> รามัญอธิการลาวอันดับทังปวงแลสังกะรียธรรมการราชบัณดิษข้าทูลอองทุลีพระบาททังปวงเอาเนื้อความสงฆอันวิวาทกันด้วยกิจพระวิไนยดูจหนึ่งพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยมาถวายพระพรครั้งนี้เอากราบทูลพระกรรุณาให้หม่นหมองพระไทยเปนอันขาดทีเดียว แลให้ทูลแก่สมเดจ์พระสังฆราชราชาคะณะอธิการอันดับ ให้มอญลาวทังปวงฟังบังคับบันชาสมเดจ์พระสังฆราชผู้เดียว ถ้าแลเปน<ref>ก: คำว่า เปน ขาดไป</ref> เนื้อความมะหันตโทษค่องเข้ามาในราชอาณาจักร จำเปนจทูล ก็ให้เอาปฤกษาด้วยข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยนักปรา{{ชญ}}ราชบัณดิษให้พร้อมกันควรทูล<ref>ต้นฉะบับ คำว่า ทูล ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> แล้ว จึ่งให้กราบทูลพระกรรุณา ถ้าแลพระสงฆราชาคะณะอธิการอันดับสงฆทังปวงแลสังกะรียธรรมการราชบัณดิษข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใด ๆ มิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฏหมายนี้ จะเอาตัวผู้กระทำผิดพระราชกำหนดกฏนั้นเปนโทษตามโทษาณุโทษ กฎให้ไว้ณวันจัน เดือนสิบสอง ขึ้นสามค่ำ จุลศักราช ๑๑๔๕ ปีเถาะนักสัตเบญศก {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> r3m4jvaa4iyaz41sg7iw92l4kbhi7q3 291197 291196 2026-06-29T16:11:19Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291197 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๕|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ห้ามอย่าให้พระสงฆราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยให้อธิการ<ref>ต้นฉะบับ: อธิการให้อธิการ แก้ตาม ก</ref> รามัญอธิการลาวอันดับทังปวงแลสังกะรียธรรมการราชบัณดิษข้าทูลอองทุลีพระบาททังปวงเอาเนื้อความสงฆอันวิวาทกันด้วยกิจพระวิไนยดูจหนึ่งพระธรรมราชมุณีพระพุทธาจารยพระญาณวิริยมาถวายพระพรครั้งนี้เอากราบทูลพระกรรุณาให้หม่นหมองพระไทยเปนอันขาดทีเดียว แลให้ทูลแก่สมเดจ์พระสังฆราชราชาคะณะอธิการอันดับ ให้มอญลาวทังปวงฟังบังคับบันชาสมเดจ์พระสังฆราชผู้เดียว ถ้าแลเปน<ref>ก: คำว่า เปน ขาดไป</ref> เนื้อความมะหันตโทษค่องเข้ามาในราชอาณาจักร จำเปนจทูล ก็ให้เอาปฤกษาด้วยข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยนักปรา{{ชญ}}ราชบัณดิษให้พร้อมกันควรทูล<ref>ต้นฉะบับ คำว่า ทูล ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> แล้ว จึ่งให้กราบทูลพระกรรุณา ถ้าแลพระสงฆราชาคะณะอธิการอันดับสงฆทังปวงแลสังกะรียธรรมการราชบัณดิษข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใด ๆ มิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฏหมายนี้ จะเอาตัวผู้กระทำผิดพระราชกำหนดกฏนั้นเปนโทษตามโทษาณุโทษ กฎให้ไว้ณวันจัน เดือนสิบสอง ขึ้นสามค่ำ จุลศักราช ๑๑๔๕ ปีเถาะนักสัตเบญศก {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> a9xrbnfc1b45f6l944d503uadz9dvgj หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/47 250 90039 291198 2026-06-29T16:12:12Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291198 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๖|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 1je54b0y1g021fnj3lsz5ledjoa6crm 291199 291198 2026-06-29T16:12:50Z Lunlumita 12009 291199 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๖|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|8}} ๘<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 9yx12tfiul60fu603jtb3k1p75qs623 291200 291199 2026-06-29T16:17:08Z Lunlumita 12009 291200 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๖|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|8}} ๘ กฏให้แก่พระสุรัศวะดีซ้ายขวในนอกให้กฏหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทฝ่ายทหารพลเรือนแลข้าหลวงกรมพระราชวังบวรสถานมงคลขอเฝ้าข้าเจ้าตางกรมฝ่ายหน้าฝ่ายในแลสังกะรียธรรมการแลเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากไต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 6w39va7g89i5yyp2lprqit99ck5zgwk 291201 291200 2026-06-29T16:19:28Z Lunlumita 12009 291201 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๖|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|8}} ๘ กฏให้แก่พระสุรัศวะดีซ้ายขวในนอกให้กฏหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทฝ่ายทหารพลเรือนแลข้าหลวงกรมพระราชวังบวรสถานมงคลขอเฝ้าข้าเจ้าตางกรมฝ่ายหน้าฝ่ายในแลสังกะรียธรรมการแลเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากไต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว ด้วย<ref>x</ref> สมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอะนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบูลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระ<ref>x</ref> พุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิ<ref>x</ref> ทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวร<ref>x</ref> รุ่งเรืองไป{{ตตฉ|เปนท}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เปนท|เปนที่}}</ref> เลื่อมใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามนุษยทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิกมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชประโหริตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> kh6une46jlscs2si8kzh8vyam22bonk 291202 291201 2026-06-29T16:25:25Z Lunlumita 12009 291202 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๖|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|8}} ๘ กฏให้แก่พระสุรัศวะดีซ้ายขวในนอกให้กฏหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทฝ่ายทหารพลเรือนแลข้าหลวงกรมพระราชวังบวรสถานมงคลขอเฝ้าข้าเจ้าตางกรมฝ่ายหน้าฝ่ายในแลสังกะรียธรรมการแลเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากไต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว ด้วย<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ด้วย ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> สมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอะนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบูลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระ<ref>ก: คำว่า พระ ไม่มี</ref> พุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิ<ref>ต้นฉะบับ: สวัดิ แก้ตาม ก</ref> ทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวร<ref>ก: ถาวะรา</ref> รุ่งเรืองไป{{ตตฉ|เปนท}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เปนท|เปนที่}}</ref> เลื่อมใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามนุษยทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิกมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชประโหริตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 1m9aznbphgcs4mqck66j8zogb96ua8q 291203 291202 2026-06-29T16:26:09Z Lunlumita 12009 291203 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๖|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|8}} ๘ กฏให้แก่พระสุรัศวะดีซ้ายขวในนอกให้กฏหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทฝ่ายทหารพลเรือนแลข้าหลวงกรมพระราชวังบวรสถานมงคลขอเฝ้าข้าเจ้าตางกรมฝ่ายหน้าฝ่ายในแลสังกะรียธรรมการแลเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากไต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว ด้วย<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ด้วย ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> สมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอะนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบูลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระ<ref>ก: คำว่า พระ ไม่มี</ref> พุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิ<ref>ต้นฉะบับ: สวัดิ แก้ตาม ก</ref> ทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวร<ref>ก: ถาวะรา</ref> รุ่งเรืองไป{{ตตฉ|เปนท}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เปนท|เปนที่}}</ref> เลื่อมใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามนุษยทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิกมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชประโหริตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ ได้ทรงฟังพระราชาคะณะทังปวงถวายพระพรว่า พระพุทธจักรแลพระราชอาณาจักรทังสองนี้อาไศรยกัน ฝ่ายพระสังฆเถราณุเถรอันรักษาพระพุทธจักรนั้นระวังกันตรวจ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> gnt2e9qeao91ejof2g3iy1kcs0njmdo 291204 291203 2026-06-29T16:26:26Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291204 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๖|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|8}} ๘ กฏให้แก่พระสุรัศวะดีซ้ายขวในนอกให้กฏหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทฝ่ายทหารพลเรือนแลข้าหลวงกรมพระราชวังบวรสถานมงคลขอเฝ้าข้าเจ้าตางกรมฝ่ายหน้าฝ่ายในแลสังกะรียธรรมการแลเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากไต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว ด้วย<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ด้วย ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> สมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอะนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบูลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระ<ref>ก: คำว่า พระ ไม่มี</ref> พุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิ<ref>ต้นฉะบับ: สวัดิ แก้ตาม ก</ref> ทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวร<ref>ก: ถาวะรา</ref> รุ่งเรืองไป{{ตตฉ|เปนท}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เปนท|เปนที่}}</ref> เลื่อมใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามนุษยทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิกมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชประโหริตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ ได้ทรงฟังพระราชาคะณะทังปวงถวายพระพรว่า พระพุทธจักรแลพระราชอาณาจักรทังสองนี้อาไศรยกัน ฝ่ายพระสังฆเถราณุเถรอันรักษาพระพุทธจักรนั้นระวังกันตรวจ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 28q5lsjwp35ph8b38ebaix5nidiqj89 หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/48 250 90040 291205 2026-06-29T16:27:05Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291205 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๗|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> h4x2ekf0x7xu3pnm01op805o2bm8l1p 291206 291205 2026-06-29T16:29:58Z Lunlumita 12009 291206 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๗|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ตรารักษาพระสาศนามิให้เปนอันรายเศร้าหมอง ครั้นเหนว่าจะมีปาปะภิขุอันตราย แล้วว่ากล่าวยังกันให้ปฤกษาโทษผิดแห่งกัน แล้วตัดสีนว่ากล่าวตามพระวิไนย บำบัดิรำงับโทษให้สงบมิได้มีลากในพระศาสนา ถ้าเกิดพวกภิกขุโจรมากหนักเหลือกำลังจะว่ากล่าว รนร้อนชวนกันเข้ามาถวายพระพรพึ่งพระราชอาณาจักร ฝ่าย<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> qnsyeaqx7nius03l2vl76vowh6ad31y 291207 291206 2026-06-29T16:38:12Z Lunlumita 12009 291207 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๗|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ตรารักษาพระสาศนามิให้เปนอันรายเศร้าหมอง ครั้นเหนว่าจะมีปาปะภิขุอันตราย แล้วว่ากล่าวยังกันให้ปฤกษาโทษผิดแห่งกัน แล้วตัดสีนว่ากล่าวตามพระวิไนย บำบัดิรำงับโทษให้สงบมิได้มีลากในพระศาสนา ถ้าเกิดพวกภิกขุโจรมากหนักเหลือกำลังจะว่ากล่าว รนร้อนชวนกันเข้ามาถวายพระพรพึ่งพระราชอาณาจักร ฝ่ายพระมหากระษัตรผู้รักษาพระราชอาณาจักรก็ช่วยอุปถัมตามพระมหาเถรานุเถรผู้ร้อนรนรักษาพระพุทธสาศนาเปนประเพณีมาจำเดิมแต่พระอรหันตเจ้าห้าร้อย มีพระมหากัศสปเถรเจ้า<ref>x</ref> เปนประทาน เปนเหตุด้วยพระภิกษุแก่อันกล่าวปะระวาษติเตียนเปนเสี้ยนพระ<ref>x</ref> สาศนา ก็ชวนกันเข้ามา<ref>x</ref> ถวายพระพรสมเดจ์พระเจ้าอะชาตศัตรูราช ๆ ก็เปนสาสะนูปถัมพกฃอปถมสังคายนายระงับโทษดั่งนี้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> iffct6amv43d3gibqxe4oz6727xxe1b 291208 291207 2026-06-29T16:44:01Z Lunlumita 12009 291208 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๗|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ตรารักษาพระสาศนามิให้เปนอันรายเศร้าหมอง ครั้นเหนว่าจะมีปาปะภิขุอันตราย แล้วว่ากล่าวยังกันให้ปฤกษาโทษผิดแห่งกัน แล้วตัดสีนว่ากล่าวตามพระวิไนย บำบัดิรำงับโทษให้สงบมิได้มีลากในพระศาสนา ถ้าเกิดพวกภิกขุโจรมากหนักเหลือกำลังจะว่ากล่าว รนร้อนชวนกันเข้ามาถวายพระพรพึ่งพระราชอาณาจักร ฝ่ายพระมหากระษัตรผู้รักษาพระราชอาณาจักรก็ช่วยอุปถัมตามพระมหาเถรานุเถรผู้ร้อนรนรักษาพระพุทธสาศนาเปนประเพณีมาจำเดิมแต่พระอรหันตเจ้าห้าร้อย มีพระมหากัศสปเถรเจ้า<ref>x</ref> เปนประทาน เปนเหตุด้วยพระภิกษุแก่อันกล่าวปะระวาษติเตียนเปนเสี้ยนพระ<ref>x</ref> สาศนา ก็ชวนกันเข้ามา<ref>x</ref> ถวายพระพรสมเดจ์พระเจ้าอะชาตศัตรูราช ๆ ก็เปนสาสะนูปถัมพกฃอปถมสังคายนายระงับโทษดั่งนี้ จนถึงทุติยะสังคายะนาย ตะติยะสังคายะนาย จัตุถะสังคายะนาย ปันจะมะสังคายะนาย ฉัดถะสังคายนาย ฝ่ายพระพุทธจักรพระราชอาณาจักรย่อม<ref>x</ref> พร้อมกันทังสองฝ่ายชวนกันชำระพระสาศนา (มิให้มีปาปะภิกษุทำลายพระสาศนา)<ref>x</ref> ได้ เปนประเวนี<ref>x</ref> สืบมาทังนี้จน<ref>x</ref>{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> l4t1qtw9fosg7kybj65e9l3pnh5jjo2 291209 291208 2026-06-29T16:46:46Z Lunlumita 12009 291209 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๗|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ตรารักษาพระสาศนามิให้เปนอันรายเศร้าหมอง ครั้นเหนว่าจะมีปาปะภิขุอันตราย แล้วว่ากล่าวยังกันให้ปฤกษาโทษผิดแห่งกัน แล้วตัดสีนว่ากล่าวตามพระวิไนย บำบัดิรำงับโทษให้สงบมิได้มีลากในพระศาสนา ถ้าเกิดพวกภิกขุโจรมากหนักเหลือกำลังจะว่ากล่าว รนร้อนชวนกันเข้ามาถวายพระพรพึ่งพระราชอาณาจักร ฝ่ายพระมหากระษัตรผู้รักษาพระราชอาณาจักรก็ช่วยอุปถัมตามพระมหาเถรานุเถรผู้ร้อนรนรักษาพระพุทธสาศนาเปนประเพณีมาจำเดิมแต่พระอรหันตเจ้าห้าร้อย มีพระมหากัศสปเถรเจ้า<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า เจ้า ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เปนประทาน เปนเหตุด้วยพระภิกษุแก่อันกล่าวปะระวาษติเตียนเปนเสี้ยนพระ<ref>ก: คำว่า พระ ขาดไป</ref> สาศนา ก็ชวนกันเข้ามา<ref>ก: คำว่า มา ขาดไป</ref> ถวายพระพรสมเดจ์พระเจ้าอะชาตศัตรูราช ๆ ก็เปนสาสะนูปถัมพกฃอปถมสังคายนายระงับโทษดั่งนี้ จนถึงทุติยะสังคายะนาย ตะติยะสังคายะนาย จัตุถะสังคายะนาย ปันจะมะสังคายะนาย ฉัดถะสังคายนาย ฝ่ายพระพุทธจักรพระราชอาณาจักรย่อม<ref>ต้นฉะบับ: ยอม แก้ตาม ก</ref> พร้อมกันทังสองฝ่ายชวนกันชำระพระสาศนา (มิให้มีปาปะภิกษุทำลายพระสาศนา)<ref>ในต้นฉะบับ คำในวงเล็บตกไป เพิ่มตาม ก</ref> ได้ เปนประเวนี<ref>ก: ให้ประเวณี</ref> สืบมาทังนี้จน<ref>ก: จง</ref>{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 874z06auqn6myhkak3zcficvwodd9sd 291210 291209 2026-06-29T16:47:17Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291210 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๗|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ตรารักษาพระสาศนามิให้เปนอันรายเศร้าหมอง ครั้นเหนว่าจะมีปาปะภิขุอันตราย แล้วว่ากล่าวยังกันให้ปฤกษาโทษผิดแห่งกัน แล้วตัดสีนว่ากล่าวตามพระวิไนย บำบัดิรำงับโทษให้สงบมิได้มีลากในพระศาสนา ถ้าเกิดพวกภิกขุโจรมากหนักเหลือกำลังจะว่ากล่าว รนร้อนชวนกันเข้ามาถวายพระพรพึ่งพระราชอาณาจักร ฝ่ายพระมหากระษัตรผู้รักษาพระราชอาณาจักรก็ช่วยอุปถัมตามพระมหาเถรานุเถรผู้ร้อนรนรักษาพระพุทธสาศนาเปนประเพณีมาจำเดิมแต่พระอรหันตเจ้าห้าร้อย มีพระมหากัศสปเถรเจ้า<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า เจ้า ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เปนประทาน เปนเหตุด้วยพระภิกษุแก่อันกล่าวปะระวาษติเตียนเปนเสี้ยนพระ<ref>ก: คำว่า พระ ขาดไป</ref> สาศนา ก็ชวนกันเข้ามา<ref>ก: คำว่า มา ขาดไป</ref> ถวายพระพรสมเดจ์พระเจ้าอะชาตศัตรูราช ๆ ก็เปนสาสะนูปถัมพกฃอปถมสังคายนายระงับโทษดั่งนี้ จนถึงทุติยะสังคายะนาย ตะติยะสังคายะนาย จัตุถะสังคายะนาย ปันจะมะสังคายะนาย ฉัดถะสังคายนาย ฝ่ายพระพุทธจักรพระราชอาณาจักรย่อม<ref>ต้นฉะบับ: ยอม แก้ตาม ก</ref> พร้อมกันทังสองฝ่ายชวนกันชำระพระสาศนา (มิให้มีปาปะภิกษุทำลายพระสาศนา)<ref>ในต้นฉะบับ คำในวงเล็บตกไป เพิ่มตาม ก</ref> ได้ เปนประเวนี<ref>ก: ให้ประเวณี</ref> สืบมาทังนี้จน<ref>ก: จง</ref>{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 70rs3yrpubqp73l7qz3loo38jkszxhk หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/49 250 90041 291211 2026-06-29T16:47:37Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291211 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> dlr7q0ckl8dlph6t0aus924e13mmkug 291212 291211 2026-06-29T16:51:18Z Lunlumita 12009 291212 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ถึงเมื่อสมเดจ์พระมหากรรุณาเจ้าเสดจนิภานแล้ว พระพุทธศักราชล่วงไปได้พันห้าร้อยแปดสิบเจดพระวะษา ครั้งสมเดจ์พระเจ้าประกรมมะภาหุราชบพิตรอันนับเนื่องสืบมาแต่บรมกระษัตรขัติยะมหาสมมุติวงษทรงพระบุญฤทธิอาณุภาพปราบกระษัตรกรุงใหญทังสาม มีสงครามอันชะนะแล้ว ได้เอกราชาภิเศกเปนใหญ่ในลังกาทวีปทังปวง พิจารณาเหนหมู่ภิษุกลบุตรปรนิบัตต่าง ๆ มิได้ต้องแตกจากกัน ประพฤฒิผิดให้พระพุทธสาศนาเสื่อมสูญไป<ref>x</ref> จะไปสู่อะบายภูมเปนอันมาก มีพระราชหฤๅไทยอันมีกำลังพระกรรุณาตักเตือนเนือง ๆ จึ่งทรงพระราชตำริะว่าไฉนอาตมาจะบำรุงบวรพุทธสาศนาให้วุฒิวัทนาการขึ้นได้ จึ่งไว้ทุระกิจด้วย<ref>x</ref> พระมหากัศศปเถรเจ้าอัน{{ตตฉ|อย่}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อย่|อยู่}}</ref> ในอุทุมภรบัพตารามมหาวิหาร<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> asblx7rt4gk3pcydenwlih3wlqtzg4k 291213 291212 2026-06-29T16:53:04Z Lunlumita 12009 291213 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ถึงเมื่อสมเดจ์พระมหากรรุณาเจ้าเสดจนิภานแล้ว พระพุทธศักราชล่วงไปได้พันห้าร้อยแปดสิบเจดพระวะษา ครั้งสมเดจ์พระเจ้าประกรมมะภาหุราชบพิตรอันนับเนื่องสืบมาแต่บรมกระษัตรขัติยะมหาสมมุติวงษทรงพระบุญฤทธิอาณุภาพปราบกระษัตรกรุงใหญทังสาม มีสงครามอันชะนะแล้ว ได้เอกราชาภิเศกเปนใหญ่ในลังกาทวีปทังปวง พิจารณาเหนหมู่ภิษุกลบุตรปรนิบัตต่าง ๆ มิได้ต้องแตกจากกัน ประพฤฒิผิดให้พระพุทธสาศนาเสื่อมสูญไป<ref>x</ref> จะไปสู่อะบายภูมเปนอันมาก มีพระราชหฤๅไทยอันมีกำลังพระกรรุณาตักเตือนเนือง ๆ จึ่งทรงพระราชตำริะว่าไฉนอาตมาจะบำรุงบวรพุทธสาศนาให้วุฒิวัทนาการขึ้นได้ จึ่งไว้ทุระกิจด้วย<ref>x</ref> พระมหากัศศปเถรเจ้าอัน{{ตตฉ|อย่}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อย่|อยู่}}</ref> ในอุทุมภรบัพตารามมหาวิหาร ทังพระ<ref>x</ref> พุทธจักรพระราชอาณาจักรสองฝ่ายกระทำย่ำยี{{ตตฉ|บาปะ}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|บาปะ|ปาปะ}}</ref> ภิกษุทังสองเหล่า<ref>x</ref> คือภิกษุต้องปะราชิกเหล่าหนึ่ง แลภิกษุมากไปด้วยอาบัดเหล่าหนึ่ง พระราชทานผ้าขาวแล้วให้สึกออก<ref>x</ref> จากเพทบรรพชิต ทรงชำระบวรพุทธสาศนาให้ปราศจากมณทิลด้วยพระไทยอันบริสุทธิกอปรด้วยกรรุณาแต่จะให้เทพา<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> dsbgocy2gex65zqunp8x57s9c0387iz 291215 291213 2026-06-29T16:54:36Z Lunlumita 12009 291215 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ถึงเมื่อสมเดจ์พระมหากรรุณาเจ้าเสดจนิภานแล้ว พระพุทธศักราชล่วงไปได้พันห้าร้อยแปดสิบเจดพระวะษา ครั้งสมเดจ์พระเจ้าประกรมมะภาหุราชบพิตรอันนับเนื่องสืบมาแต่บรมกระษัตรขัติยะมหาสมมุติวงษทรงพระบุญฤทธิอาณุภาพปราบกระษัตรกรุงใหญทังสาม มีสงครามอันชะนะแล้ว ได้เอกราชาภิเศกเปนใหญ่ในลังกาทวีปทังปวง พิจารณาเหนหมู่ภิษุกลบุตรปรนิบัตต่าง ๆ มิได้ต้องแตกจากกัน ประพฤฒิผิดให้พระพุทธสาศนาเสื่อมสูญไป<ref>ก: คำว่า ไป ไม่มี</ref> จะไปสู่อะบายภูมเปนอันมาก มีพระราชหฤๅไทยอันมีกำลังพระกรรุณาตักเตือนเนือง ๆ จึ่งทรงพระราชตำริะว่าไฉนอาตมาจะบำรุงบวรพุทธสาศนาให้วุฒิวัทนาการขึ้นได้ จึ่งไว้ทุระกิจด้วย<ref>ต้นฉะบับ: กับด้วย แก้ตาม ก</ref> พระมหากัศศปเถรเจ้าอัน{{ตตฉ|อย่}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อย่|อยู่}}</ref> ในอุทุมภรบัพตารามมหาวิหาร ทังพระ<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า พระ ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> พุทธจักรพระราชอาณาจักรสองฝ่ายกระทำย่ำยี{{ตตฉ|บาปะ}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|บาปะ|ปาปะ}}</ref> ภิกษุทังสองเหล่า<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน เล่า</ref> คือภิกษุต้องปะราชิกเหล่าหนึ่ง แลภิกษุมากไปด้วยอาบัดเหล่าหนึ่ง พระราชทานผ้าขาวแล้วให้สึกออก<ref>ก: คำว่า ออก ขาดไป</ref> จากเพทบรรพชิต ทรงชำระบวรพุทธสาศนาให้ปราศจากมณทิลด้วยพระไทยอันบริสุทธิกอปรด้วยกรรุณาแต่จะให้เทพา<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> nudjsdvbrd8gbnppv7ludzvve86mytc 291216 291215 2026-06-29T16:54:51Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291216 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ถึงเมื่อสมเดจ์พระมหากรรุณาเจ้าเสดจนิภานแล้ว พระพุทธศักราชล่วงไปได้พันห้าร้อยแปดสิบเจดพระวะษา ครั้งสมเดจ์พระเจ้าประกรมมะภาหุราชบพิตรอันนับเนื่องสืบมาแต่บรมกระษัตรขัติยะมหาสมมุติวงษทรงพระบุญฤทธิอาณุภาพปราบกระษัตรกรุงใหญทังสาม มีสงครามอันชะนะแล้ว ได้เอกราชาภิเศกเปนใหญ่ในลังกาทวีปทังปวง พิจารณาเหนหมู่ภิษุกลบุตรปรนิบัตต่าง ๆ มิได้ต้องแตกจากกัน ประพฤฒิผิดให้พระพุทธสาศนาเสื่อมสูญไป<ref>ก: คำว่า ไป ไม่มี</ref> จะไปสู่อะบายภูมเปนอันมาก มีพระราชหฤๅไทยอันมีกำลังพระกรรุณาตักเตือนเนือง ๆ จึ่งทรงพระราชตำริะว่าไฉนอาตมาจะบำรุงบวรพุทธสาศนาให้วุฒิวัทนาการขึ้นได้ จึ่งไว้ทุระกิจด้วย<ref>ต้นฉะบับ: กับด้วย แก้ตาม ก</ref> พระมหากัศศปเถรเจ้าอัน{{ตตฉ|อย่}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อย่|อยู่}}</ref> ในอุทุมภรบัพตารามมหาวิหาร ทังพระ<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า พระ ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> พุทธจักรพระราชอาณาจักรสองฝ่ายกระทำย่ำยี{{ตตฉ|บาปะ}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|บาปะ|ปาปะ}}</ref> ภิกษุทังสองเหล่า<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน เล่า</ref> คือภิกษุต้องปะราชิกเหล่าหนึ่ง แลภิกษุมากไปด้วยอาบัดเหล่าหนึ่ง พระราชทานผ้าขาวแล้วให้สึกออก<ref>ก: คำว่า ออก ขาดไป</ref> จากเพทบรรพชิต ทรงชำระบวรพุทธสาศนาให้ปราศจากมณทิลด้วยพระไทยอันบริสุทธิกอปรด้วยกรรุณาแต่จะให้เทพา<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> cjvts7tkewsh0ocwgj04j83wtqgwt0t หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/50 250 90042 291214 2026-06-29T16:53:28Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291214 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๙|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> i4la4bhwq0jkgf7hv7aq0nc7x4j68tb