วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.47.0-wmf.9 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (1).djvu/102 250 73479 291306 261928 2026-07-03T05:23:54Z Lunlumita 12009 291306 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Nightertale" />{{หสล|๙๐|กฎมณเทียรบาล}}{{สต}}</noinclude>นั้นให้หามาแลใช้ผู้อื่นไปแทน ฝ่ายตัวผู้ทนงนั้นให้ใส่ตรุไว้กว่าผู้ไปราชการจะกลับคืนมาถึง{{ตตฉ|จึง}}<ref group = "วซ" name="จึง"/> เอาออก {{กหน|97}} อนึ่งท้าวพญาสามลราชแลท้าวพญาประเทษราชพระหลวงขุนหมื่นท่านให้ไปรั้งเมืองแลไปการณรงสงครามก็ดี แลทำหนังสือบอกศุขทุกขมามิได้แลมาเองก็ดี แลเอาทรัพยมาทอดแพละโลมเอาไพร่พลในราชธานีของท่านไปก็ดี ท่านว่า ธี่นั่งน้อยจะใคร่ฝ่าย{{ตตฉ|ที่นั่ง}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|1|ที่นั่ง|ธีนั่ง}}</ref> อันใหญ่ ท่านให้ฟันฅอริบเรือน ถ้าธรงพระกรุณาบให้ฆ่าตีเสียไซ้ ให้ริบทรัพยพัทธยากรจงสิ้น ให้ศักถ้าดาบ เอาตัวลงเปนไพร่เกี่ยวหญ้าช้าง อนึ่งมีหนังสือบอกศุขทุกขมา ยังมิได้มีหนังสือไปให้หา แลมาก่อนหนังสือ ให้มัดไว้หน้าศาลาลูกขุนสามวัน แล้วให้ไหม {{ซบ|{{ตตฉ|จตุรคูน}}<ref name = "จตุรคูน" group = "วซ">{{ลปร1|คผ|1|จตุรคูน|จัตุรคูน }}</ref>|ทวีคูน|ลาหนึ่ง}} {{ปก2|3}} แลถอดจากราชการ ใส่ตรุะไว้เดือนหนึ่ง ถ้าธรงพระกรุณาจะให้คงที่ไซ้ ให้ใส่ตรุะไว้ ๑๕ วัน ถ้าหนังสือหาภบแต่กลางทาง ท่านว่า ให้ถ่ายธี่นั่ง ถ้านา ๑๐๐๐๐ ให้ถอยลงนา ๕๐๐๐ ถ้านา ๕๐๐๐ ให้ถอยลงมานั่งหลังนา ๓๐๐๐ นา เปนลำดับลงมา ให้ถอยเปนลำดับลงมาจนถึงนา ๔๐๐ แล้วให้ไหมตามบันดาศักดิ์ {{ซบ|{{ตตฉ|จตุรคูน}}<ref name = "จตุรคูน" group = "วซ"/>|ทวีคูน|ลาหนึ่ง}} {{ปก2|3}} จำ ๑๕ วัน อย่าให้ดูเยี่ยงกัน {{กหน|98}} อนึ่งผู้{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ" name = "อยู่">{{ลปร1|คผ|1|อยู|อยู่}}</ref> ในราชการอันบันดาจำบำเรอห์ประดิทินจะ<noinclude>{{รกออ}} {{รกออ|group=วซ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> j63drg8uc06gah3ceaal6gh1nr6docw หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/248 250 89957 291311 290691 2026-07-03T08:57:55Z สีทราย 11827 291311 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๔๖}}</noinclude>๑๐๐ ปีเหม เวชกร เหม เวชกร เกิดเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๔๔๖ ที่บ้านปากคลองตลาด ตำบลพระราชวัง อำเภอพระนคร กรุงเทพมหานคร บิดาชื่อนายหุ่น มารดาชื่อ ม.ล.สำริด พึ่งบุญ มีพี่น้องต่างมารดาสามคน ประวัติเกี่ยวกับชาติภูมิของเหมไม่มีใครรู้รายละเอียดที่แท้จริงมากนัก ชีวิตในวัยเยาว์ขาดความอบอุ่นเนื่องจากครอบครัวแตกแยก เหมเคยเรียนที่โรงเรียนเทพศิรินทร์และโรงเรียนอัสสัมชัญ แต่เรียนไม่จบ ช่วงหนึ่งอยู่ในความอุปการะของ ม.ร.ว. แดง ทินกร ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง ม.ร.ว. แดงนั้นได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลช่างอิตาเลียนที่มาออกแบบและควบคุมการก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม เล่ากันมาว่า คาร์โล ริโกลี ช่างเขียนเกิดรู้สึกเอ็นดูเด็กชายเหม โดยเฉพาะเมื่อเห็นฝีมือวาดภาพที่เหมเอาชอล์กขีดเขียนไว้ที่สะพานท่าน้ำ จึงออกปากชักชวนและขออนุญาตจาก ม.ร.ว. แดง ให้เหมไปอยู่เป็นลูกมือบดสีส่งพู่กัน ว่างๆ เขาก็สอนให้เหมหัดขีดเขียนเส้นสายลวดลายต่างๆ เหมเกือบจะมีโอกาสเดินทางไปศึกษาต่อทางด้านศิลปะที่อิตาลีโดยการส่งเสริมของนายริโกลี แต่เมื่อข่าวล่วงรู้ไปถึงบิดาของเหม กลับให้คนมาลักตัวไปเสีย เหมผิดหวังกับเรื่องนี้มาก เหตุการณ์นี้คงมีส่วนผลักดันให้เขาหนีออกจากบ้านไปเผชิญชีวิตตามลำพัง ช่วงชีวิตวัยรุ่น เหมตระเวนหางานทำไปตามที่ต่างๆ เริ่มต้นด้วยการไปฝึกงานอยู่ที่อู่เรือของคนจีนกวางตุ้ง ทำงานอยู่สักระยะหนึ่งก็ได้รับการชักชวนจากกัปตันเรือที่นำเรือมาซ่อมให้ไปทำงานด้วย ซึ่งเรือที่เขาทำงานเป็นเรือโยงวิ่งจูงเรือที่ปากน้ำโพลงมากรุงเทพฯ เขาได้รับหน้าที่เติมฟืนใส่เตา ต่อมาเพื่อนชวนไปทำงานเป็นผู้ช่วยเอ็นจิเนียร์เรือที่แม่กลอง ซึ่งเป็นเรือรับจ้างลากเรือวิ่งทวนน้ำไปราชบุรี กาญจนบุรี และไทรโยค ทำอยู่ได้ประมาณปีกว่าจึงลาออก ขณะนั้นอายุได้ ๑๙ ปี เหมกลับมาหางานทำที่กรุงเทพฯ แต่หาไม่ได้ บังเอิญได้พบกับเพื่อนที่เคยเป็นช่างฟิตในอู่เรือ เพื่อนจึงชวนไปทำงานที่ท่าหลวง จังหวัดสระบุรี ขณะนั้นกรมชลประทานกำลังขุดคลองและสร้างเขื่อนพระราม ๖ เหมตกลงใจไปอยู่ที่ท่าหลวง<noinclude></noinclude> szegebssl8a64lgxc88uqdm6fg6sgzh หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/249 250 89977 291312 290737 2026-07-03T09:13:19Z สีทราย 11827 291312 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๔๗}}</noinclude>และเข้าทำงานในหน้าที่ช่างเครื่อง ได้เงินเดือน ๔๕ บาท ทำงานอยู่ท่าหลวงสามปี เกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้น เขาถูกตัดเงินเดือนทั้งที่ไม่เป็นผู้ผิด เกิดความน้อยใจจึงลาออกจากงาน เหมกลับเข้ามาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่งในปี ๒๔๖๗ มารดาได้นำไปฝากให้ทำงานในกรมตำราทหารบก กระทรวงกลาโหม มีหน้าที่เขียนภาพประกอบตำราวิชาทหาร ในระหว่างนี้เองเหมเริ่มสนใจหัดดนตรีไทยจำพวกเครื่องสาย ปี ๒๔๖๘ ถูกคัดเลือกให้ไปรับราชการทหาร เมื่อปี ๒๔๗๐ จึงถูกปลดเป็นทหารกองหนุน หลังจากนั้นก็ได้ร่วมกับเพื่อนทำกิจการเกี่ยวกับบล็อก และยึดถือเป็นอาชีพมาระยะหนึ่ง ประมาณปี ๒๔๗๔ เหมได้เข้าทำงานเขียนภาพปกและภาพประกอบนวนิยายที่สำนักพิมพ์เพลินจิตต์ของ เวช กระตุฤกษ์ ถึงปี ๒๔๗๘ ได้ลาออกมาตั้งสำนักพิมพ์ส่วนตัว พิมพ์หนังสือราย ๑๐ วันออกจำหน่าย ใช้ชื่อว่า "คณะเหม" แม้จะเป็นที่นิยมแต่ต้องเลิกกิจการไปเพราะทุนจำกัดและเก็บเงินจากตัวแทนจำหน่ายไม่ได้ ต่อมาพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (น.ม.ส.) ทรงรับเขาเข้าทำงานฝ่ายศิลป์ให้แก่หนังสือพิมพ์ ประมวญวัน ทำหน้าที่เขียนภาพวรรณคดีเรื่องต่างๆ เหมทำงานอยู่กับหนังสือพิมพ์ ประมวญวัน รายวัน จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ โรงพิมพ์ถูกทิ้งระเบิด เขาจึงเปลี่ยนมารับงานเขียนภาพให้กรมประชาสงเคราะห์ ต่อมาปี ๒๔๘๘ เหมได้เข้ารับราชการอีกครั้งที่กองตำรา กระทรวงศึกษาธิการ ในตำแหน่งประจำแผนกแบบเรียน มีหน้าที่เขียนภาพประกอบแบบเรียน และได้รับแต่งตั้งให้เป็นครูสอนวาดเขียนที่โรงเรียนเพาะช่างด้วย และในปีนั้นเองเหมได้ลาออกจากราชการ ไปทำงานกับสำนักพิมพ์อุดมของ อุดม ชาตบุตร ออกหนังสือ โบว์แดง รายปักษ์ มี สันต์ เทวรักษ์ เป็นบรรณาธิการ ส่วนเขาเป็นบรรณาธิการฝ่ายศิลป์ ในขณะเดียวกันก็รับงานเขียนภาพวิจิตรและภาพปกให้แก่นิตยสารและสำนักพิมพ์ทั่วไป ระยะนี้เองเป็นเวลาที่เหมมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากจากภาพเขียนภาพวรรณกรรมและภาพอื่นๆ ต่อมาหนังสือพิมพ์ โบว์แดง ได้ปิดกิจการ จึงไปวาดภาพให้หนังสืออุดมสาร ปี ๒๔๙๐ เหมได้เปิดสำนักงานช่าง เหม เวชกร ร่วมกับเพื่อนอีกสามคน ทำงานเกี่ยวกับเขียนภาพและแยกสีแม่พิมพ์ ปรากฏว่ามีงานมากจนต้องลาออกจากหนังสือ อุดมสาร มารับงานที่สำนักงานอย่างเดียว ต่อมามีร้านทำแม่พิมพ์ด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยเกิดขึ้นหลายแห่ง กิจการของสำนักงานช่างสู้คนอื่นไม่ได้ จึงต้องปิดกิจการลงเมื่อปี ๒๔๙๖ ระหว่างปี ๒๔๙๖-๒๔๙๗ เหมได้เข้ารับราชการในฐานะลูกจ้างรายเดือนใน<noinclude></noinclude> ewoj0s040nrub02ogne2ay5b5g6sxj3 หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/250 250 89978 291313 290822 2026-07-03T09:27:06Z สีทราย 11827 291313 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๔๘}}</noinclude>กองตำรา วิชาการ กระ มีหน้าที่ ประกอบแบบเรียน งาน ครั้งนี้คือ ประวัติศาสตร์ไทย ให้กรมสามัญศึกษา ต่อมาได้ลาออกไปทำงาน พิมพ์อีกครั้ง รา ๕๐๐ นายเปลื้อง ณ นคร บรรณาธิการหนังสือ วิทยาสาร และ ชัยพฤาษ์ ได้เชิญชวนเหมเข้าร่วมงานในฐานะช่างเขียนภาพวิจิตรประกอบเรื่องวรรณคดี ปรากฏงานชิ้นสำคัญ คือ ภาพชุดชีวประวัติสุนทรภู่ ชุดนางในวรรณคดี ชุดกากี ฯลฯ และเรื่องกามนิตซึ่งเขียนไม่ทันจบก็ถึงแก่กรรมเสียก่อน งานจิตรกรรมชิ้นสำคัญอีกชุดหนึ่งที่เหมสร้างอุทิศแก่พุทธศาสนา คือภาพพุทธประวัติที่เขาได้รับมอบหมายจากศึกษานิธิ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ให้เขียนขึ้น แล้วส่งไปพิมพ์ที่ต่างประเทศ มาให้ประชาชนเช่าเป็นการกุศล เพื่อหาเงินบำรุงการศึกษา เหม เวชกร เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เข้าเฝ้าฯ เป็นการส่วนพระองค์หลายครั้ง ทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเขาไว้เป็นจิตรกรในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย ในระยะหลังของชีวิต ผลงานที่สร้างชื่อเสียงอีกด้านหนึ่งให้แก่เหมก็คืองานเขียนชุด "ผีไทย" ที่เขาเขียนเองทั้งเรื่องและภาพ เหมเขียนเรื่องผีสืบเนื่องมาจนถึงปี ๒๕๑๐ มีจำนวนนับร้อยเรื่อง ที่พิมพ์รวมเล่มก็มีเช่น ใครอยู่ในอากาศ ปีศาจของไทย ผู้มาจากเมืองมืด ผู้ไม่มีร่างกาย วิญญาณที่เร่ร่อน เหม เวชกร สมรสกับนางสาวแช่ม คมขำ นักร้องส่งเพลงไทย ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเกือบ ๔๐ ปี ไม่มีทายาท ในชีวิตบั้นปลาย เหมป่วยด้วยโรคหลายโรครวมทั้งโรคหัวใจและโรคปอด เขาเสียชีวิตในวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๒ ที่สถานพักฟื้นของเทศบาล อำเภอคลองสาน (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลตากสิน) สิริอายุได้ ๖๖ ปี ๓ เดือน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์งานศพเจ็ดวัน และพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๑๒ ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส ปี ๒๕๔๖ เป็นวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีของ เหม เวชกร ศิลปินชั้นครูของเมืองไทยผู้มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านจิตรกรรม ดนตรี และวรรณกรรม หมายเหตุ : ดูประวัติชีวิตและผลงานของ เหม เวชกร เพิ่มเติมจากข้อเขียนของ ศรัณย์ ทองปาน ในนิตยสาร สารคดี ฉบับที่ ๑๘๘ ตุลาคม ๒๕๔๓ และฉบับที่ ๒๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๕<noinclude></noinclude> ph7qfew6iu34d7jn34g8j1wisafzfcy หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/4 250 89986 291336 290824 2026-07-03T09:55:50Z สีทราย 11827 291336 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๕}}</noinclude>จากสำนักพิมพ์ ใบบรรดาศิลปินของไทย ชื่อ เหม เวชกร เด่นชัดในฐานะนักเขียนภาพวิจิตร พร้อมกันนั้นเขาก็ยังฝากฝีมือไว้ในบรรณพิภพด้วยงานวรรณกรรมแนวสยองขวัญ หรือเรื่องผี จำนวนนับร้อยๆ เรื่อง ซึ่งอาจนับเป็นแนวประพันธ์แนวเดียวที่ เหม เวชกร เขียนไว้ เรื่องผีของ เหม เวชกร น่าสนใจอย่างไร ถึงทำให้สำนักพิมพ์วิริยะเลือกตีพิมพ์ผลงานของเขาเป็นลำดับแรก นอกจากเหตุผลว่าวรรณกรรมแนวสยองขวัญเป็นเรื่องที่ผู้อ่านให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะตั้งแต่ปลายปี ๒๕๔๔ เป็นต้นมา ที่วงการหนังสือและภาพยนตร์ผลิตสื่อแนวนี้ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อสนองความต้องการของผู้เสพ แต่เหตุผลที่มากไปกว่านั้นก็คือ เรื่องผีของ เหม เวชกร ให้มนต์ขลังในโลกอันลี้ลับผ่านทางตัวหนังสือและภาพวาดอันลือชื่อของเขา ที่เด่นมากก็คือ เป็นงานวรรณกรรมที่บรรยายฉาก บรรยากาศที่แสดงให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนวิถีชีวิตของคนไทยในช่วง พ.ศ.๒๔๗๖-๒๕๑๒ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ เหม เวชกร ผลิตงานวรรณกรรมแนวนี้นำเสนอต่อผู้อ่านและได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น ทฤษฎี เสมา ผู้ทำวิทยานิพนธ์เรื่อง วิเคราะห์กลวิธีการแต่งเรื่องสั้นแนวสยองขวัญของ เหม เวชกร ได้วิเคราะห์ไว้ว่า การที่ เหม เวชกร เขียนเรื่องผีได้ดี น่าจะมาจากปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบกัน เป็นต้นว่า เขาเป็นศิลปินที่ชอบเดินทางหาประสบการณ์ไปตามที่ต่างๆ เช่นป่าเขาและชนบท ประสบการณ์เช่นนี้ทำให้เรื่องผีของเขามีบรรยากาศและเรื่องราวที่สมจริง นอกจากนี้เหมยังสนใจวรรณคดีไทยซึ่งมักจะมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องนรก สวรรค์ แทรกอยู่เสมอ ประกอบกับเป็นผู้ที่เชื่อในเรื่องอำนาจลึกลับ จิตวิญญาณ เมื่อผนวกเข้ากับความชำนาญในการเขียนภาพที่เต็มไปด้วยจินตนาการ และภูมิหลังของชีวิตที่เล่ากันว่าบ้านเกิดเขา<noinclude></noinclude> 2249unumlxkxonaqz1ydcfl6ah2d9zf หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/36 250 90025 291374 291125 2026-07-03T10:28:25Z Lunlumita 12009 291374 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๕|กฎพระสงฆ 6}}{{สต}}</noinclude>สมณะ ๆ ก็มี<ref name = "มิ">ต้นฉะบับ: มิ แก้ตาม ก</ref> ใจโลภสั่มสม<ref>ก: สังสม</ref> ทรัพยเลี้ยงชีวิตรผิดพระพุทธบัญญัติฉนี้ ได้ชื่อว่าฆราวาศหมู่นั้นให้กำลังแก่ภิกษุโจรอันปล้นพระสาศนา ทานนั้นหาผลมิได้ ชื่อว่าทำลายพระสาศนา แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ห้ามมิให้ภิกษุสามเณรสมเคราะห์ฆราวาศ ให้ผลไม้ดอกไม้ใบไม้เปนต้น แล้วอย่าให้ผสมผสาน<ref>ก: ประสาน</ref> ขอกล่าวป่าวร้องเรี่ยใรสิ่งของอันเปนของแห่งฆราวาศอันใช่ญาติ แล้วอย่าให้ทำการศภแลทำเบญจาการฆราวาศทังปวง แล้วอย่าให้เปนหมดนวดหมอยาหมอดูต่าง ๆ แลให้ยาแก่กระหัดถ์อันใช่ญาติ แลห้ามอย่าให้เปนทูตใช้สอยนำข่าวสารการฆราวาศ แลห้ามบันดาการทังปวงอันกระทำผิดจากพระปาติโมกขสังวรวิไนย ภิกขุรูปใดมีอทิกรข้อใหญ่ สงฆพิภากษามิถ่องแท้ เปนฉายาเงาปาราชิก ควรจะเสียอยู่ข้างการลามกในพระสาศนา เปนที่สงใสยสงฆทังปวงอยู่แล้ว อย่าให้เอาไว้ ให้ศึกเสีย เหดุภิกษุครั้งนี้ครั้นกระทำผิดข้อใหญ่แล้วก็มิได้กลัวไภยในนรก กลัวไภยในปัจจุบันมากกว่า ครั้นเอามาถาม หารับตามจริงไม่ มักทนสบถษาบาลให้การเคลือบแฝง ฉนี้มีเปนอันมาก หนึ่งห้ามฝ่ายฆราวาศทังปวงอย่าให้ถวายเงินถวายทองถวายนากแก้วแหวนแลสิ่งของอันมิควรแก่สมณเปนต้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> bmot87ej9awhna8c3x1jm6mlh7qpu72 หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/38 250 90030 291373 291142 2026-07-03T10:28:18Z Lunlumita 12009 291373 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๒๗|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>กรุงในกรุงเทพมหานครแลหัวเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ตวันตกตวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว ด้วยสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอะนันตสัมภาราดิเรกเอกพิบูลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวะรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมไสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามนุษยทังปวง เสดจออกณะพระที่นั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิกมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ ด้วยมีพระราชโองการดำหรัดเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า เปนประเวณียเมือง {{ซบ|ไท|พม่า<ref>ก:พม้า</ref>}} {{ปก2}} เมืองรามัญ ถวายกะถินทานแก่ภิกษุจำพระวะษาแล้วแลออกพระวะษาในพระวิหาร<ref>ก:ในวิหาร</ref> เสมาวงล้อมต่าง ๆ แลใกล้กันนั้น ก็มีมาแต่ครั้งพระอรหรรตาขิณาสพผู้ทรงพระวิไนยไตรยปิฎกนั้นมาเปนช้านานตราบเท้าถึงส้างกรุงศรีอยุทธยา แลท้าวพญาอันทรงพระปัญาพินิจพิจารณาเหนว่าพระสงฆผู้ทรงพระวิไนยไตรปิฎกอันยิ่งรักษาพระสาศนานั้นก็มี<ref name = "มิ"/> เปนอันมากตราบเท้าถึงพระพุทธ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> jclfjkkkk12taw2igfoa9jx1i5adryn หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/41 250 90033 291365 291164 2026-07-03T10:22:25Z Lunlumita 12009 291365 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๐|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>ว่าก่อนอันมีสติระฦกว่าพระวิไนยนี้เปนสาครฦกนัก ก็เอาสติระฦกไปถึงหย่างประเวณีย์ท่านผู้วิเสศบุราณอันปรนิบัดมานั้นมาเปรียบเทียบดูก่อน ถ้าผิดกัน{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ" name = "อยู่">{{ลปร1|คผ|3|อยู|อยู่}}</ref> ก็มีอาจ์จะว่าออกได้เปนหย่างผู้มีสติปัญานั้นฉนี้ นี่พระธรรมราชมุนีหาได้เรียนพระวิไนยในสำนักนิอาจารยผู้ทรงพระวิไนยสันทัดเหมือนหย่างพระสังฆราชผู้เถ้าไม่ มีแต่ปัญาหาสะติไม่ ครั้นพบบทบาทอันใดเข้า เหนประหลาด ก็คิดจะเอาแต่เกรียดิยศให้ปรากฏ หามีสติที่จะรฦกถึงประเวณียท่านผู้วิเศศบุราณอันปรนิบัดมาไม่ ก็ว่ากล่าวแต่ตามอำเพอใจ ถ้าเปนสุภาวะวิไนยธรรมผู้เถ้าแท้ที่จะบำรุงพระพุทธสาศนา แม้<ref>ก: แม้น</ref> ว่าเหนข้อพระวิไนยผิดชอบประการใด ก็ชอบจะปฤกษาปรองดองแต่ผู้เถ้าวิไนยธรรม์ด้วยกันให้เหนผิดแลชอบจะเอาแต่พระสาศนาให้รุ่งเรืองขึ้น นี่แกล้งให้แต่พระญาณวิริยะเดกน้อยผู้เปนศิษยของตนให้ถุ่งเถียงสมเดจ์พระสังฆราชพระราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยทังนี้ เหนในจิตรคิดด้วยบาปทฤษฐิ<ref>ต้นฉะบับ: ทฤฐิ แก้ตาม ก</ref> ว่าถ้าสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าถุ้งเถียงพลั้งพลาดแพ้พระญาณวิริยผู้น้อยอันเปนศิษยตนแล้ว จะให้เกรียดิยศนั้นปรากฏไปว่าสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าซึ่งทรงพระอนุเคราะหโปรดตั้งขึ้นไว้นั้นหารู้อันใดไม่ เถียงกันแต่กับพระญาณวิริยอันเปนศิษยของตนนั้นก็หาสู้ได้ไม่ จะให้เกรียดิยศของตนปรากฏไป จึ่งประ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> mwjupablaqalztrzhi2d08rv3dkkr6b หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/43 250 90035 291368 291175 2026-07-03T10:24:03Z Lunlumita 12009 291368 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๒|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>อาริยเจ้าแต่บุราณกระทำสืบ ๆ มาต้องตามพระวิไนยบัญญัติเปนกะถินทานแท้ ถ้าผู้ภายหลังทำหักรานให้กะถินทานสาบสูญบัดนี้ ก็จะเปนครุโทษสืบ ๆ ไปเปนหนักหนากว่า<ref>ต้นฉะบับ: ว่า แก้ตาม ก</ref> โทษที่ว่าทานทำมาแต่ก่อนผิดนั้น แลจะเชื่อเอาคำพระธรรมราชมุณีพุทธาจารยอันจะเลิกซึ่งกะถินทานให้ขาดกะถินจิวรลาภของสงฆเปนอันมาก แลฝ่ายทายกก็จะขาดบุญที่จะได้ถวายกะถินทาน ดูจหนึ่งทำลายล้างพระเจดียถานและพระสาศนาเปนมหันตโทษอันใหญ่หลวงนัก จะเชื่อเอาถ้อยคำนั้นมิได้ อนึ่งเหนว่าพระธรรมราชมุณีพุทธาจารยหาเปนสุภาพวิไนยธรแท้ไม่ มิได้อยู่ในบังคับบันชาสมเดจ์พระสังฆราชผู้เถ้าอันเปนครูมีพระวัดษาทรงพระวิไนยสันทัดซึ่งทรงพระกรรุณาโปรดตั้งไว้เปนพญาสงฆสำหรับพิภากษาพระวิไนย แลหักรานผู้เถ้าผู้แก่ ให้ไนยแก่พระญาณวิริยผู้เปนศิษยตนนำเอาเนื้อความกิจสงฆเข้ามาถวายพระพร แล<ref name = "แล้ว">ก: แล้ว</ref> อุดหนุนถ้อยคำเอาโทษอันเปนคุรุกรรมเข้ามาติดแปดไว้ในพระราชถาน นี่หากว่าสมเดจ์พระสังฆราชแลราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยยั่งยืนในพระวิไนย ถวายพระพรขัดไว้ จึ่งพ้นโทษ หาไม่ก็จะพลอยแปดปนด้วยอะกุศลโทษอันใหญ่หลวงเนือง<ref>ต้นฉะบับ: เนื่อง แก้ตาม ก</ref> ๆ ไปกว่าจะสิ้นพระสาศนา มิชอบนัก ฝ่ายพระพุทธาจารยนั้นก็ไปเปน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> sykwquc7jq9rnnwy1zq8lqjroauauix หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/44 250 90036 291367 291181 2026-07-03T10:23:53Z Lunlumita 12009 291367 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๓|กฎพระสงฆ 7}}{{สต}}</noinclude>อะธิการวัดนาก ได้รับกะถินทานถึงสองปีสามปีแล้ว ๆ กลับเข้าด้วยพระธรรมราชมุณีว่าไม่ได้เล่า ก็เหนว่าพระพุทธาจารยเปนภิกษุมายา อักะตัญญู มิได้รู้พระคุณครู<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ครู ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> อาจารยแห่งตน ๆ จะรู้พระธรรมวิไนยมีบุญขึ้นทังนี้ ก็<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ก็ ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เพราะน้ำลายอายลิ้ยสมเดจ์พระสังฆราช ชอบจะเจบร้อนบูชาสำมาคาระวะเปนอันดี จึ่งจะควร นี่ประพฤฒิอกะตัญญูอุดหนุนพระธรรมราชมุณีเข้าเปนพักพวกต่อสู้สมเดจ์พระสังฆราชผู้เปนครูของตน ต่อแย้งถุ่ง<ref>ก: ต่อแย่งทุ่ง</ref> เถียงให้ได้ความอาย<ref>ก: คำว่า อาย ไม่มี</ref> อัประหยศในท่าม<ref>ก: ท่ำ</ref> กลางบริษัษฉนี้ ถ้าฝ่ายอาณาจักรฆราวาษจะชิงที่ถานยศถาศักดิ<ref>ต้นฉะบับ: ยศศักดิ แก้ตาม ก</ref> แห่งท่านผู้มีพระคุณ ผิดประเวณีธรรม มิ{{ตตฉ|ชอก}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ชอก|ชอบ}}</ref> นักหนา แม้นยังถือทฤษฐิมานะขืนอยู่ว่าลัดทิของตนถูก แล<ref name = "แล้ว"/> ว่าพระอรหรรตาขิณาสพผู้ทรงพระไตรปิฎกบรำบราอาจาริยวิไนยผู้เถ้าผู้แก่ทังปวงกระทำสืบ ๆ มานั้นผิด ก็ได้ชื่อว่ายังพระธรรมวิไนย<ref>ก: พระวิไนย</ref> ให้ฉิบหาย เหนสุดโทษ ๆ นั้นเสมอด้วยกระบิลภิกษุอัน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 6nk555pvydw8x3efr1jctasmis20hq0 หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/47 250 90039 291380 291204 2026-07-03T10:34:54Z Lunlumita 12009 291380 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๖|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|8}} ๘ กฏให้แก่พระสุรัศวะดีซ้ายขวในนอกให้กฏหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทฝ่ายทหารพลเรือนแลข้าหลวงกรมพระราชวังบวรสถานมงคลขอเฝ้าข้าเจ้าตางกรมฝ่ายหน้าฝ่ายในแลสังกะรียธรรมการแลเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากไต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว ด้วย<ref name = "ด้วย">ต้นฉะบับ: คำว่า ด้วย ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> สมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอะนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบูลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระ<ref>ก: คำว่า พระ ไม่มี</ref> พุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิ<ref>ต้นฉะบับ: สวัดิ แก้ตาม ก</ref> ทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวร<ref>ก: ถาวะรา</ref> รุ่งเรืองไป{{ตตฉ|เปนท}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เปนท|เปนที่}}</ref> เลื่อมใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามนุษยทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิกมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชประโหริตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ ได้ทรงฟังพระราชาคะณะทังปวงถวายพระพรว่า พระพุทธจักรแลพระราชอาณาจักรทังสองนี้อาไศรยกัน ฝ่ายพระสังฆเถราณุเถรอันรักษาพระพุทธจักรนั้นระวังกันตรวจ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 14nleydvb4lhobpjwctmmolupvjjid9 หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/48 250 90040 291363 291210 2026-07-03T10:21:10Z Lunlumita 12009 291363 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๗|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ตรารักษาพระสาศนามิให้เปนอันรายเศร้าหมอง ครั้นเหนว่าจะมีปาปะภิขุอันตราย แล้วว่ากล่าวยังกันให้ปฤกษาโทษผิดแห่งกัน แล้วตัดสีนว่ากล่าวตามพระวิไนย บำบัดิรำงับโทษให้สงบมิได้มีลากในพระศาสนา ถ้าเกิดพวกภิกขุโจรมากหนักเหลือกำลังจะว่ากล่าว รนร้อนชวนกันเข้ามาถวายพระพรพึ่งพระราชอาณาจักร ฝ่ายพระมหากระษัตรผู้รักษาพระราชอาณาจักรก็ช่วยอุปถัมตามพระมหาเถราณุเถรผู้ร้อนรนรักษาพระพุทธสาศนาเปนประเพณีมาจำเดิมแต่พระอรหันตเจ้าห้าร้อย มีพระมหากัศสปเถรเจ้า<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า เจ้า ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เปนประทาน เปนเหตุด้วยพระภิกษุแก่อันกล่าวปะระวาษติเตียนเปนเสี้ยนพระ<ref>ก: คำว่า พระ ขาดไป</ref> สาศนา ก็ชวนกันเข้ามา<ref>ก: คำว่า มา ขาดไป</ref> ถวายพระพรสมเดจ์พระเจ้าอะชาตศัตรูราช ๆ ก็เปนสาสะนูปถัมพกฃอปถมสังคายนายระงับโทษดั่งนี้ จนถึงทุติยะสังคายะนาย ตะติยะสังคายะนาย จัตุถะสังคายะนาย ปันจะมะสังคายะนาย ฉัดถะสังคายนาย ฝ่ายพระพุทธจักรพระราชอาณาจักรย่อม<ref>ต้นฉะบับ: ยอม แก้ตาม ก</ref> พร้อมกันทังสองฝ่ายชวนกันชำระพระสาศนา (มิให้มีปาปะภิกษุทำลายพระสาศนา)<ref>ในต้นฉะบับ คำในวงเล็บตกไป เพิ่มตาม ก</ref> ได้ เปนประเวนี<ref>ก: ให้ประเวณี</ref> สืบมาทังนี้จน<ref>ก: จง</ref>{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> j0mezt93qhpqoxy0ztvv603o03wjnp5 291375 291363 2026-07-03T10:30:06Z Lunlumita 12009 291375 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๗|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ตรารักษาพระสาศนามิให้เปนอันรายเศร้าหมอง ครั้นเหนว่าจะมีปาปะภิขุอันตราย แล้วว่ากล่าวยังกันให้ปฤกษาโทษผิดแห่งกัน แล้วตัดสีนว่ากล่าวตามพระวิไนย บำบัดิรำงับโทษให้สงบมิได้มีลากในพระศาสนา ถ้าเกิดพวกภิกขุโจรมากหนักเหลือกำลังจะว่ากล่าว รนร้อนชวนกันเข้ามาถวายพระพรพึ่งพระราชอาณาจักร ฝ่ายพระมหากระษัตรผู้รักษาพระราชอาณาจักรก็ช่วยอุปถัมตามพระมหาเถราณุเถรผู้ร้อนรนรักษาพระพุทธสาศนาเปนประเพณีมาจำเดิมแต่พระอรหันตเจ้าห้าร้อย มีพระมหากัศสปเถรเจ้า<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า เจ้า ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เปนประทาน เปนเหตุด้วยพระภิกษุแก่อันกล่าวปะระวาษติเตียนเปนเสี้ยนพระ<ref name = "พระ"/> สาศนา ก็ชวนกันเข้ามา<ref>ก: คำว่า มา ขาดไป</ref> ถวายพระพรสมเดจ์พระเจ้าอะชาตศัตรูราช ๆ ก็เปนสาสะนูปถัมพกฃอปถมสังคายนายระงับโทษดั่งนี้ จนถึงทุติยะสังคายะนาย ตะติยะสังคายะนาย จัตุถะสังคายะนาย ปันจะมะสังคายะนาย ฉัดถะสังคายนาย ฝ่ายพระพุทธจักรพระราชอาณาจักรย่อม<ref>ต้นฉะบับ: ยอม แก้ตาม ก</ref> พร้อมกันทังสองฝ่ายชวนกันชำระพระสาศนา (มิให้มีปาปะภิกษุทำลายพระสาศนา)<ref>ในต้นฉะบับ คำในวงเล็บตกไป เพิ่มตาม ก</ref> ได้ เปนประเวนี<ref>ก: ให้ประเวณี</ref> สืบมาทังนี้จน<ref>ก: จง</ref>{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> lafxtluk5ckaorbgu99x4w68v34u02p 291378 291375 2026-07-03T10:32:37Z Lunlumita 12009 291378 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓๗|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ตรารักษาพระสาศนามิให้เปนอันรายเศร้าหมอง ครั้นเหนว่าจะมีปาปะภิขุอันตราย แล้วว่ากล่าวยังกันให้ปฤกษาโทษผิดแห่งกัน แล้วตัดสีนว่ากล่าวตามพระวิไนย บำบัดิรำงับโทษให้สงบมิได้มีลากในพระศาสนา ถ้าเกิดพวกภิกขุโจรมากหนักเหลือกำลังจะว่ากล่าว รนร้อนชวนกันเข้ามาถวายพระพรพึ่งพระราชอาณาจักร ฝ่ายพระมหากระษัตรผู้รักษาพระราชอาณาจักรก็ช่วยอุปถัมตามพระมหาเถราณุเถรผู้ร้อนรนรักษาพระพุทธสาศนาเปนประเพณีมาจำเดิมแต่พระอรหันตเจ้าห้าร้อย มีพระมหากัศสปเถรเจ้า<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า เจ้า ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เปนประทาน เปนเหตุด้วยพระภิกษุแก่อันกล่าวปะระวาษติเตียนเปนเสี้ยนพระ<ref name = "พระ"/> สาศนา ก็ชวนกันเข้ามา<ref name = "มา">ก: คำว่า มา ขาดไป</ref> ถวายพระพรสมเดจ์พระเจ้าอะชาตศัตรูราช ๆ ก็เปนสาสะนูปถัมพกฃอปถมสังคายนายระงับโทษดั่งนี้ จนถึงทุติยะสังคายะนาย ตะติยะสังคายะนาย จัตุถะสังคายะนาย ปันจะมะสังคายะนาย ฉัดถะสังคายนาย ฝ่ายพระพุทธจักรพระราชอาณาจักรย่อม<ref>ต้นฉะบับ: ยอม แก้ตาม ก</ref> พร้อมกันทังสองฝ่ายชวนกันชำระพระสาศนา (มิให้มีปาปะภิกษุทำลายพระสาศนา)<ref>ในต้นฉะบับ คำในวงเล็บตกไป เพิ่มตาม ก</ref> ได้ เปนประเวนี<ref>ก: ให้ประเวณี</ref> สืบมาทังนี้จน<ref>ก: จง</ref>{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 52beddsbhkiwm0qtubybayj6xt2rzmr หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/56 250 90048 291372 291266 2026-07-03T10:26:54Z Lunlumita 12009 291372 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๕|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>เถรเณรให้รู้สิกขาของตัวแลเล่าเรียนพระบริยัติ โยมวัดกับเถรเณรให้ถากซายดายญ่าแผ้วถางวัดวาอารามให้เตียร ให้พระสงฆเอาตราษ<ref>ก: กราด</ref> กวาดพื้นอารามให้ราบรื่นเปนพุทธบูชาจำเริญศรัทธาเทวะดามนุษยทังปวง อนึ่งเถรเณรจะออกจากอารามมีกิจ์ไปใกล้ไกลแห่งใดก็ดี ให้ห่มดองครองผ้าเหมือนกิริยาบิณฑิบาตร ๆ โดยลำดับ อย่าให้ชิงรับจังหันวิวาทชกตีกันเปนอันขาดทีเดียว แลหากิจนิมนต์มิได้ อย่าให้เที่ยวเข้าบ้าน ถ้าและมีกิจธุระด้วยญาติแลบิดามานดาจะมาบ้านนั้น แลจมีที่ไปใกล้ไกลแห่งใดก็ดี ให้อำลาพระอุปชาอาจารยให้รู้กิจธุระก่อน จึ่งไปด้วยพรหมจาริยเปนเพื่อนพญาณกันสองรูปสามรูปด้วยกัน<ref name = "กัน">ต้นฉะบับ: คำว่า กัน ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> แลห้ามอย่าให้สมณะสามเณรคบหาสีกาอันใช่ญาติ เข้าไปบ้านนอนบ้านผสมผสานด้วยลาภรากเสน่หา ห้ามฝ่ายอุบาสีกาอย่าทำสนิจติดพันเปนโยม ให้ผ้าให้อามิตให้อาหารจำเพาะสมณะแลสามเณรด้วย<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ด้วย ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> ปราถนาเมถุนธรรมอันโทษหนักทำลายพระสาศนา ให้ตั้งใจศรัทธาถวายทานเปนสงฆอย่าจำเพาะ ถ้าจำเพาะ<ref>ต้นฉะบับ: จะเพาะ แก้ตาม ก</ref> ถวายเปนบุกขะลิกด้วยศรัทธาว่าเธอทรงศิลทรงธุดงคะคุณทรงบริยัติคุณ แลจะไปถวายถึง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> rh9xqslsj7t0uiqtly1rwob35s1hhmt 291379 291372 2026-07-03T10:34:40Z Lunlumita 12009 291379 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๕|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>เถรเณรให้รู้สิกขาของตัวแลเล่าเรียนพระบริยัติ โยมวัดกับเถรเณรให้ถากซายดายญ่าแผ้วถางวัดวาอารามให้เตียร ให้พระสงฆเอาตราษ<ref>ก: กราด</ref> กวาดพื้นอารามให้ราบรื่นเปนพุทธบูชาจำเริญศรัทธาเทวะดามนุษยทังปวง อนึ่งเถรเณรจะออกจากอารามมีกิจ์ไปใกล้ไกลแห่งใดก็ดี ให้ห่มดองครองผ้าเหมือนกิริยาบิณฑิบาตร ๆ โดยลำดับ อย่าให้ชิงรับจังหันวิวาทชกตีกันเปนอันขาดทีเดียว แลหากิจนิมนต์มิได้ อย่าให้เที่ยวเข้าบ้าน ถ้าและมีกิจธุระด้วยญาติแลบิดามานดาจะมาบ้านนั้น แลจมีที่ไปใกล้ไกลแห่งใดก็ดี ให้อำลาพระอุปชาอาจารยให้รู้กิจธุระก่อน จึ่งไปด้วยพรหมจาริยเปนเพื่อนพญาณกันสองรูปสามรูปด้วยกัน<ref name = "กัน">ต้นฉะบับ: คำว่า กัน ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> แลห้ามอย่าให้สมณะสามเณรคบหาสีกาอันใช่ญาติ เข้าไปบ้านนอนบ้านผสมผสานด้วยลาภรากเสน่หา ห้ามฝ่ายอุบาสีกาอย่าทำสนิจติดพันเปนโยม ให้ผ้าให้อามิตให้อาหารจำเพาะสมณะแลสามเณรด้วย<ref name = "ด้วย"/> ปราถนาเมถุนธรรมอันโทษหนักทำลายพระสาศนา ให้ตั้งใจศรัทธาถวายทานเปนสงฆอย่าจำเพาะ ถ้าจำเพาะ<ref>ต้นฉะบับ: จะเพาะ แก้ตาม ก</ref> ถวายเปนบุกขะลิกด้วยศรัทธาว่าเธอทรงศิลทรงธุดงคะคุณทรงบริยัติคุณ แลจะไปถวายถึง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> rlniq0pd9xpw840j45bkspi8mixtdgg หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/57 250 90049 291267 291263 2026-07-02T15:18:46Z Lunlumita 12009 291267 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๖|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>อารามนั้นให้ไปในเวลาเช้าจนเที่ยง ห้ามอย่าให้เข้าไปถวายในกุฎีแลนั่งในที่ลับที่กำบัง ให้นั่งนอกกุฎีในที่แจ้งมีเพื่อนสีกากันรู้เหนเปนหลายคน แลฝ่ายสมณะสามเณรผู้จะรับทานนั้น อย่าให้นั่งรับในกุฎีที่กำบัง ให้มีเพื่อนพรหมจารียกันออกมานั่งในที่แจ้งรับไทยทานตามศรัทธา สำเรจ์แล้วอย่าอยู่ช้า สนทนาไถ่ถามอรรถธรรม์ที่สงไสยแต่ภอควร แล้วให้สีกาไปเสียจากอาราม แลห้ามทังสองฝ่ายอย่าให้ถวายแก้วแหวนเงินทองต่อมือจำเพาะหน้ารักษาไว้เอาใจไปยินดีด้วยแก้วแหวนเงินทองนั้นเปนอันขาดทีเดียว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 8ijbi8tee7l47fvtu2oyar4gbcirk1f 291268 291267 2026-07-02T15:23:30Z Lunlumita 12009 291268 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๖|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>อารามนั้นให้ไปในเวลาเช้าจนเที่ยง ห้ามอย่าให้เข้าไปถวายในกุฎีแลนั่งในที่ลับที่กำบัง ให้นั่งนอกกุฎีในที่แจ้งมีเพื่อนสีกากันรู้เหนเปนหลายคน แลฝ่ายสมณะสามเณรผู้จะรับทานนั้น อย่าให้นั่งรับในกุฎีที่กำบัง ให้มีเพื่อนพรหมจารียกันออกมานั่งในที่แจ้งรับไทยทานตามศรัทธา สำเรจ์แล้วอย่าอยู่ช้า สนทนาไถ่ถามอรรถธรรม์ที่สงไสยแต่ภอควร แล้วให้สีกาไปเสียจากอาราม แลห้ามทังสองฝ่ายอย่าให้ถวายแก้วแหวนเงินทองต่อมือจำเพาะหน้ารักษาไว้เอาใจไปยินดีด้วยแก้วแหวนเงินทองนั้นเปนอันขาดทีเดียว แลให้พระราชาคณะเจ้าอธิการอันดับผู้ใหญ่ผู้น้อยทังปวงประพฤฒิตามสัจตาปะริยหาริยธรรม์ แลลงพระอุโบสถจงพร้อมกันทุกวัน<ref>x</ref> อุโบสถตามพุทธบัญญัติในพระอุโบสถขันทธาระวะตะราโจทนากันให้ระฦกบอกอาบัดิอันหนักเบาร้ายดีให้แจ้งจงทั่ว กำชับว่ากล่าวกันให้กวดขันจงหนักหนา จะให้สังกะรียธรรมการตรวจ์ทุกวันอุโบสถ จัดสันชำระมลทินโทษออกเสียจากพระสาศนา<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 9gwgusdcun86yrwevnyavvmk0oq0gkl 291269 291268 2026-07-02T15:26:15Z Lunlumita 12009 291269 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๖|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>อารามนั้นให้ไปในเวลาเช้าจนเที่ยง ห้ามอย่าให้เข้าไปถวายในกุฎีแลนั่งในที่ลับที่กำบัง ให้นั่งนอกกุฎีในที่แจ้งมีเพื่อนสีกากันรู้เหนเปนหลายคน แลฝ่ายสมณะสามเณรผู้จะรับทานนั้น อย่าให้นั่งรับในกุฎีที่กำบัง ให้มีเพื่อนพรหมจารียกันออกมานั่งในที่แจ้งรับไทยทานตามศรัทธา สำเรจ์แล้วอย่าอยู่ช้า สนทนาไถ่ถามอรรถธรรม์ที่สงไสยแต่ภอควร แล้วให้สีกาไปเสียจากอาราม แลห้ามทังสองฝ่ายอย่าให้ถวายแก้วแหวนเงินทองต่อมือจำเพาะหน้ารักษาไว้เอาใจไปยินดีด้วยแก้วแหวนเงินทองนั้นเปนอันขาดทีเดียว แลให้พระราชาคณะเจ้าอธิการอันดับผู้ใหญ่ผู้น้อยทังปวงประพฤฒิตามสัจตาปะริยหาริยธรรม์ แลลงพระอุโบสถจงพร้อมกันทุกวัน<ref>x</ref> อุโบสถตามพุทธบัญญัติในพระอุโบสถขันทธาระวะตะราโจทนากันให้ระฦกบอกอาบัดิอันหนักเบาร้ายดีให้แจ้งจงทั่ว กำชับว่ากล่าวกันให้กวดขันจงหนักหนา จะให้สังกะรียธรรมการตรวจ์ทุกวันอุโบสถ จัดสันชำระมลทินโทษออกเสียจากพระสาศนา ถ้าภิกษุเถรเณรรูปใดอารามใดต้องอธิกรถึงอันติมมะวัดถุเปน<ref>x</ref> ปราชิกแล้ว ให้พระราชาคณะสึกเสีย แล้วบอกแก่สังกะรียธรรมการให้แจ้งด้วย จะได้ศักหน้าหมายไว้อย่าให้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> bxx1ikpdvicv2lfhzcetbfq2i1aajhu 291270 291269 2026-07-02T15:28:46Z Lunlumita 12009 291270 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๖|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>อารามนั้นให้ไปในเวลาเช้าจนเที่ยง ห้ามอย่าให้เข้าไปถวายในกุฎีแลนั่งในที่ลับที่กำบัง ให้นั่งนอกกุฎีในที่แจ้งมีเพื่อนสีกากันรู้เหนเปนหลายคน แลฝ่ายสมณะสามเณรผู้จะรับทานนั้น อย่าให้นั่งรับในกุฎีที่กำบัง ให้มีเพื่อนพรหมจารียกันออกมานั่งในที่แจ้งรับไทยทานตามศรัทธา สำเรจ์แล้วอย่าอยู่ช้า สนทนาไถ่ถามอรรถธรรม์ที่สงไสยแต่ภอควร แล้วให้สีกาไปเสียจากอาราม แลห้ามทังสองฝ่ายอย่าให้ถวายแก้วแหวนเงินทองต่อมือจำเพาะหน้ารักษาไว้เอาใจไปยินดีด้วยแก้วแหวนเงินทองนั้นเปนอันขาดทีเดียว แลให้พระราชาคณะเจ้าอธิการอันดับผู้ใหญ่ผู้น้อยทังปวงประพฤฒิตามสัจตาปะริยหาริยธรรม์ แลลงพระอุโบสถจงพร้อมกันทุกวัน<ref>ก: วัด</ref> อุโบสถตามพุทธบัญญัติในพระอุโบสถขันทธาระวะตะราโจทนากันให้ระฦกบอกอาบัดิอันหนักเบาร้ายดีให้แจ้งจงทั่ว กำชับว่ากล่าวกันให้กวดขันจงหนักหนา จะให้สังกะรียธรรมการตรวจ์ทุกวันอุโบสถ จัดสันชำระมลทินโทษออกเสียจากพระสาศนา ถ้าภิกษุเถรเณรรูปใดอารามใดต้องอธิกรถึงอันติมมะวัดถุเปน<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า เปน ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> ปราชิกแล้ว ให้พระราชาคณะสึกเสีย แล้วบอกแก่สังกะรียธรรมการให้แจ้งด้วย จะได้ศักหน้าหมายไว้อย่าให้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> ehyeg0mz85i6ligoj6yw48v24xkye7y 291271 291270 2026-07-02T15:28:59Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291271 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๖|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>อารามนั้นให้ไปในเวลาเช้าจนเที่ยง ห้ามอย่าให้เข้าไปถวายในกุฎีแลนั่งในที่ลับที่กำบัง ให้นั่งนอกกุฎีในที่แจ้งมีเพื่อนสีกากันรู้เหนเปนหลายคน แลฝ่ายสมณะสามเณรผู้จะรับทานนั้น อย่าให้นั่งรับในกุฎีที่กำบัง ให้มีเพื่อนพรหมจารียกันออกมานั่งในที่แจ้งรับไทยทานตามศรัทธา สำเรจ์แล้วอย่าอยู่ช้า สนทนาไถ่ถามอรรถธรรม์ที่สงไสยแต่ภอควร แล้วให้สีกาไปเสียจากอาราม แลห้ามทังสองฝ่ายอย่าให้ถวายแก้วแหวนเงินทองต่อมือจำเพาะหน้ารักษาไว้เอาใจไปยินดีด้วยแก้วแหวนเงินทองนั้นเปนอันขาดทีเดียว แลให้พระราชาคณะเจ้าอธิการอันดับผู้ใหญ่ผู้น้อยทังปวงประพฤฒิตามสัจตาปะริยหาริยธรรม์ แลลงพระอุโบสถจงพร้อมกันทุกวัน<ref>ก: วัด</ref> อุโบสถตามพุทธบัญญัติในพระอุโบสถขันทธาระวะตะราโจทนากันให้ระฦกบอกอาบัดิอันหนักเบาร้ายดีให้แจ้งจงทั่ว กำชับว่ากล่าวกันให้กวดขันจงหนักหนา จะให้สังกะรียธรรมการตรวจ์ทุกวันอุโบสถ จัดสันชำระมลทินโทษออกเสียจากพระสาศนา ถ้าภิกษุเถรเณรรูปใดอารามใดต้องอธิกรถึงอันติมมะวัดถุเปน<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า เปน ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> ปราชิกแล้ว ให้พระราชาคณะสึกเสีย แล้วบอกแก่สังกะรียธรรมการให้แจ้งด้วย จะได้ศักหน้าหมายไว้อย่าให้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> j4m375pio0ulbaowtafqhul2jges0g4 หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/58 250 90050 291272 2026-07-02T15:29:19Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291272 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> odci2zc9naaz6hdzvp6c7r9cur8k406 291273 291272 2026-07-02T15:39:48Z Lunlumita 12009 291273 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ปลอมอุปสมบทสืบไป ถ้ายังเปนข้อสงไสยแต่ถ้าว่าโทษใหญ่ฉายาปราชิกนั้น ให้เร่งชุมนุมพระราชาคะณะพระสงฆพิภากษา ควรจะเยี่ยวยาได้ ให้เยี่ยวยารักษาชำระอาบัดิจงบริสุทธในพระสาศนาระงับอะธิกรให้สำเรจ์แต่ในอารามนั้น ถ้าเยี่ยวยามิได้ จะมิ<ref>x</ref> ให้อยู่ในหมู่ในคณะแล้ว อย่าให้บับพาชนิยกรรมไป จไปปลอมอยู่เข้าหมู่คะณะด้วยพระสงฆอารามอื่น ให้พระราชาคณะอธิการบอกสังกะรียธรรมการให้รู้จักตัวไว้ว่าภิกษุเถรเณรรูปนี้สอนยาก ไม่ให้เข้าหมู่เข้าคณะแล้ว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 3ykcj8rpnb8ylm5f6f6mvc3z7fo0rfd 291274 291273 2026-07-02T15:42:05Z Lunlumita 12009 291274 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ปลอมอุปสมบทสืบไป ถ้ายังเปนข้อสงไสยแต่ถ้าว่าโทษใหญ่ฉายาปราชิกนั้น ให้เร่งชุมนุมพระราชาคะณะพระสงฆพิภากษา ควรจะเยี่ยวยาได้ ให้เยี่ยวยารักษาชำระอาบัดิจงบริสุทธในพระสาศนาระงับอะธิกรให้สำเรจ์แต่ในอารามนั้น ถ้าเยี่ยวยามิได้ จะมิ<ref>x</ref> ให้อยู่ในหมู่ในคณะแล้ว อย่าให้บับพาชนิยกรรมไป จไปปลอมอยู่เข้าหมู่คะณะด้วยพระสงฆอารามอื่น ให้พระราชาคณะอธิการบอกสังกะรียธรรมการให้รู้จักตัวไว้ว่าภิกษุเถรเณรรูปนี้สอนยาก ไม่ให้เข้าหมู่เข้าคณะแล้ว อนึ่งรูปชียอย่าให้อยู่ในอารามใกล้อารามเปนอันขาดทีเดียว แลฝ่ายฆะราวาษนั้น ให้มูลนายบิดามานดาตรวจ์ตราว่ากล่าว สัดตรีภาพอันเปนบ่าวไพร่บุตรธิดาญาติอย่าให้ไปคบสมณะสามเณรปรนิบัดด้วยความเสน่หารักใคร่ในเมถุณธรรม์ทำลายศีลสมณะสามเณรให้เปนปราชิกทำลายพระสาศนาเปนอันขาด ถ้าแลพระสงฆเถรเณรมีบิดานมานดาญาติโยมอันเปนคณาญาติโดยแท้ มิได้เปนอาคันตุกะแต่ตัวผู้เดียวนั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 17apotq48r7h2ljsi3mksq0v5sg2rye 291275 291274 2026-07-02T15:46:05Z Lunlumita 12009 291275 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ปลอมอุปสมบทสืบไป ถ้ายังเปนข้อสงไสยแต่ถ้าว่าโทษใหญ่ฉายาปราชิกนั้น ให้เร่งชุมนุมพระราชาคะณะพระสงฆพิภากษา ควรจะเยี่ยวยาได้ ให้เยี่ยวยารักษาชำระอาบัดิจงบริสุทธในพระสาศนาระงับอะธิกรให้สำเรจ์แต่ในอารามนั้น ถ้าเยี่ยวยามิได้ จะมิ<ref>x</ref> ให้อยู่ในหมู่ในคณะแล้ว อย่าให้บับพาชนิยกรรมไป จไปปลอมอยู่เข้าหมู่คะณะด้วยพระสงฆอารามอื่น ให้พระราชาคณะอธิการบอกสังกะรียธรรมการให้รู้จักตัวไว้ว่าภิกษุเถรเณรรูปนี้สอนยาก ไม่ให้เข้าหมู่เข้าคณะแล้ว อนึ่งรูปชียอย่าให้อยู่ในอารามใกล้อารามเปนอันขาดทีเดียว แลฝ่ายฆะราวาษนั้น ให้มูลนายบิดามานดาตรวจ์ตราว่ากล่าว สัดตรีภาพอันเปนบ่าวไพร่บุตรธิดาญาติอย่าให้ไปคบสมณะสามเณรปรนิบัดด้วยความเสน่หารักใคร่ในเมถุณธรรม์ทำลายศีลสมณะสามเณรให้เปนปราชิกทำลายพระสาศนาเปนอันขาด ถ้าแลพระสงฆเถรเณรมีบิดานมานดาญาติโยมอันเปนคณาญาติโดยแท้ มิได้เปนอาคันตุกะแต่ตัวผู้เดียวนั้น ก็ให้บิดามานดาคะณาญาติระวังดูแลเอาใจใส่ว่ากล่าวแก่บุตรนัดดาลูกหลานพี่น้องซึ่งบวดเปนสงฆสามเณรนั้นให้บริสุทธ อย่าให้มีมนทิลในพระสาศนานั้นเปนเหตุอันใดอันหนึ่งอันมิควรแก่<ref>x</ref> สิกขาบทนั้น ก็ให้เอามาว่ากล่าวโดยเหตุจงทุกประการ แลบิดามานดาญาติโยมภิกษุเถรเณรซึ่งทำผิดนั้นจึ่งจะพ้นโทษด้วย ถ้าแลบิดามานดาคณาญาติภิกษุเถรเณร<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 1dhvyhiykzi5mdxxtk3zahpk24wu2jf 291276 291275 2026-07-02T15:46:46Z Lunlumita 12009 291276 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ปลอมอุปสมบทสืบไป ถ้ายังเปนข้อสงไสยแต่ถ้าว่าโทษใหญ่ฉายาปราชิกนั้น ให้เร่งชุมนุมพระราชาคะณะพระสงฆพิภากษา ควรจะเยี่ยวยาได้ ให้เยี่ยวยารักษาชำระอาบัดิจงบริสุทธในพระสาศนาระงับอะธิกรให้สำเรจ์แต่ในอารามนั้น ถ้าเยี่ยวยามิได้ จะมิ<ref>ก: จงมิ</ref> ให้อยู่ในหมู่ในคณะแล้ว อย่าให้บับพาชนิยกรรมไป จไปปลอมอยู่เข้าหมู่คะณะด้วยพระสงฆอารามอื่น ให้พระราชาคณะอธิการบอกสังกะรียธรรมการให้รู้จักตัวไว้ว่าภิกษุเถรเณรรูปนี้สอนยาก ไม่ให้เข้าหมู่เข้าคณะแล้ว อนึ่งรูปชียอย่าให้อยู่ในอารามใกล้อารามเปนอันขาดทีเดียว แลฝ่ายฆะราวาษนั้น ให้มูลนายบิดามานดาตรวจ์ตราว่ากล่าว สัดตรีภาพอันเปนบ่าวไพร่บุตรธิดาญาติอย่าให้ไปคบสมณะสามเณรปรนิบัดด้วยความเสน่หารักใคร่ในเมถุณธรรม์ทำลายศีลสมณะสามเณรให้เปนปราชิกทำลายพระสาศนาเปนอันขาด ถ้าแลพระสงฆเถรเณรมีบิดานมานดาญาติโยมอันเปนคณาญาติโดยแท้ มิได้เปนอาคันตุกะแต่ตัวผู้เดียวนั้น ก็ให้บิดามานดาคะณาญาติระวังดูแลเอาใจใส่ว่ากล่าวแก่บุตรนัดดาลูกหลานพี่น้องซึ่งบวดเปนสงฆสามเณรนั้นให้บริสุทธ อย่าให้มีมนทิลในพระสาศนานั้นเปนเหตุอันใดอันหนึ่งอันมิควรแก่<ref>ต้นฉะบับ: แล แก้ตาม ก</ref> สิกขาบทนั้น ก็ให้เอามาว่ากล่าวโดยเหตุจงทุกประการ แลบิดามานดาญาติโยมภิกษุเถรเณรซึ่งทำผิดนั้นจึ่งจะพ้นโทษด้วย ถ้าแลบิดามานดาคณาญาติภิกษุเถรเณร<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> dhqkjshg30kwfwbfg2kg56lqptw8k9e 291277 291276 2026-07-02T15:47:08Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291277 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ปลอมอุปสมบทสืบไป ถ้ายังเปนข้อสงไสยแต่ถ้าว่าโทษใหญ่ฉายาปราชิกนั้น ให้เร่งชุมนุมพระราชาคะณะพระสงฆพิภากษา ควรจะเยี่ยวยาได้ ให้เยี่ยวยารักษาชำระอาบัดิจงบริสุทธในพระสาศนาระงับอะธิกรให้สำเรจ์แต่ในอารามนั้น ถ้าเยี่ยวยามิได้ จะมิ<ref>ก: จงมิ</ref> ให้อยู่ในหมู่ในคณะแล้ว อย่าให้บับพาชนิยกรรมไป จไปปลอมอยู่เข้าหมู่คะณะด้วยพระสงฆอารามอื่น ให้พระราชาคณะอธิการบอกสังกะรียธรรมการให้รู้จักตัวไว้ว่าภิกษุเถรเณรรูปนี้สอนยาก ไม่ให้เข้าหมู่เข้าคณะแล้ว อนึ่งรูปชียอย่าให้อยู่ในอารามใกล้อารามเปนอันขาดทีเดียว แลฝ่ายฆะราวาษนั้น ให้มูลนายบิดามานดาตรวจ์ตราว่ากล่าว สัดตรีภาพอันเปนบ่าวไพร่บุตรธิดาญาติอย่าให้ไปคบสมณะสามเณรปรนิบัดด้วยความเสน่หารักใคร่ในเมถุณธรรม์ทำลายศีลสมณะสามเณรให้เปนปราชิกทำลายพระสาศนาเปนอันขาด ถ้าแลพระสงฆเถรเณรมีบิดานมานดาญาติโยมอันเปนคณาญาติโดยแท้ มิได้เปนอาคันตุกะแต่ตัวผู้เดียวนั้น ก็ให้บิดามานดาคะณาญาติระวังดูแลเอาใจใส่ว่ากล่าวแก่บุตรนัดดาลูกหลานพี่น้องซึ่งบวดเปนสงฆสามเณรนั้นให้บริสุทธ อย่าให้มีมนทิลในพระสาศนานั้นเปนเหตุอันใดอันหนึ่งอันมิควรแก่<ref>ต้นฉะบับ: แล แก้ตาม ก</ref> สิกขาบทนั้น ก็ให้เอามาว่ากล่าวโดยเหตุจงทุกประการ แลบิดามานดาญาติโยมภิกษุเถรเณรซึ่งทำผิดนั้นจึ่งจะพ้นโทษด้วย ถ้าแลบิดามานดาคณาญาติภิกษุเถรเณร<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> e9ipv3v0eejjps446xfar01fipgr8fm 291278 291277 2026-07-02T15:47:20Z Lunlumita 12009 291278 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๗|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ปลอมอุปสมบทสืบไป ถ้ายังเปนข้อสงไสยแต่ถ้าว่าโทษใหญ่ฉายาปราชิกนั้น ให้เร่งชุมนุมพระราชาคะณะพระสงฆพิภากษา ควรจะเยี่ยวยาได้ ให้เยี่ยวยารักษาชำระอาบัดิจงบริสุทธในพระสาศนาระงับอะธิกรให้สำเรจ์แต่ในอารามนั้น ถ้าเยี่ยวยามิได้ จะมิ<ref>ก: จงมิ</ref> ให้อยู่ในหมู่ในคณะแล้ว อย่าให้บับพาชนิยกรรมไป จไปปลอมอยู่เข้าหมู่คะณะด้วยพระสงฆอารามอื่น ให้พระราชาคณะอธิการบอกสังกะรียธรรมการให้รู้จักตัวไว้ว่าภิกษุเถรเณรรูปนี้สอนยาก ไม่ให้เข้าหมู่เข้าคณะแล้ว อนึ่งรูปชียอย่าให้อยู่ในอารามใกล้อารามเปนอันขาดทีเดียว แลฝ่ายฆะราวาษนั้น ให้มูลนายบิดามานดาตรวจ์ตราว่ากล่าว สัดตรีภาพอันเปนบ่าวไพร่บุตรธิดาญาติอย่าให้ไปคบสมณะสามเณรปรนิบัดด้วยความเสน่หารักใคร่ในเมถุณธรรม์ทำลายศีลสมณะสามเณรให้เปนปราชิกทำลายพระสาศนาเปนอันขาด ถ้าแลพระสงฆเถรเณรมีบิดานมานดาญาติโยมอันเปนคณาญาติโดยแท้ มิได้เปนอาคันตุกะแต่ตัวผู้เดียวนั้น ก็ให้บิดามานดาคะณาญาติระวังดูแลเอาใจใส่ว่ากล่าวแก่บุตรนัดดาลูกหลานพี่น้องซึ่งบวดเปนสงฆสามเณรนั้นให้บริสุทธ อย่าให้มีมนทิลในพระสาศนานั้นเปนเหตุอันใดอันหนึ่งอันมิควรแก่<ref>ต้นฉะบับ: แล แก้ตาม ก</ref> สิกขาบทนั้น ก็ให้เอามาว่ากล่าวโดยเหตุจงทุกประการ แลบิดามานดาญาติโยมภิกษุเถรเณรซึ่งทำผิดนั้นจึ่งจะพ้นโทษด้วย ถ้าแลบิดามานดาคณาญาติภิกษุเถรเณร<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> ink6drb4srqlvru596jc0h6r3iqlx42 หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/59 250 90051 291279 2026-07-02T15:47:36Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291279 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 9oibhh9j3h106teqbz7sbmtzc7qz8lq 291280 291279 2026-07-02T15:52:57Z Lunlumita 12009 291280 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ที่กระทำผิดนั้น รู้เหนแล้วคิดอ่านเปนลูกหลานว่านเครือของตัว กลัวจะเปนโทษ ชวนกันปิดบังเสีย มิได้นำ<ref>x</ref> เอาเนื้อความมาว่ากล่าว ให้อุลามกมนทิลอยู่ในพระสาศหนาเหมือนครั้งนี้ มีผู้อื่นรู้เอามา<ref>x</ref> ว่ากล่าวพิจารณาสืบสวนได้เนื้อความเปนสัจ จะเอาบิดามานดาญาติพี่น้องภิกษุเถรเณรซึ่งเปนโ๗รอยูในพระสาศนานั้นเปนโทษด้วย<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 85fufxs9ywdcs4k9cjd8w30l6hyogzm 291281 291280 2026-07-02T15:53:36Z Lunlumita 12009 291281 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ที่กระทำผิดนั้น รู้เหนแล้วคิดอ่านเปนลูกหลานว่านเครือของตัว กลัวจะเปนโทษ ชวนกันปิดบังเสีย มิได้นำ<ref>x</ref> เอาเนื้อความมาว่ากล่าว ให้อุลามกมนทิลอยู่ในพระสาศหนาเหมือนครั้งนี้ มีผู้อื่นรู้เอามา<ref>x</ref> ว่ากล่าวพิจารณาสืบสวนได้เนื้อความเปนสัจ จะเอาบิดามานดาญาติพี่น้องภิกษุเถรเณรซึ่งเปนโจร{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อยู|อยู่}}</ref> ในพระสาศนานั้นเปนโทษด้วย<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> lyk5a4ao2cduc24owf8vn0os5rkwvap 291282 291281 2026-07-02T16:02:42Z Lunlumita 12009 291282 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ที่กระทำผิดนั้น รู้เหนแล้วคิดอ่านเปนลูกหลานว่านเครือของตัว กลัวจะเปนโทษ ชวนกันปิดบังเสีย มิได้นำ<ref>x</ref> เอาเนื้อความมาว่ากล่าว ให้อุลามกมนทิลอยู่ในพระสาศหนาเหมือนครั้งนี้ มีผู้อื่นรู้เอามา<ref>x</ref> ว่ากล่าวพิจารณาสืบสวนได้เนื้อความเปนสัจ จะเอาบิดามานดาญาติพี่น้องภิกษุเถรเณรซึ่งเปนโจร{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อยู|อยู่}}</ref> ในพระสาศนานั้นเปนโทษด้วย ถ้าแลฝ่ายพระสงฆสมณทังปวงมิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฏหมายนี้ แลละเมินเสียให้มีโจรปล้นพระสาศนาขึ้นดูจครั้งนี้ เหนว่าหา<ref>x</ref> มีความกะตัญญูกัดตะเวทีต่อพระสาศหนาไม่ เปนใจด้วยสมณะสามเณรอันเปนโจรปล้นพระสาศนา จะเอาโทษแก่<ref>x</ref> พระราชาคะณะลงมาทังถานาณุกรมอะธิการมหา<ref>x</ref> เถราณุเณรอันดับผู้ใหญ่ผู้น้อยแลสามเณรอันมิได้ระวังระไวตรวจ์ตราว่ากล่าวกัน<ref>x</ref> นั้นเปนโทษเสมอด้วยโทษสมคบสมณะสามเณรอันเปนบาปลามกนั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 6ylneuwy9ftppt2j656qwgh3iwwbdhy 291283 291282 2026-07-02T16:06:08Z Lunlumita 12009 291283 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ที่กระทำผิดนั้น รู้เหนแล้วคิดอ่านเปนลูกหลานว่านเครือของตัว กลัวจะเปนโทษ ชวนกันปิดบังเสีย มิได้นำ<ref>ก: </ref> เอาเนื้อความมาว่ากล่าว ให้อุลามกมนทิลอยู่ในพระสาศหนาเหมือนครั้งนี้ มีผู้อื่นรู้เอามา<ref>ก: </ref> ว่ากล่าวพิจารณาสืบสวนได้เนื้อความเปนสัจ จะเอาบิดามานดาญาติพี่น้องภิกษุเถรเณรซึ่งเปนโจร{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อยู|อยู่}}</ref> ในพระสาศนานั้นเปนโทษด้วย ถ้าแลฝ่ายพระสงฆสมณทังปวงมิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฏหมายนี้ แลละเมินเสียให้มีโจรปล้นพระสาศนาขึ้นดูจครั้งนี้ เหนว่าหา<ref>ก: </ref> มีความกะตัญญูกัดตะเวทีต่อพระสาศหนาไม่ เปนใจด้วยสมณะสามเณรอันเปนโจรปล้นพระสาศนา จะเอาโทษแก่<ref>ก: </ref> พระราชาคะณะลงมาทังถานาณุกรมอะธิการมหา<ref>ก: </ref> เถราณุเณรอันดับผู้ใหญ่ผู้น้อยแลสามเณรอันมิได้ระวังระไวตรวจ์ตราว่ากล่าวกัน<ref>ก: </ref> นั้นเปนโทษเสมอด้วยโทษสมคบสมณะสามเณรอันเปนบาปลามกนั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 2hiqqf97wcnnqzy6vtl7abpwoy47pal 291284 291283 2026-07-02T16:06:56Z Lunlumita 12009 291284 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ที่กระทำผิดนั้น รู้เหนแล้วคิดอ่านเปนลูกหลานว่านเครือของตัว กลัวจะเปนโทษ ชวนกันปิดบังเสีย มิได้นำ<ref>ก: คำว่า นำ ไม่มี</ref> เอาเนื้อความมาว่ากล่าว ให้อุลามกมนทิลอยู่ในพระสาศหนาเหมือนครั้งนี้ มีผู้อื่นรู้เอามา<ref>ก: คำมา มา ขาดไป</ref> ว่ากล่าวพิจารณาสืบสวนได้เนื้อความเปนสัจ จะเอาบิดามานดาญาติพี่น้องภิกษุเถรเณรซึ่งเปนโจร{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อยู|อยู่}}</ref> ในพระสาศนานั้นเปนโทษด้วย ถ้าแลฝ่ายพระสงฆสมณทังปวงมิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฏหมายนี้ แลละเมินเสียให้มีโจรปล้นพระสาศนาขึ้นดูจครั้งนี้ เหนว่าหา<ref>ก: คำว่า หา ขาดไป</ref> มีความกะตัญญูกัดตะเวทีต่อพระสาศหนาไม่ เปนใจด้วยสมณะสามเณรอันเปนโจรปล้นพระสาศนา จะเอาโทษแก่<ref>ก: แต่</ref> พระราชาคะณะลงมาทังถานาณุกรมอะธิการมหา<ref>ต้นฉบับ: คำว่า มหา ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เถราณุเณรอันดับผู้ใหญ่ผู้น้อยแลสามเณรอันมิได้ระวังระไวตรวจ์ตราว่ากล่าวกัน<ref>ต้นฉบับ: คำว่า กัน ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> นั้นเปนโทษเสมอด้วยโทษสมคบสมณะสามเณรอันเปนบาปลามกนั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 88aedwbv4taf2c13ei5n5supesp7qlj 291285 291284 2026-07-02T16:07:46Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291285 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ที่กระทำผิดนั้น รู้เหนแล้วคิดอ่านเปนลูกหลานว่านเครือของตัว กลัวจะเปนโทษ ชวนกันปิดบังเสีย มิได้นำ<ref>ก: คำว่า นำ ไม่มี</ref> เอาเนื้อความมาว่ากล่าว ให้อุลามกมนทิลอยู่ในพระสาศหนาเหมือนครั้งนี้ มีผู้อื่นรู้เอามา<ref>ก: คำมา มา ขาดไป</ref> ว่ากล่าวพิจารณาสืบสวนได้เนื้อความเปนสัจ จะเอาบิดามานดาญาติพี่น้องภิกษุเถรเณรซึ่งเปนโจร{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อยู|อยู่}}</ref> ในพระสาศนานั้นเปนโทษด้วย ถ้าแลฝ่ายพระสงฆสมณทังปวงมิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฏหมายนี้ แลละเมินเสียให้มีโจรปล้นพระสาศนาขึ้นดูจครั้งนี้ เหนว่าหา<ref>ก: คำว่า หา ขาดไป</ref> มีความกะตัญญูกัดตะเวทีต่อพระสาศหนาไม่ เปนใจด้วยสมณะสามเณรอันเปนโจรปล้นพระสาศนา จะเอาโทษแก่<ref>ก: แต่</ref> พระราชาคะณะลงมาทังถานาณุกรมอะธิการมหา<ref>ต้นฉบับ: คำว่า มหา ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เถราณุเณรอันดับผู้ใหญ่ผู้น้อยแลสามเณรอันมิได้ระวังระไวตรวจ์ตราว่ากล่าวกัน<ref>ต้นฉบับ: คำว่า กัน ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> นั้นเปนโทษเสมอด้วยโทษสมคบสมณะสามเณรอันเปนบาปลามกนั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 89brig1lefjbyzjlcmte8ryfq79wgrr 291366 291285 2026-07-03T10:22:32Z Lunlumita 12009 291366 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ที่กระทำผิดนั้น รู้เหนแล้วคิดอ่านเปนลูกหลานว่านเครือของตัว กลัวจะเปนโทษ ชวนกันปิดบังเสีย มิได้นำ<ref>ก: คำว่า นำ ไม่มี</ref> เอาเนื้อความมาว่ากล่าว ให้อุลามกมนทิลอยู่ในพระสาศหนาเหมือนครั้งนี้ มีผู้อื่นรู้เอามา<ref>ก: คำมา มา ขาดไป</ref> ว่ากล่าวพิจารณาสืบสวนได้เนื้อความเปนสัจ จะเอาบิดามานดาญาติพี่น้องภิกษุเถรเณรซึ่งเปนโจร{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ" name = "อยู่"/> ในพระสาศนานั้นเปนโทษด้วย ถ้าแลฝ่ายพระสงฆสมณทังปวงมิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฏหมายนี้ แลละเมินเสียให้มีโจรปล้นพระสาศนาขึ้นดูจครั้งนี้ เหนว่าหา<ref>ก: คำว่า หา ขาดไป</ref> มีความกะตัญญูกัดตะเวทีต่อพระสาศหนาไม่ เปนใจด้วยสมณะสามเณรอันเปนโจรปล้นพระสาศนา จะเอาโทษแก่<ref>ก: แต่</ref> พระราชาคะณะลงมาทังถานาณุกรมอะธิการมหา<ref>ต้นฉบับ: คำว่า มหา ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เถราณุเณรอันดับผู้ใหญ่ผู้น้อยแลสามเณรอันมิได้ระวังระไวตรวจ์ตราว่ากล่าวกัน<ref>ต้นฉบับ: คำว่า กัน ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> นั้นเปนโทษเสมอด้วยโทษสมคบสมณะสามเณรอันเปนบาปลามกนั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 4ohud3if9ytl0bogn7riylaih53djhl 291371 291366 2026-07-03T10:26:46Z Lunlumita 12009 291371 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ที่กระทำผิดนั้น รู้เหนแล้วคิดอ่านเปนลูกหลานว่านเครือของตัว กลัวจะเปนโทษ ชวนกันปิดบังเสีย มิได้นำ<ref>ก: คำว่า นำ ไม่มี</ref> เอาเนื้อความมาว่ากล่าว ให้อุลามกมนทิลอยู่ในพระสาศหนาเหมือนครั้งนี้ มีผู้อื่นรู้เอามา<ref name = "กัน"/> ว่ากล่าวพิจารณาสืบสวนได้เนื้อความเปนสัจ จะเอาบิดามานดาญาติพี่น้องภิกษุเถรเณรซึ่งเปนโจร{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ" name = "อยู่"/> ในพระสาศนานั้นเปนโทษด้วย ถ้าแลฝ่ายพระสงฆสมณทังปวงมิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฏหมายนี้ แลละเมินเสียให้มีโจรปล้นพระสาศนาขึ้นดูจครั้งนี้ เหนว่าหา<ref>ก: คำว่า หา ขาดไป</ref> มีความกะตัญญูกัดตะเวทีต่อพระสาศหนาไม่ เปนใจด้วยสมณะสามเณรอันเปนโจรปล้นพระสาศนา จะเอาโทษแก่<ref>ก: แต่</ref> พระราชาคะณะลงมาทังถานาณุกรมอะธิการมหา<ref>ต้นฉบับ: คำว่า มหา ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เถราณุเณรอันดับผู้ใหญ่ผู้น้อยแลสามเณรอันมิได้ระวังระไวตรวจ์ตราว่ากล่าวกัน<ref>ต้นฉบับ: คำว่า กัน ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> นั้นเปนโทษเสมอด้วยโทษสมคบสมณะสามเณรอันเปนบาปลามกนั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> raf1gx4qn6bxdzqxg33gkapr7wuzzhw 291376 291371 2026-07-03T10:31:53Z Lunlumita 12009 291376 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ที่กระทำผิดนั้น รู้เหนแล้วคิดอ่านเปนลูกหลานว่านเครือของตัว กลัวจะเปนโทษ ชวนกันปิดบังเสีย มิได้นำ<ref>ก: คำว่า นำ ไม่มี</ref> เอาเนื้อความมาว่ากล่าว ให้อุลามกมนทิลอยู่ในพระสาศหนาเหมือนครั้งนี้ มีผู้อื่นรู้เอามา<ref>ก: คำมา มา ขาดไป</ref> ว่ากล่าวพิจารณาสืบสวนได้เนื้อความเปนสัจ จะเอาบิดามานดาญาติพี่น้องภิกษุเถรเณรซึ่งเปนโจร{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ" name = "อยู่"/> ในพระสาศนานั้นเปนโทษด้วย ถ้าแลฝ่ายพระสงฆสมณทังปวงมิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฏหมายนี้ แลละเมินเสียให้มีโจรปล้นพระสาศนาขึ้นดูจครั้งนี้ เหนว่าหา<ref>ก: คำว่า หา ขาดไป</ref> มีความกะตัญญูกัดตะเวทีต่อพระสาศหนาไม่ เปนใจด้วยสมณะสามเณรอันเปนโจรปล้นพระสาศนา จะเอาโทษแก่<ref>ก: แต่</ref> พระราชาคะณะลงมาทังถานาณุกรมอะธิการมหา<ref>ต้นฉบับ: คำว่า มหา ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เถราณุเณรอันดับผู้ใหญ่ผู้น้อยแลสามเณรอันมิได้ระวังระไวตรวจ์ตราว่ากล่าวกัน<ref name = "กัน"/> นั้นเปนโทษเสมอด้วยโทษสมคบสมณะสามเณรอันเปนบาปลามกนั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> e2ekq2ozeewyvaby0o7f8qgf4b3axnj 291377 291376 2026-07-03T10:32:14Z Lunlumita 12009 291377 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๘|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude>ที่กระทำผิดนั้น รู้เหนแล้วคิดอ่านเปนลูกหลานว่านเครือของตัว กลัวจะเปนโทษ ชวนกันปิดบังเสีย มิได้นำ<ref>ก: คำว่า นำ ไม่มี</ref> เอาเนื้อความมาว่ากล่าว ให้อุลามกมนทิลอยู่ในพระสาศหนาเหมือนครั้งนี้ มีผู้อื่นรู้เอามา<ref name = "มา"/> ว่ากล่าวพิจารณาสืบสวนได้เนื้อความเปนสัจ จะเอาบิดามานดาญาติพี่น้องภิกษุเถรเณรซึ่งเปนโจร{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ" name = "อยู่"/> ในพระสาศนานั้นเปนโทษด้วย ถ้าแลฝ่ายพระสงฆสมณทังปวงมิได้กระทำตามพระราชกำหนดกฏหมายนี้ แลละเมินเสียให้มีโจรปล้นพระสาศนาขึ้นดูจครั้งนี้ เหนว่าหา<ref>ก: คำว่า หา ขาดไป</ref> มีความกะตัญญูกัดตะเวทีต่อพระสาศหนาไม่ เปนใจด้วยสมณะสามเณรอันเปนโจรปล้นพระสาศนา จะเอาโทษแก่<ref>ก: แต่</ref> พระราชาคะณะลงมาทังถานาณุกรมอะธิการมหา<ref>ต้นฉบับ: คำว่า มหา ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> เถราณุเณรอันดับผู้ใหญ่ผู้น้อยแลสามเณรอันมิได้ระวังระไวตรวจ์ตราว่ากล่าวกัน<ref name = "กัน"/> นั้นเปนโทษเสมอด้วยโทษสมคบสมณะสามเณรอันเปนบาปลามกนั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> snljjfw4phudk0vtionfab8r1pp28o2 หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/60 250 90052 291286 2026-07-02T16:08:04Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291286 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๙|กฎพระสงฆ 8}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> hxdtxau3ketmzlkxy1zx2zvbdd5gh7s 291287 291286 2026-07-02T16:09:39Z Lunlumita 12009 291287 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๙|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>แลเพื่อนบ้าน เปนศิลเภศทำ<ref>x</ref> ศิลสมณะสามเณรให้เปนปราชิกทำลายพระสาศนาดูจครั้งนี้ เหนว่าผู้นั้นอกะตัญญู หารู้คุณพระพุทธสาศนาไม่ เปนใจด้วยหญิงบาป<ref>x</ref> หยาบช้า จะเอาโทษแต่มูลนายลงมาจนบิดามานดาญาติพี่น้องเพื่อนบ้านใกล้กันที่ภอจะรู้เหนมิได้ห้ามปรามเอามาว่ากล่าวนั้น เปนโทษเสมอด้วยโทษสมณคบหญิงศิลเภทอันเปนบาปหยาบช้านั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> fufsejyupd3025599uaokzrh36qyeyf 291288 291287 2026-07-02T16:14:54Z Lunlumita 12009 291288 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๙|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>แลเพื่อนบ้าน เปนศิลเภศทำ<ref>x</ref> ศิลสมณะสามเณรให้เปนปราชิกทำลายพระสาศนาดูจครั้งนี้ เหนว่าผู้นั้นอกะตัญญู หารู้คุณพระพุทธสาศนาไม่ เปนใจด้วยหญิงบาป<ref>x</ref> หยาบช้า จะเอาโทษแต่มูลนายลงมาจนบิดามานดาญาติพี่น้องเพื่อนบ้านใกล้กันที่ภอจะรู้เหนมิได้ห้ามปรามเอามาว่ากล่าวนั้น เปนโทษเสมอด้วยโทษสมณคบหญิงศิลเภทอันเปนบาปหยาบช้านั้น จะได้พร้อมกันช่วยกันรักษาพระสาศนาทังสองฝ่าย ฉนี้พระพุทธสาศนาจึ่งจะบริสุทธิเปนที่ไหว้ที่บูชาแก่เทพามนุษยทังปวงสืบไปกว่าจะถ้วนห้าพันพระวะษา กฏให้ไว้ณวันพุท เดือนสาม แรมสิบเบดค่ำ จุลศักราชพันร้อยห้าสิบเบด ปีระกาเอกศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> i1wjc4id173lpb8o3jiks9vnt4mez70 291289 291288 2026-07-02T16:15:26Z Lunlumita 12009 291289 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๙|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>แลเพื่อนบ้าน เปนศิลเภศทำ<ref>x</ref> ศิลสมณะสามเณรให้เปนปราชิกทำลายพระสาศนาดูจครั้งนี้ เหนว่าผู้นั้นอกะตัญญู หารู้คุณพระพุทธสาศนาไม่ เปนใจด้วยหญิงบาป<ref>x</ref> หยาบช้า จะเอาโทษแต่มูลนายลงมาจนบิดามานดาญาติพี่น้องเพื่อนบ้านใกล้กันที่ภอจะรู้เหนมิได้ห้ามปรามเอามาว่ากล่าวนั้น เปนโทษเสมอด้วยโทษสมณคบหญิงศิลเภทอันเปนบาปหยาบช้านั้น จะได้พร้อมกันช่วยกันรักษาพระสาศนาทังสองฝ่าย ฉนี้พระพุทธสาศนาจึ่งจะบริสุทธิเปนที่ไหว้ที่บูชาแก่เทพามนุษยทังปวงสืบไปกว่าจะถ้วนห้าพันพระวะษา กฏให้ไว้ณวันพุท เดือนสาม แรมสิบเบดค่ำ จุลศักราชพันร้อยห้าสิบเบด ปีระกาเอกศก {{ลปร1|กหน|9}} ๙<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 7mja6so6ra4i5vn40au4m4umfl9fxum 291290 291289 2026-07-02T16:29:34Z Lunlumita 12009 291290 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๙|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>แลเพื่อนบ้าน เปนศิลเภศทำ<ref>x</ref> ศิลสมณะสามเณรให้เปนปราชิกทำลายพระสาศนาดูจครั้งนี้ เหนว่าผู้นั้นอกะตัญญู หารู้คุณพระพุทธสาศนาไม่ เปนใจด้วยหญิงบาป<ref>x</ref> หยาบช้า จะเอาโทษแต่มูลนายลงมาจนบิดามานดาญาติพี่น้องเพื่อนบ้านใกล้กันที่ภอจะรู้เหนมิได้ห้ามปรามเอามาว่ากล่าวนั้น เปนโทษเสมอด้วยโทษสมณคบหญิงศิลเภทอันเปนบาปหยาบช้านั้น จะได้พร้อมกันช่วยกันรักษาพระสาศนาทังสองฝ่าย ฉนี้พระพุทธสาศนาจึ่งจะบริสุทธิเปนที่ไหว้ที่บูชาแก่เทพามนุษยทังปวงสืบไปกว่าจะถ้วนห้าพันพระวะษา กฏให้ไว้ณวันพุท เดือนสาม แรมสิบเบดค่ำ จุลศักราชพันร้อยห้าสิบเบด ปีระกาเอกศก {{ลปร1|กหน|9}} ๙ กฏให้ไว้แก่พระราชาคะณะเจ้าอะธิการถานาณุกรม {{ซบ|ใน|นอก}} {{ปก2}} กรุงแลแขวงจังหวัดหัวเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก4}} ปากใต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> m26ojf2ckbcy3t3xc3kpeyz41l66zpt 291291 291290 2026-07-02T16:30:12Z Lunlumita 12009 291291 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๙|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>แลเพื่อนบ้าน เปนศิลเภศทำ<ref>ก: คำว่า ทำ ขาดไป</ref> ศิลสมณะสามเณรให้เปนปราชิกทำลายพระสาศนาดูจครั้งนี้ เหนว่าผู้นั้นอกะตัญญู หารู้คุณพระพุทธสาศนาไม่ เปนใจด้วยหญิงบาป<ref>ก: อุบาทวะ</ref> หยาบช้า จะเอาโทษแต่มูลนายลงมาจนบิดามานดาญาติพี่น้องเพื่อนบ้านใกล้กันที่ภอจะรู้เหนมิได้ห้ามปรามเอามาว่ากล่าวนั้น เปนโทษเสมอด้วยโทษสมณคบหญิงศิลเภทอันเปนบาปหยาบช้านั้น จะได้พร้อมกันช่วยกันรักษาพระสาศนาทังสองฝ่าย ฉนี้พระพุทธสาศนาจึ่งจะบริสุทธิเปนที่ไหว้ที่บูชาแก่เทพามนุษยทังปวงสืบไปกว่าจะถ้วนห้าพันพระวะษา กฏให้ไว้ณวันพุท เดือนสาม แรมสิบเบดค่ำ จุลศักราชพันร้อยห้าสิบเบด ปีระกาเอกศก {{ลปร1|กหน|9}} ๙ กฏให้ไว้แก่พระราชาคะณะเจ้าอะธิการถานาณุกรม {{ซบ|ใน|นอก}} {{ปก2}} กรุงแลแขวงจังหวัดหัวเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากใต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> av6bk3mww5eap74rfl3v2wcjhj35ntf 291292 291291 2026-07-02T16:32:31Z Lunlumita 12009 291292 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๙|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>แลเพื่อนบ้าน เปนศิลเภศทำ<ref>ก: คำว่า ทำ ขาดไป</ref> ศิลสมณะสามเณรให้เปนปราชิกทำลายพระสาศนาดูจครั้งนี้ เหนว่าผู้นั้นอกะตัญญู หารู้คุณพระพุทธสาศนาไม่ เปนใจด้วยหญิงบาป<ref>ก: อุบาทวะ</ref> หยาบช้า จะเอาโทษแต่มูลนายลงมาจนบิดามานดาญาติพี่น้องเพื่อนบ้านใกล้กันที่ภอจะรู้เหนมิได้ห้ามปรามเอามาว่ากล่าวนั้น เปนโทษเสมอด้วยโทษสมณคบหญิงศิลเภทอันเปนบาปหยาบช้านั้น จะได้พร้อมกันช่วยกันรักษาพระสาศนาทังสองฝ่าย ฉนี้พระพุทธสาศนาจึ่งจะบริสุทธิเปนที่ไหว้ที่บูชาแก่เทพามนุษยทังปวงสืบไปกว่าจะถ้วนห้าพันพระวะษา กฏให้ไว้ณวันพุท เดือนสาม แรมสิบเบดค่ำ จุลศักราชพันร้อยห้าสิบเบด ปีระกาเอกศก {{ลปร1|กหน|9}} ๙ กฏให้ไว้แก่พระราชาคะณะเจ้าอะธิการถานาณุกรม {{ซบ|ใน|นอก}} {{ปก2}} กรุงแลแขวงจังหวัดหัวเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากใต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว สมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอะนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบูลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปัติสาศนาให้ถาวร<ref>ก: ถาวร</ref> รุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อม<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> oaxhidesvxs6jopr234olrkj9xnhv0m 291293 291292 2026-07-02T16:32:46Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291293 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๙|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>แลเพื่อนบ้าน เปนศิลเภศทำ<ref>ก: คำว่า ทำ ขาดไป</ref> ศิลสมณะสามเณรให้เปนปราชิกทำลายพระสาศนาดูจครั้งนี้ เหนว่าผู้นั้นอกะตัญญู หารู้คุณพระพุทธสาศนาไม่ เปนใจด้วยหญิงบาป<ref>ก: อุบาทวะ</ref> หยาบช้า จะเอาโทษแต่มูลนายลงมาจนบิดามานดาญาติพี่น้องเพื่อนบ้านใกล้กันที่ภอจะรู้เหนมิได้ห้ามปรามเอามาว่ากล่าวนั้น เปนโทษเสมอด้วยโทษสมณคบหญิงศิลเภทอันเปนบาปหยาบช้านั้น จะได้พร้อมกันช่วยกันรักษาพระสาศนาทังสองฝ่าย ฉนี้พระพุทธสาศนาจึ่งจะบริสุทธิเปนที่ไหว้ที่บูชาแก่เทพามนุษยทังปวงสืบไปกว่าจะถ้วนห้าพันพระวะษา กฏให้ไว้ณวันพุท เดือนสาม แรมสิบเบดค่ำ จุลศักราชพันร้อยห้าสิบเบด ปีระกาเอกศก {{ลปร1|กหน|9}} ๙ กฏให้ไว้แก่พระราชาคะณะเจ้าอะธิการถานาณุกรม {{ซบ|ใน|นอก}} {{ปก2}} กรุงแลแขวงจังหวัดหัวเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากใต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว สมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอะนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบูลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปัติสาศนาให้ถาวร<ref>ก: ถาวร</ref> รุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อม<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> heing60uprbua9jseprkbct6zawu3bk 291370 291293 2026-07-03T10:25:36Z Lunlumita 12009 291370 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๔๙|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>แลเพื่อนบ้าน เปนศิลเภศทำ<ref>ก: คำว่า ทำ ขาดไป</ref> ศิลสมณะสามเณรให้เปนปราชิกทำลายพระสาศนาดูจครั้งนี้ เหนว่าผู้นั้นอกะตัญญู หารู้คุณพระพุทธสาศนาไม่ เปนใจด้วยหญิงบาป<ref>ก: อุบาทวะ</ref> หยาบช้า จะเอาโทษแต่มูลนายลงมาจนบิดามานดาญาติพี่น้องเพื่อนบ้านใกล้กันที่ภอจะรู้เหนมิได้ห้ามปรามเอามาว่ากล่าวนั้น เปนโทษเสมอด้วยโทษสมณคบหญิงศิลเภทอันเปนบาปหยาบช้านั้น จะได้พร้อมกันช่วยกันรักษาพระสาศนาทังสองฝ่าย ฉนี้พระพุทธสาศนาจึ่งจะบริสุทธิเปนที่ไหว้ที่บูชาแก่เทพามนุษยทังปวงสืบไปกว่าจะถ้วนห้าพันพระวะษา กฏให้ไว้ณวันพุท เดือนสาม แรมสิบเบดค่ำ จุลศักราชพันร้อยห้าสิบเบด ปีระกาเอกศก {{ลปร1|กหน|9}} ๙ กฏให้ไว้แก่พระราชาคะณะเจ้าอะธิการถานาณุกรม {{ซบ|ใน|นอก}} {{ปก2}} กรุงแลแขวงจังหวัดหัวเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากใต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว สมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอะนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบูลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปัติสาศนาให้ถาวร<ref name = "ถาวร">ก: ถาวร</ref> รุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อม<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> hdqjnbn36u35i8htqs8xod32pj36346 หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/61 250 90053 291294 2026-07-02T16:33:00Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291294 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๐|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> c7zbb8f4nzn5fyddt5y475z5m0wich8 291295 291294 2026-07-02T16:34:56Z Lunlumita 12009 291295 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๐|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>ใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามะนุษยทังปอง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามะหาปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหรา<ref>x</ref> ราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สั่งว่า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> ljari4kkfn3ixg4oqm0s05ohflideic 291296 291295 2026-07-02T16:35:27Z Lunlumita 12009 291296 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๐|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>ใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามะนุษยทังปอง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามะหาปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหรา<ref>ก: โหราจาริย</ref> ราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สั่งว่า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> ktwzjs1va3t6bnnq9uq5o90aujfjvfr 291297 291296 2026-07-02T16:38:23Z Lunlumita 12009 291297 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๐|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>ใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามะนุษยทังปอง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามะหาปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหรา<ref>ก: โหราจาริย</ref> ราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สั่งว่า ณะวัน {{จ||๙|๙|+}} ค่ำ ปีขาลฉ้อศก เพลาพลบค่ำ มะหาสีนซึ่งเปนพระครู<ref>x</ref> อยู่วัดนากกลาง ปลอมเข้าไปหาอึ่งข้าหลวงในกรมสมเดจ์พระเจ้าหลานเธอเจ้าฟ้าอภัยธิเบศ จับตัวได้รับเปนสัจว่ามหาสีนได้เสพเมถุณธรรมด้วยอึ่ง<ref name = "อึ่ง">x</ref> ถึงชำเราแต่เดือน ๗ ปีขาลฉ้อศกมาหลายครั้ง จนอึ่ง<ref name = "อึ่ง"/> มีท้องลูก มหาสีนขาดจากสิกขาบทเปนปราชิกลามกในพระสาศนา มิได้เปนสมณะ ปติญาณตนว่าเปนสมณะ ปิดความชั่วไว้ แล้วเข้ากระทำสังฆกรรม์อุโบสถกรรม์อุประสมบทกรรม์เปนคู่สวดบวดพระสงฆถึง<ref>x</ref> ๑๓ รูปนั้นเปนอาจินนะกำม์มหันตโทษถึงอะเวจีมหานะรก เพราะกระทำให้พระพุทธสาศนาเสื่อมสูญเศร้าหมอง มิควรนักหนา<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> muz51vwybufdjo7fj6pf48g94f79nvh 291300 291297 2026-07-02T16:49:08Z Lunlumita 12009 291300 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๐|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>ใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามะนุษยทังปอง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามะหาปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหรา<ref>ก: โหราจาริย</ref> ราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สั่งว่า ณะวัน {{จ||๙|๙|+}} ค่ำ ปีขาลฉ้อศก เพลาพลบค่ำ มะหาสีนซึ่งเปนพระครู<ref>x</ref> อยู่วัดนากกลาง ปลอมเข้าไปหาอึ่งข้าหลวงในกรมสมเดจ์พระเจ้าหลานเธอเจ้าฟ้าอภัยธิเบศ จับตัวได้รับเปนสัจว่ามหาสีนได้เสพเมถุณธรรมด้วยอึ่ง<ref name = "อึ่ง">x</ref> ถึงชำเราแต่เดือน ๗ ปีขาลฉ้อศกมาหลายครั้ง จนอึ่ง<ref name = "อึ่ง"/> มีท้องลูก มหาสีนขาดจากสิกขาบทเปนปราชิกลามกในพระสาศนา มิได้เปนสมณะ ปติญาณตนว่าเปนสมณะ ปิดความชั่วไว้ แล้วเข้ากระทำสังฆกรรม์อุโบสถกรรม์อุประสมบทกรรม์เปนคู่สวดบวดพระสงฆถึง<ref>x</ref> ๑๓ รูปนั้นเปนอาจินนะกำม์มหันตโทษถึงอะเวจีมหานะรก เพราะกระทำให้พระพุทธสาศนาเสื่อมสูญเศร้าหมอง มิควรนักหนา แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้ {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานานุกรม}} {{ปก2}} เจ้าอะธิการเอาใจใส่ระวังตรวจ์ตราดูรู้เหนว่าอันดับนั้นติดพันอยู่ด้วย<ref>x</ref> หญิง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> bk6rwxi6ntthr7iwc7tc4orwhwhv56w 291301 291300 2026-07-02T16:51:44Z Lunlumita 12009 291301 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๐|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>ใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามะนุษยทังปอง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามะหาปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหรา<ref>ก: โหราจาริย</ref> ราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สั่งว่า ณะวัน {{จ|||๙|๙|+}} ค่ำ ปีขาลฉ้อศก เพลาพลบค่ำ มะหาสีนซึ่งเปนพระครู<ref>x</ref> อยู่วัดนากกลาง ปลอมเข้าไปหาอึ่งข้าหลวงในกรมสมเดจ์พระเจ้าหลานเธอเจ้าฟ้าอภัยธิเบศ จับตัวได้รับเปนสัจว่ามหาสีนได้เสพเมถุณธรรมด้วยอึ่ง<ref name = "อึ่ง">x</ref> ถึงชำเราแต่เดือน ๗ ปีขาลฉ้อศกมาหลายครั้ง จนอึ่ง<ref name = "อึ่ง"/> มีท้องลูก มหาสีนขาดจากสิกขาบทเปนปราชิกลามกในพระสาศนา มิได้เปนสมณะ ปติญาณตนว่าเปนสมณะ ปิดความชั่วไว้ แล้วเข้ากระทำสังฆกรรม์อุโบสถกรรม์อุประสมบทกรรม์เปนคู่สวดบวดพระสงฆถึง<ref>x</ref> ๑๓ รูปนั้นเปนอาจินนะกำม์มหันตโทษถึงอะเวจีมหานะรก เพราะกระทำให้พระพุทธสาศนาเสื่อมสูญเศร้าหมอง มิควรนักหนา แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้ {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานานุกรม}} {{ปก2}} เจ้าอะธิการเอาใจใส่ระวังตรวจ์ตราดูรู้เหนว่าอันดับนั้นติดพันอยู่ด้วย<ref>x</ref> หญิง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> j8ti8n4e8df4ue7u72mk1yt8aag759r 291302 291301 2026-07-02T16:51:55Z Lunlumita 12009 291302 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๐|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>ใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามะนุษยทังปอง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามะหาปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหรา<ref>ก: โหราจาริย</ref> ราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สั่งว่า ณะวัน {{จ||๙||๙|+}} ค่ำ ปีขาลฉ้อศก เพลาพลบค่ำ มะหาสีนซึ่งเปนพระครู<ref>x</ref> อยู่วัดนากกลาง ปลอมเข้าไปหาอึ่งข้าหลวงในกรมสมเดจ์พระเจ้าหลานเธอเจ้าฟ้าอภัยธิเบศ จับตัวได้รับเปนสัจว่ามหาสีนได้เสพเมถุณธรรมด้วยอึ่ง<ref name = "อึ่ง">x</ref> ถึงชำเราแต่เดือน ๗ ปีขาลฉ้อศกมาหลายครั้ง จนอึ่ง<ref name = "อึ่ง"/> มีท้องลูก มหาสีนขาดจากสิกขาบทเปนปราชิกลามกในพระสาศนา มิได้เปนสมณะ ปติญาณตนว่าเปนสมณะ ปิดความชั่วไว้ แล้วเข้ากระทำสังฆกรรม์อุโบสถกรรม์อุประสมบทกรรม์เปนคู่สวดบวดพระสงฆถึง<ref>x</ref> ๑๓ รูปนั้นเปนอาจินนะกำม์มหันตโทษถึงอะเวจีมหานะรก เพราะกระทำให้พระพุทธสาศนาเสื่อมสูญเศร้าหมอง มิควรนักหนา แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้ {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานานุกรม}} {{ปก2}} เจ้าอะธิการเอาใจใส่ระวังตรวจ์ตราดูรู้เหนว่าอันดับนั้นติดพันอยู่ด้วย<ref>x</ref> หญิง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> im66m5valp5qszde67lbaf2qnpqa9bu 291303 291302 2026-07-02T16:52:40Z Lunlumita 12009 291303 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๐|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>ใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามะนุษยทังปอง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามะหาปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหรา<ref>ก: โหราจาริย</ref> ราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สั่งว่า ณะวัน {{จ||๙||๙|+}} ค่ำ ปีขาลฉ้อศก เพลาพลบค่ำ มะหาสีนซึ่งเปนพระครู<ref>ต้นฉะบับ: ครู่ แก้ตาม ก</ref> อยู่วัดนากกลาง ปลอมเข้าไปหาอึ่งข้าหลวงในกรมสมเดจ์พระเจ้าหลานเธอเจ้าฟ้าอภัยธิเบศ จับตัวได้รับเปนสัจว่ามหาสีนได้เสพเมถุณธรรมด้วยอึ่ง<ref name = "อึ่ง">ต้นฉะบับ: อึง แก้ตาม ก</ref> ถึงชำเราแต่เดือน ๗ ปีขาลฉ้อศกมาหลายครั้ง จนอึ่ง<ref name = "อึ่ง"/> มีท้องลูก มหาสีนขาดจากสิกขาบทเปนปราชิกลามกในพระสาศนา มิได้เปนสมณะ ปติญาณตนว่าเปนสมณะ ปิดความชั่วไว้ แล้วเข้ากระทำสังฆกรรม์อุโบสถกรรม์อุประสมบทกรรม์เปนคู่สวดบวดพระสงฆถึง<ref>ก: คำว่า ถึง ไม่มี</ref> ๑๓ รูปนั้นเปนอาจินนะกำม์มหันตโทษถึงอะเวจีมหานะรก เพราะกระทำให้พระพุทธสาศนาเสื่อมสูญเศร้าหมอง มิควรนักหนา แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้ {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานานุกรม}} {{ปก2}} เจ้าอะธิการเอาใจใส่ระวังตรวจ์ตราดูรู้เหนว่าอันดับนั้นติดพันอยู่ด้วย<ref>ก: คำว่า ด้วย ขาดไป</ref> หญิง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 57b7b5tshwfuc4nwzwo358iaasvcm6e 291304 291303 2026-07-02T16:53:23Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291304 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๐|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>ใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามะนุษยทังปอง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามะหาปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหรา<ref>ก: โหราจาริย</ref> ราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สั่งว่า ณะวัน {{จ||๙||๙|+}} ค่ำ ปีขาลฉ้อศก เพลาพลบค่ำ มะหาสีนซึ่งเปนพระครู<ref>ต้นฉะบับ: ครู่ แก้ตาม ก</ref> อยู่วัดนากกลาง ปลอมเข้าไปหาอึ่งข้าหลวงในกรมสมเดจ์พระเจ้าหลานเธอเจ้าฟ้าอภัยธิเบศ จับตัวได้รับเปนสัจว่ามหาสีนได้เสพเมถุณธรรมด้วยอึ่ง<ref name = "อึ่ง">ต้นฉะบับ: อึง แก้ตาม ก</ref> ถึงชำเราแต่เดือน ๗ ปีขาลฉ้อศกมาหลายครั้ง จนอึ่ง<ref name = "อึ่ง"/> มีท้องลูก มหาสีนขาดจากสิกขาบทเปนปราชิกลามกในพระสาศนา มิได้เปนสมณะ ปติญาณตนว่าเปนสมณะ ปิดความชั่วไว้ แล้วเข้ากระทำสังฆกรรม์อุโบสถกรรม์อุประสมบทกรรม์เปนคู่สวดบวดพระสงฆถึง<ref>ก: คำว่า ถึง ไม่มี</ref> ๑๓ รูปนั้นเปนอาจินนะกำม์มหันตโทษถึงอะเวจีมหานะรก เพราะกระทำให้พระพุทธสาศนาเสื่อมสูญเศร้าหมอง มิควรนักหนา แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้ {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานานุกรม}} {{ปก2}} เจ้าอะธิการเอาใจใส่ระวังตรวจ์ตราดูรู้เหนว่าอันดับนั้นติดพันอยู่ด้วย<ref>ก: คำว่า ด้วย ขาดไป</ref> หญิง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> nc41fhxf3siwvj2yt4nsa9t1s09h741 291364 291304 2026-07-03T10:21:20Z Lunlumita 12009 291364 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๐|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude>ใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามะนุษยทังปอง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามะหาปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหรา<ref>ก: โหราจาริย</ref> ราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สั่งว่า ณะวัน {{จ||๙||๙|+}} ค่ำ ปีขาลฉ้อศก เพลาพลบค่ำ มะหาสีนซึ่งเปนพระครู<ref>ต้นฉะบับ: ครู่ แก้ตาม ก</ref> อยู่วัดนากกลาง ปลอมเข้าไปหาอึ่งข้าหลวงในกรมสมเดจ์พระเจ้าหลานเธอเจ้าฟ้าอภัยธิเบศ จับตัวได้รับเปนสัจว่ามหาสีนได้เสพเมถุณธรรมด้วยอึ่ง<ref name = "อึ่ง">ต้นฉะบับ: อึง แก้ตาม ก</ref> ถึงชำเราแต่เดือน ๗ ปีขาลฉ้อศกมาหลายครั้ง จนอึ่ง<ref name = "อึ่ง"/> มีท้องลูก มหาสีนขาดจากสิกขาบทเปนปราชิกลามกในพระสาศนา มิได้เปนสมณะ ปติญาณตนว่าเปนสมณะ ปิดความชั่วไว้ แล้วเข้ากระทำสังฆกรรม์อุโบสถกรรม์อุประสมบทกรรม์เปนคู่สวดบวดพระสงฆถึง<ref>ก: คำว่า ถึง ไม่มี</ref> ๑๓ รูปนั้นเปนอาจินนะกำม์มหันตโทษถึงอะเวจีมหานะรก เพราะกระทำให้พระพุทธสาศนาเสื่อมสูญเศร้าหมอง มิควรนักหนา แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้ {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานาณุกรม}} {{ปก2}} เจ้าอะธิการเอาใจใส่ระวังตรวจ์ตราดูรู้เหนว่าอันดับนั้นติดพันอยู่ด้วย<ref>ก: คำว่า ด้วย ขาดไป</ref> หญิง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> gj1v8l00rynnoygkdyah1ahplmkkmph หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/62 250 90054 291298 2026-07-02T16:48:34Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291298 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๑|กฎพระสงฆ 9}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> qbqo8u4kz6hhga5pun5ju8dofyhu3jc 291299 291298 2026-07-02T16:48:56Z Lunlumita 12009 291299 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๑|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> dwj9nobkzhxdt1half7xcup4ivj5txx 291314 291299 2026-07-03T09:33:10Z Lunlumita 12009 291314 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๑|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>โยมอุปรถากผิดพุทธวัจนะอยู่แล้ว ก็ว่ากล่าวให้ประริวัดออกเสียจากพระสาศนา อย่าให้เปนปราชิกขึ้นได้ในพระสาศนาดูจหนึ่งอ้ายสีนฉนี้ แลให้ประกาษแก่พระสงฆอันดับทุกวัดวาอารามจงทั่ว ถ้าพระสงฆองคใดกระทำความชั่วลามกอยู่แล้ว ก็ให้ประริวัด<ref>x</ref> ออกเสีย อย่าให้เปนมลทินอยู่ในพระสาศนา ทรงพระกรรุณาหาเอาโทษไม่ ถ้าแลพระสงฆองคใดปกปิตความชั่วไว้ดูจหนึ่งอ้ายสีน เปนมลทิลอยู่ในพระสาศนาฉนี้ มีผู้ว่ากล่าวพิจารณาเปนสัจ จเอาตัวเปนโทษถึง ๗ ชั่วโคต แล้วจให้ลงพระราชอา{{ชญ}}าตีโยม {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานาณุกรม|เจ้าอธิการ}} {{ปก2|3}}<ref>x</ref> อันดับซึ่งกระทำความผิดแลละเมินเสียมิระวังตรวจ์ตรากันให้เปนลามกขึ้นในพระสาศนา<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> rsty1981p7x6ou58xezjtl4n2ftrujs 291315 291314 2026-07-03T09:34:13Z Lunlumita 12009 291315 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๑|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>โยมอุปรถากผิดพุทธวัจนะอยู่แล้ว ก็ว่ากล่าวให้ประริวัดออกเสียจากพระสาศนา อย่าให้เปนปราชิกขึ้นได้ในพระสาศนาดูจหนึ่งอ้ายสีนฉนี้ แลให้ประกาษแก่พระสงฆอันดับทุกวัดวาอารามจงทั่ว ถ้าพระสงฆองคใดกระทำความชั่วลามกอยู่แล้ว ก็ให้ประริวัด<ref>x</ref> ออกเสีย อย่าให้เปนมลทินอยู่ในพระสาศนา ทรงพระกรรุณาหาเอาโทษไม่ ถ้าแลพระสงฆองคใดปกปิตความชั่วไว้ดูจหนึ่งอ้ายสีน เปนมลทิลอยู่ในพระสาศนาฉนี้ มีผู้ว่ากล่าวพิจารณาเปนสัจ จเอาตัวเปนโทษถึง ๗ ชั่วโคต แล้วจให้ลงพระราชอา{{ชญ}}าตีโยม {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานาณุกรม|เจ้าอธิการ}} {{ปก2|3}}<ref>x</ref> อันดับซึ่งกระทำความผิดแลละเมินเสียมิระวังตรวจ์ตรากันให้เปนลามกขึ้นในพระสาศนา แลให้พระราชาคณะเจ้าอะธิการถานาณุกรมพระสงฆอันดับทำตามกฏหมายรับสั่งนี้จงทุกประการ กฏให้ไว้ณวัน {{จ|๖||๔|๙}} ค่ำ ปีขาลฉ้อศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> jka295oey79do479xong7xr8sjlv10j 291316 291315 2026-07-03T09:36:45Z Lunlumita 12009 291316 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๑|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>โยมอุปรถากผิดพุทธวัจนะอยู่แล้ว ก็ว่ากล่าวให้ประริวัดออกเสียจากพระสาศนา อย่าให้เปนปราชิกขึ้นได้ในพระสาศนาดูจหนึ่งอ้ายสีนฉนี้ แลให้ประกาษแก่พระสงฆอันดับทุกวัดวาอารามจงทั่ว ถ้าพระสงฆองคใดกระทำความชั่วลามกอยู่แล้ว ก็ให้ประริวัด<ref>x</ref> ออกเสีย อย่าให้เปนมลทินอยู่ในพระสาศนา ทรงพระกรรุณาหาเอาโทษไม่ ถ้าแลพระสงฆองคใดปกปิตความชั่วไว้ดูจหนึ่งอ้ายสีน เปนมลทิลอยู่ในพระสาศนาฉนี้ มีผู้ว่ากล่าวพิจารณาเปนสัจ จเอาตัวเปนโทษถึง ๗ ชั่วโคต แล้วจให้ลงพระราชอา{{ชญ}}าตีโยม {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานาณุกรม|เจ้าอธิการ}} {{ปก2|3}}<ref>x</ref> อันดับซึ่งกระทำความผิดแลละเมินเสียมิระวังตรวจ์ตรากันให้เปนลามกขึ้นในพระสาศนา แลให้พระราชาคณะเจ้าอะธิการถานาณุกรมพระสงฆอันดับทำตามกฏหมายรับสั่งนี้จงทุกประการ กฏให้ไว้ณวัน {{จ|๖||๔|๙}} ค่ำ ปีขาลฉ้อศก {{ลปร1|กหน|10}} ๑๐ กฏให้ไว้แก่เจ้าพญาแลพญาพระหลวงเจ้าราชนิกุญขุนหมื่นพันทนายฝ่าย {{ซบ|ทหาร|พลเรือน}} {{ปก2}} มหาดเลกขอเฝ้าข้าเจ้า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> sz43mg7gbigyeulkdvib69o0pcez15r 291317 291316 2026-07-03T09:37:33Z Lunlumita 12009 291317 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๑|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>โยมอุปรถากผิดพุทธวัจนะอยู่แล้ว ก็ว่ากล่าวให้ประริวัดออกเสียจากพระสาศนา อย่าให้เปนปราชิกขึ้นได้ในพระสาศนาดูจหนึ่งอ้ายสีนฉนี้ แลให้ประกาษแก่พระสงฆอันดับทุกวัดวาอารามจงทั่ว ถ้าพระสงฆองคใดกระทำความชั่วลามกอยู่แล้ว ก็ให้ประริวัด<ref>ก: บริวัด</ref> ออกเสีย อย่าให้เปนมลทินอยู่ในพระสาศนา ทรงพระกรรุณาหาเอาโทษไม่ ถ้าแลพระสงฆองคใดปกปิตความชั่วไว้ดูจหนึ่งอ้ายสีน เปนมลทิลอยู่ในพระสาศนาฉนี้ มีผู้ว่ากล่าวพิจารณาเปนสัจ จเอาตัวเปนโทษถึง ๗ ชั่วโคต แล้วจให้ลงพระราชอา{{ชญ}}าตีโยม {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานาณุกรม|เจ้าอธิการ}} {{ปก2|3}}<ref>ต้นฉะบับ: โยมพระ {{ซบ|ราชาคณะ|ถานาณุกรม|เจ้าอะธิการ}} {{ปก2|3}} แก้ตาม ก</ref> อันดับซึ่งกระทำความผิดแลละเมินเสียมิระวังตรวจ์ตรากันให้เปนลามกขึ้นในพระสาศนา แลให้พระราชาคณะเจ้าอะธิการถานาณุกรมพระสงฆอันดับทำตามกฏหมายรับสั่งนี้จงทุกประการ กฏให้ไว้ณวัน {{จ|๖||๔|๙}} ค่ำ ปีขาลฉ้อศก {{ลปร1|กหน|10}} ๑๐ กฏให้ไว้แก่เจ้าพญาแลพญาพระหลวงเจ้าราชนิกุญขุนหมื่นพันทนายฝ่าย {{ซบ|ทหาร|พลเรือน}} {{ปก2}} มหาดเลกขอเฝ้าข้าเจ้า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> n0udx7jz5chgmpzinn2f13apz9xjocd 291318 291317 2026-07-03T09:37:59Z Lunlumita 12009 291318 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๑|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>โยมอุปรถากผิดพุทธวัจนะอยู่แล้ว ก็ว่ากล่าวให้ประริวัดออกเสียจากพระสาศนา อย่าให้เปนปราชิกขึ้นได้ในพระสาศนาดูจหนึ่งอ้ายสีนฉนี้ แลให้ประกาษแก่พระสงฆอันดับทุกวัดวาอารามจงทั่ว ถ้าพระสงฆองคใดกระทำความชั่วลามกอยู่แล้ว ก็ให้ประริวัด<ref>ก: บริวัด</ref> ออกเสีย อย่าให้เปนมลทินอยู่ในพระสาศนา ทรงพระกรรุณาหาเอาโทษไม่ ถ้าแลพระสงฆองคใดปกปิตความชั่วไว้ดูจหนึ่งอ้ายสีน เปนมลทิลอยู่ในพระสาศนาฉนี้ มีผู้ว่ากล่าวพิจารณาเปนสัจ จเอาตัวเปนโทษถึง ๗ ชั่วโคต แล้วจให้ลงพระราชอา{{ชญ}}าตีโยม {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานาณุกรม|เจ้าอธิการ}} {{ปก2|3}}<ref>ต้นฉะบับ: โยมพระ {{ซบ|ราชาคณะ|ถานาณุกรม|เจ้าอะธิการ}} {{ปก2|3}} แก้ตาม ก</ref> อันดับซึ่งกระทำความผิดแลละเมินเสียมิระวังตรวจ์ตรากันให้เปนลามกขึ้นในพระสาศนา แลให้พระราชาคณะเจ้าอะธิการถานาณุกรมพระสงฆอันดับทำตามกฏหมายรับสั่งนี้จงทุกประการ กฏให้ไว้ณวัน {{จ|๖||๔|๙|+}} ค่ำ ปีขาลฉ้อศก {{ลปร1|กหน|10}} ๑๐ กฏให้ไว้แก่เจ้าพญาแลพญาพระหลวงเจ้าราชนิกุญขุนหมื่นพันทนายฝ่าย {{ซบ|ทหาร|พลเรือน}} {{ปก2}} มหาดเลกขอเฝ้าข้าเจ้า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> s9xlw619m73380crj2aw5q3eh6fftsx 291319 291318 2026-07-03T09:38:10Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291319 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๑|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>โยมอุปรถากผิดพุทธวัจนะอยู่แล้ว ก็ว่ากล่าวให้ประริวัดออกเสียจากพระสาศนา อย่าให้เปนปราชิกขึ้นได้ในพระสาศนาดูจหนึ่งอ้ายสีนฉนี้ แลให้ประกาษแก่พระสงฆอันดับทุกวัดวาอารามจงทั่ว ถ้าพระสงฆองคใดกระทำความชั่วลามกอยู่แล้ว ก็ให้ประริวัด<ref>ก: บริวัด</ref> ออกเสีย อย่าให้เปนมลทินอยู่ในพระสาศนา ทรงพระกรรุณาหาเอาโทษไม่ ถ้าแลพระสงฆองคใดปกปิตความชั่วไว้ดูจหนึ่งอ้ายสีน เปนมลทิลอยู่ในพระสาศนาฉนี้ มีผู้ว่ากล่าวพิจารณาเปนสัจ จเอาตัวเปนโทษถึง ๗ ชั่วโคต แล้วจให้ลงพระราชอา{{ชญ}}าตีโยม {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานาณุกรม|เจ้าอธิการ}} {{ปก2|3}}<ref>ต้นฉะบับ: โยมพระ {{ซบ|ราชาคณะ|ถานาณุกรม|เจ้าอะธิการ}} {{ปก2|3}} แก้ตาม ก</ref> อันดับซึ่งกระทำความผิดแลละเมินเสียมิระวังตรวจ์ตรากันให้เปนลามกขึ้นในพระสาศนา แลให้พระราชาคณะเจ้าอะธิการถานาณุกรมพระสงฆอันดับทำตามกฏหมายรับสั่งนี้จงทุกประการ กฏให้ไว้ณวัน {{จ|๖||๔|๙|+}} ค่ำ ปีขาลฉ้อศก {{ลปร1|กหน|10}} ๑๐ กฏให้ไว้แก่เจ้าพญาแลพญาพระหลวงเจ้าราชนิกุญขุนหมื่นพันทนายฝ่าย {{ซบ|ทหาร|พลเรือน}} {{ปก2}} มหาดเลกขอเฝ้าข้าเจ้า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 9ik09sci0q28qdzcdrf8ndmxq8bpzqq หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/6 250 90055 291305 2026-07-03T04:18:09Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "จากผู้เขียน หลังจาก ปิศาจของไทย ผ่านไปแล้วหนึ่งเล่ม ผู้เขียนได้มานะและพยายามนำ วิญญาณที่เร่ร่อน ซึ่งเป็นหมวดของภูตผีปิศาจตามมาอีกเป็นเล่มที่ ๒ ที่ผู้..." 291305 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๗}}</noinclude>จากผู้เขียน หลังจาก ปิศาจของไทย ผ่านไปแล้วหนึ่งเล่ม ผู้เขียนได้มานะและพยายามนำ วิญญาณที่เร่ร่อน ซึ่งเป็นหมวดของภูตผีปิศาจตามมาอีกเป็นเล่มที่ ๒ ที่ผู้เขียนใช้คำว่า "พยายามนำมา" หรือ "เข็นมา" นั้น ท่านผู้อ่านย่อมทราบอยู่แล้วว่า เรื่องของภูตผีปิศาจนั้นใช่จะใช้ให้มาหลอนหลอกกันเล่นง่ายๆ นั้นเป็นการยากยิ่ง การเขียนเรื่องประเภทนี้ ย่อมมีทั้งเหตุทั้งผลหนักๆ เท่าๆ กับเรื่องรักหรือลึกลับเช่นกัน และที่ร้ายที่สุด คำว่า "น่าเกลียด" "น่ากลัว" ฟังเผินๆ ก็ว่ารวมๆ กันอยู่ แต่บางคราวก็แยกกันอยู่ต่างหาก เช่นผีแหกตาแลบลิ้น แหกอกอะไรทำนองนี้ ไม่ใช่น่ากลัว มันเป็นเรื่องของความน่าเกลียด ถ้าพบบ่อยเข้าก็เปลี่ยนเป็นความน่าขันหรือพบศพของคนที่เน่าเฟะ ขั้นแรกหัวใจผู้พบเห็นก็เกิดน่าเกลียดก่อน มีการรังเกียจนำหน้า ที่มีกลิ่นน่าอาเจียน มีเลือดมีหนองน่าสะอิดสะเอียน ครั้นจากพ้นมา ถ้าได้กลิ่นนั้นขึ้นมาเฉยๆ ก็เกิดความกลัวตามมา หากว่า ถ้าเราไปพบศพคนที่ยังสดๆ ไม่มีกลิ่นเหม็น ทั้งยังมีกลิ่นหอมของน้ำอบพรมด้วย ถ้าจากมาแล้วเข้าที่เงียบ เกิดได้กลิ่นหอมนั้นขึ้น ความกลัวของเราจะอยู่ระดับเดิมเท่ากับศพเน่า หรือว่าเพิ่มระดับขึ้นอีก? ท่านลองนึกดูว่า การเขียนเรื่องภูตผีปิศาจนั้น ถ้าเทียบกับการแบกของหนักขึ้นเขา ถ้าเรื่องธรรมดาก็แบกพอกำลัง ถ้าเป็นเรื่องผีแล้ว ของที่แบกนั้นมันหนักกว่ามาก ฉะนั้นการพูดว่า "พยายามเข็นมา" นั้น ใช่โอ้อวดยกตน หากแต่ขอให้เห็นใจเท่านั้น เหม เวชกร<noinclude></noinclude> lu6g58ubknfqrw7tep9ppfyhpfnqxzh หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/7 250 90056 291307 2026-07-03T07:29:25Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "คำนิยม ครูเหมเขียนเรื่องผีเรื่องแรก ชื่อเรื่อง "ผี!" ตีพิมพ์ในหนังสือเพลินจิตต์ รายเดือน เล่ม ๑ ออกวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๗๖ และคงจะได้รับความนิยม จึงเขียนต่อเน..." 291307 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๘}}</noinclude>คำนิยม ครูเหมเขียนเรื่องผีเรื่องแรก ชื่อเรื่อง "ผี!" ตีพิมพ์ในหนังสือเพลินจิตต์ รายเดือน เล่ม ๑ ออกวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๗๖ และคงจะได้รับความนิยม จึงเขียนต่อเนื่องเรื่อยมาตามวิสัยผู้ทำงานด้านนี้ที่ไม่มีใครปฏิเสธความต้องการของผู้อ่านได้ลงคอ ต่อมา เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๘ เรื่อง "ผี!" ที่ว่านั้นจงเป็นหนึ่งในสิบ "รวมเรื่องผีขนาดสั้นของ เหม ทั้งเก่า-ใหม่" ในรูปเล่มขนาดพ็อกเกตบุ๊ก (๑๖ หน้ายกเล็ก) ชื่อหนังสือ ผี !! คณะเพลินจิตต์ จัดพิมพ์ หนา ๒๓๒ หน้า ราคา ๒๐ สตางค์ จากการเสาะหามาอ่านแล้วบันทึกไว้ พบว่าเรื่องผีของครูเหมมีอยู่ ๑๐๘ เรื่อง และเชื่อว่าน่าจะยังมีหลงหูหลงตาอยู่อีก ก่อนหน้าหรือแม้ในช่วงเวลาเดียวกันกับครูเหมจะมีใครเขียนนิยายผีหรือไม่ เชื่อว่าน่าจะมี แต่ที่ติดตาตรึงใจผู้อ่านอย่างยิ่งเห็นจะไม่มี ดูได้จากเรื่องผีของครูเหมที่มีผู้พิมพ์จำหน่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าแทบมิได้ขาดตลาดจนแม้ในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงการได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องตลอดมา ซึ่งเป็นความนิยมที่ออกจะแปลกระหลาดเอาการอยู่ เพราะท่าผู้สร้างสรรค์ผลงานได้วายชนม์ไปเกือบ ๔๐ ปีแล้ว อะไรเป็นเหตุให้เรื่องของครูเหมได้รับความนิยมเรื่อยมา? จากการอ่านอย่างวิเคราะห์ ทำให้ได้เนื้อหาที่พอจะหยิบยกมาคุยกันตรงนี้ ในฐานะเพื่อนนักอ่านคอเดียวกัน ประการแรกก็คือ เรื่องผีของครูเหมมีบรรยากาศเป็นไทยแท้ เห็นได้จากการพรรณนาถึงห้องหับ อาคารบ้านเรือน วัดวาอาราม ถนนหนทาง ตรอกซอย ตลอดจนการแต่งเนื้อแต่งตัวของผู้คนและบทสนทนาโต้ตอบ คนไทยสมัยนั้นเป็นอย่างไร ครูเหมถ่ายทอดออกมาได้อย่างหมดจด เป็นบรรยากาศไทยๆ อย่างชนิดที่เรียกว่า "ได้กลิ่น" ทีเดียว<noinclude></noinclude> 6txzknxynq0emfx7kcd3p7qbqtwqfdd หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/8 250 90057 291308 2026-07-03T07:56:20Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " กล่าวในด้านฉากของท้องเรื่อง ทุกสถานที่ในเรื่องผีของครูเหมล้วนมีจริง ส่วนเรื่องผีนั้นท่านจินตนาการของท่านเอง ไม่ว่าที่อำเภอบางบาล และในอีกหลายย่านของจัง..." 291308 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๙}}</noinclude> กล่าวในด้านฉากของท้องเรื่อง ทุกสถานที่ในเรื่องผีของครูเหมล้วนมีจริง ส่วนเรื่องผีนั้นท่านจินตนาการของท่านเอง ไม่ว่าที่อำเภอบางบาล และในอีกหลายย่านของจังหวัดรพะนครศรีอยุธยา, อำเภอท่าเรือของเมืองกาญจน์, หลายอำเภอในเมืองสุพรรณฯ, เขตชลประทานสมัยที่เรียกกรมทดน้ำที่จังหวัดสระบุรี ฯลฯ ครูเหมเคยได้ไปกินอยู่หลับนอน สัมผัสสภาพชีวิตและกลิ่นอายของท้องถิ่นยุคนั้น จึงบรรยายออกมาได้อย่างที่นักอ่านมองเห็นภาพทีเดียว จากเรื่องผีของครูเหม ทำให้ได้รู้ว่าในอดีตเคยมีรถไฟวิ่งจากบางยี่ขันไปบางบัวทอง, ปากคลองตลาดเคยเป็นที่ตั้งห้างฝรั่ง ยามเย็นมีการบรรจุน้ำหอมลงขวดก่อนนำไปขาย ใครผ่านไปเป็นได้กลิ่นหอมฟุ้งทีเดียว, ส่วนคนรักสนุกก็ต้องไปเที่ยวโรงหวยที่สามยอด ใกล้ๆ กันคือสะพานเหล็กแดนแม่นกราตรี หลังสามทุ่มรถหมดก็นอนกันตามทางเท้าหน้าตึกแถวบริเวณสนามน้ำจืดหรือศาลาเฉลิมกรุงในปัจจุบันนั่นเอง และสภาพขลุกขลักทุลักทุเลของผู้คนยามกรุงเทพฯ แช่น้ำเป็นอย่างไร ล้วนถูกสอดใส่ไว้ในเรื่องผีของครูเหม อีกระการหนึ่งก็คือ เรื่องผีของครูเหมไม่ใช่เรื่องผีโหดอำมหิตที่ไล่ล่าคร่าชีวิตผู้คนอย่างไร้เหตุผล ในจำนวนร้อยกว่าเรื่อง ที่เป็นผีพยาบาทตามล้างแค้นมีเพียงสองสามเรื่องเท่านั้น นอกนั้นเป็นเรื่องความห่วงหาอาทรของดวงวิญญาณที่มีความผูกพันกับชีวิตในโลกมนุษย์จนมิอาจตัดใจลาจากไปได้ง่ายๆ และบางเรื่องก็เป็นเรื่องรักระหว่างสองภพ ที่อ่านแล้วซาบซึ้งตรึงใจไม่น้อย นอกจากนี้ สิ่งที่ครูเหมสอดแทรกไว้ในเรื่องผีของท่าน คือวัฒนธรรมประเพณีงานบุญของพื้นบ้านภาคกลาง ทั้งขั้นตอนพิธีการและลักษณะอาหารในงานแต่งงาน งานศพ ถูกบรรจุไว้อย่างถูกต้องและเป็นจริงตามยุคสมัย นี่ก็เป็นเสน่ห์อีกประการหนึ่ง ที่สำคัญที่สุดคือภาพระกอบเรื่องซึ่งท่านเขียนเองด้วย ศิลปินแห่งชาติท่านหนึ่งถึงกับบอกว่า เรื่องผีของครูเหมนี่ แค่เห็นภาพประกอบก็ขนลุกเสียแล้ว และตราบจนปัจจุบันนี้ ยังไม่มีใครเขียนภาพประกอบเรื่องผีอย่างเข้าถึงบรรยากาศ ได้อารมณ์ลึกซึ้งเหมือนครูเหมเลย<noinclude></noinclude> cb690y4se53w81dql1grgnbrl1pty2o หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/9 250 90058 291309 2026-07-03T08:02:28Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " ขอขอบคุณบริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด ที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตหนังสือคุณภาพ, สำนักพิมพ์วิริยะ, นิตยสาร สารคดี และคุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ที่ทำให้เราได้มีเ..." 291309 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๐}}</noinclude> ขอขอบคุณบริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด ที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตหนังสือคุณภาพ, สำนักพิมพ์วิริยะ, นิตยสาร สารคดี และคุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ที่ทำให้เราได้มีเรื่องผีของครูเหมอ่านกันอีกรอบหนึ่ง จุลศักดิ์ อมรเวช (จุก เบี้ยวสกุล) ประธานกลุ่มรักครูเหม<noinclude></noinclude> azubaz7mamdkx2469apzv67u8epellp หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/12 250 90059 291310 2026-07-03T08:45:03Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "น้ำมันผีพราย คำว่าตำบลตลาดพลูนี้ ใครๆ ก็รู้จักเพราะสมัยนี้คึกคักด้วยผู้คนและตึกรามบ้านช่องหนาแน่น แต่ถ้าย้อนหลังไปอีกสัก ๔๐ กว่าปี จะมีสภาพไปอีกรูปหนึ่งเ..." 291310 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๓}}</noinclude>น้ำมันผีพราย คำว่าตำบลตลาดพลูนี้ ใครๆ ก็รู้จักเพราะสมัยนี้คึกคักด้วยผู้คนและตึกรามบ้านช่องหนาแน่น แต่ถ้าย้อนหลังไปอีกสัก ๔๐ กว่าปี จะมีสภาพไปอีกรูปหนึ่งเพราะในสมัยนั้นไม่มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้อยู่ฝั่งธนบุรีจะข้ามติดต่อกับฝั่งกรุงเทพฯ จึงต้องอาศัยเรือจ้างแจวข้ามฟากข้ามไปข้ามมา และผู้อยู่ทางสวนตลาดพลูก็ต้องอาศัยเรือเมล์ขาวที่เดินประจำระหว่างท่าตลาดพลู ท่าปากคลองตลาด ท่าราชวงศ์ ถ้ากลางคืนหมดเวลาเรือเมล์แล้ว คนทั้งสองฝั่งจะต้องพึ่งเรือจ้าง สำหรับฝั่งธนบุรีนั้น ใช่ว่าเมื่อข้ามเรือจ้างถึงฝั่งแล้วจะเดินเท้ามาถึงตลาดพลูง่ายๆ เมื่อไหร่ มีแต่ทางสวน ตกกลางคืน<noinclude></noinclude> ibjxkedcbae0c42dv8jorap7x8knokk หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/63 250 90060 291320 2026-07-03T09:38:27Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291320 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๒|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> bt9imifo3qxgwssufg0d14ww8tmvkne 291321 291320 2026-07-03T09:39:52Z Lunlumita 12009 291321 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๒|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ตางกรมฝ่าย {{ซบ|หน้า|ใน}} {{ปก2}} แลกรมพระราชวังบวรสถานมงคล แลกรมพระราชวังบวรสถานพิมุกขฝ่ายหลัง แล{{ตตฉ|ผ้}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ผ้|ผู้}}</ref> รักษาเมืองผู้รั้งกรมการหัวเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากใต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> sguuzjqwan2lmvqdarpnjpavun6owjk 291322 291321 2026-07-03T09:41:37Z Lunlumita 12009 291322 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๒|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ตางกรมฝ่าย {{ซบ|หน้า|ใน}} {{ปก2}} แลกรมพระราชวังบวรสถานมงคล แลกรมพระราชวังบวรสถานพิมุกขฝ่ายหลัง แล{{ตตฉ|ผ้}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ผ้|ผู้}}</ref> รักษาเมืองผู้รั้งกรมการหัวเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากใต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว สมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอะนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวะรา<ref>x</ref> รุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามะนุษยทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สั่งว่า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> fskesdbc72jkuax052cin3z5ljmzep6 291325 291322 2026-07-03T09:43:42Z Lunlumita 12009 291325 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๒|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ตางกรมฝ่าย {{ซบ|หน้า|ใน}} {{ปก2}} แลกรมพระราชวังบวรสถานมงคล แลกรมพระราชวังบวรสถานพิมุกขฝ่ายหลัง แล{{ตตฉ|ผ้}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ผ้|ผู้}}</ref> รักษาเมืองผู้รั้งกรมการหัวเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากใต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว สมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอะนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวะรา<ref>x</ref> รุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามะนุษยทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สั่งว่า ตั้งพระไทยทรงพระราชศรัทธาจะทำนุบำรุงพระพุทธสาศนาให้บริบูรรณไปด้วยรัศมีแก้วทังสาม กล่าวคือพระ {{ซบ|พุทธ|ธรรม|สังฆ}} {{ปก2|3}} รัตน ให้เปนเนื้อนาบุญอันประเสริฐแก่สับปรุษทายก<ref>x</ref> ทังปวง บัดนี้พระสงฆอันนับเข้าในพระพุทธชินโนรศมิได้มีหิริโอตับปะ คบหากันทำอุลามก เปนอละชียภิกษุ คือเสพสุรายาเมาน้ำตานซ่มแลฉันโภชนาหารของกัดของเคี้ยวเพลาปฉาพัทแลในราตรีก็มีบ้าง ลางเหล่าเอาผ้าพาดบาตรเหลกไปขายแลกเล่าเล่น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> teuzb1e4hrehw6h8eqmjej70rv3932l 291326 291325 2026-07-03T09:44:15Z Lunlumita 12009 291326 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๒|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ตางกรมฝ่าย {{ซบ|หน้า|ใน}} {{ปก2}} แลกรมพระราชวังบวรสถานมงคล แลกรมพระราชวังบวรสถานพิมุกขฝ่ายหลัง แล{{ตตฉ|ผ้}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ผ้|ผู้}}</ref> รักษาเมืองผู้รั้งกรมการหัวเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากใต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว สมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอะนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวะรา<ref>ก: ถาวร</ref> รุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามะนุษยทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สั่งว่า ตั้งพระไทยทรงพระราชศรัทธาจะทำนุบำรุงพระพุทธสาศนาให้บริบูรรณไปด้วยรัศมีแก้วทังสาม กล่าวคือพระ {{ซบ|พุทธ|ธรรม|สังฆ}} {{ปก2|3}} รัตน ให้เปนเนื้อนาบุญอันประเสริฐแก่สับปรุษทายก<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน ธายก</ref> ทังปวง บัดนี้พระสงฆอันนับเข้าในพระพุทธชินโนรศมิได้มีหิริโอตับปะ คบหากันทำอุลามก เปนอละชียภิกษุ คือเสพสุรายาเมาน้ำตานซ่มแลฉันโภชนาหารของกัดของเคี้ยวเพลาปฉาพัทแลในราตรีก็มีบ้าง ลางเหล่าเอาผ้าพาดบาตรเหลกไปขายแลกเล่าเล่น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> qh3w4q11tmwp9lpxlxi4f1e0rfpg2ww 291327 291326 2026-07-03T09:44:24Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291327 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๒|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ตางกรมฝ่าย {{ซบ|หน้า|ใน}} {{ปก2}} แลกรมพระราชวังบวรสถานมงคล แลกรมพระราชวังบวรสถานพิมุกขฝ่ายหลัง แล{{ตตฉ|ผ้}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ผ้|ผู้}}</ref> รักษาเมืองผู้รั้งกรมการหัวเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากใต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว สมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอะนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวะรา<ref>ก: ถาวร</ref> รุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามะนุษยทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สั่งว่า ตั้งพระไทยทรงพระราชศรัทธาจะทำนุบำรุงพระพุทธสาศนาให้บริบูรรณไปด้วยรัศมีแก้วทังสาม กล่าวคือพระ {{ซบ|พุทธ|ธรรม|สังฆ}} {{ปก2|3}} รัตน ให้เปนเนื้อนาบุญอันประเสริฐแก่สับปรุษทายก<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน ธายก</ref> ทังปวง บัดนี้พระสงฆอันนับเข้าในพระพุทธชินโนรศมิได้มีหิริโอตับปะ คบหากันทำอุลามก เปนอละชียภิกษุ คือเสพสุรายาเมาน้ำตานซ่มแลฉันโภชนาหารของกัดของเคี้ยวเพลาปฉาพัทแลในราตรีก็มีบ้าง ลางเหล่าเอาผ้าพาดบาตรเหลกไปขายแลกเล่าเล่น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 6fbnyveewl97v8jwd9swtlnqomcnmtv 291341 291327 2026-07-03T10:01:04Z Lunlumita 12009 291341 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๒|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ตางกรมฝ่าย {{ซบ|หน้า|ใน}} {{ปก2}} แลกรมพระราชวังบวรสถานมงคล แลกรมพระราชวังบวรสถานพิมุกขฝ่ายหลัง แล{{ตตฉ|ผ้}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ผ้|ผู้}}</ref> รักษาเมืองผู้รั้งกรมการหัวเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากใต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว สมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอะนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวะรา<ref>ก: ถาวร</ref> รุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามะนุษยทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สั่งว่า ตั้งพระไทยทรงพระราชศรัทธาจะทำนุบำรุงพระพุทธสาศนาให้บริบูรรณไปด้วยรัศมีแก้วทังสาม กล่าวคือพระ {{ซบ|พุทธ|ธรรม|สังฆ}} {{ปก2|3}} รัตน ให้เปนเนื้อนาบุญอันประเสริฐแก่สับปรุษทายก<ref name = "ทายก">ทั้งสองฉะบับเขียน ธายก</ref> ทังปวง บัดนี้พระสงฆอันนับเข้าในพระพุทธชินโนรศมิได้มีหิริโอตับปะ คบหากันทำอุลามก เปนอละชียภิกษุ คือเสพสุรายาเมาน้ำตานซ่มแลฉันโภชนาหารของกัดของเคี้ยวเพลาปฉาพัทแลในราตรีก็มีบ้าง ลางเหล่าเอาผ้าพาดบาตรเหลกไปขายแลกเล่าเล่น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> b0h6xgw7q2xim3lve82io0r803deldr 291369 291341 2026-07-03T10:25:29Z Lunlumita 12009 291369 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๒|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ตางกรมฝ่าย {{ซบ|หน้า|ใน}} {{ปก2}} แลกรมพระราชวังบวรสถานมงคล แลกรมพระราชวังบวรสถานพิมุกขฝ่ายหลัง แล{{ตตฉ|ผ้}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ผ้|ผู้}}</ref> รักษาเมืองผู้รั้งกรมการหัวเมือง {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} ปากใต้ฝ่ายเหนือทังปวงจงทั่ว สมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอะนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวะรา<ref name = "ถาวร"/> รุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมใสนะมัสการบูชาแก่เทพยุดามะนุษยทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ สั่งว่า ตั้งพระไทยทรงพระราชศรัทธาจะทำนุบำรุงพระพุทธสาศนาให้บริบูรรณไปด้วยรัศมีแก้วทังสาม กล่าวคือพระ {{ซบ|พุทธ|ธรรม|สังฆ}} {{ปก2|3}} รัตน ให้เปนเนื้อนาบุญอันประเสริฐแก่สับปรุษทายก<ref name = "ทายก">ทั้งสองฉะบับเขียน ธายก</ref> ทังปวง บัดนี้พระสงฆอันนับเข้าในพระพุทธชินโนรศมิได้มีหิริโอตับปะ คบหากันทำอุลามก เปนอละชียภิกษุ คือเสพสุรายาเมาน้ำตานซ่มแลฉันโภชนาหารของกัดของเคี้ยวเพลาปฉาพัทแลในราตรีก็มีบ้าง ลางเหล่าเอาผ้าพาดบาตรเหลกไปขายแลกเล่าเล่น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> fo822xxtkhmigj2eba3mnyo1xu3p8i7 หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/252 250 90061 291323 2026-07-03T09:42:54Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " "นับแต่เด็กรู้ความจนกระทั่งแก่เฒ่า ทุกคนจะรู้ว่าภูติผีปิศาจเป็นสิ่งที่น่ากลัว แม้แต่คนที่เชื่อว่าผีไม่มีในโลก ผู้เขียนเคยชวนเดินเล่นในสุสานในยามค่ำคืน ไ..." 291323 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|-}}</noinclude> "นับแต่เด็กรู้ความจนกระทั่งแก่เฒ่า ทุกคนจะรู้ว่าภูติผีปิศาจเป็นสิ่งที่น่ากลัว แม้แต่คนที่เชื่อว่าผีไม่มีในโลก ผู้เขียนเคยชวนเดินเล่นในสุสานในยามค่ำคืน ไม่ยักมีใครยอมไปด้วย จึงจัดว่าเป็นความลึกลับในห้วงใจคนที่ว่าฝีไม่มี แต่ก็ไม่กลัว ทางแพทย์ว่าเกิดจากประสาทตนเอง กลัวและเชื่อในคำบอกเล่า กลัวความมืด กลัวความวังเวงในเมื่ออยู่ตัวคนเดียว น่าประหลาดที่ว่าคนที่ไม่เชื่อว่ามีผี แต่ก็กลัวผี จัดว่าจตัวไม่เชื่อใจตัว สำหรับการประพันธ์เรื่อง ปิศาจของไทย ของผู้เขียนนี้ จุดประสงค์อยู่ที่ว่าจะชี้ให้ท่านผู้อ่านเห็นว่า การประพันธ์มีหลายแนว และเรื่องชนิดนี้ก็เป็นอีกแนวหนึ่งของการประพันธ์ มิได้มุ่งหวังให้ท่านเชื่อว่าผีมีจริง เพราะการเชื่อไม่เชื่ออยู่ที่แต่ละบุคคล" เหม เวชกร ภาพปกหนังสือ ปิศาจของไทย ฝีมือ เหม เวชกร ฉบับพิมพ์ปี พ.ศ.๒๕๐๙<noinclude></noinclude> 4wp22ykpivihq4877b6kz5wu2fbclfe 291328 291323 2026-07-03T09:45:48Z สีทราย 11827 291328 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|-}}</noinclude> "นับแต่เด็กรู้ความจนกระทั่งแก่เฒ่า ทุกคนจะรู้ว่าภูติผีปิศาจเป็นสิ่งที่น่ากลัว แม้แต่คนที่เชื่อว่าผีไม่มีในโลก ผู้เขียนเคยชวนเดินเล่นในสุสานในยามค่ำคืน ไม่ยักมีใครยอมไปด้วย จึงจัดว่าเป็นความลึกลับในห้วงใจคนที่ว่าผีไม่มี แต่ก็ไม่กล้า ทางแพทย์ว่าเกิดจากประสาทตนเอง กลัวและเชื่อในคำบอกเล่า กลัวความมืด กลัวความวังเวงในเมื่ออยู่ตัวคนเดียว น่าประหลาดที่ว่าคนที่ไม่เชื่อว่ามีผี แต่ก็กลัวผี จัดว่าจตัวไม่เชื่อใจตัว สำหรับการประพันธ์เรื่อง ปิศาจของไทย ของผู้เขียนนี้ จุดประสงค์อยู่ที่ว่าจะชี้ให้ท่านผู้อ่านเห็นว่า การประพันธ์มีหลายแนว และเรื่องชนิดนี้ก็เป็นอีกแนวหนึ่งของการประพันธ์ มิได้มุ่งหวังให้ท่านเชื่อว่าผีมีจริง เพราะการเชื่อไม่เชื่ออยู่ที่แต่ละบุคคล" เหม เวชกร ภาพปกหนังสือ ปิศาจของไทย ฝีมือ เหม เวชกร ฉบับพิมพ์ปี พ.ศ.๒๕๐๙<noinclude></noinclude> 1u47rfvukf4uggg0595s9g27dduqv8w หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/64 250 90062 291324 2026-07-03T09:43:40Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291324 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๓|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> by8w8v9dwadl1a2kmb9p95z84h3iqop 291329 291324 2026-07-03T09:47:10Z Lunlumita 12009 291329 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๓|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>เบี้ยเสีย มิได้ครองไตรจิวร กระทำจอมปลอมเหมือนสามเณร ไม่ได้ปลงผมโกนหนึ่งบ้างสองโกนบ้าง เที่ยวกลาง {{ซบ|วัน|คืน}} {{ปก2}} ดู {{ซบ|โขน|หนัง|หุ่น|ลคอน}} {{ปก2|4}} เบียดเสียดอุบาศกสีกา พูดจาตะหลกคนองเฮฮาหยาบช้าธารุณ ลางเหล่าเหนชายเดกลูกข้าราชการอนาประชาราษฎรรูปร่างหมดหน้า ก็พูดจาเกลี่ยกล่อมชักชวนไปไว้ แล้วกอดจูบหลับนอนเคล้าคลึง ไปไหนเอาไปด้วย แต่งตัวเดกโออวดปะกวดกัน เรียกว่า {{ซบ|ลูกสวาดิ|ลูกสุดใจ|ศรียตรานิงรัต|ยานัด}} {{ปก2|4}} ก็มีบ้าง ช่วงชิงกันหิงษา<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> p3ttagmgo4tf4ztgluyvcb5wsms09lv 291330 291329 2026-07-03T09:49:56Z Lunlumita 12009 291330 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๓|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>เบี้ยเสีย มิได้ครองไตรจิวร กระทำจอมปลอมเหมือนสามเณร ไม่ได้ปลงผมโกนหนึ่งบ้างสองโกนบ้าง เที่ยวกลาง {{ซบ|วัน|คืน}} {{ปก2}} ดู {{ซบ|โขน|หนัง|หุ่น|ลคอน}} {{ปก2|4}} เบียดเสียดอุบาศกสีกา พูดจาตะหลกคนองเฮฮาหยาบช้าธารุณ ลางเหล่าเหนชายเดกลูกข้าราชการอนาประชาราษฎรรูปร่างหมดหน้า ก็พูดจาเกลี่ยกล่อมชักชวนไปไว้ แล้วกอดจูบหลับนอนเคล้าคลึง ไปไหนเอาไปด้วย แต่งตัวเดกโออวดปะกวดกัน เรียกว่า {{ซบ|ลูกสวาดิ|ลูกสุดใจ|ศรียตรานิงรัต|ยานัด}} {{ปก2|4}} ก็มีบ้าง ช่วงชิงกันหิงษาพยาบาทจนเกิดวิวาทตีรันกันตายด้วยไม้กะบองซั่น พิจารณาได้ตัวมารับเปนสัจ ได้ไม้กระบองซั่นเปนหลายอัน ลางพวกเหนสลุบกำปั่น<ref>x</ref> เหนสำเภาจีนเข้ามา ก็ขึ้นเที่ยวบนสำเภาซุกซนซื้อหาของเล่นปนละวล {{ซบ|จีน|จาม|ฝารัง}} {{ปก2|3}} ให้เดียรถีนิครนธดูหมิ่นก็มีบ้าง ลางพวกก็เที่ยวซื้อผ้าแพรพรรณในพ่วงแพแลร้าน {{ซบ|แขก|จีน}} {{ปก2}} เอาไปเยบย้อม<ref>x</ref> เปนผ้า {{ซบ|ภาด|จิวร|สบง|สไป}} {{ปก2|4}} {{ซบ|กราบพระ|รัตคต|อังสะ}} {{ปก2|3}} กระทำ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> hqj0u22fhitwbpug02bqp0cy89kol2e 291331 291330 2026-07-03T09:50:16Z Lunlumita 12009 291331 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๓|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>เบี้ยเสีย มิได้ครองไตรจิวร กระทำจอมปลอมเหมือนสามเณร ไม่ได้ปลงผมโกนหนึ่งบ้างสองโกนบ้าง เที่ยวกลาง {{ซบ|วัน|คืน}} {{ปก2}} ดู {{ซบ|โขน|หนัง|หุ่น|ลคอน}} {{ปก2|4}} เบียดเสียดอุบาศกสีกา พูดจาตะหลกคนองเฮฮาหยาบช้าธารุณ ลางเหล่าเหนชายเดกลูกข้าราชการอนาประชาราษฎรรูปร่างหมดหน้า ก็พูดจาเกลี่ยกล่อมชักชวนไปไว้ แล้วกอดจูบหลับนอนเคล้าคลึง ไปไหนเอาไปด้วย แต่งตัวเดกโออวดปะกวดกัน เรียกว่า {{ซบ|ลูกสวาดิ|ลูกสุดใจ|ศรียตรานิงรัต|ยานัด}} {{ปก2|4}} ก็มีบ้าง ช่วงชิงกันหิงษาพยาบาทจนเกิดวิวาทตีรันกันตายด้วยไม้กะบองซั่น พิจารณาได้ตัวมารับเปนสัจ ได้ไม้กระบองซั่นเปนหลายอัน ลางพวกเหนสลุบกำปั่น<ref>ต้นฉะบับ: แก้ตาม ก</ref> เหนสำเภาจีนเข้ามา ก็ขึ้นเที่ยวบนสำเภาซุกซนซื้อหาของเล่นปนละวล {{ซบ|จีน|จาม|ฝารัง}} {{ปก2|3}} ให้เดียรถีนิครนธดูหมิ่นก็มีบ้าง ลางพวกก็เที่ยวซื้อผ้าแพรพรรณในพ่วงแพแลร้าน {{ซบ|แขก|จีน}} {{ปก2}} เอาไปเยบย้อม<ref>ต้นฉะบับ: แก้ตาม ก</ref> เปนผ้า {{ซบ|ภาด|จิวร|สบง|สไป}} {{ปก2|4}} {{ซบ|กราบพระ|รัตคต|อังสะ}} {{ปก2|3}} กระทำ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> hnpvemgf5933mxhgpe56m9p2b8gswvt 291333 291331 2026-07-03T09:53:51Z Lunlumita 12009 291333 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๓|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>เบี้ยเสีย มิได้ครองไตรจิวร กระทำจอมปลอมเหมือนสามเณร ไม่ได้ปลงผมโกนหนึ่งบ้างสองโกนบ้าง เที่ยวกลาง {{ซบ|วัน|คืน}} {{ปก2}} ดู {{ซบ|โขน|หนัง|หุ่น|ลคอน}} {{ปก2|4}} เบียดเสียดอุบาศกสีกา พูดจาตะหลกคนองเฮฮาหยาบช้าธารุณ ลางเหล่าเหนชายเดกลูกข้าราชการอนาประชาราษฎรรูปร่างหมดหน้า ก็พูดจาเกลี่ยกล่อมชักชวนไปไว้ แล้วกอดจูบหลับนอนเคล้าคลึง ไปไหนเอาไปด้วย แต่งตัวเดกโออวดปะกวดกัน เรียกว่า {{ซบ|ลูกสวาดิ|ลูกสุดใจ|ศรียตรานิงรัต|ยานัด}} {{ปก2|4}} ก็มีบ้าง ช่วงชิงกันหิงษาพยาบาทจนเกิดวิวาทตีรันกันตายด้วยไม้กะบองซั่น พิจารณาได้ตัวมารับเปนสัจ ได้ไม้กระบองซั่นเปนหลายอัน ลางพวกเหนสลุบกำปั่น<ref>ต้นฉะบับ: กำปัน แก้ตาม ก</ref> เหนสำเภาจีนเข้ามา ก็ขึ้นเที่ยวบนสำเภาซุกซนซื้อหาของเล่นปนละวล {{ซบ|จีน|จาม|ฝารัง}} {{ปก2|3}} ให้เดียรถีนิครนธดูหมิ่นก็มีบ้าง ลางพวกก็เที่ยวซื้อผ้าแพรพรรณในพ่วงแพแลร้าน {{ซบ|แขก|จีน}} {{ปก2}} เอาไปเยบย้อม<ref>ต้นฉะบับ: ยอม แก้ตาม ก</ref> เปนผ้า {{ซบ|ภาด|จิวร|สบง|สไป}} {{ปก2|4}} {{ซบ|กราบพระ|รัตคต|อังสะ}} {{ปก2|3}} กระทำ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> qd0h3np3oosohszfryxz7b6e3vmqbo0 291335 291333 2026-07-03T09:54:05Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291335 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๓|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>เบี้ยเสีย มิได้ครองไตรจิวร กระทำจอมปลอมเหมือนสามเณร ไม่ได้ปลงผมโกนหนึ่งบ้างสองโกนบ้าง เที่ยวกลาง {{ซบ|วัน|คืน}} {{ปก2}} ดู {{ซบ|โขน|หนัง|หุ่น|ลคอน}} {{ปก2|4}} เบียดเสียดอุบาศกสีกา พูดจาตะหลกคนองเฮฮาหยาบช้าธารุณ ลางเหล่าเหนชายเดกลูกข้าราชการอนาประชาราษฎรรูปร่างหมดหน้า ก็พูดจาเกลี่ยกล่อมชักชวนไปไว้ แล้วกอดจูบหลับนอนเคล้าคลึง ไปไหนเอาไปด้วย แต่งตัวเดกโออวดปะกวดกัน เรียกว่า {{ซบ|ลูกสวาดิ|ลูกสุดใจ|ศรียตรานิงรัต|ยานัด}} {{ปก2|4}} ก็มีบ้าง ช่วงชิงกันหิงษาพยาบาทจนเกิดวิวาทตีรันกันตายด้วยไม้กะบองซั่น พิจารณาได้ตัวมารับเปนสัจ ได้ไม้กระบองซั่นเปนหลายอัน ลางพวกเหนสลุบกำปั่น<ref>ต้นฉะบับ: กำปัน แก้ตาม ก</ref> เหนสำเภาจีนเข้ามา ก็ขึ้นเที่ยวบนสำเภาซุกซนซื้อหาของเล่นปนละวล {{ซบ|จีน|จาม|ฝารัง}} {{ปก2|3}} ให้เดียรถีนิครนธดูหมิ่นก็มีบ้าง ลางพวกก็เที่ยวซื้อผ้าแพรพรรณในพ่วงแพแลร้าน {{ซบ|แขก|จีน}} {{ปก2}} เอาไปเยบย้อม<ref>ต้นฉะบับ: ยอม แก้ตาม ก</ref> เปนผ้า {{ซบ|ภาด|จิวร|สบง|สไป}} {{ปก2|4}} {{ซบ|กราบพระ|รัตคต|อังสะ}} {{ปก2|3}} กระทำ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> pfa4cq61r3ugmz1d0sycz75rt79fo0m หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/65 250 90063 291332 2026-07-03T09:53:39Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291332 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๔|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> hoezi7vgda86l9y7sc19t69a53a0l9m 291334 291332 2026-07-03T09:53:59Z Lunlumita 12009 291334 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๔|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> dii1k5jgzfdrielxo4yf331kym3enhs 291337 291334 2026-07-03T09:56:22Z Lunlumita 12009 291337 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๔|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>เปนศรี {{ซบ|แสด|ชมภู}} {{ปก2}} นุ่งครองให้ต้องอาบัดเปนมหานิดสักคียทุกครั้ง ลางพวกก็ {{ซบ|นุ่ง|ห่ม}} {{ปก2}} แดง ลางพวกก็นุ่งห่มเปนแต่ศรีกร้ำกรุ่นอำปลัง คาดรัตคดบ้าง ไม่คาดรัตคดบ้าง คลุมศีศะ สูบบุหรี่ ดอกไม้ห้อยหู เดิร {{ซบ|กรีด|กราย}} {{ปก2}}<ref>x</ref> ตามกันดูจฆะราวาษ ลางจำพวกขึ้นพระพุทธบาท เดินทางคาดกะตุดโภกประเจียดถือ {{ซบ|ดาบ|กระบี่|กฤษ}} {{ปก2|3}} ดูจพวกโจร<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 0r73bbprdlic3eb798jelz8b4rn6gvy 291338 291337 2026-07-03T09:58:46Z Lunlumita 12009 291338 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๔|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>เปนศรี {{ซบ|แสด|ชมภู}} {{ปก2}} นุ่งครองให้ต้องอาบัดเปนมหานิดสักคียทุกครั้ง ลางพวกก็ {{ซบ|นุ่ง|ห่ม}} {{ปก2}} แดง ลางพวกก็นุ่งห่มเปนแต่ศรีกร้ำกรุ่นอำปลัง คาดรัตคดบ้าง ไม่คาดรัตคดบ้าง คลุมศีศะ สูบบุหรี่ ดอกไม้ห้อยหู เดิร {{ซบ|กรีด|กราย}} {{ปก2}}<ref>x</ref> ตามกันดูจฆะราวาษ ลางจำพวกขึ้นพระพุทธบาท เดินทางคาดกะตุดโภกประเจียดถือ {{ซบ|ดาบ|กระบี่|กฤษ}} {{ปก2|3}} ดูจพวกโจร ถึงพระพุทธบาทแล้วคุมกันเปนพวก ๆ กลางวันเข้าถ้ำร้อง {{ซบ|กลอน|ลำนำ}} {{ปก2}} หยอกสีกา กลางคืนก็คุลมศีศะตามกันตีวงร้องปรบไก่ดูจฆะราวาษ ลางจำพวกเปนนักสวด สับปรุษทายก<ref>x</ref> นิมนสวดพระมาไลย ไม่สวดต้องตามเนื้อความพระบาฬี ร้องเปนลำนำ {{ซบ|แขก|จีน|ญวน|มอญ|ฝารัง}} {{ปก2|5}} แล้วฉันษาคูเปียกแกงบวดเมียง {{ซบ|ซ่ม|ไบ}} {{ปก2}} กล้วยอ้อยก็มีบ้าง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 0kdqfiawfhsdggpac2st37srrytjjkc 291339 291338 2026-07-03T10:00:29Z Lunlumita 12009 291339 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๔|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>เปนศรี {{ซบ|แสด|ชมภู}} {{ปก2}} นุ่งครองให้ต้องอาบัดเปนมหานิดสักคียทุกครั้ง ลางพวกก็ {{ซบ|นุ่ง|ห่ม}} {{ปก2}} แดง ลางพวกก็นุ่งห่มเปนแต่ศรีกร้ำกรุ่นอำปลัง คาดรัตคดบ้าง ไม่คาดรัตคดบ้าง คลุมศีศะ สูบบุหรี่ ดอกไม้ห้อยหู เดิร {{ซบ|กรีด|กราย}} {{ปก2}}<ref>x</ref> ตามกันดูจฆะราวาษ ลางจำพวกขึ้นพระพุทธบาท เดินทางคาดกะตุดโภกประเจียดถือ {{ซบ|ดาบ|กระบี่|กฤษ}} {{ปก2|3}} ดูจพวกโจร ถึงพระพุทธบาทแล้วคุมกันเปนพวก ๆ กลางวันเข้าถ้ำร้อง {{ซบ|กลอน|ลำนำ}} {{ปก2}} หยอกสีกา กลางคืนก็คุลมศีศะตามกันตีวงร้องปรบไก่ดูจฆะราวาษ ลางจำพวกเปนนักสวด สับปรุษทายก<ref>x</ref> นิมนสวดพระมาไลย ไม่สวดต้องตามเนื้อความพระบาฬี ร้องเปนลำนำ {{ซบ|แขก|จีน|ญวน|มอญ|ฝารัง}} {{ปก2|5}} แล้วฉันษาคูเปียกแกงบวดเมียง {{ซบ|ซ่ม|ไบ}} {{ปก2}} กล้วยอ้อยก็มีบ้าง แลซึ่งพระสงฆสามเณรกระทำจุลาจลเปนมหาโจรปล้นพระสาศนาดั่งนี้ เพราะพระสงฆราชาคณะถานาณุกรมเจ้าอะธิการละเมินเสียมิได้ดูแล<ref>x</ref> กำชับห้ามปราม<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 6fgcxwp2j6s2230movzwe2823r4lwyl 291342 291339 2026-07-03T10:01:18Z Lunlumita 12009 291342 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๔|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>เปนศรี {{ซบ|แสด|ชมภู}} {{ปก2}} นุ่งครองให้ต้องอาบัดเปนมหานิดสักคียทุกครั้ง ลางพวกก็ {{ซบ|นุ่ง|ห่ม}} {{ปก2}} แดง ลางพวกก็นุ่งห่มเปนแต่ศรีกร้ำกรุ่นอำปลัง คาดรัตคดบ้าง ไม่คาดรัตคดบ้าง คลุมศีศะ สูบบุหรี่ ดอกไม้ห้อยหู เดิร {{ซบ|กรีด|กราย}} {{ปก2}}<ref>x</ref> ตามกันดูจฆะราวาษ ลางจำพวกขึ้นพระพุทธบาท เดินทางคาดกะตุดโภกประเจียดถือ {{ซบ|ดาบ|กระบี่|กฤษ}} {{ปก2|3}} ดูจพวกโจร ถึงพระพุทธบาทแล้วคุมกันเปนพวก ๆ กลางวันเข้าถ้ำร้อง {{ซบ|กลอน|ลำนำ}} {{ปก2}} หยอกสีกา กลางคืนก็คุลมศีศะตามกันตีวงร้องปรบไก่ดูจฆะราวาษ ลางจำพวกเปนนักสวด สับปรุษทายก<ref name = "ทายก"/> นิมนสวดพระมาไลย ไม่สวดต้องตามเนื้อความพระบาฬี ร้องเปนลำนำ {{ซบ|แขก|จีน|ญวน|มอญ|ฝารัง}} {{ปก2|5}} แล้วฉันษาคูเปียกแกงบวดเมียง {{ซบ|ซ่ม|ไบ}} {{ปก2}} กล้วยอ้อยก็มีบ้าง แลซึ่งพระสงฆสามเณรกระทำจุลาจลเปนมหาโจรปล้นพระสาศนาดั่งนี้ เพราะพระสงฆราชาคณะถานาณุกรมเจ้าอะธิการละเมินเสียมิได้ดูแล<ref>x</ref> กำชับห้ามปราม<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> sxvq9p92eky0nmxmogcwzwae91ufyvb 291343 291342 2026-07-03T10:01:48Z Lunlumita 12009 291343 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๔|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>เปนศรี {{ซบ|แสด|ชมภู}} {{ปก2}} นุ่งครองให้ต้องอาบัดเปนมหานิดสักคียทุกครั้ง ลางพวกก็ {{ซบ|นุ่ง|ห่ม}} {{ปก2}} แดง ลางพวกก็นุ่งห่มเปนแต่ศรีกร้ำกรุ่นอำปลัง คาดรัตคดบ้าง ไม่คาดรัตคดบ้าง คลุมศีศะ สูบบุหรี่ ดอกไม้ห้อยหู เดิร {{ซบ|กรีด|กราย}} {{ปก2}}<ref>ก: เดิรกรีดกราย</ref> ตามกันดูจฆะราวาษ ลางจำพวกขึ้นพระพุทธบาท เดินทางคาดกะตุดโภกประเจียดถือ {{ซบ|ดาบ|กระบี่|กฤษ}} {{ปก2|3}} ดูจพวกโจร ถึงพระพุทธบาทแล้วคุมกันเปนพวก ๆ กลางวันเข้าถ้ำร้อง {{ซบ|กลอน|ลำนำ}} {{ปก2}} หยอกสีกา กลางคืนก็คุลมศีศะตามกันตีวงร้องปรบไก่ดูจฆะราวาษ ลางจำพวกเปนนักสวด สับปรุษทายก<ref name = "ทายก"/> นิมนสวดพระมาไลย ไม่สวดต้องตามเนื้อความพระบาฬี ร้องเปนลำนำ {{ซบ|แขก|จีน|ญวน|มอญ|ฝารัง}} {{ปก2|5}} แล้วฉันษาคูเปียกแกงบวดเมียง {{ซบ|ซ่ม|ไบ}} {{ปก2}} กล้วยอ้อยก็มีบ้าง แลซึ่งพระสงฆสามเณรกระทำจุลาจลเปนมหาโจรปล้นพระสาศนาดั่งนี้ เพราะพระสงฆราชาคณะถานาณุกรมเจ้าอะธิการละเมินเสียมิได้ดูแล<ref>ก: คำว่า แล ไม่มี</ref> กำชับห้ามปราม<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 30h3isuulbvql1pad8z12l6wz7edai9 291344 291343 2026-07-03T10:01:59Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291344 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๔|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>เปนศรี {{ซบ|แสด|ชมภู}} {{ปก2}} นุ่งครองให้ต้องอาบัดเปนมหานิดสักคียทุกครั้ง ลางพวกก็ {{ซบ|นุ่ง|ห่ม}} {{ปก2}} แดง ลางพวกก็นุ่งห่มเปนแต่ศรีกร้ำกรุ่นอำปลัง คาดรัตคดบ้าง ไม่คาดรัตคดบ้าง คลุมศีศะ สูบบุหรี่ ดอกไม้ห้อยหู เดิร {{ซบ|กรีด|กราย}} {{ปก2}}<ref>ก: เดิรกรีดกราย</ref> ตามกันดูจฆะราวาษ ลางจำพวกขึ้นพระพุทธบาท เดินทางคาดกะตุดโภกประเจียดถือ {{ซบ|ดาบ|กระบี่|กฤษ}} {{ปก2|3}} ดูจพวกโจร ถึงพระพุทธบาทแล้วคุมกันเปนพวก ๆ กลางวันเข้าถ้ำร้อง {{ซบ|กลอน|ลำนำ}} {{ปก2}} หยอกสีกา กลางคืนก็คุลมศีศะตามกันตีวงร้องปรบไก่ดูจฆะราวาษ ลางจำพวกเปนนักสวด สับปรุษทายก<ref name = "ทายก"/> นิมนสวดพระมาไลย ไม่สวดต้องตามเนื้อความพระบาฬี ร้องเปนลำนำ {{ซบ|แขก|จีน|ญวน|มอญ|ฝารัง}} {{ปก2|5}} แล้วฉันษาคูเปียกแกงบวดเมียง {{ซบ|ซ่ม|ไบ}} {{ปก2}} กล้วยอ้อยก็มีบ้าง แลซึ่งพระสงฆสามเณรกระทำจุลาจลเปนมหาโจรปล้นพระสาศนาดั่งนี้ เพราะพระสงฆราชาคณะถานาณุกรมเจ้าอะธิการละเมินเสียมิได้ดูแล<ref>ก: คำว่า แล ไม่มี</ref> กำชับห้ามปราม<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> rlhy9a4oiawy0rqa3x8qihfrojcnxz7 291345 291344 2026-07-03T10:03:25Z Lunlumita 12009 291345 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๔|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>เปนศรี {{ซบ|แสด|ชมภู}} {{ปก2}} นุ่งครองให้ต้องอาบัดเปนมหานิดสักคียทุกครั้ง ลางพวกก็ {{ซบ|นุ่ง|ห่ม}} {{ปก2}} แดง ลางพวกก็นุ่งห่มเปนแต่ศรีกร้ำกรุ่นอำปลัง คาดรัตคดบ้าง ไม่คาดรัตคดบ้าง คลุมศีศะ สูบบุหรี่ ดอกไม้ห้อยหู เดิร {{ซบ|กรีด|กราย}} {{ปก2}}<ref>ก: เดิรกรีดกราย</ref> ตามกันดูจฆะราวาษ ลางจำพวกขึ้นพระพุทธบาท เดินทางคาดกะตุดโภกประเจียดถือ {{ซบ|ดาบ|กระบี่|กฤษ}} {{ปก2|3}} ดูจพวกโจร ถึงพระพุทธบาทแล้วคุมกันเปนพวก ๆ กลางวันเข้าถ้ำร้อง {{ซบ|กลอน|ลำนำ}} {{ปก2}} หยอกสีกา กลางคืนก็คุลมศีศะตามกันตีวงร้องปรบไก่ดูจฆะราวาษ ลางจำพวกเปนนักสวด สับปรุษทายก<ref name = "ทายก"/> นิมนสวดพระมาไลย ไม่สวดต้องตามเนื้อความพระบาฬี ร้องเปนลำนำ {{ซบ|แขก|จีน|ญวน|มอญ|ฝารัง}} {{ปก2|5}} แล้วฉันษาคูเปียกแกงบวดเมียง {{ซบ|ซ่ม|ไบ}} {{ปก2}} กล้วยอ้อยก็มีบ้าง แลซึ่งพระสงฆสามเณรกระทำจุลาจลเปนมหาโจรปล้นพระสาศนาดั่งนี้ เพราะพระสงฆราชาคณะถานาณุกรมเจ้าอะธิการละเมินเสียมิได้ดูแล<ref>ก: คำว่า แล ไม่มี</ref> กำชับห้ามปราม {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> otrwb4yv1pb0v23qvez48hdwhye1jrk หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/66 250 90064 291340 2026-07-03T10:00:50Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291340 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๕|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> cplxxanl21r4al56duqtak13e3uqxdk 291355 291340 2026-07-03T10:09:55Z Lunlumita 12009 291355 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๕|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>บัดนี้ให้ {{ซบ|||}} {{ปก2|3}} พร้อมกันชำระพระสงฆซึ่งเปนอละชียภิกษุ พิจารณารับเปนสัจ ให้พระราชทานผ้าขาวสึกออกเสียจากพระสาศนา เปนคนร้อยญี่สิบแปด ศักแขนเปนไพร่หลวงใช้ราชการที่หนัก หวังมิให้ดูเยี่ยงหย่างกัน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> nud4e28r7xqfd7l6elgtv97rk0sgrdy 291356 291355 2026-07-03T10:10:57Z Lunlumita 12009 291356 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๕|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>บัดนี้ให้ {{ซบ|||}} {{ปก2|3}} พร้อมกันชำระพระสงฆซึ่งเปนอละชียภิกษุ พิจารณารับเปนสัจ ให้พระราชทานผ้าขาวสึกออกเสียจากพระสาศนา เปนคนร้อยญี่สิบแปด ศักแขนเปนไพร่หลวงใช้ราชการที่หนัก หวังมิให้ดูเยี่ยงหย่างกัน แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ถ้าผู้ใดเหนพระสงฆกระทำอุลามกเปน<ref>x</ref> อละชียภิกษุ เสพสุรายาเมา กินน้ำตาซ่ม แลตะหลกขนอง เล่นเบี้ยชนไก่ กระทำให้ผิดเภศสมณะ ไม่ต้องด้วยพระวิไนยบัญญัติ ให้ว่ากล่าวตักเตือน ถ้ามิฟัง ให้ไปบอก {{ซบ||}} {{ปก2}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> j29fqcqbpcv0qkdkcjxm01bmyx3g0g6 291357 291356 2026-07-03T10:12:35Z Lunlumita 12009 291357 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๕|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>บัดนี้ให้ {{ซบ|||}} {{ปก2|3}} พร้อมกันชำระพระสงฆซึ่งเปนอละชียภิกษุ พิจารณารับเปนสัจ ให้พระราชทานผ้าขาวสึกออกเสียจากพระสาศนา เปนคนร้อยญี่สิบแปด ศักแขนเปนไพร่หลวงใช้ราชการที่หนัก หวังมิให้ดูเยี่ยงหย่างกัน แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ถ้าผู้ใดเหนพระสงฆกระทำอุลามกเปน<ref>x</ref> อละชียภิกษุ เสพสุรายาเมา กินน้ำตาซ่ม แลตะหลกขนอง เล่นเบี้ยชนไก่ กระทำให้ผิดเภศสมณะ ไม่ต้องด้วยพระวิไนยบัญญัติ ให้ว่ากล่าวตักเตือน ถ้ามิฟัง ให้ไปบอก {{ซบ||}} {{ปก2}} อนึ่งถ้าผู้ใดล้มตาย ห้ามอย่าให้เจ้าภาพนิมนพระสงฆสวดพระมาไลย ให้นิมนสวดแต่พระอะภิธรรม แลสวดให้สำรวดไปปรกติ อย่าให้ร้องเปนลำนำ {{ซบ|||}} {{ปก2|3}} แลให้เจ้าภาพปรนนิบัดเปนแต่อัฐบานน้ำชายาเสียง อย่าให้เลี้ยง {{ซบ||}} {{ปก2}} เมียง {{ซบ||}} {{ปก2}} กล้วยอ้อยของ {{ซบ||}} {{ปก2}} เปนอันขาด ถ้าฆะราวาษที่มาช่วยจะสวดพระมาไลยก็ตามเถิด แต่อย่าให้สวดเปนลำนำ {{ซบ||}} {{ปก2}}{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> fx36ql6rchg28nx5rggpft0syn77me7 291358 291357 2026-07-03T10:13:12Z Lunlumita 12009 291358 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๕|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>บัดนี้ให้ {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานาณุกรม|สงกะรียธรรมการ|ราชบัณฑิตย}} {{ปก2|5}} พร้อมกันชำระพระสงฆซึ่งเปนอละชียภิกษุ พิจารณารับเปนสัจ ให้พระราชทานผ้าขาวสึกออกเสียจากพระสาศนา เปนคนร้อยญี่สิบแปด ศักแขนเปนไพร่หลวงใช้ราชการที่หนัก หวังมิให้ดูเยี่ยงหย่างกัน แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ถ้าผู้ใดเหนพระสงฆกระทำอุลามกเปน<ref>x</ref> อละชียภิกษุ เสพสุรายาเมา กินน้ำตาซ่ม แลตะหลกขนอง เล่นเบี้ยชนไก่ กระทำให้ผิดเภศสมณะ ไม่ต้องด้วยพระวิไนยบัญญัติ ให้ว่ากล่าวตักเตือน ถ้ามิฟัง ให้ไปบอก {{ซบ||}} {{ปก2}} อนึ่งถ้าผู้ใดล้มตาย ห้ามอย่าให้เจ้าภาพนิมนพระสงฆสวดพระมาไลย ให้นิมนสวดแต่พระอะภิธรรม แลสวดให้สำรวดไปปรกติ อย่าให้ร้องเปนลำนำ {{ซบ|||}} {{ปก2|3}} แลให้เจ้าภาพปรนนิบัดเปนแต่อัฐบานน้ำชายาเสียง อย่าให้เลี้ยง {{ซบ||}} {{ปก2}} เมียง {{ซบ||}} {{ปก2}} กล้วยอ้อยของ {{ซบ||}} {{ปก2}} เปนอันขาด ถ้าฆะราวาษที่มาช่วยจะสวดพระมาไลยก็ตามเถิด แต่อย่าให้สวดเปนลำนำ {{ซบ||}} {{ปก2}}{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 3wy2l82476iznxn716kap10jwxo663n 291359 291358 2026-07-03T10:13:42Z Lunlumita 12009 291359 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๕|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>บัดนี้ให้ {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานาณุกรม|สงกะรียธรรมการ|ราชบัณฑิตย}} {{ปก2|4}} พร้อมกันชำระพระสงฆซึ่งเปนอละชียภิกษุ พิจารณารับเปนสัจ ให้พระราชทานผ้าขาวสึกออกเสียจากพระสาศนา เปนคนร้อยญี่สิบแปด ศักแขนเปนไพร่หลวงใช้ราชการที่หนัก หวังมิให้ดูเยี่ยงหย่างกัน แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ถ้าผู้ใดเหนพระสงฆกระทำอุลามกเปน<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า เปน ลบเสีย เพิ่มตาม ก</ref> อละชียภิกษุ เสพสุรายาเมา กินน้ำตาซ่ม แลตะหลกขนอง เล่นเบี้ยชนไก่ กระทำให้ผิดเภศสมณะ ไม่ต้องด้วยพระวิไนยบัญญัติ ให้ว่ากล่าวตักเตือน ถ้ามิฟัง ให้ไปบอก {{ซบ||}} {{ปก2}} อนึ่งถ้าผู้ใดล้มตาย ห้ามอย่าให้เจ้าภาพนิมนพระสงฆสวดพระมาไลย ให้นิมนสวดแต่พระอะภิธรรม แลสวดให้สำรวดไปปรกติ อย่าให้ร้องเปนลำนำ {{ซบ|||}} {{ปก2|3}} แลให้เจ้าภาพปรนนิบัดเปนแต่อัฐบานน้ำชายาเสียง อย่าให้เลี้ยง {{ซบ||}} {{ปก2}} เมียง {{ซบ||}} {{ปก2}} กล้วยอ้อยของ {{ซบ||}} {{ปก2}} เปนอันขาด ถ้าฆะราวาษที่มาช่วยจะสวดพระมาไลยก็ตามเถิด แต่อย่าให้สวดเปนลำนำ {{ซบ||}} {{ปก2}}{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> j5gu0amy9dygud82uxh10ubbvpsimrb 291360 291359 2026-07-03T10:14:24Z Lunlumita 12009 291360 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๕|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>บัดนี้ให้ {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานาณุกรม|สงกะรียธรรมการ|ราชบัณฑิตย}} {{ปก2|4}} พร้อมกันชำระพระสงฆซึ่งเปนอละชียภิกษุ พิจารณารับเปนสัจ ให้พระราชทานผ้าขาวสึกออกเสียจากพระสาศนา เปนคนร้อยญี่สิบแปด ศักแขนเปนไพร่หลวงใช้ราชการที่หนัก หวังมิให้ดูเยี่ยงหย่างกัน แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ถ้าผู้ใดเหนพระสงฆกระทำอุลามกเปน<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า เปน ลบเสีย เพิ่มตาม ก</ref> อละชียภิกษุ เสพสุรายาเมา กินน้ำตาซ่ม แลตะหลกขนอง เล่นเบี้ยชนไก่ กระทำให้ผิดเภศสมณะ ไม่ต้องด้วยพระวิไนยบัญญัติ ให้ว่ากล่าวตักเตือน ถ้ามิฟัง ให้ไปบอก {{ซบ|เจ้าอะธิการ|เจ้าคะณะ}} {{ปก2}} อนึ่งถ้าผู้ใดล้มตาย ห้ามอย่าให้เจ้าภาพนิมนพระสงฆสวดพระมาไลย ให้นิมนสวดแต่พระอะภิธรรม แลสวดให้สำรวดไปปรกติ อย่าให้ร้องเปนลำนำ {{ซบ|||}} {{ปก2|3}} แลให้เจ้าภาพปรนนิบัดเปนแต่อัฐบานน้ำชายาเสียง อย่าให้เลี้ยง {{ซบ||}} {{ปก2}} เมียง {{ซบ||}} {{ปก2}} กล้วยอ้อยของ {{ซบ||}} {{ปก2}} เปนอันขาด ถ้าฆะราวาษที่มาช่วยจะสวดพระมาไลยก็ตามเถิด แต่อย่าให้สวดเปนลำนำ {{ซบ||}} {{ปก2}}{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> p7npso9sl9ye811jvn2etj4za1lmbaw 291361 291360 2026-07-03T10:17:06Z Lunlumita 12009 291361 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๕|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>บัดนี้ให้ {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานาณุกรม|สงกะรียธรรมการ|ราชบัณฑิตย}} {{ปก2|4}} พร้อมกันชำระพระสงฆซึ่งเปนอละชียภิกษุ พิจารณารับเปนสัจ ให้พระราชทานผ้าขาวสึกออกเสียจากพระสาศนา เปนคนร้อยญี่สิบแปด ศักแขนเปนไพร่หลวงใช้ราชการที่หนัก หวังมิให้ดูเยี่ยงหย่างกัน แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ถ้าผู้ใดเหนพระสงฆกระทำอุลามกเปน<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า เปน ลบเสีย เพิ่มตาม ก</ref> อละชียภิกษุ เสพสุรายาเมา กินน้ำตาซ่ม แลตะหลกขนอง เล่นเบี้ยชนไก่ กระทำให้ผิดเภศสมณะ ไม่ต้องด้วยพระวิไนยบัญญัติ ให้ว่ากล่าวตักเตือน ถ้ามิฟัง ให้ไปบอก {{ซบ|เจ้าอะธิการ|เจ้าคะณะ}} {{ปก2}} อนึ่งถ้าผู้ใดล้มตาย ห้ามอย่าให้เจ้าภาพนิมนพระสงฆสวดพระมาไลย ให้นิมนสวดแต่พระอะภิธรรม แลสวดให้สำรวดไปปรกติ อย่าให้ร้องเปนลำนำ {{ซบ|แขก|จีน|ฝารัง|มอญ}} {{ปก2|4}} แลให้เจ้าภาพปรนนิบัดเปนแต่อัฐบานน้ำชายาเสียง อย่าให้เลี้ยง {{ซบ|ษาคู|แกงบวด}} {{ปก2}} เมียง {{ซบ|ซ่ม|ใบ}} {{ปก2}} กล้วยอ้อยของ {{ซบ|กัด|เคี้ยว}} {{ปก2}} เปนอันขาด ถ้าฆะราวาษที่มาช่วยจะสวดพระมาไลยก็ตามเถิด แต่อย่าให้สวดเปนลำนำ {{ซบ|ตะหลก|ขนอง}} {{ปก2}}{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> cgwpq15q8c3i1mm2crvpept84xjii0u 291362 291361 2026-07-03T10:17:26Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291362 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๕|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>บัดนี้ให้ {{ซบ|พระราชาคณะ|ถานาณุกรม|สงกะรียธรรมการ|ราชบัณฑิตย}} {{ปก2|4}} พร้อมกันชำระพระสงฆซึ่งเปนอละชียภิกษุ พิจารณารับเปนสัจ ให้พระราชทานผ้าขาวสึกออกเสียจากพระสาศนา เปนคนร้อยญี่สิบแปด ศักแขนเปนไพร่หลวงใช้ราชการที่หนัก หวังมิให้ดูเยี่ยงหย่างกัน แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ถ้าผู้ใดเหนพระสงฆกระทำอุลามกเปน<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า เปน ลบเสีย เพิ่มตาม ก</ref> อละชียภิกษุ เสพสุรายาเมา กินน้ำตาซ่ม แลตะหลกขนอง เล่นเบี้ยชนไก่ กระทำให้ผิดเภศสมณะ ไม่ต้องด้วยพระวิไนยบัญญัติ ให้ว่ากล่าวตักเตือน ถ้ามิฟัง ให้ไปบอก {{ซบ|เจ้าอะธิการ|เจ้าคะณะ}} {{ปก2}} อนึ่งถ้าผู้ใดล้มตาย ห้ามอย่าให้เจ้าภาพนิมนพระสงฆสวดพระมาไลย ให้นิมนสวดแต่พระอะภิธรรม แลสวดให้สำรวดไปปรกติ อย่าให้ร้องเปนลำนำ {{ซบ|แขก|จีน|ฝารัง|มอญ}} {{ปก2|4}} แลให้เจ้าภาพปรนนิบัดเปนแต่อัฐบานน้ำชายาเสียง อย่าให้เลี้ยง {{ซบ|ษาคู|แกงบวด}} {{ปก2}} เมียง {{ซบ|ซ่ม|ใบ}} {{ปก2}} กล้วยอ้อยของ {{ซบ|กัด|เคี้ยว}} {{ปก2}} เปนอันขาด ถ้าฆะราวาษที่มาช่วยจะสวดพระมาไลยก็ตามเถิด แต่อย่าให้สวดเปนลำนำ {{ซบ|ตะหลก|ขนอง}} {{ปก2}}{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> p9zcks0pm8x02acddk9r3aje1wonjuo หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/67 250 90065 291346 2026-07-03T10:03:40Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 291346 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๖|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 6r2qppssqnp0up3vb62edrlab83utjs 291347 291346 2026-07-03T10:05:27Z Lunlumita 12009 291347 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๖|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ประการหนึ่งห้ามอย่าให้อนาประชาราษฎรลูกค้าร้านแพแขกจีนไทยขายผ้าแพรพรรณแก่พระสงฆสามเณรเปนอันขาดทีเดียว ถ้าผู้ใดมิฟัง ยังคืนคบหา {{ซบ||}} {{ปก2}} ให้สวดพระมาไลย เล่น {{ซบ||}} {{ปก2}} แลขายผ้าแพรพรรณแก่ {{ซบ||}} {{ปก2}} ดูจหนึ่งแต่หลัง จะเอาตัวเปนโทษจงหนัก<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> jjbampo1xutqw7zsxb2ck229xo2miwt 291349 291347 2026-07-03T10:06:06Z Lunlumita 12009 291349 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๖|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ประการหนึ่งห้ามอย่าให้อนาประชาราษฎรลูกค้าร้านแพแขกจีนไทยขายผ้าแพรพรรณแก่พระสงฆสามเณรเปนอันขาดทีเดียว ถ้าผู้ใดมิฟัง ยังคืนคบหา {{ซบ||}} {{ปก2}} ให้สวดพระมาไลย เล่น {{ซบ||}} {{ปก2}} แลขายผ้าแพรพรรณแก่ {{ซบ||}} {{ปก2}} ดูจหนึ่งแต่หลัง จะเอาตัวเปนโทษจงหนัก แลให้สัศดีหมายบอกข้าทูลอองฯ ให้กรมพระนครบาลนายอำเพอประกาศเป้าร้องอนาประชาราษฎรลูกค้าวานิชพ่วงแพร้าน {{ซบ||}} {{ปก2}} แลให้ {{ซบ||}} {{ปก2}} มีตราไปถึงหัวเมือทังปวงจงทั่ว<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> tgfhidju92in9qf72h0skfnkr0jd705 291350 291349 2026-07-03T10:06:36Z Lunlumita 12009 291350 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๖|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ประการหนึ่งห้ามอย่าให้อนาประชาราษฎรลูกค้าร้านแพแขกจีนไทยขายผ้าแพรพรรณแก่พระสงฆสามเณรเปนอันขาดทีเดียว ถ้าผู้ใดมิฟัง ยังคืนคบหา {{ซบ|พระสงฆ|สามเณร}} {{ปก2}} ให้สวดพระมาไลย เล่น {{ซบ|ตะหลก|ขนอง}} {{ปก2}} แลขายผ้าแพรพรรณแก่ {{ซบ|พระสงฆ|สามเณร}} {{ปก2}} ดูจหนึ่งแต่หลัง จะเอาตัวเปนโทษจงหนัก แลให้สัศดีหมายบอกข้าทูลอองฯ ให้กรมพระนครบาลนายอำเพอประกาศเป้าร้องอนาประชาราษฎรลูกค้าวานิชพ่วงแพร้าน {{ซบ||}} {{ปก2}} แลให้ {{ซบ||}} {{ปก2}} มีตราไปถึงหัวเมือทังปวงจงทั่ว<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 1cbu7mf6y7glv2qn7t4x67soxmk0do7 291351 291350 2026-07-03T10:06:56Z Lunlumita 12009 291351 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๖|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ประการหนึ่งห้ามอย่าให้อนาประชาราษฎรลูกค้าร้านแพแขกจีนไทยขายผ้าแพรพรรณแก่พระสงฆสามเณรเปนอันขาดทีเดียว ถ้าผู้ใดมิฟัง ยังคืนคบหา {{ซบ|พระสงฆ|สามเณร}} {{ปก2}} ให้สวดพระมาไลย เล่น {{ซบ|ตะหลก|ขนอง}} {{ปก2}} แลขายผ้าแพรพรรณแก่ {{ซบ|พระสงฆ|สามเณร}} {{ปก2}} ดูจหนึ่งแต่หลัง จะเอาตัวเปนโทษจงหนัก แลให้สัศดีหมายบอกข้าทูลอองฯ ให้กรมพระนครบาลนายอำเพอประกาศเป้าร้องอนาประชาราษฎรลูกค้าวานิชพ่วงแพร้าน {{ซบ|||}} {{ปก2|3}} แลให้ {{ซบ|||}} {{ปก2|3}} มีตราไปถึงหัวเมือทังปวงจงทั่ว<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> lfxxl6ajekhvf4d1apenq7rl9fjs6bp 291352 291351 2026-07-03T10:07:28Z Lunlumita 12009 291352 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๖|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ประการหนึ่งห้ามอย่าให้อนาประชาราษฎรลูกค้าร้านแพแขกจีนไทยขายผ้าแพรพรรณแก่พระสงฆสามเณรเปนอันขาดทีเดียว ถ้าผู้ใดมิฟัง ยังคืนคบหา {{ซบ|พระสงฆ|สามเณร}} {{ปก2}} ให้สวดพระมาไลย เล่น {{ซบ|ตะหลก|ขนอง}} {{ปก2}} แลขายผ้าแพรพรรณแก่ {{ซบ|พระสงฆ|สามเณร}} {{ปก2}} ดูจหนึ่งแต่หลัง จะเอาตัวเปนโทษจงหนัก แลให้สัศดีหมายบอกข้าทูลอองฯ ให้กรมพระนครบาลนายอำเพอประกาศเป้าร้องอนาประชาราษฎรลูกค้าวานิชพ่วงแพร้าน {{ซบ|แขก|จีน|ไทย}} {{ปก2|3}} แลให้ {{ซบ|มหาดไท|กลาโหม|กรมท่า}} {{ปก2|3}} มีตราไปถึงหัวเมือทังปวงจงทั่ว<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 3pjc9o8h99tvr0xe2fwhyeef7u7nm82 291353 291352 2026-07-03T10:08:46Z Lunlumita 12009 291353 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๖|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ประการหนึ่งห้ามอย่าให้อนาประชาราษฎรลูกค้าร้านแพแขกจีนไทยขายผ้าแพรพรรณแก่พระสงฆสามเณรเปนอันขาดทีเดียว ถ้าผู้ใดมิฟัง ยังคืนคบหา {{ซบ|พระสงฆ|สามเณร}} {{ปก2}} ให้สวดพระมาไลย เล่น {{ซบ|ตะหลก|ขนอง}} {{ปก2}} แลขายผ้าแพรพรรณแก่ {{ซบ|พระสงฆ|สามเณร}} {{ปก2}} ดูจหนึ่งแต่หลัง จะเอาตัวเปนโทษจงหนัก แลให้สัศดีหมายบอกข้าทูลอองฯ ให้กรมพระนครบาลนายอำเพอประกาศเป้าร้องอนาประชาราษฎรลูกค้าวานิชพ่วงแพร้าน {{ซบ|แขก|จีน|ไทย}} {{ปก2|3}} แลให้ {{ซบ|มหาดไท|กลาโหม|กรมท่า}} {{ปก2|3}} มีตราไปถึงหัวเมือทังปวงจงทั่ว กฏให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๑๓|๗|+}} ค่ำ จุลศักราชพันร้อยหกสิบสาม ปีระกาตรีนิศก<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 9ot746fi1qyteexpfrg22sq4tt2pfi1 291354 291353 2026-07-03T10:08:57Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 291354 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๕๖|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>ประการหนึ่งห้ามอย่าให้อนาประชาราษฎรลูกค้าร้านแพแขกจีนไทยขายผ้าแพรพรรณแก่พระสงฆสามเณรเปนอันขาดทีเดียว ถ้าผู้ใดมิฟัง ยังคืนคบหา {{ซบ|พระสงฆ|สามเณร}} {{ปก2}} ให้สวดพระมาไลย เล่น {{ซบ|ตะหลก|ขนอง}} {{ปก2}} แลขายผ้าแพรพรรณแก่ {{ซบ|พระสงฆ|สามเณร}} {{ปก2}} ดูจหนึ่งแต่หลัง จะเอาตัวเปนโทษจงหนัก แลให้สัศดีหมายบอกข้าทูลอองฯ ให้กรมพระนครบาลนายอำเพอประกาศเป้าร้องอนาประชาราษฎรลูกค้าวานิชพ่วงแพร้าน {{ซบ|แขก|จีน|ไทย}} {{ปก2|3}} แลให้ {{ซบ|มหาดไท|กลาโหม|กรมท่า}} {{ปก2|3}} มีตราไปถึงหัวเมือทังปวงจงทั่ว กฏให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๑๓|๗|+}} ค่ำ จุลศักราชพันร้อยหกสิบสาม ปีระกาตรีนิศก<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> l8f3ugdzvc22fb2y8lisr5csi0zw8lv หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/5 250 90066 291348 2026-07-03T10:05:38Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "เป็นตำหนักเก่า ตัวตึกเคยใช้เป็นที่เก็บศพของบรรพบุรุษมาหลายชั่วอายุคน บรรยากาศในบานดูวังเวง น่าเกรงขาม จึงทำให้ เหม เวชกร เขียนเรื่องผีได้ดี แม้ว่าผีในเรื่อง..." 291348 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๖}}</noinclude>เป็นตำหนักเก่า ตัวตึกเคยใช้เป็นที่เก็บศพของบรรพบุรุษมาหลายชั่วอายุคน บรรยากาศในบานดูวังเวง น่าเกรงขาม จึงทำให้ เหม เวชกร เขียนเรื่องผีได้ดี แม้ว่าผีในเรื่องสั้นของเขาจะไม่ใช่ผีที่มีรูปร่างน่าเกลียดหรือน่าขยะแขยง หากเป็นผีที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์ แต่กระนั้นก็ยังน่ากลัวจนขนหัวลุก ในการพิมพ์ผลงานวรรณกรรมแนวสยองขวัญของ เหม เวชกร เล่มวิญญาณที่เร่ร่อน ครั้งล่าสุดนี้ สำนักพิมพ์ได้ยึดฉบับของสำนักพิมพ์บรรณาคารเป็นต้นแบบโดยมิได้จัดชุดหรือลำดับเรื่องใหม่ เพราะตั้งใจให้เป็นการพิมพ์เพื่อรักษาต้นฉบับ ต่ออายุหนังสือเก่าไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป แต่มีการแก้ตัวสะกดบางคำให้ถูกต้องตามที่กำหนดใช้ในปัจจุบัน นอกจากเล่ม วิญญาณที่เร่ร่อน แล้ว สำนักพิมพ์วิริยะยังได้ต้นฉบับเล่มอื่นๆ ของ เหม เวชกร เช่น ปิศาจของไทย ใครอยู่ในอากาศ ผู้ไม่มีร่างกาย ฯลฯ จากผู้ดูแลรักษาผลประโยชน์ลิขสิทธิ์งานของ เหม เวชกร หากผู้อ่านให้การตอบรับด้วยดี สำนักพิมพ์วิริยะจะทยอยพิมพ์ออกมาเผยแพร่ต่อไป สำนักพิมพ์วิริยะ<noinclude></noinclude> jbbvu3hji2gfot58tzi21z3kv2n7ywi ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉะบับหลวงตรา 3 ดวง/เล่ม 3/ส่วนที่ 1 0 90067 291381 2026-07-03T10:36:03Z Lunlumita 12009 สร้างหน้าด้วย "{{header | title = {{ลปร1|2|3}} | year = 2482 | author = | editor = | translator = | section = 1. กฎพระสงฆ | contributor = | previous = [[../|หน้าต้น]] | next = {{ลปร1|4|3|2}} | notes = | portal = }} <pages index="Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu" from="12" to="67"/> ---- {{รกออ}} {{รกออ|group=วซ}}" 291381 wikitext text/x-wiki {{header | title = {{ลปร1|2|3}} | year = 2482 | author = | editor = | translator = | section = 1. กฎพระสงฆ | contributor = | previous = [[../|หน้าต้น]] | next = {{ลปร1|4|3|2}} | notes = | portal = }} <pages index="Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu" from="12" to="67"/> ---- {{รกออ}} {{รกออ|group=วซ}} l9n1qvfkk5jxwajfpvdynxkfrvh4tqz