วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.47.0-wmf.9 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/93 250 37862 291715 291713 2026-07-04T15:40:08Z Lunlumita 12009 291715 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๗๗}}</noinclude>หนักลง วันหนึ่ง หม่อมปีย์เสด็จออกมาสรงพระภักตร์อยู่ณษาสา พญาสุรศักดิเข้าไปจะจับ หม่อมปีย์วิ่งเข้าไปในที่พระบรรธมร้องว่า ทูลกระหม่อมแก้ว ช่วยเกล้ากระหม่อมฉันด้วย สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวตรัสว่า อ้ายพ่อลูกนี้คิดทรยศจะเอาสมบัติ แล้วมีพระราชโองการสั่งให้ประจุพระแสงปืนข้างที่ แล้วให้พญาเพชราชา พญาสุรศักดิ ก็เข้าไปยืนอยู่ที่พระทวารทั้งสองคน สมเด็จพระนารายน์เปนเจ้าเสด็จบรรธมอยู่ ยื่นพระหัตถ์คลำเอาพระแสงปืน เผยอพระองค์จะลุกขึ้น ก็ลุกขึ้นมิได้ กลับบรรธมหลับพระเนตร ครั้นเพลาบ่าย พญาเพทราชาให้ไปเชิญพญาวิไชเยนทร์เข้ามาว่าปฤกษาราชการ แล้วให้ตำรวจไปกำกับประตูพระราชวัง สั่งว่า ข้าทูลลอองธุลีพระบาทฝ่ายทหารฝ่ายพลเรือนจะเข้ามาเฝ้า ให้เข้ามาแต่ถาดหมากคนโทมัดเฝ้า ครั้นพญาวิไชเยนทร์เข้ามาพร้อมกันณศาลาลูกขุน พญาเพทราชาว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรอยู่บ้านป่าเมืองดอน เราจะให้แต่งกองร้อยกองตระเวน แลกองร้อยรอบพระราชวังชั้นหนึ่ง น่าเพนียดชั้นหนึ่ง พระตำหนักชุบศรนั้นไว้แต่ม้าเร็วคอยเหตุ พญาวิไชเยนทร์จึงตอบว่า ท่านว่าชอบแล้ว ก็ชวนกันขึ้นไปบนเชิงเทิน พญาวิไชเยนทร์ก็จัดป้อมปากตลาดฉลากให้เจ้าน่าที่อยู่รักษา พญาวิไชเยนทร์เดินไปประมาณเส้นหนึ่ง รักษาองค์เอาตะบองทีท้องหกล้มลง แล้วพญาสุรศักดิเข้าไปจับหม่อมปีย์ได้ เอาไปล้างเสียทั้ง<noinclude></noinclude> haduiq42nmvde3gllxhqzzso54em3x6 291716 291715 2026-07-04T15:41:50Z Lunlumita 12009 291716 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๗๗}}</noinclude>หนักลง วันหนึ่งหม่อมปีย์เสด็จออกมาสรงพระภักตร์อยู่ณษาสา พญาสุรศักดิเข้าไปจะจับ หม่อมปีย์วิ่งเข้าไปในที่พระบรรธม ร้องว่าทูลกระหม่อมแก้ว ช่วยเกล้ากระหม่อมฉันด้วย สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวตรัสว่าอ้ายพ่อลูกนี้คิดทรยศจะเอาสมบัติแล้ว มีพระราชโองการสั่งให้ประจุพระแสงปืนข้างที่ แล้วให้หาพญาเพชราชา พญาสุรศักดิ ก็เข้าไปยืนอยู่ที่พระทวารทั้งสองคน สมเด็จพระนารายน์เปนเจ้าเสด็จบรรธมอยู่ ยื่นพระหัดถ์คลำเอาพระแสงปืน เผยอพระองค์จะลุกขึ้น ก็ลุกขึ้นมิได้ กลับบรรธมหลับพระเนตร ครั้นเพลาบ่ายพญาเพทราชาให้ไปเชิญพญาวิไชเยนทร์เข้ามาว่าปฤกษาราชการ แล้วให้ตำรวจไปกำกับประตูพระราชวัง สั่งว่าข้าทูลลอองธุลีพระบาทฝ่ายทหารพลเรือนจะเข้ามาเฝ้า ให้เข้ามาแต่ถาดหมากคนโทมัดเฝ้า ครั้นพญาวิไชเยนทร์เข้ามาพร้อมกันณศาลาลูกขุน พญาเพทราชาว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรอยู่บ้านป่าเมืองดอน เราจะให้แต่งกองร้อยกองตระเวน แลกองร้อยรอบพระราชวังชั้นหนึ่ง น่าเพนียดชั้นหนึ่ง พระตำหนักชุบศรนั้นไว้แต่ม้าเร็วคอยเหตุ พญาวิไชเยนทร์จึงตอบว่า ท่านว่าชอบแล้ว ก็ชวนกันขึ้นไปบนเชิงเทิน พญาวิไชเยนทร์ก็จัดป้อมปากตลาดฉลากให้เจ้าน่าที่อยู่รักษา พญาวิไชเยนทร์เดินไปประมาณเส้นหนึ่ง รักษาองค์เอาตะบองทีท้องหกล้มลง แล้วพญาสุรศักดิเข้าไปจับหม่อมปีย์ได้ เอาไปล้างเสียทั้ง<noinclude></noinclude> 8fbn08q2r3sp0ow8z98xv82nwbw22a5 291717 291716 2026-07-04T15:43:03Z Lunlumita 12009 291717 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๗๗}}</noinclude>หนักลง วันหนึ่งหม่อมปีย์เสด็จออกมาสรงพระภักตร์อยู่ณษาสา พญาสุรศักดิเข้าไปจะจับ หม่อมปีย์วิ่งเข้าไปในที่พระบรรธม ร้องว่าทูลกระหม่อมแก้ว ช่วยเกล้ากระหม่อมฉันด้วย สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวตรัสว่าอ้ายพ่อลูกนี้คิดทรยศจะเอาสมบัติแล้ว มีพระราชโองการสั่งให้ประจุพระแสงปืนข้างที่ แล้วให้หาพญาเพชราชา พญาสุรศักดิ ก็เข้าไปยืนอยู่ที่พระทวารทั้งสองคน สมเด็จพระนารายน์เปนเจ้าเสด็จบรรธมอยู่ ยื่นพระหัดถ์คลำเอาพระแสงปืน เผยอพระองค์จะลุกขึ้น ก็ลุกขึ้นมิได้ กลับบรรธมหลับพระเนตร ครั้นเพลาบ่ายพญาเพทราชาให้ไปเชิญพญาวิไชเยนทร์เข้ามาว่าปฤกษาราชการ แล้วให้ตำรวจไปกำกับประตูพระราชวัง สั่งว่าข้าทูลลอองธุลีพระบาทฝ่ายทหารพลเรือนจะเข้ามาเฝ้า ให้เข้ามาแต่ถาดหมากคนโทมัดเฝ้า ครั้นพญาวิไชเยนทร์เข้ามาพร้อมกันณศาลาลูกขุน พญาเพทราชาว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรอยู่บ้านป่าเมืองดอน เราจะให้แต่งกองร้อยกองตระเวน แลกองร้อยรอบพระราชวังชั้นหนึ่ง น่าเพนียดชั้นหนึ่ง พระตำหนักชุบศรนั้นไว้แต่ม้าเร็วคอยเหตุ พญาวิไชเยนทร์จึงตอบว่าท่านว่าชอบแล้ว ก็ชวนกันขึ้นไปบนเชิงเทิน พญาวิไชเยนทร์ก็จัดป้อมปากตลาดฉลากให้เจ้าน่าที่อยู่รักษา พญาวิไชเยนทร์เดินไปประมาณเส้นหนึ่ง รักษาองค์เอาตะบองตีท้องหกล้มลง แล้วพญาสุรศักดิเข้าไปจับหม่อมปีย์ได้ เอาไปล้างเสียทั้ง<noinclude></noinclude> n2rrdbvoxjtkxns41l2b99tx3qvob2r 291718 291717 2026-07-04T15:43:14Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291718 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๗๗}}</noinclude>หนักลง วันหนึ่งหม่อมปีย์เสด็จออกมาสรงพระภักตร์อยู่ณษาสา พญาสุรศักดิเข้าไปจะจับ หม่อมปีย์วิ่งเข้าไปในที่พระบรรธม ร้องว่าทูลกระหม่อมแก้ว ช่วยเกล้ากระหม่อมฉันด้วย สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวตรัสว่าอ้ายพ่อลูกนี้คิดทรยศจะเอาสมบัติแล้ว มีพระราชโองการสั่งให้ประจุพระแสงปืนข้างที่ แล้วให้หาพญาเพชราชา พญาสุรศักดิ ก็เข้าไปยืนอยู่ที่พระทวารทั้งสองคน สมเด็จพระนารายน์เปนเจ้าเสด็จบรรธมอยู่ ยื่นพระหัดถ์คลำเอาพระแสงปืน เผยอพระองค์จะลุกขึ้น ก็ลุกขึ้นมิได้ กลับบรรธมหลับพระเนตร ครั้นเพลาบ่ายพญาเพทราชาให้ไปเชิญพญาวิไชเยนทร์เข้ามาว่าปฤกษาราชการ แล้วให้ตำรวจไปกำกับประตูพระราชวัง สั่งว่าข้าทูลลอองธุลีพระบาทฝ่ายทหารพลเรือนจะเข้ามาเฝ้า ให้เข้ามาแต่ถาดหมากคนโทมัดเฝ้า ครั้นพญาวิไชเยนทร์เข้ามาพร้อมกันณศาลาลูกขุน พญาเพทราชาว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรอยู่บ้านป่าเมืองดอน เราจะให้แต่งกองร้อยกองตระเวน แลกองร้อยรอบพระราชวังชั้นหนึ่ง น่าเพนียดชั้นหนึ่ง พระตำหนักชุบศรนั้นไว้แต่ม้าเร็วคอยเหตุ พญาวิไชเยนทร์จึงตอบว่าท่านว่าชอบแล้ว ก็ชวนกันขึ้นไปบนเชิงเทิน พญาวิไชเยนทร์ก็จัดป้อมปากตลาดฉลากให้เจ้าน่าที่อยู่รักษา พญาวิไชเยนทร์เดินไปประมาณเส้นหนึ่ง รักษาองค์เอาตะบองตีท้องหกล้มลง แล้วพญาสุรศักดิเข้าไปจับหม่อมปีย์ได้ เอาไปล้างเสียทั้ง<noinclude></noinclude> ltfupv5ogogcl2tlhigtfrciqtjzqgl หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/94 250 37863 291719 264974 2026-07-04T15:44:01Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/91]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/94]]: เปลี่ยนชื่อ 264974 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๗๘}}</noinclude>พญาวิไชเยนทร์ ฝ่ายพญาพระหลวงข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงเห็นพญาเพทราชาทำการผิดปลาด ก็ให้หนังสือลงมาถึงเจ้าฟ้าอภัยทัศว่า มีคนพวกละ ๓๐๐ บ้าง ๔๐๐ บ้าง เจ้าฟ้าอภัยทัศเสด็จลงไปณพระตำหนักท้องสระ เอาหนังสือซึ่งขุนนางทั้งปวงถวายลงมานั้นขยำน้ำเสีย แล้วเสด็จขึ้นไปถึงปากน้ำปากสบ เข้านมัสการพระพรหม แล้วเสด็จขึ้นไป ชาวน่าที่ซึ่งสั่งให้ลงมาคอยเสด็จ ครั้นพบเสด็จแล้ว กลับขึ้นไปเรียนแก่พญาเพทราชา พญาสุรศักดิ ๆ ให้ลงมาเชิญเสด็จรีบขึ้นไป เจ้าพระขวัญทรงพระเสลี่ยงขึ้นไปถึง พญาสุรศักดิสั่งให้เอาไปวัดซาด (วัดซาก) พญาสุรศักดิขี่ช้างพังออกไปด้วย จึงให้เจ้าพนักงานทำเสียสำเร็จ แล้วก็กลับเข้ามาพระราชวัง เพลาสามยาม พระราชรักษาให้เรียนถามพญาเพทราชา พญาสุรศักดิ ว่า พร้อมแล้วฤๅยัง บอกว่า พร้อมแล้ว ขุนองค์อยู่งานถอนนิ้วขึ้นจากพระองค์ พระโอษฐงับก็นิ่งไป วัน {{จ|๗|๕||๙}} ค่ำ เพลา ๑๐ ทุ่ม เสด็จนิพพาน ๚ {| |- |{{ชว}}{{ฟม}}ครั้นเพลาเช้า พระเพทราชานุ่งจีบ ถือพระกระบี่ ขุนนางทั้งปวงเข้าไปพร้อมกัน นั่งลงไหว้ พญาเพชราชาบอกว่า เราจะเชิญพระบรมศพออกไปใส่เรือพระที่นั่งสุวรรณหงษ์ ขุนนางทั้งปวงรับพระโองการพญาเพทราชาว่า ทำไมท่านทั้งปวงมารับพระโองการเรา ขุนนางทั้งปวงพร้อมกันว่า พระองค์ควรจะเปนใหญ่ปกป้องครองแผ่นดินอยู่<noinclude> |- |}</noinclude><noinclude></noinclude> rt42cvzlgtjm40opjgewn5f4jn3gder 291721 291719 2026-07-04T15:44:47Z Lunlumita 12009 291721 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๗๘}}</noinclude>พญาวิไชเยนทร์ ฝ่ายพญาพระหลวงข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงเห็นพญาเพทราชาทำการผิดปลาด ก็ให้หนังสือลงมาถึงเจ้าฟ้าอภัยทัศว่า มีคนพวกละ ๓๐๐ บ้าง ๔๐๐ บ้าง เจ้าฟ้าอภัยทัศเสด็จลงไปณพระตำหนักท้องสระ เอาหนังสือซึ่งขุนนางทั้งปวงถวายลงมานั้นขยำน้ำเสีย แล้วเสด็จขึ้นไปถึงปากน้ำปากสบ เข้านมัสการพระพรหม แล้วเสด็จขึ้นไป ชาวน่าที่ซึ่งสั่งให้ลงมาคอยเสด็จ ครั้นพบเสด็จแล้ว กลับขึ้นไปเรียนแก่พญาเพทราชา พญาสุรศักดิ ๆ ให้ลงมาเชิญเสด็จรีบขึ้นไป เจ้าพระขวัญทรงพระเสลี่ยงขึ้นไปถึง พญาสุรศักดิสั่งให้เอาไปวัดซาด (วัดซาก) พญาสุรศักดิขี่ช้างพังออกไปด้วย จึงให้เจ้าพนักงานทำเสียสำเร็จ แล้วก็กลับเข้ามาพระราชวัง เพลาสามยาม พระราชรักษาให้เรียนถามพญาเพทราชา พญาสุรศักดิ ว่า พร้อมแล้วฤๅยัง บอกว่า พร้อมแล้ว ขุนองค์อยู่งานถอนนิ้วขึ้นจากพระองค์ พระโอษฐงับก็นิ่งไป วัน {{จ|๗|๕||๙}} ค่ำ เพลา ๑๐ ทุ่ม เสด็จนิพพาน ๚ {{ฟม}}ครั้นเพลาเช้า พระเพทราชานุ่งจีบ ถือพระกระบี่ ขุนนางทั้งปวงเข้าไปพร้อมกัน นั่งลงไหว้ พญาเพชราชาบอกว่า เราจะเชิญพระบรมศพออกไปใส่เรือพระที่นั่งสุวรรณหงษ์ ขุนนางทั้งปวงรับพระโองการพญาเพทราชาว่า ทำไมท่านทั้งปวงมารับพระโองการเรา ขุนนางทั้งปวงพร้อมกันว่า พระองค์ควรจะเปนใหญ่ปกป้องครองแผ่นดินอยู่<noinclude></noinclude> icg5o9talaetw4835g21pprgjimqoft 291722 291721 2026-07-04T15:47:03Z Lunlumita 12009 291722 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๗๘}}</noinclude>พญาวิไชเยนทร์ ฝ่ายพญาพระหลวงข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงเห็นพญาเพทราชาทำการผิดปลาด ก็ให้หนังสือลงมาถึงเจ้าฟ้าอภัยทัศว่ามีคนพวกละ ๓๐๐ บ้าง ๔๐๐ บ้าง เจ้าฟ้าอภัยทัศเสด็จลงไปณพระตำหนักท้องสระ เอาหนังสือซึ่งขุนนางทั้งปวงถวายลงมานั้นขยำน้ำเสีย แล้วเสด็จขึ้นไปถึงปากน้ำปากสบ เข้านมัสการพระพรหม แล้วเสด็จขึ้นไป ชาวน่าที่ซึ่งสั่งให้ลงมาคอยเสด็จ ครั้นพบเสด็จแล้ว ก็กลับขึ้นไปเรียนแก่พญาเพทราชา พญาสุรศักดิ ๆ ให้ลงมาเชิญเสด็จรีบขึ้นไป เจ้าพระขวัญทรงพระเสลี่ยงขึ้นไปถึง พญาสุรศักดิสั่งให้เอาไปวัดซาด (วัดซาก) พญาสุรศักดิขี่ช้างพังออกไปด้วย จึงให้เจ้าพนักงานทำเสียสำเร็จแล้วก็กลับเข้ามาพระราชวัง เพลาสามยาม พระราชรักษาให้เรียนถามพญาเพทราชา พญาสุรศักดิ ว่าพร้อมแล้วฤๅยัง บอกว่าพร้อมแล้ว ขุนองค์อยู่งานถอนนิ้วขึ้นจากพระองค์ พระโอษฐงับ ก็นิ่งไป วัน {{จ|๗|๕||๙}} ค่ำ เพลา ๑๐ ทุ่ม เสด็จนิพพาน ๚ {{ฟม}}ครั้นเพลาเช้า พระเพทราชานุ่งจีบ ถือพระกระบี่ ขุนนางทั้งปวงเข้าไปพร้อมกัน นั่งลงไหว้ พญาเพชราชาบอกว่า เราจะเชิญพระบรมศพออกไปใส่เรือพระที่นั่งสุวรรณหงษ์ ขุนนางทั้งปวงรับพระโองการพญาเพทราชาว่า ทำไมท่านทั้งปวงมารับพระโองการเรา ขุนนางทั้งปวงพร้อมกันว่า พระองค์ควรจะเปนใหญ่ปกป้องครองแผ่นดินอยู่<noinclude></noinclude> qhaejw0n5r53y25d1li8j4ycrmlouqj 291723 291722 2026-07-04T15:47:48Z Lunlumita 12009 291723 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๗๘}}</noinclude>พญาวิไชเยนทร์ ฝ่ายพญาพระหลวงข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงเห็นพญาเพทราชาทำการผิดปลาด ก็ให้หนังสือลงมาถึงเจ้าฟ้าอภัยทัศว่ามีคนพวกละ ๓๐๐ บ้าง ๔๐๐ บ้าง เจ้าฟ้าอภัยทัศเสด็จลงไปณพระตำหนักท้องสระ เอาหนังสือซึ่งขุนนางทั้งปวงถวายลงมานั้นขยำน้ำเสีย แล้วเสด็จขึ้นไปถึงปากน้ำปากสบ เข้านมัสการพระพรหม แล้วเสด็จขึ้นไป ชาวน่าที่ซึ่งสั่งให้ลงมาคอยเสด็จ ครั้นพบเสด็จแล้ว ก็กลับขึ้นไปเรียนแก่พญาเพทราชา พญาสุรศักดิ ๆ ให้ลงมาเชิญเสด็จรีบขึ้นไป เจ้าพระขวัญทรงพระเสลี่ยงขึ้นไปถึง พญาสุรศักดิสั่งให้เอาไปวัดซาด (วัดซาก) พญาสุรศักดิขี่ช้างพังออกไปด้วย จึงให้เจ้าพนักงานทำเสียสำเร็จแล้วก็กลับเข้ามาพระราชวัง เพลาสามยาม พระราชรักษาให้เรียนถามพญาเพทราชา พญาสุรศักดิ ว่าพร้อมแล้วฤๅยัง บอกว่าพร้อมแล้ว ขุนองค์อยู่งานถอนนิ้วขึ้นจากพระองค์ พระโอษฐงับ ก็นิ่งไป วัน {{จ|๗|๕||๙}} ค่ำ เพลา ๑๐ ทุ่ม เสด็จนิพพาน ๚ {{ฟม}}ครั้นเพลาเช้า พระเพทราชานุ่งจีบ ถือพระกระบี่ ขุนนางทั้งปวงเข้าไปพร้อมกัน นั่งลงไหว้ พญาเพชราชาบอกว่าเราจะเชิญพระบรมศพออกไปใส่เรือพระที่นั่งสุวรรณหงษ์ ขุนนางทั้งปวงรับพระโองการ พญาเพทราชาว่าทำไมท่านทั้งปวงมารับพระโองการเรา ขุนนางทั้งปวงพร้อมกันว่าพระองค์ควรจะเปนใหญ่ปกป้องครองแผ่นดินอยู่<noinclude></noinclude> 898j1kasb5eq5r1nftlrn6a8lz78gjd 291724 291723 2026-07-04T15:47:58Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291724 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๗๘}}</noinclude>พญาวิไชเยนทร์ ฝ่ายพญาพระหลวงข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงเห็นพญาเพทราชาทำการผิดปลาด ก็ให้หนังสือลงมาถึงเจ้าฟ้าอภัยทัศว่ามีคนพวกละ ๓๐๐ บ้าง ๔๐๐ บ้าง เจ้าฟ้าอภัยทัศเสด็จลงไปณพระตำหนักท้องสระ เอาหนังสือซึ่งขุนนางทั้งปวงถวายลงมานั้นขยำน้ำเสีย แล้วเสด็จขึ้นไปถึงปากน้ำปากสบ เข้านมัสการพระพรหม แล้วเสด็จขึ้นไป ชาวน่าที่ซึ่งสั่งให้ลงมาคอยเสด็จ ครั้นพบเสด็จแล้ว ก็กลับขึ้นไปเรียนแก่พญาเพทราชา พญาสุรศักดิ ๆ ให้ลงมาเชิญเสด็จรีบขึ้นไป เจ้าพระขวัญทรงพระเสลี่ยงขึ้นไปถึง พญาสุรศักดิสั่งให้เอาไปวัดซาด (วัดซาก) พญาสุรศักดิขี่ช้างพังออกไปด้วย จึงให้เจ้าพนักงานทำเสียสำเร็จแล้วก็กลับเข้ามาพระราชวัง เพลาสามยาม พระราชรักษาให้เรียนถามพญาเพทราชา พญาสุรศักดิ ว่าพร้อมแล้วฤๅยัง บอกว่าพร้อมแล้ว ขุนองค์อยู่งานถอนนิ้วขึ้นจากพระองค์ พระโอษฐงับ ก็นิ่งไป วัน {{จ|๗|๕||๙}} ค่ำ เพลา ๑๐ ทุ่ม เสด็จนิพพาน ๚ {{ฟม}}ครั้นเพลาเช้า พระเพทราชานุ่งจีบ ถือพระกระบี่ ขุนนางทั้งปวงเข้าไปพร้อมกัน นั่งลงไหว้ พญาเพชราชาบอกว่าเราจะเชิญพระบรมศพออกไปใส่เรือพระที่นั่งสุวรรณหงษ์ ขุนนางทั้งปวงรับพระโองการ พญาเพทราชาว่าทำไมท่านทั้งปวงมารับพระโองการเรา ขุนนางทั้งปวงพร้อมกันว่าพระองค์ควรจะเปนใหญ่ปกป้องครองแผ่นดินอยู่<noinclude></noinclude> 264ijk0s0y8xmxunum6eo4ia9zl9302 หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/95 250 37864 291725 264975 2026-07-04T15:48:33Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/92]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/95]]: เปลี่ยนชื่อ 264975 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๗๙}}</noinclude><noinclude>{| |- |</noinclude>แล้ว พญาเพชราชาจึงว่า เราจะช่วยรักษาว่าราชการไปพลางกว่าผู้มีบุญจะมีมานี่พอจะได้อยู่ แล้วมีพระราชโองการสั่งให้เชิญพระโกษฐขึ้นบนพระมหาปฤษฎาธารพระที่นั่งสุวรรณหงษ์ กำนัลแสงถวายเครื่องต้น เจ้าพนักงานเอาเรือพระที่นั่งสีสักลาดสองลำเข้ามาประทับ เสด็จลงเรือพระที่นั่งสีสักลาดองค์ละลำ ลอยลงมาท้ายพระที่นั่งสุวรรณหงษ์ เสด็จลงถึงตำบลบ้านตลุง เพลาประมาณสองทุ่มเศษ พระบรมสารีริกธาตุเสด็จปาฏิหารผ่านน่าเรือพระที่นั่งสุวรรณหงษ์วงเวียนรอบเรือพระที่นั่งนั้น พญาไชยทัน พระราชโกษา หลวงราชาพิมล ขุนสมเด็จพระขัน หลวงประไชยชีพ ซึ่งลงในเรือพระที่นั่งสุวรรณหงษ์นั้น ร้องกราบทูลพระเจ้าอยู่หัว ๆ ตรัสว่า เห็นแล้ว ครั้นเรือพระที่นั่งลงมาถึงพระนคร ประทับขนาน มีพระราชโองการให้เชิญพระบรมศพ ให้พระสนมเชิญเครื่องเชิญพระแสงตามธรรมเนียม ถือเครื่องสูงแลหามพระราชยานก็ผู้หญิง เชิญพระบรมศพขึ้นไปไว้ณพระที่นั่งสุริยาอมรินทร์ ครั้นส่งเสด็จแล้ว พระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ก็เสด็จออกลอยเรืออยู่สระบัว ทรงพระกรุณาให้สถาปนาพระที่นั่งบันยงครัตนาด ถึงเดือนสี่แล้ว จวนพระราชพิธีตรุศ เสด็จปราบดาภิเศก ทรงพระนาม สมเด็จพระมหาบุรุษราชบพิตรเจ้า จัดพระอรรคมเหษีเดิมเปนฝ่ายขวา จัดสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระนารายน์เปนเจ้า แลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า<noinclude> |- |}</noinclude><noinclude></noinclude> p5rda9yu3gbrhq2l7mvi1te7ktshxjg 291727 291725 2026-07-04T15:50:47Z Lunlumita 12009 291727 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๗๙}}</noinclude>แล้ว พญาเพชราชาจึงว่า เราจะช่วยรักษาว่าราชการไปพลางกว่าผู้มีบุญจะมีมานี่พอจะได้อยู่ แล้วมีพระราชโองการสั่งให้เชิญพระโกษฐขึ้นบนพระมหาปฤษฎาธารพระที่นั่งสุวรรณหงษ์ กำนัลแสงถวายเครื่องต้น เจ้าพนักงานเอาเรือพระที่นั่งสีสักลาดสองลำเข้ามาประทับ เสด็จลงเรือพระที่นั่งสีสักลาดองค์ละลำ ลอยลงมาท้ายพระที่นั่งสุวรรณหงษ์ เสด็จลงถึงตำบลบ้านตลุง เพลาประมาณสองทุ่มเศษ พระบรมสารีริกธาตุเสด็จปาฏิหารผ่านน่าเรือพระที่นั่งสุวรรณหงษ์วงเวียนรอบเรือพระที่นั่งนั้น พญาไชยทัน พระราชโกษา หลวงราชาพิมล ขุนสมเด็จพระขัน หลวงประไชยชีพ ซึ่งลงในเรือพระที่นั่งสุวรรณหงษ์นั้น ร้องกราบทูลพระเจ้าอยู่หัว ๆ ตรัสว่า เห็นแล้ว ครั้นเรือพระที่นั่งลงมาถึงพระนคร ประทับขนาน มีพระราชโองการให้เชิญพระบรมศพ ให้พระสนมเชิญเครื่องเชิญพระแสงตามธรรมเนียม ถือเครื่องสูงแลหามพระราชยานก็ผู้หญิง เชิญพระบรมศพขึ้นไปไว้ณพระที่นั่งสุริยาอมรินทร์ ครั้นส่งเสด็จแล้ว พระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ก็เสด็จออกลอยเรืออยู่สระบัว ทรงพระกรุณาให้สถาปนาพระที่นั่งบันยงครัตนาด ถึงเดือนสี่แล้ว จวนพระราชพิธีตรุศ เสด็จปราบดาภิเศก ทรงพระนาม สมเด็จพระมหาบุรุษราชบพิตรเจ้า จัดพระอรรคมเหษีเดิมเปนฝ่ายขวา จัดสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระนารายน์เปนเจ้า แลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า<noinclude></noinclude> ka23ir10liq03yls5a2ai9wdkqxiqhw 291728 291727 2026-07-04T16:01:07Z Lunlumita 12009 291728 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๗๙}}</noinclude>แล้ว พญาเพชราชาจึงว่าเราจะช่วยรักษาว่าราชการไปพลางกว่าผู้มีบุญจะมีมานี่พอจะได้อยู่ แล้วมีพระราชโองการสั่งให้เชิญพระโกษฐขึ้นบนพระมหาปฤษฎาธารพระที่นั่งสุวรรณหงษ์ กำนัลแสงถวายเครื่องต้น เจ้าพนักงานเอาเรือพระที่นั่งสีสักลาดสองลำเข้ามาประทับ เสด็จลงเรือพระที่นั่งสีสักลาดองค์ละลำ ลอยลงมาท้ายพระที่นั่งสุวรรณหงษ์ เสด็จลงถึงตำบลบ้านตลุงเพลาประมาณสองทุ่มเศษ พระบรมสารีริกธาตุเสด็จปาฏิหารผ่านน่าเรือพระที่นั่งสุวรรณหงษ์วงเวียนรอบเรือพระที่นั่งนั้น พญาไชยทัน พระราชโกษา หลวงราชาพิมล ขุนสมเด็จพระขัน หลวงประไชยชีพ ซึ่งลงในเรือพระที่นั่งสุวรรณหงษ์นั้น ร้องกราบทูลพระเจ้าอยู่หัว ๆ ตรัสว่าเห็นแล้ว ครั้นเรือพระที่นั่งลงมาถึงพระนคร ประทับขนาน มีพระราชโองการให้เชิญพระบรมศพ ให้พระสนมเชิญเครื่องเชิญพระแสงตามธรรมเนียม ถือเครื่องสูงแลหามพระราชยานก็ผู้หญิง เชิญพระบรมศพขึ้นไปไว้ณพระที่นั่งสุริยาอมรินทร์ ครั้นส่งเสด็จแล้ว พระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ก็เสด็จออกลอยเรืออยู่สระบัว ทรงพระกรุณาให้สถาปนาพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาศน์ ถึงเดือนสี่แล้วจวนพระราชพิธีตรุศ เสด็จปราบดาภิเศก ทรงพระนามสมเด็จพระมหาบุรุษราชบพิตรเจ้า จัดพระอรรคมเหษีเดิมเปนฝ่ายขวา จัดสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระนารายน์เปนเจ้า แลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า<noinclude></noinclude> 2sqccso1hllk242nrrvsjucxrcqaxqu 291729 291728 2026-07-04T16:01:17Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291729 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๗๙}}</noinclude>แล้ว พญาเพชราชาจึงว่าเราจะช่วยรักษาว่าราชการไปพลางกว่าผู้มีบุญจะมีมานี่พอจะได้อยู่ แล้วมีพระราชโองการสั่งให้เชิญพระโกษฐขึ้นบนพระมหาปฤษฎาธารพระที่นั่งสุวรรณหงษ์ กำนัลแสงถวายเครื่องต้น เจ้าพนักงานเอาเรือพระที่นั่งสีสักลาดสองลำเข้ามาประทับ เสด็จลงเรือพระที่นั่งสีสักลาดองค์ละลำ ลอยลงมาท้ายพระที่นั่งสุวรรณหงษ์ เสด็จลงถึงตำบลบ้านตลุงเพลาประมาณสองทุ่มเศษ พระบรมสารีริกธาตุเสด็จปาฏิหารผ่านน่าเรือพระที่นั่งสุวรรณหงษ์วงเวียนรอบเรือพระที่นั่งนั้น พญาไชยทัน พระราชโกษา หลวงราชาพิมล ขุนสมเด็จพระขัน หลวงประไชยชีพ ซึ่งลงในเรือพระที่นั่งสุวรรณหงษ์นั้น ร้องกราบทูลพระเจ้าอยู่หัว ๆ ตรัสว่าเห็นแล้ว ครั้นเรือพระที่นั่งลงมาถึงพระนคร ประทับขนาน มีพระราชโองการให้เชิญพระบรมศพ ให้พระสนมเชิญเครื่องเชิญพระแสงตามธรรมเนียม ถือเครื่องสูงแลหามพระราชยานก็ผู้หญิง เชิญพระบรมศพขึ้นไปไว้ณพระที่นั่งสุริยาอมรินทร์ ครั้นส่งเสด็จแล้ว พระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ก็เสด็จออกลอยเรืออยู่สระบัว ทรงพระกรุณาให้สถาปนาพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาศน์ ถึงเดือนสี่แล้วจวนพระราชพิธีตรุศ เสด็จปราบดาภิเศก ทรงพระนามสมเด็จพระมหาบุรุษราชบพิตรเจ้า จัดพระอรรคมเหษีเดิมเปนฝ่ายขวา จัดสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระนารายน์เปนเจ้า แลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า<noinclude></noinclude> spuzwd4md400egp5yj9trx7wqavmlf7 หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/96 250 37865 291730 264976 2026-07-04T16:01:35Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/93]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/96]]: เปลี่ยนชื่อ 264976 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๘๐}}</noinclude><noinclude>{| |- |</noinclude>ทอง สองพระองค์ เปนฝ่ายซ้าย ฉิมบุตรภรรยาพนักงานของกินตั้งขึ้นเปนเจ้าอยู่นางพญา ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอรับพระบัณฑูรฝ่ายน่า เอาหม่อมแก้วบุตรท้าวศรีจุฬาลักษณ์ผู้น้องเปนกรมขุนเสนาบริรักษ์ ธิดาพันวสา{{ชว|0.5em}}{{ซ้อนบรรทัด|น้อย|ใหญ่}}{{b2|2}}พระราชทานเครื่องสูงแลเครื่องราชาบริโภค รับพระบัญชา นายทรงบาศหลานเธอเปนพระอภัยสุรินทร์กรมขุนทิพพลภักดิ พระราชทานเครื่องสูงแลเครื่องราชาบริโภค รับพระบัญชา เอาขุนองค์เปนพญาสุรสงคราม พระราชทานเครื่องสูง เอานายบุญมากเปนเจ้าพญาวิชิตภูบาล พระราชทานเครื่องสูง ให้อยู่วังหลัง ทรงพระกรุณาตรัสว่า วัดพญาแมนเราได้อุปสมบท ให้ไปสถาปนาพระวิหารการเปรียญขึ้น แล้วทรงพระราชูทิศกัลปนาส่วยขึ้นพระอารามนั้นเปนอันมาก บ้านป่าตองก็เปนที่ไชยราชศรีสวัสดิมงคล ทรงพระราชูทิศศรัทธาสถาปนาเปนพระอาราม สร้างพระอุโบสถวิหารการเปรียญเสนาสนกุฎีเปนพระรัตนไตรยบูชา สั่งให้หมื่นจันทราชช่างเคลือบ ๆ กระเบื้องสีเหลืองมุงหลังคาพระอุโบสถ แล้วถวายพระนามพระอารามชื่อ บรมพุทธาราม เจ้าอธิการถวายพระนามชื่อ พระญาณสมโพธิ ถวายกับปิยการกต่าง ๆ เปนอันมาก ๚ |- |} {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๕๒ ปีมเมีย โทศก พระอรรคมเหษีฝ่ายซ้ายทั้งสองพระองค์ ๆ หนึ่งเปนพระราชธิดาสมเด็จพระนารายน์เปนเจ้า มีพระ<noinclude></noinclude> en9pf1n0i5yp8psmh7l977ksck1mns5 291732 291730 2026-07-04T16:02:05Z Lunlumita 12009 291732 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๐}}</noinclude>ทอง สองพระองค์ เปนฝ่ายซ้าย ฉิมบุตรภรรยาพนักงานของกินตั้งขึ้นเปนเจ้าอยู่นางพญา ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอรับพระบัณฑูรฝ่ายน่า เอาหม่อมแก้วบุตรท้าวศรีจุฬาลักษณ์ผู้น้องเปนกรมขุนเสนาบริรักษ์ ธิดาพันวสา {{ซบ|น้อย|ใหญ่}} {{ปก2}} พระราชทานเครื่องสูงแลเครื่องราชาบริโภค รับพระบัญชา นายทรงบาศหลานเธอเปนพระอภัยสุรินทร์กรมขุนทิพพลภักดิ พระราชทานเครื่องสูงแลเครื่องราชาบริโภค รับพระบัญชา เอาขุนองค์เปนพญาสุรสงคราม พระราชทานเครื่องสูง เอานายบุญมากเปนเจ้าพญาวิชิตภูบาล พระราชทานเครื่องสูง ให้อยู่วังหลัง ทรงพระกรุณาตรัสว่า วัดพญาแมนเราได้อุปสมบท ให้ไปสถาปนาพระวิหารการเปรียญขึ้น แล้วทรงพระราชูทิศกัลปนาส่วยขึ้นพระอารามนั้นเปนอันมาก บ้านป่าตองก็เปนที่ไชยราชศรีสวัสดิมงคล ทรงพระราชูทิศศรัทธาสถาปนาเปนพระอาราม สร้างพระอุโบสถวิหารการเปรียญเสนาสนกุฎีเปนพระรัตนไตรยบูชา สั่งให้หมื่นจันทราชช่างเคลือบ ๆ กระเบื้องสีเหลืองมุงหลังคาพระอุโบสถ แล้วถวายพระนามพระอารามชื่อ บรมพุทธาราม เจ้าอธิการถวายพระนามชื่อ พระญาณสมโพธิ ถวายกับปิยการกต่าง ๆ เปนอันมาก ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๕๒ ปีมเมีย โทศก พระอรรคมเหษีฝ่ายซ้ายทั้งสองพระองค์ ๆ หนึ่งเปนพระราชธิดาสมเด็จพระนารายน์เปนเจ้า มีพระ<noinclude></noinclude> nu47mm2lv5ki0dfa2aa1xxk20qljsc1 291733 291732 2026-07-04T16:07:19Z Lunlumita 12009 291733 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๐}}</noinclude>ทอง สองพระองค์เปนฝ่ายซ้าย ฉิมบุตรภรรยาพนักงานของกินตั้งขึ้นเปนเจ้าอยู่นางพญา ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอรับพระบัณฑูรฝ่ายน่า เอาหม่อมแก้วบุตรท้าวศรีจุฬาลักษณ์ผู้น้องเปนกรมขุนเสนาบริรักษ์ ธิดาพันวสา {{ซบ|น้อย|ใหญ่}} {{ปก2}} พระราชทานเครื่องสูงแลเครื่องราชาบริโภค รับพระบัญชา นายทรงบาศหลานเธอเปนพระอภัยสุรินทร์กรมขุนทิพพลภักดิ พระราชทานเครื่องสูงแลเครื่องราชาบริโภค รับพระบัญชา เอาขุนองค์เปนพญาสุรสงคราม พระราชทานเครื่องสูง เอานายบุญมากเปนเจ้าพญาวิชิตภูบาล พระราชทานเครื่องสูง ให้อยู่วังหลัง ทรงพระกรุณาตรัสว่าวัดพญาแมนเราได้อุปสมบท ให้ไปสถาปนาพระวิหารการเปรียญขึ้น แล้วทรงพระราชูทิศกัลปนาส่วยขึ้นพระอารามนั้นเปนอันมาก บ้านป่าตองก็เปนที่ไชยราชศรีสวัสดิมงคล ทรงพระราชูทิศศรัทธาสถาปนาเปนพระอาราม สร้างพระอุโบสถวิหารการเปรียญเสนาสนกุฎีเปนพระรัตนไตรยบูชา สั่งให้หมื่นจันทราชช่างเคลือบ ๆ กระเบื้องสีเหลืองมุงหลังคาพระอุโบสถ แล้วถวายพระนามพระอารามชื่อบรมพุทธาราม เจ้าอธิการถวายพระนามชื่อพระญาณสมโพธิ ถวายกับปิยการกต่าง ๆ เปนอันมาก ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๕๒ ปีมเมีย โทศก พระอรรคมเหษีฝ่ายซ้ายทั้งสองพระองค์ ๆ หนึ่งเปนพระราชธิดาสมเด็จพระนารายน์เปนเจ้า มีพระ<noinclude></noinclude> 7qj8p6i2jtcyyx0t2xonh2y5p7hffmu 291734 291733 2026-07-04T16:07:39Z Lunlumita 12009 291734 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๐}}</noinclude>ทอง สองพระองค์เปนฝ่ายซ้าย ฉิมบุตรภรรยาพนักงานของกินตั้งขึ้นเปนเจ้าอยู่นางพญา ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอรับพระบัณฑูรฝ่ายน่า เอาหม่อมแก้วบุตรท้าวศรีจุฬาลักษณ์ผู้น้องเปนกรมขุนเสนาบริรักษ์ ธิดาพันวสา {{ซบ|น้อย|ใหญ่}} {{ปก2}} พระราชทานเครื่องสูงแลเครื่องราชาบริโภค รับพระบัญชา นายทรงบาศหลานเธอเปนพระอภัยสุรินทร์กรมขุนทิพพลภักดิ พระราชทานเครื่องสูงแลเครื่องราชาบริโภค รับพระบัญชา เอาขุนองค์เปนพญาสุรสงคราม พระราชทานเครื่องสูง เอานายบุญมากเปนเจ้าพญาวิชิตภูบาล พระราชทานเครื่องสูง ให้อยู่วังหลัง ทรงพระกรุณาตรัสว่าวัดพญาแมนเราได้อุปสมบท ให้ไปสถาปนาพระวิหารการเปรียญขึ้น แล้วทรงพระราชูทิศกัลปนาส่วยขึ้นพระอารามนั้นเปนอันมาก บ้านป่าตองก็เปนที่ไชยราชศรีสวัสดิมงคล ทรงพระราชูทิศศรัทธาสถาปนาเปนพระอาราม สร้างพระอุโบสถวิหารการเปรียญเสนาสนกุฎีเปนพระรัตนไตรยบูชา สั่งให้หมื่นจันทราชช่างเคลือบ ๆ กระเบื้องสีเหลืองมุงหลังคาพระอุโบสถ แล้วถวายพระนามพระอารามชื่อบรมพุทธาราม เจ้าอธิการถวายพระนามชื่อพระญาณสมโพธิ ถวายกับปิยการกต่าง ๆ เปนอันมาก ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๕๒ ปีมเมียโทศก พระอรรคมเหษีฝ่ายซ้ายทั้งสองพระองค์ ๆ หนึ่งเปนพระราชธิดาสมเด็จพระนารายน์เปนเจ้า มีพระ<noinclude></noinclude> 7p15zft5d50n6ivrqkwth918wwrnmc3 291735 291734 2026-07-04T16:07:48Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291735 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๘๐}}</noinclude>ทอง สองพระองค์เปนฝ่ายซ้าย ฉิมบุตรภรรยาพนักงานของกินตั้งขึ้นเปนเจ้าอยู่นางพญา ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอรับพระบัณฑูรฝ่ายน่า เอาหม่อมแก้วบุตรท้าวศรีจุฬาลักษณ์ผู้น้องเปนกรมขุนเสนาบริรักษ์ ธิดาพันวสา {{ซบ|น้อย|ใหญ่}} {{ปก2}} พระราชทานเครื่องสูงแลเครื่องราชาบริโภค รับพระบัญชา นายทรงบาศหลานเธอเปนพระอภัยสุรินทร์กรมขุนทิพพลภักดิ พระราชทานเครื่องสูงแลเครื่องราชาบริโภค รับพระบัญชา เอาขุนองค์เปนพญาสุรสงคราม พระราชทานเครื่องสูง เอานายบุญมากเปนเจ้าพญาวิชิตภูบาล พระราชทานเครื่องสูง ให้อยู่วังหลัง ทรงพระกรุณาตรัสว่าวัดพญาแมนเราได้อุปสมบท ให้ไปสถาปนาพระวิหารการเปรียญขึ้น แล้วทรงพระราชูทิศกัลปนาส่วยขึ้นพระอารามนั้นเปนอันมาก บ้านป่าตองก็เปนที่ไชยราชศรีสวัสดิมงคล ทรงพระราชูทิศศรัทธาสถาปนาเปนพระอาราม สร้างพระอุโบสถวิหารการเปรียญเสนาสนกุฎีเปนพระรัตนไตรยบูชา สั่งให้หมื่นจันทราชช่างเคลือบ ๆ กระเบื้องสีเหลืองมุงหลังคาพระอุโบสถ แล้วถวายพระนามพระอารามชื่อบรมพุทธาราม เจ้าอธิการถวายพระนามชื่อพระญาณสมโพธิ ถวายกับปิยการกต่าง ๆ เปนอันมาก ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๕๒ ปีมเมียโทศก พระอรรคมเหษีฝ่ายซ้ายทั้งสองพระองค์ ๆ หนึ่งเปนพระราชธิดาสมเด็จพระนารายน์เปนเจ้า มีพระ<noinclude></noinclude> 18c9i7mayg0zrtlpbfz40mdsjeywh83 หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/97 250 37866 291736 264977 2026-07-04T16:08:28Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/94]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/97]]: เปลี่ยนชื่อ 264977 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๘๑}}</noinclude>ราชโอรสพระองค์หนึ่งทรงพระนามชื่อว่า พระราชสมภาร พระองค์หนึ่งเปนพระมเหษีเปนพระราชบุตรเจ้าฟ้าทอง ๆ ร่วมพระราชบิดากับสมเด็จพระนารายน์เปนเจ้า มีพระราชโอรสพระองค์หนึ่งทรงพระนามชื่อ นารายน์ธิเบศร์ ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๐ ปีขาล สัมฤทธิศก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอกรมพระราชวังบวรฯ เสด็จไปทอดพระเนตรมวยอยู่ณเพนียด อ้ายธรรมเถียรปลอมว่าเปนเจ้าฟ้าอภัยทัศซึ่งเอาไปทุบเสียณวัดซาก เอาช้างมงคลรัตนาศน์ซึ่งอยู่ลพบุรีขี่เข้ามา ไพร่ซึ่งมาด้วยนั้นประมาณ ๕๐๐ ไพร่ชาวนาเกี่ยวเข้าถือหอกบ้าง คานหลาวบ้าง ขุนหลวงกรมพระราชวังบวรฯ กราบทูลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๆ ตรัสว่า ถ้าผู้มีบุญมาจริงแล้ว เราจะยกให้ กรมพระราชวังเสด็จอยู่ป้อมมหาไชย ธรรมเถียรยืนช้างอยู่ตีนรอ มีพระบัณฑูรให้ตำรวจไปพิเคราะห์ดูตัวให้แน่ ตำรวจกลับมากราบทูลว่า มิใช่เจ้าฟ้าอภัยทัศ จึงมีพระบัณฑูรให้วางปืนใหญ่ออกไปพร้อมกันทั้งแปดบอก พวกธรรมเถียรก็แตกไปในเพลาค่ำ รุ่งเช้า จับตัวธรรมเถียรได้ในสวนดอกไม้วัดสีฟัน เอาไปประหารชีวิตรเสีย พรรคพวกทั้งนั้นเอาไปเปนตะพุ่น ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๕ ปีมแม เบญจศก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรเสด็จสวรรคต เมื่อได้ราชสมบัติ พระชนม์ได้ ๕๑ อยู่ในราชสมบัติ ๑๕ ปี ๚ {{มปก}}<noinclude>{{ข|๖|4em}}</noinclude> svfha15rzcdyw1o913dmxa08dntyo2f 291738 291736 2026-07-04T16:08:50Z Lunlumita 12009 291738 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๑}}</noinclude>ราชโอรสพระองค์หนึ่งทรงพระนามชื่อว่า พระราชสมภาร พระองค์หนึ่งเปนพระมเหษีเปนพระราชบุตรเจ้าฟ้าทอง ๆ ร่วมพระราชบิดากับสมเด็จพระนารายน์เปนเจ้า มีพระราชโอรสพระองค์หนึ่งทรงพระนามชื่อ นารายน์ธิเบศร์ ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๐ ปีขาล สัมฤทธิศก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอกรมพระราชวังบวรฯ เสด็จไปทอดพระเนตรมวยอยู่ณเพนียด อ้ายธรรมเถียรปลอมว่าเปนเจ้าฟ้าอภัยทัศซึ่งเอาไปทุบเสียณวัดซาก เอาช้างมงคลรัตนาศน์ซึ่งอยู่ลพบุรีขี่เข้ามา ไพร่ซึ่งมาด้วยนั้นประมาณ ๕๐๐ ไพร่ชาวนาเกี่ยวเข้าถือหอกบ้าง คานหลาวบ้าง ขุนหลวงกรมพระราชวังบวรฯ กราบทูลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๆ ตรัสว่า ถ้าผู้มีบุญมาจริงแล้ว เราจะยกให้ กรมพระราชวังเสด็จอยู่ป้อมมหาไชย ธรรมเถียรยืนช้างอยู่ตีนรอ มีพระบัณฑูรให้ตำรวจไปพิเคราะห์ดูตัวให้แน่ ตำรวจกลับมากราบทูลว่า มิใช่เจ้าฟ้าอภัยทัศ จึงมีพระบัณฑูรให้วางปืนใหญ่ออกไปพร้อมกันทั้งแปดบอก พวกธรรมเถียรก็แตกไปในเพลาค่ำ รุ่งเช้า จับตัวธรรมเถียรได้ในสวนดอกไม้วัดสีฟัน เอาไปประหารชีวิตรเสีย พรรคพวกทั้งนั้นเอาไปเปนตะพุ่น ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๕ ปีมแม เบญจศก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรเสด็จสวรรคต เมื่อได้ราชสมบัติ พระชนม์ได้ ๕๑ อยู่ในราชสมบัติ ๑๕ ปี ๚ {{มปก}}<noinclude>{{ข|๖|4em}}</noinclude> lmiittj41e9i491gen2qtbshkbo8p11 291739 291738 2026-07-04T16:17:51Z Lunlumita 12009 291739 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๑}}</noinclude>ราชโอรสพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามชื่อว่าพระราชสมภาร พระองค์หนึ่งเปนพระมเหษีเปนพระราชบุตรเจ้าฟ้าทอง ๆ ร่วมพระราชบิดากับสมเด็จพระนารายน์เปนเจ้า มีพระราชโอรสพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามชื่อนารายน์ธิเบศร์ ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๐ ปีขาล สัมฤทธิศก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอกรมพระราชวังบวรฯ เสด็จไปทอดพระเนตรมวยอยู่ณเพนียด อ้ายธรรมเถียรปลอมว่าเปนเจ้าฟ้าอภัยทัศซึ่งเอาไปทุบเสียณวัดซาก เอาช้างมงคลรัตนาศน์ซึ่งอยู่ลพบุรีขี่เข้ามา ไพร่ซึ่งมาด้วยนั้นประมาณ ๕๐๐ ไพร่ชาวนาเกี่ยวเข้าถือหอกบ้าง คานหลาวบ้าง ขุนหลวงกรมพระราชวังบวรฯ กราบทูลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๆ ตรัสว่า ถ้าผู้มีบุญมาจริงแล้ว เราจะยกให้ กรมพระราชวังเสด็จอยู่ป้อมมหาไชย ธรรมเถียรยืนช้างอยู่ตีนรอ มีพระบัณฑูรให้ตำรวจไปพิเคราะห์ดูตัวให้แน่ ตำรวจกลับมากราบทูลว่า มิใช่เจ้าฟ้าอภัยทัศ จึงมีพระบัณฑูรให้วางปืนใหญ่ออกไปพร้อมกันทั้งแปดบอก พวกธรรมเถียรก็แตกไปในเพลาค่ำ รุ่งเช้า จับตัวธรรมเถียรได้ในสวนดอกไม้วัดสีฟัน เอาไปประหารชีวิตรเสีย พรรคพวกทั้งนั้นเอาไปเปนตะพุ่น ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๕ ปีมแม เบญจศก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรเสด็จสวรรคต เมื่อได้ราชสมบัติ พระชนม์ได้ ๕๑ อยู่ในราชสมบัติ ๑๕ ปี ๚ {{มปก}}<noinclude>{{ข|๖|4em}}</noinclude> dpsjeuukrus9w1lecgudcx1o2ammjmy 291740 291739 2026-07-04T16:20:57Z Lunlumita 12009 291740 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๑}}</noinclude>ราชโอรสพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามชื่อว่าพระราชสมภาร พระองค์หนึ่งเปนพระมเหษีเปนพระราชบุตรเจ้าฟ้าทอง ๆ ร่วมพระราชบิดากับสมเด็จพระนารายน์เปนเจ้า มีพระราชโอรสพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามชื่อนารายน์ธิเบศร์ ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๐ ปีขาลสัมฤทธิศก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอกรมพระราชวังบวรฯ เสด็จไปทอดพระเนตรมวยอยู่ณเพนียด อ้ายธรรมเถียรปลอมว่าเปนเจ้าฟ้าอภัยทัศซึ่งเอาไปทุบเสียณวัดซาก เอาช้างมงคลรัตนาศน์ซึ่งอยู่ลพบุรีขี่เข้ามา ไพร่ซึ่งมาด้วยนั้นประมาณ ๕๐๐ ไพร่ชาวนาเกี่ยวเข้าถือหอกบ้าง คานหลาวบ้าง ขุนหลวงกรมพระราชวังบวรฯ กราบทูลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๆ ตรัสว่าถ้าผู้มีบุญมาจริงแล้วเราจะยกให้ กรมพระราชวังเสด็จอยู่ป้อมมหาไชย ธรรมเถียรยืนช้างอยู่ตีนรอ มีพระบัณฑูรให้ตำรวจไปพิเคราะห์ดูตัวให้แน่ ตำรวจกลับมากราบทูลว่ามิใช่เจ้าฟ้าอภัยทัศ จึงมีพระบัณฑูรให้วางปืนใหญ่ออกไปพร้อมกันทั้งแปดบอก พวกธรรมเถียรก็แตกไปในเพลาค่ำ รุ่งเช้าจับตัวธรรมเถียรได้ในสวนดอกไม้วัดสีฟัน เอาไปประหารชีวิตรเสีย พรรคพวกทั้งนั้นเอาไปเปนตะพุ่น ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๕ ปีมแม เบญจศก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรเสด็จสวรรคต เมื่อได้ราชสมบัติ พระชนม์ได้ ๕๑ อยู่ในราชสมบัติ ๑๕ ปี ๚ {{มปก}}<noinclude>{{ข|๖|4em}}</noinclude> 5p463fjajtbo7bn0b9f3b9bj7cs8zkb 291741 291740 2026-07-04T16:21:18Z Lunlumita 12009 291741 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๑}}</noinclude>ราชโอรสพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามชื่อว่าพระราชสมภาร พระองค์หนึ่งเปนพระมเหษีเปนพระราชบุตรเจ้าฟ้าทอง ๆ ร่วมพระราชบิดากับสมเด็จพระนารายน์เปนเจ้า มีพระราชโอรสพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามชื่อนารายน์ธิเบศร์ ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๐ ปีขาลสัมฤทธิศก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอกรมพระราชวังบวรฯ เสด็จไปทอดพระเนตรมวยอยู่ณเพนียด อ้ายธรรมเถียรปลอมว่าเปนเจ้าฟ้าอภัยทัศซึ่งเอาไปทุบเสียณวัดซาก เอาช้างมงคลรัตนาศน์ซึ่งอยู่ลพบุรีขี่เข้ามา ไพร่ซึ่งมาด้วยนั้นประมาณ ๕๐๐ ไพร่ชาวนาเกี่ยวเข้าถือหอกบ้าง คานหลาวบ้าง ขุนหลวงกรมพระราชวังบวรฯ กราบทูลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๆ ตรัสว่าถ้าผู้มีบุญมาจริงแล้วเราจะยกให้ กรมพระราชวังเสด็จอยู่ป้อมมหาไชย ธรรมเถียรยืนช้างอยู่ตีนรอ มีพระบัณฑูรให้ตำรวจไปพิเคราะห์ดูตัวให้แน่ ตำรวจกลับมากราบทูลว่ามิใช่เจ้าฟ้าอภัยทัศ จึงมีพระบัณฑูรให้วางปืนใหญ่ออกไปพร้อมกันทั้งแปดบอก พวกธรรมเถียรก็แตกไปในเพลาค่ำ รุ่งเช้าจับตัวธรรมเถียรได้ในสวนดอกไม้วัดสีฟัน เอาไปประหารชีวิตรเสีย พรรคพวกทั้งนั้นเอาไปเปนตะพุ่น ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๕ ปีมแมเบญจศก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรเสด็จสวรรคต เมื่อได้ราชสมบัติ พระชนม์ได้ ๕๑ อยู่ในราชสมบัติ ๑๕ ปี ๚ {{มปก}}<noinclude>{{ข|๖|4em}}</noinclude> 6o8j359ygikt5x8qd45wpmseiagxuxc 291742 291741 2026-07-04T16:21:28Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291742 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๘๑}}</noinclude>ราชโอรสพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามชื่อว่าพระราชสมภาร พระองค์หนึ่งเปนพระมเหษีเปนพระราชบุตรเจ้าฟ้าทอง ๆ ร่วมพระราชบิดากับสมเด็จพระนารายน์เปนเจ้า มีพระราชโอรสพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามชื่อนารายน์ธิเบศร์ ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๐ ปีขาลสัมฤทธิศก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอกรมพระราชวังบวรฯ เสด็จไปทอดพระเนตรมวยอยู่ณเพนียด อ้ายธรรมเถียรปลอมว่าเปนเจ้าฟ้าอภัยทัศซึ่งเอาไปทุบเสียณวัดซาก เอาช้างมงคลรัตนาศน์ซึ่งอยู่ลพบุรีขี่เข้ามา ไพร่ซึ่งมาด้วยนั้นประมาณ ๕๐๐ ไพร่ชาวนาเกี่ยวเข้าถือหอกบ้าง คานหลาวบ้าง ขุนหลวงกรมพระราชวังบวรฯ กราบทูลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๆ ตรัสว่าถ้าผู้มีบุญมาจริงแล้วเราจะยกให้ กรมพระราชวังเสด็จอยู่ป้อมมหาไชย ธรรมเถียรยืนช้างอยู่ตีนรอ มีพระบัณฑูรให้ตำรวจไปพิเคราะห์ดูตัวให้แน่ ตำรวจกลับมากราบทูลว่ามิใช่เจ้าฟ้าอภัยทัศ จึงมีพระบัณฑูรให้วางปืนใหญ่ออกไปพร้อมกันทั้งแปดบอก พวกธรรมเถียรก็แตกไปในเพลาค่ำ รุ่งเช้าจับตัวธรรมเถียรได้ในสวนดอกไม้วัดสีฟัน เอาไปประหารชีวิตรเสีย พรรคพวกทั้งนั้นเอาไปเปนตะพุ่น ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๕ ปีมแมเบญจศก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรเสด็จสวรรคต เมื่อได้ราชสมบัติ พระชนม์ได้ ๕๑ อยู่ในราชสมบัติ ๑๕ ปี ๚ {{มปก}}<noinclude>{{ข|๖|4em}}</noinclude> l1fkzhhaw26geumds5l7fuv63z5kqrc หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/98 250 37867 291743 290229 2026-07-04T16:21:56Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/95]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/98]]: เปลี่ยนชื่อ 290229 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๘๒}}</noinclude>{{ฟม}}สมเด็จพระเจ้าลูกเธอกรมพระราชวังบวรฯ ขึ้นเสวยราชสมบัติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอสองพระองค์ พระเชษฐาพระชนม์ได้ ๒๔ พระวสา พระอนุชาพระชนม์ได้ ๒๐ พระวสา รับพระบัณฑูรทั้งสองพระองค์ แล้วให้จับเจ้ากรมขุนเสนาบริรักษ์ว่า คบคิดกันกับอำมาตย์หลอ พระรักษมณเฑียร เจ้าพระองค์{{ชว|0.5em}}{{ศมมส|แขก|ดำ|ta=left}} {{ปก2|2}} ว่า ซ่องสุมผู้คนคิดขบถ มิได้ถวายเครื่องสาตราวุธ ให้เอาไปประหารชีวิตรเสียสิ้น อยู่มาอิกสองวัน จับเจ้าพระขวัญให้เอาไปสำเร็จโทษเสียณวัดโคกพญา ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๗ ปีรกา สัปตศก พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปณเมืองพระพิศณุโลก ถึงที่ประทับโพธิ์ทับช้าง มีพระโองการตรัสว่า สมเด็จพระนารายน์เปนเจ้าเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปตีเมืองล้านช้าง สมเด็จพระมารดาทรงพระครรภ์แก่ เสด็จขึ้นมาส่ง ตั้งจวนใต้ต้นมะเดื่อประสูตรกู จึงให้สถาปนาพระวิหาร พระอุโบสถ พระสถูป ที่จวนนั้น เสด็จขึ้นไปเมืองพระพิศณุโลก ประทับแรมอยู่ ๗ เวน เสด็จกลับลงมาพระนคร ๚ {{ฟม}}ศุภมัศดุ ศักราช ๑๐๖๘ ปีจอ อัฐศก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปล้อมช้างตำบลยางคลองทอง ได้ช้างพลาย ๖ ศอก ๕๐ ช้าง ได้ช้าง ๕ ศอกคืบ ๗๐ ช้าง ได้ช้างพัง ๓๒๐ ช้าง แล้ว<noinclude></noinclude> spzlwc1z77b4lqq88e4hn40gz8x22v8 291751 291743 2026-07-04T16:23:02Z Lunlumita 12009 291751 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๒}}</noinclude>{{ฟม}}สมเด็จพระเจ้าลูกเธอกรมพระราชวังบวรฯ ขึ้นเสวยราชสมบัติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอสองพระองค์ พระเชษฐาพระชนม์ได้ ๒๔ พระวสา พระอนุชาพระชนม์ได้ ๒๐ พระวสา รับพระบัณฑูรทั้งสองพระองค์ แล้วให้จับเจ้ากรมขุนเสนาบริรักษ์ว่า คบคิดกันกับอำมาตย์หลอ พระรักษมณเฑียร เจ้าพระองค์ {{ซบ|แขก|ดำ}} {{ปก2}} ว่า ซ่องสุมผู้คนคิดขบถ มิได้ถวายเครื่องสาตราวุธ ให้เอาไปประหารชีวิตรเสียสิ้น อยู่มาอิกสองวัน จับเจ้าพระขวัญให้เอาไปสำเร็จโทษเสียณวัดโคกพญา ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๗ ปีรกา สัปตศก พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปณเมืองพระพิศณุโลก ถึงที่ประทับโพธิ์ทับช้าง มีพระโองการตรัสว่า สมเด็จพระนารายน์เปนเจ้าเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปตีเมืองล้านช้าง สมเด็จพระมารดาทรงพระครรภ์แก่ เสด็จขึ้นมาส่ง ตั้งจวนใต้ต้นมะเดื่อประสูตรกู จึงให้สถาปนาพระวิหาร พระอุโบสถ พระสถูป ที่จวนนั้น เสด็จขึ้นไปเมืองพระพิศณุโลก ประทับแรมอยู่ ๗ เวน เสด็จกลับลงมาพระนคร ๚ {{ฟม}}ศุภมัศดุ ศักราช ๑๐๖๘ ปีจอ อัฐศก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปล้อมช้างตำบลยางคลองทอง ได้ช้างพลาย ๖ ศอก ๕๐ ช้าง ได้ช้าง ๕ ศอกคืบ ๗๐ ช้าง ได้ช้างพัง ๓๒๐ ช้าง แล้ว<noinclude></noinclude> px3qmqtrcbcxeq8pv4qm9u5snqo7r3m 291752 291751 2026-07-04T16:23:52Z Lunlumita 12009 291752 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๒}}</noinclude>{{ฟม}}สมเด็จพระเจ้าลูกเธอกรมพระราชวังบวรฯ ขึ้นเสวยราชสมบัติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอสองพระองค์ พระเชษฐาพระชนม์ได้ ๒๔ พระวสา พระอนุชาพระชนม์ได้ ๒๐ พระวสา รับพระบัณฑูรทั้งสองพระองค์ แล้วให้จับเจ้ากรมขุนเสนาบริรักษ์ ว่าคบคิดกันกับอำมาตย์หลอ พระรักษมณเฑียร เจ้าพระองค์ {{ซบ|แขก|ดำ}} {{ปก2}} ว่าซ่องสุมผู้คนคิดขบถ มิได้ถวายเครื่องสาตราวุธ ให้เอาไปประหารชีวิตรเสียสิ้น อยู่มาอิกสองวันจับเจ้าพระขวัญให้เอาไปสำเร็จโทษเสียณวัดโคกพญา ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๗ ปีรกา สัปตศก พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปณเมืองพระพิศณุโลก ถึงที่ประทับโพธิ์ทับช้าง มีพระโองการตรัสว่า สมเด็จพระนารายน์เปนเจ้าเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปตีเมืองล้านช้าง สมเด็จพระมารดาทรงพระครรภ์แก่ เสด็จขึ้นมาส่ง ตั้งจวนใต้ต้นมะเดื่อประสูตรกู จึงให้สถาปนาพระวิหาร พระอุโบสถ พระสถูป ที่จวนนั้น เสด็จขึ้นไปเมืองพระพิศณุโลก ประทับแรมอยู่ ๗ เวน เสด็จกลับลงมาพระนคร ๚ {{ฟม}}ศุภมัศดุ ศักราช ๑๐๖๘ ปีจอ อัฐศก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปล้อมช้างตำบลยางคลองทอง ได้ช้างพลาย ๖ ศอก ๕๐ ช้าง ได้ช้าง ๕ ศอกคืบ ๗๐ ช้าง ได้ช้างพัง ๓๒๐ ช้าง แล้ว<noinclude></noinclude> 8uqhkqnduzpzb1nia7fqcxul1gkgi1f 291753 291752 2026-07-04T16:26:41Z Lunlumita 12009 291753 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๒}}</noinclude>{{ฟม}}สมเด็จพระเจ้าลูกเธอกรมพระราชวังบวรฯ ขึ้นเสวยราชสมบัติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอสองพระองค์ พระเชษฐาพระชนม์ได้ ๒๔ พระวสา พระอนุชาพระชนม์ได้ ๒๐ พระวสา รับพระบัณฑูรทั้งสองพระองค์ แล้วให้จับเจ้ากรมขุนเสนาบริรักษ์ ว่าคบคิดกันกับอำมาตย์หลอ พระรักษมณเฑียร เจ้าพระองค์ {{ซบ|แขก|ดำ}} {{ปก2}} ว่าซ่องสุมผู้คนคิดขบถ มิได้ถวายเครื่องสาตราวุธ ให้เอาไปประหารชีวิตรเสียสิ้น อยู่มาอิกสองวันจับเจ้าพระขวัญให้เอาไปสำเร็จโทษเสียณวัดโคกพญา ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๗ ปีรกาสัปตศก พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปณเมืองพระพิศณุโลก ถึงที่ประทับโพธิ์ทับช้าง มีพระโองการตรัสว่าสมเด็จพระนารายน์เปนเจ้าเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปตีเมืองล้านช้าง สมเด็จพระมารดาทรงพระครรภ์แก่ เสด็จขึ้นมาส่ง ตั้งจวนใต้ต้นมะเดื่อประสูตรกู จึงให้สถาปนาพระวิหาร พระอุโบสถ พระสถูป ที่จวนนั้น เสด็จขึ้นไปเมืองพระพิศณุโลก ประทับแรมอยู่ ๗ เวน เสด็จกลับลงมาพระนคร ๚ {{ฟม}}ศุภมัศดุ ศักราช ๑๐๖๘ ปีจออัฐศก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปล้อมช้างตำบลยางคลองทอง ได้ช้างพลาย ๖ ศอก ๕๐ ช้าง ได้ช้าง ๕ ศอกคืบ ๗๐ ช้าง ได้ช้างพัง ๓๒๐ ช้าง แล้ว<noinclude></noinclude> fd771wy3xo84devxaga6z8l9dv8n4zd 291754 291753 2026-07-04T16:26:50Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291754 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๘๒}}</noinclude>{{ฟม}}สมเด็จพระเจ้าลูกเธอกรมพระราชวังบวรฯ ขึ้นเสวยราชสมบัติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอสองพระองค์ พระเชษฐาพระชนม์ได้ ๒๔ พระวสา พระอนุชาพระชนม์ได้ ๒๐ พระวสา รับพระบัณฑูรทั้งสองพระองค์ แล้วให้จับเจ้ากรมขุนเสนาบริรักษ์ ว่าคบคิดกันกับอำมาตย์หลอ พระรักษมณเฑียร เจ้าพระองค์ {{ซบ|แขก|ดำ}} {{ปก2}} ว่าซ่องสุมผู้คนคิดขบถ มิได้ถวายเครื่องสาตราวุธ ให้เอาไปประหารชีวิตรเสียสิ้น อยู่มาอิกสองวันจับเจ้าพระขวัญให้เอาไปสำเร็จโทษเสียณวัดโคกพญา ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๖๗ ปีรกาสัปตศก พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปณเมืองพระพิศณุโลก ถึงที่ประทับโพธิ์ทับช้าง มีพระโองการตรัสว่าสมเด็จพระนารายน์เปนเจ้าเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปตีเมืองล้านช้าง สมเด็จพระมารดาทรงพระครรภ์แก่ เสด็จขึ้นมาส่ง ตั้งจวนใต้ต้นมะเดื่อประสูตรกู จึงให้สถาปนาพระวิหาร พระอุโบสถ พระสถูป ที่จวนนั้น เสด็จขึ้นไปเมืองพระพิศณุโลก ประทับแรมอยู่ ๗ เวน เสด็จกลับลงมาพระนคร ๚ {{ฟม}}ศุภมัศดุ ศักราช ๑๐๖๘ ปีจออัฐศก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปล้อมช้างตำบลยางคลองทอง ได้ช้างพลาย ๖ ศอก ๕๐ ช้าง ได้ช้าง ๕ ศอกคืบ ๗๐ ช้าง ได้ช้างพัง ๓๒๐ ช้าง แล้ว<noinclude></noinclude> gxq7y2rqldbkhrepdmsluy7ftq4rhgn หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/99 250 37868 291745 264979 2026-07-04T16:22:04Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/96]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/99]]: เปลี่ยนชื่อ 264979 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๘๓}}</noinclude>เสด็จกลับลงมาพระนคร มีพระโองการโปรดเกล้าฯ ให้ฝึกปรือทแกล้วทหาร จะเสด็จไปเอาเมืองหงษา ๚ {{ฟม}}ในปีนั้น หม่อมเดโชกินเมืองนคร จับปลัดฆ่าเสีย มีตราให้หาก็มิได้เข้ามา จึงยกทัพออกไปจะจับหม่อมเดโช ๆ ขับคนขึ้นน่าที่เชิงเทินต่อรบพุ่งเปนสามารถ พระไกรพลแสนอยู่ในเมืองเปนใจด้วยทัพหลวง ให้คนหนีจากน่าที่เชิงเทิน กองทัพจึงเข้าเมืองได้ หม่อมเดโชหนีไปได้ กองทัพยกกลับมา ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๗๐ ปีชวด สัมฤทธิศก ให้สถาปนาพระมณฑปพระพุทธบาท ๚ {{ฟม}}ศักราช ๑๐๗๗ ปีมแม สัปตศก เสด็จขึ้นไปฉลองพระพุทธบาท ๗ เวน ทรงพระประชวร เสด็จทรงพระที่นั่งสุวรรณราเชนทร์เสด็จลงมาถึงกรุง ขึ้นพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาศน์ได้ ๗ เวน ประชวรหนักลงแปลงสถานลงมาพระที่นั่งสุริยาอมรินทร์ เพลาเช้า พระชนม์ ๒๗ พระวสา เปนกรมพระราชวังบวรฯ อยู่ ๑๕ ปี ได้เสวยราชสมบัติ๗ ปี พระชนม์ได้ ๔๙ พระวสา เสด็จสวรรคต ๚ {{ฟม}}สมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสององค์แต่งพระบรมศพถวายพระเพลิงพระราชบิดาเสร็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระเชษฐาธิราชพระชนม์ ๒๔ ขึ้นเปนกรมพระราชวังบวรฯ อยู่ ๗ ปี ๚ {{ฟม}}เสด็จทรงนามพระรามาธิบดีแตกนักพระอินทร์เข้ามาแต่กรุง<noinclude></noinclude> 5f0gszfvm2099cchxjxojgffgwkj9kr 291755 291745 2026-07-04T16:27:18Z Lunlumita 12009 291755 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๓}}</noinclude>เสด็จกลับลงมาพระนคร มีพระโองการโปรดเกล้าฯ ให้ฝึกปรือทแกล้วทหาร จะเสด็จไปเอาเมืองหงษา ๚ {{ฟม}}ในปีนั้น หม่อมเดโชกินเมืองนคร จับปลัดฆ่าเสีย มีตราให้หาก็มิได้เข้ามา จึงยกทัพออกไปจะจับหม่อมเดโช ๆ ขับคนขึ้นน่าที่เชิงเทินต่อรบพุ่งเปนสามารถ พระไกรพลแสนอยู่ในเมืองเปนใจด้วยทัพหลวง ให้คนหนีจากน่าที่เชิงเทิน กองทัพจึงเข้าเมืองได้ หม่อมเดโชหนีไปได้ กองทัพยกกลับมา ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๗๐ ปีชวด สัมฤทธิศก ให้สถาปนาพระมณฑปพระพุทธบาท ๚ {{ฟม}}ศักราช ๑๐๗๗ ปีมแม สัปตศก เสด็จขึ้นไปฉลองพระพุทธบาท ๗ เวน ทรงพระประชวร เสด็จทรงพระที่นั่งสุวรรณราเชนทร์เสด็จลงมาถึงกรุง ขึ้นพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาศน์ได้ ๗ เวน ประชวรหนักลงแปลงสถานลงมาพระที่นั่งสุริยาอมรินทร์ เพลาเช้า พระชนม์ ๒๗ พระวสา เปนกรมพระราชวังบวรฯ อยู่ ๑๕ ปี ได้เสวยราชสมบัติ๗ ปี พระชนม์ได้ ๔๙ พระวสา เสด็จสวรรคต ๚ {{ฟม}}สมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสององค์แต่งพระบรมศพถวายพระเพลิงพระราชบิดาเสร็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระเชษฐาธิราชพระชนม์ ๒๔ ขึ้นเปนกรมพระราชวังบวรฯ อยู่ ๗ ปี ๚ {{ฟม}}เสด็จทรงนามพระรามาธิบดีแตกนักพระอินทร์เข้ามาแต่กรุง<noinclude></noinclude> 3o6swgut91r313ciz6iklgm66tgwal5 291756 291755 2026-07-04T16:28:31Z Lunlumita 12009 291756 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๓}}</noinclude>เสด็จกลับลงมาพระนคร มีพระโองการโปรดเกล้าฯ ให้ฝึกปรือทแกล้วทหาร จะเสด็จไปเอาเมืองหงษา ๚ {{ฟม}}ในปีนั้นหม่อมเดโชกินเมืองนคร จับปลัดฆ่าเสีย มีตราให้หาก็มิได้เข้ามา จึงยกทัพออกไปจะจับหม่อมเดโช ๆ ขับคนขึ้นน่าที่เชิงเทินต่อรบพุ่งเปนสามารถ พระไกรพลแสนอยู่ในเมืองเปนใจด้วยทัพหลวง ให้คนหนีจากน่าที่เชิงเทิน กองทัพจึงเข้าเมืองได้ หม่อมเดโชหนีไปได้ กองทัพยกกลับมา ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๗๐ ปีชวดสัมฤทธิศก ให้สถาปนาพระมณฑปพระพุทธบาท ๚ {{ฟม}}ศักราช ๑๐๗๗ ปีมแมสัปตศก เสด็จขึ้นไปฉลองพระพุทธบาท ๗ เวน ทรงพระประชวร เสด็จทรงพระที่นั่งสุวรรณราเชนทร์เสด็จลงมาถึงกรุง ขึ้นพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาศน์ได้ ๗ เวน ประชวรหนักลง แปลงสถานลงมาพระที่นั่งสุริยาอมรินทร์ เพลาเช้า พระชนม์ ๒๗ พระวสา เปนกรมพระราชวังบวรฯ อยู่ ๑๕ ปี ได้เสวยราชสมบัติ ๗ ปี พระชนม์ได้ ๔๙ พระวสา เสด็จสวรรคต ๚ {{ฟม}}สมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสององค์แต่งพระบรมศพถวายพระเพลิงพระราชบิดาเสร็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระเชษฐาธิราชพระชนม์ ๒๔ ขึ้นเปนกรมพระราชวังบวรฯ อยู่ ๗ ปี ๚ {{ฟม}}เสด็จทรงนามพระรามาธิบดีแตกนักพระอินทร์เข้ามาแต่กรุง<noinclude></noinclude> c7gzft0842694jahi9ff9qupeveuli3 291757 291756 2026-07-04T16:29:01Z Lunlumita 12009 291757 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๓}}</noinclude>เสด็จกลับลงมาพระนคร มีพระโองการโปรดเกล้าฯ ให้ฝึกปรือทแกล้วทหาร จะเสด็จไปเอาเมืองหงษา ๚ {{ฟม}}ในปีนั้นหม่อมเดโชกินเมืองนคร จับปลัดฆ่าเสีย มีตราให้หาก็มิได้เข้ามา จึงยกทัพออกไปจะจับหม่อมเดโช ๆ ขับคนขึ้นน่าที่เชิงเทินต่อรบพุ่งเปนสามารถ พระไกรพลแสนอยู่ในเมืองเปนใจด้วยทัพหลวง ให้คนหนีจากน่าที่เชิงเทิน กองทัพจึงเข้าเมืองได้ หม่อมเดโชหนีไปได้ กองทัพยกกลับมา ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๗๐ ปีชวดสัมฤทธิศก ให้สถาปนาพระมณฑปพระพุทธบาท ๚ {{ฟม}}ศักราช ๑๐๗๗ ปีมแมสัปตศก เสด็จขึ้นไปฉลองพระพุทธบาท ๗ เวน ทรงพระประชวร เสด็จทรงพระที่นั่งสุวรรณราเชนทร์เสด็จลงมาถึงกรุง ขึ้นพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาศน์ได้ ๗ เวน ประชวรหนักลง แปลงสถานลงมาพระที่นั่งสุริยาอมรินทร์ เพลาเช้า พระชนม์ ๒๗ พระวสา เปนกรมพระราชวังบวรฯ อยู่ ๑๕ ปี ได้เสวยราชสมบัติ ๗ ปี พระชนม์ได้ ๔๙ พระวสา เสด็จสวรรคต ๚ {{ฟม}}สมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสององค์แต่งพระบรมศพถวายพระเพลิงพระราชบิดาเสร็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระเชษฐาธิราช พระชนม์ ๒๔ ขึ้นเปนกรมพระราชวังบวรฯ อยู่ ๗ ปี ๚ {{ฟม}}เสด็จทรงนามพระรามาธิบดีแตกนักพระอินทร์เข้ามาแต่กรุง<noinclude></noinclude> 83uth1b6t3qeg2r64ch4co02057pszp 291758 291757 2026-07-04T16:29:11Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291758 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๘๓}}</noinclude>เสด็จกลับลงมาพระนคร มีพระโองการโปรดเกล้าฯ ให้ฝึกปรือทแกล้วทหาร จะเสด็จไปเอาเมืองหงษา ๚ {{ฟม}}ในปีนั้นหม่อมเดโชกินเมืองนคร จับปลัดฆ่าเสีย มีตราให้หาก็มิได้เข้ามา จึงยกทัพออกไปจะจับหม่อมเดโช ๆ ขับคนขึ้นน่าที่เชิงเทินต่อรบพุ่งเปนสามารถ พระไกรพลแสนอยู่ในเมืองเปนใจด้วยทัพหลวง ให้คนหนีจากน่าที่เชิงเทิน กองทัพจึงเข้าเมืองได้ หม่อมเดโชหนีไปได้ กองทัพยกกลับมา ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๗๐ ปีชวดสัมฤทธิศก ให้สถาปนาพระมณฑปพระพุทธบาท ๚ {{ฟม}}ศักราช ๑๐๗๗ ปีมแมสัปตศก เสด็จขึ้นไปฉลองพระพุทธบาท ๗ เวน ทรงพระประชวร เสด็จทรงพระที่นั่งสุวรรณราเชนทร์เสด็จลงมาถึงกรุง ขึ้นพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาศน์ได้ ๗ เวน ประชวรหนักลง แปลงสถานลงมาพระที่นั่งสุริยาอมรินทร์ เพลาเช้า พระชนม์ ๒๗ พระวสา เปนกรมพระราชวังบวรฯ อยู่ ๑๕ ปี ได้เสวยราชสมบัติ ๗ ปี พระชนม์ได้ ๔๙ พระวสา เสด็จสวรรคต ๚ {{ฟม}}สมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสององค์แต่งพระบรมศพถวายพระเพลิงพระราชบิดาเสร็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระเชษฐาธิราช พระชนม์ ๒๔ ขึ้นเปนกรมพระราชวังบวรฯ อยู่ ๗ ปี ๚ {{ฟม}}เสด็จทรงนามพระรามาธิบดีแตกนักพระอินทร์เข้ามาแต่กรุง<noinclude></noinclude> 1l72gv1lehy01p2j560gjh5pyd3mf53 หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/100 250 37869 291747 264980 2026-07-04T16:22:16Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/97]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/100]]: เปลี่ยนชื่อ 264980 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๘๔}}</noinclude>กัมพูชา ทรงพระกรุณาให้ออกไปรับ ปลูกตำหนักให้อยู่ตำบลวัดค้างคาว ๚ {{ฟม}}ศักราช ๑๐๘๐ ปีจอ สัมฤทธิศก อสนีบาตลงยอดวัดมงคลบพิตร ไหม้เครื่องไม้ลงมาจนผนัง ๗ วันจึงดับ พระสอพระประธานหัก ๚ {{ฟม}}ศักราช ๑๐๘๑ ปีกุญ เอกศก ทรงพระกรุณาให้เกณฑ์กองทัพเรือพล ๕๐๐๐ ทัพบกคน ๕๐๐๐ ให้พญาจักรีบ้านโรงฆ้องเปนแม่ทัพบก พญาโกษาจีนเปนแม่ทัพเรือกำปั่นสองลำ ยกออกไปรบญวนลแวกตีแตกเข้ามา ๚ {{ฟม}}ศุภมัศดุ ศักราช ๑๐๘๔ ปีขาล จัตวาศก ทรงพระราชศรัทธาให้บุรณพระเจดีย์พระอุโบสถวัดมงคลบพิตรให้กว้างให้ยาวออกกว่าเก่า ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๘๙ ปีมแม นพศก ทรงพระประชวรชิวหา ในปีนั้น สมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้ากรมพระราชวังบวรฯ เสด็จออกไปทรงผนวชณวัดกุฎีดาว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอภัยถามนายบุญมีราชวังเมืองกรมช้างพระราชวังบวรฯ ว่า ตัวไรมีฝีงา นายบุญมีราชวังเมืองกราบทูลว่า ช้างพลายสระสงสาร ช้างพลายแก้ว พลายรัดกลึง รับวงพาดแลชนเถื่อน รับสั่งให้เอาช้างสามช้างไปพระราชวังหลวง แล้วสั่งว่า ช้างม้าซึ่งอยู่วังน่านั้นอย่าให้ตะพุ่นจ่ายหญ้าให้ หลวงมณเฑียรบาล หลวงกลาโหม เปนโทษครั้งปลงศพพระอาจารย์วัดคูหา เข้าไปกราบทูลพระกรุณาให้เอามาไว้ในพระราชวังหลวง จึงมีพระราชโองการให้ไปต่อว่าขุนหลวงกรมพระราช<noinclude></noinclude> bfgs80itn95zskuh2xiaflwgvd4cwk9 291759 291747 2026-07-04T16:29:29Z Lunlumita 12009 291759 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๔}}</noinclude>กัมพูชา ทรงพระกรุณาให้ออกไปรับ ปลูกตำหนักให้อยู่ตำบลวัดค้างคาว ๚ {{ฟม}}ศักราช ๑๐๘๐ ปีจอ สัมฤทธิศก อสนีบาตลงยอดวัดมงคลบพิตร ไหม้เครื่องไม้ลงมาจนผนัง ๗ วันจึงดับ พระสอพระประธานหัก ๚ {{ฟม}}ศักราช ๑๐๘๑ ปีกุญ เอกศก ทรงพระกรุณาให้เกณฑ์กองทัพเรือพล ๕๐๐๐ ทัพบกคน ๕๐๐๐ ให้พญาจักรีบ้านโรงฆ้องเปนแม่ทัพบก พญาโกษาจีนเปนแม่ทัพเรือกำปั่นสองลำ ยกออกไปรบญวนลแวกตีแตกเข้ามา ๚ {{ฟม}}ศุภมัศดุ ศักราช ๑๐๘๔ ปีขาล จัตวาศก ทรงพระราชศรัทธาให้บุรณพระเจดีย์พระอุโบสถวัดมงคลบพิตรให้กว้างให้ยาวออกกว่าเก่า ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๘๙ ปีมแม นพศก ทรงพระประชวรชิวหา ในปีนั้น สมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้ากรมพระราชวังบวรฯ เสด็จออกไปทรงผนวชณวัดกุฎีดาว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอภัยถามนายบุญมีราชวังเมืองกรมช้างพระราชวังบวรฯ ว่า ตัวไรมีฝีงา นายบุญมีราชวังเมืองกราบทูลว่า ช้างพลายสระสงสาร ช้างพลายแก้ว พลายรัดกลึง รับวงพาดแลชนเถื่อน รับสั่งให้เอาช้างสามช้างไปพระราชวังหลวง แล้วสั่งว่า ช้างม้าซึ่งอยู่วังน่านั้นอย่าให้ตะพุ่นจ่ายหญ้าให้ หลวงมณเฑียรบาล หลวงกลาโหม เปนโทษครั้งปลงศพพระอาจารย์วัดคูหา เข้าไปกราบทูลพระกรุณาให้เอามาไว้ในพระราชวังหลวง จึงมีพระราชโองการให้ไปต่อว่าขุนหลวงกรมพระราช<noinclude></noinclude> smg64440v8g82fukb643doik8j9is9v 291762 291759 2026-07-04T16:31:56Z Lunlumita 12009 291762 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๔}}</noinclude>กัมพูชา ทรงพระกรุณาให้ออกไปรับ ปลูกตำหนักให้อยู่ตำบลวัดค้างคาว ๚ {{ฟม}}ศักราช ๑๐๘๐ ปีจอสัมฤทธิศก อสนีบาตลงยอดวัดมงคลบพิตร ไหม้เครื่องไม้ลงมาจนผนัง ๗ วันจึงดับ พระสอพระประธานหัก ๚ {{ฟม}}ศักราช ๑๐๘๑ ปีกุญเอกศก ทรงพระกรุณาให้เกณฑ์กองทัพเรือพล ๕๐๐๐ ทัพบกคน ๕๐๐๐ ให้พญาจักรีบ้านโรงฆ้องเปนแม่ทัพบก พญาโกษาจีนเปนแม่ทัพเรือกำปั่นสองลำ ยกออกไปรบญวนลแวกตีแตกเข้ามา ๚ {{ฟม}}ศุภมัศดุ ศักราช ๑๐๘๔ ปีขาลจัตวาศก ทรงพระราชศรัทธาให้บุรณพระเจดีย์พระอุโบสถวัดมงคลบพิตรให้กว้างให้ยาวออกกว่าเก่า ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๘๙ ปีมแม นพศก ทรงพระประชวรชิวหา ในปีนั้น สมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้ากรมพระราชวังบวรฯ เสด็จออกไปทรงผนวชณวัดกุฎีดาว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอภัยถามนายบุญมีราชวังเมืองกรมช้างพระราชวังบวรฯ ว่า ตัวไรมีฝีงา นายบุญมีราชวังเมืองกราบทูลว่า ช้างพลายสระสงสาร ช้างพลายแก้ว พลายรัดกลึง รับวงพาดแลชนเถื่อน รับสั่งให้เอาช้างสามช้างไปพระราชวังหลวง แล้วสั่งว่า ช้างม้าซึ่งอยู่วังน่านั้นอย่าให้ตะพุ่นจ่ายหญ้าให้ หลวงมณเฑียรบาล หลวงกลาโหม เปนโทษครั้งปลงศพพระอาจารย์วัดคูหา เข้าไปกราบทูลพระกรุณาให้เอามาไว้ในพระราชวังหลวง จึงมีพระราชโองการให้ไปต่อว่าขุนหลวงกรมพระราช<noinclude></noinclude> 1aygclu4cj4cqwasby2e0l463xwpa6j 291763 291762 2026-07-04T16:35:07Z Lunlumita 12009 291763 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๔}}</noinclude>กัมพูชา ทรงพระกรุณาให้ออกไปรับ ปลูกตำหนักให้อยู่ตำบลวัดค้างคาว ๚ {{ฟม}}ศักราช ๑๐๘๐ ปีจอสัมฤทธิศก อสนีบาตลงยอดวัดมงคลบพิตร ไหม้เครื่องไม้ลงมาจนผนัง ๗ วันจึงดับ พระสอพระประธานหัก ๚ {{ฟม}}ศักราช ๑๐๘๑ ปีกุญเอกศก ทรงพระกรุณาให้เกณฑ์กองทัพเรือพล ๕๐๐๐ ทัพบกคน ๕๐๐๐ ให้พญาจักรีบ้านโรงฆ้องเปนแม่ทัพบก พญาโกษาจีนเปนแม่ทัพเรือกำปั่นสองลำ ยกออกไปรบญวนลแวกตีแตกเข้ามา ๚ {{ฟม}}ศุภมัศดุ ศักราช ๑๐๘๔ ปีขาลจัตวาศก ทรงพระราชศรัทธาให้บุรณพระเจดีย์พระอุโบสถวัดมงคลบพิตรให้กว้างให้ยาวออกกว่าเก่า ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๘๙ ปีมแมนพศก ทรงพระประชวรชิวหา ในปีนั้นสมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้ากรมพระราชวังบวรฯ เสด็จออกไปทรงผนวชณวัดกุฎีดาว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอภัยถามนายบุญมีราชวังเมืองกรมช้างพระราชวังบวรฯ ว่าตัวไรมีฝีงา นายบุญมีราชวังเมืองกราบทูลว่าช้างพลายสระสงสาร ช้างพลายแก้ว พลายรัดกลึง รับวงพาดแลชนเถื่อน รับสั่งให้เอาช้างสามช้างไปพระราชวังหลวง แล้วสั่งว่าช้างม้าซึ่งอยู่วังน่านั้นอย่าให้ตะพุ่นจ่ายหญ้าให้ หลวงมณเฑียรบาล หลวงกลาโหม เปนโทษครั้งปลงศพพระอาจารย์วัดคูหา เข้าไปกราบทูลพระกรุณาให้เอามาไว้ในพระราชวังหลวง จึงมีพระราชโองการให้ไปต่อว่าขุนหลวงกรมพระราช<noinclude></noinclude> 4j1jl3qsck17z5vvihhwpbi6s3yzsxe 291764 291763 2026-07-04T16:35:16Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291764 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๘๔}}</noinclude>กัมพูชา ทรงพระกรุณาให้ออกไปรับ ปลูกตำหนักให้อยู่ตำบลวัดค้างคาว ๚ {{ฟม}}ศักราช ๑๐๘๐ ปีจอสัมฤทธิศก อสนีบาตลงยอดวัดมงคลบพิตร ไหม้เครื่องไม้ลงมาจนผนัง ๗ วันจึงดับ พระสอพระประธานหัก ๚ {{ฟม}}ศักราช ๑๐๘๑ ปีกุญเอกศก ทรงพระกรุณาให้เกณฑ์กองทัพเรือพล ๕๐๐๐ ทัพบกคน ๕๐๐๐ ให้พญาจักรีบ้านโรงฆ้องเปนแม่ทัพบก พญาโกษาจีนเปนแม่ทัพเรือกำปั่นสองลำ ยกออกไปรบญวนลแวกตีแตกเข้ามา ๚ {{ฟม}}ศุภมัศดุ ศักราช ๑๐๘๔ ปีขาลจัตวาศก ทรงพระราชศรัทธาให้บุรณพระเจดีย์พระอุโบสถวัดมงคลบพิตรให้กว้างให้ยาวออกกว่าเก่า ๚ {{ฟม}}ลุศักราช ๑๐๘๙ ปีมแมนพศก ทรงพระประชวรชิวหา ในปีนั้นสมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้ากรมพระราชวังบวรฯ เสด็จออกไปทรงผนวชณวัดกุฎีดาว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอภัยถามนายบุญมีราชวังเมืองกรมช้างพระราชวังบวรฯ ว่าตัวไรมีฝีงา นายบุญมีราชวังเมืองกราบทูลว่าช้างพลายสระสงสาร ช้างพลายแก้ว พลายรัดกลึง รับวงพาดแลชนเถื่อน รับสั่งให้เอาช้างสามช้างไปพระราชวังหลวง แล้วสั่งว่าช้างม้าซึ่งอยู่วังน่านั้นอย่าให้ตะพุ่นจ่ายหญ้าให้ หลวงมณเฑียรบาล หลวงกลาโหม เปนโทษครั้งปลงศพพระอาจารย์วัดคูหา เข้าไปกราบทูลพระกรุณาให้เอามาไว้ในพระราชวังหลวง จึงมีพระราชโองการให้ไปต่อว่าขุนหลวงกรมพระราช<noinclude></noinclude> n8lxm6kyzizo81fc35w4jg990880brc หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/101 250 37870 291749 288276 2026-07-04T16:22:25Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/98]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/101]]: เปลี่ยนชื่อ 288276 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Peatlnwza" />{{c|๘๕}}</noinclude>วังบวร ฯ ก็ยอมถวาย จึงทรงพระกรุณาเอาหลวงมณเทียรบาลใส่ที่พระบำเรอภักดิ หลวงกลาโหมเปนที่หมื่นไวยวรนารถ สองคนนี้ พิดทูลยุยงพระเจ้าอยู่หัวแลสมเด็จพระเจ้าท้าวเจ้าฟ้าอภัยว่า ถ้าหาหลวงจ่าแสน ขุนชำนาญ นายชิดภูบาล มิได้ การดำริห์สิ่งใดก็จะสดวก ๚ {{cr|sp|10|sp|20|fy3|40|sp|10|sp|20}} {{c|หมดฉบับเพียงเท่านี้}}<noinclude></noinclude> iv5x4gowiv4fsajaei53fn4v4bp1u3y 291760 291749 2026-07-04T16:29:53Z Lunlumita 12009 291760 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Peatlnwza" />{{ก|๘๕}}</noinclude>วังบวรฯ ก็ยอมถวาย จึงทรงพระกรุณาเอาหลวงมณเทียรบาลใส่ที่พระบำเรอภักดิ หลวงกลาโหมเปนที่หมื่นไวยวรนารถ สองคนนี้ พิดทูลยุยงพระเจ้าอยู่หัวแลสมเด็จพระเจ้าท้าวเจ้าฟ้าอภัยว่า ถ้าหาหลวงจ่าแสน ขุนชำนาญ นายชิดภูบาล มิได้ การดำริห์สิ่งใดก็จะสดวก ๚ {{สกอ|sp|100}} {{ก|หมดฉบับเพียงเท่านี้}}<noinclude></noinclude> jtqri4ko4xqogiv3ymivlfcw94ao5zo 291761 291760 2026-07-04T16:30:52Z Lunlumita 12009 291761 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Peatlnwza" />{{ก|๘๕}}</noinclude>วังบวรฯ ก็ยอมถวาย จึงทรงพระกรุณาเอาหลวงมณเทียรบาลใส่ที่พระบำเรอภักดิ หลวงกลาโหมเปนที่หมื่นไวยวรนารถ สองคนนี้ พิดทูลยุยงพระเจ้าอยู่หัว แลสมเด็จพระเจ้าท้าวเจ้าฟ้าอภัย ว่าถ้าหาหลวงจ่าแสน ขุนชำนาญ นายชิดภูบาล มิได้ การดำริห์สิ่งใดก็จะสดวก ๚ {{สกอ|sp|100}} {{ก|หมดฉบับเพียงเท่านี้}}<noinclude></noinclude> rduyhlv1tkabgfg27voznwxqmj39afe หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/125 250 37874 291765 128129 2026-07-04T16:36:13Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/122]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/125]]: เปลี่ยนชื่อ 128129 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" /></noinclude>{{c|ตำนานพระโกษฐ|style=font-size:140%}} {{c|กรมพระสมมตอมรพันธุ์ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} {{c|สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัติวงษ์}} {{c|ช่วยกันทรงสืบสวนเรียบเรียง}} {{cr|sp|40|sp|5|co|6|sp|40|sp|5}} พระโกษฐที่ทรงพระบรมศพแลพระศพเจ้านาย กับโกษฐที่พระราชทานสำหรับศพข้าราชการผู้มีบันดาศักดิสูง ซึ่งมีอยู่เวลานี้ รวมเบ็ดเสร็จมี ๑๔ อย่าง เรียงโดยลำดับยศเปนดังนี้ ๑{{ชว|1em}}พระโกษฐทองใหญ่ ๒{{ชว|1em}}พระโกษฐทองรองทรง นับเสมอพระโกษฐทองใหญ่ ๓{{ชว|1em}}พระโกษฐทองเล็ก ๔{{ชว|1em}}พระโกษฐทองน้อย ๕{{ชว|1em}}พระโกษฐกุดั่นใหญ่ ๖{{ชว|1em}}พระโกษฐกุดั่นน้อย ๗{{ชว|1em}}พระโกษฐมณฑปใหญ่ ๘{{ชว|1em}}พระโกษฐมณฑปน้อย ๙{{ชว|1em}}พระโกษฐไม้สิบสอง ๑๐{{ชว|1em}}พระโกษฐพระองค์เจ้า เดิมเรียกว่า โกษฐลังกา {{nop}}<noinclude></noinclude> lbpu452oucghdq4cj6i7r9i9cw7r7ep 291767 291765 2026-07-04T16:37:26Z Lunlumita 12009 291767 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" /></noinclude>{{ก|ตำนานพระโกษฐ|140}} {{ก|กรมพระสมมตอมรพันธุ์ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} {{ก|สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัติวงษ์}} {{ก|ช่วยกันทรงสืบสวนเรียบเรียง}} {{สต|7em}} พระโกษฐที่ทรงพระบรมศพแลพระศพเจ้านาย กับโกษฐที่พระราชทานสำหรับศพข้าราชการผู้มีบันดาศักดิสูง ซึ่งมีอยู่เวลานี้ รวมเบ็ดเสร็จมี ๑๔ อย่าง เรียงโดยลำดับยศเปนดังนี้ {{กม|ข2|๑}}พระโกษฐทองใหญ่ {{กม|ข2|๒}}พระโกษฐทองรองทรง นับเสมอพระโกษฐทองใหญ่ {{กม|ข2|๓}}พระโกษฐทองเล็ก {{กม|ข2|๔}}พระโกษฐทองน้อย {{กม|ข2|๕}}พระโกษฐกุดั่นใหญ่ {{กม|ข2|๖}}พระโกษฐกุดั่นน้อย {{กม|ข2|๗}}พระโกษฐมณฑปใหญ่ {{กม|ข2|๘}}พระโกษฐมณฑปน้อย {{กม|ข2|๙}}พระโกษฐไม้สิบสอง {{กม|ข2|๑๐}}พระโกษฐพระองค์เจ้า เดิมเรียกว่า โกษฐลังกา {{มปก}}<noinclude></noinclude> f3lifemqpvfjwjrink8st7m02r3xb1j 291768 291767 2026-07-04T16:38:52Z Lunlumita 12009 291768 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" /></noinclude>{{ก|ตำนานพระโกษฐ|140}} {{ก|กรมพระสมมตอมรพันธุ์ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} {{ก|สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัติวงษ์}} {{ก|ช่วยกันทรงสืบสวนเรียบเรียง}} {{สต|7em}} พระโกษฐที่ทรงพระบรมศพแลพระศพเจ้านาย กับโกษฐที่พระราชทานสำหรับศพข้าราชการผู้มีบันดาศักดิสูง ซึ่งมีอยู่เวลานี้ รวมเบ็ดเสร็จมี ๑๔ อย่าง เรียงโดยลำดับยศเปนดังนี้ {{กม|ข2|๑}}พระโกษฐทองใหญ่ {{กม|ข2|๒}}พระโกษฐทองรองทรง นับเสมอพระโกษฐทองใหญ่ {{กม|ข2|๓}}พระโกษฐทองเล็ก {{กม|ข2|๔}}พระโกษฐทองน้อย {{กม|ข2|๕}}พระโกษฐกุดั่นใหญ่ {{กม|ข2|๖}}พระโกษฐกุดั่นน้อย {{กม|ข2|๗}}พระโกษฐมณฑปใหญ่ {{กม|ข2|๘}}พระโกษฐมณฑปน้อย {{กม|ข2|๙}}พระโกษฐไม้สิบสอง {{กม|ข2|๑๐}}พระโกษฐพระองค์เจ้า เดิมเรียกว่าโกษฐลังกา {{มปก}}<noinclude></noinclude> 4cn8q5j2fbikureis4zpe0y97vuztns 291769 291768 2026-07-04T16:39:05Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291769 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ก|ตำนานพระโกษฐ|140}} {{ก|กรมพระสมมตอมรพันธุ์ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} {{ก|สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัติวงษ์}} {{ก|ช่วยกันทรงสืบสวนเรียบเรียง}} {{สต|7em}} พระโกษฐที่ทรงพระบรมศพแลพระศพเจ้านาย กับโกษฐที่พระราชทานสำหรับศพข้าราชการผู้มีบันดาศักดิสูง ซึ่งมีอยู่เวลานี้ รวมเบ็ดเสร็จมี ๑๔ อย่าง เรียงโดยลำดับยศเปนดังนี้ {{กม|ข2|๑}}พระโกษฐทองใหญ่ {{กม|ข2|๒}}พระโกษฐทองรองทรง นับเสมอพระโกษฐทองใหญ่ {{กม|ข2|๓}}พระโกษฐทองเล็ก {{กม|ข2|๔}}พระโกษฐทองน้อย {{กม|ข2|๕}}พระโกษฐกุดั่นใหญ่ {{กม|ข2|๖}}พระโกษฐกุดั่นน้อย {{กม|ข2|๗}}พระโกษฐมณฑปใหญ่ {{กม|ข2|๘}}พระโกษฐมณฑปน้อย {{กม|ข2|๙}}พระโกษฐไม้สิบสอง {{กม|ข2|๑๐}}พระโกษฐพระองค์เจ้า เดิมเรียกว่าโกษฐลังกา {{มปก}}<noinclude></noinclude> 56hg1mkdcsjutcikjx0ydgvbe6n1vhq 291796 291769 2026-07-05T05:00:01Z Lunlumita 12009 291796 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ก|ตำนานพระโกษฐ <br> กรมพระสมมตอมรพันธุ์ กรมพระดำรงราชานุภาพ <br> สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัติวงษ์ <br> ช่วยกันทรงสืบสวนเรียบเรียง|140}} {{สต|7em}} พระโกษฐที่ทรงพระบรมศพแลพระศพเจ้านาย กับโกษฐที่พระราชทานสำหรับศพข้าราชการผู้มีบันดาศักดิสูง ซึ่งมีอยู่เวลานี้ รวมเบ็ดเสร็จมี ๑๔ อย่าง เรียงโดยลำดับยศเปนดังนี้ {{กม|ข2|๑}}พระโกษฐทองใหญ่ {{กม|ข2|๒}}พระโกษฐทองรองทรง นับเสมอพระโกษฐทองใหญ่ {{กม|ข2|๓}}พระโกษฐทองเล็ก {{กม|ข2|๔}}พระโกษฐทองน้อย {{กม|ข2|๕}}พระโกษฐกุดั่นใหญ่ {{กม|ข2|๖}}พระโกษฐกุดั่นน้อย {{กม|ข2|๗}}พระโกษฐมณฑปใหญ่ {{กม|ข2|๘}}พระโกษฐมณฑปน้อย {{กม|ข2|๙}}พระโกษฐไม้สิบสอง {{กม|ข2|๑๐}}พระโกษฐพระองค์เจ้า เดิมเรียกว่าโกษฐลังกา {{มปก}}<noinclude></noinclude> 7chpvhvfxeksqba0nmwir7p0l0go5xi หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/126 250 37876 291770 128130 2026-07-04T16:39:28Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/123]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/126]]: เปลี่ยนชื่อ 128130 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๑๑๐}}</noinclude>๑๑{{ชว|1em}}โกษฐราชินิกูล ๑๒{{ชว|1em}}โกษฐเกราะ ๑๓{{ชว|1em}}โกษฐแปดเหลี่ยม ๑๔{{ชว|1em}}โกษฐโถ ตำนานพระโกษฐทั้งปวงนี้ มีปรากฎในหนังสือพระราชพงษาวดารบ้าง บอกเล่าต่อกันสืบมาบ้าง ต้องสันนิฐานบ้าง มีตำนานดังแสดงต่อไปนี้ เรียงลำดับตามสมัยที่สร้าง ที่{{ชว|1em}}๑{{ชว|1em}}โกษฐแปดเหลี่ยม มีอยู่ ๔ โกษฐด้วยกัน แต่โกษฐหนึ่งนั้นเก่ามาก ไม่ทราบตำนานว่า สร้างครั้งไร สังเกตทำนองลวดลาย เห็นเปนอย่างเดียวกับช่างครั้งรัชกาลที่ ๑ แต่ฝีมือทำนั้นหยาบมาก ถ้าจะกะเอาว่า สร้างแต่ครั้งกรุงธนบุรี ก็เห็นว่า จะเปนการสมควร ด้วยเหตุข้อ ๑ ยุคนั้น เวลาว่างการทัพศึกมีน้อย งานพระเมรุต้องรีบชิงทำในเวลาว่างอันเปนเวลาสั้น จึงต้องเร่งทำเอาแต่พอให้ใช้ได้ทันงาน จะให้งดงามถึงที่ไม่ได้ ข้อ ๒ โกษฐแปดเหลี่ยมนี้เปนอย่างเดียวกันกับพระโกษฐกุดั่นอันมีตำนานปรากฎว่า สร้างเปนครั้งแรกในรัชกาลที่ ๑ โกษฐแปดเหลี่ยมต้องมีอยู่ก่อนแล้ว พระโกษฐกุดั่นทำเอาอย่าง จึงจะเปนได้ ซึ่งโกษฐแปดเหลี่ยมจะทำทีหลังเอาอย่างพระโกษฐกุดั่นนั้นเปนไปไม่ได้ ใช้ประกอบศพที่ต่ำศักดิเปนกรรโชก เข้าใจว่า โกษฐแปดเหลี่ยมนี้เก่าแก่กว่าโกษฐชนิดอื่นหมด ด้วยยอดเปนหลังคา คงเปนแบบแรกที่แปลงมาจากเหมตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า ยังอิก ๓ โกษฐนั้น โกษฐ<noinclude></noinclude> bwux48ysidh9r2sks20liiwllp2pm66 291772 291770 2026-07-04T16:40:21Z Lunlumita 12009 291772 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๐}}</noinclude>{{กม|ข2|๑๑}}โกษฐราชินิกูล {{กม|ข2|๑๒}}โกษฐเกราะ {{กม|ข2|๑๓}}โกษฐแปดเหลี่ยม {{กม|ข2|๑๔}}โกษฐโถ ตำนานพระโกษฐทั้งปวงนี้ มีปรากฎในหนังสือพระราชพงษาวดารบ้าง บอกเล่าต่อกันสืบมาบ้าง ต้องสันนิฐานบ้าง มีตำนานดังแสดงต่อไปนี้ เรียงลำดับตามสมัยที่สร้าง {{กม|ม|๑|ที่}}โกษฐแปดเหลี่ยม มีอยู่ ๔ โกษฐด้วยกัน แต่โกษฐหนึ่งนั้นเก่ามาก ไม่ทราบตำนานว่า สร้างครั้งไร สังเกตทำนองลวดลาย เห็นเปนอย่างเดียวกับช่างครั้งรัชกาลที่ ๑ แต่ฝีมือทำนั้นหยาบมาก ถ้าจะกะเอาว่า สร้างแต่ครั้งกรุงธนบุรี ก็เห็นว่า จะเปนการสมควร ด้วยเหตุข้อ ๑ ยุคนั้น เวลาว่างการทัพศึกมีน้อย งานพระเมรุต้องรีบชิงทำในเวลาว่างอันเปนเวลาสั้น จึงต้องเร่งทำเอาแต่พอให้ใช้ได้ทันงาน จะให้งดงามถึงที่ไม่ได้ ข้อ ๒ โกษฐแปดเหลี่ยมนี้เปนอย่างเดียวกันกับพระโกษฐกุดั่นอันมีตำนานปรากฎว่า สร้างเปนครั้งแรกในรัชกาลที่ ๑ โกษฐแปดเหลี่ยมต้องมีอยู่ก่อนแล้ว พระโกษฐกุดั่นทำเอาอย่าง จึงจะเปนได้ ซึ่งโกษฐแปดเหลี่ยมจะทำทีหลังเอาอย่างพระโกษฐกุดั่นนั้นเปนไปไม่ได้ ใช้ประกอบศพที่ต่ำศักดิเปนกรรโชก เข้าใจว่า โกษฐแปดเหลี่ยมนี้เก่าแก่กว่าโกษฐชนิดอื่นหมด ด้วยยอดเปนหลังคา คงเปนแบบแรกที่แปลงมาจากเหมตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า ยังอิก ๓ โกษฐนั้น โกษฐ<noinclude></noinclude> 6pmivojrde94r5bpy2jrenrfthjuhzo 291773 291772 2026-07-04T16:42:38Z Lunlumita 12009 291773 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๐}}</noinclude>{{กม|ข2|๑๑}}โกษฐราชินิกูล {{กม|ข2|๑๒}}โกษฐเกราะ {{กม|ข2|๑๓}}โกษฐแปดเหลี่ยม {{กม|ข2|๑๔}}โกษฐโถ ตำนานพระโกษฐทั้งปวงนี้ มีปรากฎในหนังสือพระราชพงษาวดารบ้าง บอกเล่าต่อกันสืบมาบ้าง ต้องสันนิฐานบ้าง มีตำนานดังแสดงต่อไปนี้ เรียงลำดับตามสมัยที่สร้าง {{กม|ม|๑|ที่}}โกษฐแปดเหลี่ยม มีอยู่ ๔ โกษฐด้วยกัน แต่โกษฐหนึ่งนั้นเก่ามาก ไม่ทราบตำนานว่าสร้างครั้งไร สังเกตทำนองลวดลาย เห็นเปนอย่างเดียวกับช่างครั้งรัชกาลที่ ๑ แต่ฝีมือทำนั้นหยาบมาก ถ้าจะกะเอาว่าสร้างแต่ครั้งกรุงธนบุรี ก็เห็นว่าจะเปนการสมควร ด้วยเหตุข้อ ๑ ยุคนั้น เวลาว่างการทัพศึกมีน้อย งานพระเมรุต้องรีบชิงทำในเวลาว่างอันเปนเวลาสั้น จึงต้องเร่งทำเอาแต่พอให้ใช้ได้ทันงาน จะให้งดงามถึงที่ไม่ได้ ข้อ ๒ โกษฐแปดเหลี่ยมนี้เปนอย่างเดียวกันกับพระโกษฐกุดั่นอันมีตำนานปรากฎว่าสร้างเปนครั้งแรกในรัชกาลที่ ๑ โกษฐแปดเหลี่ยมต้องมีอยู่ก่อนแล้ว พระโกษฐกุดั่นทำเอาอย่าง จึงจะเปนได้ ซึ่งโกษฐแปดเหลี่ยมจะทำทีหลังเอาอย่างพระโกษฐกุดั่นนั้นเปนไปไม่ได้ ใช้ประกอบศพที่ต่ำศักดิเปนกรรโชก เข้าใจว่าโกษฐแปดเหลี่ยมนี้เก่าแก่กว่าโกษฐชนิดอื่นหมด ด้วยยอดเปนหลังคา คงเปนแบบแรกที่แปลงมาจากเหมตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า ยังอิก ๓ โกษฐนั้น โกษฐ<noinclude></noinclude> 7e7zneks7lgo4c9f7iqn1hn3thmqwvu 291774 291773 2026-07-04T16:42:49Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291774 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๑๐}}</noinclude>{{กม|ข2|๑๑}}โกษฐราชินิกูล {{กม|ข2|๑๒}}โกษฐเกราะ {{กม|ข2|๑๓}}โกษฐแปดเหลี่ยม {{กม|ข2|๑๔}}โกษฐโถ ตำนานพระโกษฐทั้งปวงนี้ มีปรากฎในหนังสือพระราชพงษาวดารบ้าง บอกเล่าต่อกันสืบมาบ้าง ต้องสันนิฐานบ้าง มีตำนานดังแสดงต่อไปนี้ เรียงลำดับตามสมัยที่สร้าง {{กม|ม|๑|ที่}}โกษฐแปดเหลี่ยม มีอยู่ ๔ โกษฐด้วยกัน แต่โกษฐหนึ่งนั้นเก่ามาก ไม่ทราบตำนานว่าสร้างครั้งไร สังเกตทำนองลวดลาย เห็นเปนอย่างเดียวกับช่างครั้งรัชกาลที่ ๑ แต่ฝีมือทำนั้นหยาบมาก ถ้าจะกะเอาว่าสร้างแต่ครั้งกรุงธนบุรี ก็เห็นว่าจะเปนการสมควร ด้วยเหตุข้อ ๑ ยุคนั้น เวลาว่างการทัพศึกมีน้อย งานพระเมรุต้องรีบชิงทำในเวลาว่างอันเปนเวลาสั้น จึงต้องเร่งทำเอาแต่พอให้ใช้ได้ทันงาน จะให้งดงามถึงที่ไม่ได้ ข้อ ๒ โกษฐแปดเหลี่ยมนี้เปนอย่างเดียวกันกับพระโกษฐกุดั่นอันมีตำนานปรากฎว่าสร้างเปนครั้งแรกในรัชกาลที่ ๑ โกษฐแปดเหลี่ยมต้องมีอยู่ก่อนแล้ว พระโกษฐกุดั่นทำเอาอย่าง จึงจะเปนได้ ซึ่งโกษฐแปดเหลี่ยมจะทำทีหลังเอาอย่างพระโกษฐกุดั่นนั้นเปนไปไม่ได้ ใช้ประกอบศพที่ต่ำศักดิเปนกรรโชก เข้าใจว่าโกษฐแปดเหลี่ยมนี้เก่าแก่กว่าโกษฐชนิดอื่นหมด ด้วยยอดเปนหลังคา คงเปนแบบแรกที่แปลงมาจากเหมตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า ยังอิก ๓ โกษฐนั้น โกษฐ<noinclude></noinclude> fslwjbxq71bnkoto78wch4axoegf650 หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/127 250 37877 291775 128140 2026-07-04T16:43:10Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/124]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/127]]: เปลี่ยนชื่อ 128140 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๑๑๑}}</noinclude>หนึ่งก็ไม่ทราบแน่ว่า สร้างเมื่อไร แต่สังเกตฝีมือ เห็นว่า คงทำราวรัชกาลที่ ๓ ฤๅที่ ๔ อิกโกษฐหนึ่ง กรมหมื่นปราบปรปักษ์ทำขึ้นในรัชกาลที่ ๕ ใช้ประกอบศพหม่อมแม้นในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงษ์วรเดชเปนคราวแรก อิกโกษฐหนึ่ง กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจขอพระบรมราชานุญาตทำถวายในรัชกาลนี้ ใช้ประกอบศพเจ้าจอมมารดาสังวาลเปนประเดิม ที่{{ชว|1em}}๒{{ชว|1em}}โกษฐโถ มีอยู่ ๒ โกษฐ โกษฐหนึ่งนั้นเก่ามาก ลวดลายแลฝีมือเหมือนกับโกษฐแปดเหลี่ยมใบเก่า เห็นได้ว่า ทำรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่ปรากฎตำนานว่า สร้างเมื่อไร ได้ยินแต่กล่าวกันว่า เปนโกษฐเก่าแก่ ใช้มาแต่รัชกาลที่ ๑ แล้ว คำกล่าวเช่นนี้ ประกอบกับฝีมือที่ทำรุ่นเดียวกับโกษฐแปดเหลี่ยม ชักให้น่าเชื่อขึ้นอิกว่า โกษฐแปดเหลี่ยมแลโกษฐโถทั้งสองอย่างนี้สร้างแต่ครั้งกรุงธนบุรี ทำไมจึงเรียก โกษฐโถ ก็เข้าใจไม่ได้ รูปก็ไม่เห็นเหมือนโถ ทรงอย่างโกษฐแปดเหลี่ยมนั้นเอง แต่ถากแปลงเปนกลม ยอดแก้เปนทรงมงกุฎเหมือนชฎาลคร คงจะทำทีหลังโกษฐแปดเหลี่ยม แลเห็นจะได้เปนยศสูงกว่าโกษฐแปดเหลี่ยม ด้วยยอดทรงมงกุฎพาให้เข้าใจไปเช่นนั้น แต่เดี๋ยวนี้ ถือว่า ต่ำกว่าโกษฐแปดเหลี่ยม ใช้สำหรับพระราชทานพระราชาคณะแลข้าราชการที่มีบันดาศักดิ์ได้รับพระราชทานโกษฐเปนชั้นต้น อิกโกษฐหนึ่ง เปนของทำเติมขึ้นใหม่ พระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าอลังการ{{วว}}<noinclude></noinclude> f5o0g5lxctsxkofx32boo4tl396l6mu 291777 291775 2026-07-04T16:43:37Z Lunlumita 12009 291777 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๑}}</noinclude>หนึ่งก็ไม่ทราบแน่ว่า สร้างเมื่อไร แต่สังเกตฝีมือ เห็นว่า คงทำราวรัชกาลที่ ๓ ฤๅที่ ๔ อิกโกษฐหนึ่ง กรมหมื่นปราบปรปักษ์ทำขึ้นในรัชกาลที่ ๕ ใช้ประกอบศพหม่อมแม้นในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงษ์วรเดชเปนคราวแรก อิกโกษฐหนึ่ง กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจขอพระบรมราชานุญาตทำถวายในรัชกาลนี้ ใช้ประกอบศพเจ้าจอมมารดาสังวาลเปนประเดิม {{กม|ม|๒|ที่}}โกษฐโถ มีอยู่ ๒ โกษฐ โกษฐหนึ่งนั้นเก่ามาก ลวดลายแลฝีมือเหมือนกับโกษฐแปดเหลี่ยมใบเก่า เห็นได้ว่า ทำรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่ปรากฎตำนานว่า สร้างเมื่อไร ได้ยินแต่กล่าวกันว่า เปนโกษฐเก่าแก่ ใช้มาแต่รัชกาลที่ ๑ แล้ว คำกล่าวเช่นนี้ ประกอบกับฝีมือที่ทำรุ่นเดียวกับโกษฐแปดเหลี่ยม ชักให้น่าเชื่อขึ้นอิกว่า โกษฐแปดเหลี่ยมแลโกษฐโถทั้งสองอย่างนี้สร้างแต่ครั้งกรุงธนบุรี ทำไมจึงเรียก โกษฐโถ ก็เข้าใจไม่ได้ รูปก็ไม่เห็นเหมือนโถ ทรงอย่างโกษฐแปดเหลี่ยมนั้นเอง แต่ถากแปลงเปนกลม ยอดแก้เปนทรงมงกุฎเหมือนชฎาลคร คงจะทำทีหลังโกษฐแปดเหลี่ยม แลเห็นจะได้เปนยศสูงกว่าโกษฐแปดเหลี่ยม ด้วยยอดทรงมงกุฎพาให้เข้าใจไปเช่นนั้น แต่เดี๋ยวนี้ ถือว่า ต่ำกว่าโกษฐแปดเหลี่ยม ใช้สำหรับพระราชทานพระราชาคณะแลข้าราชการที่มีบันดาศักดิ์ได้รับพระราชทานโกษฐเปนชั้นต้น อิกโกษฐหนึ่ง เปนของทำเติมขึ้นใหม่ พระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าอลังการ{{วว}}<noinclude></noinclude> ew8to3rsvl4k1swic7dzn6cm5ffzz3t 291778 291777 2026-07-04T16:44:12Z Lunlumita 12009 291778 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๑}}</noinclude>หนึ่งก็ไม่ทราบแน่ว่าสร้างเมื่อไร แต่สังเกตฝีมือเห็นว่าคงทำราวรัชกาลที่ ๓ ฤๅที่ ๔ อิกโกษฐหนึ่งกรมหมื่นปราบปรปักษ์ทำขึ้นในรัชกาลที่ ๕ ใช้ประกอบศพหม่อมแม้นในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงษ์วรเดชเปนคราวแรก อิกโกษฐหนึ่งกรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจขอพระบรมราชานุญาตทำถวายในรัชกาลนี้ ใช้ประกอบศพเจ้าจอมมารดาสังวาลเปนประเดิม {{กม|ม|๒|ที่}}โกษฐโถ มีอยู่ ๒ โกษฐ โกษฐหนึ่งนั้นเก่ามาก ลวดลายแลฝีมือเหมือนกับโกษฐแปดเหลี่ยมใบเก่า เห็นได้ว่า ทำรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่ปรากฎตำนานว่า สร้างเมื่อไร ได้ยินแต่กล่าวกันว่า เปนโกษฐเก่าแก่ ใช้มาแต่รัชกาลที่ ๑ แล้ว คำกล่าวเช่นนี้ ประกอบกับฝีมือที่ทำรุ่นเดียวกับโกษฐแปดเหลี่ยม ชักให้น่าเชื่อขึ้นอิกว่า โกษฐแปดเหลี่ยมแลโกษฐโถทั้งสองอย่างนี้สร้างแต่ครั้งกรุงธนบุรี ทำไมจึงเรียก โกษฐโถ ก็เข้าใจไม่ได้ รูปก็ไม่เห็นเหมือนโถ ทรงอย่างโกษฐแปดเหลี่ยมนั้นเอง แต่ถากแปลงเปนกลม ยอดแก้เปนทรงมงกุฎเหมือนชฎาลคร คงจะทำทีหลังโกษฐแปดเหลี่ยม แลเห็นจะได้เปนยศสูงกว่าโกษฐแปดเหลี่ยม ด้วยยอดทรงมงกุฎพาให้เข้าใจไปเช่นนั้น แต่เดี๋ยวนี้ ถือว่า ต่ำกว่าโกษฐแปดเหลี่ยม ใช้สำหรับพระราชทานพระราชาคณะแลข้าราชการที่มีบันดาศักดิ์ได้รับพระราชทานโกษฐเปนชั้นต้น อิกโกษฐหนึ่ง เปนของทำเติมขึ้นใหม่ พระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าอลังการ{{วว}}<noinclude></noinclude> 9ldk930r2cqc8udfoqpef8wrcqiapoy 291779 291778 2026-07-04T16:46:40Z Lunlumita 12009 291779 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๑}}</noinclude>หนึ่งก็ไม่ทราบแน่ว่าสร้างเมื่อไร แต่สังเกตฝีมือเห็นว่าคงทำราวรัชกาลที่ ๓ ฤๅที่ ๔ อิกโกษฐหนึ่งกรมหมื่นปราบปรปักษ์ทำขึ้นในรัชกาลที่ ๕ ใช้ประกอบศพหม่อมแม้นในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงษ์วรเดชเปนคราวแรก อิกโกษฐหนึ่งกรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจขอพระบรมราชานุญาตทำถวายในรัชกาลนี้ ใช้ประกอบศพเจ้าจอมมารดาสังวาลเปนประเดิม {{กม|ม|๒|ที่}}โกษฐโถ มีอยู่ ๒ โกษฐ โกษฐหนึ่งนั้นเก่ามาก ลวดลายแลฝีมือเหมือนกับโกษฐแปดเหลี่ยมใบเก่า เห็นได้ว่าทำรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่ปรากฎตำนานว่าสร้างเมื่อไร ได้ยินแต่กล่าวกันว่าเปนโกษฐเก่าแก่ใช้มาแต่รัชกาลที่ ๑ แล้ว คำกล่าวเช่นนี้ ประกอบกับฝีมือที่ทำรุ่นเดียวกับโกษฐแปดเหลี่ยม ชักให้น่าเชื่อขึ้นอิกว่าโกษฐแปดเหลี่ยมแลโกษฐโถทั้งสองอย่างนี้สร้างแต่ครั้งกรุงธนบุรี ทำไมจึงเรียกโกษฐโถก็เข้าใจไม่ได้ รูปก็ไม่เห็นเหมือนโถ ทรงอย่างโกษฐแปดเหลี่ยมนั้นเอง แต่ถากแปลงเปนกลม ยอดแก้เปนทรงมงกุฎเหมือนชฎาลคร คงจะทำทีหลังโกษฐแปดเหลี่ยม แลเห็นจะได้เปนยศสูงกว่าโกษฐแปดเหลี่ยม ด้วยยอดทรงมงกุฎพาให้เข้าใจไปเช่นนั้น แต่เดี๋ยวนี้ถือว่าต่ำกว่าโกษฐแปดเหลี่ยม ใช้สำหรับพระราชทานพระราชาคณะแลข้าราชการที่มีบันดาศักดิ์ได้รับพระราชทานโกษฐเปนชั้นต้น อิกโกษฐหนึ่งเปนของทำเติมขึ้นใหม่ พระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าอลังการ{{วว}}<noinclude></noinclude> ig4aatvb83ifevch5h4j44fcbjj60z5 291780 291779 2026-07-04T16:46:55Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291780 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๑๑}}</noinclude>หนึ่งก็ไม่ทราบแน่ว่าสร้างเมื่อไร แต่สังเกตฝีมือเห็นว่าคงทำราวรัชกาลที่ ๓ ฤๅที่ ๔ อิกโกษฐหนึ่งกรมหมื่นปราบปรปักษ์ทำขึ้นในรัชกาลที่ ๕ ใช้ประกอบศพหม่อมแม้นในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงษ์วรเดชเปนคราวแรก อิกโกษฐหนึ่งกรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจขอพระบรมราชานุญาตทำถวายในรัชกาลนี้ ใช้ประกอบศพเจ้าจอมมารดาสังวาลเปนประเดิม {{กม|ม|๒|ที่}}โกษฐโถ มีอยู่ ๒ โกษฐ โกษฐหนึ่งนั้นเก่ามาก ลวดลายแลฝีมือเหมือนกับโกษฐแปดเหลี่ยมใบเก่า เห็นได้ว่าทำรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่ปรากฎตำนานว่าสร้างเมื่อไร ได้ยินแต่กล่าวกันว่าเปนโกษฐเก่าแก่ใช้มาแต่รัชกาลที่ ๑ แล้ว คำกล่าวเช่นนี้ ประกอบกับฝีมือที่ทำรุ่นเดียวกับโกษฐแปดเหลี่ยม ชักให้น่าเชื่อขึ้นอิกว่าโกษฐแปดเหลี่ยมแลโกษฐโถทั้งสองอย่างนี้สร้างแต่ครั้งกรุงธนบุรี ทำไมจึงเรียกโกษฐโถก็เข้าใจไม่ได้ รูปก็ไม่เห็นเหมือนโถ ทรงอย่างโกษฐแปดเหลี่ยมนั้นเอง แต่ถากแปลงเปนกลม ยอดแก้เปนทรงมงกุฎเหมือนชฎาลคร คงจะทำทีหลังโกษฐแปดเหลี่ยม แลเห็นจะได้เปนยศสูงกว่าโกษฐแปดเหลี่ยม ด้วยยอดทรงมงกุฎพาให้เข้าใจไปเช่นนั้น แต่เดี๋ยวนี้ถือว่าต่ำกว่าโกษฐแปดเหลี่ยม ใช้สำหรับพระราชทานพระราชาคณะแลข้าราชการที่มีบันดาศักดิ์ได้รับพระราชทานโกษฐเปนชั้นต้น อิกโกษฐหนึ่งเปนของทำเติมขึ้นใหม่ พระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าอลังการ{{วว}}<noinclude></noinclude> pfgjrkvdmf0fz2bs0f488kw50hwzmzb หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/128 250 37878 291781 128131 2026-07-04T16:47:26Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/125]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/128]]: ทับศัพท์ 128131 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๑๑๒}}</noinclude>เปนผู้ทำโดยรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ เมื่อในรัชกาลที่ ๕ ที่{{ชว|1em}}๓{{ชว|1em}}พระโกษฐกุดั่น ๒ พระโกษฐ สร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีมะแม จุลศักราช ๑๑๖๑ (พ.ศ. ๒๓๔๒) ทรงพระศพสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี แลเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ เมื่อทรงพระศพสมเด็จพระพี่นาง หุ้มทองคำทั้งสองพระโกษฐ ตามคำที่ว่ากันว่า พระโกษฐกุดั่นนั้นชำรุดหายไปเสียองค์หนึ่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงค้นหาได้มาแต่ตัวพระโกษฐ จึงทรงทำฝาแลฐานใหม่ประกอบเข้า พระโกษฐองค์นี้เรียกว่า "กุดั่นใหญ่" ฝีมือทำซึ่งปรากฎอยู่ที่กาบพระโกษฐนั้นงามอย่างยิ่ง สมกับที่มีตำนานว่า เปนของทำในรัชกาลที่ ๑ อิกองค์หนึ่งเรียกว่า "กุดั่นน้อย" องค์นี้ที่ว่า ไม่ได้ชำรุดสูญหาย แต่ดูทำนองลายในกาบไม่ค่อยเทียมทันเสมอกันกับพระโกษฐกุดั่นใหญ่อันมีตำนานว่า ทำพร้อมกัน อาจจะเปนตัวแทนเสียแล้วก็ได้ พระโกษฐทั้งสององค์นี้เกียรติยศใช้ต่างกัน ทุกวันนี้ ถือว่า พระโกษฐกุดั่นใหญ่เกียรติยศสูงกว่าพระโกษฐกุดั่นน้อย แลพระโกษฐกุดั่นน้อยนี้กรมหมื่นปราบปรปักษ์ได้ทรงสร้างเติมขึ้นเมื่อในรัชกาลที่ ๕ อิกองค์ ๑ ที่{{ชว|1em}}๔{{ชว|1em}}พระโกษฐไม้สิบสอง มีตำนานว่า สร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๑๖๕ (พ.ศ. ๒๓๔๖) ทรงพระศพกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท ครั้งนั้น หุ้มทองคำ ในบัดนี้ พระโกษฐไม้สิบ<noinclude></noinclude> nhycb24cdtstr7qfccjd6g7qjxcib0k 291783 291781 2026-07-04T16:47:49Z Lunlumita 12009 291783 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๒}}</noinclude>เปนผู้ทำโดยรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ เมื่อในรัชกาลที่ ๕ {{กม|ม|๓|ที่}}พระโกษฐกุดั่น ๒ พระโกษฐ สร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีมะแม จุลศักราช ๑๑๖๑ (พ.ศ. ๒๓๔๒) ทรงพระศพสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี แลเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ เมื่อทรงพระศพสมเด็จพระพี่นาง หุ้มทองคำทั้งสองพระโกษฐ ตามคำที่ว่ากันว่า พระโกษฐกุดั่นนั้นชำรุดหายไปเสียองค์หนึ่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงค้นหาได้มาแต่ตัวพระโกษฐ จึงทรงทำฝาแลฐานใหม่ประกอบเข้า พระโกษฐองค์นี้เรียกว่า "กุดั่นใหญ่" ฝีมือทำซึ่งปรากฎอยู่ที่กาบพระโกษฐนั้นงามอย่างยิ่ง สมกับที่มีตำนานว่า เปนของทำในรัชกาลที่ ๑ อิกองค์หนึ่งเรียกว่า "กุดั่นน้อย" องค์นี้ที่ว่า ไม่ได้ชำรุดสูญหาย แต่ดูทำนองลายในกาบไม่ค่อยเทียมทันเสมอกันกับพระโกษฐกุดั่นใหญ่อันมีตำนานว่า ทำพร้อมกัน อาจจะเปนตัวแทนเสียแล้วก็ได้ พระโกษฐทั้งสององค์นี้เกียรติยศใช้ต่างกัน ทุกวันนี้ ถือว่า พระโกษฐกุดั่นใหญ่เกียรติยศสูงกว่าพระโกษฐกุดั่นน้อย แลพระโกษฐกุดั่นน้อยนี้กรมหมื่นปราบปรปักษ์ได้ทรงสร้างเติมขึ้นเมื่อในรัชกาลที่ ๕ อิกองค์ ๑ {{กม|ม|๔|ที่}}พระโกษฐไม้สิบสอง มีตำนานว่า สร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๑๖๕ (พ.ศ. ๒๓๔๖) ทรงพระศพกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท ครั้งนั้น หุ้มทองคำ ในบัดนี้ พระโกษฐไม้สิบ<noinclude></noinclude> 6ykp3nrbgghc2l5znsia22rimtl2xmh 291784 291783 2026-07-04T16:50:28Z Lunlumita 12009 291784 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๒}}</noinclude>เปนผู้ทำโดยรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ เมื่อในรัชกาลที่ ๕ {{กม|ม|๓|ที่}}พระโกษฐกุดั่น ๒ พระโกษฐ สร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีมะแม จุลศักราช ๑๑๖๑ (พ.ศ. ๒๓๔๒) ทรงพระศพสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี แลเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ เมื่อทรงพระศพสมเด็จพระพี่นาง หุ้มทองคำทั้งสองพระโกษฐ ตามคำที่ว่ากันว่าพระโกษฐกุดั่นนั้นชำรุดหายไปเสียองค์หนึ่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงค้นหาได้มาแต่ตัวพระโกษฐ จึงทรงทำฝาแลฐานใหม่ประกอบเข้า พระโกษฐองค์นี้เรียกว่า “กุดั่นใหญ่” ฝีมือทำซึ่งปรากฎอยู่ที่กาบพระโกษฐนั้นงามอย่างยิ่ง สมกับที่มีตำนานว่าเปนของทำในรัชกาลที่ ๑ อิกองค์หนึ่งเรียกว่า “กุดั่นน้อย” องค์นี้ที่ว่าไม่ได้ชำรุดสูญหาย แต่ดูทำนองลายในกาบไม่ค่อยเทียมทันเสมอกันกับพระโกษฐกุดั่นใหญ่อันมีตำนานว่าทำพร้อมกัน อาจจะเปนตัวแทนเสียแล้วก็ได้ พระโกษฐทั้งสององค์นี้เกียรติยศใช้ต่างกัน ทุกวันนี้ถือว่าพระโกษฐกุดั่นใหญ่เกียรติยศสูงกว่าพระโกษฐกุดั่นน้อย แลพระโกษฐกุดั่นน้อยนี้กรมหมื่นปราบปรปักษ์ได้ทรงสร้างเติมขึ้นเมื่อในรัชกาลที่ ๕ อิกองค์ ๑ {{กม|ม|๔|ที่}}พระโกษฐไม้สิบสอง มีตำนานว่า สร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๑๖๕ (พ.ศ. ๒๓๔๖) ทรงพระศพกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท ครั้งนั้น หุ้มทองคำ ในบัดนี้ พระโกษฐไม้สิบ<noinclude></noinclude> 1roucojcc6odm4a0rpjzhuqvljt1k1w 291785 291784 2026-07-04T16:50:57Z Lunlumita 12009 291785 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๒}}</noinclude>เปนผู้ทำโดยรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ เมื่อในรัชกาลที่ ๕ {{กม|ม|๓|ที่}}พระโกษฐกุดั่น ๒ พระโกษฐ สร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีมะแม จุลศักราช ๑๑๖๑ (พ.ศ. ๒๓๔๒) ทรงพระศพสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี แลเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ เมื่อทรงพระศพสมเด็จพระพี่นาง หุ้มทองคำทั้งสองพระโกษฐ ตามคำที่ว่ากันว่าพระโกษฐกุดั่นนั้นชำรุดหายไปเสียองค์หนึ่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงค้นหาได้มาแต่ตัวพระโกษฐ จึงทรงทำฝาแลฐานใหม่ประกอบเข้า พระโกษฐองค์นี้เรียกว่า “กุดั่นใหญ่” ฝีมือทำซึ่งปรากฎอยู่ที่กาบพระโกษฐนั้นงามอย่างยิ่ง สมกับที่มีตำนานว่าเปนของทำในรัชกาลที่ ๑ อิกองค์หนึ่งเรียกว่า “กุดั่นน้อย” องค์นี้ที่ว่าไม่ได้ชำรุดสูญหาย แต่ดูทำนองลายในกาบไม่ค่อยเทียมทันเสมอกันกับพระโกษฐกุดั่นใหญ่อันมีตำนานว่าทำพร้อมกัน อาจจะเปนตัวแทนเสียแล้วก็ได้ พระโกษฐทั้งสององค์นี้เกียรติยศใช้ต่างกัน ทุกวันนี้ถือว่าพระโกษฐกุดั่นใหญ่เกียรติยศสูงกว่าพระโกษฐกุดั่นน้อย แลพระโกษฐกุดั่นน้อยนี้กรมหมื่นปราบปรปักษ์ได้ทรงสร้างเติมขึ้นเมื่อในรัชกาลที่ ๕ อิกองค์ ๑ {{กม|ม|๔|ที่}}พระโกษฐไม้สิบสอง มีตำนานว่าสร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๑๖๕ (พ.ศ. ๒๓๔๖) ทรงพระศพกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท ครั้งนั้นหุ้มทองคำ ในบัดนี้พระโกษฐไม้สิบ<noinclude></noinclude> s1cemo1fd26w750awpnk8hgtdv31aew 291786 291785 2026-07-04T16:51:09Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291786 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๑๒}}</noinclude>เปนผู้ทำโดยรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ เมื่อในรัชกาลที่ ๕ {{กม|ม|๓|ที่}}พระโกษฐกุดั่น ๒ พระโกษฐ สร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีมะแม จุลศักราช ๑๑๖๑ (พ.ศ. ๒๓๔๒) ทรงพระศพสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี แลเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ เมื่อทรงพระศพสมเด็จพระพี่นาง หุ้มทองคำทั้งสองพระโกษฐ ตามคำที่ว่ากันว่าพระโกษฐกุดั่นนั้นชำรุดหายไปเสียองค์หนึ่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงค้นหาได้มาแต่ตัวพระโกษฐ จึงทรงทำฝาแลฐานใหม่ประกอบเข้า พระโกษฐองค์นี้เรียกว่า “กุดั่นใหญ่” ฝีมือทำซึ่งปรากฎอยู่ที่กาบพระโกษฐนั้นงามอย่างยิ่ง สมกับที่มีตำนานว่าเปนของทำในรัชกาลที่ ๑ อิกองค์หนึ่งเรียกว่า “กุดั่นน้อย” องค์นี้ที่ว่าไม่ได้ชำรุดสูญหาย แต่ดูทำนองลายในกาบไม่ค่อยเทียมทันเสมอกันกับพระโกษฐกุดั่นใหญ่อันมีตำนานว่าทำพร้อมกัน อาจจะเปนตัวแทนเสียแล้วก็ได้ พระโกษฐทั้งสององค์นี้เกียรติยศใช้ต่างกัน ทุกวันนี้ถือว่าพระโกษฐกุดั่นใหญ่เกียรติยศสูงกว่าพระโกษฐกุดั่นน้อย แลพระโกษฐกุดั่นน้อยนี้กรมหมื่นปราบปรปักษ์ได้ทรงสร้างเติมขึ้นเมื่อในรัชกาลที่ ๕ อิกองค์ ๑ {{กม|ม|๔|ที่}}พระโกษฐไม้สิบสอง มีตำนานว่าสร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๑๖๕ (พ.ศ. ๒๓๔๖) ทรงพระศพกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท ครั้งนั้นหุ้มทองคำ ในบัดนี้พระโกษฐไม้สิบ<noinclude></noinclude> lel01ozmtb0bcexcn6sujh78txbyllm หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/129 250 37879 291787 128132 2026-07-04T16:51:29Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/126]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/129]]: เปลี่ยนชื่อ 128132 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๑๑๓}}</noinclude>สองมี ๒ องค์ ว่า เปนของเก่าองค์หนึ่ง เปนของสร้างเติมขึ้นใหม่อิกองค์หนึ่ง แต่ไม่ได้ความว่า สร้างเติมขึ้นเมื่อไร สังเกตดูรูปทรงลวดลายทั้งสององค์ไม่เห็นสมเปนฝีมือช่างในรัชกาลที่ ๑ สักองค์เดียว ที่{{ชว|1em}}๕{{ชว|1em}}พระโกษฐทองใหญ่ สร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีมะโรง จุลศักราช ๑๑๗๐ (พ.ศ. ๒๓๕๑) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์โปรดให้รื้อทองที่หุ้มพระโกษฐกุดั่นมาทำพระโกษฐทองใหญ่ขึ้นไว้สำหรับพระบรมศพของพระองค์ เมื่อทำพระโกษฐองค์นี้สำเร็จแล้ว โปรดให้เอาเข้าไปตั้งถวายทอดพระเนตรในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในปีนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงศรีสุนทรเทพ สิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ทรงพระอาไลยมาก แลจะใคร่ทอดพระเนตรพระโกษฐทองใหญ่ออกพระเมรุตั้งพระเบญจา จึงโปรดให้เชิญพระโกษฐทองใหญ่ไปประกอบพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงศรีสุนทรเทพ เปนครั้งแรก จึงเลยเปนประเพณีในรัชกาลต่อมาที่พระราชทานพระโกษฐทองใหญ่ให้ทรงพระศพอื่นเปนพิเศษนอกจากพระบรมศพได้ มีบาญชีจดไว้ในห้องพระอาลักษณลงมาจนถึงรัชกาลที่ ๔ กรมพระสมมตอมรพันธุ์พบบาญชีนี้ ได้ทรงจดต่อมาจนรัชกาลปัจจุบัน มีอย่างนี้ {{nop}}<noinclude></noinclude> s30gi2nxlrq9i0rybo3vbd35x5axxv2 291789 291787 2026-07-04T16:52:29Z Lunlumita 12009 291789 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๓}}</noinclude>สองมี ๒ องค์ ว่า เปนของเก่าองค์หนึ่ง เปนของสร้างเติมขึ้นใหม่อิกองค์หนึ่ง แต่ไม่ได้ความว่า สร้างเติมขึ้นเมื่อไร สังเกตดูรูปทรงลวดลายทั้งสององค์ไม่เห็นสมเปนฝีมือช่างในรัชกาลที่ ๑ สักองค์เดียว {{กม|ม|๕|ที่}}พระโกษฐทองใหญ่ สร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีมะโรง จุลศักราช ๑๑๗๐ (พ.ศ. ๒๓๕๑) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์โปรดให้รื้อทองที่หุ้มพระโกษฐกุดั่นมาทำพระโกษฐทองใหญ่ขึ้นไว้สำหรับพระบรมศพของพระองค์ เมื่อทำพระโกษฐองค์นี้สำเร็จแล้ว โปรดให้เอาเข้าไปตั้งถวายทอดพระเนตรในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในปีนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงศรีสุนทรเทพ สิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ทรงพระอาไลยมาก แลจะใคร่ทอดพระเนตรพระโกษฐทองใหญ่ออกพระเมรุตั้งพระเบญจา จึงโปรดให้เชิญพระโกษฐทองใหญ่ไปประกอบพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงศรีสุนทรเทพ เปนครั้งแรก จึงเลยเปนประเพณีในรัชกาลต่อมาที่พระราชทานพระโกษฐทองใหญ่ให้ทรงพระศพอื่นเปนพิเศษนอกจากพระบรมศพได้ มีบาญชีจดไว้ในห้องพระอาลักษณลงมาจนถึงรัชกาลที่ ๔ กรมพระสมมตอมรพันธุ์พบบาญชีนี้ ได้ทรงจดต่อมาจนรัชกาลปัจจุบัน มีอย่างนี้ {{สกอ|sp|100}} {{มปก}}<noinclude></noinclude> 2hvv2pv6tnsrlx1o1qifhm3f28o0yp1 291790 291789 2026-07-04T16:54:10Z Lunlumita 12009 291790 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๓}}</noinclude>สองมี ๒ องค์ ว่าเปนของเก่าองค์หนึ่ง เปนของสร้างเติมขึ้นใหม่อิกองค์หนึ่ง แต่ไม่ได้ความว่าสร้างเติมขึ้นเมื่อไร สังเกตดูรูปทรงลวดลายทั้งสององค์ไม่เห็นสมเปนฝีมือช่างในรัชกาลที่ ๑ สักองค์เดียว {{กม|ม|๕|ที่}}พระโกษฐทองใหญ่ สร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีมะโรง จุลศักราช ๑๑๗๐ (พ.ศ. ๒๓๕๑) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์โปรดให้รื้อทองที่หุ้มพระโกษฐกุดั่นมาทำพระโกษฐทองใหญ่ขึ้นไว้สำหรับพระบรมศพของพระองค์ เมื่อทำพระโกษฐองค์นี้สำเร็จแล้ว โปรดให้เอาเข้าไปตั้งถวายทอดพระเนตรในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในปีนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงศรีสุนทรเทพ สิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ทรงพระอาไลยมาก แลจะใคร่ทอดพระเนตรพระโกษฐทองใหญ่ออกพระเมรุตั้งพระเบญจา จึงโปรดให้เชิญพระโกษฐทองใหญ่ไปประกอบพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงศรีสุนทรเทพ เปนครั้งแรก จึงเลยเปนประเพณีในรัชกาลต่อมาที่พระราชทานพระโกษฐทองใหญ่ให้ทรงพระศพอื่นเปนพิเศษนอกจากพระบรมศพได้ มีบาญชีจดไว้ในห้องพระอาลักษณลงมาจนถึงรัชกาลที่ ๔ กรมพระสมมตอมรพันธุ์พบบาญชีนี้ ได้ทรงจดต่อมาจนรัชกาลปัจจุบัน มีอย่างนี้ {{สกอ|sp|100}} {{มปก}}<noinclude></noinclude> jgj6qz8pxcf6qh5sppk0p3opxomjoro 291791 291790 2026-07-04T16:56:08Z Lunlumita 12009 291791 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๓}}</noinclude>สองมี ๒ องค์ ว่าเปนของเก่าองค์หนึ่ง เปนของสร้างเติมขึ้นใหม่อิกองค์หนึ่ง แต่ไม่ได้ความว่าสร้างเติมขึ้นเมื่อไร สังเกตดูรูปทรงลวดลายทั้งสององค์ไม่เห็นสมเปนฝีมือช่างในรัชกาลที่ ๑ สักองค์เดียว {{กม|ม|๕|ที่}}พระโกษฐทองใหญ่ สร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีมะโรง จุลศักราช ๑๑๗๐ (พ.ศ. ๒๓๕๑) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์โปรดให้รื้อทองที่หุ้มพระโกษฐกุดั่นมาทำพระโกษฐทองใหญ่ขึ้นไว้สำหรับพระบรมศพของพระองค์ เมื่อทำพระโกษฐองค์นี้สำเร็จแล้ว โปรดให้เอาเข้าไปตั้งถวายทอดพระเนตรในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในปีนั้นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงศรีสุนทรเทพ สิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ทรงพระอาไลยมาก แลจะใคร่ทอดพระเนตรพระโกษฐทองใหญ่ออกพระเมรุตั้งพระเบญจา จึงโปรดให้เชิญพระโกษฐทองใหญ่ไปประกอบพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงศรีสุนทรเทพ เปนครั้งแรก จึงเลยเปนประเพณีในรัชกาลต่อมาที่พระราชทานพระโกษฐทองใหญ่ให้ทรงพระศพอื่นเปนพิเศษนอกจากพระบรมศพได้ มีบาญชีจดไว้ในห้องพระอาลักษณลงมาจนถึงรัชกาลที่ ๔ กรมพระสมมตอมรพันธุ์พบบาญชีนี้ ได้ทรงจดต่อมาจนรัชกาลปัจจุบัน มีอย่างนี้ {{สกอ|sp|100}} {{มปก}}<noinclude></noinclude> r4l4dtnzskseq14otl9ozynl9cvsprz 291792 291791 2026-07-04T16:56:22Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291792 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๑๓}}</noinclude>สองมี ๒ องค์ ว่าเปนของเก่าองค์หนึ่ง เปนของสร้างเติมขึ้นใหม่อิกองค์หนึ่ง แต่ไม่ได้ความว่าสร้างเติมขึ้นเมื่อไร สังเกตดูรูปทรงลวดลายทั้งสององค์ไม่เห็นสมเปนฝีมือช่างในรัชกาลที่ ๑ สักองค์เดียว {{กม|ม|๕|ที่}}พระโกษฐทองใหญ่ สร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีมะโรง จุลศักราช ๑๑๗๐ (พ.ศ. ๒๓๕๑) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์โปรดให้รื้อทองที่หุ้มพระโกษฐกุดั่นมาทำพระโกษฐทองใหญ่ขึ้นไว้สำหรับพระบรมศพของพระองค์ เมื่อทำพระโกษฐองค์นี้สำเร็จแล้ว โปรดให้เอาเข้าไปตั้งถวายทอดพระเนตรในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในปีนั้นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงศรีสุนทรเทพ สิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ทรงพระอาไลยมาก แลจะใคร่ทอดพระเนตรพระโกษฐทองใหญ่ออกพระเมรุตั้งพระเบญจา จึงโปรดให้เชิญพระโกษฐทองใหญ่ไปประกอบพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงศรีสุนทรเทพ เปนครั้งแรก จึงเลยเปนประเพณีในรัชกาลต่อมาที่พระราชทานพระโกษฐทองใหญ่ให้ทรงพระศพอื่นเปนพิเศษนอกจากพระบรมศพได้ มีบาญชีจดไว้ในห้องพระอาลักษณลงมาจนถึงรัชกาลที่ ๔ กรมพระสมมตอมรพันธุ์พบบาญชีนี้ ได้ทรงจดต่อมาจนรัชกาลปัจจุบัน มีอย่างนี้ {{สกอ|sp|100}} {{มปก}}<noinclude></noinclude> g6earap8ns5zh2na2cxnpy4uxi0oply หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/130 250 37880 291793 128133 2026-07-05T04:57:18Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/127]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/130]]: เปลี่ยนชื่อ 128133 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๑๑๔}}</noinclude>{{c|พระโกษฐทองใหญ่ทรงพระบรมศพแลพระศพ}} {{c|(ตามที่จดไว้เดิมในห้องพระอาลักษณ์)}} {{c|ในรัชกาลที่ ๑}} {| |- | |- |} {{สต|7em}} {| |- | |- |} ๑{{ชว|1em}}กรมหลวงศรีสุนทรเทพ {{c|ในรัชกาลที่ ๒}} {| |- | |- |} {{สต|7em}} {| |- | |- |} ๒{{ชว|1em}}พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ๓{{ชว|1em}}กรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ๔{{ชว|1em}}สมเด็จพระสังฆราชวัดราชสิทธาราม ๕{{ชว|1em}}กรมหลวงพิทักษมนตรี ๖{{ชว|1em}}กรมหลวงเทพวดี {{c|ในรัชกาลที่ ๓}} {| |- | |- |} {{สต|7em}} {| |- | |- |} ๗{{ชว|1em}}พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ๘{{ชว|1em}}กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ ๙{{ชว|1em}}กรมขุนอิศรานุรักษ์ ๑๐{{ชว|1em}}กรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ๑๑{{ชว|1em}}พระองค์เจ้าลักขณานุคุณ ๑๒{{ชว|1em}}สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ๑๓{{ชว|1em}}สมเด็จพระศรีสุลาไลย {{nop}}<noinclude></noinclude> 1m70x9vt6v42hhg78lvj0jrmil44ib2 291795 291793 2026-07-05T04:58:58Z Lunlumita 12009 291795 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๔}}</noinclude>{{ก|พระโกษฐทองใหญ่ทรงพระบรมศพแลพระศพ <br> (ตามที่จดไว้เดิมในห้องพระอาลักษณ์)|120}} {{กสต|ในรัชกาลที่ ๑}} {{กม|ข2|๑}}กรมหลวงศรีสุนทรเทพ {{กสต|ในรัชกาลที่ ๒}} {{กม|ข2|๒}}พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ {{กม|ข2|๓}}กรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย {{กม|ข2|๔}}สมเด็จพระสังฆราชวัดราชสิทธาราม {{กม|ข2|๕}}กรมหลวงพิทักษมนตรี {{กม|ข2|๖}}กรมหลวงเทพวดี {{กสต|ในรัชกาลที่ ๓}} {{กม|ข2|๗}}พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย {{กม|ข2|๘}}กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ {{กม|ข2|๙}}กรมขุนอิศรานุรักษ์ {{กม|ข2|๑๐}}กรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๑๑}}พระองค์เจ้าลักขณานุคุณ {{กม|ข2|๑๒}}สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ {{กม|ข2|๑๓}}สมเด็จพระศรีสุลาไลย {{มปก}}<noinclude></noinclude> 7idhbfq5uuxkvcnjhr3hko90qxh5jow 291797 291795 2026-07-05T05:00:47Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291797 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๑๔}}</noinclude>{{ก|พระโกษฐทองใหญ่ทรงพระบรมศพแลพระศพ <br> (ตามที่จดไว้เดิมในห้องพระอาลักษณ์)|120}} {{กสต|ในรัชกาลที่ ๑}} {{กม|ข2|๑}}กรมหลวงศรีสุนทรเทพ {{กสต|ในรัชกาลที่ ๒}} {{กม|ข2|๒}}พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ {{กม|ข2|๓}}กรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย {{กม|ข2|๔}}สมเด็จพระสังฆราชวัดราชสิทธาราม {{กม|ข2|๕}}กรมหลวงพิทักษมนตรี {{กม|ข2|๖}}กรมหลวงเทพวดี {{กสต|ในรัชกาลที่ ๓}} {{กม|ข2|๗}}พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย {{กม|ข2|๘}}กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ {{กม|ข2|๙}}กรมขุนอิศรานุรักษ์ {{กม|ข2|๑๐}}กรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๑๑}}พระองค์เจ้าลักขณานุคุณ {{กม|ข2|๑๒}}สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ {{กม|ข2|๑๓}}สมเด็จพระศรีสุลาไลย {{มปก}}<noinclude></noinclude> pgjxabxdqsv2zfu98g33egt7v7j4oyn หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/131 250 37881 291798 128134 2026-07-05T05:02:09Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/128]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/131]]: เปลี่ยนชื่อ 128134 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๑๑๕}}</noinclude>๑๔{{ชว|1em}}กรมหลวงเทพพลภักดิ์ ๑๕{{ชว|1em}}กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ ๑๖{{ชว|1em}}กรมหมื่นอับศรสุดาเทพ {{c|ในรัชกาลที่ ๔}} {| |- | |- |} {{สต|7em}} {| |- | |- |} ๑๗{{ชว|1em}}พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ๑๘{{ชว|1em}}สมเด็จพระนางเธอ พระองค์เจ้าโสมนัศ ๑๙{{ชว|1em}}กรมสมเด็จพระปรมานุชิต ๒๐{{ชว|1em}}กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร เมื่อชัก ๒๑{{ชว|1em}}กรมสมเด็จพระเดชาดิศร ๒๒{{ชว|1em}}กรมหลวงมหิศวรินทรฯ เมื่อชัก ๒๓{{ชว|1em}}พระนางเธอ พระองค์เจ้ารำเพอย ๒๔{{ชว|1em}}กรมหมื่นวิศณุนารถนิภาธร (จดหมายห้องพระอาลักษณหมดเท่านี้ ต่อนี้กรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจด) {{c|ต่อจากบาญชีนี้ที่ทราบ}} กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ ทราบว่า ไม่ได้เปลี่ยนลองสี่เหลี่ยม ทรงพระโกษฐมณฑปตลอดงาน ๒๕{{ชว|1em}}พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ๒๖{{ชว|1em}}กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ {{nop}}<noinclude></noinclude> bxi77e4hshwmgg23g1akn8jkj3znb6c 291800 291798 2026-07-05T05:05:32Z Lunlumita 12009 291800 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๕}}</noinclude>{{กม|ข2|๑๔}}กรมหลวงเทพพลภักดิ์ {{กม|ข2|๑๕}}กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ {{กม|ข2|๑๖}}กรมหมื่นอับศรสุดาเทพ {{กสต|ในรัชกาลที่ ๔}} {{กม|ข2|๑๗}}พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๑๘}}สมเด็จพระนางเธอ พระองค์เจ้าโสมนัศ {{กม|ข2|๑๙}}กรมสมเด็จพระปรมานุชิต {{กม|ข2|๒๐}}กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร เมื่อชัก {{กม|ข2|๒๑}}กรมสมเด็จพระเดชาดิศร {{กม|ข2|๒๒}}กรมหลวงมหิศวรินทรฯ เมื่อชัก {{กม|ข2|๒๓}}พระนางเธอ พระองค์เจ้ารำเพอย {{กม|ข2|๒๔}}กรมหมื่นวิศณุนารถนิภาธร (จดหมายห้องพระอาลักษณหมดเท่านี้ ต่อนี้กรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจด) {{ก|ต่อจากบาญชีนี้ที่ทราบ}} กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ ทราบว่า ไม่ได้เปลี่ยนลองสี่เหลี่ยม ทรงพระโกษฐมณฑปตลอดงาน {{กม|ข2|๒๕}}พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๒๖}}กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ {{มปก}}<noinclude></noinclude> e5i5tprs4sc023dj75h83r2g4cg6ade 291801 291800 2026-07-05T05:07:15Z Lunlumita 12009 291801 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๕}}</noinclude>{{กม|ข2|๑๔}}กรมหลวงเทพพลภักดิ์ {{กม|ข2|๑๕}}กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ {{กม|ข2|๑๖}}กรมหมื่นอับศรสุดาเทพ {{กสต|ในรัชกาลที่ ๔}} {{กม|ข2|๑๗}}พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๑๘}}สมเด็จพระนางเธอ พระองค์เจ้าโสมนัศ {{กม|ข2|๑๙}}กรมสมเด็จพระปรมานุชิต {{กม|ข2|๒๐}}กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร เมื่อชัก {{กม|ข2|๒๑}}กรมสมเด็จพระเดชาดิศร {{กม|ข2|๒๒}}กรมหลวงมหิศวรินทรฯ เมื่อชัก {{กม|ข2|๒๓}}พระนางเธอ พระองค์เจ้ารำเพอย {{กม|ข2|๒๔}}กรมหมื่นวิศณุนารถนิภาธร (จดหมายห้องพระอาลักษณหมดเท่านี้ ต่อนี้กรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจด) {{ก|ต่อจากบาญชีนี้ที่ทราบ}} กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ทราบว่าไม่ได้เปลี่ยนลองสี่เหลี่ยม ทรงพระโกษฐมณฑปตลอดงาน {{กม|ข2|๒๕}}พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๒๖}}กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ {{มปก}}<noinclude></noinclude> 6uzbald12ar69puu5spjgm4nwyfelic 291802 291801 2026-07-05T05:07:29Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291802 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๑๕}}</noinclude>{{กม|ข2|๑๔}}กรมหลวงเทพพลภักดิ์ {{กม|ข2|๑๕}}กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ {{กม|ข2|๑๖}}กรมหมื่นอับศรสุดาเทพ {{กสต|ในรัชกาลที่ ๔}} {{กม|ข2|๑๗}}พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๑๘}}สมเด็จพระนางเธอ พระองค์เจ้าโสมนัศ {{กม|ข2|๑๙}}กรมสมเด็จพระปรมานุชิต {{กม|ข2|๒๐}}กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร เมื่อชัก {{กม|ข2|๒๑}}กรมสมเด็จพระเดชาดิศร {{กม|ข2|๒๒}}กรมหลวงมหิศวรินทรฯ เมื่อชัก {{กม|ข2|๒๓}}พระนางเธอ พระองค์เจ้ารำเพอย {{กม|ข2|๒๔}}กรมหมื่นวิศณุนารถนิภาธร (จดหมายห้องพระอาลักษณหมดเท่านี้ ต่อนี้กรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจด) {{ก|ต่อจากบาญชีนี้ที่ทราบ}} กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ทราบว่าไม่ได้เปลี่ยนลองสี่เหลี่ยม ทรงพระโกษฐมณฑปตลอดงาน {{กม|ข2|๒๕}}พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๒๖}}กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ {{มปก}}<noinclude></noinclude> 5uojretirmoa7ms9kfuoxrq1qu6u4xw หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/132 250 37882 291803 128135 2026-07-05T05:08:00Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/129]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/132]]: เปลี่ยนชื่อ 128135 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๑๑๖}}</noinclude>{{c|ในรัชกาลที่ ๕}} {| |- | |- |} {{สต|7em}} {| |- | |- |} ๒๗{{ชว|1em}}พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๒๘{{ชว|1em}}กรมหลวงวงษาธิราชสนิท เมื่อชัก ๒๙{{ชว|1em}}กรมพระเทเวศร์วัชรินทร์ เมื่อชัก ๓๐{{ชว|1em}}สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน ๓๑{{ชว|1em}}สมเด็จเจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน ๓๒{{ชว|1em}}พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ ๓๓{{ชว|1em}}กรมสมเด็จพระบำราบปรปักษ์ ๓๔{{ชว|1em}}กรมสมเด็จพระปวเรศวริยาลงกรณ์ ๓๕{{ชว|1em}}สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ๓๖{{ชว|1em}}กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร ๓๗{{ชว|1em}}สมเด็จเจ้าฟ้าสมมติวงษ์วโรไทย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ {{c|ในรัชกาลปัจจุบัน}} {| |- | |- |} {{สต|7em}} {| |- | |- |} ๓๘{{ชว|1em}}พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๓๙{{ชว|1em}}กรมหลวงวรเสรฐสุดา ๔๐{{ชว|1em}}สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนพิจิตรเจษฎ์จันทร์ {{c|(จดต่อเมื่อจะลงพิมพ์นี้)}} ๔๑{{ชว|1em}}กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช เมื่อชัก ๔๒{{ชว|1em}}กรมพระสมมตอมรพันธุ์ เมื่อชัก {{nop}}<noinclude></noinclude> sdxgzlhosd2is9diu0kkje59l30k59t 291813 291803 2026-07-05T05:11:27Z Lunlumita 12009 291813 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๖}}</noinclude>{{กสต|ในรัชกาลที่ ๕}} {{กม|ข2|๒๗}}พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๒๘}}กรมหลวงวงษาธิราชสนิท เมื่อชัก {{กม|ข2|๒๙}}กรมพระเทเวศร์วัชรินทร์ เมื่อชัก {{กม|ข2|๓๐}}สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน {{กม|ข2|๓๑}}สมเด็จเจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน {{กม|ข2|๓๒}}พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ {{กม|ข2|๓๓}}กรมสมเด็จพระบำราบปรปักษ์ {{กม|ข2|๓๔}}กรมสมเด็จพระปวเรศวริยาลงกรณ์ {{กม|ข2|๓๕}}สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ {{กม|ข2|๓๖}}กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร {{กม|ข2|๓๗}}สมเด็จเจ้าฟ้าสมมติวงษ์วโรไทย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ {{กสต|ในรัชกาลปัจจุบัน}} {{กม|ข2|๓๘}}พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๓๙}}กรมหลวงวรเสรฐสุดา {{กม|ข2|๔๐}}สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนพิจิตรเจษฎ์จันทร์ {{ก|(จดต่อเมื่อจะลงพิมพ์นี้)}} {{กม|ข2|๔๑}}กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช เมื่อชัก {{กม|ข2|๔๒}}กรมพระสมมตอมรพันธุ์ เมื่อชัก {{มปก}}<noinclude></noinclude> gfhy2gvj56vfw3t18ytmvag21umgtpq 291814 291813 2026-07-05T05:12:01Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291814 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๑๖}}</noinclude>{{กสต|ในรัชกาลที่ ๕}} {{กม|ข2|๒๗}}พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๒๘}}กรมหลวงวงษาธิราชสนิท เมื่อชัก {{กม|ข2|๒๙}}กรมพระเทเวศร์วัชรินทร์ เมื่อชัก {{กม|ข2|๓๐}}สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน {{กม|ข2|๓๑}}สมเด็จเจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน {{กม|ข2|๓๒}}พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ {{กม|ข2|๓๓}}กรมสมเด็จพระบำราบปรปักษ์ {{กม|ข2|๓๔}}กรมสมเด็จพระปวเรศวริยาลงกรณ์ {{กม|ข2|๓๕}}สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ {{กม|ข2|๓๖}}กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร {{กม|ข2|๓๗}}สมเด็จเจ้าฟ้าสมมติวงษ์วโรไทย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ {{กสต|ในรัชกาลปัจจุบัน}} {{กม|ข2|๓๘}}พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๓๙}}กรมหลวงวรเสรฐสุดา {{กม|ข2|๔๐}}สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนพิจิตรเจษฎ์จันทร์ {{ก|(จดต่อเมื่อจะลงพิมพ์นี้)}} {{กม|ข2|๔๑}}กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช เมื่อชัก {{กม|ข2|๔๒}}กรมพระสมมตอมรพันธุ์ เมื่อชัก {{มปก}}<noinclude></noinclude> huc7vxs781dq6nrc6834efpd53sm2rw หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/133 250 37883 291805 128136 2026-07-05T05:08:07Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/130]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/133]]: เปลี่ยนชื่อ 128136 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๑๑๗}}</noinclude>ที่{{ชว|1em}}๖{{ชว|1em}}พระโกษฐพระองค์เจ้า เรียกกันแต่แรกว่า โกษฐลังกา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริห์สร้างขึ้นแต่ครั้งยังทรงผนวช เปนลองสี่เหลี่ยม หุ้มผ้าขาว ยอดเปนฉัตรระบายผ้าขาว เมื่อในรัชกาลที่ ๔ ทรงพระศพพระเจ้าลูกเธอที่ยังทรงพระเยาว์อยู่ (ก่อนมีพระโกษฐมณฑปน้อย) ต่อมา พระโกษฐ์นี้สำหรับทรงพระศพพระองค์เจ้าวังน่าแลพระองค์เจ้าตั้ง มาถึงในรัชกาลที่ ๕ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์จึงทรงคิดทำประกอบนอกขึ้น ต่อมา กรมหมื่นปราบปรปักษ์ทำเติมขึ้นใหม่อิกพระโกษฐหนึ่ง จึงมีอยู่ในเวลานี้ ๒ พระโกษฐด้วยกัน ที่{{ชว|1em}}๗{{ชว|1em}}พระโกษฐทองน้อย โปรดให้กรมพระเทเวศร์วัชรินทรสร้างขึ้นตามแบบอย่างพระโกษฐทองใหญ่เมื่อในรัชกาลที่ ๔ ปีกุญ จุลศักราช ๑๒๑๓ (พ.ศ. ๒๓๙๔) สำหรับทรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อผลัดพระโกษฐทองใหญ่ไปแต่งก่อนออกงานพระเมรุเมื่อทรงพระบรมศพฤๅตั้งงานพระศพคู่กับพระโกษฐทองใหญ่แล้วหุ้มทองคำ ถ้าใช้งานอื่น ไม่หุ้ม กรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจดคราวที่ได้หุ้มทองคำใช้นั้นไว้ มีอยู่ในท้ายบาญชีพระโกษฐทองใหญ่อย่างนี้ {{c|พระโกษฐทองน้อยหุ้มทองชั่วคราว}} {| |- | |- |} {{สต|7em}} {| |- | |- |} ๑{{ชว|1em}}พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ๒{{ชว|1em}}พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๓{{ชว|1em}}สมเด็จเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์ {{nop}}<noinclude></noinclude> 6r1hu786gk1z5banwaij6q5hls9q68o 291815 291805 2026-07-05T05:12:59Z Lunlumita 12009 291815 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๗}}</noinclude>{{กม|ม|๖|ที่}}พระโกษฐพระองค์เจ้า เรียกกันแต่แรกว่า โกษฐลังกา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริห์สร้างขึ้นแต่ครั้งยังทรงผนวช เปนลองสี่เหลี่ยม หุ้มผ้าขาว ยอดเปนฉัตรระบายผ้าขาว เมื่อในรัชกาลที่ ๔ ทรงพระศพพระเจ้าลูกเธอที่ยังทรงพระเยาว์อยู่ (ก่อนมีพระโกษฐมณฑปน้อย) ต่อมา พระโกษฐ์นี้สำหรับทรงพระศพพระองค์เจ้าวังน่าแลพระองค์เจ้าตั้ง มาถึงในรัชกาลที่ ๕ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์จึงทรงคิดทำประกอบนอกขึ้น ต่อมา กรมหมื่นปราบปรปักษ์ทำเติมขึ้นใหม่อิกพระโกษฐหนึ่ง จึงมีอยู่ในเวลานี้ ๒ พระโกษฐด้วยกัน {{กม|ม|๗|ที่}}พระโกษฐทองน้อย โปรดให้กรมพระเทเวศร์วัชรินทรสร้างขึ้นตามแบบอย่างพระโกษฐทองใหญ่เมื่อในรัชกาลที่ ๔ ปีกุญ จุลศักราช ๑๒๑๓ (พ.ศ. ๒๓๙๔) สำหรับทรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อผลัดพระโกษฐทองใหญ่ไปแต่งก่อนออกงานพระเมรุเมื่อทรงพระบรมศพฤๅตั้งงานพระศพคู่กับพระโกษฐทองใหญ่แล้วหุ้มทองคำ ถ้าใช้งานอื่น ไม่หุ้ม กรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจดคราวที่ได้หุ้มทองคำใช้นั้นไว้ มีอยู่ในท้ายบาญชีพระโกษฐทองใหญ่อย่างนี้ {{กสต|พระโกษฐทองน้อยหุ้มทองชั่วคราว}} {{กม|ข2|๑}}พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๒}}พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๓}}สมเด็จเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์ {{มปก}}<noinclude></noinclude> qebzp4uixfed22dd3bfvqpklrxqgiqe 291816 291815 2026-07-05T05:14:19Z Lunlumita 12009 291816 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๗}}</noinclude>{{กม|ม|๖|ที่}}พระโกษฐพระองค์เจ้า เรียกกันแต่แรกว่าโกษฐลังกา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริห์สร้างขึ้นแต่ครั้งยังทรงผนวช เปนลองสี่เหลี่ยม หุ้มผ้าขาว ยอดเปนฉัตรระบายผ้าขาว เมื่อในรัชกาลที่ ๔ ทรงพระศพพระเจ้าลูกเธอที่ยังทรงพระเยาว์อยู่ (ก่อนมีพระโกษฐมณฑปน้อย) ต่อมาพระโกษฐ์นี้สำหรับทรงพระศพพระองค์เจ้าวังน่าแลพระองค์เจ้าตั้ง มาถึงในรัชกาลที่ ๕ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์จึงทรงคิดทำประกอบนอกขึ้น ต่อมากรมหมื่นปราบปรปักษ์ทำเติมขึ้นใหม่อิกพระโกษฐหนึ่ง จึงมีอยู่ในเวลานี้ ๒ พระโกษฐด้วยกัน {{กม|ม|๗|ที่}}พระโกษฐทองน้อย โปรดให้กรมพระเทเวศร์วัชรินทรสร้างขึ้นตามแบบอย่างพระโกษฐทองใหญ่เมื่อในรัชกาลที่ ๔ ปีกุญ จุลศักราช ๑๒๑๓ (พ.ศ. ๒๓๙๔) สำหรับทรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อผลัดพระโกษฐทองใหญ่ไปแต่งก่อนออกงานพระเมรุเมื่อทรงพระบรมศพฤๅตั้งงานพระศพคู่กับพระโกษฐทองใหญ่แล้วหุ้มทองคำ ถ้าใช้งานอื่นไม่หุ้ม กรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจดคราวที่ได้หุ้มทองคำใช้นั้นไว้ มีอยู่ในท้ายบาญชีพระโกษฐทองใหญ่อย่างนี้ {{กสต|พระโกษฐทองน้อยหุ้มทองชั่วคราว}} {{กม|ข2|๑}}พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๒}}พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๓}}สมเด็จเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์ {{มปก}}<noinclude></noinclude> prm2j19wo6x22bqnxz1a9vxfevnlynx 291817 291816 2026-07-05T05:14:31Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291817 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๑๗}}</noinclude>{{กม|ม|๖|ที่}}พระโกษฐพระองค์เจ้า เรียกกันแต่แรกว่าโกษฐลังกา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริห์สร้างขึ้นแต่ครั้งยังทรงผนวช เปนลองสี่เหลี่ยม หุ้มผ้าขาว ยอดเปนฉัตรระบายผ้าขาว เมื่อในรัชกาลที่ ๔ ทรงพระศพพระเจ้าลูกเธอที่ยังทรงพระเยาว์อยู่ (ก่อนมีพระโกษฐมณฑปน้อย) ต่อมาพระโกษฐ์นี้สำหรับทรงพระศพพระองค์เจ้าวังน่าแลพระองค์เจ้าตั้ง มาถึงในรัชกาลที่ ๕ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์จึงทรงคิดทำประกอบนอกขึ้น ต่อมากรมหมื่นปราบปรปักษ์ทำเติมขึ้นใหม่อิกพระโกษฐหนึ่ง จึงมีอยู่ในเวลานี้ ๒ พระโกษฐด้วยกัน {{กม|ม|๗|ที่}}พระโกษฐทองน้อย โปรดให้กรมพระเทเวศร์วัชรินทรสร้างขึ้นตามแบบอย่างพระโกษฐทองใหญ่เมื่อในรัชกาลที่ ๔ ปีกุญ จุลศักราช ๑๒๑๓ (พ.ศ. ๒๓๙๔) สำหรับทรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อผลัดพระโกษฐทองใหญ่ไปแต่งก่อนออกงานพระเมรุเมื่อทรงพระบรมศพฤๅตั้งงานพระศพคู่กับพระโกษฐทองใหญ่แล้วหุ้มทองคำ ถ้าใช้งานอื่นไม่หุ้ม กรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจดคราวที่ได้หุ้มทองคำใช้นั้นไว้ มีอยู่ในท้ายบาญชีพระโกษฐทองใหญ่อย่างนี้ {{กสต|พระโกษฐทองน้อยหุ้มทองชั่วคราว}} {{กม|ข2|๑}}พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๒}}พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว {{กม|ข2|๓}}สมเด็จเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์ {{มปก}}<noinclude></noinclude> 97pya6fldto2zdzb72zvr08d81luz96 หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/134 250 37884 291807 128137 2026-07-05T05:08:14Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/131]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/134]]: เปลี่ยนชื่อ 128137 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๑๑๘}}</noinclude>พระโกษฐทองน้อยนี้ เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล ณกรุงเทพ) สร้างเมื่อในรัชกาลที่ ๕ อิกองค์หนึ่ง ที่{{ชว|1em}}๘{{ชว|1em}}พระโกษฐมณฑปน้อย โปรดให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติสร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๔ สำหรับทรงพระศพพระเจ้าลูกเธอที่ยังทรงพระเยาว์ ถ้าทรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระโกษฐนี้หุ้มทองคำเฉภาะงาน ที่{{ชว|1em}}๙{{ชว|1em}}พระโกษฐมณฑปใหญ่ โปรดให้กรมขุนราชสีหวิกรมคิดอย่างสร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๔ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๒๒๕ (พ.ศ. ๒๔๐๖) เอาแบบมาแต่พระโกษฐมณฑปน้อย ทรงพระศพกรมพระพิทักษ์เทเวศร์ก่อน ด้วยกรมพระพิทักษ์เทเวศร์พระรูปใหญ่โต พระศพลงลองพระโกษฐสามัญไม่ได้ ต้องทำลองสี่เหลี่ยมขึ้นโดยเฉภาะ จึงโปรดให้สร้างพระโกษฐมณฑปนี้สำหรับประกอบลองสี่เหลี่ยม พระโกษฐมณฑปใหญ่นี้ ต่อมา สร้างขึ้นอิกองค์หนึ่ง แต่จะสร้างขึ้นเมื่อใดไม่ทราบแน่ ที่{{ชว|1em}}๑๐{{ชว|1em}}โกษฐเกราะ สร้างขึ้นเมื่อในรัชกาลที่ ๔ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๒๒๕ (พ.ศ. ๒๔๐๖) สำหรับศพเจ้าพระยานิกรบดินทร ด้วยท่านอ้วน ศพลงลองสามัญไม่ได้ ต้องทำลองสี่เหลี่ยม จึงโปรดให้ทำโกษฐเกราะขึ้นประกอบ ที่เรียกว่า "โกษฐเกราะ" เพราะลายสลักเปนเกราะรัด {{nop}}<noinclude></noinclude> 6210ghlw3qrev4kea8d9gl3xoh6khe4 291818 291807 2026-07-05T05:15:34Z Lunlumita 12009 291818 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๘}}</noinclude>พระโกษฐทองน้อยนี้ เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล ณกรุงเทพ) สร้างเมื่อในรัชกาลที่ ๕ อิกองค์หนึ่ง {{กม|ม|๘|ที่}}พระโกษฐมณฑปน้อย โปรดให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติสร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๔ สำหรับทรงพระศพพระเจ้าลูกเธอที่ยังทรงพระเยาว์ ถ้าทรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระโกษฐนี้หุ้มทองคำเฉภาะงาน {{กม|ม|๙|ที่}}พระโกษฐมณฑปใหญ่ โปรดให้กรมขุนราชสีหวิกรมคิดอย่างสร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๔ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๒๒๕ (พ.ศ. ๒๔๐๖) เอาแบบมาแต่พระโกษฐมณฑปน้อย ทรงพระศพกรมพระพิทักษ์เทเวศร์ก่อน ด้วยกรมพระพิทักษ์เทเวศร์พระรูปใหญ่โต พระศพลงลองพระโกษฐสามัญไม่ได้ ต้องทำลองสี่เหลี่ยมขึ้นโดยเฉภาะ จึงโปรดให้สร้างพระโกษฐมณฑปนี้สำหรับประกอบลองสี่เหลี่ยม พระโกษฐมณฑปใหญ่นี้ ต่อมา สร้างขึ้นอิกองค์หนึ่ง แต่จะสร้างขึ้นเมื่อใดไม่ทราบแน่ {{กม|ม|๑๐|ที่}}โกษฐเกราะ สร้างขึ้นเมื่อในรัชกาลที่ ๔ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๒๒๕ (พ.ศ. ๒๔๐๖) สำหรับศพเจ้าพระยานิกรบดินทร ด้วยท่านอ้วน ศพลงลองสามัญไม่ได้ ต้องทำลองสี่เหลี่ยม จึงโปรดให้ทำโกษฐเกราะขึ้นประกอบ ที่เรียกว่า “โกษฐเกราะ” เพราะลายสลักเปนเกราะรัด {{มปก}}<noinclude></noinclude> l68egvt2zn4x2i88fq74dcbnqm5wgt8 291821 291818 2026-07-05T05:19:07Z Lunlumita 12009 291821 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๘}}</noinclude>พระโกษฐทองน้อยนี้ เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล ณกรุงเทพ) สร้างเมื่อในรัชกาลที่ ๕ อิกองค์หนึ่ง {{กม|ม|๘|ที่}}พระโกษฐมณฑปน้อย โปรดให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติสร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๔ สำหรับทรงพระศพพระเจ้าลูกเธอที่ยังทรงพระเยาว์ ถ้าทรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระโกษฐนี้หุ้มทองคำเฉภาะงาน {{กม|ม|๙|ที่}}พระโกษฐมณฑปใหญ่ โปรดให้กรมขุนราชสีหวิกรมคิดอย่างสร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๔ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๒๒๕ (พ.ศ. ๒๔๐๖) เอาแบบมาแต่พระโกษฐมณฑปน้อย ทรงพระศพกรมพระพิทักษ์เทเวศร์ก่อน ด้วยกรมพระพิทักษ์เทเวศร์พระรูปใหญ่โต พระศพลงลองพระโกษฐสามัญไม่ได้ ต้องทำลองสี่เหลี่ยมขึ้นโดยเฉภาะ จึงโปรดให้สร้างพระโกษฐมณฑปนี้สำหรับประกอบลองสี่เหลี่ยม พระโกษฐมณฑปใหญ่นี้ต่อมาสร้างขึ้นอิกองค์หนึ่ง แต่จะสร้างขึ้นเมื่อใดไม่ทราบแน่ {{กม|ม|๑๐|ที่}}โกษฐเกราะ สร้างขึ้นเมื่อในรัชกาลที่ ๔ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๒๒๕ (พ.ศ. ๒๔๐๖) สำหรับศพเจ้าพระยานิกรบดินทร ด้วยท่านอ้วน ศพลงลองสามัญไม่ได้ ต้องทำลองสี่เหลี่ยม จึงโปรดให้ทำโกษฐเกราะขึ้นประกอบ ที่เรียกว่า “โกษฐเกราะ” เพราะลายสลักเปนเกราะรัด {{มปก}}<noinclude></noinclude> 3z31sltkr2cab5ncltfxwpb0s5icxcy 291822 291821 2026-07-05T05:20:24Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291822 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๑๘}}</noinclude>พระโกษฐทองน้อยนี้ เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล ณกรุงเทพ) สร้างเมื่อในรัชกาลที่ ๕ อิกองค์หนึ่ง {{กม|ม|๘|ที่}}พระโกษฐมณฑปน้อย โปรดให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติสร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๔ สำหรับทรงพระศพพระเจ้าลูกเธอที่ยังทรงพระเยาว์ ถ้าทรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระโกษฐนี้หุ้มทองคำเฉภาะงาน {{กม|ม|๙|ที่}}พระโกษฐมณฑปใหญ่ โปรดให้กรมขุนราชสีหวิกรมคิดอย่างสร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๔ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๒๒๕ (พ.ศ. ๒๔๐๖) เอาแบบมาแต่พระโกษฐมณฑปน้อย ทรงพระศพกรมพระพิทักษ์เทเวศร์ก่อน ด้วยกรมพระพิทักษ์เทเวศร์พระรูปใหญ่โต พระศพลงลองพระโกษฐสามัญไม่ได้ ต้องทำลองสี่เหลี่ยมขึ้นโดยเฉภาะ จึงโปรดให้สร้างพระโกษฐมณฑปนี้สำหรับประกอบลองสี่เหลี่ยม พระโกษฐมณฑปใหญ่นี้ต่อมาสร้างขึ้นอิกองค์หนึ่ง แต่จะสร้างขึ้นเมื่อใดไม่ทราบแน่ {{กม|ม|๑๐|ที่}}โกษฐเกราะ สร้างขึ้นเมื่อในรัชกาลที่ ๔ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๒๒๕ (พ.ศ. ๒๔๐๖) สำหรับศพเจ้าพระยานิกรบดินทร ด้วยท่านอ้วน ศพลงลองสามัญไม่ได้ ต้องทำลองสี่เหลี่ยม จึงโปรดให้ทำโกษฐเกราะขึ้นประกอบ ที่เรียกว่า “โกษฐเกราะ” เพราะลายสลักเปนเกราะรัด {{มปก}}<noinclude></noinclude> pd5vmunrn33btdbga1vc4ad66lbvegy หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/135 250 37885 291809 128138 2026-07-05T05:08:22Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/132]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/135]]: เปลี่ยนชื่อ 128138 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๑๑๙}}</noinclude>ที่{{ชว|1em}}๑๑{{ชว|1em}}โกษฐราชินิกูล โปรดให้กรมขุนราชสีหวิกรมสร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๔ เมื่อปีขาล จุลศักราช ๑๒๒๘ (พ.ศ. ๒๔๐๙) พระราชทานให้ประกอบศพพระยามนตรีสุริยวงษ์ (ชุ่ม บุนนาค) ก่อนผู้อื่น ที่{{ชว|1em}}๑๒{{ชว|1em}}พระโกษฐทองเล็ก โปรดให้กรมหมื่นปราบปรปักษ์ สร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๒๔๙ (พ.ศ. ๒๔๓๐) ทรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ เปนทีแรก แล้วได้ใช้ทรงพระศพเจ้านายต่อมา มีบาญชีกรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจดไว้ในท้ายบาญชีพระโกษฐทองใหญ่อย่างนี้ {{c|พระโกษฐทองเล็ก}} {| |- | |- |} {{สต|7em}} {| |- | |- |} ๑{{ชว|1em}}สมเด็จเจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ ๒{{ชว|1em}}สมเด็จเจ้าฟ้าตรีเพชรุตม์ธำรง ๓{{ชว|1em}}เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี ๔{{ชว|1em}}กรมขุนสุพรรณภาควดี ๕{{ชว|1em}}พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช ที่{{ชว|1em}}๑๓{{ชว|1em}}พระโกษฐทองรองทรง โปรดให้กรมหมื่นปราบปรปักษ์ สร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีชวด รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ (พ.ศ. ๒๔๔๓) พระโกษฐองค์นี้นับเหมือนกับพระโกษฐทองใหญ่ สำหรับใช้แทนที่พระโกษฐทองน้อยเวลาที่จะต้องหุ้มทองคำ เพื่อจะไม่ให้ต้องหุ้มเข้าแลรื้อออกบ่อย ๆ มีบาญชีคราวที่ได้ใช้ทรงพระบรมศพแลพระศพ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจดไว้ในท้ายบาญชีพระโกษฐทองใหญ่อย่างนี้ {{nop}}<noinclude></noinclude> 4wmjuiptqunpfkmurnhgywj19ezvaqm 291819 291809 2026-07-05T05:16:26Z Lunlumita 12009 291819 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๙}}</noinclude>{{กม|ม|๑๑|ที่}}โกษฐราชินิกูล โปรดให้กรมขุนราชสีหวิกรมสร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๔ เมื่อปีขาล จุลศักราช ๑๒๒๘ (พ.ศ. ๒๔๐๙) พระราชทานให้ประกอบศพพระยามนตรีสุริยวงษ์ (ชุ่ม บุนนาค) ก่อนผู้อื่น {{กม|ม|๑๒|ที่}}พระโกษฐทองเล็ก โปรดให้กรมหมื่นปราบปรปักษ์ สร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๒๔๙ (พ.ศ. ๒๔๓๐) ทรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ เปนทีแรก แล้วได้ใช้ทรงพระศพเจ้านายต่อมา มีบาญชีกรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจดไว้ในท้ายบาญชีพระโกษฐทองใหญ่อย่างนี้ {{กสต|พระโกษฐทองเล็ก}} {{กม|ข2|๑}}สมเด็จเจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ {{กม|ข2|๒}}สมเด็จเจ้าฟ้าตรีเพชรุตม์ธำรง {{กม|ข2|๓}}เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี {{กม|ข2|๔}}กรมขุนสุพรรณภาควดี {{กม|ข2|๕}}พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช {{กม|ม|๑๓|ที่}}พระโกษฐทองรองทรง โปรดให้กรมหมื่นปราบปรปักษ์ สร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีชวด รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ (พ.ศ. ๒๔๔๓) พระโกษฐองค์นี้นับเหมือนกับพระโกษฐทองใหญ่ สำหรับใช้แทนที่พระโกษฐทองน้อยเวลาที่จะต้องหุ้มทองคำ เพื่อจะไม่ให้ต้องหุ้มเข้าแลรื้อออกบ่อย ๆ มีบาญชีคราวที่ได้ใช้ทรงพระบรมศพแลพระศพ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจดไว้ในท้ายบาญชีพระโกษฐทองใหญ่อย่างนี้ {{มปก}}<noinclude></noinclude> 2rgysseeawtc2uvmuzqzgfyexp2hpqb 291823 291819 2026-07-05T05:22:42Z Lunlumita 12009 291823 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๑๙}}</noinclude>{{กม|ม|๑๑|ที่}}โกษฐราชินิกูล โปรดให้กรมขุนราชสีหวิกรมสร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๔ เมื่อปีขาล จุลศักราช ๑๒๒๘ (พ.ศ. ๒๔๐๙) พระราชทานให้ประกอบศพพระยามนตรีสุริยวงษ์ (ชุ่ม บุนนาค) ก่อนผู้อื่น {{กม|ม|๑๒|ที่}}พระโกษฐทองเล็ก โปรดให้กรมหมื่นปราบปรปักษ์สร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๒๔๙ (พ.ศ. ๒๔๓๐) ทรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ เปนทีแรก แล้วได้ใช้ทรงพระศพเจ้านายต่อมา มีบาญชีกรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจดไว้ในท้ายบาญชีพระโกษฐทองใหญ่อย่างนี้ {{กสต|พระโกษฐทองเล็ก}} {{กม|ข2|๑}}สมเด็จเจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ {{กม|ข2|๒}}สมเด็จเจ้าฟ้าตรีเพชรุตม์ธำรง {{กม|ข2|๓}}เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี {{กม|ข2|๔}}กรมขุนสุพรรณภาควดี {{กม|ข2|๕}}พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช {{กม|ม|๑๓|ที่}}พระโกษฐทองรองทรง โปรดให้กรมหมื่นปราบปรปักษ์ สร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีชวด รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ (พ.ศ. ๒๔๔๓) พระโกษฐองค์นี้นับเหมือนกับพระโกษฐทองใหญ่ สำหรับใช้แทนที่พระโกษฐทองน้อยเวลาที่จะต้องหุ้มทองคำ เพื่อจะไม่ให้ต้องหุ้มเข้าแลรื้อออกบ่อย ๆ มีบาญชีคราวที่ได้ใช้ทรงพระบรมศพแลพระศพ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจดไว้ในท้ายบาญชีพระโกษฐทองใหญ่อย่างนี้ {{มปก}}<noinclude></noinclude> 30yz7sh6zwt4bad4kcdyoik0s122532 291824 291823 2026-07-05T05:22:54Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291824 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๑๙}}</noinclude>{{กม|ม|๑๑|ที่}}โกษฐราชินิกูล โปรดให้กรมขุนราชสีหวิกรมสร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๔ เมื่อปีขาล จุลศักราช ๑๒๒๘ (พ.ศ. ๒๔๐๙) พระราชทานให้ประกอบศพพระยามนตรีสุริยวงษ์ (ชุ่ม บุนนาค) ก่อนผู้อื่น {{กม|ม|๑๒|ที่}}พระโกษฐทองเล็ก โปรดให้กรมหมื่นปราบปรปักษ์สร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีกุญ จุลศักราช ๑๒๔๙ (พ.ศ. ๒๔๓๐) ทรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ เปนทีแรก แล้วได้ใช้ทรงพระศพเจ้านายต่อมา มีบาญชีกรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจดไว้ในท้ายบาญชีพระโกษฐทองใหญ่อย่างนี้ {{กสต|พระโกษฐทองเล็ก}} {{กม|ข2|๑}}สมเด็จเจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ {{กม|ข2|๒}}สมเด็จเจ้าฟ้าตรีเพชรุตม์ธำรง {{กม|ข2|๓}}เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี {{กม|ข2|๔}}กรมขุนสุพรรณภาควดี {{กม|ข2|๕}}พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช {{กม|ม|๑๓|ที่}}พระโกษฐทองรองทรง โปรดให้กรมหมื่นปราบปรปักษ์ สร้างขึ้นแต่ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีชวด รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ (พ.ศ. ๒๔๔๓) พระโกษฐองค์นี้นับเหมือนกับพระโกษฐทองใหญ่ สำหรับใช้แทนที่พระโกษฐทองน้อยเวลาที่จะต้องหุ้มทองคำ เพื่อจะไม่ให้ต้องหุ้มเข้าแลรื้อออกบ่อย ๆ มีบาญชีคราวที่ได้ใช้ทรงพระบรมศพแลพระศพ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ทรงจดไว้ในท้ายบาญชีพระโกษฐทองใหญ่อย่างนี้ {{มปก}}<noinclude></noinclude> kykj7thcp2mmq39d4ui44tvai1n5i6i หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/136 250 37887 291811 128139 2026-07-05T05:08:30Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/133]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/136]]: เปลี่ยนชื่อ 128139 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๑๒๐}}</noinclude>{{c|พระโกษฐทองรองทรง}} {{c|ในรัชกาลที่ ๕}} {| |- | |- |} {{สต|7em}} {| |- | |- |} ๑{{ชว|1em}}กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร ๒{{ชว|1em}}สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงษ์ ๓{{ชว|1em}}สมเด็จเจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณ {{c|ในรัชกาลปัจจุบัน}} {| |- | |- |} {{สต|7em}} {| |- | |- |} ๔{{ชว|1em}}พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เวลาแต่งพระโกษฐทองใหญ่ ๕{{ชว|1em}}พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าอุบลรัตนนารีนาค ๖{{ชว|1em}}สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนสวรรคโลกย์ลักษณวดี ยังมีเครื่องประดับสำหรับพระโกษฐอิก เช่น พระโกษฐทองใหญ่ มีดอกไม้เพ็ชรเปนพุ่มเข้าบิณฑ์ ดอกไม้ไหว เฟื่อง ดอกไม้เอว ของเหล่านี้ประดับครบทุกอย่างแต่พระบรมศพ ถ้าพระราชทานให้ทรงพระศพเจ้านาย โดยปรกติไม่มีเครื่องประดับ ถ้าพระราชเครื่องประดับด้วย มีเปนชั้น ๆ กัน ชั้นต้น ประดับพุ่มเข้าบิณฑ์กับเฟื่อง ชั้นสูง รองแต่พระบรมศพ ประดับดอกไม้เอวด้วยอิกอย่างหนึ่ง พระโกษฐเจ้านายก็มีเครื่องประดับ คือ ยอดพุ่มเข้าบิณฑ์แลเฟื่อง ต่อที่ทรงบันดาศักดิสูงจึงใช้เครื่องประดับ ถ้าพระราชทานให้ทรงศพเจ้านายชั้นต่ำลงมาฤๅขุนนาง ไม่ใช้เครื่องประดับ {{cr|sp|10|sp|20|fy3|40|sp|10|sp|20}}<noinclude></noinclude> c36nstt7fif7kbwc5o6q9qqf7oml50o 291820 291811 2026-07-05T05:17:08Z Lunlumita 12009 291820 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๒๐}}</noinclude>{{ก|พระโกษฐทองรองทรง}} {{กสต|ในรัชกาลที่ ๕}} {{กม|ข2|๑}}กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร {{กม|ข2|๒}}สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงษ์ {{กม|ข2|๓}}สมเด็จเจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณ {{กสต|ในรัชกาลปัจจุบัน}} {{กม|ข2|๔}}พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เวลาแต่งพระโกษฐทองใหญ่ {{กม|ข2|๕}}พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าอุบลรัตนนารีนาค {{กม|ข2|๖}}สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนสวรรคโลกย์ลักษณวดี ยังมีเครื่องประดับสำหรับพระโกษฐอิก เช่น พระโกษฐทองใหญ่ มีดอกไม้เพ็ชรเปนพุ่มเข้าบิณฑ์ ดอกไม้ไหว เฟื่อง ดอกไม้เอว ของเหล่านี้ประดับครบทุกอย่างแต่พระบรมศพ ถ้าพระราชทานให้ทรงพระศพเจ้านาย โดยปรกติไม่มีเครื่องประดับ ถ้าพระราชเครื่องประดับด้วย มีเปนชั้น ๆ กัน ชั้นต้น ประดับพุ่มเข้าบิณฑ์กับเฟื่อง ชั้นสูง รองแต่พระบรมศพ ประดับดอกไม้เอวด้วยอิกอย่างหนึ่ง พระโกษฐเจ้านายก็มีเครื่องประดับ คือ ยอดพุ่มเข้าบิณฑ์แลเฟื่อง ต่อที่ทรงบันดาศักดิสูงจึงใช้เครื่องประดับ ถ้าพระราชทานให้ทรงศพเจ้านายชั้นต่ำลงมาฤๅขุนนาง ไม่ใช้เครื่องประดับ {{สกอ|sp|100}}<noinclude></noinclude> 4cqfdr1mfc70gkf71i3objg0o6g13ni 291825 291820 2026-07-05T05:23:58Z Lunlumita 12009 291825 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๒๐}}</noinclude>{{ก|พระโกษฐทองรองทรง}} {{กสต|ในรัชกาลที่ ๕}} {{กม|ข2|๑}}กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร {{กม|ข2|๒}}สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงษ์ {{กม|ข2|๓}}สมเด็จเจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณ {{กสต|ในรัชกาลปัจจุบัน}} {{กม|ข2|๔}}พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เวลาแต่งพระโกษฐทองใหญ่ {{กม|ข2|๕}}พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าอุบลรัตนนารีนาค {{กม|ข2|๖}}สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนสวรรคโลกย์ลักษณวดี ยังมีเครื่องประดับสำหรับพระโกษฐอิก เช่นพระโกษฐทองใหญ่มีดอกไม้เพ็ชรเปนพุ่มเข้าบิณฑ์ ดอกไม้ไหว เฟื่อง ดอกไม้เอว ของเหล่านี้ประดับครบทุกอย่างแต่พระบรมศพ ถ้าพระราชทานให้ทรงพระศพเจ้านาย โดยปรกติไม่มีเครื่องประดับ ถ้าพระราชเครื่องประดับด้วย มีเปนชั้น ๆ กัน ชั้นต้นประดับพุ่มเข้าบิณฑ์กับเฟื่อง ชั้นสูงรองแต่พระบรมศพ ประดับดอกไม้เอวด้วยอิกอย่างหนึ่ง พระโกษฐเจ้านายก็มีเครื่องประดับ คือยอดพุ่มเข้าบิณฑ์แลเฟื่อง ต่อที่ทรงบันดาศักดิสูงจึงใช้เครื่องประดับ ถ้าพระราชทานให้ทรงศพเจ้านายชั้นต่ำลงมาฤๅขุนนาง ไม่ใช้เครื่องประดับ {{สกอ|sp|100}}<noinclude></noinclude> ixbnnt20g0djzua6czwblkbo2538nhg 291826 291825 2026-07-05T05:24:13Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291826 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๒๐}}</noinclude>{{ก|พระโกษฐทองรองทรง}} {{กสต|ในรัชกาลที่ ๕}} {{กม|ข2|๑}}กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร {{กม|ข2|๒}}สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงษ์ {{กม|ข2|๓}}สมเด็จเจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณ {{กสต|ในรัชกาลปัจจุบัน}} {{กม|ข2|๔}}พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เวลาแต่งพระโกษฐทองใหญ่ {{กม|ข2|๕}}พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าอุบลรัตนนารีนาค {{กม|ข2|๖}}สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนสวรรคโลกย์ลักษณวดี ยังมีเครื่องประดับสำหรับพระโกษฐอิก เช่นพระโกษฐทองใหญ่มีดอกไม้เพ็ชรเปนพุ่มเข้าบิณฑ์ ดอกไม้ไหว เฟื่อง ดอกไม้เอว ของเหล่านี้ประดับครบทุกอย่างแต่พระบรมศพ ถ้าพระราชทานให้ทรงพระศพเจ้านาย โดยปรกติไม่มีเครื่องประดับ ถ้าพระราชเครื่องประดับด้วย มีเปนชั้น ๆ กัน ชั้นต้นประดับพุ่มเข้าบิณฑ์กับเฟื่อง ชั้นสูงรองแต่พระบรมศพ ประดับดอกไม้เอวด้วยอิกอย่างหนึ่ง พระโกษฐเจ้านายก็มีเครื่องประดับ คือยอดพุ่มเข้าบิณฑ์แลเฟื่อง ต่อที่ทรงบันดาศักดิสูงจึงใช้เครื่องประดับ ถ้าพระราชทานให้ทรงศพเจ้านายชั้นต่ำลงมาฤๅขุนนาง ไม่ใช้เครื่องประดับ {{สกอ|sp|100}}<noinclude></noinclude> o241gps0tcc7zsd7cx53c5z88uk7f05 หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/102 250 37944 291827 264982 2026-07-05T05:28:46Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/99]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/102]]: เปลี่ยนชื่อ 264982 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" /></noinclude>{{c|ปฐมวงษ์|style=font-size:140%}} {{cr|sp|10|sp|20|fy3|40|sp|10|sp|20}} {{ฟม}}จะขอกล่าวถึงความประวัติเปนไปต่าง ๆ ในโลกย์นี้จนถึงกาลเมื่อละโลกย์นี้ล่วงไปยังปรโลกย์ของพระองค์ท่านซึ่งเปนบุรพบุรุษในพระบรมราชวงษ์อันนี้ซึ่งเปนชั้นต้น คือ สมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดี แลสมเด็จพระไปยิกาใหญ่ แลสมเด็จพระไปยิกาน้อย ๓ พระองค์ แลชั้นสอง คือ พระเอารส พระธิดา ของสมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีทั้ง ๗ พระองค์ ดังออกพระนามมาแต่ก่อน ตามกำหนดประวัติเวลาของพระองค์นั้น ๆ เรียงไปในลำดับโดยสังเขป เพื่อจะให้ผู้อ่านผู้ฟังได้สติปลงพระไตรลักษณปัญญา ปลงเห็นอนิจจลักษณ ทุกขลักษณ อนัตตลักษณ เพราะได้สดับเรื่องนี้ จะได้ไม่ปราศจากประโยชน์ในทางภาวนามัยกุศล ซึ่งเปนกุสโลบายอันใหญ่อันงามกว่ากุศลอื่น ๚ {{ฟม}}สมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีนั้น ทราบแต่ว่า ได้ดำรงพระชนมายุแลศุขสมบัติ ครอบครองสกุลใหญ่ แลมีอำนาจในราชกิจดังกล่าวแล้วอยู่สิ้นกาลนานจนตลอดเวลาพม่าข้าศึกเข้าล้อมกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาในคราวที่กรุงจะแตกทำลายนั้น ๚ {{nop}}<noinclude></noinclude> 7xg7ksh4jyt8fg7lnbk93fnpo8x0o6w 291829 291827 2026-07-05T05:29:11Z Lunlumita 12009 291829 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" /></noinclude>{{ก|ปฐมวงษ์|140}} {{สต|7em}} {{ฟม}}จะขอกล่าวถึงความประวัติเปนไปต่าง ๆ ในโลกย์นี้จนถึงกาลเมื่อละโลกย์นี้ล่วงไปยังปรโลกย์ของพระองค์ท่านซึ่งเปนบุรพบุรุษในพระบรมราชวงษ์อันนี้ซึ่งเปนชั้นต้น คือ สมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดี แลสมเด็จพระไปยิกาใหญ่ แลสมเด็จพระไปยิกาน้อย ๓ พระองค์ แลชั้นสอง คือ พระเอารส พระธิดา ของสมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีทั้ง ๗ พระองค์ ดังออกพระนามมาแต่ก่อน ตามกำหนดประวัติเวลาของพระองค์นั้น ๆ เรียงไปในลำดับโดยสังเขป เพื่อจะให้ผู้อ่านผู้ฟังได้สติปลงพระไตรลักษณปัญญา ปลงเห็นอนิจจลักษณ ทุกขลักษณ อนัตตลักษณ เพราะได้สดับเรื่องนี้ จะได้ไม่ปราศจากประโยชน์ในทางภาวนามัยกุศล ซึ่งเปนกุสโลบายอันใหญ่อันงามกว่ากุศลอื่น ๚ {{ฟม}}สมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีนั้น ทราบแต่ว่า ได้ดำรงพระชนมายุแลศุขสมบัติ ครอบครองสกุลใหญ่ แลมีอำนาจในราชกิจดังกล่าวแล้วอยู่สิ้นกาลนานจนตลอดเวลาพม่าข้าศึกเข้าล้อมกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาในคราวที่กรุงจะแตกทำลายนั้น ๚ {{มปก}}<noinclude></noinclude> jtjj6xw7x0id7lbu44gh23h1tsbq1wl 291830 291829 2026-07-05T05:30:22Z Lunlumita 12009 291830 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" /></noinclude>{{ก|ปฐมวงษ์|140}} {{สต|7em}} {{ฟม}}จะขอกล่าวถึงความประวัติเปนไปต่าง ๆ ในโลกย์นี้จนถึงกาลเมื่อละโลกย์นี้ล่วงไปยังปรโลกย์ของพระองค์ท่านซึ่งเปนบุรพบุรุษในพระบรมราชวงษ์อันนี้ซึ่งเปนชั้นต้น คือสมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดี แลสมเด็จพระไปยิกาใหญ่ แลสมเด็จพระไปยิกาน้อย ๓ พระองค์ แลชั้นสอง คือพระเอารส พระธิดา ของสมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีทั้ง ๗ พระองค์ ดังออกพระนามมาแต่ก่อน ตามกำหนดประวัติเวลาของพระองค์นั้น ๆ เรียงไปในลำดับโดยสังเขป เพื่อจะให้ผู้อ่านผู้ฟังได้สติปลงพระไตรลักษณปัญญา ปลงเห็นอนิจจลักษณ ทุกขลักษณ อนัตตลักษณ เพราะได้สดับเรื่องนี้ จะได้ไม่ปราศจากประโยชน์ในทางภาวนามัยกุศล ซึ่งเปนกุสโลบายอันใหญ่อันงามกว่ากุศลอื่น ๚ {{ฟม}}สมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีนั้น ทราบแต่ว่า ได้ดำรงพระชนมายุแลศุขสมบัติ ครอบครองสกุลใหญ่ แลมีอำนาจในราชกิจดังกล่าวแล้วอยู่สิ้นกาลนานจนตลอดเวลาพม่าข้าศึกเข้าล้อมกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาในคราวที่กรุงจะแตกทำลายนั้น ๚ {{มปก}}<noinclude></noinclude> bv8y8uty6qbqr4rjhbijw5zhstv2bhp 291831 291830 2026-07-05T05:31:08Z Lunlumita 12009 291831 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" /></noinclude>{{ก|ปฐมวงษ์|140}} {{สต|7em}} {{ฟม}}จะขอกล่าวถึงความประวัติเปนไปต่าง ๆ ในโลกย์นี้จนถึงกาลเมื่อละโลกย์นี้ล่วงไปยังปรโลกย์ของพระองค์ท่านซึ่งเปนบุรพบุรุษในพระบรมราชวงษ์อันนี้ซึ่งเปนชั้นต้น คือสมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดี แลสมเด็จพระไปยิกาใหญ่ แลสมเด็จพระไปยิกาน้อย ๓ พระองค์ แลชั้นสอง คือพระเอารส พระธิดา ของสมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีทั้ง ๗ พระองค์ ดังออกพระนามมาแต่ก่อน ตามกำหนดประวัติเวลาของพระองค์นั้น ๆ เรียงไปในลำดับโดยสังเขป เพื่อจะให้ผู้อ่านผู้ฟังได้สติปลงพระไตรลักษณปัญญา ปลงเห็นอนิจจลักษณ ทุกขลักษณ อนัตตลักษณ เพราะได้สดับเรื่องนี้ จะได้ไม่ปราศจากประโยชน์ในทางภาวนามัยกุศล ซึ่งเปนกุสโลบายอันใหญ่อันงามกว่ากุศลอื่น ๚ {{ฟม}}สมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีนั้น ทราบแต่ว่าได้ดำรงพระชนมายุแลศุขสมบัติ ครอบครองสกุลใหญ่ แลมีอำนาจในราชกิจดังกล่าวแล้วอยู่สิ้นกาลนานจนตลอดเวลาพม่าข้าศึกเข้าล้อมกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาในคราวที่กรุงจะแตกทำลายนั้น ๚ {{มปก}}<noinclude></noinclude> s62rkzvrijc8vpecaa4usm8gwpom7g0 291832 291831 2026-07-05T05:31:23Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291832 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ก|ปฐมวงษ์|140}} {{สต|7em}} {{ฟม}}จะขอกล่าวถึงความประวัติเปนไปต่าง ๆ ในโลกย์นี้จนถึงกาลเมื่อละโลกย์นี้ล่วงไปยังปรโลกย์ของพระองค์ท่านซึ่งเปนบุรพบุรุษในพระบรมราชวงษ์อันนี้ซึ่งเปนชั้นต้น คือสมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดี แลสมเด็จพระไปยิกาใหญ่ แลสมเด็จพระไปยิกาน้อย ๓ พระองค์ แลชั้นสอง คือพระเอารส พระธิดา ของสมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีทั้ง ๗ พระองค์ ดังออกพระนามมาแต่ก่อน ตามกำหนดประวัติเวลาของพระองค์นั้น ๆ เรียงไปในลำดับโดยสังเขป เพื่อจะให้ผู้อ่านผู้ฟังได้สติปลงพระไตรลักษณปัญญา ปลงเห็นอนิจจลักษณ ทุกขลักษณ อนัตตลักษณ เพราะได้สดับเรื่องนี้ จะได้ไม่ปราศจากประโยชน์ในทางภาวนามัยกุศล ซึ่งเปนกุสโลบายอันใหญ่อันงามกว่ากุศลอื่น ๚ {{ฟม}}สมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีนั้น ทราบแต่ว่าได้ดำรงพระชนมายุแลศุขสมบัติ ครอบครองสกุลใหญ่ แลมีอำนาจในราชกิจดังกล่าวแล้วอยู่สิ้นกาลนานจนตลอดเวลาพม่าข้าศึกเข้าล้อมกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาในคราวที่กรุงจะแตกทำลายนั้น ๚ {{มปก}}<noinclude></noinclude> 8c8h4amhwz8hqnpmzj16tjuhkuagoug หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/103 250 37945 291833 264983 2026-07-05T05:34:18Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/100]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/103]]: เปลี่ยนชื่อ 264983 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๘๗}}</noinclude>{{ฟม}}สมเด็จพระไปยิกาพระองค์ใหญ่นั้น ได้มีพระเอารส พระธิดา ๕ พระองค์ แล้วก็สิ้นพระชนม์ล่วงไปโดยนัยที่กล่าวมาแล้ว แต่เมื่อสิ้นพระชนม์นั้น พระชนมายุเท่าไรไม่ทราบถนัด พระไปยิกาพระองค์น้อยได้รับปรนิบัติสมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีในที่นั้น ต่อมา ได้ประสูตรพระธิดาพระองค์หนึ่ง แล้วจะสิ้นพระชนม์เมื่อใดก็หาได้ความเปนแน่ไม่ ได้ความเปนแน่แต่ว่า เมื่อเวลาพม่าเข้าล้อมกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาเวลาที่สุดนั้น สมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีมีพระดำริห์จะออกจากกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาหลีกหนีข้าศึกไปอยู่ให้ห่างไกล จะชักชวนพระเอารสพระธิดาทั้งปวงตามเสด็จไปด้วยพร้อมกัน พระเอารสพระธิดาทั้ง ๖ พระองค์ที่ทรงพระเจริญแล้วนั้นได้แยกย้ายไปตั้งสกุลอื่น มีพระบุตร พระบุตรี เกี่ยวข้องเปนห่วงใยพัวพันมากมาย จะรวบรวมมาพร้อมเพรียงกันแล้วคุมเปนพวกใหญ่ออกไปโดยง่ายหาได้ไม่ เมื่อได้ช่อง จึงได้พาแต่พระกุมารพระองค์น้อยกับหญิงบาทบริจาริกซึ่งเปนหม่อมมารดาของพระกุมารนั้นไปอาไศรยอยู่ณเมืองพระพิศณุโลก ได้ทรงปรนิบัติแด่เจ้าเมืองพระพิศณุโลกซึ่งทราบไปว่า กรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาอยู่ในเนื้อมือพม่าข้าศึกแล้ว ก็ถืออำนาจตั้งตนเปนเจ้าแผ่นดินใหญ่ขึ้นในเวลานั้น ได้ที่สมุหนายกอรรคมหาเสนาธิบดี ๚ {{ฟม}}เจ้าเมืองพระพิศณุโลกนั้นมีจิตรกำเริบ บังคับให้ทอดโฉนดบาดหมายอ้างบังคับตนเรียกว่า พระราชโองการ โดยไม่มีการพิธี<noinclude></noinclude> 5su99rz835qhb5klip8ry3v3g2u2oiu 291835 291833 2026-07-05T05:36:39Z Lunlumita 12009 291835 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๗}}</noinclude>{{ฟม}}สมเด็จพระไปยิกาพระองค์ใหญ่นั้น ได้มีพระเอารส พระธิดา ๕ พระองค์ แล้วก็สิ้นพระชนม์ล่วงไปโดยนัยที่กล่าวมาแล้ว แต่เมื่อสิ้นพระชนม์นั้น พระชนมายุเท่าไรไม่ทราบถนัด พระไปยิกาพระองค์น้อยได้รับปรนิบัติสมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีในที่นั้นต่อมา ได้ประสูตรพระธิดาพระองค์หนึ่งแล้ว จะสิ้นพระชนม์เมื่อใดก็หาได้ความเปนแน่ไม่ ได้ความเปนแน่แต่ว่าเมื่อเวลาพม่าเข้าล้อมกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาเวลาที่สุดนั้น สมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีมีพระดำริห์จะออกจากกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาหลีกหนีข้าศึกไปอยู่ให้ห่างไกล จะชักชวนพระเอารสพระธิดาทั้งปวงตามเสด็จไปด้วยพร้อมกัน พระเอารสพระธิดาทั้ง ๖ พระองค์ที่ทรงพระเจริญแล้วนั้นได้แยกย้ายไปตั้งสกุลอื่น มีพระบุตร พระบุตรี เกี่ยวข้องเปนห่วงใยพัวพันมากมาย จะรวบรวมมาพร้อมเพรียงกันแล้วคุมเปนพวกใหญ่ออกไปโดยง่ายหาได้ไม่ เมื่อได้ช่อง จึงได้พาแต่พระกุมารพระองค์น้อยกับหญิงบาทบริจาริกซึ่งเปนหม่อมมารดาของพระกุมารนั้นไปอาไศรยอยู่ณเมืองพระพิศณุโลก ได้ทรงปรนิบัติแด่เจ้าเมืองพระพิศณุโลกซึ่งทราบไปว่ากรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาอยู่ในเนื้อมือพม่าข้าศึกแล้ว ก็ถืออำนาจตั้งตนเปนเจ้าแผ่นดินใหญ่ขึ้นในเวลานั้น ได้ที่สมุหนายกอรรคมหาเสนาธิบดี ๚ {{ฟม}}เจ้าเมืองพระพิศณุโลกนั้นมีจิตรกำเริบ บังคับให้ทอดโฉนดบาดหมายอ้างบังคับตนเรียกว่าพระราชโองการ โดยไม่มีการพิธี<noinclude></noinclude> izni334emp4dxacph8ot15nz6fpnu67 291836 291835 2026-07-05T05:36:50Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291836 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๘๗}}</noinclude>{{ฟม}}สมเด็จพระไปยิกาพระองค์ใหญ่นั้น ได้มีพระเอารส พระธิดา ๕ พระองค์ แล้วก็สิ้นพระชนม์ล่วงไปโดยนัยที่กล่าวมาแล้ว แต่เมื่อสิ้นพระชนม์นั้น พระชนมายุเท่าไรไม่ทราบถนัด พระไปยิกาพระองค์น้อยได้รับปรนิบัติสมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีในที่นั้นต่อมา ได้ประสูตรพระธิดาพระองค์หนึ่งแล้ว จะสิ้นพระชนม์เมื่อใดก็หาได้ความเปนแน่ไม่ ได้ความเปนแน่แต่ว่าเมื่อเวลาพม่าเข้าล้อมกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาเวลาที่สุดนั้น สมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดีมีพระดำริห์จะออกจากกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาหลีกหนีข้าศึกไปอยู่ให้ห่างไกล จะชักชวนพระเอารสพระธิดาทั้งปวงตามเสด็จไปด้วยพร้อมกัน พระเอารสพระธิดาทั้ง ๖ พระองค์ที่ทรงพระเจริญแล้วนั้นได้แยกย้ายไปตั้งสกุลอื่น มีพระบุตร พระบุตรี เกี่ยวข้องเปนห่วงใยพัวพันมากมาย จะรวบรวมมาพร้อมเพรียงกันแล้วคุมเปนพวกใหญ่ออกไปโดยง่ายหาได้ไม่ เมื่อได้ช่อง จึงได้พาแต่พระกุมารพระองค์น้อยกับหญิงบาทบริจาริกซึ่งเปนหม่อมมารดาของพระกุมารนั้นไปอาไศรยอยู่ณเมืองพระพิศณุโลก ได้ทรงปรนิบัติแด่เจ้าเมืองพระพิศณุโลกซึ่งทราบไปว่ากรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาอยู่ในเนื้อมือพม่าข้าศึกแล้ว ก็ถืออำนาจตั้งตนเปนเจ้าแผ่นดินใหญ่ขึ้นในเวลานั้น ได้ที่สมุหนายกอรรคมหาเสนาธิบดี ๚ {{ฟม}}เจ้าเมืองพระพิศณุโลกนั้นมีจิตรกำเริบ บังคับให้ทอดโฉนดบาดหมายอ้างบังคับตนเรียกว่าพระราชโองการ โดยไม่มีการพิธี<noinclude></noinclude> mwh1suhwnbumdgpwyla8pwq1a7ichf0 หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/104 250 37946 291837 118067 2026-07-05T05:37:25Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/101]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/104]]: เปลี่ยนชื่อ 118067 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๘๘}}</noinclude>ราชาภิเศก อยู่ได้ ๗ วัน ก็ถึงแก่พิราไลย ก็เมื่อเจ้าเมืองพระพิศณุโลกถึงแก่พิราไลยแล้ว องค์สมเด็จพระไปยกาธิบดีจะทรงปรนิบัติอยู่ประการใดความไม่ทราบถนัด ทราบแต่ว่า ภายหลัง ทรงพระประชวรแล้วเสด็จสวรรคตอยู่ในเมืองพระพิศณุโลก เมื่อเวลากรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายแล้วมิได้นาน กำลังการบ้านเมืองยังเปนจลาจลอยู่นั้น จึงพระโอรส คือ กรมหลวงจักรเจษฎา กับหม่อมมารดาซึ่งตามเสด็จไปด้วยนั้น ได้มีความกตัญญูกตะเวทีได้จัดการถวายพระเพลิงตามกำลังที่จะทำได้แล้ว ได้เชิญพระบรมอัฐิ กับพระมหาสังข์อุตราวัฏซึ่งเปนของสำหรับสกูลสืบมาแต่ก่อนเปนสำคัญ คืนนำกลับลงมา แล้วได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์เมื่อครั้งเสด็จอยู่วังบ้านหลวงในกรุงธนบุรีเมื่อแผ่นดินเจ้ากรุงธนบุรีนั้น เปนความชอบอันยิ่งใหญ่ของกรมหลวงจักรเจษฏาแลคุณมาซึ่งเปนหม่อมมารดานั้นอยู่ ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเศกแล้ว จึ่งได้เชิญพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมชนกนารถนั้นใส่พระโกษฐทองคำประดับด้วยพลอยทับทิมตั้งประดิษฐานในหอพระที่นมัสการในพระบรมมหาราชวังสำหรับทรงสักการบูชาทุกค่ำเช้ามิได้ขาด แลสำหรับให้พระราชวงษานุวงษ์แลข้าทูลลอองธุลีพระบาทได้กราบถวายบังคมในวันถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาแทนธรรมเนียมเดิมซึ่งเปนโบราณจารีตมีนิยมให้คำนับพระเชษฐบิดรซึ่งเปนพระ<noinclude></noinclude> cf0p4lbwh566m9bmpwzltatr2rfnbyb 291839 291837 2026-07-05T05:40:23Z Lunlumita 12009 291839 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๘}}</noinclude>ราชาภิเศก อยู่ได้ ๗ วันก็ถึงแก่พิราไลย ก็เมื่อเจ้าเมืองพระพิศณุโลกถึงแก่พิราไลยแล้ว องค์สมเด็จพระไปยกาธิบดีจะทรงปรนิบัติอยู่ประการใดความไม่ทราบถนัด ทราบแต่ว่าภายหลังทรงพระประชวรแล้วเสด็จสวรรคตอยู่ในเมืองพระพิศณุโลก เมื่อเวลากรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายแล้วมิได้นาน กำลังการบ้านเมืองยังเปนจลาจลอยู่นั้น จึงพระโอรส คือกรมหลวงจักรเจษฎา กับหม่อมมารดาซึ่งตามเสด็จไปด้วยนั้น ได้มีความกตัญญูกตะเวทีได้จัดการถวายพระเพลิงตามกำลังที่จะทำได้แล้ว ได้เชิญพระบรมอัฐิ กับพระมหาสังข์อุตราวัฏซึ่งเปนของสำหรับสกูลสืบมาแต่ก่อนเปนสำคัญ คืนนำกลับลงมา แล้วได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์เมื่อครั้งเสด็จอยู่วังบ้านหลวงในกรุงธนบุรีเมื่อแผ่นดินเจ้ากรุงธนบุรีนั้น เปนความชอบอันยิ่งใหญ่ของกรมหลวงจักรเจษฏาแลคุณมาซึ่งเปนหม่อมมารดานั้นอยู่ ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเศกแล้ว จึ่งได้เชิญพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมชนกนารถนั้นใส่พระโกษฐทองคำประดับด้วยพลอยทับทิมตั้งประดิษฐานในหอพระที่นมัสการในพระบรมมหาราชวังสำหรับทรงสักการบูชาทุกค่ำเช้ามิได้ขาด แลสำหรับให้พระราชวงษานุวงษ์แลข้าทูลลอองธุลีพระบาทได้กราบถวายบังคมในวันถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาแทนธรรมเนียมเดิมซึ่งเปนโบราณจารีตมีนิยมให้คำนับพระเชษฐบิดรซึ่งเปนพระ<noinclude></noinclude> 53ea0dysyoapy2gjjf04x6mmrw5h0c7 291840 291839 2026-07-05T05:40:35Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291840 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๘๘}}</noinclude>ราชาภิเศก อยู่ได้ ๗ วันก็ถึงแก่พิราไลย ก็เมื่อเจ้าเมืองพระพิศณุโลกถึงแก่พิราไลยแล้ว องค์สมเด็จพระไปยกาธิบดีจะทรงปรนิบัติอยู่ประการใดความไม่ทราบถนัด ทราบแต่ว่าภายหลังทรงพระประชวรแล้วเสด็จสวรรคตอยู่ในเมืองพระพิศณุโลก เมื่อเวลากรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายแล้วมิได้นาน กำลังการบ้านเมืองยังเปนจลาจลอยู่นั้น จึงพระโอรส คือกรมหลวงจักรเจษฎา กับหม่อมมารดาซึ่งตามเสด็จไปด้วยนั้น ได้มีความกตัญญูกตะเวทีได้จัดการถวายพระเพลิงตามกำลังที่จะทำได้แล้ว ได้เชิญพระบรมอัฐิ กับพระมหาสังข์อุตราวัฏซึ่งเปนของสำหรับสกูลสืบมาแต่ก่อนเปนสำคัญ คืนนำกลับลงมา แล้วได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์เมื่อครั้งเสด็จอยู่วังบ้านหลวงในกรุงธนบุรีเมื่อแผ่นดินเจ้ากรุงธนบุรีนั้น เปนความชอบอันยิ่งใหญ่ของกรมหลวงจักรเจษฏาแลคุณมาซึ่งเปนหม่อมมารดานั้นอยู่ ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเศกแล้ว จึ่งได้เชิญพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมชนกนารถนั้นใส่พระโกษฐทองคำประดับด้วยพลอยทับทิมตั้งประดิษฐานในหอพระที่นมัสการในพระบรมมหาราชวังสำหรับทรงสักการบูชาทุกค่ำเช้ามิได้ขาด แลสำหรับให้พระราชวงษานุวงษ์แลข้าทูลลอองธุลีพระบาทได้กราบถวายบังคมในวันถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาแทนธรรมเนียมเดิมซึ่งเปนโบราณจารีตมีนิยมให้คำนับพระเชษฐบิดรซึ่งเปนพระ<noinclude></noinclude> bwem2178oin32xmmpoy7jvn4tb0a8c5 หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/105 250 37947 291841 128117 2026-07-05T05:40:58Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/102]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/105]]: เปลี่ยนชื่อ 128117 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๘๙}}</noinclude>ราชปฎิมากรรูปของสมเด็จพระเจ้ารามาธิบดีเปนปฐม คือ พระองค์ซึ่งสร้างกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยามหานครแต่ก่อนนั้น ได้เปนที่นมัสการของพระเจ้าแผ่นดิน แลเปนที่ถวายบังคมของพระราชวงษานุวงษ์แลข้าราชการในวันถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในพระนครนั้นสืบ ๆ มา จนสิ้นแผ่นดินกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยานั้น ๚ {{ฟม}}กล่าวด้วยประวัติของท่านซึ่งเปนบุรพบุรุษชั้นต้นสิ้นแต่เท่านี้ ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีนั้น กับทั้งพระภัศดา พระโอรสพระบุตรี เมื่อกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยายังไม่แตกทำลาย จะตั้งอยู่ตำบลใดไม่ทราบถนัด ทราบแต่ว่า พระภัศดาของท่านพระองค์นั้นมีนามว่า หม่อมเสม ได้รับปรนิบัติในราชการแผ่นดินเปนที่พระอินทรรักษา เจ้ากรมพระตำรวจใหญ่ซ้ายฝ่ายพระบวรราชวัง ได้ประสูตรพระโอรส ๓ พระธิดา ๑ ซึ่งออกพระนามมาแล้วนั้นก่อนแต่กรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยายังไม่แตกทำลาย ก็ฝ่ายพระภัศดานั้นจะถึงแก่พิราไลยเมื่อใดไม่ทราบเปนแน่ เปนแต่เมื่อครั้งแผ่นดินกรุงธนบุรีไม่มีแล้ว มีแต่กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี กับพระโอรสพระธิดาทั้ง ๔ เสด็จมาประทับตั้งอยู่ที่ตำบลสวนมังคุด ซึ่งบัดนี้เปนที่วังเก่าของเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ซึ่งกรมหมื่นเทวานุรักษ์แลหม่อมเจ้าในกรมขุนอิศรานุรักษ์ยังครอบครองอยู่นั้น แต่เวลานั้น เรียกว่า บ้านปูน ตามนามสถานที่แต่บุราณมา ๚ {{nop}}<noinclude></noinclude> bt5m1vg5dylrpvid3rhdrke01m7akfa 291843 291841 2026-07-05T05:41:33Z Lunlumita 12009 291843 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๙}}</noinclude>ราชปฎิมากรรูปของสมเด็จพระเจ้ารามาธิบดีเปนปฐม คือพระองค์ซึ่งสร้างกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยามหานครแต่ก่อนนั้น ได้เปนที่นมัสการของพระเจ้าแผ่นดิน แลเปนที่ถวายบังคมของพระราชวงษานุวงษ์แลข้าราชการในวันถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในพระนครนั้นสืบ ๆ มา จนสิ้นแผ่นดินกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยานั้น ๚ {{ฟม}}กล่าวด้วยประวัติของท่านซึ่งเปนบุรพบุรุษชั้นต้นสิ้นแต่เท่านี้ ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีนั้น กับทั้งพระภัศดา พระโอรสพระบุตรี เมื่อกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยายังไม่แตกทำลาย จะตั้งอยู่ตำบลใดไม่ทราบถนัด ทราบแต่ว่า พระภัศดาของท่านพระองค์นั้นมีนามว่า หม่อมเสม ได้รับปรนิบัติในราชการแผ่นดินเปนที่พระอินทรรักษา เจ้ากรมพระตำรวจใหญ่ซ้ายฝ่ายพระบวรราชวัง ได้ประสูตรพระโอรส ๓ พระธิดา ๑ ซึ่งออกพระนามมาแล้วนั้นก่อนแต่กรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยายังไม่แตกทำลาย ก็ฝ่ายพระภัศดานั้นจะถึงแก่พิราไลยเมื่อใดไม่ทราบเปนแน่ เปนแต่เมื่อครั้งแผ่นดินกรุงธนบุรีไม่มีแล้ว มีแต่กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี กับพระโอรสพระธิดาทั้ง ๔ เสด็จมาประทับตั้งอยู่ที่ตำบลสวนมังคุด ซึ่งบัดนี้เปนที่วังเก่าของเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ซึ่งกรมหมื่นเทวานุรักษ์แลหม่อมเจ้าในกรมขุนอิศรานุรักษ์ยังครอบครองอยู่นั้น แต่เวลานั้น เรียกว่า บ้านปูน ตามนามสถานที่แต่บุราณมา ๚ {{nop}}<noinclude></noinclude> 07i73unmrffzawuz2h5kjqe8npeuqcz 291844 291843 2026-07-05T05:42:41Z Lunlumita 12009 291844 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๘๙}}</noinclude>ราชปฎิมากรรูปของสมเด็จพระเจ้ารามาธิบดีเปนปฐม คือพระองค์ซึ่งสร้างกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยามหานครแต่ก่อนนั้น ได้เปนที่นมัสการของพระเจ้าแผ่นดิน แลเปนที่ถวายบังคมของพระราชวงษานุวงษ์แลข้าราชการในวันถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในพระนครนั้นสืบ ๆ มา จนสิ้นแผ่นดินกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยานั้น ๚ {{ฟม}}กล่าวด้วยประวัติของท่านซึ่งเปนบุรพบุรุษชั้นต้นสิ้นแต่เท่านี้ ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีนั้น กับทั้งพระภัศดา พระโอรส พระบุตรี เมื่อกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยายังไม่แตกทำลาย จะตั้งอยู่ตำบลใดไม่ทราบถนัด ทราบแต่ว่าพระภัศดาของท่านพระองค์นั้นมีนามว่าหม่อมเสม ได้รับปรนิบัติในราชการแผ่นดินเปนที่พระอินทรรักษาเจ้ากรมพระตำรวจใหญ่ซ้ายฝ่ายพระบวรราชวัง ได้ประสูตรพระโอรส ๓ พระธิดา ๑ ซึ่งออกพระนามมาแล้วนั้นก่อนแต่กรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยายังไม่แตกทำลาย ก็ฝ่ายพระภัศดานั้นจะถึงแก่พิราไลยเมื่อใดไม่ทราบเปนแน่ เปนแต่เมื่อครั้งแผ่นดินกรุงธนบุรีไม่มีแล้ว มีแต่กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี กับพระโอรสพระธิดาทั้ง ๔ เสด็จมาประทับตั้งอยู่ที่ตำบลสวนมังคุด ซึ่งบัดนี้เปนที่วังเก่าของเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ซึ่งกรมหมื่นเทวานุรักษ์แลหม่อมเจ้าในกรมขุนอิศรานุรักษ์ยังครอบครองอยู่นั้น แต่เวลานั้นเรียกว่าบ้านปูนตามนามสถานที่แต่บุราณมา ๚ {{มปก}}<noinclude></noinclude> 4qs5j5hxhhpgs0e9szp8jazqqrothfl 291845 291844 2026-07-05T05:42:52Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291845 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๘๙}}</noinclude>ราชปฎิมากรรูปของสมเด็จพระเจ้ารามาธิบดีเปนปฐม คือพระองค์ซึ่งสร้างกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยามหานครแต่ก่อนนั้น ได้เปนที่นมัสการของพระเจ้าแผ่นดิน แลเปนที่ถวายบังคมของพระราชวงษานุวงษ์แลข้าราชการในวันถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในพระนครนั้นสืบ ๆ มา จนสิ้นแผ่นดินกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยานั้น ๚ {{ฟม}}กล่าวด้วยประวัติของท่านซึ่งเปนบุรพบุรุษชั้นต้นสิ้นแต่เท่านี้ ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีนั้น กับทั้งพระภัศดา พระโอรส พระบุตรี เมื่อกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยายังไม่แตกทำลาย จะตั้งอยู่ตำบลใดไม่ทราบถนัด ทราบแต่ว่าพระภัศดาของท่านพระองค์นั้นมีนามว่าหม่อมเสม ได้รับปรนิบัติในราชการแผ่นดินเปนที่พระอินทรรักษาเจ้ากรมพระตำรวจใหญ่ซ้ายฝ่ายพระบวรราชวัง ได้ประสูตรพระโอรส ๓ พระธิดา ๑ ซึ่งออกพระนามมาแล้วนั้นก่อนแต่กรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยายังไม่แตกทำลาย ก็ฝ่ายพระภัศดานั้นจะถึงแก่พิราไลยเมื่อใดไม่ทราบเปนแน่ เปนแต่เมื่อครั้งแผ่นดินกรุงธนบุรีไม่มีแล้ว มีแต่กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี กับพระโอรสพระธิดาทั้ง ๔ เสด็จมาประทับตั้งอยู่ที่ตำบลสวนมังคุด ซึ่งบัดนี้เปนที่วังเก่าของเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ซึ่งกรมหมื่นเทวานุรักษ์แลหม่อมเจ้าในกรมขุนอิศรานุรักษ์ยังครอบครองอยู่นั้น แต่เวลานั้นเรียกว่าบ้านปูนตามนามสถานที่แต่บุราณมา ๚ {{มปก}}<noinclude></noinclude> dygldb8lhv3ijozlq890zozmh0wzfwk หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/106 250 37948 291846 128118 2026-07-05T05:43:35Z Lunlumita 12009 291846 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๐}}</noinclude>{{ฟม}}กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีได้ถวายพระโอรสพระธิดาให้ทำราชการฝ่ายน่าฝ่ายในในแผ่นดินเจ้ากรุงธนบุรี แลได้พึ่งพระบารมีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์แลพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวัง ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์นั้นทั้งสองพระองค์ ซึ่งได้ทำราชการในตำแหน่งมีอำนาจใหญ่เวลานั้นด้วย จึงได้คุ้นเคยเฝ้าแหนได้ในเจ้ากรุงธนบุรีเนือง ๆ ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้น เมื่อครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยา ได้พระภัศดาเปนบุตรที่ ๔ ของมหาเศรษฐีซึ่งเปนผู้สืบเชื้อวงษ์ลงมาแต่มหาเสนาบดีเมืองปกิ่งแต่ครั้งแผ่นดินเจ้าปกิ่งเม่งไท้โจซึ่งเปนพระเจ้าปกิ่งที่สุดในวงษ์หมิง ครั้นพระเจ้าปกิ่งเม่งไท้โจเสียเมืองแก่พวกตาดแล้ว ท่านเสนาบดีนั้นกับเสนาบดีอื่นหลายนายไม่ยอมตัดผมมวยไว้หางเปียตามพวกตาด จึงได้หนีออกจากแผ่นดินจีนมาอยู่ในแผ่นดินญวนบ้าง แผ่นดินไทยบ้าง สืบสกูลต่อมาเปนจีนอย่างเก่า ไม่ได้ไว้หางเปีย ๚ {{ฟม}}พระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นมีนามว่า เจ้าขรัวเงิน มีพี่หญิงชื่อ ท่านนวล ๑ ท่านเอี้ยง ๑ มีพี่ชายชื่อ เจ้าขรัวทอง ๑ ได้ตั้งนิวาศฐานอยู่ตำบลถนนตาล เปนพานิชใหญ่ ชาวกรุงเก่าเรียกว่า เศรษฐีถนนตาลในกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยามหานคร พระมารดาของพระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นเปนน้องร่วมมารดากับภรรยาเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ ว่าที่โกษาธิบดีในแผ่นดิน<noinclude></noinclude> 0t89ulnqvei90lmhs227crvsenpbtzn 291847 291846 2026-07-05T05:43:53Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/103]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/106]]: เปลี่ยนชื่อ 291846 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๐}}</noinclude>{{ฟม}}กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีได้ถวายพระโอรสพระธิดาให้ทำราชการฝ่ายน่าฝ่ายในในแผ่นดินเจ้ากรุงธนบุรี แลได้พึ่งพระบารมีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์แลพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวัง ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์นั้นทั้งสองพระองค์ ซึ่งได้ทำราชการในตำแหน่งมีอำนาจใหญ่เวลานั้นด้วย จึงได้คุ้นเคยเฝ้าแหนได้ในเจ้ากรุงธนบุรีเนือง ๆ ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้น เมื่อครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยา ได้พระภัศดาเปนบุตรที่ ๔ ของมหาเศรษฐีซึ่งเปนผู้สืบเชื้อวงษ์ลงมาแต่มหาเสนาบดีเมืองปกิ่งแต่ครั้งแผ่นดินเจ้าปกิ่งเม่งไท้โจซึ่งเปนพระเจ้าปกิ่งที่สุดในวงษ์หมิง ครั้นพระเจ้าปกิ่งเม่งไท้โจเสียเมืองแก่พวกตาดแล้ว ท่านเสนาบดีนั้นกับเสนาบดีอื่นหลายนายไม่ยอมตัดผมมวยไว้หางเปียตามพวกตาด จึงได้หนีออกจากแผ่นดินจีนมาอยู่ในแผ่นดินญวนบ้าง แผ่นดินไทยบ้าง สืบสกูลต่อมาเปนจีนอย่างเก่า ไม่ได้ไว้หางเปีย ๚ {{ฟม}}พระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นมีนามว่า เจ้าขรัวเงิน มีพี่หญิงชื่อ ท่านนวล ๑ ท่านเอี้ยง ๑ มีพี่ชายชื่อ เจ้าขรัวทอง ๑ ได้ตั้งนิวาศฐานอยู่ตำบลถนนตาล เปนพานิชใหญ่ ชาวกรุงเก่าเรียกว่า เศรษฐีถนนตาลในกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยามหานคร พระมารดาของพระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นเปนน้องร่วมมารดากับภรรยาเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ ว่าที่โกษาธิบดีในแผ่นดิน<noinclude></noinclude> 0t89ulnqvei90lmhs227crvsenpbtzn 291849 291847 2026-07-05T05:47:51Z Lunlumita 12009 291849 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๐}}</noinclude>{{ฟม}}กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีได้ถวายพระโอรสพระธิดาให้ทำราชการฝ่ายน่าฝ่ายในในแผ่นดินเจ้ากรุงธนบุรี แลได้พึ่งพระบารมีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์แลพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์นั้นทั้งสองพระองค์ ซึ่งได้ทำราชการในตำแหน่งมีอำนาจใหญ่เวลานั้นด้วย จึงได้คุ้นเคยเฝ้าแหนได้ในเจ้ากรุงธนบุรีเนือง ๆ ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้น เมื่อครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยา ได้พระภัศดาเปนบุตรที่ ๔ ของมหาเศรษฐีซึ่งเปนผู้สืบเชื้อวงษ์ลงมาแต่มหาเสนาบดีเมืองปกิ่งแต่ครั้งแผ่นดินเจ้าปกิ่งเม่งไท้โจซึ่งเปนพระเจ้าปกิ่งที่สุดในวงษ์หมิง ครั้นพระเจ้าปกิ่งเม่งไท้โจเสียเมืองแก่พวกตาดแล้ว ท่านเสนาบดีนั้นกับเสนาบดีอื่นหลายนายไม่ยอมตัดผมมวยไว้หางเปียตามพวกตาด จึงได้หนีออกจากแผ่นดินจีนมาอยู่ในแผ่นดินญวนบ้าง แผ่นดินไทยบ้าง สืบสกูลต่อมาเปนจีนอย่างเก่า ไม่ได้ไว้หางเปีย ๚ {{ฟม}}พระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นมีนามว่า เจ้าขรัวเงิน มีพี่หญิงชื่อ ท่านนวล ๑ ท่านเอี้ยง ๑ มีพี่ชายชื่อ เจ้าขรัวทอง ๑ ได้ตั้งนิวาศฐานอยู่ตำบลถนนตาล เปนพานิชใหญ่ ชาวกรุงเก่าเรียกว่า เศรษฐีถนนตาลในกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยามหานคร พระมารดาของพระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นเปนน้องร่วมมารดากับภรรยาเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ ว่าที่โกษาธิบดีในแผ่นดิน<noinclude></noinclude> htwxp0hql1yurmqc74j0d8h719v4992 291850 291849 2026-07-05T05:51:33Z Lunlumita 12009 291850 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๐}}</noinclude>{{ฟม}}กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีได้ถวายพระโอรสพระธิดาให้ทำราชการฝ่ายน่าฝ่ายในในแผ่นดินเจ้ากรุงธนบุรี แลได้พึ่งพระบารมีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์แลพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์นั้นทั้งสองพระองค์ ซึ่งได้ทำราชการในตำแหน่งมีอำนาจใหญ่เวลานั้นด้วย จึงได้คุ้นเคยเฝ้าแหนได้ในเจ้ากรุงธนบุรีเนือง ๆ ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้น เมื่อครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยา ได้พระภัศดาเปนบุตรที่ ๔ ของมหาเศรษฐีซึ่งเปนผู้สืบเชื้อวงษ์ลงมาแต่มหาเสนาบดีเมืองปกิ่งแต่ครั้งแผ่นดินเจ้าปกิ่งเม่งไท้โจซึ่งเปนพระเจ้าปกิ่งที่สุดในวงษ์หมิง ครั้นพระเจ้าปกิ่งเม่งไท้โจเสียเมืองแก่พวกตาดแล้ว ท่านเสนาบดีนั้นกับเสนาบดีอื่นหลายนายไม่ยอมตัดผมมวยไว้หางเปียตามพวกตาด จึงได้หนีออกจากแผ่นดินจีนมาอยู่ในแผ่นดินญวนบ้าง แผ่นดินไทยบ้าง สืบสกูลต่อมาเปนจีนอย่างเก่า ไม่ได้ไว้หางเปีย ๚ {{ฟม}}พระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นมีนามว่าเจ้าขรัวเงิน มีพี่หญิงชื่อท่านนวล ๑ ท่านเอี้ยง ๑ มีพี่ชายชื่อเจ้าขรัวทอง ๑ ได้ตั้งนิวาศฐานอยู่ตำบลถนนตาล เปนพานิชใหญ่ ชาวกรุงเก่าเรียกว่าเศรษฐีถนนตาลในกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยามหานคร พระมารดาของพระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นเปนน้องร่วมมารดากับภรรยาเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ว่าที่โกษาธิบดีในแผ่นดิน<noinclude></noinclude> aycmqwrpf1fo6wuushy00jxrilw7o07 291851 291850 2026-07-05T05:51:43Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291851 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๙๐}}</noinclude>{{ฟม}}กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีได้ถวายพระโอรสพระธิดาให้ทำราชการฝ่ายน่าฝ่ายในในแผ่นดินเจ้ากรุงธนบุรี แลได้พึ่งพระบารมีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์แลพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์นั้นทั้งสองพระองค์ ซึ่งได้ทำราชการในตำแหน่งมีอำนาจใหญ่เวลานั้นด้วย จึงได้คุ้นเคยเฝ้าแหนได้ในเจ้ากรุงธนบุรีเนือง ๆ ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้น เมื่อครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยา ได้พระภัศดาเปนบุตรที่ ๔ ของมหาเศรษฐีซึ่งเปนผู้สืบเชื้อวงษ์ลงมาแต่มหาเสนาบดีเมืองปกิ่งแต่ครั้งแผ่นดินเจ้าปกิ่งเม่งไท้โจซึ่งเปนพระเจ้าปกิ่งที่สุดในวงษ์หมิง ครั้นพระเจ้าปกิ่งเม่งไท้โจเสียเมืองแก่พวกตาดแล้ว ท่านเสนาบดีนั้นกับเสนาบดีอื่นหลายนายไม่ยอมตัดผมมวยไว้หางเปียตามพวกตาด จึงได้หนีออกจากแผ่นดินจีนมาอยู่ในแผ่นดินญวนบ้าง แผ่นดินไทยบ้าง สืบสกูลต่อมาเปนจีนอย่างเก่า ไม่ได้ไว้หางเปีย ๚ {{ฟม}}พระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นมีนามว่าเจ้าขรัวเงิน มีพี่หญิงชื่อท่านนวล ๑ ท่านเอี้ยง ๑ มีพี่ชายชื่อเจ้าขรัวทอง ๑ ได้ตั้งนิวาศฐานอยู่ตำบลถนนตาล เปนพานิชใหญ่ ชาวกรุงเก่าเรียกว่าเศรษฐีถนนตาลในกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยามหานคร พระมารดาของพระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นเปนน้องร่วมมารดากับภรรยาเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ว่าที่โกษาธิบดีในแผ่นดิน<noinclude></noinclude> d4obnbjaf9hp31kwp7h5sj3x6togcgh หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/107 250 37949 291852 128119 2026-07-05T05:52:04Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/104]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/107]]: เปลี่ยนชื่อ 128119 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๙๑}}</noinclude>พระบาทสมเด็จบรมธรรมิกมหาราชาธิราช ภรรยาเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ซึ่งเปนป้าของพระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นมีบุตรกับเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ผู้หนึ่งชื่อ นายฤทธิ์ นายฤทธิ์ เมื่อเปนหนุ่มเจริญแล้ว เจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ ผู้บิดา ได้สู่ขอหม่อมบุนนาค เปนบุตรพระยาวิชิตณรงค์ เจ้ากรมเขนทองซ้าย มาให้เปนภรรยา ได้แต่งงานอาวาหวิวาหมงคลกัน พระยาวิชิตณรงค์นั้นเปนพี่ชายร่วมบิดามารดากับเจ้าพระยานครศรีธรรมราชซึ่งได้สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ตลอดเวลากรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยา ครั้นกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายเสียแล้ว ได้ตั้งตนเปนเจ้านั้น ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้น เมื่อกรุงเทพทราวดีศรีอยุทธยายังไม่แตกทำลาย ได้มีพระโอรส ๒ พระธิดา ๑ ซึ่งออกพระนามในข้างต้นแล้วนั้น ครั้นเมื่อปีกุญ นพศก จุลศักราช ๑๑๒๙ พระพุทธสาสนกาล ๒๓๑๐ พรรษา พวกพม่าข้าศึกเข้ารุกรานทำลายล้างกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาเสียได้ ชาวพระนครทั้งปวงซึ่งมีครอบครัวสกูลต่าง ๆ พากันแตกแยกย้ายกระจายกระจัดหนีไป ครั้งนั้น กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ทรงพระครรภ์อยู่ได้ ๔ เดือนเศษแล้ว พร้อมกันกับพระภัศดา กับพระธิดา ตามเสด็จสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ออกไปอาไศรยอยู่ด้วยในนิวาศฐานที่เดิมของสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ณตำบลอัมพวาพาหิรุทยานประเทศ ครั้นถึงวันกาฬปักษ์{{วว}}<noinclude></noinclude> 9tf62coce94bwn9f2m849nhlo3j0myp 291854 291852 2026-07-05T05:52:56Z Lunlumita 12009 291854 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๑}}</noinclude>พระบาทสมเด็จบรมธรรมิกมหาราชาธิราช ภรรยาเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ซึ่งเปนป้าของพระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นมีบุตรกับเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ผู้หนึ่งชื่อ นายฤทธิ์ นายฤทธิ์ เมื่อเปนหนุ่มเจริญแล้ว เจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ ผู้บิดา ได้สู่ขอหม่อมบุนนาค เปนบุตรพระยาวิชิตณรงค์ เจ้ากรมเขนทองซ้าย มาให้เปนภรรยา ได้แต่งงานอาวาหวิวาหมงคลกัน พระยาวิชิตณรงค์นั้นเปนพี่ชายร่วมบิดามารดากับเจ้าพระยานครศรีธรรมราชซึ่งได้สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ตลอดเวลากรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยา ครั้นกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายเสียแล้ว ได้ตั้งตนเปนเจ้านั้น ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้น เมื่อกรุงเทพทราวดีศรีอยุทธยายังไม่แตกทำลาย ได้มีพระโอรส ๒ พระธิดา ๑ ซึ่งออกพระนามในข้างต้นแล้วนั้น ครั้นเมื่อปีกุญ นพศก จุลศักราช ๑๑๒๙ พระพุทธสาสนกาล ๒๓๑๐ พรรษา พวกพม่าข้าศึกเข้ารุกรานทำลายล้างกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาเสียได้ ชาวพระนครทั้งปวงซึ่งมีครอบครัวสกูลต่าง ๆ พากันแตกแยกย้ายกระจายกระจัดหนีไป ครั้งนั้น กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ทรงพระครรภ์อยู่ได้ ๔ เดือนเศษแล้ว พร้อมกันกับพระภัศดา กับพระธิดา ตามเสด็จสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ออกไปอาไศรยอยู่ด้วยในนิวาศฐานที่เดิมของสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ณตำบลอัมพวาพาหิรุทยานประเทศ ครั้นถึงวันกาฬปักษ์{{วว}}<noinclude></noinclude> sbdk6kkayywngyzr6lz95qnv7wgt6wy 291855 291854 2026-07-05T05:54:18Z Lunlumita 12009 291855 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๑}}</noinclude>พระบาทสมเด็จบรมธรรมิกมหาราชาธิราช ภรรยาเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ซึ่งเปนป้าของพระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นมีบุตรกับเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ผู้หนึ่งชื่อนายฤทธิ์ นายฤทธิ์เมื่อเปนหนุ่มเจริญแล้ว เจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ผู้บิดาได้สู่ขอหม่อมบุนนาค เปนบุตรพระยาวิชิตณรงค์เจ้ากรมเขนทองซ้าย มาให้เปนภรรยา ได้แต่งงานอาวาหวิวาหมงคลกัน พระยาวิชิตณรงค์นั้นเปนพี่ชายร่วมบิดามารดากับเจ้าพระยานครศรีธรรมราชซึ่งได้สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ตลอดเวลากรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยา ครั้นกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายเสียแล้ว ได้ตั้งตนเปนเจ้านั้น ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้น เมื่อกรุงเทพทราวดีศรีอยุทธยายังไม่แตกทำลาย ได้มีพระโอรส ๒ พระธิดา ๑ ซึ่งออกพระนามในข้างต้นแล้วนั้น ครั้นเมื่อปีกุญนพศก จุลศักราช ๑๑๒๙ พระพุทธสาสนกาล ๒๓๑๐ พรรษา พวกพม่าข้าศึกเข้ารุกรานทำลายล้างกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาเสียได้ ชาวพระนครทั้งปวงซึ่งมีครอบครัวสกูลต่าง ๆ พากันแตกแยกย้ายกระจายกระจัดหนีไป ครั้งนั้นกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ทรงพระครรภ์อยู่ได้ ๔ เดือนเศษแล้ว พร้อมกันกับพระภัศดา กับพระธิดา ตามเสด็จสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ออกไปอาไศรยอยู่ด้วยในนิวาศฐานที่เดิมของสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ณตำบลอัมพวาพาหิรุทยานประเทศ ครั้นถึงวันกาฬปักษ์{{วว}}<noinclude></noinclude> lwdvw6ud1x1zeoqluxt03gh3559ztqv 291856 291855 2026-07-05T05:54:38Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291856 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๙๑}}</noinclude>พระบาทสมเด็จบรมธรรมิกมหาราชาธิราช ภรรยาเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ซึ่งเปนป้าของพระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นมีบุตรกับเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ผู้หนึ่งชื่อนายฤทธิ์ นายฤทธิ์เมื่อเปนหนุ่มเจริญแล้ว เจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ผู้บิดาได้สู่ขอหม่อมบุนนาค เปนบุตรพระยาวิชิตณรงค์เจ้ากรมเขนทองซ้าย มาให้เปนภรรยา ได้แต่งงานอาวาหวิวาหมงคลกัน พระยาวิชิตณรงค์นั้นเปนพี่ชายร่วมบิดามารดากับเจ้าพระยานครศรีธรรมราชซึ่งได้สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ตลอดเวลากรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยา ครั้นกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายเสียแล้ว ได้ตั้งตนเปนเจ้านั้น ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้น เมื่อกรุงเทพทราวดีศรีอยุทธยายังไม่แตกทำลาย ได้มีพระโอรส ๒ พระธิดา ๑ ซึ่งออกพระนามในข้างต้นแล้วนั้น ครั้นเมื่อปีกุญนพศก จุลศักราช ๑๑๒๙ พระพุทธสาสนกาล ๒๓๑๐ พรรษา พวกพม่าข้าศึกเข้ารุกรานทำลายล้างกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาเสียได้ ชาวพระนครทั้งปวงซึ่งมีครอบครัวสกูลต่าง ๆ พากันแตกแยกย้ายกระจายกระจัดหนีไป ครั้งนั้นกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ทรงพระครรภ์อยู่ได้ ๔ เดือนเศษแล้ว พร้อมกันกับพระภัศดา กับพระธิดา ตามเสด็จสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ออกไปอาไศรยอยู่ด้วยในนิวาศฐานที่เดิมของสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ณตำบลอัมพวาพาหิรุทยานประเทศ ครั้นถึงวันกาฬปักษ์{{วว}}<noinclude></noinclude> 2f6wx4zm3604svg6h273ih265w0400s หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/108 250 37950 291857 128120 2026-07-05T07:46:14Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/105]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/108]]: เปลี่ยนชื่อ 128120 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๙๒}}</noinclude>ดิถีที่สิบสอง นับเบื้องน่าแต่โปฐบทบุรณมี มีอาทิตยวารเปนกำหนด จึงได้ประสูตรพระธิดาพระองค์หนึ่งซึ่งได้นับโดยลำดับว่า เปนที่ ๔ คือ สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ๚ {{ฟม}}ครั้งนั้น เจ้าคุณชีโพ ผู้เปนพระน้องนางของสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ ได้รับอุปถัมภ์บำรุงเลี้ยง เปนเหตุให้สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ได้ทรงนับถือว่า เปนพระมารดาเลี้ยงมา ครั้นเมื่อแผ่นดินกรุงธนบุรีตั้งขึ้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์เสด็จเข้ามาปรนิบัติในราชการ กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ กับพระภัศดา แลพระ (ฉบับตก) ก็ได้ตามเสด็จเข้ามาตั้งนิวาศฐานบ้านเรือนโรงแพอยู่ที่ตำบลกระฎีจีน ที่นั้น บัดนี้ เปนพระวิหารแลหอไตรวัดกัลยาณมิตร แพลอยลงในคลองแม่น้ำใหญ่ตรงวัดโมฬีโลกย์ข้ามไปข้างใต้ ๚ {{ฟม}}แต่กรมหลวงเทพหริรักษ์ซึ่งเปนพระโอรสใหญ่ของกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้น เมื่อเวลากรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายนั้น ทรงผนวชเปนสามเณรตามพระอาจารย์ไปทางอื่น ได้ลาผนวชกลับมายังสกูลเมื่อมาตั้งอยู่ในตำบลนี้แล ๚ {{ฟม}}ฝ่ายนายฤทธิ์ บุตรเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ เมื่ออยู่กับหม่อมบุนนาค ภรรยา มีบุตรีหนึ่งชื่อ หม่อมอำพัน ครั้นเมื่อกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายแล้ว พาบุตรพาภรรยาหนีไปเมืองนครศรีธรรมราชเข้าพึ่งอาไศรยเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ตั้งบ้านเรือนอยู่ตำบลบ้านสามอู่เหนือเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นมาประมาณทาง{{วว}}<noinclude></noinclude> oybd8921cawrser2t7rjcc0btxrfa64 291859 291857 2026-07-05T07:47:22Z Lunlumita 12009 291859 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๒}}</noinclude>ดิถีที่สิบสอง นับเบื้องน่าแต่โปฐบทบุรณมี มีอาทิตยวารเปนกำหนด จึงได้ประสูตรพระธิดาพระองค์หนึ่งซึ่งได้นับโดยลำดับว่าเปนที่ ๔ คือสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ๚ {{ฟม}}ครั้งนั้นเจ้าคุณชีโพผู้เปนพระน้องนางของสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ได้รับอุปถัมภ์บำรุงเลี้ยง เปนเหตุให้สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ได้ทรงนับถือว่าเปนพระมารดาเลี้ยงมา ครั้นเมื่อแผ่นดินกรุงธนบุรีตั้งขึ้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์เสด็จเข้ามาปรนิบัติในราชการ กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ กับพระภัศดา แลพระ (ฉบับตก) ก็ได้ตามเสด็จเข้ามาตั้งนิวาศฐานบ้านเรือนโรงแพอยู่ที่ตำบลกระฎีจีน ที่นั้นบัดนี้เปนพระวิหารแลหอไตรวัดกัลยาณมิตร แพลอยลงในคลองแม่น้ำใหญ่ตรงวัดโมฬีโลกย์ข้ามไปข้างใต้ ๚ {{ฟม}}แต่กรมหลวงเทพหริรักษ์ซึ่งเปนพระโอรสใหญ่ของกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้น เมื่อเวลากรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายนั้น ทรงผนวชเปนสามเณรตามพระอาจารย์ไปทางอื่น ได้ลาผนวชกลับมายังสกูลเมื่อมาตั้งอยู่ในตำบลนี้แล ๚ {{ฟม}}ฝ่ายนายฤทธิ์ บุตรเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ เมื่ออยู่กับหม่อมบุนนาค ภรรยา มีบุตรีหนึ่งชื่อ หม่อมอำพัน ครั้นเมื่อกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายแล้ว พาบุตรพาภรรยาหนีไปเมืองนครศรีธรรมราชเข้าพึ่งอาไศรยเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ตั้งบ้านเรือนอยู่ตำบลบ้านสามอู่เหนือเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นมาประมาณทาง{{วว}}<noinclude></noinclude> g4duyxwniemi1cg44ea46rr9akof20t 291860 291859 2026-07-05T07:47:58Z Lunlumita 12009 291860 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๒}}</noinclude>ดิถีที่สิบสอง นับเบื้องน่าแต่โปฐบทบุรณมี มีอาทิตยวารเปนกำหนด จึงได้ประสูตรพระธิดาพระองค์หนึ่งซึ่งได้นับโดยลำดับว่าเปนที่ ๔ คือสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ๚ {{ฟม}}ครั้งนั้นเจ้าคุณชีโพผู้เปนพระน้องนางของสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ได้รับอุปถัมภ์บำรุงเลี้ยง เปนเหตุให้สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ได้ทรงนับถือว่าเปนพระมารดาเลี้ยงมา ครั้นเมื่อแผ่นดินกรุงธนบุรีตั้งขึ้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์เสด็จเข้ามาปรนิบัติในราชการ กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ กับพระภัศดา แลพระ (ฉบับตก) ก็ได้ตามเสด็จเข้ามาตั้งนิวาศฐานบ้านเรือนโรงแพอยู่ที่ตำบลกระฎีจีน ที่นั้นบัดนี้เปนพระวิหารแลหอไตรวัดกัลยาณมิตร แพลอยลงในคลองแม่น้ำใหญ่ตรงวัดโมฬีโลกย์ข้ามไปข้างใต้ ๚ {{ฟม}}แต่กรมหลวงเทพหริรักษ์ซึ่งเปนพระโอรสใหญ่ของกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้น เมื่อเวลากรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายนั้น ทรงผนวชเปนสามเณรตามพระอาจารย์ไปทางอื่น ได้ลาผนวชกลับมายังสกูลเมื่อมาตั้งอยู่ในตำบลนี้แล ๚ {{ฟม}}ฝ่ายนายฤทธิ์บุตรเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ เมื่ออยู่กับหม่อมบุนนาคภรรยา มีบุตรีหนึ่งชื่อหม่อมอำพัน ครั้นเมื่อกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายแล้ว พาบุตรพาภรรยาหนีไปเมืองนครศรีธรรมราชเข้าพึ่งอาไศรยเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ตั้งบ้านเรือนอยู่ตำบลบ้านสามอู่เหนือเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นมาประมาณทาง{{วว}}<noinclude></noinclude> lkoxh9r74wlms07ghxg1952azwpfcw0 291861 291860 2026-07-05T07:48:07Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291861 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๙๒}}</noinclude>ดิถีที่สิบสอง นับเบื้องน่าแต่โปฐบทบุรณมี มีอาทิตยวารเปนกำหนด จึงได้ประสูตรพระธิดาพระองค์หนึ่งซึ่งได้นับโดยลำดับว่าเปนที่ ๔ คือสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ๚ {{ฟม}}ครั้งนั้นเจ้าคุณชีโพผู้เปนพระน้องนางของสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ได้รับอุปถัมภ์บำรุงเลี้ยง เปนเหตุให้สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ได้ทรงนับถือว่าเปนพระมารดาเลี้ยงมา ครั้นเมื่อแผ่นดินกรุงธนบุรีตั้งขึ้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์เสด็จเข้ามาปรนิบัติในราชการ กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ กับพระภัศดา แลพระ (ฉบับตก) ก็ได้ตามเสด็จเข้ามาตั้งนิวาศฐานบ้านเรือนโรงแพอยู่ที่ตำบลกระฎีจีน ที่นั้นบัดนี้เปนพระวิหารแลหอไตรวัดกัลยาณมิตร แพลอยลงในคลองแม่น้ำใหญ่ตรงวัดโมฬีโลกย์ข้ามไปข้างใต้ ๚ {{ฟม}}แต่กรมหลวงเทพหริรักษ์ซึ่งเปนพระโอรสใหญ่ของกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้น เมื่อเวลากรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายนั้น ทรงผนวชเปนสามเณรตามพระอาจารย์ไปทางอื่น ได้ลาผนวชกลับมายังสกูลเมื่อมาตั้งอยู่ในตำบลนี้แล ๚ {{ฟม}}ฝ่ายนายฤทธิ์บุตรเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ เมื่ออยู่กับหม่อมบุนนาคภรรยา มีบุตรีหนึ่งชื่อหม่อมอำพัน ครั้นเมื่อกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายแล้ว พาบุตรพาภรรยาหนีไปเมืองนครศรีธรรมราชเข้าพึ่งอาไศรยเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ตั้งบ้านเรือนอยู่ตำบลบ้านสามอู่เหนือเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นมาประมาณทาง{{วว}}<noinclude></noinclude> hakesummnvpjni1gv45tkupq0qj79io หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/109 250 37951 291862 118080 2026-07-05T07:48:28Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/106]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/109]]: เปลี่ยนชื่อ 118080 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๙๓}}</noinclude>๑๐๐ เส้น ครั้งนั้น เจ้าพระยานครศรีธรรมราช เมื่อจะตั้งตัวเปนเจ้า ได้ปฤกษาขนบธรรมเนียมต่าง ๆ กับนายฤทธิ์ ผู้หลานเขย เพราะนายฤทธิ์เปนบุตรท่านเสนาบดีผู้ใหญ่ เข้าใจมากในขนบธรรมเนียมราชการแผ่นดิน เจ้าพระยานครศรีธรรมราชมีความยินดีต่อสติปัญญาความคิดอ่านของนายฤทธิ์มากนัก เมื่อตั้งตนเปนเจ้าแผ่นดินขึ้นแล้ว จึงตั้งนายฤทธิ์ให้เปนกรมพระราชวัง เรียกว่า วังน่าเมืองนครศรีธรรมราช ท่านบุนนาคเรียกว่า เจ้าครอกข้างใน หม่อมเจ้าอำพันนั้นเปนพระองค์เจ้าอำพัน กิติศัพท์นั้นทราบมาถึงพระภัศดาของกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ จึงมีความดำริห์ไม่เห็นชอบด้วยนายฤทธิ์ ผู้เปนญาติซึ่งเปนหลานเขยเจ้านครศรีธรรมราช มิใช่ญาติอันสนิท เข้าไปรับที่ตำแหน่งใหญ่ นานไปภายน่า เห็นว่า ไภยจะบังเกิดมี อนึ่ง ครั้งนั้น ก็ได้ทราบความประสงค์ของเจ้ากรุงธนบุรีว่า จะยกกองทัพออกไปตีปราบปรามเมืองนครศรีธรรมราชสักเวลาหนึ่งเมื่อว่างราชการทัพรบกับพม่า กลัวว่า ถ้าเปนอย่างนั้นจริง นายฤทธิ์จะพลอยตายด้วยเจ้านครศรีธรรมราช มีความปราถนาจะออกไปลองใจนายฤทธิ์ซึ่งเปนวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชนั้น ยังจะนับถือว่า เปนญาติอยู่ฤๅหาไม่ ถ้านับถือรับรองดี ก็จะว่ากล่าวให้สติเสียให้รักษาตัว ด้วยเหตุนี้ พระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ได้มอบถิ่นฐานบ้านเรือนทาษกรรมกรทั้งปวงให้กรมหลวงเทพหริรักษ์ ซึ่งเปนบุตรผู้ใหญ่ อยู่รักษา แล้วพากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ กับพระธิดาใหญ่<noinclude></noinclude> qvjhxddxguu0w784opez30nvl50pgdl 291864 291862 2026-07-05T07:48:40Z Lunlumita 12009 291864 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๓}}</noinclude>๑๐๐ เส้น ครั้งนั้น เจ้าพระยานครศรีธรรมราช เมื่อจะตั้งตัวเปนเจ้า ได้ปฤกษาขนบธรรมเนียมต่าง ๆ กับนายฤทธิ์ ผู้หลานเขย เพราะนายฤทธิ์เปนบุตรท่านเสนาบดีผู้ใหญ่ เข้าใจมากในขนบธรรมเนียมราชการแผ่นดิน เจ้าพระยานครศรีธรรมราชมีความยินดีต่อสติปัญญาความคิดอ่านของนายฤทธิ์มากนัก เมื่อตั้งตนเปนเจ้าแผ่นดินขึ้นแล้ว จึงตั้งนายฤทธิ์ให้เปนกรมพระราชวัง เรียกว่า วังน่าเมืองนครศรีธรรมราช ท่านบุนนาคเรียกว่า เจ้าครอกข้างใน หม่อมเจ้าอำพันนั้นเปนพระองค์เจ้าอำพัน กิติศัพท์นั้นทราบมาถึงพระภัศดาของกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ จึงมีความดำริห์ไม่เห็นชอบด้วยนายฤทธิ์ ผู้เปนญาติซึ่งเปนหลานเขยเจ้านครศรีธรรมราช มิใช่ญาติอันสนิท เข้าไปรับที่ตำแหน่งใหญ่ นานไปภายน่า เห็นว่า ไภยจะบังเกิดมี อนึ่ง ครั้งนั้น ก็ได้ทราบความประสงค์ของเจ้ากรุงธนบุรีว่า จะยกกองทัพออกไปตีปราบปรามเมืองนครศรีธรรมราชสักเวลาหนึ่งเมื่อว่างราชการทัพรบกับพม่า กลัวว่า ถ้าเปนอย่างนั้นจริง นายฤทธิ์จะพลอยตายด้วยเจ้านครศรีธรรมราช มีความปราถนาจะออกไปลองใจนายฤทธิ์ซึ่งเปนวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชนั้น ยังจะนับถือว่า เปนญาติอยู่ฤๅหาไม่ ถ้านับถือรับรองดี ก็จะว่ากล่าวให้สติเสียให้รักษาตัว ด้วยเหตุนี้ พระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ได้มอบถิ่นฐานบ้านเรือนทาษกรรมกรทั้งปวงให้กรมหลวงเทพหริรักษ์ ซึ่งเปนบุตรผู้ใหญ่ อยู่รักษา แล้วพากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ กับพระธิดาใหญ่<noinclude></noinclude> k25ayp8astmhrpub64kj0shjlpbh9w1 291865 291864 2026-07-05T07:50:10Z Lunlumita 12009 291865 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๓}}</noinclude>๑๐๐ เส้น ครั้งนั้นเจ้าพระยานครศรีธรรมราชเมื่อจะตั้งตัวเปนเจ้า ได้ปฤกษาขนบธรรมเนียมต่าง ๆ กับนายฤทธิ์ผู้หลานเขย เพราะนายฤทธิ์เปนบุตรท่านเสนาบดีผู้ใหญ่ เข้าใจมากในขนบธรรมเนียมราชการแผ่นดิน เจ้าพระยานครศรีธรรมราชมีความยินดีต่อสติปัญญาความคิดอ่านของนายฤทธิ์มากนัก เมื่อตั้งตนเปนเจ้าแผ่นดินขึ้นแล้ว จึงตั้งนายฤทธิ์ให้เปนกรมพระราชวัง เรียกว่าวังน่าเมืองนครศรีธรรมราช ท่านบุนนาคเรียกว่าเจ้าครอกข้างใน หม่อมเจ้าอำพันนั้นเปนพระองค์เจ้าอำพัน กิติศัพท์นั้นทราบมาถึงพระภัศดาของกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ จึงมีความดำริห์ไม่เห็นชอบด้วยนายฤทธิ์ผู้เปนญาติซึ่งเปนหลานเขยเจ้านครศรีธรรมราช มิใช่ญาติอันสนิท เข้าไปรับที่ตำแหน่งใหญ่ นานไปภายน่าเห็นว่าไภยจะบังเกิดมี อนึ่งครั้งนั้นก็ได้ทราบความประสงค์ของเจ้ากรุงธนบุรีว่าจะยกกองทัพออกไปตีปราบปรามเมืองนครศรีธรรมราชสักเวลาหนึ่งเมื่อว่างราชการทัพรบกับพม่า กลัวว่าถ้าเปนอย่างนั้นจริง นายฤทธิ์จะพลอยตายด้วยเจ้านครศรีธรรมราช มีความปราถนาจะออกไปลองใจนายฤทธิ์ซึ่งเปนวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชนั้น ยังจะนับถือว่าเปนญาติอยู่ฤๅหาไม่ ถ้านับถือรับรองดี ก็จะว่ากล่าวให้สติเสียให้รักษาตัว ด้วยเหตุนี้พระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ได้มอบถิ่นฐานบ้านเรือนทาษกรรมกรทั้งปวงให้กรมหลวงเทพหริรักษ์ซึ่งเปนบุตรผู้ใหญ่อยู่รักษา แล้วพากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ กับพระธิดาใหญ่<noinclude></noinclude> gkam5pde9ux2wcnil1hj5ctxmfi8rmf 291868 291865 2026-07-05T07:50:36Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291868 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๙๓}}</noinclude>๑๐๐ เส้น ครั้งนั้นเจ้าพระยานครศรีธรรมราชเมื่อจะตั้งตัวเปนเจ้า ได้ปฤกษาขนบธรรมเนียมต่าง ๆ กับนายฤทธิ์ผู้หลานเขย เพราะนายฤทธิ์เปนบุตรท่านเสนาบดีผู้ใหญ่ เข้าใจมากในขนบธรรมเนียมราชการแผ่นดิน เจ้าพระยานครศรีธรรมราชมีความยินดีต่อสติปัญญาความคิดอ่านของนายฤทธิ์มากนัก เมื่อตั้งตนเปนเจ้าแผ่นดินขึ้นแล้ว จึงตั้งนายฤทธิ์ให้เปนกรมพระราชวัง เรียกว่าวังน่าเมืองนครศรีธรรมราช ท่านบุนนาคเรียกว่าเจ้าครอกข้างใน หม่อมเจ้าอำพันนั้นเปนพระองค์เจ้าอำพัน กิติศัพท์นั้นทราบมาถึงพระภัศดาของกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ จึงมีความดำริห์ไม่เห็นชอบด้วยนายฤทธิ์ผู้เปนญาติซึ่งเปนหลานเขยเจ้านครศรีธรรมราช มิใช่ญาติอันสนิท เข้าไปรับที่ตำแหน่งใหญ่ นานไปภายน่าเห็นว่าไภยจะบังเกิดมี อนึ่งครั้งนั้นก็ได้ทราบความประสงค์ของเจ้ากรุงธนบุรีว่าจะยกกองทัพออกไปตีปราบปรามเมืองนครศรีธรรมราชสักเวลาหนึ่งเมื่อว่างราชการทัพรบกับพม่า กลัวว่าถ้าเปนอย่างนั้นจริง นายฤทธิ์จะพลอยตายด้วยเจ้านครศรีธรรมราช มีความปราถนาจะออกไปลองใจนายฤทธิ์ซึ่งเปนวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชนั้น ยังจะนับถือว่าเปนญาติอยู่ฤๅหาไม่ ถ้านับถือรับรองดี ก็จะว่ากล่าวให้สติเสียให้รักษาตัว ด้วยเหตุนี้พระภัศดาในกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ได้มอบถิ่นฐานบ้านเรือนทาษกรรมกรทั้งปวงให้กรมหลวงเทพหริรักษ์ซึ่งเปนบุตรผู้ใหญ่อยู่รักษา แล้วพากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ กับพระธิดาใหญ่<noinclude></noinclude> mj4z0sim6ow2zlp2sjjjqsqs9tvl7em หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/110 250 37952 291866 128121 2026-07-05T07:50:32Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/107]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/110]]: เปลี่ยนชื่อ 128121 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๙๔}}</noinclude>น้อยสองพระองค์ กับชายหญิงสองสามคน ลงเรือทเลแล่นล่องลงไปเมืองนครศรีธรรมราชในฤดูลมว่าวปลายปีชวด สัมฤทธิศก จุลศักราช ๑๑๓๐ ครั้นไปถึงแล้ว ก็ขึ้นไปเมืองนครศรีธรรมราชนั่งอยู่ที่ริมทางเมื่อวังน่าเมืองนครจะมีที่ไป ครั้นเมื่อเสลี่ยงวังน่าเมืองนครมาใกล้ ก็กระแอมไอให้เสียงเปนสำคัญ วังน่าเมืองนครได้เห็นแล้ว ก็มีความยินดี ลงจากเสลี่ยงออกมารับ แล้วปราไสโดยฉันญาติ แล้วพาไปที่อยู่พร้อมกับสมเด็จพระศรีสุดารักษ์แลพระธิดาสองพระองค์ ครั้งนั้น วังน่าเมืองนครชวนจะให้อยู่ด้วยแลว่า จะพาไปให้เฝ้าเจ้านครศรีธรรมราช พระภัศดาในกรมพระสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ไม่เห็นด้วย ไม่ยอมเข้าไปหาเจ้านครศรีธรรมราช แลไม่ยอมอยู่ด้วย ขอให้ปิดความเสีย แล้วได้ให้สติดังคิดไปนั้นทุกประการ วังน่าเมืองนครก็เห็นชอบด้วย ได้รับว่า ภายหลังจะค่อยคิดอ่านเอาตัวออกหากให้พ้นไภยตามความคิดนั้น ครั้งนั้น ชาวเมืองนครศรีธรรมราชบางพวกกระซิบกระซาบเล่าฦๅกันว่า ผู้ซึ่งออกไปจากกรุงธนบุรีนั้นเปนผู้อาสากรุงธนบุรีไปเกลี้ยกล่อมวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชให้เปนไส้ศึก ๚ {{ฟม}}ด้วยเหตุที่กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์กับพระภัศดามีความสดุ้ง รีบลาวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชกลับเข้ามากรุงธนบุรีในฤดูลมสำเภาปลายปีชวด สัมฤทธิศก กับปีฉลู เอกศก ต่อกัน ครั้งนั้น เจ้ากรุงธนบุรีทราบว่า พระภัศดาของกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ออกไปเมือง<noinclude></noinclude> 2xzoo77qd75pobatv9c6rqd44yryrj6 291869 291866 2026-07-05T07:50:45Z Lunlumita 12009 291869 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๔}}</noinclude>น้อยสองพระองค์ กับชายหญิงสองสามคน ลงเรือทเลแล่นล่องลงไปเมืองนครศรีธรรมราชในฤดูลมว่าวปลายปีชวด สัมฤทธิศก จุลศักราช ๑๑๓๐ ครั้นไปถึงแล้ว ก็ขึ้นไปเมืองนครศรีธรรมราชนั่งอยู่ที่ริมทางเมื่อวังน่าเมืองนครจะมีที่ไป ครั้นเมื่อเสลี่ยงวังน่าเมืองนครมาใกล้ ก็กระแอมไอให้เสียงเปนสำคัญ วังน่าเมืองนครได้เห็นแล้ว ก็มีความยินดี ลงจากเสลี่ยงออกมารับ แล้วปราไสโดยฉันญาติ แล้วพาไปที่อยู่พร้อมกับสมเด็จพระศรีสุดารักษ์แลพระธิดาสองพระองค์ ครั้งนั้น วังน่าเมืองนครชวนจะให้อยู่ด้วยแลว่า จะพาไปให้เฝ้าเจ้านครศรีธรรมราช พระภัศดาในกรมพระสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ไม่เห็นด้วย ไม่ยอมเข้าไปหาเจ้านครศรีธรรมราช แลไม่ยอมอยู่ด้วย ขอให้ปิดความเสีย แล้วได้ให้สติดังคิดไปนั้นทุกประการ วังน่าเมืองนครก็เห็นชอบด้วย ได้รับว่า ภายหลังจะค่อยคิดอ่านเอาตัวออกหากให้พ้นไภยตามความคิดนั้น ครั้งนั้น ชาวเมืองนครศรีธรรมราชบางพวกกระซิบกระซาบเล่าฦๅกันว่า ผู้ซึ่งออกไปจากกรุงธนบุรีนั้นเปนผู้อาสากรุงธนบุรีไปเกลี้ยกล่อมวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชให้เปนไส้ศึก ๚ {{ฟม}}ด้วยเหตุที่กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์กับพระภัศดามีความสดุ้ง รีบลาวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชกลับเข้ามากรุงธนบุรีในฤดูลมสำเภาปลายปีชวด สัมฤทธิศก กับปีฉลู เอกศก ต่อกัน ครั้งนั้น เจ้ากรุงธนบุรีทราบว่า พระภัศดาของกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ออกไปเมือง<noinclude></noinclude> eo5e0ao94mza5yqbgg0o2k2zyd1fpbs 291870 291869 2026-07-05T07:52:14Z Lunlumita 12009 291870 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๔}}</noinclude>น้อยสองพระองค์ กับชายหญิงสองสามคน ลงเรือทเลแล่นล่องลงไปเมืองนครศรีธรรมราชในฤดูลมว่าวปลายปีชวดสัมฤทธิศก จุลศักราช ๑๑๓๐ ครั้นไปถึงแล้วก็ขึ้นไปเมืองนครศรีธรรมราช นั่งอยู่ที่ริมทางเมื่อวังน่าเมืองนครจะมีที่ไป ครั้นเมื่อเสลี่ยงวังน่าเมืองนครมาใกล้ ก็กระแอมไอให้เสียงเปนสำคัญ วังน่าเมืองนครได้เห็นแล้วก็มีความยินดี ลงจากเสลี่ยงออกมารับ แล้วปราไสโดยฉันญาติ แล้วพาไปที่อยู่พร้อมกับสมเด็จพระศรีสุดารักษ์แลพระธิดาสองพระองค์ ครั้งนั้นวังน่าเมืองนครชวนจะให้อยู่ด้วย แลว่าจะพาไปให้เฝ้าเจ้านครศรีธรรมราช พระภัศดาในกรมพระสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ไม่เห็นด้วย ไม่ยอมเข้าไปหาเจ้านครศรีธรรมราช แลไม่ยอมอยู่ด้วย ขอให้ปิดความเสีย แล้วได้ให้สติดังคิดไปนั้นทุกประการ วังน่าเมืองนครก็เห็นชอบด้วย ได้รับว่าภายหลังจะค่อยคิดอ่านเอาตัวออกหากให้พ้นไภยตามความคิดนั้น ครั้งนั้นชาวเมืองนครศรีธรรมราชบางพวกกระซิบกระซาบเล่าฦๅกันว่าผู้ซึ่งออกไปจากกรุงธนบุรีนั้นเปนผู้อาสากรุงธนบุรีไปเกลี้ยกล่อมวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชให้เปนไส้ศึก ๚ {{ฟม}}ด้วยเหตุที่กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์กับพระภัศดามีความสดุ้ง รีบลาวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชกลับเข้ามากรุงธนบุรีในฤดูลมสำเภาปลายปีชวดสัมฤทธิศกกับปีฉลูเอกศกต่อกัน ครั้งนั้นเจ้ากรุงธนบุรีทราบว่าพระภัศดาของกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ออกไปเมือง<noinclude></noinclude> n5p4200l6nvhyqzz27ltakge80ifoe1 291871 291870 2026-07-05T07:52:27Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291871 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๙๔}}</noinclude>น้อยสองพระองค์ กับชายหญิงสองสามคน ลงเรือทเลแล่นล่องลงไปเมืองนครศรีธรรมราชในฤดูลมว่าวปลายปีชวดสัมฤทธิศก จุลศักราช ๑๑๓๐ ครั้นไปถึงแล้วก็ขึ้นไปเมืองนครศรีธรรมราช นั่งอยู่ที่ริมทางเมื่อวังน่าเมืองนครจะมีที่ไป ครั้นเมื่อเสลี่ยงวังน่าเมืองนครมาใกล้ ก็กระแอมไอให้เสียงเปนสำคัญ วังน่าเมืองนครได้เห็นแล้วก็มีความยินดี ลงจากเสลี่ยงออกมารับ แล้วปราไสโดยฉันญาติ แล้วพาไปที่อยู่พร้อมกับสมเด็จพระศรีสุดารักษ์แลพระธิดาสองพระองค์ ครั้งนั้นวังน่าเมืองนครชวนจะให้อยู่ด้วย แลว่าจะพาไปให้เฝ้าเจ้านครศรีธรรมราช พระภัศดาในกรมพระสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ไม่เห็นด้วย ไม่ยอมเข้าไปหาเจ้านครศรีธรรมราช แลไม่ยอมอยู่ด้วย ขอให้ปิดความเสีย แล้วได้ให้สติดังคิดไปนั้นทุกประการ วังน่าเมืองนครก็เห็นชอบด้วย ได้รับว่าภายหลังจะค่อยคิดอ่านเอาตัวออกหากให้พ้นไภยตามความคิดนั้น ครั้งนั้นชาวเมืองนครศรีธรรมราชบางพวกกระซิบกระซาบเล่าฦๅกันว่าผู้ซึ่งออกไปจากกรุงธนบุรีนั้นเปนผู้อาสากรุงธนบุรีไปเกลี้ยกล่อมวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชให้เปนไส้ศึก ๚ {{ฟม}}ด้วยเหตุที่กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์กับพระภัศดามีความสดุ้ง รีบลาวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชกลับเข้ามากรุงธนบุรีในฤดูลมสำเภาปลายปีชวดสัมฤทธิศกกับปีฉลูเอกศกต่อกัน ครั้งนั้นเจ้ากรุงธนบุรีทราบว่าพระภัศดาของกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ออกไปเมือง<noinclude></noinclude> gyuc6rcdvnwj4jxykgaqrom5tew1e2f หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/111 250 37981 291872 128122 2026-07-05T07:52:45Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/108]] ไปยัง [[หน้า:Rachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/111]]: เปลี่ยนชื่อ 128122 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๙๕}}</noinclude>นครศรีธรรมราชกลับเข้ามาถึงใหม่ ก็ให้มีผู้รับสั่งไปหามาซักไซ้ไต่ถามข้อราชการ ก็ได้มาให้การว่า เปนแต่ยากจน ก็หาสิ่งของเปนสินค้าขาย แลได้ให้การข่าวบ้านเมืองแต่ตามเห็นเล็กน้อยโดยสมควร ความซึ่งว่า ได้ไปพบวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชนั้น ไม่ให้การ เจ้ากรุงธนบุรีจึงดำริห์ไว้ว่า เมื่อใดว่างราชการทัพกับพม่า จะได้ยกทัพไปเมืองนครศรีธรรมราช จะให้พระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์เปนผู้นำทัพนำทาง ฝ่ายพระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ไม่ปราถนาจะอาสาเจ้ากรุงธนบุรีดังนั้น จึงบอกป่วยว่าเปนง่อยเสียก่อนแต่เริ่มการทัพเมืองนครศรีธรรมราช ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ได้ทำราชการเปนตำแหน่งใดในแผ่นดินนั้นเลย ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ ในแผ่นดินกรุงธนบุรี ได้ประสูตรพระโอรสอิกสองพระองค์ซึ่งออกพระนามมาข้างหลังแล้วนั้น ในปีขาล โทศก จุลศักราช ๑๑๓๒ พระองค์หนึ่ง ปีมเสง เบญจศก จุลศักราช ๑๑๓๕ พระองค์หนึ่ง พระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ก็สิ้นพระชนม์เสียแต่ในเวลาเปนกลางแผ่นดินกรุงธนบุรี ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเศกแล้ว กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ ทั้งสองพระองค์ ก็ได้ตามเสด็จเข้ามาอยู่ในพระบรมมหาราชวัง กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีมีพระตำหนักอยู่ข้างหลังพระมหามณเฑียร เรียกว่า พระตำหนักใหญ่ ได้ว่าราชการเปนใหญ่ทั่วไปแทบทุกอย่าง แล<noinclude></noinclude> tejy1m8d95ngomkwvdfkc5p9xxu972b 291874 291872 2026-07-05T07:53:03Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:Rachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/111]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/111]]: แก้ไขการพิมพ์หรือการสะกด 128122 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๙๕}}</noinclude>นครศรีธรรมราชกลับเข้ามาถึงใหม่ ก็ให้มีผู้รับสั่งไปหามาซักไซ้ไต่ถามข้อราชการ ก็ได้มาให้การว่า เปนแต่ยากจน ก็หาสิ่งของเปนสินค้าขาย แลได้ให้การข่าวบ้านเมืองแต่ตามเห็นเล็กน้อยโดยสมควร ความซึ่งว่า ได้ไปพบวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชนั้น ไม่ให้การ เจ้ากรุงธนบุรีจึงดำริห์ไว้ว่า เมื่อใดว่างราชการทัพกับพม่า จะได้ยกทัพไปเมืองนครศรีธรรมราช จะให้พระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์เปนผู้นำทัพนำทาง ฝ่ายพระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ไม่ปราถนาจะอาสาเจ้ากรุงธนบุรีดังนั้น จึงบอกป่วยว่าเปนง่อยเสียก่อนแต่เริ่มการทัพเมืองนครศรีธรรมราช ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ได้ทำราชการเปนตำแหน่งใดในแผ่นดินนั้นเลย ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ ในแผ่นดินกรุงธนบุรี ได้ประสูตรพระโอรสอิกสองพระองค์ซึ่งออกพระนามมาข้างหลังแล้วนั้น ในปีขาล โทศก จุลศักราช ๑๑๓๒ พระองค์หนึ่ง ปีมเสง เบญจศก จุลศักราช ๑๑๓๕ พระองค์หนึ่ง พระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ก็สิ้นพระชนม์เสียแต่ในเวลาเปนกลางแผ่นดินกรุงธนบุรี ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเศกแล้ว กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ ทั้งสองพระองค์ ก็ได้ตามเสด็จเข้ามาอยู่ในพระบรมมหาราชวัง กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีมีพระตำหนักอยู่ข้างหลังพระมหามณเฑียร เรียกว่า พระตำหนักใหญ่ ได้ว่าราชการเปนใหญ่ทั่วไปแทบทุกอย่าง แล<noinclude></noinclude> tejy1m8d95ngomkwvdfkc5p9xxu972b 291877 291874 2026-07-05T07:54:26Z Lunlumita 12009 291877 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๕}}</noinclude>นครศรีธรรมราชกลับเข้ามาถึงใหม่ ก็ให้มีผู้รับสั่งไปหามาซักไซ้ไต่ถามข้อราชการ ก็ได้มาให้การว่า เปนแต่ยากจน ก็หาสิ่งของเปนสินค้าขาย แลได้ให้การข่าวบ้านเมืองแต่ตามเห็นเล็กน้อยโดยสมควร ความซึ่งว่า ได้ไปพบวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชนั้น ไม่ให้การ เจ้ากรุงธนบุรีจึงดำริห์ไว้ว่า เมื่อใดว่างราชการทัพกับพม่า จะได้ยกทัพไปเมืองนครศรีธรรมราช จะให้พระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์เปนผู้นำทัพนำทาง ฝ่ายพระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ไม่ปราถนาจะอาสาเจ้ากรุงธนบุรีดังนั้น จึงบอกป่วยว่าเปนง่อยเสียก่อนแต่เริ่มการทัพเมืองนครศรีธรรมราช ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ได้ทำราชการเปนตำแหน่งใดในแผ่นดินนั้นเลย ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ ในแผ่นดินกรุงธนบุรี ได้ประสูตรพระโอรสอิกสองพระองค์ซึ่งออกพระนามมาข้างหลังแล้วนั้น ในปีขาล โทศก จุลศักราช ๑๑๓๒ พระองค์หนึ่ง ปีมเสง เบญจศก จุลศักราช ๑๑๓๕ พระองค์หนึ่ง พระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ก็สิ้นพระชนม์เสียแต่ในเวลาเปนกลางแผ่นดินกรุงธนบุรี ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเศกแล้ว กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ ทั้งสองพระองค์ ก็ได้ตามเสด็จเข้ามาอยู่ในพระบรมมหาราชวัง กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีมีพระตำหนักอยู่ข้างหลังพระมหามณเฑียร เรียกว่า พระตำหนักใหญ่ ได้ว่าราชการเปนใหญ่ทั่วไปแทบทุกอย่าง แล<noinclude></noinclude> nffqosj0gtjphxicqi1qd1v1p2fu2x1 291878 291877 2026-07-05T07:57:19Z Lunlumita 12009 291878 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๕}}</noinclude>นครศรีธรรมราชกลับเข้ามาถึงใหม่ ก็ให้มีผู้รับสั่งไปหามาซักไซ้ไต่ถามข้อราชการ ก็ได้มาให้การว่าเปนแต่ยากจน ก็หาสิ่งของเปนสินค้าขาย แลได้ให้การข่าวบ้านเมืองแต่ตามเห็นเล็กน้อยโดยสมควร ความซึ่งว่าได้ไปพบวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชนั้นไม่ให้การ เจ้ากรุงธนบุรีจึงดำริห์ไว้ว่าเมื่อใดว่างราชการทัพกับพม่า จะได้ยกทัพไปเมืองนครศรีธรรมราช จะให้พระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์เปนผู้นำทัพนำทาง ฝ่ายพระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ไม่ปราถนาจะอาสาเจ้ากรุงธนบุรีดังนั้น จึงบอกป่วยว่าเปนง่อยเสียก่อนแต่เริ่มการทัพเมืองนครศรีธรรมราช ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ทำราชการเปนตำแหน่งใดในแผ่นดินนั้นเลย ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ ในแผ่นดินกรุงธนบุรี ได้ประสูตรพระโอรสอิกสองพระองค์ซึ่งออกพระนามมาข้างหลังแล้วนั้น ในปีขาล โทศก จุลศักราช ๑๑๓๒ พระองค์หนึ่ง ปีมเสง เบญจศก จุลศักราช ๑๑๓๕ พระองค์หนึ่ง พระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ก็สิ้นพระชนม์เสียแต่ในเวลาเปนกลางแผ่นดินกรุงธนบุรี ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเศกแล้ว กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ ทั้งสองพระองค์ ก็ได้ตามเสด็จเข้ามาอยู่ในพระบรมมหาราชวัง กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีมีพระตำหนักอยู่ข้างหลังพระมหามณเฑียร เรียกว่า พระตำหนักใหญ่ ได้ว่าราชการเปนใหญ่ทั่วไปแทบทุกอย่าง แล<noinclude></noinclude> jx6rolhlg9a3pozot44whofu6q0lvue 291879 291878 2026-07-05T07:58:23Z Lunlumita 12009 291879 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๕}}</noinclude>นครศรีธรรมราชกลับเข้ามาถึงใหม่ ก็ให้มีผู้รับสั่งไปหามาซักไซ้ไต่ถามข้อราชการ ก็ได้มาให้การว่าเปนแต่ยากจน ก็หาสิ่งของเปนสินค้าขาย แลได้ให้การข่าวบ้านเมืองแต่ตามเห็นเล็กน้อยโดยสมควร ความซึ่งว่าได้ไปพบวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชนั้นไม่ให้การ เจ้ากรุงธนบุรีจึงดำริห์ไว้ว่าเมื่อใดว่างราชการทัพกับพม่า จะได้ยกทัพไปเมืองนครศรีธรรมราช จะให้พระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์เปนผู้นำทัพนำทาง ฝ่ายพระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ไม่ปราถนาจะอาสาเจ้ากรุงธนบุรีดังนั้น จึงบอกป่วยว่าเปนง่อยเสียก่อนแต่เริ่มการทัพเมืองนครศรีธรรมราช ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ทำราชการเปนตำแหน่งใดในแผ่นดินนั้นเลย ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ ในแผ่นดินกรุงธนบุรีได้ประสูตรพระโอรสอิกสองพระองค์ซึ่งออกพระนามมาข้างหลังแล้วนั้น ในปีขาลโทศก จุลศักราช ๑๑๓๒ พระองค์หนึ่ง ปีมเสงเบญจศก จุลศักราช ๑๑๓๕ พระองค์หนึ่ง พระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ก็สิ้นพระชนม์เสียแต่ในเวลาเปนกลางแผ่นดินกรุงธนบุรี ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเศกแล้ว กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ ทั้งสองพระองค์ก็ได้ตามเสด็จเข้ามาอยู่ในพระบรมมหาราชวัง กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีมีพระตำหนักอยู่ข้างหลังพระมหามณเฑียร เรียกว่าพระตำหนักใหญ่ ได้ว่าราชการเปนใหญ่ทั่วไปแทบทุกอย่าง แล<noinclude></noinclude> olrat440v7aazf6qsr04vdvfy5h0up6 291880 291879 2026-07-05T07:58:37Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291880 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๙๕}}</noinclude>นครศรีธรรมราชกลับเข้ามาถึงใหม่ ก็ให้มีผู้รับสั่งไปหามาซักไซ้ไต่ถามข้อราชการ ก็ได้มาให้การว่าเปนแต่ยากจน ก็หาสิ่งของเปนสินค้าขาย แลได้ให้การข่าวบ้านเมืองแต่ตามเห็นเล็กน้อยโดยสมควร ความซึ่งว่าได้ไปพบวังน่าเมืองนครศรีธรรมราชนั้นไม่ให้การ เจ้ากรุงธนบุรีจึงดำริห์ไว้ว่าเมื่อใดว่างราชการทัพกับพม่า จะได้ยกทัพไปเมืองนครศรีธรรมราช จะให้พระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์เปนผู้นำทัพนำทาง ฝ่ายพระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ไม่ปราถนาจะอาสาเจ้ากรุงธนบุรีดังนั้น จึงบอกป่วยว่าเปนง่อยเสียก่อนแต่เริ่มการทัพเมืองนครศรีธรรมราช ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ทำราชการเปนตำแหน่งใดในแผ่นดินนั้นเลย ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ ในแผ่นดินกรุงธนบุรีได้ประสูตรพระโอรสอิกสองพระองค์ซึ่งออกพระนามมาข้างหลังแล้วนั้น ในปีขาลโทศก จุลศักราช ๑๑๓๒ พระองค์หนึ่ง ปีมเสงเบญจศก จุลศักราช ๑๑๓๕ พระองค์หนึ่ง พระภัศดากรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ก็สิ้นพระชนม์เสียแต่ในเวลาเปนกลางแผ่นดินกรุงธนบุรี ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเศกแล้ว กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ ทั้งสองพระองค์ก็ได้ตามเสด็จเข้ามาอยู่ในพระบรมมหาราชวัง กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีมีพระตำหนักอยู่ข้างหลังพระมหามณเฑียร เรียกว่าพระตำหนักใหญ่ ได้ว่าราชการเปนใหญ่ทั่วไปแทบทุกอย่าง แล<noinclude></noinclude> dk82t64fo8nqzlzozst4ifom2ljletd หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/112 250 37982 291881 128123 2026-07-05T07:58:57Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/109]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/112]]: เปลี่ยนชื่อ 128123 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๙๖}}</noinclude>ว่าการวิเศษใน พระคลังเงิน พระคลังทอง แลสิ่งของต่าง ๆ ในพระราชวังชั้นในทั้งสิ้น ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นมีพระตำหนักอยู่เบื้องหลังหมู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแลพระวิมานรัตยา เรียกว่า พระตำหนักแดง ได้ทรงราชการทรงกำกับเครื่องใหญ่ในโรงวิเศษต้น แลการสดึง แลอื่น ๆ เปนหลายอย่าง กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีแลกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ทั้งสองพระองค์นั้นได้เสด็จดำรงทรงพระชนม์อยู่มานานในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ถึง ๑๕ ปี ครั้นถึงปีมแม เอกศก จุลศักราช ๑๑๖๑ ทั้งสองพระองค์นั้นทรงพระประชวรพระโรคชรา กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์พระชนมายุ ๖๐ ปีเศษยังไม่ถึง ๗๐ เสด็จทิวงคตลงก่อน ล่วงไปได้ ๓ เดือนเศษ กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีมีพระชนมายุได้ ๗๐ ปีเศษไม่ถึง ๘๐ เสด็จทิวงคต พระศพได้ไว้บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้วยกัน ได้ถวายพระเพลิงพร้อมกัน ๚ {{ฟม}}พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์นั้น เมื่อครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยา หาได้ทำราชการในหลวงไม่ เพราะเสด็จไปอยู่กับสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ณตำบลอัมพวาโดยนัยที่กล่าวมาแล้วแต่หลัง เปนแต่เข้าแอบอิงอาไศรยมีสังกัดอยู่ในพระองค์เจ้าอาทิตย์ ซึ่งเปนพระเจ้าหลานเธอในพระบาทสมเเด็จพระบรมธรรมิกราชาธิราช เปนเอารสของกรมพระราชวังในแผ่นดินนั้น ครั้นเมื่อแผ่นดิน<noinclude></noinclude> n4d2n4r3q73zqsv8k1ztu2h18qnlsb6 291883 291881 2026-07-05T07:59:16Z Lunlumita 12009 291883 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๖}}</noinclude>ว่าการวิเศษใน พระคลังเงิน พระคลังทอง แลสิ่งของต่าง ๆ ในพระราชวังชั้นในทั้งสิ้น ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นมีพระตำหนักอยู่เบื้องหลังหมู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแลพระวิมานรัตยา เรียกว่า พระตำหนักแดง ได้ทรงราชการทรงกำกับเครื่องใหญ่ในโรงวิเศษต้น แลการสดึง แลอื่น ๆ เปนหลายอย่าง กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีแลกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ทั้งสองพระองค์นั้นได้เสด็จดำรงทรงพระชนม์อยู่มานานในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ถึง ๑๕ ปี ครั้นถึงปีมแม เอกศก จุลศักราช ๑๑๖๑ ทั้งสองพระองค์นั้นทรงพระประชวรพระโรคชรา กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์พระชนมายุ ๖๐ ปีเศษยังไม่ถึง ๗๐ เสด็จทิวงคตลงก่อน ล่วงไปได้ ๓ เดือนเศษ กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีมีพระชนมายุได้ ๗๐ ปีเศษไม่ถึง ๘๐ เสด็จทิวงคต พระศพได้ไว้บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้วยกัน ได้ถวายพระเพลิงพร้อมกัน ๚ {{ฟม}}พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์นั้น เมื่อครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยา หาได้ทำราชการในหลวงไม่ เพราะเสด็จไปอยู่กับสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ณตำบลอัมพวาโดยนัยที่กล่าวมาแล้วแต่หลัง เปนแต่เข้าแอบอิงอาไศรยมีสังกัดอยู่ในพระองค์เจ้าอาทิตย์ ซึ่งเปนพระเจ้าหลานเธอในพระบาทสมเเด็จพระบรมธรรมิกราชาธิราช เปนเอารสของกรมพระราชวังในแผ่นดินนั้น ครั้นเมื่อแผ่นดิน<noinclude></noinclude> 8zh76x2iyrfrj0jefqti8tcnu1f9lkj 291884 291883 2026-07-05T08:00:28Z Lunlumita 12009 291884 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๖}}</noinclude>ว่าการวิเศษใน พระคลังเงิน พระคลังทอง แลสิ่งของต่าง ๆ ในพระราชวังชั้นในทั้งสิ้น ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นมีพระตำหนักอยู่เบื้องหลังหมู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแลพระวิมานรัตยา เรียกว่าพระตำหนักแดง ได้ทรงราชการทรงกำกับเครื่องใหญ่ในโรงวิเศษต้น แลการสดึง แลอื่น ๆ เปนหลายอย่าง กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี แลกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ ทั้งสองพระองค์นั้นได้เสด็จดำรงทรงพระชนม์อยู่มานานในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ถึง ๑๕ ปี ครั้นถึงปีมแมเอกศก จุลศักราช ๑๑๖๑ ทั้งสองพระองค์นั้นทรงพระประชวรพระโรคชรา กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์พระชนมายุ ๖๐ ปีเศษยังไม่ถึง ๗๐ เสด็จทิวงคตลงก่อน ล่วงไปได้ ๓ เดือนเศษ กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีมีพระชนมายุได้ ๗๐ ปีเศษไม่ถึง ๘๐ เสด็จทิวงคต พระศพได้ไว้บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้วยกัน ได้ถวายพระเพลิงพร้อมกัน ๚ {{ฟม}}พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์นั้น เมื่อครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยา หาได้ทำราชการในหลวงไม่ เพราะเสด็จไปอยู่กับสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ณตำบลอัมพวาโดยนัยที่กล่าวมาแล้วแต่หลัง เปนแต่เข้าแอบอิงอาไศรยมีสังกัดอยู่ในพระองค์เจ้าอาทิตย์ซึ่งเปนพระเจ้าหลานเธอในพระบาทสมเเด็จพระบรมธรรมิกราชาธิราช เปนเอารสของกรมพระราชวังในแผ่นดินนั้น ครั้นเมื่อแผ่นดิน<noinclude></noinclude> bwbtlrq286ilni8kytg21onwopfjhty 291885 291884 2026-07-05T08:00:37Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291885 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๙๖}}</noinclude>ว่าการวิเศษใน พระคลังเงิน พระคลังทอง แลสิ่งของต่าง ๆ ในพระราชวังชั้นในทั้งสิ้น ๚ {{ฟม}}กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์นั้นมีพระตำหนักอยู่เบื้องหลังหมู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแลพระวิมานรัตยา เรียกว่าพระตำหนักแดง ได้ทรงราชการทรงกำกับเครื่องใหญ่ในโรงวิเศษต้น แลการสดึง แลอื่น ๆ เปนหลายอย่าง กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี แลกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ ทั้งสองพระองค์นั้นได้เสด็จดำรงทรงพระชนม์อยู่มานานในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ถึง ๑๕ ปี ครั้นถึงปีมแมเอกศก จุลศักราช ๑๑๖๑ ทั้งสองพระองค์นั้นทรงพระประชวรพระโรคชรา กรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์พระชนมายุ ๖๐ ปีเศษยังไม่ถึง ๗๐ เสด็จทิวงคตลงก่อน ล่วงไปได้ ๓ เดือนเศษ กรมสมเด็จพระเทพสุดาวดีมีพระชนมายุได้ ๗๐ ปีเศษไม่ถึง ๘๐ เสด็จทิวงคต พระศพได้ไว้บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้วยกัน ได้ถวายพระเพลิงพร้อมกัน ๚ {{ฟม}}พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์นั้น เมื่อครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยา หาได้ทำราชการในหลวงไม่ เพราะเสด็จไปอยู่กับสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ณตำบลอัมพวาโดยนัยที่กล่าวมาแล้วแต่หลัง เปนแต่เข้าแอบอิงอาไศรยมีสังกัดอยู่ในพระองค์เจ้าอาทิตย์ซึ่งเปนพระเจ้าหลานเธอในพระบาทสมเเด็จพระบรมธรรมิกราชาธิราช เปนเอารสของกรมพระราชวังในแผ่นดินนั้น ครั้นเมื่อแผ่นดิน<noinclude></noinclude> 9emoyj7u2tgs3qebjnqsfc4fqpg1kb7 หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/113 250 37983 291886 123286 2026-07-05T08:01:00Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/110]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/113]]: เปลี่ยนชื่อ 123286 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๙๗}}</noinclude>สุริยามรินทร ได้เปนพระองค์เจ้า โปรดปรานในพระเจ้าแผ่นดิน มีผู้นิยมนับถือมาก ครั้นมาถึงแผ่นดินกรุงธนบุรี ได้ทรงทำราชการในตำแหน่งเปนพระราชวรินทร์ เจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา แล้วเลื่อนที่เปนพระยาอนุชิตชาญไชย<ref>ในพระราชพงษาวดารทุกฉบับว่า เปนพระยาอภัยรณฤทธิ สงไสยว่า ตรงนี้ อาลักษณจะเขียนผิด แลสร้อย ชาญไชย นั้น ก็น่าจะเขียนเพลินไป เพราะในเวลานั้นใช้ว่า อนุชิตราชา พึ่งมาเปลี่ยนเปน อนุชิตชาญไชย เมื่อรัชกาลที่ ๔</ref> แล้วเลื่อนที่ต่อขึ้นไปเปนเจ้า<ref>ในพระราชพงษาวดารว่า เปนพระยายมราช สมด้วยแบบแผนในครั้งนั้น สงไสยว่า ที่นี่จะเขียนเกินไป</ref> พระยายมราช เสนาบดีในกรมพระนครบาล แล้วจึงได้เลื่อนที่เปนเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ สมุหนายกเอกอุ ได้เปนแม่ทัพทำการสงครามกับพม่า แลเขมร แลลาว มีความชอบได้ราชการมากหลายครั้ง ภายหลัง จึงได้เลื่อนที่เปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึก พิฦกมหิมา ทุกนคราระอาเดช สรรพเทเวศรานุรักษ์ เอกอรรคบาทมุลิกา กรุงเทพธนบุรีศรีอยุทธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานี บุรีรมย์ อุดมราชมหาสถาน อวตารสถิตย์ บพิตรพิไชย อภัยพิริยปรากรมพาหุ ได้ทรงพระเสลี่ยงงา กั้นพระกลด แลมีเครื่องทองต่าง ๆ เปนเครื่องยศเสมอเจ้าต่างกรม เมื่อปีกุญ เอกศก จุลศักราช ๑๑๔๑ กรุงธนบุรีมีความต้องการจะต้องไปรบเมืองเวียงจันท์<noinclude>{{r}} {{reflist}} {{ข|๗|ว่าง=4em}}</noinclude> ln7lue2r9pq3uefq7gv1xwuw2alcsxb 291888 291886 2026-07-05T08:01:38Z Lunlumita 12009 291888 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๗}}</noinclude>สุริยามรินทร ได้เปนพระองค์เจ้า โปรดปรานในพระเจ้าแผ่นดิน มีผู้นิยมนับถือมาก ครั้นมาถึงแผ่นดินกรุงธนบุรี ได้ทรงทำราชการในตำแหน่งเปนพระราชวรินทร์ เจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา แล้วเลื่อนที่เปนพระยาอนุชิตชาญไชย<ref>ในพระราชพงษาวดารทุกฉบับว่า เปนพระยาอภัยรณฤทธิ สงไสยว่า ตรงนี้ อาลักษณจะเขียนผิด แลสร้อย ชาญไชย นั้น ก็น่าจะเขียนเพลินไป เพราะในเวลานั้นใช้ว่า อนุชิตราชา พึ่งมาเปลี่ยนเปน อนุชิตชาญไชย เมื่อรัชกาลที่ ๔</ref> แล้วเลื่อนที่ต่อขึ้นไปเปนเจ้า<ref>ในพระราชพงษาวดารว่า เปนพระยายมราช สมด้วยแบบแผนในครั้งนั้น สงไสยว่า ที่นี่จะเขียนเกินไป</ref> พระยายมราช เสนาบดีในกรมพระนครบาล แล้วจึงได้เลื่อนที่เปนเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ สมุหนายกเอกอุ ได้เปนแม่ทัพทำการสงครามกับพม่า แลเขมร แลลาว มีความชอบได้ราชการมากหลายครั้ง ภายหลัง จึงได้เลื่อนที่เปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึก พิฦกมหิมา ทุกนคราระอาเดช สรรพเทเวศรานุรักษ์ เอกอรรคบาทมุลิกา กรุงเทพธนบุรีศรีอยุทธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานี บุรีรมย์ อุดมราชมหาสถาน อวตารสถิตย์ บพิตรพิไชย อภัยพิริยปรากรมพาหุ ได้ทรงพระเสลี่ยงงา กั้นพระกลด แลมีเครื่องทองต่าง ๆ เปนเครื่องยศเสมอเจ้าต่างกรม เมื่อปีกุญ เอกศก จุลศักราช ๑๑๔๑ กรุงธนบุรีมีความต้องการจะต้องไปรบเมืองเวียงจันท์<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|๗|4em}}</noinclude> kbt0x9fnykvtg3npg52e8fkbi7w70lr 291889 291888 2026-07-05T08:02:52Z Lunlumita 12009 291889 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๗}}</noinclude>สุริยามรินทร ได้เปนพระองค์เจ้า โปรดปรานในพระเจ้าแผ่นดิน มีผู้นิยมนับถือมาก ครั้นมาถึงแผ่นดินกรุงธนบุรี ได้ทรงทำราชการในตำแหน่งเปนพระราชวรินทร์เจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา แล้วเลื่อนที่เปนพระยาอนุชิตชาญไชย<ref>ในพระราชพงษาวดารทุกฉบับว่า เปนพระยาอภัยรณฤทธิ สงไสยว่า ตรงนี้ อาลักษณจะเขียนผิด แลสร้อย ชาญไชย นั้น ก็น่าจะเขียนเพลินไป เพราะในเวลานั้นใช้ว่า อนุชิตราชา พึ่งมาเปลี่ยนเปน อนุชิตชาญไชย เมื่อรัชกาลที่ ๔</ref> แล้วเลื่อนที่ต่อขึ้นไปเปนเจ้า<ref>ในพระราชพงษาวดารว่า เปนพระยายมราช สมด้วยแบบแผนในครั้งนั้น สงไสยว่า ที่นี่จะเขียนเกินไป</ref> พระยายมราชเสนาบดีในกรมพระนครบาล แล้วจึงได้เลื่อนที่เปนเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์สมุหนายกเอกอุ ได้เปนแม่ทัพทำการสงครามกับพม่า แลเขมร แลลาว มีความชอบได้ราชการมากหลายครั้ง ภายหลังจึงได้เลื่อนที่เปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึก พิฦกมหิมา ทุกนคราระอาเดช สรรพเทเวศรานุรักษ์ เอกอรรคบาทมุลิกา กรุงเทพธนบุรีศรีอยุทธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานี บุรีรมย์ อุดมราชมหาสถาน อวตารสถิตย์ บพิตรพิไชย อภัยพิริยปรากรมพาหุ ได้ทรงพระเสลี่ยงงากั้นพระกลด แลมีเครื่องทองต่าง ๆ เปนเครื่องยศเสมอเจ้าต่างกรม เมื่อปีกุญเอกศก จุลศักราช ๑๑๔๑ กรุงธนบุรีมีความต้องการจะต้องไปรบเมืองเวียงจันท์<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|๗|4em}}</noinclude> 5c4wzfzcqb59oa752jehjcca24jlgs8 291890 291889 2026-07-05T08:03:40Z Lunlumita 12009 291890 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๗}}</noinclude>สุริยามรินทร ได้เปนพระองค์เจ้า โปรดปรานในพระเจ้าแผ่นดิน มีผู้นิยมนับถือมาก ครั้นมาถึงแผ่นดินกรุงธนบุรี ได้ทรงทำราชการในตำแหน่งเปนพระราชวรินทร์เจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา แล้วเลื่อนที่เปนพระยาอนุชิตชาญไชย<ref>ในพระราชพงษาวดารทุกฉบับว่าเปนพระยาอภัยรณฤทธิ สงไสยว่าตรงนี้อาลักษณจะเขียนผิด แลสร้อยชาญไชยนั้นก็น่าจะเขียนเพลินไป เพราะในเวลานั้นใช้ว่าอนุชิตราชา พึ่งมาเปลี่ยนเปนอนุชิตชาญไชยเมื่อรัชกาลที่ ๔</ref> แล้วเลื่อนที่ต่อขึ้นไปเปนเจ้า<ref>ในพระราชพงษาวดารว่าเปนพระยายมราช สมด้วยแบบแผนในครั้งนั้น สงไสยว่าที่นี่จะเขียนเกินไป</ref> พระยายมราชเสนาบดีในกรมพระนครบาล แล้วจึงได้เลื่อนที่เปนเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์สมุหนายกเอกอุ ได้เปนแม่ทัพทำการสงครามกับพม่า แลเขมร แลลาว มีความชอบได้ราชการมากหลายครั้ง ภายหลังจึงได้เลื่อนที่เปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึก พิฦกมหิมา ทุกนคราระอาเดช สรรพเทเวศรานุรักษ์ เอกอรรคบาทมุลิกา กรุงเทพธนบุรีศรีอยุทธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานี บุรีรมย์ อุดมราชมหาสถาน อวตารสถิตย์ บพิตรพิไชย อภัยพิริยปรากรมพาหุ ได้ทรงพระเสลี่ยงงากั้นพระกลด แลมีเครื่องทองต่าง ๆ เปนเครื่องยศเสมอเจ้าต่างกรม เมื่อปีกุญเอกศก จุลศักราช ๑๑๔๑ กรุงธนบุรีมีความต้องการจะต้องไปรบเมืองเวียงจันท์<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|๗|4em}}</noinclude> tjo7bbvfsjcaarznwucyw4js9p13uj4 291891 291890 2026-07-05T08:03:58Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291891 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๙๗}}</noinclude>สุริยามรินทร ได้เปนพระองค์เจ้า โปรดปรานในพระเจ้าแผ่นดิน มีผู้นิยมนับถือมาก ครั้นมาถึงแผ่นดินกรุงธนบุรี ได้ทรงทำราชการในตำแหน่งเปนพระราชวรินทร์เจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา แล้วเลื่อนที่เปนพระยาอนุชิตชาญไชย<ref>ในพระราชพงษาวดารทุกฉบับว่าเปนพระยาอภัยรณฤทธิ สงไสยว่าตรงนี้อาลักษณจะเขียนผิด แลสร้อยชาญไชยนั้นก็น่าจะเขียนเพลินไป เพราะในเวลานั้นใช้ว่าอนุชิตราชา พึ่งมาเปลี่ยนเปนอนุชิตชาญไชยเมื่อรัชกาลที่ ๔</ref> แล้วเลื่อนที่ต่อขึ้นไปเปนเจ้า<ref>ในพระราชพงษาวดารว่าเปนพระยายมราช สมด้วยแบบแผนในครั้งนั้น สงไสยว่าที่นี่จะเขียนเกินไป</ref> พระยายมราชเสนาบดีในกรมพระนครบาล แล้วจึงได้เลื่อนที่เปนเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์สมุหนายกเอกอุ ได้เปนแม่ทัพทำการสงครามกับพม่า แลเขมร แลลาว มีความชอบได้ราชการมากหลายครั้ง ภายหลังจึงได้เลื่อนที่เปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึก พิฦกมหิมา ทุกนคราระอาเดช สรรพเทเวศรานุรักษ์ เอกอรรคบาทมุลิกา กรุงเทพธนบุรีศรีอยุทธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานี บุรีรมย์ อุดมราชมหาสถาน อวตารสถิตย์ บพิตรพิไชย อภัยพิริยปรากรมพาหุ ได้ทรงพระเสลี่ยงงากั้นพระกลด แลมีเครื่องทองต่าง ๆ เปนเครื่องยศเสมอเจ้าต่างกรม เมื่อปีกุญเอกศก จุลศักราช ๑๑๔๑ กรุงธนบุรีมีความต้องการจะต้องไปรบเมืองเวียงจันท์<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|๗|4em}}</noinclude> 6ak3mxa464zar6pz352w0gmx6fx637y หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/114 250 37984 291892 128124 2026-07-05T08:04:23Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/111]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/114]]: เปลี่ยนชื่อ 128124 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๙๘}}</noinclude>แก้แค้นที่เจ้าเวียงจันท์บุญสารยกมาทำแก่เมืองนครจำปาศักดิซึ่งมาขึ้นแล้วแก่กรุงธนบุรี แลเจ้าเวียงจันท์บุญสารไปขอกำลังพม่ามาช่วยด้วยนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ซึ่งเปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึกในเวลานั้น กับพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ซึ่งเปนเจ้าพระยาสุรสีห์พิศณวาธิราชในเวลานั้น ต้องยกพยุหโยธาขึ้นไปรบเมืองเวียงจันท์ มีไชยชำนะตีเอาเมืองเวียงจันท์ได้ ได้ชนชเลยแลสิ่งของมาเปนอันมาก ครั้งนั้น ได้พระพุทธปฎิมากรแก้วมณีสีเขียว ที่เรียกว่า พระแก้วมรกฏ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามในกาลบัดนี้นั้น ลงมายังกรุงธนบุรีด้วยนั้น เปนเหตุมหัศจรรย์ดังนี้ เพราะพระแก้วพระองค์นี้ยังไม่มีผู้ใดในเมืองไทยไปได้มาตลอดเวลาแผ่นดินกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแลแผ่นดินเมืองเหนือซึ่งล่วงแล้วมาหลายร้อยปี ๚ {{ฟม}}ครั้นเมื่อปีฉลู ตรีศก จุลศักราช ๑๑๔๓ แผ่นดินเมืองเขมรซึ่งมาขึ้นกรุงธนบุรีอยู่แต่ก่อนนั้นกำเริบ พระยาพระเขมรลุกขึ้นจับพระองค์ราม ซึ่งเปนสมเด็จพระรามาธิบดีเจ้ากรุงกัมพูชา ฆ่าเสีย แล้วแขงเมืองกระเดื่องกระด้างไป เพราะฉนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ซึ่งเปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึกในเวลานั้น กับพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ซึ่งเปนเจ้าพระยาสุรสีห์พิศณุวาธิราชในเวลานั้น<noinclude></noinclude> h47k4ke1ds3flq22asws1sph8c0ybxt 291894 291892 2026-07-05T08:04:35Z Lunlumita 12009 291894 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๘}}</noinclude>แก้แค้นที่เจ้าเวียงจันท์บุญสารยกมาทำแก่เมืองนครจำปาศักดิซึ่งมาขึ้นแล้วแก่กรุงธนบุรี แลเจ้าเวียงจันท์บุญสารไปขอกำลังพม่ามาช่วยด้วยนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ซึ่งเปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึกในเวลานั้น กับพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ซึ่งเปนเจ้าพระยาสุรสีห์พิศณวาธิราชในเวลานั้น ต้องยกพยุหโยธาขึ้นไปรบเมืองเวียงจันท์ มีไชยชำนะตีเอาเมืองเวียงจันท์ได้ ได้ชนชเลยแลสิ่งของมาเปนอันมาก ครั้งนั้น ได้พระพุทธปฎิมากรแก้วมณีสีเขียว ที่เรียกว่า พระแก้วมรกฏ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามในกาลบัดนี้นั้น ลงมายังกรุงธนบุรีด้วยนั้น เปนเหตุมหัศจรรย์ดังนี้ เพราะพระแก้วพระองค์นี้ยังไม่มีผู้ใดในเมืองไทยไปได้มาตลอดเวลาแผ่นดินกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแลแผ่นดินเมืองเหนือซึ่งล่วงแล้วมาหลายร้อยปี ๚ {{ฟม}}ครั้นเมื่อปีฉลู ตรีศก จุลศักราช ๑๑๔๓ แผ่นดินเมืองเขมรซึ่งมาขึ้นกรุงธนบุรีอยู่แต่ก่อนนั้นกำเริบ พระยาพระเขมรลุกขึ้นจับพระองค์ราม ซึ่งเปนสมเด็จพระรามาธิบดีเจ้ากรุงกัมพูชา ฆ่าเสีย แล้วแขงเมืองกระเดื่องกระด้างไป เพราะฉนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ซึ่งเปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึกในเวลานั้น กับพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ซึ่งเปนเจ้าพระยาสุรสีห์พิศณุวาธิราชในเวลานั้น<noinclude></noinclude> 51vbokdghc7agv4d5j7k4wfryh7o3db 291895 291894 2026-07-05T08:05:37Z Lunlumita 12009 291895 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๘}}</noinclude>แก้แค้นที่เจ้าเวียงจันท์บุญสารยกมาทำแก่เมืองนครจำปาศักดิซึ่งมาขึ้นแล้วแก่กรุงธนบุรี แลเจ้าเวียงจันท์บุญสารไปขอกำลังพม่ามาช่วยด้วยนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ซึ่งเปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึกในเวลานั้น กับพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ซึ่งเปนเจ้าพระยาสุรสีห์พิศณวาธิราชในเวลานั้น ต้องยกพยุหโยธาขึ้นไปรบเมืองเวียงจันท์ มีไชยชำนะตีเอาเมืองเวียงจันท์ได้ ได้ชนชเลยแลสิ่งของมาเปนอันมาก ครั้งนั้นได้พระพุทธปฎิมากรแก้วมณีสีเขียว ที่เรียกว่าพระแก้วมรกฏ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามในกาลบัดนี้นั้น ลงมายังกรุงธนบุรีด้วยนั้น เปนเหตุมหัศจรรย์ดังนี้ เพราะพระแก้วพระองค์นี้ยังไม่มีผู้ใดในเมืองไทยไปได้มาตลอดเวลาแผ่นดินกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแลแผ่นดินเมืองเหนือซึ่งล่วงแล้วมาหลายร้อยปี ๚ {{ฟม}}ครั้นเมื่อปีฉลู ตรีศก จุลศักราช ๑๑๔๓ แผ่นดินเมืองเขมรซึ่งมาขึ้นกรุงธนบุรีอยู่แต่ก่อนนั้นกำเริบ พระยาพระเขมรลุกขึ้นจับพระองค์ราม ซึ่งเปนสมเด็จพระรามาธิบดีเจ้ากรุงกัมพูชา ฆ่าเสีย แล้วแขงเมืองกระเดื่องกระด้างไป เพราะฉนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ซึ่งเปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึกในเวลานั้น กับพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ซึ่งเปนเจ้าพระยาสุรสีห์พิศณุวาธิราชในเวลานั้น<noinclude></noinclude> 0t982v77ctlpovyukeekupvi3punnbx 291896 291895 2026-07-05T08:06:18Z Lunlumita 12009 291896 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๘}}</noinclude>แก้แค้นที่เจ้าเวียงจันท์บุญสารยกมาทำแก่เมืองนครจำปาศักดิซึ่งมาขึ้นแล้วแก่กรุงธนบุรี แลเจ้าเวียงจันท์บุญสารไปขอกำลังพม่ามาช่วยด้วยนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ซึ่งเปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึกในเวลานั้น กับพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ซึ่งเปนเจ้าพระยาสุรสีห์พิศณวาธิราชในเวลานั้น ต้องยกพยุหโยธาขึ้นไปรบเมืองเวียงจันท์ มีไชยชำนะตีเอาเมืองเวียงจันท์ได้ ได้ชนชเลยแลสิ่งของมาเปนอันมาก ครั้งนั้นได้พระพุทธปฎิมากรแก้วมณีสีเขียว ที่เรียกว่าพระแก้วมรกฏ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามในกาลบัดนี้นั้น ลงมายังกรุงธนบุรีด้วยนั้น เปนเหตุมหัศจรรย์ดังนี้ เพราะพระแก้วพระองค์นี้ยังไม่มีผู้ใดในเมืองไทยไปได้มาตลอดเวลาแผ่นดินกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแลแผ่นดินเมืองเหนือซึ่งล่วงแล้วมาหลายร้อยปี ๚ {{ฟม}}ครั้นเมื่อปีฉลูตรีศก จุลศักราช ๑๑๔๓ แผ่นดินเมืองเขมรซึ่งมาขึ้นกรุงธนบุรีอยู่แต่ก่อนนั้นกำเริบ พระยาพระเขมรลุกขึ้นจับพระองค์รามซึ่งเปนสมเด็จพระรามาธิบดีเจ้ากรุงกัมพูชาฆ่าเสีย แล้วแขงเมืองกระเดื่องกระด้างไป เพราะฉนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ซึ่งเปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึกในเวลานั้น กับพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ซึ่งเปนเจ้าพระยาสุรสีห์พิศณุวาธิราชในเวลานั้น<noinclude></noinclude> nqtfz7sjkqfy0r3l30o74sfhv71vp1y 291897 291896 2026-07-05T08:06:37Z Lunlumita 12009 291897 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๘}}</noinclude>แก้แค้นที่เจ้าเวียงจันท์บุญสารยกมาทำแก่เมืองนครจำปาศักดิซึ่งมาขึ้นแล้วแก่กรุงธนบุรี แลเจ้าเวียงจันท์บุญสารไปขอกำลังพม่ามาช่วยด้วยนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ซึ่งเปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึกในเวลานั้น กับพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ซึ่งเปนเจ้าพระยาสุรสีห์พิศณวาธิราชในเวลานั้น ต้องยกพยุหโยธาขึ้นไปรบเมืองเวียงจันท์ มีไชยชำนะตีเอาเมืองเวียงจันท์ได้ ได้ชนชเลยแลสิ่งของมาเปนอันมาก ครั้งนั้นได้พระพุทธปฎิมากรแก้วมณีสีเขียว ที่เรียกว่าพระแก้วมรกฏ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามในกาลบัดนี้นั้น ลงมายังกรุงธนบุรีด้วยนั้น เปนเหตุมหัศจรรย์ดังนี้ เพราะพระแก้วพระองค์นี้ยังไม่มีผู้ใดในเมืองไทยไปได้มาตลอดเวลาแผ่นดินกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแลแผ่นดินเมืองเหนือซึ่งล่วงแล้วมาหลายร้อยปี ๚ {{ฟม}}ครั้นเมื่อปีฉลูตรีศก จุลศักราช ๑๑๔๓ แผ่นดินเมืองเขมรซึ่งมาขึ้นกรุงธนบุรีอยู่แต่ก่อนนั้นกำเริบ พระยาพระเขมรลุกขึ้นจับพระองค์รามซึ่งเปนสมเด็จพระรามาธิบดีเจ้ากรุงกัมพูชาฆ่าเสีย แล้วแขงเมืองกระเดื่องกระด้างไป เพราะฉนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ซึ่งเปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึกในเวลานั้น กับพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ซึ่งเปนเจ้าพระยาสุรสีห์พิศณุวาธิราชในเวลานั้น{{วว}}<noinclude></noinclude> a99b9iabvujsm57dhqcqopsskzwljcs 291898 291897 2026-07-05T08:06:48Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291898 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๙๘}}</noinclude>แก้แค้นที่เจ้าเวียงจันท์บุญสารยกมาทำแก่เมืองนครจำปาศักดิซึ่งมาขึ้นแล้วแก่กรุงธนบุรี แลเจ้าเวียงจันท์บุญสารไปขอกำลังพม่ามาช่วยด้วยนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ซึ่งเปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึกในเวลานั้น กับพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ซึ่งเปนเจ้าพระยาสุรสีห์พิศณวาธิราชในเวลานั้น ต้องยกพยุหโยธาขึ้นไปรบเมืองเวียงจันท์ มีไชยชำนะตีเอาเมืองเวียงจันท์ได้ ได้ชนชเลยแลสิ่งของมาเปนอันมาก ครั้งนั้นได้พระพุทธปฎิมากรแก้วมณีสีเขียว ที่เรียกว่าพระแก้วมรกฏ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามในกาลบัดนี้นั้น ลงมายังกรุงธนบุรีด้วยนั้น เปนเหตุมหัศจรรย์ดังนี้ เพราะพระแก้วพระองค์นี้ยังไม่มีผู้ใดในเมืองไทยไปได้มาตลอดเวลาแผ่นดินกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแลแผ่นดินเมืองเหนือซึ่งล่วงแล้วมาหลายร้อยปี ๚ {{ฟม}}ครั้นเมื่อปีฉลูตรีศก จุลศักราช ๑๑๔๓ แผ่นดินเมืองเขมรซึ่งมาขึ้นกรุงธนบุรีอยู่แต่ก่อนนั้นกำเริบ พระยาพระเขมรลุกขึ้นจับพระองค์รามซึ่งเปนสมเด็จพระรามาธิบดีเจ้ากรุงกัมพูชาฆ่าเสีย แล้วแขงเมืองกระเดื่องกระด้างไป เพราะฉนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ซึ่งเปนสมเด็จเจ้าพระยาพระมหากระษัตรศึกในเวลานั้น กับพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ซึ่งเปนเจ้าพระยาสุรสีห์พิศณุวาธิราชในเวลานั้น{{วว}}<noinclude></noinclude> jpds9zmny9nh7xj6u37qhxh2e6warpy หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/115 250 37985 291899 128125 2026-07-05T08:07:03Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/112]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/115]]: เปลี่ยนชื่อ 128125 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๙๙}}</noinclude>ต้องยกพยุหโยธาออกไปยังการทัพทำสงครามปราบปรามพวกเขมรอยู่ ๚ {{ฟม}}ฝ่ายเจ้ากรุงธนบุรี ตั้งแต่ได้พระพุทธปฎิมากรแก้วมณีองค์นี้มาถึงกรุงธนบุรีแล้ว ก็มีจิตรกำเริบเติบโตในอันใช่ที่ คือ มีสัญญาวิปลาศว่า ตนเปนผู้มีบุญศักดิใหญ่ เปนพระโพธิสัตว์ จะสำเร็จพระพุทธภูมิ ได้ตรัสเปนพระ ชนะแก่มาร เปนองค์พระศรีอาริยเมตไตรยในกัลปนี้ ก็คิดอย่างนั้นบ้าง ตรัสอย่างนี้บ้าง ทำไปต่าง ๆ บ้าง จนถึงเปนพระเจ้าแผ่นดินเสียจริต ทำการผิด ๆ ไปให้แผ่นดินเปนจลาจล ร้อนรนทั่วไปทั้งไพร่แลผู้ดีสมณพราหมณ์ชี เปนการผิดใหญ่ยิ่งหลายอย่างหลายประการยิ่งกว่าการร้อนของแผ่นดินซึ่งเคยมีมาแต่ก่อน พ้นที่จะร่ำจะพรรณา จึงเกิดข้าศึกเข้ามาล้อมวัง เจ้ากรุงธนบุรีต้องยอมแพ้แก่ข้าศึก ขอแต่ชีวิตรออกบรรพชา ฝ่ายพวกข้าศึกเข้ารักษาแผ่นดินอยู่ก็รักษาไปไม่ได้ การบ้านเมืองในกรุงธนบุรีก็ป่วนปั่นวุ่นวายไปต่าง ๆ ครั้งนั้น กรมพระราชวังหลัง ซึ่งเปนพระโอรสใหญ่ของกรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี เวลานั้น เปนที่เจ้าพระยานครราชสิมา ได้ยกพวกพลเข้ามาปราบปรามเสี้ยนหนามแผ่นดินรักษากรุงธนบุรีไว้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ เมื่อได้ทราบเหตุนั้นไปแล้ว ก็ยกกองทัพเสด็จกลับเข้ามากรุงธนบุรี ครั้งนั้น ผู้มีบันดาศักดิข้างน่าข้างในทั้งปวง พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ชีอาณาประชาราษฎร ก็มีความสโมสรโสมนัศพร้อมกันเชิญเสด็จ<noinclude></noinclude> 73q7hqgolaaqcbjsn1rp23wbwc61edp 291901 291899 2026-07-05T08:07:24Z Lunlumita 12009 291901 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๙}}</noinclude>ต้องยกพยุหโยธาออกไปยังการทัพทำสงครามปราบปรามพวกเขมรอยู่ ๚ {{ฟม}}ฝ่ายเจ้ากรุงธนบุรี ตั้งแต่ได้พระพุทธปฎิมากรแก้วมณีองค์นี้มาถึงกรุงธนบุรีแล้ว ก็มีจิตรกำเริบเติบโตในอันใช่ที่ คือ มีสัญญาวิปลาศว่า ตนเปนผู้มีบุญศักดิใหญ่ เปนพระโพธิสัตว์ จะสำเร็จพระพุทธภูมิ ได้ตรัสเปนพระ ชนะแก่มาร เปนองค์พระศรีอาริยเมตไตรยในกัลปนี้ ก็คิดอย่างนั้นบ้าง ตรัสอย่างนี้บ้าง ทำไปต่าง ๆ บ้าง จนถึงเปนพระเจ้าแผ่นดินเสียจริต ทำการผิด ๆ ไปให้แผ่นดินเปนจลาจล ร้อนรนทั่วไปทั้งไพร่แลผู้ดีสมณพราหมณ์ชี เปนการผิดใหญ่ยิ่งหลายอย่างหลายประการยิ่งกว่าการร้อนของแผ่นดินซึ่งเคยมีมาแต่ก่อน พ้นที่จะร่ำจะพรรณา จึงเกิดข้าศึกเข้ามาล้อมวัง เจ้ากรุงธนบุรีต้องยอมแพ้แก่ข้าศึก ขอแต่ชีวิตรออกบรรพชา ฝ่ายพวกข้าศึกเข้ารักษาแผ่นดินอยู่ก็รักษาไปไม่ได้ การบ้านเมืองในกรุงธนบุรีก็ป่วนปั่นวุ่นวายไปต่าง ๆ ครั้งนั้น กรมพระราชวังหลัง ซึ่งเปนพระโอรสใหญ่ของกรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี เวลานั้น เปนที่เจ้าพระยานครราชสิมา ได้ยกพวกพลเข้ามาปราบปรามเสี้ยนหนามแผ่นดินรักษากรุงธนบุรีไว้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ เมื่อได้ทราบเหตุนั้นไปแล้ว ก็ยกกองทัพเสด็จกลับเข้ามากรุงธนบุรี ครั้งนั้น ผู้มีบันดาศักดิข้างน่าข้างในทั้งปวง พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ชีอาณาประชาราษฎร ก็มีความสโมสรโสมนัศพร้อมกันเชิญเสด็จ<noinclude></noinclude> hnadm7552o41rb21fefq2cxuy1ysx69 291902 291901 2026-07-05T08:08:55Z Lunlumita 12009 291902 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๙๙}}</noinclude>ต้องยกพยุหโยธาออกไปยังการทัพทำสงครามปราบปรามพวกเขมรอยู่ ๚ {{ฟม}}ฝ่ายเจ้ากรุงธนบุรี ตั้งแต่ได้พระพุทธปฎิมากรแก้วมณีองค์นี้มาถึงกรุงธนบุรีแล้ว ก็มีจิตรกำเริบเติบโตในอันใช่ที่ คือมีสัญญาวิปลาศว่าตนเปนผู้มีบุญศักดิใหญ่ เปนพระโพธิสัตว์ จะสำเร็จพระพุทธภูมิ ได้ตรัสเปนพระ ชนะแก่มาร เปนองค์พระศรีอาริยเมตไตรยในกัลปนี้ ก็คิดอย่างนั้นบ้าง ตรัสอย่างนี้บ้าง ทำไปต่าง ๆ บ้าง จนถึงเปนพระเจ้าแผ่นดินเสียจริต ทำการผิด ๆ ไปให้แผ่นดินเปนจลาจล ร้อนรนทั่วไปทั้งไพร่แลผู้ดีสมณพราหมณ์ชี เปนการผิดใหญ่ยิ่งหลายอย่างหลายประการยิ่งกว่าการร้อนของแผ่นดินซึ่งเคยมีมาแต่ก่อน พ้นที่จะร่ำจะพรรณา จึงเกิดข้าศึกเข้ามาล้อมวัง เจ้ากรุงธนบุรีต้องยอมแพ้แก่ข้าศึก ขอแต่ชีวิตรออกบรรพชา ฝ่ายพวกข้าศึกเข้ารักษาแผ่นดินอยู่ก็รักษาไปไม่ได้ การบ้านเมืองในกรุงธนบุรีก็ป่วนปั่นวุ่นวายไปต่าง ๆ ครั้งนั้นกรมพระราชวังหลังซึ่งเปนพระโอรสใหญ่ของกรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี เวลานั้นเปนที่เจ้าพระยานครราชสิมา ได้ยกพวกพลเข้ามาปราบปรามเสี้ยนหนามแผ่นดินรักษากรุงธนบุรีไว้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์เมื่อได้ทราบเหตุนั้นไปแล้ว ก็ยกกองทัพเสด็จกลับเข้ามากรุงธนบุรี ครั้งนั้นผู้มีบันดาศักดิข้างน่าข้างในทั้งปวง พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ชีอาณาประชาราษฎร ก็มีความสโมสรโสมนัศพร้อมกันเชิญเสด็จ<noinclude></noinclude> nr6ed64rs76tigiikg9qzklhxhoevuh 291903 291902 2026-07-05T08:09:05Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291903 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๙๙}}</noinclude>ต้องยกพยุหโยธาออกไปยังการทัพทำสงครามปราบปรามพวกเขมรอยู่ ๚ {{ฟม}}ฝ่ายเจ้ากรุงธนบุรี ตั้งแต่ได้พระพุทธปฎิมากรแก้วมณีองค์นี้มาถึงกรุงธนบุรีแล้ว ก็มีจิตรกำเริบเติบโตในอันใช่ที่ คือมีสัญญาวิปลาศว่าตนเปนผู้มีบุญศักดิใหญ่ เปนพระโพธิสัตว์ จะสำเร็จพระพุทธภูมิ ได้ตรัสเปนพระ ชนะแก่มาร เปนองค์พระศรีอาริยเมตไตรยในกัลปนี้ ก็คิดอย่างนั้นบ้าง ตรัสอย่างนี้บ้าง ทำไปต่าง ๆ บ้าง จนถึงเปนพระเจ้าแผ่นดินเสียจริต ทำการผิด ๆ ไปให้แผ่นดินเปนจลาจล ร้อนรนทั่วไปทั้งไพร่แลผู้ดีสมณพราหมณ์ชี เปนการผิดใหญ่ยิ่งหลายอย่างหลายประการยิ่งกว่าการร้อนของแผ่นดินซึ่งเคยมีมาแต่ก่อน พ้นที่จะร่ำจะพรรณา จึงเกิดข้าศึกเข้ามาล้อมวัง เจ้ากรุงธนบุรีต้องยอมแพ้แก่ข้าศึก ขอแต่ชีวิตรออกบรรพชา ฝ่ายพวกข้าศึกเข้ารักษาแผ่นดินอยู่ก็รักษาไปไม่ได้ การบ้านเมืองในกรุงธนบุรีก็ป่วนปั่นวุ่นวายไปต่าง ๆ ครั้งนั้นกรมพระราชวังหลังซึ่งเปนพระโอรสใหญ่ของกรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี เวลานั้นเปนที่เจ้าพระยานครราชสิมา ได้ยกพวกพลเข้ามาปราบปรามเสี้ยนหนามแผ่นดินรักษากรุงธนบุรีไว้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์เมื่อได้ทราบเหตุนั้นไปแล้ว ก็ยกกองทัพเสด็จกลับเข้ามากรุงธนบุรี ครั้งนั้นผู้มีบันดาศักดิข้างน่าข้างในทั้งปวง พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ชีอาณาประชาราษฎร ก็มีความสโมสรโสมนัศพร้อมกันเชิญเสด็จ<noinclude></noinclude> 4nswrqv5x98qzgqukd4azn87v5ufdo4 หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/116 250 37986 291904 118087 2026-07-05T08:09:26Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/113]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/116]]: เปลี่ยนชื่อ 118087 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๑๐๐}}</noinclude>ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติรักษาแผ่นดินเปนที่พึ่งสืบต่อไป จึงได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเปนพระเจ้าแผ่นดินใหญ่ในปีขาล จัตวาศก จุลศักราช ๑๑๔๔ พระชนมายุ ๔๖ ปีถ้วน จึงได้ตั้งการสร้างกรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทรมหินทรายุทธยานี้ขึ้นเปนพระมหานครบรมราชธานี แลได้ทรงสร้างสิ่งต่าง ๆ คือ พระบรมมหาราชวัง แลพระอารามนั้น ๆ ได้ดำรงอยู่ในศิริราชสมบัติโดยผาสุกภาพ แลทรงประพฤติราชกิจนั้น ๆ บรรดาที่กล่าวแลจะกล่าวว่ามีว่าเปนในแผ่นดินนั้นทุกประการโดยยุติธรรมแลชอบด้วยเหตุผลแลกาลเทศะซึ่งเปนไปตลอดเวลาพระชนมายุของพระองค์แล้ว ก็ทรงพระประชวรพระโรคชรา เสด็จสวรรคตณวัน {{จ|๕||๑๓|๙}} ค่ำ ปีมเสง เอกศก จุลศักราช ๑๑๗๑ ๚ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ยังมีพระราชโอรสพระราชธิดาพระองค์อื่น ๆ แต่หม่อมบาทบริจาริกข้าหลวงเดิมแต่ยังไม่ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบ้าง แต่พระสนมนารีมีศักดิต่าง ๆ เมื่อเสด็จสถิตย์ในราชสมบัติบ้าง มากมายหลายพระองค์ สิ้นพระชนม์เสียแต่ยังทรงพระเยาว์บ้าง ได้ทรงพระเจริญอยู่มานาน ได้เปนใหญ่ในราชการแผ่นดินในแผ่นดินต่อ ๆ มาบ้าง คงอยู่แต่ตามบันดาศักดิพระองค์เจ้า ไม่ได้ทรงทำราชการเปนแผนกบ้าง ครั้นจะออกพระนามนับไปเปนลำดับทางกถานี้ก็จะพิศดารมากไป แล้วจะสับจะไขว้ข้างในข้างน่า แลพระองค์ที่ปรากฎควรจะปรากฎ แลพระองค์ที่ไม่ปรากฎไม่ควรจะปรากฎนั้น ก็จะสับสนพัลวันกันนัก{{วว}}<noinclude></noinclude> jcqnu96m1i7zoyph5brfgdxzh9w34kg 291906 291904 2026-07-05T11:30:51Z Lunlumita 12009 291906 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๐๐}}</noinclude>ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติรักษาแผ่นดินเปนที่พึ่งสืบต่อไป จึงได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเปนพระเจ้าแผ่นดินใหญ่ในปีขาลจัตวาศก จุลศักราช ๑๑๔๔ พระชนมายุ ๔๖ ปีถ้วน จึงได้ตั้งการสร้างกรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทรมหินทรายุทธยานี้ขึ้นเปนพระมหานครบรมราชธานี แลได้ทรงสร้างสิ่งต่าง ๆ คือพระบรมมหาราชวัง แลพระอารามนั้น ๆ ได้ดำรงอยู่ในศิริราชสมบัติโดยผาสุกภาพ แลทรงประพฤติราชกิจนั้น ๆ บรรดาที่กล่าวแลจะกล่าวว่ามีว่าเปนในแผ่นดินนั้นทุกประการโดยยุติธรรมแลชอบด้วยเหตุผลแลกาลเทศะซึ่งเปนไปตลอดเวลาพระชนมายุของพระองค์แล้ว ก็ทรงพระประชวรพระโรคชรา เสด็จสวรรคตณวัน {{จ|๕||๑๓|๙}} ค่ำ ปีมเสงเอกศก จุลศักราช ๑๑๗๑ ๚ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ยังมีพระราชโอรสพระราชธิดาพระองค์อื่น ๆ แต่หม่อมบาทบริจาริกข้าหลวงเดิมแต่ยังไม่ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบ้าง แต่พระสนมนารีมีศักดิต่าง ๆ เมื่อเสด็จสถิตย์ในราชสมบัติบ้าง มากมายหลายพระองค์ สิ้นพระชนม์เสียแต่ยังทรงพระเยาว์บ้าง ได้ทรงพระเจริญอยู่มานาน ได้เปนใหญ่ในราชการแผ่นดินในแผ่นดินต่อ ๆ มาบ้าง คงอยู่แต่ตามบันดาศักดิพระองค์เจ้า ไม่ได้ทรงทำราชการเปนแผนกบ้าง ครั้นจะออกพระนามนับไปเปนลำดับทางกถานี้ก็จะพิศดารมากไป แล้วจะสับจะไขว้ข้างในข้างน่า แลพระองค์ที่ปรากฎควรจะปรากฎ แลพระองค์ที่ไม่ปรากฎไม่ควรจะปรากฎนั้น ก็จะสับสนพัลวันกันนัก{{วว}}<noinclude></noinclude> fbxacmeuimtv6hoetyqdueezu4ientk 291907 291906 2026-07-05T11:38:03Z Lunlumita 12009 291907 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๐๐}}</noinclude>ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติรักษาแผ่นดินเปนที่พึ่งสืบต่อไป จึงได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเปนพระเจ้าแผ่นดินใหญ่ในปีขาลจัตวาศก จุลศักราช ๑๑๔๔ พระชนมายุ ๔๖ ปีถ้วน จึงได้ตั้งการสร้างกรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทรมหินทรายุทธยานี้ขึ้นเปนพระมหานครบรมราชธานี แลได้ทรงสร้างสิ่งต่าง ๆ คือพระบรมมหาราชวัง แลพระอารามนั้น ๆ ได้ดำรงอยู่ในศิริราชสมบัติโดยผาสุกภาพ แลทรงประพฤติราชกิจนั้น ๆ บรรดาที่กล่าวแลจะกล่าวว่ามีว่าเปนในแผ่นดินนั้นทุกประการโดยยุติธรรมแลชอบด้วยเหตุผลแลกาลเทศะซึ่งเปนไปตลอดเวลาพระชนมายุของพระองค์แล้ว ก็ทรงพระประชวรพระโรคชรา เสด็จสวรรคตณวัน {{จ|๕||๑๓|๙}} ค่ำ ปีมเสงเอกศก จุลศักราช ๑๑๗๑ ๚ {{ฟม}}พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ยังมีพระราชโอรสพระราชธิดาพระองค์อื่น ๆ แต่หม่อมบาทบริจาริกข้าหลวงเดิมแต่ยังไม่ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบ้าง แต่พระสนมนารีมีศักดิต่าง ๆ เมื่อเสด็จสถิตย์ในราชสมบัติบ้าง มากมายหลายพระองค์ สิ้นพระชนม์เสียแต่ยังทรงพระเยาว์บ้าง ได้ทรงพระเจริญอยู่มานาน ได้เปนใหญ่ในราชการแผ่นดินในแผ่นดินต่อ ๆ มาบ้าง คงอยู่แต่ตามบันดาศักดิพระองค์เจ้า ไม่ได้ทรงทำราชการเปนแผนกบ้าง ครั้นจะออกพระนามนับไปเปนลำดับทางกถานี้ก็จะพิศดารมากไป แล้วจะสับจะไขว้ข้างในข้างน่า แลพระองค์ที่ปรากฎควรจะปรากฎ แลพระองค์ที่ไม่ปรากฎไม่ควรจะปรากฎนั้น ก็จะสับสนพัลวันกันนัก{{วว}}<noinclude></noinclude> 4y8ol6upq5v2gelophtb9e1d2cd8uzf 291908 291907 2026-07-05T11:39:08Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291908 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๐๐}}</noinclude>ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติรักษาแผ่นดินเปนที่พึ่งสืบต่อไป จึงได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเปนพระเจ้าแผ่นดินใหญ่ในปีขาลจัตวาศก จุลศักราช ๑๑๔๔ พระชนมายุ ๔๖ ปีถ้วน จึงได้ตั้งการสร้างกรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทรมหินทรายุทธยานี้ขึ้นเปนพระมหานครบรมราชธานี แลได้ทรงสร้างสิ่งต่าง ๆ คือพระบรมมหาราชวัง แลพระอารามนั้น ๆ ได้ดำรงอยู่ในศิริราชสมบัติโดยผาสุกภาพ แลทรงประพฤติราชกิจนั้น ๆ บรรดาที่กล่าวแลจะกล่าวว่ามีว่าเปนในแผ่นดินนั้นทุกประการโดยยุติธรรมแลชอบด้วยเหตุผลแลกาลเทศะซึ่งเปนไปตลอดเวลาพระชนมายุของพระองค์แล้ว ก็ทรงพระประชวรพระโรคชรา เสด็จสวรรคตณวัน {{จ|๕||๑๓|๙}} ค่ำ ปีมเสงเอกศก จุลศักราช ๑๑๗๑ ๚ {{ฟม}}พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ยังมีพระราชโอรสพระราชธิดาพระองค์อื่น ๆ แต่หม่อมบาทบริจาริกข้าหลวงเดิมแต่ยังไม่ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบ้าง แต่พระสนมนารีมีศักดิต่าง ๆ เมื่อเสด็จสถิตย์ในราชสมบัติบ้าง มากมายหลายพระองค์ สิ้นพระชนม์เสียแต่ยังทรงพระเยาว์บ้าง ได้ทรงพระเจริญอยู่มานาน ได้เปนใหญ่ในราชการแผ่นดินในแผ่นดินต่อ ๆ มาบ้าง คงอยู่แต่ตามบันดาศักดิพระองค์เจ้า ไม่ได้ทรงทำราชการเปนแผนกบ้าง ครั้นจะออกพระนามนับไปเปนลำดับทางกถานี้ก็จะพิศดารมากไป แล้วจะสับจะไขว้ข้างในข้างน่า แลพระองค์ที่ปรากฎควรจะปรากฎ แลพระองค์ที่ไม่ปรากฎไม่ควรจะปรากฎนั้น ก็จะสับสนพัลวันกันนัก{{วว}}<noinclude></noinclude> tu1028l0mipibgy6rt6fqzg9ma5k1t9 หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/117 250 37987 291909 118090 2026-07-05T11:39:39Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/114]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/117]]: เปลี่ยนชื่อ 118090 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๑๐๑}}</noinclude>จะสังเกตยาก เพราะฉนั้น จะขอกำหนดออกพระนามแต่พระองค์ที่ได้เปนใหญ่ในตำแหน่งราชการปรากฎ แลไม่มีความผิดในราชการ ควรนับถือว่า พระนามนั้นเปนมงคล พระราชเอารสซึ่งได้เปนเจ้าต่างกรมมีราชการได้บังคับอยู่ในแผ่นดินนั้นแลแผ่นดินลำดับมานั้น ที่ควรนับแต่ ๑๑ พระองค์ คือ พระองค์เจ้าทับทิม เปนกรมหมื่นอินทรพิพิธ ได้ว่ากรมพระคชบาล แล้วภายหลัง ได้ว่ากรมแสงใหญ่ ๑ พระองค์เจ้าอภัยทัศ เปนกรมหมื่น แล้วเปนกรมหลวงเทพพลภักดิ เจ้าจอมมารดาเปนพระสนมเอกอุ บุตรพระยาจักรีเมืองนครศรีธรรมราช ครั้งเจ้าเมืองนั้นขึงแขงตั้งตัวเปนเจ้านั้น ได้ว่ากรมพระคชบาล แลการอื่น ๆ บ้างพระองค์หนึ่ง พระองค์เจ้าอรุโณไทย เปนกรมหมื่นศักดิพลเสพย์ เจ้าจอมมารดาเปนพระสนมเอก ได้เปนเจ้าในเวลาหนึ่ง เพราะเปนบุตรเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี พัด แลมารดานั้นเปนบุตรเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ซึ่งตั้งตัวเปนเจ้านคร ครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายแล้วใหม่นั้น แลพระองค์เจ้าพระองค์นี้ได้เปนใหญ่ เปนอธิบดีว่าราชการกรมพระกระลาโหมแลหัวเมืองปากใต้ทั้งปวง ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ครั้นถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเถลิงเปนกรมพระราชวังบวรสถานมงคล {{nop}}<noinclude></noinclude> 49oprbn103a47o5kx1chs7de5l91h4p 291911 291909 2026-07-05T11:40:20Z Lunlumita 12009 291911 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๐๑}}</noinclude>จะสังเกตยาก เพราะฉนั้นจะขอกำหนดออกพระนามแต่พระองค์ที่ได้เปนใหญ่ในตำแหน่งราชการปรากฎ แลไม่มีความผิดในราชการ ควรนับถือว่าพระนามนั้นเปนมงคล พระราชเอารสซึ่งได้เปนเจ้าต่างกรมมีราชการได้บังคับอยู่ในแผ่นดินนั้นแลแผ่นดินลำดับมานั้น ที่ควรนับแต่ ๑๑ พระองค์ คือ พระองค์เจ้าทับทิม เปนกรมหมื่นอินทรพิพิธ ได้ว่ากรมพระคชบาล แล้วภายหลัง ได้ว่ากรมแสงใหญ่ ๑ พระองค์เจ้าอภัยทัศ เปนกรมหมื่น แล้วเปนกรมหลวงเทพพลภักดิ เจ้าจอมมารดาเปนพระสนมเอกอุ บุตรพระยาจักรีเมืองนครศรีธรรมราช ครั้งเจ้าเมืองนั้นขึงแขงตั้งตัวเปนเจ้านั้น ได้ว่ากรมพระคชบาล แลการอื่น ๆ บ้างพระองค์หนึ่ง พระองค์เจ้าอรุโณไทย เปนกรมหมื่นศักดิพลเสพย์ เจ้าจอมมารดาเปนพระสนมเอก ได้เปนเจ้าในเวลาหนึ่ง เพราะเปนบุตรเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี พัด แลมารดานั้นเปนบุตรเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ซึ่งตั้งตัวเปนเจ้านคร ครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายแล้วใหม่นั้น แลพระองค์เจ้าพระองค์นี้ได้เปนใหญ่ เปนอธิบดีว่าราชการกรมพระกระลาโหมแลหัวเมืองปากใต้ทั้งปวง ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ครั้นถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเถลิงเปนกรมพระราชวังบวรสถานมงคล {{มปก}}<noinclude></noinclude> mjhcisndqeajrhf2qa2v1neyk9t4tx9 291912 291911 2026-07-05T11:49:06Z Lunlumita 12009 291912 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๐๑}}</noinclude>จะสังเกตยาก เพราะฉนั้นจะขอกำหนดออกพระนามแต่พระองค์ที่ได้เปนใหญ่ในตำแหน่งราชการปรากฎ แลไม่มีความผิดในราชการ ควรนับถือว่าพระนามนั้นเปนมงคล พระราชเอารสซึ่งได้เปนเจ้าต่างกรมมีราชการได้บังคับอยู่ในแผ่นดินนั้นแลแผ่นดินลำดับมานั้น ที่ควรนับแต่ ๑๑ พระองค์ คือพระองค์เจ้าทับทิม เปนกรมหมื่นอินทรพิพิธ ได้ว่ากรมพระคชบาล แล้วภายหลังได้ว่ากรมแสงใหญ่ ๑ พระองค์เจ้าอภัยทัศ เปนกรมหมื่นแล้วเปนกรมหลวงเทพพลภักดิ เจ้าจอมมารดาเปนพระสนมเอกอุบุตรพระยาจักรีเมืองนครศรีธรรมราชครั้งเจ้าเมืองนั้นขึงแขงตั้งตัวเปนเจ้านั้น ได้ว่ากรมพระคชบาลแลการอื่น ๆ บ้างพระองค์หนึ่ง พระองค์เจ้าอรุโณไทย เปนกรมหมื่นศักดิพลเสพย์ เจ้าจอมมารดาเปนพระสนมเอก ได้เปนเจ้าในเวลาหนึ่ง เพราะเปนบุตรเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี พัด แลมารดานั้นเปนบุตรเจ้าพระยานครศรีธรรมราชซึ่งตั้งตัวเปนเจ้านครครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายแล้วใหม่นั้น แลพระองค์เจ้าพระองค์นี้ได้เปนใหญ่ เปนอธิบดีว่าราชการกรมพระกระลาโหมแลหัวเมืองปากใต้ทั้งปวงในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ครั้นถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเถลิงเปนกรมพระราชวังบวรสถานมงคล {{มปก}}<noinclude></noinclude> qpfnlte4y3iqqdnme9hg7zgysfmerji 291913 291912 2026-07-05T11:49:22Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291913 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๐๑}}</noinclude>จะสังเกตยาก เพราะฉนั้นจะขอกำหนดออกพระนามแต่พระองค์ที่ได้เปนใหญ่ในตำแหน่งราชการปรากฎ แลไม่มีความผิดในราชการ ควรนับถือว่าพระนามนั้นเปนมงคล พระราชเอารสซึ่งได้เปนเจ้าต่างกรมมีราชการได้บังคับอยู่ในแผ่นดินนั้นแลแผ่นดินลำดับมานั้น ที่ควรนับแต่ ๑๑ พระองค์ คือพระองค์เจ้าทับทิม เปนกรมหมื่นอินทรพิพิธ ได้ว่ากรมพระคชบาล แล้วภายหลังได้ว่ากรมแสงใหญ่ ๑ พระองค์เจ้าอภัยทัศ เปนกรมหมื่นแล้วเปนกรมหลวงเทพพลภักดิ เจ้าจอมมารดาเปนพระสนมเอกอุบุตรพระยาจักรีเมืองนครศรีธรรมราชครั้งเจ้าเมืองนั้นขึงแขงตั้งตัวเปนเจ้านั้น ได้ว่ากรมพระคชบาลแลการอื่น ๆ บ้างพระองค์หนึ่ง พระองค์เจ้าอรุโณไทย เปนกรมหมื่นศักดิพลเสพย์ เจ้าจอมมารดาเปนพระสนมเอก ได้เปนเจ้าในเวลาหนึ่ง เพราะเปนบุตรเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี พัด แลมารดานั้นเปนบุตรเจ้าพระยานครศรีธรรมราชซึ่งตั้งตัวเปนเจ้านครครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายแล้วใหม่นั้น แลพระองค์เจ้าพระองค์นี้ได้เปนใหญ่ เปนอธิบดีว่าราชการกรมพระกระลาโหมแลหัวเมืองปากใต้ทั้งปวงในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ครั้นถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเถลิงเปนกรมพระราชวังบวรสถานมงคล {{มปก}}<noinclude></noinclude> 09bvuzhezszrypzksrhzwzvjmjf5lzb 291922 291913 2026-07-05T11:57:14Z Lunlumita 12009 291922 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๐๑}}</noinclude>จะสังเกตยาก เพราะฉนั้นจะขอกำหนดออกพระนามแต่พระองค์ที่ได้เปนใหญ่ในตำแหน่งราชการปรากฎ แลไม่มีความผิดในราชการ ควรนับถือว่าพระนามนั้นเปนมงคล พระราชเอารสซึ่งได้เปนเจ้าต่างกรม มีราชการ ได้บังคับอยู่ในแผ่นดินนั้นแลแผ่นดินลำดับมานั้น ที่ควรนับแต่ ๑๑ พระองค์ คือพระองค์เจ้าทับทิม เปนกรมหมื่นอินทรพิพิธ ได้ว่ากรมพระคชบาล แล้วภายหลังได้ว่ากรมแสงใหญ่ ๑ พระองค์เจ้าอภัยทัศ เปนกรมหมื่นแล้วเปนกรมหลวงเทพพลภักดิ เจ้าจอมมารดาเปนพระสนมเอกอุบุตรพระยาจักรีเมืองนครศรีธรรมราชครั้งเจ้าเมืองนั้นขึงแขงตั้งตัวเปนเจ้านั้น ได้ว่ากรมพระคชบาลแลการอื่น ๆ บ้างพระองค์หนึ่ง พระองค์เจ้าอรุโณไทย เปนกรมหมื่นศักดิพลเสพย์ เจ้าจอมมารดาเปนพระสนมเอก ได้เปนเจ้าในเวลาหนึ่ง เพราะเปนบุตรเจ้าพระยาสุธรรมมนตรีพัด แลมารดานั้นเปนบุตรเจ้าพระยานครศรีธรรมราชซึ่งตั้งตัวเปนเจ้านครครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยาแตกทำลายแล้วใหม่นั้น แลพระองค์เจ้าพระองค์นี้ได้เปนใหญ่ เปนอธิบดีว่าราชการกรมพระกระลาโหมแลหัวเมืองปากใต้ทั้งปวงในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ครั้นถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเถลิงเปนกรมพระราชวังบวรสถานมงคล {{มปก}}<noinclude></noinclude> rrn2utagjkfjaf53q2qqt8769h8ebx4 หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/118 250 37988 291914 118089 2026-07-05T11:49:57Z Lunlumita 12009 291914 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๐๒}}</noinclude>พระองค์เจ้าทับ เปนกรมหมื่นจิตรภักดี ว่าราชการช่างสิบหมู่ ๑ พระองค์เจ้าสุริยา เปนกรมหมื่น แล้วเปนกรมขุนแล้ว ภายหลัง เลื่อนเปนกรมพระรามอิศเรศ ๑ ได้ว่าการต่าง ๆ ไม่เปนตำแหน่ง ว่าความรับสั่งบ้าง เปนแม่กองทำการงานบ้าง อิกพระองค์หนึ่ง คือ พระองค์เจ้าวาสุกรี เจ้าจอมมารดาเปนพระสนมโท บุตรพระราชเศรษฐี ทรงพระผนวชมาแต่ยังทรงพระเยาว์พระชนม์ได้ ๑๔ พรรษา เมื่อพระชนม์ครบ ๒๐ ได้อุปสัมปทาเปนพระภิกษุได้ ๔ พรรษา เปนอธิบดีสงฆ์ แล้วได้เลื่อนเปนเจ้าต่างกรมมีพระนามว่า กรมหมื่นนุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงษ์ พระองค์นี้เปนอัจฉริยมนุษย์บุรุษรัตนอันพิเศษ ทรงพระปรีชาฉลาดรู้ในพระพุทธสาตรแลราชสาตรแบบอย่างโบราณราชประเพณีต่าง ๆ แลได้เปนอุปัธยาจารย์เจ้าฟ้า พระองค์เจ้า หม่อมเจ้า ในพระบรมราชวงษ์นี้มากหลายพระองค์ ภายหลังเมื่อในแผ่นดินประจุบันนี้ ได้เลื่อนเปนกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงษ์ฯ มหาปาโมกขประธานวโรดมบรมนารถบพิตร เสด็จสถิตย์ณวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พระองค์เจ้าฉัตร ๑ เปนกรมหมื่นสุรินทรรักษ์ ได้ว่าราชการกรมพระนครบาลในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย{{วว}}<noinclude></noinclude> 2e7rr5y2x9ckviqgetnb0m158yx42i2 291915 291914 2026-07-05T11:51:09Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/115]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/118]]: เปลี่ยนชื่อ 291914 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๐๒}}</noinclude>พระองค์เจ้าทับ เปนกรมหมื่นจิตรภักดี ว่าราชการช่างสิบหมู่ ๑ พระองค์เจ้าสุริยา เปนกรมหมื่น แล้วเปนกรมขุนแล้ว ภายหลัง เลื่อนเปนกรมพระรามอิศเรศ ๑ ได้ว่าการต่าง ๆ ไม่เปนตำแหน่ง ว่าความรับสั่งบ้าง เปนแม่กองทำการงานบ้าง อิกพระองค์หนึ่ง คือ พระองค์เจ้าวาสุกรี เจ้าจอมมารดาเปนพระสนมโท บุตรพระราชเศรษฐี ทรงพระผนวชมาแต่ยังทรงพระเยาว์พระชนม์ได้ ๑๔ พรรษา เมื่อพระชนม์ครบ ๒๐ ได้อุปสัมปทาเปนพระภิกษุได้ ๔ พรรษา เปนอธิบดีสงฆ์ แล้วได้เลื่อนเปนเจ้าต่างกรมมีพระนามว่า กรมหมื่นนุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงษ์ พระองค์นี้เปนอัจฉริยมนุษย์บุรุษรัตนอันพิเศษ ทรงพระปรีชาฉลาดรู้ในพระพุทธสาตรแลราชสาตรแบบอย่างโบราณราชประเพณีต่าง ๆ แลได้เปนอุปัธยาจารย์เจ้าฟ้า พระองค์เจ้า หม่อมเจ้า ในพระบรมราชวงษ์นี้มากหลายพระองค์ ภายหลังเมื่อในแผ่นดินประจุบันนี้ ได้เลื่อนเปนกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงษ์ฯ มหาปาโมกขประธานวโรดมบรมนารถบพิตร เสด็จสถิตย์ณวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พระองค์เจ้าฉัตร ๑ เปนกรมหมื่นสุรินทรรักษ์ ได้ว่าราชการกรมพระนครบาลในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย{{วว}}<noinclude></noinclude> 2e7rr5y2x9ckviqgetnb0m158yx42i2 291917 291915 2026-07-05T11:52:26Z Lunlumita 12009 291917 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๐๒}}</noinclude>พระองค์เจ้าทับ เปนกรมหมื่นจิตรภักดี ว่าราชการช่างสิบหมู่ ๑ พระองค์เจ้าสุริยา เปนกรมหมื่นแล้วเปนกรมขุนแล้ว ภายหลังเลื่อนเปนกรมพระรามอิศเรศ ๑ ได้ว่าการต่าง ๆ ไม่เปนตำแหน่ง ว่าความรับสั่งบ้าง เปนแม่กองทำการงานบ้าง อิกพระองค์หนึ่งคือพระองค์เจ้าวาสุกรี เจ้าจอมมารดาเปนพระสนมโท บุตรพระราชเศรษฐี ทรงพระผนวชมาแต่ยังทรงพระเยาว์พระชนม์ได้ ๑๔ พรรษา เมื่อพระชนม์ครบ ๒๐ ได้อุปสัมปทาเปนพระภิกษุได้ ๔ พรรษา เปนอธิบดีสงฆ์ แล้วได้เลื่อนเปนเจ้าต่างกรมมีพระนามว่ากรมหมื่นนุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงษ์ พระองค์นี้เปนอัจฉริยมนุษย์บุรุษรัตนอันพิเศษ ทรงพระปรีชาฉลาดรู้ในพระพุทธสาตรแลราชสาตรแบบอย่างโบราณราชประเพณีต่าง ๆ แลได้เปนอุปัธยาจารย์เจ้าฟ้าพระองค์เจ้าหม่อมเจ้าในพระบรมราชวงษ์นี้มากหลายพระองค์ ภายหลังเมื่อในแผ่นดินประจุบันนี้ได้เลื่อนเปนกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงษ์ฯ มหาปาโมกขประธานวโรดมบรมนารถบพิตร เสด็จสถิตย์ณวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พระองค์เจ้าฉัตร ๑ เปนกรมหมื่นสุรินทรรักษ์ ได้ว่าราชการกรมพระนครบาลในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย{{วว}}<noinclude></noinclude> ffzn9gkgui6xb4aw2wlkjkruio4ioax 291918 291917 2026-07-05T11:52:41Z Lunlumita 12009 /* Validated */ 291918 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๐๒}}</noinclude>พระองค์เจ้าทับ เปนกรมหมื่นจิตรภักดี ว่าราชการช่างสิบหมู่ ๑ พระองค์เจ้าสุริยา เปนกรมหมื่นแล้วเปนกรมขุนแล้ว ภายหลังเลื่อนเปนกรมพระรามอิศเรศ ๑ ได้ว่าการต่าง ๆ ไม่เปนตำแหน่ง ว่าความรับสั่งบ้าง เปนแม่กองทำการงานบ้าง อิกพระองค์หนึ่งคือพระองค์เจ้าวาสุกรี เจ้าจอมมารดาเปนพระสนมโท บุตรพระราชเศรษฐี ทรงพระผนวชมาแต่ยังทรงพระเยาว์พระชนม์ได้ ๑๔ พรรษา เมื่อพระชนม์ครบ ๒๐ ได้อุปสัมปทาเปนพระภิกษุได้ ๔ พรรษา เปนอธิบดีสงฆ์ แล้วได้เลื่อนเปนเจ้าต่างกรมมีพระนามว่ากรมหมื่นนุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงษ์ พระองค์นี้เปนอัจฉริยมนุษย์บุรุษรัตนอันพิเศษ ทรงพระปรีชาฉลาดรู้ในพระพุทธสาตรแลราชสาตรแบบอย่างโบราณราชประเพณีต่าง ๆ แลได้เปนอุปัธยาจารย์เจ้าฟ้าพระองค์เจ้าหม่อมเจ้าในพระบรมราชวงษ์นี้มากหลายพระองค์ ภายหลังเมื่อในแผ่นดินประจุบันนี้ได้เลื่อนเปนกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงษ์ฯ มหาปาโมกขประธานวโรดมบรมนารถบพิตร เสด็จสถิตย์ณวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พระองค์เจ้าฉัตร ๑ เปนกรมหมื่นสุรินทรรักษ์ ได้ว่าราชการกรมพระนครบาลในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย{{วว}}<noinclude></noinclude> j37himq63tlgl9d889yglly6ethb7fy หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/119 250 37990 291919 128126 2026-07-05T11:52:58Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/116]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/119]]: เปลี่ยนชื่อ 128126 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๑๐๓}}</noinclude>ครั้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ว่าราชการกรมมหาดไทย กรมพระกระลาโหม เปนที่ทรงปฤกษาราชการแผ่นดิน พระองค์เจ้าสุริยวงษ์ ๑ เปนพระองค์เจ้าเคราะห์ร้าย สบายบ้างไม่สบายบ้างแต่เดิมมา ครั้นถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัคไปทำราชการในพระบวรราช ได้เปนกรมหมื่นสวัสดิวิไชย ว่าราชการแทบทุกตำแหน่ง ครั้นมาในแผ่นดินประจุบันนี้ กลับลงมาทำราชการในพระบรมมหาราชวัง ได้เปนกรมหลวงพิเศษศรีสวัสดิ ศุขวัฒนวิไชย พระองค์เจ้าดารากร เปนกรมหมื่นศรีสุเทพ ว่าราชการกรมช่าง ๑๐ หมู่ พระองค์เจ้าดวงจักร ๑ ก็เปนพระองค์เจ้าพระเคราะห์ร้าย สบายบ้างไม่สบายบ้าง แต่แขงแรง ได้ราชการ ได้เปนกรมหมื่นณรงค์หริรักษ์ ว่าราชการกรมช่างหล่อ พระองค์เจ้าสุทัศน์ ๑ เปนกรมหมื่นไกรสรวิชิต ได้ว่าราชการคลังเสื้อหมวก คลังศุภรัต แลกรมสังฆการี กรมธรรมการ พระราชธิดาซึ่งควรจะกำหนดออกพระนามนั้น ควรนับ ๙ พระองค์ ๑{{ชว|1em}}พระองค์เจ้านุ่ม เปนผู้ใหญ่กว่าทุกพระองค์บรรดาซึ่งมีพระชนมพรรษาอ่อนกว่าเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพวดีลงมา เจ้าจอมมารดาเปนเจ้าจอมข้าหลวงเดิม เปนญาติเจ้าพระยานครราชสิมา ทอง<noinclude></noinclude> 7w265niyznrxv54mcqznt2k21vtuus5 291921 291919 2026-07-05T11:53:19Z Lunlumita 12009 291921 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๑๐๓}}</noinclude>ครั้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ว่าราชการกรมมหาดไทย กรมพระกระลาโหม เปนที่ทรงปฤกษาราชการแผ่นดิน พระองค์เจ้าสุริยวงษ์ ๑ เปนพระองค์เจ้าเคราะห์ร้าย สบายบ้างไม่สบายบ้างแต่เดิมมา ครั้นถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัคไปทำราชการในพระบวรราช ได้เปนกรมหมื่นสวัสดิวิไชย ว่าราชการแทบทุกตำแหน่ง ครั้นมาในแผ่นดินประจุบันนี้ กลับลงมาทำราชการในพระบรมมหาราชวัง ได้เปนกรมหลวงพิเศษศรีสวัสดิ ศุขวัฒนวิไชย พระองค์เจ้าดารากร เปนกรมหมื่นศรีสุเทพ ว่าราชการกรมช่าง ๑๐ หมู่ พระองค์เจ้าดวงจักร ๑ ก็เปนพระองค์เจ้าพระเคราะห์ร้าย สบายบ้างไม่สบายบ้าง แต่แขงแรง ได้ราชการ ได้เปนกรมหมื่นณรงค์หริรักษ์ ว่าราชการกรมช่างหล่อ พระองค์เจ้าสุทัศน์ ๑ เปนกรมหมื่นไกรสรวิชิต ได้ว่าราชการคลังเสื้อหมวก คลังศุภรัต แลกรมสังฆการี กรมธรรมการ พระราชธิดาซึ่งควรจะกำหนดออกพระนามนั้น ควรนับ ๙ พระองค์ ๑{{ชว|1em}}พระองค์เจ้านุ่ม เปนผู้ใหญ่กว่าทุกพระองค์บรรดาซึ่งมีพระชนมพรรษาอ่อนกว่าเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพวดีลงมา เจ้าจอมมารดาเปนเจ้าจอมข้าหลวงเดิม เปนญาติเจ้าพระยานครราชสิมา ทอง<noinclude></noinclude> pvitmtg89nv6ow82yv1rdrdtm47math หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/91 250 90119 291720 2026-07-04T15:44:01Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/91]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/94]]: เปลี่ยนชื่อ 291720 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/94]]<noinclude></noinclude> 70habplgcew1seqwgfaug6poga12cl0 หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/92 250 90120 291726 2026-07-04T15:48:33Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/92]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/95]]: เปลี่ยนชื่อ 291726 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/95]]<noinclude></noinclude> 0ju4v3kpw568t4g9tyc6g81fc1553hd หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/93 250 90121 291731 2026-07-04T16:01:35Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/93]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/96]]: เปลี่ยนชื่อ 291731 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/96]]<noinclude></noinclude> 8xbr8ybn9uezcvo40sm9b0ak2251kud หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/94 250 90122 291737 2026-07-04T16:08:28Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/94]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/97]]: เปลี่ยนชื่อ 291737 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/97]]<noinclude></noinclude> 6zzqpn7xy3akf10as9ys0ndmcvc610z หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/95 250 90123 291744 2026-07-04T16:21:56Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/95]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/98]]: เปลี่ยนชื่อ 291744 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/98]]<noinclude></noinclude> jg87z06jeohcnohhgexgc5un06edmya หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/96 250 90124 291746 2026-07-04T16:22:04Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/96]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/99]]: เปลี่ยนชื่อ 291746 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/99]]<noinclude></noinclude> 7elhg9lefjypg7chhjxvlwmh7qoicjv หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/97 250 90125 291748 2026-07-04T16:22:16Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/97]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/100]]: เปลี่ยนชื่อ 291748 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/100]]<noinclude></noinclude> esc8lhujsovxox330uqzlnfxrklum38 หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/98 250 90126 291750 2026-07-04T16:22:25Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/98]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/101]]: เปลี่ยนชื่อ 291750 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/101]]<noinclude></noinclude> 4mf089mugsvmzs4pmmn9nre1v07t9s9 หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/122 250 90127 291766 2026-07-04T16:36:13Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/122]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/125]]: เปลี่ยนชื่อ 291766 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/125]]<noinclude></noinclude> m153g254vuhq5j7um8mi363jtp6ypp8 หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/123 250 90128 291771 2026-07-04T16:39:28Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/123]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/126]]: เปลี่ยนชื่อ 291771 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/126]]<noinclude></noinclude> a6t8fiaq2feoysyn3uy9o7vehpz3i42 หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/124 250 90129 291776 2026-07-04T16:43:10Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/124]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/127]]: เปลี่ยนชื่อ 291776 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/127]]<noinclude></noinclude> j0qmfbgpslwu7t6z1fl9axv2gkjudx6 หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/125 250 90130 291782 2026-07-04T16:47:26Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/125]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/128]]: ทับศัพท์ 291782 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/128]]<noinclude></noinclude> 9sq28jyy0es1s17vwe67h4rchzv3vpc หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/126 250 90131 291788 2026-07-04T16:51:29Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/126]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/129]]: เปลี่ยนชื่อ 291788 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/129]]<noinclude></noinclude> t58ne5w3uq6oyc4sp7lrm0vfpfkliul หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/127 250 90132 291794 2026-07-05T04:57:18Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/127]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/130]]: เปลี่ยนชื่อ 291794 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/130]]<noinclude></noinclude> 2tw3ihnq7thofwspvlkzyczrn9gwqi3 หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/128 250 90133 291799 2026-07-05T05:02:09Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/128]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/131]]: เปลี่ยนชื่อ 291799 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/131]]<noinclude></noinclude> rp61uale35k5b8d9c5bp0aio29654uz หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/129 250 90134 291804 2026-07-05T05:08:00Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/129]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/132]]: เปลี่ยนชื่อ 291804 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/132]]<noinclude></noinclude> j2aa15lkw47fxlweekcbzupjiiou8eu หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/130 250 90135 291806 2026-07-05T05:08:07Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/130]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/133]]: เปลี่ยนชื่อ 291806 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/133]]<noinclude></noinclude> p0e0juyte0r6uy0n9yes5cmrgzyf5t6 หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/131 250 90136 291808 2026-07-05T05:08:14Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/131]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/134]]: เปลี่ยนชื่อ 291808 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/134]]<noinclude></noinclude> 0e8r0wa5pd4fl70xyfrldea618hjtz3 หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/132 250 90137 291810 2026-07-05T05:08:22Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/132]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/135]]: เปลี่ยนชื่อ 291810 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/135]]<noinclude></noinclude> 2i07at6g6ny0c1fvc2k01gtkvie1h0v หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/133 250 90138 291812 2026-07-05T05:08:30Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/133]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/136]]: เปลี่ยนชื่อ 291812 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/136]]<noinclude></noinclude> 6vktaf3heecuplhynbd1rkxdnxvcvg7 หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/99 250 90139 291828 2026-07-05T05:28:46Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/99]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/102]]: เปลี่ยนชื่อ 291828 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/102]]<noinclude></noinclude> 4yj0wncai925oa472c4wqndkbbcrstw หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/100 250 90140 291834 2026-07-05T05:34:18Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/100]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/103]]: เปลี่ยนชื่อ 291834 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/103]]<noinclude></noinclude> j399ihg8j35lo8dveh7k7na81769nlp หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/101 250 90141 291838 2026-07-05T05:37:25Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/101]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/104]]: เปลี่ยนชื่อ 291838 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/104]]<noinclude></noinclude> 9pu7lepziena5bsn21bzns6va9y1f2y หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/102 250 90142 291842 2026-07-05T05:40:58Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/102]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/105]]: เปลี่ยนชื่อ 291842 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/105]]<noinclude></noinclude> oqda9xspcwl7snhehasx3jjn8hpmyo2 หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/103 250 90143 291848 2026-07-05T05:43:53Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/103]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/106]]: เปลี่ยนชื่อ 291848 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/106]]<noinclude></noinclude> llsqxuzj905awf04e278a3akqp4e4xo หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/104 250 90144 291853 2026-07-05T05:52:04Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/104]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/107]]: เปลี่ยนชื่อ 291853 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/107]]<noinclude></noinclude> 8lwagyemvuliuxrl88x1g39rqxhg95c หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/105 250 90145 291858 2026-07-05T07:46:14Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/105]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/108]]: เปลี่ยนชื่อ 291858 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/108]]<noinclude></noinclude> h9163sdpa5g6855d0k68mpmyb4ordut หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/106 250 90146 291863 2026-07-05T07:48:28Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/106]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/109]]: เปลี่ยนชื่อ 291863 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/109]]<noinclude></noinclude> lvhqgk9ch4l6fzbhsm5fpenxxtrx3bp หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/107 250 90147 291867 2026-07-05T07:50:32Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/107]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/110]]: เปลี่ยนชื่อ 291867 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/110]]<noinclude></noinclude> c8w5k34ghr9drc61eqdq5jiptc55oex หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/108 250 90148 291873 2026-07-05T07:52:45Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/108]] ไปยัง [[หน้า:Rachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/111]]: เปลี่ยนชื่อ 291873 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Rachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/111]]<noinclude></noinclude> myfbtweofal98zfz507egty7jdpb0b1 หน้า:Rachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/111 250 90149 291875 2026-07-05T07:53:03Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:Rachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/111]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/111]]: แก้ไขการพิมพ์หรือการสะกด 291875 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/111]]<noinclude></noinclude> rotb74tgc7qq19dhz5bkw8ca7dft1la 291876 291875 2026-07-05T07:53:49Z Lunlumita 12009 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ ลบการเปลี่ยนทางไป [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/111]] 291876 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ลบ|อ2 – การเปลี่ยนทางที่ไม่จำเป็น (เนื่องจากสะกดผิด)}} #เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/111]]<noinclude></noinclude> ejqy8c08td8ums9ecrucenglnh33dde หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/109 250 90150 291882 2026-07-05T07:58:57Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/109]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/112]]: เปลี่ยนชื่อ 291882 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/112]]<noinclude></noinclude> 2exifeg1cxj5ura2zejnarhveudkcjk หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/110 250 90151 291887 2026-07-05T08:01:00Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/110]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/113]]: เปลี่ยนชื่อ 291887 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/113]]<noinclude></noinclude> 5iw0mhzhjfdlgcc8sjmeycxeyuqnvs7 หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/111 250 90152 291893 2026-07-05T08:04:23Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/111]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/114]]: เปลี่ยนชื่อ 291893 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/114]]<noinclude></noinclude> psgqniaibsqhghjtdcanmpre5m27brf หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/112 250 90153 291900 2026-07-05T08:07:03Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/112]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/115]]: เปลี่ยนชื่อ 291900 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/115]]<noinclude></noinclude> giucmdq22u8zytuz70fj5p67l95nqk1 หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/113 250 90154 291905 2026-07-05T08:09:26Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/113]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/116]]: เปลี่ยนชื่อ 291905 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/116]]<noinclude></noinclude> 1a1xill26s7etbj2wqmz592olvshtd1 หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/114 250 90155 291910 2026-07-05T11:39:39Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/114]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/117]]: เปลี่ยนชื่อ 291910 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/117]]<noinclude></noinclude> 3gkbwh0s9e0zcj4p0dgs6kvb0ugd82z หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/115 250 90156 291916 2026-07-05T11:51:09Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/115]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/118]]: เปลี่ยนชื่อ 291916 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/118]]<noinclude></noinclude> as7nqrw9wt1vuxbit3bok4xpprwmkcb หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/116 250 90157 291920 2026-07-05T11:52:58Z Lunlumita 12009 Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๘) - ๒๔๖๐.pdf/116]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/119]]: เปลี่ยนชื่อ 291920 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/119]]<noinclude></noinclude> 6qnf81odru8s8vqk5bnrjb0a0tj2dt1