วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.10
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
หน้า:Prachum Phongsawadan (08) 2460.djvu/16
250
37850
292269
291447
2026-07-08T12:12:47Z
Lunlumita
12009
292269
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ก|สารบาน|140}}
{| align=center
|-style="vertical-align:top;"
| ๑
| rowspan=5 |
| {{ลปชพ|สบ|ภ=8|ร=1|ช=จดหมายเหตุโหร}}
| width=40em rowspan=5 |
| style="text-align:center;" |น่า
| rowspan=5 |
| style="text-align:right;" |๑
|-style="vertical-align:top;"
| ๒
| {{ลปชพ|สบ|ภ=8|ร=2|ช=จดหมายเหตุของจมื่นก่งศิลป์}}
| style="text-align:center;" |”
| style="text-align:right;" |๒๖
|-style="vertical-align:top;"
| ๓
| {{ลปชพ|สบ|ภ=8|ร=3|ช=พระราชพงษาวดารกรุงเก่า ฉบับพระจักรพรรดิพงษ์ (จาด)}}
| style="text-align:center;" |”
| style="text-align:right;" |๖๗
|-style="vertical-align:top;"
| ๔
| {{ลปชพ|สบ|ภ=8|ร=4|ช=พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๔ เรื่องปฐมวงษ์}}
| style="text-align:center;" |”
| style="text-align:right;" |๘๖
|-style="vertical-align:top;"
| ๕
| {{ลปชพ|สบ|ภ=8|ร=5|ช=ตำนานพระโกษฐ}}
| style="text-align:center;" |”
| style="text-align:right;" |๑๐๙
|-
|}<noinclude></noinclude>
767g5oeuorg9mrvq4sfsaxferpk44ii
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/14
250
42684
292271
228061
2026-07-08T12:13:41Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/11]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/14]]: เปลี่ยนชื่อ
228061
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" /></noinclude>{{ก|พงษาวดารเมืองปัตตานี|140}}
{{สต|7em}}
{{ฟม}}เดิมเมืองแขกเมื่อครั้งยังเเปนเมืองปัตตานีเมืองเดียว เจ้าเมืองแลภรรยาชื่อมิได้ปรากฎ ได้ความว่า มีแต่บุตรผู้ชายคนหนึ่งแต่ยังเล็ก ครั้นอยู่มาเจ้าเมืองปัตตานีตายลง ภรรยาของพระยาปัตตานีก็ว่าการเปนเจ้าเมืองแทนขึ้น เวลานั้นบ้านเมืองหรือที่เรียกกันว่าเมืองปัตตานีนั้นตั้งอยู่ในตำบลบ้านมะนา ติดต่อกันกับบ้านโต๊ะโสม บ้านกะเสะ ฝ่ายตวันออกแต่บ้านพระยาปัตตานีเดี๋ยวนี้ห่างกันทางประมาณสี่สิบเส้นเศษ ริมทางที่จะไปเมืองยิริง ในระหว่างภรรยาเจ้าเมืองปัตตานีว่าการเปนเจ้าเมืองอยู่นั้น สมมุติเรียกกันว่านางพระยาปัตตานี ศรีตวันกรมการพลเมืองในอาณาเขตรเมืองปัตตานีก็อยู่ในบังคับบัญชานางพระยาปัตตานีเรียบร้อยเหมือนอย่างพระยาปัตตานีสามีว่าการอยู่แต่ก่อน นางพระยาปัตตานีได้จัดแจงหล่อปืนทองเหลืองใหญ่ไว้สามกะบอก ตำบลที่หล่อปืนนั้นริมบ้านกะเสะ ก่อด้วยอิฐเปนรูปโบถขึ้นหลังหนึ่งสามห้องเฉลียงรอบ แม่ประธานกว้างประมาณหกศอก ยาวสิ้นตัวเฉลียงสี่วาเศษ เครื่องบนแลพื้นในเวลาชี้ชำรุดหมด ยังเหลือแต่ฝาผนัง แลฝาผนังเฉลียงนั้นก่อเปนโค้งทั้งสี่ด้าน พื้นแม่ประธานสูงประมาณสอกศอกเศษ พื้นเฉลียงสูงประมาณสองศอก ที่สุเหร่าก่อด้วยอิฐนี้ มลายูในแหลมปัตตานีเรียกชื่อว่าสับเฆ็ด ห่างจากสับเฆ็ดนี้ไปฝ่ายทิศตวันออกเฉียงเหนือประมาณสองเส้นเศษ เปน<noinclude>{{ก|๑}}</noinclude>
o9nannfobhkd2h1qeeaagoijv24x79y
292273
292271
2026-07-08T12:16:12Z
Lunlumita
12009
292273
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" /></noinclude>{{ก|พงษาวดารเมืองปัตตานี|140}}
{{สต|7em}}
{{ฟม}}เดิมเมืองแขกเมื่อครั้งยังเเปนเมืองปัตตานีเมืองเดียว เจ้าเมืองแลภรรยาชื่อมิได้ปรากฎ ได้ความว่ามีแต่บุตรผู้ชายคนหนึ่งแต่ยังเล็ก ครั้นอยู่มาเจ้าเมืองปัตตานีตายลง ภรรยาของพระยาปัตตานีก็ว่าการเปนเจ้าเมืองแทนขึ้น เวลานั้นบ้านเมืองหรือที่เรียกกันว่าเมืองปัตตานีนั้นตั้งอยู่ในตำบลบ้านมะนา ติดต่อกันกับบ้านโต๊ะโสม บ้านกะเสะ ฝ่ายตวันออกแต่บ้านพระยาปัตตานีเดี๋ยวนี้ห่างกันทางประมาณสี่สิบเส้นเศษ ริมทางที่จะไปเมืองยิริง ในระหว่างภรรยาเจ้าเมืองปัตตานีว่าการเปนเจ้าเมืองอยู่นั้น สมมุติเรียกกันว่านางพระยาปัตตานี ศรีตวันกรมการพลเมืองในอาณาเขตรเมืองปัตตานีก็อยู่ในบังคับบัญชานางพระยาปัตตานีเรียบร้อยเหมือนอย่างพระยาปัตตานีสามีว่าการอยู่แต่ก่อน นางพระยาปัตตานีได้จัดแจงหล่อปืนทองเหลืองใหญ่ไว้สามกะบอก ตำบลที่หล่อปืนนั้นริมบ้านกะเสะ ก่อด้วยอิฐเปนรูปโบถขึ้นหลังหนึ่งสามห้องเฉลียงรอบ แม่ประธานกว้างประมาณหกศอก ยาวสิ้นตัวเฉลียงสี่วาเศษ เครื่องบนแลพื้นในเวลานี้ชำรุดหมด ยังเหลือแต่ฝาผนัง แลฝาผนังเฉลียงนั้นก่อเปนโค้งทั้งสี่ด้าน พื้นแม่ประธานสูงประมาณสอกศอกเศษ พื้นเฉลียงสูงประมาณสองศอก ที่สุเหร่าก่อด้วยอิฐนี้ มลายูในแหลมปัตตานีเรียกชื่อว่าสับเฆ็ด ห่างจากสับเฆ็ดนี้ไปฝ่ายทิศตวันออกเฉียงเหนือประมาณสองเส้นเศษ เปน<noinclude>{{ก|๑}}</noinclude>
ba433fjjpiowe0t8n7mrg3k10npsel1
292274
292273
2026-07-08T12:16:23Z
Lunlumita
12009
/* Validated */
292274
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ก|พงษาวดารเมืองปัตตานี|140}}
{{สต|7em}}
{{ฟม}}เดิมเมืองแขกเมื่อครั้งยังเเปนเมืองปัตตานีเมืองเดียว เจ้าเมืองแลภรรยาชื่อมิได้ปรากฎ ได้ความว่ามีแต่บุตรผู้ชายคนหนึ่งแต่ยังเล็ก ครั้นอยู่มาเจ้าเมืองปัตตานีตายลง ภรรยาของพระยาปัตตานีก็ว่าการเปนเจ้าเมืองแทนขึ้น เวลานั้นบ้านเมืองหรือที่เรียกกันว่าเมืองปัตตานีนั้นตั้งอยู่ในตำบลบ้านมะนา ติดต่อกันกับบ้านโต๊ะโสม บ้านกะเสะ ฝ่ายตวันออกแต่บ้านพระยาปัตตานีเดี๋ยวนี้ห่างกันทางประมาณสี่สิบเส้นเศษ ริมทางที่จะไปเมืองยิริง ในระหว่างภรรยาเจ้าเมืองปัตตานีว่าการเปนเจ้าเมืองอยู่นั้น สมมุติเรียกกันว่านางพระยาปัตตานี ศรีตวันกรมการพลเมืองในอาณาเขตรเมืองปัตตานีก็อยู่ในบังคับบัญชานางพระยาปัตตานีเรียบร้อยเหมือนอย่างพระยาปัตตานีสามีว่าการอยู่แต่ก่อน นางพระยาปัตตานีได้จัดแจงหล่อปืนทองเหลืองใหญ่ไว้สามกะบอก ตำบลที่หล่อปืนนั้นริมบ้านกะเสะ ก่อด้วยอิฐเปนรูปโบถขึ้นหลังหนึ่งสามห้องเฉลียงรอบ แม่ประธานกว้างประมาณหกศอก ยาวสิ้นตัวเฉลียงสี่วาเศษ เครื่องบนแลพื้นในเวลานี้ชำรุดหมด ยังเหลือแต่ฝาผนัง แลฝาผนังเฉลียงนั้นก่อเปนโค้งทั้งสี่ด้าน พื้นแม่ประธานสูงประมาณสอกศอกเศษ พื้นเฉลียงสูงประมาณสองศอก ที่สุเหร่าก่อด้วยอิฐนี้ มลายูในแหลมปัตตานีเรียกชื่อว่าสับเฆ็ด ห่างจากสับเฆ็ดนี้ไปฝ่ายทิศตวันออกเฉียงเหนือประมาณสองเส้นเศษ เปน<noinclude>{{ก|๑}}</noinclude>
ddelq5jrxwoxobvc7iq0fatrvw3wg1t
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/3
250
70728
292243
227967
2026-07-08T11:59:04Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/1]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/3]]: เปลี่ยนชื่อ
227967
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="0" user="Librovore" /></noinclude><noinclude></noinclude>
82ghries9my6qevvy2iylzbu55ch8hq
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/6
250
70732
292245
292241
2026-07-08T12:00:43Z
Lunlumita
12009
292245
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librovore" />{{ก|(๓)}}</noinclude>นารายน์มหาราชได้จดไว้ กล่าวต้องกันว่าประเพณีการปกครองเมืองปัตตานีเลือกผู้หญิงในวงษ์ตระกูลเจ้าเมืองซึ่งมีอายุมากจนพ้นเขตรที่จะมีบุตรได้เปนนางพระยาว่าราชการเมืองสืบ ๆ กันมา ประเพณีอย่างนี้ใช้ในบางเมืองในเกาะสุมาตราก่อน แล้วพวกเมืองตานีจึงเอาอย่างมาใช้ พึ่งเลิกประเพณีนี้ในชั้นกรุงศรีอยุทธยาเปนราชธานี ในตอนหลัง ๆ อิกข้อ ๑ ซึ่งกล่าวด้วยการตั้งข้าราชการไทยไปเปนพระยาปัตตานีเมื่อในรัชกาลที่ ๑ ตลอดมาจนเรื่องแยกเมืองปัตตานีออกเปน ๗ หัวเมืองนั้น ความคลาศกับหนังสือพระราชพงษาวดารอยู่ เรื่องเมืองปัตตานีว่าโดยใจความเปนดังนี้ เมื่อกรุงเก่าเสียแก่พม่าข้าศึก บรรดาหัวเมืองแขกมลายูที่เคยขึ้นกรุงศรีอยุทธยาพากันตั้งเปนอิศร ครั้งกรุงธนบุรียังไม่ได้ปราบปรามลงได้ดังแต่ก่อน มาจนในรัชกาลที่ ๑ กรุงรัตนโกสินทร เมื่อปีมเสงสัปตศก พ.ศ. ๒๓๒๘ พม่ายกกองทัพใหญ่เข้ามาตีสยามประเทศทุกทิศทุกทาง เมื่อไทยรบชนะพม่าที่เข้ามาทางเมืองกาญจนบุรี แลที่ลงมาทางเหนือ ตีแตกกลับไปแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมีรับสั่งให้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทเสด็จยกทัพหลวงลงไปปราบปรามพม่าทางหัวเมืองปักษ์ใต้ เมื่อตีกองทัพพม่าแตกกลับไปหมดแล้ว กรมพระราชวังบวรฯ เสด็จลงไปประทับอยู่ที่เมืองสงขลา มีรับสั่งออกไปถึงบรรดาหัวเมืองแขกมลายูซึ่งเคยขึ้นกรุงศรีอยุทธยาให้มาอ่อนน้อมดังแต่ก่อน พระยาไทรบุรี พระยาตรังกานู ยอมอ่อนน้อมโดยดี แต่พระยาปัตตานีขัดแขงไม่มาอ่อนน้อม กรมพระราชวังบวรฯ จึงมีรับสั่งให้<noinclude></noinclude>
gghi9qabyjz221z0bbkgdxzcrsgtljb
292246
292245
2026-07-08T12:00:53Z
Lunlumita
12009
/* Validated */
292246
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|(๓)}}</noinclude>นารายน์มหาราชได้จดไว้ กล่าวต้องกันว่าประเพณีการปกครองเมืองปัตตานีเลือกผู้หญิงในวงษ์ตระกูลเจ้าเมืองซึ่งมีอายุมากจนพ้นเขตรที่จะมีบุตรได้เปนนางพระยาว่าราชการเมืองสืบ ๆ กันมา ประเพณีอย่างนี้ใช้ในบางเมืองในเกาะสุมาตราก่อน แล้วพวกเมืองตานีจึงเอาอย่างมาใช้ พึ่งเลิกประเพณีนี้ในชั้นกรุงศรีอยุทธยาเปนราชธานี ในตอนหลัง ๆ อิกข้อ ๑ ซึ่งกล่าวด้วยการตั้งข้าราชการไทยไปเปนพระยาปัตตานีเมื่อในรัชกาลที่ ๑ ตลอดมาจนเรื่องแยกเมืองปัตตานีออกเปน ๗ หัวเมืองนั้น ความคลาศกับหนังสือพระราชพงษาวดารอยู่ เรื่องเมืองปัตตานีว่าโดยใจความเปนดังนี้ เมื่อกรุงเก่าเสียแก่พม่าข้าศึก บรรดาหัวเมืองแขกมลายูที่เคยขึ้นกรุงศรีอยุทธยาพากันตั้งเปนอิศร ครั้งกรุงธนบุรียังไม่ได้ปราบปรามลงได้ดังแต่ก่อน มาจนในรัชกาลที่ ๑ กรุงรัตนโกสินทร เมื่อปีมเสงสัปตศก พ.ศ. ๒๓๒๘ พม่ายกกองทัพใหญ่เข้ามาตีสยามประเทศทุกทิศทุกทาง เมื่อไทยรบชนะพม่าที่เข้ามาทางเมืองกาญจนบุรี แลที่ลงมาทางเหนือ ตีแตกกลับไปแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมีรับสั่งให้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทเสด็จยกทัพหลวงลงไปปราบปรามพม่าทางหัวเมืองปักษ์ใต้ เมื่อตีกองทัพพม่าแตกกลับไปหมดแล้ว กรมพระราชวังบวรฯ เสด็จลงไปประทับอยู่ที่เมืองสงขลา มีรับสั่งออกไปถึงบรรดาหัวเมืองแขกมลายูซึ่งเคยขึ้นกรุงศรีอยุทธยาให้มาอ่อนน้อมดังแต่ก่อน พระยาไทรบุรี พระยาตรังกานู ยอมอ่อนน้อมโดยดี แต่พระยาปัตตานีขัดแขงไม่มาอ่อนน้อม กรมพระราชวังบวรฯ จึงมีรับสั่งให้<noinclude></noinclude>
69vem69m3wnzdzi34tfeqfqjvz2v98e
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/7
250
70733
292247
227973
2026-07-08T12:01:12Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/6]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/7]]: เปลี่ยนชื่อ
227973
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librovore" />{{ก|(๔)}}</noinclude>กองทัพยกลงไปตีได้เมืองปัตตานี เมื่อตีได้แล้ว ไม่กล่าวไว้ในหนังสือพระราชพงษาวดารว่าได้ทรงตั้งให้ผู้ใดว่าราชการเมืองปัตตานีก็จริง แต่เหตุการที่เกิดภายหลังทำให้เข้าใจว่า ได้ทรงตั้งให้แขกซึ่งเปนเชื้อวงษ์พระยาปัตตานีเดิมเปนผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี พระยาปัตตานีคนนี้ไม่ซื่อตรงต่อกรุงเทพฯ เมื่อปีรกา เอกศก พ.ศ. ๒๓๓๒ มีหนังสือไปชวนองเชียงสือเจ้าอนัมก๊กให้เปนใจเข้ากันมาตีหัวเมืองในพระราชอาณาจักร องเชียงสือบอกความเข้ามากราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต้องยกกองทัพลงไปตีเมืองปัตตานีอิกครั้ง ๑ ที่ตั้งไทยเปนผู้ว่าราชการเมืองปัตตานีตามที่กล่าวในหนังสือของพระยาวิเชียรคิรี เห็นจะตั้งเมื่อตีเมืองปัตตานีได้ครั้งที่ ๒ นี้ ต่อมาในรัชกาลที่ ๒ พม่าคิดจะยกกองทัพเข้ามาตีกรุงสยามอิก พม่าเกลี้ยกล่อมพระยาไทรบุรี ๆ เอาใจไปเผื่อแก่พม่าข้าศึก เลยยุยงพวกมลายูเมืองปัตตานีให้เปนขบถขึ้นด้วย สาเหตุเนื่องกันดังกล่าวมานี้ จึงได้โปรดให้แยกเมืองปัตตานีเดิมออกเปนแต่เมืองเล็ก ๆ ๗ หัวเมือง แต่วงษ์วานชื่อเสียงผู้ว่าราชการเมืองทั้ง ๗ ตามที่พระยาวิเชียรคิรีจดไว้ในพงษาวดารนี้ ข้าพเจ้าเข้าใจว่าถูกต้อง ด้วยเมืองสงขลาได้กำกับว่ากล่าวมณฑลปัตตานีตลอดมาจนจัดตั้งมณฑลปัตตานีเปนมณฑลเทศาภิบาล ๑ ต่างหากในรัชกาลที่ ๕ เมื่อปี มเมียอัฐศก พ.ศ. ๒๔๔๙
เรื่องพงษาวดารเมืองสงขลานั้น ที่จริงพระยาวิเชียรคิรี (ชม) ตั้งใจจะกล่าวถึงพงษาวดารตระกูลณะสงขลา ยิ่งกว่าจะแต่งเปนพงษาวดาร<noinclude></noinclude>
s8gk38y4h4ui9p7uzfjotmfn8khhuv6
292249
292247
2026-07-08T12:02:44Z
Lunlumita
12009
292249
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librovore" />{{ก|(๔)}}</noinclude>กองทัพยกลงไปตีได้เมืองปัตตานี เมื่อตีได้แล้ว ไม่กล่าวไว้ในหนังสือพระราชพงษาวดารว่าได้ทรงตั้งให้ผู้ใดว่าราชการเมืองปัตตานีก็จริง แต่เหตุการที่เกิดภายหลังทำให้เข้าใจว่าได้ทรงตั้งให้แขกซึ่งเปนเชื้อวงษ์พระยาปัตตานีเดิมเปนผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี พระยาปัตตานีคนนี้ไม่ซื่อตรงต่อกรุงเทพฯ เมื่อปีรกาเอกศก พ.ศ. ๒๓๓๒ มีหนังสือไปชวนองเชียงสือเจ้าอนัมก๊กให้เปนใจเข้ากันมาตีหัวเมืองในพระราชอาณาจักร องเชียงสือบอกความเข้ามากราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต้องยกกองทัพลงไปตีเมืองปัตตานีอิกครั้ง ๑ ที่ตั้งไทยเปนผู้ว่าราชการเมืองปัตตานีตามที่กล่าวในหนังสือของพระยาวิเชียรคิรี เห็นจะตั้งเมื่อตีเมืองปัตตานีได้ครั้งที่ ๒ นี้ ต่อมาในรัชกาลที่ ๒ พม่าคิดจะยกกองทัพเข้ามาตีกรุงสยามอิก พม่าเกลี้ยกล่อมพระยาไทรบุรี ๆ เอาใจไปเผื่อแผ่แก่พม่าข้าศึก เลยยุยงพวกมลายูเมืองปัตตานีให้เปนขบถขึ้นด้วย สาเหตุเนื่องกันดังกล่าวมานี้ จึงได้โปรดให้แยกเมืองปัตตานีเดิมออกเปนแต่เมืองเล็ก ๆ ๗ หัวเมือง แต่วงษ์วานชื่อเสียงผู้ว่าราชการเมืองทั้ง ๗ ตามที่พระยาวิเชียรคิรีจดไว้ในพงษาวดารนี้ ข้าพเจ้าเข้าใจว่าถูกต้อง ด้วยเมืองสงขลาได้กำกับว่ากล่าวมณฑลปัตตานีตลอดมาจนจัดตั้งมณฑลปัตตานีเปนมณฑลเทศาภิบาล ๑ ต่างหากในรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีมเมียอัฐศก พ.ศ. ๒๔๔๙
เรื่องพงษาวดารเมืองสงขลานั้น ที่จริงพระยาวิเชียรคิรี (ชม) ตั้งใจจะกล่าวถึงพงษาวดารตระกูลณะสงขลา ยิ่งกว่าจะแต่งเปนพงษาวดาร<noinclude></noinclude>
tad7umnuej5krkatc8tllzv7da52zvj
292250
292249
2026-07-08T12:03:02Z
Lunlumita
12009
/* Validated */
292250
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|(๔)}}</noinclude>กองทัพยกลงไปตีได้เมืองปัตตานี เมื่อตีได้แล้ว ไม่กล่าวไว้ในหนังสือพระราชพงษาวดารว่าได้ทรงตั้งให้ผู้ใดว่าราชการเมืองปัตตานีก็จริง แต่เหตุการที่เกิดภายหลังทำให้เข้าใจว่าได้ทรงตั้งให้แขกซึ่งเปนเชื้อวงษ์พระยาปัตตานีเดิมเปนผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี พระยาปัตตานีคนนี้ไม่ซื่อตรงต่อกรุงเทพฯ เมื่อปีรกาเอกศก พ.ศ. ๒๓๓๒ มีหนังสือไปชวนองเชียงสือเจ้าอนัมก๊กให้เปนใจเข้ากันมาตีหัวเมืองในพระราชอาณาจักร องเชียงสือบอกความเข้ามากราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต้องยกกองทัพลงไปตีเมืองปัตตานีอิกครั้ง ๑ ที่ตั้งไทยเปนผู้ว่าราชการเมืองปัตตานีตามที่กล่าวในหนังสือของพระยาวิเชียรคิรี เห็นจะตั้งเมื่อตีเมืองปัตตานีได้ครั้งที่ ๒ นี้ ต่อมาในรัชกาลที่ ๒ พม่าคิดจะยกกองทัพเข้ามาตีกรุงสยามอิก พม่าเกลี้ยกล่อมพระยาไทรบุรี ๆ เอาใจไปเผื่อแผ่แก่พม่าข้าศึก เลยยุยงพวกมลายูเมืองปัตตานีให้เปนขบถขึ้นด้วย สาเหตุเนื่องกันดังกล่าวมานี้ จึงได้โปรดให้แยกเมืองปัตตานีเดิมออกเปนแต่เมืองเล็ก ๆ ๗ หัวเมือง แต่วงษ์วานชื่อเสียงผู้ว่าราชการเมืองทั้ง ๗ ตามที่พระยาวิเชียรคิรีจดไว้ในพงษาวดารนี้ ข้าพเจ้าเข้าใจว่าถูกต้อง ด้วยเมืองสงขลาได้กำกับว่ากล่าวมณฑลปัตตานีตลอดมาจนจัดตั้งมณฑลปัตตานีเปนมณฑลเทศาภิบาล ๑ ต่างหากในรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีมเมียอัฐศก พ.ศ. ๒๔๔๙
เรื่องพงษาวดารเมืองสงขลานั้น ที่จริงพระยาวิเชียรคิรี (ชม) ตั้งใจจะกล่าวถึงพงษาวดารตระกูลณะสงขลา ยิ่งกว่าจะแต่งเปนพงษาวดาร<noinclude></noinclude>
9pzq71ilwfl7wer8gcow0rqln1ar7wu
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/8
250
70734
292251
227974
2026-07-08T12:03:52Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/7]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/8]]: เปลี่ยนชื่อ
227974
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librovore" />{{ก|(๕)}}</noinclude>เมือง พระยาวิเชียรคิรี (ชม) เคยให้ข้าพเจ้าดูหนังสือเรื่องนี้ แลได้เคยพูดกันถึงเรื่องหนังสือนี้มาตั้งแต่แรกแต่ง เนื้อความตามเรื่องราวที่เปนพงษาวดารเมืองสงขลาเองไม่ตรงตามที่พระยาวิเชียรคิรีกล่าวอยู่หลายแห่ง ข้อนี้จะแลเห็นได้ในหนังสือพระราชพงษาวดารกรุงรัตนโกสินทรรัชกาลที่ ๑ แลหนังสือจดหมายหลวงอุดมสมบัติ ว่าโดยย่อ หัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายตวันตกที่นับว่าเปนเมืองสำคัญแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยามาจนรัชกาลที่ ๑ กรุงรัตนโกสินทรนี้ ๓ เมืองด้วยกัน ข้างเหนือคือเมืองชุมพร เขตรจรดทั้งทเลนอกทเลใน ต่อลงไปถึงเมืองถลางตั้งอยู่ที่เกาะภูเก็จทุกวันนี้ (ซึ่งที่จริงควรจะเรียกว่าเกาะถลาง) รักษาชายพระราชอาณาจักรข้างทเลตวันตก ต่อลงไปถึงเมืองนครศรีธรรมราชใหญ่กว่าทุกเมือง มีเมืองไชยาอยู่ข้างเหนือ เมืองพัทลุงอยู่ข้างใต้ ทั้ง ๒ เมืองนี้แม้ในทำเนียบว่าขึ้นกรุงเทพฯ ตามการที่เปนจริงอยู่ในอำนาจเจ้าพระยานครมิมากก็น้อย เมืองสงขลาบางทีจะเคยเปนเมืองมาแต่โบราณกาล แต่ไม่มีอไรเปนสำคัญนอกจากชื่อ กับที่ฝังศพพระยาแขกแห่ง ๑ ซึ่งเรียกว่า “มรหุ่ม” แต่ทำเลท้องที่ดีในการค้าขายด้วยตั้งอยู่ปากน้ำเมืองพัทลุง สินค้าเข้าออกทางทเลสาบไปมากับเมืองพัทลุงต้องอาไศรยเมืองสงขลาเปนที่ถ่ายลำ พวกจีนจึงมาตั้งค้าขายที่เมืองสงขลา จีนฮกเกี้ยนคน ๑ ในพวกที่มาตั้งค้าขายอยู่เมืองสงขลานั้น ที่เปนต้นตระกูลวงษ์ของพวกณะสงขลา โดยสามิภักดิเข้ารับราชการเปนนายกองส่วยก่อน แล้วมีบำเหน็จความชอบ จึงได้เปนผู้ว่าราชการเมืองสงขลาซึ่งกลับตั้งขึ้นใหม่
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
5h7c4lei04lf9nbtaurz23iowsxdjaw
292253
292251
2026-07-08T12:06:03Z
Lunlumita
12009
/* Validated */
292253
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|(๕)}}</noinclude>เมือง พระยาวิเชียรคิรี (ชม) เคยให้ข้าพเจ้าดูหนังสือเรื่องนี้ แลได้เคยพูดกันถึงเรื่องหนังสือนี้มาตั้งแต่แรกแต่ง เนื้อความตามเรื่องราวที่เปนพงษาวดารเมืองสงขลาเองไม่ตรงตามที่พระยาวิเชียรคิรีกล่าวอยู่หลายแห่ง ข้อนี้จะแลเห็นได้ในหนังสือพระราชพงษาวดารกรุงรัตนโกสินทรรัชกาลที่ ๑ แลหนังสือจดหมายหลวงอุดมสมบัติ ว่าโดยย่อ หัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายตวันตกที่นับว่าเปนเมืองสำคัญแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยามาจนรัชกาลที่ ๑ กรุงรัตนโกสินทรนี้ ๓ เมืองด้วยกัน ข้างเหนือคือเมืองชุมพร เขตรจรดทั้งทเลนอกทเลใน ต่อลงไปถึงเมืองถลางตั้งอยู่ที่เกาะภูเก็จทุกวันนี้ (ซึ่งที่จริงควรจะเรียกว่าเกาะถลาง) รักษาชายพระราชอาณาจักรข้างทเลตวันตก ต่อลงไปถึงเมืองนครศรีธรรมราชใหญ่กว่าทุกเมือง มีเมืองไชยาอยู่ข้างเหนือ เมืองพัทลุงอยู่ข้างใต้ ทั้ง ๒ เมืองนี้แม้ในทำเนียบว่าขึ้นกรุงเทพฯ ตามการที่เปนจริงอยู่ในอำนาจเจ้าพระยานครมิมากก็น้อย เมืองสงขลาบางทีจะเคยเปนเมืองมาแต่โบราณกาล แต่ไม่มีอไรเปนสำคัญนอกจากชื่อ กับที่ฝังศพพระยาแขกแห่ง ๑ ซึ่งเรียกว่า “มรหุ่ม” แต่ทำเลท้องที่ดีในการค้าขายด้วยตั้งอยู่ปากน้ำเมืองพัทลุง สินค้าเข้าออกทางทเลสาบไปมากับเมืองพัทลุงต้องอาไศรยเมืองสงขลาเปนที่ถ่ายลำ พวกจีนจึงมาตั้งค้าขายที่เมืองสงขลา จีนฮกเกี้ยนคน ๑ ในพวกที่มาตั้งค้าขายอยู่เมืองสงขลานั้น ที่เปนต้นตระกูลวงษ์ของพวกณะสงขลา โดยสามิภักดิเข้ารับราชการเปนนายกองส่วยก่อน แล้วมีบำเหน็จความชอบ จึงได้เปนผู้ว่าราชการเมืองสงขลาซึ่งกลับตั้งขึ้นใหม่
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
r22b3cx0hghn4zv0dr3iaisqu4hiznj
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/9
250
70735
292254
227975
2026-07-08T12:06:34Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/8]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/9]]: เปลี่ยนชื่อ
227975
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librovore" />{{ก|(๖)}}</noinclude>ที่เมืองสงขลาเปนเมืองขึ้นเมืองนครศรีธรรมราชนั้น ที่จริงเพราะเหตุ ๒ ประการ คือ
ประการที่ ๑ เปนแต่ที่ประชุมการค้าขาย แรกตั้งขึ้นเปนเมืองอย่างเล็ก ๆ
ประการที่ ๒ ไม่เปนที่มั่นคง ปรากฎในหนังสือพระราชพงษาวดารกรุงรัตนโกสินทรรัชกาลที่ ๑ ว่า แม้แต่แขกสลัดก็เคยมาตีเมืองสงขลาได้ ที่มาตั้งเปนเมืองใหญ่ขึ้นกรุงเทพฯ เปนชั้นหลังมาในปลายรัชกาลที่ ๑ หรือต้นรัชกาลที่ ๒ ภายหลังมาเมื่อเมืองสงขลาเจริญขึ้น ประจวบเวลามีราชการเกี่ยวข้องต้องปราบปรามเมืองไทรบุรีแลเมืองปัตตานี ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ข้างในกรุงเทพฯ จะไม่อยากให้เจ้าพระยานครมีอำนาจมากเกินไป หรือจะเปนด้วยเห็นการลำบากเกินกว่าที่เจ้าพระยานครจะบังคับบัญชาได้เรียบร้อยทั่วไป จึงตั้งเมืองสงขลาให้เปนเมืองใหญ่อิกเมือง ๑ สำหรับตรวจตราดูแลเมืองมลายูข้างฝ่ายตวันออก เมืองนครศรีธรรมราชให้ตรวจตราว่ากล่าวข้างฝ่ายตวันตกอันติดเนื่องกับเขตรแดนอังกฤษ ลักษณการอันเปนพงษาวดารเมืองใจความเปนดังกล่าวมานี้
เรื่องพงษาวดารเชียงใหม่ ซึ่งพระยามหาอำมาตย์ (หรุ่น) แต่งนั้น เปนเรื่องพงษาวดารในตอนกรุงรัตนโกสินทรนี้เอง แต่จะเปนประโยชน์แก่ผู้อ่านให้รู้เรื่องวงษ์ตระกูลของเจ้านายในมณฑลพายัพซึ่งรับราชการอยู่ในเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองนครลำพูนทุกวันนี้ ว่าเกี่ยวดองแลสืบวงษ์ตระกูลมาอย่างใด
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
tjp8pjp2ql04uqdmxq7wpmu3ixi5xo8
292256
292254
2026-07-08T12:07:43Z
Lunlumita
12009
292256
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librovore" />{{ก|(๖)}}</noinclude>ที่เมืองสงขลาเปนเมืองขึ้นเมืองนครศรีธรรมราชนั้น ที่จริงเพราะเหตุ ๒ ประการ คือ
ประการที่ ๑ เปนแต่ที่ประชุมการค้าขาย แรกตั้งขึ้นเปนเมืองอย่างเล็ก ๆ
ประการที่ ๒ ไม่เปนที่มั่นคง ปรากฎในหนังสือพระราชพงษาวดารกรุงรัตนโกสินทรรัชกาลที่ ๑ ว่าแม้แต่แขกสลัดก็เคยมาตีเมืองสงขลาได้ ที่มาตั้งเปนเมืองใหญ่ขึ้นกรุงเทพฯ เปนชั้นหลังมาในปลายรัชกาลที่ ๑ หรือต้นรัชกาลที่ ๒ ภายหลังมาเมื่อเมืองสงขลาเจริญขึ้น ประจวบเวลามีราชการเกี่ยวข้องต้องปราบปรามเมืองไทรบุรีแลเมืองปัตตานี ข้าพเจ้าเข้าใจว่าข้างในกรุงเทพฯ จะไม่อยากให้เจ้าพระยานครมีอำนาจมากเกินไป หรือจะเปนด้วยเห็นการลำบากเกินกว่าที่เจ้าพระยานครจะบังคับบัญชาได้เรียบร้อยทั่วไป จึงตั้งเมืองสงขลาให้เปนเมืองใหญ่อิกเมือง ๑ สำหรับตรวจตราดูแลเมืองมลายูข้างฝ่ายตวันออก เมืองนครศรีธรรมราชให้ตรวจตราว่ากล่าวข้างฝ่ายตวันตกอันติดเนื่องกับเขตรแดนอังกฤษ ลักษณการอันเปนพงษาวดารเมืองใจความเปนดังกล่าวมานี้
เรื่องพงษาวดารเชียงใหม่ ซึ่งพระยามหาอำมาตย์ (หรุ่น) แต่งนั้น เปนเรื่องพงษาวดารในตอนกรุงรัตนโกสินทรนี้เอง แต่จะเปนประโยชน์แก่ผู้อ่านให้รู้เรื่องวงษ์ตระกูลของเจ้านายในมณฑลพายัพซึ่งรับราชการอยู่ในเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองนครลำพูนทุกวันนี้ ว่าเกี่ยวดองแลสืบวงษ์ตระกูลมาอย่างใด
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
6yvcz0ex1s9bo8qcxm6zn5qh9x6mml6
292257
292256
2026-07-08T12:08:09Z
Lunlumita
12009
/* Validated */
292257
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|(๖)}}</noinclude>ที่เมืองสงขลาเปนเมืองขึ้นเมืองนครศรีธรรมราชนั้น ที่จริงเพราะเหตุ ๒ ประการ คือ
ประการที่ ๑ เปนแต่ที่ประชุมการค้าขาย แรกตั้งขึ้นเปนเมืองอย่างเล็ก ๆ
ประการที่ ๒ ไม่เปนที่มั่นคง ปรากฎในหนังสือพระราชพงษาวดารกรุงรัตนโกสินทรรัชกาลที่ ๑ ว่าแม้แต่แขกสลัดก็เคยมาตีเมืองสงขลาได้ ที่มาตั้งเปนเมืองใหญ่ขึ้นกรุงเทพฯ เปนชั้นหลังมาในปลายรัชกาลที่ ๑ หรือต้นรัชกาลที่ ๒ ภายหลังมาเมื่อเมืองสงขลาเจริญขึ้น ประจวบเวลามีราชการเกี่ยวข้องต้องปราบปรามเมืองไทรบุรีแลเมืองปัตตานี ข้าพเจ้าเข้าใจว่าข้างในกรุงเทพฯ จะไม่อยากให้เจ้าพระยานครมีอำนาจมากเกินไป หรือจะเปนด้วยเห็นการลำบากเกินกว่าที่เจ้าพระยานครจะบังคับบัญชาได้เรียบร้อยทั่วไป จึงตั้งเมืองสงขลาให้เปนเมืองใหญ่อิกเมือง ๑ สำหรับตรวจตราดูแลเมืองมลายูข้างฝ่ายตวันออก เมืองนครศรีธรรมราชให้ตรวจตราว่ากล่าวข้างฝ่ายตวันตกอันติดเนื่องกับเขตรแดนอังกฤษ ลักษณการอันเปนพงษาวดารเมืองใจความเปนดังกล่าวมานี้
เรื่องพงษาวดารเชียงใหม่ ซึ่งพระยามหาอำมาตย์ (หรุ่น) แต่งนั้น เปนเรื่องพงษาวดารในตอนกรุงรัตนโกสินทรนี้เอง แต่จะเปนประโยชน์แก่ผู้อ่านให้รู้เรื่องวงษ์ตระกูลของเจ้านายในมณฑลพายัพซึ่งรับราชการอยู่ในเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองนครลำพูนทุกวันนี้ ว่าเกี่ยวดองแลสืบวงษ์ตระกูลมาอย่างใด
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
ez0ubijdokp2xsx9atcwi53j45v7nko
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/10
250
70736
292258
227977
2026-07-08T12:08:32Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/9]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/10]]: เปลี่ยนชื่อ
227977
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librovore" />{{ก|(๗)}}</noinclude>หนังสือพงษาวดารทั้ง ๓ เรื่องเปนหนังสือควรอ่าน ด้วยอาจจะให้ความรู้พิเศษบางอย่างอันมิได้ปรากฎในหนังสืออื่น ควรสรรเสริญพระยาวิเชียรคิรี (ชม) พระยามหาอำมาตย์ (หรุ่น) ที่ได้อุสาหะเรียบเรียงขึ้นไว้ แลควรจะอนุโมทนาการกุศลซึ่งท่านเจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธรฯ ได้ให้พิมพ์หนังสือ ๓ เรื่องนี้ขึ้น ให้เจริญความรู้แพร่หลาย อันนับว่าได้กระทำสารประโยชน์ให้แก่บรรดาผู้จะได้พบอ่านหนังสือเรื่องนี้ทั่วไป
{{กข|[[File:Signature of Prince Damrong (6).svg|170px|ลายมือชื่อของกรมพระดำรงราชานุภาพ]] <br> หอพระสมุดวชิรญาณ <br> วันที่ ๑๗ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๗|center|4em}}<noinclude></noinclude>
hm6bzhf6ubat155exx739ddgu6zgxrq
292260
292258
2026-07-08T12:09:32Z
Lunlumita
12009
292260
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librovore" />{{ก|(๗)}}</noinclude>หนังสือพงษาวดารทั้ง ๓ เรื่องเปนหนังสือควรอ่าน ด้วยอาจจะให้ความรู้พิเศษบางอย่างอันมิได้ปรากฎในหนังสืออื่น ควรสรรเสริญพระยาวิเชียรคิรี (ชม) พระยามหาอำมาตย์ (หรุ่น) ที่ได้อุสาหะเรียบเรียงขึ้นไว้ แลควรจะอนุโมทนาการกุศลซึ่งท่านเจ้าพระยาอภัยราชามหา{{ตตฉ|ยุตีธรรม|ยุติธรรม}}ธรฯ ได้ให้พิมพ์หนังสือ ๓ เรื่องนี้ขึ้น ให้เจริญความรู้แพร่หลาย อันนับว่าได้กระทำสารประโยชน์ให้แก่บรรดาผู้จะได้พบอ่านหนังสือเรื่องนี้ทั่วไป
{{กข|[[File:Signature of Prince Damrong (6).svg|170px|ลายมือชื่อของกรมพระดำรงราชานุภาพ]] <br> หอพระสมุดวชิรญาณ <br> วันที่ ๑๗ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๗|center|4em}}<noinclude></noinclude>
iam82nkttw3oksxbl6mch1ynjff3u0y
292261
292260
2026-07-08T12:09:54Z
Lunlumita
12009
/* Validated */
292261
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|(๗)}}</noinclude>หนังสือพงษาวดารทั้ง ๓ เรื่องเปนหนังสือควรอ่าน ด้วยอาจจะให้ความรู้พิเศษบางอย่างอันมิได้ปรากฎในหนังสืออื่น ควรสรรเสริญพระยาวิเชียรคิรี (ชม) พระยามหาอำมาตย์ (หรุ่น) ที่ได้อุสาหะเรียบเรียงขึ้นไว้ แลควรจะอนุโมทนาการกุศลซึ่งท่านเจ้าพระยาอภัยราชามหา{{ตตฉ|ยุตีธรรม|ยุติธรรม}}ธรฯ ได้ให้พิมพ์หนังสือ ๓ เรื่องนี้ขึ้น ให้เจริญความรู้แพร่หลาย อันนับว่าได้กระทำสารประโยชน์ให้แก่บรรดาผู้จะได้พบอ่านหนังสือเรื่องนี้ทั่วไป
{{กข|[[File:Signature of Prince Damrong (6).svg|170px|ลายมือชื่อของกรมพระดำรงราชานุภาพ]] <br> หอพระสมุดวชิรญาณ <br> วันที่ ๑๗ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๗|center|4em}}<noinclude></noinclude>
7qzjwpg8uhhcg9lnuij6yz5huah4tc0
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/12
250
70737
292262
270539
2026-07-08T12:10:12Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/10]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/11]]: เปลี่ยนชื่อ
270539
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librovore" /></noinclude>{{สบร|width=50%}}
{{สถก|สารบาน|140|4}}
{{สถ2จ11|{{ลปชพ|สบ|ภ=3|ร=1|ช=พงษาวดารเมืองปัตตานี}}|น่า|๑|dottext=}}
{{สถ2จ11|{{ลปชพ|สบ|ภ=3|ร=2|ช=พงษาวดารเมืองสงขลา}}|น่า|๓๐|dottext=}}
{{สถ2จ11|{{ลปชพ|สบ|ภ=3|ร=3|ช=พงษาวดารเมืองนครเชียงใหม่}}|น่า|๗๔|dottext=}}
{{สบจ}}<noinclude></noinclude>
539oy8p7z6om698x2sw0sb699xxq630
292264
292262
2026-07-08T12:10:35Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/11]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/12]]: เปลี่ยนชื่อ
270539
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librovore" /></noinclude>{{สบร|width=50%}}
{{สถก|สารบาน|140|4}}
{{สถ2จ11|{{ลปชพ|สบ|ภ=3|ร=1|ช=พงษาวดารเมืองปัตตานี}}|น่า|๑|dottext=}}
{{สถ2จ11|{{ลปชพ|สบ|ภ=3|ร=2|ช=พงษาวดารเมืองสงขลา}}|น่า|๓๐|dottext=}}
{{สถ2จ11|{{ลปชพ|สบ|ภ=3|ร=3|ช=พงษาวดารเมืองนครเชียงใหม่}}|น่า|๗๔|dottext=}}
{{สบจ}}<noinclude></noinclude>
539oy8p7z6om698x2sw0sb699xxq630
292270
292264
2026-07-08T12:13:06Z
Lunlumita
12009
/* Validated */
292270
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" /></noinclude>{{สบร|width=50%}}
{{สถก|สารบาน|140|4}}
{{สถ2จ11|{{ลปชพ|สบ|ภ=3|ร=1|ช=พงษาวดารเมืองปัตตานี}}|น่า|๑|dottext=}}
{{สถ2จ11|{{ลปชพ|สบ|ภ=3|ร=2|ช=พงษาวดารเมืองสงขลา}}|น่า|๓๐|dottext=}}
{{สถ2จ11|{{ลปชพ|สบ|ภ=3|ร=3|ช=พงษาวดารเมืองนครเชียงใหม่}}|น่า|๗๔|dottext=}}
{{สบจ}}<noinclude></noinclude>
nqml73azoi7syn92bqypko7rfk1jich
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/13
250
70778
292267
228062
2026-07-08T12:11:14Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/123]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/13]]: เปลี่ยนชื่อ
228062
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="0" user="Librovore" /></noinclude><noinclude></noinclude>
82ghries9my6qevvy2iylzbu55ch8hq
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/15
250
80165
292275
264486
2026-07-08T14:03:56Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/12]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/15]]: เปลี่ยนชื่อ
264486
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒}}</noinclude>รอยเตาที่หล่อปืนดินที่สุกเปนรอยเค้าเตาอยู่ต้นไม้แลหญ้าไม่ได้ขึ้น กว้างประมาณแปดศอกเศษสี่เหลี่ยม พลเมืองในปัตตานีได้ทราบกันทั่วไปมาจนเดี๋ยวนี้ ว่าเปนที่หล่อปืน แลนายช่างผู้ที่หล่อปืนสามกะบอกนั้น สืบได้ความว่าเดินเปนจีนมาจากเมืองจีน เปนชาติหกเคี้ยนแส้หลิมชื่อเคี่ยม เข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านกะเสะ จีนเคี่ยมคนนี้มาได้ภรรยามลายู จีนเคี่ยมก็เลยเข้าสาสนามาลายูเสียด้วย พวกมลายูสมมุติเรียกกันว่าหลิมโต๊ะเคี่ยมตลอดต่อมาจนถึงทุกวันนี้ แลในตำบลบ้านกะเสะซึ่งหลิมโต๊ะเคี่ยมอยู่มาก่อนนั้น พลเมืองที่อยู่ต่อมาจนเดี๋ยวนี้ ยังนับถือหลิมโต๊ะเคี่ยมว่าเปนต้นตระกูลของพวกหมู่บ้านนั้น แลยังกล่าวกันอยู่เนือง ๆ ว่าเดิมเปนจีน หลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างหล่อปืนนี้มาอยู่ในเมืองปัตตานีหลายปี น้องสาวหลิมโต๊ะเคี่ยมชื่อเก๊าเนี่ยวตามมาจากเมืองจีน มาปะหลิมโต๊ะเคี่ยมที่เมืองปัตตานี อยู่เฝ้าอ้อนวอนหลิมโต๊ะเคี่ยมให้ละเสียจากเพศมลายูกลับไปเมืองจีน หลิมโต๊ะเคี่ยมก็ไม่ยอมไป เก๊าเนี่ยวซึ่งเปนน้องสาวแต่เฝ้าอ้อนวอนหลิมโต๊ะเคี่ยมมานั้นประมาณหลายปี หลิมโต๊ะเคี่ยมก็ไม่ยอมไปแขงอยู่ เก๊าเนี่ยวซึ่งเปนน้อง มีความเสียใจหลิมโต๊ะเคี่ยมผู้พี่ชายผูกคอตายเสีย ครั้นเก๊าเนี่ยวน้องสาวผูกฅอตายแล้ว หลิมโต๊ะเคี่ยมผู้พี่ก็จัดแจงศพเก๊าเนี่ยว น้องสาวฝังไว้ที่ในตำบลบ้านกะเสะ ทำเปนฮ่องสุยปรากฏอยู่ตลอดมาจนเดี๋ยวนี้ พวกจีนก็เลยนับถือว่าเปนผู้หญิงบริสุทธิ์อย่างหนึ่ง เปนคนรักชาติตระกูลอย่างหนึ่ง ได้มีการเส้นไหว้เสมอทุกปีมิได้ขาดที่ศพเก๊าเนี่ยวนี้
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
95zl2l3zvncnk1zuiietcze548udiv3
292297
292275
2026-07-08T14:10:47Z
Lunlumita
12009
292297
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒}}</noinclude>รอยเตาที่หล่อปืนดินที่สุกเปนรอยเค้าเตาอยู่ต้นไม้แลหญ้าไม่ได้ขึ้น กว้างประมาณแปดศอกเศษสี่เหลี่ยม พลเมืองในปัตตานีได้ทราบกันทั่วไปมาจนเดี๋ยวนี้ว่าเปนที่หล่อปืน แลนายช่างผู้ที่หล่อปืนสามกะบอกนั้น สืบได้ความว่าเดิมเปนจีนมาจากเมืองจีน เปนชาติหกเคี้ยน แส้หลิม ชื่อเคี่ยม เข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านกะเสะ จีนเคี่ยมคนนี้มาได้ภรรยามลายู จีนเคี่ยมก็เลยเข้าสาสนามลายูเสียด้วย พวกมลายูสมมุติเรียกกันว่าหลิมโต๊ะเคี่ยมตลอดต่อมาจนถึงทุกวันนี้ แลในตำบลบ้านกะเสะซึ่งหลิมโต๊ะเคี่ยมอยู่มาก่อนนั้น พลเมืองที่อยู่ต่อมาจนเดี๋ยวนี้ยังนับถือหลิมโต๊ะเคี่ยมว่าเปนต้นตระกูลของพวกหมู่บ้านนั้น แลยังกล่าวกันอยู่เนือง ๆ ว่าเดิมเปนจีน หลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างหล่อปืนนี้มาอยู่ในเมืองปัตตานีหลายปี น้องสาวหลิมโต๊ะเคี่ยมชื่อเก๊าเนี่ยวตามมาจากเมืองจีน มาปะหลิมโต๊ะเคี่ยมที่เมืองปัตตานี อยู่เฝ้าอ้อนวอนหลิมโต๊ะเคี่ยมให้ละเสียจากเพศมลายูกลับไปเมืองจีน หลิมโต๊ะเคี่ยมก็ไม่ยอมไป เก๊าเนี่ยวซึ่งเปนน้องสาวแต่เฝ้าอ้อนวอนหลิมโต๊ะเคี่ยมมานั้นประมาณหลายปี หลิมโต๊ะเคี่ยมก็ไม่ยอมไปแขงอยู่ เก๊าเนี่ยวซึ่งเปนน้อง มีความเสียใจหลิมโต๊ะเคี่ยมผู้พี่ชายผูกคอตายเสีย ครั้นเก๊าเนี่ยวน้องสาวผูกฅอตายแล้ว หลิมโต๊ะเคี่ยมผู้พี่ก็จัดแจงศพเก๊าเนี่ยว น้องสาวฝังไว้ที่ในตำบลบ้านกะเสะ ทำเปนฮ่องสุยปรากฏอยู่ตลอดมาจนเดี๋ยวนี้ พวกจีนก็เลยนับถือว่าเปนผู้หญิงบริสุทธิ์อย่างหนึ่ง เปนคนรักชาติตระกูลอย่างหนึ่ง ได้มีการเส้นไหว้เสมอทุกปีมิได้ขาดที่ศพเก๊าเนี่ยวนี้
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
k4zvi2rsgnwftxknebml6nvclii44ve
292298
292297
2026-07-08T14:13:47Z
Lunlumita
12009
292298
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒}}</noinclude>รอยเตาที่หล่อปืนดินที่สุกเปนรอยเค้าเตาอยู่ต้นไม้แลหญ้าไม่ได้ขึ้น กว้างประมาณแปดศอกเศษสี่เหลี่ยม พลเมืองในปัตตานีได้ทราบกันทั่วไปมาจนเดี๋ยวนี้ว่าเปนที่หล่อปืน แลนายช่างผู้ที่หล่อปืนสามกะบอกนั้น สืบได้ความว่าเดิมเปนจีนมาจากเมืองจีน เปนชาติหกเคี้ยน แส้หลิม ชื่อเคี่ยม เข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านกะเสะ จีนเคี่ยมคนนี้มาได้ภรรยามลายู จีนเคี่ยมก็เลยเข้าสาสนามลายูเสียด้วย พวกมลายูสมมุติเรียกกันว่าหลิมโต๊ะเคี่ยมตลอดต่อมาจนถึงทุกวันนี้ แลในตำบลบ้านกะเสะซึ่งหลิมโต๊ะเคี่ยมอยู่มาก่อนนั้น พลเมืองที่อยู่ต่อมาจนเดี๋ยวนี้ยังนับถือหลิมโต๊ะเคี่ยมว่าเปนต้นตระกูลของพวกหมู่บ้านนั้น แลยังกล่าวกันอยู่เนือง ๆ ว่าเดิมเปนจีน หลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างหล่อปืนนี้มาอยู่ในเมืองปัตตานีหลายปี น้องสาวหลิมโต๊ะเคี่ยมชื่อเก๊าเนี่ยวตามมาจากเมืองจีน มาปะหลิมโต๊ะเคี่ยมที่เมืองปัตตานี อยู่เฝ้าอ้อนวอนหลิมโต๊ะเคี่ยมให้ละเสียจากเพศมลายูกลับไปเมืองจีน หลิมโต๊ะเคี่ยมก็ไม่ยอมไป เก๊าเนี่ยวซึ่งเปนน้องสาวแต่เฝ้าอ้อนวอนหลิมโต๊ะเคี่ยมมานั้นประมาณหลายปี หลิมโต๊ะเคี่ยมก็ไม่ยอมไปแขงอยู่ เก๊าเนี่ยวซึ่งเปนน้องมีความเสียใจหลิมโต๊ะเคี่ยมผู้พี่ชาย ผูกคอตายเสีย ครั้นเก๊าเนี่ยวน้องสาวผูกฅอตายแล้ว หลิมโต๊ะเคี่ยมผู้พี่ก็จัดแจงศพเก๊าเนี่ยวน้องสาวฝังไว้ที่ในตำบลบ้านกะเสะ ทำเปนฮ่องสุยปรากฏอยู่ตลอดมาจนเดี๋ยวนี้ พวกจีนก็เลยนับถือว่าเปนผู้หญิงบริสุทธิ์อย่างหนึ่ง เปนคนรักชาติตระกูลอย่างหนึ่ง ได้มีการเส้นไหว้เสมอทุกปีมิได้ขาดที่ศพเก๊าเนี่ยวนี้
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
mbnd9itw49ff584djymzewgcn3q95sl
292299
292298
2026-07-08T14:19:05Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292299
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๒}}</noinclude>รอยเตาที่หล่อปืนดินที่สุกเปนรอยเค้าเตาอยู่ต้นไม้แลหญ้าไม่ได้ขึ้น กว้างประมาณแปดศอกเศษสี่เหลี่ยม พลเมืองในปัตตานีได้ทราบกันทั่วไปมาจนเดี๋ยวนี้ว่าเปนที่หล่อปืน แลนายช่างผู้ที่หล่อปืนสามกะบอกนั้น สืบได้ความว่าเดิมเปนจีนมาจากเมืองจีน เปนชาติหกเคี้ยน แส้หลิม ชื่อเคี่ยม เข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านกะเสะ จีนเคี่ยมคนนี้มาได้ภรรยามลายู จีนเคี่ยมก็เลยเข้าสาสนามลายูเสียด้วย พวกมลายูสมมุติเรียกกันว่าหลิมโต๊ะเคี่ยมตลอดต่อมาจนถึงทุกวันนี้ แลในตำบลบ้านกะเสะซึ่งหลิมโต๊ะเคี่ยมอยู่มาก่อนนั้น พลเมืองที่อยู่ต่อมาจนเดี๋ยวนี้ยังนับถือหลิมโต๊ะเคี่ยมว่าเปนต้นตระกูลของพวกหมู่บ้านนั้น แลยังกล่าวกันอยู่เนือง ๆ ว่าเดิมเปนจีน หลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างหล่อปืนนี้มาอยู่ในเมืองปัตตานีหลายปี น้องสาวหลิมโต๊ะเคี่ยมชื่อเก๊าเนี่ยวตามมาจากเมืองจีน มาปะหลิมโต๊ะเคี่ยมที่เมืองปัตตานี อยู่เฝ้าอ้อนวอนหลิมโต๊ะเคี่ยมให้ละเสียจากเพศมลายูกลับไปเมืองจีน หลิมโต๊ะเคี่ยมก็ไม่ยอมไป เก๊าเนี่ยวซึ่งเปนน้องสาวแต่เฝ้าอ้อนวอนหลิมโต๊ะเคี่ยมมานั้นประมาณหลายปี หลิมโต๊ะเคี่ยมก็ไม่ยอมไปแขงอยู่ เก๊าเนี่ยวซึ่งเปนน้องมีความเสียใจหลิมโต๊ะเคี่ยมผู้พี่ชาย ผูกคอตายเสีย ครั้นเก๊าเนี่ยวน้องสาวผูกฅอตายแล้ว หลิมโต๊ะเคี่ยมผู้พี่ก็จัดแจงศพเก๊าเนี่ยวน้องสาวฝังไว้ที่ในตำบลบ้านกะเสะ ทำเปนฮ่องสุยปรากฏอยู่ตลอดมาจนเดี๋ยวนี้ พวกจีนก็เลยนับถือว่าเปนผู้หญิงบริสุทธิ์อย่างหนึ่ง เปนคนรักชาติตระกูลอย่างหนึ่ง ได้มีการเส้นไหว้เสมอทุกปีมิได้ขาดที่ศพเก๊าเนี่ยวนี้
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
a1t60y3g48nns3723ojzswtio0o0fg2
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/16
250
80166
292277
264487
2026-07-08T14:04:06Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/13]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/16]]: เปลี่ยนชื่อ
264487
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๓}}</noinclude>{{ฟม}}แลเวลาหลิมโต๊ะเคี่ยมจะหล่อปืนทองเหลืองใหญ่สามกะบอกนั้น ได้เทปืนสองกะบอกเสร็จแล้ว ปืนกะบอกที่สามเทไม่ลง หลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างก็ได้ตั้งการเส้นไหว้บวงสรวงแลบนบานขึ้นหลายอย่าง ปืนกะบอกที่สามนั้นก็ยังเทไม่ลง ในตอนที่สุดหลิมโต๊ะเคี่ยมมีความแค้นใจ กล่าวคำปฏิญาณว่าขอให้เทปืนครั้งนี้ลงดีแล้ว หลิมโต๊ะเคี่ยมยอมเอาชีวิตรหลิมโต๊ะเคี่ยมเส้นถวาย ครั้นกล่าวคำปฏิญาณเช่นนี้แล้ว พเอิญเทปืนลงได้เต็มบริบูรณดี ฝ่ายหลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างก็จัดแจงแต่งปืนสามกะบอกเกลิ้ยงเกลาเสร็จแล้ว เวลาจะลองยิงปืนสามกะบอกนั้นจัดแจงตั้งเครื่องบวงสรวงเส้นไหว้แล้วประจุปืนเข้าทั้งสามกะบอก ก็จุดปืนกะบอกที่หนึ่งที่สองเปนลำดับไป ครั้นถึงจะจุดกะบอกปืนที่สาม หลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างก็เข้าไปยืนตรงปากกระบอกปืน แล้วกล่าวคำว่าที่หลิมโต๊ะเคี่ยมได้ปฏิญาณไว้ ถ้าปืนกระบอกนี้เทลงดีแล้วจะเอาชีวิตรเปนเครื่องเส้นไหว้ปืน ครั้งนี้หลิมโต๊ะเคี่ยมได้ปลงใจยอมดังที่ปฏิญาณไว้แต่ก่อนแล้วก็บอกให้คนจุดปืน พอปืนลั่นออกแรงดินหอบพาหลิมโต๊ะเคี่ยมสูญหายไปในเวลานั้น แลปืนที่นางพระยาปัตตานีให้หลิมโต๊ะเคี่ยมเปนนายช่างหล่อขึ้นสามกะบอกนั้น กะบอกที่หนึ่งให้ชื่อว่านาง (บานัง ?) ปัตตานี กะบอกที่สองชื่อศรีนัครี กะบอกที่สามชื่อมหา หล่าหลอ อยู่ต่อมานางพระยาปัตตานีตาย สุลต่านในวงษ์ญาติเปนเจ้าเมืองปัตตานีขึ้น.
{{ฟม}}เวลาที่สุลต่านเปนเจ้าเมืองปัตตานีขึ้นนั้น หาได้อยู่ว่าการที่ตำบล บ้านมะนาที่นางพระยาปัตตานีว่าการอยู่เดิมไม่ สุลต่านเลื่อนไปตั้งบ้าน<noinclude></noinclude>
4toz7nkpeg9tnecldakyvfm5wd48fc6
292300
292277
2026-07-08T14:21:16Z
Lunlumita
12009
292300
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๓}}</noinclude>{{ฟม}}แลเวลาหลิมโต๊ะเคี่ยมจะหล่อปืนทองเหลืองใหญ่สามกะบอกนั้น ได้เทปืนสองกะบอกเสร็จแล้ว ปืนกะบอกที่สามเทไม่ลง หลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างก็ได้ตั้งการเส้นไหว้บวงสรวงแลบนบานขึ้นหลายอย่าง ปืนกะบอกที่สามนั้นก็ยังเทไม่ลง ในตอนที่สุดหลิมโต๊ะเคี่ยมมีความแค้นใจ กล่าวคำปฏิญาณว่าขอให้เทปืนครั้งนี้ลงดีแล้ว หลิมโต๊ะเคี่ยมยอมเอาชีวิตรหลิมโต๊ะเคี่ยมเส้นถวาย ครั้นกล่าวคำปฏิญาณเช่นนี้แล้ว พเอิญเทปืนลงได้เต็มบริบูรณดี ฝ่ายหลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างก็จัดแจงแต่งปืนสามกะบอกเกลิ้ยงเกลาเสร็จแล้ว เวลาจะลองยิงปืนสามกะบอกนั้น จัดแจงตั้งเครื่องบวงสรวงเส้นไหว้ แล้วประจุปืนเข้าทั้งสามกะบอก ก็จุดปืนกะบอกที่หนึ่งที่สองเปนลำดับไป ครั้นถึงจะจุดกะบอกปืนที่สาม หลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างก็เข้าไปยืนตรงปากกระบอกปืน แล้วกล่าวคำว่าที่หลิมโต๊ะเคี่ยมได้ปฏิญาณไว้ ถ้าปืนกระบอกนี้เทลงดีแล้ว จะเอาชีวิตรเปนเครื่องเส้นไหว้ปืน ครั้งนี้หลิมโต๊ะเคี่ยมได้ปลงใจยอมดังที่ปฏิญาณไว้แต่ก่อนแล้วก็บอกให้คนจุดปืน พอปืนลั่นออก แรงดินหอบพาหลิมโต๊ะเคี่ยมสูญหายไปในเวลานั้น แลปืนที่นางพระยาปัตตานีให้หลิมโต๊ะเคี่ยมเปนนายช่างหล่อขึ้นสามกะบอกนั้น กะบอกที่หนึ่งให้ชื่อว่านาง (บานัง?) ปัตตานี กะบอกที่สองชื่อศรีนัครี กะบอกที่สามชื่อมหา หล่าหลอ อยู่ต่อมานางพระยาปัตตานีตาย สุลต่านในวงษ์ญาติเปนเจ้าเมืองปัตตานีขึ้น.
{{ฟม}}เวลาที่สุลต่านเปนเจ้าเมืองปัตตานีขึ้นนั้น หาได้อยู่ว่าการที่ตำบล บ้านมะนาที่นางพระยาปัตตานีว่าการอยู่เดิมไม่ สุลต่านเลื่อนไปตั้งบ้าน<noinclude></noinclude>
lgk93afstwluu09g4h2wq2ugmef4wld
292301
292300
2026-07-08T14:22:48Z
Lunlumita
12009
292301
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๓}}</noinclude>{{ฟม}}แลเวลาหลิมโต๊ะเคี่ยมจะหล่อปืนทองเหลืองใหญ่สามกะบอกนั้น ได้เทปืนสองกะบอกเสร็จแล้ว ปืนกะบอกที่สามเทไม่ลง หลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างก็ได้ตั้งการเส้นไหว้บวงสรวงแลบนบานขึ้นหลายอย่าง ปืนกะบอกที่สามนั้นก็ยังเทไม่ลง ในตอนที่สุดหลิมโต๊ะเคี่ยมมีความแค้นใจ กล่าวคำปฏิญาณว่าขอให้เทปืนครั้งนี้ลงดีแล้ว หลิมโต๊ะเคี่ยมยอมเอาชีวิตรหลิมโต๊ะเคี่ยมเส้นถวาย ครั้นกล่าวคำปฏิญาณเช่นนี้แล้ว พเอิญเทปืนลงได้เต็มบริบูรณดี ฝ่ายหลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างก็จัดแจงแต่งปืนสามกะบอกเกลิ้ยงเกลาเสร็จแล้ว เวลาจะลองยิงปืนสามกะบอกนั้น จัดแจงตั้งเครื่องบวงสรวงเส้นไหว้ แล้วประจุปืนเข้าทั้งสามกะบอก ก็จุดปืนกะบอกที่หนึ่งที่สองเปนลำดับไป ครั้นถึงจะจุดกะบอกปืนที่สาม หลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างก็เข้าไปยืนตรงปากกระบอกปืน แล้วกล่าวคำว่าที่หลิมโต๊ะเคี่ยมได้ปฏิญาณไว้ ถ้าปืนกระบอกนี้เทลงดีแล้ว จะเอาชีวิตรเปนเครื่องเส้นไหว้ปืน ครั้งนี้หลิมโต๊ะเคี่ยมได้ปลงใจยอมดังที่ปฏิญาณไว้แต่ก่อนแล้วก็บอกให้คนจุดปืน พอปืนลั่นออก แรงดินหอบพาหลิมโต๊ะเคี่ยมสูญหายไปในเวลานั้น แลปืนที่นางพระยาปัตตานีให้หลิมโต๊ะเคี่ยมเปนนายช่างหล่อขึ้นสามกะบอกนั้น กะบอกที่หนึ่งให้ชื่อว่านาง (บานัง?) ปัตตานี กะบอกที่สองชื่อศรีนัครี กะบอกที่สามชื่อมหา หล่าหลอ อยู่ต่อมานางพระยาปัตตานีตาย สุลต่านในวงษ์ญาติเปนเจ้าเมืองปัตตานีขึ้น.
{{ฟม}}เวลาที่สุลต่านเปนเจ้าเมืองปัตตานีขึ้นนั้น หาได้อยู่ว่าการที่ตำบลบ้านมะนาที่นางพระยาปัตตานีว่าการอยู่เดิมไม่ สุลต่านเลื่อนไปตั้งบ้าน<noinclude></noinclude>
b94cj2on08afkps5nhejjmunl7atevp
292302
292301
2026-07-08T14:23:21Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292302
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๓}}</noinclude>{{ฟม}}แลเวลาหลิมโต๊ะเคี่ยมจะหล่อปืนทองเหลืองใหญ่สามกะบอกนั้น ได้เทปืนสองกะบอกเสร็จแล้ว ปืนกะบอกที่สามเทไม่ลง หลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างก็ได้ตั้งการเส้นไหว้บวงสรวงแลบนบานขึ้นหลายอย่าง ปืนกะบอกที่สามนั้นก็ยังเทไม่ลง ในตอนที่สุดหลิมโต๊ะเคี่ยมมีความแค้นใจ กล่าวคำปฏิญาณว่าขอให้เทปืนครั้งนี้ลงดีแล้ว หลิมโต๊ะเคี่ยมยอมเอาชีวิตรหลิมโต๊ะเคี่ยมเส้นถวาย ครั้นกล่าวคำปฏิญาณเช่นนี้แล้ว พเอิญเทปืนลงได้เต็มบริบูรณดี ฝ่ายหลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างก็จัดแจงแต่งปืนสามกะบอกเกลิ้ยงเกลาเสร็จแล้ว เวลาจะลองยิงปืนสามกะบอกนั้น จัดแจงตั้งเครื่องบวงสรวงเส้นไหว้ แล้วประจุปืนเข้าทั้งสามกะบอก ก็จุดปืนกะบอกที่หนึ่งที่สองเปนลำดับไป ครั้นถึงจะจุดกะบอกปืนที่สาม หลิมโต๊ะเคี่ยมนายช่างก็เข้าไปยืนตรงปากกระบอกปืน แล้วกล่าวคำว่าที่หลิมโต๊ะเคี่ยมได้ปฏิญาณไว้ ถ้าปืนกระบอกนี้เทลงดีแล้ว จะเอาชีวิตรเปนเครื่องเส้นไหว้ปืน ครั้งนี้หลิมโต๊ะเคี่ยมได้ปลงใจยอมดังที่ปฏิญาณไว้แต่ก่อนแล้วก็บอกให้คนจุดปืน พอปืนลั่นออก แรงดินหอบพาหลิมโต๊ะเคี่ยมสูญหายไปในเวลานั้น แลปืนที่นางพระยาปัตตานีให้หลิมโต๊ะเคี่ยมเปนนายช่างหล่อขึ้นสามกะบอกนั้น กะบอกที่หนึ่งให้ชื่อว่านาง (บานัง?) ปัตตานี กะบอกที่สองชื่อศรีนัครี กะบอกที่สามชื่อมหา หล่าหลอ อยู่ต่อมานางพระยาปัตตานีตาย สุลต่านในวงษ์ญาติเปนเจ้าเมืองปัตตานีขึ้น.
{{ฟม}}เวลาที่สุลต่านเปนเจ้าเมืองปัตตานีขึ้นนั้น หาได้อยู่ว่าการที่ตำบลบ้านมะนาที่นางพระยาปัตตานีว่าการอยู่เดิมไม่ สุลต่านเลื่อนไปตั้งบ้าน<noinclude></noinclude>
6l73kr49w5r5f6qv7c8zjstfrw4c64s
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/17
250
80167
292279
264488
2026-07-08T14:04:16Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/14]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/17]]: เปลี่ยนชื่อ
264488
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๔}}</noinclude>เรือนอยู่ในที่ตำบลบ้านยิริง ฝ่ายทิศตวันออกแต่บ้านนางพระยาปัตตานี ระยะทางเดินเท้าตั้งแต่บ้านมะนา ที่นางปัตตานีว่าการอยู่ไปถึงบ้านยิริงเจ็ดชั่วโมงครึ่ง แลบ้านที่สุลต่านไปตั้งว่าการอยู่นั้น ตรงกับท่าบ้านยิริงริมคลองเวลานั้นเปลี่ยนชื่อเปนระตู พลเมืองเรียกกันว่าระตูปะก่าลัน แปลเปนภาษาสยามเรียกว่าระตูน่าท่า แลระตูปะก่าลันคนนี้ คำเล่าฦๅกันว่าเปนคนมีสติปัญญาแลอำนาจมาก เมืองที่ใกล้เคียงก็คร้ามกลัวอยู่
{{ฟม}}ขณะนั้น ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อจุลศักราช ๑๑๔๗ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลเสด็จยกกองทัพออกไปปราบปรามศึกพม่าถึงหัวเมืองฝ่ายตวันตก ครั้นกองทัพออกไปถึงเมืองสงขลา มีข่าวเข้ามาว่าเมืองปัตตานีก่อการกำเริบขึ้นมาก โปรดเกล้า ฯ จัดให้พระยากระลาโหม พระยาเสน่หาภูธร (ทองอิน) พระยาพัทลุง (ทองขาว) หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนทัพน่ายกออกไปตีเมืองปัตตานี ได้สู้รบกันกับระตูปะก่าลันที่ตำบลบ้านยิริง ระตูปะก่าลันสู้รบทนกองทัพมิได้ ก็อพยพแตกหนีขึ้นไปทางเมืองรามันห์ พระยากระลาโหมแม่ทัพเห็นว่า ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนผู้รู้จักทางก็แต่งกองรวมคนพัทลุงสงขลาให้ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนหัวน่าตีตามระตูปะก่าลันไป ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ตามระตูปะก่าลันไปทันที่ปลายน้ำเมืองรามันห์ริมแดนเมืองแประได้สู้รบกันในตำบลนั้น ระตูปะก่าลันถูกกระสุนปืนตาย ในระหว่างนั้นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เสด็จยกทัพเรือไปตั้งอยู่ที่ปากอ่าวเมืองปัตตานี ครั้นพระยา<noinclude></noinclude>
gpd8o65os8hjhyw09lm07rb8v63ilmi
292303
292279
2026-07-08T14:24:57Z
Lunlumita
12009
292303
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๔}}</noinclude>เรือนอยู่ในที่ตำบลบ้านยิริง ฝ่ายทิศตวันออกแต่บ้านนางพระยาปัตตานี ระยะทางเดินเท้าตั้งแต่บ้านมะนาที่นางปัตตานีว่าการอยู่ไปถึงบ้านยิริงเจ็ดชั่วโมงครึ่ง แลบ้านที่สุลต่านไปตั้งว่าการอยู่นั้น ตรงกับท่าบ้านยิริงริมคลอง เวลานั้นเปลี่ยนชื่อเปนระตู พลเมืองเรียกกันว่าระตูปะก่าลัน แปลเปนภาษาสยามเรียกว่าระตูน่าท่า แลระตูปะก่าลันคนนี้ คำเล่าฦๅกันว่าเปนคนมีสติปัญญาแลอำนาจมาก เมืองที่ใกล้เคียงก็คร้ามกลัวอยู่
{{ฟม}}ขณะนั้น ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อจุลศักราช ๑๑๔๗ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลเสด็จยกกองทัพออกไปปราบปรามศึกพม่าถึงหัวเมืองฝ่ายตวันตก ครั้นกองทัพออกไปถึงเมืองสงขลา มีข่าวเข้ามาว่าเมืองปัตตานีก่อการกำเริบขึ้นมาก โปรดเกล้า ฯ จัดให้พระยากระลาโหม พระยาเสน่หาภูธร (ทองอิน) พระยาพัทลุง (ทองขาว) หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนทัพน่ายกออกไปตีเมืองปัตตานี ได้สู้รบกันกับระตูปะก่าลันที่ตำบลบ้านยิริง ระตูปะก่าลันสู้รบทนกองทัพมิได้ ก็อพยพแตกหนีขึ้นไปทางเมืองรามันห์ พระยากระลาโหมแม่ทัพเห็นว่า ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนผู้รู้จักทางก็แต่งกองรวมคนพัทลุงสงขลาให้ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนหัวน่าตีตามระตูปะก่าลันไป ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ตามระตูปะก่าลันไปทันที่ปลายน้ำเมืองรามันห์ริมแดนเมืองแประได้สู้รบกันในตำบลนั้น ระตูปะก่าลันถูกกระสุนปืนตาย ในระหว่างนั้นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เสด็จยกทัพเรือไปตั้งอยู่ที่ปากอ่าวเมืองปัตตานี ครั้นพระยา<noinclude></noinclude>
sysx8rz5ebxmlqngd953ljs3pzsd04z
292304
292303
2026-07-08T14:43:24Z
Lunlumita
12009
292304
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๔}}</noinclude>เรือนอยู่ในที่ตำบลบ้านยิริง ฝ่ายทิศตวันออกแต่บ้านนางพระยาปัตตานี ระยะทางเดินเท้าตั้งแต่บ้านมะนาที่นางปัตตานีว่าการอยู่ไปถึงบ้านยิริงเจ็ดชั่วโมงครึ่ง แลบ้านที่สุลต่านไปตั้งว่าการอยู่นั้นตรงกับท่าบ้านยิริงริมคลอง เวลานั้นเปลี่ยนชื่อเปนระตู พลเมืองเรียกกันว่าระตูปะก่าลัน แปลเปนภาษาสยามเรียกว่าระตูน่าท่า แลระตูปะก่าลันคนนี้คำเล่าฦๅกันว่าเปนคนมีสติปัญญาแลอำนาจมาก เมืองที่ใกล้เคียงก็คร้ามกลัวอยู่
{{ฟม}}ขณะนั้นในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเมื่อจุลศักราช ๑๑๔๗ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลเสด็จยกกองทัพออกไปปราบปรามศึกพม่าถึงหัวเมืองฝ่ายตวันตก ครั้นกองทัพออกไปถึงเมืองสงขลา มีข่าวเข้ามาว่าเมืองปัตตานีก่อการกำเริบขึ้นมาก โปรดเกล้า ฯ จัดให้พระยากระลาโหม พระยาเสน่หาภูธร (ทองอิน) พระยาพัทลุง (ทองขาว) หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนทัพน่ายกออกไปตีเมืองปัตตานี ได้สู้รบกันกับระตูปะก่าลันที่ตำบลบ้านยิริง ระตูปะก่าลันสู้รบทนกองทัพมิได้ ก็อพยพแตกหนีขึ้นไปทางเมืองรามันห์ พระยากระลาโหมแม่ทัพเห็นว่า ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนผู้รู้จักทางก็แต่งกองรวมคนพัทลุงสงขลาให้ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนหัวน่าตีตามระตูปะก่าลันไป ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ตามระตูปะก่าลันไปทันที่ปลายน้ำเมืองรามันห์ริมแดนเมืองแประได้สู้รบกันในตำบลนั้น ระตูปะก่าลันถูกกระสุนปืนตาย ในระหว่างนั้นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เสด็จยกทัพเรือไปตั้งอยู่ที่ปากอ่าวเมืองปัตตานี ครั้นพระยา<noinclude></noinclude>
g64jimnx6wjejgvo9xy6fvh73ok935w
292305
292304
2026-07-08T14:44:42Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292305
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๔}}</noinclude>เรือนอยู่ในที่ตำบลบ้านยิริง ฝ่ายทิศตวันออกแต่บ้านนางพระยาปัตตานี ระยะทางเดินเท้าตั้งแต่บ้านมะนาที่นางปัตตานีว่าการอยู่ไปถึงบ้านยิริงเจ็ดชั่วโมงครึ่ง แลบ้านที่สุลต่านไปตั้งว่าการอยู่นั้นตรงกับท่าบ้านยิริงริมคลอง เวลานั้นเปลี่ยนชื่อเปนระตู พลเมืองเรียกกันว่าระตูปะก่าลัน แปลเปนภาษาสยามเรียกว่าระตูน่าท่า แลระตูปะก่าลันคนนี้คำเล่าฦๅกันว่าเปนคนมีสติปัญญาแลอำนาจมาก เมืองที่ใกล้เคียงก็คร้ามกลัวอยู่
{{ฟม}}ขณะนั้นในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเมื่อจุลศักราช ๑๑๔๗ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลเสด็จยกกองทัพออกไปปราบปรามศึกพม่าถึงหัวเมืองฝ่ายตวันตก ครั้นกองทัพออกไปถึงเมืองสงขลา มีข่าวเข้ามาว่าเมืองปัตตานีก่อการกำเริบขึ้นมาก โปรดเกล้า ฯ จัดให้พระยากระลาโหม พระยาเสน่หาภูธร (ทองอิน) พระยาพัทลุง (ทองขาว) หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนทัพน่ายกออกไปตีเมืองปัตตานี ได้สู้รบกันกับระตูปะก่าลันที่ตำบลบ้านยิริง ระตูปะก่าลันสู้รบทนกองทัพมิได้ ก็อพยพแตกหนีขึ้นไปทางเมืองรามันห์ พระยากระลาโหมแม่ทัพเห็นว่า ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนผู้รู้จักทางก็แต่งกองรวมคนพัทลุงสงขลาให้ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนหัวน่าตีตามระตูปะก่าลันไป ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ตามระตูปะก่าลันไปทันที่ปลายน้ำเมืองรามันห์ริมแดนเมืองแประได้สู้รบกันในตำบลนั้น ระตูปะก่าลันถูกกระสุนปืนตาย ในระหว่างนั้นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เสด็จยกทัพเรือไปตั้งอยู่ที่ปากอ่าวเมืองปัตตานี ครั้นพระยา<noinclude></noinclude>
frqvlw4br5zv9vzymx838xryqgm26su
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/18
250
80168
292281
264489
2026-07-08T14:04:36Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/15]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/18]]: เปลี่ยนชื่อ
264489
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๕}}</noinclude>กระลาโหมกองทัพน่าตีระตูปะก่าลันแตก แลได้ศีศะระตูปะก่าลันมาแล้ว พระยากระลาโหม พระยาเสน่หาภูธร (ทองอิน) พระยาพัทลุง (ทองขาว) หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) พร้อมกันลงไปเฝ้าในเรือพระที่นั่งน่าเมืองปัตตานีทูลแจ้งราชการ รับสั่งให้นำปืนใหญ่สองกะบอกที่เก็บได้ลงมาเรือจะเอาเข้ามากรุงเทพ ฯ ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ได้จัดแจงเรือบรรทุกปืนนำลงไปถวาย ปืนกะบอกที่หนึ่งชื่อนางปัตตานีนั้นออกไปถึงเรือหลวงก่อน ได้ยกปืนขึ้นบนเรือหลวงเสร็จแล้ว เรือที่บรรทุกปืนกะบอกที่สองซึ่งชื่อศรีนัครีตกอยู่ข้างหลัง เกิดพยุเรือที่บรรทุกปืนกะบอกที่สองชื่อศรีนัครีล่มลง ปืนก็จมน้ำสูญหายไปด้วย กรมพระราชวังบวรสถานมงคล โปรดเกล้า ฯ ให้ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี ยกคนไทยเลขส่วยดีบุกเมืองสงขลา เมืองพัทลุง เมืองจะนะ ซึ่งเปนญาติพี่น้องหรือพรรคพวกปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ให้อยู่เปนกำลังรักษาราชการเมืองปัตตานีห้าร้อยครัวเศษ ครั้นทรงจัดการเมืองปัตตานีเสร็จแล้วเสด็จกลับกรุงเทพ ฯ หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ก็ตามเสด็จเข้ามากรุงเทพ ฯ ด้วย โปรดเกล้า ฯ ให้หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) เปนพระยาสงขลา โปรดเกล้า ฯ พระราชทานตราตั้งให้พระยาสงขลา (บุ่นฮุ้ย) เชิญออกไปพระราชทานให้ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนพระยาปัตตานี แลโปรดเกล้า ฯ ให้เมืองสงขลาเปนเมืองตรีขึ้นกับกรุงเทพ ฯ โปรดเกล้า ฯ ให้เมืองจะนะ เมืองเทพา เมืองปัตตานี อยู่ในความกำกับดูแลของเมืองสงขลา<noinclude></noinclude>
0z8yvwnv46jwzafarx9ks4w8sbj3rck
292306
292281
2026-07-08T14:51:28Z
Lunlumita
12009
292306
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๕}}</noinclude>กระลาโหมกองทัพน่าตีระตูปะก่าลันแตก แลได้ศีศะระตูปะก่าลันมาแล้ว พระยากระลาโหม พระยาเสน่หาภูธร (ทองอิน) พระยาพัทลุง (ทองขาว) หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) พร้อมกันลงไปเฝ้าในเรือพระที่นั่งน่าเมืองปัตตานีทูลแจ้งราชการ รับสั่งให้นำปืนใหญ่สองกะบอกที่เก็บได้ลงมาเรือจะเอาเข้ามากรุงเทพฯ ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ได้จัดแจงเรือบรรทุกปืนนำลงไปถวาย ปืนกะบอกที่หนึ่งชื่อนางปัตตานีนั้นออกไปถึงเรือหลวงก่อน ได้ยกปืนขึ้นบนเรือหลวงเสร็จแล้ว เรือที่บรรทุกปืนกะบอกที่สองซึ่งชื่อศรีนัครีตกอยู่ข้างหลัง เกิดพยุเรือที่บรรทุกปืนกะบอกที่สองชื่อศรีนัครีล่มลง ปืนก็จมน้ำสูญหายไปด้วย กรมพระราชวังบวรสถานมงคล โปรดเกล้าฯ ให้ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี ยกคนไทยเลขส่วยดีบุกเมืองสงขลา เมืองพัทลุง เมืองจะนะ ซึ่งเปนญาติพี่น้องหรือพรรคพวกปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ให้อยู่เปนกำลังรักษาราชการเมืองปัตตานีห้าร้อยครัวเศษ ครั้นทรงจัดการเมืองปัตตานีเสร็จแล้วเสด็จกลับกรุงเทพฯ หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ก็ตามเสด็จเข้ามากรุงเทพฯ ด้วย โปรดเกล้าฯ ให้หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) เปนพระยาสงขลา โปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งให้พระยาสงขลา (บุ่นฮุ้ย) เชิญออกไปพระราชทานให้ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนพระยาปัตตานี แลโปรดเกล้าฯ ให้เมืองสงขลาเปนเมืองตรีขึ้นกับกรุงเทพฯ โปรดเกล้าฯ ให้เมืองจะนะ เมืองเทพา เมืองปัตตานี อยู่ในความกำกับดูแลของเมืองสงขลา<noinclude></noinclude>
f3bxpo5bzjjcqd1s0fsbnlb4a0x4u8m
292307
292306
2026-07-08T14:53:27Z
Lunlumita
12009
292307
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๕}}</noinclude>กระลาโหมกองทัพน่าตีระตูปะก่าลันแตก แลได้ศีศะระตูปะก่าลันมาแล้ว พระยากระลาโหม พระยาเสน่หาภูธร (ทองอิน) พระยาพัทลุง (ทองขาว) หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) พร้อมกันลงไปเฝ้าในเรือพระที่นั่งน่าเมืองปัตตานีทูลแจ้งราชการ รับสั่งให้นำปืนใหญ่สองกะบอกที่เก็บได้ลงมาเรือจะเอาเข้ามากรุงเทพฯ ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ได้จัดแจงเรือบรรทุกปืนนำลงไปถวาย ปืนกะบอกที่หนึ่งชื่อนางปัตตานีนั้นออกไปถึงเรือหลวงก่อน ได้ยกปืนขึ้นบนเรือหลวงเสร็จแล้ว เรือที่บรรทุกปืนกะบอกที่สองซึ่งชื่อศรีนัครีตกอยู่ข้างหลัง เกิดพยุ เรือที่บรรทุกปืนกะบอกที่สองชื่อศรีนัครีล่มลง ปืนก็จมน้ำสูญหายไปด้วย กรมพระราชวังบวรสถานมงคลโปรดเกล้าฯ ให้ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี ยกคนไทยเลขส่วยดีบุกเมืองสงขลา เมืองพัทลุง เมืองจะนะ ซึ่งเปนญาติพี่น้องหรือพรรคพวกปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ให้อยู่เปนกำลังรักษาราชการเมืองปัตตานีห้าร้อยครัวเศษ ครั้นทรงจัดการเมืองปัตตานีเสร็จแล้ว เสด็จกลับกรุงเทพฯ หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ก็ตามเสด็จเข้ามากรุงเทพฯ ด้วย โปรดเกล้าฯ ให้หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) เปนพระยาสงขลา โปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งให้พระยาสงขลา (บุ่นฮุ้ย) เชิญออกไปพระราชทานให้ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนพระยาปัตตานี แลโปรดเกล้าฯ ให้เมืองสงขลาเปนเมืองตรีขึ้นกับกรุงเทพฯ โปรดเกล้าฯ ให้เมืองจะนะ เมืองเทพา เมืองปัตตานี อยู่ในความกำกับดูแลของเมืองสงขลา<noinclude></noinclude>
1p8mfmf2tdlzh37ssjhp4appem8v1ox
292308
292307
2026-07-08T14:53:38Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292308
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๕}}</noinclude>กระลาโหมกองทัพน่าตีระตูปะก่าลันแตก แลได้ศีศะระตูปะก่าลันมาแล้ว พระยากระลาโหม พระยาเสน่หาภูธร (ทองอิน) พระยาพัทลุง (ทองขาว) หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) พร้อมกันลงไปเฝ้าในเรือพระที่นั่งน่าเมืองปัตตานีทูลแจ้งราชการ รับสั่งให้นำปืนใหญ่สองกะบอกที่เก็บได้ลงมาเรือจะเอาเข้ามากรุงเทพฯ ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ได้จัดแจงเรือบรรทุกปืนนำลงไปถวาย ปืนกะบอกที่หนึ่งชื่อนางปัตตานีนั้นออกไปถึงเรือหลวงก่อน ได้ยกปืนขึ้นบนเรือหลวงเสร็จแล้ว เรือที่บรรทุกปืนกะบอกที่สองซึ่งชื่อศรีนัครีตกอยู่ข้างหลัง เกิดพยุ เรือที่บรรทุกปืนกะบอกที่สองชื่อศรีนัครีล่มลง ปืนก็จมน้ำสูญหายไปด้วย กรมพระราชวังบวรสถานมงคลโปรดเกล้าฯ ให้ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี ยกคนไทยเลขส่วยดีบุกเมืองสงขลา เมืองพัทลุง เมืองจะนะ ซึ่งเปนญาติพี่น้องหรือพรรคพวกปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ให้อยู่เปนกำลังรักษาราชการเมืองปัตตานีห้าร้อยครัวเศษ ครั้นทรงจัดการเมืองปัตตานีเสร็จแล้ว เสด็จกลับกรุงเทพฯ หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ก็ตามเสด็จเข้ามากรุงเทพฯ ด้วย โปรดเกล้าฯ ให้หลวงสุวรรณคิรี (บุ่นฮุ้ย) เปนพระยาสงขลา โปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งให้พระยาสงขลา (บุ่นฮุ้ย) เชิญออกไปพระราชทานให้ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) เปนพระยาปัตตานี แลโปรดเกล้าฯ ให้เมืองสงขลาเปนเมืองตรีขึ้นกับกรุงเทพฯ โปรดเกล้าฯ ให้เมืองจะนะ เมืองเทพา เมืองปัตตานี อยู่ในความกำกับดูแลของเมืองสงขลา<noinclude></noinclude>
d5uvj1fes6bx9tjgxba66op82wnnmlq
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/19
250
80169
292283
264490
2026-07-08T14:04:45Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/16]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/19]]: เปลี่ยนชื่อ
264490
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๖}}</noinclude>ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ครั้นได้รับพระราชทานตราตั้งเปนพระยาปัตตานีแล้ว ได้ตั้งบ้านเรือนว่าราชการอยู่ในตำบลบ้านมะนา ในปากอ่าวลำน้ำเมืองปัตตานีฝ่ายทิศตวันออก ในที่ตำบลนั้นสมัยนี้พลเมือง เมืองปัตตานีเรียกกันว่า อ่าวนาเกลือ ในระหว่างพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ว่าราชการเมืองปัตตานีอยู่นั้น บ้านเมืองก็เปนการปรกติเรียบร้อย ครั้นพระยาสงขลา (บุ่นฮุ้ย) ถึงแก่อนิจกรรมลง โปรดเกล้า ฯ ตั้งให้หลวงนายฤทธิ์ (เถี้ยนจ๋อง) หลานซึ่งรับราชการอยู่ในกรุงเทพ ฯ เปนพระยาสงขลา ในระหว่างพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ว่าราชการเมืองสงขลาอยู่นั้น พระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ถึงแก่กรรมลง โปรดเกล้า ฯ ตั้งให้นายพ่าย น้องร่วมบิดามารดาแต่พระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) เปนพระยาปัตตานี ตั้งให้นายยิ้มซ้ายบุตรพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) เปนหลวงสวัสดิภักดี ผู้ช่วยราชการเมืองปัตตานี ครั้นพระยาปัตตานี (พ่าย) ได้ว่าราชการเมืองปัตตานีขึ้น หาได้ว่าราชการอยู่ที่บ้าน พระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ไม่ เลื่อนไปตั้งว่าราชการอยู่ที่บ้านย้ามู ฝ่ายทิศตวันออกแต่บ้านพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ห่างออกไปทางเดินเท้าประมาณสามชั่วโมงเศษ ในระหว่างพระยาปัตตานี (พ่าย) ไปว่าราชการอยู่ที่บ้านย้ามูนั้น พวกสาเหยดหนึ่ง พวกรัตนาวงหนึ่ง เปนคนชาติมลายูคบคิดกันเปนโจรเข้าตีปล้นบ้านพระยาปัตตานี (พ่าย) บ้าง บ้านหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ผู้ช่วยราชการบ้าง พระยาปัตตานี (พ่าย) หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ได้สู้รบพวกสาเหยด พวกรัตนาวง พวกสาเหยดพวกรัตนาวงสู้พระยาปัตตานี (พ่าย) หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย){{วว}}<noinclude></noinclude>
iv2xibno9ny628n7b4po8ktc084h7zp
292309
292283
2026-07-08T14:54:18Z
Lunlumita
12009
292309
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๖}}</noinclude>ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ครั้นได้รับพระราชทานตราตั้งเปนพระยาปัตตานีแล้ว ได้ตั้งบ้านเรือนว่าราชการอยู่ในตำบลบ้านมะนา ในปากอ่าวลำน้ำเมืองปัตตานีฝ่ายทิศตวันออก ในที่ตำบลนั้นสมัยนี้พลเมือง เมืองปัตตานีเรียกกันว่า อ่าวนาเกลือ ในระหว่างพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ว่าราชการเมืองปัตตานีอยู่นั้น บ้านเมืองก็เปนการปรกติเรียบร้อย ครั้นพระยาสงขลา (บุ่นฮุ้ย) ถึงแก่อนิจกรรมลง โปรดเกล้าฯ ตั้งให้หลวงนายฤทธิ์ (เถี้ยนจ๋อง) หลานซึ่งรับราชการอยู่ในกรุงเทพฯ เปนพระยาสงขลา ในระหว่างพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ว่าราชการเมืองสงขลาอยู่นั้น พระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ถึงแก่กรรมลง โปรดเกล้าฯ ตั้งให้นายพ่าย น้องร่วมบิดามารดาแต่พระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) เปนพระยาปัตตานี ตั้งให้นายยิ้มซ้ายบุตรพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) เปนหลวงสวัสดิภักดี ผู้ช่วยราชการเมืองปัตตานี ครั้นพระยาปัตตานี (พ่าย) ได้ว่าราชการเมืองปัตตานีขึ้น หาได้ว่าราชการอยู่ที่บ้าน พระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ไม่ เลื่อนไปตั้งว่าราชการอยู่ที่บ้านย้ามู ฝ่ายทิศตวันออกแต่บ้านพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ห่างออกไปทางเดินเท้าประมาณสามชั่วโมงเศษ ในระหว่างพระยาปัตตานี (พ่าย) ไปว่าราชการอยู่ที่บ้านย้ามูนั้น พวกสาเหยดหนึ่ง พวกรัตนาวงหนึ่ง เปนคนชาติมลายูคบคิดกันเปนโจรเข้าตีปล้นบ้านพระยาปัตตานี (พ่าย) บ้าง บ้านหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ผู้ช่วยราชการบ้าง พระยาปัตตานี (พ่าย) หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ได้สู้รบพวกสาเหยด พวกรัตนาวง พวกสาเหยดพวกรัตนาวงสู้พระยาปัตตานี (พ่าย) หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย){{วว}}<noinclude></noinclude>
coya0hqr8cfkha8csyexmw6mv733gpg
292310
292309
2026-07-08T15:01:38Z
Lunlumita
12009
292310
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๖}}</noinclude>ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ครั้นได้รับพระราชทานตราตั้งเปนพระยาปัตตานีแล้ว ได้ตั้งบ้านเรือนว่าราชการอยู่ในตำบลบ้านมะนาในปากอ่าวลำน้ำเมืองปัตตานีฝ่ายทิศตวันออก ในที่ตำบลนั้นสมัยนี้พลเมืองเมืองปัตตานีเรียกกันว่าอ่าวนาเกลือ ในระหว่างพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ว่าราชการเมืองปัตตานีอยู่นั้น บ้านเมืองก็เปนการปรกติเรียบร้อย ครั้นพระยาสงขลา (บุ่นฮุ้ย) ถึงแก่อนิจกรรมลง โปรดเกล้าฯ ตั้งให้หลวงนายฤทธิ์ (เถี้ยนจ๋อง) หลานซึ่งรับราชการอยู่ในกรุงเทพฯ เปนพระยาสงขลา ในระหว่างพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ว่าราชการเมืองสงขลาอยู่นั้น พระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ถึงแก่กรรมลง โปรดเกล้าฯ ตั้งให้นายพ่ายน้องร่วมบิดามารดาแต่พระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) เปนพระยาปัตตานี ตั้งให้นายยิ้มซ้ายบุตรพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) เปนหลวงสวัสดิภักดีผู้ช่วยราชการเมืองปัตตานี ครั้นพระยาปัตตานี (พ่าย) ได้ว่าราชการเมืองปัตตานีขึ้น หาได้ว่าราชการอยู่ที่บ้านพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ไม่ เลื่อนไปตั้งว่าราชการอยู่ที่บ้านย้ามูฝ่ายทิศตวันออกแต่บ้านพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ห่างออกไปทางเดินเท้าประมาณสามชั่วโมงเศษ ในระหว่างพระยาปัตตานี (พ่าย) ไปว่าราชการอยู่ที่บ้านย้ามูนั้น พวกสาเหยดหนึ่ง พวกรัตนาวงหนึ่ง เปนคนชาติมลายูคบคิดกันเปนโจรเข้าตีปล้นบ้านพระยาปัตตานี (พ่าย) บ้าง บ้านหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ผู้ช่วยราชการบ้าง พระยาปัตตานี (พ่าย) หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ได้สู้รบพวกสาเหยด พวกรัตนาวง พวกสาเหยดพวกรัตนาวงสู้พระยาปัตตานี (พ่าย) หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย){{วว}}<noinclude></noinclude>
idc5akmoogrmvcc5b3s5czhyjdz4vw7
292311
292310
2026-07-08T15:12:58Z
Lunlumita
12009
292311
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๖}}</noinclude>ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ครั้นได้รับพระราชทานตราตั้งเปนพระยาปัตตานีแล้ว ได้ตั้งบ้านเรือนว่าราชการอยู่ในตำบลบ้านมะนาในปากอ่าวลำน้ำเมืองปัตตานีฝ่ายทิศตวันออก ในที่ตำบลนั้นสมัยนี้พลเมืองเมืองปัตตานีเรียกกันว่าอ่าวนาเกลือ ในระหว่างพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ว่าราชการเมืองปัตตานีอยู่นั้น บ้านเมืองก็เปนการปรกติเรียบร้อย ครั้นพระยาสงขลา (บุ่นฮุ้ย) ถึงแก่อนิจกรรมลง โปรดเกล้าฯ ตั้งให้หลวงนายฤทธิ์ (เถี้ยนจ๋อง) หลานซึ่งรับราชการอยู่ในกรุงเทพฯ เปนพระยาสงขลา ในระหว่างพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ว่าราชการเมืองสงขลาอยู่นั้น พระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ถึงแก่กรรมลง โปรดเกล้าฯ ตั้งให้นายพ่ายน้องร่วมบิดามารดาแต่พระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) เปนพระยาปัตตานี ตั้งให้นายยิ้มซ้ายบุตรพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) เปนหลวงสวัสดิภักดีผู้ช่วยราชการเมืองปัตตานี ครั้นพระยาปัตตานี (พ่าย) ได้ว่าราชการเมืองปัตตานีขึ้น หาได้ว่าราชการอยู่ที่บ้านพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ไม่ เลื่อนไปตั้งว่าราชการอยู่ที่บ้านย้ามูฝ่ายทิศตวันออกแต่บ้านพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ห่างออกไปทางเดินเท้าประมาณสามชั่วโมงเศษ ในระหว่างพระยาปัตตานี (พ่าย) ไปว่าราชการอยู่ที่บ้านย้ามูนั้น พวกสาเหยดหนึ่ง พวกรัตนาวงหนึ่ง เปนคนชาติมลายู คบคิดกันเปนโจรเข้าตีปล้นบ้านพระยาปัตตานี (พ่าย) บ้าง บ้านหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ผู้ช่วยราชการบ้าง พระยาปัตตานี (พ่าย) หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ได้สู้รบพวกสาเหยด พวกรัตนาวง พวกสาเหยดพวกรัตนาวงสู้พระยาปัตตานี (พ่าย) หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย){{วว}}<noinclude></noinclude>
tgix7qyoshcuqvl06jrvbndnnaedhu6
292312
292311
2026-07-08T15:13:23Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292312
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๖}}</noinclude>ปลัดจะนะ (ขวัญซ้าย) ครั้นได้รับพระราชทานตราตั้งเปนพระยาปัตตานีแล้ว ได้ตั้งบ้านเรือนว่าราชการอยู่ในตำบลบ้านมะนาในปากอ่าวลำน้ำเมืองปัตตานีฝ่ายทิศตวันออก ในที่ตำบลนั้นสมัยนี้พลเมืองเมืองปัตตานีเรียกกันว่าอ่าวนาเกลือ ในระหว่างพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ว่าราชการเมืองปัตตานีอยู่นั้น บ้านเมืองก็เปนการปรกติเรียบร้อย ครั้นพระยาสงขลา (บุ่นฮุ้ย) ถึงแก่อนิจกรรมลง โปรดเกล้าฯ ตั้งให้หลวงนายฤทธิ์ (เถี้ยนจ๋อง) หลานซึ่งรับราชการอยู่ในกรุงเทพฯ เปนพระยาสงขลา ในระหว่างพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ว่าราชการเมืองสงขลาอยู่นั้น พระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ถึงแก่กรรมลง โปรดเกล้าฯ ตั้งให้นายพ่ายน้องร่วมบิดามารดาแต่พระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) เปนพระยาปัตตานี ตั้งให้นายยิ้มซ้ายบุตรพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) เปนหลวงสวัสดิภักดีผู้ช่วยราชการเมืองปัตตานี ครั้นพระยาปัตตานี (พ่าย) ได้ว่าราชการเมืองปัตตานีขึ้น หาได้ว่าราชการอยู่ที่บ้านพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ไม่ เลื่อนไปตั้งว่าราชการอยู่ที่บ้านย้ามูฝ่ายทิศตวันออกแต่บ้านพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ห่างออกไปทางเดินเท้าประมาณสามชั่วโมงเศษ ในระหว่างพระยาปัตตานี (พ่าย) ไปว่าราชการอยู่ที่บ้านย้ามูนั้น พวกสาเหยดหนึ่ง พวกรัตนาวงหนึ่ง เปนคนชาติมลายู คบคิดกันเปนโจรเข้าตีปล้นบ้านพระยาปัตตานี (พ่าย) บ้าง บ้านหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ผู้ช่วยราชการบ้าง พระยาปัตตานี (พ่าย) หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ได้สู้รบพวกสาเหยด พวกรัตนาวง พวกสาเหยดพวกรัตนาวงสู้พระยาปัตตานี (พ่าย) หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย){{วว}}<noinclude></noinclude>
6r8vakhv5fod89ovbzklb2uebvf01du
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/20
250
80170
292285
264491
2026-07-08T14:04:56Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/17]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/20]]: เปลี่ยนชื่อ
264491
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๗}}</noinclude>มิได้ แตกหนีขึ้นไปซ่อนอยู่ทีตำบลบ้านกะลาภอ ที่เปนหัวน่าหรือตัวนายก็เข้าไปเมืองสงขลาลุกะโทษต่อพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ก็ยกโทษให้พวกสาเหยดพวกรัตนาวงเปนภาคทัณฑ์ไว้ แลจัดแยกให้พวกสาเหยดพวกรัตนาวงเปนกองส่งชันส่งหวายขึ้นอยู่กับเมืองสงขลา คนประมาณสี่ร้อยครัวเศษ แลให้อยู่ที่ตำบลบ้านกะลาภอเปนแขวงหนึ่ง ตัวนายหรือหัวน่านั้นตั้งให้เปนแม่กองคุมเลขในกองพวกนี้ ด้วยเห็นว่าถ้าจะบังคับให้พวกสาเหยด พวกรัตนาวงไปอยู่ในบังคับพระยาปัตตานี (พ่าย) อิกกลัวจะไม่สิ้นความพยาบาท จะเกิดวิวาทรบกวนไม่รู้แล้ว จึ่งได้จัดพวกนี้ให้แยกขึ้นเสียกับเมืองสงขลากองหนึ่ง พวกสาเหยดพวกรัตนาวงซึ่งแยกเปนกองส่งหวายส่งชันขึ้นกับเมืองสงขลาแล้ว ก็เรี่ยรายไปตั้งบ้านเรือนอยู่ในแขวงบ้านหนองจิกบ้างยิริงบ้าง เหตุด้วยในแขวงตำบลที่กะลาภอไม่มีที่จะทำนา หัวน่าที่เปนแม่กองคุมอยู่นั้น ครั้นถึงกำหนดจะส่งหวายส่งชันกับเมืองสงขลาแล้ว ก็เที่ยวเรียกไปตามบาญชี เรียกชันเรียกหวายส่งกับเมืองสงขลาตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ ในระหว่างพระยาปัตตานี (พ่าย) ว่าราชการเมืองอยู่ ในอาณาเขตรเมืองปัตตานีเกิดโจรผู้ร้ายเที่ยวตีปล้นบ้านเรือนชุกชุม พระยาปัตตานี (พ่าย) ปราบปรามไม่สงบลงได้ ก็บอกหนังสือแจ้งราชการเข้ามาเมืองสงขลา . พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ก็นำหนังสือบอกเข้ามากรุงเทพ ฯ
{{ฟม}}โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาอภัยสงคราม กับพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ออกไปแยกเมืองปัตตานีเปนเจ็ดเมือง พระยาอภัยสงคราม พระยา<noinclude></noinclude>
g1w66cbw64l9nfi1vxlp9imk4kuoqhv
292313
292285
2026-07-08T15:14:04Z
Lunlumita
12009
292313
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๗}}</noinclude>มิได้ แตกหนีขึ้นไปซ่อนอยู่ทีตำบลบ้านกะลาภอ ที่เปนหัวน่าหรือตัวนายก็เข้าไปเมืองสงขลาลุกะโทษต่อพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ก็ยกโทษให้พวกสาเหยดพวกรัตนาวงเปนภาคทัณฑ์ไว้ แลจัดแยกให้พวกสาเหยดพวกรัตนาวงเปนกองส่งชันส่งหวายขึ้นอยู่กับเมืองสงขลา คนประมาณสี่ร้อยครัวเศษ แลให้อยู่ที่ตำบลบ้านกะลาภอเปนแขวงหนึ่ง ตัวนายหรือหัวน่านั้นตั้งให้เปนแม่กองคุมเลขในกองพวกนี้ ด้วยเห็นว่าถ้าจะบังคับให้พวกสาเหยด พวกรัตนาวงไปอยู่ในบังคับพระยาปัตตานี (พ่าย) อิกกลัวจะไม่สิ้นความพยาบาท จะเกิดวิวาทรบกวนไม่รู้แล้ว จึ่งได้จัดพวกนี้ให้แยกขึ้นเสียกับเมืองสงขลากองหนึ่ง พวกสาเหยดพวกรัตนาวงซึ่งแยกเปนกองส่งหวายส่งชันขึ้นกับเมืองสงขลาแล้ว ก็เรี่ยรายไปตั้งบ้านเรือนอยู่ในแขวงบ้านหนองจิกบ้างยิริงบ้าง เหตุด้วยในแขวงตำบลที่กะลาภอไม่มีที่จะทำนา หัวน่าที่เปนแม่กองคุมอยู่นั้น ครั้นถึงกำหนดจะส่งหวายส่งชันกับเมืองสงขลาแล้ว ก็เที่ยวเรียกไปตามบาญชี เรียกชันเรียกหวายส่งกับเมืองสงขลาตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ ในระหว่างพระยาปัตตานี (พ่าย) ว่าราชการเมืองอยู่ ในอาณาเขตรเมืองปัตตานีเกิดโจรผู้ร้ายเที่ยวตีปล้นบ้านเรือนชุกชุม พระยาปัตตานี (พ่าย) ปราบปรามไม่สงบลงได้ ก็บอกหนังสือแจ้งราชการเข้ามาเมืองสงขลา . พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ก็นำหนังสือบอกเข้ามากรุงเทพฯ
{{ฟม}}โปรดเกล้าฯ ให้พระยาอภัยสงคราม กับพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ออกไปแยกเมืองปัตตานีเปนเจ็ดเมือง พระยาอภัยสงคราม พระยา<noinclude></noinclude>
h74u9ikuv3k3lgi0s3xb69tkd9gqrr9
292314
292313
2026-07-08T15:21:08Z
Lunlumita
12009
292314
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๗}}</noinclude>มิได้ แตกหนีขึ้นไปซ่อนอยู่ทีตำบลบ้านกะลาภอ ที่เปนหัวน่าหรือตัวนายก็เข้าไปเมืองสงขลาลุกะโทษต่อพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ก็ยกโทษให้พวกสาเหยดพวกรัตนาวงเปนภาคทัณฑ์ไว้ แลจัดแยกให้พวกสาเหยดพวกรัตนาวงเปนกองส่งชันส่งหวายขึ้นอยู่กับเมืองสงขลา คนประมาณสี่ร้อยครัวเศษ แลให้อยู่ที่ตำบลบ้านกะลาภอเปนแขวงหนึ่ง ตัวนายหรือหัวน่านั้นตั้งให้เปนแม่กองคุมเลขในกองพวกนี้ ด้วยเห็นว่าถ้าจะบังคับให้พวกสาเหยดพวกรัตนาวงไปอยู่ในบังคับพระยาปัตตานี (พ่าย) อิก กลัวจะไม่สิ้นความพยาบาท จะเกิดวิวาทรบกวนไม่รู้แล้ว จึ่งได้จัดพวกนี้ให้แยกขึ้นเสียกับเมืองสงขลากองหนึ่ง พวกสาเหยดพวกรัตนาวงซึ่งแยกเปนกองส่งหวายส่งชันขึ้นกับเมืองสงขลาแล้ว ก็เรี่ยรายไปตั้งบ้านเรือนอยู่ในแขวงบ้านหนองจิกบ้างยิริงบ้าง เหตุด้วยในแขวงตำบลที่กะลาภอไม่มีที่จะทำนา หัวน่าที่เปนแม่กองคุมอยู่นั้น ครั้นถึงกำหนดจะส่งหวายส่งชันกับเมืองสงขลาแล้ว ก็เที่ยวเรียกไปตามบาญชี เรียกชันเรียกหวายส่งกับเมืองสงขลาตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ ในระหว่างพระยาปัตตานี (พ่าย) ว่าราชการเมืองอยู่ ในอาณาเขตรเมืองปัตตานีเกิดโจรผู้ร้ายเที่ยวตีปล้นบ้านเรือนชุกชุม พระยาปัตตานี (พ่าย) ปราบปรามไม่สงบลงได้ ก็บอกหนังสือแจ้งราชการเข้ามาเมืองสงขลา พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ก็นำหนังสือบอกเข้ามากรุงเทพฯ
{{ฟม}}โปรดเกล้าฯ ให้พระยาอภัยสงคราม กับพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ออกไปแยกเมืองปัตตานีเปนเจ็ดเมือง พระยาอภัยสงคราม พระยา<noinclude></noinclude>
04mvbm4tybod7driek2hnrxizj4dr6o
292315
292314
2026-07-08T15:21:22Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292315
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๗}}</noinclude>มิได้ แตกหนีขึ้นไปซ่อนอยู่ทีตำบลบ้านกะลาภอ ที่เปนหัวน่าหรือตัวนายก็เข้าไปเมืองสงขลาลุกะโทษต่อพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ก็ยกโทษให้พวกสาเหยดพวกรัตนาวงเปนภาคทัณฑ์ไว้ แลจัดแยกให้พวกสาเหยดพวกรัตนาวงเปนกองส่งชันส่งหวายขึ้นอยู่กับเมืองสงขลา คนประมาณสี่ร้อยครัวเศษ แลให้อยู่ที่ตำบลบ้านกะลาภอเปนแขวงหนึ่ง ตัวนายหรือหัวน่านั้นตั้งให้เปนแม่กองคุมเลขในกองพวกนี้ ด้วยเห็นว่าถ้าจะบังคับให้พวกสาเหยดพวกรัตนาวงไปอยู่ในบังคับพระยาปัตตานี (พ่าย) อิก กลัวจะไม่สิ้นความพยาบาท จะเกิดวิวาทรบกวนไม่รู้แล้ว จึ่งได้จัดพวกนี้ให้แยกขึ้นเสียกับเมืองสงขลากองหนึ่ง พวกสาเหยดพวกรัตนาวงซึ่งแยกเปนกองส่งหวายส่งชันขึ้นกับเมืองสงขลาแล้ว ก็เรี่ยรายไปตั้งบ้านเรือนอยู่ในแขวงบ้านหนองจิกบ้างยิริงบ้าง เหตุด้วยในแขวงตำบลที่กะลาภอไม่มีที่จะทำนา หัวน่าที่เปนแม่กองคุมอยู่นั้น ครั้นถึงกำหนดจะส่งหวายส่งชันกับเมืองสงขลาแล้ว ก็เที่ยวเรียกไปตามบาญชี เรียกชันเรียกหวายส่งกับเมืองสงขลาตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ ในระหว่างพระยาปัตตานี (พ่าย) ว่าราชการเมืองอยู่ ในอาณาเขตรเมืองปัตตานีเกิดโจรผู้ร้ายเที่ยวตีปล้นบ้านเรือนชุกชุม พระยาปัตตานี (พ่าย) ปราบปรามไม่สงบลงได้ ก็บอกหนังสือแจ้งราชการเข้ามาเมืองสงขลา พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ก็นำหนังสือบอกเข้ามากรุงเทพฯ
{{ฟม}}โปรดเกล้าฯ ให้พระยาอภัยสงคราม กับพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ออกไปแยกเมืองปัตตานีเปนเจ็ดเมือง พระยาอภัยสงคราม พระยา<noinclude></noinclude>
tns7vmn7rx5cqb97k1gipk5e4vfanni
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/21
250
80171
292287
264492
2026-07-08T14:05:08Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/18]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/21]]: เปลี่ยนชื่อ
264492
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๘}}</noinclude>สงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ครั้นออกไปถึงเมืองปัตตานีแล้ว ก็แยกออกเปนเมืองปัตตานีหนึ่ง เปนเมืองยิริงหนึ่ง เปนเมืองสายบุรีหนึ่ง เปนเมืองหนองจิกหนึ่ง เปนเมืองรามันห์หนึ่ง เปนเมืองระแงะหนึ่ง เปนเมืองยะลาหนึ่ง
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองปัตตานีรอบตัวนั้น ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายใต้ต่อพรมแดนเมืองรามันห์เมืองยะลา มีหลักเรียงรายไปจนถึงหลักห้า ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองหนองจิก เอาปากคลองบางหมอเปนแดนขึ้นไปคลองบ้านดอนรัก จดต้นตะเคียนใหญ่บ้านคลองขุด ปลายคลองขุดเปนคลองเล็ก ขึ้นไปถึงบ้านกะหรั่งตลอดไปคลองใหญ่ที่เรียกว่า คลองวัว คลองวัวแลพ้นคลองวัวไปทิศใต้เรียกว่าอะเนาะบุโหละ ในระหว่างคลองวัวกับอะเนาะบุโหละคนละฟากคลอง ฟากตวันออกเปนเมืองปัตตานี ฟากตวันตกเปนเขตรเมืองหนองจิก ทิศตวันออกต่อพรมแดนเมืองยิริง ตั้งแต่อ่าวโตนดริมทเลลงไปทิศใต้ ปักหลักเรียงขึ้นไปจนถึงต้นพิกุลใหญ่ริมบ้านโต๊ะโสมริมบ้านกะดี ปักหลักเรียงลงไปถึงต้นยางขาคีมหว่างบ้านสิโต๊ะบ้านอะโห บ้านอะโหเปนเขตรเมืองปัตตานี บ้านสิโต๊ะเปนเขตรเมืองยิริง สิ้นเขตรเมืองปัตตานี
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองยิริงรอบตัว ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายตวันออกต่อพรมแดนเมืองสายบุรี ปักหลักแลปลายคลองตายบ่อหม่าหังพรุกะจูดเขาน้อยเขาโต๊ะชูดคลองน้ำโพรงจรเข้เขาทองเปนแดน ฝ่ายใต้ปักหลักที่นาดำต่อพรมแดนเมืองรามันห์ ตั้งแต่หลักห้าที่นาดำตรงไป ตวันออกมีคลองน้ำแม่ครกไปจนถึงลำห้วยสะโหระ ตั้งแต่ลำห้วย<noinclude></noinclude>
j42piylss68gjkcsliio1i4vl098r3m
292316
292287
2026-07-08T15:23:40Z
Lunlumita
12009
292316
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๘}}</noinclude>สงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ครั้นออกไปถึงเมืองปัตตานีแล้ว ก็แยกออกเปนเมืองปัตตานีหนึ่ง เปนเมืองยิริงหนึ่ง เปนเมืองสายบุรีหนึ่ง เปนเมืองหนองจิกหนึ่ง เปนเมืองรามันห์หนึ่ง เปนเมืองระแงะหนึ่ง เปนเมืองยะลาหนึ่ง
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองปัตตานีรอบตัวนั้น ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายใต้ต่อพรมแดนเมืองรามันห์เมืองยะลา มีหลักเรียงรายไปจนถึงหลักห้า ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองหนองจิก เอาปากคลองบางหมอเปนแดนขึ้นไปคลองบ้านดอนรักจดต้นตะเคียนใหญ่บ้านคลองขุด ปลายคลองขุดเปนคลองเล็ก ขึ้นไปถึงบ้านกะหรั่ง ตลอดไปคลองใหญ่ที่เรียกว่าคลองวัว คลองวัวแลพ้นคลองวัวไปทิศใต้เรียกว่าอะเนาะบุโหละ ในระหว่างคลองวัวกับอะเนาะบุโหละคนละฟากคลอง ฟากตวันออกเปนเมืองปัตตานี ฟากตวันตกเปนเขตรเมืองหนองจิก ทิศตวันออกต่อพรมแดนเมืองยิริง ตั้งแต่อ่าวโตนดริมทเลลงไปทิศใต้ ปักหลักเรียงขึ้นไปจนถึงต้นพิกุลใหญ่ริมบ้านโต๊ะโสมริมบ้านกะดี ปักหลักเรียงลงไปถึงต้นยางขาคีมหว่างบ้านสิโต๊ะบ้านอะโห บ้านอะโหเปนเขตรเมืองปัตตานี บ้านสิโต๊ะเปนเขตรเมืองยิริง สิ้นเขตรเมืองปัตตานี
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองยิริงรอบตัว ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายตวันออกต่อพรมแดนเมืองสายบุรี ปักหลักแลปลายคลองตายบ่อหม่าหังพรุกะจูดเขาน้อยเขาโต๊ะชูดคลองน้ำโพรงจรเข้เขาทองเปนแดน ฝ่ายใต้ปักหลักที่นาดำต่อพรมแดนเมืองรามันห์ ตั้งแต่หลักห้าที่นาดำตรงไป ตวันออกมีคลองน้ำแม่ครกไปจนถึงลำห้วยสะโหระ ตั้งแต่ลำห้วย<noinclude></noinclude>
fxwkhsm146eblxo5qhos2utg604rafp
292317
292316
2026-07-08T15:24:36Z
Lunlumita
12009
292317
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๘}}</noinclude>สงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ครั้นออกไปถึงเมืองปัตตานีแล้ว ก็แยกออกเปนเมืองปัตตานีหนึ่ง เปนเมืองยิริงหนึ่ง เปนเมืองสายบุรีหนึ่ง เปนเมืองหนองจิกหนึ่ง เปนเมืองรามันห์หนึ่ง เปนเมืองระแงะหนึ่ง เปนเมืองยะลาหนึ่ง
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองปัตตานีรอบตัวนั้น ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายใต้ต่อพรมแดนเมืองรามันห์เมืองยะลา มีหลักเรียงรายไปจนถึงหลักห้า ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองหนองจิก เอาปากคลองบางหมอเปนแดนขึ้นไปคลองบ้านดอนรักจดต้นตะเคียนใหญ่บ้านคลองขุด ปลายคลองขุดเปนคลองเล็ก ขึ้นไปถึงบ้านกะหรั่ง ตลอดไปคลองใหญ่ที่เรียกว่าคลองวัว คลองวัวแลพ้นคลองวัวไปทิศใต้เรียกว่าอะเนาะบุโหละ ในระหว่างคลองวัวกับอะเนาะบุโหละคนละฟากคลอง ฟากตวันออกเปนเมืองปัตตานี ฟากตวันตกเปนเขตรเมืองหนองจิก ทิศตวันออกต่อพรมแดนเมืองยิริง ตั้งแต่อ่าวโตนดริมทเลลงไปทิศใต้ ปักหลักเรียงขึ้นไปจนถึงต้นพิกุลใหญ่ริมบ้านโต๊ะโสมริมบ้านกะดี ปักหลักเรียงลงไปถึงต้นยางขาคีมหว่างบ้านสิโต๊ะบ้านอะโห บ้านอะโหเปนเขตรเมืองปัตตานี บ้านสิโต๊ะเปนเขตรเมืองยิริง สิ้นเขตรเมืองปัตตานี
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองยิริงรอบตัว ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายตวันออกต่อพรมแดนเมืองสายบุรี ปักหลักแลปลายคลองตายบ่อหม่าหังพรุกะจูดเขาน้อยเขาโต๊ะชูดคลองน้ำโพรงจรเข้เขาทองเปนแดน ฝ่ายใต้ปักหลักที่นาดำต่อพรมแดนเมืองรามันห์ ตั้งแต่หลักห้าที่นาดำตรงไป ตวันออกมีคลองน้ำแม่ครก ไปจนถึงลำห้วยสะโหระ ตั้งแต่ลำห้วย<noinclude></noinclude>
17i0vivljdgno83c0y0c6kmbxsh9bg8
292318
292317
2026-07-08T15:32:46Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292318
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๘}}</noinclude>สงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ครั้นออกไปถึงเมืองปัตตานีแล้ว ก็แยกออกเปนเมืองปัตตานีหนึ่ง เปนเมืองยิริงหนึ่ง เปนเมืองสายบุรีหนึ่ง เปนเมืองหนองจิกหนึ่ง เปนเมืองรามันห์หนึ่ง เปนเมืองระแงะหนึ่ง เปนเมืองยะลาหนึ่ง
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองปัตตานีรอบตัวนั้น ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายใต้ต่อพรมแดนเมืองรามันห์เมืองยะลา มีหลักเรียงรายไปจนถึงหลักห้า ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองหนองจิก เอาปากคลองบางหมอเปนแดนขึ้นไปคลองบ้านดอนรักจดต้นตะเคียนใหญ่บ้านคลองขุด ปลายคลองขุดเปนคลองเล็ก ขึ้นไปถึงบ้านกะหรั่ง ตลอดไปคลองใหญ่ที่เรียกว่าคลองวัว คลองวัวแลพ้นคลองวัวไปทิศใต้เรียกว่าอะเนาะบุโหละ ในระหว่างคลองวัวกับอะเนาะบุโหละคนละฟากคลอง ฟากตวันออกเปนเมืองปัตตานี ฟากตวันตกเปนเขตรเมืองหนองจิก ทิศตวันออกต่อพรมแดนเมืองยิริง ตั้งแต่อ่าวโตนดริมทเลลงไปทิศใต้ ปักหลักเรียงขึ้นไปจนถึงต้นพิกุลใหญ่ริมบ้านโต๊ะโสมริมบ้านกะดี ปักหลักเรียงลงไปถึงต้นยางขาคีมหว่างบ้านสิโต๊ะบ้านอะโห บ้านอะโหเปนเขตรเมืองปัตตานี บ้านสิโต๊ะเปนเขตรเมืองยิริง สิ้นเขตรเมืองปัตตานี
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองยิริงรอบตัว ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายตวันออกต่อพรมแดนเมืองสายบุรี ปักหลักแลปลายคลองตายบ่อหม่าหังพรุกะจูดเขาน้อยเขาโต๊ะชูดคลองน้ำโพรงจรเข้เขาทองเปนแดน ฝ่ายใต้ปักหลักที่นาดำต่อพรมแดนเมืองรามันห์ ตั้งแต่หลักห้าที่นาดำตรงไป ตวันออกมีคลองน้ำแม่ครก ไปจนถึงลำห้วยสะโหระ ตั้งแต่ลำห้วย<noinclude></noinclude>
55kycqyz4cr23t5wo922h6pgv3yi726
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/22
250
80172
292289
264493
2026-07-08T14:05:17Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/19]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/22]]: เปลี่ยนชื่อ
264493
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๙}}</noinclude>สะโหระปักหลักเรียงไปจนถึงบ้านตรัง ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองปัตตานี ตั้งแต่อ่าวโตนดริมทเลลงไป ทิศใต้ปักหลักเรียงขึ้นไปจนถึงต้นพิกุลใหญ่หว่างบ้านโต๊ะโสมบ้านกะดี ปักหลักเรียงลงไปถึงต้นยางขาคีมหว่างบ้านสิโต๊ะบ้านอะโห ตั้งแต่บ้านอะโหเรียงลงไปถึงต้นมะม่วงใหญ่ตวันตกบ้านเกาะล่ากา ปักหลักเรียงลงไปถึงบ้านก่อหวายบ้านสะตาลบ้านประดู่ ลงไปถึงบ้านน้ำใสตลอดไปหลักห้าเพียงบ้าน นาดำ สิ้นเขตรเมืองยิริง
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองสายบุรีรอบตัว ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายตวันออก ปักหลักที่คลองน้ำย้ากัง ตั้งแต่ทเลเรียงไปปักหลักบ้างมีต้นไม้ใหญ่บ้าง เปนเขตรจนจดคลองตรวบ ฝ่ายตวันออกเปนเขตรเมืองกลันตัน ฝ่าย ตวันตกเปนเขตรเมืองสายบุรี ฝ่ายใต้มีเขาใหญ่ที่ยาวไปตวันออกตวันตกเปนเขตรแดน พ้นเขาปักหลักที่บ้านยิ้งอเรียงไปตวันออกปักหลักบ้าง ต้นไม้ใหญ่บ้างจนจดคลองตรวบ ฝ่ายเหนือเปนเขตรเมืองสายบุรี ฝ่ายใต้เปนเขตรเมืองระแงะ ฝ่ายตวันตกมีปลายคลองตายเปนเขตรต่อพรมแดนเมืองยิริง ปักหลักแต่พรุกะจูดตลอดไปถึงบ่อหม่าหังเรียงขึ้นไปพรุใหญ่ มีต้นไม้ใหญ่ปักหลักไปถึงคลองน้ำโพรงจรเข้เขาน้อยต่อพรมแดนที่กะลาภอ ฝ่ายตวันออกเฉียงใต้ไปถึงเขามุโดเปนเขตรตลอดไปคลองฆอหลอกะปัดต่อพรมแดนเมืองรามันห์ สิ้นเขตรเมืองสายบุรี
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองระแงะรอบตัว ฝ่ายเหนือมีภูเขาใหญ่ที่ขวางยาวไปตวันออกตวันตกเปนเขตรแดน ปักหลักบ้างมีต้นไม้ใหญ่บ้างเรียง<noinclude></noinclude>
54jl8e9oizvkrckco4alaom4ob63057
292319
292289
2026-07-08T15:35:31Z
Lunlumita
12009
292319
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๙}}</noinclude>สะโหระปักหลักเรียงไปจนถึงบ้านตรัง ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองปัตตานี ตั้งแต่อ่าวโตนดริมทเลลงไป ทิศใต้ปักหลักเรียงขึ้นไปจนถึงต้นพิกุลใหญ่หว่างบ้านโต๊ะโสมบ้านกะดี ปักหลักเรียงลงไปถึงต้นยางขาคีมหว่างบ้านสิโต๊ะบ้านอะโห ตั้งแต่บ้านอะโหเรียงลงไปถึงต้นมะม่วงใหญ่ตวันตกบ้านเกาะล่ากา ปักหลักเรียงลงไปถึงบ้านก่อหวายบ้านสะตาลบ้านประดู่ ลงไปถึงบ้านน้ำใสตลอดไปหลักห้าเพียงบ้านนาดำ สิ้นเขตรเมืองยิริง
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองสายบุรีรอบตัว ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายตวันออก ปักหลักที่คลองน้ำย้ากัง ตั้งแต่ทเลเรียงไปปักหลักบ้างมีต้นไม้ใหญ่บ้าง เปนเขตรจนจดคลองตรวบ ฝ่ายตวันออกเปนเขตรเมืองกลันตัน ฝ่าย ตวันตกเปนเขตรเมืองสายบุรี ฝ่ายใต้มีเขาใหญ่ที่ยาวไปตวันออกตวันตกเปนเขตรแดน พ้นเขาปักหลักที่บ้านยิ้งอเรียงไปตวันออกปักหลักบ้าง ต้นไม้ใหญ่บ้างจนจดคลองตรวบ ฝ่ายเหนือเปนเขตรเมืองสายบุรี ฝ่ายใต้เปนเขตรเมืองระแงะ ฝ่ายตวันตกมีปลายคลองตายเปนเขตรต่อพรมแดนเมืองยิริง ปักหลักแต่พรุกะจูดตลอดไปถึงบ่อหม่าหังเรียงขึ้นไปพรุใหญ่ มีต้นไม้ใหญ่ปักหลักไปถึงคลองน้ำโพรงจรเข้เขาน้อยต่อพรมแดนที่กะลาภอ ฝ่ายตวันออกเฉียงใต้ไปถึงเขามุโดเปนเขตรตลอดไปคลองฆอหลอกะปัดต่อพรมแดนเมืองรามันห์ สิ้นเขตรเมืองสายบุรี
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองระแงะรอบตัว ฝ่ายเหนือมีภูเขาใหญ่ที่ขวางยาวไปตวันออกตวันตกเปนเขตรแดน ปักหลักบ้างมีต้นไม้ใหญ่บ้างเรียง<noinclude></noinclude>
2xg6r12bmcimtgwbftaog97wfksc1vv
292320
292319
2026-07-08T15:38:18Z
Lunlumita
12009
292320
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๙}}</noinclude>สะโหระปักหลักเรียงไปจนถึงบ้านตรัง ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองปัตตานี ตั้งแต่อ่าวโตนดริมทเลลงไป ทิศใต้ปักหลักเรียงขึ้นไปจนถึงต้นพิกุลใหญ่หว่างบ้านโต๊ะโสมบ้านกะดี ปักหลักเรียงลงไปถึงต้นยางขาคีมหว่างบ้านสิโต๊ะบ้านอะโห ตั้งแต่บ้านอะโหเรียงลงไปถึงต้นมะม่วงใหญ่ตวันตกบ้านเกาะล่ากา ปักหลักเรียงลงไปถึงบ้านก่อหวายบ้านสะตาลบ้านประดู่ ลงไปถึงบ้านน้ำใสตลอดไปหลักห้าเพียงบ้านนาดำ สิ้นเขตรเมืองยิริง
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองสายบุรีรอบตัว ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายตวันออกปักหลักที่คลองน้ำย้ากัง ตั้งแต่ทเลเรียงไปปักหลักบ้าง มีต้นไม้ใหญ่บ้าง เปนเขตรจนจดคลองตรวบ ฝ่ายตวันออกเปนเขตรเมืองกลันตัน ฝ่ายตวันตกเปนเขตรเมืองสายบุรี ฝ่ายใต้มีเขาใหญ่ที่ยาวไปตวันออกตวันตกเปนเขตรแดน พ้นเขาปักหลักที่บ้านยิ้งอเรียงไปตวันออกปักหลักบ้าง ต้นไม้ใหญ่บ้าง จนจดคลองตรวบ ฝ่ายเหนือเปนเขตรเมืองสายบุรี ฝ่ายใต้เปนเขตรเมืองระแงะ ฝ่ายตวันตกมีปลายคลองตายเปนเขตรต่อพรมแดนเมืองยิริง ปักหลักแต่พรุกะจูดตลอดไปถึงบ่อหม่าหังเรียงขึ้นไปพรุใหญ่ มีต้นไม้ใหญ่ปักหลักไปถึงคลองน้ำโพรงจรเข้เขาน้อยต่อพรมแดนที่กะลาภอ ฝ่ายตวันออกเฉียงใต้ไปถึงเขามุโดเปนเขตรตลอดไปคลองฆอหลอกะปัดต่อพรมแดนเมืองรามันห์ สิ้นเขตรเมืองสายบุรี
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองระแงะรอบตัว ฝ่ายเหนือมีภูเขาใหญ่ที่ขวางยาวไปตวันออกตวันตกเปนเขตรแดน ปักหลักบ้างมีต้นไม้ใหญ่บ้างเรียง<noinclude></noinclude>
5gtexsmrg8jx7w229b63ptrx6de5oim
292321
292320
2026-07-08T15:38:40Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292321
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๙}}</noinclude>สะโหระปักหลักเรียงไปจนถึงบ้านตรัง ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองปัตตานี ตั้งแต่อ่าวโตนดริมทเลลงไป ทิศใต้ปักหลักเรียงขึ้นไปจนถึงต้นพิกุลใหญ่หว่างบ้านโต๊ะโสมบ้านกะดี ปักหลักเรียงลงไปถึงต้นยางขาคีมหว่างบ้านสิโต๊ะบ้านอะโห ตั้งแต่บ้านอะโหเรียงลงไปถึงต้นมะม่วงใหญ่ตวันตกบ้านเกาะล่ากา ปักหลักเรียงลงไปถึงบ้านก่อหวายบ้านสะตาลบ้านประดู่ ลงไปถึงบ้านน้ำใสตลอดไปหลักห้าเพียงบ้านนาดำ สิ้นเขตรเมืองยิริง
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองสายบุรีรอบตัว ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายตวันออกปักหลักที่คลองน้ำย้ากัง ตั้งแต่ทเลเรียงไปปักหลักบ้าง มีต้นไม้ใหญ่บ้าง เปนเขตรจนจดคลองตรวบ ฝ่ายตวันออกเปนเขตรเมืองกลันตัน ฝ่ายตวันตกเปนเขตรเมืองสายบุรี ฝ่ายใต้มีเขาใหญ่ที่ยาวไปตวันออกตวันตกเปนเขตรแดน พ้นเขาปักหลักที่บ้านยิ้งอเรียงไปตวันออกปักหลักบ้าง ต้นไม้ใหญ่บ้าง จนจดคลองตรวบ ฝ่ายเหนือเปนเขตรเมืองสายบุรี ฝ่ายใต้เปนเขตรเมืองระแงะ ฝ่ายตวันตกมีปลายคลองตายเปนเขตรต่อพรมแดนเมืองยิริง ปักหลักแต่พรุกะจูดตลอดไปถึงบ่อหม่าหังเรียงขึ้นไปพรุใหญ่ มีต้นไม้ใหญ่ปักหลักไปถึงคลองน้ำโพรงจรเข้เขาน้อยต่อพรมแดนที่กะลาภอ ฝ่ายตวันออกเฉียงใต้ไปถึงเขามุโดเปนเขตรตลอดไปคลองฆอหลอกะปัดต่อพรมแดนเมืองรามันห์ สิ้นเขตรเมืองสายบุรี
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองระแงะรอบตัว ฝ่ายเหนือมีภูเขาใหญ่ที่ขวางยาวไปตวันออกตวันตกเปนเขตรแดน ปักหลักบ้างมีต้นไม้ใหญ่บ้างเรียง<noinclude></noinclude>
msf7bi7lwy4xoravim3z1gcykrhb91t
292323
292321
2026-07-08T15:43:55Z
Lunlumita
12009
292323
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๙}}</noinclude>สะโหระปักหลักเรียงไปจนถึงบ้านตรัง ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองปัตตานี ตั้งแต่อ่าวโตนดริมทเลลงไป ทิศใต้ปักหลักเรียงขึ้นไปจนถึงต้นพิกุลใหญ่หว่างบ้านโต๊ะโสมบ้านกะดี ปักหลักเรียงลงไปถึงต้นยางขาคีมหว่างบ้านสิโต๊ะบ้านอะโห ตั้งแต่บ้านอะโหเรียงลงไปถึงต้นมะม่วงใหญ่ตวันตกบ้านเกาะล่ากา ปักหลักเรียงลงไปถึงบ้านก่อหวายบ้านสะตาลบ้านประดู่ ลงไปถึงบ้านน้ำใสตลอดไปหลักห้าเพียงบ้านนาดำ สิ้นเขตรเมืองยิริง
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองสายบุรีรอบตัว ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายตวันออกปักหลักที่คลองน้ำย้ากัง ตั้งแต่ทเลเรียงไปปักหลักบ้าง มีต้นไม้ใหญ่บ้าง เปนเขตรจนจดคลองตรวบ ฝ่ายตวันออกเปนเขตรเมืองกลันตัน ฝ่ายตวันตกเปนเขตรเมืองสายบุรี ฝ่ายใต้มีเขาใหญ่ที่ยาวไปตวันออกตวันตกเปนเขตรแดน พ้นเขาปักหลักที่บ้านยิ้งอเรียงไปตวันออกปักหลักบ้าง ต้นไม้ใหญ่บ้าง จนจดคลองตรวบ ฝ่ายเหนือเปนเขตรเมืองสายบุรี ฝ่ายใต้เปนเขตรเมืองระแงะ ฝ่ายตวันตกมีปลายคลองตายเปนเขตรต่อพรมแดนเมืองยิริง ปักหลักแต่พรุกะจูดตลอดไปถึงบ่อหม่าหังเรียงขึ้นไปพรุใหญ่ มีต้นไม้ใหญ่ปักหลักไปถึงคลองน้ำโพรงจรเข้เขาน้อยต่อพรมแดนที่กะลาภอ ฝ่ายตวันออกเฉียงใต้ไปถึงเขามุโดเปนเขตรตลอดไปคลองฆอหลอกะปัดต่อพรมแดนเมืองรามันห์ สิ้นเขตรเมืองสายบุรี
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองระแงะรอบตัว ฝ่ายเหนือมีภูเขาใหญ่ที่ขวางยาวไปตวันออกตวันตกเปนเขตรแดน ปักหลักบ้าง มีต้นไม้ใหญ่บ้าง เรียง<noinclude></noinclude>
5qbukc5ch5zac09ewi9zbcci6040lw5
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/23
250
80173
292291
264494
2026-07-08T14:05:26Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/20]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/23]]: เปลี่ยนชื่อ
264494
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๐}}</noinclude>ไปจนจดคลองตรวบ ฝ่ายเหนือเปนเขตรเมืองสายบุรี ฝ่ายใต้เปนเขตรระแงะ ฝ่ายตวันตกเขาหลิหยอเปนแดนลงมาแบ๊หงอปักหลักบ้างมีต้นไม้ใหญ่บ้าง มีสายห้วยน้ำตลอดขึ้นมาบ้านสุเปะบ้านปะฆอหลอ ปักหลักบ้างมีต้นไม้ใหญ่บ้างมีเขาบ้าง เรียงไปจนถึงคลองตามะหันต่อพรมแดนเมืองสายบุรี ฝ่ายตวันออกคลองตรวบเปนแดนตลอดขึ้นไปบ้านโต๊ะเดะ ปักหลักตั้งแต่บ้านโต๊ะเดะไปถึงพรุ สิ้นพรุเปนลำห้วยเรียกว่าอาเหอิหนอ เปนคลองเขตรแดนตลอดไปถึงตกหมกเหมืองทอง ฝ่ายตวันออกต่อพรมแดนเมืองกลันตัน ฝ่ายใต้ไม่มีหลักลงไปตวันตกเฉียงใต้ตลอดไปบะโลมจดคลองน้ำเมืองแประ ตั้งแต่ตกหมกไปฝ่ายตวันออกเฉียงใต้ เปนป่าดงใหญ่ตลอดไปไม่มีหลักไม่มีสำคัญ สิ้นเขตรเมืองระแงะ
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองรามันห์รอบตัว ฝ่ายเหนือปักหลักที่นาดำต่อพรมแดนเมืองยิริง เรียงไปต่อพรมแดนเมืองปัตตานี ตลอดไปถึงเขาปะราหมะต่อพรมแดนเมืองยะลา เรียงไปจนถึงปะฆอหลอสะเตาะเหนือกำปงจินแหร ปักหลักไปถึงบ้านกาลั่นอะหรอจดคลองใหญ่ท่าสาบไปตามลำคลองคนละฟาก ฟากเหนือเปนเขตรเมืองยะลา ฟากใต้เปนเขตรเมืองรามันห์ จนถึงบ้านบะนางสะตา ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองไทรบุรี มีเขาสะปะเหลาะที่ขวางอยู่นั้นเปนเขตรแดนมีต้นไม้ใหญ่มีคลองน้ำมีเขาบ้าง ฝ่ายตวันตกเฉียงใต้ตลอดไปถึงเขามะนะเสาะ มีเขาเนื่องกันไปในที่ยารม มีห้วยน้ำแลต้นไม้ใหญ่ตลอดไปต่อพรมแดนเมืองแประ ฝ่ายตวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่คลอง<noinclude></noinclude>
2gsyss9gfuvz3yuymx7phwwesu0dznq
292322
292291
2026-07-08T15:42:40Z
Lunlumita
12009
292322
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๐}}</noinclude>ไปจนจดคลองตรวบ ฝ่ายเหนือเปนเขตรเมืองสายบุรี ฝ่ายใต้เปนเขตรระแงะ ฝ่ายตวันตกเขาหลิหยอเปนแดนลงมาแบ๊หงอ ปักหลักบ้าง มีต้นไม้ใหญ่บ้าง มีสายห้วยน้ำตลอดขึ้นมาบ้านสุเปะบ้านปะฆอหลอ ปักหลักบ้าง มีต้นไม้ใหญ่บ้าง มีเขาบ้าง เรียงไปจนถึงคลองตามะหันต่อพรมแดนเมืองสายบุรี ฝ่ายตวันออกคลองตรวบเปนแดนตลอดขึ้นไปบ้านโต๊ะเดะ ปักหลักตั้งแต่บ้านโต๊ะเดะไปถึงพรุ สิ้นพรุเปนลำห้วยเรียกว่าอาเหอิหนอ เปนคลองเขตรแดนตลอดไปถึงตกหมกเหมืองทอง ฝ่ายตวันออกต่อพรมแดนเมืองกลันตัน ฝ่ายใต้ไม่มีหลักลงไปตวันตกเฉียงใต้ตลอดไปบะโลมจดคลองน้ำเมืองแประ ตั้งแต่ตกหมกไปฝ่ายตวันออกเฉียงใต้เปนป่าดงใหญ่ตลอดไป ไม่มีหลักไม่มีสำคัญ สิ้นเขตรเมืองระแงะ
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองรามันห์รอบตัว ฝ่ายเหนือปักหลักที่นาดำต่อพรมแดนเมืองยิริง เรียงไปต่อพรมแดนเมืองปัตตานี ตลอดไปถึงเขาปะราหมะต่อพรมแดนเมืองยะลา เรียงไปจนถึงปะฆอหลอสะเตาะเหนือกำปงจินแหร ปักหลักไปถึงบ้านกาลั่นอะหรอจดคลองใหญ่ท่าสาบไปตามลำคลองคนละฟาก ฟากเหนือเปนเขตรเมืองยะลา ฟากใต้เปนเขตรเมืองรามันห์ จนถึงบ้านบะนางสะตา ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองไทรบุรี มีเขาสะปะเหลาะที่ขวางอยู่นั้นเปนเขตรแดนมีต้นไม้ใหญ่มีคลองน้ำมีเขาบ้าง ฝ่ายตวันตกเฉียงใต้ตลอดไปถึงเขามะนะเสาะ มีเขาเนื่องกันไปในที่ยารม มีห้วยน้ำแลต้นไม้ใหญ่ตลอดไปต่อพรมแดนเมืองแประ ฝ่ายตวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่คลอง<noinclude></noinclude>
hmc7m2cz1mra91hjvawttsal2zat0zp
292324
292322
2026-07-08T15:45:07Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292324
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๑๐}}</noinclude>ไปจนจดคลองตรวบ ฝ่ายเหนือเปนเขตรเมืองสายบุรี ฝ่ายใต้เปนเขตรระแงะ ฝ่ายตวันตกเขาหลิหยอเปนแดนลงมาแบ๊หงอ ปักหลักบ้าง มีต้นไม้ใหญ่บ้าง มีสายห้วยน้ำตลอดขึ้นมาบ้านสุเปะบ้านปะฆอหลอ ปักหลักบ้าง มีต้นไม้ใหญ่บ้าง มีเขาบ้าง เรียงไปจนถึงคลองตามะหันต่อพรมแดนเมืองสายบุรี ฝ่ายตวันออกคลองตรวบเปนแดนตลอดขึ้นไปบ้านโต๊ะเดะ ปักหลักตั้งแต่บ้านโต๊ะเดะไปถึงพรุ สิ้นพรุเปนลำห้วยเรียกว่าอาเหอิหนอ เปนคลองเขตรแดนตลอดไปถึงตกหมกเหมืองทอง ฝ่ายตวันออกต่อพรมแดนเมืองกลันตัน ฝ่ายใต้ไม่มีหลักลงไปตวันตกเฉียงใต้ตลอดไปบะโลมจดคลองน้ำเมืองแประ ตั้งแต่ตกหมกไปฝ่ายตวันออกเฉียงใต้เปนป่าดงใหญ่ตลอดไป ไม่มีหลักไม่มีสำคัญ สิ้นเขตรเมืองระแงะ
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองรามันห์รอบตัว ฝ่ายเหนือปักหลักที่นาดำต่อพรมแดนเมืองยิริง เรียงไปต่อพรมแดนเมืองปัตตานี ตลอดไปถึงเขาปะราหมะต่อพรมแดนเมืองยะลา เรียงไปจนถึงปะฆอหลอสะเตาะเหนือกำปงจินแหร ปักหลักไปถึงบ้านกาลั่นอะหรอจดคลองใหญ่ท่าสาบไปตามลำคลองคนละฟาก ฟากเหนือเปนเขตรเมืองยะลา ฟากใต้เปนเขตรเมืองรามันห์ จนถึงบ้านบะนางสะตา ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองไทรบุรี มีเขาสะปะเหลาะที่ขวางอยู่นั้นเปนเขตรแดนมีต้นไม้ใหญ่มีคลองน้ำมีเขาบ้าง ฝ่ายตวันตกเฉียงใต้ตลอดไปถึงเขามะนะเสาะ มีเขาเนื่องกันไปในที่ยารม มีห้วยน้ำแลต้นไม้ใหญ่ตลอดไปต่อพรมแดนเมืองแประ ฝ่ายตวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่คลอง<noinclude></noinclude>
3iv4g26itctjk87bdy8rw5ua08udpex
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/24
250
80174
292293
264495
2026-07-08T14:05:36Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/21]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/24]]: เปลี่ยนชื่อ
264495
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๑}}</noinclude>น้ำเมืองแประ ตลอดไปคลองน้ำบะโลมจดตกหมกเหมืองทองแขวงเมืองระแงะ ฝ่ายตวันออกตั้งแต่เขาหลิหยอลงมาปักหลักบ้างมีต้นไม้ใหญ่บ้าง จนถึงลำห้วยแบ๊หงอต่อพรมแดนเมืองระแงะ ปักหลักตลอดถึงบ้านสุเปะ บ้านปะฆะหลอจดคลองก่าบู ปักหลักไปจดเขามุโดเรียงลงมาฆอหลอกะปัดต่อพรมแดนเมืองสายบุรี ตลอดมาถึงบ้านตรังบ้านท่าทุ่งต่อพรมแดนเมืองยิริง สิ้นเขตรเมืองรามันห์
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองยะลารอบตัว ตวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่เขาปะราหมะ ปักหลักเรียงลงไปตวันออกถึงปะฆะหลอสะเตาะเหนือบ้านจินแหร ตลอดไปถึงบ้านกะลั่นอะหรอจนถึงคลองใหญ่ท่าสาบจดบ้านบะนางสะตา ฟากเหนือเปนเขตรเมืองยะลา ฟากใต้เปนเขตรเมืองรามันห์ ฝ่าย ตวันออกเฉียงเหนือต่อพรมแดนเมืองปัตตานี ตั้งแต่ตะโหละเปาะย้านิงมีสายห้วยไปจดคลองน้ำท่าสาบ ฟากคลองตวันตกเปนเขตรเมืองยะลา ฟากคลองตวันออกเปนเขตรเมืองปัตตานี ฝ่ายเหนือต่อพรมแดนเมืองหนองจิก เขาศาลาคิรีเปนแดน ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองไทรบุรี มีคลองบาโงยเปนเขตรแดนขึ้นไปถึงบ้านยิ้นังตลอดไปบ้านบะเหลาะ ฝ่ายตวันตกตลอดไปจดเขาเหมืองดิดะล่าบู สิ้นเขตรเมืองยะลา
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองหนองจิกรอบตัว ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่าย
ตวันออกหลักแดนคลองน้ำติดต่อกับเมืองปัตตานี ฝ่ายใต้ต่อพรมแดนเมืองยะลา ฝ่ายตวันออกตั้งแต่หาดลุโบบาโกยริมคลองใหญ่ท่าสาบเรียงไปบ้านทุ่งยาวตลอดไปสายห้วยเรียกว่าคลองสามี พ้นแต่คลอง<noinclude></noinclude>
oomy7i6ilh425just12fyniobgu29pn
292325
292293
2026-07-08T16:03:14Z
Lunlumita
12009
292325
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๑}}</noinclude>น้ำเมืองแประ ตลอดไปคลองน้ำบะโลมจดตกหมกเหมืองทองแขวงเมืองระแงะ ฝ่ายตวันออกตั้งแต่เขาหลิหยอลงมาปักหลักบ้าง มีต้นไม้ใหญ่บ้าง จนถึงลำห้วยแบ๊หงอต่อพรมแดนเมืองระแงะ ปักหลักตลอดถึงบ้านสุเปะบ้านปะฆะหลอจดคลองก่าบู ปักหลักไปจดเขามุโดเรียงลงมาฆอหลอกะปัดต่อพรมแดนเมืองสายบุรี ตลอดมาถึงบ้านตรังบ้านท่าทุ่งต่อพรมแดนเมืองยิริง สิ้นเขตรเมืองรามันห์
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองยะลารอบตัว ตวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่เขาปะราหมะ ปักหลักเรียงลงไปตวันออกถึงปะฆะหลอสะเตาะเหนือบ้านจินแหร ตลอดไปถึงบ้านกะลั่นอะหรอจนถึงคลองใหญ่ท่าสาบจดบ้านบะนางสะตา ฟากเหนือเปนเขตรเมืองยะลา ฟากใต้เปนเขตรเมืองรามันห์ ฝ่าย ตวันออกเฉียงเหนือต่อพรมแดนเมืองปัตตานี ตั้งแต่ตะโหละเปาะย้านิงมีสายห้วยไปจดคลองน้ำท่าสาบ ฟากคลองตวันตกเปนเขตรเมืองยะลา ฟากคลองตวันออกเปนเขตรเมืองปัตตานี ฝ่ายเหนือต่อพรมแดนเมืองหนองจิก เขาศาลาคิรีเปนแดน ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองไทรบุรี มีคลองบาโงยเปนเขตรแดนขึ้นไปถึงบ้านยิ้นังตลอดไปบ้านบะเหลาะ ฝ่ายตวันตกตลอดไปจดเขาเหมืองดิดะล่าบู สิ้นเขตรเมืองยะลา
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองหนองจิกรอบตัว ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายตวันออกหลักแดนคลองน้ำติดต่อกับเมืองปัตตานี ฝ่ายใต้ต่อพรมแดนเมืองยะลา ฝ่ายตวันออกตั้งแต่หาดลุโบบาโกยริมคลองใหญ่ท่าสาบเรียงไปบ้านทุ่งยาวตลอดไปสายห้วยเรียกว่าคลองสามี พ้นแต่คลอง<noinclude></noinclude>
prufkll57z8dlngqcsthhgn0oaghtlg
292326
292325
2026-07-08T16:06:57Z
Lunlumita
12009
292326
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๑}}</noinclude>น้ำเมืองแประ ตลอดไปคลองน้ำบะโลมจดตกหมกเหมืองทองแขวงเมืองระแงะ ฝ่ายตวันออกตั้งแต่เขาหลิหยอลงมาปักหลักบ้าง มีต้นไม้ใหญ่บ้าง จนถึงลำห้วยแบ๊หงอต่อพรมแดนเมืองระแงะ ปักหลักตลอดถึงบ้านสุเปะบ้านปะฆะหลอจดคลองก่าบู ปักหลักไปจดเขามุโดเรียงลงมาฆอหลอกะปัดต่อพรมแดนเมืองสายบุรี ตลอดมาถึงบ้านตรังบ้านท่าทุ่งต่อพรมแดนเมืองยิริง สิ้นเขตรเมืองรามันห์
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองยะลารอบตัว ตวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่เขาปะราหมะ ปักหลักเรียงลงไปตวันออกถึงปะฆะหลอสะเตาะเหนือบ้านจินแหร ตลอดไปถึงบ้านกะลั่นอะหรอจนถึงคลองใหญ่ท่าสาบจดบ้านบะนางสะตา ฟากเหนือเปนเขตรเมืองยะลา ฟากใต้เปนเขตรเมืองรามันห์ ฝ่ายตวันออกเฉียงเหนือต่อพรมแดนเมืองปัตตานี ตั้งแต่ตะโหละเปาะย้านิงมีสายห้วยไปจดคลองน้ำท่าสาบ ฟากคลองตวันตกเปนเขตรเมืองยะลา ฟากคลองตวันออกเปนเขตรเมืองปัตตานี ฝ่ายเหนือต่อพรมแดนเมืองหนองจิก เขาศาลาคิรีเปนแดน ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองไทรบุรี มีคลองบาโงยเปนเขตรแดนขึ้นไปถึงบ้านยิ้นังตลอดไปบ้านบะเหลาะ ฝ่ายตวันตกตลอดไปจดเขาเหมืองดิดะล่าบู สิ้นเขตรเมืองยะลา
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองหนองจิกรอบตัว ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายตวันออกหลักแดนคลองน้ำติดต่อกับเมืองปัตตานี ฝ่ายใต้ต่อพรมแดนเมืองยะลา ฝ่ายตวันออกตั้งแต่หาดลุโบบาโกยริมคลองใหญ่ท่าสาบเรียงไปบ้านทุ่งยาวตลอดไปสายห้วยเรียกว่าคลองสามี พ้นแต่คลอง<noinclude></noinclude>
suyw2kjsg5f3iqwcuiafm5r3uy8h6th
292327
292326
2026-07-08T16:07:20Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292327
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๑๑}}</noinclude>น้ำเมืองแประ ตลอดไปคลองน้ำบะโลมจดตกหมกเหมืองทองแขวงเมืองระแงะ ฝ่ายตวันออกตั้งแต่เขาหลิหยอลงมาปักหลักบ้าง มีต้นไม้ใหญ่บ้าง จนถึงลำห้วยแบ๊หงอต่อพรมแดนเมืองระแงะ ปักหลักตลอดถึงบ้านสุเปะบ้านปะฆะหลอจดคลองก่าบู ปักหลักไปจดเขามุโดเรียงลงมาฆอหลอกะปัดต่อพรมแดนเมืองสายบุรี ตลอดมาถึงบ้านตรังบ้านท่าทุ่งต่อพรมแดนเมืองยิริง สิ้นเขตรเมืองรามันห์
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองยะลารอบตัว ตวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่เขาปะราหมะ ปักหลักเรียงลงไปตวันออกถึงปะฆะหลอสะเตาะเหนือบ้านจินแหร ตลอดไปถึงบ้านกะลั่นอะหรอจนถึงคลองใหญ่ท่าสาบจดบ้านบะนางสะตา ฟากเหนือเปนเขตรเมืองยะลา ฟากใต้เปนเขตรเมืองรามันห์ ฝ่ายตวันออกเฉียงเหนือต่อพรมแดนเมืองปัตตานี ตั้งแต่ตะโหละเปาะย้านิงมีสายห้วยไปจดคลองน้ำท่าสาบ ฟากคลองตวันตกเปนเขตรเมืองยะลา ฟากคลองตวันออกเปนเขตรเมืองปัตตานี ฝ่ายเหนือต่อพรมแดนเมืองหนองจิก เขาศาลาคิรีเปนแดน ฝ่ายตวันตกต่อพรมแดนเมืองไทรบุรี มีคลองบาโงยเปนเขตรแดนขึ้นไปถึงบ้านยิ้นังตลอดไปบ้านบะเหลาะ ฝ่ายตวันตกตลอดไปจดเขาเหมืองดิดะล่าบู สิ้นเขตรเมืองยะลา
{{ฟม}}เขตรแดนเมืองหนองจิกรอบตัว ฝ่ายเหนือจดทเล ฝ่ายตวันออกหลักแดนคลองน้ำติดต่อกับเมืองปัตตานี ฝ่ายใต้ต่อพรมแดนเมืองยะลา ฝ่ายตวันออกตั้งแต่หาดลุโบบาโกยริมคลองใหญ่ท่าสาบเรียงไปบ้านทุ่งยาวตลอดไปสายห้วยเรียกว่าคลองสามี พ้นแต่คลอง<noinclude></noinclude>
373wvbmfdusitsox2lsvms5o87a64u1
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/25
250
80175
292295
264496
2026-07-08T14:05:56Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/22]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/25]]: เปลี่ยนชื่อ
264496
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๒}}</noinclude>สามีมีต้นมะม่วงใหญ่แลต้นไม้ใหญ่ เรียงไปจดเขาใหญ่ที่ยาวไปตวันออก ตวันตกเรียกว่าเขาศาลาคิรี ยาวตลอดไปหาดทรายแขวงเมืองเทพา ฝ่ายใต้เขาศาลาคิรีเปนเขตรเมืองยะลา ฝ่ายเหนือเปนเขตรเมืองหนองจิก ฝ่ายตวันตกริมทเลตั้งแต่ปากบางราภาขึ้นไปตามคลองใหญ่สายห้วยโว่น้อย ยักไปตวันตกเขาเรียกว่าคลองบ้านภูมี ตลอดไปข้างปลายเรียกว่าคลองท่าศาลา ขึ้นไปตวันตกบ้านป่าบอนบ้านกะโผะ มีห้วยน้ำเรียกว่าคลองช้าง ฟากตวันออกคลองช้างเขตรเมืองหนองจิก ฟากตวันตกคลองช้างเปนเขตรเมืองเทพา เรียงขึ้นไปเรียกว่าควนหินกอง ที่บ้านบุหร่นคลองหินกองปักหลักเปนแดนตั้งแต่ควนหินกองตลอดขึ้นไป ถึงเขาน้อยบ้านห้วยบอนเปนกลางแดน มีต้นไม้ใหญ่เรียงรายเปนเขตรไปจนถึงเขาศาลาคิรี สิ้นเขตรเมืองหนองจิก
{{ฟม}}ครั้นพระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) แยกเมืองปัตตานีออกเปนเจ็ดเมือง แลปักหลักแบ่งเขตรแดนเสร็จแล้ว พระยาปัตตานี (พ่าย) หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ผู้ช่วยซึ่งตั้งบ้านเรือนว่าราชการ อยู่ที่ตำบลบ้านย้ามูติดอยู่ในเขตรเมืองยิริงพระยาอภัยสงครามข้าหลวง พร้อมด้วยพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) กะตัวให้พระยาปัตตานี (พ่าย) เปนพระยายิริง หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ก็ให้คงเปนผู้ช่วยอยู่ แต่เมืองปัตตานี เมืองสายบุรี เมืองระแงะ เมืองรามันห์ เมืองยะลา เมืองหนองจิก ซึ่งยังไม่มีตัวผู้รักษาราชการเมืองนั้น พระยาอภัยสงครามข้าหลวง<noinclude></noinclude>
aqxb1crqhd9upujwvkt0iygsnclg8tj
292328
292295
2026-07-08T16:12:39Z
Lunlumita
12009
292328
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๒}}</noinclude>สามีมีต้นมะม่วงใหญ่แลต้นไม้ใหญ่ เรียงไปจดเขาใหญ่ที่ยาวไปตวันออก ตวันตกเรียกว่าเขาศาลาคิรี ยาวตลอดไปหาดทรายแขวงเมืองเทพา ฝ่ายใต้เขาศาลาคิรีเปนเขตรเมืองยะลา ฝ่ายเหนือเปนเขตรเมืองหนองจิก ฝ่ายตวันตกริมทเลตั้งแต่ปากบางราภาขึ้นไปตามคลองใหญ่สายห้วยโว่น้อย ยักไปตวันตกเขาเรียกว่าคลองบ้านภูมี ตลอดไปข้างปลายเรียกว่าคลองท่าศาลา ขึ้นไปตวันตกบ้านป่าบอนบ้านกะโผะ มีห้วยน้ำเรียกว่าคลองช้าง ฟากตวันออกคลองช้างเขตรเมืองหนองจิก ฟากตวันตกคลองช้างเปนเขตรเมืองเทพา เรียงขึ้นไปเรียกว่าควนหินกอง ที่บ้านบุหร่นคลองหินกองปักหลักเปนแดนตั้งแต่ควนหินกองตลอดขึ้นไป ถึงเขาน้อยบ้านห้วยบอนเปนกลางแดน มีต้นไม้ใหญ่เรียงรายเปนเขตรไปจนถึงเขาศาลาคิรี สิ้นเขตรเมืองหนองจิก
{{ฟม}}ครั้นพระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) แยกเมืองปัตตานีออกเปนเจ็ดเมือง แลปักหลักแบ่งเขตรแดนเสร็จแล้ว พระยาปัตตานี (พ่าย) หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ผู้ช่วยซึ่งตั้งบ้านเรือนว่าราชการอยู่ที่ตำบลบ้านย้ามูติดอยู่ในเขตรเมืองยิริง พระยาอภัยสงครามข้าหลวง พร้อมด้วยพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) กะตัวให้พระยาปัตตานี (พ่าย) เปนพระยายิริง หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ก็ให้คงเปนผู้ช่วยอยู่ แต่เมืองปัตตานี เมืองสายบุรี เมืองระแงะ เมืองรามันห์ เมืองยะลา เมืองหนองจิก ซึ่งยังไม่มีตัวผู้รักษาราชการเมืองนั้น พระยาอภัยสงครามข้าหลวง<noinclude></noinclude>
kh6mvdny6f1nqbpow5edzofvvin5z0z
292329
292328
2026-07-08T16:13:57Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292329
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๑๒}}</noinclude>สามีมีต้นมะม่วงใหญ่แลต้นไม้ใหญ่ เรียงไปจดเขาใหญ่ที่ยาวไปตวันออก ตวันตกเรียกว่าเขาศาลาคิรี ยาวตลอดไปหาดทรายแขวงเมืองเทพา ฝ่ายใต้เขาศาลาคิรีเปนเขตรเมืองยะลา ฝ่ายเหนือเปนเขตรเมืองหนองจิก ฝ่ายตวันตกริมทเลตั้งแต่ปากบางราภาขึ้นไปตามคลองใหญ่สายห้วยโว่น้อย ยักไปตวันตกเขาเรียกว่าคลองบ้านภูมี ตลอดไปข้างปลายเรียกว่าคลองท่าศาลา ขึ้นไปตวันตกบ้านป่าบอนบ้านกะโผะ มีห้วยน้ำเรียกว่าคลองช้าง ฟากตวันออกคลองช้างเขตรเมืองหนองจิก ฟากตวันตกคลองช้างเปนเขตรเมืองเทพา เรียงขึ้นไปเรียกว่าควนหินกอง ที่บ้านบุหร่นคลองหินกองปักหลักเปนแดนตั้งแต่ควนหินกองตลอดขึ้นไป ถึงเขาน้อยบ้านห้วยบอนเปนกลางแดน มีต้นไม้ใหญ่เรียงรายเปนเขตรไปจนถึงเขาศาลาคิรี สิ้นเขตรเมืองหนองจิก
{{ฟม}}ครั้นพระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) แยกเมืองปัตตานีออกเปนเจ็ดเมือง แลปักหลักแบ่งเขตรแดนเสร็จแล้ว พระยาปัตตานี (พ่าย) หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ผู้ช่วยซึ่งตั้งบ้านเรือนว่าราชการอยู่ที่ตำบลบ้านย้ามูติดอยู่ในเขตรเมืองยิริง พระยาอภัยสงครามข้าหลวง พร้อมด้วยพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) กะตัวให้พระยาปัตตานี (พ่าย) เปนพระยายิริง หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ก็ให้คงเปนผู้ช่วยอยู่ แต่เมืองปัตตานี เมืองสายบุรี เมืองระแงะ เมืองรามันห์ เมืองยะลา เมืองหนองจิก ซึ่งยังไม่มีตัวผู้รักษาราชการเมืองนั้น พระยาอภัยสงครามข้าหลวง<noinclude></noinclude>
dkhpgft37e3dv8syjfc4d5n2j857tfq
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/26
250
80176
292330
264497
2026-07-08T16:14:43Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/23]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/26]]: เปลี่ยนชื่อ
264497
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๓}}</noinclude>พร้อมด้วยพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) บังคับให้พระยาปัตตานี (พ่าย) เลือกจัดหาในพวกตระกูลตวันตระกูลหนิ ที่พระยาปัตตานี (พ่าย) ได้เคยใช้สอยเห็นว่าที่ใจเรียบร้อยมาแต่ก่อนนั้น จดรายชื่อกะตัวให้ครบทั้งหกเมือง พระยาปัตตานี (พ่าย) ก็จดรายชื่อขึ้นยื่นต่อพระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) รายชื่อที่พระยาปัตตานี (พ่าย) ยื่นนั้น คือหนิดะ เดิมพระยาปัตตานี (พ่าย) ตั้งให้เปนที่ขุนปลัดกรมการหนึ่ง หนิเดะ เปนน้องชายจาก หนิดะขุนปลัดหนึ่ง ตวันหม่าโส่ เดิมพระยาปัตตานี (พ่าย) ตั้งให้เปนนายอำเภออยู่ที่บ้านรามันห์หนึ่ง ตวันยลอ เปนวงษ์ญาติ ตวันหม่าโส่หนึ่ง ตวันสุหลง ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านกะเสะหนึ่ง ตวันหนิ ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านหนองจิกหนึ่ง ครั้นพระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ได้รายชื่อครบหกเมืองแล้ว ก็จัดให้ตวันสุหลงเปนผู้รักษาราชการเมืองปัตตานีให้ตวันหนิเปนผู้รักษาราชการเมืองหนองจิก ให้ตวันหม่าโส่เปนผู้รักษาราชการเมืองรามันห์ ให้ตวันยลอเปนผู้รักษาราชการเมืองยะลาให้หนิดะเปนผู้รักษาราชการเมืองสายบุรี ให้หนิเดะเปนผู้รักษาราชการ
เมืองระแงะ ให้พระยาปัตตานี (พ่าย) เปนผู้ว่าราชการเมืองยิริง แต่หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ให้คงเปนผู้ช่วยราชการอยู่ในพระยาปัตตานี (พ่าย) ผู้ว่าราชการเมืองยิริง พระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ครั้นแยกเขตรแดนแลจัดให้มีตัวผู้รักษาราชการเมืองเสร็จแล้ว พร้อมกันกลับกรุงเทพ ฯ กราบ<noinclude></noinclude>
kf5nizkhemw8o5cazx53g9uiw0uzggd
292367
292330
2026-07-08T16:29:43Z
Lunlumita
12009
292367
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๓}}</noinclude>พร้อมด้วยพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) บังคับให้พระยาปัตตานี (พ่าย) เลือกจัดหาในพวกตระกูลตวันตระกูลหนิ ที่พระยาปัตตานี (พ่าย) ได้เคยใช้สอยเห็นว่าที่ใจเรียบร้อยมาแต่ก่อนนั้น จดรายชื่อกะตัวให้ครบทั้งหกเมือง พระยาปัตตานี (พ่าย) ก็จดรายชื่อขึ้นยื่นต่อพระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) รายชื่อที่พระยาปัตตานี (พ่าย) ยื่นนั้นคือหนิดะ เดิมพระยาปัตตานี (พ่าย) ตั้งให้เปนที่ขุนปลัดกรมการหนึ่ง หนิเดะ เปนน้องชายจากหนิดะขุนปลัดหนึ่ง ตวันหม่าโส่ เดิมพระยาปัตตานี (พ่าย) ตั้งให้เปนนายอำเภออยู่ที่บ้านรามันห์หนึ่ง ตวันยลอ เปนวงษ์ญาติตวันหม่าโส่หนึ่ง ตวันสุหลง ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านกะเสะหนึ่ง ตวันหนิ ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านหนองจิกหนึ่ง ครั้นพระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ได้รายชื่อครบหกเมืองแล้ว ก็จัดให้ตวันสุหลงเปนผู้รักษาราชการเมืองปัตตานี ให้ตวันหนิเปนผู้รักษาราชการเมืองหนองจิก ให้ตวันหม่าโส่เปนผู้รักษาราชการเมืองรามันห์ ให้ตวันยลอเปนผู้รักษาราชการเมืองยะลา ให้หนิดะเปนผู้รักษาราชการเมืองสายบุรี ให้หนิเดะเปนผู้รักษาราชการ
เมืองระแงะ ให้พระยาปัตตานี (พ่าย) เปนผู้ว่าราชการเมืองยิริง แต่หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ให้คงเปนผู้ช่วยราชการอยู่ในพระยาปัตตานี (พ่าย) ผู้ว่าราชการเมืองยิริง พระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ครั้นแยกเขตรแดนแลจัดให้มีตัวผู้รักษาราชการเมืองเสร็จแล้ว พร้อมกันกลับกรุงเทพฯ กราบ<noinclude></noinclude>
kszofy569fhh813ve1mw5h3t502qqyl
292368
292367
2026-07-08T16:29:53Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292368
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๑๓}}</noinclude>พร้อมด้วยพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) บังคับให้พระยาปัตตานี (พ่าย) เลือกจัดหาในพวกตระกูลตวันตระกูลหนิ ที่พระยาปัตตานี (พ่าย) ได้เคยใช้สอยเห็นว่าที่ใจเรียบร้อยมาแต่ก่อนนั้น จดรายชื่อกะตัวให้ครบทั้งหกเมือง พระยาปัตตานี (พ่าย) ก็จดรายชื่อขึ้นยื่นต่อพระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) รายชื่อที่พระยาปัตตานี (พ่าย) ยื่นนั้นคือหนิดะ เดิมพระยาปัตตานี (พ่าย) ตั้งให้เปนที่ขุนปลัดกรมการหนึ่ง หนิเดะ เปนน้องชายจากหนิดะขุนปลัดหนึ่ง ตวันหม่าโส่ เดิมพระยาปัตตานี (พ่าย) ตั้งให้เปนนายอำเภออยู่ที่บ้านรามันห์หนึ่ง ตวันยลอ เปนวงษ์ญาติตวันหม่าโส่หนึ่ง ตวันสุหลง ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านกะเสะหนึ่ง ตวันหนิ ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านหนองจิกหนึ่ง ครั้นพระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ได้รายชื่อครบหกเมืองแล้ว ก็จัดให้ตวันสุหลงเปนผู้รักษาราชการเมืองปัตตานี ให้ตวันหนิเปนผู้รักษาราชการเมืองหนองจิก ให้ตวันหม่าโส่เปนผู้รักษาราชการเมืองรามันห์ ให้ตวันยลอเปนผู้รักษาราชการเมืองยะลา ให้หนิดะเปนผู้รักษาราชการเมืองสายบุรี ให้หนิเดะเปนผู้รักษาราชการ
เมืองระแงะ ให้พระยาปัตตานี (พ่าย) เปนผู้ว่าราชการเมืองยิริง แต่หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ให้คงเปนผู้ช่วยราชการอยู่ในพระยาปัตตานี (พ่าย) ผู้ว่าราชการเมืองยิริง พระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ครั้นแยกเขตรแดนแลจัดให้มีตัวผู้รักษาราชการเมืองเสร็จแล้ว พร้อมกันกลับกรุงเทพฯ กราบ<noinclude></noinclude>
tnb4he0zwh1yiwx2s8g5r8ildx32s5h
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/27
250
80177
292332
264498
2026-07-08T16:14:54Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/24]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/27]]: เปลี่ยนชื่อ
264498
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๔}}</noinclude>บังคมทูลรายงานตามที่แยกเมืองปัตตานีออกเปนเจ็ดเมือง แลจัดให้มีผู้รักษาราชการไว้ทุกเมืองแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานตราตั้งตามรายชื่อซึ่งพระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) จัดไว้ ในตอนนี้ชื่อพระยาทั้งเจ็ดเมืองที่โปรดเกล้า ฯ พระราชทานตั้งนั้นสืบไม่ได้ความ ได้ทราบความแต่ว่าพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) เปนผู้เชิญตราตั้งออกไปพระราชทานทั้งเจ็ดเมือง เปลี่ยนให้พระยาปัตตานี (พ่าย) เปนพระยายิริง ตวันสุหลงเปนพระยาปัตตานี ตวันหนิเปนพระยาหนองจิก ตวันหม่าโส่เปนพระยารามันห์ ตวันยลอเปนพระยายะลา หนิดะเปนพระยาสายบุรี หนิเดะเปนพระยาระแงะ เมืองทั้งเจ็ดเมืองนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้อยู่ในความกำกับดูแลของเมืองสงขลาต่อมา พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ตั้งพระยาเจ้าเมืองแลมอบเมืองทั้งเจ็ดเมืองเสร็จแล้วก็กลับเมืองสงขลา
{{ฟม}}พระยายิริง (พ่าย) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกว่าเมืองนั้นอยู่ที่ตำบลบ้านย้ามู พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองปัตตานี อยู่ที่ตำบลบ้านกะเสะใกล้ตำบลบ้านมะนาซึ่งพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกว่าเมืองอยู่ก่อน พระยาหนองจิก (ตวันหนิ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองหนองจิกนั้น ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหนองจิกพระยายลา (ตวันยลอ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองยะลานั้นตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านยะลา พระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) ตั้งบ้านเรือน<noinclude></noinclude>
0hpfpg07vdg3yozyl41068yj184ypzy
292369
292332
2026-07-08T16:30:27Z
Lunlumita
12009
292369
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๔}}</noinclude>บังคมทูลรายงานตามที่แยกเมืองปัตตานีออกเปนเจ็ดเมือง แลจัดให้มีผู้รักษาราชการไว้ทุกเมืองแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งตามรายชื่อซึ่งพระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) จัดไว้ ในตอนนี้ชื่อพระยาทั้งเจ็ดเมืองที่โปรดเกล้าฯ พระราชทานตั้งนั้นสืบไม่ได้ความ ได้ทราบความแต่ว่าพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) เปนผู้เชิญตราตั้งออกไปพระราชทานทั้งเจ็ดเมือง เปลี่ยนให้พระยาปัตตานี (พ่าย) เปนพระยายิริง ตวันสุหลงเปนพระยาปัตตานี ตวันหนิเปนพระยาหนองจิก ตวันหม่าโส่เปนพระยารามันห์ ตวันยลอเปนพระยายะลา หนิดะเปนพระยาสายบุรี หนิเดะเปนพระยาระแงะ เมืองทั้งเจ็ดเมืองนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อยู่ในความกำกับดูแลของเมืองสงขลาต่อมา พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ตั้งพระยาเจ้าเมืองแลมอบเมืองทั้งเจ็ดเมืองเสร็จแล้วก็กลับเมืองสงขลา
{{ฟม}}พระยายิริง (พ่าย) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกว่าเมืองนั้นอยู่ที่ตำบลบ้านย้ามู พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองปัตตานี อยู่ที่ตำบลบ้านกะเสะใกล้ตำบลบ้านมะนาซึ่งพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกว่าเมืองอยู่ก่อน พระยาหนองจิก (ตวันหนิ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองหนองจิกนั้น ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหนองจิกพระยายลา (ตวันยลอ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองยะลานั้นตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านยะลา พระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) ตั้งบ้านเรือน<noinclude></noinclude>
oyrl9d5fse0jvyb4vovjpxsjan12oya
292370
292369
2026-07-08T16:34:24Z
Lunlumita
12009
292370
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๔}}</noinclude>บังคมทูลรายงานตามที่แยกเมืองปัตตานีออกเปนเจ็ดเมือง แลจัดให้มีผู้รักษาราชการไว้ทุกเมืองแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งตามรายชื่อซึ่งพระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) จัดไว้ ในตอนนี้ชื่อพระยาทั้งเจ็ดเมืองที่โปรดเกล้าฯ พระราชทานตั้งนั้นสืบไม่ได้ความ ได้ทราบความแต่ว่าพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) เปนผู้เชิญตราตั้งออกไปพระราชทานทั้งเจ็ดเมือง เปลี่ยนให้พระยาปัตตานี (พ่าย) เปนพระยายิริง ตวันสุหลงเปนพระยาปัตตานี ตวันหนิเปนพระยาหนองจิก ตวันหม่าโส่เปนพระยารามันห์ ตวันยลอเปนพระยายะลา หนิดะเปนพระยาสายบุรี หนิเดะเปนพระยาระแงะ เมืองทั้งเจ็ดเมืองนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อยู่ในความกำกับดูแลของเมืองสงขลาต่อมา พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ตั้งพระยาเจ้าเมืองแลมอบเมืองทั้งเจ็ดเมืองเสร็จแล้วก็กลับเมืองสงขลา
{{ฟม}}พระยายิริง (พ่าย) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกว่าเมืองนั้นอยู่ที่ตำบลบ้านย้ามู พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองปัตตานีอยู่ที่ตำบลบ้านกะเสะใกล้ตำบลบ้านมะนาซึ่งพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกว่าเมืองอยู่ก่อน พระยาหนองจิก (ตวันหนิ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองหนองจิกนั้นตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหนองจิก พระยายลา (ตวันยลอ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองยะลานั้นตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านยะลา พระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) ตั้งบ้านเรือน<noinclude></noinclude>
kibzfupj3gfkyokd08idy1op286hze1
292371
292370
2026-07-08T16:34:40Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292371
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๑๔}}</noinclude>บังคมทูลรายงานตามที่แยกเมืองปัตตานีออกเปนเจ็ดเมือง แลจัดให้มีผู้รักษาราชการไว้ทุกเมืองแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งตามรายชื่อซึ่งพระยาอภัยสงครามข้าหลวง พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) จัดไว้ ในตอนนี้ชื่อพระยาทั้งเจ็ดเมืองที่โปรดเกล้าฯ พระราชทานตั้งนั้นสืบไม่ได้ความ ได้ทราบความแต่ว่าพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) เปนผู้เชิญตราตั้งออกไปพระราชทานทั้งเจ็ดเมือง เปลี่ยนให้พระยาปัตตานี (พ่าย) เปนพระยายิริง ตวันสุหลงเปนพระยาปัตตานี ตวันหนิเปนพระยาหนองจิก ตวันหม่าโส่เปนพระยารามันห์ ตวันยลอเปนพระยายะลา หนิดะเปนพระยาสายบุรี หนิเดะเปนพระยาระแงะ เมืองทั้งเจ็ดเมืองนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อยู่ในความกำกับดูแลของเมืองสงขลาต่อมา พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ตั้งพระยาเจ้าเมืองแลมอบเมืองทั้งเจ็ดเมืองเสร็จแล้วก็กลับเมืองสงขลา
{{ฟม}}พระยายิริง (พ่าย) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกว่าเมืองนั้นอยู่ที่ตำบลบ้านย้ามู พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองปัตตานีอยู่ที่ตำบลบ้านกะเสะใกล้ตำบลบ้านมะนาซึ่งพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกว่าเมืองอยู่ก่อน พระยาหนองจิก (ตวันหนิ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองหนองจิกนั้นตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหนองจิก พระยายลา (ตวันยลอ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองยะลานั้นตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านยะลา พระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) ตั้งบ้านเรือน<noinclude></noinclude>
e3zihzagmw90vjfe24pxixnim4xhu55
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/28
250
80178
292334
264499
2026-07-08T16:15:05Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/25]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/28]]: เปลี่ยนชื่อ
264499
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๕}}</noinclude>หรือที่เรียกกันว่าเมืองรามันห์นั้น ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านรามันห์ พระยาสายบุรี (หนิดะ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองสายบุรีนั้น ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านยิ้งอ ริมแดนต่อพรมแดนเมืองระแงะทางประมาณสี่ร้อยเส้นเศษ พระยาระแงะ (หนิดะ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองระแงะนั้น ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านระแงะและริมพรมแดนต่อแดนเมืองกลันตันต้นทางที่จะไปตกหมกเหมืองทอง ในระหว่างนั้นบ้านเมืองเปนปรกติเรียบร้อยอยู่หลายปี อยู่มาพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ถึงอนิจกรรมลง โปรดเกล้า ฯ ให้น้องจากพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ซึ่งร่วมบิดามารดา ชื่อเถี้ยนเส้ง เปนพระยาว่าราชการเมืองสงขลาขึ้น ในตอนพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ว่าราชการเมืองสงขลาอยู่นั้น พระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) พระยายลา (ตวันยลอ) พระยาหนองจิก (ตวันหนิ) ก็ถึงแก่กรรม พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดให้ตวันกะจิน้องร่วมบิดามารดาแต่พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) รักษาราชการเมืองหนองจิก ให้ตวันบางกอกบุตรพระยายะลา (ตวันยลอ) รักษาราชการเมืองยะลา ให้ตวันกุโหนบุตรพระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) รักษาราชการเมืองรามันห์ ครั้นพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ได้จัดให้มีตัวผู้รักษาราชการเมืองแทนขึ้นเสร็จแล้ว พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็เข้ามายังกรุงเทพ ฯ นำข้อความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาตามที่พระยาผู้ว่าราชการเมืองถึงแก่กรรม แลได้จัดให้น้องพระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) ชื่อตวันกะจิรักษาราชการเมืองหนองจิก ให้บุตรพระยายะลา (ตวันยลอ) ชื่อตวันบางกอกรักษาราชการเมืองยะลา ให้<noinclude></noinclude>
jvsclpt6gnfaugyc4xyr24lj7rvgpvz
292372
292334
2026-07-08T16:35:04Z
Lunlumita
12009
292372
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๕}}</noinclude>หรือที่เรียกกันว่าเมืองรามันห์นั้น ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านรามันห์ พระยาสายบุรี (หนิดะ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองสายบุรีนั้น ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านยิ้งอ ริมแดนต่อพรมแดนเมืองระแงะทางประมาณสี่ร้อยเส้นเศษ พระยาระแงะ (หนิดะ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองระแงะนั้น ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านระแงะและริมพรมแดนต่อแดนเมืองกลันตันต้นทางที่จะไปตกหมกเหมืองทอง ในระหว่างนั้นบ้านเมืองเปนปรกติเรียบร้อยอยู่หลายปี อยู่มาพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ถึงอนิจกรรมลง โปรดเกล้าฯ ให้น้องจากพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ซึ่งร่วมบิดามารดา ชื่อเถี้ยนเส้ง เปนพระยาว่าราชการเมืองสงขลาขึ้น ในตอนพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ว่าราชการเมืองสงขลาอยู่นั้น พระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) พระยายลา (ตวันยลอ) พระยาหนองจิก (ตวันหนิ) ก็ถึงแก่กรรม พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดให้ตวันกะจิน้องร่วมบิดามารดาแต่พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) รักษาราชการเมืองหนองจิก ให้ตวันบางกอกบุตรพระยายะลา (ตวันยลอ) รักษาราชการเมืองยะลา ให้ตวันกุโหนบุตรพระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) รักษาราชการเมืองรามันห์ ครั้นพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ได้จัดให้มีตัวผู้รักษาราชการเมืองแทนขึ้นเสร็จแล้ว พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็เข้ามายังกรุงเทพฯ นำข้อความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาตามที่พระยาผู้ว่าราชการเมืองถึงแก่กรรม แลได้จัดให้น้องพระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) ชื่อตวันกะจิรักษาราชการเมืองหนองจิก ให้บุตรพระยายะลา (ตวันยลอ) ชื่อตวันบางกอกรักษาราชการเมืองยะลา ให้<noinclude></noinclude>
c4fn3hej3o5b2u1gehevsx4scsu2vqn
292373
292372
2026-07-08T16:37:22Z
Lunlumita
12009
292373
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๕}}</noinclude>หรือที่เรียกกันว่าเมืองรามันห์นั้นตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านรามันห์ พระยาสายบุรี (หนิดะ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองสายบุรีนั้นตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านยิ้งอ ริมแดนต่อพรมแดนเมืองระแงะทางประมาณสี่ร้อยเส้นเศษ พระยาระแงะ (หนิดะ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองระแงะนั้นตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านระแงะ และริมพรมแดนต่อแดนเมืองกลันตันต้นทางที่จะไปตกหมกเหมืองทอง ในระหว่างนั้นบ้านเมืองเปนปรกติเรียบร้อยอยู่หลายปี อยู่มาพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ถึงอนิจกรรมลง โปรดเกล้าฯ ให้น้องจากพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ซึ่งร่วมบิดามารดา ชื่อเถี้ยนเส้ง เปนพระยาว่าราชการเมืองสงขลาขึ้น ในตอนพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ว่าราชการเมืองสงขลาอยู่นั้น พระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) พระยายลา (ตวันยลอ) พระยาหนองจิก (ตวันหนิ) ก็ถึงแก่กรรม พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดให้ตวันกะจิน้องร่วมบิดามารดาแต่พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) รักษาราชการเมืองหนองจิก ให้ตวันบางกอกบุตรพระยายะลา (ตวันยลอ) รักษาราชการเมืองยะลา ให้ตวันกุโหนบุตรพระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) รักษาราชการเมืองรามันห์ ครั้นพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ได้จัดให้มีตัวผู้รักษาราชการเมืองแทนขึ้นเสร็จแล้ว พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็เข้ามายังกรุงเทพฯ นำข้อความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาตามที่พระยาผู้ว่าราชการเมืองถึงแก่กรรม แลได้จัดให้น้องพระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) ชื่อตวันกะจิรักษาราชการเมืองหนองจิก ให้บุตรพระยายะลา (ตวันยลอ) ชื่อตวันบางกอกรักษาราชการเมืองยะลา ให้<noinclude></noinclude>
6jaeo1luqewt44ip1nfs1hjxlwdhps7
292374
292373
2026-07-08T16:37:33Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292374
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๑๕}}</noinclude>หรือที่เรียกกันว่าเมืองรามันห์นั้นตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านรามันห์ พระยาสายบุรี (หนิดะ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองสายบุรีนั้นตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านยิ้งอ ริมแดนต่อพรมแดนเมืองระแงะทางประมาณสี่ร้อยเส้นเศษ พระยาระแงะ (หนิดะ) ตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกกันว่าเมืองระแงะนั้นตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านระแงะ และริมพรมแดนต่อแดนเมืองกลันตันต้นทางที่จะไปตกหมกเหมืองทอง ในระหว่างนั้นบ้านเมืองเปนปรกติเรียบร้อยอยู่หลายปี อยู่มาพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ถึงอนิจกรรมลง โปรดเกล้าฯ ให้น้องจากพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ซึ่งร่วมบิดามารดา ชื่อเถี้ยนเส้ง เปนพระยาว่าราชการเมืองสงขลาขึ้น ในตอนพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ว่าราชการเมืองสงขลาอยู่นั้น พระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) พระยายลา (ตวันยลอ) พระยาหนองจิก (ตวันหนิ) ก็ถึงแก่กรรม พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดให้ตวันกะจิน้องร่วมบิดามารดาแต่พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) รักษาราชการเมืองหนองจิก ให้ตวันบางกอกบุตรพระยายะลา (ตวันยลอ) รักษาราชการเมืองยะลา ให้ตวันกุโหนบุตรพระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) รักษาราชการเมืองรามันห์ ครั้นพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ได้จัดให้มีตัวผู้รักษาราชการเมืองแทนขึ้นเสร็จแล้ว พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็เข้ามายังกรุงเทพฯ นำข้อความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาตามที่พระยาผู้ว่าราชการเมืองถึงแก่กรรม แลได้จัดให้น้องพระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) ชื่อตวันกะจิรักษาราชการเมืองหนองจิก ให้บุตรพระยายะลา (ตวันยลอ) ชื่อตวันบางกอกรักษาราชการเมืองยะลา ให้<noinclude></noinclude>
nf0zqh8lk0tskhlmkl402f7gw0xsn72
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/29
250
80179
292336
264500
2026-07-08T16:15:17Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/26]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/29]]: เปลี่ยนชื่อ
264500
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๖}}</noinclude>บุตรพระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) ชื่อตวันกุโหนรักษาราชการเมืองรามันห์ ก็โปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตตามที่พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดไว้ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) กราบถวายบังคมลา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานตราตั้งให้พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) เชิญออกไปด้วย ครั้นพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ออกไปถึงเมืองสงขลา พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้น) มีหนังสือเรียกตัวตวันกุโหน ตวันกะจิ ตวันบางกอก เข้ามายังเมืองสงขลา พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็มอบตราตั้ง ซึ่งโปรดเกล้า ฯ พระราชทานออกไป ตั้งให้ตวันกะจิเปนพระยาหนองจิก ตั้งให้ตวันบางกอกเปนพระยายะลา ตั้งให้ตวันกุโหนเปนพระยารามันห์ พระยายะลา (ตวันบางกอก) พระยารามันห์ (ตวันกุโหน) พระยาหนองจิก (ตวันกะจิ) ก็ลาพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) กลับไปบ้านเมือง ในระหว่างนั้นบ้านผู้ว่าราชการเมืองหนองจิก เมืองยะลา เมืองรามันห์ ก็ยังคงว่าราชการอยู่ที่บ้านเจ้าเมืองคนเก่า หาได้รื้อเลื่อนไปอื่นไม่ บ้านเมืองก็ยังเปนปรกติเรียบร้อยกันอยู่ทั้งเจ็ดเมือง
{{ฟม}}ครั้นอยู่มาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) พี่ พระยาหนองจิก (ตวันกะจิ) น้อง พระยายะลา (ตวันบางกอก) พระยาระแงะ (หนิเดะ) สี่เมืองนี้ร่วมคิดกันเปนกระบถขึ้น แยกกันออกตีบ้านพระยายิริง (พ่าย) บ้าง เลยเข้ามาตีถึงเมืองจะนะเมืองเทพาบ้าง พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) มีใบบอกเข้ามากรุงเทพ ฯ โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาเพ็ชรบุรีเปนแม่ทัพ<noinclude></noinclude>
p0ydbp7wgea2dsz0tfrn1v477vtpsso
292375
292336
2026-07-08T16:39:00Z
Lunlumita
12009
292375
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๖}}</noinclude>บุตรพระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) ชื่อตวันกุโหนรักษาราชการเมืองรามันห์ ก็โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตตามที่พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดไว้ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) กราบถวายบังคมลา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งให้พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) เชิญออกไปด้วย ครั้นพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ออกไปถึงเมืองสงขลา พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้น) มีหนังสือเรียกตัวตวันกุโหน ตวันกะจิ ตวันบางกอก เข้ามายังเมืองสงขลา พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็มอบตราตั้ง ซึ่งโปรดเกล้าฯ พระราชทานออกไป ตั้งให้ตวันกะจิเปนพระยาหนองจิก ตั้งให้ตวันบางกอกเปนพระยายะลา ตั้งให้ตวันกุโหนเปนพระยารามันห์ พระยายะลา (ตวันบางกอก) พระยารามันห์ (ตวันกุโหน) พระยาหนองจิก (ตวันกะจิ) ก็ลาพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) กลับไปบ้านเมือง ในระหว่างนั้นบ้านผู้ว่าราชการเมืองหนองจิก เมืองยะลา เมืองรามันห์ ก็ยังคงว่าราชการอยู่ที่บ้านเจ้าเมืองคนเก่า หาได้รื้อเลื่อนไปอื่นไม่ บ้านเมืองก็ยังเปนปรกติเรียบร้อยกันอยู่ทั้งเจ็ดเมือง
{{ฟม}}ครั้นอยู่มาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) พี่ พระยาหนองจิก (ตวันกะจิ) น้อง พระยายะลา (ตวันบางกอก) พระยาระแงะ (หนิเดะ) สี่เมืองนี้ร่วมคิดกันเปนกระบถขึ้น แยกกันออกตีบ้านพระยายิริง (พ่าย) บ้าง เลยเข้ามาตีถึงเมืองจะนะเมืองเทพาบ้าง พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) มีใบบอกเข้ามากรุงเทพฯ โปรดเกล้าฯ ให้พระยาเพ็ชรบุรีเปนแม่ทัพ<noinclude></noinclude>
tgjou8hwln16qt71zf4c33cvelwi3a8
292376
292375
2026-07-08T16:40:10Z
Lunlumita
12009
292376
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๖}}</noinclude>บุตรพระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) ชื่อตวันกุโหนรักษาราชการเมืองรามันห์ ก็โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตตามที่พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดไว้ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) กราบถวายบังคมลา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งให้พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) เชิญออกไปด้วย ครั้นพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ออกไปถึงเมืองสงขลา พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) มีหนังสือเรียกตัวตวันกุโหน ตวันกะจิ ตวันบางกอก เข้ามายังเมืองสงขลา พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็มอบตราตั้งซึ่งโปรดเกล้าฯ พระราชทานออกไปตั้งให้ตวันกะจิเปนพระยาหนองจิก ตั้งให้ตวันบางกอกเปนพระยายะลา ตั้งให้ตวันกุโหนเปนพระยารามันห์ พระยายะลา (ตวันบางกอก) พระยารามันห์ (ตวันกุโหน) พระยาหนองจิก (ตวันกะจิ) ก็ลาพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) กลับไปบ้านเมือง ในระหว่างนั้นบ้านผู้ว่าราชการเมืองหนองจิก เมืองยะลา เมืองรามันห์ ก็ยังคงว่าราชการอยู่ที่บ้านเจ้าเมืองคนเก่า หาได้รื้อเลื่อนไปอื่นไม่ บ้านเมืองก็ยังเปนปรกติเรียบร้อยกันอยู่ทั้งเจ็ดเมือง
{{ฟม}}ครั้นอยู่มาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) พี่ พระยาหนองจิก (ตวันกะจิ) น้อง พระยายะลา (ตวันบางกอก) พระยาระแงะ (หนิเดะ) สี่เมืองนี้ร่วมคิดกันเปนกระบถขึ้น แยกกันออกตีบ้านพระยายิริง (พ่าย) บ้าง เลยเข้ามาตีถึงเมืองจะนะเมืองเทพาบ้าง พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) มีใบบอกเข้ามากรุงเทพฯ โปรดเกล้าฯ ให้พระยาเพ็ชรบุรีเปนแม่ทัพ<noinclude></noinclude>
lvksda6tlcfuqxmq3h40z220siwaxw1
292377
292376
2026-07-08T16:41:34Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292377
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๑๖}}</noinclude>บุตรพระยารามันห์ (ตวันหม่าโส่) ชื่อตวันกุโหนรักษาราชการเมืองรามันห์ ก็โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตตามที่พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดไว้ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) กราบถวายบังคมลา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งให้พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) เชิญออกไปด้วย ครั้นพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ออกไปถึงเมืองสงขลา พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) มีหนังสือเรียกตัวตวันกุโหน ตวันกะจิ ตวันบางกอก เข้ามายังเมืองสงขลา พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็มอบตราตั้งซึ่งโปรดเกล้าฯ พระราชทานออกไปตั้งให้ตวันกะจิเปนพระยาหนองจิก ตั้งให้ตวันบางกอกเปนพระยายะลา ตั้งให้ตวันกุโหนเปนพระยารามันห์ พระยายะลา (ตวันบางกอก) พระยารามันห์ (ตวันกุโหน) พระยาหนองจิก (ตวันกะจิ) ก็ลาพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) กลับไปบ้านเมือง ในระหว่างนั้นบ้านผู้ว่าราชการเมืองหนองจิก เมืองยะลา เมืองรามันห์ ก็ยังคงว่าราชการอยู่ที่บ้านเจ้าเมืองคนเก่า หาได้รื้อเลื่อนไปอื่นไม่ บ้านเมืองก็ยังเปนปรกติเรียบร้อยกันอยู่ทั้งเจ็ดเมือง
{{ฟม}}ครั้นอยู่มาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) พี่ พระยาหนองจิก (ตวันกะจิ) น้อง พระยายะลา (ตวันบางกอก) พระยาระแงะ (หนิเดะ) สี่เมืองนี้ร่วมคิดกันเปนกระบถขึ้น แยกกันออกตีบ้านพระยายิริง (พ่าย) บ้าง เลยเข้ามาตีถึงเมืองจะนะเมืองเทพาบ้าง พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) มีใบบอกเข้ามากรุงเทพฯ โปรดเกล้าฯ ให้พระยาเพ็ชรบุรีเปนแม่ทัพ<noinclude></noinclude>
48jxclfyj3szzj1odwtoqpiouwmx2he
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/30
250
80180
292338
264501
2026-07-08T16:15:31Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/27]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/30]]: เปลี่ยนชื่อ
264501
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๗}}</noinclude>ออกไปสมทบช่วยเมืองสงขลา ครั้นกองทัพพระยาเพ็ชรบุรีออกไปถึงเมืองสงขลา ก็รวบรวมสมทบกับกองทัพพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ยกออกตีแขกตั้งแต่เมืองจะนะเมืองเทพาตลอดจนถึงเมืองระแงะ ไปจับได้พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) พระยายะลา (ตวันบางกอก) พระยาหนองจิก (ตวันกะจิ) ที่ตำบลบ้านโต๊ะเดะในเขตรแขวงเมืองระแงะริมพรมแดนเมืองกลันตัน ประหารชีวิตรเสียในที่ตำบลนั้น แต่พระยาระแงะ (หนิเดะ) ที่เปนพวกร่วมคิดกันกระบถนั้นหนีรอดตามไม่ได้ตัว ในระหว่างนั้นพระยาเพ็ชรบุรีแม่ทัพ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดให้หนิบอสูรักษาราชการเมืองระแงะ หนิบอสูคนนี้เดิมตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านบางปูแขวงเมืองยิริง พระยายิริง (พ่าย) ให้เปนกรมการอยู่ที่เมืองยิริง เวลาที่รบนั้นก็ได้ไปในกองทัพด้วย มีคำสรรเสริญว่าใจคอกล้าหาญ จัดให้หลวงสวัสดิ์ (ยิ้มซ้าย) เดิมเปนผู้ช่วยราชการอยู่ที่เมืองยิริงไปรักษาราชการเมืองยะลา จัดให้นายเม่นเมืองจะนะเปนผู้รักษาราชการเมืองหนองจิก จัดให้ตวันยุโส่เปนผู้รักษาราชการเมืองปัตตานี แต่ตวันยุโสคนนี้เปนสองชื่ออยู่ เรียกกันว่าโต๊ะกีก็เรียก
{{ฟม}}พระยาเพ็ชรบุรีแม่ทัพ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ครั้นตีแขกกระบถแตก แลเมืองที่ว่างไม่มีผู้ว่าราชการเมืองนั้น ก็จัดให้มีขึ้นอยู่รักษาราชการแทนไว้เสร็จแล้ว พร้อมกันกลับกรุงเทพ ฯ ตวันยุโส่หรือโต๊ะกี่ได้เปนผู้รักษาราชการเมืองปัตตานี ก็เลื่อนไปตั้งบ้านเรือนอยู่ฝ่ายตวันตกแต่บ้านกะเสะ ห่างจากบ้านพระยาปัตตานี (ตวัน<noinclude></noinclude>
710oeyemzp59qfwfdy1bh8wb7bfbf1s
292378
292338
2026-07-08T16:42:19Z
Lunlumita
12009
292378
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๗}}</noinclude>ออกไปสมทบช่วยเมืองสงขลา ครั้นกองทัพพระยาเพ็ชรบุรีออกไปถึงเมืองสงขลา ก็รวบรวมสมทบกับกองทัพพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ยกออกตีแขกตั้งแต่เมืองจะนะเมืองเทพาตลอดจนถึงเมืองระแงะ ไปจับได้พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) พระยายะลา (ตวันบางกอก) พระยาหนองจิก (ตวันกะจิ) ที่ตำบลบ้านโต๊ะเดะในเขตรแขวงเมืองระแงะริมพรมแดนเมืองกลันตัน ประหารชีวิตรเสียในที่ตำบลนั้น แต่พระยาระแงะ (หนิเดะ) ที่เปนพวกร่วมคิดกันกระบถนั้นหนีรอดตามไม่ได้ตัว ในระหว่างนั้นพระยาเพ็ชรบุรีแม่ทัพ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดให้หนิบอสูรักษาราชการเมืองระแงะ หนิบอสูคนนี้เดิมตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านบางปูแขวงเมืองยิริง พระยายิริง (พ่าย) ให้เปนกรมการอยู่ที่เมืองยิริง เวลาที่รบนั้นก็ได้ไปในกองทัพด้วย มีคำสรรเสริญว่าใจคอกล้าหาญ จัดให้หลวงสวัสดิ์ (ยิ้มซ้าย) เดิมเปนผู้ช่วยราชการอยู่ที่เมืองยิริงไปรักษาราชการเมืองยะลา จัดให้นายเม่นเมืองจะนะเปนผู้รักษาราชการเมืองหนองจิก จัดให้ตวันยุโส่เปนผู้รักษาราชการเมืองปัตตานี แต่ตวันยุโสคนนี้เปนสองชื่ออยู่ เรียกกันว่าโต๊ะกีก็เรียก
{{ฟม}}พระยาเพ็ชรบุรีแม่ทัพ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ครั้นตีแขกกระบถแตก แลเมืองที่ว่างไม่มีผู้ว่าราชการเมืองนั้น ก็จัดให้มีขึ้นอยู่รักษาราชการแทนไว้เสร็จแล้ว พร้อมกันกลับกรุงเทพฯ ตวันยุโส่หรือโต๊ะกี่ได้เปนผู้รักษาราชการเมืองปัตตานี ก็เลื่อนไปตั้งบ้านเรือนอยู่ฝ่ายตวันตกแต่บ้านกะเสะ ห่างจากบ้านพระยาปัตตานี (ตวัน<noinclude></noinclude>
9ine4k0lyv2i8qcl2yjufchtl3b0xm8
292379
292378
2026-07-08T16:49:21Z
Lunlumita
12009
292379
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๗}}</noinclude>ออกไปสมทบช่วยเมืองสงขลา ครั้นกองทัพพระยาเพ็ชรบุรีออกไปถึงเมืองสงขลา ก็รวบรวมสมทบกับกองทัพพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ยกออกตีแขกตั้งแต่เมืองจะนะเมืองเทพาตลอดจนถึงเมืองระแงะ ไปจับได้พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) พระยายะลา (ตวันบางกอก) พระยาหนองจิก (ตวันกะจิ) ที่ตำบลบ้านโต๊ะเดะในเขตรแขวงเมืองระแงะริมพรมแดนเมืองกลันตัน ประหารชีวิตรเสียในที่ตำบลนั้น แต่พระยาระแงะ (หนิเดะ) ที่เปนพวกร่วมคิดกันกระบถนั้นหนีรอดตามไม่ได้ตัว ในระหว่างนั้นพระยาเพ็ชรบุรีแม่ทัพ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดให้หนิบอสูรักษาราชการเมืองระแงะ หนิบอสูคนนี้เดิมตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านบางปูแขวงเมืองยิริง พระยายิริง (พ่าย) ให้เปนกรมการอยู่ที่เมืองยิริง เวลาที่รบนั้นก็ได้ไปในกองทัพด้วย มีคำสรรเสริญว่าใจคอกล้าหาญ จัดให้หลวงสวัสดิ์ (ยิ้มซ้าย) เดิมเปนผู้ช่วยราชการอยู่ที่เมืองยิริงไปรักษาราชการเมืองยะลา จัดให้นายเม่นเมืองจะนะเปนผู้รักษาราชการเมืองหนองจิก จัดให้ตวันยุโส่เปนผู้รักษาราชการเมืองปัตตานี แต่ตวันยุโสคนนี้เปนสองชื่ออยู่ เรียกกันว่าโต๊ะกีก็เรียก
{{ฟม}}พระยาเพ็ชรบุรีแม่ทัพ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ครั้นตีแขกกระบถแตก แลเมืองที่ว่างไม่มีผู้ว่าราชการเมืองนั้น ก็จัดให้มีขึ้นอยู่รักษาราชการแทนไว้เสร็จแล้ว พร้อมกันกลับกรุงเทพฯ ตวันยุโส่หรือโต๊ะกีได้เปนผู้รักษาราชการเมืองปัตตานี ก็เลื่อนไปตั้งบ้านเรือนอยู่ฝ่ายตวันตกแต่บ้านกะเสะ ห่างจากบ้านพระยาปัตตานี (ตวัน<noinclude></noinclude>
ci5bg5iqrzihoi1znsvj381d7niqpng
292380
292379
2026-07-08T16:49:30Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292380
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๑๗}}</noinclude>ออกไปสมทบช่วยเมืองสงขลา ครั้นกองทัพพระยาเพ็ชรบุรีออกไปถึงเมืองสงขลา ก็รวบรวมสมทบกับกองทัพพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ยกออกตีแขกตั้งแต่เมืองจะนะเมืองเทพาตลอดจนถึงเมืองระแงะ ไปจับได้พระยาปัตตานี (ตวันสุหลง) พระยายะลา (ตวันบางกอก) พระยาหนองจิก (ตวันกะจิ) ที่ตำบลบ้านโต๊ะเดะในเขตรแขวงเมืองระแงะริมพรมแดนเมืองกลันตัน ประหารชีวิตรเสียในที่ตำบลนั้น แต่พระยาระแงะ (หนิเดะ) ที่เปนพวกร่วมคิดกันกระบถนั้นหนีรอดตามไม่ได้ตัว ในระหว่างนั้นพระยาเพ็ชรบุรีแม่ทัพ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดให้หนิบอสูรักษาราชการเมืองระแงะ หนิบอสูคนนี้เดิมตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านบางปูแขวงเมืองยิริง พระยายิริง (พ่าย) ให้เปนกรมการอยู่ที่เมืองยิริง เวลาที่รบนั้นก็ได้ไปในกองทัพด้วย มีคำสรรเสริญว่าใจคอกล้าหาญ จัดให้หลวงสวัสดิ์ (ยิ้มซ้าย) เดิมเปนผู้ช่วยราชการอยู่ที่เมืองยิริงไปรักษาราชการเมืองยะลา จัดให้นายเม่นเมืองจะนะเปนผู้รักษาราชการเมืองหนองจิก จัดให้ตวันยุโส่เปนผู้รักษาราชการเมืองปัตตานี แต่ตวันยุโสคนนี้เปนสองชื่ออยู่ เรียกกันว่าโต๊ะกีก็เรียก
{{ฟม}}พระยาเพ็ชรบุรีแม่ทัพ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ครั้นตีแขกกระบถแตก แลเมืองที่ว่างไม่มีผู้ว่าราชการเมืองนั้น ก็จัดให้มีขึ้นอยู่รักษาราชการแทนไว้เสร็จแล้ว พร้อมกันกลับกรุงเทพฯ ตวันยุโส่หรือโต๊ะกีได้เปนผู้รักษาราชการเมืองปัตตานี ก็เลื่อนไปตั้งบ้านเรือนอยู่ฝ่ายตวันตกแต่บ้านกะเสะ ห่างจากบ้านพระยาปัตตานี (ตวัน<noinclude></noinclude>
kigb9pbuni7eqy99ezfe2e3b5o0pav3
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/31
250
80181
292340
264502
2026-07-08T16:15:41Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/28]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/31]]: เปลี่ยนชื่อ
264502
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๘}}</noinclude>สุหลง) ซึ่งเปนกระบถไปประมาณสามร้อยเส้นเศษ หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ผู้ช่วยราชการเมืองยิริง ซึ่งได้เปนผู้รักษาราชการเมืองยะลานั้น ก็ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านวังตระแขวงเมืองยะลาอยู่ฝ่ายตวันตกเฉียงเหนือแต่บ้านพระยายะลา (ตวันบางกอก) ซึ่งเปนกระบถห่างออกไปทางประมาณห้าร้อยเส้นเศษ หนิบอสูซึ่งได้เปนผู้รักษาราชการเมืองระแงะ ก็ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านตะหยงหมะ แขวงเมืองระแงะ ฝ่ายตวันออกแต่บ้านพระยาระแงะ (หนิเดะ) ซึ่งเปนกระบถไกลออกไปทางประมาณวันหนึ่ง ในตอนนี้ขนบธรรมเนียม เมืองยิริง เมืองยะลา เมืองหนองจิก กรมการแลอำเภอใช้อย่างเมืองสงขลาทั้งสิ้น เมืองปัตตานี เมืองสายบุรี เมืองระแงะ เมืองรามันห์นั้น พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็แต่งให้กรมการออกไประวังตรวจอยู่เสมอมิได้ขาด บ้านเมืองก็เปนการเรียบร้อยทั้งเจ็ดเมือง อยู่มาพระยายิริง (พ่าย) ป่วยเปนโรคชราถึงแก่กรรมลง พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดให้หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ซึ่งเปนผู้รักษาราชการเมืองยะลา ไปรักษาราชการเมืองยิริง ในระหว่างหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) รักษาราชการอยู่ที่เมืองยะลานั้น ได้โก่นสร้างเหมืองดีบุกไว้ในเมืองยะลาหกเหมือง ชื่อเหมืองดิดะ เหมืองล่าบู เหมืองหม่าเระ เหมืองบายอ เหมืองใหม่ เหมืองแหมะบุหลัน ครั้นหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ต้องเลื่อนเปลี่ยนไปอยู่รักษาราชการเสียที่เมืองยิริง หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ก็ทำรายชื่อเหมืองมอบอนุญาตให้พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็ได้รับผลประโยชน์ได้เปนดีบุกบ้าง ได้เปน<noinclude></noinclude>
32qpkl15efwi8f7x901i9dnytpd74kf
292381
292340
2026-07-08T16:51:45Z
Lunlumita
12009
292381
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๘}}</noinclude>สุหลง) ซึ่งเปนกระบถไปประมาณสามร้อยเส้นเศษ หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ผู้ช่วยราชการเมืองยิริง ซึ่งได้เปนผู้รักษาราชการเมืองยะลานั้น ก็ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านวังตระแขวงเมืองยะลาอยู่ฝ่ายตวันตกเฉียงเหนือแต่บ้านพระยายะลา (ตวันบางกอก) ซึ่งเปนกระบถ ห่างออกไปทางประมาณห้าร้อยเส้นเศษ หนิบอสูซึ่งได้เปนผู้รักษาราชการเมืองระแงะก็ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านตะหยงหมะแขวงเมืองระแงะ ฝ่ายตวันออกแต่บ้านพระยาระแงะ (หนิเดะ) ซึ่งเปนกระบถไกลออกไปทางประมาณวันหนึ่ง ในตอนนี้ขนบธรรมเนียมเมืองยิริง เมืองยะลา เมืองหนองจิก กรมการแลอำเภอใช้อย่างเมืองสงขลาทั้งสิ้น เมืองปัตตานี เมืองสายบุรี เมืองระแงะ เมืองรามันห์นั้น พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็แต่งให้กรมการออกไประวังตรวจอยู่เสมอมิได้ขาด บ้านเมืองก็เปนการเรียบร้อยทั้งเจ็ดเมือง อยู่มาพระยายิริง (พ่าย) ป่วยเปนโรคชราถึงแก่กรรมลง พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดให้หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ซึ่งเปนผู้รักษาราชการเมืองยะลา ไปรักษาราชการเมืองยิริง ในระหว่างหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) รักษาราชการอยู่ที่เมืองยะลานั้น ได้โก่นสร้างเหมืองดีบุกไว้ในเมืองยะลาหกเหมือง ชื่อเหมืองดิดะ เหมืองล่าบู เหมืองหม่าเระ เหมืองบายอ เหมืองใหม่ เหมืองแหมะบุหลัน ครั้นหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ต้องเลื่อนเปลี่ยนไปอยู่รักษาราชการเสียที่เมืองยิริง หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ก็ทำรายชื่อเหมืองมอบอนุญาตให้พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็ได้รับผลประโยชน์ ได้เปนดีบุกบ้าง ได้เปน<noinclude></noinclude>
brabnwd161pw0f1hhheis8je47me8td
292382
292381
2026-07-08T16:51:55Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292382
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๑๘}}</noinclude>สุหลง) ซึ่งเปนกระบถไปประมาณสามร้อยเส้นเศษ หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ผู้ช่วยราชการเมืองยิริง ซึ่งได้เปนผู้รักษาราชการเมืองยะลานั้น ก็ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านวังตระแขวงเมืองยะลาอยู่ฝ่ายตวันตกเฉียงเหนือแต่บ้านพระยายะลา (ตวันบางกอก) ซึ่งเปนกระบถ ห่างออกไปทางประมาณห้าร้อยเส้นเศษ หนิบอสูซึ่งได้เปนผู้รักษาราชการเมืองระแงะก็ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านตะหยงหมะแขวงเมืองระแงะ ฝ่ายตวันออกแต่บ้านพระยาระแงะ (หนิเดะ) ซึ่งเปนกระบถไกลออกไปทางประมาณวันหนึ่ง ในตอนนี้ขนบธรรมเนียมเมืองยิริง เมืองยะลา เมืองหนองจิก กรมการแลอำเภอใช้อย่างเมืองสงขลาทั้งสิ้น เมืองปัตตานี เมืองสายบุรี เมืองระแงะ เมืองรามันห์นั้น พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็แต่งให้กรมการออกไประวังตรวจอยู่เสมอมิได้ขาด บ้านเมืองก็เปนการเรียบร้อยทั้งเจ็ดเมือง อยู่มาพระยายิริง (พ่าย) ป่วยเปนโรคชราถึงแก่กรรมลง พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดให้หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ซึ่งเปนผู้รักษาราชการเมืองยะลา ไปรักษาราชการเมืองยิริง ในระหว่างหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) รักษาราชการอยู่ที่เมืองยะลานั้น ได้โก่นสร้างเหมืองดีบุกไว้ในเมืองยะลาหกเหมือง ชื่อเหมืองดิดะ เหมืองล่าบู เหมืองหม่าเระ เหมืองบายอ เหมืองใหม่ เหมืองแหมะบุหลัน ครั้นหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ต้องเลื่อนเปลี่ยนไปอยู่รักษาราชการเสียที่เมืองยิริง หลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ก็ทำรายชื่อเหมืองมอบอนุญาตให้พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็ได้รับผลประโยชน์ ได้เปนดีบุกบ้าง ได้เปน<noinclude></noinclude>
s9hlp6rz5zfxxkat71o11ezlgijcmrm
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/32
250
80182
292342
264503
2026-07-08T16:15:53Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/29]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/32]]: เปลี่ยนชื่อ
264503
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๙}}</noinclude>เงินค่าเช่าบ้างทุก ๆ ปีมิได้ขาด มาจนพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ถึงแก่อนิจกรรม ต่อมาเหมืองรายนี้ก็เลยรวมเปนมรดกของเมืองสงขลาไป ถ้าท่านคนใดได้เปนผู้ว่าราชการเมืองสงขลาขึ้นแล้ว ก็ได้รับผลประโยชน์ต่อ ๆ กันมาตลอดจนถึงพระยาวิเชียรคิรี (ชม) ในระหว่างหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) รักษาราชการเมืองยิริงนั้น พระยา กลันตังชื่อเดิมสืบไม่ได้ความถึงแก่กรรมลง พระยาจางวางสุลต่านเดวอหนึ่ง ตวันปากแดงหนึ่ง ตวนกูปะสาหนึ่ง ตวันบางโงยหนึ่ง ซึ่งเปนวงษ์ญาติอยู่ในพระยากลันตันที่ถึงแก่กรรม เกิดวิวาทรบพุ่งแย่งชิงกันจะเปนเจ้าเมือง โปรดเกล้า ฯ ให้พระเสน่หามนตรี ผู้ช่วยราชการเมืองนครศรีธรรมราช พระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา ออกไประงับการวิวาทที่เมืองกลันตัน ครั้นพระเสน่หามนตรี พระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) ไปถึงเมืองกลันตัน ตวันบาโงยก็หนีไปทางเมืองกะลาปาหัง พระเสน่หามนตรีผู้ช่วยราชการเมืองนครศรีธรรมราช ก็พาตัวพระยาจางวาง (สุลต่านเดวอ) มาไว้เสียที่เมืองนครศรีธรรมราช พระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) ก็พาตัวตนกูปะสามาไว้เสียที่เมืองสงขลา ครั้งนั้นโปรดเกล้า ฯ ให้ ตวันปากแดงเปนพระยากลันตัน เมืองกลันตันก็เปนการเรียบร้อยอยู่มาหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ซึ่งเปนผู้รักษาราชการเมืองยิริงถึงแก่กรรมลง นายเม่นซึ่งเปนผู้รักษาราชการเมืองหนองจิกไม่ได้ราชการ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ถอดนายเม่นออกจากราชการเสียในระหว่างนั้นเมืองยิริงผู้รักษาราชการเมืองถึงแก่กรรม เมืองหนองจิก<noinclude></noinclude>
h9ps1y96e6st8m3n60aquxgm6nyqvpw
292383
292342
2026-07-08T16:52:15Z
Lunlumita
12009
292383
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๙}}</noinclude>เงินค่าเช่าบ้างทุก ๆ ปีมิได้ขาด มาจนพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ถึงแก่อนิจกรรม ต่อมาเหมืองรายนี้ก็เลยรวมเปนมรดกของเมืองสงขลาไป ถ้าท่านคนใดได้เปนผู้ว่าราชการเมืองสงขลาขึ้นแล้ว ก็ได้รับผลประโยชน์ต่อ ๆ กันมาตลอดจนถึงพระยาวิเชียรคิรี (ชม) ในระหว่างหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) รักษาราชการเมืองยิริงนั้น พระยา กลันตังชื่อเดิมสืบไม่ได้ความถึงแก่กรรมลง พระยาจางวางสุลต่านเดวอหนึ่ง ตวันปากแดงหนึ่ง ตวนกูปะสาหนึ่ง ตวันบางโงยหนึ่ง ซึ่งเปนวงษ์ญาติอยู่ในพระยากลันตันที่ถึงแก่กรรม เกิดวิวาทรบพุ่งแย่งชิงกันจะเปนเจ้าเมือง โปรดเกล้าฯ ให้พระเสน่หามนตรี ผู้ช่วยราชการเมืองนครศรีธรรมราช พระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา ออกไประงับการวิวาทที่เมืองกลันตัน ครั้นพระเสน่หามนตรี พระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) ไปถึงเมืองกลันตัน ตวันบาโงยก็หนีไปทางเมืองกะลาปาหัง พระเสน่หามนตรีผู้ช่วยราชการเมืองนครศรีธรรมราช ก็พาตัวพระยาจางวาง (สุลต่านเดวอ) มาไว้เสียที่เมืองนครศรีธรรมราช พระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) ก็พาตัวตนกูปะสามาไว้เสียที่เมืองสงขลา ครั้งนั้นโปรดเกล้าฯ ให้ ตวันปากแดงเปนพระยากลันตัน เมืองกลันตันก็เปนการเรียบร้อยอยู่มาหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ซึ่งเปนผู้รักษาราชการเมืองยิริงถึงแก่กรรมลง นายเม่นซึ่งเปนผู้รักษาราชการเมืองหนองจิกไม่ได้ราชการ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ถอดนายเม่นออกจากราชการเสียในระหว่างนั้นเมืองยิริงผู้รักษาราชการเมืองถึงแก่กรรม เมืองหนองจิก<noinclude></noinclude>
9vtmyzt3jbtfyfgw4q79umfzw1pwchl
292384
292383
2026-07-08T16:54:13Z
Lunlumita
12009
292384
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๑๙}}</noinclude>เงินค่าเช่าบ้าง ทุก ๆ ปีมิได้ขาด มาจนพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ถึงแก่อนิจกรรม ต่อมาเหมืองรายนี้ก็เลยรวมเปนมรดกของเมืองสงขลาไป ถ้าท่านคนใดได้เปนผู้ว่าราชการเมืองสงขลาขึ้นแล้ว ก็ได้รับผลประโยชน์ต่อ ๆ กันมาตลอดจนถึงพระยาวิเชียรคิรี (ชม) ในระหว่างหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) รักษาราชการเมืองยิริงนั้น พระยากลันตัน ชื่อเดิมสืบไม่ได้ความ ถึงแก่กรรมลง พระยาจางวางสุลต่านเดวอหนึ่ง ตวันปากแดงหนึ่ง ตวนกูปะสาหนึ่ง ตวันบาโงยหนึ่ง ซึ่งเปนวงษ์ญาติอยู่ในพระยากลันตันที่ถึงแก่กรรม เกิดวิวาทรบพุ่งแย่งชิงกันจะเปนเจ้าเมือง โปรดเกล้าฯ ให้พระเสน่หามนตรีผู้ช่วยราชการเมืองนครศรีธรรมราช พระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา ออกไประงับการวิวาทที่เมืองกลันตัน ครั้นพระเสน่หามนตรี พระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) ไปถึงเมืองกลันตัน ตวันบาโงยก็หนีไปทางเมืองกะลาปาหัง พระเสน่หามนตรีผู้ช่วยราชการเมืองนครศรีธรรมราชก็พาตัวพระยาจางวาง (สุลต่านเดวอ) มาไว้เสียที่เมืองนครศรีธรรมราช พระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) ก็พาตัวตนกูปะสามาไว้เสียที่เมืองสงขลา ครั้งนั้นโปรดเกล้าฯ ให้ตวันปากแดงเปนพระยากลันตัน เมืองกลันตันก็เปนการเรียบร้อย อยู่มาหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ซึ่งเปนผู้รักษาราชการเมืองยิริงถึงแก่กรรมลง นายเม่นซึ่งเปนผู้รักษาราชการเมืองหนองจิกไม่ได้ราชการ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ถอดนายเม่นออกจากราชการเสีย ในระหว่างนั้นเมืองยิริงผู้รักษาราชการเมืองถึงแก่กรรม เมืองหนองจิก<noinclude></noinclude>
qg8aqgljrsrfqws1v1micqkemknw7up
292385
292384
2026-07-08T16:54:30Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292385
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๑๙}}</noinclude>เงินค่าเช่าบ้าง ทุก ๆ ปีมิได้ขาด มาจนพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ถึงแก่อนิจกรรม ต่อมาเหมืองรายนี้ก็เลยรวมเปนมรดกของเมืองสงขลาไป ถ้าท่านคนใดได้เปนผู้ว่าราชการเมืองสงขลาขึ้นแล้ว ก็ได้รับผลประโยชน์ต่อ ๆ กันมาตลอดจนถึงพระยาวิเชียรคิรี (ชม) ในระหว่างหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) รักษาราชการเมืองยิริงนั้น พระยากลันตัน ชื่อเดิมสืบไม่ได้ความ ถึงแก่กรรมลง พระยาจางวางสุลต่านเดวอหนึ่ง ตวันปากแดงหนึ่ง ตวนกูปะสาหนึ่ง ตวันบาโงยหนึ่ง ซึ่งเปนวงษ์ญาติอยู่ในพระยากลันตันที่ถึงแก่กรรม เกิดวิวาทรบพุ่งแย่งชิงกันจะเปนเจ้าเมือง โปรดเกล้าฯ ให้พระเสน่หามนตรีผู้ช่วยราชการเมืองนครศรีธรรมราช พระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา ออกไประงับการวิวาทที่เมืองกลันตัน ครั้นพระเสน่หามนตรี พระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) ไปถึงเมืองกลันตัน ตวันบาโงยก็หนีไปทางเมืองกะลาปาหัง พระเสน่หามนตรีผู้ช่วยราชการเมืองนครศรีธรรมราชก็พาตัวพระยาจางวาง (สุลต่านเดวอ) มาไว้เสียที่เมืองนครศรีธรรมราช พระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) ก็พาตัวตนกูปะสามาไว้เสียที่เมืองสงขลา ครั้งนั้นโปรดเกล้าฯ ให้ตวันปากแดงเปนพระยากลันตัน เมืองกลันตันก็เปนการเรียบร้อย อยู่มาหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ซึ่งเปนผู้รักษาราชการเมืองยิริงถึงแก่กรรมลง นายเม่นซึ่งเปนผู้รักษาราชการเมืองหนองจิกไม่ได้ราชการ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ถอดนายเม่นออกจากราชการเสีย ในระหว่างนั้นเมืองยิริงผู้รักษาราชการเมืองถึงแก่กรรม เมืองหนองจิก<noinclude></noinclude>
mev0608eqdzjme0ppjwi40cfe2olnjn
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/33
250
80183
292344
264504
2026-07-08T16:16:07Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/30]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/33]]: เปลี่ยนชื่อ
264504
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒๐}}</noinclude>ผู้รักษาว่าราชการยังไม่มีตัว เมืองปัตตานี เมืองยะลา ผู้รักษาราชการก็ยังไม่ได้รับพระราชทานตราตั้ง พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็พาหนิยุโส่หรือที่เรียกว่าโต๊ะกี่ ซึ่งได้จัดไว้ให้เปนผู้รักษาว่าราชการเมืองปัตตานีหนึ่ง นายเมืองบุตรพระยายิริง (พ่าย) ซึ่งได้จัดให้เปนผู้รักษาราชการเมืองยะลาอยู่หนึ่ง นายเกลี่ยงบุตรหลวง สวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ผู้รักษาราชการเมืองยิริงที่ถึงแก่กรรมหนึ่ง ตวนกูประสาซึ่งพระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) พามาแต่เมืองกลันตันหนึ่งเข้ามากรุงเทพ ฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานตราตั้งให้ หนิยุโส่หรือโต๊ะกีเปนพระยายิริง ให้นายเมืองเปนพระยายะลา ให้นายเกลี่ยงเปนพระยาหนองจิก ให้ตวนกูปะสาเปนพระยาปัตตานี ครั้นผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี เมืองหนองจิก เมืองยะลา เมืองยิริง ได้รับพระราชทานตราตั้งเสร็จแล้ว พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) พร้อมด้วยผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี เมืองหนองจิก เมืองยิริง เมือง ยะลา กราบถวายบังคมลากลับเมืองสงขลา
{{ฟม}}พระยาปัตตานี (ตวนกูปะสา) ได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านจะบังติฆอ ที่พระยาปัตตานีว่าราชการอยู่เดี๋ยวนี้ พระยาหนองจิก (เกลี่ยง) ได้ตั้งบ้านอยู่ที่ตำบลบ้านตุยง อยู่ฝ่ายทิศตวันออกเคียงบ้านผู้ว่าราชการเมืองหนองจิกเดี๋ยวนี้ พระยายิริง (หนิยุโส่หรือโต๊ะกี) ได้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านย้ามู ริมลำน้ำเมืองยิริงฟากทิศใต้ พระยายะลา (เมือง) ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านท่าสาบ ริมลำน้ำที่ลงจากเมืองรามันห์ฟากตวันตก บุตรหลานพระยายะลา{{วว}}<noinclude></noinclude>
l4wv4q6tqsupoldlxiilys6hzigw48u
292386
292344
2026-07-08T16:56:29Z
Lunlumita
12009
292386
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒๐}}</noinclude>ผู้รักษาว่าราชการยังไม่มีตัว เมืองปัตตานี เมืองยะลา ผู้รักษาราชการก็ยังไม่ได้รับพระราชทานตราตั้ง พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็พาหนิยุโส่หรือที่เรียกว่าโต๊ะกี่ ซึ่งได้จัดไว้ให้เปนผู้รักษาว่าราชการเมืองปัตตานีหนึ่ง นายเมืองบุตรพระยายิริง (พ่าย) ซึ่งได้จัดให้เปนผู้รักษาราชการเมืองยะลาอยู่หนึ่ง นายเกลี่ยงบุตรหลวง สวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ผู้รักษาราชการเมืองยิริงที่ถึงแก่กรรมหนึ่ง ตวนกูประสาซึ่งพระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) พามาแต่เมืองกลันตันหนึ่งเข้ามากรุงเทพฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งให้ หนิยุโส่หรือโต๊ะกีเปนพระยายิริง ให้นายเมืองเปนพระยายะลา ให้นายเกลี่ยงเปนพระยาหนองจิก ให้ตวนกูปะสาเปนพระยาปัตตานี ครั้นผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี เมืองหนองจิก เมืองยะลา เมืองยิริง ได้รับพระราชทานตราตั้งเสร็จแล้ว พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) พร้อมด้วยผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี เมืองหนองจิก เมืองยิริง เมือง ยะลา กราบถวายบังคมลากลับเมืองสงขลา
{{ฟม}}พระยาปัตตานี (ตวนกูปะสา) ได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านจะบังติฆอ ที่พระยาปัตตานีว่าราชการอยู่เดี๋ยวนี้ พระยาหนองจิก (เกลี่ยง) ได้ตั้งบ้านอยู่ที่ตำบลบ้านตุยง อยู่ฝ่ายทิศตวันออกเคียงบ้านผู้ว่าราชการเมืองหนองจิกเดี๋ยวนี้ พระยายิริง (หนิยุโส่หรือโต๊ะกี) ได้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านย้ามู ริมลำน้ำเมืองยิริงฟากทิศใต้ พระยายะลา (เมือง) ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านท่าสาบ ริมลำน้ำที่ลงจากเมืองรามันห์ฟากตวันตก บุตรหลานพระยายะลา{{วว}}<noinclude></noinclude>
haxh2rrdg0cq3jy8f7yx3ab7oos5b6c
292387
292386
2026-07-08T16:59:20Z
Lunlumita
12009
292387
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒๐}}</noinclude>ผู้รักษาว่าราชการยังไม่มีตัว เมืองปัตตานี เมืองยะลา ผู้รักษาราชการก็ยังไม่ได้รับพระราชทานตราตั้ง พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็พาหนิยุโส่หรือที่เรียกว่าโต๊ะกี่ ซึ่งได้จัดไว้ให้เปนผู้รักษาว่าราชการเมืองปัตตานีหนึ่ง นายเมืองบุตรพระยายิริง (พ่าย) ซึ่งได้จัดให้เปนผู้รักษาราชการเมืองยะลาอยู่หนึ่ง นายเกลี่ยงบุตรหลวง สวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ผู้รักษาราชการเมืองยิริงที่ถึงแก่กรรมหนึ่ง ตวนกูประสาซึ่งพระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) พามาแต่เมืองกลันตันหนึ่งเข้ามากรุงเทพฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งให้ หนิยุโส่หรือโต๊ะกีเปนพระยายิริง ให้นายเมืองเปนพระยายะลา ให้นายเกลี่ยงเปนพระยาหนองจิก ให้ตวนกูปะสาเปนพระยาปัตตานี ครั้นผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี เมืองหนองจิก เมืองยะลา เมืองยิริง ได้รับพระราชทานตราตั้งเสร็จแล้ว พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) พร้อมด้วยผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี เมืองหนองจิก เมืองยิริง เมือง ยะลา กราบถวายบังคมลากลับเมืองสงขลา
{{ฟม}}พระยาปัตตานี (ตวนกูปะสา) ได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านจะบังติฆอ ที่พระยาปัตตานีว่าราชการอยู่เดี๋ยวนี้ พระยาหนองจิก (เกลี่ยง) ได้ตั้งบ้านอยู่ที่ตำบลบ้านตุยง อยู่ฝ่ายทิศตวันออกเคียงบ้านผู้ว่าราชการเมืองหนองจิกเดี๋ยวนี้ พระยายิริง (หนิยุโส่หรือโต๊ะกี) ได้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านย้ามูริมลำน้ำเมืองยิริงฟากทิศใต้ พระยายะลา (เมือง) ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านท่าสาบ ริมลำน้ำที่ลงจากเมืองรามันห์ฟากตวันตก บุตรหลานพระยายะลา{{วว}}<noinclude></noinclude>
f5s4stfv7jpq9q36mks28dj8jl1cc5k
292388
292387
2026-07-08T16:59:38Z
Lunlumita
12009
292388
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒๐}}</noinclude>ผู้รักษาว่าราชการยังไม่มีตัว เมืองปัตตานี เมืองยะลา ผู้รักษาราชการก็ยังไม่ได้รับพระราชทานตราตั้ง พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ก็พาหนิยุโส่หรือที่เรียกว่าโต๊ะกี่ ซึ่งได้จัดไว้ให้เปนผู้รักษาว่าราชการเมืองปัตตานีหนึ่ง นายเมืองบุตรพระยายิริง (พ่าย) ซึ่งได้จัดให้เปนผู้รักษาราชการเมืองยะลาอยู่หนึ่ง นายเกลี่ยงบุตรหลวง สวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) ผู้รักษาราชการเมืองยิริงที่ถึงแก่กรรมหนึ่ง ตวนกูประสาซึ่งพระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) พามาแต่เมืองกลันตันหนึ่งเข้ามากรุงเทพฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งให้ หนิยุโส่หรือโต๊ะกีเปนพระยายิริง ให้นายเมืองเปนพระยายะลา ให้นายเกลี่ยงเปนพระยาหนองจิก ให้ตวนกูปะสาเปนพระยาปัตตานี ครั้นผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี เมืองหนองจิก เมืองยะลา เมืองยิริง ได้รับพระราชทานตราตั้งเสร็จแล้ว พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) พร้อมด้วยผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี เมืองหนองจิก เมืองยิริง เมืองยะลา กราบถวายบังคมลากลับเมืองสงขลา
{{ฟม}}พระยาปัตตานี (ตวนกูปะสา) ได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านจะบังติฆอ ที่พระยาปัตตานีว่าราชการอยู่เดี๋ยวนี้ พระยาหนองจิก (เกลี่ยง) ได้ตั้งบ้านอยู่ที่ตำบลบ้านตุยง อยู่ฝ่ายทิศตวันออกเคียงบ้านผู้ว่าราชการเมืองหนองจิกเดี๋ยวนี้ พระยายิริง (หนิยุโส่หรือโต๊ะกี) ได้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านย้ามูริมลำน้ำเมืองยิริงฟากทิศใต้ พระยายะลา (เมือง) ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านท่าสาบ ริมลำน้ำที่ลงจากเมืองรามันห์ฟากตวันตก บุตรหลานพระยายะลา{{วว}}<noinclude></noinclude>
acbdq6zlm0vlcglb6peeyj8isc55sb7
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/34
250
80184
292346
264505
2026-07-08T16:16:19Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/31]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/34]]: เปลี่ยนชื่อ
264505
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒๑}}</noinclude>(เมือง) ยังได้อยู่ต่อมาจนเดี๋ยวนี้ ในระหว่างนั้นเมืองแขกทั้งเจ็ดเมืองก็เปนการเรียบร้อย อยู่มาพระยายะลา (เมือง) ไม่ได้ราชการ พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ถอดออกเสียจากราชการ แล้วพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดให้ตวันบาตูปุเต้เปนผู้รักษาราชการเมืองยะลา ตวันบาตูปุเต้ผู้รักษาราชการเมืองยะลา ได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านยะลา บ้านที่พระยายะลาว่าราชการอยู่เดี๋ยวนี้ อยู่มาพระยาสายบุรี (หนิดะ) ถึงแก่กรรมลง โปรดเกล้า ฯ พระราชทานตราตั้งให้หนิละไมบุตรเปนพระยาสายบุรี พระยาสายบุรี (หนิละไม) ก็ว่าราชการอยู่ที่บ้านเรือนของบิดาที่ตำบลบ้านยิ้งอต่อมา ครั้นพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ถึงแก่อนิจกรรม ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ ให้พระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) ผู้ช่วยราชการเปนพระยาสงขลา ในระหว่างพระยาสงขลา (บุญสัง) ว่าราชการเมืองอยู่นั้น พระยายิริง (หนิยุโส่หรือโต๊ะกี) ถึงแก่กรรมลง โปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งให้พระยาจางวาง (สุล ต่านเดวอ) ซึ่งเสน่หามนตรีพามาจากเมืองกลันตันให้อยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราชนั้น เปนพระยายิริง อยู่มาพระยายิริง (สุลต่านเดวอ) ถึงแก่กรรม โปรดเกล้า ฯ ตั้งให้นายแต่งซึ่งเปนบุตรพระยายิริง (หนิยุโส่หรือโต๊ะกี) เปนพระยายิริง พระยายิริง (แต่ง) คนนี้ทราบความว่า เมื่อครั้งเมืองปัตตานีเกิดกระบถนั้น พระยายิริง (แต่ง) อายุประมาณได้ห้าขวบหรือหกขวบ ครั้นบ้านเมืองสงบเรียบร้อยแล้ว กองทัพที่ออกไปนั้นกลับกรุงเทพ ฯ พระยายิริง (แต่ง){{วว}}<noinclude></noinclude>
ejhk48mp7b6btag2zob2muukn87jtly
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/35
250
80185
292348
264506
2026-07-08T16:16:32Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/32]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/35]]: เปลี่ยนชื่อ
264506
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒๒}}</noinclude>ติดเข้ามากรุงเทพ ฯ ด้วย ครั้นพระยายิริง (แต่ง) มีอายุมากขึ้นก็เลยเปนไทยไป ได้บวชเปนสามเณรอยู่จนอายุถึงยี่สิบเอ็ดยี่สิบสองปีแล้วเลยบวชเปนพระภิกษุต่อไปหลายพรรษาจนได้เปนที่พระใบฎีกา ครั้นสึกจากพระก็ได้เข้ารับราชการอยู่ในกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวต่อมา ยังหาได้กลับออกไปบ้านเมืองไม่ ต่อเมื่อได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเปนที่พระยายิริงผู้ว่าราชการเมืองยิริงแล้ว จึ่งได้กราบถวายบังคมลาออกไปบ้านเมือง ครั้นพระยายิงริง (แต่ง) ออกไปถึงเมืองยิริงแล้ว ก็ปลูกเรือนลงในที่บ้านพระยายิริง (หนิยุโส่หรือโต๊ะกี) ผู้เปนบิดา ว่าราชการเมืองอยู่ที่นั้น เมืองยิริงในตอนพระยายิริง (แต่ง) ว่าราชการอยู่ขนบธรรมเนียมจัดอย่างเมืองสงขลา คดีถ้อยความที่ปรับไหมหรือตัดสินก็ใช้ตามพระราชกำหนดกฎหมายสยามทั้งสิ้น เมืองยิริงเวลานั้นเปนที่เรียบร้อยแลมีการเจริญขึ้นมาก อยู่มาพระยาปัตตานี (ตวนกูปาสา) ถึงแก่กรรมลง โปรดเกล้า ฯ ตั้งให้ตวันปุเต้บุตร เปนพระยาวิชิตภักดี ศรีสุรวังษา รัตนาณาเขตรประเทศราช ผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี พระยาปัตตานี (ตวนกูปุเต้) ว่าราชการอยู่ที่บ้านเดิมของบิดาต่อมา เมืองปัตตานีเวลาพระยาปัตตานี (ตวนกูปุเต้) ว่าราชการอยู่นั้น ขนบธรรมเนียมโรงศาลแขวงแลอำเภอจัดเหมือนอย่างเมืองยิริง อยู่มาพระยารามันห์ (ตวันกุโหน) ถึงแก่กรรม โปรดเกล้า ฯ ตั้งให้ตวันติมุนบุตรเปนพระยารัตนภักดี ศรีราชบดินทร์ สุรินทรวิวังษา ผู้ว่าราชการเมืองรามันห์ พระยา<noinclude></noinclude>
iqllefisfxcuo98q49dbm2g7wglwiuf
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/36
250
80186
292350
264507
2026-07-08T16:16:44Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/33]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/36]]: เปลี่ยนชื่อ
264507
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒๓}}</noinclude>รามันห์ (ตวันติมุน) ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบ้านรามันห์ ที่พระ
ณรงค์วังษาอยู่ต่อมาจนเดี๋ยวนี้ เมืองรามันห์ตอนที่พระยารามันห์ (ติมุน) ว่าราชการอยู่นั้น ขนบธรรมเนียมบ้านเมืองจัดอย่างเมืองปัตตานีเมืองยิริงทั้งสิ้น ครั้นเจ้าพระยาสงขลา (บุญสัง) ถึงแก่ อสัญญกรรมลง โปรดเกล้า ฯ ตั้งให้พระสุนทรนุรักษ์ (เม่น) บุตรพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) เปนพระยาวิเชียรคิรี ฯ ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา อยู่มาพระยาหนองจิก (เกลี่ยง) ถึงแก่กรรมลง พระยายะลา (ตวันบาตูปุเต้) ก็ถึงแก่กรรม
{{ฟม}}ในระหว่างนั้น ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปัตยุบันนี้ (รัชกาลที่ ๕) เสด็จพระราชดำเนินไปเมืองกะลักตา เวลาเสด็จกลับนั้นมาประทับที่เมืองไทรบุรี แล้วเสด็จพระราชดำเนินทางสถล
มารคแต่เมืองไทรบุรี เสด็จมาลงเรือพระที่นั่งที่เมืองสงขลา ครั้นในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินออกจากเมืองสงขลาแล้ว พระยาวิเชียรคิรี (เม่น) ก็พานายเวียงบุตรหลวงอนุรักษ์ภูเบศร์ (แสง) ตวันกะจิบุตรพระยายะลา (ตวันบาตูปุเต้) เข้ามากรุงเทพ ฯ
{{ฟม}}โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาวิเชียรคิรี (เม่น) เปนเจ้าพระยาวิเชียรคิรี ฯ ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ตั้งให้นายเวียงเปนพระยาเพชราภิบาลนฤเบศร์ วาปีเขตรมุจลินท์ นฤบดินทรสวามิภักดิ์ ผู้ว่าราชการเมืองหนองจิก ตั้งให้ตวันกะจิเปนพระยาณรงค์ฤทธี ศรีประเทศ วิเศษวังษา ผู้ว่าราชการเมืองยะลา เจ้าพระยาวิเชียร<noinclude></noinclude>
nmk80qhb3hi91u6ajd7f2h6oasu0rgo
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/37
250
80187
292352
264508
2026-07-08T16:16:56Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/34]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/37]]: เปลี่ยนชื่อ
264508
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒๔}}</noinclude>คิรี (เม่น) พระยาหนองจิก (เวียง) พระยายะลา (ตวันกะจิ) ก็กราบถวายบังคมลากลับเมืองสงขลา พระยายะลา (ตวันกะจิ) ก็ว่าราชการอยู่ที่บ้านเรือนบิดาต่อมา หาได้เลื่อนบ้านไปอยู่ที่อื่นไม่ แต่พระยาหนองจิก (เวียง) นั้น หาได้ว่าราชการที่บ้านพระยาหนองจิก (เกลียง) ไม่ เลื่อนไปตั้งบ้านลงใหม่ห่างบ้านพระยาหนองจิก (เกลียง) ไปฝ่ายตวันตกประมาณทางห้าสิบเส้นเศษ อยู่มาพระยาสายบุรี (หนิละไม) พระยารามันห์ (ตวันติมุน) ถึงแก่กรรมลง โปรดเกล้า ฯ ให้หนิแปะบุตรพระยาสายบุรี (หนิละไม) เปนพระยาสุริยสุนทร บวรภักดี ศรีมหารายา มัตตาอัปดุล วิบุลยขอบ
เขตร ประเทศมลายู ผู้ว่าราชการเมืองสายบุรี ให้หนิปิน้องจากพระยาสายบุรี (หนิแปะ) เปนพระรัตนามนตรีผู้ช่วยราชการ ให้หนิอี่ตำน้องจากพระรัตนามนตรี (หนิปี) เปนพระวิเศษวังษา ผู้ช่วยราชการเมืองสายบุรี ตั้งให้พระณรงค์วังษา (ตวันยาฮง) ผู้ช่วยราชการซึ่งเปนน้องต่างมารดาแต่พระยารามันห์ (ติมุน) เปนพระยารัตนภักดี ศรีราชบดินทร์ สุรินทรวิวังษา ผู้ว่าราชการเมืองรามันห์ ให้หลวงรายาภักดี (ตวันบาไลยาวอ) บุตรพระยารามันห์ (ติมุน) เปนพระณรงค์วังษาผู้ช่วยราชการ ให้ตวันละเบะบุตรพระยารามันห์ (ตวันยาฮง) เปนหลวงรายาภักดีผู้ช่วยราชการเมืองรามันห์ พระยาสายบุรี (หนิแปะ) เปนผู้ว่าราชการเมืองขึ้น หาได้ว่าราชการอยู่ที่บ้านเดิมบิดาไม่ เลื่อนมาตั้งบ้านเรือนหรือที่เรียกว่าเมืองสายบุรีนั้น มาอยู่ที่ตำบลบ้านสะลินงบายู๊ ริมลำน้ำซึ่งลงมาจากอ่าวลุทรายเหมือง<noinclude></noinclude>
85d2pnligvk7mpo8x5ojcw11rj9auti
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/38
250
80188
292354
264509
2026-07-08T16:17:09Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/35]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/38]]: เปลี่ยนชื่อ
264509
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒๕}}</noinclude>ทองแขวงเมืองระแงะฟากตวันออก ว่าราชการมาจนถึงทุกวันนี้ พระยารามันห์ (ตวันยาฮง) เปนผู้ว่าราชการเมืองขึ้น หาได้ว่าราชการอยู่ที่บ้านพระยารามันห์ (ตวันติมุน) พี่ชายไม่ เลื่อนไปปลูกเรือนอยู่ใต้บ้านพระยารามันห์ (ตวันติมุน) ห่างออกไปทางประมาณสองเส้นเศษ อยู่มาพระยาหนองจิก (เวียง) พระยาปัตตานี (ตวนกูปุเต้) พระยายิริง (แต่ง) ก็ถึงแก่กรรมลง โปรดเกล้า ฯ ให้ตวนกูปะสาบุตรพระยาปัตตานี (ตวนกูปุเต้) ซึ่งมารดาอยู่เมือง
กลันตัน เปนพระยาวิชิตภักดี ศรีสุรวังษา รัตนาณาเขตรประเทศราช ผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี ให้พระพิพิธภักดี ผู้ช่วยราชการ เปนพระยาพิทักษ์ธรรมสุนทร นริศรสุรบดินทร์ นรินทรภักดี ผู้ทนุบำรุงราชการ ให้ตวนกูบอสูเปนพระศรีบุรีรัฐพินิต ผู้ช่วยราชการ ให้
ตวนกูเดบุตรพระยาพิทักษ์ ฯ เปนพระพิพิธภักดี ช่วยราชการเมืองปัตตานี ตั้งให้หนิเหมาะซึ่งเปนน้องต่างมารดาแต่พระยายิริง (แต่ง) เปนพระยาพิพิธเสนามาตยาธิบดี ศรีสุรสงคราม ผู้ว่าราชการเมืองยิริง ตั้งให้หนิโหวะบุตรพระยายิริง (หนิเหมาะ) เปนพระโยธานุประดิษฐ ผู้ช่วยราชการเมืองยิริง ตั้งให้นายมิ่งบุตรพระยาเทพา (ช้าง) เปนพระยาเพชราภิบาลนฤเบศร์ วาปิเขตรมุจลินท์ นฤบดินทรสวามิภักดิ์ ผู้ว่าราชการเมืองหนองจิก พระยาปัตตานี (ตวนกูปะสา) ก็ว่าราชการอยู่ที่บ้านเรือนพระยาปัตตานี (ตวนกูปุเต้) ผู้บิดา พระยาหนองจิก (มิ่ง) ก็ว่าราชการอยู่ที่บ้านเรือนพระยาหนองจิก (เวียง) แต่พระยายิริง (หนิเหมาะ) หาได้ว่าราชการอยู่ที่บ้านเรือนพระยา<noinclude></noinclude>
2ef6v2cljmbs07dtrlvw28os6t3jtxe
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/39
250
80189
292356
264510
2026-07-08T16:17:31Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/36]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/39]]: เปลี่ยนชื่อ
264510
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒๖}}</noinclude>ยิริง (แต่ง) พี่ชายไม่ ปลูกบ้านเรือนใหม่ขึ้นว่าราชการ ห่างแต่บ้านพระยายิริง (แต่ง) ลงไปทิศใต้ทางประมาณหกเส้นเศษ อยู่มาพระยาระแงะ (ตวันบอสู) ถึงแก่กรรมลง โปรดเกล้า ฯ ตั้งให้พระคิรีรัตนพิศาล (ตวันโหนะ) บุตรพระยาระแงะ (ตวันบอสู) เปนพระยาภูผาภักดี ศรีสุวรรณประเทศ วิเศษวังษา ผู้ว่าราชการเมืองระแงะ ตั้งให้ตวันแตะน้องจากพระยาระแงะ (ตวันโหนะ) เปนพระคิรีรัตนพิศาล ผู้ช่วยราชการเมืองระแงะ พระยาระแงะ (ตวันโหนะ) ก็ว่าราชการอยู่ที่บ้านเรือนพระยาระแงะ (ตวันบอสู) ผู้บิดา ครั้นเจ้าพระยาวิเชียรคิรี (เม่น) ถึงอสัญญกรรมลง โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาสมบัติภิรมย์ (ชุ่ม) เปนผู้รักษาว่าราชการเมืองสงขลาอยู่ พระยาปัตตานี (ตวนกูปะสา) พระยาหนองจิก (มิ่ง) ก็ถึงแก่กรรมทั้งสองเมือง ในระหว่างนั้นเมืองปัตตานี พระศรีบุรีรัฐพินิต (ตวนกูบอสู) ซึ่งเปนน้องต่างมารดาแต่พระยาปัตตานี (ตวนกูปุเต้) เปนผู้รักษาราชการเมืองปัตตานีอยู่ แต่เมืองหนองจิกนั้นพระยาสมบัติภิรมย์ (ชุ่ม) แต่งให้หลวงจ่ามหาดไทยกรมการเมืองสงขลาออกไปเปนผู้รักษาราชการ แล้วพระยาสมบัติภิรมย์ (ชุ่ม) ก็เข้ามากรุงเทพ ฯ โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาสมบัติภิรมย์ (ชุ่ม) เปนพระยาวิเชียรคิรี ฯ ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ครั้นพระยาวิเชียรคิรี (ชุ่ม) กลับออกไปถึงเมืองสงขลาแล้ว แต่งให้นายทัดมหาดเล็กซึ่งเปนน้องต่างมารดาแต่พระยาวิเชียรคิรี (ชุ่ม) ไปเปนผู้รักษาราชการเมืองหนองจิก พระยาวิเชียรคิรี (ชุ่ม) พักอยู่<noinclude></noinclude>
aokjabz8jjvs6q45u1gdowowd94wlbj
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/40
250
80190
292358
264511
2026-07-08T16:17:45Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/37]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/40]]: เปลี่ยนชื่อ
264511
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒๗}}</noinclude>ที่เมืองสงขลาประมาณสิบห้าสิบหกวัน ก็เลยออกไปเมืองรามันห์พักอยู่ที่เมืองรามันห์ประมาณเดือนเศษ พระยาวิเชียรคิรี (ชุ่ม) ให้ป่วยหนักลงก็กลับจากเมืองรามันห์ มาถึงเมืองสงขลาอยู่ได้สี่วันอาการป่วยทรุดหนักลง พระยาวิเชียรคิรี (ชุ่ม) ก็ถึงแก่อนิจกรรม ครั้นพระยาวิเชียรคิรี (ชุ่ม) ถึงแก่อนิจกรรมลงได้สี่วัน พอประจวบในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปัตยุบันนี้ (รัชกาลที่ ๕) เสด็จพระราชดำเนินออกไปเมืองสงขลา ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ตั้งให้หลวงวิเศษภักดี (ชม) ผู้ช่วยราชการ เปนพระยาสุนทรานุรักษ์ว่าราชการเมืองสงขลา ให้นายพ่วงบุตรพระยาวิเชียรคิรี (ชุ่ม) เปนหลวงอุดมภักดีผู้ช่วยราชการ ให้นายผันมหาดเล็กซึ่งเปนบุตรพระอนุรักษ์ภูเบศร์ (ถัด) เปนหลวงบริรักษ์ภูเบนทร์ผู้ช่วยราชการ ครั้นทรงโปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามสัญญาบัตรตั้งผู้ว่าราชการเมืองผู้ช่วยเมืองสงขลาเสร็จแล้ว ก็เลยเสด็จพระราชดำเนินประพาศเมืองริมทเล ตั้งแต่เมืองเทพา เมืองหนองจิก เมืองปัตตานี เมืองกลันตัน เมืองตรังกานู แล้วก็เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพ ฯ ในปีชวดสัมฤทธิศก ศักราช ๑๒๕๐ นั้น เปนปีถึงกำหนดของเมืองแขกเจ็ดเมืองทำต้นไม้ทองต้นไม้เงินเครื่องราชบรรณาการ เข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวาย แลเปนธรรมเนียมมาพร้อมกันลงเรือที่เมืองสงขลาทั้งเจ็ดเมือง เมืองสงขลาต้องแต่งผู้ช่วยกรมการล่ามคุมพาเข้ามายังกรุงเทพ ฯ ในปีชวดสัมฤทธิศก ศักราช ๑๒๕๐ เมืองปัตตานี พระศรีบุรีรัฐพินิต (ตวนกูบอสู) ผู้ช่วยราชการ ผู้รักษาราชการ<noinclude></noinclude>
extsicijw0x0yfn4rotkbjoehqsspxx
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/41
250
80191
292360
264512
2026-07-08T16:18:05Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/38]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/41]]: เปลี่ยนชื่อ
264512
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒๘}}</noinclude>หนึ่ง พระพิพิธภักดี (ตวนกูเด) ผู้ช่วยราชการหนึ่ง ตวนกูม่าหมะบุตรพระยาปัตตานี (ตวนกูปุเต้) หนึ่ง ตวนกูเงาะบุตรพระศรีบุรีรัฐพินิตหนึ่ง เมืองหนองจิกนายทัดมหาดเล็กน้องชายพระยาวิเชียรคิรี (ชุ่ม) หนึ่ง ซึ่งเปนผู้รักษาราชการ เปนผู้นำต้นไม้ทองต้นไม้เงินเครื่องราชบรรณาการเข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวาย แต่เมืองสายบุรี เมืองยิริง เมืองรามันห์ เมืองยะลานั้น ผู้ว่าราชการเมืองแต่งให้ผู้ช่วยศรีตวันกรมการคุมพาเข้ามา พระยาสุนทรานุรักษ์ (ชม) ผู้รักษาว่าราชการเมืองสงขลา แต่งให้หลวงอนันตสมบัติ (เอม) ผู้ช่วยราชการ หลวงศรีโยธากรมการ เปนผู้นำต้นไม้ทองต้นไม้เงินเครื่องราชบรรณาการแขกทั้งเจ็ดเมืองเข้ามากรุงเทพ ฯ
{{ฟม}}ในครั้งนั้น โปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามสัญญาบัตรเลื่อนให้หลวงอนันตสมบัติ (เอม) เปนที่พระอนันตสมบัติ ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา ให้พระศรีบุรีรัฐพินิต (ตวนกูบอสู) เปนพระยาวิชิตภักดีศรีสุรวังษา รัตนาณาเขตรประเทศราช ผู้ว่าราชการเมืองปัตตานีเลื่อนให้พระพิพิธภักดี (ตวนกูเด) เปนพระยาพิทักษ์ธรรมสุนทร นริศรสุร
บดินทร์ นรินทรภักดี ผู้ทนุบำรุงราชการเมืองปัตตานี ตั้งให้
ตวนกูม่าหมะบุตรพระยาปัตตานี (ตวนกูปุเต้) เปนพระศรีบุรีรัฐพินิตรายามุดาเมืองปัตตานี ตั้งให้ตวนกูเงาะบุตรพระยาปัตตานี (ตวนกูบอสู) เปนพระพิพิธภักดี ผู้ช่วยราชการเมืองปัตตานี ตั้งให้นายทัดมหาดเล็กเปนพระยาเพชราภิบาลนฤเบศร์ วาปีเขตรมุจลินท์ นฤบดินทรสวามิภักดิ์ ผู้ว่าราชการเมืองหนองจิก พระยาปัตตานี (ตวนกูบอสู) หาได้ว่า<noinclude></noinclude>
t21qwum46lnajjyc0x5rewr55e4wlw7
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/42
250
80192
292362
264513
2026-07-08T16:18:13Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/39]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/42]]: เปลี่ยนชื่อ
264513
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒๙}}</noinclude>ราชการอยู่ที่บ้านพระยาปัตตานี (ตวนกูปุเต้) ที่พระยาปัตตานี (ตวนกูปะสา) ว่าราชการอยู่ไม่ ว่าราชการอยู่ที่บ้านเดิมของตัวซึ่งปลูกสร้างไว้เมื่อเปนที่พระศรีบุรีรัฐพินิตผู้ช่วยราชการ อยู่ฝ่ายทิศตวันออก แต่บ้านที่พระยาปัตตานี (ตวนกูปะสา) ว่าราชการ พระยาหนองจิก (ทัด) ก็หาได้ว่าราชการอยู่ที่บ้านพระยาหนองจิก (มิ่ง) ไม่ เลื่อนไปปลูกสร้างขึ้นใหม่ฝ่ายทิศตวันออกแต่บ้านพระยาหนองจิก (มิ่ง) ห่างกันประมาณเจ็ดเส้นเศษ ในปีฉลูเอกศก ศักราช ๑๒๕๑ พระยาระแงะ (ตวันโหนะ) ถึงแก่กรรมลง ในระหว่างนั้น พระยาสุนทรานุรักษ์ (ชม) ผู้ช่วยราชการ ผู้รักษาว่าราชการเมืองสงขลา จัดให้ตวันเหงาะบุตรตวันสุหลงซึ่งเปนพี่ต่างมารดาแต่พระยาระแงะ (ตวันโหนะ) เปนผู้รักษาราชการเมืองระแงะอยู่ ครั้นปีเถาะตรีศก ศักราช ๑๒๕๓ ถึงกำหนดแขกเจ็ดเมืองนำต้นไม้ทองต้นไม้เงินเครื่องราชบรรณาการเข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวาย ตวันเหงาะผู้รักษาราชการเมืองระแงะ นำต้นไม้ทองต้นไม้เงินเครื่องราชบรรณาการเข้ามาทูลถเกล้า ฯ ถวาย ก็ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งให้ตวันเหงาะเปนพระยาภูผาภักดี ศรีสุวรรณประเทศ วิเศษวังษา ผู้ว่าราชการเมืองระแงะ พระยาระแงะ (ตวันเหงาะ) ว่าราชการเมืองอยู่ที่บ้านพระยาระแงะต่อมาจนเดี๋ยวนี้ ในที่บ้านตะหยงหมะซึ่งเปนที่เดิมของพระยาระแงะ (ตวันบอสู) สร้างไว้
{{สต|7em}}<noinclude></noinclude>
lh5l9irjsj38ugudw6e6pavevr6efth
292364
292362
2026-07-08T16:18:50Z
Lunlumita
12009
292364
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒๙}}</noinclude>ราชการอยู่ที่บ้านพระยาปัตตานี (ตวนกูปุเต้) ที่พระยาปัตตานี (ตวนกูปะสา) ว่าราชการอยู่ไม่ ว่าราชการอยู่ที่บ้านเดิมของตัวซึ่งปลูกสร้างไว้เมื่อเปนที่พระศรีบุรีรัฐพินิตผู้ช่วยราชการ อยู่ฝ่ายทิศตวันออก แต่บ้านที่พระยาปัตตานี (ตวนกูปะสา) ว่าราชการ พระยาหนองจิก (ทัด) ก็หาได้ว่าราชการอยู่ที่บ้านพระยาหนองจิก (มิ่ง) ไม่ เลื่อนไปปลูกสร้างขึ้นใหม่ฝ่ายทิศตวันออกแต่บ้านพระยาหนองจิก (มิ่ง) ห่างกันประมาณเจ็ดเส้นเศษ ในปีฉลูเอกศก ศักราช ๑๒๕๑ พระยาระแงะ (ตวันโหนะ) ถึงแก่กรรมลง ในระหว่างนั้น พระยาสุนทรานุรักษ์ (ชม) ผู้ช่วยราชการ ผู้รักษาว่าราชการเมืองสงขลา จัดให้ตวันเหงาะบุตรตวันสุหลงซึ่งเปนพี่ต่างมารดาแต่พระยาระแงะ (ตวันโหนะ) เปนผู้รักษาราชการเมืองระแงะอยู่ ครั้นปีเถาะตรีศก ศักราช ๑๒๕๓ ถึงกำหนดแขกเจ็ดเมืองนำต้นไม้ทองต้นไม้เงินเครื่องราชบรรณาการเข้ามาทูลเกล้าฯ ถวาย ตวันเหงาะผู้รักษาราชการเมืองระแงะ นำต้นไม้ทองต้นไม้เงินเครื่องราชบรรณาการเข้ามาทูลถเกล้าฯ ถวาย ก็ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งให้ตวันเหงาะเปนพระยาภูผาภักดี ศรีสุวรรณประเทศ วิเศษวังษา ผู้ว่าราชการเมืองระแงะ พระยาระแงะ (ตวันเหงาะ) ว่าราชการเมืองอยู่ที่บ้านพระยาระแงะต่อมาจนเดี๋ยวนี้ ในที่บ้านตะหยงหมะซึ่งเปนที่เดิมของพระยาระแงะ (ตวันบอสู) สร้างไว้
{{สกอ|sp|100}}<noinclude></noinclude>
m2eyxnf8k9jzgzheho2rh9u07vs7z0e
292365
292364
2026-07-08T16:22:55Z
Lunlumita
12009
292365
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{ก|๒๙}}</noinclude>ราชการอยู่ที่บ้านพระยาปัตตานี (ตวนกูปุเต้) ที่พระยาปัตตานี (ตวนกูปะสา) ว่าราชการอยู่ไม่ ว่าราชการอยู่ที่บ้านเดิมของตัวซึ่งปลูกสร้างไว้เมื่อเปนที่พระศรีบุรีรัฐพินิตผู้ช่วยราชการ อยู่ฝ่ายทิศตวันออก แต่บ้านที่พระยาปัตตานี (ตวนกูปะสา) ว่าราชการ พระยาหนองจิก (ทัด) ก็หาได้ว่าราชการอยู่ที่บ้านพระยาหนองจิก (มิ่ง) ไม่ เลื่อนไปปลูกสร้างขึ้นใหม่ฝ่ายทิศตวันออกแต่บ้านพระยาหนองจิก (มิ่ง) ห่างกันประมาณเจ็ดเส้นเศษ ในปีฉลูเอกศก ศักราช ๑๒๕๑ พระยาระแงะ (ตวันโหนะ) ถึงแก่กรรมลง ในระหว่างนั้นพระยาสุนทรานุรักษ์ (ชม) ผู้ช่วยราชการผู้รักษาว่าราชการเมืองสงขลาจัดให้ตวันเหงาะบุตรตวันสุหลงซึ่งเปนพี่ต่างมารดาแต่พระยาระแงะ (ตวันโหนะ) เปนผู้รักษาราชการเมืองระแงะอยู่ ครั้นปีเถาะตรีศก ศักราช ๑๒๕๓ ถึงกำหนดแขกเจ็ดเมืองนำต้นไม้ทองต้นไม้เงินเครื่องราชบรรณาการเข้ามาทูลเกล้าฯ ถวาย ตวันเหงาะผู้รักษาราชการเมืองระแงะนำต้นไม้ทองต้นไม้เงินเครื่องราชบรรณาการเข้ามาทูลถเกล้าฯ ถวาย ก็ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งให้ตวันเหงาะเปนพระยาภูผาภักดี ศรีสุวรรณประเทศ วิเศษวังษา ผู้ว่าราชการเมืองระแงะ พระยาระแงะ (ตวันเหงาะ) ว่าราชการเมืองอยู่ที่บ้านพระยาระแงะต่อมาจนเดี๋ยวนี้ ในที่บ้านตะหยงหมะซึ่งเปนที่เดิมของพระยาระแงะ (ตวันบอสู) สร้างไว้
{{สกอ|sp|100}}<noinclude></noinclude>
3hvjj6ucpavbps0qw8uq1digbdpkt7z
292366
292365
2026-07-08T16:23:06Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
292366
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๒๙}}</noinclude>ราชการอยู่ที่บ้านพระยาปัตตานี (ตวนกูปุเต้) ที่พระยาปัตตานี (ตวนกูปะสา) ว่าราชการอยู่ไม่ ว่าราชการอยู่ที่บ้านเดิมของตัวซึ่งปลูกสร้างไว้เมื่อเปนที่พระศรีบุรีรัฐพินิตผู้ช่วยราชการ อยู่ฝ่ายทิศตวันออก แต่บ้านที่พระยาปัตตานี (ตวนกูปะสา) ว่าราชการ พระยาหนองจิก (ทัด) ก็หาได้ว่าราชการอยู่ที่บ้านพระยาหนองจิก (มิ่ง) ไม่ เลื่อนไปปลูกสร้างขึ้นใหม่ฝ่ายทิศตวันออกแต่บ้านพระยาหนองจิก (มิ่ง) ห่างกันประมาณเจ็ดเส้นเศษ ในปีฉลูเอกศก ศักราช ๑๒๕๑ พระยาระแงะ (ตวันโหนะ) ถึงแก่กรรมลง ในระหว่างนั้นพระยาสุนทรานุรักษ์ (ชม) ผู้ช่วยราชการผู้รักษาว่าราชการเมืองสงขลาจัดให้ตวันเหงาะบุตรตวันสุหลงซึ่งเปนพี่ต่างมารดาแต่พระยาระแงะ (ตวันโหนะ) เปนผู้รักษาราชการเมืองระแงะอยู่ ครั้นปีเถาะตรีศก ศักราช ๑๒๕๓ ถึงกำหนดแขกเจ็ดเมืองนำต้นไม้ทองต้นไม้เงินเครื่องราชบรรณาการเข้ามาทูลเกล้าฯ ถวาย ตวันเหงาะผู้รักษาราชการเมืองระแงะนำต้นไม้ทองต้นไม้เงินเครื่องราชบรรณาการเข้ามาทูลถเกล้าฯ ถวาย ก็ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งให้ตวันเหงาะเปนพระยาภูผาภักดี ศรีสุวรรณประเทศ วิเศษวังษา ผู้ว่าราชการเมืองระแงะ พระยาระแงะ (ตวันเหงาะ) ว่าราชการเมืองอยู่ที่บ้านพระยาระแงะต่อมาจนเดี๋ยวนี้ ในที่บ้านตะหยงหมะซึ่งเปนที่เดิมของพระยาระแงะ (ตวันบอสู) สร้างไว้
{{สกอ|sp|100}}<noinclude></noinclude>
iia9uuktjuzq3hewmkntc5wtv747590
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/1
250
90216
292244
2026-07-08T11:59:04Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/1]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/3]]: เปลี่ยนชื่อ
292244
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/3]]<noinclude></noinclude>
5wd2vgv3ammokad5s00s9y9ypqvhwak
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/6
250
90217
292248
2026-07-08T12:01:12Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/6]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/7]]: เปลี่ยนชื่อ
292248
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/7]]<noinclude></noinclude>
skqo8svbp6zlkorpkbfjduc3j1i8vw2
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/7
250
90218
292252
2026-07-08T12:03:52Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/7]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/8]]: เปลี่ยนชื่อ
292252
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/8]]<noinclude></noinclude>
b34m3c73cftwwyt0a6zbv5ab9boiqfr
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/8
250
90219
292255
2026-07-08T12:06:34Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/8]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/9]]: เปลี่ยนชื่อ
292255
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/9]]<noinclude></noinclude>
e52wor718r0bzznhbmbl1ut4iaijk4x
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/9
250
90220
292259
2026-07-08T12:08:32Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/9]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/10]]: เปลี่ยนชื่อ
292259
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/10]]<noinclude></noinclude>
sg4mqoc3f3xckea514m644gzl52h86q
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/10
250
90221
292263
2026-07-08T12:10:12Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/10]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/11]]: เปลี่ยนชื่อ
292263
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/11]]<noinclude></noinclude>
7okc6ms12bx03xcop7x51jgey21872o
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/11
250
90222
292265
2026-07-08T12:10:35Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/11]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/12]]: เปลี่ยนชื่อ
292265
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/12]]<noinclude></noinclude>
m8qnkb0ot149jsfod1lumqgu3tdg2ic
292266
292265
2026-07-08T12:10:48Z
Lunlumita
12009
/* Without text */
292266
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="0" user="Lunlumita" /></noinclude><noinclude></noinclude>
3l6rl3yez98ju7160jxi9yciozipqun
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/123
250
90223
292268
2026-07-08T12:11:14Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/123]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/13]]: เปลี่ยนชื่อ
292268
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/13]]<noinclude></noinclude>
bgkus81ujjj74k916cr95ip0r8gnajx
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/11
250
90224
292272
2026-07-08T12:13:41Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/11]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/14]]: เปลี่ยนชื่อ
292272
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/14]]<noinclude></noinclude>
smkpuezgikcp32zi46ef0iqntj8gdp2
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/12
250
90225
292276
2026-07-08T14:03:56Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/12]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/15]]: เปลี่ยนชื่อ
292276
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/15]]<noinclude></noinclude>
id4f326m1iw3v40e2m9sdzy9b9pm459
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/13
250
90226
292278
2026-07-08T14:04:06Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/13]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/16]]: เปลี่ยนชื่อ
292278
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/16]]<noinclude></noinclude>
gyj66v3utfmgs382wupvnhh3xjroll7
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/14
250
90227
292280
2026-07-08T14:04:16Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/14]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/17]]: เปลี่ยนชื่อ
292280
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/17]]<noinclude></noinclude>
fpyejtzxk8kvkhs1bmkr04rllzmg26v
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/15
250
90228
292282
2026-07-08T14:04:36Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/15]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/18]]: เปลี่ยนชื่อ
292282
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/18]]<noinclude></noinclude>
f857jpb8m859tao3uekhx6yedumm8hh
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/16
250
90229
292284
2026-07-08T14:04:45Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/16]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/19]]: เปลี่ยนชื่อ
292284
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/19]]<noinclude></noinclude>
k0la1yae88th9nxmc8zt2c0gr0rijb8
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/17
250
90230
292286
2026-07-08T14:04:56Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/17]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/20]]: เปลี่ยนชื่อ
292286
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/20]]<noinclude></noinclude>
ch0cpj8bgbuhjhp2rgo7cfcsh7dzdox
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/18
250
90231
292288
2026-07-08T14:05:08Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/18]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/21]]: เปลี่ยนชื่อ
292288
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/21]]<noinclude></noinclude>
eunjxlmca5j909quqah4jnyq8vuhsb5
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/19
250
90232
292290
2026-07-08T14:05:17Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/19]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/22]]: เปลี่ยนชื่อ
292290
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/22]]<noinclude></noinclude>
2xwdhf8todd49y2qno9ld9ef8nahsyk
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/20
250
90233
292292
2026-07-08T14:05:26Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/20]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/23]]: เปลี่ยนชื่อ
292292
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/23]]<noinclude></noinclude>
h1ekgegnigues0sf4ydcaeah2jj4puc
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/21
250
90234
292294
2026-07-08T14:05:36Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/21]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/24]]: เปลี่ยนชื่อ
292294
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/24]]<noinclude></noinclude>
849kexvbkx6uuqlo60k2qcbqcnz1juj
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/22
250
90235
292296
2026-07-08T14:05:56Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/22]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/25]]: เปลี่ยนชื่อ
292296
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/25]]<noinclude></noinclude>
o13l0b2g7oax9gendin7gbzlj15xc05
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/23
250
90236
292331
2026-07-08T16:14:43Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/23]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/26]]: เปลี่ยนชื่อ
292331
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/26]]<noinclude></noinclude>
6ga5nuklworivukx3z6926jf9s17wfk
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/24
250
90237
292333
2026-07-08T16:14:54Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/24]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/27]]: เปลี่ยนชื่อ
292333
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/27]]<noinclude></noinclude>
9xukl8mwei2llvtgcz0cop7a1wvdohq
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/25
250
90238
292335
2026-07-08T16:15:05Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/25]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/28]]: เปลี่ยนชื่อ
292335
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/28]]<noinclude></noinclude>
53u17gk0szxjou1379b6huc2x87ky5e
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/26
250
90239
292337
2026-07-08T16:15:17Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/26]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/29]]: เปลี่ยนชื่อ
292337
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/29]]<noinclude></noinclude>
bdalwl8uh97sjbvsk93vup53c9hl6ob
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/27
250
90240
292339
2026-07-08T16:15:31Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/27]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/30]]: เปลี่ยนชื่อ
292339
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/30]]<noinclude></noinclude>
2s4jp2f2imhpp0wv0fulzi0h1b2d3kp
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/28
250
90241
292341
2026-07-08T16:15:41Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/28]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/31]]: เปลี่ยนชื่อ
292341
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/31]]<noinclude></noinclude>
jnytjmf79u9s2d54klxy417ckdwmv1f
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/29
250
90242
292343
2026-07-08T16:15:54Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/29]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/32]]: เปลี่ยนชื่อ
292343
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/32]]<noinclude></noinclude>
fkm61wwp2q4xfo7lvzn1efdpby6imka
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/30
250
90243
292345
2026-07-08T16:16:07Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/30]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/33]]: เปลี่ยนชื่อ
292345
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/33]]<noinclude></noinclude>
0bwvq9d5mnuj4l6ma3iag7euiqw47k9
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/31
250
90244
292347
2026-07-08T16:16:19Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/31]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/34]]: เปลี่ยนชื่อ
292347
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/34]]<noinclude></noinclude>
kbp67ben8u0aml9gbjp5dz5d0m2i8ik
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/32
250
90245
292349
2026-07-08T16:16:32Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/32]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/35]]: เปลี่ยนชื่อ
292349
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/35]]<noinclude></noinclude>
lmil2tz4o829b8vrpckqzzmzljf4h6q
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/33
250
90246
292351
2026-07-08T16:16:44Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/33]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/36]]: เปลี่ยนชื่อ
292351
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/36]]<noinclude></noinclude>
my6y4ootntwhn8se7u4jutusk53tjbz
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/34
250
90247
292353
2026-07-08T16:16:56Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/34]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/37]]: เปลี่ยนชื่อ
292353
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/37]]<noinclude></noinclude>
r0aqloslndj29jhygv6lvh27i8asqog
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/35
250
90248
292355
2026-07-08T16:17:09Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/35]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/38]]: เปลี่ยนชื่อ
292355
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/38]]<noinclude></noinclude>
hqcnf67l0w1y1zibf1vm7pwro4vua7s
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/36
250
90249
292357
2026-07-08T16:17:31Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/36]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/39]]: เปลี่ยนชื่อ
292357
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/39]]<noinclude></noinclude>
o21owu5ylgw3ovbtiw5b5jc1vl0mssp
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/37
250
90250
292359
2026-07-08T16:17:45Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/37]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/40]]: เปลี่ยนชื่อ
292359
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/40]]<noinclude></noinclude>
0pyato75rcy8ww0o99bqiz0pmjy44od
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/38
250
90251
292361
2026-07-08T16:18:06Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/38]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/41]]: เปลี่ยนชื่อ
292361
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/41]]<noinclude></noinclude>
s8b1xme09tpa48ofasph3saccalddit
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/39
250
90252
292363
2026-07-08T16:18:13Z
Lunlumita
12009
Lunlumita ย้ายหน้า [[หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๓) - ๒๔๕๗.pdf/39]] ไปยัง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/42]]: เปลี่ยนชื่อ
292363
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/42]]<noinclude></noinclude>
snsgc6fabd49wzmr5b6kdn5cp6vrizc
พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550
0
90253
292389
2026-07-09T02:11:34Z
Kamolming
12339
พรบ ส่งเสริมการพัฒนาเด็กฯ
292389
wikitext
text/x-wiki
{{หัวเรื่อง
| ชื่อ = {{PAGENAME}}
| ปี = 2550
| ผู้สร้างสรรค์ = รัฐสภาไทย
| ผู้แปล =
| ส่วน =
| ผู้มีส่วนร่วม =
| ก่อนหน้า =
| ถัดไป = [[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐|ฉบับที่ ๒]]
| หมายเหตุ =
| สถานีย่อย = พระราชบัญญัติ
| หมวดหมู่ =
}}
{{สบช|
: {{ลนน|๑|พระราชบัญญัติ}}
: {{ลนน|คำปรารภ}}
: บททั่วไป
:# {{กม|สม|๑|นามพระราชบัญญัติ}}
:# {{กม|สม|๒|วันเริ่มใช้บังคับ}}
:# {{กม|สม|๓|การยกเลิกกฎหมายอื่น}}
:# {{กม|สม|๔|บทนิยาม}}
:# {{กม|สม|๕|ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ}}
: {{กม|สหม|๑|บททั่วไป|1}}
: {{รรล|start=6|
| {{กม|สม|๖|หลักการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
| {{กม|สม|๗|สิทธิโดยไม่เลือกปฏิบัติ}}
| {{กม|สม|๘|การจัดทำแผนพัฒนาในระดับท้องถิ่น}}
| {{กม|สม|๙|การสนับสนุนสภาเด็กและเยาวชน}}
}}
: {{กม|สหม|๒|คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ|2}}
: {{รรล|start=10|
| {{กม|สม|๑๐|องค์ประกอบของคณะกรรมการ}}
| {{กม|สม|๑๑|อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ}}
| {{กม|สม|๑๒|คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ}}
| {{กม|สม|๑๓|วาระการดำรงตำแหน่ง}}
| {{กม|สม|๑๔|การพ้นจากตำแหน่ง}}
| {{กม|สม|๑๔/๑|การพ้นจากตำแหน่งของผู้แทนเด็กและเยาวชน}}
| {{กม|สม|๑๕|การแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง}}
| {{กม|สม|๑๖|บทอนุโลมสำหรับกรรมการตาม (6) และ (7)}}
| {{กม|สม|๑๗|องค์ประชุมและการวินิจฉัย}}
| {{กม|สม|๑๘|การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและที่ปรึกษา}}
| {{กม|สม|๑๙|อำนาจหน้าที่ของสำนักงาน}}
| {{กม|สม|๒๐|รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
| {{กม|สม|๒๑|การเชิญบุคคลมาให้ข้อเท็จจริง}}
}}
: {{กม|สหม|๓|มาตรการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน|3}}
:: {{กม|สส|๓|๑|สภาเด็กและเยาวชน|1}}
:: {{รรล|start=22|
| {{กม|สม|๒๒|สภาเด็กและเยาวชนตำบลและเทศบาล}}
| {{กม|สม|๒๓|อำนาจหน้าที่ของสภาตำบลและเทศบาล}}
| {{กม|สม|๒๔|สภาเด็กและเยาวชนอำเภอและเขต}}
| {{กม|สม|๒๕|อำนาจหน้าที่ของสภาอำเภอและเขต}}
| {{กม|สม|๒๖|สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด}}
| {{กม|สม|๒๗|สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร}}
| {{กม|สม|๒๘|คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร}}
| {{กม|สม|๒๙|อำนาจหน้าที่ของสภาจังหวัดและกรุงเทพมหานคร}}
| {{กม|สม|๓๐|สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย}}
| {{กม|สม|๓๑|อำนาจหน้าที่ของสภาแห่งประเทศไทย}}
| {{กม|สม|๓๒|คุณสมบัติของคณะบริหาร}}
| {{กม|สม|๓๓|วาระการดำรงตำแหน่งของคณะบริหาร}}
| {{กม|สม|๓๔|การพ้นจากตำแหน่งของคณะบริหาร}}
| {{กม|สม|๓๕|การแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง}}
| {{กม|สม|๓๖|การส่งเสริมและสนับสนุนของกรมกิจการเด็กและเยาวชน}}
| {{กม|สม|๓๗|องค์ประชุมของสภาเด็กและเยาวชน}}
| {{กม|สม|๓๘|การประชุมสามัญ}}
| {{กม|สม|๓๙|(ยกเลิก)}}
| {{กม|สม|๔๐|(ยกเลิก)}}
}}
:: {{กม|สส|๓|๒|การส่งเสริมบทบาทขององค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชน|2}}
:: {{รรล|start=41|
| {{กม|สม|๔๑|การจดทะเบียนองค์กรเอกชนหรือชุมชน}}
| {{กม|สม|๔๒|เงินอุดหนุนและความช่วยเหลือ}}
| {{กม|สม|๔๓|การรายงานผลการดำเนินงาน}}
| {{กม|สม|๔๔|การเพิกถอนการจดทะเบียน}}
}}
: {{กม|สห|บทเฉพาะกาล}}
: {{รรล|start=45|
| {{กม|สม|๔๕|คณะกรรมการรักษาการ}}
}}
: {{ลนน|๒๒|หมายเหตุ}}
}}
<pages index="1637833342893-691571183.pdf" from="1" to="20" onlysection="prb" />
{{สทย|2}}
611l4raxv705uchju96n4nnstra96d8
292390
292389
2026-07-09T02:12:47Z
Kamolming
12339
292390
wikitext
text/x-wiki
{{หัวเรื่อง
| ชื่อ = {{PAGENAME}}
| ปี = 2550
| ผู้สร้างสรรค์ = รัฐสภาไทย
| ผู้แปล =
| ส่วน =
| ผู้มีส่วนร่วม =
| ก่อนหน้า =
| ถัดไป = [[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐|ฉบับที่ ๒]]
| หมายเหตุ =
| สถานีย่อย = พระราชบัญญัติ
| หมวดหมู่ =
}}
{{สบช|
: {{ลนน|๑|พระราชบัญญัติ}}
: {{ลนน|คำปรารภ}}
: บททั่วไป
:# {{กม|สม|๑|นามพระราชบัญญัติ}}
:# {{กม|สม|๒|วันเริ่มใช้บังคับ}}
:# {{กม|สม|๓|การยกเลิกกฎหมายอื่น}}
:# {{กม|สม|๔|บทนิยาม}}
:# {{กม|สม|๕|ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ}}
: {{กม|สหม|๑|บททั่วไป|1}}
: {{รรล|start=6|
| {{กม|สม|๖|หลักการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
| {{กม|สม|๗|สิทธิโดยไม่เลือกปฏิบัติ}}
| {{กม|สม|๘|การจัดทำแผนพัฒนาในระดับท้องถิ่น}}
| {{กม|สม|๙|การสนับสนุนสภาเด็กและเยาวชน}}
}}
: {{กม|สหม|๒|คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ|2}}
: {{รรล|start=10|
| {{กม|สม|๑๐|องค์ประกอบของคณะกรรมการ}}
| {{กม|สม|๑๑|อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ}}
| {{กม|สม|๑๒|คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ}}
| {{กม|สม|๑๓|วาระการดำรงตำแหน่ง}}
| {{กม|สม|๑๔|การพ้นจากตำแหน่ง}}
| {{กม|สม|๑๔/๑|การพ้นจากตำแหน่งของผู้แทนเด็กและเยาวชน}}
| {{กม|สม|๑๕|การแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง}}
| {{กม|สม|๑๖|บทอนุโลมสำหรับกรรมการตาม (6) และ (7)}}
| {{กม|สม|๑๗|องค์ประชุมและการวินิจฉัย}}
| {{กม|สม|๑๘|การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและที่ปรึกษา}}
| {{กม|สม|๑๙|อำนาจหน้าที่ของสำนักงาน}}
| {{กม|สม|๒๐|รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
| {{กม|สม|๒๑|การเชิญบุคคลมาให้ข้อเท็จจริง}}
}}
: {{กม|สหม|๓|มาตรการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน|3}}
:: {{กม|สส|๓|๑|สภาเด็กและเยาวชน|1}}
:: {{รรล|start=22|
| {{กม|สม|๒๒|สภาเด็กและเยาวชนตำบลและเทศบาล}}
| {{กม|สม|๒๓|อำนาจหน้าที่ของสภาตำบลและเทศบาล}}
| {{กม|สม|๒๔|สภาเด็กและเยาวชนอำเภอและเขต}}
| {{กม|สม|๒๕|อำนาจหน้าที่ของสภาอำเภอและเขต}}
| {{กม|สม|๒๖|สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด}}
| {{กม|สม|๒๗|สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร}}
| {{กม|สม|๒๘|คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร}}
| {{กม|สม|๒๙|อำนาจหน้าที่ของสภาจังหวัดและกรุงเทพมหานคร}}
| {{กม|สม|๓๐|สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย}}
| {{กม|สม|๓๑|อำนาจหน้าที่ของสภาแห่งประเทศไทย}}
| {{กม|สม|๓๒|คุณสมบัติของคณะบริหาร}}
| {{กม|สม|๓๓|วาระการดำรงตำแหน่งของคณะบริหาร}}
| {{กม|สม|๓๔|การพ้นจากตำแหน่งของคณะบริหาร}}
| {{กม|สม|๓๕|การแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง}}
| {{กม|สม|๓๖|การส่งเสริมและสนับสนุนของกรมกิจการเด็กและเยาวชน}}
| {{กม|สม|๓๗|องค์ประชุมของสภาเด็กและเยาวชน}}
| {{กม|สม|๓๘|การประชุมสามัญ}}
| {{กม|สม|๓๙|(ยกเลิก)}}
| {{กม|สม|๔๐|(ยกเลิก)}}
}}
:: {{กม|สส|๓|๒|การส่งเสริมบทบาทขององค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชน|2}}
:: {{รรล|start=41|
| {{กม|สม|๔๑|การจดทะเบียนองค์กรเอกชนหรือชุมชน}}
| {{กม|สม|๔๒|เงินอุดหนุนและความช่วยเหลือ}}
| {{กม|สม|๔๓|การรายงานผลการดำเนินงาน}}
| {{กม|สม|๔๔|การเพิกถอนการจดทะเบียน}}
}}
: {{กม|สห|บทเฉพาะกาล}}
: {{รรล|start=45|
| {{กม|สม|๔๕|คณะกรรมการรักษาการ}}
}}
: {{ลนน|๒๒|หมายเหตุ}}
}}
{{สทย|2}}
kjqethskh73i4x66amrgkts458vgrxw
292391
292390
2026-07-09T02:21:48Z
Kamolming
12339
เนื้อความพระราชบัญญัติ
292391
wikitext
text/x-wiki
{{หัวเรื่อง
| ชื่อ = {{PAGENAME}}
| ปี = 2550
| ผู้สร้างสรรค์ = รัฐสภาไทย
| ผู้แปล =
| ส่วน =
| ผู้มีส่วนร่วม =
| ก่อนหน้า =
| ถัดไป = [[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐|ฉบับที่ ๒]]
| หมายเหตุ =
| สถานีย่อย = พระราชบัญญัติ
| หมวดหมู่ =
}}
{{สบช|
: {{ลนน|๑|พระราชบัญญัติ}}
: บททั่วไป
:# {{กม|สม|๑|นามพระราชบัญญัติ}}
:# {{กม|สม|๒|วันเริ่มใช้บังคับ}}
:# {{กม|สม|๓|การยกเลิกกฎหมายอื่น}}
:# {{กม|สม|๔|บทนิยาม}}
:# {{กม|สม|๕|ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ}}
: {{กม|สหม|๑|บททั่วไป|1}}
: {{รรล|start=6|
| {{กม|สม|๖|หลักการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
| {{กม|สม|๗|สิทธิโดยไม่เลือกปฏิบัติ}}
| {{กม|สม|๘|การจัดทำแผนพัฒนาในระดับท้องถิ่น}}
| {{กม|สม|๙|การสนับสนุนสภาเด็กและเยาวชน}}
}}
: {{กม|สหม|๒|คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ|2}}
: {{รรล|start=10|
| {{กม|สม|๑๐|องค์ประกอบของคณะกรรมการ}}
| {{กม|สม|๑๑|อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ}}
| {{กม|สม|๑๒|คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ}}
| {{กม|สม|๑๓|วาระการดำรงตำแหน่ง}}
| {{กม|สม|๑๔|การพ้นจากตำแหน่ง}}
| {{กม|สม|๑๔/๑|การพ้นจากตำแหน่งของผู้แทนเด็กและเยาวชน}}
| {{กม|สม|๑๕|การแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง}}
| {{กม|สม|๑๖|บทอนุโลมสำหรับกรรมการตาม (6) และ (7)}}
| {{กม|สม|๑๗|องค์ประชุมและการวินิจฉัย}}
| {{กม|สม|๑๘|การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและที่ปรึกษา}}
| {{กม|สม|๑๙|อำนาจหน้าที่ของสำนักงาน}}
| {{กม|สม|๒๐|รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
| {{กม|สม|๒๑|การเชิญบุคคลมาให้ข้อเท็จจริง}}
}}
: {{กม|สหม|๓|มาตรการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน|3}}
:: {{กม|สส|๓|๑|สภาเด็กและเยาวชน|1}}
:: {{รรล|start=22|
| {{กม|สม|๒๒|สภาเด็กและเยาวชนตำบลและเทศบาล}}
| {{กม|สม|๒๓|อำนาจหน้าที่ของสภาตำบลและเทศบาล}}
| {{กม|สม|๒๔|สภาเด็กและเยาวชนอำเภอและเขต}}
| {{กม|สม|๒๕|อำนาจหน้าที่ของสภาอำเภอและเขต}}
| {{กม|สม|๒๖|สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด}}
| {{กม|สม|๒๗|สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร}}
| {{กม|สม|๒๘|คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร}}
| {{กม|สม|๒๙|อำนาจหน้าที่ของสภาจังหวัดและกรุงเทพมหานคร}}
| {{กม|สม|๓๐|สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย}}
| {{กม|สม|๓๑|อำนาจหน้าที่ของสภาแห่งประเทศไทย}}
| {{กม|สม|๓๒|คุณสมบัติของคณะบริหาร}}
| {{กม|สม|๓๓|วาระการดำรงตำแหน่งของคณะบริหาร}}
| {{กม|สม|๓๔|การพ้นจากตำแหน่งของคณะบริหาร}}
| {{กม|สม|๓๕|การแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง}}
| {{กม|สม|๓๖|การส่งเสริมและสนับสนุนของกรมกิจการเด็กและเยาวชน}}
| {{กม|สม|๓๗|องค์ประชุมของสภาเด็กและเยาวชน}}
| {{กม|สม|๓๘|การประชุมสามัญ}}
| {{กม|สม|๓๙|(ยกเลิก)}}
| {{กม|สม|๔๐|(ยกเลิก)}}
}}
:: {{กม|สส|๓|๒|การส่งเสริมบทบาทขององค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชน|2}}
:: {{รรล|start=41|
| {{กม|สม|๔๑|การจดทะเบียนองค์กรเอกชนหรือชุมชน}}
| {{กม|สม|๔๒|เงินอุดหนุนและความช่วยเหลือ}}
| {{กม|สม|๔๓|การรายงานผลการดำเนินงาน}}
| {{กม|สม|๔๔|การเพิกถอนการจดทะเบียน}}
}}
: {{กม|สห|บทเฉพาะกาล}}
: {{รรล|start=45|
| {{กม|สม|๔๕|คณะกรรมการรักษาการ}}
}}
: {{ลนน|๒๒|หมายเหตุ}}
}}
== เนื้อหา ==
{{กม|สม|๑|นามพระราชบัญญัติ}}
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐”
{{กม|สม|๒|วันเริ่มใช้บังคับ}}
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
{{กม|สม|๓|การยกเลิกกฎหมายอื่น}}
ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑
{{กม|สม|๔|บทนิยาม}}
ในพระราชบัญญัตินี้ <br>
“เด็ก” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ <br>
“เยาวชน” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ถึงยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ <br>
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ <br>
“คณะบริหาร” หมายความว่า คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบล คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเขต คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย <br>
“สำนักงาน” หมายความว่า กรมกิจการเด็กและเยาวชน <br>
“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน <br>
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
{{กม|สม|๕|ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ}}
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ <br>
กฎกระทรวงและระเบียบนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
== หมวด ๑ บททั่วไป ==
{{กม|สม|๖|หลักการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีหน้าที่ในการพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งแก้ไขปัญหาที่อาจมีผลกระทบในทางลบต่อเด็กและเยาวชน โดยมีหลักการ ดังต่อไปนี้ <br>
(๑) การพัฒนาเด็กและเยาวชน การบังคับใช้และการปฏิบัติตามบทบัญญัติใด ๆ แห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชนเป็นอันดับแรก <br>
(๒) เด็กและเยาวชนทุกคนมีสิทธิในการได้รับการศึกษา และได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพสูงสุดตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ <br>
(๓) เด็กพิการ เด็กที่มีข้อจำกัดทางการเรียนรู้ และเด็กที่มีความสามารถพิเศษ มีสิทธิในการได้รับการศึกษาที่รัฐจัดให้เป็นพิเศษที่เหมาะสมกับลักษณะเด็กประเภทนั้น ๆ <br>
(๔) เด็กและเยาวชนมีสิทธิในการรับบริการทางการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานสูงสุดเท่าที่มีการให้บริการทางด้านนี้ <br>
(๕) เด็กและเยาวชนมีสิทธิในการเล่น มีเวลาพักผ่อน และเข้าร่วมกิจกรรมการละเล่นทางนันทนาการที่เหมาะสมตามวัยของเด็กและเยาวชน และการมีส่วนร่วมอย่างเสรีในทางวัฒนธรรมและศิลปะ <br>
การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำโดยมีแนวทาง ดังต่อไปนี้ <br>
(๑) ให้เด็กและเยาวชนมีความผูกพันต่อครอบครัว ภาคภูมิใจในความเป็นไทย มีวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย <br>
(๒) ให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย รู้จักเคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น รวมทั้งกฎหมาย กฎเกณฑ์ และกติกาในสังคม <br>
(๓) ให้การสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือทางการศึกษา ทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ เพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเหมาะสม <br>
(๔) ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กพิการ เด็กที่มีข้อจำกัดทางการเรียนรู้ และเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ให้สามารถพึ่งตนเองได้ ให้มีคุณธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถประกอบอาชีพและดำรงชีวิตได้อย่างเป็นอิสระ <br>
(๕) ให้มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง รู้จักการป้องกันตนเองจากโรคภัยและสิ่งเสพติด <br>
(๖) ให้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ตามสมควรแก่วัย รวมทั้งมีคุณธรรมและจริยธรรม <br>
(๗) ให้มีทักษะและเจตคติที่ดีต่อการทำงาน มีศักดิ์ศรีและภาคภูมิใจในการทำงานที่สุจริต <br>
(๘) ให้รู้จักคิดอย่างมีเหตุผลและมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง <br>
(๙) ให้รู้จักช่วยเหลือผู้อื่นโดยมีจิตสำนึกในการให้และการเป็นอาสาสมัคร รวมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติ <br>
(๑๐) ให้มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น และต่อส่วนรวม ตามสมควรแก่วัย <br>
(๑๑) ให้สามารถแสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกอย่างสอดคล้องกับความรู้ความสามารถที่พัฒนาไปตามวัยของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน <br>
(๑๒) ให้สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรมในเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะโดยทางตรง หรือผ่านผู้แทนหรือองค์กรเพื่อเด็กและเยาวชน
{{กม|สม|๗|สิทธิโดยไม่เลือกปฏิบัติ}}
ให้เด็กและเยาวชนทุกคนมีสิทธิได้รับการจดทะเบียนรับรองการเกิด การพัฒนา การยอมรับ การคุ้มครองและโอกาสในการมีส่วนร่วมตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนาและวัฒนธรรม การศึกษาอบรม ความคิดเห็นทางการเมือง การเกิดหรือสถานะอื่นของเด็กและเยาวชน บิดามารดา หรือผู้ปกครอง
{{กม|สม|๘|การจัดทำแผนพัฒนาในระดับท้องถิ่น}}
ให้สำนักงานหรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร่วมมือ ส่งเสริม และประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในระดับท้องถิ่นให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ <br>
ในการจัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงหลักการและแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนและประชาสังคมในท้องถิ่นด้วย
{{กม|สม|๙|การสนับสนุนสภาเด็กและเยาวชน}}
เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือ ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
== หมวด ๒ คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ==
{{กม|สม|๑๐|องค์ประกอบของคณะกรรมการ}}
ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ประกอบด้วย <br>
(๑) นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ <br>
(๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นรองประธานกรรมการ คนที่หนึ่ง <br>
(๓) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธานกรรมการ คนที่สอง <br>
(๔) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปลัดกรุงเทพมหานคร ประธานสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน และประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย <br>
(๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานในภาคเอกชน จำนวนไม่เกินห้าคน <br>
(๖) ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเลือกกันเอง จำนวนสามคน <br>
(๗) ผู้แทนเด็กและเยาวชนซึ่งได้รับเลือกจากสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย จำนวนสองคนเป็นชายหนึ่งคนและหญิงหนึ่งคน <br>
ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ <br>
หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนด
{{กม|สม|๑๑|อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ}}
คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ <br>
(๑) เสนอนโยบายและแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยต้องคำนึงถึงพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่ด้วย <br>
(๒) เสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนต่อคณะรัฐมนตรี <br>
(๓) กำหนดระเบียบและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือทางวิชาการ การวิจัยและพัฒนา เงินอุดหนุน สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการต่าง ๆ อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม <br>
(๔) ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดสมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ด้านเด็กและเยาวชน ทบทวนกลไกและกระบวนการทำงานและพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และทัศนคติในการพัฒนาเด็กและเยาวชนของประเทศ <br>
(๕) จัดการประเมินผลการดำเนินงานและเสนอรายงานการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนของประเทศต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาอย่างน้อยปีละครั้ง <br>
(๖) ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
{{กม|สม|๑๒|คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ}}
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ <br>
(๑) มีสัญชาติไทย <br>
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ <br>
(๓) เป็นผู้ปฏิบัติงานในภาคเอกชนที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นที่ประจักษ์ <br>
(๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ <br>
(๕) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ <br>
(๖) ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ <br>
(๗) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือเลิกจ้างจากหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนเพราะทุจริตต่อหน้าที่ <br>
(๘) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับสำนักงาน
{{กม|สม|๑๓|วาระการดำรงตำแหน่ง}}
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน <br>
ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการใหม่ ให้กรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้แต่งตั้งกรรมการใหม่
{{กม|สม|๑๔|การพ้นจากตำแหน่ง}}
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ <br>
(๑) ตาย <br>
(๒) ลาออก <br>
(๓) นายกรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ <br>
(๔) ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๒
{{กม|สม|๑๔/๑|การพ้นจากตำแหน่งของผู้แทนเด็กและเยาวชน}}
ผู้แทนเด็กและเยาวชนในคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ตามมาตรา ๑๐ (๗) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ <br>
(๑) มีอายุเกินยี่สิบห้าปี <br>
(๒) พ้นจากการเป็นผู้แทนของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
{{กม|สม|๑๕|การแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง}}
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
{{กม|สม|๑๖|บทอนุโลมสำหรับกรรมการตาม (6) และ (7)}}
ให้นำความในมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ (๑) และ (๒) และมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับแก่การดำรงตำแหน่งของกรรมการตามมาตรา ๑๐ (๖) และ (๗) โดยอนุโลม
{{กม|สม|๑๗|องค์ประชุมและการวินิจฉัย}}
การประชุมของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม <br>
ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการคนที่หนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการคนที่หนึ่งไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการคนที่สองเป็นประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการทั้งสองคนไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่แทน <br>
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด <br>
ให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยปีละสี่ครั้ง
{{กม|สม|๑๘|การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและที่ปรึกษา}}
คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย และมีอำนาจแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยตามที่สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยเป็นผู้เสนอ <br>
ให้นำความในมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานโดยอนุโลม
{{กม|สม|๑๙|อำนาจหน้าที่ของสำนักงาน}}
ให้สำนักงานมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน และรับผิดชอบงานธุรการและวิชาการของคณะกรรมการ รวมทั้งให้มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ <br>
(๑) จัดทำนโยบายและแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติเสนอต่อคณะกรรมการ <br>
(๒) กำหนดแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในด้านต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ และกำหนดแนวทางปฏิบัติตามนโยบายและแผนดังกล่าว ตลอดจนการประสานงาน ติดตาม และประเมินผล ทั้งในส่วนของรัฐและเอกชนให้มีการปฏิบัติงานตามนโยบายเด็กและเยาวชนแห่งชาติ <br>
(๓) พัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านเด็กและเยาวชน ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุน และร่วมมือกับเอกชนในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรดังกล่าว <br>
(๔) ศึกษาวิจัยหรือสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน <br>
(๕) สำรวจ ศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ ติดตาม และประเมินผลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของเด็กและเยาวชนตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี ตลอดจนกฎหมายภายในประเทศ เพื่อจัดทำระบบฐานข้อมูลและรวบรวมข้อคิดเห็นของเด็กและเยาวชน รวมทั้งจัดทำรายงานเพื่อเป็นแนวนโยบายในการพัฒนาเด็กและเยาวชนต่อไป <br>
(๖) สนับสนุนและประสานงานกับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อร่วมมือกันพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งส่งเสริมการดำเนินกิจการสภาเด็กและเยาวชนในทุกระดับ <br>
(๗) ส่งเสริมสื่อมวลชนและสถานศึกษาในการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างจิตสำนึกในการให้และการอาสาสมัครให้แก่เด็กและเยาวชน <br>
(๘) เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์งานและกิจการเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน <br>
(๙) ศึกษา วิเคราะห์ และวางแผนการงบประมาณและค่าใช้จ่าย เพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยร่วมกับหน่วยงานอื่น รวมทั้งพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนตามมาตรา ๔๒ <br>
(๑๐) ดำเนินการจัดงานสมัชชาเด็กและเยาวชนแห่งชาติร่วมกับสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนในด้านต่าง ๆ <br>
(๑๑) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด ตามมติคณะกรรมการ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
{{กม|สม|๒๐|รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
ให้สำนักงานจัดทำรายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชนเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละครั้ง โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้ <br>
(๑) การใช้งบประมาณเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน <br>
(๒) ผลการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย <br>
(๓) สภาพการณ์และแนวโน้มของปัญหาเด็กและเยาวชน <br>
(๔) ผลการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคจากการดำเนินงาน <br>
(๕) แนวทางในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{กม|สม|๒๑|การเชิญบุคคลมาให้ข้อเท็จจริง}}
เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการหรือสำนักงาน อาจเชิญบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย คำแนะนำหรือความเห็นทางวิชาการได้เมื่อเห็นสมควร และอาจขอความร่วมมือจากบุคคลใดเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงหรือเพื่อสำรวจกิจการใดที่อาจมีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนได้
== หมวด ๓ มาตรการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน ==
=== ส่วนที่ ๑ สภาเด็กและเยาวชน ===
{{กม|สม|๒๒|สภาเด็กและเยาวชนตำบลและเทศบาล}}
ให้องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล โดยคำแนะนำของหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวในแต่ละจังหวัด จัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนตำบล สภาเด็กและเยาวชนเทศบาล แล้วแต่กรณี ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยเด็กและเยาวชนที่อยู่ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลนั้น <br>
ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบลหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคน และผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนตำบล หรือสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล แล้วแต่กรณี โดยคำนึงถึงผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ให้มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภาเด็กและเยาวชนและปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ รวมทั้งดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้ <br>
ให้นายอำเภอ เป็นที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบลหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล และให้แต่งตั้งที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบลหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล จากนายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกเทศมนตรี ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปลัดเทศบาล แล้วแต่กรณี ผู้แทนสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ผู้แทนบ้านพักเด็กและครอบครัวในแต่ละจังหวัด ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ผู้แทนสถานศึกษา ผู้แทนหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลนั้น และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบลหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาลเสนอ
{{กม|สม|๒๓|อำนาจหน้าที่ของสภาตำบลและเทศบาล}}
สภาเด็กและเยาวชนตำบลและสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ <br>
(๑) ประสานงานระหว่างสภาเด็กและเยาวชนตำบล สภาเด็กและเยาวชนเทศบาล สภาเด็กและเยาวชนอำเภอ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชน <br>
(๒) ส่งเสริม สนับสนุน และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านวิชาการ การศึกษา สุขภาพ กีฬา อาชีพ และวัฒนธรรมในท้องถิ่นของเด็กและเยาวชน <br>
(๓) ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกอย่างสอดคล้องกับความรู้ความสามารถที่พัฒนาไปตามวัยของเด็กหรือเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน <br>
(๔) จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นให้มีความรู้ความสามารถ รวมทั้งคุณธรรมและจริยธรรม <br>
(๕) รวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะ หรือประเมินเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ เพื่อส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้กับสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ <br>
(๖) เสนอความเห็นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งการแก้ปัญหาที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ <br>
(๗) เสนอแนะและให้ความเห็นต่อสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่น <br>
(๘) เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ <br>
(๙) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมและการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ โดยให้คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบลหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล แล้วแต่กรณี เป็นผู้เสนอ ทั้งนี้ ให้สอดคล้องกับข้อบังคับของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
{{กม|สม|๒๔|สภาเด็กและเยาวชนอำเภอและเขต}}
ให้มีสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบล และคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล ที่อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอนั้น <br>
ให้มีสภาเด็กและเยาวชนเขต ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยเด็กและเยาวชนที่อยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครแต่ละเขตนั้น <br>
ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอและคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเขต ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคน และผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนอำเภอหรือสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนเขต แล้วแต่กรณี โดยคำนึงถึงผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ให้มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภาเด็กและเยาวชน และปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ รวมทั้งดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้ <br>
ให้นายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขต เป็นที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเขต แล้วแต่กรณี และให้แต่งตั้งที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเขต แล้วแต่กรณี จากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวในแต่ละจังหวัด ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ผู้แทนสถานศึกษา ผู้แทนหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอหรือเขตในกรุงเทพมหานคร และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเขตเสนอ
{{กม|สม|๒๕|อำนาจหน้าที่ของสภาอำเภอและเขต}}
สภาเด็กและเยาวชนอำเภอและสภาเด็กและเยาวชนเขต มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ <br>
(๑) ประสานงานระหว่างสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ สภาเด็กและเยาวชนเขต สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด และสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชน <br>
(๒) ส่งเสริม สนับสนุน และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านวิชาการ การศึกษา สุขภาพ กีฬา อาชีพ และวัฒนธรรมในท้องถิ่นของเด็กและเยาวชน <br>
(๓) ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกอย่างสอดคล้องกับความรู้ความสามารถที่พัฒนาไปตามวัยของเด็กหรือเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน <br>
(๔) จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นให้มีความรู้ความสามารถ รวมทั้งคุณธรรมและจริยธรรม <br>
(๕) รวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะ หรือประเมินเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ เพื่อส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้กับสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดหรือสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี <br>
(๖) เสนอความเห็นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งการแก้ปัญหาที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ <br>
(๗) เสนอแนะและให้ความเห็นต่อสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่น <br>
(๘) เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ <br>
(๙) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมและการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ โดยให้คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเขต แล้วแต่กรณี เป็นผู้เสนอ ทั้งนี้ ให้สอดคล้องกับข้อบังคับของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
{{กม|สม|๒๖|สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด}}
ให้มีสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยประธานสภาเด็กและเยาวชนอำเภอทุกอำเภอ และผู้แทนจากคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอแต่ละอำเภอ อำเภอละสิบคน <br>
ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคน และผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ให้มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด และปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ รวมทั้งดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้ <br>
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด และให้แต่งตั้งที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด จากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวในแต่ละจังหวัด ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ผู้แทนหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเสนอ
{{กม|สม|๒๗|สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร}}
ให้มีสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ซึ่งสมาชิกประกอบด้วย <br>
(๑) ประธานสภาเด็กและเยาวชนเขต จากทุกเขตในกรุงเทพมหานคร <br>
(๒) ผู้แทนกลุ่มเด็กและเยาวชน ประกอบด้วย <br>
(ก) ผู้แทนจากสถาบันการศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระดับมัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา ระดับละสิบเอ็ดคน <br>
(ข) ผู้แทนเด็กและเยาวชน ซึ่งมาจากการคัดเลือกกันเองจากกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ได้ลงทะเบียนไว้ตามระเบียบที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนด โดยคำนึงถึงความหลากหลายของกลุ่มเด็กและเยาวชน จำนวนสิบสองคน ซึ่งต้องมาจากแต่ละกลุ่มอย่างน้อยกลุ่มละหนึ่งคน <br>
ทั้งนี้ การคัดเลือกสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครให้คำนึงถึงผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสด้วย
{{กม|สม|๒๘|คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร}}
ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคน และผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ให้มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภาเด็กและเยาวชน และปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตกรุงเทพมหานคร รวมทั้งดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้ <br>
ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และให้แต่งตั้งที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร จากผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ผู้แทนกรมกิจการเด็กและเยาวชน ผู้แทนหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครเสนอ
{{กม|สม|๒๙|อำนาจหน้าที่ของสภาจังหวัดและกรุงเทพมหานคร}}
สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดและสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ <br>
(๑) ประสานงานระหว่างสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชน <br>
(๒) ส่งเสริม สนับสนุน และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านวิชาการ การศึกษา สุขภาพ กีฬา อาชีพ และวัฒนธรรมในท้องถิ่นของเด็กและเยาวชน <br>
(๓) ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกอย่างสอดคล้องกับความรู้ความสามารถที่พัฒนาไปตามวัยของเด็กหรือเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน <br>
(๔) จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นให้มีความรู้ความสามารถ รวมทั้งคุณธรรมและจริยธรรม <br>
(๕) รวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะ หรือประเมินเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ เพื่อส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้กับสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย <br>
(๖) เสนอความเห็นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งการแก้ปัญหาที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ <br>
(๗) เสนอแนะและให้ความเห็นต่อสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่น <br>
(๘) เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ <br>
(๙) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมและการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ โดยให้คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี เป็นผู้เสนอ ทั้งนี้ ให้สอดคล้องกับข้อบังคับของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
{{กม|สม|๓๐|สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย}}
ให้มีสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ซึ่งสมาชิกประกอบด้วย <br>
(๑) ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดจากทุกจังหวัด <br>
(๒) ประธานสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร <br>
(๓) ผู้แทนเด็กและเยาวชน ซึ่งมาจากการคัดเลือกกันเองจากกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ได้ลงทะเบียนไว้ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนด โดยคำนึงถึงความหลากหลายของกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมทั้งผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส จำนวนสามสิบแปดคน <br>
ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคน และผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบห้าคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ให้มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย และเสนอแผนงานหรือแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในด้านต่าง ๆ ต่อกรมกิจการเด็กและเยาวชน เพื่อประโยชน์ในการจัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ รวมทั้งเป็นผู้แทน หรือเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกผู้แทนเด็กและเยาวชนของประเทศในการดำเนินกิจกรรมเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ตลอดจนดำเนินการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้ <br>
ให้คณะกรรมการแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย จากผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกรมกิจการเด็กและเยาวชน ผู้แทนหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยเสนอ
{{กม|สม|๓๑|อำนาจหน้าที่ของสภาแห่งประเทศไทย}}
ให้สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ <br>
(๑) เป็นศูนย์กลางประสานงานเพื่อดำเนินกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน <br>
(๒) ให้ความร่วมมือในการดำเนินงานของรัฐและองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน <br>
(๓) ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกอย่างสอดคล้องกับความรู้ความสามารถที่พัฒนาไปตามวัยของเด็กหรือเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน <br>
(๔) ให้ความเห็นในการกำหนดแนวทาง นโยบาย แผนงาน และงบประมาณของหน่วยงานของรัฐ เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน <br>
(๕) รวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะ หรือประเมินเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน และข้อมูลที่ถูกส่งต่อมายังสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณาเป็นแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน <br>
(๖) เสนอความเห็นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งการแก้ปัญหาที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน <br>
(๗) เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน <br>
(๘) จัดทำประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาเด็กและเยาวชน <br>
(๙) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมและการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ โดยให้คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยเป็นผู้เสนอ <br>
สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยต้องจัดให้มีการประชุมสามัญอย่างน้อยปีละสองครั้ง
{{กม|สม|๓๒|คุณสมบัติของคณะบริหาร}}
คณะบริหารต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ <br>
(๑) มีอายุไม่เกินยี่สิบห้าปี <br>
(๒) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในทางการเมือง กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่พรรคการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
{{กม|สม|๓๓|วาระการดำรงตำแหน่งของคณะบริหาร}}
คณะบริหารมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปีนับแต่วันที่ได้รับการคัดเลือก ประธานสภาหรือผู้บริหารในคณะบริหารซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการคัดเลือกอีกได้ แต่ต้องดำรงตำแหน่งไม่เกินสองวาระติดต่อกัน <br>
กรณีที่คณะบริหารพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการคัดเลือกใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คณะบริหารพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ในระหว่างที่ยังมิได้มีการคัดเลือกคณะบริหาร ให้คณะบริหารนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้มีการคัดเลือกคณะบริหารใหม่ <br>
ในวาระเริ่มแรก เมื่อคณะบริหารดำรงตำแหน่งครบหนึ่งปี ให้คณะบริหารยกเว้นประธานสภาจับสลากออกกึ่งหนึ่ง และคัดเลือกผู้บริหารใหม่แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกใหม่มีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี
{{กม|สม|๓๔|การพ้นจากตำแหน่งของคณะบริหาร}}
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ คณะบริหารพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ <br>
(๑) ตาย <br>
(๒) ลาออก <br>
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๒ <br>
(๔) ถูกถอดถอนจากตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของสภาเด็กและเยาวชน
{{กม|สม|๓๕|การแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง}}
ในกรณีที่คณะบริหารของสภาเด็กและเยาวชนพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้มีการคัดเลือกผู้อื่นแทนตำแหน่งที่ว่าง เว้นแต่วาระของผู้ที่พ้นจากตำแหน่งเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน อาจคัดเลือกผู้อื่นแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นก็ได้ และให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแทนตำแหน่งที่ว่าง อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
{{กม|สม|๓๖|การส่งเสริมและสนับสนุนของกรมกิจการเด็กและเยาวชน}}
ให้กรมกิจการเด็กและเยาวชนดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานการจัดตั้งและการดำเนินกิจการของสภาเด็กและเยาวชนตำบล สภาเด็กและเยาวชนเทศบาล สภาเด็กและเยาวชนอำเภอ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย <br>
ให้กรมกิจการเด็กและเยาวชนร่วมกับกรุงเทพมหานครดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานการจัดตั้งและการดำเนินกิจการของสภาเด็กและเยาวชนเขตและสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร
{{กม|สม|๓๗|องค์ประชุมของสภาเด็กและเยาวชน}}
การประชุมของสภาเด็กและเยาวชน ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ทั้งนี้ ให้การประชุมของสภาเด็กและเยาวชนเป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนด <br>
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก สมาชิกสภาเด็กและเยาวชนคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
{{กม|สม|๓๘|การประชุมสามัญ}}
การดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชน และคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชน ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่สภาเด็กและเยาวชนได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ ให้สภาเด็กและเยาวชนจัดให้มีการประชุมสามัญอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เว้นแต่สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง และให้คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจัดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละสองครั้ง
{{กม|สม|๓๙|(ยกเลิก)}}
(ยกเลิก)
{{กม|สม|๔๐|(ยกเลิก)}}
(ยกเลิก)
=== ส่วนที่ ๒ การส่งเสริมบทบาทขององค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ===
{{กม|สม|๔๑|การจดทะเบียนองค์กรเอกชนหรือชุมชน}}
เพื่อเป็นการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้องค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน และมิได้มีวัตถุประสงค์ในทางการเมืองหรือมุ่งค้าหากำไรจากการประกอบกิจกรรมดังกล่าวมีสิทธิขอจดทะเบียนเป็นองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนต่อกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
{{กม|สม|๔๒|เงินอุดหนุนและความช่วยเหลือ}}
องค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่ได้จดทะเบียนตามมาตรา ๔๑ อาจได้รับเงินอุดหนุน ความช่วยเหลือ หรือการสนับสนุนจากรัฐ ในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้ <br>
(๑) การจัดให้มีอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน <br>
(๒) การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลหรือข่าวสาร เพื่อสร้างจิตสำนึกของสาธารณชนที่ถูกต้องเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน <br>
(๓) การจัดตั้งหรือดำเนินโครงการหรือกิจกรรมเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน <br>
(๔) การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน <br>
(๕) การให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนในด้านอื่น ๆ แก่เด็กและเยาวชนที่ถูกละเมิดสิทธิ เช่น การให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย การแพทย์ การบำบัดฟื้นฟู การสงเคราะห์เด็กและเยาวชน <br>
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้เงินอุดหนุน ความช่วยเหลือ หรือการสนับสนุนจากรัฐตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
{{กม|สม|๔๓|การรายงานผลการดำเนินงาน}}
ให้องค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่ได้รับความช่วยเหลือหรือสนับสนุนจากรัฐตามมาตรา ๔๒ มีหน้าที่จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อสำนักงานตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนด
{{กม|สม|๔๔|การเพิกถอนการจดทะเบียน}}
องค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนใดที่ได้จดทะเบียนแล้วดำเนินกิจการที่อาจก่อความวุ่นวายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่ดำเนินการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เหมาะสม หรือไม่มีผลงานตามมาตรฐานที่รัฐมนตรีกําหนด ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนหรือระงับการให้เงินอุดหนุน ความช่วยเหลือ หรือการสนับสนุนที่ให้แก่องค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนนั้นได้
== บทเฉพาะกาล ==
{{กม|สม|๔๕|คณะกรรมการรักษาการ}}
ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทำหน้าที่คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าคณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ทั้งนี้ ไม่เกินสามร้อยวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
== หมายเหตุ ==
'''หมายเหตุ :-''' เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑ ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน สมควรกำหนดแนวทางและปรับปรุงวิธีการในการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์เด็กและเยาวชนอำเภอ และสภาเด็กและเยาวชน เพื่อให้การส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งให้องค์กรเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
'''พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐'''
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๑๐ ในวาระเริ่มแรก ให้มีการดำเนินการดังต่อไปนี้ <br>
(๑) ให้มีสภาเด็กและเยาวชนตำบลหรือสภาเด็กและเยาวชนเทศบาลตามมาตรา ๒๒ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ <br>
(๒) ให้มีสภาเด็กและเยาวชนเขตตามมาตรา ๒๔ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ <br>
(๓) ให้มีสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครตามมาตรา ๒๘ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๑๑ ให้สภาเด็กและเยาวชนอำเภอ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๑๒ ให้คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่อไปจนกว่าจะมีการคัดเลือกคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๑๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
'''หมายเหตุ :-''' เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีบทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน ทำให้ไม่อาจส่งเสริมเด็กและเยาวชนในทุกระดับให้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน ตลอดจนสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้มีการแสดงออกที่สอดคล้องกับระดับความรู้ความสามารถซึ่งพัฒนาไปตามวัยของเด็กและเยาวชน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเพื่อให้การส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
{{สทย|2}}
8y683d39ebnkhmzhr8rfzcc5v0zugn7
292430
292391
2026-07-09T04:07:26Z
Flamevine
11908
แทนที่เนื้อหาด้วย "{{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = {{PAGENAME}} | year = | author = สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ. 2549) | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ...."
292430
wikitext
text/x-wiki
{{header
<!-- ข้อมูลหลัก -->
| title = {{PAGENAME}}
| year =
| author = สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ. 2549)
| editor =
| translator =
| section =
| contributor =
| previous =
| next = [[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560|ฉบับที่ 2]]
| notes =
<!-- ข้อมูลย่อย -->
| categories = {{กม|มม|2551|พรบ|ก|รก=125}}
| portal =
}}
{{สบช|
: {{ลนน|๑|พระราชบัญญัติ}}
: {{ลนน|คำปรารภ}}
: หมวด
:# {{กม|สหม1|๑|บททั่วไป}}
:# {{กม|สหม1|๒|คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ}}
:# {{กม|สหม1|๓|มาตรการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
:## {{กม|สส1|๓|๑|สภาเด็กและเยาวชน}}
:## {{กม|สส1|๓|๒|การส่งเสริมบทบาทขององค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนในการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
: {{กม|สห|บทเฉพาะกาล}}
: {{กม|สมห}}
}}
{{pb}}
<pages index="Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu" from="1" to="14"/>
{{pb}}
<pages index="Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu" include="15"/>
{{สทย|2}}
3pvaxmye00pwmeh47bqwf170xwsqbnj
292432
292430
2026-07-09T04:07:42Z
Flamevine
11908
292432
wikitext
text/x-wiki
{{header
<!-- ข้อมูลหลัก -->
| title = {{PAGENAME}}
| year =
| author = สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ. 2549)
| editor =
| translator =
| section =
| contributor =
| previous =
| next = [[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560|ฉบับที่ 2]]
| notes =
<!-- ข้อมูลย่อย -->
| categories = {{กม|มม|2551|พรบ|ส|รก=125}}
| portal =
}}
{{สบช|
: {{ลนน|๑|พระราชบัญญัติ}}
: {{ลนน|คำปรารภ}}
: หมวด
:# {{กม|สหม1|๑|บททั่วไป}}
:# {{กม|สหม1|๒|คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ}}
:# {{กม|สหม1|๓|มาตรการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
:## {{กม|สส1|๓|๑|สภาเด็กและเยาวชน}}
:## {{กม|สส1|๓|๒|การส่งเสริมบทบาทขององค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนในการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
: {{กม|สห|บทเฉพาะกาล}}
: {{กม|สมห}}
}}
{{pb}}
<pages index="Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu" from="1" to="14"/>
{{pb}}
<pages index="Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu" include="15"/>
{{สทย|2}}
qz1fvdtkym0h1win40ti59s3bzd97y3
292433
292432
2026-07-09T04:08:15Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม]] ไปยัง [[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550]]: เปลี่ยนชื่อ
292432
wikitext
text/x-wiki
{{header
<!-- ข้อมูลหลัก -->
| title = {{PAGENAME}}
| year =
| author = สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ. 2549)
| editor =
| translator =
| section =
| contributor =
| previous =
| next = [[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560|ฉบับที่ 2]]
| notes =
<!-- ข้อมูลย่อย -->
| categories = {{กม|มม|2551|พรบ|ส|รก=125}}
| portal =
}}
{{สบช|
: {{ลนน|๑|พระราชบัญญัติ}}
: {{ลนน|คำปรารภ}}
: หมวด
:# {{กม|สหม1|๑|บททั่วไป}}
:# {{กม|สหม1|๒|คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ}}
:# {{กม|สหม1|๓|มาตรการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
:## {{กม|สส1|๓|๑|สภาเด็กและเยาวชน}}
:## {{กม|สส1|๓|๒|การส่งเสริมบทบาทขององค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนในการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
: {{กม|สห|บทเฉพาะกาล}}
: {{กม|สมห}}
}}
{{pb}}
<pages index="Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu" from="1" to="14"/>
{{pb}}
<pages index="Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu" include="15"/>
{{สทย|2}}
qz1fvdtkym0h1win40ti59s3bzd97y3
ดัชนี:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu
252
90254
292392
2026-07-09T03:30:52Z
Flamevine
11908
สร้างหน้าด้วย ""
292392
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550]]
|ภาษา=th
|เล่ม=
|ผู้สร้างสรรค์={{ลสย|สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ. 2549)}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี}}
|สถานที่=กรุงเทพฯ
|ปี=2551
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=V
|การผสานหน้า=yes
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1to15 = thai
/>
|ชุดเล่ม={{รายการแนวนอน|
* [[ดัชนี:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu|2550]]
* [[ดัชนี:Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu|2551]]
}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=
|Width=
|Css=
|Header={{หรก|1=4|น={{{pagenum}}}|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}
|Footer=
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีพระราชบัญญัติ]]
bc1g0gdvxo0a3z44sep8l1etqvtvw6r
ดัชนี:Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu
252
90255
292393
2026-07-09T03:32:34Z
Flamevine
11908
สร้างหน้าด้วย ""
292393
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560]]
|ภาษา=th
|เล่ม=
|ผู้สร้างสรรค์={{ลสย|สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ. 2557)}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี}}
|สถานที่=กรุงเทพฯ
|ปี=2560
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=V
|การผสานหน้า=yes
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1to12 = thai
/>
|ชุดเล่ม={{รายการแนวนอน|
* [[ดัชนี:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu|2550]]
* [[ดัชนี:Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu|2551]]
}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=
|Width=
|Css=
|Header={{หรก|1=4|น={{{pagenum}}}|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}
|Footer=
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีพระราชบัญญัติ]]
bxnwb7rqvkci2slq19oqoeapgxxdcfo
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu/1
250
90256
292394
2026-07-09T03:40:49Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292394
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" /></noinclude>{{หรก|1=4|น=๑|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}
{{พรบ
|พระราชบัญญัติ
|ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
|พ.ศ. ๒๕๕๐
|ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
|ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
|เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
}}
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
{{กม|ม|๑}}พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐”
{{กม|ม|๒}}พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
{{กม|ม|๓}}ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑
{{กม|ม|๔}}ในพระราชบัญญัตินี้
“เด็ก” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
“เยาวชน” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ถึงยี่สิบห้าปีบริบูรณ์
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
phujcrxyt1hlqulw7c9djxvqlx2fdc8
292426
292394
2026-07-09T04:05:46Z
Flamevine
11908
292426
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" /></noinclude>{{หรก|1=4|น=๑|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}
{{พรบ
|[[#ส๑|พระราชบัญญัติ]]
|ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
|พ.ศ. ๒๕๕๐
|ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
|ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
|เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
}}
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
{{กม|ม|๑}}พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐”
{{กม|ม|๒}}พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
{{กม|ม|๓}}ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑
{{กม|ม|๔}}ในพระราชบัญญัตินี้
“เด็ก” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
“เยาวชน” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ถึงยี่สิบห้าปีบริบูรณ์
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
o100e7t4n5qfnwnz2azh31m2eup8r1r
292427
292426
2026-07-09T04:06:21Z
Flamevine
11908
292427
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" /></noinclude>{{หรก|1=4|น=๑|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}
{{พรบ
|[[#ส-๑|พระราชบัญญัติ]]
|ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
|พ.ศ. ๒๕๕๐
|ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
|ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
|เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
}}
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
{{กม|ม|๑}}พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐”
{{กม|ม|๒}}พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
{{กม|ม|๓}}ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑
{{กม|ม|๔}}ในพระราชบัญญัตินี้
“เด็ก” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
“เยาวชน” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ถึงยี่สิบห้าปีบริบูรณ์
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
ktgsbyk17qslpe7kfd5334h39oroznd
292428
292427
2026-07-09T04:07:15Z
Flamevine
11908
292428
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" /></noinclude>{{หรก|1=4|น=๑|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}
{{พรบ
|พระราชบัญญัติ
|ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
|พ.ศ. ๒๕๕๐
|ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
|ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
|เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
}}
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
{{กม|ม|๑}}พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐”
{{กม|ม|๒}}พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
{{กม|ม|๓}}ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑
{{กม|ม|๔}}ในพระราชบัญญัตินี้
“เด็ก” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
“เยาวชน” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ถึงยี่สิบห้าปีบริบูรณ์
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
phujcrxyt1hlqulw7c9djxvqlx2fdc8
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu/2
250
90257
292395
2026-07-09T03:41:16Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292395
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๒|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>“คณะบริหาร” หมายความว่า คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ
“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
{{กม|ม|๕}}ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงและระเบียบนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
{{กม|หม1|๑|บททั่วไป}}
{{กม|ม|๖}}ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีหน้าที่ในการพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งแก้ไขปัญหาที่อาจมีผลกระทบในทางลบต่อเด็กและเยาวชน โดยมีหลักการดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}การพัฒนาเด็กและเยาวชน การบังคับใช้และการปฏิบัติตามบทบัญญัติใด ๆ แห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชนเป็นอันดับแรก
{{กม|วล|๒}}เด็กและเยาวชนทุกคนมีสิทธิในการได้รับการศึกษา และได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพสูงสุดตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
{{กม|วล|๓}}เด็กพิการ เด็กที่มีข้อจำกัดทางการเรียนรู้ และเด็กที่มีความสามารถพิเศษ มีสิทธิในการได้รับการศึกษาที่รัฐจัดให้เป็นพิเศษที่เหมาะสมกับลักษณะเด็กประเภทนั้น ๆ
{{กม|วล|๔}}เด็กและเยาวชนมีสิทธิในการรับบริการทางการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานสูงสุดเท่าที่มีการให้บริการทางด้านนี้
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
fo1q2xb7cxwe5jy5qvql1h46gccgspo
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu/3
250
90258
292396
2026-07-09T03:41:35Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292396
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๓|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>{{กม|วล|๕}}เด็กและเยาวชนมีสิทธิในการเล่น มีเวลาพักผ่อน และเข้าร่วมกิจกรรมการละเล่นทางนันทนาการที่เหมาะสมตามวัยของเด็กและเยาวชน และการมีส่วนร่วมอย่างเสรีในทางวัฒนธรรมและศิลปะ
การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำโดยมีแนวทาง ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}ให้เด็กและเยาวชนมีความผูกพันต่อครอบครัว ภาคภูมิใจในความเป็นไทย มีวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย และรู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น รวมทั้งกฎเกณฑ์และกติกาในสังคม
{{กม|วล|๒}}ให้มีสุขภาพและพลานามัยแข็งแรง รู้จักการป้องกันตนเองจากโรคและสิ่งเสพติด
{{กม|วล|๓}}ให้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ตามสมควรแก่วัย จริยธรรม และคุณธรรม
{{กม|วล|๔}}ให้มีทักษะและเจตคติที่ดีต่อการทำงาน มีศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจในการทำงานสุจริต
{{กม|วล|๕}}ให้รู้จักคิดอย่างมีเหตุผลและมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
{{กม|วล|๖}}ให้รู้จักช่วยเหลือผู้อื่นโดยมีจิตสำนึกในการให้และการอาสาสมัคร รวมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติ
{{กม|วล|๗}}ให้มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อส่วนรวมตามสมควรแก่วัย
{{กม|ม|๗}}ให้เด็กและเยาวชนทุกคนมีสิทธิได้รับการจดทะเบียนรับรองการเกิด การพัฒนา การยอมรับ การคุ้มครองและโอกาสในการมีส่วนร่วมตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนาและวัฒนธรรม การศึกษาอบรม ความคิดเห็นทางการเมือง การเกิดหรือสถานะอื่นของเด็กและเยาวชน บิดามารดา หรือผู้ปกครอง
{{กม|ม|๘}}ให้สำนักงานหรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร่วมมือ ส่งเสริม และประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในระดับท้องถิ่นให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ
ในการจัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงหลักการและแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนและประชาสังคมในท้องถิ่นด้วย
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
fpexcr2qzi7lzswrw6lusbfjxkisc1h
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu/4
250
90259
292397
2026-07-09T03:42:08Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292397
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๔|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>{{กม|ม|๙}}เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือ ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
{{กม|หม1|๒|คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ}}
{{กม|ม|๑๐}}ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติประกอบด้วย
{{กม|วล|๑}}นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ
{{กม|วล|๒}}รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นรองประธานกรรมการ คนที่หนึ่ง
{{กม|วล|๓}}รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธานกรรมการ คนที่สอง
{{กม|วล|๔}}กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และประธานสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๕}}กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานในภาคเอกชน จำนวนไม่เกินห้าคน
{{กม|วล|๖}}ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเลือกกันเอง จำนวนหนึ่งคน
{{กม|วล|๗}}ผู้แทนเด็กและเยาวชนซึ่งได้รับเลือกจากสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย จำนวนสองคน เป็นชายหนึ่งคนและหญิงหนึ่งคน
ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
{{กม|ม|๑๑}}คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}เสนอนโยบายและแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยต้องคำนึงถึงพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่ด้วย
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
gqj6k1shi9yswha7f36wo1ryqplycy2
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu/5
250
90260
292398
2026-07-09T03:42:44Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292398
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๕|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>{{กม|วล|๒}}เสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนต่อคณะรัฐมนตรี
{{กม|วล|๓}}กำหนดระเบียบและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือทางวิชาการ การวิจัยและพัฒนา เงินอุดหนุน สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการต่าง ๆ อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
{{กม|วล|๔}}ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดสมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ด้านเด็กและเยาวชน ทบทวนกลไกและกระบวนการทำงานและพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และทัศนคติในการพัฒนาเด็กและเยาวชนของประเทศ
{{กม|วล|๕}}จัดการประเมินผลการดำเนินงาน และเสนอรายงานการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนของประเทศต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาอย่างน้อยปีละครั้ง
{{กม|วล|๖}}ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
{{กม|ม|๑๒}}กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}มีสัญชาติไทย
{{กม|วล|๒}}มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์
{{กม|วล|๓}}เป็นผู้ปฏิบัติงานในภาคเอกชนที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นที่ประจักษ์
{{กม|วล|๔}}ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
{{กม|วล|๕}}ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
{{กม|วล|๖}}ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
{{กม|วล|๗}}ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือเลิกจ้างจากหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนเพราะทุจริตต่อหน้าที่
{{กม|วล|๘}}ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับสำนักงาน
{{กม|ม|๑๓}}กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการใหม่ ให้กรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้แต่งตั้งกรรมการใหม่
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
lledo62j8zfici06smnr8t7l7w8fb4d
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu/6
250
90261
292399
2026-07-09T03:43:06Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292399
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๖|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>{{กม|ม|๑๔}}นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
{{กม|วล|๑}}ตาย
{{กม|วล|๒}}ลาออก
{{กม|วล|๓}}นายกรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ
{{กม|วล|๔}}ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๒
{{กม|ม|๑๕}}ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
{{กม|ม|๑๖}}ให้นำความในมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ (๑) และ (๒) และมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับแก่การดำรงตำแหน่งของกรรมการตามมาตรา ๑๐ (๖) และ (๗) โดยอนุโลม
{{กม|ม|๑๗}}การประชุมของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการคนที่หนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการคนที่หนึ่งไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการคนที่สองเป็นประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการทั้งสองคนไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่แทน
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยปีละสี่ครั้ง
{{กม|ม|๑๘}}คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
ให้นำความในมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานโดยอนุโลม
{{กม|ม|๑๙}}ให้สำนักงานมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน และรับผิดชอบงานธุรการและวิชาการของคณะกรรมการ รวมทั้งให้มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
32auo699q60a0lesvlkh6da0oqgt3dm
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu/7
250
90262
292400
2026-07-09T03:43:27Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292400
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๗|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>{{กม|วล|๑}}จัดทำนโยบายและแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติเสนอต่อคณะกรรมการ
{{กม|วล|๒}}กำหนดแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในด้านต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ และกำหนดแนวทางปฏิบัติตามนโยบายและแผนดังกล่าว ตลอดจนการประสานงาน ติดตาม และประเมินผล ทั้งในส่วนของรัฐและเอกชนให้มีการปฏิบัติงานตามนโยบายเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
{{กม|วล|๓}}พัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านเด็กและเยาวชน ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุน และร่วมมือกับเอกชนในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรดังกล่าว
{{กม|วล|๔}}ศึกษาวิจัยหรือสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๕}}สำรวจ ศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ ติดตาม และประเมินผลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของเด็กและเยาวชนตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี ตลอดจนกฎหมายภายในประเทศ เพื่อจัดทำระบบฐานข้อมูล และรวบรวมข้อคิดเห็นของเด็กและเยาวชน รวมทั้งจัดทำรายงานเพื่อเป็นแนวนโยบายในการพัฒนาเด็กและเยาวชนต่อไป
{{กม|วล|๖}}สนับสนุนและประสานงานกับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อร่วมมือกันพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งส่งเสริมการดำเนินกิจการสภาเด็กและเยาวชนในทุกระดับ
{{กม|วล|๗}}ส่งเสริมสื่อมวลชนและสถานศึกษาในการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างจิตสำนึกในการให้และการอาสาสมัครให้แก่เด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๘}}เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์งานและกิจการเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๙}}ศึกษา วิเคราะห์ และวางแผนการงบประมาณและค่าใช้จ่าย เพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยร่วมกับหน่วยงานอื่น รวมทั้งพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนตามมาตรา ๔๒
{{กม|วล|๑๐}}ดำเนินการจัดงานสมัชชาเด็กและเยาวชนแห่งชาติร่วมกับสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนในด้านต่าง ๆ
{{กม|วล|๑๑}}ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด ตามมติคณะกรรมการ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
{{กม|ม|๒๐}}ให้สำนักงานจัดทำรายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชนเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละครั้ง โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
clrew4c0t7vy9d83a8h3oicm8g9rq81
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu/8
250
90263
292401
2026-07-09T03:44:03Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292401
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๘|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>{{กม|วล|๑}}การใช้งบประมาณเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๒}}ผลการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
{{กม|วล|๓}}สภาพการณ์และแนวโน้มของปัญหาเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๔}}ผลการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคจากการดำเนินงาน
{{กม|วล|๕}}แนวทางในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{กม|ม|๒๑}}เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือสำนักงาน อาจเชิญบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย คำแนะนำหรือความเห็นทางวิชาการได้เมื่อเห็นสมควร และอาจขอความร่วมมือจากบุคคลใดเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงหรือเพื่อสำรวจกิจการใดที่อาจมีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนได้
{{กม|หม1|๓|มาตรการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
{{กม|ส1|๓|๑|สภาเด็กและเยาวชน}}
{{กม|ม|๒๒}}ให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดจัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนอำเภอขึ้น โดยมีสมาชิกประกอบด้วยเด็กและเยาวชนที่อยู่ในเขตอำเภอนั้น
ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ ประกอบด้วยประธานสภาคนหนึ่งและผู้บริหารอีกไม่เกินสิบห้าคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากผู้แทนนักเรียนหรือนักศึกษาจากสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติที่อยู่ในเขตอำเภอ ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป และผู้แทนเด็กและเยาวชน ซึ่งไม่ได้อยู่ในสังกัดสถานศึกษา
ให้คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตอำเภอ และดำเนินการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ
ให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลอำเภอนั้น ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทนองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชน<noinclude></noinclude>
9m8tis6j0o36k4d361rizxrushwr7mh
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu/9
250
90264
292402
2026-07-09T03:44:27Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292402
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๙|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>ที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน เป็นที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ
ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการจัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนอำเภอให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
{{กม|ม|๒๓}}การประชุมและการดำเนินงานของคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอกำหนด}}ทั้งนี้ ต้องจัดให้มีการประชุมสามัญอย่างน้อยปีละครั้ง
{{กม|ม|๒๔}}สภาเด็กและเยาวชนอำเภอมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}ส่งเสริม สนับสนุน และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านวิชาการและกิจกรรมเกี่ยวกับการศึกษา กีฬา และวัฒนธรรมในท้องถิ่นของเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๒}}จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นให้มีความรู้ ความสามารถ และจริยธรรม
{{กม|วล|๓}}เสนอแนะและให้ความเห็นต่อสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่น
{{กม|ม|๒๕}}ให้มีสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ซึ่งสมาชิกประกอบด้วย ผู้แทนจากคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ จำนวนไม่เกินห้าคนจากแต่ละสภาเด็กและเยาวชนอำเภอในจังหวัด
ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการจัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
{{กม|ม|๒๖}}ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ประกอบด้วย ประธานสภาคนหนึ่งและผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภา และดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตจังหวัด รวมทั้งดำเนินการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และผู้แทนองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
h0ght6ya6bsbyqbkg596drn4s9c3r3q
292403
292402
2026-07-09T03:44:40Z
Flamevine
11908
292403
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๙|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>ที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน เป็นที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ
ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการจัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนอำเภอให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
{{กม|ม|๒๓}}การประชุมและการดำเนินงานของคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอกำหนด ทั้งนี้ ต้องจัดให้มีการประชุมสามัญอย่างน้อยปีละครั้ง
{{กม|ม|๒๔}}สภาเด็กและเยาวชนอำเภอมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}ส่งเสริม สนับสนุน และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านวิชาการและกิจกรรมเกี่ยวกับการศึกษา กีฬา และวัฒนธรรมในท้องถิ่นของเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๒}}จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นให้มีความรู้ ความสามารถ และจริยธรรม
{{กม|วล|๓}}เสนอแนะและให้ความเห็นต่อสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่น
{{กม|ม|๒๕}}ให้มีสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ซึ่งสมาชิกประกอบด้วย ผู้แทนจากคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ จำนวนไม่เกินห้าคนจากแต่ละสภาเด็กและเยาวชนอำเภอในจังหวัด
ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการจัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
{{กม|ม|๒๖}}ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ประกอบด้วย ประธานสภาคนหนึ่งและผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภา และดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตจังหวัด รวมทั้งดำเนินการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และผู้แทนองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
3q95ee714dmajg311d0nvqbw98mkykv
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu/10
250
90265
292404
2026-07-09T03:45:01Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292404
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๑๐|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>{{กม|ม|๒๗}}การประชุมและการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดและคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดกำหนด}}ทั้งนี้ ต้องจัดให้มีการประชุมสามัญอย่างน้อยปีละครั้ง
{{กม|ม|๒๘}}ให้มีสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ซึ่งสมาชิกประกอบด้วย
{{กม|วล|๑}}ผู้แทนนักเรียนหรือนักศึกษาจากสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|ก}}ผู้แทนนักเรียนในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาคัดเลือกจำนวนไม่เกินยี่สิบคน
{{กม|วล|ข}}ผู้แทนนักเรียนหรือนักศึกษาในระดับอาชีวศึกษา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาคัดเลือกจำนวนไม่เกินยี่สิบคน
{{กม|วล|ค}}ผู้แทนนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาคัดเลือกจำนวนไม่เกินยี่สิบคน
{{กม|วล|๒}}ผู้แทนเด็กและเยาวชนซึ่งไม่ได้อยู่ในสังกัดสถานศึกษา ซึ่งสำนักงานคัดเลือกจากเด็กและเยาวชนที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนไม่เกินสี่สิบคน
ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการจัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
{{กม|ม|๒๙}}ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยประธานสภาคนหนึ่ง และผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภา และดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตกรุงเทพมหานคร รวมทั้งดำเนินการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร
ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ผู้แทนสำนักงาน และผู้แทนองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคนเป็นที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
g6t4q1t4brdwk8ywt3109jwa5uzn75g
292405
292404
2026-07-09T03:45:21Z
Flamevine
11908
292405
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๑๐|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>{{กม|ม|๒๗}}การประชุมและการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดและคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดกำหนด ทั้งนี้ ต้องจัดให้มีการประชุมสามัญอย่างน้อยปีละครั้ง
{{กม|ม|๒๘}}ให้มีสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ซึ่งสมาชิกประกอบด้วย
{{กม|วล|๑}}ผู้แทนนักเรียนหรือนักศึกษาจากสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|ก}}ผู้แทนนักเรียนในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาคัดเลือกจำนวนไม่เกินยี่สิบคน
{{กม|วล|ข}}ผู้แทนนักเรียนหรือนักศึกษาในระดับอาชีวศึกษา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาคัดเลือกจำนวนไม่เกินยี่สิบคน
{{กม|วล|ค}}ผู้แทนนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาคัดเลือกจำนวนไม่เกินยี่สิบคน
{{กม|วล|๒}}ผู้แทนเด็กและเยาวชนซึ่งไม่ได้อยู่ในสังกัดสถานศึกษา ซึ่งสำนักงานคัดเลือกจากเด็กและเยาวชนที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนไม่เกินสี่สิบคน
ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการจัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
{{กม|ม|๒๙}}ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยประธานสภาคนหนึ่ง และผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภา และดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตกรุงเทพมหานคร รวมทั้งดำเนินการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร
ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ผู้แทนสำนักงาน และผู้แทนองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคนเป็นที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
per649xyrhy1jk9j27ya8mk467b8fgm
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu/11
250
90266
292406
2026-07-09T03:46:11Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292406
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๑๑|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>{{กม|ม|๓๐}}การประชุมและการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครกำหนด ทั้งนี้ ต้องจัดให้มีการประชุมสามัญอย่างน้อยปีละครั้ง
{{กม|ม|๓๑}}สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด และสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}ประสานงานระหว่างสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ และแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชนในเขตจังหวัดหรือเขตกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี
{{กม|วล|๒}}เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และเผยแพร่ด้านวิชาการ การศึกษา กีฬา และวัฒนธรรม
{{กม|วล|๓}}ส่งเสริมและสนับสนุนให้สภาเด็กและเยาวชนอำเภอ และสถานศึกษาในเขตจังหวัดหรือเขตกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี ได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๔}}ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมและการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่
{{กม|ม|๓๒}}ให้มีสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ซึ่งสมาชิกประกอบด้วย
{{กม|วล|๑}}ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดทุกจังหวัด
{{กม|วล|๒}}ประธานสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร
{{กม|วล|๓}}ผู้แทนเด็กและเยาวชน ซึ่งมาจากการคัดเลือกกันเองจากกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ได้ลงทะเบียนไว้ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด โดยคำนึงถึงความหลากหลายของกลุ่มเด็กและเยาวชน จำนวนสามสิบแปดคน
ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการจัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยเจ็ดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
{{กม|ม|๓๓}}ให้สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}เป็นศูนย์กลางประสานงานเพื่อดำเนินกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนในจังหวัดต่าง ๆ
{{กม|วล|๒}}ให้ความร่วมมือในการดำเนินงานของรัฐและองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนในการพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๓}}ให้ความเห็นในการกำหนดนโยบาย แผนงาน และงบประมาณของหน่วยงานของรัฐเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
kp92968d0k548gd11xid75xr11sw244
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu/12
250
90267
292407
2026-07-09T03:46:34Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292407
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๑๒|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>{{กม|วล|๔}}เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่อาจมีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๕}}เสนอคณะกรรมการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชน
{{กม|วล|๖}}ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมและการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่
สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยต้องจัดให้มีการประชุมสามัญอย่างน้อยปีละครั้ง
{{กม|ม|๓๔}}ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ประกอบด้วยประธานสภาคนหนึ่ง และผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบห้าคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภา และเสนอแผนงานหรือแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในด้านต่าง ๆ ต่อสำนักงานเพื่อประโยชน์ในการจัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ รวมทั้งเป็นผู้แทน หรือพิจารณาคัดเลือกผู้แทนเด็กและเยาวชนของประเทศในการดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ตลอดจนดำเนินการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
{{กม|ม|๓๕}}การประชุมและการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยและคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยกำหนด
{{กม|ม|๓๖}}คณะบริหารอย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}มีอายุไม่เกินยี่สิบห้าปีบริบูรณ์
{{กม|วล|๒}}ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในทางการเมือง กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่พรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
{{กม|ม|๓๗}}คณะบริหารมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปีนับแต่วันที่ได้รับคัดเลือก ประธานสภาหรือผู้บริหารซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
ในกรณีที่คณะบริหารพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการคัดเลือกใหม่ภายในหกสิบวัน ในระหว่างที่ยังมิได้มีการคัดเลือกคณะบริหารขึ้นใหม่ ให้คณะบริหารนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้มีการคัดเลือกคณะบริหารใหม่
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
hj8retdfpbfnrtv4qx1527ldc597zv0
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu/13
250
90268
292408
2026-07-09T03:46:54Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292408
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๑๓|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>{{กม|ม|๓๘}}นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานสภาและผู้บริหารในคณะบริหารพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
{{กม|วล|๑}}ตาย
{{กม|วล|๒}}ลาออก
{{กม|วล|๓}}ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๖
{{กม|ม|๓๙}}ในกรณีที่ประธานสภาหรือผู้บริหารในคณะบริหารพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้มีการคัดเลือกบุคคลอื่นแทนตำแหน่งที่ว่าง เว้นแต่วาระของคณะบริหารจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน และให้ผู้ได้รับคัดเลือกแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของประธานสภาหรือผู้บริหารซึ่งตนแทน
{{กม|ม|๔๐}}ให้สำนักงานดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานการจัดตั้งและการดำเนินกิจการของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย และสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร
ในจังหวัดอื่นให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานการจัดตั้งและดำเนินกิจการของสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ และสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด
{{กม|ส1|๓|๒|การส่งเสริมบทบาทขององค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนในการพัฒนาเด็กและเยาวชน}}
{{กม|ม|๔๑}}เพื่อเป็นการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้องค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน และมิได้มีวัตถุประสงค์ในทางการเมืองหรือมุ่งค้าหากำไรจากการประกอบกิจกรรมดังกล่าวมีสิทธิขอจดทะเบียนเป็นองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนต่อกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
{{กม|ม|๔๒}}องค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่ได้จดทะเบียนตามมาตรา ๔๑ อาจได้รับเงินอุดหนุน ความช่วยเหลือ หรือการสนับสนุนจากรัฐ ในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}การจัดให้มีอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
50krj95pts3tw10c04mfyh9zlhtp0lc
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu/14
250
90269
292409
2026-07-09T03:47:11Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292409
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๑๔|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>{{กม|วล|๒}}การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลหรือข่าวสารเพื่อสร้างจิตสำนึกของสาธารณชนที่ถูกต้องเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๓}}การจัดตั้งหรือดำเนินโครงการหรือกิจกรรมเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๔}}การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๕}}การให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนในด้านอื่น ๆ แก่เด็กและเยาวชนที่ถูกละเมิดสิทธิ เช่น การให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย การแพทย์ การบำบัดฟื้นฟู การสงเคราะห์เด็กและเยาวชน
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้เงินอุดหนุน ความช่วยเหลือ หรือการสนับสนุนจากรัฐตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
{{กม|ม|๔๓}}ให้องค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่ได้รับความช่วยเหลือหรือสนับสนุนจากรัฐตามมาตรา ๔๒ มีหน้าที่จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อสำนักงานตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
{{กม|ม|๔๔}}องค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนใดที่ได้จดทะเบียนแล้วดำเนินกิจการที่อาจก่อความวุ่นวายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่ดำเนินการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เหมาะสม หรือไม่มีผลงานตามมาตรฐานที่รัฐมนตรีกำหนด ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนหรือระงับการให้เงินอุดหนุน ความช่วยเหลือ หรือการสนับสนุนที่ให้แก่องค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนนั้นได้
{{กม|ห1|บทเฉพาะกาล}}
{{กม|ม|๔๕}}ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทำหน้าที่คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าคณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ทั้งนี้ ไม่เกินสามร้อยวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
{{กม|สนอง|พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์}}<noinclude></noinclude>
a9bq4aqkglakvt8lcunfeqo61tn2yx5
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2550-12-30.djvu/15
250
90270
292410
2026-07-09T03:47:23Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292410
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๑๕|ล=๑๒๕|ต=๙ ก|ว=๑๔ มกราคม ๒๕๕๐}}</noinclude>{{กม|มห1|เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑ ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน สมควรกำหนดแนวทางและปรับปรุงวิธีการในการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์เด็กและเยาวชนอำเภอ และสภาเด็กและเยาวชน เพื่อให้การส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งให้องค์กรเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้}}<noinclude></noinclude>
ksfmvv71vc0aq43v1iz37p2hhpsexyx
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu/1
250
90271
292411
2026-07-09T03:52:45Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292411
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" /></noinclude>{{หรก|1=4|น=๑|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}
{{พรบ
|พระราชบัญญัติ
|ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒)
|พ.ศ. ๒๕๖๐
|สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
|ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐
|เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
|รูป=3
}}
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
{{กม|ม|๑}}พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐”
{{กม|ม|๒[1]}}พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
{{กม|ม|๓}}ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า “คณะบริหาร” “สำนักงาน” และ “ผู้อำนวยการ” ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
““คณะบริหาร” หมายความว่า คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบล คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเขต คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
91dx63xs8p1rjxv4u57f3kclsyn31sr
292412
292411
2026-07-09T03:52:57Z
Flamevine
11908
292412
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" /></noinclude>{{หรก|1=4|น=๑|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}
{{พรบ
|พระราชบัญญัติ
|ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒)
|พ.ศ. ๒๕๖๐
|สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
|ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐
|เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
|รูป=3
}}
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
{{กม|ม|๑}}พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐”
{{กม|ม|๒}}พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
{{กม|ม|๓}}ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า “คณะบริหาร” “สำนักงาน” และ “ผู้อำนวยการ” ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
““คณะบริหาร” หมายความว่า คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบล คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเขต คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
r0a41y4ak9uayowkur88n88qbdgmlk2
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu/2
250
90272
292413
2026-07-09T03:53:26Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292413
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๒|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}</noinclude>“สำนักงาน” หมายความว่า กรมกิจการเด็กและเยาวชน
“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน”
{{กม|ม|๔}}ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำโดยมีแนวทาง ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}ให้เด็กและเยาวชนมีความผูกพันต่อครอบครัว ภาคภูมิใจในความเป็นไทย มีวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย
{{กม|วล|๒}}ให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย รู้จักเคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น รวมทั้งกฎหมาย กฎเกณฑ์ และกติกาในสังคม
{{กม|วล|๓}}ให้การสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือทางการศึกษา ทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ เพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเหมาะสม
{{กม|วล|๔}}ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กพิการ เด็กที่มีข้อจำกัดทางการเรียนรู้ และเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ให้สามารถพึ่งตนเองได้ ให้มีคุณธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถประกอบอาชีพและดำรงชีวิตได้อย่างเป็นอิสระ
{{กม|วล|๕}}ให้มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง รู้จักการป้องกันตนเองจากโรคภัยและสิ่งเสพติด
{{กม|วล|๖}}ให้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ตามสมควรแก่วัย รวมทั้งมีคุณธรรมและจริยธรรม
{{กม|วล|๗}}ให้มีทักษะและเจตคติที่ดีต่อการทำงาน มีศักดิ์ศรีและภาคภูมิใจในการทำงานที่สุจริต
{{กม|วล|๘}}ให้รู้จักคิดอย่างมีเหตุผลและมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
{{กม|วล|๙}}ให้รู้จักช่วยเหลือผู้อื่นโดยมีจิตสำนึกในการให้และการเป็นอาสาสมัคร รวมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติ
{{กม|วล|๑๐}}ให้มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น และต่อส่วนรวม ตามสมควรแก่วัย
{{กม|วล|๑๑}}ให้สามารถแสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกอย่างสอดคล้องกับความรู้ความสามารถที่พัฒนาไปตามวัยของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๑๒}}ให้สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรมในเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะโดยทางตรง หรือผ่านผู้แทนหรือองค์กรเพื่อเด็กและเยาวชน”
{{กม|ม|๕}}ให้ยกเลิกความใน (๔) ของมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“{{กม|วล|๔}}กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปลัดกรุงเทพมหานคร ประธานสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน และประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย”
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
19wnvm73js13tyqb9s0a7g3fhonotg9
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu/3
250
90273
292414
2026-07-09T03:53:47Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292414
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๓|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}</noinclude>{{กม|ม|๖}}ให้ยกเลิกความใน (๖) ของมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“{{กม|วล|๖}}ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเลือกกันเอง จำนวนสามคน”
{{กม|ม|๗}}ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๔/๑ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐
“{{กม|ม|๑๔/๑}}ผู้แทนเด็กและเยาวชนในคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ตามมาตรา ๑๐ (๗) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
{{กม|วล|๑}}มีอายุเกินยี่สิบห้าปี
{{กม|วล|๒}}พ้นจากการเป็นผู้แทนของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย”
{{กม|ม|๘}}ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“{{กม|ม|๑๘}}คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย และมีอำนาจแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยตามที่สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยเป็นผู้เสนอ”
{{กม|ม|๙}}ให้ยกเลิกบทบัญญัติในส่วนที่ ๑ สภาเด็กและเยาวชน ของหมวด ๓ มาตรการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
{{กม|ห|“ส่วนที่ ๑ <br> สภาเด็กและเยาวชน}}
{{กม|ม|๒๒}}ให้องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล โดยคำแนะนำของหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวในแต่ละจังหวัด จัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนตำบล สภาเด็กและเยาวชนเทศบาล แล้วแต่กรณี ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยเด็กและเยาวชนที่อยู่ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลนั้น
ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบลหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคน และผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนตำบล หรือสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล แล้วแต่กรณี โดยคำนึงถึงผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ให้มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภาเด็กและเยาวชนและปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ รวมทั้งดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
a218dqt5sr7f751gogcto07mv8rmzvq
292415
292414
2026-07-09T03:54:03Z
Flamevine
11908
292415
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๓|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}</noinclude>{{กม|ม|๖}}ให้ยกเลิกความใน (๖) ของมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“{{กม|วล|๖}}ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเลือกกันเอง จำนวนสามคน”
{{กม|ม|๗}}ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๔/๑ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐
“{{กม|ม|๑๔/๑}}ผู้แทนเด็กและเยาวชนในคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ตามมาตรา ๑๐ (๗) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
{{กม|วล|๑}}มีอายุเกินยี่สิบห้าปี
{{กม|วล|๒}}พ้นจากการเป็นผู้แทนของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย”
{{กม|ม|๘}}ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“{{กม|ม|๑๘}}คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย และมีอำนาจแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยตามที่สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยเป็นผู้เสนอ”
{{กม|ม|๙}}ให้ยกเลิกบทบัญญัติในส่วนที่ ๑ สภาเด็กและเยาวชน ของหมวด ๓ มาตรการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
{{ก|“ส่วนที่ ๑ <br> สภาเด็กและเยาวชน}}
{{กม|ม|๒๒}}ให้องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล โดยคำแนะนำของหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวในแต่ละจังหวัด จัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนตำบล สภาเด็กและเยาวชนเทศบาล แล้วแต่กรณี ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยเด็กและเยาวชนที่อยู่ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลนั้น
ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบลหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคน และผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนตำบล หรือสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล แล้วแต่กรณี โดยคำนึงถึงผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ให้มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภาเด็กและเยาวชนและปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ รวมทั้งดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
lcjnav4zdg1s6roepio2ke1vh31x2h7
292416
292415
2026-07-09T03:54:25Z
Flamevine
11908
292416
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๓|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}</noinclude>{{กม|ม|๖}}ให้ยกเลิกความใน (๖) ของมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“{{กม|วล|๖}}ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเลือกกันเอง จำนวนสามคน”
{{กม|ม|๗}}ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๔/๑ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐
“{{กม|ม|๑๔/๑}}ผู้แทนเด็กและเยาวชนในคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ตามมาตรา ๑๐ (๗) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
{{กม|วล|๑}}มีอายุเกินยี่สิบห้าปี
{{กม|วล|๒}}พ้นจากการเป็นผู้แทนของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย”
{{กม|ม|๘}}ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“{{กม|ม|๑๘}}คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย และมีอำนาจแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยตามที่สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยเป็นผู้เสนอ”
{{กม|ม|๙}}ให้ยกเลิกบทบัญญัติในส่วนที่ ๑ สภาเด็กและเยาวชน ของหมวด ๓ มาตรการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
{{กม|ห|ส๑|“ส่วนที่ ๑ <br> สภาเด็กและเยาวชน}}
{{กม|ม|๒๒}}ให้องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล โดยคำแนะนำของหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวในแต่ละจังหวัด จัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนตำบล สภาเด็กและเยาวชนเทศบาล แล้วแต่กรณี ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยเด็กและเยาวชนที่อยู่ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลนั้น
ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบลหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคน และผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนตำบล หรือสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล แล้วแต่กรณี โดยคำนึงถึงผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ให้มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภาเด็กและเยาวชนและปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ รวมทั้งดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
e667ednsi8yvn74vi89pl23hu17qdka
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu/4
250
90274
292417
2026-07-09T03:54:48Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292417
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๔|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}</noinclude>ให้นายอำเภอ เป็นที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบลหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล และให้แต่งตั้งที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบลหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล จากนายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกเทศมนตรี ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปลัดเทศบาล แล้วแต่กรณี ผู้แทนสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ผู้แทนบ้านพักเด็กและครอบครัวในแต่ละจังหวัด ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ผู้แทนสถานศึกษา ผู้แทนหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลนั้น และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบลหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาลเสนอ
{{กม|ม|๒๓}}สภาเด็กและเยาวชนตำบลและสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}ประสานงานระหว่างสภาเด็กและเยาวชนตำบล สภาเด็กและเยาวชนเทศบาล สภาเด็กและเยาวชนอำเภอ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๒}}ส่งเสริม สนับสนุน และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านวิชาการ การศึกษา สุขภาพ กีฬา อาชีพ และวัฒนธรรมในท้องถิ่นของเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๓}}ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกอย่างสอดคล้องกับความรู้ความสามารถที่พัฒนาไปตามวัยของเด็กหรือเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๔}}จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นให้มีความรู้ความสามารถ รวมทั้งคุณธรรมและจริยธรรม
{{กม|วล|๕}}รวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะ หรือประเมินเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ เพื่อส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้กับสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ
{{กม|วล|๖}}เสนอความเห็นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งการแก้ปัญหาที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่
{{กม|วล|๗}}เสนอแนะและให้ความเห็นต่อสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่น
{{กม|วล|๘}}เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่
{{กม|วล|๙}}ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมและการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ โดยให้คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบลหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล แล้วแต่กรณี เป็นผู้เสนอ ทั้งนี้ ให้สอดคล้องกับข้อบังคับของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
6c4hdy045aoivgm0yra0wvpp1ndjnkx
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu/5
250
90275
292418
2026-07-09T03:55:07Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292418
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๕|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}</noinclude>{{กม|ม|๒๔}}ให้มีสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบล และคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล ที่อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอนั้น
ให้มีสภาเด็กและเยาวชนเขต ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยเด็กและเยาวชนที่อยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครแต่ละเขตนั้น
ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอและคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเขต ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคน และผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนอำเภอหรือสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนเขต แล้วแต่กรณี โดยคำนึงถึงผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ให้มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภาเด็กและเยาวชน และปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ รวมทั้งดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้
ให้นายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขต เป็นที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเขต แล้วแต่กรณี และให้แต่งตั้งที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเขต แล้วแต่กรณี จากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวในแต่ละจังหวัด ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ผู้แทนสถานศึกษา ผู้แทนหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอหรือเขตในกรุงเทพมหานคร และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเขตเสนอ
{{กม|ม|๒๕}}ให้สภาเด็กและเยาวชนอำเภอและสภาเด็กและเยาวชนเขต มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}ประสานงานระหว่างสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ สภาเด็กและเยาวชนเขต สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด และสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๒}}ส่งเสริม สนับสนุน และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านวิชาการ การศึกษา สุขภาพ กีฬา อาชีพ และวัฒนธรรมในท้องถิ่นของเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๓}}ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกอย่างสอดคล้องกับความรู้ความสามารถที่พัฒนาไปตามวัยของเด็กหรือเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๔}}จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นให้มีความรู้ความสามารถ รวมทั้งคุณธรรมและจริยธรรม
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
rtz4nnnija3qxatf21yvvf1wz3vog98
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu/6
250
90276
292419
2026-07-09T03:55:32Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292419
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๖|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}</noinclude>{{กม|วล|๕}}รวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะ หรือประเมินเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ เพื่อส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้กับสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดหรือสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี
{{กม|วล|๖}}เสนอความเห็นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งการแก้ปัญหาที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่
{{กม|วล|๗}}เสนอแนะและให้ความเห็นต่อสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่น
{{กม|วล|๘}}เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่
{{กม|วล|๙}}ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมและการดำ เนินงานตามอำนาจหน้าที่ โดยให้คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเขต แล้วแต่กรณี เป็นผู้เสนอ ทั้งนี้ ให้สอดคล้องกับข้อบังคับของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
{{กม|ม|๒๖}}ให้มีสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยประธานสภาเด็กและเยาวชนอำเภอทุกอำเภอ และผู้แทนจากคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอแต่ละอำเภอ อำเภอละสี่คน
ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคน และผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ให้มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด และปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ รวมทั้งดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด และให้แต่งตั้งที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด จากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวในแต่ละจังหวัด ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ผู้แทนหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเสนอ
{{กม|ม|๒๗}}ให้มีสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ซึ่งสมาชิกประกอบด้วย
{{กม|วล|๑}}ประธานสภาเด็กและเยาวชนเขต จากทุกเขตในกรุงเทพมหานคร
{{กม|วล|๒}}ผู้แทนกลุ่มเด็กและเยาวชน ประกอบด้วย
{{ชว}}{{กม|วล|ก}}ผู้แทนจากสถาบันการศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระดับมัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา ระดับละสิบเอ็ดคน
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
a2lcn4dtz42o9na2tz9evw3k5j36cp0
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu/7
250
90277
292420
2026-07-09T03:56:01Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292420
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๗|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}</noinclude>{{ชว}}{{กม|วล|ข}}ผู้แทนเด็กและเยาวชน ซึ่งมาจากการคัดเลือกกันเองจากกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ได้ลงทะเบียนไว้ตามระเบียบที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนด โดยคำนึงถึงความหลากหลายของกลุ่มเด็กและเยาวชน จำนวนสิบสองคน ซึ่งต้องมาจากแต่ละกลุ่มอย่างน้อยกลุ่มละหนึ่งคน
ทั้งนี้ การคัดเลือกสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครให้คำนึงถึงผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสด้วย
{{กม|ม|๒๘}}ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคน และผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ให้มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภาเด็กและเยาวชน และปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตกรุงเทพมหานคร รวมทั้งดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้
ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และให้แต่งตั้งที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร จากผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ผู้แทนกรมกิจการเด็กและเยาวชน ผู้แทนหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครเสนอ
{{กม|ม|๒๙}}สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดและสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}ประสานงานระหว่างสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๒}}ส่งเสริม สนับสนุน และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านวิชาการ การศึกษา สุขภาพ กีฬา อาชีพ และวัฒนธรรมในท้องถิ่นของเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๓}}ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกอย่างสอดคล้องกับความรู้ความสามารถที่พัฒนาไปตามวัยของเด็กหรือเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๔}}จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นให้มีความรู้ความสามารถ รวมทั้งคุณธรรมและจริยธรรม
{{กม|วล|๕}}รวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะ หรือประเมินเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่ เพื่อส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้กับสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
{{กม|วล|๖}}เสนอความเห็นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งการแก้ปัญหาที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
e24dfigan34ku1hx7j3bo0dt8kmkl49
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu/8
250
90278
292421
2026-07-09T03:56:28Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292421
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๘|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}</noinclude>{{กม|วล|๗}}เสนอแนะและให้ความเห็นต่อสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่น
{{กม|วล|๘}}เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่
{{กม|วล|๙}}ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมและการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ โดยให้คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี เป็นผู้เสนอ ทั้งนี้ ให้สอดคล้องกับข้อบังคับของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
{{กม|ม|๓๐}}ให้มีสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ซึ่งสมาชิกประกอบด้วย
{{กม|วล|๑}}ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดจากทุกจังหวัด
{{กม|วล|๒}}ประธานสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร
{{กม|วล|๓}}ผู้แทนเด็กและเยาวชน ซึ่งมาจากการคัดเลือกกันเองจากกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ได้ลงทะเบียนไว้ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด โดยคำนึงถึงความหลากหลายของกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมทั้งผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส จำนวนสามสิบแปดคน
ให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคน และผู้บริหารอีกไม่เกินยี่สิบห้าคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ให้มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย และเสนอแผนงานหรือแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในด้านต่าง ๆ ต่อกรมกิจการเด็กและเยาวชน เพื่อประโยชน์ในการจัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ รวมทั้งเป็นผู้แทน หรือเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกผู้แทนเด็กและเยาวชนของประเทศในการดำเนินกิจกรรมเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ตลอดจนดำเนินการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้
ให้คณะกรรมการแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยจากผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกรมกิจการเด็กและเยาวชน ผู้แทนหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมที่มีกิจกรรมหรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยเสนอ
{{กม|ม|๓๑}}ให้สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}เป็นศูนย์กลางประสานงานเพื่อดำเนินกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๒}}ให้ความร่วมมือในการดำเนินงานของรัฐและองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๓}}ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกอย่างสอดคล้องกับความรู้ความสามารถที่พัฒนาไปตามวัยของเด็กหรือเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
45bokndup7kb47g64mdq5qpr64zunxt
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu/9
250
90279
292422
2026-07-09T03:56:49Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292422
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๙|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}</noinclude>{{กม|วล|๔}}ให้ความเห็นในการกำหนดแนวทาง นโยบาย แผนงาน และงบประมาณของหน่วยงานของรัฐ เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๕}}รวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะ หรือประเมินเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน และข้อมูลที่ถูกส่งต่อมายังสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณาเป็นแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๖}}เสนอความเห็นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งการแก้ปัญหาที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๗}}เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๘}}จัดทำประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาเด็กและเยาวชน
{{กม|วล|๙}}ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมและการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ โดยให้คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยเป็นผู้เสนอ
สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยต้องจัดให้มีการประชุมสามัญอย่างน้อยปีละสองครั้ง
{{กม|ม|๓๒}}คณะบริหารต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}มีอายุไม่เกินยี่สิบห้าปี
{{กม|วล|๒}}ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในทางการเมือง กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่พรรคการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
{{กม|ม|๓๓}}คณะบริหารมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปีนับแต่วันที่ได้รับการคัดเลือก ประธานสภาหรือผู้บริหารในคณะบริหารซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการคัดเลือกอีกได้ แต่ต้องดำรงตำแหน่งไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
กรณีที่คณะบริหารพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการคัดเลือกใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คณะบริหารพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ในระหว่างที่ยังมิได้มีการคัดเลือกคณะบริหาร ให้คณะบริหารนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้มีการคัดเลือกคณะบริหารใหม่
ในวาระเริ่มแรก เมื่อคณะบริหารดำรงตำแหน่งครบหนึ่งปี ให้คณะบริหารยกเว้นประธานสภาจับสลากออกกึ่งหนึ่ง และคัดเลือกผู้บริหารใหม่แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกใหม่มีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี
{{กม|ม|๓๔}}นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ คณะบริหารพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
{{กม|วล|๑}}ตาย
{{กม|วล|๒}}ลาออก
{{กม|วล|๓}}ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๒
{{กม|วล|๔}}ถูกถอดถอนจากตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของสภาเด็กและเยาวชน
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
soy7dymcl18c0xh7qbl1ecjbtfvuei1
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu/10
250
90280
292423
2026-07-09T03:57:10Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292423
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๑๐|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}</noinclude>{{กม|ม|๓๕}}ในกรณีที่คณะบริหารของสภาเด็กและเยาวชนพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้มีการคัดเลือกผู้อื่นแทนตำแหน่งที่ว่าง เว้นแต่วาระของผู้ที่พ้นจากตำแหน่งเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน อาจคัดเลือกผู้อื่นแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นก็ได้ และให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแทนตำแหน่งที่ว่าง อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
{{กม|ม|๓๖}}ให้กรมกิจการเด็กและเยาวชนดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานการจัดตั้งและการดำเนินกิจการของสภาเด็กและเยาวชนตำบล สภาเด็กและเยาวชนเทศบาล สภาเด็กและเยาวชนอำเภอ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
ให้กรมกิจการเด็กและเยาวชนร่วมกับกรุงเทพมหานครดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนและประสานงานการจัดตั้งและการดำเนินกิจการของสภาเด็กและเยาวชนเขตและสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร
{{กม|ม|๓๗}}การประชุมของสภาเด็กและเยาวชน ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ทั้งนี้ ให้การประชุมของสภาเด็กและเยาวชนเป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก สมาชิกสภาเด็กและเยาวชนคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
{{กม|ม|๓๘}}การดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชน และคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชน ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่สภาเด็กและเยาวชนได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ ให้สภาเด็กและเยาวชนจัดให้มีการประชุมสามัญอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เว้นแต่สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง และให้คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจัดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละสองครั้ง”
{{กม|ม|๑๐}}ในวาระเริ่มแรก ให้มีการดำเนินการดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}ให้มีสภาเด็กและเยาวชนตำบลหรือสภาเด็กและเยาวชนเทศบาลตามมาตรา ๒๒ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
{{กม|วล|๒}}ให้มีสภาเด็กและเยาวชนเขตตามมาตรา ๒๔ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
{{กม|วล|๓}}ให้มีสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครตามมาตรา ๒๘ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
{{กม|ม|๑๑}}ให้สภาเด็กและเยาวชนอำเภอ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
9lqs0t738zwqnmgjagbzgioevaciflo
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu/11
250
90281
292424
2026-07-09T03:57:36Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292424
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๑๑|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}</noinclude>{{กม|ม|๑๒}}ให้คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่อไปจนกว่าจะมีการคัดเลือกคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
{{กม|ม|๑๓}}ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
{{กม|สนอง|พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา|บรม=}}<noinclude></noinclude>
p1216w00cvhkhydito6bahgvg3hbx9x
หน้า:Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu/12
250
90282
292425
2026-07-09T03:57:52Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
292425
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๑๒|ล=๑๓๔|ต=๖๓ ก|ว=๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐}}</noinclude>{{กม|มห|เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีบทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน ทำให้ไม่อาจส่งเสริมเด็กและเยาวชนในทุกระดับให้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน ตลอดจนสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้มีการแสดงออกที่สอดคล้องกับระดับความรู้ความสามารถซึ่งพัฒนาไปตามวัยของเด็กและเยาวชน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเพื่อให้การส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้}}<noinclude></noinclude>
bhghz4vz760l48inr10z7iw5xpil72f
พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
0
90283
292429
2026-07-09T04:07:24Z
Flamevine
11908
สร้างหน้าด้วย "{{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = {{PAGENAME}} | year = | author = สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ. 2557) | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = [[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550|ฉบับที่ 1]] | next = | n..."
292429
wikitext
text/x-wiki
{{header
<!-- ข้อมูลหลัก -->
| title = {{PAGENAME}}
| year =
| author = สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ. 2557)
| editor =
| translator =
| section =
| contributor =
| previous = [[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550|ฉบับที่ 1]]
| next =
| notes =
<!-- ข้อมูลย่อย -->
| categories = {{กม|มม|2560|พรบ|ก|รก=134}}
| portal =
}}
<pages index="Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu" from="1" to="11"/>
{{pb}}
<pages index="Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu" include="12"/>
{{สทย|2}}
k015czesdig2beoxd2tmu3eo8caqggj
292431
292429
2026-07-09T04:07:38Z
Flamevine
11908
292431
wikitext
text/x-wiki
{{header
<!-- ข้อมูลหลัก -->
| title = {{PAGENAME}}
| year =
| author = สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ. 2557)
| editor =
| translator =
| section =
| contributor =
| previous = [[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550|ฉบับที่ 1]]
| next =
| notes =
<!-- ข้อมูลย่อย -->
| categories = {{กม|มม|2560|พรบ|ส|รก=134}}
| portal =
}}
<pages index="Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu" from="1" to="11"/>
{{pb}}
<pages index="Phra Ratcha Banyat 2560-06-11.djvu" include="12"/>
{{สทย|2}}
ipetiuug9z8hsyu811pdylph3czu7qw
พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
0
90284
292434
2026-07-09T04:08:15Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม]] ไปยัง [[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550]]: เปลี่ยนชื่อ
292434
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550]]
i7gjdsm35605d10sny4r82dn07omxel