วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.11
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 3/เรื่องที่ 3
0
33496
293157
270537
2026-07-19T12:01:26Z
Lunlumita
12009
293157
wikitext
text/x-wiki
{{header
| title = [[../../|ประชุมพงษาวดาร]] [[../|ภาคที่ 3]]
| year = 2457
| author =
| editor =
| translator =
| section = 3. พงษาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย
| contributor = พระยาศรีสิงหเทพ (หรุ่น)
| previous = [[../เรื่องที่ 2/]]
| next =
| notes =
| portal = ภาคเหนือของไทย
}}
<pages index="Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu" from="87" to="125"/>
57vxynyv3y73gdyu86h34jescn2wso4
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/87
250
53973
293158
293063
2026-07-19T12:09:28Z
Lunlumita
12009
293158
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ก|๗๔}}</noinclude>{{ก|พงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ <br> เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย|140}}
{{ก|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น) เมื่อยังเปนพระยาศรีสิงหเทพ <br> เรียบเรียง}}
{{สต|7em}}
จุลศักราช ๑๒๓๗ ปีกุญ สัปตศก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งให้พระยาศรีสิงหเทพเรียงพงษาวดารโดยลำดับวงศ์ลาวพุงดำประเทศขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย จักดำเนินเรื่องราชพงษาวดารเมื่อลุศักราช ๑๑๒๙ ปีกุญ นพศก พระเจ้าอังวะยกพยุหโยธาทัพลงมาตีกรุงศรีอยุธยามหานครบุราณถึงแก่พินาศปราชัยแล้ว พระเจ้าอังวะตั้งให้ โปสุพลา โปมะยุงวน คุมกองทัพลงมารวบรวมไพร่พลลาวเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ไปตั้งอยู่ที่เมืองกุมกาม โปสุพลา โปมะยุงวน ตั้งพระยาจ่าบ้านเปนพระยาสุรสงครามเจ้าเมือง ตั้งฟ้าชายแก้วผู้หลานเปนพระยาอุปราช อยู่มาพระยาอุปราชถึงแก่กรรม พระยาอุปราชมีบุตรชาย ๗ คน คือ นายกาวิละ ๑ นายคำโสม ๑ นายน้อยธรรม ๑ นายดวงทิพ ๑ นายหมูล่า ๑ นายคำฟั่น ๑{{วว}}<noinclude></noinclude>
40ce4qu9bkg6is5zja3nx98wsokfgqu
293159
293158
2026-07-19T12:18:10Z
Lunlumita
12009
293159
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ก|๗๔}}</noinclude>{{ก|พงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ <br> เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย|140}}
{{ก|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น) เมื่อยังเปนพระยาศรีสิงหเทพ <br> เรียบเรียง}}
{{สต|7em}}
จุลศักราช ๑๒๓๗ ปีกุญสัปตศก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งให้พระยาศรีสิงหเทพเรียงพงษาวดารโดยลำดับวงษ์ลาวพุงดำประเทศขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย จักดำเนินเรื่องราชพงษาวดาร เมื่อลุศักราช ๑๑๒๙ ปีกุญนพศก พระเจ้าอังวะยกพยุหโยธาทัพลงมาตีกรุงศรีอยุธยามหานครบุราณถึงแก่พินาศปราไชยแล้ว พระเจ้าอังวะตั้งให้โปสุพลา โปมะยุงวน คุมกองทัพลงมารวบรวมไพร่พลลาวเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ไปตั้งอยู่ที่เมืองกุมกาม โปสุพลา โปมะยุงวน ตั้งพระยาจ่าบ้านเปนพระยาสุรสงครามเจ้าเมือง ตั้งฟ้าชายแก้วผู้หลานเปนพระยาอุปราช อยู่มาพระยาอุปราชถึงแก่กรรม พระยาอุปราชมีบุตรชาย ๗ คน คือนายกาวิละ ๑ นายคำโสม ๑ นายน้อยธรรม ๑ นายดวงทิพ ๑ นายหมูล่า ๑ นายคำฟั่น ๑{{วว}}<noinclude></noinclude>
ajlg6m50b9iaf7sp8ws07gok9gs3y41
293160
293159
2026-07-19T12:18:40Z
Lunlumita
12009
/* Validated */
293160
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๗๔}}</noinclude>{{ก|พงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ <br> เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย|140}}
{{ก|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น) เมื่อยังเปนพระยาศรีสิงหเทพ <br> เรียบเรียง}}
{{สต|7em}}
จุลศักราช ๑๒๓๗ ปีกุญสัปตศก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งให้พระยาศรีสิงหเทพเรียงพงษาวดารโดยลำดับวงษ์ลาวพุงดำประเทศขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย จักดำเนินเรื่องราชพงษาวดาร เมื่อลุศักราช ๑๑๒๙ ปีกุญนพศก พระเจ้าอังวะยกพยุหโยธาทัพลงมาตีกรุงศรีอยุธยามหานครบุราณถึงแก่พินาศปราไชยแล้ว พระเจ้าอังวะตั้งให้โปสุพลา โปมะยุงวน คุมกองทัพลงมารวบรวมไพร่พลลาวเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ไปตั้งอยู่ที่เมืองกุมกาม โปสุพลา โปมะยุงวน ตั้งพระยาจ่าบ้านเปนพระยาสุรสงครามเจ้าเมือง ตั้งฟ้าชายแก้วผู้หลานเปนพระยาอุปราช อยู่มาพระยาอุปราชถึงแก่กรรม พระยาอุปราชมีบุตรชาย ๗ คน คือนายกาวิละ ๑ นายคำโสม ๑ นายน้อยธรรม ๑ นายดวงทิพ ๑ นายหมูล่า ๑ นายคำฟั่น ๑{{วว}}<noinclude></noinclude>
t84608mzllxi5si75g5s605ivl6zzh6
293185
293160
2026-07-19T13:56:19Z
Lunlumita
12009
293185
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๗๔}}</noinclude>{{ก|พงษาวดารเมืองนครเชียงใหม่ <br> เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย|140}}
{{ก|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น) เมื่อยังเปนพระยาศรีสิงหเทพ <br> เรียบเรียง}}
{{สต|7em}}
จุลศักราช ๑๒๓๗ ปีกุญสัปตศก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งให้พระยาศรีสิงหเทพเรียงพงษาวดารโดยลำดับวงษ์ลาวพุงดำประเทศขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย จักดำเนินเรื่องราชพงษาวดาร เมื่อลุศักราช ๑๑๒๙ ปีกุญนพศก พระเจ้าอังวะยกพยุหโยธาทัพลงมาตีกรุงศรีอยุธยามหานครบุราณถึงแก่พินาศปราไชยแล้ว พระเจ้าอังวะตั้งให้โปสุพลา โปมะยุงวน คุมกองทัพลงมารวบรวมไพร่พลลาวเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ไปตั้งอยู่ที่เมืองกุมกาม โปสุพลา โปมะยุงวน ตั้งพระยาจ่าบ้านเปนพระยาสุรสงครามเจ้าเมือง ตั้งฟ้าชายแก้วผู้หลานเปนพระยาอุปราช อยู่มาพระยาอุปราชถึงแก่กรรม พระยาอุปราชมีบุตรชาย ๗ คน คือนายกาวิละ ๑ นายคำโสม ๑ นายน้อยธรรม ๑ นายดวงทิพ ๑ นายหมูล่า ๑ นายคำฟั่น ๑{{วว}}<noinclude></noinclude>
jzay14zmf5cidupu2tj3l4mmt20mzmk
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/88
250
53974
293161
293065
2026-07-19T12:20:09Z
Lunlumita
12009
293161
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ก|๗๕}}</noinclude>นายบุญมา ๑ บุตรหญิง ๓ คน นางสริรจา ๑ นางศิริวรรณา ๑ นางศิริบุญธรรม ๑ รวม ๑๐ คน โปสุพลาจึงตั้งนายกาวิละบุตรนายฟ้าชายแก้วที่หนึ่งเปนพระยาอุปราช
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๓๖ ปีมะเมีย ฉศก พระเจ้ากรุงธนบุรียกกองทัพขึ้นไปตีเมืองกุมกาม ครั้นขึ้นไปถึงเมืองลำพูนไชย ก็หยุดประทับตั้งค่ายหลวงอยู่ที่นั้น โปสุพลา โปมะยุงวน รู้ว่า กองทัพกรุงเทพฯ ยกขึ้นไป ก็ให้พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ เกณฑ์คนออกตั้งรับทัพไทยอยู่นอกเมือง ฝ่ายพระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ ก็เข้าหาท่านเจ้าพระยาแม่ทัพขอเปนข้าขอบขัณฑสิมากรุงเทพฯ ท่านเจ้าพระยาแม่ทัพก็ให้พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ นำทัพยกเข้าปีนปล้นเอาเมือง ฝ่ายโปสุพลา โปมะยุงวน ทราบว่า พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ เข้าหาแม่ทัพไทยแล้ว ก็ไม่อาจที่จะคิดสู้รบต่อไป ครั้นถึงณวัน ๗ เดือน ๒ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เวลายามเศษ โปสุพลา โปมะยุงวน ก็กวาดต้อนครอบครัวพม่าลาวหนีออกจากเมือง ครั้นณวัน ๕ เดือน ๒ แรม ๓ ค่ำ พระเจ้ากรุงธนเสด็จยกเข้าอยู่ในเมือง โปรดตั้งพระยาจ่าบ้านเปนพระยาวิเชียรปราการถืออาญาสิทธิ์ ให้พระยาวังพร้าวผู้หลานเปนพระยาอุปราช น้อยโพธิเปนพระยาราชวงษ์ ยกขึ้นไปตั้งที่เมืองป่าทรางทางไกลเมืองกุมกามวัน ๑ ตั้งพระยาลำพูนเปนพระยาไวยวงษาถืออาญาสิทธิ์ครองเมืองลำพูนไชยตามเดิม ตั้งนายน้อยต่อมต้อเปนพระยาอุปราช ให้พระยากาวิละถืออาญาสิทธิ์ครอง<noinclude></noinclude>
mkobyv9p2h2706fqv94olxucofihgg1
293162
293161
2026-07-19T13:29:45Z
Lunlumita
12009
293162
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ก|๗๕}}</noinclude>นายบุญมา ๑ บุตรหญิง ๓ คน นางสริรจา ๑ นางศิริวรรณา ๑ นางศิริบุญธรรม ๑ รวม ๑๐ คน โปสุพลาจึงตั้งนายกาวิละบุตรนายฟ้าชายแก้วที่หนึ่งเปนพระยาอุปราช
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๓๖ ปีมเมียฉศก พระเจ้ากรุงธนบุรียกกองทัพขึ้นไปตีเมืองกุมกาม ครั้นขึ้นไปถึงเมืองลำพูนไชย ก็หยุดประทับตั้งค่ายหลวงอยู่ที่นั้น โปสุพลา โปมะยุงวน รู้ว่ากองทัพกรุงเทพฯ ยกขึ้นไป ก็ให้พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ เกณฑ์คนออกตั้งรับทัพไทยอยู่นอกเมือง ฝ่ายพระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ ก็เข้าหาท่านเจ้าพระยาแม่ทัพ ขอเปนข้าขอบขัณฑสิมากรุงเทพฯ ท่านเจ้าพระยาแม่ทัพก็ให้พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ นำทัพยกเข้าปีนปล้นเอาเมือง ฝ่ายโปสุพลา โปมะยุงวน ทราบว่าพระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ เข้าหาแม่ทัพไทยแล้ว ก็ไม่อาจที่จะคิดสู้รบต่อไป ครั้นถึงณวัน ๗ เดือน ๒ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เวลายามเศษ โปสุพลา โปมะยุงวน ก็กวาดต้อนครอบครัวพม่าลาวหนีออกจากเมือง ครั้นณวัน ๕ เดือน ๒ แรม ๓ ค่ำ พระเจ้ากรุงธนเสด็จยกเข้าอยู่ในเมือง โปรดตั้งพระยาจ่าบ้านเปนพระยาวิเชียรปราการถืออาญาสิทธิ์ ให้พระยาวังพร้าวผู้หลานเปนพระยาอุปราช น้อยโพธิเปนพระยาราชวงษ์ ยกขึ้นไปตั้งที่เมืองป่าทรางทางไกลเมืองกุมกามวันหนึ่ง ตั้งพระยาลำพูนเปนพระยาไวยวงษาถืออาญาสิทธิ์ครองเมืองลำพูนไชยตามเดิม ตั้งนายน้อยต่อมต้อเปนพระยาอุปราช ให้พระยากาวิละถืออาญาสิทธิ์ครอง<noinclude></noinclude>
ewmyngfger0udq082ru2lyfhbso6muo
293163
293162
2026-07-19T13:29:55Z
Lunlumita
12009
/* Validated */
293163
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๗๕}}</noinclude>นายบุญมา ๑ บุตรหญิง ๓ คน นางสริรจา ๑ นางศิริวรรณา ๑ นางศิริบุญธรรม ๑ รวม ๑๐ คน โปสุพลาจึงตั้งนายกาวิละบุตรนายฟ้าชายแก้วที่หนึ่งเปนพระยาอุปราช
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๓๖ ปีมเมียฉศก พระเจ้ากรุงธนบุรียกกองทัพขึ้นไปตีเมืองกุมกาม ครั้นขึ้นไปถึงเมืองลำพูนไชย ก็หยุดประทับตั้งค่ายหลวงอยู่ที่นั้น โปสุพลา โปมะยุงวน รู้ว่ากองทัพกรุงเทพฯ ยกขึ้นไป ก็ให้พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ เกณฑ์คนออกตั้งรับทัพไทยอยู่นอกเมือง ฝ่ายพระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ ก็เข้าหาท่านเจ้าพระยาแม่ทัพ ขอเปนข้าขอบขัณฑสิมากรุงเทพฯ ท่านเจ้าพระยาแม่ทัพก็ให้พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ นำทัพยกเข้าปีนปล้นเอาเมือง ฝ่ายโปสุพลา โปมะยุงวน ทราบว่าพระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ เข้าหาแม่ทัพไทยแล้ว ก็ไม่อาจที่จะคิดสู้รบต่อไป ครั้นถึงณวัน ๗ เดือน ๒ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เวลายามเศษ โปสุพลา โปมะยุงวน ก็กวาดต้อนครอบครัวพม่าลาวหนีออกจากเมือง ครั้นณวัน ๕ เดือน ๒ แรม ๓ ค่ำ พระเจ้ากรุงธนเสด็จยกเข้าอยู่ในเมือง โปรดตั้งพระยาจ่าบ้านเปนพระยาวิเชียรปราการถืออาญาสิทธิ์ ให้พระยาวังพร้าวผู้หลานเปนพระยาอุปราช น้อยโพธิเปนพระยาราชวงษ์ ยกขึ้นไปตั้งที่เมืองป่าทรางทางไกลเมืองกุมกามวันหนึ่ง ตั้งพระยาลำพูนเปนพระยาไวยวงษาถืออาญาสิทธิ์ครองเมืองลำพูนไชยตามเดิม ตั้งนายน้อยต่อมต้อเปนพระยาอุปราช ให้พระยากาวิละถืออาญาสิทธิ์ครอง<noinclude></noinclude>
b86gq8en2qrq0pr2afv7431zdpwpkkg
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/89
250
53975
293164
293067
2026-07-19T13:32:37Z
Lunlumita
12009
293164
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ก|๗๖}}</noinclude>เมืองนครลำปาง ตั้งคำโสมผู้น้องที่หนึ่งเปนพระยาอุปราช ตั้งน้อยธรรมผู้น้องที่สองเปนพระยาราชวงษ์ ดวงทิพ หมูล่า คำฟั่น บุญมา น้อง ๔ คนนี้ให้เปนผู้ช่วยราชการ จึงพระราชทานเครื่องยศโดยถานาศักดิทุกคน แล้วเสด็จยกทัพกลับยังกรุงธนบุรี เมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ก็เปนเมืองขึ้นกรุงธนบุรีแต่นั้นมา
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๓๗ ปีมะแม สัปตศก พระเจ้าอังวะให้อะแซวุ่นกี้เปนแม่ทัพมาตีเมืองพิษณุโลกแลเมืองฝ่ายเหนือ ให้อำมะหลอกวุ่นกับตวนวุ่นเปนแม่ทัพคุมพลมาตีเมืองป่าทราง พระยาวิเชียรปราการเจ้าเมืองเชียงใหม่ พระยาไวยวงษาเจ้าเมืองลำพูน สู้รบเหลือกำลัง ก็อพยพครอบครัวทิ้งเมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนไชย ลงมาอยู่เมืองนครลำปางบ้าง อยู่ตามหัวเมืองฝ่ายเหนือต่าง ๆ บ้าง แต่ที่เมืองนครลำปางนั้นพระยากาวิละรักษาเมืองไว้ได้ พระยาวิเชียรปราการ พระยาไวยวงษา อุปราชน้อยต่อม ก็ลงมาถึงแก่กรรมอยู่ณเมืองสวรรคโลก เมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนไชย ก็ร้างว่างอยู่
ครั้นศักราช ๑๑๔๔ ปีขาล จัตวาศก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติปราบดาภิเศกแล้ว พระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางแต่งให้นายคำฟั่นผู้น้องลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
0qqap060cen30uy5azd305hq0y9np9g
293165
293164
2026-07-19T13:34:12Z
Lunlumita
12009
293165
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ก|๗๖}}</noinclude>เมืองนครลำปาง ตั้งคำโสมผู้น้องที่หนึ่งเปนพระยาอุปราช ตั้งน้อยธรรมผู้น้องที่สองเปนพระยาราชวงษ์ ดวงทิพ หมูล่า คำฟั่น บุญมา น้อง ๔ คนนี้ให้เปนผู้ช่วยราชการ จึงพระราชทานเครื่องยศโดยถานาศักดิทุกคน แล้วเสด็จยกทัพกลับยังกรุงธนบุรี เมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ก็เปนเมืองขึ้นกรุงธนบุรีแต่นั้นมา
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๓๗ ปีมะแมสัปตศก พระเจ้าอังวะให้อะแซวุ่นกี้เปนแม่ทัพมาตีเมืองพิศณุโลกแลเมืองฝ่ายเหนือ ให้อำมะหลอกวุ่นกับตวนวุ่นเปนแม่ทัพคุมพลมาตีเมืองป่าทราง พระยาวิเชียรปราการเจ้าเมืองเชียงใหม่ พระยาไวยวงษาเจ้าเมืองลำพูน สู้รบเหลือกำลัง ก็อพยพครอบครัวทิ้งเมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนไชย ลงมาอยู่เมืองนครลำปางบ้าง อยู่ตามหัวเมืองฝ่ายเหนือต่าง ๆ บ้าง แต่ที่เมืองนครลำปางนั้นพระยากาวิละรักษาเมืองไว้ได้ พระยาวิเชียรปราการ พระยาไวยวงษา อุปราชน้อยต่อม ก็ลงมาถึงแก่กรรมอยู่ณเมืองสวรรคโลก เมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนไชย ก็ร้างว่างอยู่
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๔๔ ปีขาล จัตวาศก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติปราบดาภิเศกแล้ว พระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางแต่งให้นายคำฟั่นผู้น้องลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
q80h6j89h3lx6yofexfrsgfijb3v1kh
293166
293165
2026-07-19T13:34:34Z
Lunlumita
12009
293166
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ก|๗๖}}</noinclude>เมืองนครลำปาง ตั้งคำโสมผู้น้องที่หนึ่งเปนพระยาอุปราช ตั้งน้อยธรรมผู้น้องที่สองเปนพระยาราชวงษ์ ดวงทิพ หมูล่า คำฟั่น บุญมา น้อง ๔ คนนี้ให้เปนผู้ช่วยราชการ จึงพระราชทานเครื่องยศโดยถานาศักดิทุกคน แล้วเสด็จยกทัพกลับยังกรุงธนบุรี เมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ก็เปนเมืองขึ้นกรุงธนบุรีแต่นั้นมา
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๓๗ ปีมะแมสัปตศก พระเจ้าอังวะให้อะแซวุ่นกี้เปนแม่ทัพมาตีเมืองพิศณุโลกแลเมืองฝ่ายเหนือ ให้อำมะหลอกวุ่นกับตวนวุ่นเปนแม่ทัพคุมพลมาตีเมืองป่าทราง พระยาวิเชียรปราการเจ้าเมืองเชียงใหม่ พระยาไวยวงษาเจ้าเมืองลำพูน สู้รบเหลือกำลัง ก็อพยพครอบครัวทิ้งเมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนไชย ลงมาอยู่เมืองนครลำปางบ้าง อยู่ตามหัวเมืองฝ่ายเหนือต่าง ๆ บ้าง แต่ที่เมืองนครลำปางนั้นพระยากาวิละรักษาเมืองไว้ได้ พระยาวิเชียรปราการ พระยาไวยวงษา อุปราชน้อยต่อม ก็ลงมาถึงแก่กรรมอยู่ณเมืองสวรรคโลก เมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนไชย ก็ร้างว่างอยู่
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๔๔ ปีขาลจัตวาศก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติปราบดาภิเศกแล้ว พระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางแต่งให้นายคำฟั่นผู้น้องลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
t04c4dfvh3c5xh8ndgdjo34lepe0uh0
293167
293166
2026-07-19T13:34:43Z
Lunlumita
12009
/* Validated */
293167
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๗๖}}</noinclude>เมืองนครลำปาง ตั้งคำโสมผู้น้องที่หนึ่งเปนพระยาอุปราช ตั้งน้อยธรรมผู้น้องที่สองเปนพระยาราชวงษ์ ดวงทิพ หมูล่า คำฟั่น บุญมา น้อง ๔ คนนี้ให้เปนผู้ช่วยราชการ จึงพระราชทานเครื่องยศโดยถานาศักดิทุกคน แล้วเสด็จยกทัพกลับยังกรุงธนบุรี เมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ก็เปนเมืองขึ้นกรุงธนบุรีแต่นั้นมา
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๓๗ ปีมะแมสัปตศก พระเจ้าอังวะให้อะแซวุ่นกี้เปนแม่ทัพมาตีเมืองพิศณุโลกแลเมืองฝ่ายเหนือ ให้อำมะหลอกวุ่นกับตวนวุ่นเปนแม่ทัพคุมพลมาตีเมืองป่าทราง พระยาวิเชียรปราการเจ้าเมืองเชียงใหม่ พระยาไวยวงษาเจ้าเมืองลำพูน สู้รบเหลือกำลัง ก็อพยพครอบครัวทิ้งเมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนไชย ลงมาอยู่เมืองนครลำปางบ้าง อยู่ตามหัวเมืองฝ่ายเหนือต่าง ๆ บ้าง แต่ที่เมืองนครลำปางนั้นพระยากาวิละรักษาเมืองไว้ได้ พระยาวิเชียรปราการ พระยาไวยวงษา อุปราชน้อยต่อม ก็ลงมาถึงแก่กรรมอยู่ณเมืองสวรรคโลก เมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนไชย ก็ร้างว่างอยู่
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๔๔ ปีขาลจัตวาศก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติปราบดาภิเศกแล้ว พระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางแต่งให้นายคำฟั่นผู้น้องลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
3a563ophggccb7tz9yhh9jc893wcxcf
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/90
250
53976
293168
293069
2026-07-19T13:35:11Z
Lunlumita
12009
293168
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ก|๗๗}}</noinclude>{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๔๗ ปีมะเสง สัปตศก ครั้งทัพลาดหญ้าพม่ายกมาล้อมเมืองนครลำปางแลตีหัวเมืองฝ่ายเหนือ จึงโปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรสถานพิมุขฝ่ายหลังกับเจ้าพระยามหาเสนายกไปตีทัพพม่าณหัวเมืองฝ่ายเหนือ ทัพหลวงก็เสด็จหนุนขึ้นไปตั้งอยู่ณเมืองนครสวรรค์ ครั้นพม่าถอยไปสิ้นแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงจักรเจษฎา แบ่งคนในกองทัพหลวงยกไปบรรจบทัพเจ้าพระยามหาเสนาไปรบพม่าตามลำน้ำพิงซึ่งตั้งอยู่ณเมืองกำแพงเพ็ชร เมืองตาก แล้วไปช่วยเมืองนครลำปาง ฝ่ายพม่าที่ล้อมเมืองนครลำปางได้ทราบว่า กองทัพไทยขึ้นไปช่วย ก็เลิกทัพกลับไป
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๔๘ ปีมะเมีย อัฐศก พม่าซึ่งตั้งอยู่เมืองเชียงแสนจะยกมาตีเมืองฝางลาว พระยาแพร่ที่อะแซวุ่นกี้เอาตัวไปเมืองพม่าแต่ครั้งทัพเมืองพระพิศณุโลกนั้น พระยาแพร่มาอยู่ที่เมืองเชียงแสนคิดกับพระยายอง จับอาปะกามะนีนายทัพพม่าซึ่งมาตั้งอยู่ณเมืองเชียงรายจำโตงกพาครอบครัวเข้ามาสามิภักดิ์สู่พระบรมโพธิสมภาร พระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางบอกส่งลงมา โปรดให้พระยายองกลับขึ้นไปอยู่กับพระยากาวิละที่เมืองนครลำปาง แต่พระยาแพร่นั้นให้ทำราชการอยู่ณกรุงเทพฯ
{{ฟม}}แล้วได้ข่าวว่า พม่าจะยกมาตีเมืองฝางลาว เมืองนครลำปางอิก จึ่งโปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรฯ เสด็จขึ้นไปจัดการณเมืองเชียงใหม่ ครั้นเสด็จขึ้นไปถึงเมืองนครลำปาง จึงมีพระราช<noinclude></noinclude>
kwu0azgbuoyzm6c8wbdhg6g8tzsqdy5
293169
293168
2026-07-19T13:37:58Z
Lunlumita
12009
293169
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ก|๗๗}}</noinclude>{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๔๗ ปีมะเสงสัปตศก ครั้งทัพลาดหญ้าพม่ายกมาล้อมเมืองนครลำปางแลตีหัวเมืองฝ่ายเหนือ จึงโปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรสถานพิมุขฝ่ายหลังกับเจ้าพระยามหาเสนายกไปตีทัพพม่าณหัวเมืองฝ่ายเหนือ ทัพหลวงก็เสด็จหนุนขึ้นไปตั้งอยู่ณเมืองนครสวรรค์ ครั้นพม่าถอยไปสิ้นแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงจักรเจษฎา แบ่งคนในกองทัพหลวงยกไปบรรจบทัพเจ้าพระยามหาเสนาไปรบพม่าตามลำน้ำพิงซึ่งตั้งอยู่ณเมืองกำแพงเพ็ชร เมืองตาก แล้วไปช่วยเมืองนครลำปาง ฝ่ายพม่าที่ล้อมเมืองนครลำปางได้ทราบว่ากองทัพไทยขึ้นไปช่วย ก็เลิกทัพกลับไป
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๔๘ ปีมะเมียอัฐศก พม่าซึ่งตั้งอยู่เมืองเชียงแสนจะยกมาตีเมืองฝางลาว พระยาแพร่ที่อะแซวุ่นกี้เอาตัวไปเมืองพม่าแต่ครั้งทัพเมืองพระพิศณุโลกนั้น พระยาแพร่มาอยู่ที่เมืองเชียงแสนคิดกับพระยายอง จับอาปะกามะนีนายทัพพม่าซึ่งมาตั้งอยู่ณเมืองเชียงรายจำโตงกพาครอบครัวเข้ามาสามิภักดิ์สู่พระบรมโพธิสมภาร พระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางบอกส่งลงมา โปรดให้พระยายองกลับขึ้นไปอยู่กับพระยากาวิละที่เมืองนครลำปาง แต่พระยาแพร่นั้นให้ทำราชการอยู่ณกรุงเทพฯ
{{ฟม}}แล้วได้ข่าวว่า พม่าจะยกมาตีเมืองฝางลาว เมืองนครลำปางอิก จึ่งโปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรฯ เสด็จขึ้นไปจัดการณเมืองเชียงใหม่ ครั้นเสด็จขึ้นไปถึงเมืองนครลำปาง จึงมีพระราช<noinclude></noinclude>
g9f816g04kntpcqpij298vcs2gwnlv8
293170
293169
2026-07-19T13:39:18Z
Lunlumita
12009
293170
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ก|๗๗}}</noinclude>{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๔๗ ปีมเสงสัปตศก ครั้งทัพลาดหญ้าพม่ายกมาล้อมเมืองนครลำปางแลตีหัวเมืองฝ่ายเหนือ จึงโปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรสถานพิมุขฝ่ายหลังกับเจ้าพระยามหาเสนายกไปตีทัพพม่าณหัวเมืองฝ่ายเหนือ ทัพหลวงก็เสด็จหนุนขึ้นไปตั้งอยู่ณเมืองนครสวรรค์ ครั้นพม่าถอยไปสิ้นแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงจักรเจษฎา แบ่งคนในกองทัพหลวงยกไปบรรจบทัพเจ้าพระยามหาเสนาไปรบพม่าตามลำน้ำพิงซึ่งตั้งอยู่ณเมืองกำแพงเพ็ชร เมืองตาก แล้วไปช่วยเมืองนครลำปาง ฝ่ายพม่าที่ล้อมเมืองนครลำปางได้ทราบว่ากองทัพไทยขึ้นไปช่วย ก็เลิกทัพกลับไป
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๔๘ ปีมเมียอัฐศก พม่าซึ่งตั้งอยู่เมืองเชียงแสนจะยกมาตีเมืองฝางลาว พระยาแพร่ที่อะแซวุ่นกี้เอาตัวไปเมืองพม่าแต่ครั้งทัพเมืองพระพิศณุโลกนั้น พระยาแพร่มาอยู่ที่เมืองเชียงแสนคิดกับพระยายองจับอาปะกามะนีนายทัพพม่าซึ่งมาตั้งอยู่ณเมืองเชียงรายจำโตงกพาครอบครัวเข้ามาสามิภักดิ์สู่พระบรมโพธิสมภาร พระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางบอกส่งลงมา โปรดให้พระยายองกลับขึ้นไปอยู่กับพระยากาวิละที่เมืองนครลำปาง แต่พระยาแพร่นั้นให้ทำราชการอยู่ณกรุงเทพฯ
{{ฟม}}แล้วได้ข่าวว่าพม่าจะยกมาตีเมืองฝางลาว เมืองนครลำปางอิก จึงโปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรฯ เสด็จขึ้นไปจัดการณเมืองเชียงใหม่ ครั้นเสด็จขึ้นไปถึงเมืองนครลำปาง จึงมีพระราช<noinclude></noinclude>
qryhk75czrbz4upjjvbi0qlp4it68qc
293176
293170
2026-07-19T13:49:35Z
Lunlumita
12009
/* Validated */
293176
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๗๗}}</noinclude>{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๔๗ ปีมเสงสัปตศก ครั้งทัพลาดหญ้าพม่ายกมาล้อมเมืองนครลำปางแลตีหัวเมืองฝ่ายเหนือ จึงโปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรสถานพิมุขฝ่ายหลังกับเจ้าพระยามหาเสนายกไปตีทัพพม่าณหัวเมืองฝ่ายเหนือ ทัพหลวงก็เสด็จหนุนขึ้นไปตั้งอยู่ณเมืองนครสวรรค์ ครั้นพม่าถอยไปสิ้นแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงจักรเจษฎา แบ่งคนในกองทัพหลวงยกไปบรรจบทัพเจ้าพระยามหาเสนาไปรบพม่าตามลำน้ำพิงซึ่งตั้งอยู่ณเมืองกำแพงเพ็ชร เมืองตาก แล้วไปช่วยเมืองนครลำปาง ฝ่ายพม่าที่ล้อมเมืองนครลำปางได้ทราบว่ากองทัพไทยขึ้นไปช่วย ก็เลิกทัพกลับไป
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๔๘ ปีมเมียอัฐศก พม่าซึ่งตั้งอยู่เมืองเชียงแสนจะยกมาตีเมืองฝางลาว พระยาแพร่ที่อะแซวุ่นกี้เอาตัวไปเมืองพม่าแต่ครั้งทัพเมืองพระพิศณุโลกนั้น พระยาแพร่มาอยู่ที่เมืองเชียงแสนคิดกับพระยายองจับอาปะกามะนีนายทัพพม่าซึ่งมาตั้งอยู่ณเมืองเชียงรายจำโตงกพาครอบครัวเข้ามาสามิภักดิ์สู่พระบรมโพธิสมภาร พระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางบอกส่งลงมา โปรดให้พระยายองกลับขึ้นไปอยู่กับพระยากาวิละที่เมืองนครลำปาง แต่พระยาแพร่นั้นให้ทำราชการอยู่ณกรุงเทพฯ
{{ฟม}}แล้วได้ข่าวว่าพม่าจะยกมาตีเมืองฝางลาว เมืองนครลำปางอิก จึงโปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรฯ เสด็จขึ้นไปจัดการณเมืองเชียงใหม่ ครั้นเสด็จขึ้นไปถึงเมืองนครลำปาง จึงมีพระราช<noinclude></noinclude>
i48o6wxfp57a0h1jq8720yamaxvgvdx
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/91
250
53977
293171
293071
2026-07-19T13:40:18Z
Lunlumita
12009
293171
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ก|๗๘}}</noinclude>บัณฑูรตั้งให้พระยากาวิละเปนพระยาเชียงใหม่ ให้น้อยธรรมผู้น้องที่ ๒ เปนพระยาอุปราช ให้พุทสารผู้เปนญาติข้างมารดาพระยากาวิละเปนพระยาราชวงศ์ พระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ถานาศักดิ พระยาเชียงใหม่ พระยาอุปราช พระยาราชวงศ์ ก็กราบถวายบังคมลายกครัวเชียงใหม่เดิม แล้วขอรับพระราชทานครัวเชียงใหม่ซึ่งตกค้างอยู่ณเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวงนั้น ขึ้นไปตั้งอยู่ณเมืองเชียงใหม่แต่ปีมะเมีย อัฐศก ศักราช ๑๑๔๘ ปีมาจนทุกวันนี้
{{ฟม}}แลที่เมืองนครลำปางนั้น มีพระราชบัณฑูรตั้งคำโสมผู้น้องรองพระยากาวิละเปนพระยานครลำปาง ให้ดวงทิพผู้น้องที่ ๓ เปนพระยาอุปราช ให้หมูล่าผู้น้องที่ ๔ เปนพระยาราชวงศ์ อยู่รักษาเมืองนครลำปางสืบไป พระราชทานเครื่องยศเหมือนตั้งเมืองเชียงใหม่ แต่ที่เมืองลำพูนไชยนั้นยังหาได้ตั้งไม่
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๕๖ ปีขาล ฉศก พระยานครลำปางป่วยถึงแก่กรรม พระยานครคำโสมเปนพระยานครได้ ๙ ปี แต่จะโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดขึ้นไปปลงศพนั้นหาได้ปรากฎในหมายเหตุไม่ แล้วโปรดเกล้าฯ ให้มีตราหาตัวพระยาอุปราชดวงทิพ พระยาราชวงศ์หมูล่า นายหนานไชยวงศ์ ลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยาอุปราชดวงทิพเปนพระยานครลำปาง ตั้งพระยาราชวงศ์หมูล่าเปนพระยาอุปราช ตั้งนายหนานไชยวงศ์บุตรพระยานครคำโสมเปนพระยาราชวงศ์ พระราชทานเครื่องยศโดย<noinclude></noinclude>
p2j6fz896mlia431ian0clq8gx8ukol
293172
293171
2026-07-19T13:45:00Z
Lunlumita
12009
293172
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ก|๗๘}}</noinclude>บัณฑูรตั้งให้พระยากาวิละเปนพระยาเชียงใหม่ ให้น้อยธรรมผู้น้องที่สองเปนพระยาอุปราช ให้พุทสารผู้เปนญาติข้างมารดาพระยากาวิละเปนพระยาราชวงษ์ พระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ถานาศักดิ พระยาเชียงใหม่ พระยาอุปราช พระยาราชวงษ์ ก็กราบถวายบังคมลายกครัวเชียงใหม่เดิม แล้วขอรับพระราชทานครัวเชียงใหม่ซึ่งตกค้างอยู่ณเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวงนั้น ขึ้นไปตั้งอยู่ณเมืองเชียงใหม่แต่ปีมะเมีย อัฐศก ศักราช ๑๑๔๘ ปีมาจนทุกวันนี้
{{ฟม}}แลที่เมืองนครลำปางนั้น มีพระราชบัณฑูรตั้งคำโสมผู้น้องรองพระยากาวิละเปนพระยานครลำปาง ให้ดวงทิพผู้น้องที่ ๓ เปนพระยาอุปราช ให้หมูล่าผู้น้องที่ ๔ เปนพระยาราชวงษ์ อยู่รักษาเมืองนครลำปางสืบไป พระราชทานเครื่องยศเหมือนตั้งเมืองเชียงใหม่ แต่ที่เมืองลำพูนไชยนั้นยังหาได้ตั้งไม่
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๕๖ ปีขาล ฉศก พระยานครลำปางป่วยถึงแก่กรรม พระยานครคำโสมเปนพระยานครได้ ๙ ปี แต่จะโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดขึ้นไปปลงศพนั้นหาได้ปรากฎในหมายเหตุไม่ แล้วโปรดเกล้าฯ ให้มีตราหาตัวพระยาอุปราชดวงทิพ พระยาราชวงษ์หมูล่า นายหนานไชยวงษ์ ลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยาอุปราชดวงทิพเปนพระยานครลำปาง ตั้งพระยาราชวงษ์หมูล่าเปนพระยาอุปราช ตั้งนายหนานไชยวงษ์บุตรพระยานครคำโสมเปนพระยาราชวงษ์ พระราชทานเครื่องยศโดย<noinclude></noinclude>
pam3do1djrtozlrwhm8y2952gcsf4h2
293173
293172
2026-07-19T13:47:51Z
Lunlumita
12009
293173
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ก|๗๘}}</noinclude>บัณฑูรตั้งให้พระยากาวิละเปนพระยาเชียงใหม่ ให้น้อยธรรมผู้น้องที่สองเปนพระยาอุปราช ให้พุทสารผู้เปนญาติข้างมารดาพระยากาวิละเปนพระยาราชวงษ์ พระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ถานาศักดิ พระยาเชียงใหม่ พระยาอุปราช พระยาราชวงษ์ ก็กราบถวายบังคมลายกครัวเชียงใหม่เดิม แล้วขอรับพระราชทานครัวเชียงใหม่ซึ่งตกค้างอยู่ณเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวงนั้น ขึ้นไปตั้งอยู่ณเมืองเชียงใหม่แต่ณปีมะเมียอัฐศก ศักราช ๑๑๔๘ ปีมาจนทุกวันนี้
{{ฟม}}แลที่เมืองนครลำปางนั้น มีพระราชบัณฑูรตั้งคำโสมผู้น้องรองพระยากาวิละเปนพระยานครลำปาง ให้ดวงทิพผู้น้องที่ ๓ เปนพระยาอุปราช ให้หมูล่าผู้น้องที่ ๔ เปนพระยาราชวงษ์ อยู่รักษาเมืองนครลำปางสืบไป พระราชทานเครื่องยศเหมือนตั้งเมืองเชียงใหม่ แต่ที่เมืองลำพูนไชยนั้นยังหาได้ตั้งไม่
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๕๖ ปีขาล ฉศก พระยานครลำปางป่วยถึงแก่กรรม พระยานครคำโสมเปนพระยานครได้ ๙ ปี แต่จะโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดขึ้นไปปลงศพนั้นหาได้ปรากฎในหมายเหตุไม่ แล้วโปรดเกล้าฯ ให้มีตราหาตัวพระยาอุปราชดวงทิพ พระยาราชวงษ์หมูล่า นายหนานไชยวงษ์ ลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยาอุปราชดวงทิพเปนพระยานครลำปาง ตั้งพระยาราชวงษ์หมูล่าเปนพระยาอุปราช ตั้งนายหนานไชยวงษ์บุตรพระยานครคำโสมเปนพระยาราชวงษ์ พระราชทานเครื่องยศโดย<noinclude></noinclude>
nk88rbxpfqvul50zkhf5pnbv4191eol
293174
293173
2026-07-19T13:49:04Z
Lunlumita
12009
293174
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ก|๗๘}}</noinclude>บัณฑูรตั้งให้พระยากาวิละเปนพระยาเชียงใหม่ ให้น้อยธรรมผู้น้องที่สองเปนพระยาอุปราช ให้พุทสารผู้เปนญาติข้างมารดาพระยากาวิละเปนพระยาราชวงษ์ พระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ถานาศักดิ พระยาเชียงใหม่ พระยาอุปราช พระยาราชวงษ์ ก็กราบถวายบังคมลายกครัวเชียงใหม่เดิม แล้วขอรับพระราชทานครัวเชียงใหม่ซึ่งตกค้างอยู่ณเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวงนั้น ขึ้นไปตั้งอยู่ณเมืองเชียงใหม่แต่ณปีมะเมียอัฐศก ศักราช ๑๑๔๘ ปีมาจนทุกวันนี้
{{ฟม}}แลที่เมืองนครลำปางนั้น มีพระราชบัณฑูรตั้งคำโสมผู้น้องรองพระยากาวิละเปนพระยานครลำปาง ให้ดวงทิพผู้น้องที่ ๓ เปนพระยาอุปราช ให้หมูล่าผู้น้องที่ ๔ เปนพระยาราชวงษ์ อยู่รักษาเมืองนครลำปางสืบไป พระราชทานเครื่องยศเหมือนตั้งเมืองเชียงใหม่ แต่ที่เมืองลำพูนไชยนั้นยังหาได้ตั้งไม่
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๕๖ ปีขาลฉศก พระยานครลำปางป่วยถึงแก่กรรม พระยานครคำโสมเปนพระยานครได้เก้าปี แต่จะโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดขึ้นไปปลงศพนั้นหาได้ปรากฎในหมายเหตุไม่ แล้วโปรดเกล้าฯ ให้มีตราหาตัวพระยาอุปราชดวงทิพ พระยาราชวงษ์หมูล่า นายหนานไชยวงษ์ ลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยาอุปราชดวงทิพเปนพระยานครลำปาง ตั้งพระยาราชวงษ์หมูล่าเปนพระยาอุปราช ตั้งนายหนานไชยวงษ์บุตรพระยานครคำโสมเปนพระยาราชวงษ์ พระราชทานเครื่องยศโดย<noinclude></noinclude>
p9jxinzu2uumne8hfdc67namyzf59v1
293175
293174
2026-07-19T13:49:12Z
Lunlumita
12009
/* Validated */
293175
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๗๘}}</noinclude>บัณฑูรตั้งให้พระยากาวิละเปนพระยาเชียงใหม่ ให้น้อยธรรมผู้น้องที่สองเปนพระยาอุปราช ให้พุทสารผู้เปนญาติข้างมารดาพระยากาวิละเปนพระยาราชวงษ์ พระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ถานาศักดิ พระยาเชียงใหม่ พระยาอุปราช พระยาราชวงษ์ ก็กราบถวายบังคมลายกครัวเชียงใหม่เดิม แล้วขอรับพระราชทานครัวเชียงใหม่ซึ่งตกค้างอยู่ณเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวงนั้น ขึ้นไปตั้งอยู่ณเมืองเชียงใหม่แต่ณปีมะเมียอัฐศก ศักราช ๑๑๔๘ ปีมาจนทุกวันนี้
{{ฟม}}แลที่เมืองนครลำปางนั้น มีพระราชบัณฑูรตั้งคำโสมผู้น้องรองพระยากาวิละเปนพระยานครลำปาง ให้ดวงทิพผู้น้องที่ ๓ เปนพระยาอุปราช ให้หมูล่าผู้น้องที่ ๔ เปนพระยาราชวงษ์ อยู่รักษาเมืองนครลำปางสืบไป พระราชทานเครื่องยศเหมือนตั้งเมืองเชียงใหม่ แต่ที่เมืองลำพูนไชยนั้นยังหาได้ตั้งไม่
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๕๖ ปีขาลฉศก พระยานครลำปางป่วยถึงแก่กรรม พระยานครคำโสมเปนพระยานครได้เก้าปี แต่จะโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดขึ้นไปปลงศพนั้นหาได้ปรากฎในหมายเหตุไม่ แล้วโปรดเกล้าฯ ให้มีตราหาตัวพระยาอุปราชดวงทิพ พระยาราชวงษ์หมูล่า นายหนานไชยวงษ์ ลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยาอุปราชดวงทิพเปนพระยานครลำปาง ตั้งพระยาราชวงษ์หมูล่าเปนพระยาอุปราช ตั้งนายหนานไชยวงษ์บุตรพระยานครคำโสมเปนพระยาราชวงษ์ พระราชทานเครื่องยศโดย<noinclude></noinclude>
30bxrbkwxr99s4uzobqwpfdq9c5ff74
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/92
250
53978
293179
293073
2026-07-19T13:51:40Z
Lunlumita
12009
293179
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|๗๙}}</noinclude>สมควรแก่ถานาศักดิ แล้วพระยานครลำปาง พระยาอุปราช พระยาราชวงษ์ ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปเมืองนครลำปาง
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๖๓ ปีรกา ตรีศก พระยาเชียงใหม่กาวิละ พระยานครลำปางดวงทิพ กับญาติพี่น้อง ยกกองทัพขึ้นไปตีเมืองสาด จับได้ราชาจอมหงษ์เจ้าเมืองกับครอบครัว ส่งลงมาถวายณกรุงเทพฯ
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๖๔ ปีจอ จัตวาศก เจ้าเวียงจันท์กับเจ้าอินท์รับอาสานำกองทัพพระยายมราชยกขึ้นไปตีเมืองเชียงแสน ครั้นพระยายมราชกับนายทัพนายกองยกขึ้นไปถึงเมืองเชียงแสนแล้ว ตีเมืองเชียงแสนหาแตกไม่ พระยายมราชนายทัพนายกองไทยลาวก็ล่าทัพกลับลงมายังกรุงเทพฯ
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๖๕ ปีกุญ เบญจศก พระยาเชียงใหม่กาวิละ พระยานครลำปางดวงทิพ เจ้านายญาติพี่น้อง กับเจ้าฟ้าเมืองน่าน เกณฑ์กองทัพยกขึ้นไปตีเมืองเชียงแสน เมืองยอง แตกกระจัดกระจาย จุดเผาบ้านเรือน กวาดต้อนเอาครอบครัวชายหญิงใหญ่น้อย ช้างม้าโคกระบือ เครื่องสรรพศัสตราวุธ ทรัพย์สิ่งของ เครื่องวัตถุอัญมณี ลงมาไว้ณเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เปนอันมาก เมืองน่านก็ยกเอาเมืองเชียงของไปเปนเมืองขึ้นเมืองน่าน แล้วบอกข้อราชการที่ได้ไชยชำนะแก่เมืองเชียงแสน เมืองยอง ลงมาณกรุงเทพฯ
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๖๗ ปีฉลู สัปตศก พระยาเชียงตุงเจ้าเมืองพี่ชายมหาขนานเปนกบฏต่อเมืองอังวะ อพยพครอบครัวหนีเข้ามา<noinclude></noinclude>
d55ryh3d5pcgl7jo2ojt8h6hl8z2hq0
293180
293179
2026-07-19T13:52:47Z
Lunlumita
12009
293180
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|๗๙}}</noinclude>สมควรแก่ถานาศักดิ แล้วพระยานครลำปาง พระยาอุปราช พระยาราชวงษ์ ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปเมืองนครลำปาง
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๖๓ ปีรกาตรีศก พระยาเชียงใหม่กาวิละ พระยานครลำปางดวงทิพ กับญาติพี่น้อง ยกกองทัพขึ้นไปตีเมืองสาด จับได้ราชาจอมหงษ์เจ้าเมืองกับครอบครัว ส่งลงมาถวายณกรุงเทพฯ
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๖๔ ปีจอ จัตวาศก เจ้าเวียงจันท์กับเจ้าอินท์รับอาสานำกองทัพพระยายมราชยกขึ้นไปตีเมืองเชียงแสน ครั้นพระยายมราชกับนายทัพนายกองยกขึ้นไปถึงเมืองเชียงแสนแล้ว ตีเมืองเชียงแสนหาแตกไม่ พระยายมราชนายทัพนายกองไทยลาวก็ล่าทัพกลับลงมายังกรุงเทพฯ
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๖๕ ปีกุญ เบญจศก พระยาเชียงใหม่กาวิละ พระยานครลำปางดวงทิพ เจ้านายญาติพี่น้อง กับเจ้าฟ้าเมืองน่าน เกณฑ์กองทัพยกขึ้นไปตีเมืองเชียงแสน เมืองยอง แตกกระจัดกระจาย จุดเผาบ้านเรือน กวาดต้อนเอาครอบครัวชายหญิงใหญ่น้อย ช้างม้าโคกระบือ เครื่องสรรพศัสตราวุธ ทรัพย์สิ่งของ เครื่องวัตถุอัญมณี ลงมาไว้ณเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เปนอันมาก เมืองน่านก็ยกเอาเมืองเชียงของไปเปนเมืองขึ้นเมืองน่าน แล้วบอกข้อราชการที่ได้ไชยชำนะแก่เมืองเชียงแสน เมืองยอง ลงมาณกรุงเทพฯ
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๖๗ ปีฉลู สัปตศก พระยาเชียงตุงเจ้าเมืองพี่ชายมหาขนานเปนกบฏต่อเมืองอังวะ อพยพครอบครัวหนีเข้ามา<noinclude></noinclude>
1dvoo0aw0u5c1zvm98nhuczecrxfmyk
293181
293180
2026-07-19T13:54:12Z
Lunlumita
12009
293181
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|๗๙}}</noinclude>สมควรแก่ถานาศักดิ แล้วพระยานครลำปาง พระยาอุปราช พระยาราชวงษ์ ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปเมืองนครลำปาง
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๖๓ ปีรกาตรีศก พระยาเชียงใหม่กาวิละ พระยานครลำปางดวงทิพ กับญาติพี่น้อง ยกกองทัพขึ้นไปตีเมืองสาด จับได้ราชาจอมหงษ์เจ้าเมืองกับครอบครัว ส่งลงมาถวายณกรุงเทพฯ
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๖๔ ปีจอจัตวาศก เจ้าเวียงจันท์กับเจ้าอินท์รับอาสานำกองทัพพระยายมราชยกขึ้นไปตีเมืองเชียงแสน ครั้นพระยายมราชกับนายทัพนายกองยกขึ้นไปถึงเมืองเชียงแสนแล้ว ตีเมืองเชียงแสนหาแตกไม่ พระยายมราชนายทัพนายกองไทยลาวก็ล่าทัพกลับลงมายังกรุงเทพฯ
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๖๕ ปีกุญเบญจศก พระยาเชียงใหม่กาวิละ พระยานครลำปางดวงทิพ เจ้านายญาติพี่น้อง กับเจ้าฟ้าเมืองน่าน เกณฑ์กองทัพยกขึ้นไปตีเมืองเชียงแสน เมืองยอง แตกกระจัดกระจาย จุดเผาบ้านเรือน กวาดต้อนเอาครอบครัวชายหญิงใหญ่น้อย ช้างม้าโคกระบือ เครื่องสรรพศัสตราวุธ ทรัพย์สิ่งของ เครื่องวัตถุอัญมณี ลงมาไว้ณเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เปนอันมาก เมืองน่านก็ยกเอาเมืองเชียงของไปเปนเมืองขึ้นเมืองน่าน แล้วบอกข้อราชการที่ได้ไชยชำนะแก่เมืองเชียงแสน เมืองยอง ลงมาณกรุงเทพฯ
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๖๗ ปีฉลูสัปตศก พระยาเชียงตุงเจ้าเมืองพี่ชายมหาขนานเปนกบฏต่อเมืองอังวะ อพยพครอบครัวหนีเข้ามา<noinclude></noinclude>
qn5ts99iedze9bnmw8igml9dz6oh8dn
293182
293181
2026-07-19T13:54:23Z
Lunlumita
12009
/* Validated */
293182
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๗๙}}</noinclude>สมควรแก่ถานาศักดิ แล้วพระยานครลำปาง พระยาอุปราช พระยาราชวงษ์ ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปเมืองนครลำปาง
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๖๓ ปีรกาตรีศก พระยาเชียงใหม่กาวิละ พระยานครลำปางดวงทิพ กับญาติพี่น้อง ยกกองทัพขึ้นไปตีเมืองสาด จับได้ราชาจอมหงษ์เจ้าเมืองกับครอบครัว ส่งลงมาถวายณกรุงเทพฯ
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๖๔ ปีจอจัตวาศก เจ้าเวียงจันท์กับเจ้าอินท์รับอาสานำกองทัพพระยายมราชยกขึ้นไปตีเมืองเชียงแสน ครั้นพระยายมราชกับนายทัพนายกองยกขึ้นไปถึงเมืองเชียงแสนแล้ว ตีเมืองเชียงแสนหาแตกไม่ พระยายมราชนายทัพนายกองไทยลาวก็ล่าทัพกลับลงมายังกรุงเทพฯ
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๖๕ ปีกุญเบญจศก พระยาเชียงใหม่กาวิละ พระยานครลำปางดวงทิพ เจ้านายญาติพี่น้อง กับเจ้าฟ้าเมืองน่าน เกณฑ์กองทัพยกขึ้นไปตีเมืองเชียงแสน เมืองยอง แตกกระจัดกระจาย จุดเผาบ้านเรือน กวาดต้อนเอาครอบครัวชายหญิงใหญ่น้อย ช้างม้าโคกระบือ เครื่องสรรพศัสตราวุธ ทรัพย์สิ่งของ เครื่องวัตถุอัญมณี ลงมาไว้ณเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เปนอันมาก เมืองน่านก็ยกเอาเมืองเชียงของไปเปนเมืองขึ้นเมืองน่าน แล้วบอกข้อราชการที่ได้ไชยชำนะแก่เมืองเชียงแสน เมืองยอง ลงมาณกรุงเทพฯ
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๖๗ ปีฉลูสัปตศก พระยาเชียงตุงเจ้าเมืองพี่ชายมหาขนานเปนกบฏต่อเมืองอังวะ อพยพครอบครัวหนีเข้ามา<noinclude></noinclude>
9pc2whb5bcjtga3wx2mcn10gcykuurr
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/93
250
53979
293183
293075
2026-07-19T13:54:48Z
Lunlumita
12009
293183
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|๘๐}}</noinclude>อยู่ยังเมืองเชียงใหม่ขอเปนข้าขอบขัณฑสิมา เอาพระบรมเดชานุภาพพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวณกรุงเทพฯ เปนที่พึ่งสืบไป
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๖๘ ปีขาล อัฐศก พระยาราชวงษ์คำฟั่นเมืองเชียงใหม่ พระยาอุปราชหมูล่าเมืองนครลำปาง เกณฑ์กองทัพเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง ยกขึ้นไปตีเมืองเชียงรุ้ง ได้รบพุ่งกับพม่าลาวลื้อพลเมืองเปนหลายครั้ง เจ้าเมืองเชียงรุ้งกับท้าวพระยาสิบสองพันนาก็อ่อนน้อมยอมเปนข้าขอบขัณฑสิมากรุงเทพฯ
{{ฟม}}อยู่มาลุศักราช ๑๑๗๐ ปีมโรง สัมฤทธิศก พระยาเชียงใหม่ พระยานครลำปาง ยกขึ้นไปเกลี้ยกล่อมมหาขนานณเมืองเชียงตุง ๆ ก็ยอมพาครอบครัวอพยพมาพักอยู่ณเมืองเชียงแสนได้ประมาณเดือนเศษ แล้วมหาขนานกลับใจพาครอบครัวหนีกลับไปเมืองเชียงตุง พระยานครลำปาง พระยาเชียงใหม่ ก็หาได้ยกกองทัพติดตามไปไม่
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๗๑ ปีมเสง เอกศก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จสู่สวรรคต พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลยได้เถลิงถวัลยราชสมบัติปราบดาภิเศกแล้ว ครั้นณปีมเมีย โทศก พระยาเชียงใหม่ พระยานครลำปาง แต่งให้เจ้านายบุตรหลานคุมเครื่องราชบรรณาการลงมาทูลเกล้าฯ ถวาย
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๗๖ ปีจอ ฉศก จึงทรงพระราชดำริห์ปฤกษาด้วยท่านอรรคมหาเสนาบดีว่า เมืองลำพูนไชยยังร้างว่างอยู่ หามีผู้คนรักษาบ้านเมืองไม่ จะทรงพระมหากรุณาตั้งเจ้าเมือง อุปราช ราชวงษ์{{วว}}<noinclude></noinclude>
1qgws22vmdyo49u1tn8p1cqzihkydk1
293184
293183
2026-07-19T13:55:35Z
Lunlumita
12009
293184
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|๘๐}}</noinclude>อยู่ยังเมืองเชียงใหม่ ขอเปนข้าขอบขัณฑสิมา เอาพระเดชเดชานุภาพพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวณกรุงเทพฯ เปนที่พึ่งสืบไป
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๖๘ ปีขาลอัฐศก พระยาราชวงษ์คำฟั่นเมืองเชียงใหม่ พระยาอุปราชหมูล่าเมืองนครลำปาง เกณฑ์กองทัพเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง ยกขึ้นไปตีเมืองเชียงรุ้ง ได้รบพุ่งกับพม่าลาวลื้อพลเมืองเปนหลายครั้ง เจ้าเมืองเชียงรุ้งกับท้าวพระยาสิบสองพันนาก็อ่อนน้อมยอมเปนข้าขอบขัณฑสิมากรุงเทพฯ
{{ฟม}}อยู่มาลุศักราช ๑๑๗๐ ปีมโรง สัมฤทธิศก พระยาเชียงใหม่ พระยานครลำปาง ยกขึ้นไปเกลี้ยกล่อมมหาขนานณเมืองเชียงตุง ๆ ก็ยอมพาครอบครัวอพยพมาพักอยู่ณเมืองเชียงแสนได้ประมาณเดือนเศษ แล้วมหาขนานกลับใจพาครอบครัวหนีกลับไปเมืองเชียงตุง พระยานครลำปาง พระยาเชียงใหม่ ก็หาได้ยกกองทัพติดตามไปไม่
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๗๑ ปีมเสง เอกศก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จสู่สวรรคต พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลยได้เถลิงถวัลยราชสมบัติปราบดาภิเศกแล้ว ครั้นณปีมเมีย โทศก พระยาเชียงใหม่ พระยานครลำปาง แต่งให้เจ้านายบุตรหลานคุมเครื่องราชบรรณาการลงมาทูลเกล้าฯ ถวาย
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๗๖ ปีจอ ฉศก จึงทรงพระราชดำริห์ปฤกษาด้วยท่านอรรคมหาเสนาบดีว่า เมืองลำพูนไชยยังร้างว่างอยู่ หามีผู้คนรักษาบ้านเมืองไม่ จะทรงพระมหากรุณาตั้งเจ้าเมือง อุปราช ราชวงษ์{{วว}}<noinclude></noinclude>
1ub86wlkczxibpekca6iju1r62feklg
293186
293184
2026-07-19T14:05:06Z
Lunlumita
12009
293186
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|๘๐}}</noinclude>อยู่ยังเมืองเชียงใหม่ ขอเปนข้าขอบขัณฑสิมา เอาพระเดชเดชานุภาพพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวณกรุงเทพฯ เปนที่พึ่งสืบไป
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๖๘ ปีขาลอัฐศก พระยาราชวงษ์คำฟั่นเมืองเชียงใหม่ พระยาอุปราชหมูล่าเมืองนครลำปาง เกณฑ์กองทัพเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง ยกขึ้นไปตีเมืองเชียงรุ้ง ได้รบพุ่งกับพม่าลาวลื้อพลเมืองเปนหลายครั้ง เจ้าเมืองเชียงรุ้งกับท้าวพระยาสิบสองพันนาก็อ่อนน้อมยอมเปนข้าขอบขัณฑสิมากรุงเทพฯ
{{ฟม}}อยู่มาลุศักราช ๑๑๗๐ ปีมโรงสัมฤทธิศก พระยาเชียงใหม่ พระยานครลำปาง ยกขึ้นไปเกลี้ยกล่อมมหาขนานณเมืองเชียงตุง ๆ ก็ยอมพาครอบครัวอพยพมาพักอยู่ณเมืองเชียงแสนได้ประมาณเดือนเศษ แล้วมหาขนานกลับใจพาครอบครัวหนีกลับไปเมืองเชียงตุง พระยานครลำปาง พระยาเชียงใหม่ ก็หาได้ยกกองทัพติดตามไปไม่
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๗๑ ปีมเสง เอกศก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จสู่สวรรคต พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลยได้เถลิงถวัลยราชสมบัติปราบดาภิเศกแล้ว ครั้นณปีมเมีย โทศก พระยาเชียงใหม่ พระยานครลำปาง แต่งให้เจ้านายบุตรหลานคุมเครื่องราชบรรณาการลงมาทูลเกล้าฯ ถวาย
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๗๖ ปีจอ ฉศก จึงทรงพระราชดำริห์ปฤกษาด้วยท่านอรรคมหาเสนาบดีว่า เมืองลำพูนไชยยังร้างว่างอยู่ หามีผู้คนรักษาบ้านเมืองไม่ จะทรงพระมหากรุณาตั้งเจ้าเมือง อุปราช ราชวงษ์{{วว}}<noinclude></noinclude>
gqd6cwr8iwusbbou6ndqnwgr1glr8l8
293187
293186
2026-07-19T14:05:49Z
Lunlumita
12009
293187
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|๘๐}}</noinclude>อยู่ยังเมืองเชียงใหม่ ขอเปนข้าขอบขัณฑสิมา เอาพระเดชเดชานุภาพพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวณกรุงเทพฯ เปนที่พึ่งสืบไป
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๖๘ ปีขาลอัฐศก พระยาราชวงษ์คำฟั่นเมืองเชียงใหม่ พระยาอุปราชหมูล่าเมืองนครลำปาง เกณฑ์กองทัพเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง ยกขึ้นไปตีเมืองเชียงรุ้ง ได้รบพุ่งกับพม่าลาวลื้อพลเมืองเปนหลายครั้ง เจ้าเมืองเชียงรุ้งกับท้าวพระยาสิบสองพันนาก็อ่อนน้อมยอมเปนข้าขอบขัณฑสิมากรุงเทพฯ
{{ฟม}}อยู่มาลุศักราช ๑๑๗๐ ปีมโรงสัมฤทธิศก พระยาเชียงใหม่ พระยานครลำปาง ยกขึ้นไปเกลี้ยกล่อมมหาขนานณเมืองเชียงตุง ๆ ก็ยอมพาครอบครัวอพยพมาพักอยู่ณเมืองเชียงแสนได้ประมาณเดือนเศษ แล้วมหาขนานกลับใจพาครอบครัวหนีกลับไปเมืองเชียงตุง พระยานครลำปาง พระยาเชียงใหม่ ก็หาได้ยกกองทัพติดตามไปไม่
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๗๑ ปีมเสงเอกศก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จสู่สวรรคต พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลยได้เถลิงถวัลยราชสมบัติปราบดาภิเศกแล้ว ครั้นณปีมเมียโทศก พระยาเชียงใหม่ พระยานครลำปาง แต่งให้เจ้านายบุตรหลานคุมเครื่องราชบรรณาการลงมาทูลเกล้าฯ ถวาย
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๗๖ ปีจอฉศก จึงทรงพระราชดำริห์ปฤกษาด้วยท่านอรรคมหาเสนาบดีว่าเมืองลำพูนไชยยังร้างว่างอยู่ หามีผู้คนรักษาบ้านเมืองไม่ จะทรงพระมหากรุณาตั้งเจ้าเมือง อุปราช ราชวงษ์{{วว}}<noinclude></noinclude>
i3h6ugrjxmq6to4vpmzrrmd1kk29269
293188
293187
2026-07-19T14:06:03Z
Lunlumita
12009
/* Validated */
293188
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๘๐}}</noinclude>อยู่ยังเมืองเชียงใหม่ ขอเปนข้าขอบขัณฑสิมา เอาพระเดชเดชานุภาพพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวณกรุงเทพฯ เปนที่พึ่งสืบไป
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๖๘ ปีขาลอัฐศก พระยาราชวงษ์คำฟั่นเมืองเชียงใหม่ พระยาอุปราชหมูล่าเมืองนครลำปาง เกณฑ์กองทัพเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง ยกขึ้นไปตีเมืองเชียงรุ้ง ได้รบพุ่งกับพม่าลาวลื้อพลเมืองเปนหลายครั้ง เจ้าเมืองเชียงรุ้งกับท้าวพระยาสิบสองพันนาก็อ่อนน้อมยอมเปนข้าขอบขัณฑสิมากรุงเทพฯ
{{ฟม}}อยู่มาลุศักราช ๑๑๗๐ ปีมโรงสัมฤทธิศก พระยาเชียงใหม่ พระยานครลำปาง ยกขึ้นไปเกลี้ยกล่อมมหาขนานณเมืองเชียงตุง ๆ ก็ยอมพาครอบครัวอพยพมาพักอยู่ณเมืองเชียงแสนได้ประมาณเดือนเศษ แล้วมหาขนานกลับใจพาครอบครัวหนีกลับไปเมืองเชียงตุง พระยานครลำปาง พระยาเชียงใหม่ ก็หาได้ยกกองทัพติดตามไปไม่
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๗๑ ปีมเสงเอกศก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จสู่สวรรคต พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลยได้เถลิงถวัลยราชสมบัติปราบดาภิเศกแล้ว ครั้นณปีมเมียโทศก พระยาเชียงใหม่ พระยานครลำปาง แต่งให้เจ้านายบุตรหลานคุมเครื่องราชบรรณาการลงมาทูลเกล้าฯ ถวาย
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๗๖ ปีจอฉศก จึงทรงพระราชดำริห์ปฤกษาด้วยท่านอรรคมหาเสนาบดีว่าเมืองลำพูนไชยยังร้างว่างอยู่ หามีผู้คนรักษาบ้านเมืองไม่ จะทรงพระมหากรุณาตั้งเจ้าเมือง อุปราช ราชวงษ์{{วว}}<noinclude></noinclude>
ldpdgmxsqhanwyh5r9e3782qhay29rc
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/94
250
53980
293189
293077
2026-07-19T14:14:20Z
Lunlumita
12009
293189
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|๘๑}}</noinclude>ขึ้นรักษาเมืองลำพูนไชยให้เปนเมืองสืบต่อไป ท่านอัครมหาเสนาบดีก็เห็นชอบด้วยดังกระแสพระราชดำริห์ โปรดเกล้าฯ ให้มีตราขึ้นไปหาพระยาเชียงใหม่กาวิละ พระยาราชวงษ์คำฟั่น นายบุญมา ลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท
{{ฟม}}ครั้นณวัน ๕ เดือน ๑๑ ขึ้น ๔ ค่ำ ก็ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนพระยาเชียงใหม่กาวิละขึ้นเปนพระเจ้าเชียงใหม่ ตั้งพระยาราชวงษ์คำฟั่นเปนพระยาลำพูนไชย ตั้งนายบุญมาเปนพระยาอุปราชเมืองลำพูนไชย พระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ถานาศักดิทุกคน จึงโปรดเกล้าฯ ยกเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ขึ้นเปนเมืองประเทศราชแต่นั้นมา แล้วพระเจ้าเชียงใหม่ พระยาลำพูนไชย พระยาอุปราช ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปเมืองเชียงใหม่ พระเจ้าเชียงใหม่กาวิละจึงแบ่งเอาคนเมืองเชียงใหม่เปนคนสกรรจ์ ๑๐๐๐ คน เมืองนครลำปาง ๕๐๐ คน ให้พระยาลำพูนไชย ๆ ก็ยกครอบครัวไพร่พลทั้ง ๒ เมืองมาตั้งเมืองลำพูนไชยแต่ในศักราช ๑๑๗๖ ปีจอ ฉศก มาจนทุกวันนี้ พระเจ้าเชียงใหม่กาวิละ ครั้นจัดการเมืองลำพูนไชยเสร็จแล้ว ก็ป่วยลง พระเจ้าเชียงใหม่กาวิละเปนพระยาเชียงใหม่ได้ ๒๘ ปี เปนพระเจ้าเชียงใหม่ได้ปี ๑ รวมแต่ได้ครองเมืองเชียงใหม่มาได้ ๒๙ ปี ก็ถึงแก่พิราไลยในปีจอ ฉศกนั้น แต่จะโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดขึ้นไปปลงศพ ก็หาได้ปรากฎในหมายเหตุไม่
{{ฟม}}ครั้นลุศักราช ๑๑๗๗ ปีกุญ สัปตศก พระยาอุปราชน้อยธรรม พระยาราชวงษ์หมูล่า เมืองเชียงใหม่ พระยาลำพูนไชย พระยาอุปราช{{วว}}<noinclude>{{ก|๑๑}}</noinclude>
t2enyvqy7tsh0x1nztvrl7lgxukpyyu
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/125
250
54011
293177
293144
2026-07-19T13:50:35Z
Lunlumita
12009
293177
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ก|๑๑๒}}</noinclude>เมืองนครลำพูน ตั้งนายน้อยอินทยศเปนพระยาไชยสงคราม ตั้งเจ้าราชบุตรเมืองนครลำปางเปนที่เจ้าบุรีรัตน แต่พระยาวังซ้ายนั้น โปรดเกล้าฯ สั่งว่าเปนแต่เทือกเถาท้าวพระยา หาควรจะตั้งขึ้นเปนเจ้าไม่ แต่เปนคนมีความชอบได้ราชการ โปรดให้มีเครื่องยศเหมือนกับเจ้าราชบุตร ได้พระราชทานสัญญาบัตรแลเครื่องยศเสร็จแล้ว เจ้าราชวงษ์ เจ้าบุรีรัตน พระยาไชยสงคราม เมืองนครลำพูน เจ้าบุรีรัตน พระยาวังซ้าย เมืองนครลำปาง พากันกราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปณเมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ๚
{{สกอ|sp|100}}<noinclude></noinclude>
5jv7y8n3fi63g2j1zwln5q4xsuqtja3
293178
293177
2026-07-19T13:50:53Z
Lunlumita
12009
/* Validated */
293178
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๑๑๒}}</noinclude>เมืองนครลำพูน ตั้งนายน้อยอินทยศเปนพระยาไชยสงคราม ตั้งเจ้าราชบุตรเมืองนครลำปางเปนที่เจ้าบุรีรัตน แต่พระยาวังซ้ายนั้น โปรดเกล้าฯ สั่งว่าเปนแต่เทือกเถาท้าวพระยา หาควรจะตั้งขึ้นเปนเจ้าไม่ แต่เปนคนมีความชอบได้ราชการ โปรดให้มีเครื่องยศเหมือนกับเจ้าราชบุตร ได้พระราชทานสัญญาบัตรแลเครื่องยศเสร็จแล้ว เจ้าราชวงษ์ เจ้าบุรีรัตน พระยาไชยสงคราม เมืองนครลำพูน เจ้าบุรีรัตน พระยาวังซ้าย เมืองนครลำปาง พากันกราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปณเมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ๚
{{สกอ|sp|100}}<noinclude></noinclude>
7uco6lddm44p1wa5b0e9fxf0tpr00ar
ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 3/เรื่องที่ 1
0
80237
293155
270522
2026-07-19T11:59:14Z
Lunlumita
12009
293155
wikitext
text/x-wiki
{{header
| title = [[../../|ประชุมพงษาวดาร]] [[../|ภาคที่ 3]]
| year = 2457
| author =
| editor =
| translator =
| section = 1. พงษาวดารเมืองปัตตานี
| contributor = พระยาวิเชียรคีรี (ชม ณ สงขลา)
| previous = [[../|หน้าต้น]]
| next = [[../เรื่องที่ 2/]]
| notes =
| portal = ภาคใต้ของไทย
}}
<pages index="Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu" from="14" to="42"/>
7ho9h88br5tqngbk91t83986yvd9kw1
ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 3/เรื่องที่ 2
0
80238
293156
270529
2026-07-19T12:01:07Z
Lunlumita
12009
293156
wikitext
text/x-wiki
{{ฉบับอื่น|พงศาวดารเมืองสงขลา}}
{{header
| title = [[../../|ประชุมพงษาวดาร]] [[../|ภาคที่ 3]]
| year = 2457
| author =
| editor =
| translator =
| section = 2. พงษาวดารเมืองสงขลา
| contributor = พระยาวิเชียรคีรี (ชม ณ สงขลา)
| previous = [[../เรื่องที่ 1/]]
| next = [[../เรื่องที่ 3/]]
| notes =
| portal = ภาคใต้ของไทย
}}
<pages index="Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu" from="43" to="86"/>
d02l41xdygxzowqotr7re1wdmqa4rvw