วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.47.0-wmf.2 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/212 250 83103 290261 269866 2026-05-16T18:19:58Z Peatlnwza 10757 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 290261 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Peatlnwza" />{{หสล|๑๖๗}}</noinclude>พระนครเชียงใหม่ จงยกทัพลงไปฟังอิงกิดาการดู พระนครศรี อยุธยาผลัดแผ่นดินใหม่ เสนาพฤฒามาตย์ราษฎรทั้งปวงจะเป็นจลา จลประการใดบ้าง ถ้าพอจะทำได้ ให้ทำอย่าให้เสียที พระมหาอุปราชากราบทูลพระราชบิดาว่า โหรทายว่าชัณษาข้าพระพุทธเจ้าร้ายหนัก สมเด็จพระเจ้าหงสาวดีตรัสว่า พระมหาธรรมราชาไม่เสียแรงมีบุตร การสงครามไม่พักให้พระบิดาใช้เลย ต้องห้ามเสียอีก และซึ่งเจ้าว่าเคราะห์ร้ายอยู่แล้วก็อย่าไปเลย เอาผ้าสตรีนุ่งเสียเถิดจะได้สิ้นเคราะห์ พระมหาอุปราชาได้ฟังรับสั่งดังนั้น กลัวพระราชอาชญาพระราชบิดา ก็มาตรวจเตรียมช้างม้ารี้พล และมีพระราชกำหนดไปถึงพระเจ้าเชียงใหม่ให้ยกมา พระเจ้าเชียงใหม่แจ้งในพระราชกำหนดแล้วก็ ยกทัพมากรุงหงสาวดี ศักราช ๙๔๒ ปีมะโรงโทศก (พ.ศ. ๒๑๒๓) พระมหาอุปราชา พระเจ้าเชียงใหม่ ยกพล ๕๐๐,๐๐๐ ช้างเครื่อง ๗๐๐ ม้า ๓๐๐๐ มาข้ามเมืองเมาะตะมะ มาโดยทางแม่กษัตริย์ เข้าทางพระเจดีย์สามองค์ ฝ่ายสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า ครั้นณวันอาทิตย์ เดือนอ้าย ขึ้น ๖ ค่ำ มีพระราชดำรัสสั่งให้เกณฑ์หัวเมืองปากใต้ทัพหนึ่ง เสร็จแล้วกำหนดพระฤกษ์จะยกไปเอาเมืองละแวก ครั้นณวันเสาร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๑๒ ค่ำจึงมีพระราชโองการ สั่งมุขผู้ใหญ่ให้รักษาพระนคร ตรัสว่าทัพพระเจ้าหงสาวดีแตกครั้งนี้เป็นทัพซึ่งจะบำรุงช้างม้ารี้พล และจะกลับในน้ำลงปีนี้เห็นจะไม่ทัน แต่ทว่าจะไว้ใจมิได้ เกลือกจะคลั่งสงครามยกมา ถ้ายกมาก็ให้รักษาเมืองไว้ท่าเราเดือนหนึ่งให้ได้{{วว}}<noinclude></noinclude> 5ztsnxekgvgzr0i5rj3yije4zm0pj8q หน้า:คหก กรุงเก่า ขุนหลวงฯ หลวงประเสริฐ - ๒๕๑๕.pdf/7 250 89230 290262 289843 2026-05-17T08:59:39Z Peatlnwza 10757 290262 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Peatlnwza" /></noinclude>{{ก|'''คำนำ'''|140}} สำนักพิมพ์คลังวิทยา ได้แจ้งแก่กรมศิลปากรว่า ตามที่ได้รับอนุญาตให้จัดพิมพ์หนังสือเรื่อง คำให้การชาวกรุงเก่า คำให้การขุนหลวงหาวัด และพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ จำหน่ายเผยแพร่ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ นั้น บัดนี้ได้จำหน่ายหนังสือนั้นหมดแล้ว ประสงค์จะขออนุญาตจัดพิมพ์จำหน่ายอีก กรมศิลปากรพิจารณาแล้ว เห็นว่าหนังสือเหล่านี้มีประโยชน์ในด้านการศึกษาค้นคว้าวิชาประวัติศาสตร์ จึงยินดีอนุญาตให้จัดพิมพ์จำหน่ายเผยแพร่ได้. {{กข|{{ก|กรมศิลปากร}}{{ก|๑๒ กรกฎาคม ๒๕๑๕}}}}<noinclude></noinclude> d117oy72xrr4wa1d8w096waoqxzo4sk หน้า:คหก กรุงเก่า ขุนหลวงฯ หลวงประเสริฐ - ๒๕๑๕.pdf/35 250 89841 290263 290253 2026-05-17T09:00:48Z Peatlnwza 10757 290263 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" /></noinclude>{{ก|คำให้การชาวกรุงเก่า|200}} {{ก|'''ภาคที่ ๑'''|150}} {{ก|ว่าด้วยเรื่องราชพงศาวดาร|150}} {{สกอ|sp|5|sp|20|sp|5|fc|14|d|6|fc|14|sp|5|sp|20|sp|5}} ปางเมื่อสมเด็จพระบรมโลกนาถศาสดาจารย์ ได้ตรัสแก่พระปรมาภิเษกสัมโพธิญาณ เป็นองค์พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้เสด็จจารึกโปรดเวไนยสัตว์ให้บรรลุมรรคผลโดยลำดับ จนถึงได้เสด็จมาทรงรับพระเชตวันมหาวิหาร ซึ่งอนาบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวายใกล้กรุงสาวัตถีมหานคร ขณะเมื่อทรงจำพรรษาอยู่ใกล้มหาวิหารนั้น วันหนึ่งพระองค์เสด็จเข้าสู่มหากรุณาสมาบัติ ทรงเลือกเล็งแลดูเวไนยเผ่าพันธุ์อันควรจะได้มรรคผลธรรมวิเศษมีสรณะและศีลเป็นต้น ทรงเห็นบรรพตน้อยแห่งหนึ่งเรียกว่า เขาปถวี อยู่ในแว่นแคว้นแดนโยนกประเทศ ปรากฎในข่ายพระญาณ ทรงทราบว่าภูมิลำเนาแห่งเขาน้อยนั้นในอนาคตกาลเบื้องหน้าต่อไป จะเป็นที่ก่อสร้างบุญกุศลของหมู่มหาชนอันมาแต่ทิศานุทิศ หาที่สิ้นสุดมิได้ จะเป็นประโยชน์แก่เทพยดามนุษย์ทั่วไป พระองค์ทรงพิจารณาเห็นเหตุดังนี้แล้ว จึงเสด็จด้วยพุทธปาฏิหาริย์ทางนภากาศ พอจวนจะถึงเขาปถวี มหาเมฆก็บังดาลให้ฝนห่าใหญ่ตกลงมา พระองค์จึงเสด็๗ประทับยืนพักพระอิริยาบถอยู่ที่เงื้อมผาเชิงเขานั้นด้วยเดชพระพุทธานุภาพ เมล็ดฝนสักหยาดหนึ่งจะตกต้องพระบวรกายของพระองค์หามิได้ ท่อธารน้ำฝนนั้นไหลล้นไปยังเชิงเขาข้างหนึ่งทั้งสิ้นเป็นมหัศจรรย์ ในขณะนั้น<noinclude></noinclude> 3v5z8q85quaeu4wr4qv13b9lj1vce9u หน้า:คหก กรุงเก่า ขุนหลวงฯ หลวงประเสริฐ - ๒๕๑๕.pdf/110 250 89845 290265 290258 2026-05-17T11:18:06Z Peatlnwza 10757 290265 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๗๖}}</noinclude>พระนามใหม่ว่า พระสุธรรมราชา เวลานั้นมีพระเจ้าแผ่นดิน ๒ พระองค๋ คือพระมหาจักรวรรดิ์พระองค์ ๑ พระสุธรรมราชาพระองค์ ๑ ดังนี้ พระสุธรรมราชานั้นมีพระอัครมเหสีทรงพระนามว่า พระบรมเทวี ๆ มีพระราชธิดาองค์ ๑ มีพระนามว่า สุวรรณกัลยา มีพระราชโอรส ๒ พระองค์ มีพระนามว่า พระนเรศวีองค์ ๑ พระเอกาทศรถองค์ ๑ ฝ่ายสมเด็จพระมหาจักรวรรดิ์ซึ่งครองกรุงศรีอยุธยานั้น เมื่อพระมหินทร์ราชโอรสทรงพระเจริญขึ้น มีพระราชประสงค์จะให้พระมหินทร์ครองราชสมบัติ จึงทรงตั้งพระมหินทร์ไว้ในตำแหน่งรัชทายาท ข้อความอันนั้นทราบไปถึงพระสุธรรมราชา ๆ ก็น้อยพระทัยว่าพระเชษฐาไม่ยกย่องพระองค์ จึงตั้งแข็งเมืองเอาพระมหาจักรวรรดิ์ มิได้เสด็จลงมาเฝ้าเลย พระมหาจักรวรรดิ์นี้มีบุญญาธิการมาก ได้ช้างเผือกถึง ๗ ช้าง คือ ช้างเผือกพลาย ๔ ช้าง ชื่อบรมฉัททันต์หนึ่ง อนันตจักรพาฬหนึ่ง อัญชนคชาหนึ่ง ช้างเผือกพัง ๓ ช้าง ชื่อทิพกริณีหนึ่ง สิริไอยราหนึ่ง รัตนคชินทราหนึ่ง กิตติศัพท์ที่พระมหาจักรวรรดิ์ ได้ช้างเผือกถึง ๗ ช้างนั้นปรากฏไปในนานาประเทศ พระเจ้าช้างเผือกหงสาวดีมีพระราช{{ตตฉ|พระสงค์|ประสงค์}}จะใคร่ได้ช้างเผือกนั้น จึงรับสั่งให้พวกอาลักษณ์จารึกพระราชสาสน์ในพระสุพรรณบัฏเป็นอักษร ๓ ตัว ตัว ๑ ความว่า<noinclude></noinclude> j05c4o4k981v4s4uhh71p93fqtoimpe หน้า:พรก เก่าครั้งกรุงศรีอยุธยา - ๒๔๗๖.pdf/26 250 89846 290259 2026-05-16T12:28:18Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "นักการจะรับหนังสือร้องฟ้องราษฎรผู้นั้นว่ากล่าวตามกระทรวง ตามกฎหมายแต่ก่อนไซร้ ให้ตุลาการณะโรงศาลสมภักนักการได้พิจารณาเรียกทัณฑ์บลหนังสือร้องฟ้องแต่โดยยศ..." 290259 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๔}}</noinclude>นักการจะรับหนังสือร้องฟ้องราษฎรผู้นั้นว่ากล่าวตามกระทรวง ตามกฎหมายแต่ก่อนไซร้ ให้ตุลาการณะโรงศาลสมภักนักการได้พิจารณาเรียกทัณฑ์บลหนังสือร้องฟ้องแต่โดยยศ โดยธรรม แต่ตามสัจตามจริง อย่าให้กลับเอาจริงเปนเท็จ เอาความข้อแพ้กลับขึ้นเปนชนะ เอาความแพ้กลับขึ้นเปนเสมอบ้าง แต่ข้อหนึ่งกระทงหนึ่งได้ ถ้าและตุลาการณะโรงศาล สมภักนักการกรมนั้นได้พิจารณาไต่ถามตามหนังสือร้องฟ้องข้อใดกระทงใด โจทก์ จำเลย มิรับกับ และเนื้อความถึงพะยานข้อใดกระทงใด จำเลยรับแล้วให้การเปนประการใด แต่ตามข้อรับไซร้ ก็ให้ตุลาการผู้ไต่ถามเขียนเอาแต่ถ้อยคำโจกท์ จำเลย ให้มั่นคง แต่ตามสัจตามจริงอย่าให้เห็นแก่โจทก์ จำเลยข้อหนึ่งกระทงก์หนึ่งได้ เมื่อคัดเนื้อความในสำนวนอ่านให้โจทก์{{วว}}<noinclude></noinclude> 96kl932hwg56z6l2bruqiojm92zk1fx หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/217 250 89847 290260 2026-05-16T14:01:03Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ฝ่ายสมเด็จพระเจ้าหงสาวดีแจ้วข่าวไปว่า สมเด็จพระมหาธรรมราชาดับสูญชีวงคตแล้ว ตรัสแก่มหาอุปราชาว่าเจ้ากับมหาราชเจ้าพระนครเชียงใหม่ จงยกทัพลงไปฟังอึงกิดาการด..." 290260 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๘๕}}</noinclude>ฝ่ายสมเด็จพระเจ้าหงสาวดีแจ้วข่าวไปว่า สมเด็จพระมหาธรรมราชาดับสูญชีวงคตแล้ว ตรัสแก่มหาอุปราชาว่าเจ้ากับมหาราชเจ้าพระนครเชียงใหม่ จงยกทัพลงไปฟังอึงกิดาการดูพระนครศรีอยุธยาผลัดแผ่นดินใหม่ เสนาพฤฒามาตย์ราษฎรทั้งปวงจะเป็นจุลาจลประการใดบ้าง ถ้าพอจะทำได้ให้ทำอย่าให้เสียที พระมหาอุปราชากราบทูลพระราชบิดาว่า โหรทายว่าชันษาข้าพระพุทธิเจ้าร้ายนัก สมเด็จพระเจ้าหงสาวดีตรัสว่า พระมหาธรรมราชาไม่เสียแรงมีบุตร การสงครามไม่พักให้พระบิดาใช้เลย ต้องห้ามเสียอีก แลซึ่งเจ้าว่าเคราะห์ร้ายอยู่แล้วก็อย่าไปเลย เอาผ้าสตรีนุ่งเสียเถิดจะได้สิ้นเคราะห์ พระมหาอุปราชาได้ฟังรับสั่งดังนั้น กลัวพระราชอาญาพระราชบิดา ก็มาตรวจเตรียมรี้พล แลมีพระราชกำหนดไปถึงพระเจ้าเชียงใหม่ให้ยกมา พระเจ้าเชียงใหม่แจ้งพระราชกำหนดแล้ว ก็ยกทัพมากรุงหงสาวดี ลุศักราช ๙๔๑ ปีเถาะเอกศก<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ศักราช ๙๔๒ ปีมะโรงโทศก (พ.ศ. ๒๑๒๓)"</ref> พระมหาอุปราชาพระเจ้าเชียงใหม่ยกพลห้าสิบหมื่น ช้างเครื่องเจ็ดร้อย ม้าสามพัน มาข้ามเมืองเมาะตะมะ มาโดยแม่กระษัตริย์เข้าทางพระเจดีย์สามองค์ ฝ่ายสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า ครั้น ณ วันอาทิตย์ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๑ มีพระราชดำรัส ให้เกณฑ์หัวเมืองปักษ์ใต้ทัพหนึ่งเสร็จแล้วกำหนดพระฤกษ์จะยกไปเอาเมืองละแวก ครั้น ณ วันเสาร์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๑ จึงมีพระราชโองการ<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|๒๔{{ชว}}{{ชว}}}}</noinclude> sr156kzfb4shplyzw3vyg22guwwrwdb หน้า:คหก กรุงเก่า ขุนหลวงฯ หลวงประเสริฐ - ๒๕๑๕.pdf/210 250 89848 290264 2026-05-17T11:17:28Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "{{ก|'''ภาคที่ ๒'''|150}} {{ก|ตำนานและทำเนียบต่าง ๆ ในกรุงศรีอยุธยา|150}} {{สกอ|sp|100}} ทำเนียบต่าง ๆ ในส่วนภาคที่. ๒ ของหนังสือเล่มนี้ ในฉบับพม่ากล่าวความเรื่องเดียวซ้ำกันอยู่หลายแห..." 290264 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" /></noinclude>{{ก|'''ภาคที่ ๒'''|150}} {{ก|ตำนานและทำเนียบต่าง ๆ ในกรุงศรีอยุธยา|150}} {{สกอ|sp|100}} ทำเนียบต่าง ๆ ในส่วนภาคที่. ๒ ของหนังสือเล่มนี้ ในฉบับพม่ากล่าวความเรื่องเดียวซ้ำกันอยู่หลายแห่ง เข้าใจว่าจะเป็นด้วยถามคำให้การไทยหลายคน บางคนรู้มาก บางคนรู้น้อย ใครให้การว่ากระไรพม่าก็จดลงไว้อย่างนั้นจึงมีซ้ำกัน ใช่แต่เท่านั้นฉบับที่ได้มายังเรียบเรียงเรื่องไขว้เขวกันมีอยู่มาก เรื่อง ๆ เดียว ไปแทรกอยู่ตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง มีอยู่หลายเรื่องที่เป็นดังนี้ ข้าพเจ้าเข้าใจว่าต้นฉบับเดิมพม่าเห็นจะเขียนลงในใบลาน มีเหตุอย่างไร ใบลานสับกัน ผู้ที่เก็บรักษาหรือที่ได้หนังสือเรื่องนี้ในชั้นหลัง เอาใบลานเข้าเรียบเรียงใหม่ไม่ถูกลำดับ เรื่องจึงไขว้เขวกันไป ในการที่เอามาแปลรวบรวมพิมพ์ลงคราวนี้ ตั้งใจทำสำหรับประโยชน์ของผู้ศึกษาโบราณคดี เพื่อจะให้อ่านเข้าใจเรื่องได้โดยง่าย จึงต้องตัดหั่นฉบับเดิมเอามาเรียบเรียงจัดเป็นหมวดเป็นหมู่ใหม่ ตามที่เห็นควรจะทำอย่างไรจึงจะดี แต่ข้าพเจ้าได้ระวังอย่างดีที่สุด ที่จะไม่แก้ฉบับเดิม ถ้าแห่งใดได้แก้ ก็แก้ด้วยแน่นอนใจว่า ฉบับเดิมผิดด้วยอักขระ ถ้าแก้ด้วยไม่แน่นอนใจ ได้บอกไว้ทุกแห่งว่า คาดว่าที่ถูกจะเป็นเช่นนั้น ๆ ไม่มีแห่งใดที่ได้เติมลงใหม่ แม่รู้ว่าแห่งนั้นวิปลาส หรือข้อที่จริงเป็นอย่างไร<noinclude></noinclude> fitn3gbmg2johhocm0mqlpvs4ps27qa