วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.47.0-wmf.3 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/213 250 89869 290336 290312 2026-05-23T06:41:54Z สีทราย 11827 290336 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๑๑}}</noinclude>ยายผู้หญิงคนนั้นคงเพียงสลบ เมื่อแกฟื้นขึ้นเอง แกก็กลับบ้านแก แต่ที่ไม่แจ้งความกับตำรวจคงจะไม่รู้ว่าเป็นรถใครและเลขทะเบียนรถก็ไม่รู้ หรือไม่อีกทีก็เกิดจากว่าแกอยากตายเอง ผมเห็นชัดๆ ว่าแกตั้งใจวิ่งมาให้รถชน แกวิ่งมาหารถทั้งๆ มองดูรถอยู่แล้ว แสดงว่าต้องการยืมมือผมเป็นเพชฌฆาต แต่เอ! คุณครับ จะเป็นไปได้อย่างไรกันครับ ชนดังออกสนั่นหวั่นไหว แม้ไม่ตายก็ลุกไม่ขึ้นแน่ๆ กระดูกกระเดี้ยวคงกรอบหมด ถ้ามีคนมาพบแกนอนสลบอยู่แล้วพาส่งโรงพยาบาล ก็คงมีข่าวเช่นกัน การที่ข่าวเงียบนี่เอง ทำให้ผมเกิดหวาดระแวงไปต่างๆ แต่ฐานะของผมจะอยู่เฉยๆ โดยไม่ขับรถก็ไม่มีจะกินครับ ผมสืบเสาะดูว่ารถบ้านที่ใดขาดคนขับบ้าง ผมจะไปสมัครขับ ก็พอดีได้ข่าวว่านายตำรวจคนหนึ่ง คนรถขาด ลาออกไปมีอาชีพทางอื่น นายตำรวจคนนี้บ้านอยู่ในซอยทุ่งมหาเมฆ ผมจึงบุกบั่นไป แต่บังเอิญว่างกลางคืน ตกลงใจว่าจะไปเดินหาบ้านเสียก่อน ถามใครต่อใครดูว่าบ้านอยู่ที่ใดแล้วก็จะไปสมัครงานตอนกลางวัน ผมกลายเป็นคนกลัวคนไปได้ จะไปไหนที่แจ้งๆ กลัวใครจะจำได้ อะไรต่ออะไรไม่รู้ ความจริงเรื่องมันก็ลึกลับไม่มีทั้งข่าว ไม่มีคนรู้เห็นทุกๆ อย่าง แต่ผมก็เป็นวัวสันหลังหวะอยู่นั่นเอง ในซอยทุ่งมหาเมฆเป็นบางตอนไฟสว่างน้อย บางตอนก็สว่างมาก ผมเดินหลีกกับผู้คนไม่ค่อยจะไหว คนมากจริงๆ สวนกันไปสวนกันมา แต่มีมนุษย์ประหลาดอยู่คนหนึ่ง รูปร่างเตี้ยกว่าผม ขากะเผลก หน้าเสี้ยม ผอม ตาลึก คนนี้เป็นชายอายุกลางๆ คน แกเดินสวนกับผม ผมเห็นแกแต่ไกลแล้ว ตอนนั้นคนก็เดินห่างๆ กัน ไม่แน่นถึงกับจะเดินหลีกกันอย่างชิดๆ ผมเห็นแกเดินเฉียดผมเหลือเกิน ผมจึงมองแก แกก็เงยหน้ามองผมเพราะแกเตี้ยกว่า แกมองผมแล้วแกก็เดินหลีกไป ผมก็หลีกมา เพราะยังหาบ้านนายตำรวจนั้นยังไม่พบ แต่ประหลาดจริงคุณ ในอีกสองสามนาทีนั้นเอง อีตาขากะเผลกคนนั้นก็เดินสวนกับผมอีก ผมคงมองเห็นแกแต่ไกลเช่นเดียวกับครั้งแรก เดินกะเผลกๆ มาและก็เดินเฉียดใกล้มาอีกอย่างไม่จำเป็นอีกน่ะแหละ พอชิดกันแกก็เงยหน้าดูผมอีก ผมก็มองแก ผมชักฉงนใจ เพราะจะว่าเป็นคนที่มีลักษณะท่าทางเหมือนกัน หน้าตาอย่างเดียวกันนั้นย่อมจะมี แต่ทำไมจึงมีพฤติการณ์เช่นเดียวกันเล่า พอเดิน<noinclude></noinclude> 6efxeg9btrxbgrdzk5q6cl8qdoi3h5m หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/214 250 89870 290337 290319 2026-05-23T06:47:09Z สีทราย 11827 290337 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๑๒}}</noinclude>เฉียดเข้าใกล้ก็เงยหน้ามองผม แต่ครั้นจะว่าเป็นคนคนเดียวกันก็ไม่น่าจะเป็น แกสวนทางกับผมสองหน หนแรกว่าสวนกันแน่ละ แต่แกแอบเดินขึ้นหน้าผมไปเมื่อไหร่เล่า จึงกลับย้อนมาสวนทางกันอีก แกก็ไม่ใช่คนเดินเร็ว จะได้เดินย้อนไปอีกได้อย่างเร็วจนผมไม่เห็นแก ทั้งการเดินกะเผลกของแกก็เป็นที่สะดุดตาออกยังงั้น ทำไมผมไม่เห็นแกเดินย้อนไปต้นทางอีก มันพิสดารอะไรเช่นนั้นคุณครับ ระหว่างผมเดินคิดอยู่นั่นเอง มาอีกแล้วครับคนเก่านั่นเอง และมีอาการและพฤติการณ์อย่างเดียวกัน ผมถึงกับขนลุกเกรียว แต่ไม่ใช่คิดว่าแกเป็นผีหลอกผม ผมใจประหวัดไปคิดว่า ผมถูกคนตามดูหรือสะกดรอยเสียแล้ว อีตานี่คงจะรู้จักผมและรู้เรื่องที่ผมขับรถชนคนแล้วขับหนี ผมชักจะประหวั่นใจ คนมันเป็นวัวสันหลังหวะนี่ครับ ผมชักเดินเร็วเข้า คิดว่าถ้ามีรถแท็กซี่มาสักคันจะรีบขึ้นและหนีไปให้เร็ว ขอให้พ้นบริเวณนี้เสียที แต่ไม่พ้นหรอกครับ อีตานั่นเดินตามผมได้ทันอย่างประหลาด พอแกหลีกขึ้นหน้าผม แกก็หยุดยืนขวางหน้าผม ทำให้ผมชะงักหยุด "ถ้ารักสงบจงอ่านหนังสือฉบับนี้" อีตานั่นพูดและยื่นกระดาษให้ ผมยืนอึ้ง ไม่กล้าจะรับกระดาษแผ่นนั้นในมือแก แต่แกก็ยังชูกระดาษแผ่นนั้นอยู่ "รับซี!" แกว่า "ถ้าไม่อยากจะถูกจับฐานฆ่าคน" ผมถึงแก่สะอึกเมื่อได้ยินคำนั้น ผมถูกติดตามจากหญิงที่ผมขับรถชนนั้นแน่แล้ว อีตานี่คงรู้เรื่องผมดี จึงสะกดรอยตามผมดังนี้ ผมเข้าตาจนเสียแล้ว คิดจะวิ่งหนีเอาซึ่งๆ หน้า แต่ถ้าแกร้องขึ้น ผมก็จะถูกประชาชนแถวนั้นสกัดจับ ทั้งผมเองก็ไม่รู้ทางหนีทีไล่ของตำบลนั้นเลย ในที่สุดผมก็จำใจยื่นมือไปรับกระดาษแผ่นนั้นจากมือตาแก่ร่างกายอัปลักษณ์ "อ่านที่เสาไฟโน่นสิ" แกชี้มือบอกผม ผมเดินไปหาแสงไฟอย่างว่าง่าย แกคงยืนคอยผมอยู่ที่เดิม ในกระดาษแผ่นนั้นมีตัวอักษรอยู่ว่า... นายพิพัฒน์ นายขับรถชนฉันแล้วขับหนี ฉันยังไม่ตาย-ฉันยังมีชีวิต จงมาหาฉันเพื่อทำการตกลงกัน ถ้าไม่มา ฉันจะแจ้งตำรวจ ฉันมีพยานรู้เห็นดี ทั้งจำทะเบียนรถได้ด้วย อารี<noinclude></noinclude> fw5jdxop6w6q542dw5ol6zmynscn4q3 หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/215 250 89872 290338 290321 2026-05-23T06:51:50Z สีทราย 11827 290338 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๑๓}}</noinclude> ผมอ่านจบแล้วยืนอึ้ง ตัดสินใจไม่ถูก ถ้าไปหาเธอ ผมอาจจะถูกผูกมัดถึงดิ้นไม่หลุด แต่ถ้าไม่ไปก็จะถูกแจ้งตำรวจในฐานขับรถชนคนแล้วหนี มีน้ำหนักโทษอย่างหนัก ผมจะทำอย่างไรดี ในที่สุดคิดว่าควรไปดีกว่า เผื่อจะมีทางผ่อนผันกันบ้าง "ไปดีกว่า!" ตานั่นเตือนสติผม "อยู่ที่ไหน ผมไม่รู้จัก" ผมว่า "ตามฉันไปสิ!" แกว่า "เอ้า! ตกลง" ผมบอกแกอย่างตัดสินใจเด็ดขาด แกก็ออกเดินนำหน้าผมไปในทางซอยหนึ่ง เป็นซอยมืดๆ แต่พอมีแสงไฟจากบ้านอื่นส่องทางอยู่บ้าง ผมเดินตามแกไปด้วยใจเลื่อนลอย จนมาถึงบ้านหลังหนึ่งสองชั้น มีแสงไฟอ่อนๆ ไม่ค่อยสว่างไสว อีตานั่นหยุดยืนล้วงมือเข้าไปในช่องประตูที่ทำเป็นซี่โปร่งตอนบน บานประตูก็เปิดออก แกกะเผลกนำผมขึ้นบ้านสองชั้นนั้นไปชั้นบน ผมสังเกตเครื่องบ้านไม่มีอะไรใหม่ๆ เลย มีของเก่าๆ ทั้งนั้น ของทั้งหมดล้าสมัย แม้แต่เก้าอี้แบบก็เก่าทั้งชุดและบุบสลายจวนพัง น่าจะขายเหมาไปแล้ว ครั้นถึงชั้นบนก็พบหญิงคนหนึ่งผิวขาว อายุราวๆ ๓๐ ปี นั่งบนเก้าอี้ เธอนั่งมองผมอยู่ก่อนแล้วอย่างกิริยาขึงๆ ผมรีบยกมือไหว้ เพราะเขาเป็นต่อเรา มือไม้ก็ต้องอ่อนไว้ เธอรับไหว้ และชี้ให้ผมนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง พอนั่งลงไปก็รู้สึกว่านวมที่หุ้มนั้นขาด และมีเหล็กลวดสปริงตำก้นเล็กน้อย แต่ก็พอทน ก็เลยนั่งเฉย "นายนึกว่าฉันตายใช่ไหม?" เธอตั้งปัญหาถามเป็นคำทักทาย ผมอึกอักพูดไม่ออก จะว่าใช่ตามที่เธอถามก็ไม่เหมาะ จะว่าไม่คิดว่าตายก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าเธอตายหรือไม่ตาย ผมชนแล้วก็รีบหนีไป "เอายังงี้เถอะ ง่ายๆ เธอจะต้องขับรถและแบ่งรายได้มาเลี้ยงฉันบ้าง ฉันมีผัวแต่ผัวแอบไปมีเมียใหม่ ทิ้งฉันอดๆ อยากๆ ถ้าเธอทำได้ ฉันจะไม่แจ้งตำรวจ" เธอพูดคนเดียว ผมยังตอบไม่ออก โดนไม้นี้เข้า ต้องตรึกตรอง ท่าเธอคิดจะหารายได้แบบวิ่งให้รถชนบาดเจ็บ แล้วบังคับให้ส่งรายได้เลี้ยงดูเธอ ก็ถ้าหากเธอตายจริงๆ ล่ะ มิตายเปล่าหรือ แต่เธอแน่ใจอย่างไรว่ารถผมชน เพราะ<noinclude></noinclude> 6phlirp8rh1ny4yq5ocj7pbmp71umq2 หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/217 250 89874 290339 290323 2026-05-23T07:01:11Z สีทราย 11827 290339 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๑๕}}</noinclude>เธอก็ไม่ทักท้วง ผมจึงลงมาชั้นล่าง บอกกับอีตาขาพิการว่าจะไปซื้ออาหารมาให้ ผมยังมีเงินเหลือใช้อยู่พอควร จึงรีบมาหาซื้อตามร้านอาหารไปพอควร และมีอาหารแห้งบ้าง ขนมแห้งๆ บ้างกลับไปที่เดิม ตาแก่นั้นยืนรอผมอยู่หน้าประตู ผมจึงมอบให้แกนำไปให้ข้างบน ผมกลับไปเล่าเหตุการณ์ที่ผมได้กระทำผิดชนคนแล้วหนี ที่สุดเขาไม่ตายและจำตัวได้ ขอให้ผมส่งเสียอาหารให้ตามสัญญาโดยไม่มีการเอาความกัน เพื่อผมถอนใจยาวและว่า "แกพบคนดี ถ้าพบบางคนแกแย่ มิน่าเล่าแกทำป่วยไม่ยอมขับรถอีก ที่แท้ก็เกิดอารมณ์ปอด" "ปอดจริงๆ" ผมว่า "หลับตามันเห็นแต่ภาพนั้น เลยไม่กล้าจะขับรถ แต่ต่อไปก็ต้องขับอีกเสียแล้ว ไม่เช่นนั้นไม่มีเงินจะส่งอาหารเขา" "น่าแปลกนิ! เขาอยู่ถึงทุ่งมหาเมฆ แต่ไปให้แกขับชนที่ฝั่งธนบุรี" เพื่อนว่า "อือ! จริงแฮะ" ผมเห็นด้วย "แต่คนเราก็อาจจะมีธุระไปที่นั่นได้" "จะว่าแกเคราะห์ร้ายก็ไม่เชิง อั๊วว่าลื้อได้ทำบุญโว้ย" "อือ" ผมรับ "ถ้าเคราะห์ร้ายก็ติดตะรางสิ" ในรุ่งขึ้นผมก็ออกขับรถรับจ้างตามเคย และก็ไม่ลืมไปส่งอาหารตามสัญญา โดยส่งให้ตาแก่นั่นบ้างและส่งกับเธอบ้าง หลายๆ วันเข้าก็ได้พูดคุยกัน ผมไม่ลืมจะถามเธอว่า "วันที่ถูกรถผมชนน่ะ คุณไปไหนกันที่แถวบางพลัดนั่น" "อ๋อ! ไปตามหาพ่อเจ้าประคุณของฉัน เราเกิดทะเลาะกัน ฉันโมโหจึงวิ่งออกจากบ้านเขา จะข้ามถนนมาหาอาของฉัน" เธอชี้ไปที่คนแก่นั่น "ก็เลยถูกเธอชนฉัน อาฉันเขายืนคอยอยู่คนละฟาก" ผมถอนหายใจยาว อย่างนี้เอง ผมมีพยานโดยไม่ได้สังเกตเห็น เรากินอาหารกันแล้ว เธอชวนผมไปคุยกันข้างบน เพราะเราชักคุยกันถูกคอกันแล้ว ไม่ต้องห่วงรถ เพราะซอยนี้ตันไม่มีรถใครจะเข้าออก และผมก็ล็อกรถไว้แล้ว จึงขึ้นไปคุยกันได้นาน เธอถามถึงรายได้ประจำวัน ผมก็ตอบเธอไปว่าไม่แน่ บางวันได้มาก บางวันได้น้อย เพียงให้ค่าเช่าแล้วก็เหลือไม่กี่บาท แล้วแต่โชค เราคุยกันเผลอไป จนเสียงฝีเท้าคนขึ้นบันได<noinclude></noinclude> 8v51gu6bsb8z8p1vbjldnt4ysoexilf หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/218 250 89876 290340 290325 2026-05-23T07:05:53Z สีทราย 11827 290340 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๑๖}}</noinclude>มา และแล้วเจ้าของเสียงก็โผล่ขึ้นมา เป็นชายอายุขนาดจวนๆ ๔๐ ปี สีหน้าเหี้ยมเกรียมเมื่อมองเห็นเราทั้งสองอยู่ด้วยกัน เขาชี้หน้าหญิงผู้นั้นอย่างดุเดือด ตะคอกเสียงลั่น "อีนรก ที่สุดมึงก็ริมีชู้อีก" เขาตวาดและยืนจังก้า "ฮะ!" ฝ่ายหญิงลุกขึ้น ผมเองก็ต้องลุกขึ้นบ้างท่าทางมันเข้าด้ายเข้าเข็มเสียแล้ว อยู่ๆ มาหาเรื่องกันอย่างนี้ สงสัยใจว่าท่าจะถูกพวกนี้กระทำการนัดหมายกันแบล็กเมล์ผม "พูดกันดีๆ นะ อย่าทำบ้าๆ อย่างนี้" แม่หญิงพูดดัง แต่สีหน้าซีด "ถูกแล้ว! มาเหมาเอาง่ายๆ จะได้เรอะ" ผมว่า "ฮ้าย! อย่าพูด แกยังไม่เกี่ยว ข้าจะพูดกะเมียข้า" เขาพูดตาลุกวาว "เฮ้อ...ตำตายังงี้ มึงจะว่ายังไง" "เขาเอาข้าวมาให้กูกิน มึงไม่ให้กูกิน" ฝ่ายเมียขึ้นเสียง และก็เป็นความจริงดังนั้น "ชะฉา ชู้เอาข้าวมาให้กิน" เขาสำรากออกมา และในชั่วพริบตานั้น โดยทั้งผมและฝ่ายเมียจะรู้ตัว เขาได้ชักมีดออกมากระโดดเข้าจ้วงแทงถูกคอหอยโดยทันที ฝ่ายหญิงล้มลงตาตั้ง เลือดฉูดพุ่งเป็นน้ำพุ เมื่อเข้าชักมีดเอาออกโดยเร็ว ผมเองตกตะลึง อ้ายบ้าเลือดหมุนตัวมาหาผม "คราวนี้มึงละ" มันว่า ผมเริ่มหายตะลึง เพราะเข้าตาร้ายเสียแล้ว มันมีมีด ผมมือเปล่า แต่ยังมั่นใจอยู่ว่าผมเคยเป็นนักมวย ก็จะป้องกันตัวไปตามกาล ถ้าพลาดท่าก็ไปอีกศพหนึ่ง ในระยะไม่ทันจะหายใจทั่วท้อง มันโดดจ้วงแทงผมเต็มเหนี่ยว ผมใช้วิธีการต่อสู้เอี้ยวหลบอย่างหวุดหวิด มันแทงผิดแล้วเซหัวทิ่มไป แต่มีดมันยังถือมั่นอยู่ ผมจะเข้าไปทำอะไรมันยังไม่ถนัด พลาดพลั้งอาจจะถูกแทงสวนมา ผมจึงตั้งท่าคอยทีมันอยู่ ทันทีนั้นเองมันก็โดดสวนแทงผมอีก ผมใช้เท้าเตะมัน มันเสียหลักล้มคว่ำลงไป ผมยืนตั้งท่าคอยอยู่อีก แต่มันไม่ได้ลุกขึ้นมา ผมยืนคอยด้วยความแปลกใจ คิดว่าเหมาะถ้าจะหนีไปเสีย แต่ยังห่วงว่ามันจะตามแทงผมข้างหลัง ผมจึงหมุนตัวเข้าเตะอย่างแรงขณะที่มันคุกเข่าคู้ตัวลง ร่างมันก็หงายตามกำลังแรงเตะของผม จึงรู้ว่ามันถูกมีดของมันเองเข้าลิ้นปี่พอดี ผมถึงกับยืนงัน หัน<noinclude></noinclude> 58094wbp0b2oimokal3ndjs7qzt7o1y หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/219 250 89879 290341 290333 2026-05-23T07:13:50Z สีทราย 11827 290341 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๑๗}}</noinclude>มองแม่หญิงนั้นนอนปากอ้าตาค้าง เธอขาดใจตายแล้ว เลือดไหลแดงฉาน เอาละซี ตายทั้งคู่ เอาละซีผม ถ้าผมอยู่ ใครจะเชื่อว่าผมไม่ได้ฆ่าเขา ตายแล้วผม ผมเป็นฆาตกร อยู่ไม่ไหวแล้ว ผมหมุนตัววิ่งลงบันได ใครขวางเป็นเอาทั้งนั้น เป็นตายขอไปให้พ้นบ้านนี้ก่อน อีตาอาแก่นั่นไปไหนก็ไม่รู้ ผมวิ่งลงจากบ้านโดดเข้ารถ ติดเครื่องได้ง่ายดายทันใจจริงๆ ผมไม่ลืมดับไฟท้าย พุ่งรถออก พอเลี้ยวเข้าซอยใหญ่ไปหน่อยจึงเปิดไฟท้าย ผมขับมาอย่างใจเต้นราวกับตีกลอง ไม่หันมองดูใครทั้งนั้น เลี้ยวโน่นเลี้ยวนี่อ้อมถนนต่างๆ ไม่ให้จับรอยได้ จนมาถึงบ้านเพื่อน หอบและเหงื่อเม็ดโตๆ พราวตัว ผมเห็นหน้าเพื่อนแล้วพูดไม่ออก สะกิดเขาไปทางหลังบ้าน แล้วเล่าให้เขาฟังโดยเหนื่อยหอบ เพื่อนผมตาเหลือก "แกเอารถมานี่ทำไม ควรเอาไปส่งที่เจ้าของ" เพื่อนผมว่า "กันปอดเสียแล้ว" ผมพูดเสียงสั่น เพื่อนผมนิ่งอยู่สักครู่ ขมวดคิ้ว ใช้ความคิดที่เขาเคยว่องไวในปฏิภาณ "แกไปเก็บเงินของแกไปให้หมด เอาเสื้อกางเกงใส่กระเป๋าเร็ว ฉันจะไปส่งรถกับแกที่เจ้าของ บอกว่าแกจับไข้กะทันหัน ฉันต้องขับมาส่ง แล้วเราค่อยหาแท็กซี่หนีไป แกควรไปทางเมืองชล หารถไปง่ายกว่าไปทางอื่น" เขาบงการ ในครู่นั้นเองเขากับผมก็ขับรถไปที่เจ้าของ ดูปลอดภัยดีจริงๆ พอส่งแล้ว ผมทำกอดอกคู้ตัวหนาวอย่างจับไข้ เพื่อนผมหิ้วกระเป๋าให้ผมและพูดว่า "ลื้อต้องไปนอนกับหมอเถิด ถ้าขืนไปนอนบ้าน ไข้กินตายแน่" เขาพูดไปทางนั้น ผมชอบใจเหลือเกิน เขามีปฏิภาณดีมาก ถ้าพูดว่าเป็นไข้ ทำไมถึงมีกระเป๋าเดินทางด้วย คำที่ว่าไปนอนกับหมอนั้น หมายถึงหมอที่รู้จักกัน พอจะไปนอนให้เขารักษาโรคโดยใกล้ชิด เมื่อออกมาพ้นบ้านเจ้าของรถแล้ว เพื่อนพูดเบาๆ กับผม "ลื้อไปซ่อนตัวอยู่กับเพื่อนทางศรีราชาเถอะ เข้าไปอยู่เสียในป่า คอยฟังเหตุการณ์ดู อั๊วอยู่ทางนี้จะสืบสวนฟังข่าวให้ ลื้อบอกตำแหน่งเกิดเหตุให้อั๊วทีรึ"<noinclude></noinclude> d34pcufgkhfdcdhurq04kcifkz4mvux หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/220 250 89880 290334 2026-05-23T06:30:12Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " ผมได้บอกตำบลและตำแหน่งแห่งที่บ้านบริมวินาศนั้นอย่างแจ่งแจ้ง "ต้องไปเสียเดี๋ยวนี้นะ ถ้าช้าจะไปไม่ได้ ถ้าใครรู้เรื่อง ก็จะมีการสั่งตรวจด่าน แล้วลื้อกก็ไ..." 290334 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๑๘}}</noinclude> ผมได้บอกตำบลและตำแหน่งแห่งที่บ้านบริมวินาศนั้นอย่างแจ่งแจ้ง "ต้องไปเสียเดี๋ยวนี้นะ ถ้าช้าจะไปไม่ได้ ถ้าใครรู้เรื่อง ก็จะมีการสั่งตรวจด่าน แล้วลื้อกก็ไปไม่รอด" เขาสั่งการอย่างถี่ถ้วน พอรถแท็กซี่วิ่งมาผมเลยว่าจ้างไปเมืองชล เพราะมีบ้านเพื่อนกันอยู่ที่นั่นหลายคน การไปรถในเวลากลางคืนในภาคนี้ไม่สะดุดตาสะดุดใจใครนัก เพราะเป็นแดนตากอากาศ ย่อมมีคนไปมาตลอดคืน ทั้งผมก็เปลี่ยนเครื่องแท็กซี่ออกแล้วที่บ้านเพื่อน จึงไม่มีการส่อพิรุธอย่างใด เพื่อนผมเขาก็กลับบ้านแยกทางกัน ผมนั่งใจระทึกมาในรถ พอถึงด่านแต่ละทีใจตูมๆ ต้อมๆ แต่ก็พ้นมาได้เป็นอย่างดี จนถึงเมืองชล ไปนอนกับเพื่อนที่มีอาชีพเดียวกัน บอกว่าผมหนีผู้หญิงคนหนึ่ง ผมขับรถชน ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย พ่อเพื่อนคนนี้ก็พลอยตกใจและทุกข์ใจ ช่วยผมซ่อนตัวเป็นอย่างดี พอเช้าขึ้นกินข้าวกินปลาแล้ว ผมก็จับรถเมล์ต่อไปศรีราชา เรื่องการฆ่ากันตายนั้นผมปิด ไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น บอกเพียงว่าขับรถชนคนแล้วหนี พวกอาชีพเดียวกันไม่ฆ่ากัน ยิ่งคิดช่วยเหลือกัน ผมมาซ่อนอยู่ที่ในป่าศรีราชาในไร่เพื่อน โดยไม่มีใครสงสัย และก็บอกกับเพื่อนว่าขับรถชนคน แล้วก็หนีมาซ่อนตัว ผมไม่ยอมออกมาที่ตลาดศรีราชาเลย ผมซ่อนตัวอยู่ได้หนึ่งเดือน ก็ได้จดหมายจากเพื่อนในกรุงเทพฯ ไปถึงผม มีความว่า พิพัฒน์เพื่อนรัก แกถูกผีหลอกโว้ย แกไม่ได้ฆ่าใคร และไม่ได้ขับรถชนใครทั้งนั้น กันไปสืบจนถึงที่นั่น ไม่มีบ้านอย่างแกว่าสักหลังเดียว มันเป็นที่ว่างๆ เขาจะสร้างโรงงานอะไรไม่รู้ บ้านไม่มีเลย เป็นพงรกไปทั้งนั้น แต่ซอยเล็กที่แกว่านั้นมีจริง เป็นซอยตัน แถวนั้นไม่มีใครพูดอะไรกันเลย ไม่มีการฆ่ากันที่ไหน ข่าวหนังสือพิมพ์ก็ไม่มี มีอย่างรึ คนตายตั้งสองศพ เรื่องจะไม่แดงขึ้น กันทำเป็นไปกินกาแฟแถวนั้น แล้วถามเจ๊กร้านกาแฟว่า ที่ตรงนั้นเป็นที่ของใคร ท่าจะแพง จึงไม่มีคนซื้อ เจ๊กบอกว่าเขาซื้อนานแล้ว จะตั้งโรงงานกัน แต่ยังเป็นความพี่ๆ น้องๆ เลยยังตั้งโรงงานไม่ได้ เมื่อสองสามปีก่อนมีบ้านอยู่หนึ่งหลังเป็นบ้านสองชั้น ผัวเมียไปถูก<noinclude></noinclude> s4n5lacofntsi9yklzit2hnr8k7d7db 290342 290334 2026-05-23T07:19:25Z สีทราย 11827 290342 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๑๘}}</noinclude> ผมได้บอกตำบลและตำแหน่งแห่งที่บ้านบรมวินาศนั้นอย่างแจ่งแจ้ง "ต้องไปเสียเดี๋ยวนี้นะ ถ้าช้าจะไปไม่ได้ ถ้าใครรู้เรื่อง ก็จะมีการสั่งตรวจด่าน แล้วลื้อก็ไปไม่รอด" เขาสั่งการอย่างถี่ถ้วน พอรถแท็กซี่วิ่งมาผมเลยว่าจ้างไปเมืองชล เพราะมีบ้านเพื่อนกันอยู่ที่นั่นหลายคน การไปรถในเวลากลางคืนในภาคนี้ไม่สะดุดตาสะดุดใจใครนัก เพราะเป็นแดนตากอากาศ ย่อมมีคนไปมาตลอดคืน ทั้งผมก็เปลี่ยนเครื่องแท็กซี่ออกแล้วที่บ้านเพื่อน จึงไม่มีการส่อพิรุธอย่างใด เพื่อนผมเขาก็กลับบ้านแยกทางกัน ผมนั่งใจระทึกมาในรถ พอถึงด่านแต่ละทีใจตูมๆ ต้อมๆ แต่ก็พ้นมาได้เป็นอย่างดี จนถึงเมืองชล ไปนอนกับเพื่อนที่มีอาชีพเดียวกัน บอกว่าผมหนีผู้หญิงคนหนึ่ง ผมขับรถชน ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย พ่อเพื่อนคนนี้ก็พลอยตกใจและทุกข์ใจ ช่วยผมซ่อนตัวเป็นอย่างดี พอเช้าขึ้นกินข้าวกินปลาแล้ว ผมก็จับรถเมล์ต่อไปศรีราชา เรื่องการฆ่ากันตายนั้นผมปิด ไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น บอกเพียงว่าขับรถชนคนแล้วหนี พวกอาชีพเดียวกันไม่ฆ่ากัน ยิ่งคิดช่วยเหลือกัน ผมมาซ่อนอยู่ที่ในป่าศรีราชาในไร่เพื่อน โดยไม่มีใครสงสัย และก็บอกกับเพื่อนว่าขับรถชนคน แล้วก็หนีมาซ่อนตัว ผมไม่ยอมออกมาที่ตลาดศรีราชาเลย ผมซ่อนตัวอยู่ได้หนึ่งเดือน ก็ได้จดหมายจากเพื่อนในกรุงเทพฯ ไปถึงผม มีความว่า พิพัฒน์เพื่อนรัก แกถูกผีหลอกโว้ย แกไม่ได้ฆ่าใคร และไม่ได้ขับรถชนใครทั้งนั้น กันไปสืบจนถึงที่นั่น ไม่มีบ้านอย่างแกว่าสักหลังเดียว มันเป็นที่ว่างๆ เขาจะสร้างโรงงานอะไรไม่รู้ บ้านไม่มีเลย เป็นพงรกไปทั้งนั้น แต่ซอยเล็กที่แกว่านั้นมีจริง เป็นซอยตัน แถวนั้นไม่มีใครพูดอะไรกันเลย ไม่มีการฆ่ากันที่ไหน ข่าวหนังสือพิมพ์ก็ไม่มี มีอย่างรึ คนตายตั้งสองศพ เรื่องจะไม่แดงขึ้น กันทำเป็นไปกินกาแฟแถวนั้น แล้วถามเจ๊กร้านกาแฟว่า ที่ตรงนั้นเป็นที่ของใคร ท่าจะแพง จึงไม่มีคนซื้อ เจ๊กบอกว่าเขาซื้อนานแล้ว จะตั้งโรงงานกัน แต่ยังเป็นความพี่ๆ น้องๆ เลยยังตั้งโรงงานไม่ได้ เมื่อสองสามปีก่อนมีบ้านอยู่หนึ่งหลังเป็นบ้านสองชั้น ผัวเมียไปถูก<noinclude></noinclude> 4jo3zvi2z5nprsy1tfgftx90a38beo7 หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/221 250 89881 290335 2026-05-23T06:34:46Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "รถยนต์ชนตาย บ้านนั้นญาติก็อยู่ไม่ไหว ผีดุ เลยรื้อถวายวัดไปนานแล้ว เมื่อลื้อหนีมา รถแท็กซี่คันอื่นก็ถูกหลอกอย่างลื้อว่ะ แบบเดียวกันเลย ถูกตาแก่นั่นพาไปที่..." 290335 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๑๙}}</noinclude>รถยนต์ชนตาย บ้านนั้นญาติก็อยู่ไม่ไหว ผีดุ เลยรื้อถวายวัดไปนานแล้ว เมื่อลื้อหนีมา รถแท็กซี่คันอื่นก็ถูกหลอกอย่างลื้อว่ะ แบบเดียวกันเลย ถูกตาแก่นั่นพาไปที่บ้าน แล้วก็มีการขู่เขญอย่างลื้อถูกมานั่นแหละ ตอนกลางคืนไปก็มีบ้านดี ครั้นไปกลางวัน บ้านนั้นก็ไม่มี พวกแท็กซี่โดนมาอย่างลื้อเหมือนกัน กลับมาบ้านเถอะเว้ย กลับมาทำมาหากินตามเดิมเถิดอ้ายคนผีรัก ผีจึงล้อเล่น รักและคิดถึง กลึง นี่แหละครับ ผมโดนหลอกมาอย่างนี้ ถูกหลอกแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าผีหลอก กลายเป็นหนีอาญากรรมไป ผมขับรถเข้าไปในแดนนั้น อดเหลียวดูไม่ได้เลย มันยังติดตาอยู่<noinclude></noinclude> 4cfo7ta01ocm8hf3342a7topj3bdfgq 290343 290335 2026-05-23T07:21:00Z สีทราย 11827 290343 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๑๙}}</noinclude>รถยนต์ชนตาย บ้านนั้นญาติก็อยู่ไม่ไหว ผีดุ เลยรื้อถวายวัดไปนานแล้ว เมื่อลื้อหนีมา รถแท็กซี่คันอื่นก็ถูกหลอกอย่างลื้อว่ะ แบบเดียวกันเลย ถูกตาแก่นั่นพาไปที่บ้าน แล้วก็มีการขู่เข็ญอย่างลื้อถูกมานั่นแหละ ตอนกลางคืนไปก็มีบ้านดี ครั้นไปกลางวัน บ้านนั้นก็ไม่มี พวกแท็กซี่โดนมาอย่างลื้อเหมือนกัน กลับมาบ้านเถอะเว้ย กลับมาทำมาหากินตามเดิมเถิดอ้ายคนผีรัก ผีจึงล้อเล่น รักและคิดถึง กลึง นี่แหละครับ ผมโดนหลอกมาอย่างนี้ ถูกหลอกแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าผีหลอก กลายเป็นหนีอาญากรรมไป ผมขับรถเข้าไปในแดนนั้น อดเหลียวดูไม่ได้เลย มันยังติดตาอยู่<noinclude></noinclude> iff0ax7n2etkgf8e94zuhwglvy3mund หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/222 250 89882 290344 2026-05-23T07:34:07Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ผ้าป่าผีตาย เรื่องนี้ได้บันทึกจากปากคำของนายแม้นผู้มีอายุเข้าเขตวัยชราเล่าให้ฟัง ผมก้าวขึ้นบันไดบ้านปู่อ่ำที่มีทรงแบบเก่าปนใหม่ ที่ว่าแบบเก่าปนใหม่น..." 290344 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๒๐}}</noinclude>ผ้าป่าผีตาย เรื่องนี้ได้บันทึกจากปากคำของนายแม้นผู้มีอายุเข้าเขตวัยชราเล่าให้ฟัง ผมก้าวขึ้นบันไดบ้านปู่อ่ำที่มีทรงแบบเก่าปนใหม่ ที่ว่าแบบเก่าปนใหม่นี้ ก็เพราะว่าบ้านหลังนี้เป็นแบบผสม แต่ไม่ผสมโดยตั้งใจไว้แต่แรกเริ่มปลูก มาผสมเอาตอนหลัง เช่น หลังแรกปลูกผสมขึ้นอีกหลังโดยแบบฝาลูกฟัก ต่อมาชั้นลูกได้ปลูกต่อเชื่อมต่อเรือนเก่า แต่เรือนใหม่ที่ปลูกนี้ ปลูกแบบอะไรก็ไม่แน่ เป็นแบบตามใจ จัดว่ามีหลังคา มีฝาพออยู่ได้ มีนอกชานเชื่อมกัน พอต่อมาชั้นลูกเกิดมีหลานขึ้น มีความคับแคบบังคับเข้า ก็ปลูกอีกสองหลังต่อกัน เลยล้อมหลังเก่าที<noinclude></noinclude> 4u60tlukaawewphh2cyc3y8lxm4s7yi หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/223 250 89883 290345 2026-05-23T07:44:40Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ทีเดียวไว้กลาง เลยดูว่าไม่รู้จะเป็นแบบอะไร ดูเป็นกลุ่มดาวล้อมเดือน มีชานติดต่อกันหมด หลายช่อง หลายเลี้ยว มองดูข้างนอกแล้วจึงไม่รู้ว่าทรงอะไรกันแน่ มองเป็นก..." 290345 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๒๑}}</noinclude>ทีเดียวไว้กลาง เลยดูว่าไม่รู้จะเป็นแบบอะไร ดูเป็นกลุ่มดาวล้อมเดือน มีชานติดต่อกันหมด หลายช่อง หลายเลี้ยว มองดูข้างนอกแล้วจึงไม่รู้ว่าทรงอะไรกันแน่ มองเป็นกระจุก แต่ว่าพลบ้านมากมายพอดู ทั้งชั้นลูกชั้นหลาน บ้านนี้ก็เลยเกิดเป็นบ้านที่หนักไปในทางทอดผ้าป่าสามัคคี เพราะลูกหลานมาก สามัคคีกันคนละไม้คนมือก็เป็นองค์ผ้าป่าได้ทุกปี และก่อนจะทอดในวันรุ่งขึ้น ก็มีการฉลองกันก่อนคืนหนึ่งเสมอมา ยิ่งต่อมาปีหลังๆ พวกบ้านใกล้เรือนเคียงและห่างออกไปก็ร่วมมือศรัทธาด้วย เลยครึกครื้นเป็นการใหญ่ วันนี้ผมก็เป็นผู้ร่วมบุญด้วย จึงนำเงินและผลไม้มาร่วมที่บ้านปู่อ่ำ แต่มาค่ำไปหน่อย เพราะมีธุระ ถ้าไม่ติดธุระก็มาแต่เย็นแล้ว เรื่องเดินค่ำๆ ในละแวกนี้ ออกจะมืดและเปลี่ยว ผมไม่รู้จักทางเดินของสวนมะลิ ดีที่มีหลายทาง ที่มาจากทางวัดเทพศิรินทร์ก็ได้ ทางวัดโคก (วัดพลับพลาไชย) ก็ได้ ผมเคยถนัดเดินแต่ทางวัดจางวางดิษฐ์ วัดจางวางพวงเท่านั้น ทางนี้น่ะซีคุณเอ๋ย เวลาค่ำคืนในสมัย ๕๐ ปีมาแล้วไม่ไหวทีเดียว ทั้งเงียบและมืด เป็นวัดที่มีการเผาศพได้แหละคุณ มันก็ต้องมีป่าช้า ถ้ามาคนเดียวกลางคืนไม่ค่อยสมัครใจ กว่าจะพ้นวัดแล้วเข้าสู่ทางเดินตำบลสวนมะลิ ใจคอไม่สบาย แต่วันผ้าป่าของตระกูลนี้ ผมจะขาดก็ใช่ที่ เพราะต่างคนต่างมาร่วม ใครมีมหรสพใดๆ ที่พอจะมี ก็นำมาแสดงฉลองกัน นับแต่ดนตรีตีเกราะวง เป่าปี๊บเป็นเพลงลิเกสมัครเล่นธรรมดา ลิเกลำตัด ส่วนผมมีวิชาชอบไปทางแหล่เทศน์ ในวันที่ผมก้าวขึ้นบันไดบ้าน จึงไม่ต้องพูดกันละว่าบนบ้านมีคนเท่าใด และมีเสียงอึกทึกเท่าใด เพราะว่าทั้งผู้ศรัทธาบริจาคแท้ๆ และทั้งผู้ศรัทธาบริจาคเงิน และตัวเองเป็นตัวมหรสพด้วย จึงมากมายเอาการ ถ้าบ้านธรรมดาเห็นจะบรรทุกคนไม่ไหว แต่บ้านนี้มีที่ให้พลบ้านนั่งและเฮฮาได้เพียงพอ มีหลายซอกหลายมุมที่จะให้คนเลือกจับกลุ่มเอา คืนนั้นมหรสพต่างๆ ได้แสดงกันพอหอมปากหอมคอคนละชนิดสลับกันไป พอเขาแสดงกันหมดพุงก็หยุด ให้คณะอื่นขึ้นมาบ้าง สลับกันไปไม่รู้จบ แต่มีอยู่คณะหนึ่งคือ นายใย นายกี่นั้นเขาชอบมวย แต่ก็หาควรจะมาแสดงบนบ้าน ที่ถูกควรไปแสดงที่วัดในวันรุ่งขึ้น แต่แกก็อยากแสดง<noinclude></noinclude> 3yftrad6xgt31xll6nzfstnwufeyo2i 290346 290345 2026-05-23T07:45:21Z สีทราย 11827 290346 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๒๑}}</noinclude>เดียวไว้กลาง เลยดูว่าไม่รู้จะเป็นแบบอะไร ดูเป็นกลุ่มดาวล้อมเดือน มีชานติดต่อกันหมด หลายช่อง หลายเลี้ยว มองดูข้างนอกแล้วจึงไม่รู้ว่าทรงอะไรกันแน่ มองเป็นกระจุก แต่ว่าพลบ้านมากมายพอดู ทั้งชั้นลูกชั้นหลาน บ้านนี้ก็เลยเกิดเป็นบ้านที่หนักไปในทางทอดผ้าป่าสามัคคี เพราะลูกหลานมาก สามัคคีกันคนละไม้คนมือก็เป็นองค์ผ้าป่าได้ทุกปี และก่อนจะทอดในวันรุ่งขึ้น ก็มีการฉลองกันก่อนคืนหนึ่งเสมอมา ยิ่งต่อมาปีหลังๆ พวกบ้านใกล้เรือนเคียงและห่างออกไปก็ร่วมมือศรัทธาด้วย เลยครึกครื้นเป็นการใหญ่ วันนี้ผมก็เป็นผู้ร่วมบุญด้วย จึงนำเงินและผลไม้มาร่วมที่บ้านปู่อ่ำ แต่มาค่ำไปหน่อย เพราะมีธุระ ถ้าไม่ติดธุระก็มาแต่เย็นแล้ว เรื่องเดินค่ำๆ ในละแวกนี้ ออกจะมืดและเปลี่ยว ผมไม่รู้จักทางเดินของสวนมะลิ ดีที่มีหลายทาง ที่มาจากทางวัดเทพศิรินทร์ก็ได้ ทางวัดโคก (วัดพลับพลาไชย) ก็ได้ ผมเคยถนัดเดินแต่ทางวัดจางวางดิษฐ์ วัดจางวางพวงเท่านั้น ทางนี้น่ะซีคุณเอ๋ย เวลาค่ำคืนในสมัย ๕๐ ปีมาแล้วไม่ไหวทีเดียว ทั้งเงียบและมืด เป็นวัดที่มีการเผาศพได้แหละคุณ มันก็ต้องมีป่าช้า ถ้ามาคนเดียวกลางคืนไม่ค่อยสมัครใจ กว่าจะพ้นวัดแล้วเข้าสู่ทางเดินตำบลสวนมะลิ ใจคอไม่สบาย แต่วันผ้าป่าของตระกูลนี้ ผมจะขาดก็ใช่ที่ เพราะต่างคนต่างมาร่วม ใครมีมหรสพใดๆ ที่พอจะมี ก็นำมาแสดงฉลองกัน นับแต่ดนตรีตีเกราะวง เป่าปี๊บเป็นเพลงลิเกสมัครเล่นธรรมดา ลิเกลำตัด ส่วนผมมีวิชาชอบไปทางแหล่เทศน์ ในวันที่ผมก้าวขึ้นบันไดบ้าน จึงไม่ต้องพูดกันละว่าบนบ้านมีคนเท่าใด และมีเสียงอึกทึกเท่าใด เพราะว่าทั้งผู้ศรัทธาบริจาคแท้ๆ และทั้งผู้ศรัทธาบริจาคเงิน และตัวเองเป็นตัวมหรสพด้วย จึงมากมายเอาการ ถ้าบ้านธรรมดาเห็นจะบรรทุกคนไม่ไหว แต่บ้านนี้มีที่ให้พลบ้านนั่งและเฮฮาได้เพียงพอ มีหลายซอกหลายมุมที่จะให้คนเลือกจับกลุ่มเอา คืนนั้นมหรสพต่างๆ ได้แสดงกันพอหอมปากหอมคอคนละชนิดสลับกันไป พอเขาแสดงกันหมดพุงก็หยุด ให้คณะอื่นขึ้นมาบ้าง สลับกันไปไม่รู้จบ แต่มีอยู่คณะหนึ่งคือ นายใย นายกี่นั้นเขาชอบมวย แต่ก็หาควรจะมาแสดงบนบ้าน ที่ถูกควรไปแสดงที่วัดในวันรุ่งขึ้น แต่แกก็อยากแสดง<noinclude></noinclude> 31kjeuvle1v9bdvfbk5p67xo30a1yy6 หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/224 250 89884 290347 2026-05-23T07:52:12Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "เสียจริงๆ ถึงกับกราบไหว้ใครต่อใคร หยักรั้งผ้านุ่งขึ้นไปตั้งท่ามวย ทั้งนายกี่ นายใย พรรคพวกก็เอาปากทำปี่ทำกลอง โฮ้ย คุณเอ๋ย! หนวกหูสิ้นดี บ้านมันพื้นไม้นี่คุณ..." 290347 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๒๒}}</noinclude>เสียจริงๆ ถึงกับกราบไหว้ใครต่อใคร หยักรั้งผ้านุ่งขึ้นไปตั้งท่ามวย ทั้งนายกี่ นายใย พรรคพวกก็เอาปากทำปี่ทำกลอง โฮ้ย คุณเอ๋ย! หนวกหูสิ้นดี บ้านมันพื้นไม้นี่คุณ โดนเต้นมวยเข้าหูจะแตก เฉพาะปี่ชวานั้น ชั้นแรกก็เสียงเดียว ตอนทำเพลงสะระหม่าให้ร่ายรำ แต่ตอนเข้าพันตูซิคุณเอ๋ย มีเสียงปี่ตั้งสิบเลาเห็นจะได้ เพราะง่ายมาก ไม่ร้องเป็นเสียงปี่ละ ใช้เนื้อความทีเดียว "ได้ทีทำไมถึงไม่ทำ ติ๋แลติ๋แต้ แตติ๋แตตะแล่แต" เสียงกลองก็เปลี่ยนเป็น "ได้ที-แต่ยังไม่ทำ เอ้า-จ้ำให้ตูดจ้ำเบ้า เอ้า-จ้ำให้ตูดจ้ำเบ้า" ชุดนี้ไม่ค่อยนานนัก ทั้งปี่ทั้งกลองก็หมดแรงไปพร้อมๆ กับนักมวย พวกปี่พวกกลองปากจะเป็นตะคริว พวกนักมวยเหนื่อยเข้าขอนั่งลงกินเหล้าก็เลยเงียบกันไป บทสรุปจึงมาลงเอาผมละซี แหล่ต่างๆ ผมว่าเสียคอแทบแห้ง เลยไม่ไหวเหมือนกัน ถึงต้องหยุดตั้งวงกินข้าวต้มกัน ในระหว่างที่นั่งกินข้าวต้มกันนั้น ปู่อ่ำนั่งรวมอยู่ด้วย ผมก็ถามแกขึ้นว่า "ผ้าป่าผีตายนี่นะ ยังไงกันจ๊ะปู่" "ผ้าป่าผีตาย มันอีกอย่างหนึ่ง สนุกกว่านี้" แกว่าและหยุดพุ้ยข้าวต้ม "สนุกไงจ๊ะ?" ผมถามโดยอยากรู้เพิ่มเติมไว้ โดยได้ยินใครต่อใครเล่นกันมาหลายวิธี "โอ้ย! ผีตายจริงๆ ก็มี ผีปั้นด้วยดิน ผีผูกฟ่อนหญ้าเอากระดาษปิดหุ้มก็มี เอาคนทำเป็นผีตายก็มี" แกว่าไว้หลายวิธี "ปู่ช่วยเล่าชนิดผีตายจริงๆ ทีเถอะจ้ะปู่" ผมอยากฟังที่สุด วางชามข้าวต้มแล้วลงกราบแก "อ๋อ ผีตายน่ะ ไม่ได้ทำกันอย่างเราทำนี่หรอก" แกว่า "เขาทำกันเงียบๆ ปิดบังไม่ให้ใครรู้ เขาล้อพระเล่นอย่างหยอกๆ ล้อๆ" ปู่อ่ำอิ่มข้าวต้มคุย "พอตกค่ำ เขาก็นำเอาศพที่จะเผาเอาออกจากโลง วางบนกระดานที่ทำให้กระดกได้ เพื่อว่าพระมารับผ้าไตรที่ศพ ศพก็จะกระดกขึ้นถวายผ้าให้พระ" พอถึงตอนนี้ใครๆ ก็พากันร้องโอ้โฮตามๆ กัน "ไม่เหม็นหรือปู่" ผมถาม "เหม็นซิ ถามได้ ศพเน่าแท้ๆ แล้วแต่ศพเก่าศพใหม่" แกว่า "แล้วผ้าไตรวางไว้ที่ไหนล่ะปู่" อีกคนหนึ่งถาม "วางที่ศพเลย แต่เขาเอาใบตองวางบนศพ แล้วจึงวางผ้าไตรบนนั้น"<noinclude></noinclude> 0m7ehxgfx5ckx0dk1ndz6rxecht7dh5 หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/225 250 89885 290348 2026-05-23T07:59:21Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " "อ้อ!" ร้องเกือบพร้อมกัน "แต่ก็น่าจะเปื้อนศพบ้างละปู่" อีกคนออกความเห็น "ก็เป็นบ้าง" ปู่อ่ำว่าพร้อมกับพยักหน้า "โอ้ย! มันพิเรนทร์โว้ยนักว่ะ อ้ายผ้าป่าแบบนี้เข..." 290348 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๒๓}}</noinclude> "อ้อ!" ร้องเกือบพร้อมกัน "แต่ก็น่าจะเปื้อนศพบ้างละปู่" อีกคนออกความเห็น "ก็เป็นบ้าง" ปู่อ่ำว่าพร้อมกับพยักหน้า "โอ้ย! มันพิเรนทร์โว้ยนักว่ะ อ้ายผ้าป่าแบบนี้เขาจะทำ เขาทำเงียบๆ เขาทำประตูป่า ทำทางลดเลี้ยวอย่างเขาวงกตว่ะ พระที่ถูกนิมนต์ก็ไม่รู้ตัวว่าศพจะอยู่เลี้ยวไหน เขาให้ถือไฟหรือไต้ไปเพียงดวงเดียวเท่านั้น พอพบเข้าโดยไม่รู้ตัว ก็ใจหายเลย ศพนั้นกระตุกตัวขึ้นด้วยนะ เขาทำกระดานดีมาก" ปู่อ่ำซึ่งแก่คราวปู่แล้ว แกพูดไปก็ยังอดส่ายหน้าไม่ได้ว่าแย่ๆ "เมื่อข้ายังหนุ่มซิวะ โดนเข้าอย่างงาม ข้าบวชอยู่วัดสระเกศนั่นแหละ โอ้ย! เอ็งเว้ย หน้าผ้าป่าละก็พระเจ้านอนสะดุ้งไปตามๆ กัน กลัวจะถูกนิมนต์เข้าน่ะสิ พู่โธ่ กลางคืนยังงี้ มักไปจำวัดกุฎิอื่นรวมกันหลายๆ รูป จะได้เกี่ยงกัน หรือไม่ก็จะได้ไปรับผ้าสักสองรูป ยิ่งกุฎิไหนไม่มีลูกศิษย์โตๆ อยู่ด้วย อยู่เพียงรูปเดียว นอนหนาวเลย เพราะเขามักมานิมนต์เอาตอนดึกมากๆ" "เอ๊ะปู่ เราจะไม่รับนิมนต์ไม่ได้เรอะ" ผมถาม "เป็นพระไม่รับนิมนต์ได้รึ" แกว่า "เขาเล่นแบบนี้โว้ย เขาใช้อิฐขว้างกุฎิ อิฐโดนห้องใคร รูปนั้นต้องไป" "แม่โว้ย แย่จริง" ใครคนหนึ่งร้อง "อีตอนข้าโดนซีวะแย่" แกว่า "คืองี้ว่ะ คืนนั้นมีพระประจำวัดที่กุฎิข้าอีกสองรูป เป็นสามทั้งข้า คืนนั้นแหละโว้ย ไม่นึกไม่ฝัน เสียงอิฐโครมๆ เข้าแล้วสิ ใจหายกันทุกรูปเลย" "ทำไม่ได้ยินไม่ได้รึปู่ ทำหลับสนิท" ผมถาม "เฮ้ย ไม่ได้หรอก เขาเห็นนิ่ง เขาใช้ไม้เคาะฝาว่ะ ทั้งร้องนิมนต์ด้วยว่ะ เสียงลั่นวัด" "แหมไม่ไหว พิธีบ้าๆ อะไรกัน" เด็กหนุ่มคนหนึ่งหลุดปากออกมา "ของเก่าเขาโว้ย ใครจะห้ามเขาล่ะ เขาเล่นพิเรนทร์ก็ต้องยอม" "เอ! มันจะได้บุญกันตรงไหนนะ" ผมพูด "ก็ไม่รู้ละโว้ย เขาทำกัน ก็ต้องยอม เราเป็นพระ หมดทางหลีก" แกส่ายหัว "เอาสนุกกันมากกว่า"<noinclude></noinclude> 9wx4xnqykb3mmg7lha9hgnqtmv27utz