วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.3
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/226
250
89888
290353
2026-05-25T02:14:54Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " "ปู่เล่าต่อเถอะปู่" ผมเตือน "อ้อวันนั้น! ข้าทำนิ่งเฉยเสีย ข้างล่างตีฝาปังๆ พระอื่นต่างเกี่ยงกัน" "ผมขอเจ้าของกุฎิขอรับ" เขาตะโกนพร้อมๆ กัน "ข้าใจหายเลย ขนลุ..."
290353
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๒๔}}</noinclude> "ปู่เล่าต่อเถอะปู่" ผมเตือน
"อ้อวันนั้น! ข้าทำนิ่งเฉยเสีย ข้างล่างตีฝาปังๆ พระอื่นต่างเกี่ยงกัน"
"ผมขอเจ้าของกุฎิขอรับ" เขาตะโกนพร้อมๆ กัน "ข้าใจหายเลย ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว แข็งใจขึ้นครองผ้า ข้ากลัวจริงๆ ตอนนั้น ยังหนุ่มนี่หว่า อยากจะร้องไห้เสียจริงๆ"
"แหม! ฉันเห็นใจปู่" ใครคนหนึ่งพูด "เป็นฉัน ฉันไม่เอา เป็นไรเป็นกัน เล่นสกปรก"
"ทำไงได้ วินัยพระนี่หว่า ลูกศิษย์ก็ไม่มีเสียด้วยซีต้องไปเดี่ยว พอลงจากกุฎิต้องท่องมนต์แน่ะโว้ย แต่ยังงั้นขาก็ชักจะสั่นๆ เจ้าภาพสองสามคนเดินนำเราไป ข้าจุดโคมหิ้วไปว่ะ แต่พอถึงซุ้มประตูป่าซิโว้ย พวกเจ้าภาพไม่เอากับข้าเสียแล้ว เขาหยุดอยู่ข้างนอก กลิ่นศพแตะจมูกเข้าแล้ว ชักชะงักหยุดยืนหน่อยหนึ่ง ลงท้ายตัดสินใจเดิน เป็นตายไปรู้ข้างหน้า ยิ่งเหม็นยิ่งทำให้กลัวขึ้นอีก เดินหลายเลี้ยวไปตามซอกรั้วใบไม้ ตะเกียงโคมก็ไม่ค่อยสว่างนัก พอมีแสงสลัวๆ เดี๋ยวรอดซุ้มมืด เดี๋ยวออกโปร่งอยู่หลายตลบใจก็ภาวนาว่าถึงก็ถึงเสียจะได้กลับกุฎิพ้นทุกข์ไป พออีกเลี้ยวหนึ่งก็ถึงสะพานทอดให้เดินไป พออีกเลี้ยวก็มองเห็นศพอยู่ห่างสักสองวา ข้าชะงักหน่อยว่ะ สะกดใจทำไม่กลัว เอาทางธรรมเข้าหักแล้วเดินเข้าไป คุณพระช่วย! ข้าเหยียบกระดานแผ่นต่อเข้า คล้ายตัวเองตกหลุม กระดานมันถูกน้ำหนักตัวผลุบลงในหลุม เจ้าศพนั่นลุกขึ้นยืน เฮ้ย ข้าตกใจตัวชาเลยแทบจะล้ม กลัวศพจะคะมำมาทับข้า แขนศพเขาหักทำให้ประคองผ้าไตรเอาใบตองวางทับแขนไว้ เหม็นก็เหม็น เป็นสพที่ห้าคืนกำลังขึ้นอืดจวนเฟะ ข้าจะตายเสียให้ได้ ตามกฎของพระ ต้องยืนสงบปลงสังขารจนจบแล้วจึงบังสุกุลอีกจบ จึงจะหยิบผ้านั้น ข้าหมุนตัวกลับ พอก้าวพ้นกระดานแผ่นนั้น
115
กระดานมันก็กระดกขึ้น ศพกลับล้มลงนอนอย่างแรงดังครืน เหม็นกลับหนักขึ้น ข้าแทบขาดใจตาย ตกใจที่เสียงมันดัง ก้าวขาจะไม่ออก เพราะศพมันอยู่ข้างหลัง ไม่รู้ว่าจะลุกตามมาหรือเปล่า เหงื่อไหลโซมตัว แข็งใจรีบเดิน เจ้าประคุณเอ๋ย มันหลายเลี้ยวเหลือเกิน พอออกพ้นก็แทบร้องไห้ โฮ้ย! จริงโว้ย เห็นจะได้บุญยาก<noinclude></noinclude>
7do8j4dlgrjqf0wruaxet2y5m2vb2sp
290354
290353
2026-05-25T03:49:31Z
สีทราย
11827
290354
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๒๔}}</noinclude> "ปู่เล่าต่อเถอะปู่" ผมเตือน
"อ้อวันนั้น! ข้าทำนิ่งเฉยเสีย ข้างล่างตีฝาปังๆ พระอื่นต่างเกี่ยงกัน"
"ผมขอเจ้าของกุฎิขอรับ" เขาตะโกนพร้อมๆ กัน "ข้าใจหายเลย ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว แข็งใจขึ้นครองผ้า ข้ากลัวจริงๆ ตอนนั้น ยังหนุ่มนี่หว่า อยากจะร้องไห้เสียจริงๆ"
"แหม! ฉันเห็นใจปู่" ใครคนหนึ่งพูด "เป็นฉัน ฉันไม่เอา เป็นไรเป็นกัน เล่นสกปรก"
"ทำไงได้ วินัยพระนี่หว่า ลูกศิษย์ก็ไม่มีเสียด้วยสิ ต้องไปเดี่ยว พอลงจากกุฎิ ต้องท่องมนต์แน่ะโว้ย แต่ยังงั้นขาก็ชักจะสั่นๆ เจ้าภาพสองสามคนเดินนำเราไป ข้าจุดโคมหิ้วไปว่ะ แต่พอถึงซุ้มประตูป่าซิโว้ย พวกเจ้าภาพไม่เอากับข้าเสียแล้ว เขาหยุดอยู่ข้างนอก กลิ่นศพแตะจมูกเข้าแล้ว ชักชะงักหยุดยืนหน่อยหนึ่ง ลงท้ายตัดสินใจเดิน เป็นตายไปรู้ข้างหน้า ยิ่งเหม็น ยิ่งทำให้กลัวขึ้นอีก เดินหลายเลี้ยวไปตามซอกรั้วใบไม้ ตะเกียงโคมก็ไม่ค่อยสว่างนัก พอมีแสงสลัวๆ เดี๋ยวลอดซุ้มมืด เดี๋ยวออกโปร่งอยู่หลายตลบ ใจก็ภาวนาว่าถึงก็ถึงเสีย จะได้กลับกุฎิพ้นทุกข์ไป พออีกเลี้ยวหนึ่งก็ถึงสะพานทอดให้เดินไป พออีกเลี้ยวก็มองเห็นศพอยู่ห่างสักสองวา ข้าชะงักหน่อยว่ะ สะกดใจทำให้ข้ากลัว เอาทางธรรมเข้าหักแล้วเดินเข้าไป คุณพระช่วย! ข้าเหยียบกระดานแผ่นต่อเข้า คล้ายตัวเองตกหลุม กระดานมันถูกน้ำหนักตัวผลุบลงในหลุม เจ้าศพนั่นลุกขึ้นยืน เฮ้ย ข้าตกใจตัวชาเลย แทบจะล้ม กลัวศพจะคะมำมาทับข้า แขนศพเขาหักทำให้ประคองผ้าไตร เอาใบตองวางทับแขนไว้ เหม็นก็เหม็น เป็นศพสี่ห้าคืนกำลังขึ้นอืดจวนเฟะ ข้าจะตายเสียให้ได้ ตามกฎของพระ ต้องยืนสงบปลงสังขารจนจบ แล้วจึงบังสุกุลอีกจบ จึงจะหยิบผ้านั้น ข้าหมุนตัวกลับ พอก้าวพ้นกระดานแผ่นนั้น กระดานมันก็กระดกขึ้น ศพกลับล้มลงนอนอย่างแรงดังครืน เหม็นกลับหนักขึ้น ข้าแทบขาดใจตาย ตกใจที่เสียงมันดัง ก้าวขาจะไม่ออก เพราะศพมันอยู่ข้างหลัง ไม่รู้ว่าจะลุกตามมาหรือเปล่า เหงื่อไหลโซมตัว แข็งใจรีบเดิน เจ้าประคุณเอ๋ย มันหลายเลี้ยวเหลือเกิน พอออกพ้นก็แทบร้องไห้ โฮ้ย! จริงโว้ย เห็นจะได้บุญยาก<noinclude></noinclude>
aevpk9zhqnidm7c7fj2qhyz04anfrbm
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/227
250
89889
290355
2026-05-25T03:56:50Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "จิตใจมันไม่ได้สงบและตั้งมั่นในสิ่งใดทั้งนั้น เจ้าภาพเดินมาส่ง เขาพูดชมเชยข้าว่ากล้าและมั่นคง ข้าไม่อยากพูดอยากตอบเลย มันโกรธจริงว่ะ" แกเล่าจบลง ใครคนหนึ่งร..."
290355
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๒๕}}</noinclude>จิตใจมันไม่ได้สงบและตั้งมั่นในสิ่งใดทั้งนั้น เจ้าภาพเดินมาส่ง เขาพูดชมเชยข้าว่ากล้าและมั่นคง ข้าไม่อยากพูดอยากตอบเลย มันโกรธจริงว่ะ" แกเล่าจบลง ใครคนหนึ่งรีบรินน้ำร้อนให้
ในบ้านเงียบไปครึ่งบ้าน เพราะฟังปู่อ่ำเล่าการผจญบุญชนิดพิเรนทร์ให้ฟัง
"ปู่จ๋า แล้วอ้ายชนิดทำภาพปั้น หรือเอาคนทำนอนเป็นศพนั่นล่ะ มีความหมายยังไง?"
ผมถามปู่อ่ำโดยสนใจ ถ้าเราทำเล่น มันจะสนุกดี
"อ๋อ! อ้ายอย่างที่ว่านี่ ไม่มีอะไรหรอก มันก็ทำเล่นกันสนุกๆ เอาคนจริงๆ มาทาสีให้เป็นคล้ายผีตาย แล้วเอาน้ำเชื่อมราดตัวให้เป็นน้ำเหลือง พวกแมลงวันก็มาตอมกันหึ่งๆ แล้วก็หามไปบอกบุญตามบ้านรู้จักกัน บอกชื่อผู้ตายให้ใครๆ รู้ เขาก็ช่วยกันให้เงินทำบุญ สนุกดี เฮฮากันตามบรรดาญาติและเพื่อนฝูง เมื่อก่อนเขาเล่นกันยิ่งไปกว่าครั้งหลัง ทำเป็นญาติหรือเพื่อนเดินร้องไห้ตามศพ พอได้เงินใส่ขันพอสมควรแล้วก็หามไปวัด ทอดผ้าป่าไปเลย"
"เอ! เราเอามั่งแฮะ ฉันเป็นตัวผีตายเอง" ตาเฮงร้องขึ้น พวกที่ฟังอยู่ก็พากันฮาขึ้นครืนใหญ่ ต่างร้องสนับสนุนตาเฮงว่า ท่าจะดี
"อย่าเลย อย่าเล่นเลย" เสียงคุณยายแก่คนหนึ่งร้องค้านขึ้น แกคือแม่แก่ในบ้านนั้น "เล่นอะไรอย่าให้มันแช่งตัวเองเลยน่ะ มันไม่เป็นมงคลเว้ย" แกลุกขึ้นยืนห้าม
"ปัดโธ่ป้า คนเรามันตายด้วยกันทั้งนั้น ถืออะไร้" ตาเฮงค้านและหัวเราะการถือโชคถือลางของแม่เฒ่าผ่อน
"กูเห็นไม่งามหรอกเว้ยจึงห้าม ถ้าเห็นดีตามใจมึง ถุย!" แกพูดอย่างโกรธ แล้วผละออกจากวงนั้นไป
พวกที่นั่งทั้งหมดหัวเราะกันครื้นเครง
พวกทั้งหมดที่มาร่วมผ้าป่าส่วนมากไม่ได้กลับบ้าน ค้างกันอยู่ที่นั่น ใครนอนก็นอน ใครไม่นอนก็อยู่ไป พอเช้าขึ้นอาบน้ำอาบท่าแล้ว ตั้งวงสุราอาหารกันต่อไป เริ่มเอะอะด้วยการมหรสพอีก พอกลางวันก็จะแห่องค์ผ้าป่าไปทอดที่วัดนั่นเอง การเมาสุราตอนเช้านี้ไม่แพ้กลางคืนเลย และจะ<noinclude></noinclude>
jek616f3ayh92iuh9iqse6jxl646b0n
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/228
250
89890
290356
2026-05-25T04:17:27Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " หนักกว่ากลางคืนก็ตอนแสงอาทิตย์แผดเผานี่แหละ ช่วยให้ฤทธิ์เดชมันเข้าขั้นทั้งคายแก้วบ้าง หรือฟุบไปอย่างไม่โงบ้าง โครงการสนุกของตาเฮงไม่ได้เลิกล้มตามที่ถู..."
290356
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๒๖}}</noinclude>
หนักกว่ากลางคืนก็ตอนแสงอาทิตย์แผดเผานี่แหละ ช่วยให้ฤทธิ์เดชมันเข้าขั้นทั้งคายแก้วบ้าง หรือฟุบไปอย่างไม่โงบ้าง
โครงการสนุกของตาเฮงไม่ได้เลิกล้มตามที่ถูกแม่แก่ห้ามปรามเมื่อตอนกลางดึก ตาเฮงคงกร่ำเหล้าหนักแต่เช้าเพิ่มเติมเข้าไปอีกผสมกับเมาตอนกลางคืน แกให้พวกๆ เอาสีเขียวๆ แดงๆ ทาตัว ทำให้ดูเป็นศพเน่า ใครๆ ก็เห็นว่าคล้ายคนตายจริงๆ ตัวแกนอนมาบนแคร่ไม้ไผ่ที่มีพวกๆ สี่คนหามมาจากบ้านถัดไป เข้ามาวนที่ลานบ้านของปู่อ่ำ พวกที่บ้านผ้าป่าเฮเข้าไปล้อมดูการมหรสพของตาเฮงกันหนาแน่น มีป้ายเขียนติดที่แคร่หามบอกว่าศพนายเฮง ผู้คนฮาลั่น ตาเฮงที่นอนทำเป็นผีตายลุกขึ้นจากแคร่ แต่ล้มลงไปอีกเพราะเมาหนัก แต่ก็พยายามลุกขึ้นจนได้ พวกสี่คนที่หามแคร่ก็เมาขนาดหนักด้วยกัน เซแล้วเซอีก แต่ตาเฮงหนักกว่า ยืนแทบไม่อยู่ ได้ความศรัทธาหนักถึงกับไม่ยอมนอนเมื่อคืน กลับไปบ้านจัดแจงต่อแคร่หาม และทาสีระบายตัว พอเสร็จการตบแต่งทุกอย่าง ก็หามมารวมกับองค์ผ้าป่าที่จะไปวัด
"เฮ้ยพวกเรา!" ตาโพล้งพูดอ้อแอ้ "เราหามอ้ายเฮงย้อนกลับไปหมู่บ้านโน้นก่อน" แกบัญชา "ไปเอาเงินผีตายก่อนน่ะ เรี่ยไรสิวะ ถ้าไม่มีเงินใส่พาน จะไปทอดยังไงได้หวา"
พวกสี่คนเห็นด้วยว่าควรจะออกหามแห่ย้อนไปก่อน เอาเงินเสียบ้าง จะได้ช่วยสมทบกับองค์ผ้าป่าใหญ่ แล้วพลหาบหามที่ยันตัวเองไม่ค่อยอยู่ก็เตรียมเข้าประจำที่ ตาเฮงตัวละครผีตายก็ขยับจะขึ้นแคร่ แต่ล้มก้นกระแทกไปก่อน ทั้งนี้เกิดจากความเมาเต็มที่และง่วงนอนเหลือจะฝืน พรรคพวกพยุงขึ้นนอนบนแคร่ให้เรียบร้อย มีใครอีกคนร้องว่า การแต่งตัวละครยังไม่ครบ แล้วเขาก็วิ่งไปเอาน้ำตาลหม้อมาละลายน้ำ ราดไปตามร่างกายตาเฮงจนทั่ว ดูน้ำเหลืองไหลและเพื่อให้แมลงวันมาตอมด้วย จะให้ดูเป็นศพเน่าจริงๆ พอเสร็จแล้ว โถน้ำตาลที่ละลายน้ำไว้ก็วางไว้บนแคร่นั่นด้วย ถ้าแห้งจะได้ราดอีก ล่อแมลงวันต่อไป
ตาโพล้งเป็นคนเอาเหล้าเทใส่ปากศพเข้าไปอีก พรรคพวกเฮฮาแล้วขบวนผ้าป่าสมทบก็ออกเดินขบวนไปทางหมู่บ้านไร่มะลิ โดยถนนดินแคบๆ และไม้กระดานปูบ้างเป็นบางตอน เซ็งแซ่กันไปด้วยหมู่เด็กวิ่งตาม<noinclude></noinclude>
6i4ipgss8umvmezvn6ph4bratfbd55j
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/229
250
89891
290357
2026-05-25T04:23:54Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "หลังบ้าง นำหน้าบ้าง สองข้างทางเป็นท้องร่องบ้าง เป็นพื้นแห้งบ้าง ชาวบ้านทำการปลูกมะลิเป็นไร่เล็กบ้างใหญ่บ้างตามกำลัง ขบวนผ้าป่าผีตายผ่านบ้านไหน ก็ร้องให้ทำบ..."
290357
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๒๗}}</noinclude>หลังบ้าง นำหน้าบ้าง สองข้างทางเป็นท้องร่องบ้าง เป็นพื้นแห้งบ้าง ชาวบ้านทำการปลูกมะลิเป็นไร่เล็กบ้างใหญ่บ้างตามกำลัง ขบวนผ้าป่าผีตายผ่านบ้านไหน ก็ร้องให้ทำบุญไป ชาวบ้านเฮฮากันมาดูศพ แล้วหัวเราะเกรียวกราว บ้างก็ให้สตางค์ บ้างก็ให้สุราตามแต่ใจสนุก ตาโพล้งก็ดื่มกับพลหาบ และไม่ลืมจะกรอกปากให้ศพ บางทีศพสำลัก เพราะเทเหล้าแรงและมากเกินไป กลืนไม่ทัน คนกำลังนอนย่อมกลืนน้ำยาก เมื่อถูกเทลงไปก็ถึงสำลักตาเหลือก ก็เป็นที่สนุกสนานกันยิ่งนัก
ถึงทางแยกหนึ่ง ขบวนก็เลี้ยวเข้าสู่ทางเดินที่แคบหน่อย พวกเด็กอยากจะอยู่หลังอยู่หน้าเหล่านั้น ก็เผ่นข้ามท้องร่องสองข้างทางเพื่อวิ่งลัดไปโดดข้ามอีกข้างหน้า ดูสับสนน่าสนุก ที่โดดไม่พ้นก็ตกน้ำ เลยทำให้น้ำสาดขึ้นมาเปียกทางเดิน พลหาบที่เมาแทบทรงตัวไม่อยู่ ก็เดินลื่นอยู่ไปมา ร้องด่าเด็กอยู่ขรมถมเถ แต่ในครู่นั้นเอง เจ้าเด็กอีกคนตกท้องร่อง น้ำก็สาดขึ้นมาอีกและมาก จึงสาดเข้าใส่ร่างผีตาย ผีตายนอนอ้าปากอยู่เลยถูกน้ำเข้าปากสำลัก ผีตายก็ผุดขึ้นนั่ง พลหามพลหาบที่หลักไม่ดีเพราะเมาสุราก็เซจะล้ม พอดีเหยียบเอาน้ำที่ราดดินเป็นโคลน พลหามก็ล้มไม่เป็นท่า บางคนหงายลงท้องร่อง หัวทิ่มบ้าง สุดแต่จะมีอาการ ส่วนศพผีตายนั้น หัวคะมำลงในน้ำเลย แต่ว่าน้ำตรงนั้นก็ลึกแค่ศอกกว่าๆ คนเฮฮาสนุกขบขันกันที่สุด พลหามที่เมาอยู่แล้วกว่าจะตะกายขึ้นจากท้องร่องได้ ต้องช่วยกันดึง ตาเฮงผีตายนั้นไม่มีคนช่วย มัวหัวเราะกันสนุกอยู่ ตาเฮงเลยหัวทิ่มโก้งโค้งดิ้นขลุกขลักๆ พอพลหามขึ้นได้หมด จึงเข้าช่วยดึงผีตาย ดึงกันอยู่ขลุกขลัก ประกอบทั้งเมาและทั้งดินลื่น เล่นเอาอลเวง พอดีชาวบ้านที่ไม่เมาเหล้านึกสังหรณ์ใจ จึงร้องบอกกันว่า ตาเฮงจะสำลักน้ำตาย ช่วยกันเร็ว จึงพร้อมใจกันลากขาแกขึ้นมา พอพ้นน้ำจึงรู้ว่าแกหัวทิ่มลงไปในโคลนลึก มีรอยโคลนลึกแค่หน้าอกตาเฮง หน้าตาของตาเฮงก็โคลนเต็ม ชาวบ้านกลัวดินจะอุดปากอุดจมูกตาเฮง จึงช่วยกันล้างโคลน แคะโคลนในรูจมูก กว่าจะล้างหน้าตาเฮงเสร็จก็นานโข เห็นตาเฮงแน่นิ่งไป จึงต่างตกใจ ร้องบอกกันต่อๆ ไป พลหามที่เมาเต็มกรานถึงกับสร่างเมา
รีบหามตาเฮงมาวัด เข้าหาท่านพระครูหมอ ท่านพระครูรีบแก้ไข<noinclude></noinclude>
28vrvtlw5wcykpa6m0wn68tgbc0uufs
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/230
250
89892
290358
2026-05-25T04:25:12Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "เป็นการใหญ่ เหล่าพุทธบริษัทผ้าป่าต่างมุงกันแน่น ช่วยบีบช่วยนวดกันเป็นการใหญ่ แต่ตาเฮงคงตัวเย็นชืดอย่างเดิม จนตกเวลาแก้ไขเข้าไปหนึ่งชั่วโมง จึงรู้แน่ว่าตาเ..."
290358
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๒๘}}</noinclude>เป็นการใหญ่ เหล่าพุทธบริษัทผ้าป่าต่างมุงกันแน่น ช่วยบีบช่วยนวดกันเป็นการใหญ่ แต่ตาเฮงคงตัวเย็นชืดอย่างเดิม จนตกเวลาแก้ไขเข้าไปหนึ่งชั่วโมง จึงรู้แน่ว่าตาเฮงตาย มีเอะอะโวยวายอลวนกันอย่างใหญ่ ต่างโทษกันว่าคนนั้นชวนตาเฮงเล่นพิเรนทร์ถึงได้เกิดตาย พระทั้งวัดงงงันไปด้วยกัน ความครึกครื้นของงานผ้าป่าได้เงียบลงด้วยความสลดใจ ตาเฮงไม่มีลูก แต่เมียตาเฮงมาร้องไห้และด่าใครต่อใครเปื้อนไปหมด หาว่าทำให้ผัวแกตาย จึงรีบไปแจ้งกับตำรวจถึงสาเหตุตาเฮงตาย ทุกคนไม่มีใครหนีหาย เพราะทุกคนที่ร่วมสนุกไม่ได้ฆ่าตาเฮง แต่เหตุการณ์ได้เป็นไปเพราะเมาสุราจนไม่รู้ว่าภัยจะเกิดขึ้น มีการสอบสวนที่มาของการตายของตาเฮง ตำรวจจะนำศพตาเฮงไปชันสูตร แต่บรรดาพ่อเฒ่าแม่แก่ขอร้องไว้สักครู่ว่า ไหนๆ ตาเฮงก็ตั้งใจทำตนเป็นผีตายทอดผ้าป่า ก็ขอให้ได้สมใจตั้งของแก จึงเอาผ้าไตรมาวางบนศพแก ให้พระชักบังสุกุลไป จึงเกิดพิธีทอดผ้าป่าผีตายขึ้นจริงๆ ส่วนผ้าป่าองค์แท้นั้นก็รีบเร่งทอดกันโดยด่วน แล้วกองผ้าป่าทั้งหลายก็ต้องหันมาช่วยกันจัดการกับศพตาเฮงไปคนละเฟื้องคนละสลึง
119
ตามมีตามเกิด จัดการสวดในคืนนั้น ความเงียบสงัดวังเวงได้เกิดขึ้นกับทุกคน ที่ทนสลดใจไม่ไหวก็กรอกเหล้าเข้าไปดับความเศร้า ปู่อ่ำก้มหน้าโคลงหัว บ่นว่าผ้าป่าปีต่อไปเลิกฉลองกันที มีศรัทธาก็ร่วมบริจาคแล้วนำมาวัด ความตายของตาเฮงเป็นบทเรียน การกุศลที่กินเหล้าเสียจนมีการตายเกิดขึ้นในงานมงคลจะดีอย่างไรกัน แม่แก่ผ่อนบ่นว่า "กูว่าแล้ว อ้ายเฮงเว้ย เวรของมึง ดูไว้เถอะโว้ยทุกคนๆ การเล่นพิเรนทร์น่ะมันไม่เหมาะ" ทุกคนไม่มีใครเถียงแม่แก่เลย เพราะเห็นแต่สนุกจึงทุกข์ถนัด
ผมคิดแล้วคิดอีกว่าผมจะอยู่ฟังสวดอภิธรรมอีกจะไหวหรือไม่ ผมจะต้องเดินออกจากวัดไปคนเดียว ครั้นจะค้างบ้านปู่อ่ำอีกคืนก็ห่วงบ้านเพราะค้างมาคืนหนึ่งแล้ว ผมสังเกตสีหน้าอีกหลายคนที่จะต้องเดินผ่านทางที่ตาเฮงหัวทิ่มโคลนตายว่ามีความหนักใจตามๆ กันมากกว่าพวกที่อยู่บ้านใกล้ๆ ปู่อ่ำที่จะต้องเดินทางกลับบ้านผ่านแดนตายของตาเฮง ส่วนผมน่ะไม่ได้ผ่านทางอะไรกับโจรทั้งนั้น แต่จะต้องออกจากวัดคนเดียว และทั้งตาเฮงก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกับผม ถ้าจะหาทางเลี่ยงเสียแต่ยังวันๆ<noinclude></noinclude>
f78ovx1n8txw8rfvedpd1a10ug2g5sj
290359
290358
2026-05-25T04:50:28Z
สีทราย
11827
290359
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๒๘}}</noinclude>เป็นการใหญ่ เหล่าพุทธบริษัทผ้าป่าต่างมุงกันแน่น ช่วยบีบช่วยนวดเป็นการใหญ่ แต่ตาเฮงคงตัวเย็นชืดอย่างเดิม จนตกเวลาแก้ไขเข้าไปหนึ่งชั่วโมง จึงรู้แน่ว่าตาเฮงตาย มีเอะอะโวยวายอลวนกันอย่างใหญ่ ต่างโทษกันว่าคนนั้นคนนี้ชวนตาเฮงเล่นพิเรนทร์ถึงได้เกิดตาย พระทั้งวัดงงงันไปด้วยกัน ความครึกครื้นของงานผ้าป่าได้เงียบลงด้วยความสลดใจ ตาเฮงไม่มีลูก แต่เมียตาเฮงมาร้องไห้และด่าใครต่อใครเปื้อนไปหมด หาว่าทำให้ผัวแกตาย จึงรีบไปแจ้งกับตำรวจถึงสาเหตุตาเฮงตาย ทุกคนไม่มีใครหนีหาย เพราะทุกคนที่ร่วมสนุกไม่ได้ฆ่าตาเฮง แต่เหตุการณ์ได้เป็นไปเพราะเมาสุรา จนไม่รู้ว่าภัยจะเกิดขึ้น มีการสอบสวนที่มาของการตายของตาเฮง ตำรวจจะนำศพตาเฮงไปชันสูตร แต่บรรดาพ่อเฒ่าแม่แก่ขอร้องไว้สักครู่ว่า ไหนๆ ตาเฮงก็ตั้งใจทำตนเป็นผีตายทอดผ้าป่า ก็ขอให้ได้สมใจตั้งของแก จึงเอาผ้าไตรมาวางบนศพแก ให้พระชักบังสุกุลไป จึงเกิดพิธีทอดผ้าป่าผีตายขึ้นจริงๆ ส่วนผ้าป่าองค์แท้นั้นก็รีบเร่งทอดกันโดยด่วน แล้วกองผ้าป่าทั้งหลายก็ต้องหันมาช่วยกันจัดการกับศพตาเฮงไปคนละเฟื้องคนละสลึงตามมีตามเกิด จัดการสวดในคืนนั้น ความเงียบสงัดวังเวงได้เกิดขึ้นกับทุกคน ที่ทนสลดใจไม่ไหวก็กรอกเหล้าเข้าไปดับความเศร้า ปู่อ่ำก้มหน้าโคลงหัว บ่นว่าผ้าป่าปีต่อไปเลิกฉลองกันที มีศรัทธาก็ร่วมบริจาคแล้วนำมาวัด ความตายของตาเฮงเป็นบทเรียน การกุศลที่กินเหล้าเสียจนมีการตายเกิดขึ้นในงานมงคล จะดีอย่างไรกัน แม่แก่ผ่อนบ่นว่า "กูว่าแล้ว อ้ายเฮงเว้ย เวรของมึง ดูไว้เถอะโว้ยทุกคนๆ การเล่นพิเรนทร์น่ะมันไม่เหมาะ" ทุกคนไม่มีใครเถียงแม่แก่เลย เพราะเห็นแต่สนุก จึงทุกข์ถนัด
ผมคิดแล้วคิดอีกว่าผมจะอยู่ฟังสวดอภิธรรมอีกจะไหวหรือไม่ ผมจะต้องเดินออกจากวัดไปคนเดียว ครั้นจะค้างบ้านปู่อ่ำอีกคืนก็ห่วงบ้านเพราะค้างมาคืนหนึ่งแล้ว ผมสังเกตสีหน้าอีกหลายคนที่จะต้องเดินผ่านทางที่ตาเฮงหัวทิ่มโคลนตายว่ามีความหนักใจตามๆ กัน ส่วนพวกที่อยู่บ้านใกล้ๆ ปู่อ่ำมากกว่าพวกที่จะเดินทางกลับบ้านผ่านแดนตายของตาเฮง ส่วนผมน่ะไม่ได้ผ่านทางอะไรกับโจรทั้งนั้น แต่จะต้องออกจากวัดคนเดียว และทั้งตาเฮงก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกับผม ท่าจะหาทางเลี่ยงเสียแต่ยังวันๆ<noinclude></noinclude>
m4eefbvgifmd8udt0y7zlb56xxt5jxt
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/231
250
89893
290360
2026-05-25T04:52:35Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "เรื่องการเลี่ยงหนีพวกนี้ไปก็ยาก ประเดี๋ยวจะหาว่าผมหนีเอาตัวรอดในยามพวกพ้องมีทุกข์ ผมจึงออกอุบายอยากเหล้า ชวนเพื่อนบางคนไปหาเหล้าดื่มเพื่อดับความสลดใจนอกว..."
290360
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๒๙}}</noinclude>เรื่องการเลี่ยงหนีพวกนี้ไปก็ยาก ประเดี๋ยวจะหาว่าผมหนีเอาตัวรอดในยามพวกพ้องมีทุกข์ ผมจึงออกอุบายอยากเหล้า ชวนเพื่อนบางคนไปหาเหล้าดื่มเพื่อดับความสลดใจนอกวัด จึงเลยหลุดออกมานอกวัดได้ พอดื่มกันหอมปากหอมคอเพียงขาแกว่งๆ ผมก็ขอตัวกลับบ้าน อ้างว่าห่วงบ้าน ส่วนเพื่อนอีกสองสามคนก็เดินเซๆ โงนๆ เข้าวัดไปอีก
นี่แหละครับเรื่องของผ้าป่าผีตายมีดังนี้ ผมเองอายุไม่ทันจะเห็นเขาเล่นกันหรอกครับ พอได้ยินปู่อ่ำเล่าให้ฟัง พวกเรามาเล่นกันเข้า ก็มีเหตุดังนี้แหละ<noinclude></noinclude>
10uzlqbgs3ybl4pwof7xyk19phw25zi
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/233
250
89894
290361
2026-05-25T05:03:35Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "อ้ายทุยผู้ซื่อสัตย์ เรื่องนี้ได้บันทึกไว้จากปากคำของนายกล่อมผู้มีอาชีพเป็นชาวนา ตำบลคลองเปลง ในวันอาทิตย์หนึ่ง พวกเราที่ชอบเปลี่ยนอารมณ์ในด้านการยิง..."
290361
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๓๑}}</noinclude>อ้ายทุยผู้ซื่อสัตย์
เรื่องนี้ได้บันทึกไว้จากปากคำของนายกล่อมผู้มีอาชีพเป็นชาวนา ตำบลคลองเปลง
ในวันอาทิตย์หนึ่ง พวกเราที่ชอบเปลี่ยนอารมณ์ในด้านการยิงนกตกปลา ได้พากันขึ้นรถไฟสายปราจีนบุรี ไปลงที่สถานที "เปลง" ตรงไปบ้านผู้ใหญ่เติมที่เคยรู้จักมักคุ้นกัน หลายครั้งที่เราชอบไปบ้านผู้ใหญ่เติม ค้างแรมกันที่นั่น ใครชอบยิงนกก็ยิง ใครชอบตกปลาทอดแหก็เอาตามสมัคร ที่จำเป็นต้องไปบ้านผู้ใหญ่เติมในเดือนธันวาคม ก็เพราะเป็นเดือนไทย คือเดือนอ้ายหรือเดือนที่ ๑ เป็นหน้าน้ำลดปลาชุม แม้อากาศจะหนาวในเดือนนี้ก็จำเป็นนัก พวกเรามักชอบ<noinclude></noinclude>
d8dln2ppmv8d2bxjrb0c8eomhr9b6cr
290362
290361
2026-05-25T05:04:57Z
สีทราย
11827
290362
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๓๑}}</noinclude>อ้ายทุยผู้ซื่อสัตย์
เรื่องนี้ได้บันทึกไว้จากปากคำของนายกล่อมผู้มีอาชีพเป็นชาวนา ตำบลคลองเปลง
ในวันอาทิตย์หนึ่ง พวกเราที่ชอบเปลี่ยนอารมณ์ในด้านการยิงนกตกปลา ได้พากันขึ้นรถไฟสายปราจีนบุรี ไปลงที่สถานี "เปลง" ตรงไปบ้านผู้ใหญ่เติมที่เคยรู้จักมักคุ้นกัน หลายครั้งที่เราชอบไปบ้านผู้ใหญ่เติม ค้างแรมกันที่นั่น ใครชอบยิงนกก็ยิง ใครชอบตกปลาทอดแหก็เอาตามสมัคร ที่จำเป็นต้องไปบ้านผู้ใหญ่เติมในเดือนธันวาคม ก็เพราะเป็นเดือนไทย คือเดือนอ้ายหรือเดือนที่ ๑ เป็นหน้าน้ำลดปลาชุม แม้อากาศจะหนาวในเดือนนี้ก็จำเป็นนัก พวกเรามักชอบ<noinclude></noinclude>
s3hnkptv911ddrbun8jw0o2xzc3y4tf
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/234
250
89895
290363
2026-05-25T05:06:11Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "จะสุมไฟที่กลางดิน แล้วนั่งล้อมวงกันที่กลางดินในยามเช้าและยามค่ำคืนบ้าง ห่อมผ้ากันลมหนาวแล้วผิงไฟ"
290363
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๓๒}}</noinclude>จะสุมไฟที่กลางดิน แล้วนั่งล้อมวงกันที่กลางดินในยามเช้าและยามค่ำคืนบ้าง ห่อมผ้ากันลมหนาวแล้วผิงไฟ<noinclude></noinclude>
ovy5m35pgzw8nj2k69hwyvsnrjba6hn