วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.47.0-wmf.4 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/114 250 89902 290379 2026-05-31T23:19:49Z B20180 1467 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "คิดประการใด โจโฉจึงว่า ซึ่งตั๋งโต๊ะยกออกมาตั้งอยู่ ณ ด่านนั้น หวังจะสกัดต้นทางไว้ เราจำจะแบ่งเอานายทัพนายกองทั้งปวงคนละครึ่ง ยกไปตี อย่าให้ตั๋งโต๊ะตั้งอยู่ไ..." 290379 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="B20180" />{{หัวสามก๊ก|1=2|2=90|3=2}}</noinclude>คิดประการใด โจโฉจึงว่า ซึ่งตั๋งโต๊ะยกออกมาตั้งอยู่ ณ ด่านนั้น หวังจะสกัดต้นทางไว้ เราจำจะแบ่งเอานายทัพนายกองทั้งปวงคนละครึ่ง ยกไปตี อย่าให้ตั๋งโต๊ะตั้งอยู่ได้ อ้วนเสี้ยวเห็นชอบด้วย จึงให้อองของหนึ่ง เตียวเมาหนึ่ง เปาสิ้นหนึ่ง อ้วนอุ๋ยหนึ่ง ขงเล่งหนึ่ง เตียวเอี๋ยงหนึ่ง โตเกี๋ยสหนึ่ง กองซุนจ้านหนึ่ง คุมทหารซึ่งเกณฑ์คนละครึ่งนั้นก็ยกไปแล้วให้โจโฉเปนกองสอดแนม ให้เอาข่าวดีแลร้ายมาแจ้ง ขณะนั้นอองของคุมทหารไปถึงด่านเฮาโลก๋วนก่อน {{โครง}}<noinclude></noinclude> glo3h8j7fgv80bttb0catumbxteh80y หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/236 250 89903 290380 2026-06-01T07:47:21Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "เกิดเป็นคนรู้จักเจียมตัวเสียบ้าง ผมเลยหมดเสียง แต่ร้ายกว่านั้น แกเที่ยวเล่าเรื่องที่ผมพูดขัดขวางแกกับเพื่อนสาวๆ ในคลองนี้ แม่เพื่อนเหล่านั้นจะสงสารผมหรือจ..." 290380 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๓๔}}</noinclude>เกิดเป็นคนรู้จักเจียมตัวเสียบ้าง ผมเลยหมดเสียง แต่ร้ายกว่านั้น แกเที่ยวเล่าเรื่องที่ผมพูดขัดขวางแกกับเพื่อนสาวๆ ในคลองนี้ แม่เพื่อนเหล่านั้นจะสงสารผมหรือจะพลอยเกลียดผมไปด้วยก็ไม่ทราบ ดูเขาพายเรือผ่านบ้านไป เขาจะต้องเรียกอ้ายทุยๆ เสมอๆ เขาจะเรียกอ้ายทุยที่เป็นควายที่ผมเลี้ยง หรือจะเรียกผมว่าอ้ายทุย ก็ยากจะเข้าใจ ผมมันคนยาก ก็ก้มหน้าทำงานไปตามวาสนา จะเจ็บใจน้อยใจ ขมขื่นใจอย่างไรก็ต้องนิ่ง กินข้าเช้าแล้ว ก็นำอ้ายทุย อีเกออกกลางทุ่ง เย็นพากลับ พอกินข้าวเย็นแล้ว ก็ก้มหน้าสุมไฟสุมยุงให้อ้ายทุย อีเก แล้วก็ขึ้นห้างเฝ้าควายนอนอยู่กับอ้ายทุย อีเก อ้ายทุยจะชูหน้าขึ้นมาดูผมเสมอๆ ในขณะที่นอนอยู่บนห้าง คล้ายๆ มันจะเห็นใจผม หรือรักผมอย่างเพื่อนพวกเดียวกับมัน เห็นกันตลอดทั้งวันทั้งคืน ส่วนผมนั้นมองมันบ้างแล้วร้องอือออไปตามเรื่อง แล้วก็นอนรำพึงสงสารตัวเอง ผมเลยตัดใจจะเลิกคิดเลิกรักแม่บุญยิ่งเสียที ให้นึกเจียมตัวว่า อาศัยน้ำแกงน้ำปลาร้าราดหัวอยู่ ยังสะเออะเผยอหน้ารักลูกเจ้าของบ้าน แต่ดีอยู่อย่างหนึ่งที่อะไรต่ออะไร ผมมีอยู่ก็เพียงแต่ในใจอย่างลึกๆ ไม่เคยแสดงออกมานอกหน้าเลย แม้แต่จะมองให้สบตาแม่บุญยิ่ง ผมก็ไม่เคย ผมจะดู ก็แอบดูเท่านั้น ไม่ให้เขารู้ตัว เอ้อ! เรื่องของมนุษย์นี่มันยุ่งครับ พ่อบุญธรรมของผมไปช่วยเขาปลูกบ้านทางคุ้งโน้น เกิดไม้ทอดที่เดินชั้นอกไก่หน้าจั่วหัก แกพลัดตกลงมาถึงกับแย่เลย ขาหักเข้าเฝือก แขนนั้นไม่หักแต่ขัดบวมปูด ต้องนอนเจ็บแซ่วอยู่กับบ้าน ผมสิครับคุณ ไถนาคนเดียว แม่บุญยิ่งส่งข้าวตอนกลางวัน ช้าผิดเวลาบ้างผมหิวก็ทนเอา เขาทำอะไรตามใจเขา เรามันอาศัยใบบุญนี่ครับต้องทนทุกอย่าง เสียงพวกหนุ่มๆ สาวๆ ที่ไถนาอยู่ห่างๆ หัวเราะกัน แล้วพูดเปรยๆ ว่า "อ้ายทุยผู้ซื่อสัตย์ น่าเวทนามัน เห็นใจอ้ายทุย" ผมรู้ว่าเขาพูดถึงอ้ายทุยที่กำลังเทียมคันไถ และผมกำลังจับคันไถ แต่ก็สงสัยตงิดๆ ว่า อ้ายทุยนั้นเขาจะเรียกอ้ายทุยตัวจริง หรือจะเรียกผมว่าอ้ายทุยก็สุดจะเข้าใจ ครั้นผมจะร้องถามว่า "แกเรียกใครว่าอ้ายทุยโว้ย" ก็ดูกระไรอยู่ ไม่เหมาะจะถามเขา เพราะว่าเขาเรียกเป็นกลางๆ อ้ายทุยแท้ๆ มันก็อยู่กับผม ถ้าเขาหมายว่าอ้ายทุยคือผม มันก็สมแล้วที่จะเรียก เขาคงเข้าใจว่าผมมาทนเป็นขี้ข้าอยู่บ้านนี้ก็เพราะ<noinclude></noinclude> ev0m6hc5cq5thrm9io7wq4oqdvd3rm4 290381 290380 2026-06-01T07:58:38Z สีทราย 11827 290381 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๓๔}}</noinclude>เกิดเป็นคนรู้จักเจียมตัวเสียบ้าง ผมเลยหมดเสียง แต่ร้ายกว่านั้น แกเที่ยวเล่าเรื่องที่ผมพูดขัดขวางแกกับเพื่อนสาวๆ ในคลองนี้ แม่เพื่อนเหล่านั้นจะสงสารผมหรือจะพลอยเกลียดผมไปด้วยก็ไม่ทราบ ดูเขาพายเรือผ่านบ้านไป เขาจะต้องเรียกอ้ายทุยๆ เสมอๆ เขาจะเรียกอ้ายทุยที่เป็นควายที่ผมเลี้ยง หรือจะเรียกผมว่าอ้ายทุย ก็ยากจะเข้าใจ ผมมันคนยาก ก็ก้มหน้าทำงานไปตามวาสนา จะเจ็บใจน้อยใจ ขมขื่นใจอย่างไรก็ต้องนิ่ง กินข้าวเช้าแล้ว ก็นำอ้ายทุย อีเกออกกลางทุ่ง เย็นพากลับ พอกินข้าวเย็นแล้ว ก็ก้มหน้าสุมไฟสุมยุงให้อ้ายทุย อีเก แล้วก็ขึ้นห้างเฝ้าควายนอนอยู่กับอ้ายทุย อีเก อ้ายทุยจะชูหน้าขึ้นมาดูผมเสมอๆ ในขณะที่นอนอยู่บนห้าง คล้ายๆ มันจะเห็นใจผม หรือรักผมอย่างเพื่อนพวกเดียวกับมัน เห็นกันตลอดทั้งวันทั้งคืน ส่วนผมนั้นมองมันบ้างแล้วร้องอือออไปตามเรื่อง แล้วก็นอนรำพึงสงสารตัวเอง ผมเลยตัดใจจะเลิกคิดเลิกรักแม่บุญยิ่งเสียที ให้นึกเจียมตัวว่า อาศัยน้ำแกงน้ำปลาร้าราดหัวอยู่ ยังสะเออะเผยอหน้ารักลูกเจ้าของบ้าน แต่ดีอยู่อย่างหนึ่งที่อะไรต่ออะไร ผมมีอยู่ก็เพียงแต่ในใจอย่างลึกๆ ไม่เคยแสดงออกมานอกหน้าเลย แม้แต่จะมองให้สบตาแม่บุญยิ่ง ผมก็ไม่เคย ผมจะดู ก็แอบดูเท่านั้น ไม่ให้เขารู้ตัว เอ้อ! เรื่องของมนุษย์นี่มันยุ่งครับ พ่อบุญธรรมของผมไปช่วยเขาปลูกบ้านทางคุ้งโน้น เกิดไม้ทอดที่เดินชั้นอกไก่หน้าจั่วหัก แกพลัดตกลงมาถึงกับแย่เลย ขาหักเข้าเฝือก แขนนั้นไม่หักแต่ขัดบวมปูด ต้องนอนเจ็บแซ่วอยู่กับบ้าน ผมสิครับคุณ ไถนาคนเดียว แม่บุญยิ่งส่งข้าวตอนกลางวัน ช้าผิดเวลาบ้างผมหิวก็ทนเอา เขาทำอะไรตามใจเขา เรามันอาศัยใบบุญนี่ครับต้องทนทุกอย่าง เสียงพวกหนุ่มๆ สาวๆ ที่ไถนาอยู่ห่างๆ หัวเราะกัน แล้วพูดเปรยๆ ว่า "อ้ายทุยผู้ซื่อสัตย์ น่าเวทนามัน เห็นใจอ้ายทุย" ผมรู้ว่าเขาพูดถึงอ้ายทุยที่กำลังเทียมคันไถ และผมกำลังจับคันไถ แต่ก็สงสัยตงิดๆ ว่า อ้ายทุยนั้นเขาจะเรียกอ้ายทุยตัวจริง หรือจะเรียกผมว่าอ้ายทุยก็สุดจะเข้าใจ ครั้นผมจะร้องถามว่า "แกเรียกใครว่าอ้ายทุยโว้ย" ก็ดูกระไรอยู่ ไม่เหมาะจะถามเขา เพราะว่าเขาเรียกเป็นกลางๆ อ้ายทุยแท้ๆ มันก็อยู่กับผม ถ้าเขาหมายว่าอ้ายทุยคือผม มันก็สมแล้วที่จะเรียก เขาคงเข้าใจว่าผมมาทนเป็นขี้ข้าอยู่บ้านนี้ก็เพราะ<noinclude></noinclude> efo9ofau6ngm9gx54os694tqrqvshq6 หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/237 250 89904 290382 2026-06-01T08:11:12Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "หลงรักแม่บุญยิ่ง ความจริงแล้วไม่ใช่เลย ผมรักพ่อบุญธรรมของผม ผมจึงทนอยู่" เขาหยุดพูด แล้วดื่มสุราอั๊กใหญ่ คล้ายจะกลับนึกฉันเฉียวอะไรขึ้นมาในครั้งเก่า พวกเราน..." 290382 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๓๕}}</noinclude>หลงรักแม่บุญยิ่ง ความจริงแล้วไม่ใช่เลย ผมรักพ่อบุญธรรมของผม ผมจึงทนอยู่" เขาหยุดพูด แล้วดื่มสุราอั๊กใหญ่ คล้ายจะกลับนึกฉันเฉียวอะไรขึ้นมาในครั้งเก่า พวกเรานิ่งฟังเขาด้วยความเห็นใจ และสงสารเขา เพราะนายกล่อมรูปร่างจะหาสวยบ้างก็ยากเต็มที "มาตอนท้ายสิคุณ" เขาพูดต่อ "พอเข้าแล้งหนึ่ง พวกเพื่อนนายบุญเลี้ยงกลับกรุงเทพฯ แม่บุญยิ่งก็หายไปด้วย พ่อบุญธรรมของผมรักษาขาหักหายพอเดินได้ แกรู้ว่าลูกสาวหนีไปล้ว แกโกรธอยู่พักหนึ่ง แต่แล้วก็เฉยไปอย่างเดิม แต่ผมสิครับใจหายอยู่ภายใน ไม่พูดไม่จาอะไรทั้งนั้น ตื่นแต่มืดหุงข้าวหากับข้าวไว้ให้พ่อบุญธรรมแล้วห่อไปสำหรับตัวเอง ต้อนอ้ายทุยกับอีเกออกทุ่งตามเคย พ่อบุญธรรมของผมแกพูดลอยๆ ว่า "มันจะไปไหนกะมัน น้ำตาเช็ดหัวเข่าเข้าก็ต้องกลับ" ผมมองดูแก แต่ไม่ได้ออกความเห็นอะไร เพราะไม่ทราบว่าแม่บุญยิ่งตามใครไปกันแน่ ถ้าแม่ยิ่งรักกับนายบุญเลี้ยง คงจะไม่ทำดังนี้ เพราะเสี่ยเฮ้งจะไม่ยอมทำอย่างแน่นอน ที่จะเพาะศัตรูขึ้นโดยลูกชายก่อขึ้น กลัวจะเป็นคนอื่นในจำนวนเพื่อนๆ ของนายบุญเลี้ยง ผมเคยเห็นลูกเพื่อนบ้านกัน เขาพากันหนี พอได้ ๗ วัน ๑๕ วัน เขาก็มาสมากัน โดยมีผู้ใหญ่มาลุกนั่งตามธรรมเนียม นี่พ่อแกก็รอคอย เดือนแล้วเดือนเล่าก็ไม่โผล่มา "กล่อมโว้ย อ้ายลูกรักของพ่อ" แกเรียกผม ซึ่งผมเองก็นั่งอยู่แค่นอกชาน แต่หันหลังให้แก หันหน้าลงคลอง ตาเหม่อมองอะไรต่ออะไรไปตามเรื่อง พอได้ยินแกเรียก ผมก็หันมามองแกที่กำลังนอนเล่นอยู่ที่ระเบียง แกพูดต่อไปว่า "ไปคิดถึงมันทำไมวะกะอีคนใจง่าย พ่อของมัน มันยังทิ้ง ประสาอะไรกับมึงล่ะ อยู่กันเห็นหน้้าเพียงสามคน มันยังตัดใจไปได้ ลืมเสียดีกว่าโว้ย" แกพูดอย่างนี้ ผมเสียวแปลบเข้าหัวใจ ทำไมแกรู้ว่าผมกำลังนั่งนึกถึงบุญยิ่งอยู่ ผมไม่ได้ตอบอะไรแกสักคำ หันหน้ากลับมองไปในคลองอีก ผมกลายเป็นคนไม่พูดอะไรมากนัก ตั้งแต่แม่บุญยิ่งจากไป พูดกับพ่อแกพอรู้เรื่องแล้วก็จากไปทำงานตามเคย ควายสองตัวเท่านั้นคือขวัญใจของผม พวกเพื่อนแม่บุญยิ่งค่อยๆ ดีกับผม พูดล้อพูดเลียนบ้าง แต่ผมไม่กล้าล้อเขา เพราะเป็นคนที่ต่างบ้านมา ไม่ได้เกิดที่นี่ จะทำสนิทกับเขาอย่างเกิดบ้านนี้อย่างไรได้ ทักทายกันพอหอมปาก<noinclude></noinclude> er730govrps1eeg8ly335t9sl3kw5pi