วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.4
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 657/2563
0
43391
290388
162820
2026-06-02T09:51:42Z
~2026-32754-72
12330
ฟฟ
290388
wikitext
text/x-wiki
{{หัวเรื่อง
<!-- ข้อมูลหลัก -->
| ชื่อ = {{PAGENAME}} ในความอาญา ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม โจทก์ [ปกปิด] จำเลย เรื่อง ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ฉ้อโกง ความผิดต่อพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563
| ปี =
| ผู้สร้างสรรค์ = ศาลฎีกา
| บรรณาธิการ =
| ผู้แปล =
| ส่วน =
| ผู้มีส่วนร่วม =
| ก่อนหน้า =
| ถัดไป =
| หมายเหตุ =
<!-- ข้อมูลย่อย (สำหรับจัดระเบียบหรือเชื่อมโยงไปหน้าอื่น) -->
| หมวดหมู่ =
| แก้กำกวม =
| รุ่น =
| สถานีย่อย = มหาวิทยาลัยรามคำแหง
| ผู้สร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้อง =
| วิกิพีเดีย =
| คอมมอนส์ =
| หมวดหมู่คอมมอนส์ =
| วิกิคำคม =
| วิกิข่าว =
| วิกิพจนานุกรม =
| วิกิตำรา =
| วิกิห้องสมุด =
| วิกิสนเทศ =
| วิกิท่องเที่ยว =
| วิกิวิทยาลัย =
| วิกิสปีชีส์ =
| เมทา =
}}
<pages index="ฎีกา ๒๕๖๓-๖๕๗.pdf" from="1" to="11"/>
==บรรณานุกรม==
* ศาลฎีกา. (2563, 4 กุมภาพันธ์). ''{{PAGENAME}} ในความอาญา ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม โจทก์ [ปกปิด] จำเลย เรื่อง ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ฉ้อโกง ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563''. สืบค้นจาก [[ดัชนี:ฎีกา ๒๕๖๓-๖๕๗.pdf|https://www.facebook.com/ReabProsecutor/posts/1286040595081702]]
{{สาธารณสมบัติ-ไทย-ยกเว้น|4}}
[[หมวดหมู่:งานในปี พ.ศ. 2563]]
[[หมวดหมู่:คำพิพากษา|ฎีกาที่ 657/2563]]
5no5nt6j6qoz76gvwvosu67ak41326v
หน้า:ฎีกา ๒๕๖๓-๖๕๗.pdf/1
250
43392
290389
161745
2026-06-02T10:13:38Z
~2026-32754-72
12330
290389
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" /></noinclude>{{เอกสารศาล
|ซ้ายบน = ◯ (๓๑)
|ขวาบน = {{u|สำหรับศาลใช้}}
|ซ้ายกลาง = คำพิพากษา
|ซ้ายล่าง = ที่ ๖๕๗/๒๕๖๓
|ขวาล่าง = ศาลฎีกา<br>วันที่ ๒๗ เดือน พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
}}
{{กลาง|ความอาญา}}
{|
|-
| rowspan=3 | ระหว่าง
| rowspan=3 width=10em |
| rowspan=3 width=10em | {{ปก2|3|l}}
| นายประจักษ์ สวัสดิ์เมือง
| โจทก์
|-
|
|
|-
|นายทำนาย ธีระวัชรมาศ
| จำเลย
|-style="vertical-align:top;"
| เรื่อง
|
|
| colspan=2|ฉ้อโกงทรัพย์
|-
|}
จำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงวันที่ ๑๒ เดือน กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ ศาลฎีการับวันที่ ๑๘ เดือน มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
ryo87ptt1hzx7pr9ds5y298acwko5m2
290390
290389
2026-06-02T10:32:36Z
~2026-32754-72
12330
290390
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" /></noinclude>{{เอกสารศาล
|ซ้ายบน = ◯ (๓๑)
|ขวาบน = {{u|สำหรับศาลใช้}}
|ซ้ายกลาง = คำพิพากษา
|ซ้ายล่าง = ที่ ๖๕๗/๒๕๖๓
|ขวาล่าง = ศาลฎีกา<br>วันที่ ๕ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๓
}}
{{กลาง|ความอาญา}}
{|
|-
| rowspan=3 | ระหว่าง
| rowspan=3 width=10em |
| rowspan=3 width=10em | {{ปก2|3|l}}
| พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม
| โจทก์
|-
|
|
|-
| {{ตัดออก|20|color=white}}
| จำเลย
|-style="vertical-align:top;"
| เรื่อง
|
|
| colspan=2 | ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ฉ้อโกง ความผิดต่อพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง
|-
|}
จำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ลงวันที่ ๕ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ ศาลฎีการับวันที่ ๓ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
l31d0ahgqasilkih69wj6a67q7n4ji9
290391
290390
2026-06-02T10:43:57Z
~2026-32754-72
12330
290391
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" /></noinclude>{{เอกสารศาล
|ซ้ายบน = ◯ (๓๑)
|ขวาบน = {{u|สำหรับศาลใช้}}
|ซ้ายกลาง = คำพิพากษา
|ซ้ายล่าง = ที่ ๖๕๗/๒๕๖๓
|ขวาล่าง = ศาลฎีกา<br>วันที่ วันที่ ๕ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๓
}}
{{กลาง|ความอาญา}}
{|
|-
| rowspan=3 | ระหว่าง
| rowspan=3 width=10em |
| rowspan=3 width=10em | {{ปก2|3|l}}
|พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม
| โจทก์
|-
|
|
|-
|
| จำเลย
|-style="vertical-align:top;"
| เรื่อง
|
|
| colspan=2|ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ฉ้อโกง ความผิดต่อพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง
|-
|}
จำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ลงวันที่ ๕ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ ศาลฎีการับวันที่ ๓ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
psqpjhsabgyaty971mtirxwb7womhad
290392
290391
2026-06-02T10:46:56Z
~2026-32754-72
12330
290392
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" /></noinclude>{{เอกสารศาล
|ซ้ายบน = ◯ (๓๑)
|ขวาบน = {{u|สำหรับศาลใช้}}
|ซ้ายกลาง = คำพิพากษา
|ซ้ายล่าง = ที่ ๖๕๗/๒๕๖๓
|ขวาล่าง = ศาลฎีกา<br>วันที่ ๕ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๓
}}
{{กลาง|ความอาญา}}
{|
|-
| rowspan=3 | ระหว่าง
| rowspan=3 width=10em |
| rowspan=3 width=10em | {{ปก2|3|l}}
| พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม
| โจทก์
|-
|
|
|-
| {{ตัดออก|20|color=white}}
| จำเลย
|-style="vertical-align:top;"
| เรื่อง
|
|
| colspan=2 | ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ฉ้อโกง ความผิดต่อพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง
|-
|}
จำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ลงวันที่ ๕ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ ศาลฎีการับวันที่ ๓ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
l31d0ahgqasilkih69wj6a67q7n4ji9
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/237
250
89904
290385
290382
2026-06-02T02:23:50Z
สีทราย
11827
290385
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๓๕}}</noinclude>หลงรักแม่บุญยิ่ง ความจริงแล้วไม่ใช่เลย ผมรักพ่อบุญธรรมของผม ผมจึงทนอยู่" เขาหยุดพูด แล้วดื่มสุราอั๊กใหญ่ คล้ายจะกลับนึกฉุนเฉียวอะไรขึ้นมาในครั้งเก่า พวกเรานิ่งฟังเขาด้วยความเห็นใจ และสงสารเขา เพราะนายกล่อมรูปร่างจะหาสวยบ้างก็ยากเต็มที
"มาตอนท้ายสิคุณ" เขาพูดต่อ "พอเข้าแล้งหนึ่ง พวกเพื่อนนายบุญเลี้ยงกลับกรุงเทพฯ แม่บุญยิ่งก็หายไปด้วย พ่อบุญธรรมของผมรักษาขาหักหายพอเดินได้ แกรู้ว่าลูกสาวหนีไปแล้ว แกโกรธอยู่พักหนึ่ง แต่แล้วก็เฉยไปอย่างเดิม แต่ผมสิครับใจหายอยู่ภายใน ไม่พูดไม่จาอะไรทั้งนั้น ตื่นแต่มืดหุงข้าวหากับข้าวไว้ให้พ่อบุญธรรมแล้วห่อไปสำหรับตัวเอง ต้อนอ้ายทุยกับอีเกออกทุ่งตามเคย พ่อบุญธรรมของผมแกพูดลอยๆ ว่า "มันจะไปไหนกะมัน น้ำตาเช็ดหัวเข่าเข้าก็ต้องกลับ" ผมมองดูแก แต่ไม่ได้ออกความเห็นอะไร เพราะไม่ทราบว่าแม่บุญยิ่งตามใครไปกันแน่ ถ้าแม่ยิ่งรักกับนายบุญเลี้ยง คงจะไม่ทำดังนี้ เพราะเสี่ยเฮ้งจะไม่ยอมทำอย่างแน่นอน ที่จะเพาะศัตรูขึ้นโดยลูกชายก่อขึ้น กลัวจะเป็นคนอื่นในจำนวนเพื่อนๆ ของนายบุญเลี้ยง ผมเคยเห็นลูกเพื่อนบ้านกัน เขาพากันหนี พอได้ ๗ วัน ๑๕ วัน เขาก็มาสมากัน โดยมีผู้ใหญ่มาลุกนั่งตามธรรมเนียม นี่พ่อแกก็รอคอย เดือนแล้วเดือนเล่าก็ไม่โผล่มา
"กล่อมโว้ย อ้ายลูกรักของพ่อ" แกเรียกผม ซึ่งผมเองก็นั่งอยู่แค่นอกชาน แต่หันหลังให้แก หันหน้าลงคลอง ตาเหม่อมองอะไรต่ออะไรไปตามเรื่อง พอได้ยินแกเรียก ผมก็หันมามองแกที่กำลังนอนเล่นอยู่ที่ระเบียง แกพูดต่อไปว่า "ไปคิดถึงมันทำไมวะกะอีคนใจง่าย พ่อของมัน มันยังทิ้ง ประสาอะไรกับมึงล่ะ อยู่กันเห็นหน้าเพียงสามคน มันยังตัดใจไปได้ ลืมเสียดีกว่าโว้ย" แกพูดอย่างนี้ ผมเสียวแปลบเข้าหัวใจ ทำไมแกรู้ว่าผมกำลังนั่งนึกถึงบุญยิ่งอยู่ ผมไม่ได้ตอบอะไรแกสักคำ หันหน้ากลับมองไปในคลองอีก ผมกลายเป็นคนไม่พูดอะไรมากนัก ตั้งแต่แม่บุญยิ่งจากไป พูดกับพ่อแกพอรู้เรื่องแล้วก็จากไปทำงานตามเคย ควายสองตัวเท่านั้นคือขวัญใจของผม พวกเพื่อนแม่บุญยิ่งค่อยๆ ดีกับผม พูดล้อพูดเลียนบ้าง แต่ผมไม่กล้าล้อเขา เพราะเป็นคนที่ต่างบ้านมา ไม่ได้เกิดที่นี่ จะทำสนิทกับเขาอย่างเกิดบ้านนี้อย่างไรได้ ทักทายกันพอหอมปาก<noinclude></noinclude>
dpxr7ysl2urc4c0ohlyv4r7sfvhokkh
หน้า:คหก กรุงเก่า ขุนหลวงฯ หลวงประเสริฐ - ๒๕๑๕.pdf/393
250
89905
290383
2026-06-01T14:21:19Z
Peatlnwza
10757
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "<section begin="393-1" />ที่พระขวัญประสูติจากครรภ์พระมารดานั้น มีเหตุเป็นนิมิตต่าง ๆ เป็นต้นว่าแผ่นดินไหว ประชาชนพากันเลื่องลือว่าผู้มีบุญมาเกิด ๚ {{ฟม}}และพระราเมศวรนั้นไม่ใ..."
290383
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๓๕๙}}</noinclude><section begin="393-1" />ที่พระขวัญประสูติจากครรภ์พระมารดานั้น มีเหตุเป็นนิมิตต่าง ๆ เป็นต้นว่าแผ่นดินไหว ประชาชนพากันเลื่องลือว่าผู้มีบุญมาเกิด ๚
{{ฟม}}และพระราเมศวรนั้นไม่ใคร่พอพระพัยในทางยศศักดิ์ แม้จะเสด็จประพาสที่ใด ๆ ก็ไม่มีขบวนแห่แหน ให้แต่องครักษ์ตามเสด็จเล็กน้อยเท่านั้น พอพระทัยแต่ที่จะบำรุงไพร่บ้านพลเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุขอย่างเดียว จึงทรงตั้งเจ้าพระยาศรีสรศักดิ์เป็นพระมหาอุปราช ดูแลกิจการบ้านเมืองต่างพระองค์ ในเวลานั้นพระมหาอุปราชถืออาชญาสิทธิ์สำเร็จราชการบ้านเมืองต่างพระองค์พระราเมศวรทั้งสิ้น พระราเมศวรให้สร้างวัดขึ้น ๔ วัด คือ วัดบุรบาริมวัด ๑ วัดรัตนาปราสาทวัด ๑ วัดบรมราสัตย์วัด ๑ วัด วัดชังคะยีวัด ๑ แล้วให้ปฏิสังขรณ์วัดสุมังคลารามวัด ๑ เมื่อพระราเมศวรเสวยราชย์ พระชนม์ได้ ๕๕ พรรษา อยู่ในพระราชสมบัติ ๑๔ พรรษา ครั้น พระชนม์ได้ ๖๙ พรรษา ก็เสด็จสวรรคต พระราเมศวรสมภพวันศุกร์ ๚
<section end="393-1" />
<section begin="393-2" />{{ฟม}}ข้าราชทั้งปวงจึ่งเชิญพระมหาอุปราชขึ้นครองราชสมบัติเมื่อ ณ {{จ|๗|๔||๖}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๖๓ ในวันเมื่อทำการราชาภิเษกนั้นเกิดมหัศจรรย์มีแสงสว่างทั่วไปทั้งพระราชวัง ข้าราชการทั้งปวงถือเอานิมิตนั้นเป็นเหตุ ถวายพระนามว่า พระเจ้าสุริเยนทราธิบดี ภายหลังปรากฏพระนามอีกอย่างหนึ่งว่า นรามรินทร์ พระเจ้าสุริเยนทราธิบดีมีพระมเหสีทรงพระนามว่า พระพันปีหลวง ๚
{{ฟม}}ครั้น{{ตตฉ|ตอ|ต่อ}}มา พระขวัญราชโอรสพระราเมศวร{{ตตฉ|ม|มี}}พระชนม์<section end="393-2" /><noinclude></noinclude>
sn2jgpof92n8giqelvl0egmbj36jep7
290384
290383
2026-06-01T14:21:46Z
Peatlnwza
10757
290384
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๓๕๙}}</noinclude><section begin="393-1" />ที่พระขวัญประสูติจากครรภ์พระมารดานั้น มีเหตุเป็นนิมิตต่าง ๆ เป็นต้นว่าแผ่นดินไหว ประชาชนพากันเลื่องลือว่าผู้มีบุญมาเกิด ๚
{{ฟม}}และพระราเมศวรนั้นไม่ใคร่พอพระพัยในทางยศศักดิ์ แม้จะเสด็จประพาสที่ใด ๆ ก็ไม่มีขบวนแห่แหน ให้แต่องครักษ์ตามเสด็จเล็กน้อยเท่านั้น พอพระทัยแต่ที่จะบำรุงไพร่บ้านพลเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุขอย่างเดียว จึงทรงตั้งเจ้าพระยาศรีสรศักดิ์เป็นพระมหาอุปราช ดูแลกิจการบ้านเมืองต่างพระองค์ ในเวลานั้นพระมหาอุปราชถืออาชญาสิทธิ์สำเร็จราชการบ้านเมืองต่างพระองค์พระราเมศวรทั้งสิ้น พระราเมศวรให้สร้างวัดขึ้น ๔ วัด คือ วัดบุรบาริมวัด ๑ วัดรัตนาปราสาทวัด ๑ วัดบรมราสัตย์วัด ๑ วัด วัดชังคะยีวัด ๑ แล้วให้ปฏิสังขรณ์วัดสุมังคลารามวัด ๑ เมื่อพระราเมศวรเสวยราชย์ พระชนม์ได้ ๕๕ พรรษา อยู่ในพระราชสมบัติ ๑๔ พรรษา ครั้นพระชนม์ได้ ๖๙ พรรษา ก็เสด็จสวรรคต พระราเมศวรสมภพวันศุกร์ ๚
<section end="393-1" />
<section begin="393-2" />{{ฟม}}ข้าราชทั้งปวงจึ่งเชิญพระมหาอุปราชขึ้นครองราชสมบัติเมื่อ ณ {{จ|๗|๔||๖}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๖๓ ในวันเมื่อทำการราชาภิเษกนั้นเกิดมหัศจรรย์มีแสงสว่างทั่วไปทั้งพระราชวัง ข้าราชการทั้งปวงถือเอานิมิตนั้นเป็นเหตุ ถวายพระนามว่า พระเจ้าสุริเยนทราธิบดี ภายหลังปรากฏพระนามอีกอย่างหนึ่งว่า นรามรินทร์ พระเจ้าสุริเยนทราธิบดีมีพระมเหสีทรงพระนามว่า พระพันปีหลวง ๚
{{ฟม}}ครั้น{{ตตฉ|ตอ|ต่อ}}มา พระขวัญราชโอรสพระราเมศวร{{ตตฉ|ม|มี}}พระชนม์<section end="393-2" /><noinclude></noinclude>
b2gq5yhcod5moh5rmn4onbqg5132vig
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/238
250
89906
290386
2026-06-02T04:46:07Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "หอมคอ เขาก็จากไปทำงาน เป็นแต่ไม่ลืมคำพูดที่คล้ายๆ ปรารภกับตัวเองว่า "สงสารจริงเหวยเจ้าทุยผู้ซื่อสัตย์" คราวนี้ผมรู้ชัดว่า คำที่เรียกอ้ายทุยนั้นก็คือผม จึงต้อ..."
290386
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๓๖}}</noinclude>หอมคอ เขาก็จากไปทำงาน เป็นแต่ไม่ลืมคำพูดที่คล้ายๆ ปรารภกับตัวเองว่า "สงสารจริงเหวยเจ้าทุยผู้ซื่อสัตย์" คราวนี้ผมรู้ชัดว่า คำที่เรียกอ้ายทุยนั้นก็คือผม จึงต้อนควายทั้งสองเข้าสู่ทุ่ง ก้มหน้าน้ำตาไหล สาแก่ใจตนเองที่ไม่เจียมตัว" นายกล่อมหยุดพูด คล้ายจะพูดอะไรต่อไปอีกไม่ไหว วงสุราเราชักเงียบงัน ทุกคนมองหน้านายกล่อมด้วยหัวใจที่แสนจะเวทนา สงสารใจคอแห้งไปด้วย นึกถึงชายรูปร่างขี้ริ้วผู้นี้มีนิยายรักแสนขมขื่นใจตัวเอง เป็นความรักอย่างข้าทาส
ผู้ใหญ่เติมฟังไปก้มหน้าปิ้งปลากรอบและปลาตะเพียนใส่เกลือตากแห้ง กลิ่นเข้าจมูกถึงกลืนน้ำลาย พวกเราจึงรินเหล้าใส่แก้วกันอีก ผู้ใหญ่ร่างผอมก็ยกหม้อต้มยำปลาช่อนเทเติมลงชามใหญ่อีก ทั้งรีบปรุงรสเปรี้ยวเค็มเผ็ดให้คงที่ เราดื่มและกินแกล้มกันอย่างเงียบ กลิ่นโคลนและกลิ่นสาหร่ายชายคลองทั้งสาบควายโชยมาตามลม ทำให้เห็นใจในสภาพชาวนา มันเป็นความสุขชนิดวังเวงของเขา เสียงปลาผุดและนกร้อง น่ารื่นรมย์สำหรับคนที่ไม่มีความหลัง แต่คนมีความหลังอย่างนายกล่อม ธรรมชาติเหล่านี้หาช่วยอะไรนายกล่อมได้
"ยังไม่จบไม่ใช่รึครับ" คนหนึ่งถาม เมื่อดื่มเข้าไปแล้ว ฤทธิ์ของมันก็ซาบซ่านคลายใจแห้งลงไปได้
"อ๋อ! ยังครับ" นายกล่อมตอบ "ต่อมาอีนาน คืนหนึ่งเดือนหงายข้างแรม ผมนอนคิดอะไรต่ออะไรอยู่บนห้างควาย ได้ยินเสียงอ้ายทุยและอีเกฟึ่ดฟั่ด และมีเสียงขยับตัวอย่างแรงคล้ายจะกระโจนออกนอกคอก ผมตกใจ คิดว่าขโมยมันจะมาเล่นงานผมละ จึงผงกหัวขึ้นมอง ผมอยู่ในห้างมีความมืด ย่อมเห็นอะไรๆ ภายนอกได้ถนัด ผมก็เห็นภาพคนคนหนึ่งมีผ้าคลุมหัว นุ่งผ้าถุง แต่งกายบอกชัดว่าเป็นหญิง ยืนเบียดโคนเสาใต้ถุนอยู่เงียบๆ ผมก็เพ่งตาดูอย่างเงียบๆ ไม่กระดิกตัว ดูทีดูท่าก่อน ผู้นั้นจะมาไม้ไหนกับผม พลางคลำดูปืนยาวลูกซองให้แน่ใจว่ายังอยู่ดีหรือไม่ พอเป็นเพื่อนอุ่นใจ ภาพนั้นนิ่งอยู่หลายอึดใจ ไม่กระดิกตัวเลยจนครู่ใหญ่ๆ จึงค่อยๆ เคลื่อนกายเข้ามาที่ห้างของผม อ้ายทุยกับอีเกฮึดฮัดทำให้ผมอุ่นใจว่า แม้ผู้นั้นจะมาปล้นควายก็คงไม่สำเร็จ เพราะควายฮึดสู้ มึงเอาควายไปยากแน่ๆ ละหวา แต่พอร่างนั้นเข้ามาใกล้ แล้วเอาผ้าคลุม<noinclude></noinclude>
fz9suo8bbtq1m80w8hbkhsj8l3khdu2
290387
290386
2026-06-02T09:32:02Z
สีทราย
11827
290387
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๓๖}}</noinclude>หอมคอ เขาก็จากไปทำงาน เป็นแต่ไม่ลืมคำพูดที่คล้ายๆ ปรารภกับตัวเองว่า "สงสารจริงเหวยเจ้าทุยผู้ซื่อสัตย์" คราวนี้ผมรู้ชัดว่า คำที่เรียกอ้ายทุยนั้นก็คือผม จึงต้อนควายทั้งสองเข้าสู่ทุ่ง ก้มหน้าน้ำตาไหล สาแก่ใจตนเองที่ไม่เจียมตัว" นายกล่อมหยุดพูด คล้ายจะพูดอะไรต่อไปอีกไม่ไหว วงสุราเราชักเงียบงัน ทุกคนมองหน้านายกล่อมด้วยหัวใจที่แสนจะเวทนา สงสารใจคอแห้งไปด้วย นึกถึงชายรูปร่างขี้ริ้วผู้นี้มีนิยายรักแสนขมขื่นใจตัวเอง เป็นความรักอย่างข้าทาส
ผู้ใหญ่เติมฟังไปก้มหน้าปิ้งปลากรอบและปลาตะเพียนใส่เกลือตากแห้ง กลิ่นเข้าจมูกถึงกลืนน้ำลาย พวกเราจึงรินเหล้าใส่แก้วกันอีก ผู้ใหญ่ร่างผอมก็ยกหม้อต้มยำปลาช่อนเทเติมลงชามใหญ่อีก ทั้งรีบปรุงรสเปรี้ยวเค็มเผ็ดให้คงที่ เราดื่มและกินแกล้มกันอย่างเงียบ กลิ่นโคลนและกลิ่นสาหร่ายชายคลองทั้งสาบควายโชยมาตามลม ทำให้เห็นใจในสภาพชาวนา มันเป็นความสุขชนิดวังเวงของเขา เสียงปลาผุดและนกร้อง น่ารื่นรมย์สำหรับคนที่ไม่มีความหลัง แต่คนมีความหลังอย่างนายกล่อม ธรรมชาติเหล่านี้หาช่วยอะไรนายกล่อมได้
"ยังไม่จบไม่ใช่รึครับ" คนหนึ่งถาม เมื่อดื่มเข้าไปแล้ว ฤทธิ์ของมันก็ซาบซ่านคลายใจแห้งลงไปได้
"อ๋อ! ยังครับ" นายกล่อมตอบ "ต่อมาอีกนาน คืนหนึ่งเดือนหงายข้างแรม ผมนอนคิดอะไรต่ออะไรอยู่บนห้างควาย ได้ยินเสียงอ้ายทุยและอีเกฟึ่ดฟั่ด และมีเสียงขยับตัวอย่างแรงคล้ายจะกระโจนออกนอกคอก ผมตกใจ คิดว่าขโมยมันจะมาเล่นงานผมละ จึงผงกหัวขึ้นมอง ผมอยู่ในห้างมีความมืด ย่อมเห็นอะไรๆ ภายนอกได้ถนัด ผมก็เห็นภาพคนคนหนึ่งมีผ้าคลุมหัว นุ่งผ้าถุง แต่งกายบอกชัดว่าเป็นหญิง ยืนเบียดโคนเสาใต้ถุนอยู่เงียบๆ ผมก็เพ่งตาดูอย่างเงียบๆ ไม่กระดิกตัว ดูทีดูท่าก่อน ผู้นั้นจะมาไม้ไหนกับผม พลางคลำดูปืนยาวลูกซองให้แน่ใจว่ายังอยู่ดีหรือไม่ พอเป็นเพื่อนอุ่นใจ ภาพนั้นนิ่งอยู่หลายอึดใจ ไม่กระดิกตัวเลยจนครู่ใหญ่ๆ จึงค่อยๆ เคลื่อนกายเข้ามาที่ห้างของผม อ้ายทุยกับอีเกฮึดฮัดทำให้ผมอุ่นใจว่า แม้ผู้นั้นจะมาปล้นควายก็คงไม่สำเร็จ เพราะควายฮึดสู้ มึงเอาควายไปยากแน่ๆ ละหวา แต่พอร่างนั้นเข้ามาใกล้ แล้วเอาผ้าคลุม<noinclude></noinclude>
n720bnz1p3qco4sq1gudyfqx0vuc4ft