วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.5
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
หน้า:Prachum Phongsawadan (01) 2457.djvu/150
250
44871
290412
263982
2026-06-08T05:15:37Z
Peatlnwza
10757
290412
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{หว|๑๒๐|พงษาวดาร ฉบับหลวงประเสริฐ|}}</noinclude>{{ฟม}}ศักราช ๘๒๐ ขาลศก (พ.ศ. ๒๐๐๑) ครั้งนั้น ให้บุณพระสาสนาบริบูรณ แลหล่อรูปพระโพธิสัตว ๕๐๐ ชาติ.
{{ฟม}}ศักราช ๘๒๒ มโรงศก (พ.ศ. ๒๐๐๓) เล่นการมหรศพฉลองพระ แลพระราชทานแก่สงฆ์แลพราหมณ์แลพรรณิพกทั้งปวง ครั้งนั้น พญาซเลียงคิดเปนขบถ พาเอาครัวทั้งปวงไปออกแต่มหาราช.
{{ฟม}}ศักราช ๘๒๓ มเสงศก (พ.ศ. ๒๐๐๔) พญาซเลียงนำมหาราชมาจะเอาเมืองพิศณุโลก เข้าปล้นเมืองเปนสามารถ มิได้เมือง แลจึงยกทัพเปรอไปเอาเมืองกำแพงเพ็ชร แลเข้าปล้นเมืองเถิงเจ็ดวัน มิได้เมือง แลมหาราชก็เลิกทัพคืนไปเชียงใหม่.
{{ฟม}}ศักราช ๘๒๔ มเมียศก (พ.ศ. ๒๐๐๕) เมืองนครไทยพาเอาครัวอพยพหนีไปน่าน แลให้พระกลาโหมไปตาม ได้คืนมา แล้วพระกลาโหมยกพลไปเอาเมืองสุโขทัย ได้เมืองคืนดุจเก่า.
{{ฟม}}ศักราช ๘๒๕ มแมศก (พ.ศ. ๒๐๐๖) สมเด็จพระบรมไตรโลกเจ้าไปเสวยราชสมบัดดิเมืองพิศณุโลก แลตรัสให้พระเจ้าแผ่นดินเสวยราชสมบัดดิพระนครศรีอยุทธยา ทรงพระนาม สมเด็จพระบรมราชา ครั้งนั้น มหาราชท้าวลูกยกพลมาเอาเมืองสุโขทัย จึงสมเด็จพระบรมไตรโลกเจ้า แลสมเด็จพระอินทราชาเจ้า เสด็จไปกันเมือง แลสมเด็จพระบรมราชาเจ้าตีทัพพญาเถียรแตก แลทัพท่านมาปะทัพหมื่นนคร แลท่านได้ชนช้างด้วยหมื่นนคร แลครั้งนั้นเปนโกลาหลใหญ่ แลข้าเศิกลาวทั้งสี่ช้างเข้ารุมเอาช้างพระที่นั่งช้างเดียวนั้น ครั้งนั้น สมเด็จพระอินทราชาเจ้าต้องปืนณพระภักตร์ แลทัพมหาราชนั้นเลิกกลับคืนไป.
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
3sytvdm0yiso5r6759105mxngpagqvo
หน้า:ประชุมจารึก (ภาค ๒) - ๒๔๗๒.pdf/61
250
79074
290413
259793
2026-06-08T11:19:19Z
~2026-33860-84
12344
290413
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Chainwit." />{{ก|61}}</noinclude>{{ลห|ก1|หลักที่ ๒๕|140}}
{{กลาง|จารึกบนฐานพระพุทธรูปวัดหัวเวียง|140}}
{{เส้นตรง|12em}}
พระพุทธรูปองค์นี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงได้จาก
วัดหัวเวียงเมืองไชยาพร้อมกับศิลาจารึกหลักที่ ๒๔ เดี๋ยวนี้ตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานสำหรับ
พระนคร
พระพุทธรูปสำริดองค์นั้เป็นพระนาคปรก แต่มีข้อประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง คือพระหัตถ์
ขวาห้อยอย่างพระมารวิชัย อีกประการหนึ่งองค์พระพุทธรูปไม่ติดกับพระยานาค ข้าพเจ้าจึงสงสัย
ว่ารูปพระพุทธเจ้าไม่ใช่รูปเดิมเป็นรูแหล่อทีหลัง ตัวพระยานาคคงจะเป็นของเก่ากว่า
ใต้รูปรพะยานาคนี้มีฐานสี่เหลี่ยม ด้านหน้ามีจารึก ๕ บรรทัดภาษาเขมร ตัวอักษรมีลักษณะคล้ายตัวอักษรหลักที่ ๒๔ ซึ่งได้มาจากวัดหัวเวียงเหมือนกัน แต่ยังมีอักษรแปลกอยู่
อย่างหนึ่ง คือไม้มลายเขียนเป็นสระ เ สองตัวซ้อน ([[ไฟล์:ประชุมจารึก (ภาค ๒) - ๒๔๗๒ - หน้า 61 สระ เ สองตัวซ้อน.jpg|22px]]) ตามแบบอักษรจารึกในเกาะสุมาตรา
คำจารึกนี้ข้าพเจ้าได้เคยเอาลงพิมพ์กับคำแปลภาษาฝรั่งเศสในจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย
ฝรั่งเศสเมืองฮานอยเมื่อ ค.ศ. ๑๙๑๘ เป็นเรื่องเจ้าเมือง“ครหิ”สั่งให้หล่อพระพุทธรูปสำริด โดย
ได้รับพระราชโองการ พระเจ้า ศรีมัตไตรโลกยราช เมาลิภูษนวรรมเทวะ
พระเจ้าศรีมัตไตรโลกยราช ฯ พระองค์นี้เห็นจะเป็นพระเจ้าแผ่นดินผู้ปกครองประเทศ
มะลายูในเกาะสุมาตรา
เหตุที่คำจารึกนเป็นภาษาเขมร คือตามที่ปรากฏในจดหมายเหตุจีน เมืองนครหิ คือ
จังหวัดไชยาทุกวันนี้ตั้งอยู่ติดกันกับกัมพูชาประเทศข้างใต้<noinclude></noinclude>
rizhgreg61qo2cktykcllctsbjiemrc
290414
290413
2026-06-08T11:29:33Z
Chainwit.
7290
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
290414
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Chainwit." />{{ก|61}}</noinclude>{{ลห|ก1|หลักที่ ๒๕|140}}
{{กลาง|จารึกบนฐานพระพุทธรูปวัดหัวเวียง|140}}
{{เส้นตรง|12em}}
พระพุทธรูปองค์นี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงได้จาก
วัดหัวเวียงเมืองไชยาพร้อมกับศิลาจารึกหลักที่ ๒๔ เดี๋ยวนี้ตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานสำหรับ
พระนคร
พระพุทธรูปสำริดองค์นั้เป็นพระนาคปรก แต่มีข้อประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง คือพระหัตถ์
ขวาห้อยอย่างพระมารวิชัย อีกประการหนึ่งองค์พระพุทธรูปไม่ติดกับพระยานาค ข้าพเจ้าจึงสงสัย
ว่ารูปพระพุทธเจ้าไม่ใช่รูปเดิมเป็นรูแหล่อทีหลัง ตัวพระยานาคคงจะเป็นของเก่ากว่า
ใต้รูปพระยานาคนี้มีฐานสี่เหลี่ยม ด้านหน้ามีจารึก ๕ บรรทัดภาษาเขมร ตัวอักษรมีลักษณะคล้ายตัวอักษรหลักที่ ๒๔ ซึ่งได้มาจากวัดหัวเวียงเหมือนกัน แต่ยังมีอักษรแปลกอยู่
อย่างหนึ่ง คือไม้มลายเขียนเป็นสระ เ สองตัวซ้อน ([[ไฟล์:ประชุมจารึก (ภาค ๒) - ๒๔๗๒ - หน้า 61 สระ เ สองตัวซ้อน.jpg|22px]]) ตามแบบอักษรจารึกในเกาะสุมาตรา
คำจารึกนี้ข้าพเจ้าได้เคยเอาลงพิมพ์กับคำแปลภาษาฝรั่งเศสในจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย
ฝรั่งเศสเมืองฮานอยเมื่อ ค.ศ. ๑๙๑๘ เป็นเรื่องเจ้าเมือง“ครหิ”สั่งให้หล่อพระพุทธรูปสำริด โดย
ได้รับพระราชโองการ พระเจ้า ศรีมัตไตรโลกยราช เมาลิภูษนวรรมเทวะ
พระเจ้าศรีมัตไตรโลกยราช ฯ พระองค์นี้เห็นจะเป็นพระเจ้าแผ่นดินผู้ปกครองประเทศ
มะลายูในเกาะสุมาตรา
เหตุที่คำจารึกนเป็นภาษาเขมร คือตามที่ปรากฏในจดหมายเหตุจีน เมืองนครหิ คือ
จังหวัดไชยาทุกวันนี้ตั้งอยู่ติดกันกับกัมพูชาประเทศข้างใต้<noinclude></noinclude>
hbr6q5fyh02ywcqn8lwhokl28474muj
หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/115
250
89916
290411
290409
2026-06-08T04:29:27Z
B20180
1467
290411
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="B20180" />{{หัวสามก๊ก|1=2|2=91|3=2}}</noinclude>ขณะนั้นนายทัพทั้งห้ากองก็มาถึงจึงตั้งค่ายมั่นอยู่ด้วยกัน ครั้นเวลารุ่งเช้านายทัพทั้งแปดคนจึงปรึกษากันว่า ลิโป้มีกำลังห้าวหาญ เราจะเห็นผู้ใดซึ่งมีฝีมือไปรบด้วยลิโป้ได้ เมื่อปรึกษายังมิทันตกลงกัน พอม้าใช้มาบอกว่าลิโป้ยกมาตั้งอยู่หน้าค่าย นายทัพทั้งแปดคนได้ฟังดังนั้นก็ขึ้นดูบนหอคอย เห็นเหล่าทหารลิโป้เต้นรำคนองโห่ร้องกำเริบเปนอันมาก ขณะนั้นทหารเตียวเอี๋ยงชื่อบอกสุ้น ขี่ม้ารำทวนออกไปสู้กับลิโป้ ๆ แทงบอกสุ้นตกม้าตาย นายทัพทั้งแปดคนเห็นก็ตกใจ แลบู่อันก๊กทหารขงเล่ง จึงขี่ม้าถือกระบองเหล็กใหญ่ออกไปจะสู้กับลิโป้ ๆ เห็นก็ขับม้าเข้ารบได้สิบสองเพลง ลิโป้หวดด้วยทวนถูกมือบู๋อันก๊กขาด กระบองเหล็กกระเด็นไปจึงขับม้าหนี นายทัพทั้งแปดคนเห็นก็ลงจากหอคอย แล้วก็ขับทหารทั้งปวงออกช่วยรบป้องกัน บู๋อันก๊กกลับเข้าค่ายได้ แล้วปรึกษากันว่า ลิโป้นี้การรบกล้าหาญนัก ฝีมือก็เข้มแขง ซึ่งจะทำการศึกไปด้วยนั้นเห็นจะเอาชัยชนะยาก ผู้ใดจะคืดเห็นประการใด
{{โครง}}<noinclude></noinclude>
mc7rz68yc15plp8x17vjyjvc0tpof6v
หน้า:ประชุมจารึก (ภาค ๒) - ๒๔๗๒.pdf/64
250
89917
290415
2026-06-08T11:31:49Z
Chainwit.
7290
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
290415
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Chainwit." />{{ก|64}}</noinclude>{{ลห|ก1|หลักที่ ๒๖|140}}
{{กลาง|ศิลาจารึกเขาพระนารายณ์เมืองตะกั่วป่า|140}}
{{เส้นตรง|12em}}
ศิลาหลักนี้เดิมอยู่บนเขาพระนารายณ์เมืองตะกั่วป่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๕ มิสเตอร เบอรค์
ที่ปรึกษากรมราชโลหกิจกระทรวงกระเกษตราธิการได้ไปพบที่นั่น แล้วแจ้งความถึงพระสาร
ศาสตรพลขันธ์ (เยรินี) ซึ่งกำลังลงพิมพ์เรื่องโบราณคดีของสยามประเทศในจดหมายเหตุ
ของสมโสร รอแยล แอเชียติก กรุงลอนดอน (ค.ศ.๑๙๐๔) และในจดหมายเหตุของสยาม
สมาคม (ค.ศ.๑๙๐๕) ศิลาจารึกหลักนี้จึงได้มีชื่อเสียงเลื่องลือถึงนานาประเทศ แต่คราวนั้น
ยังไม่มีใครสามารถที่จะอ่านได้ ภายหลังศิลาหลักนี้ถูกย้ายเอาไปอยู่ที่วัดเวียง ต่อไปได้มีผู้เอาไปตั้งไว้ในวัดหน้าเมืองอำเภอตลาดใหญ่ จนที่สุดราษฎรได้ขออนุญาตเอาไปตั้งที่เดิม เดี่๋ยวนี้
ศิลาจารึกอยู่บนเขาพระนารายณ์ดังเก่า
ลักษณะเป็นแผ่นหินยาว ๕๕ เซนติเมตร กว้าง ๕๐ เซนติเมตร มีจารึกด้านเดียว
๖ บรรทัด
ศาสตราจารย์ ฮูลช์ เมืองฮัลเล (ประเทศเยอรมันนี) เป็นคนแรกที่ได้ความว่า
คำจารึกนี้เป็นภาษาทมิฬ ครั้งราว พ.ศ.๑๒๕๐-๑๓๐๐ ท่านจึงได้ลงพิมพ์ทั้งคำจารึกแลคำแปล
ภาษาอังกฤษ ในจดหมายเหตุของสโมสร รอแยลแอเชียติก กรงลอนดอน เมื่อ
ค.ศ.๑๙๑๓-๑๙๑๔<noinclude></noinclude>
l3vc8gsknqd003dkybimucr3ibp6jhf
290416
290415
2026-06-08T11:32:52Z
Chainwit.
7290
290416
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Chainwit." />{{ก|64}}</noinclude>{{ลห|ก1|หลักที่ ๒๖|140}}
{{กลาง|ศิลาจารึกเขาพระนารายณ์เมืองตะกั่วป่า|140}}
{{เส้นตรง|12em}}
ศิลาหลักนี้เดิมอยู่บนเขาพระนารายณ์เมืองตะกั่วป่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๕ มิสเตอร เบอรค์
ที่ปรึกษากรมราชโลหกิจกระทรวงกระเกษตราธิการได้ไปพบที่นั่น แล้วแจ้งความถึงพระสาร
ศาสตรพลขันธ์ (เยรินี) ซึ่งกำลังลงพิมพ์เรื่องโบราณคดีของสยามประเทศในจดหมายเหตุ
ของสมโสร รอแยล แอเชียติก กรุงลอนดอน (ค.ศ.๑๙๐๔) และในจดหมายเหตุของสยาม
สมาคม (ค.ศ.๑๙๐๕) ศิลาจารึกหลักนี้จึงได้มีชื่อเสียงเลื่องลือถึงนานาประเทศ แต่คราวนั้น
ยังไม่มีใครสามารถที่จะอ่านได้ ภายหลังศิลาหลักนี้ถูกย้ายเอาไปอยู่ที่วัดเวียง ต่อไปได้มีผู้เอาไปตั้งไว้ในวัดหน้าเมืองอำเภอตลาดใหญ่ จนที่สุดราษฎรได้ขออนุญาตเอาไปตั้งที่เดิม เดี๋ยวนี้
ศิลาจารึกอยู่บนเขาพระนารายณ์ดังเก่า
ลักษณะเป็นแผ่นหินยาว ๕๕ เซนติเมตร กว้าง ๕๐ เซนติเมตร มีจารึกด้านเดียว
๖ บรรทัด
ศาสตราจารย์ ฮูลช์ เมืองฮัลเล (ประเทศเยอรมันนี) เป็นคนแรกที่ได้ความว่า
คำจารึกนี้เป็นภาษาทมิฬ ครั้งราว พ.ศ.๑๒๕๐-๑๓๐๐ ท่านจึงได้ลงพิมพ์ทั้งคำจารึกแลคำแปล
ภาษาอังกฤษ ในจดหมายเหตุของสโมสร รอแยลแอเชียติก กรงลอนดอน เมื่อ
ค.ศ.๑๙๑๓-๑๙๑๔<noinclude></noinclude>
hyjz8j7jrk8uvkuu3t6wt88yfxkekbu