วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.47.0-wmf.8 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk หน้า:พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ - ประกาศอนุมัติ (๓๐-๐๘-๒๕๔๘).pdf/1 250 37582 290987 276177 2026-06-25T08:12:20Z Paper2222 12375 /* ตรวจสอบแล้ว */ 290987 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Paper2222" /></noinclude>{{หรก|4|น=๑๓|ล=๑๒๒|ต=๗๘ ก|ว=๖ กันยายน ๒๕๔๘}} {{พรบ |ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี |เรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน |พ.ศ. ๒๕๔๘ |มร= }} ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอขอให้รัฐสภาพิจารณาอนุมัติ[[พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548|พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘]] นั้น ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๒ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๘ ที่ประชุมได้ลงมติอนุมัติพระราชกำหนดดังกล่าว และในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๘ ที่ประชุมได้ลงมติอนุมัติพระราชกำหนดดังกล่าว จึงประกาศมาตามความในมาตรา ๒๑๘ ของ[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย]] {{กม|ประกาศ|๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘|พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร|นายกรัฐมนตรี}}<noinclude></noinclude> m9kc69xs6vjdfhw65gqrwnciy1ycge0 ดัชนี:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu 252 47868 290931 263815 2026-06-24T15:42:37Z Lunlumita 12009 290931 proofread-index text/x-wiki {{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template |ประเภท=หนังสือ |ชื่อ=[[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉะบับหลวงตรา 3 ดวง]] |ภาษา=th |เล่ม=[[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉะบับหลวงตรา 3 ดวง/เล่ม 3|เล่ม 3]] |ผู้สร้างสรรค์={{ลสย|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง}} |ผู้แปล= |บรรณาธิการ={{ลผส|โรแบร์ แลงกาต์}} |ผู้วาดภาพประกอบ= |สถานศึกษา= |ผู้เผยแพร่={{ลสย|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง|โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง}} |สถานที่=พระนคร |ปี=2482 |รหัส= |ISBN= |OCLC= |LCCN= |BNF_ARK= |ARC= |จากวารสาร= |ที่มา=djvu |ภาพ=1 |ความคืบหน้า=C |การผสานหน้า=no |วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์= |หน้า=<pagelist 1 = - 2 = ก 3 = ข 4 = ฃ 5 = ค 6 = ฅ 7 = ฆ 8 = ง 9 = จ 10 = ฉ 11 = ช 12 = 1 236 = - 237 = 225 12to479 = thai /> |ชุดเล่ม={{ชุดเล่ม ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1}} |จำนวน= |หมายเหตุ={{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/2}} {{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/3}} {{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/4}} {{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/5}} {{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/6}} {{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/7}} {{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/8}} {{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/9}} {{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/10}} {{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/11}} |Width= |Css= |Header={{หสล|{{{pagenum}}}|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}} |Footer={{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}} }} [[หมวดหมู่:ดัชนีกฎหมายตราสามดวง]] 17srujzcbu78s4urhj7ajcrnkun2okq หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/79 250 47952 290839 233902 2026-06-24T13:16:44Z Lunlumita 12009 290839 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{|</noinclude> |- |กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปน |- |หลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา |- |{{ชว}}อนึ่ง ถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่ง |- |ใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลย |- |ไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความใน |- |ฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่อง |- |เนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไป ให้ปรับจำเลยซึ่งยัง |- |มิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้า |- |ปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ |- |{{ชว}}กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะ ตรีนิศก |- |} ::::; 21 {| |- |{{ชว}}๒๑{{ชว|1em}}อนึ่ง มีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความ |- |} {| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;" |- |style="border:none;" rowspan="2"|ณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}} |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๑ |style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าไปถึง |- |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}} |- |} {| |- |เมืองอิน เมืองพรหม เมืองสิงฆ เมืองนน เมืองทน เมืองนครไช |- |} {| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;" |- |style="border:none;" rowspan="2"|ศรี เมืองนครนายก เมืองสุพัน เมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}} |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒ |- |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}} |- |} {| |- |ถ้าไปถึงเมืองไชนาถ เมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรีย เมืองฉเทิรงเทรา |- |} {| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;" |- |style="border:none;" rowspan="2"|ให้เอาค่าเชิงเดิร |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}} |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒ |style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา |- |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}} |- |} {| |- |เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย |- |} {| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;" |- |style="border:none;" rowspan="2"|เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}} |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒ |style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก |- |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|๒ |- |}<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> hvyel54pze9kbfuzgpx495zhi9f8ct2 290840 290839 2026-06-24T13:17:02Z Lunlumita 12009 290840 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{|</noinclude> |- |กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปน |- |หลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา |- |{{ชว}}อนึ่ง ถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่ง |- |ใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลย |- |ไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความใน |- |ฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่อง |- |เนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไป ให้ปรับจำเลยซึ่งยัง |- |มิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้า |- |ปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ |- |{{ชว}}กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะ ตรีนิศก |- |} {{ลปร1|กหน|21}} {| |- |{{ชว}}๒๑{{ชว|1em}}อนึ่ง มีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความ |- |} {| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;" |- |style="border:none;" rowspan="2"|ณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}} |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๑ |style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าไปถึง |- |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}} |- |} {| |- |เมืองอิน เมืองพรหม เมืองสิงฆ เมืองนน เมืองทน เมืองนครไช |- |} {| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;" |- |style="border:none;" rowspan="2"|ศรี เมืองนครนายก เมืองสุพัน เมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}} |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒ |- |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}} |- |} {| |- |ถ้าไปถึงเมืองไชนาถ เมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรีย เมืองฉเทิรงเทรา |- |} {| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;" |- |style="border:none;" rowspan="2"|ให้เอาค่าเชิงเดิร |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}} |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒ |style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา |- |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}} |- |} {| |- |เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย |- |} {| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;" |- |style="border:none;" rowspan="2"|เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}} |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒ |style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก |- |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|๒ |- |}<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> eq1uxpnz71am9e6ln9uctydf9x0p55v 290841 290840 2026-06-24T13:18:47Z Lunlumita 12009 290841 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา อนึ่ง ถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไป ให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะ ตรีนิศก {{ลปร1|กหน|21}} ๒๑ อนึ่ง มีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร ถ้าไปถึงเมืองอิน เมืองพรหม เมืองสิงฆ เมืองนน เมืองทน เมืองนครไชศรี เมืองนครนายก เมืองสุพัน เมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร ถ้าไปถึงเมืองไชนาถ เมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรีย เมืองฉเทิรงเทรา ให้เอาค่าเชิงเดิร ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 677hkira27apgql6dc6fyqdu8chkeqr 290842 290841 2026-06-24T13:20:35Z Lunlumita 12009 290842 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก {{ลปร1|กหน|21}} ๒๑ อนึ่ง มีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร ถ้าไปถึงเมืองอิน เมืองพรหม เมืองสิงฆ เมืองนน เมืองทน เมืองนครไชศรี เมืองนครนายก เมืองสุพัน เมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร ถ้าไปถึงเมืองไชนาถ เมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรีย เมืองฉเทิรงเทรา ให้เอาค่าเชิงเดิร ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 4r0r4exe449mydksrx4i7bz01vaeo99 290843 290842 2026-06-24T13:43:30Z Lunlumita 12009 290843 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก {{ลปร1|กหน|21}} ๒๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองอิน เมืองพรหม เมืองสิงฆ เมืองนน เมืองทน เมืองนครไชศรี เมืองนครนายก เมืองสุพัน เมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร ถ้าไปถึงเมืองไชนาถ เมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรีย เมืองฉเทิรงเทรา ให้เอาค่าเชิงเดิร ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> q0fse8wuwuorlr5y0tzg1rap8zgn6bf 290844 290843 2026-06-24T13:44:20Z Lunlumita 12009 290844 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก {{ลปร1|กหน|21}} ๒๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองอิน เมืองพรหม เมืองสิงฆ เมืองนน เมืองทน เมืองนครไชศรี เมืองนครนายก เมืองสุพัน เมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร ถ้าไปถึงเมืองไชนาถ เมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรีย เมืองฉเทิรงเทรา ให้เอาค่าเชิงเดิร ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> lscfff4n7aojwci6ajvdrfqcnmnrx2q 290845 290844 2026-06-24T13:48:02Z Lunlumita 12009 290845 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก {{ลปร1|กหน|21}} ๒๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองอินเมืองพรหมเมืองสิงฆเมืองนนเมืองทนเมืองนครไชศรีเมืองนครนายกเมืองสุพันเมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองไชนาถ เมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรีย เมืองฉเทิรงเทรา ให้เอาค่าเชิงเดิร ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> qh5rkzpq2a9bh3b7mfp0xec6s8topok 290846 290845 2026-06-24T13:48:37Z Lunlumita 12009 290846 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก {{ลปร1|กหน|21}} ๒๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองอินเมืองพรหมเมืองสิงฆเมืองนนเมืองทนเมืองนครไชศรีเมืองนครนายกเมืองสุพันเมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองไชนาถเมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรียเมืองฉเทริงเทรา ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> nrfe5s8nqmt4dxd3n65hgctyk9vi85f 290847 290846 2026-06-24T13:49:23Z Lunlumita 12009 290847 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก {{ลปร1|กหน|21}} ๒๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองอินเมืองพรหมเมืองสิงฆเมืองนนเมืองทนเมืองนครไชศรีเมืองนครนายกเมืองสุพันเมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองไชนาถเมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรียเมืองฉเทริงเทรา ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรคเมืองนครราชสีมาเมืองพิจิตรเมืองกุยเมืองปรานเมืองจันทบูนเมืองกาญบุรียเมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> mfgmq6g4y7s5ewjgjxbqpnxtx0bthit 290848 290847 2026-06-24T13:49:51Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290848 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก {{ลปร1|กหน|21}} ๒๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองอินเมืองพรหมเมืองสิงฆเมืองนนเมืองทนเมืองนครไชศรีเมืองนครนายกเมืองสุพันเมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองไชนาถเมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรียเมืองฉเทริงเทรา ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรคเมืองนครราชสีมาเมืองพิจิตรเมืองกุยเมืองปรานเมืองจันทบูนเมืองกาญบุรียเมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> olzyyioifepova6f8153bxeur9qlooz 290878 290848 2026-06-24T14:31:32Z Lunlumita 12009 290878 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ กฎ<ref name = "ยมก">ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก {{ลปร1|กหน|21}} ๒๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองอินเมืองพรหมเมืองสิงฆเมืองนนเมืองทนเมืองนครไชศรีเมืองนครนายกเมืองสุพันเมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองไชนาถเมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรียเมืองฉเทริงเทรา ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรคเมืองนครราชสีมาเมืองพิจิตรเมืองกุยเมืองปรานเมืองจันทบูนเมืองกาญบุรียเมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 9zl9mmbgcpszt0d6kzdwnon4vz75m12 หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/80 250 47953 290849 233900 2026-06-24T13:54:49Z Lunlumita 12009 290849 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>{{ซ|เมืองกำแพงเพ{{ปร1|ชญ}} เมืองพิไชย เมืองสังคโลก เมืองตนาว เมืองนคร}} {| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;" |- |style="border:none;"| |- |style="border:none;" rowspan="2"|เมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|๓ |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"| |style="border:none;" rowspan="2"|ค่าเบี้ยเลี้ยง |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|๑ |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒ |style="border:none;" rowspan="2"|แลครั้น |- |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}} |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"| |- |} {{ซ|กรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตรา}} {| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;" |- |style="border:none;" rowspan="2"|เอาค่าลดจำแต่ |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒ |style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด |- |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|{{วว}} |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"| |- |} {| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;" |- |style="border:none;" rowspan="2"|จำแต่ |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๑ |style="border:none;" rowspan="2"|อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น |- |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|{{วว}} |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|๒ |- |} {{ซ|{{ชว}}กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก}} ::::; 22 {| |- |{{ชว}}๒๒{{ชว|1em}}อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ |- |สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ |- |มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนา |- |พญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุน |- |ณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย |- |{{ชว}}รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมีย |- |ฉ้อศก |- |} ::::; 23 {| |- |{{ชว}}๒๓{{ชว|1em}}อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการ |- |ใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้อง |- |ศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือ |- |ฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความ |- |มิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude> |- |}</noinclude><noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 37k7autpphuz7ny2ukigpmbvz4qtpxs 290850 290849 2026-06-24T13:55:22Z Lunlumita 12009 290850 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>{{ซ|เมืองกำแพงเพ{{ปร1|ชญ}} เมืองพิไชย เมืองสังคโลก เมืองตนาว เมืองนคร}} {| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;" |- |style="border:none;"| |- |style="border:none;" rowspan="2"|เมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|๓ |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"| |style="border:none;" rowspan="2"|ค่าเบี้ยเลี้ยง |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|๑ |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒ |style="border:none;" rowspan="2"|แลครั้น |- |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}} |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"| |- |} {{ซ|กรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตรา}} {| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;" |- |style="border:none;" rowspan="2"|เอาค่าลดจำแต่ |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒ |style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด |- |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|{{วว}} |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"| |- |} {| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;" |- |style="border:none;" rowspan="2"|จำแต่ |style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"| |style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๑ |style="border:none;" rowspan="2"|อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น |- |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|{{วว}} |style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|๒ |- |} {{ซ|{{ชว}}กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก}} {{ลปร1|กหน|22}} {| |- |{{ชว}}๒๒{{ชว|1em}}อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ |- |สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ |- |มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนา |- |พญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุน |- |ณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย |- |{{ชว}}รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมีย |- |ฉ้อศก |- |} {{ลปร1|กหน|23}} {| |- |{{ชว}}๒๓{{ชว|1em}}อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการ |- |ใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้อง |- |ศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือ |- |ฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความ |- |มิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude> |- |}</noinclude><noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 7tkr2f5a8hfxkrbxb3cg3zde7576nu8 290851 290850 2026-06-24T13:57:05Z Lunlumita 12009 290851 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}} เมืองพิไชย เมืองสังคโลก เมืองตนาว เมืองนคร เมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร ค่าเบี้ยเลี้ยง แลครั้น กรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตรา เอาค่าลดจำแต่ ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด จำแต่ อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก {{ลปร1|กหน|22}} ๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|23}} ๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 28poj7de7x5foi20jpo1cyh8n1biq9t 290852 290851 2026-06-24T13:59:45Z Lunlumita 12009 290852 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง แลครั้น กรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตรา เอาค่าลดจำแต่ ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด จำแต่ อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก {{ลปร1|กหน|22}} ๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|23}} ๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> pnb3hpxwbweh230das3n6x0pnxvhaqw 290853 290852 2026-06-24T14:02:27Z Lunlumita 12009 290853 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.65em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง แลครั้น กรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตรา เอาค่าลดจำแต่ ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด จำแต่ อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก {{ลปร1|กหน|22}} ๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|23}} ๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> j0xzoos6usp4jk2wduv828u3owakz1c 290854 290853 2026-06-24T14:03:16Z Lunlumita 12009 290854 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้น กรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตรา เอาค่าลดจำแต่ ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด จำแต่ อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก {{ลปร1|กหน|22}} ๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|23}} ๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> fa9shezd68ti1ibqiwuk5wx2x3ptqc1 290855 290854 2026-06-24T14:03:48Z Lunlumita 12009 290855 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้น กรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตรา เอาค่าลดจำแต่ ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด จำแต่ อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก {{ลปร1|กหน|22}} ๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|23}} ๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> q64q1w0jjg5ti789smiutsonfdvz19q 290856 290855 2026-06-24T14:08:11Z Lunlumita 12009 290856 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด จำแต่ อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก {{ลปร1|กหน|22}} ๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|23}} ๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 55sd4zpugl9xm281bkzcm9x10w90cqs 290857 290856 2026-06-24T14:08:44Z Lunlumita 12009 290857 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก {{ลปร1|กหน|22}} ๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|23}} ๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 6m8dd79tsofj9oyjvnp7qu2sws7dvyg 290858 290857 2026-06-24T14:09:10Z Lunlumita 12009 290858 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสงเบญศก {{ลปร1|กหน|22}} ๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|23}} ๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> lc7kbcoy10buqf0xm573jxlhq8c3xi7 290859 290858 2026-06-24T14:09:41Z Lunlumita 12009 290859 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสงเบญศก {{ลปร1|กหน|22}} ๒๒ อนึ่งออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|23}} ๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 7bm0hg020ww6amobomnwerfv7opgzds 290860 290859 2026-06-24T14:10:07Z Lunlumita 12009 290860 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสงเบญศก {{ลปร1|กหน|22}} ๒๒ อนึ่งออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|23}} ๒๓ อนึ่งพระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 3qxgespo8bkyudqcbqf0uwk2uanvy29 290861 290860 2026-06-24T14:10:19Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290861 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสงเบญศก {{ลปร1|กหน|22}} ๒๒ อนึ่งออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|23}} ๒๓ อนึ่งพระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> e9573ber5xftakeqv40e37jupzmt3d8 290864 290861 2026-06-24T14:17:29Z Lunlumita 12009 290864 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสงเบญศก {{ลปร1|กหน|22}} ๒๒ อนึ่งออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|23}} ๒๓ อนึ่งพระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า{{วว}}<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> tlsgndbxp6aij5xjhrza2y6gtc2stjd 290934 290864 2026-06-24T15:46:47Z Lunlumita 12009 290934 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสงเบญศก {{ลปร1|กหน|22}} ๒๒ อนึ่งออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref name = "กระหม่อม">ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|23}} ๒๓ อนึ่งพระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า{{วว}}<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> m9axki3r9ro573e3evs7d9tqsyb2nyv หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/81 250 47954 290862 233898 2026-06-24T14:13:31Z Lunlumita 12009 290862 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หสล2|1|๗๐|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{|</noinclude> |- |อย่าให้รับพิจารณา ถ้าเปนตระทรวงของตัว จึ่งให้รับเอา |- |พิจารณา ถ้าเหนแก่ค่าฤทชารับเอาเนื้อความซึ่งมิได้เปน |- |ตรทรวงของตัวมาพิจารณา จะเอาเปนโทษตามพระอายการ |- |{{ชว}}รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๖ ปีมะเมีย ฉ้อศก |- |} {{ลปร1|กหน|24}} {| |- |{{ชว}}๒๔{{ชว|1em}}อนึ่ง ออกยาธรรมารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่ง |- |ว่า ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงถามความ ให้ถามเปนสองสถาน |- |อย่าให้ถามเปนสี่สถาน เนื้อความจะยืดยาวไป ให้ถาม |- |เหมือนชาววังตำรวจ์ใน |- |{{ชว}}รับสั่งให้ไว้<ref>ต้นฉะบับ: ไว</ref> ณวัน {{จ|๖|๑๕||๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๐ ปีจอ |- |สำเรจ์ธิศก |- |} {{ลปร1|กหน|25}} {| |- |{{ชว}}๒๕{{ชว|1em}}อนึ่ง มีกฎให้ไว้แก่กระลาการทังปวง แลในกฎนั้น |- |เรื่องราวสำเนากฎต้องด้วยกฎ ซึ่งอา{{ปร1|ชญ}}าอุธรกระลาการเก่า |- |ใหม่นั้นแล้ว แต่ออกเนื้อความข้อหนึ่งว่า ถ้าลูกความติดใจ ทำ |- |ฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวายกล่าวโทษกระลาการ แล |- |ทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เอากระลาการเก่า |- |มาพิจารณา ถ้าแลกระลาการเปนขุนโรงขุนสาน ก็ให้คัดเอา<noinclude> |- |}</noinclude><noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> nxt41y21lu707aryj4vv01uul742kwz 290863 290862 2026-06-24T14:15:12Z Lunlumita 12009 290863 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๗๐|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อย่าให้รับพิจารณา ถ้าเปนตระทรวงของตัว จึ่งให้รับเอาพิจารณา ถ้าเหนแก่ค่าฤทชารับเอาเนื้อความซึ่งมิได้เปนตรทรวงของตัวมาพิจารณา จะเอาเปนโทษตามพระอายการ รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๖ ปีมะเมีย ฉ้อศก {{ลปร1|กหน|24}} ๒๔ อนึ่ง ออกยาธรรมารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงถามความ ให้ถามเปนสองสถาน อย่าให้ถามเปนสี่สถาน เนื้อความจะยืดยาวไป ให้ถามเหมือนชาววังตำรวจ์ใน รับสั่งให้ไว้<ref>ต้นฉะบับ: ไว</ref> ณวัน {{จ|๖|๑๕||๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๐ ปีจอสำเรจ์ธิศก {{ลปร1|กหน|25}} ๒๕ อนึ่ง มีกฎให้ไว้แก่กระลาการทังปวง แลในกฎนั้นเรื่องราวสำเนากฎต้องด้วยกฎ ซึ่งอา{{ชญ}}าอุธรกระลาการเก่าใหม่นั้นแล้ว แต่ออกเนื้อความข้อหนึ่งว่า ถ้าลูกความติดใจ ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวายกล่าวโทษกระลาการ แลทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เอากระลาการเก่ามาพิจารณา ถ้าแลกระลาการเปนขุนโรงขุนสาน ก็ให้คัดเอา<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 7rmlx0ws4ms1x6jgvms7b1s3l9wdhjb 290865 290863 2026-06-24T14:17:59Z Lunlumita 12009 290865 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๗๐|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อย่าให้รับพิจารณา ถ้าเปนตระทรวงของตัว จึ่งให้รับเอาพิจารณา ถ้าเหนแก่ค่าฤทชารับเอาเนื้อความซึ่งมิได้เปนตรทรวงของตัวมาพิจารณา จะเอาเปนโทษตามพระอายการ รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๖ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|24}} ๒๔ อนึ่ง ออกยาธรรมารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงถามความ ให้ถามเปนสองสถาน อย่าให้ถามเปนสี่สถาน เนื้อความจะยืดยาวไป ให้ถามเหมือนชาววังตำรวจ์ใน รับสั่งให้ไว้<ref>ต้นฉะบับ: ไว</ref> ณวัน {{จ|๖|๑๕||๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๐ ปีจอสำเรจ์ธิศก {{ลปร1|กหน|25}} ๒๕ อนึ่ง มีกฎให้ไว้แก่กระลาการทังปวง แลในกฎนั้นเรื่องราวสำเนากฎต้องด้วยกฎ ซึ่งอา{{ชญ}}าอุธรกระลาการเก่าใหม่นั้นแล้ว แต่ออกเนื้อความข้อหนึ่งว่า ถ้าลูกความติดใจ ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวายกล่าวโทษกระลาการ แลทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เอากระลาการเก่ามาพิจารณา ถ้าแลกระลาการเปนขุนโรงขุนสาน ก็ให้คัดเอา<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> b869b4h015tcba86bgue1kb30sfpyz8 290866 290865 2026-06-24T14:18:35Z Lunlumita 12009 290866 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๗๐|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อย่าให้รับพิจารณา ถ้าเปนตระทรวงของตัว จึ่งให้รับเอาพิจารณา ถ้าเหนแก่ค่าฤทชารับเอาเนื้อความซึ่งมิได้เปนตรทรวงของตัวมาพิจารณา จะเอาเปนโทษตามพระอายการ รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๖ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|24}} ๒๔ อนึ่งออกยาธรรมารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงถามความ ให้ถามเปนสองสถาน อย่าให้ถามเปนสี่สถาน เนื้อความจะยืดยาวไป ให้ถามเหมือนชาววังตำรวจ์ใน รับสั่งให้ไว้<ref>ต้นฉะบับ: ไว</ref> ณวัน {{จ|๖|๑๕||๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๐ ปีจอสำเรจ์ธิศก {{ลปร1|กหน|25}} ๒๕ อนึ่ง มีกฎให้ไว้แก่กระลาการทังปวง แลในกฎนั้นเรื่องราวสำเนากฎต้องด้วยกฎ ซึ่งอา{{ชญ}}าอุธรกระลาการเก่าใหม่นั้นแล้ว แต่ออกเนื้อความข้อหนึ่งว่า ถ้าลูกความติดใจ ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวายกล่าวโทษกระลาการ แลทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เอากระลาการเก่ามาพิจารณา ถ้าแลกระลาการเปนขุนโรงขุนสาน ก็ให้คัดเอา<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> iqgb2g6pgi7c1mbk3jh4jks7vqnsf2m 290867 290866 2026-06-24T14:19:17Z Lunlumita 12009 290867 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๗๐|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อย่าให้รับพิจารณา ถ้าเปนตระทรวงของตัว จึ่งให้รับเอาพิจารณา ถ้าเหนแก่ค่าฤทชารับเอาเนื้อความซึ่งมิได้เปนตรทรวงของตัวมาพิจารณา จะเอาเปนโทษตามพระอายการ รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๖ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|24}} ๒๔ อนึ่งออกยาธรรมารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงถามความ ให้ถามเปนสองสถาน อย่าให้ถามเปนสี่สถาน เนื้อความจะยืดยาวไป ให้ถามเหมือนชาววังตำรวจ์ใน รับสั่งให้ไว้<ref>ต้นฉะบับ: ไว</ref> ณวัน {{จ|๖|๑๕||๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๐ ปีจอสำเรจ์ธิศก {{ลปร1|กหน|25}} ๒๕ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่กระลาการทังปวง แลในกฎนั้นเรื่องราวสำเนากฎต้องด้วยกฎ ซึ่งอา{{ชญ}}าอุธรกระลาการเก่าใหม่นั้นแล้ว แต่ออกเนื้อความข้อหนึ่งว่า ถ้าลูกความติดใจ ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวายกล่าวโทษกระลาการ แลทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เอากระลาการเก่ามาพิจารณา ถ้าแลกระลาการเปนขุนโรงขุนสาน ก็ให้คัดเอา<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 7noha0exjyrwuojiofhdwz5rb8r5hkt 290868 290867 2026-06-24T14:19:31Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290868 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว|๗๐|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อย่าให้รับพิจารณา ถ้าเปนตระทรวงของตัว จึ่งให้รับเอาพิจารณา ถ้าเหนแก่ค่าฤทชารับเอาเนื้อความซึ่งมิได้เปนตรทรวงของตัวมาพิจารณา จะเอาเปนโทษตามพระอายการ รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๖ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|24}} ๒๔ อนึ่งออกยาธรรมารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงถามความ ให้ถามเปนสองสถาน อย่าให้ถามเปนสี่สถาน เนื้อความจะยืดยาวไป ให้ถามเหมือนชาววังตำรวจ์ใน รับสั่งให้ไว้<ref>ต้นฉะบับ: ไว</ref> ณวัน {{จ|๖|๑๕||๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๐ ปีจอสำเรจ์ธิศก {{ลปร1|กหน|25}} ๒๕ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่กระลาการทังปวง แลในกฎนั้นเรื่องราวสำเนากฎต้องด้วยกฎ ซึ่งอา{{ชญ}}าอุธรกระลาการเก่าใหม่นั้นแล้ว แต่ออกเนื้อความข้อหนึ่งว่า ถ้าลูกความติดใจ ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวายกล่าวโทษกระลาการ แลทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เอากระลาการเก่ามาพิจารณา ถ้าแลกระลาการเปนขุนโรงขุนสาน ก็ให้คัดเอา<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 15gc9oug3e2eu851ifwymru76g3bum4 290933 290868 2026-06-24T15:46:35Z Lunlumita 12009 290933 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว|๗๐|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อย่าให้รับพิจารณา ถ้าเปนตระทรวงของตัว จึ่งให้รับเอาพิจารณา ถ้าเหนแก่ค่าฤทชารับเอาเนื้อความซึ่งมิได้เปนตรทรวงของตัวมาพิจารณา จะเอาเปนโทษตามพระอายการ รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๖ ปีมะเมียฉ้อศก {{ลปร1|กหน|24}} ๒๔ อนึ่งออกยาธรรมารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงถามความ ให้ถามเปนสองสถาน อย่าให้ถามเปนสี่สถาน เนื้อความจะยืดยาวไป ให้ถามเหมือนชาววังตำรวจ์ใน รับสั่งให้ไว้<ref>ต้นฉะบับ: ไว</ref> ณวัน {{จ|๖|๑๕||๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๐ ปีจอสำเรจ์ธิศก {{ลปร1|กหน|25}} ๒๕ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่กระลาการทังปวง แลในกฎนั้นเรื่องราวสำเนากฎต้องด้วยกฎ ซึ่งอา{{ชญ}}าอุธรกระลาการเก่าใหม่นั้นแล้ว แต่ออกเนื้อความข้อหนึ่งว่า ถ้าลูกความติดใจ ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref name = "กระหม่อม"/> ถวายกล่าวโทษกระลาการ แลทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เอากระลาการเก่ามาพิจารณา ถ้าแลกระลาการเปนขุนโรงขุนสาน ก็ให้คัดเอา<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> qwqm538kppb2ascovdv3cq0i9uby636 หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/82 250 47955 290869 233896 2026-06-24T14:20:10Z Lunlumita 12009 290869 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๗๑}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{|</noinclude> |- |สำนวรเก่าส่งให้เจ้ากรมปลัดกรมกราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง |- |ก่อน ถ้ากระลาการเก่าเปนเจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่น |- |ผู้มีบันดาศักดิข้าทูลอองทุลีพระบาท ก็ให้เอาสำนวรเก่า |- |กราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง ถ้าทรงพระกรรุณาให้กระลาการ |- |ใหม่เอากระลาการเก่ามาพิจารณา จึ่งให้ทำตามรับสั่ง |- |{{ชว}}กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๘|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๒ ปีชวด โทศก |- |} ::::; 26 {| |- |{{ชว}}๒๖{{ชว|1em}}อนึ่ง มีกฎให้ไว้ว่า ถ้ามีหนังสือปิตราเจ้าพญาจักรี |- |พญามหาเสนา พญาธรรมา พญาพลเทพ พญาพระคลัง พญา |- |ยมมราช ไปถึงผู้รักษาเมืองผู้รั้ง<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน รัง</ref> กรมการเมืองใด ๆ ตามข้อ |- |ความ ถ้ามีสารตราให้มาแก่กรมการ แลผู้ถือตรากับกรมการ |- |ผู้รับตราย่อมคิดอ่านเปนใจด้วยกันฉลายท้องตราแลชื่อคน |- |เรือนเงีนก็มี ถ้าแลจะมีตรากรมใด ๆ จะไปถึงกรมการด้วย |- |ให้ส่งคนแลของมรดกเรียกเงีนเปนหลวงก็ดี ให้มีตราแจ้ง |- |ตราลับ ๆ นั้นให้ตตราประจำชื่อคนเรือนเงีนแล้ว ให้ใส่กลักมี |- |สายเชือกพอกครั่ง<ref>ต้นฉะบับ: คร้ง</ref> ติดโอบรอบกลักปิตราประจำครั่ง แล |- |ให้ผู้รับตราเอาตราลับตราแจ้งทานกันดู ถ้าชื่อคนเรือนเงีน |- |ต้องกัน จึ่งให้ทำตาม ถ้ามิต้องกัน ก็ให้บอกหนังสือส่งตัว |- |ผู้ถือตราเข้ามายังลูกขุนณศาลา |- |} {{มปก}}<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 71czvhk1tppg6s55agi5y4bxe9a3jqj 290870 290869 2026-06-24T14:20:29Z Lunlumita 12009 290870 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๗๑}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{|</noinclude> |- |สำนวรเก่าส่งให้เจ้ากรมปลัดกรมกราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง |- |ก่อน ถ้ากระลาการเก่าเปนเจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่น |- |ผู้มีบันดาศักดิข้าทูลอองทุลีพระบาท ก็ให้เอาสำนวรเก่า |- |กราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง ถ้าทรงพระกรรุณาให้กระลาการ |- |ใหม่เอากระลาการเก่ามาพิจารณา จึ่งให้ทำตามรับสั่ง |- |{{ชว}}กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๘|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๒ ปีชวด โทศก |- |} {{ลปร1|กหน|26}} {| |- |{{ชว}}๒๖{{ชว|1em}}อนึ่ง มีกฎให้ไว้ว่า ถ้ามีหนังสือปิตราเจ้าพญาจักรี |- |พญามหาเสนา พญาธรรมา พญาพลเทพ พญาพระคลัง พญา |- |ยมมราช ไปถึงผู้รักษาเมืองผู้รั้ง<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน รัง</ref> กรมการเมืองใด ๆ ตามข้อ |- |ความ ถ้ามีสารตราให้มาแก่กรมการ แลผู้ถือตรากับกรมการ |- |ผู้รับตราย่อมคิดอ่านเปนใจด้วยกันฉลายท้องตราแลชื่อคน |- |เรือนเงีนก็มี ถ้าแลจะมีตรากรมใด ๆ จะไปถึงกรมการด้วย |- |ให้ส่งคนแลของมรดกเรียกเงีนเปนหลวงก็ดี ให้มีตราแจ้ง |- |ตราลับ ๆ นั้นให้ตตราประจำชื่อคนเรือนเงีนแล้ว ให้ใส่กลักมี |- |สายเชือกพอกครั่ง<ref>ต้นฉะบับ: คร้ง</ref> ติดโอบรอบกลักปิตราประจำครั่ง แล |- |ให้ผู้รับตราเอาตราลับตราแจ้งทานกันดู ถ้าชื่อคนเรือนเงีน |- |ต้องกัน จึ่งให้ทำตาม ถ้ามิต้องกัน ก็ให้บอกหนังสือส่งตัว |- |ผู้ถือตราเข้ามายังลูกขุนณศาลา |- |} {{มปก}}<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> hk94reudirrjasf33vfxbu6ei3f2pok 290871 290870 2026-06-24T14:21:42Z Lunlumita 12009 290871 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๗๑}}{{สต}}</noinclude>สำนวรเก่าส่งให้เจ้ากรมปลัดกรมกราบทูลพระกรรุณาให้แจ้งก่อน ถ้ากระลาการเก่าเปนเจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นผู้มีบันดาศักดิข้าทูลอองทุลีพระบาท ก็ให้เอาสำนวรเก่ากราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง ถ้าทรงพระกรรุณาให้กระลาการใหม่เอากระลาการเก่ามาพิจารณา จึ่งให้ทำตามรับสั่ง กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๘|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๒ ปีชวด โทศก {{ลปร1|กหน|26}} ๒๖{{ชว|1em}}อนึ่ง มีกฎให้ไว้ว่า ถ้ามีหนังสือปิตราเจ้าพญาจักรี พญามหาเสนา พญาธรรมา พญาพลเทพ พญาพระคลัง พญายมมราช ไปถึงผู้รักษาเมืองผู้รั้ง<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน รัง</ref> กรมการเมืองใด ๆ ตามข้อความ ถ้ามีสารตราให้มาแก่กรมการ แลผู้ถือตรากับกรมการผู้รับตราย่อมคิดอ่านเปนใจด้วยกันฉลายท้องตราแลชื่อคนเรือนเงีนก็มี ถ้าแลจะมีตรากรมใด ๆ จะไปถึงกรมการด้วยให้ส่งคนแลของมรดกเรียกเงีนเปนหลวงก็ดี ให้มีตราแจ้งตราลับ ๆ นั้นให้ตตราประจำชื่อคนเรือนเงีนแล้ว ให้ใส่กลักมีสายเชือกพอกครั่ง<ref>ต้นฉะบับ: คร้ง</ref> ติดโอบรอบกลักปิตราประจำครั่ง แลให้ผู้รับตราเอาตราลับตราแจ้งทานกันดู ถ้าชื่อคนเรือนเงีนต้องกัน จึ่งให้ทำตาม ถ้ามิต้องกัน ก็ให้บอกหนังสือส่งตัวผู้ถือตราเข้ามายังลูกขุนณศาลา {{มปก}}<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> c1qrm12s27tvj85xphc2wemlhy82wrg 290872 290871 2026-06-24T14:26:54Z Lunlumita 12009 290872 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๗๑}}{{สต}}</noinclude>สำนวรเก่าส่งให้เจ้ากรมปลัดกรมกราบทูลพระกรรุณาให้แจ้งก่อน ถ้ากระลาการเก่าเปนเจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นผู้มีบันดาศักดิข้าทูลอองทุลีพระบาท ก็ให้เอาสำนวรเก่ากราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง ถ้าทรงพระกรรุณาให้กระลาการใหม่เอากระลาการเก่ามาพิจารณา จึ่งให้ทำตามรับสั่ง กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๘|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๒ ปีชวดโทศก {{ลปร1|กหน|26}} ๒๖{{ชว|1em}}อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ถ้ามีหนังสือปิตราเจ้าพญาจักรีพญามหาเสนาพญาธรรมาพญาพลเทพพญาพระคลังพญายมมราชไปถึงผู้รักษาเมืองผู้รั้ง<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน รัง</ref> กรมการเมืองใด ๆ ตามข้อความ ถ้ามีสารตราให้มาแก่กรมการ แลผู้ถือตรากับกรมการผู้รับตราย่อมคิดอ่านเปนใจด้วยกันฉลายท้องตราแลชื่อคนเรือนเงีนก็มี ถ้าแลจะมีตรากรมใด ๆ จะไปถึงกรมการด้วยให้ส่งคนแลของมรดกเรียกเงีนเปนหลวงก็ดี ให้มีตราแจ้งตราลับ ๆ นั้นให้ตตราประจำชื่อคนเรือนเงีนแล้ว ให้ใส่กลักมีสายเชือกพอกครั่ง<ref>ต้นฉะบับ: คร้ง</ref> ติดโอบรอบกลักปิตราประจำครั่ง แลให้ผู้รับตราเอาตราลับตราแจ้งทานกันดู ถ้าชื่อคนเรือนเงีนต้องกัน จึ่งให้ทำตาม ถ้ามิต้องกัน ก็ให้บอกหนังสือส่งตัวผู้ถือตราเข้ามายังลูกขุนณศาลา {{มปก}}<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> bp2pnofumw3adk42x1u1q852s01nz91 290873 290872 2026-06-24T14:28:17Z Lunlumita 12009 290873 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๗๑}}{{สต}}</noinclude>สำนวรเก่าส่งให้เจ้ากรมปลัดกรมกราบทูลพระกรรุณาให้แจ้งก่อน ถ้ากระลาการเก่าเปนเจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นผู้มีบันดาศักดิข้าทูลอองทุลีพระบาท ก็ให้เอาสำนวรเก่ากราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง ถ้าทรงพระกรรุณาให้กระลาการใหม่เอากระลาการเก่ามาพิจารณา จึ่งให้ทำตามรับสั่ง กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๘|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๒ ปีชวดโทศก {{ลปร1|กหน|26}} ๒๖{{ชว|1em}}อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ถ้ามีหนังสือปิตราเจ้าพญาจักรีพญามหาเสนาพญาธรรมาพญาพลเทพพญาพระคลังพญายมมราชไปถึงผู้รักษาเมืองผู้รั้ง<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน รัง</ref> กรมการเมืองใด ๆ ตามข้อความ ถ้ามีสารตราให้มาแก่กรมการ แลผู้ถือตรากับกรมการผู้รับตราย่อมคิดอ่านเปนใจด้วยกันฉลายท้องตราแลชื่อคนเรือนเงีนก็มี ถ้าแลจะมีตรากรมใด ๆ จะไปถึงกรมการด้วยให้ส่งคนแลของมรดกเรียกเงีนเปนหลวงก็ดี ให้มีตราแจ้งตราลับ ๆ นั้นให้{{ตตฉ|ตตรา}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ตตรา|ตีตรา}}</ref> ประจำชื่อคนเรือนเงีนแล้ว ให้ใส่กลักมีสายเชือกพอกครั่ง<ref>ต้นฉะบับ: คร้ง</ref> ติดโอบรอบกลักปิตราประจำครั่ง แลให้ผู้รับตราเอาตราลับตราแจ้งทานกันดู ถ้าชื่อคนเรือนเงีนต้องกัน จึ่งให้ทำตาม ถ้ามิต้องกัน ก็ให้บอกหนังสือส่งตัวผู้ถือตราเข้ามายังลูกขุนณศาลา {{มปก}}<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{รกออ|group=วซ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> gvpjbnlmcb1degih6h1jzn5lsy6jl0z 290874 290873 2026-06-24T14:28:38Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290874 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๗๑}}{{สต}}</noinclude>สำนวรเก่าส่งให้เจ้ากรมปลัดกรมกราบทูลพระกรรุณาให้แจ้งก่อน ถ้ากระลาการเก่าเปนเจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นผู้มีบันดาศักดิข้าทูลอองทุลีพระบาท ก็ให้เอาสำนวรเก่ากราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง ถ้าทรงพระกรรุณาให้กระลาการใหม่เอากระลาการเก่ามาพิจารณา จึ่งให้ทำตามรับสั่ง กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๘|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๒ ปีชวดโทศก {{ลปร1|กหน|26}} ๒๖{{ชว|1em}}อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ถ้ามีหนังสือปิตราเจ้าพญาจักรีพญามหาเสนาพญาธรรมาพญาพลเทพพญาพระคลังพญายมมราชไปถึงผู้รักษาเมืองผู้รั้ง<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน รัง</ref> กรมการเมืองใด ๆ ตามข้อความ ถ้ามีสารตราให้มาแก่กรมการ แลผู้ถือตรากับกรมการผู้รับตราย่อมคิดอ่านเปนใจด้วยกันฉลายท้องตราแลชื่อคนเรือนเงีนก็มี ถ้าแลจะมีตรากรมใด ๆ จะไปถึงกรมการด้วยให้ส่งคนแลของมรดกเรียกเงีนเปนหลวงก็ดี ให้มีตราแจ้งตราลับ ๆ นั้นให้{{ตตฉ|ตตรา}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ตตรา|ตีตรา}}</ref> ประจำชื่อคนเรือนเงีนแล้ว ให้ใส่กลักมีสายเชือกพอกครั่ง<ref>ต้นฉะบับ: คร้ง</ref> ติดโอบรอบกลักปิตราประจำครั่ง แลให้ผู้รับตราเอาตราลับตราแจ้งทานกันดู ถ้าชื่อคนเรือนเงีนต้องกัน จึ่งให้ทำตาม ถ้ามิต้องกัน ก็ให้บอกหนังสือส่งตัวผู้ถือตราเข้ามายังลูกขุนณศาลา {{มปก}}<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{รกออ|group=วซ}} {{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> cwrn4lffdsiq2vp9ikwu7339e02rnte หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/476 250 79789 290983 263814 2026-06-24T17:01:00Z Lunlumita 12009 290983 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Legosigno" /></noinclude>{{ก|บอกแก้คำผิด|140}} {{สต|7em}} {| {{ts|ac|mc|bc}} |- | {{ts|bb}} | หน้า | {{ts|bl|bb}} | บรรทัด | {{ts|bl|bb}} | คำว่า | {{ts|bl|bb}} | ให้แก้เป็น | {{ts|bl|bb}} | หน้า | {{ts|bl|bb}} | บรรทัด | {{ts|bl|bb}} | คำว่า | {{ts|bl|bb}} | ให้แก้เป็น |-style="vertical-align:top;" | ๕ | {{ts|bl}} | ๖ | {{ts|bl}} | เมตไตรย | {{ts|bl}} | เมตไตร | {{ts|bl}} | ๕๒ | {{ts|bl}} | ๒ | {{ts|bl}} | ผ้ | {{ts|bl}} | ผู้ |-style="vertical-align:top;" | ๗ | {{ts|bl}} | ๑๑ | {{ts|bl}} | มิศัรทธา | {{ts|bl}} | มีศัรทธา | rowspan=2 {{ts|bl}} | ๕๗ | rowspan=2 {{ts|bl}} | ๑ | rowspan=2 {{ts|bl}} | จหมื่นเสมอใจราช | rowspan=2 {{ts|bl}} | จหมื่นสเมอใจราช |-style="vertical-align:top;" | ″ | {{ts|bl}} | ๒๐ | {{ts|bl}} | อี่เพง | {{ts|bl}} | ของอี่เพง |-style="vertical-align:top;" | ๙ | {{ts|bl}} | ๑๙ | {{ts|bl}} | ก์ | {{ts|bl}} | ก็ | {{ts|bl}} | ″ | {{ts|bl}} | ๕ | {{ts|bl}} | ไห้ | {{ts|bl}} | ให้ |-style="vertical-align:top;" | ๑๐ | {{ts|bl}} | ๒๒ | {{ts|bl}} | บริญต | {{ts|bl}} | บริญัติ | {{ts|bl}} | ๗๑ | {{ts|bl}} | ๑๕ | {{ts|bl}} | ตตรา | {{ts|bl}} | ตีตรา |-style="vertical-align:top;" | ๑๑ | {{ts|bl}} | ๒๐ | {{ts|bl}} | ทจะ | {{ts|bl}} | ที่จะ | {{ts|bl}} | ๗๖ | {{ts|bl}} | ๑๑ | {{ts|bl}} | เครอ | {{ts|bl}} | เครือ |-style="vertical-align:top;" | ๑๘ | {{ts|bl}} | ๒๐ | {{ts|bl}} | สบ | {{ts|bl}} | สิบ | rowspan=3 {{ts|bl}} | ″ | rowspan=3 {{ts|bl}} | ๑๗ | rowspan=3 {{ts|bl}} | เงีน {{ซบ|หุ้มรวง|เคลือบ}} {{ปก2}} | rowspan=3 {{ts|bl}} | เงีน {{ซบ|หุ้มรวง|เคลือบ|ทองแดง}} {{ปก2|3}} |-style="vertical-align:top;" | ๒๑ | {{ts|bl}} | ๘ | {{ts|bl}} | ทลี | {{ts|bl}} | ทุลี |-style="vertical-align:top;" | ๓๐ | {{ts|bl}} | ๓ | {{ts|bl}} | อยู | {{ts|bl}} | อยู่ |-style="vertical-align:top;" | ๓๑ | {{ts|bl}} | ๑๑ | {{ts|bl}} | ให | {{ts|bl}} | ให้ | {{ts|bl}} | ๘๘ | {{ts|bl}} | ๑ | {{ts|bl}} | อยู | {{ts|bl}} | อยู่ |-style="vertical-align:top;" | ๓๓ | {{ts|bl}} | ๑๐ | {{ts|bl}} | ชอก | {{ts|bl}} | ชอบ | {{ts|bl}} | ๘๙ | {{ts|bl}} | ๑๓ | {{ts|bl}} | มกข | {{ts|bl}} | มุกข |-style="vertical-align:top;" | ๓๔ | {{ts|bl}} | ๗ | {{ts|bl}} | พะราชถาน | {{ts|bl}} | พระราชถาน | {{ts|bl}} | ๙๐ | {{ts|bl}} | ๑๐ | {{ts|bl}} | อเขียว | {{ts|bl}} | อีเขียว |-style="vertical-align:top;" | ″ | {{ts|bl}} | ๑๓ | {{ts|bl}} | เนิ้อ | {{ts|bl}} | เนื้อ | {{ts|bl}} | ๙๖ | {{ts|bl}} | ๕ | {{ts|bl}} | อีคุม | {{ts|bl}} | อีคุ้ม |-style="vertical-align:top;" | ″ | {{ts|bl}} | ๑๗ | {{ts|bl}} | ″ | {{ts|bl}} | ″ | {{ts|bl}} | ๑๐๑ | {{ts|bl}} | ๑๔ | {{ts|bl}} | เพียงน | {{ts|bl}} | เพียงนี้ |-style="vertical-align:top;" | ๓๖ | {{ts|bl}} | ๑๑ | {{ts|bl}} | เปนท | {{ts|bl}} | เปนที่ | {{ts|bl}} | ๑๑๘ | {{ts|bl}} | (๒) | {{ts|bl}} | สุระบูรีย | {{ts|bl}} | สุระบุรีย |-style="vertical-align:top;" | ๓๘ | {{ts|bl}} | ๑๒ | {{ts|bl}} | อย่ | {{ts|bl}} | อยู่ | {{ts|bl}} | ๑๒๒ | {{ts|bl}} | ๑๐ | {{ts|bl}} | ไห้ | {{ts|bl}} | ให้ |-style="vertical-align:top;" | ″ | {{ts|bl}} | ๑๓ | {{ts|bl}} | บาปะ | {{ts|bl}} | ปาปะ | {{ts|bl}} | ๑๒๗ | {{ts|bl}} | ๑ | {{ts|bl}} | ผ | {{ts|bl}} | ผู้ |-style="vertical-align:top;" | ๓๙ | {{ts|bl}} | ๑๐ | {{ts|bl}} | เสดจ | {{ts|bl}} | เสด็จ | {{ts|bl}} | ๑๒๘ | {{ts|bl}} | ๑๓ | {{ts|bl}} | ผู | {{ts|bl}} | ผู้ |-style="vertical-align:top;" | ″ | {{ts|bl}} | (๒) | {{ts|bl}} | จั่ตุราบาย | {{ts|bl}} | จัตุราบาย | {{ts|bl}} | ๑๓๐ | {{ts|bl}} | ๓ | {{ts|bl}} | สิง | {{ts|bl}} | สิ่ง |-style="vertical-align:top;" | ๔๐ | {{ts|bl}} | (๒) | {{ts|bl}} | รก | {{ts|bl}} | รัก | {{ts|bl}} | ๑๓๑ | {{ts|bl}} | ๑ | {{ts|bl}} | าม | {{ts|bl}} | ตาม |-style="vertical-align:top;" | ๔๓ | {{ts|bl}} | ๑๗ | {{ts|bl}} | กได้ | {{ts|bl}} | ก็ได้ | {{ts|bl}} | ″ | {{ts|bl}} | ๒ | {{ts|bl}} | อยู | {{ts|bl}} | อยู่ |-style="vertical-align:top;" | ๔๘ | {{ts|bl}} | ๕ | {{ts|bl}} | อยู | {{ts|bl}} | อยู่ | {{ts|bl}} | ″ | {{ts|bl}} | ๗ | {{ts|bl}} | ร้บจำนำ | {{ts|bl}} | รับจำนำ<noinclude>{{มปกต}} |} {{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> kbfxwiqlpo7x8dgopn85isdx4ugrs7r หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/117 250 89979 290838 290794 2026-06-24T12:49:53Z B20180 1467 290838 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="B20180" />{{หัวสามก๊ก|1=2|2=93|3=2}}</noinclude>เคืองก็หามิได้ ซึ่งเราจะมาทำการด้วยอ้วนเสี้ยวครั้งนี้ ก็เพราะความซื่อตรงต่อแผ่นดิน แล้วจะคิดแก้แค้นตั๋งโต๊ะซึ่งฆ่าอ้วนหงุยอาว์ท่านเสียนั้นอุตส่าห์ทรมานเอากายเข้าสู้ลูกเกาทัณฑ์แลอาวุธทั้งปวงมิได้คิดชีวิต เราก็ให้บอกมาขอสเบียง เปนไฉนท่านจึงฟังคำคนยุยงมิให้เอาสเบียงไปส่งทหารในกองทัพเราจึงอดหยากอิดโรยกำลังจนเสียทีแก่ข้าศึก แลอ้วนสุดได้ยินดังนั้นก็มีความลอายนัก จึงให้เอาตัวทหารซึ่งยุยงมิให้ส่งสเบียงนั้นมาฆ่าเสียต่อหน้าซุนเกี๋ยน ฝ่ายม้าใช้อยู่ ณ ค่านซุนเกี๋ยนมาบอกแก่ซุนเกี๋ยนว่า บัดนี้ลิฉุยขี่ม้าออกมาจากค่ายกิสุยก๋วนว่าจะมาหาท่าน ซุนเกี๋ยนได้ฟังก็ลาอ้วนสุดกลับมา ณ ค่าย จึงให้หาลิฉุยเข้ามาถามว่า ท่านมานี้ด้วยกิจธุระสิ่งใด ลิฉุยจึงบอกว่ามหาอุปราชให้เรามา ว่าแต่บันดาหัวเมืองซึ่งคบคิดกันมาทำการทั้งนี้มหาอุปราชจะได้ย่อท้อต่อผู้ใดนั้นหามิได้ คิดจะให้ฆ่าเสียจงสิ้น บัดนี้มีความเมตตาแด่ท่านผู้เดียวจะพลอยตายเสียด้วยเขา ครั้นจะให้ผู้ใดมาเจรจาด้วยประการใด ท่านก็จะเข้าใจว่าให้มาเกลี้ยกล่อม มหาอุปราชจึงให้เรามาห้ามท่าน อย่าให้คบคิดทำการด้วยหัวเมืองทั้งปวง มหาอุปราชจะยกลูกสาวให้ซุนเซ็กผู้บุตรท่าน จะได้เปนไมตรีกันสิบไป ฝ่ายซุนเกี๋ยนได้ฟังดังนั้นจึงตวาดเอา แล้วว่าตั๋งโต๊ะนั้นเป็นขบถแผ่นดินร้อนทุกเส้นหญ้า เราคิดอ่านกับหัวเมืองทั้งปวงยกมาทำการ {{โครง}}<noinclude></noinclude> g5wtssbkyepfzmwej9l8og6hpguy745 หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/83 250 89987 290875 2026-06-24T14:29:14Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 290875 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> npt2eu5pad430yr98sayc37ely5cy6b 290876 290875 2026-06-24T14:30:30Z Lunlumita 12009 290876 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> o09mhv69j8wlvrb8i2klbr1h2vy5wi3 290877 290876 2026-06-24T14:31:01Z Lunlumita 12009 290877 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ กฎ<ref name = "ยมก"/><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> q4qhd6ngzpwxeh27x6ty9y3hq9qsh2s 290879 290877 2026-06-24T14:32:06Z Lunlumita 12009 290879 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> ri5l63mlbxd29vjzm4o8tvgnzjw9dcz 290880 290879 2026-06-24T14:33:13Z Lunlumita 12009 290880 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก {{ลปร1|กหน|27}} ๒๗ อนึ่งพระราชสงครามรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้ามีผู้ร้องฟ้องให้กราบทูลฯ ทำฎีกาถวายด้วยเนื้อความประการใด ๆ ถ้ามีรับสั่งให้กระลาการกรมใด ๆ ให้พิจารณาแล ให้ผู้นั่งกำกับกันนั้นให้แต่งเสมียรมาลอกเอาสำนวรโจทจำเลยมาไว้เปนคู่มือฉบับหนึ่ง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> t8g5y5mlrlos1oxg5lfe8puw3jget6z 290881 290880 2026-06-24T14:33:57Z Lunlumita 12009 290881 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก {{ลปร1|กหน|27}} ๒๗ อนึ่งพระราชสงครามรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้ามีผู้ร้องฟ้องให้กราบทูลฯ ทำฎีกาถวายด้วยเนื้อความประการใด ๆ ถ้ามีรับสั่งให้กระลาการกรมใด ๆ ให้พิจารณาแล ให้ผู้นั่งกำกับกันนั้นให้แต่งเสมียรมาลอกเอาสำนวรโจทจำเลยมาไว้เปนคู่มือฉบับหนึ่ง รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๖|๑||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๘ ปีมะเมียอัถศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> rf31y94sa4qjq4pn469pm7jzai8324p 290882 290881 2026-06-24T14:34:58Z Lunlumita 12009 290882 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก {{ลปร1|กหน|27}} ๒๗ อนึ่งพระราชสงครามรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้ามีผู้ร้องฟ้องให้กราบทูลฯ ทำฎีกาถวายด้วยเนื้อความประการใด ๆ ถ้ามีรับสั่งให้กระลาการกรมใด ๆ ให้พิจารณาแล ให้ผู้นั่งกำกับกันนั้นให้แต่งเสมียรมาลอกเอาสำนวรโจทจำเลยมาไว้เปนคู่มือฉบับหนึ่ง รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๖|๑||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๘ ปีมะเมียอัถศก {{ลปร1|กหน|28}} ๒๘ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า มีผู้ร้องฟ้องในกรมใด ๆ แลให้เจ้ากรมปลัดกรมส่งฟ้องไปโรงสาน ผู้ได้ว่าความให้พิจารณาตามตระทรวง อย่าให้เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นเอาความว่าเปนความหน้าโรง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> tsfv71fcpwpbtk5hxf0p00g6ivjlrfr 290883 290882 2026-06-24T14:35:28Z Lunlumita 12009 290883 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก {{ลปร1|กหน|27}} ๒๗ อนึ่งพระราชสงครามรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้ามีผู้ร้องฟ้องให้กราบทูลฯ ทำฎีกาถวายด้วยเนื้อความประการใด ๆ ถ้ามีรับสั่งให้กระลาการกรมใด ๆ ให้พิจารณาแล ให้ผู้นั่งกำกับกันนั้นให้แต่งเสมียรมาลอกเอาสำนวรโจทจำเลยมาไว้เปนคู่มือฉบับหนึ่ง รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๖|๑||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๘ ปีมะเมียอัถศก {{ลปร1|กหน|28}} ๒๘ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า มีผู้ร้องฟ้องในกรมใด ๆ แลให้เจ้ากรมปลัดกรมส่งฟ้องไปโรงสาน ผู้ได้ว่าความให้พิจารณาตามตระทรวง อย่าให้เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นเอาความว่าเปนความหน้าโรง กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๕|๕}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> kri3u86mr380vl36gpgs52jqwiyufpj 290884 290883 2026-06-24T14:36:15Z Lunlumita 12009 290884 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก {{ลปร1|กหน|27}} ๒๗ อนึ่งพระราชสงครามรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้ามีผู้ร้องฟ้องให้กราบทูลฯ ทำฎีกาถวายด้วยเนื้อความประการใด ๆ ถ้ามีรับสั่งให้กระลาการกรมใด ๆ ให้พิจารณาแล ให้ผู้นั่งกำกับกันนั้นให้แต่งเสมียรมาลอกเอาสำนวรโจทจำเลยมาไว้เปนคู่มือฉบับหนึ่ง รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๖|๑||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๘ ปีมะเมียอัถศก {{ลปร1|กหน|28}} ๒๘ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า มีผู้ร้องฟ้องในกรมใด ๆ แลให้เจ้ากรมปลัดกรมส่งฟ้องไปโรงสาน ผู้ได้ว่าความให้พิจารณาตามตระทรวง อย่าให้เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นเอาความว่าเปนความหน้าโรง กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๕|๕}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก {{ลปร1|กหน|29}} ๒๙ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ถ้าผู้ใดให้เรียกลูกนี่ แลหาว่าได้สานกรมทันมรดกมาก็ดี ว่าลูกนี่กู้นี่ของตนก็ดี ให้ไว้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> mluh0orl794gxjrhhtt3spxaoe1aqj4 290885 290884 2026-06-24T14:36:48Z Lunlumita 12009 290885 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก {{ลปร1|กหน|27}} ๒๗ อนึ่งพระราชสงครามรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้ามีผู้ร้องฟ้องให้กราบทูลฯ ทำฎีกาถวายด้วยเนื้อความประการใด ๆ ถ้ามีรับสั่งให้กระลาการกรมใด ๆ ให้พิจารณาแล ให้ผู้นั่งกำกับกันนั้นให้แต่งเสมียรมาลอกเอาสำนวรโจทจำเลยมาไว้เปนคู่มือฉบับหนึ่ง รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๖|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๘ ปีมะเมียอัถศก {{ลปร1|กหน|28}} ๒๘ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า มีผู้ร้องฟ้องในกรมใด ๆ แลให้เจ้ากรมปลัดกรมส่งฟ้องไปโรงสาน ผู้ได้ว่าความให้พิจารณาตามตระทรวง อย่าให้เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นเอาความว่าเปนความหน้าโรง กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๕|๕|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก {{ลปร1|กหน|29}} ๒๙ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ถ้าผู้ใดให้เรียกลูกนี่ แลหาว่าได้สานกรมทันมรดกมาก็ดี ว่าลูกนี่กู้นี่ของตนก็ดี ให้ไว้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> qrj3nbij6x2jdxqxlk4q2qbot08fwuk 290886 290885 2026-06-24T14:37:07Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290886 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก {{ลปร1|กหน|27}} ๒๗ อนึ่งพระราชสงครามรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้ามีผู้ร้องฟ้องให้กราบทูลฯ ทำฎีกาถวายด้วยเนื้อความประการใด ๆ ถ้ามีรับสั่งให้กระลาการกรมใด ๆ ให้พิจารณาแล ให้ผู้นั่งกำกับกันนั้นให้แต่งเสมียรมาลอกเอาสำนวรโจทจำเลยมาไว้เปนคู่มือฉบับหนึ่ง รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๖|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๘ ปีมะเมียอัถศก {{ลปร1|กหน|28}} ๒๘ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า มีผู้ร้องฟ้องในกรมใด ๆ แลให้เจ้ากรมปลัดกรมส่งฟ้องไปโรงสาน ผู้ได้ว่าความให้พิจารณาตามตระทรวง อย่าให้เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นเอาความว่าเปนความหน้าโรง กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๕|๕|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก {{ลปร1|กหน|29}} ๒๙ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ถ้าผู้ใดให้เรียกลูกนี่ แลหาว่าได้สานกรมทันมรดกมาก็ดี ว่าลูกนี่กู้นี่ของตนก็ดี ให้ไว้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> dzpdibvv3sgyw2l5s8zn3y71i86dk6l หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/84 250 89988 290887 2026-06-24T14:37:41Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 290887 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 3cubk7fx2utht4j9ev296979uqh3slq 290888 290887 2026-06-24T14:41:34Z Lunlumita 12009 290888 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude> {{ลปร1|กหน|30}} {{ลปร1|กหน|31}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> gndjal50v3fc79m4k0knw49d83bwmj9 290889 290888 2026-06-24T14:42:58Z Lunlumita 12009 290889 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ทำเนแต่ ๑๐ ปีลงมา ให้สมภักนักการพิจารณาบังคับบันชาให้เขาจงเปนธรรม ถ้าพ้นกว่า ๑๐ ปี อย่าให้พิจารณาเลย ถ้าลูกนี่นั้นไปอยู่บ้านอื่นเมืองไกล เจ้าสีนได้บอกไว้แก่สมภักนักการแพ่งสุภาจ่าเมืองให้กฎหมายไว้ แลลูกนี่กลับมาเล่าไซ้ แม้นพ้น ๑๐ ปีก็ดี ให้รับเอาไว้พิจารณาตามรูปความนั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๑|๙|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก {{ลปร1|กหน|30}} {{ลปร1|กหน|31}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> fupg91fqqxwtfkkw5q1kikl3t4pye0z 290890 290889 2026-06-24T14:44:23Z Lunlumita 12009 290890 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ทำเนแต่ ๑๐ ปีลงมา ให้สมภักนักการพิจารณาบังคับบันชาให้เขาจงเปนธรรม ถ้าพ้นกว่า ๑๐ ปี อย่าให้พิจารณาเลย ถ้าลูกนี่นั้นไปอยู่บ้านอื่นเมืองไกล เจ้าสีนได้บอกไว้แก่สมภักนักการแพ่งสุภาจ่าเมืองให้กฎหมายไว้ แลลูกนี่กลับมาเล่าไซ้ แม้นพ้น ๑๐ ปีก็ดี ให้รับเอาไว้พิจารณาตามรูปความนั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๑|๙|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก {{ลปร1|กหน|30}} ๓๐ อนึ่งหลวงวิสุดโยธามาตรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าแลจะมีตราพระราชสีห์ตราพระคชสีห์ตรากรมท่าไปถึงหัวเมืองด้วยกิจราชการสิ่งใด ๆ ถ้าข้าหลวงขุนหมื่นมหาดเลกชาวที่รับสั่งตามกิจ์ราชการสิ่งใดนั้น อย่าให้เอาชื่อผู้รับสั่งใส่ในท้องตรา ให้ว่าทรงพระกรรุณาฯ แล้วให้จดหมายเอาชื่อผู้รับสั่งไว้แก่นายเวนแลเจ้าตราให้หมั่นคง แล้วจึ่งให้ตราไป {{ลปร1|กหน|31}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> ncr190005lymnsow0fk7f8o5bde5nvd 290891 290890 2026-06-24T14:45:34Z Lunlumita 12009 290891 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ทำเนแต่ ๑๐ ปีลงมา ให้สมภักนักการพิจารณาบังคับบันชาให้เขาจงเปนธรรม ถ้าพ้นกว่า ๑๐ ปี อย่าให้พิจารณาเลย ถ้าลูกนี่นั้นไปอยู่บ้านอื่นเมืองไกล เจ้าสีนได้บอกไว้แก่สมภักนักการแพ่งสุภาจ่าเมืองให้กฎหมายไว้ แลลูกนี่กลับมาเล่าไซ้ แม้นพ้น ๑๐ ปีก็ดี ให้รับเอาไว้พิจารณาตามรูปความนั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๑|๙|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก {{ลปร1|กหน|30}} ๓๐ อนึ่งหลวงวิสุดโยธามาตรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าแลจะมีตราพระราชสีห์ตราพระคชสีห์ตรากรมท่าไปถึงหัวเมืองด้วยกิจราชการสิ่งใด ๆ ถ้าข้าหลวงขุนหมื่นมหาดเลกชาวที่รับสั่งตามกิจ์ราชการสิ่งใดนั้น อย่าให้เอาชื่อผู้รับสั่งใส่ในท้องตรา ให้ว่าทรงพระกรรุณาฯ แล้วให้จดหมายเอาชื่อผู้รับสั่งไว้แก่นายเวนแลเจ้าตราให้หมั่นคง แล้วจึ่งให้ตราไป รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๖||๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก {{ลปร1|กหน|31}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 4a2evtwpkbupogkfuvflgjb6c7ndn8t 290892 290891 2026-06-24T14:46:56Z Lunlumita 12009 290892 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ทำเนแต่ ๑๐ ปีลงมา ให้สมภักนักการพิจารณาบังคับบันชาให้เขาจงเปนธรรม ถ้าพ้นกว่า ๑๐ ปี อย่าให้พิจารณาเลย ถ้าลูกนี่นั้นไปอยู่บ้านอื่นเมืองไกล เจ้าสีนได้บอกไว้แก่สมภักนักการแพ่งสุภาจ่าเมืองให้กฎหมายไว้ แลลูกนี่กลับมาเล่าไซ้ แม้นพ้น ๑๐ ปีก็ดี ให้รับเอาไว้พิจารณาตามรูปความนั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๑|๙|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก {{ลปร1|กหน|30}} ๓๐ อนึ่งหลวงวิสุดโยธามาตรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าแลจะมีตราพระราชสีห์ตราพระคชสีห์ตรากรมท่าไปถึงหัวเมืองด้วยกิจราชการสิ่งใด ๆ ถ้าข้าหลวงขุนหมื่นมหาดเลกชาวที่รับสั่งตามกิจ์ราชการสิ่งใดนั้น อย่าให้เอาชื่อผู้รับสั่งใส่ในท้องตรา ให้ว่าทรงพระกรรุณาฯ แล้วให้จดหมายเอาชื่อผู้รับสั่งไว้แก่นายเวนแลเจ้าตราให้หมั่นคง แล้วจึ่งให้ตราไป รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๖||๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก {{ลปร1|กหน|31}} ๓๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่กระลาการผู้ได้พิจารณาเนื้อความ ถ้าแลราษฎรมีคดีหาความแก่กัน ให้ผู้คุมเกาะโจทจำเลยไว้อย่าให้ขาด ถ้าแลเนื้อความเพชทูล แลผู้ชะณะให้เอาคนจำนำไว้ต่างตัว แลผู้แพ้ให้เกาะตัวไว้กว่าจะได้พิไนย อนึ่งคนกลางนั้นให้เอาไว้กลางกระลากร ถ้าแลเนื้อความสำเรจ์แล้วพิภากษาตกลงข้างผู้ใด จึ่งให้ส่งให้แก่ผู้นั้น {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> j3k256cj4rruxo9a0g6z10p8n3mi2fv 290893 290892 2026-06-24T14:47:09Z Lunlumita 12009 290893 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ทำเนแต่ ๑๐ ปีลงมา ให้สมภักนักการพิจารณาบังคับบันชาให้เขาจงเปนธรรม ถ้าพ้นกว่า ๑๐ ปี อย่าให้พิจารณาเลย ถ้าลูกนี่นั้นไปอยู่บ้านอื่นเมืองไกล เจ้าสีนได้บอกไว้แก่สมภักนักการแพ่งสุภาจ่าเมืองให้กฎหมายไว้ แลลูกนี่กลับมาเล่าไซ้ แม้นพ้น ๑๐ ปีก็ดี ให้รับเอาไว้พิจารณาตามรูปความนั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๑|๙|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก {{ลปร1|กหน|30}} ๓๐ อนึ่งหลวงวิสุดโยธามาตรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าแลจะมีตราพระราชสีห์ตราพระคชสีห์ตรากรมท่าไปถึงหัวเมืองด้วยกิจราชการสิ่งใด ๆ ถ้าข้าหลวงขุนหมื่นมหาดเลกชาวที่รับสั่งตามกิจ์ราชการสิ่งใดนั้น อย่าให้เอาชื่อผู้รับสั่งใส่ในท้องตรา ให้ว่าทรงพระกรรุณาฯ แล้วให้จดหมายเอาชื่อผู้รับสั่งไว้แก่นายเวนแลเจ้าตราให้หมั่นคง แล้วจึ่งให้ตราไป รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๖||๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก {{ลปร1|กหน|31}} ๓๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่กระลาการผู้ได้พิจารณาเนื้อความ ถ้าแลราษฎรมีคดีหาความแก่กัน ให้ผู้คุมเกาะโจทจำเลยไว้อย่าให้ขาด ถ้าแลเนื้อความเพชทูล แลผู้ชะณะให้เอาคนจำนำไว้ต่างตัว แลผู้แพ้ให้เกาะตัวไว้กว่าจะได้พิไนย อนึ่งคนกลางนั้นให้เอาไว้กลางกระลากร ถ้าแลเนื้อความสำเรจ์แล้วพิภากษาตกลงข้างผู้ใด จึ่งให้ส่งให้แก่ผู้นั้น {{มปก}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> tp12fgnddi7jyp2xgd5w24os9o04fxp 290894 290893 2026-06-24T14:47:22Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290894 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ทำเนแต่ ๑๐ ปีลงมา ให้สมภักนักการพิจารณาบังคับบันชาให้เขาจงเปนธรรม ถ้าพ้นกว่า ๑๐ ปี อย่าให้พิจารณาเลย ถ้าลูกนี่นั้นไปอยู่บ้านอื่นเมืองไกล เจ้าสีนได้บอกไว้แก่สมภักนักการแพ่งสุภาจ่าเมืองให้กฎหมายไว้ แลลูกนี่กลับมาเล่าไซ้ แม้นพ้น ๑๐ ปีก็ดี ให้รับเอาไว้พิจารณาตามรูปความนั้น กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๑|๙|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก {{ลปร1|กหน|30}} ๓๐ อนึ่งหลวงวิสุดโยธามาตรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าแลจะมีตราพระราชสีห์ตราพระคชสีห์ตรากรมท่าไปถึงหัวเมืองด้วยกิจราชการสิ่งใด ๆ ถ้าข้าหลวงขุนหมื่นมหาดเลกชาวที่รับสั่งตามกิจ์ราชการสิ่งใดนั้น อย่าให้เอาชื่อผู้รับสั่งใส่ในท้องตรา ให้ว่าทรงพระกรรุณาฯ แล้วให้จดหมายเอาชื่อผู้รับสั่งไว้แก่นายเวนแลเจ้าตราให้หมั่นคง แล้วจึ่งให้ตราไป รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๖||๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก {{ลปร1|กหน|31}} ๓๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่กระลาการผู้ได้พิจารณาเนื้อความ ถ้าแลราษฎรมีคดีหาความแก่กัน ให้ผู้คุมเกาะโจทจำเลยไว้อย่าให้ขาด ถ้าแลเนื้อความเพชทูล แลผู้ชะณะให้เอาคนจำนำไว้ต่างตัว แลผู้แพ้ให้เกาะตัวไว้กว่าจะได้พิไนย อนึ่งคนกลางนั้นให้เอาไว้กลางกระลากร ถ้าแลเนื้อความสำเรจ์แล้วพิภากษาตกลงข้างผู้ใด จึ่งให้ส่งให้แก่ผู้นั้น {{มปก}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> j9h6380kak2cbrkzh0ikgfsu46aw3rb หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/85 250 89989 290895 2026-06-24T14:47:45Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 290895 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๔|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> lu5wkui059h5no6apihv7gd5dyt6kde 290896 290895 2026-06-24T14:48:29Z Lunlumita 12009 290896 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๔|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๔||๑|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> hs1ym9fg0ciki0v7elwjfjsfadbvn5g 290897 290896 2026-06-24T14:48:56Z Lunlumita 12009 290897 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๔|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๔||๑|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก {{ลปร1|กหน|32}} {{ลปร1|กหน|33}}<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> erpvatcx3m1h038s65a4b14ybuohwyi 290898 290897 2026-06-24T14:54:09Z Lunlumita 12009 290898 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๔|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๔||๑|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก {{ลปร1|กหน|32}} ๓๒ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นจะไปแห่งใด ๆ ก็ดี ให้มีสัดโทนคนใช้รู้เหนไปมาด้วย ถ้าแลมีกิจ์ทุระศุขทุกขใข้เจบทำบุญฟังธรรม มิได้เปนญาติพี่น้องกัน อย่าให้ไปหามาสู่กันขึ้นเหล้นเย่าเรือนตึกจวนที่สงัดทังปวงนั้น ถ้าสัดโทนคนใช้รู้เหน ให้เอามาว่าแก่มหาดไทยกระลาโหมณศาลาลูกขุน จึ่งคุ้มตัวสัดโทนผู้นั้น ถ้าแลมิฟัง ไปมาหากันให้ผิดด้วยพระราชกำหนฎกฎหมาย จะเอาตัวเปนโทษ แลสัดโทนคนใช้รู้เหนแล้วมิเอามาว่ากล่าว จะเอาเปนโทษด้วย {{ลปร1|กหน|33}}<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 5pl8jjf0kw2j467d4igf6ab5pv6a9dr 290899 290898 2026-06-24T14:54:34Z Lunlumita 12009 290899 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๔|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๔||๑|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก {{ลปร1|กหน|32}} ๓๒ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นจะไปแห่งใด ๆ ก็ดี ให้มีสัดโทนคนใช้รู้เหนไปมาด้วย ถ้าแลมีกิจ์ทุระศุขทุกขใข้เจบทำบุญฟังธรรม มิได้เปนญาติพี่น้องกัน อย่าให้ไปหามาสู่กันขึ้นเหล้นเย่าเรือนตึกจวนที่สงัดทังปวงนั้น ถ้าสัดโทนคนใช้รู้เหน ให้เอามาว่าแก่มหาดไทยกระลาโหมณศาลาลูกขุน จึ่งคุ้มตัวสัดโทนผู้นั้น ถ้าแลมิฟัง ไปมาหากันให้ผิดด้วยพระราชกำหนฎกฎหมาย จะเอาตัวเปนโทษ แลสัดโทนคนใช้รู้เหนแล้วมิเอามาว่ากล่าว จะเอาเปนโทษด้วย กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๕|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก {{ลปร1|กหน|33}}<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> ebm3s91mi0zda1lat2nddy44fup4rab 290900 290899 2026-06-24T15:08:43Z Lunlumita 12009 290900 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๔|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๔||๑|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก {{ลปร1|กหน|32}} ๓๒ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นจะไปแห่งใด ๆ ก็ดี ให้มีสัดโทนคนใช้รู้เหนไปมาด้วย ถ้าแลมีกิจ์ทุระศุขทุกขใข้เจบทำบุญฟังธรรม มิได้เปนญาติพี่น้องกัน อย่าให้ไปหามาสู่กันขึ้นเหล้นเย่าเรือนตึกจวนที่สงัดทังปวงนั้น ถ้าสัดโทนคนใช้รู้เหน ให้เอามาว่าแก่มหาดไทยกระลาโหมณศาลาลูกขุน จึ่งคุ้มตัวสัดโทนผู้นั้น ถ้าแลมิฟัง ไปมาหากันให้ผิดด้วยพระราชกำหนฎกฎหมาย จะเอาตัวเปนโทษ แลสัดโทนคนใช้รู้เหนแล้วมิเอามาว่ากล่าว จะเอาเปนโทษด้วย กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๕|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก {{ลปร1|กหน|33}} ๓๓ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่ผู้พิจารณาเนื้อความผู้ร้าย ถ้าโจรลักช้างม้าโคกระบือทรัพยสิ่งของ ถ้าลักทีหนึ่ง ให้ศักรูปอันลักไว้ณเอก จึ่งให้ปรับไหม ถ้าลักสองที ให้ศักอก ตีด้วยลวดหนัง ๒๕ ที แล้วให้ปรับไหม ถ้าลักสามที ให้ศักหน้าไว้ เอาขึ้นขาหย่างประจารไว้สามวัน ให้ตีด้วยลวดหนัง ๓๐ ที ส่งลงหญ้าช้าง ถ้าลักสี่ที ให้ตัดนิ้วมือขวานิ้วเท้าขวาเสียจนสิ้นนิ้ว แล้วให้ศักหน้าให้รู้ว่าลักสี่ที แล้วปล่อยเสีย ถ้าลัก<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> f9ejlluzzv5p12qouk3ffu2spojgnkz 290901 290900 2026-06-24T15:08:59Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290901 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๔|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๔||๑|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก {{ลปร1|กหน|32}} ๓๒ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นจะไปแห่งใด ๆ ก็ดี ให้มีสัดโทนคนใช้รู้เหนไปมาด้วย ถ้าแลมีกิจ์ทุระศุขทุกขใข้เจบทำบุญฟังธรรม มิได้เปนญาติพี่น้องกัน อย่าให้ไปหามาสู่กันขึ้นเหล้นเย่าเรือนตึกจวนที่สงัดทังปวงนั้น ถ้าสัดโทนคนใช้รู้เหน ให้เอามาว่าแก่มหาดไทยกระลาโหมณศาลาลูกขุน จึ่งคุ้มตัวสัดโทนผู้นั้น ถ้าแลมิฟัง ไปมาหากันให้ผิดด้วยพระราชกำหนฎกฎหมาย จะเอาตัวเปนโทษ แลสัดโทนคนใช้รู้เหนแล้วมิเอามาว่ากล่าว จะเอาเปนโทษด้วย กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๕|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก {{ลปร1|กหน|33}} ๓๓ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่ผู้พิจารณาเนื้อความผู้ร้าย ถ้าโจรลักช้างม้าโคกระบือทรัพยสิ่งของ ถ้าลักทีหนึ่ง ให้ศักรูปอันลักไว้ณเอก จึ่งให้ปรับไหม ถ้าลักสองที ให้ศักอก ตีด้วยลวดหนัง ๒๕ ที แล้วให้ปรับไหม ถ้าลักสามที ให้ศักหน้าไว้ เอาขึ้นขาหย่างประจารไว้สามวัน ให้ตีด้วยลวดหนัง ๓๐ ที ส่งลงหญ้าช้าง ถ้าลักสี่ที ให้ตัดนิ้วมือขวานิ้วเท้าขวาเสียจนสิ้นนิ้ว แล้วให้ศักหน้าให้รู้ว่าลักสี่ที แล้วปล่อยเสีย ถ้าลัก<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> tr26jbky1cf50b831ad38q3km7evkem หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/86 250 89990 290902 2026-06-24T15:09:15Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 290902 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> nzgcl35a0l9fako4mje76w317kdubcw 290903 290902 2026-06-24T15:09:34Z Lunlumita 12009 290903 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude> {{ลปร1|กหน|34}} {{ลปร1|กหน|35}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> jvala3sdkr6d43nw4r5lm30f8klfdok 290904 290903 2026-06-24T15:10:30Z Lunlumita 12009 290904 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ห้าที ให้ตัดนิ้วมือเสียทังสองข้างอย่าให้กุมสาตราวุทได้ ถ้าจะปล่อยศักไซ้ ให้ไถ่โทษตามบทพระอายการ กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๒|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๘ ปีมะโรงอัถศก {{ลปร1|กหน|34}} {{ลปร1|กหน|35}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> gibfa02fitcixiada7gqee80qekqg0g 290905 290904 2026-06-24T15:11:24Z Lunlumita 12009 290905 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ห้าที ให้ตัดนิ้วมือเสียทังสองข้างอย่าให้กุมสาตราวุทได้ ถ้าจะปล่อยศักไซ้ ให้ไถ่โทษตามบทพระอายการ กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๒|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๘ ปีมะโรงอัถศก {{ลปร1|กหน|34}} ๓๔ อนึ่งออกพญามหาเสนารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า จะไปด้วยกิจ์ราชการสิ่งใด ๆ ก็ดี นายทำมรงแลหมู่พนักงานทังปวงนั้นให้มีตราของนายตีครั่งติดไม้ว่าเดีรเปนสำคัญ ถ้าหาตรามุนนายมิได้ ให้ถือไต้เพลีงเดีร {{ลปร1|กหน|35}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 8fydea748in03s9icuoeknbdvq4qo1y 290906 290905 2026-06-24T15:12:49Z Lunlumita 12009 290906 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ห้าที ให้ตัดนิ้วมือเสียทังสองข้างอย่าให้กุมสาตราวุทได้ ถ้าจะปล่อยศักไซ้ ให้ไถ่โทษตามบทพระอายการ กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๒|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๘ ปีมะโรงอัถศก {{ลปร1|กหน|34}} ๓๔ อนึ่งออกพญามหาเสนารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า จะไปด้วยกิจ์ราชการสิ่งใด ๆ ก็ดี นายทำมรงแลหมู่พนักงานทังปวงนั้นให้มีตราของนายตีครั่งติดไม้ว่าเดีรเปนสำคัญ ถ้าหาตรามุนนายมิได้ ให้ถือไต้เพลีงเดีร {{ลปร1|กหน|35}} ด้วยพญากระลาโหมผู้ว่าราชการณที่มหาดไทยรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า เงีนหลวงติดค้างอยู่แก่ขุน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> jzzjqc9bmiuxf1vtcbt2j5qmm80gx0b 290907 290906 2026-06-24T15:13:56Z Lunlumita 12009 290907 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ห้าที ให้ตัดนิ้วมือเสียทังสองข้างอย่าให้กุมสาตราวุทได้ ถ้าจะปล่อยศักไซ้ ให้ไถ่โทษตามบทพระอายการ กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๒|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๘ ปีมะโรงอัถศก {{ลปร1|กหน|34}} ๓๔ อนึ่งออกพญามหาเสนารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า จะไปด้วยกิจ์ราชการสิ่งใด ๆ ก็ดี นายทำมรงแลหมู่พนักงานทังปวงนั้นให้มีตราของนายตีครั่งติดไม้ว่าเดีรเปนสำคัญ ถ้าหาตรามุนนายมิได้ ให้ถือไต้เพลีงเดีร อนึ่งถึงวัน {{ซบ|๘|๑๕}} {{ปก2}} ค่ำ อย่าให้ตกเบดทอดแหดักลอบดักตุ้มดักลันในกรุงเทพฯ นอกกรุงเทพฯ ถ้าผู้ใดมิได้ทำตามรับสั่ง นครบาลจับได้ ให้ไหมปรับเอาเงีนซื้อฟืนเผาอิดเผาปูนทำกำแพงรอบกรุง ถ้าอนาถาหาเงีนจะเสียมิได้ ให้เอาตัวมาทำกำแพงกว่าจะแล้ว {{ลปร1|กหน|35}} ด้วยพญากระลาโหมผู้ว่าราชการณที่มหาดไทยรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า เงีนหลวงติดค้างอยู่แก่ขุน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> sd58vu4kqbhjet6b4ncl79kioep4u43 290908 290907 2026-06-24T15:14:49Z Lunlumita 12009 290908 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ห้าที ให้ตัดนิ้วมือเสียทังสองข้างอย่าให้กุมสาตราวุทได้ ถ้าจะปล่อยศักไซ้ ให้ไถ่โทษตามบทพระอายการ กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๒|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๘ ปีมะโรงอัถศก {{ลปร1|กหน|34}} ๓๔ อนึ่งออกพญามหาเสนารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า จะไปด้วยกิจ์ราชการสิ่งใด ๆ ก็ดี นายทำมรงแลหมู่พนักงานทังปวงนั้นให้มีตราของนายตีครั่งติดไม้ว่าเดีรเปนสำคัญ ถ้าหาตรามุนนายมิได้ ให้ถือไต้เพลีงเดีร อนึ่งถึงวัน {{ซบ|๘|๑๕}} {{ปก2}} ค่ำ อย่าให้ตกเบดทอดแหดักลอบดักตุ้มดักลันในกรุงเทพฯ นอกกรุงเทพฯ ถ้าผู้ใดมิได้ทำตามรับสั่ง นครบาลจับได้ ให้ไหมปรับเอาเงีนซื้อฟืนเผาอิดเผาปูนทำกำแพงรอบกรุง ถ้าอนาถาหาเงีนจะเสียมิได้ ให้เอาตัวมาทำกำแพงกว่าจะแล้ว อนึ่งถ้าผู้ไปกระเวนจับได้ผู้ล้วงร้านล้วงเรือนล้วงเพิง พิจารณาเปนสัจ ให้ปรับไหมเปนพิไนยซื้อฟืนเผาอิด ถ้าหาเงีนจะเสียมิได้ ให้ส่งตัวไปเปนหัวสิบช้าง {{ลปร1|กหน|35}} ด้วยพญากระลาโหมผู้ว่าราชการณที่มหาดไทยรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า เงีนหลวงติดค้างอยู่แก่ขุน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> jt7ejvids8ldtnjahxlju2hnaf4kdbs 290909 290908 2026-06-24T15:16:35Z Lunlumita 12009 290909 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ห้าที ให้ตัดนิ้วมือเสียทังสองข้างอย่าให้กุมสาตราวุทได้ ถ้าจะปล่อยศักไซ้ ให้ไถ่โทษตามบทพระอายการ กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๒|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๘ ปีมะโรงอัถศก {{ลปร1|กหน|34}} ๓๔ อนึ่งออกพญามหาเสนารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า จะไปด้วยกิจ์ราชการสิ่งใด ๆ ก็ดี นายทำมรงแลหมู่พนักงานทังปวงนั้นให้มีตราของนายตีครั่งติดไม้ว่าเดีรเปนสำคัญ ถ้าหาตรามุนนายมิได้ ให้ถือไต้เพลีงเดีร อนึ่งถึงวัน {{ซบ|๘|๑๕}} {{ปก2}} ค่ำ อย่าให้ตกเบดทอดแหดักลอบดักตุ้มดักลันในกรุงเทพฯ นอกกรุงเทพฯ ถ้าผู้ใดมิได้ทำตามรับสั่ง นครบาลจับได้ ให้ไหมปรับเอาเงีนซื้อฟืนเผาอิดเผาปูนทำกำแพงรอบกรุง ถ้าอนาถาหาเงีนจะเสียมิได้ ให้เอาตัวมาทำกำแพงกว่าจะแล้ว อนึ่งถ้าผู้ไปกระเวนจับได้ผู้ล้วงร้านล้วงเรือนล้วงเพิง พิจารณาเปนสัจ ให้ปรับไหมเปนพิไนยซื้อฟืนเผาอิด ถ้าหาเงีนจะเสียมิได้ ให้ส่งตัวไปเปนหัวสิบช้าง รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๓|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๐๑ ปีมะแมเอกศก {{ลปร1|กหน|35}} ด้วยพญากระลาโหมผู้ว่าราชการณที่มหาดไทยรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า เงีนหลวงติดค้างอยู่แก่ขุน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 3b1h1n6h01xtkff35u3pk83swq6vee2 290910 290909 2026-06-24T15:16:49Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290910 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ห้าที ให้ตัดนิ้วมือเสียทังสองข้างอย่าให้กุมสาตราวุทได้ ถ้าจะปล่อยศักไซ้ ให้ไถ่โทษตามบทพระอายการ กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๒|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๘ ปีมะโรงอัถศก {{ลปร1|กหน|34}} ๓๔ อนึ่งออกพญามหาเสนารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า จะไปด้วยกิจ์ราชการสิ่งใด ๆ ก็ดี นายทำมรงแลหมู่พนักงานทังปวงนั้นให้มีตราของนายตีครั่งติดไม้ว่าเดีรเปนสำคัญ ถ้าหาตรามุนนายมิได้ ให้ถือไต้เพลีงเดีร อนึ่งถึงวัน {{ซบ|๘|๑๕}} {{ปก2}} ค่ำ อย่าให้ตกเบดทอดแหดักลอบดักตุ้มดักลันในกรุงเทพฯ นอกกรุงเทพฯ ถ้าผู้ใดมิได้ทำตามรับสั่ง นครบาลจับได้ ให้ไหมปรับเอาเงีนซื้อฟืนเผาอิดเผาปูนทำกำแพงรอบกรุง ถ้าอนาถาหาเงีนจะเสียมิได้ ให้เอาตัวมาทำกำแพงกว่าจะแล้ว อนึ่งถ้าผู้ไปกระเวนจับได้ผู้ล้วงร้านล้วงเรือนล้วงเพิง พิจารณาเปนสัจ ให้ปรับไหมเปนพิไนยซื้อฟืนเผาอิด ถ้าหาเงีนจะเสียมิได้ ให้ส่งตัวไปเปนหัวสิบช้าง รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๓|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๐๑ ปีมะแมเอกศก {{ลปร1|กหน|35}} ด้วยพญากระลาโหมผู้ว่าราชการณที่มหาดไทยรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า เงีนหลวงติดค้างอยู่แก่ขุน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> h159s4yi9mwo5ncqsdgwpa2f3mnb0yh หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/87 250 89991 290911 2026-06-24T15:17:10Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 290911 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๖|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> jzmxxlz408yok2e945x217djo055t5c 290912 290911 2026-06-24T15:19:01Z Lunlumita 12009 290912 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๖|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>หมื่นนายอากอนแลผู้ทำภาษี แลผู้ใด ๆ บันดาเงีนหลวงติดค้างนั้น ครั้นยากจนตายไปก็ดี ผู้พิจารณาเร่งเงีนหลวงนั้นให้เกาะญาติพี่น้องมาปรับไหมด้วยตามพระอายการ ให้ช่วยใช้เงีนหลวงตามกฎ แลพิจารณาเรียกเอาค่าเชิงประกันค่า {{ซบ|พิภากษา|ปรับ|ผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ผู้มีชื่อนอกเงีนหลวงนั้นด้วยอีก แลผู้มีชื่อต้องเสียเงีนปรับไหมใช้แทนญาติพี่น้องเปนหลวงตามส่วนญาติสนิดแลห่างนั้น แลมาต้องเสียเงีนค่าเชีงประกันค่าพิภากษาค่าปรับค่าผัดเผาค่าฤทชากระลาการซ้ำอีกเล่านั้นมิชอบ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 320ydzdq6qd14fkzovncoqvltf5vgys 290913 290912 2026-06-24T15:26:48Z Lunlumita 12009 290913 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๖|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>หมื่นนายอากอนแลผู้ทำภาษี แลผู้ใด ๆ บันดาเงีนหลวงติดค้างนั้น ครั้นยากจนตายไปก็ดี ผู้พิจารณาเร่งเงีนหลวงนั้นให้เกาะญาติพี่น้องมาปรับไหมด้วยตามพระอายการ ให้ช่วยใช้เงีนหลวงตามกฎ แลพิจารณาเรียกเอาค่าเชิงประกันค่า {{ซบ|พิภากษา|ปรับ|ผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ผู้มีชื่อนอกเงีนหลวงนั้นด้วยอีก แลผู้มีชื่อต้องเสียเงีนปรับไหมใช้แทนญาติพี่น้องเปนหลวงตามส่วนญาติสนิดแลห่างนั้น แลมาต้องเสียเงีนค่าเชีงประกันค่าพิภากษาค่าปรับค่าผัดเผาค่าฤทชากระลาการซ้ำอีกเล่านั้นมิชอบ แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ผู้จะเปนกระลาการบันดาอันได้พิจารณาเงีนหลวงติดค้าง จเอาเครือญาติกามาปรับไหมให้ช่วยใช้แทนเงีนหลวงนั้น ถ้าได้ตัวผู้มีชื่อ{{ตตฉ|เครอ}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เครอ|เครือ}}</ref> ญาติกามาถามให้การตามสัจตามจริง กระลาการหาได้ต้องพิจารณาสืบสาวถึงพญาณเปนความมีคู่ไม่ ห้ามอย่าให้เรียกเอาค่า {{ซบ|เชิงประกัน|พิภากษา|ปรับผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ญาติพี่น้องผู้ต้องใช้เงีนหลวงแทนนั้นขาดทีเดียว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 766mql5w3l0qvxcsnvjd1wfsvy0ydjr 290914 290913 2026-06-24T15:28:07Z Lunlumita 12009 290914 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๖|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>หมื่นนายอากอนแลผู้ทำภาษี แลผู้ใด ๆ บันดาเงีนหลวงติดค้างนั้น ครั้นยากจนตายไปก็ดี ผู้พิจารณาเร่งเงีนหลวงนั้นให้เกาะญาติพี่น้องมาปรับไหมด้วยตามพระอายการ ให้ช่วยใช้เงีนหลวงตามกฎ แลพิจารณาเรียกเอาค่าเชิงประกันค่า {{ซบ|พิภากษา|ปรับ|ผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ผู้มีชื่อนอกเงีนหลวงนั้นด้วยอีก แลผู้มีชื่อต้องเสียเงีนปรับไหมใช้แทนญาติพี่น้องเปนหลวงตามส่วนญาติสนิดแลห่างนั้น แลมาต้องเสียเงีนค่าเชีงประกันค่าพิภากษาค่าปรับค่าผัดเผาค่าฤทชากระลาการซ้ำอีกเล่านั้นมิชอบ แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ผู้จะเปนกระลาการบันดาอันได้พิจารณาเงีนหลวงติดค้าง จเอาเครือญาติกามาปรับไหมให้ช่วยใช้แทนเงีนหลวงนั้น ถ้าได้ตัวผู้มีชื่อ{{ตตฉ|เครอ}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เครอ|เครือ}}</ref> ญาติกามาถามให้การตามสัจตามจริง กระลาการหาได้ต้องพิจารณาสืบสาวถึงพญาณเปนความมีคู่ไม่ ห้ามอย่าให้เรียกเอาค่า {{ซบ|เชิงประกัน|พิภากษา|ปรับผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ญาติพี่น้องผู้ต้องใช้เงีนหลวงแทนนั้นขาดทีเดียว แลให้เรียกเอาแต่ค่าเผานั้นต้องเสียค่าถ่าน ครั้นเงีนดีอยู่ผู้เผา ๆ ทรุดไป แลผู้เผาต้องใช้ ครั้นจะมิเผา เงีนจะส่งเข้าพระคลังนั้น เกลือกจะเปนเงีน {{ซบ|หุ้มรวง|เคลือบ}} {{ปก2}} เงีนซึ่งจะเปนเงีนหลวงจะมิบริสุดด้วย เพราะเหดุฉนี้จึ่งให้เผาเรียกเอาค่าเผาเงีนตามทำเนียม<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> gafhxoweecqboc9uusodjkpigvjq7sd 290915 290914 2026-06-24T15:28:31Z Lunlumita 12009 290915 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๖|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>หมื่นนายอากอนแลผู้ทำภาษี แลผู้ใด ๆ บันดาเงีนหลวงติดค้างนั้น ครั้นยากจนตายไปก็ดี ผู้พิจารณาเร่งเงีนหลวงนั้นให้เกาะญาติพี่น้องมาปรับไหมด้วยตามพระอายการ ให้ช่วยใช้เงีนหลวงตามกฎ แลพิจารณาเรียกเอาค่าเชิงประกันค่า {{ซบ|พิภากษา|ปรับ|ผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ผู้มีชื่อนอกเงีนหลวงนั้นด้วยอีก แลผู้มีชื่อต้องเสียเงีนปรับไหมใช้แทนญาติพี่น้องเปนหลวงตามส่วนญาติสนิดแลห่างนั้น แลมาต้องเสียเงีนค่าเชีงประกันค่าพิภากษาค่าปรับค่าผัดเผาค่าฤทชากระลาการซ้ำอีกเล่านั้นมิชอบ แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ผู้จะเปนกระลาการบันดาอันได้พิจารณาเงีนหลวงติดค้าง จเอาเครือญาติกามาปรับไหมให้ช่วยใช้แทนเงีนหลวงนั้น ถ้าได้ตัวผู้มีชื่อ{{ตตฉ|เครอ}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เครอ|เครือ}}</ref> ญาติกามาถามให้การตามสัจตามจริง กระลาการหาได้ต้องพิจารณาสืบสาวถึงพญาณเปนความมีคู่ไม่ ห้ามอย่าให้เรียกเอาค่า {{ซบ|เชิงประกัน|พิภากษา|ปรับผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ญาติพี่น้องผู้ต้องใช้เงีนหลวงแทนนั้นขาดทีเดียว แลให้เรียกเอาแต่ค่าเผานั้นต้องเสียค่าถ่าน ครั้นเงีนดีอยู่ผู้เผา ๆ ทรุดไป แลผู้เผาต้องใช้ ครั้นจะมิเผา เงีนจะส่งเข้าพระคลังนั้น เกลือกจะเปนเงีน {{ซบ|หุ้มรวง|เคลือบ}} {{ปก2}} เงีนซึ่งจะเปนเงีนหลวงจะมิบริสุดด้วย เพราะเหดุฉนี้จึ่งให้เผาเรียกเอาค่าเผาเงีนตามทำเนียม แลให้ผู้พิจารณาเงีนหลวงทังปวงทำตามรับสั่งนี้ ถ้าแลมี<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 1wp4eobywyw5q0syx08epndyqkwed2u 290916 290915 2026-06-24T15:28:47Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290916 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๖|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>หมื่นนายอากอนแลผู้ทำภาษี แลผู้ใด ๆ บันดาเงีนหลวงติดค้างนั้น ครั้นยากจนตายไปก็ดี ผู้พิจารณาเร่งเงีนหลวงนั้นให้เกาะญาติพี่น้องมาปรับไหมด้วยตามพระอายการ ให้ช่วยใช้เงีนหลวงตามกฎ แลพิจารณาเรียกเอาค่าเชิงประกันค่า {{ซบ|พิภากษา|ปรับ|ผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ผู้มีชื่อนอกเงีนหลวงนั้นด้วยอีก แลผู้มีชื่อต้องเสียเงีนปรับไหมใช้แทนญาติพี่น้องเปนหลวงตามส่วนญาติสนิดแลห่างนั้น แลมาต้องเสียเงีนค่าเชีงประกันค่าพิภากษาค่าปรับค่าผัดเผาค่าฤทชากระลาการซ้ำอีกเล่านั้นมิชอบ แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ผู้จะเปนกระลาการบันดาอันได้พิจารณาเงีนหลวงติดค้าง จเอาเครือญาติกามาปรับไหมให้ช่วยใช้แทนเงีนหลวงนั้น ถ้าได้ตัวผู้มีชื่อ{{ตตฉ|เครอ}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เครอ|เครือ}}</ref> ญาติกามาถามให้การตามสัจตามจริง กระลาการหาได้ต้องพิจารณาสืบสาวถึงพญาณเปนความมีคู่ไม่ ห้ามอย่าให้เรียกเอาค่า {{ซบ|เชิงประกัน|พิภากษา|ปรับผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ญาติพี่น้องผู้ต้องใช้เงีนหลวงแทนนั้นขาดทีเดียว แลให้เรียกเอาแต่ค่าเผานั้นต้องเสียค่าถ่าน ครั้นเงีนดีอยู่ผู้เผา ๆ ทรุดไป แลผู้เผาต้องใช้ ครั้นจะมิเผา เงีนจะส่งเข้าพระคลังนั้น เกลือกจะเปนเงีน {{ซบ|หุ้มรวง|เคลือบ}} {{ปก2}} เงีนซึ่งจะเปนเงีนหลวงจะมิบริสุดด้วย เพราะเหดุฉนี้จึ่งให้เผาเรียกเอาค่าเผาเงีนตามทำเนียม แลให้ผู้พิจารณาเงีนหลวงทังปวงทำตามรับสั่งนี้ ถ้าแลมี<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> le95alcfvm205bxm2nfd1ktudggpw9i หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/88 250 89992 290917 2026-06-24T15:29:06Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 290917 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 2disuswku7moes76w0i7ljvtlqriikz 290918 290917 2026-06-24T15:34:26Z Lunlumita 12009 290918 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง รับสั่ง<ref>x</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> m1w7wg6501pukgdn7z2xt7bzktn2zuz 290919 290918 2026-06-24T15:34:48Z Lunlumita 12009 290919 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง รับสั่ง<ref>x</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก {{ลปร1|กหน|36}} {{ลปร1|กหน|37}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 65iifucmz0hoes4lprps19tzjdif2dr 290920 290919 2026-06-24T15:35:59Z Lunlumita 12009 290920 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง รับสั่ง<ref>x</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก {{ลปร1|กหน|36}} ๓๕ อนึ่งหลวงอินทมนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าผู้มีชื่อร้องฟ้องวิวาทชิงหมู่กัน แลกระลาการโรงสานกรมใด ๆ พิจารณา แลลูกขุนณศาลาลูกขุนณสานหลวงจะพิภากษา อย่าให้เรียกเอาค่าฤทชากระลาการแก่ผู้มีชื่อแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้รับสั่ง {{ลปร1|กหน|37}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> qk4ad0966qz056lstkl3dcevd1kggim 290921 290920 2026-06-24T15:36:35Z Lunlumita 12009 290921 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง">x</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก {{ลปร1|กหน|36}} ๓๕ อนึ่งหลวงอินทมนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าผู้มีชื่อร้องฟ้องวิวาทชิงหมู่กัน แลกระลาการโรงสานกรมใด ๆ พิจารณา แลลูกขุนณศาลาลูกขุนณสานหลวงจะพิภากษา อย่าให้เรียกเอาค่าฤทชากระลาการแก่ผู้มีชื่อแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้รับสั่ง รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๒||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๖ ปีจอฉอศก {{ลปร1|กหน|37}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 1kgl15t0bu6ot2zl0g7g433q924jyfw 290922 290921 2026-06-24T15:37:52Z Lunlumita 12009 290922 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง">x</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก {{ลปร1|กหน|36}} ๓๕ อนึ่งหลวงอินทมนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าผู้มีชื่อร้องฟ้องวิวาทชิงหมู่กัน แลกระลาการโรงสานกรมใด ๆ พิจารณา แลลูกขุนณศาลาลูกขุนณสานหลวงจะพิภากษา อย่าให้เรียกเอาค่าฤทชากระลาการแก่ผู้มีชื่อแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้รับสั่ง รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๒||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๖ ปีจอฉอศก {{ลปร1|กหน|37}} ๓๖ อนึ่งกฎให้ไว้แก่ผู้พิจารณาผู้ร้ายว่า ถ้าลักพระปล้นสดมลักช้างม้าเปนสัจ ให้จำ ๕ ประการไว้ในคุก ให้ขานยาม ถ้าโจรซัดเพื่อนแลโจรสดมถามยังมิรับ แลลักเรือโคกระบือ ให้จำแต่ขื่อคาตรวนไว้หน้าคุก ถ้าโจรซัดหมายโฉนดไปมิได้ตัว ได้แต่สมุบาญชียนายหมวดนายเลว ผัดส่งตัวยังมิได้ส่ง ให้ประกันไว้ณทับทำมะรง {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 3n8ucezt68h867vbw0cp4ls8pihmf7d 290923 290922 2026-06-24T15:38:35Z Lunlumita 12009 290923 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง">ในต้นฉะบับ คำว่า รับสั่ง ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก {{ลปร1|กหน|36}} ๓๕ อนึ่งหลวงอินทมนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าผู้มีชื่อร้องฟ้องวิวาทชิงหมู่กัน แลกระลาการโรงสานกรมใด ๆ พิจารณา แลลูกขุนณศาลาลูกขุนณสานหลวงจะพิภากษา อย่าให้เรียกเอาค่าฤทชากระลาการแก่ผู้มีชื่อแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้รับสั่ง รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๒||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๖ ปีจอฉอศก {{ลปร1|กหน|37}} ๓๖ อนึ่งกฎให้ไว้แก่ผู้พิจารณาผู้ร้ายว่า ถ้าลักพระปล้นสดมลักช้างม้าเปนสัจ ให้จำ ๕ ประการไว้ในคุก ให้ขานยาม ถ้าโจรซัดเพื่อนแลโจรสดมถามยังมิรับ แลลักเรือโคกระบือ ให้จำแต่ขื่อคาตรวนไว้หน้าคุก ถ้าโจรซัดหมายโฉนดไปมิได้ตัว ได้แต่สมุบาญชียนายหมวดนายเลว ผัดส่งตัวยังมิได้ส่ง ให้ประกันไว้ณทับทำมะรง {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> a20ciwug8ks6bondnxch4vu5fcg2dhy 290924 290923 2026-06-24T15:38:52Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290924 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง">ในต้นฉะบับ คำว่า รับสั่ง ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก {{ลปร1|กหน|36}} ๓๕ อนึ่งหลวงอินทมนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าผู้มีชื่อร้องฟ้องวิวาทชิงหมู่กัน แลกระลาการโรงสานกรมใด ๆ พิจารณา แลลูกขุนณศาลาลูกขุนณสานหลวงจะพิภากษา อย่าให้เรียกเอาค่าฤทชากระลาการแก่ผู้มีชื่อแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้รับสั่ง รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๒||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๖ ปีจอฉอศก {{ลปร1|กหน|37}} ๓๖ อนึ่งกฎให้ไว้แก่ผู้พิจารณาผู้ร้ายว่า ถ้าลักพระปล้นสดมลักช้างม้าเปนสัจ ให้จำ ๕ ประการไว้ในคุก ให้ขานยาม ถ้าโจรซัดเพื่อนแลโจรสดมถามยังมิรับ แลลักเรือโคกระบือ ให้จำแต่ขื่อคาตรวนไว้หน้าคุก ถ้าโจรซัดหมายโฉนดไปมิได้ตัว ได้แต่สมุบาญชียนายหมวดนายเลว ผัดส่งตัวยังมิได้ส่ง ให้ประกันไว้ณทับทำมะรง {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 9yd6vfd13oqg0jkv3ow5o3o2tl6thax 290927 290924 2026-06-24T15:40:01Z Lunlumita 12009 290927 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง">ในต้นฉะบับ คำว่า รับสั่ง ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก {{ลปร1|กหน|36}} ๓๕ อนึ่งหลวงอินทมนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าผู้มีชื่อร้องฟ้องวิวาทชิงหมู่กัน แลกระลาการโรงสานกรมใด ๆ พิจารณา แลลูกขุนณศาลาลูกขุนณสานหลวงจะพิภากษา อย่าให้เรียกเอาค่าฤทชากระลาการแก่ผู้มีชื่อแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้รับสั่ง รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๒||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๖ ปีจอฉอศก {{ลปร1|กหน|37}} ๓๖ อนึ่งกฎให้ไว้แก่ผู้พิจารณาผู้ร้ายว่า ถ้าลักพระปล้นสดมลักช้างม้าเปนสัจ ให้จำ ๕ ประการไว้ในคุก ให้ขานยาม ถ้าโจรซัดเพื่อนแลโจรสดมถามยังมิรับ แลลักเรือโคกระบือ ให้จำแต่ขื่อคาตรวนไว้หน้าคุก ถ้าโจรซัดหมายโฉนดไปมิได้ตัว ได้แต่สมุบาญชียนายหมวดนายเลว ผัดส่งตัวยังมิได้ส่ง ให้ประกันไว้ณทับทำมะรง {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 516rr0batfuankcs87p6avg5vroablh หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/89 250 89993 290925 2026-06-24T15:39:07Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 290925 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> r1knn63vgipzeu33ly3qw3a85yw5xck 290926 290925 2026-06-24T15:39:32Z Lunlumita 12009 290926 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งผู้ร้องฟ้องว่าโจรปล้นสดมเปนสาเหดุมีคำพิรุท ให้จำตัวไว้หน้าคุก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> e45a92qowfv5xn65an2rzimywmbtsuu 290928 290926 2026-06-24T15:40:37Z Lunlumita 12009 290928 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งผู้ร้องฟ้องว่าโจรปล้นสดมเปนสาเหดุมีคำพิรุท ให้จำตัวไว้หน้าคุก กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗|๓||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช<ref>x</ref> ๑๑๑๘ ปีชวดอรรถศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> kse74bjqkvjvcyzsf6vbbjbsq0648pr 290929 290928 2026-06-24T15:40:55Z Lunlumita 12009 290929 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งผู้ร้องฟ้องว่าโจรปล้นสดมเปนสาเหดุมีคำพิรุท ให้จำตัวไว้หน้าคุก กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗|๓||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช<ref>ต้นฉะบับ: ศุักราช</ref> ๑๑๑๘ ปีชวดอรรถศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 7xcow4mbzklwv32ejp8razixiwffikr 290930 290929 2026-06-24T15:41:05Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290930 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งผู้ร้องฟ้องว่าโจรปล้นสดมเปนสาเหดุมีคำพิรุท ให้จำตัวไว้หน้าคุก กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗|๓||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช<ref>ต้นฉะบับ: ศุักราช</ref> ๑๑๑๘ ปีชวดอรรถศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> bjrisqx5yw05wd9krvlxl0nh36y3gfa ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉะบับหลวงตรา 3 ดวง/เล่ม 3/ส่วนที่ 2 0 89994 290932 2026-06-24T15:44:34Z Lunlumita 12009 สร้างหน้าด้วย "{{header | title = {{ลปร1|2|3}} | year = 2482 | author = | editor = | translator = | section = 2. กฎ 36 ข้อ | contributor = | previous = {{ลปร1|4|3|1}} | next = {{ลปร1|4|3|3}} | notes = | portal = }} <pages index="Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu" from="68" to="89"/> ---- {{รกออ}} {{รกออ|group=วซ}}" 290932 wikitext text/x-wiki {{header | title = {{ลปร1|2|3}} | year = 2482 | author = | editor = | translator = | section = 2. กฎ 36 ข้อ | contributor = | previous = {{ลปร1|4|3|1}} | next = {{ลปร1|4|3|3}} | notes = | portal = }} <pages index="Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu" from="68" to="89"/> ---- {{รกออ}} {{รกออ|group=วซ}} gkdyo0v43qi8qpbcx9fk64mycqijn5l หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/12 250 89995 290935 2026-06-24T15:48:45Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 290935 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ลปร1|ก|กฎพระสงฆ|<ref>พิมพ์ตามฉะบับหลวง L19 ยังเเหลืออีกฉะบับหนึ่ง คือ L19x (ก)</ref>}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 7oajye26bjotup1wnvqmk8cpgz1xw68 290936 290935 2026-06-24T15:49:31Z Lunlumita 12009 290936 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ลปร1|ก|กฎพระสงฆ|<ref>เขียนเปนสองเล่ม เล่ม ๑ นี้พิมพ์ตามฉะบับหลวง L23.1x ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่งคือ L23.1 (ก)</ref>}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> htkbp7gwt0b1xguxccqelyohhonvr3t 290937 290936 2026-06-24T15:49:52Z Lunlumita 12009 290937 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ลปร1|ก|กฎพระสงฆ|<ref>เขียนเปนสองเล่ม เล่ม ๑ นี้พิมพ์ตามฉะบับหลวง L23.1x ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่งคือ L23.1 (ก)</ref>}} {{ลปร1|กหน|1}} ๑<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> h87oitb0hmse5ktladocndvuqna3p8p 290938 290937 2026-06-24T15:51:38Z Lunlumita 12009 290938 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ลปร1|ก|กฎพระสงฆ|<ref>เขียนเปนสองเล่ม เล่ม ๑ นี้พิมพ์ตามฉะบับหลวง L23.1x ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่งคือ L23.1 (ก)</ref>}} {{ลปร1|กหน|1}} ๑ กฎให้ไว้แก่ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารพลเรือนฝ่ายหน้าฝ่ายในขอเฝ้าจ้าวต่างกรม ๆ พระราชวังบวรสถานมงคลผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการแลสังกะรีธรรมการราชาคณะพระสงฆเจ้าอธิการอนุจรฝ่ายคันทธุระวิปัศนาธุระอรัญวาสีคามวาสีนอกกรุงในกรุงเทพมหานครศรีอยุทธยาแลหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> l8fmv1zr063aybwgjzwsqdi832kt4nf 290939 290938 2026-06-24T15:54:21Z Lunlumita 12009 290939 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ลปร1|ก|กฎพระสงฆ|<ref>เขียนเปนสองเล่ม เล่ม ๑ นี้พิมพ์ตามฉะบับหลวง L23.1x ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่งคือ L23.1 (ก)</ref>}} {{ลปร1|กหน|1}} ๑ กฎให้ไว้แก่ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารพลเรือนฝ่ายหน้าฝ่ายในขอเฝ้าจ้าวต่างกรม ๆ พระราชวังบวรสถานมงคลผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการแลสังกะรีธรรมการราชาคณะพระสงฆเจ้าอธิการอนุจรฝ่ายคันทธุระวิปัศนาธุระอรัญวาสีคามวาสีนอกกรุงในกรุงเทพมหานครศรีอยุทธยาแลหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว จึ่งพระบาทสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวทุกวันนี้มีพระราชประนิทานปราถนาพระโพธิญาณสัพัญูประกอบด้วยพระมหากรรุณาญาณหากตักเตือนพระไทยเปนทำมดากรรุณาจะให้เปนประโยชนแก่สัตวโลกยทังปวง จึ่งสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมใสนมัศ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> hds0aownc5lb7kn8s3nr8z535xob3kp 290940 290939 2026-06-24T15:54:54Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290940 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ลปร1|ก|กฎพระสงฆ|<ref>เขียนเปนสองเล่ม เล่ม ๑ นี้พิมพ์ตามฉะบับหลวง L23.1x ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่งคือ L23.1 (ก)</ref>}} {{ลปร1|กหน|1}} ๑ กฎให้ไว้แก่ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารพลเรือนฝ่ายหน้าฝ่ายในขอเฝ้าจ้าวต่างกรม ๆ พระราชวังบวรสถานมงคลผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการแลสังกะรีธรรมการราชาคณะพระสงฆเจ้าอธิการอนุจรฝ่ายคันทธุระวิปัศนาธุระอรัญวาสีคามวาสีนอกกรุงในกรุงเทพมหานครศรีอยุทธยาแลหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว จึ่งพระบาทสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวทุกวันนี้มีพระราชประนิทานปราถนาพระโพธิญาณสัพัญูประกอบด้วยพระมหากรรุณาญาณหากตักเตือนพระไทยเปนทำมดากรรุณาจะให้เปนประโยชนแก่สัตวโลกยทังปวง จึ่งสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมใสนมัศ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> aooifmt0yuxiqf87hj9afus652bxpyy หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/13 250 89996 290941 2026-06-24T15:55:10Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 290941 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> rd32u8qe8qm2uudhaki9a3ow1y7171a 290942 290941 2026-06-24T16:00:19Z Lunlumita 12009 290942 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>การบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณพระธินั่งดุสิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 4aftdbi4auys7tgkirkgatlhf1u9bko 290943 290942 2026-06-24T16:07:33Z Lunlumita 12009 290943 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>การบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณพระธินั่งดุสิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ ทรงพระราชวิจารณญาณรำพึงพึงพระบริยัตสาศนาพระไตรยปิฎกนี้เปนต้น ประนิบัดมักผลให้ได้โลกียสมบัดิโลกุดรสมบัดิเพราะพระไตรยปิฎก จึ่งมีพระราชโองการมาณะพระบันทูลสูรสิงหนาทดำหรัสว่า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 0vfyvudila13blwbxdbr6wpoomdrx40 290944 290943 2026-06-24T16:10:18Z Lunlumita 12009 290944 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>การบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณพระธินั่งดุสิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ ทรงพระราชวิจารณญาณรำพึงพึงพระบริยัตสาศนาพระไตรยปิฎกนี้เปนต้น ประนิบัดมักผลให้ได้โลกียสมบัดิโลกุดรสมบัดิเพราะพระไตรยปิฎก จึ่งมีพระราชโองการมาณะพระบันทูลสูรสิงหนาทดำหรัสว่า โดยต่ำแต่ให้มีพระธรรมเทศนาแลสำแดงพระธรรมเทศนาให้ธรรมเปนทานนั้นมีผลประเสริฐกว่าสรรพทานทังปวง ชื่อว่าให้พระนิพานเปนทาน จนสมเดจ์อำมรินทราธิราช<ref>1</ref> ได้ทรงฟังแจ้งว่าผลานิสงเปนอันมาก กราบทูลขอพรไว้ให้พระพุทธองคมีพระพุทธฎีกาตรัสสั่งเปนพุทธบัญญัติไว้ให้ผู้สำแดงแลผู้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานนั้นอุทิศผลไปถึงสมเดจ์อำมรินทราธิราชเจ้า อนึ่งแม้น<ref>2</ref> ว่าผู้มีอิทธิฤทธิจะกระทำพื้นสกลชมภูทวีปให้ราบเสมอดั่งน่ากลองไชยเภรีแล้ว แลนิมนต์พระอรหัดเจ้านั่งแถวหนึ่ง พระอนาคาแถวหนึ่ง พระสักกิธาคาแถวหนึ่ง พระโสดาแถวหนึ่ง มีองคพระ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> lhw8vsu1mdxdz90evao1rlaj3nmra2y 290945 290944 2026-06-24T16:11:11Z Lunlumita 12009 290945 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>การบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณพระธินั่งดุสิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ ทรงพระราชวิจารณญาณรำพึงพึงพระบริยัตสาศนาพระไตรยปิฎกนี้เปนต้น ประนิบัดมักผลให้ได้โลกียสมบัดิโลกุดรสมบัดิเพราะพระไตรยปิฎก จึ่งมีพระราชโองการมาณะพระบันทูลสูรสิงหนาทดำหรัสว่า โดยต่ำแต่ให้มีพระธรรมเทศนาแลสำแดงพระธรรมเทศนาให้ธรรมเปนทานนั้นมีผลประเสริฐกว่าสรรพทานทังปวง ชื่อว่าให้พระนิพานเปนทาน จนสมเดจ์อำมรินทราธิราช<ref>1</ref> ได้ทรงฟังแจ้งว่าผลานิสงเปนอันมาก กราบทูลขอพรไว้ให้พระพุทธองคมีพระพุทธฎีกาตรัสสั่งเปนพุทธบัญญัติไว้ให้ผู้สำแดงแลผู้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานนั้นอุทิศผลไปถึงสมเดจ์อำมรินทราธิราชเจ้า อนึ่งแม้น<ref>2</ref> ว่าผู้มีอิทธิฤทธิจะกระทำพื้นสกลชมภูทวีปให้ราบเสมอดั่งน่ากลองไชยเภรีแล้ว แลนิมนต์พระอรหัดเจ้านั่งแถวหนึ่ง พระอนาคาแถวหนึ่ง พระสักกิธาคาแถวหนึ่ง พระโสดาแถวหนึ่ง มีองคพระพุทธเจ้าเปนประธาน แน่นไปในสกลชมภูทวีป แลถวายจัตุปัดจัยทานทังสี่ มีจีวรเนื้ออันละเอียดดุจดั่งยอดตองอันอ่อนนั้นก็ดี ผลานิสงก็มิได้เสมอเท่าให้มีธรรมเปนทานครั้งหนึ่ง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 7xvktq2yxsjk4gy6t8cuhtadsbuuj6w 290947 290945 2026-06-24T16:11:52Z Lunlumita 12009 290947 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>การบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณพระธินั่งดุสิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ ทรงพระราชวิจารณญาณรำพึงพึงพระบริยัตสาศนาพระไตรยปิฎกนี้เปนต้น ประนิบัดมักผลให้ได้โลกียสมบัดิโลกุดรสมบัดิเพราะพระไตรยปิฎก จึ่งมีพระราชโองการมาณะพระบันทูลสูรสิงหนาทดำหรัสว่า โดยต่ำแต่ให้มีพระธรรมเทศนาแลสำแดงพระธรรมเทศนาให้ธรรมเปนทานนั้นมีผลประเสริฐกว่าสรรพทานทังปวง ชื่อว่าให้พระนิพานเปนทาน จนสมเดจ์อำมรินทราธิราช<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน อำมารินตราธิราช</ref> ได้ทรงฟังแจ้งว่าผลานิสงเปนอันมาก กราบทูลขอพรไว้ให้พระพุทธองคมีพระพุทธฎีกาตรัสสั่งเปนพุทธบัญญัติไว้ให้ผู้สำแดงแลผู้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานนั้นอุทิศผลไปถึงสมเดจ์อำมรินทราธิราชเจ้า อนึ่งแม้น<ref>ก: แม้</ref> ว่าผู้มีอิทธิฤทธิจะกระทำพื้นสกลชมภูทวีปให้ราบเสมอดั่งน่ากลองไชยเภรีแล้ว แลนิมนต์พระอรหัดเจ้านั่งแถวหนึ่ง พระอนาคาแถวหนึ่ง พระสักกิธาคาแถวหนึ่ง พระโสดาแถวหนึ่ง มีองคพระพุทธเจ้าเปนประธาน แน่นไปในสกลชมภูทวีป แลถวายจัตุปัดจัยทานทังสี่ มีจีวรเนื้ออันละเอียดดุจดั่งยอดตองอันอ่อนนั้นก็ดี ผลานิสงก็มิได้เสมอเท่าให้มีธรรมเปนทานครั้งหนึ่ง{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> fr5pl9o1yvunm0dh0wwibmohlnaxun8 290948 290947 2026-06-24T16:12:06Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290948 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๒|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>การบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณพระธินั่งดุสิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ ทรงพระราชวิจารณญาณรำพึงพึงพระบริยัตสาศนาพระไตรยปิฎกนี้เปนต้น ประนิบัดมักผลให้ได้โลกียสมบัดิโลกุดรสมบัดิเพราะพระไตรยปิฎก จึ่งมีพระราชโองการมาณะพระบันทูลสูรสิงหนาทดำหรัสว่า โดยต่ำแต่ให้มีพระธรรมเทศนาแลสำแดงพระธรรมเทศนาให้ธรรมเปนทานนั้นมีผลประเสริฐกว่าสรรพทานทังปวง ชื่อว่าให้พระนิพานเปนทาน จนสมเดจ์อำมรินทราธิราช<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน อำมารินตราธิราช</ref> ได้ทรงฟังแจ้งว่าผลานิสงเปนอันมาก กราบทูลขอพรไว้ให้พระพุทธองคมีพระพุทธฎีกาตรัสสั่งเปนพุทธบัญญัติไว้ให้ผู้สำแดงแลผู้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานนั้นอุทิศผลไปถึงสมเดจ์อำมรินทราธิราชเจ้า อนึ่งแม้น<ref>ก: แม้</ref> ว่าผู้มีอิทธิฤทธิจะกระทำพื้นสกลชมภูทวีปให้ราบเสมอดั่งน่ากลองไชยเภรีแล้ว แลนิมนต์พระอรหัดเจ้านั่งแถวหนึ่ง พระอนาคาแถวหนึ่ง พระสักกิธาคาแถวหนึ่ง พระโสดาแถวหนึ่ง มีองคพระพุทธเจ้าเปนประธาน แน่นไปในสกลชมภูทวีป แลถวายจัตุปัดจัยทานทังสี่ มีจีวรเนื้ออันละเอียดดุจดั่งยอดตองอันอ่อนนั้นก็ดี ผลานิสงก็มิได้เสมอเท่าให้มีธรรมเปนทานครั้งหนึ่ง{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 7fogxt7brm5ka9mcnczt8zjho9jwrae หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/14 250 89997 290946 2026-06-24T16:11:29Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 290946 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> k1xxeci9hzmpjxd1jb9kqw5b879cpr1 290949 290946 2026-06-24T16:13:37Z Lunlumita 12009 290949 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>เหตุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาแสวงหาอุบายที่จะให้สมณพราหมณเสนาบดีประชาราษฎรทังปวงให้ได้สมบัดิทังสามประการ พ้นจากจัตุราบายทุกขแลสงสารไภย จึ่งทรงพระอนุเคราะห์ให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยสมาทานพระไตรยสารนาคมศีลห้าศีลแปดศีลสิบในสำนักนิ์พระสงฆทุกวันทุกเพลาเปนปติปติบูชากองมหากุศลวิเศศประเสริฐกว่าอามิศบูชาจัตุปัดจัยทาน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 5jftji3dujgsom17afftv41cdvg70ap 290950 290949 2026-06-24T16:23:06Z Lunlumita 12009 290950 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>เหตุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาแสวงหาอุบายที่จะให้สมณพราหมณเสนาบดีประชาราษฎรทังปวงให้ได้สมบัดิทังสามประการ พ้นจากจัตุราบายทุกขแลสงสารไภย จึ่งทรงพระอนุเคราะห์ให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยสมาทานพระไตรยสารนาคมศีลห้าศีลแปดศีลสิบในสำนักนิ์พระสงฆทุกวันทุกเพลาเปนปติปติบูชากองมหากุศลวิเศศประเสริฐกว่าอามิศบูชาจัตุปัดจัยทาน แม้นจะถวายทานให้มากกราบท้าวถึงพรหมโลก ผลนั้นก็มิได้เสมอเท่ากองพระราชกุศลปติปติบูชา อนึ่งตั้งกองพระราชกุศลให้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทฟังดั่งให้พระนิพานเปนทานเปนปติปติบูชา กองพระราชมหากุศลอันจะนับประมาณผลนั้นมิได้ แลพระบริญัติไตรยปิฎกธรรมนี้ เมื่อบุทคลประพฤทเปนสำมาคาระวะแล้ว ก็มีผลอันจะนับประมาณมิได้ เมื่อประพฤทผิดมิได้สำมาคาระวะในพระไตรยปิฎกธรรมนั้น ก็จะมีโทษแก่บุทคลอันมิได้คาระวะนั้นเปนครุโทษอันใหญ่หลวงหนักหนา<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 8t05jcjytfwxje7gaim5bs6csa68lxe 290951 290950 2026-06-24T16:24:11Z Lunlumita 12009 290951 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>เหตุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาแสวงหาอุบายที่จะให้สมณพราหมณเสนาบดีประชาราษฎรทังปวงให้ได้สมบัดิทังสามประการ พ้นจากจัตุราบายทุกขแลสงสารไภย จึ่งทรงพระอนุเคราะห์ให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยสมาทานพระไตรยสารนาคมศีลห้าศีลแปดศีลสิบในสำนักนิ์พระสงฆทุกวันทุกเพลาเปนปติปติบูชากองมหากุศลวิเศศประเสริฐกว่าอามิศบูชาจัตุปัดจัยทาน แม้นจะถวายทานให้มากกราบท้าวถึงพรหมโลก ผลนั้นก็มิได้เสมอเท่ากองพระราชกุศลปติปติบูชา อนึ่งตั้งกองพระราชกุศลให้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทฟังดั่งให้พระนิพานเปนทานเปนปติปติบูชา กองพระราชมหากุศลอันจะนับประมาณผลนั้นมิได้ แลพระบริญัติไตรยปิฎกธรรมนี้ เมื่อบุทคลประพฤทเปนสำมาคาระวะแล้ว ก็มีผลอันจะนับประมาณมิได้ เมื่อประพฤทผิดมิได้สำมาคาระวะในพระไตรยปิฎกธรรมนั้น ก็จะมีโทษแก่บุทคลอันมิได้คาระวะนั้นเปนครุโทษอันใหญ่หลวงหนักหนา ทุกวันนี้สัตวทังปวงตั้งใจทำกุศลสิ่งใด ตรวดน้ำปราถนาจะพบพระพุทธบาทสมเดจ์พระศรีอาริยเมตไตรเจ้า ๆ ก็ตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถรเจ้าว่า ให้ฝูงสัตวทังปวงคำรบฟังพระมหาเวศสันดรชาฎกอันประดับด้วยพระคาถาพันหนึ่งนั้น จึ่งจะได้พบพระองคในอนาคต<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 8s5w8ra3fjlb1fv49wmvmfbvgk5n0y5 290952 290951 2026-06-24T16:24:36Z Lunlumita 12009 290952 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>เหตุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาแสวงหาอุบายที่จะให้สมณพราหมณเสนาบดีประชาราษฎรทังปวงให้ได้สมบัดิทังสามประการ พ้นจากจัตุราบายทุกขแลสงสารไภย จึ่งทรงพระอนุเคราะห์ให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยสมาทานพระไตรยสารนาคมศีลห้าศีลแปดศีลสิบในสำนักนิ์พระสงฆทุกวันทุกเพลาเปนปติปติบูชากองมหากุศลวิเศศประเสริฐกว่าอามิศบูชาจัตุปัดจัยทาน แม้นจะถวายทานให้มากกราบท้าวถึงพรหมโลก ผลนั้นก็มิได้เสมอเท่ากองพระราชกุศลปติปติบูชา อนึ่งตั้งกองพระราชกุศลให้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทฟังดั่งให้พระนิพานเปนทานเปนปติปติบูชา กองพระราชมหากุศลอันจะนับประมาณผลนั้นมิได้ แลพระบริญัติไตรยปิฎกธรรมนี้ เมื่อบุทคลประพฤทเปนสำมาคาระวะแล้ว ก็มีผลอันจะนับประมาณมิได้ เมื่อประพฤทผิดมิได้สำมาคาระวะในพระไตรยปิฎกธรรมนั้น ก็จะมีโทษแก่บุทคลอันมิได้คาระวะนั้นเปนครุโทษอันใหญ่หลวงหนักหนา ทุกวันนี้สัตวทังปวงตั้งใจทำกุศลสิ่งใด ตรวดน้ำปราถนาจะพบพระพุทธบาทสมเดจ์พระศรีอาริยเมตไตรเจ้า ๆ ก็ตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถรเจ้าว่า ให้ฝูงสัตวทังปวงคำรบฟังพระมหาเวศสันดรชาฎกอันประดับด้วยพระคาถาพันหนึ่งนั้น จึ่งจะได้พบพระองคในอนาคต แลทุกวันนี้อนาประชาราษฎรทังปวงลางบางให้มีพระ<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 97tb92pshll1587fwamhxuuqi5ibcjs 290953 290952 2026-06-24T16:24:53Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290953 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>เหตุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาแสวงหาอุบายที่จะให้สมณพราหมณเสนาบดีประชาราษฎรทังปวงให้ได้สมบัดิทังสามประการ พ้นจากจัตุราบายทุกขแลสงสารไภย จึ่งทรงพระอนุเคราะห์ให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยสมาทานพระไตรยสารนาคมศีลห้าศีลแปดศีลสิบในสำนักนิ์พระสงฆทุกวันทุกเพลาเปนปติปติบูชากองมหากุศลวิเศศประเสริฐกว่าอามิศบูชาจัตุปัดจัยทาน แม้นจะถวายทานให้มากกราบท้าวถึงพรหมโลก ผลนั้นก็มิได้เสมอเท่ากองพระราชกุศลปติปติบูชา อนึ่งตั้งกองพระราชกุศลให้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทฟังดั่งให้พระนิพานเปนทานเปนปติปติบูชา กองพระราชมหากุศลอันจะนับประมาณผลนั้นมิได้ แลพระบริญัติไตรยปิฎกธรรมนี้ เมื่อบุทคลประพฤทเปนสำมาคาระวะแล้ว ก็มีผลอันจะนับประมาณมิได้ เมื่อประพฤทผิดมิได้สำมาคาระวะในพระไตรยปิฎกธรรมนั้น ก็จะมีโทษแก่บุทคลอันมิได้คาระวะนั้นเปนครุโทษอันใหญ่หลวงหนักหนา ทุกวันนี้สัตวทังปวงตั้งใจทำกุศลสิ่งใด ตรวดน้ำปราถนาจะพบพระพุทธบาทสมเดจ์พระศรีอาริยเมตไตรเจ้า ๆ ก็ตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถรเจ้าว่า ให้ฝูงสัตวทังปวงคำรบฟังพระมหาเวศสันดรชาฎกอันประดับด้วยพระคาถาพันหนึ่งนั้น จึ่งจะได้พบพระองคในอนาคต แลทุกวันนี้อนาประชาราษฎรทังปวงลางบางให้มีพระ<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> er3f2i59za6hlnkgfqnhvurb53tzqc3 หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/15 250 89998 290954 2026-06-24T16:25:14Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 290954 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> kvtamn1eabqt0avmikag7isd5trj0nk 290955 290954 2026-06-24T16:27:35Z Lunlumita 12009 290955 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>มหาเวศสันดรชาฎกนี้ มิได้มีความสังเวทเลื่อมใสเปนธรรมคาระวะ ฟังเอาแต่ถ้อยคำตลกขะนองอันหาผลประโยชนมิได้ พระสงฆผู้สำแดงนั้นบาง<ref>1</ref> จำพวกมิได้เล่าเรียนพระไตรยปิฎก ได้แต่เนื้อความแปลร้อยเปนกาพยกลอน แล้วก็มาสำแดงถ้อยคำตลกขะนองหยาบช้า เหนต่ลาภสการเลี้ยงชีวิตร มิได้คิดที่จะร่ำเรียนสืบไป ทำให้พระสาศนาฟั่นเฟือนเสื่อมสูน ชวนกันประมาทในพระธรรมเทศนา จะได้เสวยทุกขเวทนาในจัตุราบายภูมเปนช้านาน จะมิได้พบพระพุทธบาทสาศดาพระศรีอาริยเมตไตรเจ้าในอนาคด เหดุฉะนี้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> a0adbslz0qury8vgdopwpy59omsm9ki 290956 290955 2026-06-24T16:28:18Z Lunlumita 12009 290956 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>มหาเวศสันดรชาฎกนี้ มิได้มีความสังเวทเลื่อมใสเปนธรรมคาระวะ ฟังเอาแต่ถ้อยคำตลกขะนองอันหาผลประโยชนมิได้ พระสงฆผู้สำแดงนั้นบาง<ref>ก: ลาง</ref> จำพวกมิได้เล่าเรียนพระไตรยปิฎก ได้แต่เนื้อความแปลร้อยเปนกาพยกลอน แล้วก็มาสำแดงถ้อยคำตลกขะนองหยาบช้า เหนต่ลาภสการเลี้ยงชีวิตร มิได้คิดที่จะร่ำเรียนสืบไป ทำให้พระสาศนาฟั่นเฟือนเสื่อมสูน ชวนกันประมาทในพระธรรมเทศนา จะได้เสวยทุกขเวทนาในจัตุราบายภูมเปนช้านาน จะมิได้พบพระพุทธบาทสาศดาพระศรีอาริยเมตไตรเจ้าในอนาคด เหดุฉะนี้บรมกระษัตรพระองคใดจะมีพระมหากรรุณาสมเคราะห<ref>ก: สงเคราะห์</ref><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 1qpds4w35v22nxxk5w0vl4wm5lpzw2f 290957 290956 2026-06-24T16:29:21Z Lunlumita 12009 290957 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>มหาเวศสันดรชาฎกนี้ มิได้มีความสังเวทเลื่อมใสเปนธรรมคาระวะ ฟังเอาแต่ถ้อยคำตลกขะนองอันหาผลประโยชนมิได้ พระสงฆผู้สำแดงนั้นบาง<ref>ก: ลาง</ref> จำพวกมิได้เล่าเรียนพระไตรยปิฎก ได้แต่เนื้อความแปลร้อยเปนกาพยกลอน แล้วก็มาสำแดงถ้อยคำตลกขะนองหยาบช้า เหนต่ลาภสการเลี้ยงชีวิตร มิได้คิดที่จะร่ำเรียนสืบไป ทำให้พระสาศนาฟั่นเฟือนเสื่อมสูน ชวนกันประมาทในพระธรรมเทศนา จะได้เสวยทุกขเวทนาในจัตุราบายภูมเปนช้านาน จะมิได้พบพระพุทธบาทสาศดาพระศรีอาริยเมตไตรเจ้าในอนาคด เหดุฉะนี้บรมกระษัตรพระองคใดจะมีพระมหากรรุณาสมเคราะห<ref>ก: สงเคราะห์</ref> สัตวทังปวงให้พ้นจากอาบายทุก มิได้ละเมืนเฉยเสีย ครั้งนี้ทรงพระกรรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า ให้สมเดจ์พระสังฆราชพระราชาคณะพระสงฆฝ่ายบริญัดนักปรา{{ชญ}}ราชบัณฑิตยให้พิจารณาค้นดูพระไตรยปิฎกนั้น ก็พบเหนบทว่า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> p8q2dhtaay951mzcoc49tp17l9x2f9t 290958 290957 2026-06-24T16:30:28Z Lunlumita 12009 290958 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>มหาเวศสันดรชาฎกนี้ มิได้มีความสังเวทเลื่อมใสเปนธรรมคาระวะ ฟังเอาแต่ถ้อยคำตลกขะนองอันหาผลประโยชนมิได้ พระสงฆผู้สำแดงนั้นบาง<ref>ก: ลาง</ref> จำพวกมิได้เล่าเรียนพระไตรยปิฎก ได้แต่เนื้อความแปลร้อยเปนกาพยกลอน แล้วก็มาสำแดงถ้อยคำตลกขะนองหยาบช้า เหนต่ลาภสการเลี้ยงชีวิตร มิได้คิดที่จะร่ำเรียนสืบไป ทำให้พระสาศนาฟั่นเฟือนเสื่อมสูน ชวนกันประมาทในพระธรรมเทศนา จะได้เสวยทุกขเวทนาในจัตุราบายภูมเปนช้านาน จะมิได้พบพระพุทธบาทสาศดาพระศรีอาริยเมตไตรเจ้าในอนาคด เหดุฉะนี้บรมกระษัตรพระองคใดจะมีพระมหากรรุณาสมเคราะห<ref>ก: สงเคราะห์</ref> สัตวทังปวงให้พ้นจากอาบายทุก มิได้ละเมืนเฉยเสีย ครั้งนี้ทรงพระกรรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า ให้สมเดจ์พระสังฆราชพระราชาคณะพระสงฆฝ่ายบริญัดนักปรา{{ชญ}}ราชบัณฑิตยให้พิจารณาค้นดูพระไตรยปิฎกนั้น ก็พบเหนบทว่า ผู้สำแดงแลผู้ฟังธรรมอันประมาทกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเอาธรรมนั้นมากล่าวเปนอธรรม โทษนั้นเปนครุโทษอันใหญ่หลวง โดยอันต่ำไปแต่จะสำแดงธรรมด้วยเสียงอันเปนเสียงขับนั้นก็เปนโทษ แลเอาธรรมมาผูกเปนกาพย<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 8f84t5wq6atcopji493lhrj3ituxa0a 290959 290958 2026-06-24T16:30:42Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290959 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๔|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>มหาเวศสันดรชาฎกนี้ มิได้มีความสังเวทเลื่อมใสเปนธรรมคาระวะ ฟังเอาแต่ถ้อยคำตลกขะนองอันหาผลประโยชนมิได้ พระสงฆผู้สำแดงนั้นบาง<ref>ก: ลาง</ref> จำพวกมิได้เล่าเรียนพระไตรยปิฎก ได้แต่เนื้อความแปลร้อยเปนกาพยกลอน แล้วก็มาสำแดงถ้อยคำตลกขะนองหยาบช้า เหนต่ลาภสการเลี้ยงชีวิตร มิได้คิดที่จะร่ำเรียนสืบไป ทำให้พระสาศนาฟั่นเฟือนเสื่อมสูน ชวนกันประมาทในพระธรรมเทศนา จะได้เสวยทุกขเวทนาในจัตุราบายภูมเปนช้านาน จะมิได้พบพระพุทธบาทสาศดาพระศรีอาริยเมตไตรเจ้าในอนาคด เหดุฉะนี้บรมกระษัตรพระองคใดจะมีพระมหากรรุณาสมเคราะห<ref>ก: สงเคราะห์</ref> สัตวทังปวงให้พ้นจากอาบายทุก มิได้ละเมืนเฉยเสีย ครั้งนี้ทรงพระกรรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า ให้สมเดจ์พระสังฆราชพระราชาคณะพระสงฆฝ่ายบริญัดนักปรา{{ชญ}}ราชบัณฑิตยให้พิจารณาค้นดูพระไตรยปิฎกนั้น ก็พบเหนบทว่า ผู้สำแดงแลผู้ฟังธรรมอันประมาทกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเอาธรรมนั้นมากล่าวเปนอธรรม โทษนั้นเปนครุโทษอันใหญ่หลวง โดยอันต่ำไปแต่จะสำแดงธรรมด้วยเสียงอันเปนเสียงขับนั้นก็เปนโทษ แลเอาธรรมมาผูกเปนกาพย<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> m0e81exybcyc0vxhgo16mp71i3vqnsf หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/16 250 89999 290960 2026-06-24T16:31:56Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 290960 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> oa9y0cr53w0cya96bontl9x2merjq60 290961 290960 2026-06-24T16:32:55Z Lunlumita 12009 290961 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>1</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 3lat9xscqi49g76iomve6f87ltkfhex 290962 290961 2026-06-24T16:34:35Z Lunlumita 12009 290962 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>1</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้พระสงฆผู้สำแดงพระธรรมเทศนาแลราษฎรผู้จะฟังพระมหาชาติชาฎกนั้นสำแดงแลฟังแต่ตามวาระพระบาฬีแลอรรถกถาฎีกาให้บริบูรรณด้วยผลอานิสงนั้น ก็จะได้พบสมเดจ์พระศรีอาริยเมตไตรยในอนาคตตามเทวะราชโองการเธอตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถระนั้น ห้ามอย่าให้เทศนาแลฟังเทศนาเปนกาพยกลอน แลกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเปนการเล่นหัวร่อชื่นชมด้วยกัน ประมาทให้ผิดจากพระวิไนยเปนอันขาดทีเดียว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> p41rzabsa1m6ozxrqupralhe9f0nl7d 290963 290962 2026-06-24T16:35:40Z Lunlumita 12009 290963 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>1</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้พระสงฆผู้สำแดงพระธรรมเทศนาแลราษฎรผู้จะฟังพระมหาชาติชาฎกนั้นสำแดงแลฟังแต่ตามวาระพระบาฬีแลอรรถกถาฎีกาให้บริบูรรณด้วยผลอานิสงนั้น ก็จะได้พบสมเดจ์พระศรีอาริยเมตไตรยในอนาคตตามเทวะราชโองการเธอตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถระนั้น ห้ามอย่าให้เทศนาแลฟังเทศนาเปนกาพยกลอน แลกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเปนการเล่นหัวร่อชื่นชมด้วยกัน ประมาทให้ผิดจากพระวิไนยเปนอันขาดทีเดียว แลให้พระภิขุสงฆเถรเณรฝ่ายคันถธุระ<ref>2</ref> วิปัศนาธุระแลอนาประชาราษฎรทังปวงประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้จงทุกประการ ถ้าพระสงฆเถรเณรแลอนาประชาราษฎรผู้ใด<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> ck9rt0cqu5apki6zufu0x00id9c2dk6 290964 290963 2026-06-24T16:36:40Z Lunlumita 12009 290964 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>1</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้พระสงฆผู้สำแดงพระธรรมเทศนาแลราษฎรผู้จะฟังพระมหาชาติชาฎกนั้นสำแดงแลฟังแต่ตามวาระพระบาฬีแลอรรถกถาฎีกาให้บริบูรรณด้วยผลอานิสงนั้น ก็จะได้พบสมเดจ์พระศรีอาริย{{ตตฉ|เมตไตรย}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เมตไตรย|เมตไตร}}</ref> ในอนาคตตามเทวะราชโองการเธอตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถระนั้น ห้ามอย่าให้เทศนาแลฟังเทศนาเปนกาพยกลอน แลกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเปนการเล่นหัวร่อชื่นชมด้วยกัน ประมาทให้ผิดจากพระวิไนยเปนอันขาดทีเดียว แลให้พระภิขุสงฆเถรเณรฝ่ายคันถธุระ<ref>2</ref> วิปัศนาธุระแลอนาประชาราษฎรทังปวงประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้จงทุกประการ ถ้าพระสงฆเถรเณรแลอนาประชาราษฎรผู้ใด<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 8mrjmoy30rbhobiozo7empd21p1jg4g 290965 290964 2026-06-24T16:37:29Z Lunlumita 12009 290965 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>1</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้พระสงฆผู้สำแดงพระธรรมเทศนาแลราษฎรผู้จะฟังพระมหาชาติชาฎกนั้นสำแดงแลฟังแต่ตามวาระพระบาฬีแลอรรถกถาฎีกาให้บริบูรรณด้วยผลอานิสงนั้น ก็จะได้พบสมเดจ์พระศรีอาริย{{ตตฉ|เมตไตรย}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เมตไตรย|เมตไตร}}</ref> ในอนาคตตามเทวะราชโองการเธอตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถระนั้น ห้ามอย่าให้เทศนาแลฟังเทศนาเปนกาพยกลอน แลกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเปนการเล่นหัวร่อชื่นชมด้วยกัน ประมาทให้ผิดจากพระวิไนยเปนอันขาดทีเดียว แลให้พระภิขุสงฆเถรเณรฝ่ายคันถธุระ<ref>2</ref> วิปัศนาธุระแลอนาประชาราษฎรทังปวงประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้จงทุกประการ ถ้าพระสงฆเถรเณรแลอนาประชาราษฎรผู้ใดมิได้ประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้ จะเอาตัวผู้มิได้กระทำตามกฎแลญาติโยมพระสงฆเถรเณรรูปนั้นเปนโทษตามโทษาณุโทษ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> h0h0x790rfh3cogb3dxs5gwf3zdayc8 290966 290965 2026-06-24T16:38:06Z Lunlumita 12009 290966 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>1</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้พระสงฆผู้สำแดงพระธรรมเทศนาแลราษฎรผู้จะฟังพระมหาชาติชาฎกนั้นสำแดงแลฟังแต่ตามวาระพระบาฬีแลอรรถกถาฎีกาให้บริบูรรณด้วยผลอานิสงนั้น ก็จะได้พบสมเดจ์พระศรีอาริย{{ตตฉ|เมตไตรย}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เมตไตรย|เมตไตร}}</ref> ในอนาคตตามเทวะราชโองการเธอตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถระนั้น ห้ามอย่าให้เทศนาแลฟังเทศนาเปนกาพยกลอน แลกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเปนการเล่นหัวร่อชื่นชมด้วยกัน ประมาทให้ผิดจากพระวิไนยเปนอันขาดทีเดียว แลให้พระภิขุสงฆเถรเณรฝ่ายคันถธุระ<ref>2</ref> วิปัศนาธุระแลอนาประชาราษฎรทังปวงประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้จงทุกประการ ถ้าพระสงฆเถรเณรแลอนาประชาราษฎรผู้ใดมิได้ประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้ จะเอาตัวผู้มิได้กระทำตามกฎแลญาติโยมพระสงฆเถรเณรรูปนั้นเปนโทษตามโทษาณุโทษ กฎให้ไว้ณะวันเสา เดือนสิบ ขึ้นสิบห้าค่ำ จุลศักราชพันร้อยสี่สิบสี่ ปีขาลจัตวาศก {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> mli5mbmvh9oq3tteysuqvxm6w0itfbi 290967 290966 2026-06-24T16:39:55Z Lunlumita 12009 290967 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>ต้นฉะบับ: นั้นก็ดี แก้ตาม ก</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้พระสงฆผู้สำแดงพระธรรมเทศนาแลราษฎรผู้จะฟังพระมหาชาติชาฎกนั้นสำแดงแลฟังแต่ตามวาระพระบาฬีแลอรรถกถาฎีกาให้บริบูรรณด้วยผลอานิสงนั้น ก็จะได้พบสมเดจ์พระศรีอาริย{{ตตฉ|เมตไตรย}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เมตไตรย|เมตไตร}}</ref> ในอนาคตตามเทวะราชโองการเธอตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถระนั้น ห้ามอย่าให้เทศนาแลฟังเทศนาเปนกาพยกลอน แลกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเปนการเล่นหัวร่อชื่นชมด้วยกัน ประมาทให้ผิดจากพระวิไนยเปนอันขาดทีเดียว แลให้พระภิขุสงฆเถรเณรฝ่ายคันถธุระ<ref>ต้นฉะบับ: คันธุระ ฝ่าย ก เขียน คันธทุระ</ref> วิปัศนาธุระแลอนาประชาราษฎรทังปวงประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้จงทุกประการ ถ้าพระสงฆเถรเณรแลอนาประชาราษฎรผู้ใดมิได้ประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้ จะเอาตัวผู้มิได้กระทำตามกฎแลญาติโยมพระสงฆเถรเณรรูปนั้นเปนโทษตามโทษาณุโทษ กฎให้ไว้ณะวันเสา เดือนสิบ ขึ้นสิบห้าค่ำ จุลศักราชพันร้อยสี่สิบสี่ ปีขาลจัตวาศก {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> ds3pu99dtbpi26bzuhjficec5bs65b1 290968 290967 2026-06-24T16:40:12Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290968 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>ต้นฉะบับ: นั้นก็ดี แก้ตาม ก</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้พระสงฆผู้สำแดงพระธรรมเทศนาแลราษฎรผู้จะฟังพระมหาชาติชาฎกนั้นสำแดงแลฟังแต่ตามวาระพระบาฬีแลอรรถกถาฎีกาให้บริบูรรณด้วยผลอานิสงนั้น ก็จะได้พบสมเดจ์พระศรีอาริย{{ตตฉ|เมตไตรย}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เมตไตรย|เมตไตร}}</ref> ในอนาคตตามเทวะราชโองการเธอตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถระนั้น ห้ามอย่าให้เทศนาแลฟังเทศนาเปนกาพยกลอน แลกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเปนการเล่นหัวร่อชื่นชมด้วยกัน ประมาทให้ผิดจากพระวิไนยเปนอันขาดทีเดียว แลให้พระภิขุสงฆเถรเณรฝ่ายคันถธุระ<ref>ต้นฉะบับ: คันธุระ ฝ่าย ก เขียน คันธทุระ</ref> วิปัศนาธุระแลอนาประชาราษฎรทังปวงประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้จงทุกประการ ถ้าพระสงฆเถรเณรแลอนาประชาราษฎรผู้ใดมิได้ประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้ จะเอาตัวผู้มิได้กระทำตามกฎแลญาติโยมพระสงฆเถรเณรรูปนั้นเปนโทษตามโทษาณุโทษ กฎให้ไว้ณะวันเสา เดือนสิบ ขึ้นสิบห้าค่ำ จุลศักราชพันร้อยสี่สิบสี่ ปีขาลจัตวาศก {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> fw4f5bj14ky6skl9t968guc7eqwhxtt หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/17 250 90000 290969 2026-06-24T16:40:58Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 290969 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> e012ktat33kfd2biwe98swr15w2pe7r 290970 290969 2026-06-24T16:41:31Z Lunlumita 12009 290970 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}} ๒<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> k5gz3kqoukrgetmbi8tns1wxrn5fgcg 290971 290970 2026-06-24T16:43:16Z Lunlumita 12009 290971 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}} ๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> cscke6dhnxg7c9je9ux11zx6optcnjh 290972 290971 2026-06-24T16:44:39Z Lunlumita 12009 290972 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}} ๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว ด้วยสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรม<ref>1</ref> อนันตาสำภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมในนะมัศการบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณะ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 4w22e0q5ti6x1uvbmali3yqmzi946nb 290973 290972 2026-06-24T16:45:35Z Lunlumita 12009 290973 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}} ๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว ด้วยสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรม<ref>1</ref> อนันตาสำภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมในนะมัศการบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโรหาราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ จึ่งมีพระราชโองการดำหรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> qaqnopj9j1pa6q3kat8khoog7ftea4j 290974 290973 2026-06-24T16:46:34Z Lunlumita 12009 290974 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}} ๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว ด้วยสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรม<ref>1</ref> อนันตาสำภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมในนะมัศการบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโรหาราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ จึ่งมีพระราชโองการดำหรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า มีพระราชอุษาหมิได้คิดแก่พระกายแลพระชนมชีพจนได้ศิริ<ref>2</ref> ราชสมบัดิทั้งนี้ ด้วยตั้งพระไทยจะบำรุงพระบวรพุทธสาสนา ตามพระพุทธฎีกาว่า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> bgaoboavii9mh3fkb2mr7r9kn7zhhg9 290975 290974 2026-06-24T16:50:29Z Lunlumita 12009 290975 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}} ๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว ด้วยสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรม<ref>1</ref> อนันตาสำภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมในนะมัศการบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโรหาราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ จึ่งมีพระราชโองการดำหรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า มีพระราชอุษาหมิได้คิดแก่พระกายแลพระชนมชีพจนได้ศิริ<ref>2</ref> ราชสมบัดิทั้งนี้ ด้วยตั้งพระไทยจะบำรุงพระบวรพุทธสาสนา ตามพระพุทธฎีกาว่า พระปาติโมกขสังวรวิไนยนี้ชื่อว่าพระสาศนา ถ้าพระภิกษุยังทรงพระปาติโมกขบริบูรรณอยู่ตราบใด ชื่อว่าพระสาศนายังตั้งอยู่ตราบนั้น เหดุฉนี้จึ่งทรงพระราชศรัทธาบริจากพระราชทรัพยเปนอันมากเปนจัตุปัจจัยทานถวายพระ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> fn37i0mos1gnb6dh10nj3ekdkuhqypo 290976 290975 2026-06-24T16:50:56Z Lunlumita 12009 290976 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}} ๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว ด้วยสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรม<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ธรรม ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> อนันตาสำภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมในนะมัศการบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโรหาราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ จึ่งมีพระราชโองการดำหรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า มีพระราชอุษาหมิได้คิดแก่พระกายแลพระชนมชีพจนได้ศิริ<ref>ก: ศรี</ref> ราชสมบัดิทั้งนี้ ด้วยตั้งพระไทยจะบำรุงพระบวรพุทธสาสนา ตามพระพุทธฎีกาว่า พระปาติโมกขสังวรวิไนยนี้ชื่อว่าพระสาศนา ถ้าพระภิกษุยังทรงพระปาติโมกขบริบูรรณอยู่ตราบใด ชื่อว่าพระสาศนายังตั้งอยู่ตราบนั้น เหดุฉนี้จึ่งทรงพระราชศรัทธาบริจากพระราชทรัพยเปนอันมากเปนจัตุปัจจัยทานถวายพระ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 54nsavfmnhzh8doegfkf7geymqzl7t9 290977 290976 2026-06-24T16:51:07Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290977 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}} ๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว ด้วยสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรม<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ธรรม ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> อนันตาสำภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมในนะมัศการบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโรหาราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ จึ่งมีพระราชโองการดำหรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า มีพระราชอุษาหมิได้คิดแก่พระกายแลพระชนมชีพจนได้ศิริ<ref>ก: ศรี</ref> ราชสมบัดิทั้งนี้ ด้วยตั้งพระไทยจะบำรุงพระบวรพุทธสาสนา ตามพระพุทธฎีกาว่า พระปาติโมกขสังวรวิไนยนี้ชื่อว่าพระสาศนา ถ้าพระภิกษุยังทรงพระปาติโมกขบริบูรรณอยู่ตราบใด ชื่อว่าพระสาศนายังตั้งอยู่ตราบนั้น เหดุฉนี้จึ่งทรงพระราชศรัทธาบริจากพระราชทรัพยเปนอันมากเปนจัตุปัจจัยทานถวายพระ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> cjb8wvvg4ywkkfrec3ee0fd6igmxj9p 290978 290977 2026-06-24T16:51:19Z Lunlumita 12009 290978 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}} ๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว ด้วยสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรม<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ธรรม ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> อนันตาสำภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมในนะมัศการบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ จึ่งมีพระราชโองการดำหรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า มีพระราชอุษาหมิได้คิดแก่พระกายแลพระชนมชีพจนได้ศิริ<ref>ก: ศรี</ref> ราชสมบัดิทั้งนี้ ด้วยตั้งพระไทยจะบำรุงพระบวรพุทธสาสนา ตามพระพุทธฎีกาว่า พระปาติโมกขสังวรวิไนยนี้ชื่อว่าพระสาศนา ถ้าพระภิกษุยังทรงพระปาติโมกขบริบูรรณอยู่ตราบใด ชื่อว่าพระสาศนายังตั้งอยู่ตราบนั้น เหดุฉนี้จึ่งทรงพระราชศรัทธาบริจากพระราชทรัพยเปนอันมากเปนจัตุปัจจัยทานถวายพระ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> exn5lvp49o8hsuhlebsu7mt38xxlifh หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/18 250 90001 290979 2026-06-24T16:51:46Z Lunlumita 12009 /* Not proofread */ 290979 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> aw53z5qbjllnpbg8whfcz0pcbr16hmj 290980 290979 2026-06-24T16:55:24Z Lunlumita 12009 290980 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>สงฆ แลมีพระราชโอวาทานุสาศนตักเตือน เพื่อจะให้พระสงฆทังปวงในกรุงนอกกรุงเทพมหานครแลนานาประเทษให้ทรงพระปาติโมกขสังวรศีลบริสุทธิให้เปนเนื้อนาบุญแก่สัตวโลกย หว่านพืชนศรัทธาทำทานลงในเนื้อนาอันเลิศ จะได้เกิดผลเปนอันมาก ด้วยภูมพระภิกษุเปนภูมอันประเสริฐ ทรงพระวิไนยบันเทาโทษในกายจิตรแลวาจา มิได้คิดอาไลยด้วยญาติโยม จนแต่ว่ามานดามีปราถนาจะใคร่พบ ยังส้อนตัวเสิยมิให้มานดารู้จักตัว กลัวจะเปนตัณหาสันทวะเนื่องเข้ากับกามคุณเปนนิวรณคั่นมัคจิตรแลผลจิตร จึ่งน้อยจากโกรธจากโลภจากหลงให้เกิดสมุทเฉทวิมุตินิพานศุขได้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> mz8c2x4wdc35bk1pz3fxthockxftee8 290981 290980 2026-06-24T16:59:37Z Lunlumita 12009 290981 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>สงฆ แลมีพระราชโอวาทานุสาศนตักเตือน เพื่อจะให้พระสงฆทังปวงในกรุงนอกกรุงเทพมหานครแลนานาประเทษให้ทรงพระปาติโมกขสังวรศีลบริสุทธิให้เปนเนื้อนาบุญแก่สัตวโลกย หว่านพืชนศรัทธาทำทานลงในเนื้อนาอันเลิศ จะได้เกิดผลเปนอันมาก ด้วยภูมพระภิกษุเปนภูมอันประเสริฐ ทรงพระวิไนยบันเทาโทษในกายจิตรแลวาจา มิได้คิดอาไลยด้วยญาติโยม จนแต่ว่ามานดามีปราถนาจะใคร่พบ ยังส้อนตัวเสิยมิให้มานดารู้จักตัว กลัวจะเปนตัณหาสันทวะเนื่องเข้ากับกามคุณเปนนิวรณคั่นมัคจิตรแลผลจิตร จึ่งน้อยจากโกรธจากโลภจากหลงให้เกิดสมุทเฉทวิมุตินิพานศุขได้ แลภิกษุสงฆทุกวันนี้ตั้งอยู่ในภูมอันประเสริฐแล้วมิได้รักษาพระปาติโมกขตามอะริยวงษประเพณี ประดิบัดเข้าระคลคบหาฆราวาศ ติดด้วยเบญจะกามคุณ มิได้เหนแก่พระสาศนา เหนแก่หน้าบุทคล รับของฝากเงินทองของฆราวาษ ๆ ก็มิได้คิดแก่พระสาศนา เข้าเปนญาติโยมประนิบัดด้วยเสน่หาอาไลย ให้กะปิจังหันแก่ภิกษุโดยคุณปัติคุณแก่กัน ให้เสิยศีลสิกขาบทไป ดุจหนึ่งสมีรักวัดบางหว้าใหญ่ รับเข้าของเงินทองอี่เพงไว้เปนอันมาก อี่เพงเปนกระบถโทษถึงตาย สิ่งของอี่เพงเปนของหลวงตามบทพระไอยการราชอะนาจักรสืบมาโดยบุราณราช<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> sri568cxrej8r8vwk3zwxbvxkfkk51e 290982 290981 2026-06-24T17:00:04Z Lunlumita 12009 290982 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>สงฆ แลมีพระราชโอวาทานุสาศนตักเตือน เพื่อจะให้พระสงฆทังปวงในกรุงนอกกรุงเทพมหานครแลนานาประเทษให้ทรงพระปาติโมกขสังวรศีลบริสุทธิให้เปนเนื้อนาบุญแก่สัตวโลกย หว่านพืชนศรัทธาทำทานลงในเนื้อนาอันเลิศ จะได้เกิดผลเปนอันมาก ด้วยภูมพระภิกษุเปนภูมอันประเสริฐ ทรงพระวิไนยบันเทาโทษในกายจิตรแลวาจา มิได้คิดอาไลยด้วยญาติโยม จนแต่ว่ามานดามีปราถนาจะใคร่พบ ยังส้อนตัวเสิยมิให้มานดารู้จักตัว กลัวจะเปนตัณหาสันทวะเนื่องเข้ากับกามคุณเปนนิวรณคั่นมัคจิตรแลผลจิตร จึ่งน้อยจากโกรธจากโลภจากหลงให้เกิดสมุทเฉทวิมุตินิพานศุขได้ แลภิกษุสงฆทุกวันนี้ตั้งอยู่ในภูมอันประเสริฐแล้วมิได้รักษาพระปาติโมกขตามอะริยวงษประเพณี ประดิบัดเข้าระคลคบหาฆราวาศ ติดด้วยเบญจะกามคุณ มิได้เหนแก่พระสาศนา เหนแก่หน้าบุทคล รับของฝากเงินทองของฆราวาษ ๆ ก็มิได้คิดแก่พระสาศนา เข้าเปนญาติโยมประนิบัดด้วยเสน่หาอาไลย ให้กะปิจังหันแก่ภิกษุโดยคุณปัติคุณแก่กัน ให้เสิยศีลสิกขาบทไป ดุจหนึ่งสมีรักวัดบางหว้าใหญ่ รับเข้าของเงินทองอี่เพงไว้เปนอันมาก อี่เพงเปนกระบถโทษถึงตาย สิ่งของอี่เพงเปนของหลวงตามบทพระไอยการราชอะนาจักรสืบมาโดยบุราณราช<noinclude><!-- {{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}} -->{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 31onyx26iqmjqdoiwk8p93a3ppgrcep 290984 290982 2026-06-24T17:02:34Z Lunlumita 12009 290984 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>สงฆ แลมีพระราชโอวาทานุสาศนตักเตือน เพื่อจะให้พระสงฆทังปวงในกรุงนอกกรุงเทพมหานครแลนานาประเทษให้ทรงพระปาติโมกขสังวรศีลบริสุทธิให้เปนเนื้อนาบุญแก่สัตวโลกย หว่านพืชนศรัทธาทำทานลงในเนื้อนาอันเลิศ จะได้เกิดผลเปนอันมาก ด้วยภูมพระภิกษุเปนภูมอันประเสริฐ ทรงพระวิไนยบันเทาโทษในกายจิตรแลวาจา มิได้คิดอาไลยด้วยญาติโยม จนแต่ว่ามานดามีปราถนาจะใคร่พบ ยังส้อนตัวเสิยมิให้มานดารู้จักตัว กลัวจะเปนตัณหาสันทวะเนื่องเข้ากับกามคุณเปนนิวรณคั่นมัคจิตรแลผลจิตร จึ่งน้อยจากโกรธจากโลภจากหลงให้เกิดสมุทเฉทวิมุตินิพานศุขได้ แลภิกษุสงฆทุกวันนี้ตั้งอยู่ในภูมอันประเสริฐแล้วมิได้รักษาพระปาติโมกขตามอะริยวงษประเพณี ประดิบัดเข้าระคลคบหาฆราวาศ ติดด้วยเบญจะกามคุณ มิได้เหนแก่พระสาศนา เหนแก่หน้าบุทคล รับของฝากเงินทองของฆราวาษ ๆ ก็มิได้คิดแก่พระสาศนา เข้าเปนญาติโยมประนิบัดด้วยเสน่หาอาไลย ให้กะปิจังหันแก่ภิกษุโดยคุณปัติคุณแก่กัน ให้เสิยศีลสิกขาบทไป ดุจหนึ่งสมีรักวัดบางหว้าใหญ่ รับเข้าของเงินทอง{{ตตฉ|อี่เพง}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อี่เพง|ของอี่เพง}}</ref> ไว้เปนอันมาก อี่เพงเปนกระบถโทษถึงตาย สิ่งของอี่เพงเปนของหลวงตามบทพระไอยการราชอะนาจักรสืบมาโดยบุราณราช<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> lal4dy7vmv0hjyam9ywo1mhgccirilo 290985 290984 2026-06-24T17:03:29Z Lunlumita 12009 290985 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>สงฆ แลมีพระราชโอวาทานุสาศนตักเตือน เพื่อจะให้พระสงฆทังปวงในกรุงนอกกรุงเทพมหานครแลนานาประเทษให้ทรงพระปาติโมกขสังวรศีลบริสุทธิให้เปนเนื้อนาบุญแก่สัตวโลกย หว่านพืชนศรัทธาทำทานลงในเนื้อนาอันเลิศ จะได้เกิดผลเปนอันมาก ด้วยภูมพระภิกษุเปนภูมอันประเสริฐ ทรงพระวิไนยบันเทาโทษในกายจิตรแลวาจา มิได้คิดอาไลยด้วยญาติโยม จนแต่ว่ามานดามีปราถนาจะใคร่พบ ยังส้อนตัวเสิยมิให้มานดารู้จักตัว กลัวจะเปนตัณหาสันทวะเนื่องเข้ากับกามคุณเปนนิวรณคั่นมัคจิตรแลผลจิตร จึ่งน้อยจากโกรธจากโลภจากหลงให้เกิดสมุทเฉทวิมุตินิพานศุขได้ แลภิกษุสงฆทุกวันนี้ตั้งอยู่ในภูมอันประเสริฐแล้วมิได้รักษาพระปาติโมกขตามอะริยวงษประเพณี ประดิบัดเข้าระคลคบหาฆราวาศ ติดด้วยเบญจะกามคุณ มิได้เหนแก่พระสาศนา เหนแก่หน้าบุทคล รับของฝากเงินทองของฆราวาษ ๆ ก็มิได้คิดแก่พระสาศนา เข้าเปนญาติโยมประนิบัดด้วยเสน่หาอาไลย ให้กะปิจังหันแก่ภิกษุโดยคุณปัติคุณแก่กัน ให้เสิยศีลสิกขาบทไป ดุจหนึ่งสมีรักวัดบางหว้าใหญ่ รับเข้าของเงินทอง{{ตตฉ|อี่เพง}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อี่เพง|ของอี่เพง}}</ref> ไว้เปนอันมาก อี่เพงเปนกระบถโทษถึงตาย สิ่งของอี่เพงเปนของหลวงตามบทพระไอยการราชอะนาจักรสืบมาโดยบุราณราช<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 9clyvlgxxwvvyhzjlmc8x0g46nllxz1 290986 290985 2026-06-24T17:03:45Z Lunlumita 12009 /* Proofread */ 290986 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>สงฆ แลมีพระราชโอวาทานุสาศนตักเตือน เพื่อจะให้พระสงฆทังปวงในกรุงนอกกรุงเทพมหานครแลนานาประเทษให้ทรงพระปาติโมกขสังวรศีลบริสุทธิให้เปนเนื้อนาบุญแก่สัตวโลกย หว่านพืชนศรัทธาทำทานลงในเนื้อนาอันเลิศ จะได้เกิดผลเปนอันมาก ด้วยภูมพระภิกษุเปนภูมอันประเสริฐ ทรงพระวิไนยบันเทาโทษในกายจิตรแลวาจา มิได้คิดอาไลยด้วยญาติโยม จนแต่ว่ามานดามีปราถนาจะใคร่พบ ยังส้อนตัวเสิยมิให้มานดารู้จักตัว กลัวจะเปนตัณหาสันทวะเนื่องเข้ากับกามคุณเปนนิวรณคั่นมัคจิตรแลผลจิตร จึ่งน้อยจากโกรธจากโลภจากหลงให้เกิดสมุทเฉทวิมุตินิพานศุขได้ แลภิกษุสงฆทุกวันนี้ตั้งอยู่ในภูมอันประเสริฐแล้วมิได้รักษาพระปาติโมกขตามอะริยวงษประเพณี ประดิบัดเข้าระคลคบหาฆราวาศ ติดด้วยเบญจะกามคุณ มิได้เหนแก่พระสาศนา เหนแก่หน้าบุทคล รับของฝากเงินทองของฆราวาษ ๆ ก็มิได้คิดแก่พระสาศนา เข้าเปนญาติโยมประนิบัดด้วยเสน่หาอาไลย ให้กะปิจังหันแก่ภิกษุโดยคุณปัติคุณแก่กัน ให้เสิยศีลสิกขาบทไป ดุจหนึ่งสมีรักวัดบางหว้าใหญ่ รับเข้าของเงินทอง{{ตตฉ|อี่เพง}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อี่เพง|ของอี่เพง}}</ref> ไว้เปนอันมาก อี่เพงเปนกระบถโทษถึงตาย สิ่งของอี่เพงเปนของหลวงตามบทพระไอยการราชอะนาจักรสืบมาโดยบุราณราช<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 0ogea116fq21fly4pgkzdxm3s9adrhh คุยกับผู้ใช้:Paper2222 3 90002 290988 2026-06-25T08:12:21Z New user message 1899 เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่ 290988 wikitext text/x-wiki {{Template:Welcome|realName=|name=Paper2222}} -- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 15:12, 25 มิถุนายน 2569 (+07) o8yvkn2j7izyhpharpk2fjl45g8v2gm ผู้ใช้:Paper2222 2 90003 290989 2026-06-25T08:14:18Z Paper2222 12375 สร้างหน้าด้วย "https://en.wikipedia.org/wiki/User:Paper2222" 290989 wikitext text/x-wiki https://en.wikipedia.org/wiki/User:Paper2222 jafy1i3pvshftt3uyl9mnlv68gbyedd