วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.8
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
หน้า:พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ - ประกาศอนุมัติ (๓๐-๐๘-๒๕๔๘).pdf/1
250
37582
290987
276177
2026-06-25T08:12:20Z
Paper2222
12375
/* ตรวจสอบแล้ว */
290987
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Paper2222" /></noinclude>{{หรก|4|น=๑๓|ล=๑๒๒|ต=๗๘ ก|ว=๖ กันยายน ๒๕๔๘}}
{{พรบ
|ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
|เรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
|พ.ศ. ๒๕๔๘
|มร=
}}
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอขอให้รัฐสภาพิจารณาอนุมัติ[[พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548|พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘]] นั้น ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๒ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๘ ที่ประชุมได้ลงมติอนุมัติพระราชกำหนดดังกล่าว และในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๘ ที่ประชุมได้ลงมติอนุมัติพระราชกำหนดดังกล่าว
จึงประกาศมาตามความในมาตรา ๒๑๘ ของ[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย]]
{{กม|ประกาศ|๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘|พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร|นายกรัฐมนตรี}}<noinclude></noinclude>
m9kc69xs6vjdfhw65gqrwnciy1ycge0
ดัชนี:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu
252
47868
290931
263815
2026-06-24T15:42:37Z
Lunlumita
12009
290931
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉะบับหลวงตรา 3 ดวง]]
|ภาษา=th
|เล่ม=[[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉะบับหลวงตรา 3 ดวง/เล่ม 3|เล่ม 3]]
|ผู้สร้างสรรค์={{ลสย|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ={{ลผส|โรแบร์ แลงกาต์}}
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง|โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง}}
|สถานที่=พระนคร
|ปี=2482
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=C
|การผสานหน้า=no
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1 = -
2 = ก
3 = ข
4 = ฃ
5 = ค
6 = ฅ
7 = ฆ
8 = ง
9 = จ
10 = ฉ
11 = ช
12 = 1
236 = -
237 = 225
12to479 = thai
/>
|ชุดเล่ม={{ชุดเล่ม ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ={{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/2}}
{{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/3}}
{{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/4}}
{{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/5}}
{{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/6}}
{{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/7}}
{{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/8}}
{{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/9}}
{{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/10}}
{{หน้า|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/11}}
|Width=
|Css=
|Header={{หสล|{{{pagenum}}}|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}
|Footer={{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีกฎหมายตราสามดวง]]
17srujzcbu78s4urhj7ajcrnkun2okq
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/79
250
47952
290839
233902
2026-06-24T13:16:44Z
Lunlumita
12009
290839
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{|</noinclude>
|-
|กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปน
|-
|หลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา
|-
|{{ชว}}อนึ่ง ถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่ง
|-
|ใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลย
|-
|ไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความใน
|-
|ฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่อง
|-
|เนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไป ให้ปรับจำเลยซึ่งยัง
|-
|มิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้า
|-
|ปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ
|-
|{{ชว}}กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะ ตรีนิศก
|-
|}
::::; 21
{|
|-
|{{ชว}}๒๑{{ชว|1em}}อนึ่ง มีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความ
|-
|}
{| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;"
|-
|style="border:none;" rowspan="2"|ณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}}
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๑
|style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าไปถึง
|-
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}}
|-
|}
{|
|-
|เมืองอิน เมืองพรหม เมืองสิงฆ เมืองนน เมืองทน เมืองนครไช
|-
|}
{| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;"
|-
|style="border:none;" rowspan="2"|ศรี เมืองนครนายก เมืองสุพัน เมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}}
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒
|-
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}}
|-
|}
{|
|-
|ถ้าไปถึงเมืองไชนาถ เมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรีย เมืองฉเทิรงเทรา
|-
|}
{| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;"
|-
|style="border:none;" rowspan="2"|ให้เอาค่าเชิงเดิร
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}}
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒
|style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา
|-
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}}
|-
|}
{|
|-
|เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย
|-
|}
{| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;"
|-
|style="border:none;" rowspan="2"|เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}}
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒
|style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก
|-
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|๒
|-
|}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
hvyel54pze9kbfuzgpx495zhi9f8ct2
290840
290839
2026-06-24T13:17:02Z
Lunlumita
12009
290840
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{|</noinclude>
|-
|กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปน
|-
|หลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา
|-
|{{ชว}}อนึ่ง ถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่ง
|-
|ใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลย
|-
|ไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความใน
|-
|ฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่อง
|-
|เนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไป ให้ปรับจำเลยซึ่งยัง
|-
|มิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้า
|-
|ปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ
|-
|{{ชว}}กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะ ตรีนิศก
|-
|}
{{ลปร1|กหน|21}}
{|
|-
|{{ชว}}๒๑{{ชว|1em}}อนึ่ง มีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความ
|-
|}
{| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;"
|-
|style="border:none;" rowspan="2"|ณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}}
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๑
|style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าไปถึง
|-
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}}
|-
|}
{|
|-
|เมืองอิน เมืองพรหม เมืองสิงฆ เมืองนน เมืองทน เมืองนครไช
|-
|}
{| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;"
|-
|style="border:none;" rowspan="2"|ศรี เมืองนครนายก เมืองสุพัน เมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}}
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒
|-
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}}
|-
|}
{|
|-
|ถ้าไปถึงเมืองไชนาถ เมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรีย เมืองฉเทิรงเทรา
|-
|}
{| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;"
|-
|style="border:none;" rowspan="2"|ให้เอาค่าเชิงเดิร
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}}
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒
|style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา
|-
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}}
|-
|}
{|
|-
|เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย
|-
|}
{| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;"
|-
|style="border:none;" rowspan="2"|เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|{{วว}}
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒
|style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก
|-
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|๒
|-
|}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
eq1uxpnz71am9e6ln9uctydf9x0p55v
290841
290840
2026-06-24T13:18:47Z
Lunlumita
12009
290841
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา
อนึ่ง ถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไป ให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ
กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะ ตรีนิศก
{{ลปร1|กหน|21}}
๒๑ อนึ่ง มีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร
ถ้าไปถึงเมืองอิน เมืองพรหม เมืองสิงฆ เมืองนน เมืองทน เมืองนครไชศรี เมืองนครนายก เมืองสุพัน เมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร
ถ้าไปถึงเมืองไชนาถ เมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรีย เมืองฉเทิรงเทรา
ให้เอาค่าเชิงเดิร
ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา
เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย
เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร
ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
677hkira27apgql6dc6fyqdu8chkeqr
290842
290841
2026-06-24T13:20:35Z
Lunlumita
12009
290842
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา
อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ
กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก
{{ลปร1|กหน|21}}
๒๑ อนึ่ง มีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร
ถ้าไปถึงเมืองอิน เมืองพรหม เมืองสิงฆ เมืองนน เมืองทน เมืองนครไชศรี เมืองนครนายก เมืองสุพัน เมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร
ถ้าไปถึงเมืองไชนาถ เมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรีย เมืองฉเทิรงเทรา
ให้เอาค่าเชิงเดิร
ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา
เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย
เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร
ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
4r0r4exe449mydksrx4i7bz01vaeo99
290843
290842
2026-06-24T13:43:30Z
Lunlumita
12009
290843
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา
อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ
กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก
{{ลปร1|กหน|21}}
๒๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }}
ถ้าไปถึงเมืองอิน เมืองพรหม เมืองสิงฆ เมืองนน เมืองทน เมืองนครไชศรี เมืองนครนายก เมืองสุพัน เมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร
ถ้าไปถึงเมืองไชนาถ เมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรีย เมืองฉเทิรงเทรา
ให้เอาค่าเชิงเดิร
ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา
เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย
เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร
ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
q0fse8wuwuorlr5y0tzg1rap8zgn6bf
290844
290843
2026-06-24T13:44:20Z
Lunlumita
12009
290844
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา
อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ
กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก
{{ลปร1|กหน|21}}
๒๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }}
ถ้าไปถึงเมืองอิน เมืองพรหม เมืองสิงฆ เมืองนน เมืองทน เมืองนครไชศรี เมืองนครนายก เมืองสุพัน เมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร
ถ้าไปถึงเมืองไชนาถ เมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรีย เมืองฉเทิรงเทรา
ให้เอาค่าเชิงเดิร
ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา
เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย
เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร
ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
lscfff4n7aojwci6ajvdrfqcnmnrx2q
290845
290844
2026-06-24T13:48:02Z
Lunlumita
12009
290845
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา
อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ
กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก
{{ลปร1|กหน|21}}
๒๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองอินเมืองพรหมเมืองสิงฆเมืองนนเมืองทนเมืองนครไชศรีเมืองนครนายกเมืองสุพันเมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }}
ถ้าไปถึงเมืองไชนาถ เมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรีย เมืองฉเทิรงเทรา
ให้เอาค่าเชิงเดิร
ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา
เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย
เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร
ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
qh5rkzpq2a9bh3b7mfp0xec6s8topok
290846
290845
2026-06-24T13:48:37Z
Lunlumita
12009
290846
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา
อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ
กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก
{{ลปร1|กหน|21}}
๒๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองอินเมืองพรหมเมืองสิงฆเมืองนนเมืองทนเมืองนครไชศรีเมืองนครนายกเมืองสุพันเมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองไชนาถเมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรียเมืองฉเทริงเทรา ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }}
ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรค เมืองนครราชสีมา
เมืองพิจิตร เมืองกุย เมืองปราน เมืองจันทบูน เมืองกาญบุรีย
เมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร
ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
nrfe5s8nqmt4dxd3n65hgctyk9vi85f
290847
290846
2026-06-24T13:49:23Z
Lunlumita
12009
290847
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา
อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ
กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก
{{ลปร1|กหน|21}}
๒๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองอินเมืองพรหมเมืองสิงฆเมืองนนเมืองทนเมืองนครไชศรีเมืองนครนายกเมืองสุพันเมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองไชนาถเมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรียเมืองฉเทริงเทรา ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรคเมืองนครราชสีมาเมืองพิจิตรเมืองกุยเมืองปรานเมืองจันทบูนเมืองกาญบุรียเมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
mfgmq6g4y7s5ewjgjxbqpnxtx0bthit
290848
290847
2026-06-24T13:49:51Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290848
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา
อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ
กฎ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก
{{ลปร1|กหน|21}}
๒๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองอินเมืองพรหมเมืองสิงฆเมืองนนเมืองทนเมืองนครไชศรีเมืองนครนายกเมืองสุพันเมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองไชนาถเมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรียเมืองฉเทริงเทรา ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรคเมืองนครราชสีมาเมืองพิจิตรเมืองกุยเมืองปรานเมืองจันทบูนเมืองกาญบุรียเมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
olzyyioifepova6f8153bxeur9qlooz
290878
290848
2026-06-24T14:31:32Z
Lunlumita
12009
290878
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว|๖๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กระลาการอื่นให้พิจารณา ถ้าหากันติดพันพระราชทรัพยเปนหลวง ให้คัดเนื้อความกราบทูลพระกรรุณา
อนึ่งถ้าราษฎรฟ้องร้องหาความแก่กันด้วยเนื้อความสิ่งใด<ref>ต้นฉะบับ: สิ่งได้ แก้ตาม ก</ref> ๆ กระลาการยังไปได้ถามต่อกัน ฝ่ายข้างจำเลยไปฟ้องร้องเหนือฟ้องโจท อย่าให้กระลาการเอาเนื้อความในฟ้องจำเลยถามโจทกลับเปนจำเลย แลให้กระลาการเอาเรื่องเนื้อความโจทฟ้องก่อนนั้นแต่งรวางไปให้ปรับจำเลยซึ่งยังมิได้แก้ฟ้องก่อนกลับมาฟ้องเมื่อภายหลังเหนือฟ้องนั้น ถ้าปรับมาเปนประการใด ให้กระลาการทำตามกฎ
กฎ<ref name = "ยมก">ในต้นฉะบับ คำว่า กฎ ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๑๐||๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๓ ปีเถาะตรีนิศก
{{ลปร1|กหน|21}}
๒๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ด้วยใช้ผู้ถือตราไปเอาคู่ความณะหัวเมืองแลแขวงจังหวัดนั้น ให้เอาค่าเชีงเดีร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองอินเมืองพรหมเมืองสิงฆเมืองนนเมืองทนเมืองนครไชศรีเมืองนครนายกเมืองสุพันเมืองประจิม ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองไชนาถเมืองสรรค<ref>ก: สรร</ref> เมืองเพชบุรียเมืองฉเทริงเทรา ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าไปถึงเมืองนครสวรรคเมืองนครราชสีมาเมืองพิจิตรเมืองกุยเมืองปรานเมืองจันทบูนเมืองกาญบุรียเมืองศรีสวัด ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} ถ้าไปถึงเมืองพิศนุโลก<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
9zl9mmbgcpszt0d6kzdwnon4vz75m12
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/80
250
47953
290849
233900
2026-06-24T13:54:49Z
Lunlumita
12009
290849
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>{{ซ|เมืองกำแพงเพ{{ปร1|ชญ}} เมืองพิไชย เมืองสังคโลก เมืองตนาว เมืองนคร}}
{| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;"
|-
|style="border:none;"|
|-
|style="border:none;" rowspan="2"|เมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|๓
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|
|style="border:none;" rowspan="2"|ค่าเบี้ยเลี้ยง
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|๑
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒
|style="border:none;" rowspan="2"|แลครั้น
|-
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}}
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|
|-
|}
{{ซ|กรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตรา}}
{| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;"
|-
|style="border:none;" rowspan="2"|เอาค่าลดจำแต่
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒
|style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด
|-
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|{{วว}}
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|
|-
|}
{| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;"
|-
|style="border:none;" rowspan="2"|จำแต่
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๑
|style="border:none;" rowspan="2"|อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น
|-
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|{{วว}}
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|๒
|-
|}
{{ซ|{{ชว}}กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก}}
::::; 22
{|
|-
|{{ชว}}๒๒{{ชว|1em}}อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ
|-
|สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่
|-
|มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนา
|-
|พญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุน
|-
|ณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย
|-
|{{ชว}}รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมีย
|-
|ฉ้อศก
|-
|}
::::; 23
{|
|-
|{{ชว}}๒๓{{ชว|1em}}อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการ
|-
|ใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้อง
|-
|ศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือ
|-
|ฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความ
|-
|มิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>
|-
|}</noinclude><noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
37k7autpphuz7ny2ukigpmbvz4qtpxs
290850
290849
2026-06-24T13:55:22Z
Lunlumita
12009
290850
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>{{ซ|เมืองกำแพงเพ{{ปร1|ชญ}} เมืองพิไชย เมืองสังคโลก เมืองตนาว เมืองนคร}}
{| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;"
|-
|style="border:none;"|
|-
|style="border:none;" rowspan="2"|เมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|๓
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|
|style="border:none;" rowspan="2"|ค่าเบี้ยเลี้ยง
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|๑
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒
|style="border:none;" rowspan="2"|แลครั้น
|-
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|{{วว}}
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|
|-
|}
{{ซ|กรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตรา}}
{| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;"
|-
|style="border:none;" rowspan="2"|เอาค่าลดจำแต่
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๒
|style="border:none;" rowspan="2"|ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด
|-
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|{{วว}}
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|
|-
|}
{| class="wikitable" style="border:none; background:none; text-align:center;"
|-
|style="border:none;" rowspan="2"|จำแต่
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-left:none;"|
|style="border:1px solid black; border-top:none; border-right:none;"|๑
|style="border:none;" rowspan="2"|อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น
|-
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-left:none;"|{{วว}}
|style="border:1px solid black; border-bottom:none; border-right:none;"|๒
|-
|}
{{ซ|{{ชว}}กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก}}
{{ลปร1|กหน|22}}
{|
|-
|{{ชว}}๒๒{{ชว|1em}}อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ
|-
|สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่
|-
|มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนา
|-
|พญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุน
|-
|ณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย
|-
|{{ชว}}รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมีย
|-
|ฉ้อศก
|-
|}
{{ลปร1|กหน|23}}
{|
|-
|{{ชว}}๒๓{{ชว|1em}}อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการ
|-
|ใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้อง
|-
|ศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือ
|-
|ฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความ
|-
|มิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>
|-
|}</noinclude><noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
7tkr2f5a8hfxkrbxb3cg3zde7576nu8
290851
290850
2026-06-24T13:57:05Z
Lunlumita
12009
290851
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}} เมืองพิไชย เมืองสังคโลก เมืองตนาว เมืองนคร
เมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร
ค่าเบี้ยเลี้ยง
แลครั้น
กรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตรา
เอาค่าลดจำแต่
ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด
จำแต่
อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก
{{ลปร1|กหน|22}}
๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|23}}
๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
28poj7de7x5foi20jpo1cyh8n1biq9t
290852
290851
2026-06-24T13:59:45Z
Lunlumita
12009
290852
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }}
ค่าเบี้ยเลี้ยง
แลครั้น
กรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตรา
เอาค่าลดจำแต่
ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด
จำแต่
อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก
{{ลปร1|กหน|22}}
๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|23}}
๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
pnb3hpxwbweh230das3n6x0pnxvhaqw
290853
290852
2026-06-24T14:02:27Z
Lunlumita
12009
290853
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.65em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }}
ค่าเบี้ยเลี้ยง
แลครั้น
กรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตรา
เอาค่าลดจำแต่
ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด
จำแต่
อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก
{{ลปร1|กหน|22}}
๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|23}}
๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
j0xzoos6usp4jk2wduv828u3owakz1c
290854
290853
2026-06-24T14:03:16Z
Lunlumita
12009
290854
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }}
แลครั้น
กรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตรา
เอาค่าลดจำแต่
ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด
จำแต่
อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก
{{ลปร1|กหน|22}}
๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|23}}
๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
fa9shezd68ti1ibqiwuk5wx2x3ptqc1
290855
290854
2026-06-24T14:03:48Z
Lunlumita
12009
290855
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }}
แลครั้น
กรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตรา
เอาค่าลดจำแต่
ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด
จำแต่
อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก
{{ลปร1|กหน|22}}
๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|23}}
๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
q64q1w0jjg5ti789smiutsonfdvz19q
290856
290855
2026-06-24T14:08:11Z
Lunlumita
12009
290856
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }}
ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลด
จำแต่
อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก
{{ลปร1|กหน|22}}
๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|23}}
๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
55sd4zpugl9xm281bkzcm9x10w90cqs
290857
290856
2026-06-24T14:08:44Z
Lunlumita
12009
290857
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }}
อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสง เบญศก
{{ลปร1|กหน|22}}
๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|23}}
๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
6m8dd79tsofj9oyjvnp7qu2sws7dvyg
290858
290857
2026-06-24T14:09:10Z
Lunlumita
12009
290858
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสงเบญศก
{{ลปร1|กหน|22}}
๒๒ อนึ่ง ออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่ มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|23}}
๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
lc7kbcoy10buqf0xm573jxlhq8c3xi7
290859
290858
2026-06-24T14:09:41Z
Lunlumita
12009
290859
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสงเบญศก
{{ลปร1|กหน|22}}
๒๒ อนึ่งออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|23}}
๒๓ อนึ่ง พระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
7bm0hg020ww6amobomnwerfv7opgzds
290860
290859
2026-06-24T14:10:07Z
Lunlumita
12009
290860
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสงเบญศก
{{ลปร1|กหน|22}}
๒๒ อนึ่งออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|23}}
๒๓ อนึ่งพระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
3qxgespo8bkyudqcbqf0uwk2uanvy29
290861
290860
2026-06-24T14:10:19Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290861
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสงเบญศก
{{ลปร1|กหน|22}}
๒๒ อนึ่งออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|23}}
๒๓ อนึ่งพระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
e9573ber5xftakeqv40e37jupzmt3d8
290864
290861
2026-06-24T14:17:29Z
Lunlumita
12009
290864
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสงเบญศก
{{ลปร1|กหน|22}}
๒๒ อนึ่งออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|23}}
๒๓ อนึ่งพระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า{{วว}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
tlsgndbxp6aij5xjhrza2y6gtc2stjd
290934
290864
2026-06-24T15:46:47Z
Lunlumita
12009
290934
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๖๙}}{{สต}}</noinclude>เมืองกำแพงเพ{{ชญ}}เมืองพิไชยเมืองสังคโลกเมืองตนาวเมืองนครเมืองพัตลุง ให้เอาค่าเชิงเดิร {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ค่าเบี้ยเลี้ยง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} แลครั้นกรมการส่งจำเลยให้แก่ผู้ถือตรา ถ้าความรับสั่ง ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.5em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าฟ้องโรงสาน ให้ผู้ถือตราเอาค่าลดจำแต่ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} อย่าให้เรียกเอาล้ำเหลือนอกกว่านั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเสงเบญศก
{{ลปร1|กหน|22}}
๒๒ อนึ่งออกหลวงมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ผู้ใดจะร้องฟ้องด้วยเนื้อความสิ่งใด ๆ ให้ร้องฟ้องแก่มุนนายอนาพญาบาลตามกระทรวงก่อน ถ้ามุนนายอนาพญาบาลมิรับทุระ จึ่งให้ฟ้องแก่ลูกขุนณศาลา ถ้าลูกขุนณศาลามิรับ จึ่งให้ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref name = "กระหม่อม">ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวาย
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๒|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๕ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|23}}
๒๓ อนึ่งพระณหัวเจ้าท่านโกษาธิบดีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าราษฎรหมู่ใดกรมใด ๆ จร้องฟ้องศุขทุกขสิ่งใด ๆ ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงพิจารณาดูในหนังสือฟ้องนั้นให้หมั้นคง ถ้าเหนในหนังสือฟ้องนั้นผูกพันเอาความมิจริงมากล่าวโทษเขา แลมิได้เปนตระทรวงของตัวได้ว่า{{วว}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
m9axki3r9ro573e3evs7d9tqsyb2nyv
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/81
250
47954
290862
233898
2026-06-24T14:13:31Z
Lunlumita
12009
290862
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หสล2|1|๗๐|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{|</noinclude>
|-
|อย่าให้รับพิจารณา ถ้าเปนตระทรวงของตัว จึ่งให้รับเอา
|-
|พิจารณา ถ้าเหนแก่ค่าฤทชารับเอาเนื้อความซึ่งมิได้เปน
|-
|ตรทรวงของตัวมาพิจารณา จะเอาเปนโทษตามพระอายการ
|-
|{{ชว}}รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๖ ปีมะเมีย ฉ้อศก
|-
|}
{{ลปร1|กหน|24}}
{|
|-
|{{ชว}}๒๔{{ชว|1em}}อนึ่ง ออกยาธรรมารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่ง
|-
|ว่า ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงถามความ ให้ถามเปนสองสถาน
|-
|อย่าให้ถามเปนสี่สถาน เนื้อความจะยืดยาวไป ให้ถาม
|-
|เหมือนชาววังตำรวจ์ใน
|-
|{{ชว}}รับสั่งให้ไว้<ref>ต้นฉะบับ: ไว</ref> ณวัน {{จ|๖|๑๕||๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๐ ปีจอ
|-
|สำเรจ์ธิศก
|-
|}
{{ลปร1|กหน|25}}
{|
|-
|{{ชว}}๒๕{{ชว|1em}}อนึ่ง มีกฎให้ไว้แก่กระลาการทังปวง แลในกฎนั้น
|-
|เรื่องราวสำเนากฎต้องด้วยกฎ ซึ่งอา{{ปร1|ชญ}}าอุธรกระลาการเก่า
|-
|ใหม่นั้นแล้ว แต่ออกเนื้อความข้อหนึ่งว่า ถ้าลูกความติดใจ ทำ
|-
|ฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวายกล่าวโทษกระลาการ แล
|-
|ทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เอากระลาการเก่า
|-
|มาพิจารณา ถ้าแลกระลาการเปนขุนโรงขุนสาน ก็ให้คัดเอา<noinclude>
|-
|}</noinclude><noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
nxt41y21lu707aryj4vv01uul742kwz
290863
290862
2026-06-24T14:15:12Z
Lunlumita
12009
290863
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๗๐|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อย่าให้รับพิจารณา ถ้าเปนตระทรวงของตัว จึ่งให้รับเอาพิจารณา ถ้าเหนแก่ค่าฤทชารับเอาเนื้อความซึ่งมิได้เปนตรทรวงของตัวมาพิจารณา จะเอาเปนโทษตามพระอายการ
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๖ ปีมะเมีย ฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|24}}
๒๔ อนึ่ง ออกยาธรรมารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงถามความ ให้ถามเปนสองสถาน อย่าให้ถามเปนสี่สถาน เนื้อความจะยืดยาวไป ให้ถามเหมือนชาววังตำรวจ์ใน
รับสั่งให้ไว้<ref>ต้นฉะบับ: ไว</ref> ณวัน {{จ|๖|๑๕||๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๐ ปีจอสำเรจ์ธิศก
{{ลปร1|กหน|25}}
๒๕ อนึ่ง มีกฎให้ไว้แก่กระลาการทังปวง แลในกฎนั้นเรื่องราวสำเนากฎต้องด้วยกฎ ซึ่งอา{{ชญ}}าอุธรกระลาการเก่าใหม่นั้นแล้ว แต่ออกเนื้อความข้อหนึ่งว่า ถ้าลูกความติดใจ ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวายกล่าวโทษกระลาการ แลทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เอากระลาการเก่ามาพิจารณา ถ้าแลกระลาการเปนขุนโรงขุนสาน ก็ให้คัดเอา<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
7rmlx0ws4ms1x6jgvms7b1s3l9wdhjb
290865
290863
2026-06-24T14:17:59Z
Lunlumita
12009
290865
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๗๐|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อย่าให้รับพิจารณา ถ้าเปนตระทรวงของตัว จึ่งให้รับเอาพิจารณา ถ้าเหนแก่ค่าฤทชารับเอาเนื้อความซึ่งมิได้เปนตรทรวงของตัวมาพิจารณา จะเอาเปนโทษตามพระอายการ
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๖ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|24}}
๒๔ อนึ่ง ออกยาธรรมารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงถามความ ให้ถามเปนสองสถาน อย่าให้ถามเปนสี่สถาน เนื้อความจะยืดยาวไป ให้ถามเหมือนชาววังตำรวจ์ใน
รับสั่งให้ไว้<ref>ต้นฉะบับ: ไว</ref> ณวัน {{จ|๖|๑๕||๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๐ ปีจอสำเรจ์ธิศก
{{ลปร1|กหน|25}}
๒๕ อนึ่ง มีกฎให้ไว้แก่กระลาการทังปวง แลในกฎนั้นเรื่องราวสำเนากฎต้องด้วยกฎ ซึ่งอา{{ชญ}}าอุธรกระลาการเก่าใหม่นั้นแล้ว แต่ออกเนื้อความข้อหนึ่งว่า ถ้าลูกความติดใจ ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวายกล่าวโทษกระลาการ แลทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เอากระลาการเก่ามาพิจารณา ถ้าแลกระลาการเปนขุนโรงขุนสาน ก็ให้คัดเอา<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
b869b4h015tcba86bgue1kb30sfpyz8
290866
290865
2026-06-24T14:18:35Z
Lunlumita
12009
290866
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๗๐|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อย่าให้รับพิจารณา ถ้าเปนตระทรวงของตัว จึ่งให้รับเอาพิจารณา ถ้าเหนแก่ค่าฤทชารับเอาเนื้อความซึ่งมิได้เปนตรทรวงของตัวมาพิจารณา จะเอาเปนโทษตามพระอายการ
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๖ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|24}}
๒๔ อนึ่งออกยาธรรมารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงถามความ ให้ถามเปนสองสถาน อย่าให้ถามเปนสี่สถาน เนื้อความจะยืดยาวไป ให้ถามเหมือนชาววังตำรวจ์ใน
รับสั่งให้ไว้<ref>ต้นฉะบับ: ไว</ref> ณวัน {{จ|๖|๑๕||๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๐ ปีจอสำเรจ์ธิศก
{{ลปร1|กหน|25}}
๒๕ อนึ่ง มีกฎให้ไว้แก่กระลาการทังปวง แลในกฎนั้นเรื่องราวสำเนากฎต้องด้วยกฎ ซึ่งอา{{ชญ}}าอุธรกระลาการเก่าใหม่นั้นแล้ว แต่ออกเนื้อความข้อหนึ่งว่า ถ้าลูกความติดใจ ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวายกล่าวโทษกระลาการ แลทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เอากระลาการเก่ามาพิจารณา ถ้าแลกระลาการเปนขุนโรงขุนสาน ก็ให้คัดเอา<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
iqgb2g6pgi7c1mbk3jh4jks7vqnsf2m
290867
290866
2026-06-24T14:19:17Z
Lunlumita
12009
290867
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว|๗๐|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อย่าให้รับพิจารณา ถ้าเปนตระทรวงของตัว จึ่งให้รับเอาพิจารณา ถ้าเหนแก่ค่าฤทชารับเอาเนื้อความซึ่งมิได้เปนตรทรวงของตัวมาพิจารณา จะเอาเปนโทษตามพระอายการ
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๖ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|24}}
๒๔ อนึ่งออกยาธรรมารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงถามความ ให้ถามเปนสองสถาน อย่าให้ถามเปนสี่สถาน เนื้อความจะยืดยาวไป ให้ถามเหมือนชาววังตำรวจ์ใน
รับสั่งให้ไว้<ref>ต้นฉะบับ: ไว</ref> ณวัน {{จ|๖|๑๕||๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๐ ปีจอสำเรจ์ธิศก
{{ลปร1|กหน|25}}
๒๕ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่กระลาการทังปวง แลในกฎนั้นเรื่องราวสำเนากฎต้องด้วยกฎ ซึ่งอา{{ชญ}}าอุธรกระลาการเก่าใหม่นั้นแล้ว แต่ออกเนื้อความข้อหนึ่งว่า ถ้าลูกความติดใจ ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวายกล่าวโทษกระลาการ แลทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เอากระลาการเก่ามาพิจารณา ถ้าแลกระลาการเปนขุนโรงขุนสาน ก็ให้คัดเอา<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
7noha0exjyrwuojiofhdwz5rb8r5hkt
290868
290867
2026-06-24T14:19:31Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290868
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว|๗๐|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อย่าให้รับพิจารณา ถ้าเปนตระทรวงของตัว จึ่งให้รับเอาพิจารณา ถ้าเหนแก่ค่าฤทชารับเอาเนื้อความซึ่งมิได้เปนตรทรวงของตัวมาพิจารณา จะเอาเปนโทษตามพระอายการ
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๖ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|24}}
๒๔ อนึ่งออกยาธรรมารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงถามความ ให้ถามเปนสองสถาน อย่าให้ถามเปนสี่สถาน เนื้อความจะยืดยาวไป ให้ถามเหมือนชาววังตำรวจ์ใน
รับสั่งให้ไว้<ref>ต้นฉะบับ: ไว</ref> ณวัน {{จ|๖|๑๕||๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๐ ปีจอสำเรจ์ธิศก
{{ลปร1|กหน|25}}
๒๕ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่กระลาการทังปวง แลในกฎนั้นเรื่องราวสำเนากฎต้องด้วยกฎ ซึ่งอา{{ชญ}}าอุธรกระลาการเก่าใหม่นั้นแล้ว แต่ออกเนื้อความข้อหนึ่งว่า ถ้าลูกความติดใจ ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน กระหมอม</ref> ถวายกล่าวโทษกระลาการ แลทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เอากระลาการเก่ามาพิจารณา ถ้าแลกระลาการเปนขุนโรงขุนสาน ก็ให้คัดเอา<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
15gc9oug3e2eu851ifwymru76g3bum4
290933
290868
2026-06-24T15:46:35Z
Lunlumita
12009
290933
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว|๗๐|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อย่าให้รับพิจารณา ถ้าเปนตระทรวงของตัว จึ่งให้รับเอาพิจารณา ถ้าเหนแก่ค่าฤทชารับเอาเนื้อความซึ่งมิได้เปนตรทรวงของตัวมาพิจารณา จะเอาเปนโทษตามพระอายการ
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๗๖ ปีมะเมียฉ้อศก
{{ลปร1|กหน|24}}
๒๔ อนึ่งออกยาธรรมารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ให้ขุนโรงขุนสานทังปวงถามความ ให้ถามเปนสองสถาน อย่าให้ถามเปนสี่สถาน เนื้อความจะยืดยาวไป ให้ถามเหมือนชาววังตำรวจ์ใน
รับสั่งให้ไว้<ref>ต้นฉะบับ: ไว</ref> ณวัน {{จ|๖|๑๕||๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๐ ปีจอสำเรจ์ธิศก
{{ลปร1|กหน|25}}
๒๕ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่กระลาการทังปวง แลในกฎนั้นเรื่องราวสำเนากฎต้องด้วยกฎ ซึ่งอา{{ชญ}}าอุธรกระลาการเก่าใหม่นั้นแล้ว แต่ออกเนื้อความข้อหนึ่งว่า ถ้าลูกความติดใจ ทำฎีกาทูลเกล้าทูลกระหม่อม<ref name = "กระหม่อม"/> ถวายกล่าวโทษกระลาการ แลทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เอากระลาการเก่ามาพิจารณา ถ้าแลกระลาการเปนขุนโรงขุนสาน ก็ให้คัดเอา<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
qwqm538kppb2ascovdv3cq0i9uby636
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/82
250
47955
290869
233896
2026-06-24T14:20:10Z
Lunlumita
12009
290869
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๗๑}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{|</noinclude>
|-
|สำนวรเก่าส่งให้เจ้ากรมปลัดกรมกราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง
|-
|ก่อน ถ้ากระลาการเก่าเปนเจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่น
|-
|ผู้มีบันดาศักดิข้าทูลอองทุลีพระบาท ก็ให้เอาสำนวรเก่า
|-
|กราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง ถ้าทรงพระกรรุณาให้กระลาการ
|-
|ใหม่เอากระลาการเก่ามาพิจารณา จึ่งให้ทำตามรับสั่ง
|-
|{{ชว}}กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๘|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๒ ปีชวด โทศก
|-
|}
::::; 26
{|
|-
|{{ชว}}๒๖{{ชว|1em}}อนึ่ง มีกฎให้ไว้ว่า ถ้ามีหนังสือปิตราเจ้าพญาจักรี
|-
|พญามหาเสนา พญาธรรมา พญาพลเทพ พญาพระคลัง พญา
|-
|ยมมราช ไปถึงผู้รักษาเมืองผู้รั้ง<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน รัง</ref> กรมการเมืองใด ๆ ตามข้อ
|-
|ความ ถ้ามีสารตราให้มาแก่กรมการ แลผู้ถือตรากับกรมการ
|-
|ผู้รับตราย่อมคิดอ่านเปนใจด้วยกันฉลายท้องตราแลชื่อคน
|-
|เรือนเงีนก็มี ถ้าแลจะมีตรากรมใด ๆ จะไปถึงกรมการด้วย
|-
|ให้ส่งคนแลของมรดกเรียกเงีนเปนหลวงก็ดี ให้มีตราแจ้ง
|-
|ตราลับ ๆ นั้นให้ตตราประจำชื่อคนเรือนเงีนแล้ว ให้ใส่กลักมี
|-
|สายเชือกพอกครั่ง<ref>ต้นฉะบับ: คร้ง</ref> ติดโอบรอบกลักปิตราประจำครั่ง แล
|-
|ให้ผู้รับตราเอาตราลับตราแจ้งทานกันดู ถ้าชื่อคนเรือนเงีน
|-
|ต้องกัน จึ่งให้ทำตาม ถ้ามิต้องกัน ก็ให้บอกหนังสือส่งตัว
|-
|ผู้ถือตราเข้ามายังลูกขุนณศาลา
|-
|}
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
71czvhk1tppg6s55agi5y4bxe9a3jqj
290870
290869
2026-06-24T14:20:29Z
Lunlumita
12009
290870
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๗๑}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{|</noinclude>
|-
|สำนวรเก่าส่งให้เจ้ากรมปลัดกรมกราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง
|-
|ก่อน ถ้ากระลาการเก่าเปนเจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่น
|-
|ผู้มีบันดาศักดิข้าทูลอองทุลีพระบาท ก็ให้เอาสำนวรเก่า
|-
|กราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง ถ้าทรงพระกรรุณาให้กระลาการ
|-
|ใหม่เอากระลาการเก่ามาพิจารณา จึ่งให้ทำตามรับสั่ง
|-
|{{ชว}}กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๘|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๒ ปีชวด โทศก
|-
|}
{{ลปร1|กหน|26}}
{|
|-
|{{ชว}}๒๖{{ชว|1em}}อนึ่ง มีกฎให้ไว้ว่า ถ้ามีหนังสือปิตราเจ้าพญาจักรี
|-
|พญามหาเสนา พญาธรรมา พญาพลเทพ พญาพระคลัง พญา
|-
|ยมมราช ไปถึงผู้รักษาเมืองผู้รั้ง<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน รัง</ref> กรมการเมืองใด ๆ ตามข้อ
|-
|ความ ถ้ามีสารตราให้มาแก่กรมการ แลผู้ถือตรากับกรมการ
|-
|ผู้รับตราย่อมคิดอ่านเปนใจด้วยกันฉลายท้องตราแลชื่อคน
|-
|เรือนเงีนก็มี ถ้าแลจะมีตรากรมใด ๆ จะไปถึงกรมการด้วย
|-
|ให้ส่งคนแลของมรดกเรียกเงีนเปนหลวงก็ดี ให้มีตราแจ้ง
|-
|ตราลับ ๆ นั้นให้ตตราประจำชื่อคนเรือนเงีนแล้ว ให้ใส่กลักมี
|-
|สายเชือกพอกครั่ง<ref>ต้นฉะบับ: คร้ง</ref> ติดโอบรอบกลักปิตราประจำครั่ง แล
|-
|ให้ผู้รับตราเอาตราลับตราแจ้งทานกันดู ถ้าชื่อคนเรือนเงีน
|-
|ต้องกัน จึ่งให้ทำตาม ถ้ามิต้องกัน ก็ให้บอกหนังสือส่งตัว
|-
|ผู้ถือตราเข้ามายังลูกขุนณศาลา
|-
|}
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
hk94reudirrjasf33vfxbu6ei3f2pok
290871
290870
2026-06-24T14:21:42Z
Lunlumita
12009
290871
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๗๑}}{{สต}}</noinclude>สำนวรเก่าส่งให้เจ้ากรมปลัดกรมกราบทูลพระกรรุณาให้แจ้งก่อน ถ้ากระลาการเก่าเปนเจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นผู้มีบันดาศักดิข้าทูลอองทุลีพระบาท ก็ให้เอาสำนวรเก่ากราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง ถ้าทรงพระกรรุณาให้กระลาการใหม่เอากระลาการเก่ามาพิจารณา จึ่งให้ทำตามรับสั่ง
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๘|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๒ ปีชวด โทศก
{{ลปร1|กหน|26}}
๒๖{{ชว|1em}}อนึ่ง มีกฎให้ไว้ว่า ถ้ามีหนังสือปิตราเจ้าพญาจักรี พญามหาเสนา พญาธรรมา พญาพลเทพ พญาพระคลัง พญายมมราช ไปถึงผู้รักษาเมืองผู้รั้ง<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน รัง</ref> กรมการเมืองใด ๆ ตามข้อความ ถ้ามีสารตราให้มาแก่กรมการ แลผู้ถือตรากับกรมการผู้รับตราย่อมคิดอ่านเปนใจด้วยกันฉลายท้องตราแลชื่อคนเรือนเงีนก็มี ถ้าแลจะมีตรากรมใด ๆ จะไปถึงกรมการด้วยให้ส่งคนแลของมรดกเรียกเงีนเปนหลวงก็ดี ให้มีตราแจ้งตราลับ ๆ นั้นให้ตตราประจำชื่อคนเรือนเงีนแล้ว ให้ใส่กลักมีสายเชือกพอกครั่ง<ref>ต้นฉะบับ: คร้ง</ref> ติดโอบรอบกลักปิตราประจำครั่ง แลให้ผู้รับตราเอาตราลับตราแจ้งทานกันดู ถ้าชื่อคนเรือนเงีนต้องกัน จึ่งให้ทำตาม ถ้ามิต้องกัน ก็ให้บอกหนังสือส่งตัวผู้ถือตราเข้ามายังลูกขุนณศาลา
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
c1qrm12s27tvj85xphc2wemlhy82wrg
290872
290871
2026-06-24T14:26:54Z
Lunlumita
12009
290872
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๗๑}}{{สต}}</noinclude>สำนวรเก่าส่งให้เจ้ากรมปลัดกรมกราบทูลพระกรรุณาให้แจ้งก่อน ถ้ากระลาการเก่าเปนเจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นผู้มีบันดาศักดิข้าทูลอองทุลีพระบาท ก็ให้เอาสำนวรเก่ากราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง ถ้าทรงพระกรรุณาให้กระลาการใหม่เอากระลาการเก่ามาพิจารณา จึ่งให้ทำตามรับสั่ง
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๘|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๒ ปีชวดโทศก
{{ลปร1|กหน|26}}
๒๖{{ชว|1em}}อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ถ้ามีหนังสือปิตราเจ้าพญาจักรีพญามหาเสนาพญาธรรมาพญาพลเทพพญาพระคลังพญายมมราชไปถึงผู้รักษาเมืองผู้รั้ง<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน รัง</ref> กรมการเมืองใด ๆ ตามข้อความ ถ้ามีสารตราให้มาแก่กรมการ แลผู้ถือตรากับกรมการผู้รับตราย่อมคิดอ่านเปนใจด้วยกันฉลายท้องตราแลชื่อคนเรือนเงีนก็มี ถ้าแลจะมีตรากรมใด ๆ จะไปถึงกรมการด้วยให้ส่งคนแลของมรดกเรียกเงีนเปนหลวงก็ดี ให้มีตราแจ้งตราลับ ๆ นั้นให้ตตราประจำชื่อคนเรือนเงีนแล้ว ให้ใส่กลักมีสายเชือกพอกครั่ง<ref>ต้นฉะบับ: คร้ง</ref> ติดโอบรอบกลักปิตราประจำครั่ง แลให้ผู้รับตราเอาตราลับตราแจ้งทานกันดู ถ้าชื่อคนเรือนเงีนต้องกัน จึ่งให้ทำตาม ถ้ามิต้องกัน ก็ให้บอกหนังสือส่งตัวผู้ถือตราเข้ามายังลูกขุนณศาลา
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
bp2pnofumw3adk42x1u1q852s01nz91
290873
290872
2026-06-24T14:28:17Z
Lunlumita
12009
290873
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="2" user="Miwako Sato" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๗๑}}{{สต}}</noinclude>สำนวรเก่าส่งให้เจ้ากรมปลัดกรมกราบทูลพระกรรุณาให้แจ้งก่อน ถ้ากระลาการเก่าเปนเจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นผู้มีบันดาศักดิข้าทูลอองทุลีพระบาท ก็ให้เอาสำนวรเก่ากราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง ถ้าทรงพระกรรุณาให้กระลาการใหม่เอากระลาการเก่ามาพิจารณา จึ่งให้ทำตามรับสั่ง
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๘|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๒ ปีชวดโทศก
{{ลปร1|กหน|26}}
๒๖{{ชว|1em}}อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ถ้ามีหนังสือปิตราเจ้าพญาจักรีพญามหาเสนาพญาธรรมาพญาพลเทพพญาพระคลังพญายมมราชไปถึงผู้รักษาเมืองผู้รั้ง<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน รัง</ref> กรมการเมืองใด ๆ ตามข้อความ ถ้ามีสารตราให้มาแก่กรมการ แลผู้ถือตรากับกรมการผู้รับตราย่อมคิดอ่านเปนใจด้วยกันฉลายท้องตราแลชื่อคนเรือนเงีนก็มี ถ้าแลจะมีตรากรมใด ๆ จะไปถึงกรมการด้วยให้ส่งคนแลของมรดกเรียกเงีนเปนหลวงก็ดี ให้มีตราแจ้งตราลับ ๆ นั้นให้{{ตตฉ|ตตรา}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ตตรา|ตีตรา}}</ref> ประจำชื่อคนเรือนเงีนแล้ว ให้ใส่กลักมีสายเชือกพอกครั่ง<ref>ต้นฉะบับ: คร้ง</ref> ติดโอบรอบกลักปิตราประจำครั่ง แลให้ผู้รับตราเอาตราลับตราแจ้งทานกันดู ถ้าชื่อคนเรือนเงีนต้องกัน จึ่งให้ทำตาม ถ้ามิต้องกัน ก็ให้บอกหนังสือส่งตัวผู้ถือตราเข้ามายังลูกขุนณศาลา
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{รกออ|group=วซ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
gvpjbnlmcb1degih6h1jzn5lsy6jl0z
290874
290873
2026-06-24T14:28:38Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290874
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หว||กฎ ๓๖ ข้อ|๗๑}}{{สต}}</noinclude>สำนวรเก่าส่งให้เจ้ากรมปลัดกรมกราบทูลพระกรรุณาให้แจ้งก่อน ถ้ากระลาการเก่าเปนเจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นผู้มีบันดาศักดิข้าทูลอองทุลีพระบาท ก็ให้เอาสำนวรเก่ากราบทูลพระกรรุณาให้แจ้ง ถ้าทรงพระกรรุณาให้กระลาการใหม่เอากระลาการเก่ามาพิจารณา จึ่งให้ทำตามรับสั่ง
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๘|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๒ ปีชวดโทศก
{{ลปร1|กหน|26}}
๒๖{{ชว|1em}}อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ถ้ามีหนังสือปิตราเจ้าพญาจักรีพญามหาเสนาพญาธรรมาพญาพลเทพพญาพระคลังพญายมมราชไปถึงผู้รักษาเมืองผู้รั้ง<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน รัง</ref> กรมการเมืองใด ๆ ตามข้อความ ถ้ามีสารตราให้มาแก่กรมการ แลผู้ถือตรากับกรมการผู้รับตราย่อมคิดอ่านเปนใจด้วยกันฉลายท้องตราแลชื่อคนเรือนเงีนก็มี ถ้าแลจะมีตรากรมใด ๆ จะไปถึงกรมการด้วยให้ส่งคนแลของมรดกเรียกเงีนเปนหลวงก็ดี ให้มีตราแจ้งตราลับ ๆ นั้นให้{{ตตฉ|ตตรา}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|ตตรา|ตีตรา}}</ref> ประจำชื่อคนเรือนเงีนแล้ว ให้ใส่กลักมีสายเชือกพอกครั่ง<ref>ต้นฉะบับ: คร้ง</ref> ติดโอบรอบกลักปิตราประจำครั่ง แลให้ผู้รับตราเอาตราลับตราแจ้งทานกันดู ถ้าชื่อคนเรือนเงีนต้องกัน จึ่งให้ทำตาม ถ้ามิต้องกัน ก็ให้บอกหนังสือส่งตัวผู้ถือตราเข้ามายังลูกขุนณศาลา
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{รกออ|group=วซ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
cwrn4lffdsiq2vp9ikwu7339e02rnte
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/476
250
79789
290983
263814
2026-06-24T17:01:00Z
Lunlumita
12009
290983
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Legosigno" /></noinclude>{{ก|บอกแก้คำผิด|140}}
{{สต|7em}}
{| {{ts|ac|mc|bc}}
|-
| {{ts|bb}} | หน้า
| {{ts|bl|bb}} | บรรทัด
| {{ts|bl|bb}} | คำว่า
| {{ts|bl|bb}} | ให้แก้เป็น
| {{ts|bl|bb}} | หน้า
| {{ts|bl|bb}} | บรรทัด
| {{ts|bl|bb}} | คำว่า
| {{ts|bl|bb}} | ให้แก้เป็น
|-style="vertical-align:top;"
| ๕
| {{ts|bl}} | ๖
| {{ts|bl}} | เมตไตรย
| {{ts|bl}} | เมตไตร
| {{ts|bl}} | ๕๒
| {{ts|bl}} | ๒
| {{ts|bl}} | ผ้
| {{ts|bl}} | ผู้
|-style="vertical-align:top;"
| ๗
| {{ts|bl}} | ๑๑
| {{ts|bl}} | มิศัรทธา
| {{ts|bl}} | มีศัรทธา
| rowspan=2 {{ts|bl}} | ๕๗
| rowspan=2 {{ts|bl}} | ๑
| rowspan=2 {{ts|bl}} | จหมื่นเสมอใจราช
| rowspan=2 {{ts|bl}} | จหมื่นสเมอใจราช
|-style="vertical-align:top;"
| ″
| {{ts|bl}} | ๒๐
| {{ts|bl}} | อี่เพง
| {{ts|bl}} | ของอี่เพง
|-style="vertical-align:top;"
| ๙
| {{ts|bl}} | ๑๙
| {{ts|bl}} | ก์
| {{ts|bl}} | ก็
| {{ts|bl}} | ″
| {{ts|bl}} | ๕
| {{ts|bl}} | ไห้
| {{ts|bl}} | ให้
|-style="vertical-align:top;"
| ๑๐
| {{ts|bl}} | ๒๒
| {{ts|bl}} | บริญต
| {{ts|bl}} | บริญัติ
| {{ts|bl}} | ๗๑
| {{ts|bl}} | ๑๕
| {{ts|bl}} | ตตรา
| {{ts|bl}} | ตีตรา
|-style="vertical-align:top;"
| ๑๑
| {{ts|bl}} | ๒๐
| {{ts|bl}} | ทจะ
| {{ts|bl}} | ที่จะ
| {{ts|bl}} | ๗๖
| {{ts|bl}} | ๑๑
| {{ts|bl}} | เครอ
| {{ts|bl}} | เครือ
|-style="vertical-align:top;"
| ๑๘
| {{ts|bl}} | ๒๐
| {{ts|bl}} | สบ
| {{ts|bl}} | สิบ
| rowspan=3 {{ts|bl}} | ″
| rowspan=3 {{ts|bl}} | ๑๗
| rowspan=3 {{ts|bl}} | เงีน {{ซบ|หุ้มรวง|เคลือบ}} {{ปก2}}
| rowspan=3 {{ts|bl}} | เงีน {{ซบ|หุ้มรวง|เคลือบ|ทองแดง}} {{ปก2|3}}
|-style="vertical-align:top;"
| ๒๑
| {{ts|bl}} | ๘
| {{ts|bl}} | ทลี
| {{ts|bl}} | ทุลี
|-style="vertical-align:top;"
| ๓๐
| {{ts|bl}} | ๓
| {{ts|bl}} | อยู
| {{ts|bl}} | อยู่
|-style="vertical-align:top;"
| ๓๑
| {{ts|bl}} | ๑๑
| {{ts|bl}} | ให
| {{ts|bl}} | ให้
| {{ts|bl}} | ๘๘
| {{ts|bl}} | ๑
| {{ts|bl}} | อยู
| {{ts|bl}} | อยู่
|-style="vertical-align:top;"
| ๓๓
| {{ts|bl}} | ๑๐
| {{ts|bl}} | ชอก
| {{ts|bl}} | ชอบ
| {{ts|bl}} | ๘๙
| {{ts|bl}} | ๑๓
| {{ts|bl}} | มกข
| {{ts|bl}} | มุกข
|-style="vertical-align:top;"
| ๓๔
| {{ts|bl}} | ๗
| {{ts|bl}} | พะราชถาน
| {{ts|bl}} | พระราชถาน
| {{ts|bl}} | ๙๐
| {{ts|bl}} | ๑๐
| {{ts|bl}} | อเขียว
| {{ts|bl}} | อีเขียว
|-style="vertical-align:top;"
| ″
| {{ts|bl}} | ๑๓
| {{ts|bl}} | เนิ้อ
| {{ts|bl}} | เนื้อ
| {{ts|bl}} | ๙๖
| {{ts|bl}} | ๕
| {{ts|bl}} | อีคุม
| {{ts|bl}} | อีคุ้ม
|-style="vertical-align:top;"
| ″
| {{ts|bl}} | ๑๗
| {{ts|bl}} | ″
| {{ts|bl}} | ″
| {{ts|bl}} | ๑๐๑
| {{ts|bl}} | ๑๔
| {{ts|bl}} | เพียงน
| {{ts|bl}} | เพียงนี้
|-style="vertical-align:top;"
| ๓๖
| {{ts|bl}} | ๑๑
| {{ts|bl}} | เปนท
| {{ts|bl}} | เปนที่
| {{ts|bl}} | ๑๑๘
| {{ts|bl}} | (๒)
| {{ts|bl}} | สุระบูรีย
| {{ts|bl}} | สุระบุรีย
|-style="vertical-align:top;"
| ๓๘
| {{ts|bl}} | ๑๒
| {{ts|bl}} | อย่
| {{ts|bl}} | อยู่
| {{ts|bl}} | ๑๒๒
| {{ts|bl}} | ๑๐
| {{ts|bl}} | ไห้
| {{ts|bl}} | ให้
|-style="vertical-align:top;"
| ″
| {{ts|bl}} | ๑๓
| {{ts|bl}} | บาปะ
| {{ts|bl}} | ปาปะ
| {{ts|bl}} | ๑๒๗
| {{ts|bl}} | ๑
| {{ts|bl}} | ผ
| {{ts|bl}} | ผู้
|-style="vertical-align:top;"
| ๓๙
| {{ts|bl}} | ๑๐
| {{ts|bl}} | เสดจ
| {{ts|bl}} | เสด็จ
| {{ts|bl}} | ๑๒๘
| {{ts|bl}} | ๑๓
| {{ts|bl}} | ผู
| {{ts|bl}} | ผู้
|-style="vertical-align:top;"
| ″
| {{ts|bl}} | (๒)
| {{ts|bl}} | จั่ตุราบาย
| {{ts|bl}} | จัตุราบาย
| {{ts|bl}} | ๑๓๐
| {{ts|bl}} | ๓
| {{ts|bl}} | สิง
| {{ts|bl}} | สิ่ง
|-style="vertical-align:top;"
| ๔๐
| {{ts|bl}} | (๒)
| {{ts|bl}} | รก
| {{ts|bl}} | รัก
| {{ts|bl}} | ๑๓๑
| {{ts|bl}} | ๑
| {{ts|bl}} | าม
| {{ts|bl}} | ตาม
|-style="vertical-align:top;"
| ๔๓
| {{ts|bl}} | ๑๗
| {{ts|bl}} | กได้
| {{ts|bl}} | ก็ได้
| {{ts|bl}} | ″
| {{ts|bl}} | ๒
| {{ts|bl}} | อยู
| {{ts|bl}} | อยู่
|-style="vertical-align:top;"
| ๔๘
| {{ts|bl}} | ๕
| {{ts|bl}} | อยู
| {{ts|bl}} | อยู่
| {{ts|bl}} | ″
| {{ts|bl}} | ๗
| {{ts|bl}} | ร้บจำนำ
| {{ts|bl}} | รับจำนำ<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
kbfxwiqlpo7x8dgopn85isdx4ugrs7r
หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/117
250
89979
290838
290794
2026-06-24T12:49:53Z
B20180
1467
290838
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="B20180" />{{หัวสามก๊ก|1=2|2=93|3=2}}</noinclude>เคืองก็หามิได้ ซึ่งเราจะมาทำการด้วยอ้วนเสี้ยวครั้งนี้ ก็เพราะความซื่อตรงต่อแผ่นดิน แล้วจะคิดแก้แค้นตั๋งโต๊ะซึ่งฆ่าอ้วนหงุยอาว์ท่านเสียนั้นอุตส่าห์ทรมานเอากายเข้าสู้ลูกเกาทัณฑ์แลอาวุธทั้งปวงมิได้คิดชีวิต เราก็ให้บอกมาขอสเบียง เปนไฉนท่านจึงฟังคำคนยุยงมิให้เอาสเบียงไปส่งทหารในกองทัพเราจึงอดหยากอิดโรยกำลังจนเสียทีแก่ข้าศึก แลอ้วนสุดได้ยินดังนั้นก็มีความลอายนัก จึงให้เอาตัวทหารซึ่งยุยงมิให้ส่งสเบียงนั้นมาฆ่าเสียต่อหน้าซุนเกี๋ยน
ฝ่ายม้าใช้อยู่ ณ ค่านซุนเกี๋ยนมาบอกแก่ซุนเกี๋ยนว่า บัดนี้ลิฉุยขี่ม้าออกมาจากค่ายกิสุยก๋วนว่าจะมาหาท่าน ซุนเกี๋ยนได้ฟังก็ลาอ้วนสุดกลับมา ณ ค่าย จึงให้หาลิฉุยเข้ามาถามว่า ท่านมานี้ด้วยกิจธุระสิ่งใด ลิฉุยจึงบอกว่ามหาอุปราชให้เรามา ว่าแต่บันดาหัวเมืองซึ่งคบคิดกันมาทำการทั้งนี้มหาอุปราชจะได้ย่อท้อต่อผู้ใดนั้นหามิได้ คิดจะให้ฆ่าเสียจงสิ้น บัดนี้มีความเมตตาแด่ท่านผู้เดียวจะพลอยตายเสียด้วยเขา ครั้นจะให้ผู้ใดมาเจรจาด้วยประการใด ท่านก็จะเข้าใจว่าให้มาเกลี้ยกล่อม มหาอุปราชจึงให้เรามาห้ามท่าน อย่าให้คบคิดทำการด้วยหัวเมืองทั้งปวง มหาอุปราชจะยกลูกสาวให้ซุนเซ็กผู้บุตรท่าน จะได้เปนไมตรีกันสิบไป
ฝ่ายซุนเกี๋ยนได้ฟังดังนั้นจึงตวาดเอา แล้วว่าตั๋งโต๊ะนั้นเป็นขบถแผ่นดินร้อนทุกเส้นหญ้า เราคิดอ่านกับหัวเมืองทั้งปวงยกมาทำการ
{{โครง}}<noinclude></noinclude>
g5wtssbkyepfzmwej9l8og6hpguy745
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/83
250
89987
290875
2026-06-24T14:29:14Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
290875
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
npt2eu5pad430yr98sayc37ely5cy6b
290876
290875
2026-06-24T14:30:30Z
Lunlumita
12009
290876
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
o09mhv69j8wlvrb8i2klbr1h2vy5wi3
290877
290876
2026-06-24T14:31:01Z
Lunlumita
12009
290877
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ
กฎ<ref name = "ยมก"/><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
q4qhd6ngzpwxeh27x6ty9y3hq9qsh2s
290879
290877
2026-06-24T14:32:06Z
Lunlumita
12009
290879
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ
กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
ri5l63mlbxd29vjzm4o8tvgnzjw9dcz
290880
290879
2026-06-24T14:33:13Z
Lunlumita
12009
290880
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ
กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก
{{ลปร1|กหน|27}}
๒๗ อนึ่งพระราชสงครามรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้ามีผู้ร้องฟ้องให้กราบทูลฯ ทำฎีกาถวายด้วยเนื้อความประการใด ๆ ถ้ามีรับสั่งให้กระลาการกรมใด ๆ ให้พิจารณาแล ให้ผู้นั่งกำกับกันนั้นให้แต่งเสมียรมาลอกเอาสำนวรโจทจำเลยมาไว้เปนคู่มือฉบับหนึ่ง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
t8g5y5mlrlos1oxg5lfe8puw3jget6z
290881
290880
2026-06-24T14:33:57Z
Lunlumita
12009
290881
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ
กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก
{{ลปร1|กหน|27}}
๒๗ อนึ่งพระราชสงครามรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้ามีผู้ร้องฟ้องให้กราบทูลฯ ทำฎีกาถวายด้วยเนื้อความประการใด ๆ ถ้ามีรับสั่งให้กระลาการกรมใด ๆ ให้พิจารณาแล ให้ผู้นั่งกำกับกันนั้นให้แต่งเสมียรมาลอกเอาสำนวรโจทจำเลยมาไว้เปนคู่มือฉบับหนึ่ง
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๖|๑||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๘ ปีมะเมียอัถศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
rf31y94sa4qjq4pn469pm7jzai8324p
290882
290881
2026-06-24T14:34:58Z
Lunlumita
12009
290882
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ
กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก
{{ลปร1|กหน|27}}
๒๗ อนึ่งพระราชสงครามรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้ามีผู้ร้องฟ้องให้กราบทูลฯ ทำฎีกาถวายด้วยเนื้อความประการใด ๆ ถ้ามีรับสั่งให้กระลาการกรมใด ๆ ให้พิจารณาแล ให้ผู้นั่งกำกับกันนั้นให้แต่งเสมียรมาลอกเอาสำนวรโจทจำเลยมาไว้เปนคู่มือฉบับหนึ่ง
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๖|๑||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๘ ปีมะเมียอัถศก
{{ลปร1|กหน|28}}
๒๘ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า มีผู้ร้องฟ้องในกรมใด ๆ แลให้เจ้ากรมปลัดกรมส่งฟ้องไปโรงสาน ผู้ได้ว่าความให้พิจารณาตามตระทรวง อย่าให้เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นเอาความว่าเปนความหน้าโรง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
tsfv71fcpwpbtk5hxf0p00g6ivjlrfr
290883
290882
2026-06-24T14:35:28Z
Lunlumita
12009
290883
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ
กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก
{{ลปร1|กหน|27}}
๒๗ อนึ่งพระราชสงครามรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้ามีผู้ร้องฟ้องให้กราบทูลฯ ทำฎีกาถวายด้วยเนื้อความประการใด ๆ ถ้ามีรับสั่งให้กระลาการกรมใด ๆ ให้พิจารณาแล ให้ผู้นั่งกำกับกันนั้นให้แต่งเสมียรมาลอกเอาสำนวรโจทจำเลยมาไว้เปนคู่มือฉบับหนึ่ง
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๖|๑||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๘ ปีมะเมียอัถศก
{{ลปร1|กหน|28}}
๒๘ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า มีผู้ร้องฟ้องในกรมใด ๆ แลให้เจ้ากรมปลัดกรมส่งฟ้องไปโรงสาน ผู้ได้ว่าความให้พิจารณาตามตระทรวง อย่าให้เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นเอาความว่าเปนความหน้าโรง
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๕|๕}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
kri3u86mr380vl36gpgs52jqwiyufpj
290884
290883
2026-06-24T14:36:15Z
Lunlumita
12009
290884
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ
กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก
{{ลปร1|กหน|27}}
๒๗ อนึ่งพระราชสงครามรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้ามีผู้ร้องฟ้องให้กราบทูลฯ ทำฎีกาถวายด้วยเนื้อความประการใด ๆ ถ้ามีรับสั่งให้กระลาการกรมใด ๆ ให้พิจารณาแล ให้ผู้นั่งกำกับกันนั้นให้แต่งเสมียรมาลอกเอาสำนวรโจทจำเลยมาไว้เปนคู่มือฉบับหนึ่ง
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๖|๑||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๘ ปีมะเมียอัถศก
{{ลปร1|กหน|28}}
๒๘ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า มีผู้ร้องฟ้องในกรมใด ๆ แลให้เจ้ากรมปลัดกรมส่งฟ้องไปโรงสาน ผู้ได้ว่าความให้พิจารณาตามตระทรวง อย่าให้เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นเอาความว่าเปนความหน้าโรง
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๕|๕}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก
{{ลปร1|กหน|29}}
๒๙ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ถ้าผู้ใดให้เรียกลูกนี่ แลหาว่าได้สานกรมทันมรดกมาก็ดี ว่าลูกนี่กู้นี่ของตนก็ดี ให้ไว้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
mluh0orl794gxjrhhtt3spxaoe1aqj4
290885
290884
2026-06-24T14:36:48Z
Lunlumita
12009
290885
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ
กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก
{{ลปร1|กหน|27}}
๒๗ อนึ่งพระราชสงครามรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้ามีผู้ร้องฟ้องให้กราบทูลฯ ทำฎีกาถวายด้วยเนื้อความประการใด ๆ ถ้ามีรับสั่งให้กระลาการกรมใด ๆ ให้พิจารณาแล ให้ผู้นั่งกำกับกันนั้นให้แต่งเสมียรมาลอกเอาสำนวรโจทจำเลยมาไว้เปนคู่มือฉบับหนึ่ง
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๖|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๘ ปีมะเมียอัถศก
{{ลปร1|กหน|28}}
๒๘ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า มีผู้ร้องฟ้องในกรมใด ๆ แลให้เจ้ากรมปลัดกรมส่งฟ้องไปโรงสาน ผู้ได้ว่าความให้พิจารณาตามตระทรวง อย่าให้เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นเอาความว่าเปนความหน้าโรง
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๕|๕|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก
{{ลปร1|กหน|29}}
๒๙ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ถ้าผู้ใดให้เรียกลูกนี่ แลหาว่าได้สานกรมทันมรดกมาก็ดี ว่าลูกนี่กู้นี่ของตนก็ดี ให้ไว้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
qrj3nbij6x2jdxqxlk4q2qbot08fwuk
290886
290885
2026-06-24T14:37:07Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290886
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๒|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าฟ้องหาแก่กันเปนพวก {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2}} คนขึ้นไป ให้ส่งแต่ต้นเหดุคน {{ซบ|๑|๒|๓|๔}} {{ปก2|4}} คนมาแก้ต่างกันตามกฎ
กฎ<ref name = "ยมก"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๑๐|๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๔ ปีฃาลจัตวาศก
{{ลปร1|กหน|27}}
๒๗ อนึ่งพระราชสงครามรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้ามีผู้ร้องฟ้องให้กราบทูลฯ ทำฎีกาถวายด้วยเนื้อความประการใด ๆ ถ้ามีรับสั่งให้กระลาการกรมใด ๆ ให้พิจารณาแล ให้ผู้นั่งกำกับกันนั้นให้แต่งเสมียรมาลอกเอาสำนวรโจทจำเลยมาไว้เปนคู่มือฉบับหนึ่ง
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๖|๑||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๘ ปีมะเมียอัถศก
{{ลปร1|กหน|28}}
๒๘ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า มีผู้ร้องฟ้องในกรมใด ๆ แลให้เจ้ากรมปลัดกรมส่งฟ้องไปโรงสาน ผู้ได้ว่าความให้พิจารณาตามตระทรวง อย่าให้เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นเอาความว่าเปนความหน้าโรง
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๑||๕|๕|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก
{{ลปร1|กหน|29}}
๒๙ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า ถ้าผู้ใดให้เรียกลูกนี่ แลหาว่าได้สานกรมทันมรดกมาก็ดี ว่าลูกนี่กู้นี่ของตนก็ดี ให้ไว้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
dzpdibvv3sgyw2l5s8zn3y71i86dk6l
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/84
250
89988
290887
2026-06-24T14:37:41Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
290887
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
3cubk7fx2utht4j9ev296979uqh3slq
290888
290887
2026-06-24T14:41:34Z
Lunlumita
12009
290888
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>
{{ลปร1|กหน|30}}
{{ลปร1|กหน|31}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
gndjal50v3fc79m4k0knw49d83bwmj9
290889
290888
2026-06-24T14:42:58Z
Lunlumita
12009
290889
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ทำเนแต่ ๑๐ ปีลงมา ให้สมภักนักการพิจารณาบังคับบันชาให้เขาจงเปนธรรม ถ้าพ้นกว่า ๑๐ ปี อย่าให้พิจารณาเลย ถ้าลูกนี่นั้นไปอยู่บ้านอื่นเมืองไกล เจ้าสีนได้บอกไว้แก่สมภักนักการแพ่งสุภาจ่าเมืองให้กฎหมายไว้ แลลูกนี่กลับมาเล่าไซ้ แม้นพ้น ๑๐ ปีก็ดี ให้รับเอาไว้พิจารณาตามรูปความนั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๑|๙|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก
{{ลปร1|กหน|30}}
{{ลปร1|กหน|31}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
fupg91fqqxwtfkkw5q1kikl3t4pye0z
290890
290889
2026-06-24T14:44:23Z
Lunlumita
12009
290890
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ทำเนแต่ ๑๐ ปีลงมา ให้สมภักนักการพิจารณาบังคับบันชาให้เขาจงเปนธรรม ถ้าพ้นกว่า ๑๐ ปี อย่าให้พิจารณาเลย ถ้าลูกนี่นั้นไปอยู่บ้านอื่นเมืองไกล เจ้าสีนได้บอกไว้แก่สมภักนักการแพ่งสุภาจ่าเมืองให้กฎหมายไว้ แลลูกนี่กลับมาเล่าไซ้ แม้นพ้น ๑๐ ปีก็ดี ให้รับเอาไว้พิจารณาตามรูปความนั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๑|๙|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก
{{ลปร1|กหน|30}}
๓๐ อนึ่งหลวงวิสุดโยธามาตรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าแลจะมีตราพระราชสีห์ตราพระคชสีห์ตรากรมท่าไปถึงหัวเมืองด้วยกิจราชการสิ่งใด ๆ ถ้าข้าหลวงขุนหมื่นมหาดเลกชาวที่รับสั่งตามกิจ์ราชการสิ่งใดนั้น อย่าให้เอาชื่อผู้รับสั่งใส่ในท้องตรา ให้ว่าทรงพระกรรุณาฯ แล้วให้จดหมายเอาชื่อผู้รับสั่งไว้แก่นายเวนแลเจ้าตราให้หมั่นคง แล้วจึ่งให้ตราไป
{{ลปร1|กหน|31}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
ncr190005lymnsow0fk7f8o5bde5nvd
290891
290890
2026-06-24T14:45:34Z
Lunlumita
12009
290891
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ทำเนแต่ ๑๐ ปีลงมา ให้สมภักนักการพิจารณาบังคับบันชาให้เขาจงเปนธรรม ถ้าพ้นกว่า ๑๐ ปี อย่าให้พิจารณาเลย ถ้าลูกนี่นั้นไปอยู่บ้านอื่นเมืองไกล เจ้าสีนได้บอกไว้แก่สมภักนักการแพ่งสุภาจ่าเมืองให้กฎหมายไว้ แลลูกนี่กลับมาเล่าไซ้ แม้นพ้น ๑๐ ปีก็ดี ให้รับเอาไว้พิจารณาตามรูปความนั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๑|๙|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก
{{ลปร1|กหน|30}}
๓๐ อนึ่งหลวงวิสุดโยธามาตรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าแลจะมีตราพระราชสีห์ตราพระคชสีห์ตรากรมท่าไปถึงหัวเมืองด้วยกิจราชการสิ่งใด ๆ ถ้าข้าหลวงขุนหมื่นมหาดเลกชาวที่รับสั่งตามกิจ์ราชการสิ่งใดนั้น อย่าให้เอาชื่อผู้รับสั่งใส่ในท้องตรา ให้ว่าทรงพระกรรุณาฯ แล้วให้จดหมายเอาชื่อผู้รับสั่งไว้แก่นายเวนแลเจ้าตราให้หมั่นคง แล้วจึ่งให้ตราไป
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๖||๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก
{{ลปร1|กหน|31}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
4a2evtwpkbupogkfuvflgjb6c7ndn8t
290892
290891
2026-06-24T14:46:56Z
Lunlumita
12009
290892
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ทำเนแต่ ๑๐ ปีลงมา ให้สมภักนักการพิจารณาบังคับบันชาให้เขาจงเปนธรรม ถ้าพ้นกว่า ๑๐ ปี อย่าให้พิจารณาเลย ถ้าลูกนี่นั้นไปอยู่บ้านอื่นเมืองไกล เจ้าสีนได้บอกไว้แก่สมภักนักการแพ่งสุภาจ่าเมืองให้กฎหมายไว้ แลลูกนี่กลับมาเล่าไซ้ แม้นพ้น ๑๐ ปีก็ดี ให้รับเอาไว้พิจารณาตามรูปความนั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๑|๙|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก
{{ลปร1|กหน|30}}
๓๐ อนึ่งหลวงวิสุดโยธามาตรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าแลจะมีตราพระราชสีห์ตราพระคชสีห์ตรากรมท่าไปถึงหัวเมืองด้วยกิจราชการสิ่งใด ๆ ถ้าข้าหลวงขุนหมื่นมหาดเลกชาวที่รับสั่งตามกิจ์ราชการสิ่งใดนั้น อย่าให้เอาชื่อผู้รับสั่งใส่ในท้องตรา ให้ว่าทรงพระกรรุณาฯ แล้วให้จดหมายเอาชื่อผู้รับสั่งไว้แก่นายเวนแลเจ้าตราให้หมั่นคง แล้วจึ่งให้ตราไป
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๖||๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก
{{ลปร1|กหน|31}}
๓๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่กระลาการผู้ได้พิจารณาเนื้อความ ถ้าแลราษฎรมีคดีหาความแก่กัน ให้ผู้คุมเกาะโจทจำเลยไว้อย่าให้ขาด ถ้าแลเนื้อความเพชทูล แลผู้ชะณะให้เอาคนจำนำไว้ต่างตัว แลผู้แพ้ให้เกาะตัวไว้กว่าจะได้พิไนย อนึ่งคนกลางนั้นให้เอาไว้กลางกระลากร ถ้าแลเนื้อความสำเรจ์แล้วพิภากษาตกลงข้างผู้ใด จึ่งให้ส่งให้แก่ผู้นั้น
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
j3k256cj4rruxo9a0g6z10p8n3mi2fv
290893
290892
2026-06-24T14:47:09Z
Lunlumita
12009
290893
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ทำเนแต่ ๑๐ ปีลงมา ให้สมภักนักการพิจารณาบังคับบันชาให้เขาจงเปนธรรม ถ้าพ้นกว่า ๑๐ ปี อย่าให้พิจารณาเลย ถ้าลูกนี่นั้นไปอยู่บ้านอื่นเมืองไกล เจ้าสีนได้บอกไว้แก่สมภักนักการแพ่งสุภาจ่าเมืองให้กฎหมายไว้ แลลูกนี่กลับมาเล่าไซ้ แม้นพ้น ๑๐ ปีก็ดี ให้รับเอาไว้พิจารณาตามรูปความนั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๑|๙|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก
{{ลปร1|กหน|30}}
๓๐ อนึ่งหลวงวิสุดโยธามาตรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าแลจะมีตราพระราชสีห์ตราพระคชสีห์ตรากรมท่าไปถึงหัวเมืองด้วยกิจราชการสิ่งใด ๆ ถ้าข้าหลวงขุนหมื่นมหาดเลกชาวที่รับสั่งตามกิจ์ราชการสิ่งใดนั้น อย่าให้เอาชื่อผู้รับสั่งใส่ในท้องตรา ให้ว่าทรงพระกรรุณาฯ แล้วให้จดหมายเอาชื่อผู้รับสั่งไว้แก่นายเวนแลเจ้าตราให้หมั่นคง แล้วจึ่งให้ตราไป
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๖||๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก
{{ลปร1|กหน|31}}
๓๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่กระลาการผู้ได้พิจารณาเนื้อความ ถ้าแลราษฎรมีคดีหาความแก่กัน ให้ผู้คุมเกาะโจทจำเลยไว้อย่าให้ขาด ถ้าแลเนื้อความเพชทูล แลผู้ชะณะให้เอาคนจำนำไว้ต่างตัว แลผู้แพ้ให้เกาะตัวไว้กว่าจะได้พิไนย อนึ่งคนกลางนั้นให้เอาไว้กลางกระลากร ถ้าแลเนื้อความสำเรจ์แล้วพิภากษาตกลงข้างผู้ใด จึ่งให้ส่งให้แก่ผู้นั้น
{{มปก}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
tp12fgnddi7jyp2xgd5w24os9o04fxp
290894
290893
2026-06-24T14:47:22Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290894
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๓|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ทำเนแต่ ๑๐ ปีลงมา ให้สมภักนักการพิจารณาบังคับบันชาให้เขาจงเปนธรรม ถ้าพ้นกว่า ๑๐ ปี อย่าให้พิจารณาเลย ถ้าลูกนี่นั้นไปอยู่บ้านอื่นเมืองไกล เจ้าสีนได้บอกไว้แก่สมภักนักการแพ่งสุภาจ่าเมืองให้กฎหมายไว้ แลลูกนี่กลับมาเล่าไซ้ แม้นพ้น ๑๐ ปีก็ดี ให้รับเอาไว้พิจารณาตามรูปความนั้น
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๑|๙|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก
{{ลปร1|กหน|30}}
๓๐ อนึ่งหลวงวิสุดโยธามาตรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าแลจะมีตราพระราชสีห์ตราพระคชสีห์ตรากรมท่าไปถึงหัวเมืองด้วยกิจราชการสิ่งใด ๆ ถ้าข้าหลวงขุนหมื่นมหาดเลกชาวที่รับสั่งตามกิจ์ราชการสิ่งใดนั้น อย่าให้เอาชื่อผู้รับสั่งใส่ในท้องตรา ให้ว่าทรงพระกรรุณาฯ แล้วให้จดหมายเอาชื่อผู้รับสั่งไว้แก่นายเวนแลเจ้าตราให้หมั่นคง แล้วจึ่งให้ตราไป
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๓|๖||๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๘๙ ปีมะแมนพศก
{{ลปร1|กหน|31}}
๓๑ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่กระลาการผู้ได้พิจารณาเนื้อความ ถ้าแลราษฎรมีคดีหาความแก่กัน ให้ผู้คุมเกาะโจทจำเลยไว้อย่าให้ขาด ถ้าแลเนื้อความเพชทูล แลผู้ชะณะให้เอาคนจำนำไว้ต่างตัว แลผู้แพ้ให้เกาะตัวไว้กว่าจะได้พิไนย อนึ่งคนกลางนั้นให้เอาไว้กลางกระลากร ถ้าแลเนื้อความสำเรจ์แล้วพิภากษาตกลงข้างผู้ใด จึ่งให้ส่งให้แก่ผู้นั้น
{{มปก}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
j9h6380kak2cbrkzh0ikgfsu46aw3rb
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/85
250
89989
290895
2026-06-24T14:47:45Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
290895
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๔|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
lu5wkui059h5no6apihv7gd5dyt6kde
290896
290895
2026-06-24T14:48:29Z
Lunlumita
12009
290896
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๔|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๔||๑|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
hs1ym9fg0ciki0v7elwjfjsfadbvn5g
290897
290896
2026-06-24T14:48:56Z
Lunlumita
12009
290897
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๔|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๔||๑|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก
{{ลปร1|กหน|32}}
{{ลปร1|กหน|33}}<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
erpvatcx3m1h038s65a4b14ybuohwyi
290898
290897
2026-06-24T14:54:09Z
Lunlumita
12009
290898
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๔|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๔||๑|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก
{{ลปร1|กหน|32}}
๓๒ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นจะไปแห่งใด ๆ ก็ดี ให้มีสัดโทนคนใช้รู้เหนไปมาด้วย ถ้าแลมีกิจ์ทุระศุขทุกขใข้เจบทำบุญฟังธรรม มิได้เปนญาติพี่น้องกัน อย่าให้ไปหามาสู่กันขึ้นเหล้นเย่าเรือนตึกจวนที่สงัดทังปวงนั้น ถ้าสัดโทนคนใช้รู้เหน ให้เอามาว่าแก่มหาดไทยกระลาโหมณศาลาลูกขุน จึ่งคุ้มตัวสัดโทนผู้นั้น ถ้าแลมิฟัง ไปมาหากันให้ผิดด้วยพระราชกำหนฎกฎหมาย จะเอาตัวเปนโทษ แลสัดโทนคนใช้รู้เหนแล้วมิเอามาว่ากล่าว จะเอาเปนโทษด้วย
{{ลปร1|กหน|33}}<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
5pl8jjf0kw2j467d4igf6ab5pv6a9dr
290899
290898
2026-06-24T14:54:34Z
Lunlumita
12009
290899
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๔|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๔||๑|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก
{{ลปร1|กหน|32}}
๓๒ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นจะไปแห่งใด ๆ ก็ดี ให้มีสัดโทนคนใช้รู้เหนไปมาด้วย ถ้าแลมีกิจ์ทุระศุขทุกขใข้เจบทำบุญฟังธรรม มิได้เปนญาติพี่น้องกัน อย่าให้ไปหามาสู่กันขึ้นเหล้นเย่าเรือนตึกจวนที่สงัดทังปวงนั้น ถ้าสัดโทนคนใช้รู้เหน ให้เอามาว่าแก่มหาดไทยกระลาโหมณศาลาลูกขุน จึ่งคุ้มตัวสัดโทนผู้นั้น ถ้าแลมิฟัง ไปมาหากันให้ผิดด้วยพระราชกำหนฎกฎหมาย จะเอาตัวเปนโทษ แลสัดโทนคนใช้รู้เหนแล้วมิเอามาว่ากล่าว จะเอาเปนโทษด้วย
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๕|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก
{{ลปร1|กหน|33}}<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
ebm3s91mi0zda1lat2nddy44fup4rab
290900
290899
2026-06-24T15:08:43Z
Lunlumita
12009
290900
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๔|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๔||๑|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก
{{ลปร1|กหน|32}}
๓๒ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นจะไปแห่งใด ๆ ก็ดี ให้มีสัดโทนคนใช้รู้เหนไปมาด้วย ถ้าแลมีกิจ์ทุระศุขทุกขใข้เจบทำบุญฟังธรรม มิได้เปนญาติพี่น้องกัน อย่าให้ไปหามาสู่กันขึ้นเหล้นเย่าเรือนตึกจวนที่สงัดทังปวงนั้น ถ้าสัดโทนคนใช้รู้เหน ให้เอามาว่าแก่มหาดไทยกระลาโหมณศาลาลูกขุน จึ่งคุ้มตัวสัดโทนผู้นั้น ถ้าแลมิฟัง ไปมาหากันให้ผิดด้วยพระราชกำหนฎกฎหมาย จะเอาตัวเปนโทษ แลสัดโทนคนใช้รู้เหนแล้วมิเอามาว่ากล่าว จะเอาเปนโทษด้วย
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๕|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก
{{ลปร1|กหน|33}}
๓๓ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่ผู้พิจารณาเนื้อความผู้ร้าย ถ้าโจรลักช้างม้าโคกระบือทรัพยสิ่งของ ถ้าลักทีหนึ่ง ให้ศักรูปอันลักไว้ณเอก จึ่งให้ปรับไหม ถ้าลักสองที ให้ศักอก ตีด้วยลวดหนัง ๒๕ ที แล้วให้ปรับไหม ถ้าลักสามที ให้ศักหน้าไว้ เอาขึ้นขาหย่างประจารไว้สามวัน ให้ตีด้วยลวดหนัง ๓๐ ที ส่งลงหญ้าช้าง ถ้าลักสี่ที ให้ตัดนิ้วมือขวานิ้วเท้าขวาเสียจนสิ้นนิ้ว แล้วให้ศักหน้าให้รู้ว่าลักสี่ที แล้วปล่อยเสีย ถ้าลัก<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
f9ejlluzzv5p12qouk3ffu2spojgnkz
290901
290900
2026-06-24T15:08:59Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290901
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๔|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๔||๑|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก
{{ลปร1|กหน|32}}
๓๒ อนึ่งมีกฎให้ไว้ว่า เจ้าพญาแลพญาพระหลวงขุนหมื่นจะไปแห่งใด ๆ ก็ดี ให้มีสัดโทนคนใช้รู้เหนไปมาด้วย ถ้าแลมีกิจ์ทุระศุขทุกขใข้เจบทำบุญฟังธรรม มิได้เปนญาติพี่น้องกัน อย่าให้ไปหามาสู่กันขึ้นเหล้นเย่าเรือนตึกจวนที่สงัดทังปวงนั้น ถ้าสัดโทนคนใช้รู้เหน ให้เอามาว่าแก่มหาดไทยกระลาโหมณศาลาลูกขุน จึ่งคุ้มตัวสัดโทนผู้นั้น ถ้าแลมิฟัง ไปมาหากันให้ผิดด้วยพระราชกำหนฎกฎหมาย จะเอาตัวเปนโทษ แลสัดโทนคนใช้รู้เหนแล้วมิเอามาว่ากล่าว จะเอาเปนโทษด้วย
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๕||๕|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๕ ปีฉลูเบญศก
{{ลปร1|กหน|33}}
๓๓ อนึ่งมีกฎให้ไว้แก่ผู้พิจารณาเนื้อความผู้ร้าย ถ้าโจรลักช้างม้าโคกระบือทรัพยสิ่งของ ถ้าลักทีหนึ่ง ให้ศักรูปอันลักไว้ณเอก จึ่งให้ปรับไหม ถ้าลักสองที ให้ศักอก ตีด้วยลวดหนัง ๒๕ ที แล้วให้ปรับไหม ถ้าลักสามที ให้ศักหน้าไว้ เอาขึ้นขาหย่างประจารไว้สามวัน ให้ตีด้วยลวดหนัง ๓๐ ที ส่งลงหญ้าช้าง ถ้าลักสี่ที ให้ตัดนิ้วมือขวานิ้วเท้าขวาเสียจนสิ้นนิ้ว แล้วให้ศักหน้าให้รู้ว่าลักสี่ที แล้วปล่อยเสีย ถ้าลัก<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
tr26jbky1cf50b831ad38q3km7evkem
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/86
250
89990
290902
2026-06-24T15:09:15Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
290902
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
nzgcl35a0l9fako4mje76w317kdubcw
290903
290902
2026-06-24T15:09:34Z
Lunlumita
12009
290903
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>
{{ลปร1|กหน|34}}
{{ลปร1|กหน|35}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
jvala3sdkr6d43nw4r5lm30f8klfdok
290904
290903
2026-06-24T15:10:30Z
Lunlumita
12009
290904
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ห้าที ให้ตัดนิ้วมือเสียทังสองข้างอย่าให้กุมสาตราวุทได้ ถ้าจะปล่อยศักไซ้ ให้ไถ่โทษตามบทพระอายการ
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๒|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๘ ปีมะโรงอัถศก
{{ลปร1|กหน|34}}
{{ลปร1|กหน|35}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
gibfa02fitcixiada7gqee80qekqg0g
290905
290904
2026-06-24T15:11:24Z
Lunlumita
12009
290905
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ห้าที ให้ตัดนิ้วมือเสียทังสองข้างอย่าให้กุมสาตราวุทได้ ถ้าจะปล่อยศักไซ้ ให้ไถ่โทษตามบทพระอายการ
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๒|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๘ ปีมะโรงอัถศก
{{ลปร1|กหน|34}}
๓๔ อนึ่งออกพญามหาเสนารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า จะไปด้วยกิจ์ราชการสิ่งใด ๆ ก็ดี นายทำมรงแลหมู่พนักงานทังปวงนั้นให้มีตราของนายตีครั่งติดไม้ว่าเดีรเปนสำคัญ ถ้าหาตรามุนนายมิได้ ให้ถือไต้เพลีงเดีร
{{ลปร1|กหน|35}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
8fydea748in03s9icuoeknbdvq4qo1y
290906
290905
2026-06-24T15:12:49Z
Lunlumita
12009
290906
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ห้าที ให้ตัดนิ้วมือเสียทังสองข้างอย่าให้กุมสาตราวุทได้ ถ้าจะปล่อยศักไซ้ ให้ไถ่โทษตามบทพระอายการ
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๒|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๘ ปีมะโรงอัถศก
{{ลปร1|กหน|34}}
๓๔ อนึ่งออกพญามหาเสนารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า จะไปด้วยกิจ์ราชการสิ่งใด ๆ ก็ดี นายทำมรงแลหมู่พนักงานทังปวงนั้นให้มีตราของนายตีครั่งติดไม้ว่าเดีรเปนสำคัญ ถ้าหาตรามุนนายมิได้ ให้ถือไต้เพลีงเดีร
{{ลปร1|กหน|35}}
ด้วยพญากระลาโหมผู้ว่าราชการณที่มหาดไทยรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า เงีนหลวงติดค้างอยู่แก่ขุน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
jzzjqc9bmiuxf1vtcbt2j5qmm80gx0b
290907
290906
2026-06-24T15:13:56Z
Lunlumita
12009
290907
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ห้าที ให้ตัดนิ้วมือเสียทังสองข้างอย่าให้กุมสาตราวุทได้ ถ้าจะปล่อยศักไซ้ ให้ไถ่โทษตามบทพระอายการ
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๒|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๘ ปีมะโรงอัถศก
{{ลปร1|กหน|34}}
๓๔ อนึ่งออกพญามหาเสนารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า จะไปด้วยกิจ์ราชการสิ่งใด ๆ ก็ดี นายทำมรงแลหมู่พนักงานทังปวงนั้นให้มีตราของนายตีครั่งติดไม้ว่าเดีรเปนสำคัญ ถ้าหาตรามุนนายมิได้ ให้ถือไต้เพลีงเดีร
อนึ่งถึงวัน {{ซบ|๘|๑๕}} {{ปก2}} ค่ำ อย่าให้ตกเบดทอดแหดักลอบดักตุ้มดักลันในกรุงเทพฯ นอกกรุงเทพฯ ถ้าผู้ใดมิได้ทำตามรับสั่ง นครบาลจับได้ ให้ไหมปรับเอาเงีนซื้อฟืนเผาอิดเผาปูนทำกำแพงรอบกรุง ถ้าอนาถาหาเงีนจะเสียมิได้ ให้เอาตัวมาทำกำแพงกว่าจะแล้ว
{{ลปร1|กหน|35}}
ด้วยพญากระลาโหมผู้ว่าราชการณที่มหาดไทยรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า เงีนหลวงติดค้างอยู่แก่ขุน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
sd58vu4kqbhjet6b4ncl79kioep4u43
290908
290907
2026-06-24T15:14:49Z
Lunlumita
12009
290908
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ห้าที ให้ตัดนิ้วมือเสียทังสองข้างอย่าให้กุมสาตราวุทได้ ถ้าจะปล่อยศักไซ้ ให้ไถ่โทษตามบทพระอายการ
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๒|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๘ ปีมะโรงอัถศก
{{ลปร1|กหน|34}}
๓๔ อนึ่งออกพญามหาเสนารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า จะไปด้วยกิจ์ราชการสิ่งใด ๆ ก็ดี นายทำมรงแลหมู่พนักงานทังปวงนั้นให้มีตราของนายตีครั่งติดไม้ว่าเดีรเปนสำคัญ ถ้าหาตรามุนนายมิได้ ให้ถือไต้เพลีงเดีร
อนึ่งถึงวัน {{ซบ|๘|๑๕}} {{ปก2}} ค่ำ อย่าให้ตกเบดทอดแหดักลอบดักตุ้มดักลันในกรุงเทพฯ นอกกรุงเทพฯ ถ้าผู้ใดมิได้ทำตามรับสั่ง นครบาลจับได้ ให้ไหมปรับเอาเงีนซื้อฟืนเผาอิดเผาปูนทำกำแพงรอบกรุง ถ้าอนาถาหาเงีนจะเสียมิได้ ให้เอาตัวมาทำกำแพงกว่าจะแล้ว
อนึ่งถ้าผู้ไปกระเวนจับได้ผู้ล้วงร้านล้วงเรือนล้วงเพิง พิจารณาเปนสัจ ให้ปรับไหมเปนพิไนยซื้อฟืนเผาอิด ถ้าหาเงีนจะเสียมิได้ ให้ส่งตัวไปเปนหัวสิบช้าง
{{ลปร1|กหน|35}}
ด้วยพญากระลาโหมผู้ว่าราชการณที่มหาดไทยรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า เงีนหลวงติดค้างอยู่แก่ขุน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
jt7ejvids8ldtnjahxlju2hnaf4kdbs
290909
290908
2026-06-24T15:16:35Z
Lunlumita
12009
290909
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ห้าที ให้ตัดนิ้วมือเสียทังสองข้างอย่าให้กุมสาตราวุทได้ ถ้าจะปล่อยศักไซ้ ให้ไถ่โทษตามบทพระอายการ
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๒|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๘ ปีมะโรงอัถศก
{{ลปร1|กหน|34}}
๓๔ อนึ่งออกพญามหาเสนารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า จะไปด้วยกิจ์ราชการสิ่งใด ๆ ก็ดี นายทำมรงแลหมู่พนักงานทังปวงนั้นให้มีตราของนายตีครั่งติดไม้ว่าเดีรเปนสำคัญ ถ้าหาตรามุนนายมิได้ ให้ถือไต้เพลีงเดีร
อนึ่งถึงวัน {{ซบ|๘|๑๕}} {{ปก2}} ค่ำ อย่าให้ตกเบดทอดแหดักลอบดักตุ้มดักลันในกรุงเทพฯ นอกกรุงเทพฯ ถ้าผู้ใดมิได้ทำตามรับสั่ง นครบาลจับได้ ให้ไหมปรับเอาเงีนซื้อฟืนเผาอิดเผาปูนทำกำแพงรอบกรุง ถ้าอนาถาหาเงีนจะเสียมิได้ ให้เอาตัวมาทำกำแพงกว่าจะแล้ว
อนึ่งถ้าผู้ไปกระเวนจับได้ผู้ล้วงร้านล้วงเรือนล้วงเพิง พิจารณาเปนสัจ ให้ปรับไหมเปนพิไนยซื้อฟืนเผาอิด ถ้าหาเงีนจะเสียมิได้ ให้ส่งตัวไปเปนหัวสิบช้าง
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๓|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๐๑ ปีมะแมเอกศก
{{ลปร1|กหน|35}}
ด้วยพญากระลาโหมผู้ว่าราชการณที่มหาดไทยรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า เงีนหลวงติดค้างอยู่แก่ขุน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
3b1h1n6h01xtkff35u3pk83swq6vee2
290910
290909
2026-06-24T15:16:49Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290910
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๕|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ห้าที ให้ตัดนิ้วมือเสียทังสองข้างอย่าให้กุมสาตราวุทได้ ถ้าจะปล่อยศักไซ้ ให้ไถ่โทษตามบทพระอายการ
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๓||๒|๘|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๘ ปีมะโรงอัถศก
{{ลปร1|กหน|34}}
๓๔ อนึ่งออกพญามหาเสนารับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า จะไปด้วยกิจ์ราชการสิ่งใด ๆ ก็ดี นายทำมรงแลหมู่พนักงานทังปวงนั้นให้มีตราของนายตีครั่งติดไม้ว่าเดีรเปนสำคัญ ถ้าหาตรามุนนายมิได้ ให้ถือไต้เพลีงเดีร
อนึ่งถึงวัน {{ซบ|๘|๑๕}} {{ปก2}} ค่ำ อย่าให้ตกเบดทอดแหดักลอบดักตุ้มดักลันในกรุงเทพฯ นอกกรุงเทพฯ ถ้าผู้ใดมิได้ทำตามรับสั่ง นครบาลจับได้ ให้ไหมปรับเอาเงีนซื้อฟืนเผาอิดเผาปูนทำกำแพงรอบกรุง ถ้าอนาถาหาเงีนจะเสียมิได้ ให้เอาตัวมาทำกำแพงกว่าจะแล้ว
อนึ่งถ้าผู้ไปกระเวนจับได้ผู้ล้วงร้านล้วงเรือนล้วงเพิง พิจารณาเปนสัจ ให้ปรับไหมเปนพิไนยซื้อฟืนเผาอิด ถ้าหาเงีนจะเสียมิได้ ให้ส่งตัวไปเปนหัวสิบช้าง
รับสั่งให้ไว้ณวัน {{จ|๗||๑๓|๗|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๐๑ ปีมะแมเอกศก
{{ลปร1|กหน|35}}
ด้วยพญากระลาโหมผู้ว่าราชการณที่มหาดไทยรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า เงีนหลวงติดค้างอยู่แก่ขุน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
h159s4yi9mwo5ncqsdgwpa2f3mnb0yh
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/87
250
89991
290911
2026-06-24T15:17:10Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
290911
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๖|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
jzmxxlz408yok2e945x217djo055t5c
290912
290911
2026-06-24T15:19:01Z
Lunlumita
12009
290912
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๖|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>หมื่นนายอากอนแลผู้ทำภาษี แลผู้ใด ๆ บันดาเงีนหลวงติดค้างนั้น ครั้นยากจนตายไปก็ดี ผู้พิจารณาเร่งเงีนหลวงนั้นให้เกาะญาติพี่น้องมาปรับไหมด้วยตามพระอายการ ให้ช่วยใช้เงีนหลวงตามกฎ แลพิจารณาเรียกเอาค่าเชิงประกันค่า {{ซบ|พิภากษา|ปรับ|ผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ผู้มีชื่อนอกเงีนหลวงนั้นด้วยอีก แลผู้มีชื่อต้องเสียเงีนปรับไหมใช้แทนญาติพี่น้องเปนหลวงตามส่วนญาติสนิดแลห่างนั้น แลมาต้องเสียเงีนค่าเชีงประกันค่าพิภากษาค่าปรับค่าผัดเผาค่าฤทชากระลาการซ้ำอีกเล่านั้นมิชอบ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
320ydzdq6qd14fkzovncoqvltf5vgys
290913
290912
2026-06-24T15:26:48Z
Lunlumita
12009
290913
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๖|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>หมื่นนายอากอนแลผู้ทำภาษี แลผู้ใด ๆ บันดาเงีนหลวงติดค้างนั้น ครั้นยากจนตายไปก็ดี ผู้พิจารณาเร่งเงีนหลวงนั้นให้เกาะญาติพี่น้องมาปรับไหมด้วยตามพระอายการ ให้ช่วยใช้เงีนหลวงตามกฎ แลพิจารณาเรียกเอาค่าเชิงประกันค่า {{ซบ|พิภากษา|ปรับ|ผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ผู้มีชื่อนอกเงีนหลวงนั้นด้วยอีก แลผู้มีชื่อต้องเสียเงีนปรับไหมใช้แทนญาติพี่น้องเปนหลวงตามส่วนญาติสนิดแลห่างนั้น แลมาต้องเสียเงีนค่าเชีงประกันค่าพิภากษาค่าปรับค่าผัดเผาค่าฤทชากระลาการซ้ำอีกเล่านั้นมิชอบ
แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ผู้จะเปนกระลาการบันดาอันได้พิจารณาเงีนหลวงติดค้าง จเอาเครือญาติกามาปรับไหมให้ช่วยใช้แทนเงีนหลวงนั้น ถ้าได้ตัวผู้มีชื่อ{{ตตฉ|เครอ}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เครอ|เครือ}}</ref> ญาติกามาถามให้การตามสัจตามจริง กระลาการหาได้ต้องพิจารณาสืบสาวถึงพญาณเปนความมีคู่ไม่ ห้ามอย่าให้เรียกเอาค่า {{ซบ|เชิงประกัน|พิภากษา|ปรับผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ญาติพี่น้องผู้ต้องใช้เงีนหลวงแทนนั้นขาดทีเดียว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
766mql5w3l0qvxcsnvjd1wfsvy0ydjr
290914
290913
2026-06-24T15:28:07Z
Lunlumita
12009
290914
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๖|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>หมื่นนายอากอนแลผู้ทำภาษี แลผู้ใด ๆ บันดาเงีนหลวงติดค้างนั้น ครั้นยากจนตายไปก็ดี ผู้พิจารณาเร่งเงีนหลวงนั้นให้เกาะญาติพี่น้องมาปรับไหมด้วยตามพระอายการ ให้ช่วยใช้เงีนหลวงตามกฎ แลพิจารณาเรียกเอาค่าเชิงประกันค่า {{ซบ|พิภากษา|ปรับ|ผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ผู้มีชื่อนอกเงีนหลวงนั้นด้วยอีก แลผู้มีชื่อต้องเสียเงีนปรับไหมใช้แทนญาติพี่น้องเปนหลวงตามส่วนญาติสนิดแลห่างนั้น แลมาต้องเสียเงีนค่าเชีงประกันค่าพิภากษาค่าปรับค่าผัดเผาค่าฤทชากระลาการซ้ำอีกเล่านั้นมิชอบ
แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ผู้จะเปนกระลาการบันดาอันได้พิจารณาเงีนหลวงติดค้าง จเอาเครือญาติกามาปรับไหมให้ช่วยใช้แทนเงีนหลวงนั้น ถ้าได้ตัวผู้มีชื่อ{{ตตฉ|เครอ}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เครอ|เครือ}}</ref> ญาติกามาถามให้การตามสัจตามจริง กระลาการหาได้ต้องพิจารณาสืบสาวถึงพญาณเปนความมีคู่ไม่ ห้ามอย่าให้เรียกเอาค่า {{ซบ|เชิงประกัน|พิภากษา|ปรับผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ญาติพี่น้องผู้ต้องใช้เงีนหลวงแทนนั้นขาดทีเดียว แลให้เรียกเอาแต่ค่าเผานั้นต้องเสียค่าถ่าน ครั้นเงีนดีอยู่ผู้เผา ๆ ทรุดไป แลผู้เผาต้องใช้ ครั้นจะมิเผา เงีนจะส่งเข้าพระคลังนั้น เกลือกจะเปนเงีน {{ซบ|หุ้มรวง|เคลือบ}} {{ปก2}} เงีนซึ่งจะเปนเงีนหลวงจะมิบริสุดด้วย เพราะเหดุฉนี้จึ่งให้เผาเรียกเอาค่าเผาเงีนตามทำเนียม<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
gafhxoweecqboc9uusodjkpigvjq7sd
290915
290914
2026-06-24T15:28:31Z
Lunlumita
12009
290915
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๖|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>หมื่นนายอากอนแลผู้ทำภาษี แลผู้ใด ๆ บันดาเงีนหลวงติดค้างนั้น ครั้นยากจนตายไปก็ดี ผู้พิจารณาเร่งเงีนหลวงนั้นให้เกาะญาติพี่น้องมาปรับไหมด้วยตามพระอายการ ให้ช่วยใช้เงีนหลวงตามกฎ แลพิจารณาเรียกเอาค่าเชิงประกันค่า {{ซบ|พิภากษา|ปรับ|ผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ผู้มีชื่อนอกเงีนหลวงนั้นด้วยอีก แลผู้มีชื่อต้องเสียเงีนปรับไหมใช้แทนญาติพี่น้องเปนหลวงตามส่วนญาติสนิดแลห่างนั้น แลมาต้องเสียเงีนค่าเชีงประกันค่าพิภากษาค่าปรับค่าผัดเผาค่าฤทชากระลาการซ้ำอีกเล่านั้นมิชอบ
แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ผู้จะเปนกระลาการบันดาอันได้พิจารณาเงีนหลวงติดค้าง จเอาเครือญาติกามาปรับไหมให้ช่วยใช้แทนเงีนหลวงนั้น ถ้าได้ตัวผู้มีชื่อ{{ตตฉ|เครอ}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เครอ|เครือ}}</ref> ญาติกามาถามให้การตามสัจตามจริง กระลาการหาได้ต้องพิจารณาสืบสาวถึงพญาณเปนความมีคู่ไม่ ห้ามอย่าให้เรียกเอาค่า {{ซบ|เชิงประกัน|พิภากษา|ปรับผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ญาติพี่น้องผู้ต้องใช้เงีนหลวงแทนนั้นขาดทีเดียว แลให้เรียกเอาแต่ค่าเผานั้นต้องเสียค่าถ่าน ครั้นเงีนดีอยู่ผู้เผา ๆ ทรุดไป แลผู้เผาต้องใช้ ครั้นจะมิเผา เงีนจะส่งเข้าพระคลังนั้น เกลือกจะเปนเงีน {{ซบ|หุ้มรวง|เคลือบ}} {{ปก2}} เงีนซึ่งจะเปนเงีนหลวงจะมิบริสุดด้วย เพราะเหดุฉนี้จึ่งให้เผาเรียกเอาค่าเผาเงีนตามทำเนียม
แลให้ผู้พิจารณาเงีนหลวงทังปวงทำตามรับสั่งนี้ ถ้าแลมี<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
1wp4eobywyw5q0syx08epndyqkwed2u
290916
290915
2026-06-24T15:28:47Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290916
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๖|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>หมื่นนายอากอนแลผู้ทำภาษี แลผู้ใด ๆ บันดาเงีนหลวงติดค้างนั้น ครั้นยากจนตายไปก็ดี ผู้พิจารณาเร่งเงีนหลวงนั้นให้เกาะญาติพี่น้องมาปรับไหมด้วยตามพระอายการ ให้ช่วยใช้เงีนหลวงตามกฎ แลพิจารณาเรียกเอาค่าเชิงประกันค่า {{ซบ|พิภากษา|ปรับ|ผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ผู้มีชื่อนอกเงีนหลวงนั้นด้วยอีก แลผู้มีชื่อต้องเสียเงีนปรับไหมใช้แทนญาติพี่น้องเปนหลวงตามส่วนญาติสนิดแลห่างนั้น แลมาต้องเสียเงีนค่าเชีงประกันค่าพิภากษาค่าปรับค่าผัดเผาค่าฤทชากระลาการซ้ำอีกเล่านั้นมิชอบ
แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ผู้จะเปนกระลาการบันดาอันได้พิจารณาเงีนหลวงติดค้าง จเอาเครือญาติกามาปรับไหมให้ช่วยใช้แทนเงีนหลวงนั้น ถ้าได้ตัวผู้มีชื่อ{{ตตฉ|เครอ}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เครอ|เครือ}}</ref> ญาติกามาถามให้การตามสัจตามจริง กระลาการหาได้ต้องพิจารณาสืบสาวถึงพญาณเปนความมีคู่ไม่ ห้ามอย่าให้เรียกเอาค่า {{ซบ|เชิงประกัน|พิภากษา|ปรับผัดเผา}} {{ปก2|3}} แก่ญาติพี่น้องผู้ต้องใช้เงีนหลวงแทนนั้นขาดทีเดียว แลให้เรียกเอาแต่ค่าเผานั้นต้องเสียค่าถ่าน ครั้นเงีนดีอยู่ผู้เผา ๆ ทรุดไป แลผู้เผาต้องใช้ ครั้นจะมิเผา เงีนจะส่งเข้าพระคลังนั้น เกลือกจะเปนเงีน {{ซบ|หุ้มรวง|เคลือบ}} {{ปก2}} เงีนซึ่งจะเปนเงีนหลวงจะมิบริสุดด้วย เพราะเหดุฉนี้จึ่งให้เผาเรียกเอาค่าเผาเงีนตามทำเนียม
แลให้ผู้พิจารณาเงีนหลวงทังปวงทำตามรับสั่งนี้ ถ้าแลมี<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
le95alcfvm205bxm2nfd1ktudggpw9i
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/88
250
89992
290917
2026-06-24T15:29:06Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
290917
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
2disuswku7moes76w0i7ljvtlqriikz
290918
290917
2026-06-24T15:34:26Z
Lunlumita
12009
290918
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง
รับสั่ง<ref>x</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
m1w7wg6501pukgdn7z2xt7bzktn2zuz
290919
290918
2026-06-24T15:34:48Z
Lunlumita
12009
290919
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง
รับสั่ง<ref>x</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก
{{ลปร1|กหน|36}}
{{ลปร1|กหน|37}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
65iifucmz0hoes4lprps19tzjdif2dr
290920
290919
2026-06-24T15:35:59Z
Lunlumita
12009
290920
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง
รับสั่ง<ref>x</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก
{{ลปร1|กหน|36}}
๓๕ อนึ่งหลวงอินทมนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าผู้มีชื่อร้องฟ้องวิวาทชิงหมู่กัน แลกระลาการโรงสานกรมใด ๆ พิจารณา แลลูกขุนณศาลาลูกขุนณสานหลวงจะพิภากษา อย่าให้เรียกเอาค่าฤทชากระลาการแก่ผู้มีชื่อแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้รับสั่ง
{{ลปร1|กหน|37}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
qk4ad0966qz056lstkl3dcevd1kggim
290921
290920
2026-06-24T15:36:35Z
Lunlumita
12009
290921
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง
รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง">x</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก
{{ลปร1|กหน|36}}
๓๕ อนึ่งหลวงอินทมนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าผู้มีชื่อร้องฟ้องวิวาทชิงหมู่กัน แลกระลาการโรงสานกรมใด ๆ พิจารณา แลลูกขุนณศาลาลูกขุนณสานหลวงจะพิภากษา อย่าให้เรียกเอาค่าฤทชากระลาการแก่ผู้มีชื่อแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้รับสั่ง
รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๒||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๖ ปีจอฉอศก
{{ลปร1|กหน|37}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
1kgl15t0bu6ot2zl0g7g433q924jyfw
290922
290921
2026-06-24T15:37:52Z
Lunlumita
12009
290922
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง
รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง">x</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก
{{ลปร1|กหน|36}}
๓๕ อนึ่งหลวงอินทมนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าผู้มีชื่อร้องฟ้องวิวาทชิงหมู่กัน แลกระลาการโรงสานกรมใด ๆ พิจารณา แลลูกขุนณศาลาลูกขุนณสานหลวงจะพิภากษา อย่าให้เรียกเอาค่าฤทชากระลาการแก่ผู้มีชื่อแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้รับสั่ง
รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๒||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๖ ปีจอฉอศก
{{ลปร1|กหน|37}}
๓๖ อนึ่งกฎให้ไว้แก่ผู้พิจารณาผู้ร้ายว่า ถ้าลักพระปล้นสดมลักช้างม้าเปนสัจ ให้จำ ๕ ประการไว้ในคุก ให้ขานยาม ถ้าโจรซัดเพื่อนแลโจรสดมถามยังมิรับ แลลักเรือโคกระบือ ให้จำแต่ขื่อคาตรวนไว้หน้าคุก ถ้าโจรซัดหมายโฉนดไปมิได้ตัว ได้แต่สมุบาญชียนายหมวดนายเลว ผัดส่งตัวยังมิได้ส่ง ให้ประกันไว้ณทับทำมะรง
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
3n8ucezt68h867vbw0cp4ls8pihmf7d
290923
290922
2026-06-24T15:38:35Z
Lunlumita
12009
290923
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง
รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง">ในต้นฉะบับ คำว่า รับสั่ง ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก
{{ลปร1|กหน|36}}
๓๕ อนึ่งหลวงอินทมนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าผู้มีชื่อร้องฟ้องวิวาทชิงหมู่กัน แลกระลาการโรงสานกรมใด ๆ พิจารณา แลลูกขุนณศาลาลูกขุนณสานหลวงจะพิภากษา อย่าให้เรียกเอาค่าฤทชากระลาการแก่ผู้มีชื่อแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้รับสั่ง
รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๒||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๖ ปีจอฉอศก
{{ลปร1|กหน|37}}
๓๖ อนึ่งกฎให้ไว้แก่ผู้พิจารณาผู้ร้ายว่า ถ้าลักพระปล้นสดมลักช้างม้าเปนสัจ ให้จำ ๕ ประการไว้ในคุก ให้ขานยาม ถ้าโจรซัดเพื่อนแลโจรสดมถามยังมิรับ แลลักเรือโคกระบือ ให้จำแต่ขื่อคาตรวนไว้หน้าคุก ถ้าโจรซัดหมายโฉนดไปมิได้ตัว ได้แต่สมุบาญชียนายหมวดนายเลว ผัดส่งตัวยังมิได้ส่ง ให้ประกันไว้ณทับทำมะรง
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
a20ciwug8ks6bondnxch4vu5fcg2dhy
290924
290923
2026-06-24T15:38:52Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290924
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง
รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง">ในต้นฉะบับ คำว่า รับสั่ง ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก
{{ลปร1|กหน|36}}
๓๕ อนึ่งหลวงอินทมนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าผู้มีชื่อร้องฟ้องวิวาทชิงหมู่กัน แลกระลาการโรงสานกรมใด ๆ พิจารณา แลลูกขุนณศาลาลูกขุนณสานหลวงจะพิภากษา อย่าให้เรียกเอาค่าฤทชากระลาการแก่ผู้มีชื่อแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้รับสั่ง
รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๒||๑}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๖ ปีจอฉอศก
{{ลปร1|กหน|37}}
๓๖ อนึ่งกฎให้ไว้แก่ผู้พิจารณาผู้ร้ายว่า ถ้าลักพระปล้นสดมลักช้างม้าเปนสัจ ให้จำ ๕ ประการไว้ในคุก ให้ขานยาม ถ้าโจรซัดเพื่อนแลโจรสดมถามยังมิรับ แลลักเรือโคกระบือ ให้จำแต่ขื่อคาตรวนไว้หน้าคุก ถ้าโจรซัดหมายโฉนดไปมิได้ตัว ได้แต่สมุบาญชียนายหมวดนายเลว ผัดส่งตัวยังมิได้ส่ง ให้ประกันไว้ณทับทำมะรง
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
9yd6vfd13oqg0jkv3ow5o3o2tl6thax
290927
290924
2026-06-24T15:40:01Z
Lunlumita
12009
290927
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๗|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>ผู้มาร้องฟ้องประการใด พิจารณาเปนสัจ จะเอาผู้กะทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลให้นายเวนมหาดไทยกระลาโหมหมายบอกข้าทูลอองทุลีพระบาทจงทั่วตามมีรับสั่ง
รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง">ในต้นฉะบับ คำว่า รับสั่ง ไม่เขียนซ้ำ ใช้เครื่องหมายยมกแทน</ref> ให้ไว้ณวัน {{จ|๕|๗||๑๐|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๐ ปีมะโรงสำฤทธิศก
{{ลปร1|กหน|36}}
๓๕ อนึ่งหลวงอินทมนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่งว่า ถ้าผู้มีชื่อร้องฟ้องวิวาทชิงหมู่กัน แลกระลาการโรงสานกรมใด ๆ พิจารณา แลลูกขุนณศาลาลูกขุนณสานหลวงจะพิภากษา อย่าให้เรียกเอาค่าฤทชากระลาการแก่ผู้มีชื่อแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้รับสั่ง
รับสั่ง<ref name = "รับสั่ง"/> ให้ไว้ณวัน {{จ|๑|๒||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช ๑๑๑๖ ปีจอฉอศก
{{ลปร1|กหน|37}}
๓๖ อนึ่งกฎให้ไว้แก่ผู้พิจารณาผู้ร้ายว่า ถ้าลักพระปล้นสดมลักช้างม้าเปนสัจ ให้จำ ๕ ประการไว้ในคุก ให้ขานยาม ถ้าโจรซัดเพื่อนแลโจรสดมถามยังมิรับ แลลักเรือโคกระบือ ให้จำแต่ขื่อคาตรวนไว้หน้าคุก ถ้าโจรซัดหมายโฉนดไปมิได้ตัว ได้แต่สมุบาญชียนายหมวดนายเลว ผัดส่งตัวยังมิได้ส่ง ให้ประกันไว้ณทับทำมะรง
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
516rr0batfuankcs87p6avg5vroablh
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/89
250
89993
290925
2026-06-24T15:39:07Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
290925
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
r1knn63vgipzeu33ly3qw3a85yw5xck
290926
290925
2026-06-24T15:39:32Z
Lunlumita
12009
290926
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งผู้ร้องฟ้องว่าโจรปล้นสดมเปนสาเหดุมีคำพิรุท ให้จำตัวไว้หน้าคุก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
e45a92qowfv5xn65an2rzimywmbtsuu
290928
290926
2026-06-24T15:40:37Z
Lunlumita
12009
290928
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งผู้ร้องฟ้องว่าโจรปล้นสดมเปนสาเหดุมีคำพิรุท ให้จำตัวไว้หน้าคุก
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗|๓||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช<ref>x</ref> ๑๑๑๘ ปีชวดอรรถศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
kse74bjqkvjvcyzsf6vbbjbsq0648pr
290929
290928
2026-06-24T15:40:55Z
Lunlumita
12009
290929
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งผู้ร้องฟ้องว่าโจรปล้นสดมเปนสาเหดุมีคำพิรุท ให้จำตัวไว้หน้าคุก
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗|๓||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช<ref>ต้นฉะบับ: ศุักราช</ref> ๑๑๑๘ ปีชวดอรรถศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
7xcow4mbzklwv32ejp8razixiwffikr
290930
290929
2026-06-24T15:41:05Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290930
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗๘|กฎ ๓๖ ข้อ}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งผู้ร้องฟ้องว่าโจรปล้นสดมเปนสาเหดุมีคำพิรุท ให้จำตัวไว้หน้าคุก
กฎให้ไว้ณวัน {{จ|๗|๓||๑|+}} ค่ำ จุลศักราช<ref>ต้นฉะบับ: ศุักราช</ref> ๑๑๑๘ ปีชวดอรรถศก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
bjrisqx5yw05wd9krvlxl0nh36y3gfa
ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉะบับหลวงตรา 3 ดวง/เล่ม 3/ส่วนที่ 2
0
89994
290932
2026-06-24T15:44:34Z
Lunlumita
12009
สร้างหน้าด้วย "{{header | title = {{ลปร1|2|3}} | year = 2482 | author = | editor = | translator = | section = 2. กฎ 36 ข้อ | contributor = | previous = {{ลปร1|4|3|1}} | next = {{ลปร1|4|3|3}} | notes = | portal = }} <pages index="Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu" from="68" to="89"/> ---- {{รกออ}} {{รกออ|group=วซ}}"
290932
wikitext
text/x-wiki
{{header
| title = {{ลปร1|2|3}}
| year = 2482
| author =
| editor =
| translator =
| section = 2. กฎ 36 ข้อ
| contributor =
| previous = {{ลปร1|4|3|1}}
| next = {{ลปร1|4|3|3}}
| notes =
| portal =
}}
<pages index="Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu" from="68" to="89"/>
----
{{รกออ}}
{{รกออ|group=วซ}}
gkdyo0v43qi8qpbcx9fk64mycqijn5l
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/12
250
89995
290935
2026-06-24T15:48:45Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
290935
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ลปร1|ก|กฎพระสงฆ|<ref>พิมพ์ตามฉะบับหลวง L19 ยังเเหลืออีกฉะบับหนึ่ง คือ L19x (ก)</ref>}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
7oajye26bjotup1wnvqmk8cpgz1xw68
290936
290935
2026-06-24T15:49:31Z
Lunlumita
12009
290936
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ลปร1|ก|กฎพระสงฆ|<ref>เขียนเปนสองเล่ม เล่ม ๑ นี้พิมพ์ตามฉะบับหลวง L23.1x ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่งคือ L23.1 (ก)</ref>}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
htkbp7gwt0b1xguxccqelyohhonvr3t
290937
290936
2026-06-24T15:49:52Z
Lunlumita
12009
290937
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ลปร1|ก|กฎพระสงฆ|<ref>เขียนเปนสองเล่ม เล่ม ๑ นี้พิมพ์ตามฉะบับหลวง L23.1x ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่งคือ L23.1 (ก)</ref>}}
{{ลปร1|กหน|1}}
๑<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
h87oitb0hmse5ktladocndvuqna3p8p
290938
290937
2026-06-24T15:51:38Z
Lunlumita
12009
290938
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ลปร1|ก|กฎพระสงฆ|<ref>เขียนเปนสองเล่ม เล่ม ๑ นี้พิมพ์ตามฉะบับหลวง L23.1x ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่งคือ L23.1 (ก)</ref>}}
{{ลปร1|กหน|1}}
๑ กฎให้ไว้แก่ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารพลเรือนฝ่ายหน้าฝ่ายในขอเฝ้าจ้าวต่างกรม ๆ พระราชวังบวรสถานมงคลผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการแลสังกะรีธรรมการราชาคณะพระสงฆเจ้าอธิการอนุจรฝ่ายคันทธุระวิปัศนาธุระอรัญวาสีคามวาสีนอกกรุงในกรุงเทพมหานครศรีอยุทธยาแลหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
l8fmv1zr063aybwgjzwsqdi832kt4nf
290939
290938
2026-06-24T15:54:21Z
Lunlumita
12009
290939
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ลปร1|ก|กฎพระสงฆ|<ref>เขียนเปนสองเล่ม เล่ม ๑ นี้พิมพ์ตามฉะบับหลวง L23.1x ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่งคือ L23.1 (ก)</ref>}}
{{ลปร1|กหน|1}}
๑ กฎให้ไว้แก่ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารพลเรือนฝ่ายหน้าฝ่ายในขอเฝ้าจ้าวต่างกรม ๆ พระราชวังบวรสถานมงคลผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการแลสังกะรีธรรมการราชาคณะพระสงฆเจ้าอธิการอนุจรฝ่ายคันทธุระวิปัศนาธุระอรัญวาสีคามวาสีนอกกรุงในกรุงเทพมหานครศรีอยุทธยาแลหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว
จึ่งพระบาทสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวทุกวันนี้มีพระราชประนิทานปราถนาพระโพธิญาณสัพัญูประกอบด้วยพระมหากรรุณาญาณหากตักเตือนพระไทยเปนทำมดากรรุณาจะให้เปนประโยชนแก่สัตวโลกยทังปวง จึ่งสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมใสนมัศ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
hds0aownc5lb7kn8s3nr8z535xob3kp
290940
290939
2026-06-24T15:54:54Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290940
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" /></noinclude>{{ลปร1|ก|กฎพระสงฆ|<ref>เขียนเปนสองเล่ม เล่ม ๑ นี้พิมพ์ตามฉะบับหลวง L23.1x ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่งคือ L23.1 (ก)</ref>}}
{{ลปร1|กหน|1}}
๑ กฎให้ไว้แก่ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารพลเรือนฝ่ายหน้าฝ่ายในขอเฝ้าจ้าวต่างกรม ๆ พระราชวังบวรสถานมงคลผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการแลสังกะรีธรรมการราชาคณะพระสงฆเจ้าอธิการอนุจรฝ่ายคันทธุระวิปัศนาธุระอรัญวาสีคามวาสีนอกกรุงในกรุงเทพมหานครศรีอยุทธยาแลหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว
จึ่งพระบาทสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวทุกวันนี้มีพระราชประนิทานปราถนาพระโพธิญาณสัพัญูประกอบด้วยพระมหากรรุณาญาณหากตักเตือนพระไทยเปนทำมดากรรุณาจะให้เปนประโยชนแก่สัตวโลกยทังปวง จึ่งสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอนันตาสัมภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมใสนมัศ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
aooifmt0yuxiqf87hj9afus652bxpyy
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/13
250
89996
290941
2026-06-24T15:55:10Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
290941
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
rd32u8qe8qm2uudhaki9a3ow1y7171a
290942
290941
2026-06-24T16:00:19Z
Lunlumita
12009
290942
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>การบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณพระธินั่งดุสิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
4aftdbi4auys7tgkirkgatlhf1u9bko
290943
290942
2026-06-24T16:07:33Z
Lunlumita
12009
290943
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>การบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณพระธินั่งดุสิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ ทรงพระราชวิจารณญาณรำพึงพึงพระบริยัตสาศนาพระไตรยปิฎกนี้เปนต้น ประนิบัดมักผลให้ได้โลกียสมบัดิโลกุดรสมบัดิเพราะพระไตรยปิฎก จึ่งมีพระราชโองการมาณะพระบันทูลสูรสิงหนาทดำหรัสว่า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
0vfyvudila13blwbxdbr6wpoomdrx40
290944
290943
2026-06-24T16:10:18Z
Lunlumita
12009
290944
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>การบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณพระธินั่งดุสิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ ทรงพระราชวิจารณญาณรำพึงพึงพระบริยัตสาศนาพระไตรยปิฎกนี้เปนต้น ประนิบัดมักผลให้ได้โลกียสมบัดิโลกุดรสมบัดิเพราะพระไตรยปิฎก จึ่งมีพระราชโองการมาณะพระบันทูลสูรสิงหนาทดำหรัสว่า
โดยต่ำแต่ให้มีพระธรรมเทศนาแลสำแดงพระธรรมเทศนาให้ธรรมเปนทานนั้นมีผลประเสริฐกว่าสรรพทานทังปวง ชื่อว่าให้พระนิพานเปนทาน จนสมเดจ์อำมรินทราธิราช<ref>1</ref> ได้ทรงฟังแจ้งว่าผลานิสงเปนอันมาก กราบทูลขอพรไว้ให้พระพุทธองคมีพระพุทธฎีกาตรัสสั่งเปนพุทธบัญญัติไว้ให้ผู้สำแดงแลผู้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานนั้นอุทิศผลไปถึงสมเดจ์อำมรินทราธิราชเจ้า อนึ่งแม้น<ref>2</ref> ว่าผู้มีอิทธิฤทธิจะกระทำพื้นสกลชมภูทวีปให้ราบเสมอดั่งน่ากลองไชยเภรีแล้ว แลนิมนต์พระอรหัดเจ้านั่งแถวหนึ่ง พระอนาคาแถวหนึ่ง พระสักกิธาคาแถวหนึ่ง พระโสดาแถวหนึ่ง มีองคพระ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
lhw8vsu1mdxdz90evao1rlaj3nmra2y
290945
290944
2026-06-24T16:11:11Z
Lunlumita
12009
290945
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>การบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณพระธินั่งดุสิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ ทรงพระราชวิจารณญาณรำพึงพึงพระบริยัตสาศนาพระไตรยปิฎกนี้เปนต้น ประนิบัดมักผลให้ได้โลกียสมบัดิโลกุดรสมบัดิเพราะพระไตรยปิฎก จึ่งมีพระราชโองการมาณะพระบันทูลสูรสิงหนาทดำหรัสว่า
โดยต่ำแต่ให้มีพระธรรมเทศนาแลสำแดงพระธรรมเทศนาให้ธรรมเปนทานนั้นมีผลประเสริฐกว่าสรรพทานทังปวง ชื่อว่าให้พระนิพานเปนทาน จนสมเดจ์อำมรินทราธิราช<ref>1</ref> ได้ทรงฟังแจ้งว่าผลานิสงเปนอันมาก กราบทูลขอพรไว้ให้พระพุทธองคมีพระพุทธฎีกาตรัสสั่งเปนพุทธบัญญัติไว้ให้ผู้สำแดงแลผู้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานนั้นอุทิศผลไปถึงสมเดจ์อำมรินทราธิราชเจ้า อนึ่งแม้น<ref>2</ref> ว่าผู้มีอิทธิฤทธิจะกระทำพื้นสกลชมภูทวีปให้ราบเสมอดั่งน่ากลองไชยเภรีแล้ว แลนิมนต์พระอรหัดเจ้านั่งแถวหนึ่ง พระอนาคาแถวหนึ่ง พระสักกิธาคาแถวหนึ่ง พระโสดาแถวหนึ่ง มีองคพระพุทธเจ้าเปนประธาน แน่นไปในสกลชมภูทวีป แลถวายจัตุปัดจัยทานทังสี่ มีจีวรเนื้ออันละเอียดดุจดั่งยอดตองอันอ่อนนั้นก็ดี ผลานิสงก็มิได้เสมอเท่าให้มีธรรมเปนทานครั้งหนึ่ง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
7xvktq2yxsjk4gy6t8cuhtadsbuuj6w
290947
290945
2026-06-24T16:11:52Z
Lunlumita
12009
290947
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๒|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>การบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณพระธินั่งดุสิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ ทรงพระราชวิจารณญาณรำพึงพึงพระบริยัตสาศนาพระไตรยปิฎกนี้เปนต้น ประนิบัดมักผลให้ได้โลกียสมบัดิโลกุดรสมบัดิเพราะพระไตรยปิฎก จึ่งมีพระราชโองการมาณะพระบันทูลสูรสิงหนาทดำหรัสว่า
โดยต่ำแต่ให้มีพระธรรมเทศนาแลสำแดงพระธรรมเทศนาให้ธรรมเปนทานนั้นมีผลประเสริฐกว่าสรรพทานทังปวง ชื่อว่าให้พระนิพานเปนทาน จนสมเดจ์อำมรินทราธิราช<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน อำมารินตราธิราช</ref> ได้ทรงฟังแจ้งว่าผลานิสงเปนอันมาก กราบทูลขอพรไว้ให้พระพุทธองคมีพระพุทธฎีกาตรัสสั่งเปนพุทธบัญญัติไว้ให้ผู้สำแดงแลผู้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานนั้นอุทิศผลไปถึงสมเดจ์อำมรินทราธิราชเจ้า อนึ่งแม้น<ref>ก: แม้</ref> ว่าผู้มีอิทธิฤทธิจะกระทำพื้นสกลชมภูทวีปให้ราบเสมอดั่งน่ากลองไชยเภรีแล้ว แลนิมนต์พระอรหัดเจ้านั่งแถวหนึ่ง พระอนาคาแถวหนึ่ง พระสักกิธาคาแถวหนึ่ง พระโสดาแถวหนึ่ง มีองคพระพุทธเจ้าเปนประธาน แน่นไปในสกลชมภูทวีป แลถวายจัตุปัดจัยทานทังสี่ มีจีวรเนื้ออันละเอียดดุจดั่งยอดตองอันอ่อนนั้นก็ดี ผลานิสงก็มิได้เสมอเท่าให้มีธรรมเปนทานครั้งหนึ่ง{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
fr5pl9o1yvunm0dh0wwibmohlnaxun8
290948
290947
2026-06-24T16:12:06Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290948
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๒|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>การบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณพระธินั่งดุสิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ ทรงพระราชวิจารณญาณรำพึงพึงพระบริยัตสาศนาพระไตรยปิฎกนี้เปนต้น ประนิบัดมักผลให้ได้โลกียสมบัดิโลกุดรสมบัดิเพราะพระไตรยปิฎก จึ่งมีพระราชโองการมาณะพระบันทูลสูรสิงหนาทดำหรัสว่า
โดยต่ำแต่ให้มีพระธรรมเทศนาแลสำแดงพระธรรมเทศนาให้ธรรมเปนทานนั้นมีผลประเสริฐกว่าสรรพทานทังปวง ชื่อว่าให้พระนิพานเปนทาน จนสมเดจ์อำมรินทราธิราช<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน อำมารินตราธิราช</ref> ได้ทรงฟังแจ้งว่าผลานิสงเปนอันมาก กราบทูลขอพรไว้ให้พระพุทธองคมีพระพุทธฎีกาตรัสสั่งเปนพุทธบัญญัติไว้ให้ผู้สำแดงแลผู้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานนั้นอุทิศผลไปถึงสมเดจ์อำมรินทราธิราชเจ้า อนึ่งแม้น<ref>ก: แม้</ref> ว่าผู้มีอิทธิฤทธิจะกระทำพื้นสกลชมภูทวีปให้ราบเสมอดั่งน่ากลองไชยเภรีแล้ว แลนิมนต์พระอรหัดเจ้านั่งแถวหนึ่ง พระอนาคาแถวหนึ่ง พระสักกิธาคาแถวหนึ่ง พระโสดาแถวหนึ่ง มีองคพระพุทธเจ้าเปนประธาน แน่นไปในสกลชมภูทวีป แลถวายจัตุปัดจัยทานทังสี่ มีจีวรเนื้ออันละเอียดดุจดั่งยอดตองอันอ่อนนั้นก็ดี ผลานิสงก็มิได้เสมอเท่าให้มีธรรมเปนทานครั้งหนึ่ง{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
7fogxt7brm5ka9mcnczt8zjho9jwrae
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/14
250
89997
290946
2026-06-24T16:11:29Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
290946
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
k1xxeci9hzmpjxd1jb9kqw5b879cpr1
290949
290946
2026-06-24T16:13:37Z
Lunlumita
12009
290949
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>เหตุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาแสวงหาอุบายที่จะให้สมณพราหมณเสนาบดีประชาราษฎรทังปวงให้ได้สมบัดิทังสามประการ พ้นจากจัตุราบายทุกขแลสงสารไภย จึ่งทรงพระอนุเคราะห์ให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยสมาทานพระไตรยสารนาคมศีลห้าศีลแปดศีลสิบในสำนักนิ์พระสงฆทุกวันทุกเพลาเปนปติปติบูชากองมหากุศลวิเศศประเสริฐกว่าอามิศบูชาจัตุปัดจัยทาน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
5jftji3dujgsom17afftv41cdvg70ap
290950
290949
2026-06-24T16:23:06Z
Lunlumita
12009
290950
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>เหตุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาแสวงหาอุบายที่จะให้สมณพราหมณเสนาบดีประชาราษฎรทังปวงให้ได้สมบัดิทังสามประการ พ้นจากจัตุราบายทุกขแลสงสารไภย จึ่งทรงพระอนุเคราะห์ให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยสมาทานพระไตรยสารนาคมศีลห้าศีลแปดศีลสิบในสำนักนิ์พระสงฆทุกวันทุกเพลาเปนปติปติบูชากองมหากุศลวิเศศประเสริฐกว่าอามิศบูชาจัตุปัดจัยทาน แม้นจะถวายทานให้มากกราบท้าวถึงพรหมโลก ผลนั้นก็มิได้เสมอเท่ากองพระราชกุศลปติปติบูชา อนึ่งตั้งกองพระราชกุศลให้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทฟังดั่งให้พระนิพานเปนทานเปนปติปติบูชา กองพระราชมหากุศลอันจะนับประมาณผลนั้นมิได้ แลพระบริญัติไตรยปิฎกธรรมนี้ เมื่อบุทคลประพฤทเปนสำมาคาระวะแล้ว ก็มีผลอันจะนับประมาณมิได้ เมื่อประพฤทผิดมิได้สำมาคาระวะในพระไตรยปิฎกธรรมนั้น ก็จะมีโทษแก่บุทคลอันมิได้คาระวะนั้นเปนครุโทษอันใหญ่หลวงหนักหนา<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
8t05jcjytfwxje7gaim5bs6csa68lxe
290951
290950
2026-06-24T16:24:11Z
Lunlumita
12009
290951
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>เหตุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาแสวงหาอุบายที่จะให้สมณพราหมณเสนาบดีประชาราษฎรทังปวงให้ได้สมบัดิทังสามประการ พ้นจากจัตุราบายทุกขแลสงสารไภย จึ่งทรงพระอนุเคราะห์ให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยสมาทานพระไตรยสารนาคมศีลห้าศีลแปดศีลสิบในสำนักนิ์พระสงฆทุกวันทุกเพลาเปนปติปติบูชากองมหากุศลวิเศศประเสริฐกว่าอามิศบูชาจัตุปัดจัยทาน แม้นจะถวายทานให้มากกราบท้าวถึงพรหมโลก ผลนั้นก็มิได้เสมอเท่ากองพระราชกุศลปติปติบูชา อนึ่งตั้งกองพระราชกุศลให้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทฟังดั่งให้พระนิพานเปนทานเปนปติปติบูชา กองพระราชมหากุศลอันจะนับประมาณผลนั้นมิได้ แลพระบริญัติไตรยปิฎกธรรมนี้ เมื่อบุทคลประพฤทเปนสำมาคาระวะแล้ว ก็มีผลอันจะนับประมาณมิได้ เมื่อประพฤทผิดมิได้สำมาคาระวะในพระไตรยปิฎกธรรมนั้น ก็จะมีโทษแก่บุทคลอันมิได้คาระวะนั้นเปนครุโทษอันใหญ่หลวงหนักหนา ทุกวันนี้สัตวทังปวงตั้งใจทำกุศลสิ่งใด ตรวดน้ำปราถนาจะพบพระพุทธบาทสมเดจ์พระศรีอาริยเมตไตรเจ้า ๆ ก็ตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถรเจ้าว่า ให้ฝูงสัตวทังปวงคำรบฟังพระมหาเวศสันดรชาฎกอันประดับด้วยพระคาถาพันหนึ่งนั้น จึ่งจะได้พบพระองคในอนาคต<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
8s5w8ra3fjlb1fv49wmvmfbvgk5n0y5
290952
290951
2026-06-24T16:24:36Z
Lunlumita
12009
290952
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๓|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>เหตุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาแสวงหาอุบายที่จะให้สมณพราหมณเสนาบดีประชาราษฎรทังปวงให้ได้สมบัดิทังสามประการ พ้นจากจัตุราบายทุกขแลสงสารไภย จึ่งทรงพระอนุเคราะห์ให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยสมาทานพระไตรยสารนาคมศีลห้าศีลแปดศีลสิบในสำนักนิ์พระสงฆทุกวันทุกเพลาเปนปติปติบูชากองมหากุศลวิเศศประเสริฐกว่าอามิศบูชาจัตุปัดจัยทาน แม้นจะถวายทานให้มากกราบท้าวถึงพรหมโลก ผลนั้นก็มิได้เสมอเท่ากองพระราชกุศลปติปติบูชา อนึ่งตั้งกองพระราชกุศลให้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทฟังดั่งให้พระนิพานเปนทานเปนปติปติบูชา กองพระราชมหากุศลอันจะนับประมาณผลนั้นมิได้ แลพระบริญัติไตรยปิฎกธรรมนี้ เมื่อบุทคลประพฤทเปนสำมาคาระวะแล้ว ก็มีผลอันจะนับประมาณมิได้ เมื่อประพฤทผิดมิได้สำมาคาระวะในพระไตรยปิฎกธรรมนั้น ก็จะมีโทษแก่บุทคลอันมิได้คาระวะนั้นเปนครุโทษอันใหญ่หลวงหนักหนา ทุกวันนี้สัตวทังปวงตั้งใจทำกุศลสิ่งใด ตรวดน้ำปราถนาจะพบพระพุทธบาทสมเดจ์พระศรีอาริยเมตไตรเจ้า ๆ ก็ตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถรเจ้าว่า ให้ฝูงสัตวทังปวงคำรบฟังพระมหาเวศสันดรชาฎกอันประดับด้วยพระคาถาพันหนึ่งนั้น จึ่งจะได้พบพระองคในอนาคต
แลทุกวันนี้อนาประชาราษฎรทังปวงลางบางให้มีพระ<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
97tb92pshll1587fwamhxuuqi5ibcjs
290953
290952
2026-06-24T16:24:53Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290953
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๓|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>เหตุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาแสวงหาอุบายที่จะให้สมณพราหมณเสนาบดีประชาราษฎรทังปวงให้ได้สมบัดิทังสามประการ พ้นจากจัตุราบายทุกขแลสงสารไภย จึ่งทรงพระอนุเคราะห์ให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยสมาทานพระไตรยสารนาคมศีลห้าศีลแปดศีลสิบในสำนักนิ์พระสงฆทุกวันทุกเพลาเปนปติปติบูชากองมหากุศลวิเศศประเสริฐกว่าอามิศบูชาจัตุปัดจัยทาน แม้นจะถวายทานให้มากกราบท้าวถึงพรหมโลก ผลนั้นก็มิได้เสมอเท่ากองพระราชกุศลปติปติบูชา อนึ่งตั้งกองพระราชกุศลให้มีพระธรรมเทศนาเปนธรรมทานให้ข้าทูลอองทุลีพระบาทฟังดั่งให้พระนิพานเปนทานเปนปติปติบูชา กองพระราชมหากุศลอันจะนับประมาณผลนั้นมิได้ แลพระบริญัติไตรยปิฎกธรรมนี้ เมื่อบุทคลประพฤทเปนสำมาคาระวะแล้ว ก็มีผลอันจะนับประมาณมิได้ เมื่อประพฤทผิดมิได้สำมาคาระวะในพระไตรยปิฎกธรรมนั้น ก็จะมีโทษแก่บุทคลอันมิได้คาระวะนั้นเปนครุโทษอันใหญ่หลวงหนักหนา ทุกวันนี้สัตวทังปวงตั้งใจทำกุศลสิ่งใด ตรวดน้ำปราถนาจะพบพระพุทธบาทสมเดจ์พระศรีอาริยเมตไตรเจ้า ๆ ก็ตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถรเจ้าว่า ให้ฝูงสัตวทังปวงคำรบฟังพระมหาเวศสันดรชาฎกอันประดับด้วยพระคาถาพันหนึ่งนั้น จึ่งจะได้พบพระองคในอนาคต
แลทุกวันนี้อนาประชาราษฎรทังปวงลางบางให้มีพระ<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
er3f2i59za6hlnkgfqnhvurb53tzqc3
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/15
250
89998
290954
2026-06-24T16:25:14Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
290954
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
kvtamn1eabqt0avmikag7isd5trj0nk
290955
290954
2026-06-24T16:27:35Z
Lunlumita
12009
290955
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>มหาเวศสันดรชาฎกนี้ มิได้มีความสังเวทเลื่อมใสเปนธรรมคาระวะ ฟังเอาแต่ถ้อยคำตลกขะนองอันหาผลประโยชนมิได้ พระสงฆผู้สำแดงนั้นบาง<ref>1</ref> จำพวกมิได้เล่าเรียนพระไตรยปิฎก ได้แต่เนื้อความแปลร้อยเปนกาพยกลอน แล้วก็มาสำแดงถ้อยคำตลกขะนองหยาบช้า เหนต่ลาภสการเลี้ยงชีวิตร มิได้คิดที่จะร่ำเรียนสืบไป ทำให้พระสาศนาฟั่นเฟือนเสื่อมสูน ชวนกันประมาทในพระธรรมเทศนา จะได้เสวยทุกขเวทนาในจัตุราบายภูมเปนช้านาน จะมิได้พบพระพุทธบาทสาศดาพระศรีอาริยเมตไตรเจ้าในอนาคด เหดุฉะนี้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
a0adbslz0qury8vgdopwpy59omsm9ki
290956
290955
2026-06-24T16:28:18Z
Lunlumita
12009
290956
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>มหาเวศสันดรชาฎกนี้ มิได้มีความสังเวทเลื่อมใสเปนธรรมคาระวะ ฟังเอาแต่ถ้อยคำตลกขะนองอันหาผลประโยชนมิได้ พระสงฆผู้สำแดงนั้นบาง<ref>ก: ลาง</ref> จำพวกมิได้เล่าเรียนพระไตรยปิฎก ได้แต่เนื้อความแปลร้อยเปนกาพยกลอน แล้วก็มาสำแดงถ้อยคำตลกขะนองหยาบช้า เหนต่ลาภสการเลี้ยงชีวิตร มิได้คิดที่จะร่ำเรียนสืบไป ทำให้พระสาศนาฟั่นเฟือนเสื่อมสูน ชวนกันประมาทในพระธรรมเทศนา จะได้เสวยทุกขเวทนาในจัตุราบายภูมเปนช้านาน จะมิได้พบพระพุทธบาทสาศดาพระศรีอาริยเมตไตรเจ้าในอนาคด เหดุฉะนี้บรมกระษัตรพระองคใดจะมีพระมหากรรุณาสมเคราะห<ref>ก: สงเคราะห์</ref><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
1qpds4w35v22nxxk5w0vl4wm5lpzw2f
290957
290956
2026-06-24T16:29:21Z
Lunlumita
12009
290957
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>มหาเวศสันดรชาฎกนี้ มิได้มีความสังเวทเลื่อมใสเปนธรรมคาระวะ ฟังเอาแต่ถ้อยคำตลกขะนองอันหาผลประโยชนมิได้ พระสงฆผู้สำแดงนั้นบาง<ref>ก: ลาง</ref> จำพวกมิได้เล่าเรียนพระไตรยปิฎก ได้แต่เนื้อความแปลร้อยเปนกาพยกลอน แล้วก็มาสำแดงถ้อยคำตลกขะนองหยาบช้า เหนต่ลาภสการเลี้ยงชีวิตร มิได้คิดที่จะร่ำเรียนสืบไป ทำให้พระสาศนาฟั่นเฟือนเสื่อมสูน ชวนกันประมาทในพระธรรมเทศนา จะได้เสวยทุกขเวทนาในจัตุราบายภูมเปนช้านาน จะมิได้พบพระพุทธบาทสาศดาพระศรีอาริยเมตไตรเจ้าในอนาคด เหดุฉะนี้บรมกระษัตรพระองคใดจะมีพระมหากรรุณาสมเคราะห<ref>ก: สงเคราะห์</ref> สัตวทังปวงให้พ้นจากอาบายทุก มิได้ละเมืนเฉยเสีย ครั้งนี้ทรงพระกรรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า ให้สมเดจ์พระสังฆราชพระราชาคณะพระสงฆฝ่ายบริญัดนักปรา{{ชญ}}ราชบัณฑิตยให้พิจารณาค้นดูพระไตรยปิฎกนั้น ก็พบเหนบทว่า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
p8q2dhtaay951mzcoc49tp17l9x2f9t
290958
290957
2026-06-24T16:30:28Z
Lunlumita
12009
290958
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๔|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>มหาเวศสันดรชาฎกนี้ มิได้มีความสังเวทเลื่อมใสเปนธรรมคาระวะ ฟังเอาแต่ถ้อยคำตลกขะนองอันหาผลประโยชนมิได้ พระสงฆผู้สำแดงนั้นบาง<ref>ก: ลาง</ref> จำพวกมิได้เล่าเรียนพระไตรยปิฎก ได้แต่เนื้อความแปลร้อยเปนกาพยกลอน แล้วก็มาสำแดงถ้อยคำตลกขะนองหยาบช้า เหนต่ลาภสการเลี้ยงชีวิตร มิได้คิดที่จะร่ำเรียนสืบไป ทำให้พระสาศนาฟั่นเฟือนเสื่อมสูน ชวนกันประมาทในพระธรรมเทศนา จะได้เสวยทุกขเวทนาในจัตุราบายภูมเปนช้านาน จะมิได้พบพระพุทธบาทสาศดาพระศรีอาริยเมตไตรเจ้าในอนาคด เหดุฉะนี้บรมกระษัตรพระองคใดจะมีพระมหากรรุณาสมเคราะห<ref>ก: สงเคราะห์</ref> สัตวทังปวงให้พ้นจากอาบายทุก มิได้ละเมืนเฉยเสีย ครั้งนี้ทรงพระกรรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า ให้สมเดจ์พระสังฆราชพระราชาคณะพระสงฆฝ่ายบริญัดนักปรา{{ชญ}}ราชบัณฑิตยให้พิจารณาค้นดูพระไตรยปิฎกนั้น ก็พบเหนบทว่า ผู้สำแดงแลผู้ฟังธรรมอันประมาทกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเอาธรรมนั้นมากล่าวเปนอธรรม โทษนั้นเปนครุโทษอันใหญ่หลวง โดยอันต่ำไปแต่จะสำแดงธรรมด้วยเสียงอันเปนเสียงขับนั้นก็เปนโทษ แลเอาธรรมมาผูกเปนกาพย<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
8f84t5wq6atcopji493lhrj3ituxa0a
290959
290958
2026-06-24T16:30:42Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290959
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๔|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>มหาเวศสันดรชาฎกนี้ มิได้มีความสังเวทเลื่อมใสเปนธรรมคาระวะ ฟังเอาแต่ถ้อยคำตลกขะนองอันหาผลประโยชนมิได้ พระสงฆผู้สำแดงนั้นบาง<ref>ก: ลาง</ref> จำพวกมิได้เล่าเรียนพระไตรยปิฎก ได้แต่เนื้อความแปลร้อยเปนกาพยกลอน แล้วก็มาสำแดงถ้อยคำตลกขะนองหยาบช้า เหนต่ลาภสการเลี้ยงชีวิตร มิได้คิดที่จะร่ำเรียนสืบไป ทำให้พระสาศนาฟั่นเฟือนเสื่อมสูน ชวนกันประมาทในพระธรรมเทศนา จะได้เสวยทุกขเวทนาในจัตุราบายภูมเปนช้านาน จะมิได้พบพระพุทธบาทสาศดาพระศรีอาริยเมตไตรเจ้าในอนาคด เหดุฉะนี้บรมกระษัตรพระองคใดจะมีพระมหากรรุณาสมเคราะห<ref>ก: สงเคราะห์</ref> สัตวทังปวงให้พ้นจากอาบายทุก มิได้ละเมืนเฉยเสีย ครั้งนี้ทรงพระกรรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า ให้สมเดจ์พระสังฆราชพระราชาคณะพระสงฆฝ่ายบริญัดนักปรา{{ชญ}}ราชบัณฑิตยให้พิจารณาค้นดูพระไตรยปิฎกนั้น ก็พบเหนบทว่า ผู้สำแดงแลผู้ฟังธรรมอันประมาทกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเอาธรรมนั้นมากล่าวเปนอธรรม โทษนั้นเปนครุโทษอันใหญ่หลวง โดยอันต่ำไปแต่จะสำแดงธรรมด้วยเสียงอันเปนเสียงขับนั้นก็เปนโทษ แลเอาธรรมมาผูกเปนกาพย<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
m0e81exybcyc0vxhgo16mp71i3vqnsf
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/16
250
89999
290960
2026-06-24T16:31:56Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
290960
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
oa9y0cr53w0cya96bontl9x2merjq60
290961
290960
2026-06-24T16:32:55Z
Lunlumita
12009
290961
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>1</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
3lat9xscqi49g76iomve6f87ltkfhex
290962
290961
2026-06-24T16:34:35Z
Lunlumita
12009
290962
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>1</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า
แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้พระสงฆผู้สำแดงพระธรรมเทศนาแลราษฎรผู้จะฟังพระมหาชาติชาฎกนั้นสำแดงแลฟังแต่ตามวาระพระบาฬีแลอรรถกถาฎีกาให้บริบูรรณด้วยผลอานิสงนั้น ก็จะได้พบสมเดจ์พระศรีอาริยเมตไตรยในอนาคตตามเทวะราชโองการเธอตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถระนั้น ห้ามอย่าให้เทศนาแลฟังเทศนาเปนกาพยกลอน แลกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเปนการเล่นหัวร่อชื่นชมด้วยกัน ประมาทให้ผิดจากพระวิไนยเปนอันขาดทีเดียว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
p41rzabsa1m6ozxrqupralhe9f0nl7d
290963
290962
2026-06-24T16:35:40Z
Lunlumita
12009
290963
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>1</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า
แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้พระสงฆผู้สำแดงพระธรรมเทศนาแลราษฎรผู้จะฟังพระมหาชาติชาฎกนั้นสำแดงแลฟังแต่ตามวาระพระบาฬีแลอรรถกถาฎีกาให้บริบูรรณด้วยผลอานิสงนั้น ก็จะได้พบสมเดจ์พระศรีอาริยเมตไตรยในอนาคตตามเทวะราชโองการเธอตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถระนั้น ห้ามอย่าให้เทศนาแลฟังเทศนาเปนกาพยกลอน แลกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเปนการเล่นหัวร่อชื่นชมด้วยกัน ประมาทให้ผิดจากพระวิไนยเปนอันขาดทีเดียว
แลให้พระภิขุสงฆเถรเณรฝ่ายคันถธุระ<ref>2</ref> วิปัศนาธุระแลอนาประชาราษฎรทังปวงประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้จงทุกประการ ถ้าพระสงฆเถรเณรแลอนาประชาราษฎรผู้ใด<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
ck9rt0cqu5apki6zufu0x00id9c2dk6
290964
290963
2026-06-24T16:36:40Z
Lunlumita
12009
290964
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>1</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า
แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้พระสงฆผู้สำแดงพระธรรมเทศนาแลราษฎรผู้จะฟังพระมหาชาติชาฎกนั้นสำแดงแลฟังแต่ตามวาระพระบาฬีแลอรรถกถาฎีกาให้บริบูรรณด้วยผลอานิสงนั้น ก็จะได้พบสมเดจ์พระศรีอาริย{{ตตฉ|เมตไตรย}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เมตไตรย|เมตไตร}}</ref> ในอนาคตตามเทวะราชโองการเธอตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถระนั้น ห้ามอย่าให้เทศนาแลฟังเทศนาเปนกาพยกลอน แลกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเปนการเล่นหัวร่อชื่นชมด้วยกัน ประมาทให้ผิดจากพระวิไนยเปนอันขาดทีเดียว
แลให้พระภิขุสงฆเถรเณรฝ่ายคันถธุระ<ref>2</ref> วิปัศนาธุระแลอนาประชาราษฎรทังปวงประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้จงทุกประการ ถ้าพระสงฆเถรเณรแลอนาประชาราษฎรผู้ใด<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
8mrjmoy30rbhobiozo7empd21p1jg4g
290965
290964
2026-06-24T16:37:29Z
Lunlumita
12009
290965
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>1</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า
แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้พระสงฆผู้สำแดงพระธรรมเทศนาแลราษฎรผู้จะฟังพระมหาชาติชาฎกนั้นสำแดงแลฟังแต่ตามวาระพระบาฬีแลอรรถกถาฎีกาให้บริบูรรณด้วยผลอานิสงนั้น ก็จะได้พบสมเดจ์พระศรีอาริย{{ตตฉ|เมตไตรย}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เมตไตรย|เมตไตร}}</ref> ในอนาคตตามเทวะราชโองการเธอตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถระนั้น ห้ามอย่าให้เทศนาแลฟังเทศนาเปนกาพยกลอน แลกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเปนการเล่นหัวร่อชื่นชมด้วยกัน ประมาทให้ผิดจากพระวิไนยเปนอันขาดทีเดียว
แลให้พระภิขุสงฆเถรเณรฝ่ายคันถธุระ<ref>2</ref> วิปัศนาธุระแลอนาประชาราษฎรทังปวงประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้จงทุกประการ ถ้าพระสงฆเถรเณรแลอนาประชาราษฎรผู้ใดมิได้ประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้ จะเอาตัวผู้มิได้กระทำตามกฎแลญาติโยมพระสงฆเถรเณรรูปนั้นเปนโทษตามโทษาณุโทษ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
h0h0x790rfh3cogb3dxs5gwf3zdayc8
290966
290965
2026-06-24T16:38:06Z
Lunlumita
12009
290966
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>1</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า
แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้พระสงฆผู้สำแดงพระธรรมเทศนาแลราษฎรผู้จะฟังพระมหาชาติชาฎกนั้นสำแดงแลฟังแต่ตามวาระพระบาฬีแลอรรถกถาฎีกาให้บริบูรรณด้วยผลอานิสงนั้น ก็จะได้พบสมเดจ์พระศรีอาริย{{ตตฉ|เมตไตรย}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เมตไตรย|เมตไตร}}</ref> ในอนาคตตามเทวะราชโองการเธอตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถระนั้น ห้ามอย่าให้เทศนาแลฟังเทศนาเปนกาพยกลอน แลกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเปนการเล่นหัวร่อชื่นชมด้วยกัน ประมาทให้ผิดจากพระวิไนยเปนอันขาดทีเดียว
แลให้พระภิขุสงฆเถรเณรฝ่ายคันถธุระ<ref>2</ref> วิปัศนาธุระแลอนาประชาราษฎรทังปวงประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้จงทุกประการ ถ้าพระสงฆเถรเณรแลอนาประชาราษฎรผู้ใดมิได้ประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้ จะเอาตัวผู้มิได้กระทำตามกฎแลญาติโยมพระสงฆเถรเณรรูปนั้นเปนโทษตามโทษาณุโทษ
กฎให้ไว้ณะวันเสา เดือนสิบ ขึ้นสิบห้าค่ำ จุลศักราชพันร้อยสี่สิบสี่ ปีขาลจัตวาศก
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
mli5mbmvh9oq3tteysuqvxm6w0itfbi
290967
290966
2026-06-24T16:39:55Z
Lunlumita
12009
290967
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>ต้นฉะบับ: นั้นก็ดี แก้ตาม ก</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า
แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้พระสงฆผู้สำแดงพระธรรมเทศนาแลราษฎรผู้จะฟังพระมหาชาติชาฎกนั้นสำแดงแลฟังแต่ตามวาระพระบาฬีแลอรรถกถาฎีกาให้บริบูรรณด้วยผลอานิสงนั้น ก็จะได้พบสมเดจ์พระศรีอาริย{{ตตฉ|เมตไตรย}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เมตไตรย|เมตไตร}}</ref> ในอนาคตตามเทวะราชโองการเธอตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถระนั้น ห้ามอย่าให้เทศนาแลฟังเทศนาเปนกาพยกลอน แลกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเปนการเล่นหัวร่อชื่นชมด้วยกัน ประมาทให้ผิดจากพระวิไนยเปนอันขาดทีเดียว
แลให้พระภิขุสงฆเถรเณรฝ่ายคันถธุระ<ref>ต้นฉะบับ: คันธุระ ฝ่าย ก เขียน คันธทุระ</ref> วิปัศนาธุระแลอนาประชาราษฎรทังปวงประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้จงทุกประการ ถ้าพระสงฆเถรเณรแลอนาประชาราษฎรผู้ใดมิได้ประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้ จะเอาตัวผู้มิได้กระทำตามกฎแลญาติโยมพระสงฆเถรเณรรูปนั้นเปนโทษตามโทษาณุโทษ
กฎให้ไว้ณะวันเสา เดือนสิบ ขึ้นสิบห้าค่ำ จุลศักราชพันร้อยสี่สิบสี่ ปีขาลจัตวาศก
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
ds3pu99dtbpi26bzuhjficec5bs65b1
290968
290967
2026-06-24T16:40:12Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290968
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๕|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>กลอนพิจิตรด้วยอัคระเปนเพลงขับนั้นก็มิควร<ref>ต้นฉะบับ: นั้นก็ดี แก้ตาม ก</ref> เหดุฉนี้จึ่งทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า
แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ให้พระสงฆผู้สำแดงพระธรรมเทศนาแลราษฎรผู้จะฟังพระมหาชาติชาฎกนั้นสำแดงแลฟังแต่ตามวาระพระบาฬีแลอรรถกถาฎีกาให้บริบูรรณด้วยผลอานิสงนั้น ก็จะได้พบสมเดจ์พระศรีอาริย{{ตตฉ|เมตไตรย}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|เมตไตรย|เมตไตร}}</ref> ในอนาคตตามเทวะราชโองการเธอตรัสสั่งมาแก่พระมาไลยเทวะเถระนั้น ห้ามอย่าให้เทศนาแลฟังเทศนาเปนกาพยกลอน แลกล่าวถ้อยคำตลกขะนองเปนการเล่นหัวร่อชื่นชมด้วยกัน ประมาทให้ผิดจากพระวิไนยเปนอันขาดทีเดียว
แลให้พระภิขุสงฆเถรเณรฝ่ายคันถธุระ<ref>ต้นฉะบับ: คันธุระ ฝ่าย ก เขียน คันธทุระ</ref> วิปัศนาธุระแลอนาประชาราษฎรทังปวงประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้จงทุกประการ ถ้าพระสงฆเถรเณรแลอนาประชาราษฎรผู้ใดมิได้ประพฤทธิตามพระราชกำหนดกฎหมายนี้ จะเอาตัวผู้มิได้กระทำตามกฎแลญาติโยมพระสงฆเถรเณรรูปนั้นเปนโทษตามโทษาณุโทษ
กฎให้ไว้ณะวันเสา เดือนสิบ ขึ้นสิบห้าค่ำ จุลศักราชพันร้อยสี่สิบสี่ ปีขาลจัตวาศก
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
fw4f5bj14ky6skl9t968guc7eqwhxtt
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/17
250
90000
290969
2026-06-24T16:40:58Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
290969
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
e012ktat33kfd2biwe98swr15w2pe7r
290970
290969
2026-06-24T16:41:31Z
Lunlumita
12009
290970
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}}
๒<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
k5gz3kqoukrgetmbi8tns1wxrn5fgcg
290971
290970
2026-06-24T16:43:16Z
Lunlumita
12009
290971
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 1}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}}
๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
cscke6dhnxg7c9je9ux11zx6optcnjh
290972
290971
2026-06-24T16:44:39Z
Lunlumita
12009
290972
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}}
๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว
ด้วยสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรม<ref>1</ref> อนันตาสำภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมในนะมัศการบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณะ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
4w22e0q5ti6x1uvbmali3yqmzi946nb
290973
290972
2026-06-24T16:45:35Z
Lunlumita
12009
290973
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}}
๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว
ด้วยสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรม<ref>1</ref> อนันตาสำภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมในนะมัศการบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโรหาราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ จึ่งมีพระราชโองการดำหรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
qaqnopj9j1pa6q3kat8khoog7ftea4j
290974
290973
2026-06-24T16:46:34Z
Lunlumita
12009
290974
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}}
๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว
ด้วยสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรม<ref>1</ref> อนันตาสำภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมในนะมัศการบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโรหาราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ จึ่งมีพระราชโองการดำหรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า
มีพระราชอุษาหมิได้คิดแก่พระกายแลพระชนมชีพจนได้ศิริ<ref>2</ref> ราชสมบัดิทั้งนี้ ด้วยตั้งพระไทยจะบำรุงพระบวรพุทธสาสนา ตามพระพุทธฎีกาว่า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
bgaoboavii9mh3fkb2mr7r9kn7zhhg9
290975
290974
2026-06-24T16:50:29Z
Lunlumita
12009
290975
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}}
๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว
ด้วยสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรม<ref>1</ref> อนันตาสำภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมในนะมัศการบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโรหาราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ จึ่งมีพระราชโองการดำหรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า
มีพระราชอุษาหมิได้คิดแก่พระกายแลพระชนมชีพจนได้ศิริ<ref>2</ref> ราชสมบัดิทั้งนี้ ด้วยตั้งพระไทยจะบำรุงพระบวรพุทธสาสนา ตามพระพุทธฎีกาว่า พระปาติโมกขสังวรวิไนยนี้ชื่อว่าพระสาศนา ถ้าพระภิกษุยังทรงพระปาติโมกขบริบูรรณอยู่ตราบใด ชื่อว่าพระสาศนายังตั้งอยู่ตราบนั้น เหดุฉนี้จึ่งทรงพระราชศรัทธาบริจากพระราชทรัพยเปนอันมากเปนจัตุปัจจัยทานถวายพระ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
fn37i0mos1gnb6dh10nj3ekdkuhqypo
290976
290975
2026-06-24T16:50:56Z
Lunlumita
12009
290976
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}}
๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว
ด้วยสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรม<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ธรรม ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> อนันตาสำภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมในนะมัศการบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโรหาราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ จึ่งมีพระราชโองการดำหรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า
มีพระราชอุษาหมิได้คิดแก่พระกายแลพระชนมชีพจนได้ศิริ<ref>ก: ศรี</ref> ราชสมบัดิทั้งนี้ ด้วยตั้งพระไทยจะบำรุงพระบวรพุทธสาสนา ตามพระพุทธฎีกาว่า พระปาติโมกขสังวรวิไนยนี้ชื่อว่าพระสาศนา ถ้าพระภิกษุยังทรงพระปาติโมกขบริบูรรณอยู่ตราบใด ชื่อว่าพระสาศนายังตั้งอยู่ตราบนั้น เหดุฉนี้จึ่งทรงพระราชศรัทธาบริจากพระราชทรัพยเปนอันมากเปนจัตุปัจจัยทานถวายพระ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
54nsavfmnhzh8doegfkf7geymqzl7t9
290977
290976
2026-06-24T16:51:07Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290977
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}}
๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว
ด้วยสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรม<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ธรรม ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> อนันตาสำภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมในนะมัศการบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโรหาราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ จึ่งมีพระราชโองการดำหรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า
มีพระราชอุษาหมิได้คิดแก่พระกายแลพระชนมชีพจนได้ศิริ<ref>ก: ศรี</ref> ราชสมบัดิทั้งนี้ ด้วยตั้งพระไทยจะบำรุงพระบวรพุทธสาสนา ตามพระพุทธฎีกาว่า พระปาติโมกขสังวรวิไนยนี้ชื่อว่าพระสาศนา ถ้าพระภิกษุยังทรงพระปาติโมกขบริบูรรณอยู่ตราบใด ชื่อว่าพระสาศนายังตั้งอยู่ตราบนั้น เหดุฉนี้จึ่งทรงพระราชศรัทธาบริจากพระราชทรัพยเปนอันมากเปนจัตุปัจจัยทานถวายพระ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
cjb8wvvg4ywkkfrec3ee0fd6igmxj9p
290978
290977
2026-06-24T16:51:19Z
Lunlumita
12009
290978
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๖|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}}
๒ กฎให้ไว้แก่สังกะรีธรรมการพระสงฆราชาคณะอธิการฝ่ายคันฐธุระวิปัศนาธุระนอกกรุงในกรุงหัวเมืองเอกเมืองโทเมืองตรีเมืองจัตวาตะวันตกตะวันออกปากใต้ฝ่ายเหนือจงทั่ว
ด้วยสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรม<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ธรรม ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> อนันตาสำภาราดิเรกเอกพิบุลสุนธรราชศรัทธาเปนอัคมหาสาสะนูปถัมพกพระพุทธสาศนาจำเริญศรีสวัสดิทังพระบริญัติแลปติปติสาศนาให้ถาวรารุ่งเรืองไปเปนที่เลื่อมในนะมัศการบูชาแก่เทพยุดามนุษทังปวง เสดจ์ออกณะพระธินั่งดุษิดามหาปราสาทโดยบูรรพาภิมุข พร้อมด้วยอัคมหามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาโหราราชบัณฑิตยเฝ้าพระบาทบงกชมาศ จึ่งมีพระราชโองการดำหรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า
มีพระราชอุษาหมิได้คิดแก่พระกายแลพระชนมชีพจนได้ศิริ<ref>ก: ศรี</ref> ราชสมบัดิทั้งนี้ ด้วยตั้งพระไทยจะบำรุงพระบวรพุทธสาสนา ตามพระพุทธฎีกาว่า พระปาติโมกขสังวรวิไนยนี้ชื่อว่าพระสาศนา ถ้าพระภิกษุยังทรงพระปาติโมกขบริบูรรณอยู่ตราบใด ชื่อว่าพระสาศนายังตั้งอยู่ตราบนั้น เหดุฉนี้จึ่งทรงพระราชศรัทธาบริจากพระราชทรัพยเปนอันมากเปนจัตุปัจจัยทานถวายพระ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
exn5lvp49o8hsuhlebsu7mt38xxlifh
หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu/18
250
90001
290979
2026-06-24T16:51:46Z
Lunlumita
12009
/* Not proofread */
290979
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
aw53z5qbjllnpbg8whfcz0pcbr16hmj
290980
290979
2026-06-24T16:55:24Z
Lunlumita
12009
290980
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>สงฆ แลมีพระราชโอวาทานุสาศนตักเตือน เพื่อจะให้พระสงฆทังปวงในกรุงนอกกรุงเทพมหานครแลนานาประเทษให้ทรงพระปาติโมกขสังวรศีลบริสุทธิให้เปนเนื้อนาบุญแก่สัตวโลกย หว่านพืชนศรัทธาทำทานลงในเนื้อนาอันเลิศ จะได้เกิดผลเปนอันมาก ด้วยภูมพระภิกษุเปนภูมอันประเสริฐ ทรงพระวิไนยบันเทาโทษในกายจิตรแลวาจา มิได้คิดอาไลยด้วยญาติโยม จนแต่ว่ามานดามีปราถนาจะใคร่พบ ยังส้อนตัวเสิยมิให้มานดารู้จักตัว กลัวจะเปนตัณหาสันทวะเนื่องเข้ากับกามคุณเปนนิวรณคั่นมัคจิตรแลผลจิตร จึ่งน้อยจากโกรธจากโลภจากหลงให้เกิดสมุทเฉทวิมุตินิพานศุขได้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
mz8c2x4wdc35bk1pz3fxthockxftee8
290981
290980
2026-06-24T16:59:37Z
Lunlumita
12009
290981
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>สงฆ แลมีพระราชโอวาทานุสาศนตักเตือน เพื่อจะให้พระสงฆทังปวงในกรุงนอกกรุงเทพมหานครแลนานาประเทษให้ทรงพระปาติโมกขสังวรศีลบริสุทธิให้เปนเนื้อนาบุญแก่สัตวโลกย หว่านพืชนศรัทธาทำทานลงในเนื้อนาอันเลิศ จะได้เกิดผลเปนอันมาก ด้วยภูมพระภิกษุเปนภูมอันประเสริฐ ทรงพระวิไนยบันเทาโทษในกายจิตรแลวาจา มิได้คิดอาไลยด้วยญาติโยม จนแต่ว่ามานดามีปราถนาจะใคร่พบ ยังส้อนตัวเสิยมิให้มานดารู้จักตัว กลัวจะเปนตัณหาสันทวะเนื่องเข้ากับกามคุณเปนนิวรณคั่นมัคจิตรแลผลจิตร จึ่งน้อยจากโกรธจากโลภจากหลงให้เกิดสมุทเฉทวิมุตินิพานศุขได้
แลภิกษุสงฆทุกวันนี้ตั้งอยู่ในภูมอันประเสริฐแล้วมิได้รักษาพระปาติโมกขตามอะริยวงษประเพณี ประดิบัดเข้าระคลคบหาฆราวาศ ติดด้วยเบญจะกามคุณ มิได้เหนแก่พระสาศนา เหนแก่หน้าบุทคล รับของฝากเงินทองของฆราวาษ ๆ ก็มิได้คิดแก่พระสาศนา เข้าเปนญาติโยมประนิบัดด้วยเสน่หาอาไลย ให้กะปิจังหันแก่ภิกษุโดยคุณปัติคุณแก่กัน ให้เสิยศีลสิกขาบทไป ดุจหนึ่งสมีรักวัดบางหว้าใหญ่ รับเข้าของเงินทองอี่เพงไว้เปนอันมาก อี่เพงเปนกระบถโทษถึงตาย สิ่งของอี่เพงเปนของหลวงตามบทพระไอยการราชอะนาจักรสืบมาโดยบุราณราช<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
sri568cxrej8r8vwk3zwxbvxkfkk51e
290982
290981
2026-06-24T17:00:04Z
Lunlumita
12009
290982
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>สงฆ แลมีพระราชโอวาทานุสาศนตักเตือน เพื่อจะให้พระสงฆทังปวงในกรุงนอกกรุงเทพมหานครแลนานาประเทษให้ทรงพระปาติโมกขสังวรศีลบริสุทธิให้เปนเนื้อนาบุญแก่สัตวโลกย หว่านพืชนศรัทธาทำทานลงในเนื้อนาอันเลิศ จะได้เกิดผลเปนอันมาก ด้วยภูมพระภิกษุเปนภูมอันประเสริฐ ทรงพระวิไนยบันเทาโทษในกายจิตรแลวาจา มิได้คิดอาไลยด้วยญาติโยม จนแต่ว่ามานดามีปราถนาจะใคร่พบ ยังส้อนตัวเสิยมิให้มานดารู้จักตัว กลัวจะเปนตัณหาสันทวะเนื่องเข้ากับกามคุณเปนนิวรณคั่นมัคจิตรแลผลจิตร จึ่งน้อยจากโกรธจากโลภจากหลงให้เกิดสมุทเฉทวิมุตินิพานศุขได้
แลภิกษุสงฆทุกวันนี้ตั้งอยู่ในภูมอันประเสริฐแล้วมิได้รักษาพระปาติโมกขตามอะริยวงษประเพณี ประดิบัดเข้าระคลคบหาฆราวาศ ติดด้วยเบญจะกามคุณ มิได้เหนแก่พระสาศนา เหนแก่หน้าบุทคล รับของฝากเงินทองของฆราวาษ ๆ ก็มิได้คิดแก่พระสาศนา เข้าเปนญาติโยมประนิบัดด้วยเสน่หาอาไลย ให้กะปิจังหันแก่ภิกษุโดยคุณปัติคุณแก่กัน ให้เสิยศีลสิกขาบทไป ดุจหนึ่งสมีรักวัดบางหว้าใหญ่ รับเข้าของเงินทองอี่เพงไว้เปนอันมาก อี่เพงเปนกระบถโทษถึงตาย สิ่งของอี่เพงเปนของหลวงตามบทพระไอยการราชอะนาจักรสืบมาโดยบุราณราช<noinclude><!-- {{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}} -->{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
31onyx26iqmjqdoiwk8p93a3ppgrcep
290984
290982
2026-06-24T17:02:34Z
Lunlumita
12009
290984
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗|กฎพระสงฆ 10}}{{สต}}</noinclude>สงฆ แลมีพระราชโอวาทานุสาศนตักเตือน เพื่อจะให้พระสงฆทังปวงในกรุงนอกกรุงเทพมหานครแลนานาประเทษให้ทรงพระปาติโมกขสังวรศีลบริสุทธิให้เปนเนื้อนาบุญแก่สัตวโลกย หว่านพืชนศรัทธาทำทานลงในเนื้อนาอันเลิศ จะได้เกิดผลเปนอันมาก ด้วยภูมพระภิกษุเปนภูมอันประเสริฐ ทรงพระวิไนยบันเทาโทษในกายจิตรแลวาจา มิได้คิดอาไลยด้วยญาติโยม จนแต่ว่ามานดามีปราถนาจะใคร่พบ ยังส้อนตัวเสิยมิให้มานดารู้จักตัว กลัวจะเปนตัณหาสันทวะเนื่องเข้ากับกามคุณเปนนิวรณคั่นมัคจิตรแลผลจิตร จึ่งน้อยจากโกรธจากโลภจากหลงให้เกิดสมุทเฉทวิมุตินิพานศุขได้
แลภิกษุสงฆทุกวันนี้ตั้งอยู่ในภูมอันประเสริฐแล้วมิได้รักษาพระปาติโมกขตามอะริยวงษประเพณี ประดิบัดเข้าระคลคบหาฆราวาศ ติดด้วยเบญจะกามคุณ มิได้เหนแก่พระสาศนา เหนแก่หน้าบุทคล รับของฝากเงินทองของฆราวาษ ๆ ก็มิได้คิดแก่พระสาศนา เข้าเปนญาติโยมประนิบัดด้วยเสน่หาอาไลย ให้กะปิจังหันแก่ภิกษุโดยคุณปัติคุณแก่กัน ให้เสิยศีลสิกขาบทไป ดุจหนึ่งสมีรักวัดบางหว้าใหญ่ รับเข้าของเงินทอง{{ตตฉ|อี่เพง}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อี่เพง|ของอี่เพง}}</ref> ไว้เปนอันมาก อี่เพงเปนกระบถโทษถึงตาย สิ่งของอี่เพงเปนของหลวงตามบทพระไอยการราชอะนาจักรสืบมาโดยบุราณราช<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
lal4dy7vmv0hjyam9ywo1mhgccirilo
290985
290984
2026-06-24T17:03:29Z
Lunlumita
12009
290985
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lunlumita" />{{หสล|๗|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>สงฆ แลมีพระราชโอวาทานุสาศนตักเตือน เพื่อจะให้พระสงฆทังปวงในกรุงนอกกรุงเทพมหานครแลนานาประเทษให้ทรงพระปาติโมกขสังวรศีลบริสุทธิให้เปนเนื้อนาบุญแก่สัตวโลกย หว่านพืชนศรัทธาทำทานลงในเนื้อนาอันเลิศ จะได้เกิดผลเปนอันมาก ด้วยภูมพระภิกษุเปนภูมอันประเสริฐ ทรงพระวิไนยบันเทาโทษในกายจิตรแลวาจา มิได้คิดอาไลยด้วยญาติโยม จนแต่ว่ามานดามีปราถนาจะใคร่พบ ยังส้อนตัวเสิยมิให้มานดารู้จักตัว กลัวจะเปนตัณหาสันทวะเนื่องเข้ากับกามคุณเปนนิวรณคั่นมัคจิตรแลผลจิตร จึ่งน้อยจากโกรธจากโลภจากหลงให้เกิดสมุทเฉทวิมุตินิพานศุขได้
แลภิกษุสงฆทุกวันนี้ตั้งอยู่ในภูมอันประเสริฐแล้วมิได้รักษาพระปาติโมกขตามอะริยวงษประเพณี ประดิบัดเข้าระคลคบหาฆราวาศ ติดด้วยเบญจะกามคุณ มิได้เหนแก่พระสาศนา เหนแก่หน้าบุทคล รับของฝากเงินทองของฆราวาษ ๆ ก็มิได้คิดแก่พระสาศนา เข้าเปนญาติโยมประนิบัดด้วยเสน่หาอาไลย ให้กะปิจังหันแก่ภิกษุโดยคุณปัติคุณแก่กัน ให้เสิยศีลสิกขาบทไป ดุจหนึ่งสมีรักวัดบางหว้าใหญ่ รับเข้าของเงินทอง{{ตตฉ|อี่เพง}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อี่เพง|ของอี่เพง}}</ref> ไว้เปนอันมาก อี่เพงเปนกระบถโทษถึงตาย สิ่งของอี่เพงเปนของหลวงตามบทพระไอยการราชอะนาจักรสืบมาโดยบุราณราช<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
9clyvlgxxwvvyhzjlmc8x0g46nllxz1
290986
290985
2026-06-24T17:03:45Z
Lunlumita
12009
/* Proofread */
290986
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{หสล|๗|กฎพระสงฆ 2}}{{สต}}</noinclude>สงฆ แลมีพระราชโอวาทานุสาศนตักเตือน เพื่อจะให้พระสงฆทังปวงในกรุงนอกกรุงเทพมหานครแลนานาประเทษให้ทรงพระปาติโมกขสังวรศีลบริสุทธิให้เปนเนื้อนาบุญแก่สัตวโลกย หว่านพืชนศรัทธาทำทานลงในเนื้อนาอันเลิศ จะได้เกิดผลเปนอันมาก ด้วยภูมพระภิกษุเปนภูมอันประเสริฐ ทรงพระวิไนยบันเทาโทษในกายจิตรแลวาจา มิได้คิดอาไลยด้วยญาติโยม จนแต่ว่ามานดามีปราถนาจะใคร่พบ ยังส้อนตัวเสิยมิให้มานดารู้จักตัว กลัวจะเปนตัณหาสันทวะเนื่องเข้ากับกามคุณเปนนิวรณคั่นมัคจิตรแลผลจิตร จึ่งน้อยจากโกรธจากโลภจากหลงให้เกิดสมุทเฉทวิมุตินิพานศุขได้
แลภิกษุสงฆทุกวันนี้ตั้งอยู่ในภูมอันประเสริฐแล้วมิได้รักษาพระปาติโมกขตามอะริยวงษประเพณี ประดิบัดเข้าระคลคบหาฆราวาศ ติดด้วยเบญจะกามคุณ มิได้เหนแก่พระสาศนา เหนแก่หน้าบุทคล รับของฝากเงินทองของฆราวาษ ๆ ก็มิได้คิดแก่พระสาศนา เข้าเปนญาติโยมประนิบัดด้วยเสน่หาอาไลย ให้กะปิจังหันแก่ภิกษุโดยคุณปัติคุณแก่กัน ให้เสิยศีลสิกขาบทไป ดุจหนึ่งสมีรักวัดบางหว้าใหญ่ รับเข้าของเงินทอง{{ตตฉ|อี่เพง}}<ref group = "วซ">{{ลปร1|คผ|3|อี่เพง|ของอี่เพง}}</ref> ไว้เปนอันมาก อี่เพงเปนกระบถโทษถึงตาย สิ่งของอี่เพงเปนของหลวงตามบทพระไอยการราชอะนาจักรสืบมาโดยบุราณราช<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
0ogea116fq21fly4pgkzdxm3s9adrhh
คุยกับผู้ใช้:Paper2222
3
90002
290988
2026-06-25T08:12:21Z
New user message
1899
เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่
290988
wikitext
text/x-wiki
{{Template:Welcome|realName=|name=Paper2222}}
-- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 15:12, 25 มิถุนายน 2569 (+07)
o8yvkn2j7izyhpharpk2fjl45g8v2gm
ผู้ใช้:Paper2222
2
90003
290989
2026-06-25T08:14:18Z
Paper2222
12375
สร้างหน้าด้วย "https://en.wikipedia.org/wiki/User:Paper2222"
290989
wikitext
text/x-wiki
https://en.wikipedia.org/wiki/User:Paper2222
jafy1i3pvshftt3uyl9mnlv68gbyedd