วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.12
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 3/เรื่องที่ 3
0
33496
293898
293157
2026-07-25T14:06:57Z
Lucunculus
12427
293898
wikitext
text/x-wiki
{{ฉบับอื่น|พงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนชัย}}
{{header
| title = [[../../|ประชุมพงษาวดาร]] [[../|ภาคที่ 3]]
| year = 2457
| author =
| editor =
| translator =
| section = 3. พงษาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย
| contributor = พระยาศรีสิงหเทพ (หรุ่น)
| previous = [[../เรื่องที่ 2/]]
| next =
| notes =
| portal = ภาคเหนือของไทย
}}
<pages index="Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu" from="87" to="125"/>
i74abzjk5mqht9zygw1l5l3qy1f84dv
ผู้สร้างสรรค์:โรแบร์ แลงกาต์
102
37273
294232
187428
2026-07-26T08:02:14Z
Flamevine
11908
294232
wikitext
text/x-wiki
{{ผู้สร้างสรรค์
| ชื่อต้น = โรแบร์
| ชื่อท้าย = แลงกาต์
| ชื่อย่อ = ล
| เรียงชื่อ = yes
| ศักราช = พ.ศ.
| ปีเกิด = 2435
| ปีตาย = 2515
| รูป =
| บรรยายรูป = {{PAGENAME}}
| ตั้งตรง =
| อธิบาย = นักกฎหมายและศาสตราจารย์ด้านนิติศาสตร์ชาวฝรั่งเศส
}}
==งาน==
* {{ลปง|ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1||2482}} {{ลฟใน|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (1).djvu|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu|Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (3).djvu}}
* {{ลปง|ประวัติศาตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)||2478}} {{ลฟใน|Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu|Prawatti Sat Kot Mai Thai (2) 2491.djvu|Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu|Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu}}
==งานที่เกี่ยวข้อง==
* {{ลปง|สาส์นสมเด็จ/ภาค 22|ปี=2499|แสดง=สาส์นสมเด็จ ภาค 22}} {{ลฟใน|สสด (๒๒) ๒๔๙๙.pdf}}
{{ลมท}}
{{การควบคุมรายการหลักฐาน}}
[[หมวดหมู่:ผู้สร้างสรรค์ที่เป็นชาวฝรั่งเศส]]
[[หมวดหมู่:นักกฎหมาย]]
[[หมวดหมู่:ศาสตราจารย์]]
oldbjbs1i9tw0dwrl5ejkmksrmcrjrx
วิกิซอร์ซ:ผู้สร้างสรรค์/รายชื่อ
4
37447
293913
270281
2026-07-25T14:59:50Z
Lucunculus
12427
293913
wikitext
text/x-wiki
{{process header
| title = ผู้สร้างสรรค์
| section =
| previous = [[วิกิซอร์ซ:ผู้สร้างสรรค์|ดัชนีผู้สร้างสรรค์]]
| next =
| shortcut =
| notes = หน้านี่ประกอบด้วยรายชื่อผู้สร้างสรรค์ เรียงตามลำดับอักษร
}}
{{สารบัญขวา}}
==ก==
* {{ลผส|ก.ศ.ร. กุหลาบ}} (พ.ศ. 2377–2464)
* {{ลผส|จมื่นก่งศิลป์ (หรุ่น)|ก่งศิลป์ (หรุ่น), จมื่น}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา|กฤษณะ พึ่งบุญ}} (พ.ศ. 2448–2485)
* {{ลผส|กลีบ มหิธร}} (พ.ศ. 2419–2504)
* {{ลผส|อ็องตวน กลูซีเย|กลูซีเย, อ็องตวน}} (ค.ศ. ?–?)
* {{ลผส|พระยากัลยาณไมตรี (ฟรานซิส บี. แซร์)|กัลยาณไมตรี (ฟรานซิส บี. แซร์), พระยา}} (พ.ศ. 2428–2515)
* {{ลผส|ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา}} (พ.ศ. 2448–2485)
* {{ลผส|กิ่ง พึ่งบุญ ณ อยุธยา}} (ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2496)
* {{ลผส|เรอเน กียอง|กียอง, เรอเน}} (พ.ศ. 2419–2506)
* {{ลผส|กุหลาบ สายประดิษฐ์|กุหลาบ สายประดิษฐ์}} (พ.ศ. 2448–2517)
* {{ลผส|พระยาโกมารกุลมนตรี (ชื่น โกมารกุล ณ นคร)|โกมารกุลมนตรี (ชื่น โกมารกุล ณ นคร), พระยา}} (พ.ศ. 2434–2504)
* {{ลผส|เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน)|โกษาธิบดี (ปาน), เจ้าพระยา}} (พ.ศ. 2176–2242)
* {{ลผส|ขุนหลวงพระยาไกรสี (เปล่ง เวภาระ)|ไกรสี (เปล่ง เวภาระ), ขุนหลวงพระยา}} (พ.ศ. 2405–2444)
==ข==
* {{ลผส|พระยาขัติยะวงษา (เหลา ณ ร้อยเอ็จ)|ขัติยะวงษา (เหลา ณ ร้อยเอ็จ), พระยา}} (ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2448–2451)
==ค==
* {{ลผส|เจ้าพระยาคทาธรธรณินทร์ (เยีย)|คทาธรธรณินทร์ (เยีย), เจ้าพระยา}} (พ.ศ. ?–2435)
* {{ลผส|วอลเทอร์ เครน|เครน, วอลเทอร์}} (ค.ศ. 1845–1915)
* {{ลผส|เออร์เนสต์ วิลสัน เคลเมนต์|เคลเมนต์, เออร์เนสต์ วิลสัน}} (ค.ศ. 1860–1941)
* {{ลผส|เจสซี แคสเวลล์|แคสเวลล์, เจสซี}} (ค.ศ. 1809–1848)
==จ==
* {{ลผส|พระจรูญชวนะพัฒน์ (ทองสุก อินทรรัสมี)|จรูญชวนะพัฒน์ (ทองสุก อินทรรัสมี), พระ}} (พ.ศ. 2423–2474)
* {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว|จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ}} (พ.ศ. 2347–2411)
* {{ลผส|หลวงจักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ (วิสุทธิ์ ไกรฤกษ์)|จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ (วิสุทธิ์ ไกรฤกษ์), หลวง}} (พ.ศ. 2446–2501)
* {{ลผส|จิตร ภูมิศักดิ์}} (พ.ศ. 2473–2509)
* {{ลผส|พระยาจินดารักษ์ (จำลอง สวัสดิ์-ชูโต)|จินดารักษ์ (จำลอง สวัสดิ์-ชูโต), พระยา}} (พ.ศ. 2434–2509)
* {{ลผส|จุ้ยเยฺว่ชานเหริน}} (ค.ศ. ?–?)
* {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว|จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ}} (พ.ศ. 2396–2453)
* {{ลผส|พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์|จุลจักรพงษ์, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า}} (พ.ศ. 2451–2506)
* {{ลผส|พระเจนจีนอักษร (สุดใจ ตัณฑากาศ)|เจนจีนอักษร (สุดใจ ตัณฑากาศ), พระ}} (ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2460)
* {{ลผส|พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร)|เจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร), พระ}} (พ.ศ. 2426–2511)
* {{ลผส|โจว โหยว}} (ปฏิบัติงาน ค.ศ. 1628)
==ฉ==
* {{ลผส|ฉ่ำ ทองคำวรรณ}} (พ.ศ. 2440–2512)
* {{ลผส|เฉลียว ปทุมรส}} (พ.ศ. 2445–2498)
==ช==
* {{ลผส|วิลเลียม เชกสเปียร์|เชกสเปียร์, วิลเลียม}} (ค.ศ. 1564–1616)
* {{ลผส|จอห์น แฮสเซตต์ แชนด์เลอร์|แชนด์เลอร์, จอห์น แฮสเซตต์}} (ค.ศ. 1813–1891)
* {{ลผส|ยาขอบ|โชติ แพร่พันธุ์}} (พ.ศ. 2450–2499)
* {{ลผส|พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ฟัก โชติกสวัสดิ์)|โชฎึกราชเศรษฐี (ฟัก โชติกสวัสดิ์), พระยา}} (พ.ศ. 2371–2438)
==ซ==
* {{ลผส|ซูสีไทเฮา}} (ค.ศ. 1835–1908)
* {{ลผส|ยอร์ช เซเดส์|เซเดส์, ยอร์ช}} (ค.ศ. 1886–1969)
==ฐ==
* {{ลผส|รพินทรนาถ ฐากุร|ฐากุร, รพินทรนาถ}} (พ.ศ. 2404–2484)
==ณ==
* {{ลผส|ณรัชต์ เศวตนันทน์}} (พ.ศ. 2503–)
==ด==
* {{ลผส|วิลเลียม ดอลตัน|ดอลตัน, วิลเลียม}} (ค.ศ. 1821–1875)
* {{ลผส|พระยาดำรงแพทยาคุณ (ชื่น พุทธิแพทย์)|ดำรงแพทยาคุณ (ชื่น พุทธิแพทย์), พระยา}} (พ.ศ. 2424–2496)
* {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ|ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา}} (พ.ศ. 2405–2486)
* {{ลผส|หม่อมเจ้าดำรัสดำรงค์ เทวกุล|ดำรัสดำรงค์ เทวกุล, หม่อมเจ้า}} (พ.ศ. 2429–2487)
* {{ลผส|ดิเรก ชัยนาม}} (พ.ศ. 2447–2510)
* {{ลผส|จอห์น แดดลีย์|แดดลีย์, จอห์น}} (ค.ศ. 1767–1817)
==ต==
* {{ลผส|พระยาตรัง|ตรัง, พระยา}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|ตลกโวหาร}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช|ตากสินมหาราช, สมเด็จพระเจ้า}} (พ.ศ. 2277–2325)
==ถ==
* {{ลผส|ถนอม กิตติขจร}} (พ.ศ. 2454–2547)
* {{ลผส|ถนอม กี่บุญเรือง}} (มีชีวิตอยู่ในราว พ.ศ. 2490)
==ท==
* {{ลผส|พระยาทรงสุรเดช (เทพ พันธุมเสน)|ทรงสุรเดช (เทพ พันธุมเสน), พระยา}} (พ.ศ. 2435–2487)
* {{ลผส|ทองสืบ ศุภะมาร์ค}} (พ.ศ. 2442–?)
* {{ลผส|เจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค)|ทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยา}} (พ.ศ. 2356–2413)
* {{ลผส|หลวงเทพภักดี (นิ่ม)|เทพภักดี (นิ่ม), หลวง}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ|เทวะวงศ์วโรปการ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา}} (พ.ศ. 2401–2466)
* {{ลผส|เทียนวรรณ}} (พ.ศ. 2385–2458)
==ธ==
* {{ลผส|เจ้าฟ้าธรรมธิเบศไชยเชษฐ์สุริยวงศ์|ธรรมธิเบศไชยเชษฐ์สุริยวงศ์, เจ้าฟ้า}} (พ.ศ. 2448–2298)
* {{ลผส|เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา)|ธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา), เจ้าพระยา}} (พ.ศ. 2420–2486)
* {{ลผส|หลวงธรรมาภิมณฑ์ (ถึก จิตรกถึก)|ธรรมาภิมณฑ์ (ถึก จิตรกถึก), หลวง}} (พ.ศ. 2401–2471)
==น==
* {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์|นราธิปประพันธ์พงศ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ}} (พ.ศ. 2404–2474)
* {{ลผส|นายนรินทร์ธิเบศร์ (อิน)|นรินทร์ธิเบศร์ (อิน), นาย}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์|นริศรานุวัดติวงศ์, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้า}} (พ.ศ. 2406–2490)
* {{ลผส|สมเด็จพระนเรศวรมหาราช|นเรศวรมหาราช, สมเด็จพระ}} (พ.ศ. 2098–2148)
* {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์|นเรศรวรฤทธิ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ}} (พ.ศ. 2398–2468)
* {{ลผส|เอดวิน อาร์เทอร์ นอร์เบอรี|นอร์เบอรี, เอดวิน อาร์เทอร์}} (ค.ศ. 1849–1918)
* {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว|นั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ}} (พ.ศ. 2330–2394)
* {{ลผส|เนตร พูนวิวัฒน์}} (พ.ศ. 2434–2523)
==บ==
* {{ลผส|สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)|บรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค), สมเด็จเจ้าพระยา}} (พ.ศ. 2351–2425)
* {{ลผส|เจมส์ บรูก|บรูก, เจมส์}} (ค.ศ. 1803–1868)
* {{ลผส|หลวงบวรบรรณรักษ์ (นิยม รักไทย)|บวรบรรณรักษ์ (นิยม รักไทย), หลวง}} (พ.ศ. 2419–2489)
* {{ลผส|โจวันนี บอกกัชโช|บอกกัชโช, โจวันนี}} (ค.ศ. 1313–1375)
* {{ลผส|ราล์ฟ แอล. บอยซ์|บอยซ์, ราล์ฟ แอล.}} (พ.ศ. 2495–)
* {{ลผส|หม่อมหลวงบุปผา นิมมานเหมินท์|บุปผา นิมมานเหมินท์, หม่อมหลวง}} (พ.ศ. 2448–2506)
* {{ลผส|แอมโบรส กวินเน็ตต์ เบียร์ซ|เบียร์ซ, แอมโบรส กวินเน็ตต์}} (ค.ศ. 1842–1914)
* {{ลผส|แดน บีช แบรดลีย์|แบรดลีย์, แดน บีช}} (พ.ศ. 2347–2416)
* {{ลผส|พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์)|โบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์), พระยา}} (พ.ศ. 2415–2479)
==ป==
* {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว|ปกเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ}} (พ.ศ. 2436–2484)
* {{ลผส|หลวงประเจิดอักษรลักษณ์ (สมโภช อัศวนนท์)|ประเจิดอักษรลักษณ์ (สมโภช อัศวนนท์), หลวง}} (ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2480–2481)
* {{ลผส|พระยาประชากิจกรจักร์ (แช่ม บุนนาค)|ประชากิจกรจักร์ (แช่ม บุนนาค), พระยา}} (พ.ศ. ?–2450)
* {{ลผส|ประยุทธ์ จันทร์โอชา}} (พ.ศ. 2497–)
* {{ลผส|ปรีดี พนมยงค์}} (พ.ศ. 2443–2526)
* {{ลผส|เปรม ติณสูลานนท์}} (พ.ศ. 2463–2562)
* {{ลผส|เปาบุ้นจิ้น}} (ค.ศ. 999–1062)
* {{ลผส|ชาร์ล แปโร|แปโร, ชาร์ล}} (ค.ศ. 1628–1703)
* {{ลผส|แปลก พิบูลสงคราม}} (พ.ศ. 2440–2507)
==พ==
* {{ลผส|พระยาพจนสุนทร (เรือง อติเปรมานนท์)|พจนสุนทร (เรือง อติเปรมานนท์), พระยา}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|พระยาพณิชยศาสตร์วิธาน (อู๋ พรรธนะแพทย์)|พณิชยศาสตร์วิธาน (อู๋ พรรธนะแพทย์), พระยา}} (พ.ศ. 2433–2506)
* {{ลผส|สมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน|พนรัตน์ วัดพระเชตุพน, สมเด็จพระ}} (พ.ศ. 2227–?)
* {{ลผส|พระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ)|พรหมมุนี (ผิน สุวโจ), พระ}} (พ.ศ. 2437–2504)
* {{ลผส|หมื่นพรหมสมพัตสร (มี)|พรหมสมพัตสร (มี), หมื่น}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|เจ้าพระยาพระคลัง (หน)|พระคลัง (หน), เจ้าพระยา}} (พ.ศ. ?–2348)
* {{ลผส|เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล)|พระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล), เจ้าพระยา}} (พ.ศ. 2410–2459)
* {{ลผส|พระยาพลางกูรธรรมพิจัย (เผดิม พลางกูร)|พลางกูรธรรมพิจัย (เผดิม พลางกูร), พระ}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน)|พหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน), พระยา}} (พ.ศ. 2430–2490)
* {{ลผส|เบียทริกซ์ พอตเทอร์|พอตเทอร์, เบียทริกซ์}} (ค.ศ. 1866–1943)
* {{ลผส|พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ (สุหร่าย วัชราภัย)|พิจารณาปฤชามาตย์ (สุหร่าย วัชราภัย), พระยา}} (พ.ศ. 2412–2470)
* {{ลผส|พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์|พิทยาลงกรณ์, พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่น}} (พ.ศ. 2419–2488)
* {{ลผส|พระพินิจชนคดี (พินิจ อินทรทูต)|พินิจชนคดี (พินิจ อินทรทูต), พระ}} (พ.ศ. ?–2513)
* {{ลผส|พี่น้องกริมม์}} (คริสต์ศตวรรษที่ 18–19)
* {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช|พุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช, พระบาทสมเด็จพระ}} (พ.ศ. 2279–2352)
* {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย|พุทธเลิศหล้านภาลัย, พระบาทสมเด็จพระ}} (พ.ศ. 2310–2367)
* {{ลผส|หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล|พูนพิศมัย ดิศกุล, หม่อมเจ้า}} (พ.ศ. 2438–2533)
* {{ลผส|แบร์รี เพน|เพน, แบร์รี}} (ค.ศ. 1864–1928)
==ภ==
* {{ลผส|สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช|ภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช, สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้า}} (พ.ศ. 2403–2471)
* {{ลผส|เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค)|ภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค), เจ้าพระยา}} (พ.ศ. 2393–2463)
* {{ลผส|พระยาภิรมย์ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร)|ภิรมย์ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร), พระยา}} (พ.ศ. 2415–2493)
* {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร|ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, พระบาทสมเด็จพระมหา}} (พ.ศ. 2470–2559)
==ม==
* {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว|มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ}} (พ.ศ. 2424–2468)
* {{ลผส|มนูญ บริสุทธิ์}} (พ.ศ. 2451–2521)
* {{ลผส|พระยามโนปกรณ์นิติธาดา (ก้อน หุตะสิงห์)|มโนปกรณนิติธาดา (ก้อน หุตะสิงห์), พระยา}} (พ.ศ. 2427–2491)
* {{ลผส|พระมหามนตรี (ทรัพย์)|มหามนตรี (ทรัพย์), พระ}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|เจ้าพระยามหาศิริธรรม (น้อยใหญ่)|มหาศิริธรรม (น้อยใหญ่), เจ้าพระยา}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ)|มหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ), พระยา}} (พ.ศ. ?–2446)
* {{ลผส|เจ้าพระยามหิธร (ลออ ไกรฤกษ์)|มหิธร (ลออ ไกรฤกษ์), เจ้าพระยา}} (พ.ศ. 2417–2499)
* {{ลผส|พระยามหิธรมนูปกรณ์โกศลคุณ (โทกิจิ มาซาโอะ)|มหิธรมนูปกรณ์โกศลคุณ (โทกิจิ มาซาโอะ), พระยา}} (พ.ศ. 2414–2464)
* {{ลผส|เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง (เพ็ง เพ็ญกุล)|มหินทรศักดิ์ธำรง (เพ็ง เพ็ญกุล), เจ้าพระยา}} (พ.ศ. 2364–2437)
* {{ลผส|มาลัย ชูพินิจ}} (พ.ศ. 2449–2506)
* {{ลผส|เบนิโต มุสโสลินี|มุสโสลินี, เบนิโต}} (ค.ศ. 1883–1945)
* {{ลผส|พระยาเมธาธิบดี (สาตร สุทธเสถียร)|เมธาธิบดี (สาตร สุทธเสถียร), พระยา}} (พ.ศ. 2422–2499)
* {{ลผส|จอร์จ เฮนรี เมสัน|เมสัน, จอร์จ เฮนรี}} (ค.ศ. 1770–1851)
* {{ลผส|เบอร์นาร์ด เมียลล์|เมียลล์, เบอร์นาร์ด}} (ค.ศ. 1876–1953)
* {{ลผส|วิลเลียม แมกคัลล็อค|แมกคัลล็อค, วิลเลียม}} (ค.ศ. 1782–1816)
* {{ลผส|ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา|ไม้ เมืองเดิม}} (พ.ศ. 2448–2485)
==ย==
* {{ลผส|เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)|ยมราช (ปั้น สุขุม), เจ้าพระยา}} (พ.ศ. 2405–2481)
* {{ลผส|พระยอดเมืองขวาง (ขำ ยอดเพชร)|ยอดเมืองขวาง (ขำ ยอดเพชร), พระ}} (พ.ศ. 2395–2443)
* {{ลผส|เออร์เนสต์ ยัง|ยัง, เออร์เนสต์}} (ค.ศ. 1869–1952)
* {{ลผส|ยาขอบ}} (พ.ศ. 2450–2499)
* {{ลผส|ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร}} (พ.ศ. 2510–)
==ร==
* {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์|ราชบุรีดิเรกฤทธิ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวง}} (พ.ศ. 2417–2463)
* {{ลผส|พระยาราชพินิจจัย (อุทัยวรรณ อมาตยกุล)|ราชพินิจจัย (อุทัยวรรณ อมาตยกุล), พระยา}} (พ.ศ. 2418–2487)
* {{ลผส|พระยาราชเสนา (ศิริ เทพหัสดิน ณ อยุธยา)|ราชเสนา (ศิริ เทพหัสดิน ณ อยุธยา), พระยา}} (พ.ศ. 2424–2517)
* {{ลผส|พระราชาภิรมย์ (แจ่ม บูรณะนนท์)|ราชาภิรมย์ (แจ่ม บูรณะนนท์), พระ}} (พ.ศ. 2409–2499)
* {{ลผส|พระยารามบัณฑิตสิทธิเศรณี (เซี้ยง สุวงศ์)|รามบัณฑิตสิทธิเศรณี (เซี้ยง สุวงศ์), พระยา}} (พ.ศ. 2431–2475)
==ล==
* {{ลผส|พระนางเธอ ลักษมีลาวัณ|ลักษมีลาวัณ, พระนางเธอ}} (พ.ศ. 2442–2504)
* {{ลผส|วลาดีมีร์ เลนิน|เลนิน, วลาดีมีร์}} (ค.ศ. 1870–1924)
* {{ลผส|โรแบร์ แลงกาต์|แลงกาต์, โรแบร์}} (พ.ศ. 2435–2515)
* {{ลผส|ชาลส์ แลมบ์|แลมบ์, ชาลส์}} (ค.ศ. 1775–1834)
==ว==
* {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท|วงศาธิราชสนิท, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวง}} (พ.ศ. 2351–2414)
* {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว|วชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ}} (พ.ศ. 2495–)
* {{ลผส|สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส|วชิรญาณวโรรส, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา}} (พ.ศ. 2403–2464)
* {{ลผส|ขุนวรกิจโกศล (ถวิล ระวังภัย)|วรกิจโกศล (ถวิล ระวังภัย), ขุน}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|วรเจตน์ ภาคีรัตน์}} (พ.ศ. 2512–)
* {{ลผส|หลวงวิจิตรวาทการ (วิจิตร วิจิตรวาทการ)|วิจิตรวาทการ (วิจิตร วิจิตรวาทการ), หลวง}} (พ.ศ. 2441–2505)
* {{ลผส|พระยาวิเชียรคีรี (ชม ณ สงขลา)|วิเชียรคีรี (ชม ณ สงขลา), พระยา}} (พ.ศ. 2397–2447)
* {{ลผส|เจ้าพระยาวิเชียรคีรี (บุญสัง)|วิเชียรคีรี (บุญสัง), เจ้าพระยา}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|พระวิเชียรปรีชา (น้อย)|วิเชียรปรีชา (น้อย), พระ}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|วิเชียร วิริยะประสิทธิ์}} (พ.ศ. ?–)
* {{ลผส|พระวิทยประจง (จ่าง โชติจิตรกะ)|วิทยประจง (จ่าง โชติจิตรกะ), พระ}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|พระวิภาชน์วิทยาสิทธิ์ (สังข์ พุกกะเวส)|วิภาชน์วิทยาสิทธิ์ (สังข์ พุกกะเวส), พระ}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|หลวงวิศาลดรุณกร (อั้น สาริกบุตร)|วิศาลดรุณกร (อั้น สาริกบุตร), หลวง}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|กราบรีแยล-ซูซาน เดอ วีย์เนิฟ|วีย์เนิฟ, กราบรีแยล-ซูซาน เดอ}} (ค.ศ. 1685–1755)
* {{ลผส|ฌูล แวร์น|แวร์น, ฌูล}} (ค.ศ. 1828–1905)
* {{ลผส|ออสการ์ โอฟลาเฮอร์ที วิลส์ ไวลด์|ไวลด์, ออสการ์ โอฟลาเฮอร์ที วิลส์}} (ค.ศ. 1854–1900)
==ศ==
* {{ลผส|พระยาศรีธรรมราช (ทองคำ กาญจนโชติ)|ศรีธรรมราช (ทองคำ กาญจนโชติ), พระยา}} (พ.ศ. 2427–2497)
* {{ลผส|เจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช (เวก บุณยรัตพันธุ์)|ศรีธรรมาธิราช (เวก บุณยรัตพันธุ์), เจ้าพระยา}} (พ.ศ. 2384–2452)
* {{ลผส|ศรีปราชญ์}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง|ศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สมเด็จพระ}} (พ.ศ. 2407–2462)
* {{ลผส|หลวงศรีภาษะเวทิน (ไล่เต้ก สิริสิงห)|ศรีภาษะเวทิน (ไล่เต้ก สิริสิงห), หลวง}} (พ.ศ. 2444–2506)
* {{ลผส|ศรีรัศมิ์ สุวะดี|ศรีรัศมิ์ สุวะดี}} (พ.ศ. 2514–)
* {{ลผส|หลวงศรีวรวัตร (พิณ จันทโรจวงศ์)|ศรีวรวัตร (พิณ จันทโรจวงศ์), หลวง}} (พ.ศ. 2414–2480)
* {{ลผส|ครูบาศรีวิชัย|ศรีวิชัย, ครูบา}} (พ.ศ. 2421–2482)
* {{ลผส|พระยาศรีวิสารวาจา (เทียนเลี้ยง ฮุนตระกูล)|ศรีวิสารวาจา (เทียนเลี้ยง ฮุนตระกูล), พระยา}} (พ.ศ. 2439–2511)
* {{ลผส|พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)|ศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร), พระยา}} (พ.ศ. 2365–2434)
* {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์|ศรีเสาวภางค์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า}} (พ.ศ. 2405–2432)
* {{ลผส|หลวงศรีอมรญาณ (ชัยศรี ศรีอมร)|ศรีอมรญาณ (ชัยศรี ศรีอมร), หลวง}} (พ.ศ. 2434–2507)
* {{ลผส|ศิลป พีระศรี}} (พ.ศ. 2435–2505)
==ส==
<!-- ส -->
* {{ลผส|ส. ธรรมยศ|ส. ธรรมยศ}} (พ.ศ. 2457–2495)
<!-- สก -->
* {{ลผส|เจมส์ จอร์จ สกอตต์|สกอตต์, เจมส์ จอร์จ}} (ค.ศ. 1851–1935)
<!-- สต -->
* {{ลผส|เรย์มอนด์ บาร์ตเลตต์ สตีเวนส์|สตีเวนส์, เรย์มอนด์ บาร์ตเลตต์}} (ค.ศ. 1874–1942)
<!-- สม -->
* {{ลผส|สมชาย พุ่มสอาด}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์|สมมตอมรพันธุ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ}} (พ.ศ. 2403–2458)
* {{ลผส|ขุนสมาหารหิตะคดี (โป๊ โปรคุปต์)|สมาหารหิตะคดี (โป๊ โปรคุปต์), ขุน}} (พ.ศ. ?–2488)
* {{ลผส|แมลคัม อาร์เทอร์ สมิท|สมิท, แมลคัม อาร์เทอร์}} (ค.ศ. 1875–1958)
<!-- สร -->
* {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์|สรรพสิทธิประสงค์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวง}} (พ.ศ. 2400–2465)
<!-- สฤ -->
* {{ลผส|สฤษดิ์ ธนะรัชต์}} (พ.ศ. 2451–2506)
<!-- สว -->
* {{ลผส|นายสวน มหาดเล็ก|สวน มหาดเล็ก, นาย}} (พ.ศ. ?–?)
<!-- สา -->
* {{ลผส|พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา|สายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา, พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้า}} (พ.ศ. 2406–2472)
* {{ลผส|พระสารประเสริฐ (ตรี นาคะประทีป)|สารประเสริฐ (ตรี นาคะประทีป), พระ}} (พ.ศ. 2432–2488)
* {{ลผส|พระสารสาสน์พลขันธ์ (เยโรลาโม เอมิลิโอ เยรินี)|สารสาสน์พลขันธ์ (เยโรลาโม เอมิลิโอ เยรินี), พระ}} (ค.ศ. 1806–1913)
<!-- สิ -->
* {{ลผส|หลวงสิกขกิจบริหาร (อยู่ มีนะกนิษฐ)|สิกขกิจบริหาร (อยู่ มีนะกนิษฐ), หลวง}} (พ.ศ. 2426–2479)
* {{ลผส|หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร|สิทธิพร กฤดากร, หม่อมเจ้า}} (พ.ศ. 2426–2514)
* {{ลผส|หลวงสิทธิสยามการ (สิทธิ ฮุนตระกูล)|สิทธิสยามการ (สิทธิ ฮุนตระกูล), หลวง}} (พ.ศ. 2444–2506)
* {{ลผส|สิน เฉลิมเผ่า}} (พ.ศ. 2447–2506)
* {{ลผส|เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี|สินีนาฏ พิลาสกัลยาณี, เจ้าคุณพระ}} (พ.ศ. 2528–)
* {{ลผส|สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง|สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สมเด็จพระนางเจ้า}} (พ.ศ. 2475–)
<!-- สุ -->
* {{ลผส|สุกิจ นิมมานเหมินท์}} (พ.ศ. 2449–2519)
* {{ลผส|สุข เปรุนาวิน}} (พ.ศ. 2452–2514)
* {{ลผส|พระยาสุจริตธรรมพิศาล (ละออ แพ่งสภา)|สุจริตธรรมพิศาล (ละออ แพ่งสภา), พระยา}} (พ.ศ. 2434–2474)
* {{ลผส|พระยาสุนทรเทพกิจจารักษ์ (ทอง จันทรางศุ)|สุนทรเทพกิจจารักษ์ (ทอง จันทรางศุ), พระยา}} (พ.ศ. 2423–2474)
* {{ลผส|พระยาสุนทรพิพิธ (เชย สุนทรพิพิธ)|สุนทรพิพิธ (เชย สุนทรพิพิธ), พระยา}} (พ.ศ. 2434–2516)
* {{ลผส|สุนทรภู่}} (พ.ศ. 2329–2398)
* {{ลผส|พระสุนทรราชเดช (แข้ ปะทุมชาติ)|สุนทรราชเดช (แข้ ปะทุมชาติ), พระ}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|กิ่ง พึ่งบุญ ณ อยุธยา|สุมทุม บุญเกื้อ}} (ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2496)
* {{ลผส|หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล|สุมนชาติ สวัสดิกุล, หม่อมราชวงศ์}} (พ.ศ. 2453–2507)
* {{ลผส|คุณหญิงสุรบดินทรสุรินทรฦๅชัย (ชอุ่ม จารุจินดา)|สุรบดินทรสุรินทรฦๅชัย (ชอุ่ม จารุจินดา), คุณหญิง}} (พ.ศ. 2429–2516)
* {{ลผส|พระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล)|สุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล), พระยา}} (พ.ศ. 2418–2485)
* {{ลผส|พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช|สุริยพงษ์ผริตเดช, พระเจ้า}} (พ.ศ. 2374–2461)
* {{ลผส|คุณสุวรรณ|สุวรรณ, คุณ}} (พ.ศ. 2351–2418)
* {{ลผส|สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข}} (พ.ศ. 2504–)
<!-- สว -->
* {{ลผส|สฺวี่ จ้งหลิน}} (ค.ศ. 1567 – ราว ค.ศ. 1620)
<!-- สอ -->
* {{ลผส|สอ เสถบุตร}} (พ.ศ. 2446–2513)
<!-- เส -->
* {{ลผส|เสริม วินิจฉัยกุล}} (พ.ศ. 2450–2528)
<!-- แส -->
* {{ลผส|พระแสงสิทธิการ (แสง นนทสุต)|แสงสิทธิการ (แสง นนทสุต), พระ}} (พ.ศ. ?–?)
==ห==
* {{ลผส|หรีด เรืองฤทธิ์}} (พ.ศ. 2444–2512)
* {{ลผส|หลัว กว้านจง}} (ค.ศ. 1330–1400)
* {{ลผส|หลิน อฺวี่ถัง}} (ค.ศ. 1895–1976)
* {{ลผส|หลี อฺวี่ถัง}} (ค.ศ. 1785–?)
* {{ลผส|พระเจ้าหลุยส์ที่ 16|หลุยส์ที่ 16, พระเจ้า}} (ค.ศ. 1754–1793)
* {{ลผส|เหม เวชกร}} (พ.ศ. 2446–2512)
* {{ลผส|เหรียญ ศรีจันทร์}} (พ.ศ. 2435–2513)
* {{ลผส|พระยาโหราธิบดี (แหยม วัชรโชติ)|โหราธิบดี (แหยม วัชรโชติ), พระยา}} (พ.ศ. 2411–2494)
==อ==
* {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอดิสัยสุริยาภา|อดิสัยสุริยาภา, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า}} (พ.ศ. 2433–2506)
* {{ลผส|อนันต์ คุณานุรักษ์}} (พ.ศ. 2439–2512)
* {{ลผส|พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ)|อนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ), พระยา}} (พ.ศ. 2431–2512)
* {{ลผส|หลวงอนุสรณ์สิทธิกรรม (บัว ณ นคร)|อนุสรณ์สิทธิกรรม (บัว ณ นคร), หลวง}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|เจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ (โรลังยัคมินส์)|อภัยราชาสยามานุกูลกิจ (โรลังยัคมินส์), เจ้าพระยา}} (พ.ศ. 2378–2445)
* {{ลผส|หลวงอรรถวินิจเนตินาท (สวัสดิ์ คทวณิช)|อรรถวินิจเนตินาท (สวัสดิ์ คทวณิช), หลวง}} (พ.ศ. ?–2528)
* {{ลผส|สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริ)|อริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริ), สมเด็จพระ}} (พ.ศ. 2439–2516)
* {{ลผส|หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์|อากาศดำเกิง รพีพัฒน์, หม่อมเจ้า}} (พ.ศ. 2447–2475)
* {{ลผส|พระอาจวิทยาคม (ยอร์ช บี. แมคฟาร์แลนด์)|อาจวิทยาคม (ยอร์ช บี. แมคฟาร์แลนด์), พระ}} (พ.ศ. 2409–2485)
* {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล|อานันทมหิดล, พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหา}} (พ.ศ. 2468–2489)
* {{ลผส|พระยาอาหารบริรักษ์ (ผึ่ง ชูโต)|อาหารบริรักษ์ (ผึ่ง ชูโต), พระยา}} (พ.ศ. 2404–2466)
* {{ลผส|หลวงอำนวยจีนพากย์ (ไต้เงี้ยบ กาญจนสิงห์)|อำนวยจีนพากย์ (ไต้เงี้ยบ กาญจนสิงห์), หลวง}} (พ.ศ. 2407–2484)
* {{ลผส|พระยาอินทรมนตรีศรีจันทรกุมาร (ฟรานซิส เฮนรี ไจลส์)|อินทรมนตรีศรีจันทรกุมาร (ฟรานซิส เฮนรี ไจลส์), พระยา}} (พ.ศ. 2412–2494)
* {{ลผส|พระอินทวิทุรวิบุลประชาบดี (ปุ่น ปูรณโชติ)|อินทวิทุรวิบุลประชาบดี (ปุ่น ปูรณโชติ), พระ}} (พ.ศ. ?–?)
* {{ลผส|พระยาอุดมราชภักดี (โถ สุจริตกุล)|อุดมราชภักดี (โถ สุจริตกุล), พระยา}} (พ.ศ. 2435–2502)
* {{ลผส|จอห์น แอนเดอร์สัน|แอนเดอร์สัน, จอห์น}} (ค.ศ. 1833–1900)
[[หมวดหมู่:ผู้สร้างสรรค์เรียงตามลำดับอักษร| ]]
tg9ifubyvz5li89ilg2pwkvjr5q6x6d
ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu
252
45409
294068
246856
2026-07-26T04:50:34Z
Flamevine
11908
294068
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)]]
|ภาษา=th
|เล่ม=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 1|เล่ม 1]]
|ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|โรแบร์ แลงกาต์}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง}}
|สถานที่=พระนคร
|ปี=2491
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=C
|การผสานหน้า=no
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1to4 = -
5 = ก
6 = ข
7 = 1
77 = -
1to77 = thai
/>
|ชุดเล่ม={{ชุดเล่ม ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=; สารบัญ
# คำนำ (น. - [4])
# สารบาญ (น. ก)
# บทนำทั่วไป (น. 1)
# บทที่ 1 (น. 16)
# บทที่ 2 (น. 37)
# บทที่ 3 (น. 55)
|Width=
|Css=
|Header={{หสล|{{{pagenum}}}|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}
|Footer={{หสล|{{สี|white|{{{pagenum}}}}}|4=ม.ธ.ก.|5=ม.ธ.ก.}}
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีตำรากฎหมาย]]
9lxj5rrsk5211lttzr1b3j3b5h9ysax
294069
294068
2026-07-26T04:50:45Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[ดัชนี:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu]] ไปยัง [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu]]: เปลี่ยนชื่อ
294068
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)]]
|ภาษา=th
|เล่ม=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 1|เล่ม 1]]
|ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|โรแบร์ แลงกาต์}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง}}
|สถานที่=พระนคร
|ปี=2491
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=C
|การผสานหน้า=no
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1to4 = -
5 = ก
6 = ข
7 = 1
77 = -
1to77 = thai
/>
|ชุดเล่ม={{ชุดเล่ม ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=; สารบัญ
# คำนำ (น. - [4])
# สารบาญ (น. ก)
# บทนำทั่วไป (น. 1)
# บทที่ 1 (น. 16)
# บทที่ 2 (น. 37)
# บทที่ 3 (น. 55)
|Width=
|Css=
|Header={{หสล|{{{pagenum}}}|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}
|Footer={{หสล|{{สี|white|{{{pagenum}}}}}|4=ม.ธ.ก.|5=ม.ธ.ก.}}
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีตำรากฎหมาย]]
9lxj5rrsk5211lttzr1b3j3b5h9ysax
294091
294069
2026-07-26T05:22:49Z
Flamevine
11908
294091
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)]]
|ภาษา=th
|เล่ม=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 1|เล่ม 1]]
|ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|โรแบร์ แลงกาต์}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง}}
|สถานที่=พระนคร
|ปี=2491
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=C
|การผสานหน้า=no
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1to4 = -
5 = ก
6 = ข
7 = 1
77 = -
1to77 = thai
/>
|ชุดเล่ม={{ชุดเล่ม ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=; สารบัญ
# คำนำ (น. - [4])
# สารบาญ (น. ก)
# บทนำทั่วไป (น. 1)
# บทที่ 1 (น. 16)
# บทที่ 2 (น. 37)
# บทที่ 3 (น. 55)
|Width=
|Css=
|Header={{หสล|{{{pagenum}}}|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}
|Footer={{ซ|ม.ธ.ก.}}
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีตำรากฎหมาย]]
tkzop2adsz6w0yqcpid1qy29gscqdfb
ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu
252
45410
294130
216007
2026-07-26T06:35:49Z
Flamevine
11908
294130
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)]]
|ภาษา=th
|เล่ม=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 3|เล่ม 3]]
|ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|โรแบร์ แลงกาต์}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง}}
|สถานที่=พระนคร
|ปี=2480
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=C
|การผสานหน้า=no
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1to219 = thai
1to3 = -
4 = ก
5 = ข
6 = ค
7 = ง
8 = จ
9 = -
10 = 1
219 = -
/>
|ชุดเล่ม={{ชุดเล่ม ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=; สารบัญ
# คำนำ (น. ก)
# สารบาญ (น. ค)
# บทที่ 1 (น. 1)
# บทที่ 2 (น. 28)
# บทที่ 3 (น. 85)
# บทที่ 4 (น. 156)
# บทที่ 5 (น. 196)
|Width=
|Css=
|Header={{หสล|{{{pagenum}}}|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}
|Footer={{ซ|ม.ธ.ก.}}
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีตำรากฎหมาย]]
lwnnrvbc0ea4x4m16kacxy7db3ok17b
294131
294130
2026-07-26T06:36:03Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[ดัชนี:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๐.pdf]] ไปยัง [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu]]: เปลี่ยนชื่อ
294130
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)]]
|ภาษา=th
|เล่ม=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 3|เล่ม 3]]
|ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|โรแบร์ แลงกาต์}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง}}
|สถานที่=พระนคร
|ปี=2480
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=C
|การผสานหน้า=no
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1to219 = thai
1to3 = -
4 = ก
5 = ข
6 = ค
7 = ง
8 = จ
9 = -
10 = 1
219 = -
/>
|ชุดเล่ม={{ชุดเล่ม ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=; สารบัญ
# คำนำ (น. ก)
# สารบาญ (น. ค)
# บทที่ 1 (น. 1)
# บทที่ 2 (น. 28)
# บทที่ 3 (น. 85)
# บทที่ 4 (น. 156)
# บทที่ 5 (น. 196)
|Width=
|Css=
|Header={{หสล|{{{pagenum}}}|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}
|Footer={{ซ|ม.ธ.ก.}}
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีตำรากฎหมาย]]
lwnnrvbc0ea4x4m16kacxy7db3ok17b
ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu
252
45411
294222
221549
2026-07-26T07:39:05Z
Flamevine
11908
294222
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)]]
|ภาษา=th
|เล่ม=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 3|เล่ม 3]]
|ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|โรแบร์ แลงกาต์}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง}}
|สถานที่=พระนคร
|ปี=2483
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=C
|การผสานหน้า=no
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1to99 = thai
1to2 = -
3 = ก
4 = ข
5 = ก
6 = ข
7 = 1
97to99 = -
/>
|ชุดเล่ม={{ชุดเล่ม ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=
|Width=
|Css=
|Header={{หสล|{{{pagenum}}}|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}
|Footer={{ข|ม.ธ.ก.}}
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีตำรากฎหมาย]]
2fgmh1h26o2rj1ztczlr943s5ky433t
294223
294222
2026-07-26T07:39:26Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[ดัชนี:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu]] ไปยัง [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu]]: เปลี่ยนชื่อ
294222
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)]]
|ภาษา=th
|เล่ม=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 3|เล่ม 3]]
|ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|โรแบร์ แลงกาต์}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง}}
|สถานที่=พระนคร
|ปี=2483
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=C
|การผสานหน้า=no
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1to99 = thai
1to2 = -
3 = ก
4 = ข
5 = ก
6 = ข
7 = 1
97to99 = -
/>
|ชุดเล่ม={{ชุดเล่ม ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=
|Width=
|Css=
|Header={{หสล|{{{pagenum}}}|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}
|Footer={{ข|ม.ธ.ก.}}
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีตำรากฎหมาย]]
2fgmh1h26o2rj1ztczlr943s5ky433t
294226
294223
2026-07-26T07:45:32Z
Flamevine
11908
294226
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)]]
|ภาษา=th
|เล่ม=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 4|เล่ม 4]]
|ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|โรแบร์ แลงกาต์}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง}}
|สถานที่=พระนคร
|ปี=2483
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=C
|การผสานหน้า=no
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1to99 = thai
1to2 = -
3 = ก
4 = ข
5 = ก
6 = ข
7 = 1
97to99 = -
/>
|ชุดเล่ม={{ชุดเล่ม ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=
|Width=
|Css=
|Header={{หสล|{{{pagenum}}}|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}
|Footer={{ข|ม.ธ.ก.}}
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีตำรากฎหมาย]]
l6qr7ue668vp5dv25w0xp6npi7k2cy7
294231
294226
2026-07-26T07:59:31Z
Flamevine
11908
294231
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)]]
|ภาษา=th
|เล่ม=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 4|เล่ม 4]]
|ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|โรแบร์ แลงกาต์}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง}}
|สถานที่=พระนคร
|ปี=2483
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=C
|การผสานหน้า=no
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1to99 = thai
1to2 = -
3 = ก
4 = ข
5 = ก
6 = ข
7 = 1
97to99 = -
/>
|ชุดเล่ม={{ชุดเล่ม ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=; สารบัญ
# สารบาญ (น. ก)
# หมวด 1 (น. 1)
# หมวด 2 (น. 13)
# หมวด 3 (น. 32)
# หมวด 4 (น. 50)
# หมวด 5 (น. 74)
|Width=
|Css=
|Header={{หสล|{{{pagenum}}}|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}
|Footer={{ข|ม.ธ.ก.}}
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีตำรากฎหมาย]]
hq88fjkchg567sj7bgayetnha3v9gk4
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/26
250
51638
294042
246776
2026-07-26T04:43:12Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/207]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/26]]: เปลี่ยนชื่อ
161293
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="YURi" />{{หสล2|1=1|2=๑๙๐|3=การละเมิดที่กระทำต่อตัวบุคคล|7=ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>บัญญัติใหม่นีออกประกาศให้ใช้แต่ปี พ.ศ. ๒๒๕๗ (๑) ดงนจงเบนที่ เห็นได้ว่ากฎหมายลักษณะกรมศักดิ์นี้ เบ็นบทกฎหมายที่ได้รับความ แก้ไขปรับปรุงมามากในยุคต่าง ๆ กัน กฎหมายนี้ทั้งบทว่าเป็นปีใดบีหนึ่งลงไปไม่ได้ ะ 4% จึงจะทำให้กำหนดบีของบท *ะ 4 มๆ 4 4
เงินปรับลำหรับบรรดาการละเมิดซิงจะกล่าวในบทนี้ ยอมจะ แบ่งเป็นของรัฐกิ่งหนึ่ง เป็นของผู้ถูกละเมิดกึ่งหนึ่ง กิงหา ดั้งเช่นได้ บ บ บ อธบายแลวข้างตน.
การด่าและการทำร้ายร่างกาย ๑.
35 ความจริงในหมวดนี้ จะต้องมีการกล่าวถึงการละเมิดเป็น สองอย่างต่างกันคือการด่าอย่างหนึ่ง การทำร้ายร่างกายอีกอย่างหนึ่ง แต่เห็นว่าควรจะรวมกล่าวไปเสียด้วยกัน เพราะมีหลักอยู่หลายอย่าง 4 บ 6 ะ ที่ใช้ได้เหมือนกันแก่การละเมิดทั้งสองอย่างนี้ ะ 1 . ๕
การคำนวณเงินปรับลำหรับการละเมิดทั้ง สอง อย่าง นออก จะ ยากยุ่งสับสนอยู่ เพราะต้อง ราะห์ถึง (๑) สภาพของการละเมีด (๒) ศักดิ์ของผู้ เสียหายและบางครั้งศักดิ์ของผู้ละเมิดด้วย (๓) สภาพของวัตถุทีู่้ กล่าวคือความร้ายแรงของความเสียหายที่ได้รับ ไดรับ 4 สี่ ตะเมิดใช้ทำร้ายผู้ถูกละเมิดในเมื่อเป็นก ช่วยให้หน้าที่ของศาลสะดวกขึ้น 4 ๑ บ 1 ดงนเพอ จึงได้มีการจัดตั้งอัตราเงินปรับไว้ สำหรับศาล และนำออกประลาศพร้อมด้วยบทกฎหมาย เชนอตรา
(๑) ที่เป็นปี พ.ศ. ๒๒๕๓ เพราะบทบัญญัตินี้มีปรากฏซ้ำอยู่ ในพระราชกำหนดเก่าข้อ ๖๔ โดยลงวันเดือนปีครบถ้วน. TUDด ม.ธ.น.<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
4xb1s3bn736sc1zd1pxbtky8y6yt3u2
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/27
250
51639
294044
246778
2026-07-26T04:43:19Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/208]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/27]]: เปลี่ยนชื่อ
161291
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="YURi" />{{หสล2|1=2|2=๑๙๑|3=ละเมิดที่กระทำต่อตัวบุคคล|7=ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>ส ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย < ะ ๐2ซ% , ธันปรากฏอยู่ในกฎหมายลักษณะกรมศักดิ์ระหก่างมาตรา ๓๑๕ และ = «๑» รัชร2ะแอด ๕ ๑๕ โดยอัตรานตังขินตามหลักและข้อบังคับต่าง ๆ ในกฎหมาย เมื่อ 4 44 ๐ ง๕ มิคดิทีจะต้องกําหนดเงินปรับมาสู่คําต ๆ ก็คะกระทําแต่เพียงไปตรวจ ย% ห จ ด 6 ดูในอัตราที่ตั้งขึ้นนั้น เด็กงหกนา าจิาย์ นงินกรวิกลัวตอร ๕4 ณ , 1 เรียกเอาในกรณ์เช่นนัน ๆ. ณ% = 5 5 ร 4 10 ๑.
บัดน จะอธิบายถึงวิธิการซึงเป็นทใช้ในกฎหมายเพื่อตงอัตรา ' ร4 จ ตาง ๆ ของเงนปรบน. 1 ก เด ล ค๕ศ์ คจศศ
นชันตัน ต้องเงิมด้วยต์งยัตราฐานซิ่งใช้เบ็นอัตราของเงินปรับ ส 2 4442๑ จด์ 4 ๑ 0 14 ทิจะเรียกเอาจากบุคคลที่มีศักตินา « ไร่ คือบุคคลซึ่งอยู่ในชนตําทิคุด ะ ม “ ของบรรดาชันในชุมชน อัตราฐานน์จะคํานวณได้โดยอาศัยเลขดําม ๐ 4 ๐ ๑ 7 6 ด คํานวน ซึ่งนําเอามาจากค้านกนขัอธรรมในพุทธค๊าต์นา กิอเตซ ๑๐ - น 6 “ หมายถึงกุค์ลธรรม ๑๐ ประการ เลข ๑ หมายถิงจิตต์ (เจตนา) และ 2 4 = 4๕ 2 ย เลข ๕ หมายถึง บัญจยินทริย์ (อายตนะภายในทังหัง) ดญี. 4๑4แข: กซี ร
ตําหรับการละเมิดด้วยคําค่า อยัตราของค่าปรับไหมจะต้องทํา ด เลาเซฑู ตามเกณฑ์ดังน คือ ให้บอก ๑ (จิตต) เข้า กับ ๑๐ (ทค์กุคลธรรม) อะ 4 ซ่ ๑ลอทจิ น 6 2 จะได้สัพธ์ ๑๑ เบ็นอัตราปรับไหมคะเมิดด้วยคําด่า การทําร้ายร่างกาย ะ 6, สั 1 ย 4 3 ๒ นันแบ่งออกเบ็น ๕ ฐาน (ชน) ตามคอามร้ายแรงของบาดเจ็บซึ่งผู้ถูก = 2 อ 6 ณั 8 ณะ ฆจ” ละเมิดได้รับนับตงแต่บชาจนกระทังถึงบอด ดําหรับอัตราปรับใน 4 ง 2 «๕ ๑= ๕4ๆ ย 9 ฐานที ๑ ให้ตัง « (บัญจอินทริย์) ดงแล้วเอา ๕ คุณ, ลําหรับในฐาน 4 บย ! ๑= ย” ส ที๒ (ฟก) ให้ตัง « เช่นเดิมแล้วคุณด้วย๐, ลําหรับในฐานท ๓ (ชําดํา) ให้คุณตัวย ๓ และเพิมตัวคูณขึนตงีเรียงไปตานลําับฐาน ลนถึงฐานที่ ส (บอด) ซึ่งตัวคูณจะ เฟิมขึ้นเป็น ๒๑ ผลคุณทุกๆ ม.ธ.ฏ,<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
c5txix3odiws4ijc9s9hr11ba0hnlzh
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/87
250
53973
293988
293185
2026-07-25T16:36:51Z
Lucunculus
12427
293988
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๗๔}}</noinclude>{{ก|พงษาวดารเมืองนครเชียงใหม่ <br> เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย|140}}
{{ก|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น) เมื่อยังเปนพระยาศรีสิงหเทพ <br> เรียบเรียง}}
{{สต|7em}}
จุลศักราช ๑๒๓๗ ปีกุญสัปตศก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งให้พระยาศรีสิงหเทพเรียงพงษาวดารโดยลำดับวงษ์ลาวพุงดำประเทศขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย จักดำเนินเรื่องราชพงษาวดาร เมื่อลุศักราช ๑๑๒๙ ปีกุญนพศก พระเจ้าอังวะยกพยุหโยธาทัพลงมาตีกรุงศรีอยุทธยามหานครบุราณถึงแก่พินาศปราไชยแล้ว พระเจ้าอังวะตั้งให้โปสุพลา โปมะยุงวน คุมกองทัพลงมารวบรวมไพร่พลลาวเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ไปตั้งอยู่ที่เมืองกุมกาม โปสุพลา โปมะยุงวน ตั้งพระยาจ่าบ้านเปนพระยาสุรสงครามเจ้าเมือง ตั้งฟ้าชายแก้วผู้หลานเปนพระยาอุปราช อยู่มาพระยาอุปราชถึงแก่กรรม พระยาอุปราชมีบุตรชาย ๗ คน คือนายกาวิละ ๑ นายคำโสม ๑ นายน้อยธรรม ๑ นายดวงทิพ ๑ นายหมูล่า ๑ นายคำฟั่น ๑{{วว}}<noinclude></noinclude>
bicmk1p5c3dv9gszoo4vv11wsn7ef81
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/89
250
53975
293914
293167
2026-07-25T15:02:40Z
Lucunculus
12427
293914
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๗๖}}</noinclude>เมืองนครลำปาง ตั้งคำโสมผู้น้องที่หนึ่งเปนพระยาอุปราช ตั้งน้อยธรรมผู้น้องที่สองเปนพระยาราชวงษ์ ดวงทิพ หมูล่า คำฟั่น บุญมา น้อง ๔ คนนี้ให้เปนผู้ช่วยราชการ จึงพระราชทานเครื่องยศโดยถานาศักดิทุกคน แล้วเสด็จยกทัพกลับยังกรุงธนบุรี เมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ก็เปนเมืองขึ้นกรุงธนบุรีแต่นั้นมา
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๓๗ ปีมแมสัปตศก พระเจ้าอังวะให้อะแซวุ่นกี้เปนแม่ทัพมาตีเมืองพิศณุโลกแลเมืองฝ่ายเหนือ ให้อำมะหลอกวุ่นกับตวนวุ่นเปนแม่ทัพคุมพลมาตีเมืองป่าทราง พระยาวิเชียรปราการเจ้าเมืองเชียงใหม่ พระยาไวยวงษาเจ้าเมืองลำพูน สู้รบเหลือกำลัง ก็อพยพครอบครัวทิ้งเมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนไชย ลงมาอยู่เมืองนครลำปางบ้าง อยู่ตามหัวเมืองฝ่ายเหนือต่าง ๆ บ้าง แต่ที่เมืองนครลำปางนั้นพระยากาวิละรักษาเมืองไว้ได้ พระยาวิเชียรปราการ พระยาไวยวงษา อุปราชน้อยต่อม ก็ลงมาถึงแก่กรรมอยู่ณเมืองสวรรคโลก เมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนไชย ก็ร้างว่างอยู่
{{ฟม}}ครั้นศักราช ๑๑๔๔ ปีขาลจัตวาศก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติปราบดาภิเศกแล้ว พระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางแต่งให้นายคำฟั่นผู้น้องลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
1oxtf9kp5ubscgnetar6u7tgtskfw5t
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/91
250
53977
293915
293175
2026-07-25T15:02:48Z
Lucunculus
12427
293915
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lunlumita" />{{ก|๗๘}}</noinclude>บัณฑูรตั้งให้พระยากาวิละเปนพระยาเชียงใหม่ ให้น้อยธรรมผู้น้องที่สองเปนพระยาอุปราช ให้พุทสารผู้เปนญาติข้างมารดาพระยากาวิละเปนพระยาราชวงษ์ พระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ถานาศักดิ พระยาเชียงใหม่ พระยาอุปราช พระยาราชวงษ์ ก็กราบถวายบังคมลายกครัวเชียงใหม่เดิม แล้วขอรับพระราชทานครัวเชียงใหม่ซึ่งตกค้างอยู่ณเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวงนั้น ขึ้นไปตั้งอยู่ณเมืองเชียงใหม่แต่ณปีมเมียอัฐศก ศักราช ๑๑๔๘ ปีมาจนทุกวันนี้
{{ฟม}}แลที่เมืองนครลำปางนั้น มีพระราชบัณฑูรตั้งคำโสมผู้น้องรองพระยากาวิละเปนพระยานครลำปาง ให้ดวงทิพผู้น้องที่ ๓ เปนพระยาอุปราช ให้หมูล่าผู้น้องที่ ๔ เปนพระยาราชวงษ์ อยู่รักษาเมืองนครลำปางสืบไป พระราชทานเครื่องยศเหมือนตั้งเมืองเชียงใหม่ แต่ที่เมืองลำพูนไชยนั้นยังหาได้ตั้งไม่
{{ฟม}}ลุศักราช ๑๑๕๖ ปีขาลฉศก พระยานครลำปางป่วยถึงแก่กรรม พระยานครคำโสมเปนพระยานครได้เก้าปี แต่จะโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดขึ้นไปปลงศพนั้นหาได้ปรากฎในหมายเหตุไม่ แล้วโปรดเกล้าฯ ให้มีตราหาตัวพระยาอุปราชดวงทิพ พระยาราชวงษ์หมูล่า นายหนานไชยวงษ์ ลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยาอุปราชดวงทิพเปนพระยานครลำปาง ตั้งพระยาราชวงษ์หมูล่าเปนพระยาอุปราช ตั้งนายหนานไชยวงษ์บุตรพระยานครคำโสมเปนพระยาราชวงษ์ พระราชทานเครื่องยศโดย<noinclude></noinclude>
1t4k40eiqm7trqsh626npo4lxhe0rks
หน้า:Prachum Phongsawadan (03) 2457.djvu/123
250
54009
293916
293299
2026-07-25T15:04:40Z
Lucunculus
12427
293916
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lunlumita" />{{ก|๑๑๐}}</noinclude>เฝ้าเจ้าอังวะ ๆ ให้เงินทองผ้าผ่อนพอสมควรทั้งนายทั้งไพร่ กับได้ทำแผนที่เมืองอังวะลงมาด้วย เจ้าอินทวิไชยานนท์เจ้านครเชียงใหม่จึงแต่งให้นายหนานสองเมืองคุมตัวนายน้อยปัญญา นายน้อยคำปัน นายน้อยคำสวน กับนำแผนที่เมืองอังวะลงมาทูลเกล้าฯ ถวายณกรุงเทพฯ
{{ฟม}}ครั้นณเดือน ๔ ปีจอฉศก ศักราช ๑๒๓๖ ปี เจ้าอินทวิไชยานนท์เจ้านครเชียงใหม่ปฤกษาพร้อมด้วยพระนรินทรราชเสนีจะเกณฑ์คนยกขึ้นไปขับไล่พวกพม่าเขินซึ่งตั้งอยู่ณเมืองเชียงแสน พระนรินทรราชเสนีจึงมีหนังสือลงมายังเมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ให้เกณฑ์คนยกขึ้นไปช่วยเมืองเชียงใหม่ เจ้านครเชียงใหม่จึงแต่งให้นายน้อยเทพวงษ์ พระยาอุตรการโกศล นายน้อยหน่อเมือง คุมไพร่เมืองเชียงใหม่ ๑๐๐๐ คน เจ้านครลำปางแต่งให้เจ้าราชบุตรนายสุริยคุมไพร่เมืองนครลำปาง ๑๐๐๐ คน เมืองลำพูนไชยแต่งให้นายน้อยมหายศคุมไพร่เมืองลำพูนไชย ๕๐๐ คน รวม ๒๕๐๐ คน ยกออกจากเมืองเชียงใหม่แต่ณวัน {{จ|||๕|๔}} ค่ำ
{{ฟม}}แลในเดือนสี่ ปีจอฉศกนั้น เจ้าราชวงษ์ดาวเรืองบุตรเจ้าลำพูนไชยลังกา เจ้าราชบุตรน้อยสุริยบุตรเจ้าลำพูนลังกา นายอินทวิไชยบุตรพระเจ้าลำพูนบุญมา เจ้าราชวงษ์ใจแก้ว นายน้อยธนัญไชยบุตรเจ้าวรญาณรังษี นายอาริยะบุตรเจ้าอุปราชหมูล่าเมืองนครลำปาง ลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ถวายเครื่องราชบรรณาการ ครั้นณวัน {{จ||๑๐||๖}} ค่ำ ศักราช ๑๒๓๗ ปีกุญสัปตศก ทรงพระมหากรุณา<noinclude></noinclude>
efsh5aihktf74m66qlxh1qn3v17p0af
พงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนชัย
0
57872
293884
270534
2026-07-25T13:49:32Z
Lucunculus
12427
293884
wikitext
text/x-wiki
{{ฉบับ
| ชื่อ = {{PAGENAME}}
| ส่วน =
| ปี =
| ผู้สร้างสรรค์ = พระยาศรีสิงหเทพ (หรุ่น)
| ผู้แปล =
| บรรณาธิการ =
| ก่อนหน้า =
| ถัดไป =
| สถานีย่อย = ภาคเหนือของไทย
| หมวดหมู่ = พงศาวดาร
}}
* {{ลปงย|ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 3/เรื่องที่ 3||2457|ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 3 (2457)||พงษาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 3}}
* {{ลปงย|เจ้าเจ็ดตน กับพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย||2512|เจ้าเจ็ดตน กับพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย||พงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย}}
582r947xcysnpbnaz0boi0u0biozcae
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/5
250
66788
294000
246836
2026-07-26T04:38:48Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/2]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/5]]: เปลี่ยนชื่อ
246836
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{| style="margin-left: auto; margin-right: auto; border: none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ขนอ|200%|สารบาญ}}
{{สต|7em}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ขนอ|140%|[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 1/ส่วนที่ 1|บทนำทั่วไป]]}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ข้อความทั่วไปซึ่งว่าด้วยความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย
|
|style="text-align:center;"| หน้า
|
|style="text-align:right;"| ๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ประโยชน์ของการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๕
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ข้อความรู้โดยสังเขปเกี่ยวกับกฎหมายของชนชาติสำคัญ ๆ ที่ให้กำเนิดแก่อารยธรรม
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๘
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | คุณค่าอันเป็นพิเศษของกฎหมายโรมัน
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๑๗
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" | {{สต|7em}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 1/ส่วนที่ 2|{{ขนอ|140%|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}} <br> ข้อความเบื้องต้น]]
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ขนอ|120%|บทที่ ๑}} <br> การหาหลักฐานเพื่อประกอบ <br> การศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|width=5em|
|ลายจารึก
|width=50em|
|style="text-align:center;"| ″
|width=5em|
|style="text-align:right;"| ๒๒
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|เอกสารต่าง ๆ นับถอยหลังขึ้นไปจนถึงสมัยอยุธยา
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๒๖
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|ประมวลกฎหมาย จุลศักราช ๑๑๖๖ (พ.ศ. ๒๓๔๗–๒๓๔๘)
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๓๐
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|
|ตัวบทกฎหมายภายหลังการประมวลกฎหมายรัชชกาลที่ ๑
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๔๙
|-style="vertical-align:top;"
|๕.
|
|หนังสือรวบรวมคำพิพากษา
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๕๑<noinclude>{{มปกต}}
|}</noinclude>
7qwmnrokdf0vbh7abl1gxbg71n3vj7m
294083
294000
2026-07-26T05:14:22Z
Flamevine
11908
294083
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" | {{กสต|สารบาญ|200}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center; font-size:140%;" | {{ตลล|a1|บทนำทั่วไป|a1}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ข้อความทั่วไปซึ่งว่าด้วยความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย
|
|style="text-align:center;"| หน้า
|
|style="text-align:right;"| ๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ประโยชน์ของการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๔
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ข้อความรู้โดยสังเขปเกี่ยวกับกฎหมายของชนชาติสำคัญ ๆ ที่ให้กำเนิดแก่อารยธรรม
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๖
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | คุณค่าอันเป็นพิเศษของกฎหมายโรมัน
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๑๒
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" | {{สต|7em}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center; font-size:140%;" | {{ตลล|b0|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย <br> ข้อความเบื้องต้น|b0}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ตลล|b1|{{ขนอ|120%|บทที่ ๑}} <br> การหาหลักฐานเพื่อประกอบ <br> การศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|b1}}
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|width=5em|
|ลายจารึก
|width=50em|
|style="text-align:center;"| ”
|width=5em|
|style="text-align:right;"| ๑๖
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|เอกสารต่างสมัยกรุงศรีอยุธยา
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๑๙
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|ประมวลกฎหมาย จุลศักราช ๑๑๖๖ (พ.ศ. ๒๓๔๗–๒๓๔๘)
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๒๒
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|
|ตัวบทกฎหมายภายหลังการประมวลกฎหมายรัชชกาลที่ ๑
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๔
|-style="vertical-align:top;"
|๕.
|
|หนังสือรวบรวมคำพิพากษา
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๖
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ตลล|b2|{{ขนอ|120%|บทที่ ๒}} <br> เค้ามูลเดิม|b2}}
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|จารีตประเพณีเดิมของไทย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๗<noinclude>{{มปกต}}
|}</noinclude>
383cyshv5fhmvwizwi7blp933fkfvat
294084
294083
2026-07-26T05:14:46Z
Flamevine
11908
/* Validated */
294084
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Flamevine" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" | {{กสต|สารบาญ|200}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center; font-size:140%;" | {{ตลล|a1|บทนำทั่วไป|a1}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ข้อความทั่วไปซึ่งว่าด้วยความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย
|
|style="text-align:center;"| หน้า
|
|style="text-align:right;"| ๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ประโยชน์ของการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๔
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ข้อความรู้โดยสังเขปเกี่ยวกับกฎหมายของชนชาติสำคัญ ๆ ที่ให้กำเนิดแก่อารยธรรม
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๖
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | คุณค่าอันเป็นพิเศษของกฎหมายโรมัน
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๑๒
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" | {{สต|7em}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center; font-size:140%;" | {{ตลล|b0|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย <br> ข้อความเบื้องต้น|b0}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ตลล|b1|{{ขนอ|120%|บทที่ ๑}} <br> การหาหลักฐานเพื่อประกอบ <br> การศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|b1}}
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|width=5em|
|ลายจารึก
|width=50em|
|style="text-align:center;"| ”
|width=5em|
|style="text-align:right;"| ๑๖
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|เอกสารต่างสมัยกรุงศรีอยุธยา
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๑๙
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|ประมวลกฎหมาย จุลศักราช ๑๑๖๖ (พ.ศ. ๒๓๔๗–๒๓๔๘)
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๒๒
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|
|ตัวบทกฎหมายภายหลังการประมวลกฎหมายรัชชกาลที่ ๑
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๔
|-style="vertical-align:top;"
|๕.
|
|หนังสือรวบรวมคำพิพากษา
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๖
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ตลล|b2|{{ขนอ|120%|บทที่ ๒}} <br> เค้ามูลเดิม|b2}}
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|จารีตประเพณีเดิมของไทย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๗<noinclude>{{มปกต}}
|}</noinclude>
riasriaua5mtkkv8nbz9km87y65c7ra
294093
294084
2026-07-26T05:26:32Z
Flamevine
11908
294093
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Flamevine" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" | {{กสต|สารบาญ|200}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center; font-size:140%;" | {{ตลล|a1|บทนำทั่วไป}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ข้อความทั่วไปซึ่งว่าด้วยความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย
|
|style="text-align:center;"| หน้า
|
|style="text-align:right;"| ๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ประโยชน์ของการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๔
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ข้อความรู้โดยสังเขปเกี่ยวกับกฎหมายของชนชาติสำคัญ ๆ ที่ให้กำเนิดแก่อารยธรรม
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๖
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | คุณค่าอันเป็นพิเศษของกฎหมายโรมัน
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๑๒
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" | {{สต|7em}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center; font-size:140%;" | {{ตลล|b0|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย <br> ข้อความเบื้องต้น|b0}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ตลล|b1|{{ขนอ|120%|บทที่ ๑}} <br> การหาหลักฐานเพื่อประกอบ <br> การศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|b1}}
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|width=5em|
|ลายจารึก
|width=50em|
|style="text-align:center;"| ”
|width=5em|
|style="text-align:right;"| ๑๖
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|เอกสารต่างสมัยกรุงศรีอยุธยา
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๑๙
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|ประมวลกฎหมาย จุลศักราช ๑๑๖๖ (พ.ศ. ๒๓๔๗–๒๓๔๘)
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๒๒
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|
|ตัวบทกฎหมายภายหลังการประมวลกฎหมายรัชชกาลที่ ๑
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๔
|-style="vertical-align:top;"
|๕.
|
|หนังสือรวบรวมคำพิพากษา
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๖
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ตลล|b2|{{ขนอ|120%|บทที่ ๒}} <br> เค้ามูลเดิม|b2}}
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|จารีตประเพณีเดิมของไทย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๗<noinclude>{{มปกต}}
|}</noinclude>
0j07epci5eo0wzxmq89286puq62lje5
294094
294093
2026-07-26T05:27:09Z
Flamevine
11908
294094
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Flamevine" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" | {{กสต|สารบาญ|200}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center; font-size:140%;" | {{ตลล|ส-a1|บทนำทั่วไป|a1}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ข้อความทั่วไปซึ่งว่าด้วยความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย
|
|style="text-align:center;"| หน้า
|
|style="text-align:right;"| ๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ประโยชน์ของการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๔
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ข้อความรู้โดยสังเขปเกี่ยวกับกฎหมายของชนชาติสำคัญ ๆ ที่ให้กำเนิดแก่อารยธรรม
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๖
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | คุณค่าอันเป็นพิเศษของกฎหมายโรมัน
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๑๒
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" | {{สต|7em}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center; font-size:140%;" | {{ตลล|b0|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย <br> ข้อความเบื้องต้น|b0}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ตลล|b1|{{ขนอ|120%|บทที่ ๑}} <br> การหาหลักฐานเพื่อประกอบ <br> การศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|b1}}
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|width=5em|
|ลายจารึก
|width=50em|
|style="text-align:center;"| ”
|width=5em|
|style="text-align:right;"| ๑๖
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|เอกสารต่างสมัยกรุงศรีอยุธยา
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๑๙
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|ประมวลกฎหมาย จุลศักราช ๑๑๖๖ (พ.ศ. ๒๓๔๗–๒๓๔๘)
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๒๒
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|
|ตัวบทกฎหมายภายหลังการประมวลกฎหมายรัชชกาลที่ ๑
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๔
|-style="vertical-align:top;"
|๕.
|
|หนังสือรวบรวมคำพิพากษา
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๖
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ตลล|b2|{{ขนอ|120%|บทที่ ๒}} <br> เค้ามูลเดิม|b2}}
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|จารีตประเพณีเดิมของไทย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๗<noinclude>{{มปกต}}
|}</noinclude>
g22qh7wg5iox5yqpsg98m2zu97u6wyq
294095
294094
2026-07-26T05:27:55Z
Flamevine
11908
294095
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Flamevine" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" | {{กสต|สารบาญ|200}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center; font-size:140%;" | {{ตลล|ส-a1|บทนำทั่วไป|a1}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ข้อความทั่วไปซึ่งว่าด้วยความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย
|
|style="text-align:center;"| หน้า
|
|style="text-align:right;"| ๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ประโยชน์ของการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๔
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ข้อความรู้โดยสังเขปเกี่ยวกับกฎหมายของชนชาติสำคัญ ๆ ที่ให้กำเนิดแก่อารยธรรม
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๖
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | คุณค่าอันเป็นพิเศษของกฎหมายโรมัน
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๑๒
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" | {{สต|7em}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center; font-size:140%;" | {{ตลล|ส-b0|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย <br> ข้อความเบื้องต้น|b0}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-b1|{{ขนอ|120%|บทที่ ๑}} <br> การหาหลักฐานเพื่อประกอบ <br> การศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|b1}}
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|width=5em|
|ลายจารึก
|width=50em|
|style="text-align:center;"| ”
|width=5em|
|style="text-align:right;"| ๑๖
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|เอกสารต่างสมัยกรุงศรีอยุธยา
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๑๙
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|ประมวลกฎหมาย จุลศักราช ๑๑๖๖ (พ.ศ. ๒๓๔๗–๒๓๔๘)
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๒๒
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|
|ตัวบทกฎหมายภายหลังการประมวลกฎหมายรัชชกาลที่ ๑
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๔
|-style="vertical-align:top;"
|๕.
|
|หนังสือรวบรวมคำพิพากษา
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๖
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-b2|{{ขนอ|120%|บทที่ ๒}} <br> เค้ามูลเดิม|b2}}
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|จารีตประเพณีเดิมของไทย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๗<noinclude>{{มปกต}}
|}</noinclude>
lv6tg0rje0df1ktmyjrg5nglmi93pun
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/6
250
66789
294002
246837
2026-07-26T04:39:07Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/3]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/6]]: เปลี่ยนชื่อ
246837
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{หว|ข|สารบาญ}}{{สต}}
{|
|-
|
|width=5em|
|
|width=50em|
|
|width=5em|
|
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ขนอ|120%|บทที่ ๒}} <br> เค้ามูลเดิม
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|จารีตประเพณีเดิมของไทย
|
|style="text-align:center;"| หน้า
|
|style="text-align:right;"| ๕๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|อิทธิพลของกฎหมายขอมและมอญ
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๕๔
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|อิทธิพลของกฎหมายฮินดู
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๖๑
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|
|การกำเนิดของกฎหมายไทย
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๖๗
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ขนอ|120%|บทที่ ๓}} <br> การแบ่งต่าง ๆ อย่างทั่วไป
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|การแบ่งสมัยสำคัญ ๆ ในประวัติศาสตร์กฎหมายไทย
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๘๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|การแบ่งกฎหมายอย่างเก่าและการแบ่งในคำสอนนี้
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๘๖
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" | {{สต|7em}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 1/ส่วนที่ 3|{{ขนอ|140%|ละเมิด}}]]
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ขนอ|120%|บทที่ ๑}} <br> ข้อความทั่วไปในเรื่องละเมิด
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|กำเนิดแห่งบัญญัติอันว่าด้วยการละเมิด
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๑๐๙
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|สิทธิแก้แค้นและการแทรกแซงของรัฐ
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๑๒๓
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|ความรับผิดชอบร่วมกันทั้งครอบครัวและทั้งหมู่เหล่า
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๑๔๒
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ขนอ|120%|บทที่ ๒}} <br> ลักษณะอันสามัญแก่การละเมิดทุกชะนิด
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ลักษณะสำคัญของเงินปรับ
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๑๖๒
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | เจตนาร้าย
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๑๖๖<noinclude>{{มปกต}}
|}</noinclude>
kq9lysw9xo9gxowujgw68346vjk3q7m
294085
294002
2026-07-26T05:16:20Z
Flamevine
11908
294085
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{หว|ข|สารบาญ}}{{สต}}
{|
|-
|
|width=5em|
|
|width=50em|
|
|width=5em|
|
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|อิทธิพลของกฎหมายขอมและมอญ
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๕๔
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|อิทธิพลของกฎหมายฮินดู
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๖๑
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|
|การกำเนิดของกฎหมายไทย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๖๗
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ขนอ|120%|บทที่ ๓}} <br> การแบ่งต่าง ๆ อย่างทั่วไป
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|การแบ่งสมัยสำคัญ ๆ ในประวัติศาสตร์กฎหมายไทย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๘๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|การแบ่งกฎหมายอย่างเก่าและการแบ่งในคำสอนนี้
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๘๖
|-
|}<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
sauujbf6lnj0j4slafl7r79v22tsldk
294086
294085
2026-07-26T05:18:09Z
Flamevine
11908
294086
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{หว|ข|สารบาญ}}{{สต}}
{|
|-
|
|width=5em|
|
|width=50em|
|
|width=5em|
|
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|อิทธิพลของกฎหมายเขมรและมอญ
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๘
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|อิทธิพลของกฎหมายฮินดู
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๔๒
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|
|การกำเนิดของกฎหมายไทย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๔๖
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ตลล|b3|{{ขนอ|120%|บทที่ ๓}} <br> การแบ่งต่าง ๆ อย่างทั่วไป|b3}}
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|การแบ่งสมัยสำคัญ ๆ ในประวัติศาสตร์กฎหมายไทย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๕{{ปตปต|๕}}
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|การแบ่งกฎหมายอย่างเก่าและการแบ่งในคำสอนนี้
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๕{{ปตปต|๙}}
|-
|}<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
t03wgwoskk5559z5rslk5rb5r5sa69f
294096
294086
2026-07-26T05:28:07Z
Flamevine
11908
294096
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{หว|ข|สารบาญ}}{{สต}}
{|
|-
|
|width=5em|
|
|width=50em|
|
|width=5em|
|
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|อิทธิพลของกฎหมายเขมรและมอญ
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๓๘
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|อิทธิพลของกฎหมายฮินดู
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๔๒
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|
|การกำเนิดของกฎหมายไทย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๔๖
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-b3|{{ขนอ|120%|บทที่ ๓}} <br> การแบ่งต่าง ๆ อย่างทั่วไป|b3}}
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|การแบ่งสมัยสำคัญ ๆ ในประวัติศาสตร์กฎหมายไทย
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๕{{ปตปต|๕}}
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|การแบ่งกฎหมายอย่างเก่าและการแบ่งในคำสอนนี้
|
|style="text-align:center;"| ”
|
|style="text-align:right;"| ๕{{ปตปต|๙}}
|-
|}<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
htil7q2uylsfp5zl7lcvb4469sdrft3
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/28
250
66791
294046
246838
2026-07-26T04:43:52Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/4]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/28]]: เปลี่ยนชื่อ
246838
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{หว||ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|ค}}{{สต}}
{|
|-
|
|width=5em|
|
|width=50em|
|
|width=5em|
|
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | เหตุร้ายแรงที่ประกอบเข้ามาในการละเมิด
|
|style="text-align:center;"| หน้า
|
|style="text-align:right;"| ๑๗๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | การพยายาม
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๑๗๔
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | บุคคลที่ไม่ต้องมีความรับผิดชอบ
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๑๗๖
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ผู้สมคบและผู้สมรู้
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๑๗๘
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | การละเมิดกระทำระหว่างสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๑๘๐
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | อายุความของการฟ้องร้องเรียกสินไหม
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๑๘๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | ความตายของผู้เสียหายหรือของผู้ละเมิด
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๑๘๔
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ขนอ|120%|บทที่ ๓}} <br> การละเมิดที่กระทำต่อตัวบุคคล
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|การด่าและการทำร้ายร่างกาย
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๑๙๐
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|การฆ่าคนตาย
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๑๙๖
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|การสบประมาท
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๒๐๐
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ขนอ|120%|บทที่ ๔}} <br> การละเมิดซึ่งกระทำต่อทรัพย์สิน
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|การลักทรัพย์ การลักพา
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๒๐๓
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|การละเมิดเกี่ยวกับกสิกรรม
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๒๐๖
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|การลักทรัพย์ที่เกี่ยวกับกสิกรรม
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๒๐๗
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|ความเสียหายซึ่งสัตว์เลี้ยงได้ทำให้เกิดขึ้นแก่พืชผล
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๒๐๙
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|การเสียหายซึ่งเกิดขึ้นแก่สัตว์เลี้ยงโดยสัตว์เลี้ยงของผู้อื่นได้ทำขึ้น
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๒๑๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|การละเมิดอย่างอื่นเกี่ยวกับกสิกรรม
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๒๑๖<noinclude>{{มปกต}}
|}</noinclude>
5jcmqs05qhxjsrrhf9on0fw85auszsj
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/29
250
66792
294048
246839
2026-07-26T04:43:59Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/5]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/29]]: เปลี่ยนชื่อ
246839
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{หว|ง|สารบาญ}}{{สต}}
{|
|-
|
|width=5em|
|
|width=50em|
|
|width=5em|
|
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|ชายชู้
|
|style="text-align:center;"| หน้า
|
|style="text-align:right;"| ๒๑๙
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|
|การข่มขืนชำเรา
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๒๒๗
|-style="vertical-align:top;"
|๕.
|
|การประบัดสินและการมักได้
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๒๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="7" style="text-align:center;" | {{ขนอ|120%|บทที่ ๕}} <br> การเปลี่ยนแปลงระบอบการในเรื่องละเมิดในเข้าสู่แนวความคิด <br> ของกฎหมายปัจจุบัน
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | การเปลี่ยนแปลงในรัชชกาลที่ ๕ จนถึงการประกาศใช้กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. ๑๒๗
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๒๓๓
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | กิจการของศาลและของอาจารย์กฎหมาย
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๒๔๐
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="3" | กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. ๑๒๗ และบทกฎหมายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายหลัง
|
|style="text-align:center;"| ″
|
|style="text-align:right;"| ๒๔๘
|-
|}<noinclude></noinclude>
kc23q6l4lfe2swwv9pmnyadw1aholod
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu/6
250
66793
294124
216065
2026-07-26T06:31:57Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๐.pdf/4]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu/6]]: เปลี่ยนชื่อ
216065
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{| style="margin-left: auto; margin-right: auto; border: none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ขนอ|200%|สารบาญ}}
{{สต|7em}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 2/บทที่ 1|{{ขนอ|140%|บทที่ ๑}}<br>ข้อความทั่วไป]]
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="9" style="text-align:right;" | หน้า
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|width=5em|
|colspan="5" | สัญญาในกฎหมายโบราณ
|width=50em|
|style="text-align:right;" | ๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | ความเข้าใจในเรื่องหนี้ตามสัญญาในกฎหมายเก่าของไทย
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 2/บทที่ 2|{{ขนอ|140%|บทที่ ๒}}<br>เอกเทศสัญญาต่าง ๆ]]
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | สัญญาลายลักษณ์อักษร
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | สัญญากู้
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | สัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|width=5em|
|colspan="3" |แบบของสัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|width=5em|
|colspan="3" | ผลของสัญญาระหว่างนายเงินและผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|width=5em|
|หน้าที่ของนายเงิน
|
|style="text-align:right;" | ๖๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|หน้าที่ของผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๕<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
77tbqp3c5xa1xu26ahixqqotuq86w9z
294133
294124
2026-07-26T06:47:28Z
Flamevine
11908
294133
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="style:font-size:200%;" | {{กสต|สารบาญ}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a1|{{ขนอ|140%|บทที่ ๑}}<br>ข้อความทั่วไป|a1}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="9" style="text-align:right;" | หน้า
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|width=5em|
|colspan="5" | สัญญาในกฎหมายโบราณ
|width=50em|
|style="text-align:right;" | ๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | ความเข้าใจในเรื่องหนี้ตามสัญญาในกฎหมายเก่าของไทย
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a2|{{ขนอ|140%|บทที่ ๒}}<br>เอกเทศสัญญาต่าง ๆ|a2}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | สัญญาลายลักษณ์อักษร
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | สัญญากู้
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | สัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|width=5em|
|colspan="3" |แบบของสัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|width=5em|
|colspan="3" | ผลของสัญญาระหว่างนายเงินและผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|width=5em|
|หน้าที่ของนายเงิน
|
|style="text-align:right;" | ๖๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|หน้าที่ของผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๕<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
m9yj1hjk27ftgcuxs7rs2k2yxzoxv6m
294134
294133
2026-07-26T06:47:47Z
Flamevine
11908
294134
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="font-size:200%;" | {{กสต|สารบาญ}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a1|{{ขนอ|140%|บทที่ ๑}}<br>ข้อความทั่วไป|a1}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="9" style="text-align:right;" | หน้า
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|width=5em|
|colspan="5" | สัญญาในกฎหมายโบราณ
|width=50em|
|style="text-align:right;" | ๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | ความเข้าใจในเรื่องหนี้ตามสัญญาในกฎหมายเก่าของไทย
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a2|{{ขนอ|140%|บทที่ ๒}}<br>เอกเทศสัญญาต่าง ๆ|a2}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | สัญญาลายลักษณ์อักษร
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | สัญญากู้
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | สัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|width=5em|
|colspan="3" |แบบของสัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|width=5em|
|colspan="3" | ผลของสัญญาระหว่างนายเงินและผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|width=5em|
|หน้าที่ของนายเงิน
|
|style="text-align:right;" | ๖๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|หน้าที่ของผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๕<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
8dbvuvnrihtn5026o6qxqpn7s1opdjv
294135
294134
2026-07-26T06:48:20Z
Flamevine
11908
294135
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="font-size:200%;" | {{กสต|สารบาญ}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a1|{{ขนอ|140%|บทที่ ๑}} <br> {{ขนอ|120%|ข้อความทั่วไป}}|a1}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="9" style="text-align:right;" | หน้า
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|width=5em|
|colspan="5" | สัญญาในกฎหมายโบราณ
|width=50em|
|style="text-align:right;" | ๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | ความเข้าใจในเรื่องหนี้ตามสัญญาในกฎหมายเก่าของไทย
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a2|{{ขนอ|140%|บทที่ ๒}} <br> {{ขนอ|120%|เอกเทศสัญญาต่าง ๆ}}|a2}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | สัญญาลายลักษณ์อักษร
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | สัญญากู้
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | สัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|width=5em|
|colspan="3" |แบบของสัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|width=5em|
|colspan="3" | ผลของสัญญาระหว่างนายเงินและผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|width=5em|
|หน้าที่ของนายเงิน
|
|style="text-align:right;" | ๖๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|หน้าที่ของผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๕<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
dg2rcqsbsb1b3a3ldka6zl3j5xai65j
294136
294135
2026-07-26T06:49:04Z
Flamevine
11908
294136
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="font-size:200%;" | {{กสต|สารบาญ}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a1|{{ขนอ|140%|บทที่ ๑}} <br> {{ขนอ|120%|ข้อความทั่วไป}}|a1}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="9" style="text-align:right;" | หน้า
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|width=5em|
|colspan="5" | สัญญาในกฎหมายโบราณ
|width=50em|
|style="text-align:right;" | ๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | ความเข้าใจในเรื่องหนี้ตามสัญญาในกฎหมายเก่าของไทย
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a2|{{ขนอ|140%|บทที่ ๒}} <br> {{ขนอ|120%|เอกเทศสัญญาต่าง ๆ}}|a2}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center; font-size:120%;" | สัญญาลายลักษณ์อักษร
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | สัญญากู้
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | สัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|width=5em|
|colspan="3" |แบบของสัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|width=5em|
|colspan="3" | ผลของสัญญาระหว่างนายเงินและผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|width=5em|
|หน้าที่ของนายเงิน
|
|style="text-align:right;" | ๖๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|หน้าที่ของผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๕<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
cqpyj0oxdgow6exbqcndtwmle8mttzm
294137
294136
2026-07-26T06:49:23Z
Flamevine
11908
294137
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="font-size:200%;" | {{กสต|สารบาญ}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a1|{{ขนอ|140%|บทที่ ๑}} <br> {{ขนอ|120%|ข้อความทั่วไป}}|a1}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="9" style="text-align:right;" | หน้า
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|width=5em|
|colspan="5" | สัญญาในกฎหมายโบราณ
|width=50em|
|style="text-align:right;" | ๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | ความเข้าใจในเรื่องหนี้ตามสัญญาในกฎหมายเก่าของไทย
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a2|{{ขนอ|140%|บทที่ ๒}} <br> {{ขนอ|110%|เอกเทศสัญญาต่าง ๆ}}|a2}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center; font-size:120%;" | สัญญาลายลักษณ์อักษร
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | สัญญากู้
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | สัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|width=5em|
|colspan="3" |แบบของสัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|width=5em|
|colspan="3" | ผลของสัญญาระหว่างนายเงินและผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|width=5em|
|หน้าที่ของนายเงิน
|
|style="text-align:right;" | ๖๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|หน้าที่ของผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๕<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
1vek33hrd4we29s0zvpp7ee7lk6s1di
294138
294137
2026-07-26T06:49:39Z
Flamevine
11908
294138
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="font-size:200%;" | {{กสต|สารบาญ}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a1|{{ขนอ|140%|บทที่ ๑}} <br> {{ขนอ|120%|ข้อความทั่วไป}}|a1}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="9" style="text-align:right;" | หน้า
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|width=5em|
|colspan="5" | สัญญาในกฎหมายโบราณ
|width=50em|
|style="text-align:right;" | ๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | ความเข้าใจในเรื่องหนี้ตามสัญญาในกฎหมายเก่าของไทย
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a2|{{ขนอ|140%|บทที่ ๒}} <br> {{ขนอ|120%|เอกเทศสัญญาต่าง ๆ}}|a2}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center; font-size:110%;" | สัญญาลายลักษณ์อักษร
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | สัญญากู้
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | สัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|width=5em|
|colspan="3" |แบบของสัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|width=5em|
|colspan="3" | ผลของสัญญาระหว่างนายเงินและผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|width=5em|
|หน้าที่ของนายเงิน
|
|style="text-align:right;" | ๖๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|หน้าที่ของผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๕<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
ojckvcx9ubewhm64wcj0yuvfpof3xww
294139
294138
2026-07-26T06:50:11Z
Flamevine
11908
294139
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="font-size:200%;" | {{กสต|สารบาญ}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a1|{{ขนอ|140%|บทที่ ๑}} <br> {{ขนอ|120%|ข้อความทั่วไป}}|a1}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="9" style="text-align:right;" | หน้า
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|width=5em|
|colspan="5" | สัญญาในกฎหมายโบราณ
|width=50em|
|style="text-align:right;" | ๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | ความเข้าใจในเรื่องหนี้ตามสัญญาในกฎหมายเก่าของไทย
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a2|{{ขนอ|140%|บทที่ ๒}} <br> {{ขนอ|120%|เอกเทศสัญญาต่าง ๆ}}|a2}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center; font-size:110%;" | สัญญาลายลักษณ์อักษร
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | สัญญากู้
|
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | สัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|width=5em|
|colspan="3" |แบบของสัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|width=5em|
|colspan="3" | ผลของสัญญาระหว่างนายเงินและผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|width=5em|
|หน้าที่ของนายเงิน
|
|style="text-align:right;" | ๖๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|หน้าที่ของผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๕<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
h34hcnrx3jtq24v0sci1fdtwc0cssee
294140
294139
2026-07-26T06:51:06Z
Flamevine
11908
294140
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="font-size:200%;" | {{กสต|สารบาญ}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a1|{{ขนอ|140%|บทที่ ๑}} <br> {{ขนอ|120%|ข้อความทั่วไป}}|a1}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="9" style="text-align:right;" | หน้า
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|width=5em|
|colspan="5" | สัญญาในกฎหมายโบราณ
|width=50em|
|style="text-align:right;" | ๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | ความเข้าใจในเรื่องหนี้ตามสัญญาในกฎหมายเก่าของไทย
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a2|{{ขนอ|140%|บทที่ ๒}} <br> {{ขนอ|120%|เอกเทศสัญญาต่าง ๆ}}|a2}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center; font-size:110%;" | สัญญาลายลักษณ์อักษร
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | สัญญากู้
|
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|
|colspan="3" |xx
|
|style="text-align:right;" | xx
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|
|colspan="3" |xx
|
|style="text-align:right;" | xx
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๓
|
|colspan="3" |xx
|
|style="text-align:right;" | xx
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๔
|
|colspan="3" |xx
|
|style="text-align:right;" | xx
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | สัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|width=5em|
|colspan="3" |แบบของสัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|width=5em|
|colspan="3" | ผลของสัญญาระหว่างนายเงินและผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|width=5em|
|หน้าที่ของนายเงิน
|
|style="text-align:right;" | ๖๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|หน้าที่ของผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๕<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
blyxj49m9w64vq3q2s5bz2zswc10bsw
294141
294140
2026-07-26T06:52:23Z
Flamevine
11908
294141
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="font-size:200%;" | {{กสต|สารบาญ}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a1|{{ขนอ|140%|บทที่ ๑}} <br> {{ขนอ|120%|ข้อความทั่วไป}}|a1}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="9" style="text-align:right;" | หน้า
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|width=5em|
|colspan="5" | สัญญาในกฎหมายโบราณ
|width=50em|
|style="text-align:right;" | ๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | ความเข้าใจในเรื่องหนี้ตามสัญญาในกฎหมายเก่าของไทย
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a2|{{ขนอ|140%|บทที่ ๒}} <br> {{ขนอ|120%|เอกเทศสัญญาต่าง ๆ}}|a2}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center; font-size:110%;" | สัญญาลายลักษณ์อักษร
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | สัญญากู้
|
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|
|colspan="3" |แบบของสัญญากู้
|
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|
|colspan="3" |ผู้กู้หลายคน
|
|style="text-align:right;" | ๓๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๓
|
|colspan="3" |ดอกเบี้ย
|
|style="text-align:right;" | ๓๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๔
|
|colspan="3" |การโอนหนี้
|
|style="text-align:right;" | ๕๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | สัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|width=5em|
|colspan="3" |แบบของสัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|width=5em|
|colspan="3" | ผลของสัญญาระหว่างนายเงินและผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|width=5em|
|หน้าที่ของนายเงิน
|
|style="text-align:right;" | ๖๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|หน้าที่ของผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๕<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
kilzwotj2c3silvsk2ml9bfpf7ha2du
294142
294141
2026-07-26T06:53:36Z
Flamevine
11908
294142
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="font-size:200%;" | {{กสต|สารบาญ}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a0|{{ขนอ|140%|บทที่ ๑}} <br> {{ขนอ|120%|ข้อความทั่วไป}}|a0}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="9" style="text-align:right;" | หน้า
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|width=5em|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-a1|สัญญาในกฎหมายโบราณ|a1}}
|width=50em|
|style="text-align:right;" | ๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-a2|ความเข้าใจในเรื่องหนี้ตามสัญญาในกฎหมายเก่าของไทย|a2}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-b0|{{ขนอ|140%|บทที่ ๒}} <br> {{ขนอ|120%|เอกเทศสัญญาต่าง ๆ}}|b0}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center; font-size:110%;" | สัญญาลายลักษณ์อักษร
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-b1|สัญญากู้|b1}}
|
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|
|colspan="3" |แบบของสัญญากู้
|
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|
|colspan="3" |ผู้กู้หลายคน
|
|style="text-align:right;" | ๓๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๓
|
|colspan="3" |ดอกเบี้ย
|
|style="text-align:right;" | ๓๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๔
|
|colspan="3" |การโอนหนี้
|
|style="text-align:right;" | ๕๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-b2|สัญญาขายฝากทาษ|b2}}
|
|style="text-align:right;" | ๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|width=5em|
|colspan="3" |แบบของสัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|width=5em|
|colspan="3" | ผลของสัญญาระหว่างนายเงินและผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|width=5em|
|หน้าที่ของนายเงิน
|
|style="text-align:right;" | ๖๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|หน้าที่ของผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๕<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
2jivo73mo4eerip4rruq75l4yvzew6t
294143
294142
2026-07-26T06:54:09Z
Flamevine
11908
294143
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="font-size:200%;" | {{กสต|สารบาญ}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a0|{{ขนอ|140%|บทที่ ๑}} <br> {{ขนอ|120%|ข้อความทั่วไป}}|a0}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="9" style="text-align:right;" | หน้า
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|width=5em|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-a1|สัญญาในกฎหมายโบราณ|a1}}
|width=50em|
|style="text-align:right;" | ๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-a2|ความเข้าใจในเรื่องหนี้ตามสัญญาในกฎหมายเก่าของไทย|a2}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-b0|{{ขนอ|140%|บทที่ ๒}} <br> {{ขนอ|120%|เอกเทศสัญญาต่าง ๆ}}|b0}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center; font-size:110%;" | สัญญาลายลักษณ์อักษร
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-b1|สัญญากู้|b1}}
|
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|
|colspan="3" |แบบของสัญญากู้
|
|style="text-align:right;" | ๓๐
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|
|colspan="3" |ผู้กู้หลายคน
|
|style="text-align:right;" | ๓๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๓
|
|colspan="3" |ดอกเบี้ย
|
|style="text-align:right;" | ๓๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๔
|
|colspan="3" |การโอนหนี้
|
|style="text-align:right;" | ๕๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-b2|สัญญาขายฝากทาษ|b2}}
|
|style="text-align:right;" | ๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|width=5em|
|colspan="3" |แบบของสัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|width=5em|
|colspan="3" | ผลของสัญญาระหว่างนายเงินและผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|width=5em|
|หน้าที่ของนายเงิน
|
|style="text-align:right;" | ๖๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|หน้าที่ของผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๕<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
l1da342zvgv99n9uz1vun9pwdw0kgy8
294144
294143
2026-07-26T06:54:26Z
Flamevine
11908
/* Validated */
294144
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Flamevine" /></noinclude>{| style="margin-left:auto; margin-right:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="font-size:200%;" | {{กสต|สารบาญ}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-a0|{{ขนอ|140%|บทที่ ๑}} <br> {{ขนอ|120%|ข้อความทั่วไป}}|a0}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="9" style="text-align:right;" | หน้า
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|width=5em|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-a1|สัญญาในกฎหมายโบราณ|a1}}
|width=50em|
|style="text-align:right;" | ๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-a2|ความเข้าใจในเรื่องหนี้ตามสัญญาในกฎหมายเก่าของไทย|a2}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-b0|{{ขนอ|140%|บทที่ ๒}} <br> {{ขนอ|120%|เอกเทศสัญญาต่าง ๆ}}|b0}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center; font-size:110%;" | สัญญาลายลักษณ์อักษร
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-b1|สัญญากู้|b1}}
|
|style="text-align:right;" | ๒๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|
|colspan="3" |แบบของสัญญากู้
|
|style="text-align:right;" | ๓๐
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|
|colspan="3" |ผู้กู้หลายคน
|
|style="text-align:right;" | ๓๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๓
|
|colspan="3" |ดอกเบี้ย
|
|style="text-align:right;" | ๓๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๔
|
|colspan="3" |การโอนหนี้
|
|style="text-align:right;" | ๕๑
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-b2|สัญญาขายฝากทาษ|b2}}
|
|style="text-align:right;" | ๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|width=5em|
|colspan="3" |แบบของสัญญาขายฝากทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๕๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|width=5em|
|colspan="3" | ผลของสัญญาระหว่างนายเงินและผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|width=5em|
|หน้าที่ของนายเงิน
|
|style="text-align:right;" | ๖๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|หน้าที่ของผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๖๕<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
cpgbliduypjaypz40rbnsl7lven9ppo
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu/7
250
66794
294126
216077
2026-07-26T06:32:03Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๐.pdf/5]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu/7]]: เปลี่ยนชื่อ
216077
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{หว|ง|สารบาญ}}{{สต}}
{|
|-
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=50em|
|style="text-align:right;" | หน้า
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๓
|
|colspan="3" | สัญญาค้ำประกัน
|
|style="text-align:right;" | ๗๐
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๔
|
|colspan="3" | สัญญาลายลักษณ์อักษรอื่น ๆ
|
|style="text-align:right;" | ๗๙
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาบนบาน
|
|style="text-align:right;" | ๗๙
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาฝากสินค้าไปขาย
|
|style="text-align:right;" | ๘๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์
|
|style="text-align:right;" | ๘๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์
|
|style="text-align:right;" | ๘๔
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 2/บทที่ 3|{{ขนอ|140%|บทที่ ๓}}<br>เอกเทศสัญญาต่าง ๆ (ต่อ)]]
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | ทรัพยสัญญา
|style="text-align:right;" | ๗๕
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | สัญญาฝาก
|
|style="text-align:right;" | ๘๖
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | สัญญายืมและสัญญาเช่า
|
|style="text-align:right;" | ๙๑
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|colspan="5" | สัญญาเช่าสำเภา
|
|style="text-align:right;" | ๙๖
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|colspan="5" | สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์
|
|style="text-align:right;" | ๙๙
|-style="vertical-align:top;"
|๓
|
|colspan="5" | จำนำ
|
|style="text-align:right;" | ๑๐๓
|-style="vertical-align:top;"
|๔
|
|colspan="5" | สัญญาจ้างและวาน
|
|style="text-align:right;" | ๑๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|๕
|
|colspan="5" | สัญญาซื้อขาย
|
|style="text-align:right;" | ๑๑๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|
|colspan="3" | หน้าที่ของฝ่ายผู้ซื้อ
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|
|colspan="3" | หน้าที่ของฝ่ายผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|
|ความชำรุดบกพร่อง
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๗
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|
|
|การซื้อขายทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๘<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
hy0g8qw6t9bf8fe72fqhf7tut95ynzm
294145
294126
2026-07-26T07:04:12Z
Flamevine
11908
294145
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{หว|ง|สารบาญ}}{{สต}}
{|
|-
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=50em|
|style="text-align:right;" | หน้า
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๓
|
|colspan="3" | สัญญาค้ำประกัน
|
|style="text-align:right;" | ๗๐
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๔
|
|colspan="3" | สัญญาลายลักษณ์อักษรอื่น ๆ
|
|style="text-align:right;" | ๗๙
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาบนบาน
|
|style="text-align:right;" | ๗๙
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาฝากสินค้าไปขาย
|
|style="text-align:right;" | ๘๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์
|
|style="text-align:right;" | ๘๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์
|
|style="text-align:right;" | ๘๔
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-c0|{{ขนอ|140%|บทที่ ๓}} <br> {{ขนอ|120%|เอกเทศสัญญาต่าง ๆ (ต่อ)}}|c0}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center; font-size:110%;" | ทรัพยสัญญา
|style="text-align:right;" | ๗๕
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | สัญญาฝาก
|
|style="text-align:right;" | ๘๖
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | สัญญายืมและสัญญาเช่า
|
|style="text-align:right;" | ๙๑
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|colspan="5" | สัญญาเช่าสำเภา
|
|style="text-align:right;" | ๙๖
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|colspan="5" | สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์
|
|style="text-align:right;" | ๙๙
|-style="vertical-align:top;"
|๓
|
|colspan="5" | จำนำ
|
|style="text-align:right;" | ๑๐๓
|-style="vertical-align:top;"
|๔
|
|colspan="5" | สัญญาจ้างและวาน
|
|style="text-align:right;" | ๑๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|๕
|
|colspan="5" | สัญญาซื้อขาย
|
|style="text-align:right;" | ๑๑๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|
|colspan="3" | หน้าที่ของฝ่ายผู้ซื้อ
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|
|colspan="3" | หน้าที่ของฝ่ายผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|
|ความชำรุดบกพร่อง
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๗
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|
|
|การซื้อขายทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๘<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
0srl7mduir519ewls2zihwasg4ngff9
294146
294145
2026-07-26T07:14:33Z
Flamevine
11908
294146
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{หว|ง|สารบาญ}}{{สต}}
{|
|-
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=50em|
|style="text-align:right;" | หน้า
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๓
|
|colspan="3" | {{ตลล|ส-b3|สัญญาค้ำประกัน|b3}}
|
|style="text-align:right;" | ๗๐
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๔
|
|colspan="3" | {{ตลล|ส-b4|สัญญาลายลักษณ์อักษรอื่น ๆ|b4}}
|
|style="text-align:right;" | ๗๙
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาบนบาน
|
|style="text-align:right;" | ๗๙
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาฝากสินค้าไปขาย
|
|style="text-align:right;" | ๘๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์
|
|style="text-align:right;" | ๘๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์
|
|style="text-align:right;" | ๘๔
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-c0|{{ขนอ|140%|บทที่ ๓}} <br> {{ขนอ|120%|เอกเทศสัญญาต่าง ๆ (ต่อ)}}|c0}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center; font-size:110%;" | ทรัพยสัญญา
|style="text-align:right;" | ๗๕
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-c1|สัญญาฝาก|c1}}
|
|style="text-align:right;" | ๘๖
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-c2|สัญญายืมและสัญญาเช่า|c2}}
|
|style="text-align:right;" | ๙๑
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|colspan="5" | สัญญาเช่าสำเภา
|
|style="text-align:right;" | ๙๖
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|colspan="5" | สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์
|
|style="text-align:right;" | ๙๙
|-style="vertical-align:top;"
|๓
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-c3|จำนำ|c3}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๐๓
|-style="vertical-align:top;"
|๔
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-c4|สัญญาจ้างและวาน|c4}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|๕
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-c5|สัญญาซื้อขาย|c5}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๑๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|
|colspan="3" | หน้าที่ของฝ่ายผู้ซื้อ
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|
|colspan="3" | หน้าที่ของฝ่ายผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|
|ความชำรุดบกพร่อง
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๗
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|
|
|การซื้อขายทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๘<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
ti9quq9761dwmzue9sj3ibw7o2vafa7
294147
294146
2026-07-26T07:15:00Z
Flamevine
11908
/* Validated */
294147
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Flamevine" />{{หว|ง|สารบาญ}}{{สต}}
{|
|-
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=50em|
|style="text-align:right;" | หน้า
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๓
|
|colspan="3" | {{ตลล|ส-b3|สัญญาค้ำประกัน|b3}}
|
|style="text-align:right;" | ๗๐
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๔
|
|colspan="3" | {{ตลล|ส-b4|สัญญาลายลักษณ์อักษรอื่น ๆ|b4}}
|
|style="text-align:right;" | ๗๙
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาบนบาน
|
|style="text-align:right;" | ๗๙
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาฝากสินค้าไปขาย
|
|style="text-align:right;" | ๘๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์
|
|style="text-align:right;" | ๘๓
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์
|
|style="text-align:right;" | ๘๔
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-c0|{{ขนอ|140%|บทที่ ๓}} <br> {{ขนอ|120%|เอกเทศสัญญาต่าง ๆ (ต่อ)}}|c0}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center; font-size:110%;" | ทรัพยสัญญา
|style="text-align:right;" | ๗๕
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-c1|สัญญาฝาก|c1}}
|
|style="text-align:right;" | ๘๖
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-c2|สัญญายืมและสัญญาเช่า|c2}}
|
|style="text-align:right;" | ๙๑
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|colspan="5" | สัญญาเช่าสำเภา
|
|style="text-align:right;" | ๙๖
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|colspan="5" | สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์
|
|style="text-align:right;" | ๙๙
|-style="vertical-align:top;"
|๓
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-c3|จำนำ|c3}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๐๓
|-style="vertical-align:top;"
|๔
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-c4|สัญญาจ้างและวาน|c4}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|๕
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-c5|สัญญาซื้อขาย|c5}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๑๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|
|colspan="3" | หน้าที่ของฝ่ายผู้ซื้อ
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|
|colspan="3" | หน้าที่ของฝ่ายผู้ขาย
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๔
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ก)
|
|ความชำรุดบกพร่อง
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๗
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|
|
|การซื้อขายทาษ
|
|style="text-align:right;" | ๑๒๘<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
8de4qxqolgimhwomusv3smpt1fwpkw2
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu/8
250
66795
294128
216086
2026-07-26T06:32:13Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๐.pdf/6]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu/8]]: เปลี่ยนชื่อ
216086
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{หว||ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|จ}}{{สต}}
{|
|-
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=50em|
|style="text-align:right;" | หน้า
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|
|
|การซื้อขายทอง
|
|style="text-align:right;" | ๑๓๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|การรอนสิทธิ
|
|style="text-align:right;" | ๑๓๕
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๖
|
|colspan="3" | สัญญาให้
|
|style="text-align:right;" | ๑๔๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๗
|
|colspan="3" | ทรัพยสัญญาอื่น ๆ
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาเข้าหุ้นส่วน
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาพนันขันต่อ
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 2/บทที่ 4|{{ขนอ|140%|บทที่ ๔}}<br>การปฏิบัติและบังคับตามสัญญา]]
|style="text-align:right; vertical-align:bottom;" | ๑๕๖
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | การปฏิบัติตามสัญญาด้วยความสมัครใจ
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๖
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | การบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญา
|
|style="text-align:right;" | ๑๖๑
|-style="vertical-align:top;"
|๓
|
|colspan="5" | กรณีที่เจ้าหนี้บังคับลูกหนี้ไม่ได้
|
|style="text-align:right;" | ๑๗๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|
|colspan="3" | การเปลี่ยนแผ่นดิน
|
|style="text-align:right;" | ๑๗๙
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|
|colspan="3" | อายุความ
|
|style="text-align:right;" | ๑๘๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๓
|
|colspan="3" | มรณกรรมของลูกหนี้
|
|style="text-align:right;" | ๑๙๐
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 2/บทที่ 5|{{ขนอ|140%|บทที่ ๕}}<br>กำเหนิดแห่งกฎหมายสัญญาปัจจุบัน]]
|style="text-align:right; vertical-align:bottom;" | ๑๙๖
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | การประดิษฐ์หลักกฎหมายสัญญา
|
|style="text-align:right;" | ๑๙๗
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | สัญญาใหม่
|
|style="text-align:right;" | ๒๐๓
|-
|}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
5ko4elznv6wio9xlyj06e1t7a144arn
294148
294128
2026-07-26T07:16:17Z
Flamevine
11908
294148
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{หว||ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|จ}}{{สต}}
{|
|-
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=50em|
|style="text-align:right;" | หน้า
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|
|
|การซื้อขายทอง
|
|style="text-align:right;" | ๑๓๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|การรอนสิทธิ
|
|style="text-align:right;" | ๑๓๕
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๖
|
|colspan="3" | {{ตลล|ส-c5|สัญญาให้|c5}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๔๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๗
|
|colspan="3" | {{ตลล|ส-c6|ทรัพยสัญญาอื่น ๆ|c6}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาเข้าหุ้นส่วน
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาพนันขันต่อ
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 2/บทที่ 4|{{ขนอ|140%|บทที่ ๔}}<br>การปฏิบัติและบังคับตามสัญญา]]
|style="text-align:right; vertical-align:bottom;" | ๑๕๖
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-d1|การปฏิบัติตามสัญญาด้วยความสมัครใจ|d1}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๖
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-d2|การบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญา|d2}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๖๑
|-style="vertical-align:top;"
|๓
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-d3|กรณีที่เจ้าหนี้บังคับลูกหนี้ไม่ได้|d3}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๗๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|
|colspan="3" | การเปลี่ยนแผ่นดิน
|
|style="text-align:right;" | ๑๗๙
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|
|colspan="3" | อายุความ
|
|style="text-align:right;" | ๑๘๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๓
|
|colspan="3" | มรณกรรมของลูกหนี้
|
|style="text-align:right;" | ๑๙๐
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 2/บทที่ 5|{{ขนอ|140%|บทที่ ๕}}<br>กำเหนิดแห่งกฎหมายสัญญาปัจจุบัน]]
|style="text-align:right; vertical-align:bottom;" | ๑๙๖
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-e1|การประดิษฐ์หลักกฎหมายสัญญา|e1}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๙๗
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-e2|สัญญาใหม่|e2}}
|
|style="text-align:right;" | ๒๐๓
|-
|}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
sn10pctjz627sn5djxtoebq50pamul0
294149
294148
2026-07-26T07:19:51Z
Flamevine
11908
294149
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{หว||ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|จ}}{{สต}}
{|
|-
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=50em|
|style="text-align:right;" | หน้า
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|
|
|การซื้อขายทอง
|
|style="text-align:right;" | ๑๓๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|การรอนสิทธิ
|
|style="text-align:right;" | ๑๓๕
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๖
|
|colspan="3" | {{ตลล|ส-c5|สัญญาให้|c5}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๔๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๗
|
|colspan="3" | {{ตลล|ส-c6|ทรัพยสัญญาอื่น ๆ|c6}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาเข้าหุ้นส่วน
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาพนันขันต่อ
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-d0|{{ขนอ|140%|บทที่ ๔}} <br> {{ขนอ|120%|การปฏิบัติและบังคับตามสัญญา}}|d0}}
|style="text-align:right; vertical-align:bottom;" | ๑๕๖
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-d1|การปฏิบัติตามสัญญาด้วยความสมัครใจ|d1}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๖
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-d2|การบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญา|d2}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๖๑
|-style="vertical-align:top;"
|๓
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-d3|กรณีที่เจ้าหนี้บังคับลูกหนี้ไม่ได้|d3}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๗๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|
|colspan="3" | การเปลี่ยนแผ่นดิน
|
|style="text-align:right;" | ๑๗๙
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|
|colspan="3" | อายุความ
|
|style="text-align:right;" | ๑๘๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๓
|
|colspan="3" | มรณกรรมของลูกหนี้
|
|style="text-align:right;" | ๑๙๐
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-e0|{{ขนอ|140%|บทที่ ๕}} <br> {{ขนอ|120%|กำเหนิดแห่งกฎหมายสัญญาปัจจุบัน}}|e0}}
|style="text-align:right; vertical-align:bottom;" | ๑๙๖
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-e1|การประดิษฐ์หลักกฎหมายสัญญา|e1}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๙๗
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-e2|สัญญาใหม่|e2}}
|
|style="text-align:right;" | ๒๐๓
|-
|}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
5a1ccz6lcxc3gmjbb7oke9td3dt3amy
294150
294149
2026-07-26T07:20:16Z
Flamevine
11908
/* Validated */
294150
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Flamevine" />{{หว||ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|จ}}{{สต}}
{|
|-
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=5em|
|
|width=50em|
|style="text-align:right;" | หน้า
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|
|
|การซื้อขายทอง
|
|style="text-align:right;" | ๑๓๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|ข)
|
|การรอนสิทธิ
|
|style="text-align:right;" | ๑๓๕
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๖
|
|colspan="3" | {{ตลล|ส-c5|สัญญาให้|c5}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๔๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๗
|
|colspan="3" | {{ตลล|ส-c6|ทรัพยสัญญาอื่น ๆ|c6}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาเข้าหุ้นส่วน
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|
|
|colspan="3" | สัญญาพนันขันต่อ
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๓
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-d0|{{ขนอ|140%|บทที่ ๔}} <br> {{ขนอ|120%|การปฏิบัติและบังคับตามสัญญา}}|d0}}
|style="text-align:right; vertical-align:bottom;" | ๑๕๖
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-d1|การปฏิบัติตามสัญญาด้วยความสมัครใจ|d1}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๕๖
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-d2|การบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญา|d2}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๖๑
|-style="vertical-align:top;"
|๓
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-d3|กรณีที่เจ้าหนี้บังคับลูกหนี้ไม่ได้|d3}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๗๘
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๑
|
|colspan="3" | การเปลี่ยนแผ่นดิน
|
|style="text-align:right;" | ๑๗๙
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๒
|
|colspan="3" | อายุความ
|
|style="text-align:right;" | ๑๘๒
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|๓
|
|colspan="3" | มรณกรรมของลูกหนี้
|
|style="text-align:right;" | ๑๙๐
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="8" style="text-align:center;" | {{ตลล|ส-e0|{{ขนอ|140%|บทที่ ๕}} <br> {{ขนอ|120%|กำเหนิดแห่งกฎหมายสัญญาปัจจุบัน}}|e0}}
|style="text-align:right; vertical-align:bottom;" | ๑๙๖
|-style="vertical-align:top;"
|๑
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-e1|การประดิษฐ์หลักกฎหมายสัญญา|e1}}
|
|style="text-align:right;" | ๑๙๗
|-style="vertical-align:top;"
|๒
|
|colspan="5" | {{ตลล|ส-e2|สัญญาใหม่|e2}}
|
|style="text-align:right;" | ๒๐๓
|-
|}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
kpwz1ij6mn0uj2d2c37d7y570ddal75
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/3
250
66796
294153
221532
2026-07-26T07:21:58Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/2]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/3]]: เปลี่ยนชื่อ
216092
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{| style="margin-left: auto; margin-right: auto; border: none;"
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="4" style="text-align:center;" | {{ขนอ|200%|สารบาญ}}
{{สต|7em}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="4" style="text-align:center;" | [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 3/หมวด 1|{{ขนอ|140%|หมวด ๑}}<br>ข้อความทั่วไป]]
|style="text-align:center; vertical-align:bottom;"| ๑
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|width=5em|
|กรรมสิทธิ์ที่ดิน
|width=50em|
|style="text-align:right;"| ๒
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|ระบอบที่ดินของชนเชื้อชาติไทยนอกประเทศไทย
|
|style="text-align:right;"| ๙
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="4" style="text-align:center;" | [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 3/หมวด 2|{{ขนอ|140%|หมวด ๒}}<br>ลักษณะสำคัญแห่งระบอบที่ดินในสมัยกรุงศรีอยุธยา]]
|style="text-align:center; vertical-align:bottom;"| ๒๐
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|พระมหากษัตริย์เป็นเจ้าของที่ดินแต่ผู้เดียว
|
|style="text-align:right;"| ๒๐
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|ห้ามการซื้อขายที่ดิน
|
|style="text-align:right;"| ๓๓
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|เจ้าของขาดสิทธิได้ง่าย
|
|style="text-align:right;"| ๓๘
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="4" style="text-align:center;" | [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 3/หมวด 3|{{ขนอ|140%|หมวด ๓}}<br>หนังสือสำคัญ]]
|style="text-align:center; vertical-align:bottom;"| ๕๐
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|สมัยกรุงศรีอยุธยา
|
|style="text-align:right;"| ๕๐
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ก่อนการออกโฉนดแผนที่
|
|style="text-align:right;"| ๕๗
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|การเปลี่ยนแปลงระบอบในรัชช{{ตตฉ|การ|กาล}}ที่ ๕
|
|style="text-align:right;"| ๖๔<noinclude>{{มปกต}}
|}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
qpwl75ghtqv3i66nauzd1gq0q2ugoaj
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/4
250
66797
294155
221534
2026-07-26T07:22:11Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/3]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/4]]: เปลี่ยนชื่อ
216098
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{หว|จ|สารบาญ}}{{สต}}
{| style="margin-left: auto; margin-right: auto; border: none;"
|-
|
|width=5em|
|
|width=50em|
|
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="4" style="text-align:center;" | [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 3/หมวด 4|{{ขนอ|140%|หมวด ๔}}<br>การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดิน]]
|style="text-align:center; vertical-align:bottom;"| ๗๗
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|การจอง
|
|style="text-align:right;"| ๗๗
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|การรับพระราชทาน
|
|style="text-align:right;"| ๘๘
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|การซื้อขาย
|
|style="text-align:right;"| ๙๐
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|
|การให้และการแลกเปลี่ยน
|
|style="text-align:right;"| ๙๔
|-style="vertical-align:top;"
|๕.
|
|การจำนำ การขายฝาก และการจำนอง
|
|style="text-align:right;"| ๙๗
|-style="vertical-align:top;"
|๖.
|
|การได้มาทางมฤดก
|
|style="text-align:right;"| ๑๑๑
|-style="vertical-align:top;"
|colspan="4" style="text-align:center;" | [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 3/หมวด 5|{{ขนอ|140%|หมวด ๕}}<br>การสิ้นสุดกรรมสิทธิ์]]
|style="text-align:center; vertical-align:bottom;"| ๑๑๕
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|
|การเวนคืน
|
|style="text-align:right;"| ๑๑๕
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|
|การบังคับซื้อ
|
|style="text-align:right;"| ๑๑๗
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|
|การละทิ้ง
|
|style="text-align:right;"| ๑๒๗
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|
|อายุความ
|
|style="text-align:right;"| ๑๓๔
|-
|}<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
bva90hr7b6graz3uw2ncz7doaoth1k1
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/1
250
66799
294151
221530
2026-07-26T07:21:18Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/1]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/1]]: เปลี่ยนชื่อ
216111
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{{ก|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง|บ=font-size:140%}}
{{ก|คำสอนชั้นปริญญาโท|บ=font-size:200%}}
{{ก|พุทธศักราช ๒๔๘๓}}
{{สกอ|sp|100}}
{{ก|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|บ=font-size:200%}}
{{ก|(กฎหมายเอกชน)}}
{{ก|กฎหมายที่ดิน|บ=font-size:140%}}
{{ก|โดย}}
{{ก|ร. แลงกาต์|บ=font-size:120%}}
{{ก|ดอกเตอร์กฎหมายฝรั่งเศส}}<noinclude></noinclude>
h4bi5g1nm8k8jwtiesb4yn3mjfikmbf
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/5
250
66801
294157
221536
2026-07-26T07:22:46Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/4]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/5]]: เปลี่ยนชื่อ
216115
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{{ก|{{สนต|คำนำ}}|บ=font-size:140%}}
ในการบรรยายประวัติกฎหมายระบอบที่ดิน มีบางตอนซึ่งข้าพเจ้าจำเป็นจะต้องบุกรุกเข้าไปในเขตต์คำสอนของท่านอาจารย์ผู้สอนกฎหมายปัจจุบัน โดยข้าพเจ้าไม่มีช่องที่จะเว้นได้ เพราะเรื่องที่ดินนี้ กฎหมายเก่ามีอายุยืดเวลานานจนถึงสมัยปัจจุบัน แต่วัตถุประสงค์ของนักประวัติศาสตร์ไม่เหมือนวัตถุประสงค์ของอาจารย์ผู้สอนกฎหมายปัจจุบัน และวิธีสอนก็ผิดกัน เพราะอาจารย์ผู้สอนกฎหมายปัจจุบันมุ่งจะให้อธิบายกฎหมายในทางที่เป็นประโยชน์ในทางปฏิบัติ จึงพยายามที่จะแปลบทกฎหมายออกให้มีผลทันสมัยและเหมาะสมแก่ความต้องการของบุคคลในสมัยปัจจุบัน แต่ส่วนนักประวัติศาสตร์ตรงกันข้าม พยายามนำเอาข้อความเดิมของบทกฎหมายมาให้ปรากฎ เพื่อแสดงให้นักศึกษาเห็นถึงการผันแปรของกฎหมายแต่สมัยเก่าจนสมัยเรานี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ผู้สอนกฎหมายปัจจุบันดำเนินคำสอนในทางที่จะทำให้นักศึกษาผู้ฟังสามารถไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายหน้าได้ แต่นักประวัติศาสตร์ดำเนินคำสอนในทางที่จะทำให้นักศึกษารู้ถึงวิธีต่าง ๆ ที่เคยใช้มาแต่ก่อน เพื่อตัดปัญหาและระงับข้อขัดข้องในอดีตกาล ซึ่งวิชาทั้งสองนี้ประกอบกัน ทำให้นักศึกษามีความรู้กว้างขวาง แต่โดยเหตุที่คำสอนดำเนินไปคนละแง่คนละทางดั่งนี้ การตีความในกฎหมายบทเดียวกันจึงอาจผิดแผกไปได้เป็นธรรมดา เช่น เมื่ออาจารย์ผู้สอนกฎหมายหรือผู้พิพากษาในสมัยของเรายกบทกฎหมาย<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
0089r5tjirm0th6y992ogqba7upremh
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/6
250
66802
294159
221538
2026-07-26T07:22:53Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/5]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/6]]: เปลี่ยนชื่อ
216119
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{ก|ข}}</noinclude>ที่ตราขึ้นในแผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยามาอธิบายในคำสอนหรือใช้ปรับคดีความ ท่านเหล่านี้ย่อมไม่อ่านดูบทกฎหมายเช่นอย่างคนในสมัยโน้น เพราะความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนเปลี่ยนไปหมด ทั้งบทกฎหมายที่ยกมานั้น ในสมัยที่ตราขึ้น รวมเข้าอยู่กับบทกฎหมายอื่น ๆ ที่ประกอบเป็นระบอบอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่เมื่อยกมาใช้ต่างหาก โดยบทกฎหมายอื่น ๆ นั้นเลิกไม่ใช้เสียนานแล้ว ความเดิมก็ย่อมไม่ปรากฎติดพันธ์อยู่ต่อไป แต่ฝ่ายนักประวัติศาสตร์พากเพียรที่จะรื้อฟื้นกฎหมายเก่าพร้อมด้วยระบอบเดิม โดยอาศัยความคิดเห็น ลัทธิธรรมเนียม และบรรดาบทกฎหมายที่ใช้ในเวลานั้น ฉะนั้น หากการตีความของข้าพเจ้าผิดกับคำวินิจฉัยของศาลหรือคำอธิบายของอาจารย์ผู้สอน ขออย่าพึงถือว่าเป็นการติเตียนหรือคัดค้าน เพราะความผิดกันนั้นอาจเนื่องมาจากการใช้วิธีอันต่างกัน
อนึ่ง ข้าพเจ้าขอตักเตือนนักศึกษาตามที่ได้กล่าวไว้ในคำสอนปี พ.ศ. ๒๔๗๘ และคำนำคำสอนปี ๒๔๘๐ ว่า "ความเห็นที่ข้าพเจ้ากล่าวในคำสอนนี้ โดยมากก็เป็นแต่ข้อสันนิษฐานซึ่งข้าพเจ้าพร้อมอยู่ที่จะสละทิ้งเสียหรือที่จะแก้ไขเพิ่มเติมในเมื่อมีผู้ชี้ให้เห็นข้อสันนิษฐานอื่นที่ดีและมีน้ำหนักกว่า ฉะนั้น นักศึกษาผู้ฝักใฝ่ในประวัติศาสตร์กฎหมายไทยอย่าได้เอาคำสอนนี้ไปโดยมิได้ไตร่ตรองให้เห็นชอบแท้แน่แก่ใจเสียก่อน ตรงกันข้าม ข้าพเจ้าใคร่ให้นักศึกษาพึงพิจารณาและออกความเห็นโต้แย้งซึ่งกันและกัน เพื่อพิศูจน์ความถูกต้องในความเห็นที่<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
j9fvktxwraijv8yo3vvzh4oz0fly2kw
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/2
250
66803
294161
221540
2026-07-26T07:23:05Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/6]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/2]]: เปลี่ยนชื่อ
216124
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{ก|ค}}</noinclude>ข้าพเจ้าแสดงไว้ ถ้าหากผู้ใดมีความเห็นแย้งความเห็นของข้าพเจ้าส่วนใดแล้ว ก็ขอได้ชี้แจงให้ข้าพเจ้ทราบด้วย" ฉะเพาะประวัติศาสตร์รอบที่ดิน คำกล่าวนี้เหมาะยมอย่างนี้ เพราะรอบที่ดินหาเกี่ยวกับกฎหมายเอกชนอย่างเดียวไม่ แต่เกี่ยวกับวิธีปกครองบ้านเมือง วิธีเก็บเงินภาษีอากร กับระบอบทางเศรษฐกิจด้วย การศึกษาจึงต้องพึงอาศัยการค้นคว้าในวิชาต่าง ๆ ย่อมเป็นธรรมดาที่จะหาความจริงจังได้ยาก ฉะนั้น ควรถือเอาความเห็นของข้าพเจ้านี้เป็นแต่ข้อสันนิษฐานไว้ก่อน เมื่อมีการค้นคว้าในภายหน้าแล้วได้หลักฐานใหม่ จึงจะรู่ได้ว่าควรถือเป็นความจริงต่อไปเพียงไร.
{{กข|ร. แลงกาต์<br>ศาลอุทธรณ์ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๔๘๓|center}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
m836oih2mxsbr7n9d8o7jzdtpkx4vgl
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/7
250
66804
294165
221585
2026-07-26T07:24:17Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/7]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/7]]: เปลี่ยนชื่อ
221585
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{{ก|{{สนต|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}|200}}
{{ก|{{สนต|ระบอบที่ดิน}}|120}}
{{ก|หมวด ๑|140}}
{{ก|ข้อความทั่วไป}}
{{สต|7em}}
{{กม|ข3|1}}ตามกฎหมายเก่าหาแบ่งแยกทรัพย์เป็นสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ เช่นกฎหมายปัจจุบันไม่ แต่แบ่งแยกเป็นวิญญาณกทรัพย์และอวิญญาณกทรัพย์ คือ ทรัพย์ที่มีชีวิตและทรัพย์ที่ปราศจากชีวิต การแบ่งแยกนี้ปรากฏอยู่ครั้งแรกในคัมภีร์ธรรมสัตถำเก่าที่ใช้กันในประเทศรามัญและพะม่า นักนีติศาสตร์มอญเป็นผู้คิดตั้งโดยเอามูลมาจากพระคำภีร์ในพระพุทธศาสนา<ref>ฝ่ายธรรมศาสตร์ฮินดูแบ่งแยกทรัพย์เป็น สฺถาวร คือ ทรัพย์ที่เคลื่อนที่ไม่ได้ และ ชงฺคม หรือ ธน คือ ทรัพย์ที่เคลื่อนที่ได้ แต่ความจริงการแบ่งนี้เป็นมูลเดิมแห่งการที่ปรากฏอยู่ในคำภีร์พระพุทธศาสนา โดยถือเอาว่า ทรัพย์ที่เคลื่อนที่ได้ก็เป็นทรัพย์ที่มีชีวิต</ref> แต่การแบ่งนี้มีลักษณะไปในทางศาสนาและศีลธรรมมากกว่าอื่น จึงไม่ค่อยมีผลอย่างไรในทางกฎหมาย ข้อที่กฎหมายในครั้งกรุงศรีอยุธยารับรู้การแบ่งประเภททรัพย์นี้แต่อย่างเดียว ไม่คิดที่จะเอาที่ดินเป็นประเภททรัพย์ต่างหากนั้น ส่อให้เห็นว่า ในสมัยนั้นไม่นับที่ดินว่าเป็นทรัพย์สำคัญในกองสมบัติของบุคคลเช่นในสมัยปัจจุบัน ในสายตาของผู้เป็นเจ้าของ{{วว}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
liw47f9pbg9shq9475y7ynkb9ymlcos
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/8
250
66805
294167
221587
2026-07-26T07:24:24Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/8]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/8]]: เปลี่ยนชื่อ
221587
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" />{{หสล|๒|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|ข้อความทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>ที่ดินไม่มีราคามากกว่าทาสกรรมกร ปสุสัตว์ สัตว์พาหนะ และเงินทองรูปพรรณซึ่งเป็นของตนด้วย
การถือกันดังกล่าวมานี้หาใช่เพราะเหตุที่คนไทยโบราณไม่รู้จักคุณค่าของที่ดินในทางเศรษฐกิจไม่ ปวงชนชาวไทยตั้งแต่โบราณกาลมาพึ่ง{{ปตปต|พา}}อาศัยกสิกรรมเป็นพื้นในการเลี้ยงชีวิต จึงเห็นแจ้งประจักษ์ถึงประโยชน์แห่งที่ดิน การที่ถือกันว่าไม่เป็นทรัพย์สำคัญในกองสมบัติของบุคคล ก็เนื่องมาจากความคิดเห็นเรื่องสิทธิของผู้เป็นเจ้าของ
{{ก|๑. {{สนต|กรรมสิทธิที่ดิน}}|120}}
{{กม|ข3|2}}ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๖ ว่า "เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สรอยและจำหน่ายทรัพย์สินของตน และได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ และมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย" สิทธิของเจ้าของตามที่วิเคราะห์มานี้ ถ้าพูดถึงเจ้าของสังหาริมทรัพย์ มนุษย์รับรู้กันทั่วไปแต่นมนาน แม้ขนบธรรมเนียมชุมนุมชนอนารยะหรือพวกคนป่าที่ล้าหลังที่สุดยังรับรองกรรมสิทธิของบุคคลในสิ่งของบางอย่าง เช่น อาวุธ เครื่องมือ สัตว์พาหนะ เครื่องประดับประดา เป็นต้น ผู้เป็นเจ้าของมีสิทธิใช้และจำหน่ายแต่ผู้เดียว และมีสิทธิทำลายได้ตามอำเภอใจ ทั้งมีสิทธิติดตามได้จากผู้ที่ลักไป ดุจเดียวกันกับสมัยปัจจุบัน แต่ส่วนที่ดินนั้น สิทธิของเจ้าของได้เปลี่ยนแปลงตาม<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
haml0ucs37ktd7pvajqdv05q39mjazx
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/99
250
66806
294163
221546
2026-07-26T07:23:33Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/146]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/99]]: เปลี่ยนชื่อ
216138
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{{กซ|โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง<br>นายประสิทธิ์ ลุลิตานนท์ ผู้พิมพ์โฆษณา<br>๑๒/๕/๘๓.|center}}<noinclude></noinclude>
k4lhqndhpu2pndvbqr55b0hdtjgd9aw
หน้า:Kham Thalaeng Kan 2477-03-07.djvu/5
250
68045
293997
279244
2026-07-26T03:45:50Z
Thitut
6975
/* Proofread */ Mistranscription
293997
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Thitut" />{{หรก|7|น=๑๓๓๘|ว=๗ มีนาคม ๒๔๗๗|ล=๕๑}}</noinclude>ไปได้ตามข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร
บัดนี้ได้ทรงมีพระราชหัตถเลขาทรงสละราชสมบัติพระราชทานมายังรัฐบาลแต่วันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ รัฐบาลได้รับพระราชกระแสใส่เกล้าฯ ด้วยความโทมนัสอย่างยิ่ง เพราะรัฐบาลรู้สึกอยู่ว่าได้มีความจงรักภักดีและซื่อสัตย์สุจริตต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้อยู่เต็มที่ตลอดมา ได้พยายามทุกทางจนสุดความสามารถที่จะทานทัดขัดพระราชประสงค์มิให้ทรงสละราชสมบัติ แต่ก็หาสมตามความมุ่งหมายไม่ ฉะนั้นรัฐบาลจึ่งได้นำพระราชหัตถเลขาทรงสละราชสมบัติขึ้นเสนอสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับทราบไว้ด้วยความโทมนัส และในโอกาสนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัง ซึ่งเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามกฎมนเทียรบาล ได้นำรายพระนามพระราชวงศ์ซึ่งสมควรจะเป็นผู้สืบสันตติวงศ์ โดยมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทรงลงพระนามว่าทรงตรวจถูกต้องแล้ว ขึ้นเสนอสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๙ แห่ง{{ลสย|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม}} ในที่สุดสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติ<noinclude></noinclude>
at29t89ji37ojtovb3e1cz4do0yze2f
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/9
250
68467
294169
221555
2026-07-26T07:24:32Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/9]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/9]]: เปลี่ยนชื่อ
221555
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๓|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}</noinclude>ชั้นแห่งความเจริญของชุมนุมชน วิธีเลี้ยงชีพ และระบอบการเมือง กฎหมายประเพณีเรื่องที่ดินจึงมีลักษณะต่างกันตามกาลสมัยและประเทศชาติ
พวกคนป่าบางพวกไม่รู้เรื่องกรรมสิทธิในที่ดินเลย เช่น พวกที่หาเลี้ยงชีพโดยการล่าสัตว์หรือการเก็บผลไม้ป่า ถือว่าที่ดินเป็นของกลาง ไม่มีใครหวงห้ามเป็นของตนโดยฉะเพาะได้ ในพวกที่หาเลี้ยงชีพโดยเลี้ยงปสุสัตว์และที่ท่องเที่ยวไปไม่ตั้งรกรากอยู่คงที่ แม้จะเป็นพวกที่เข้ามาสู่ความเจริญบ้างแล้ว เช่น พวกมองโกลและอาหรับก็ดี ที่ดินยังไม่มีเจ้าของ ยังเป็นของกลางอยู่ ต่อเมื่อมีชุมนุมอาศัยการเพาะปลูก จึงเกิดมีผู้เป็นเจ้าของที่ดิน แต่ในดั้งเดิมที่ดินไม่ตกเป็นขอบุคคลแต่ละคน แต่ตกเป็นของชาติกุล<ref>คำ ชาติกุล นี้ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากรใช้เพื่อแปลคำอังกฤษ tribe ในบทประพันธ์ "วิชาการเมือง" อันรวบรวมอยู่ในหนังสือ "ศัพท์สนธิสัญญาและการเมือง" ข้าพเจ้าจึงยืมมาใช้ในคำสอน บทประพันธ์นี้อธิบายถึงขั้นแห่งความเจริญของมนุษย์ นักศึกษาควรอ่านประกอบกับคำสอนหมวดนี้ด้วย.</ref> ร่วมกัน และแบ่งปันกันในระหว่างครัวเรือนเป็นระยะสั้น ๆ โดยมากทุปกี ในกาลต่อมา วิธีเพาะปลูกดีขึ้น ผู้ทำต้องการยึดถือที่ดินนานกว่าแต่ก่อน การแบ่งปันจึงค่อย ๆ ขยายเวลาทำกันเป็นเวลานานขึ้น จนในที่สุดก็เลิกเสียทีเดียว ที่ดินจึงตกเป็นกรรมสิทธิร่วมกันของครอบครัว หัวหน้าครอบครัวเป็นผู้ถือในนามของสมาชิกทั้งหลาย หัวหน้าไม่มีสิทธิโอนให้แก่ใคร เพราะเป็นสมบัติของหมู่ แต่นอกจากนี้หัวหน้ามีอำนาจมาก โดยเป็นผู้ตัดสินเด็ดขาดเรื่องการใช้ประโยชน์ในที่ทุกประการ ในกาลต่อมา อำนาจของหัวหน้าเสื่อมลง เพราะการที่ครอบครัวรวมเป็นชาติ<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
99nb6nm2n80iz4y7kysueq7prwhevnj
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/10
250
68468
294171
221559
2026-07-26T07:24:41Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/10]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/10]]: เปลี่ยนชื่อ
221559
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๔|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|ข้อความทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>กุลนั้นสนิทแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ชาติกุลมีประมุขอันมีอำนาจเหนือบรรดาหัวหน้าครอบครัว ในตอนต้น อำนาจของประมุขยังอ่อนอยู่ เป็นแต่หัวหน้าผู้หนึ่งซึ่งมีกำลังบริวารมากกว่าผู้อื่น แต่ในประเทศชาติที่เจริญ อำนาจของประมุขนั้นกว้างขวางมั่นคงขึ้นเป็นลำดับ และสามารถที่จะตั้งลูกหลานสืบกันต่อไปได้ เป็นเหตุให้อำนาจของหัวหน้าครอบครัวหย่อนลง ในบางแห่งประมุขเข้าสวมสิทธิของหัวหน้าครอบครัวได้บางประการโดยถือชาติกุลเสมือนหนึ่งว่าเป็นครอบครัวของตน และปกครองบ้านเมืองตามอย่างหัวหน้าบริหารกิจการแห่งครอบครัว ประมุขจึงได้เป็นผู้ถือที่ดินอยู่ในบังคับบัญชาของตนแต่ผู้เดียวแทนหัวหน้าทั้งหลาย ต่อมาเมื่อชาติกุลรวมเป็นประเทศชาติใหญ่ การปกครองหนักแน่นยิ่งขึ้น เป็นเหตุให้อำนาจของครอบครัวโทรมลงไปอีก และบุคคลแต่ละคนเริ่มมีสิทธิโดยฉะเพาะ ในชุมนุมที่ยังถือกรรมสิทธิร่วมกันของครอบครัว หัวหน้าไม่มีอำนาจเด็ดขาดเหมือนแต่ก่อน ต้องปรึกษาสมาชิกผู้อื่น และบางทีก็ต้องยอมแบ่งปันที่ดินให้แก่สมาชิกด้วย กรรมสิทธิของเอกชนจึงแพร่หลายขึ้น
{{กม|ข3|3}}แต่กรรมสิทธิที่เกิดขึ้นนี้มีลักษณะต่างกันกับกรรมสิทธิในสังหาริมทรัพย์เป็นอันมาก ทั้งนี้ก็เพราะเหตุหลายประการ ในเบื้องต้น ที่ดินมีมาก และคนยังมีน้อย ฉะนั้น หากใคร ๆ ต้องการที่เพื่อปลูกเรือนหรือทำการเพาะปลูก ก็มีแต่จะไปหาที่ในป่า แล้วแผ้วถางโก่นสร้าง ที่จึงเป็นของตน แต่ทว่า ถ้าเจ้าของอพยพออกจากที่หรือเลิกทำประโยชน์เสียแล้ว ที่ก็กลับเป็นของกลาง ผู้หนึ่งผู้ใดจะเข้าทำต่อไปก็ได้ ในสมัยโบราณ กรรมสิทธิไม่แยกออกจากการครอบครอง เจ้า<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
ez2c5rppzjoy3ohkrnw1gioqwu7jlga
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/11
250
68469
294173
221564
2026-07-26T07:25:12Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/11]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/11]]: เปลี่ยนชื่อ
221564
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๕|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}</noinclude>ของต้องเป็นผู้อยู่หรือผู้ทำ แลมีสิทธิหวงห้ามที่ได้แต่เมื่ออยู่หรือเมื่อทำ โดยเหตุนี้เอง ที่ดินจึงไม่เป็นสาระสำคัญในกองสมบัติของบุคคล ทรัพย์ที่เป็นสาร{{ปตปต|ะ}}สำคัญก็คือทาสกรรมกรช้างม้าโคกระบือและสิ่งของทองเงินที่ติดไปกับผู้เป็นเจ้าของและอยู่ใต้อำนาจของเจ้าของเด็ดขาด กับทั้งเป็นทรัพย์ที่ทำให้เจ้าของสามารถได้ผลประโยชน์จากที่ดินด้วย ฉะนั้น บุคคลผู้หนึ่งหามั่งมีเพราะมีไร่นาเรือกสวนเนื้อที่ใหญ่ไม่ แต่เพราะมีกำลังเพียงพอทำได้เต็มเนื้อที่ กล่าวคือ มีแรงงานทาสกรรมการและเงินทองเป็นอันมาก เมื่อเป็นดังนี้ จึงไม่เป็นการประหลาดแต่อย่างใดที่กฎหมายเก่าของไทยในบางแห่งระบุทรัพย์ต่าง ๆ ที่รวมเป็นกองสมบัติของบุคคลโดยมิได้บ่งถึงที่ดินเลย ความจริงที่ดินไม่มีราคาในตัวเอง แต่ผลที่เก็บเกี่ยวได้จากที่ดินตกอยู่ในกองสมบัติของบุคคลมากกว่าเนื้อที่ดินเอง ต่อเมื่อกรรมสิทธิแยกออกจากการครอบครองแล้ว ที่ดินจึงเริ่มเป็นทรัพย์สินอันมีคุณค่าต่างหากจากผลประโยชน์ที่ทำได้ แต่ถึงกระนั้นก็ดี สิทธิในที่ดินยังไม่เหมือนสิทธิในสังหาริมทรัพย์ เพราะสมัยที่มนุษย์รวมตั้งเป็นชุมนุมใหญ่นั้น เป็นสมัยการเมืองที่การปกครองเป็นการปกครองดินแดน แทนที่จะเป็นการปกครองหมู่ชนโดยฉะเพาะอย่างสมัยก่อน มีพระราชาเป็นเจ้าอาณาเขตต์ อาณาเขตต์นั้นไม่ใช่อื่น คือ ที่ดินที่พระราชทรงอำนาจปกครองนั้นเอง การที่มีเจ้าของหวงแหนยึดถือไว้ในอำนาจของตน อาจเป็นปรปักษ์ต่ออำนาจของพระราชา ไม่เหมือนสังหาริมทรัพย์ที่ผู้เป็นเจ้าของไม่สู้จะมีโอกาสใช้สิทธิของตนได้ในทางที่เป็นอุปสรรคต่ออำนาจของพระราชา ฉะนั้น ในประเทศชาติที่พระราชามีอำนาจมาก ก็คงจะพยายามตัดทอนและจำกัดสิทธิ<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
nu5qv1iey78qy2hyq2ek1237d5kigly
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/12
250
68470
294175
221570
2026-07-26T07:25:23Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/12]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/12]]: เปลี่ยนชื่อ
221570
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๖|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|ข้อความทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>ของเจ้าของมิให้ล่วงอำนาจของพระราชาได้ โดยเหตุที่การยึดถือที่ดินเป็นปัจจัยแห่งอิสสระภาพและความเลื่อมใส พระราชาจะขวนขวายอย่างสุดกำลังแห่งความสามารถมิให้สิทธิของเจ้าของเกิดเป็นอันตรายต่อตน กับทั้งในฐานะที่มีหน้าที่ป้องกันประโยชน์ของบ้านเมือง พระราชาคงบากบั่นเข้าจัดการให้ที่ดินเกิดมีผลตามความต้องการของประชากร และให้ราษฎรรับส่วนแบ่งอันสมควรแก่ตำแหน่งและกำลังด้วย
ด้วยเหตุหลายประการดังกล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่า ในสมัยเก่า สิทธิของผู้เป็นเจ้าของที่ดินไม่บริบูรณ์เหมือนสมัยปัจจุบัน ในเบื้องต้นมักเป็นสิทธิร่วมกันของหมู่ชน ไม่มีการโอนให้กันได้ หรือเป็นแต่สิทธิที่จะทำหรืออาศัยในที่ ในกาลต่อมาเมื่อกรรมสิทธิแยกออกจากการครอบครองได้แล้ว ก็มากระทบกระเทือนกับอำนาจของรัฐอันกีดขวางมิให้กวางขึ้น สิทธิของเจ้าของที่ดินจึงถูกจำกัดต่าง ๆ ไม่บริบูรณ์ เช่น สิทธิในสังหาริมทรัพย์ซึ่งกฎหมายประเพณีรับรู้แต่ดึกดำบรรพ์ เพิ่งมีกรรมสิทธิอย่างเดียวสำหรับทรัพย์ทั้งสองประเภทแต่ในสมัยปัจจุบันนี้เอง<ref>ความจริงแม้ในสมัยปัจจุบันกรรมสิทธิในที่ดินยังมีข้อจำกัดต่าง ๆ และมีกฎข้อบังคับพิเศษหลายประการ แต่ทั้งนี้ก็เนื่องจากสภาพแห่งที่ดินนั้นเอง และความสำคัญแห่งที่ดินในทางเศรษฐกิจ ไม่เกี่ยวกับการปกครองบ้านเมือง</ref>
{{กม|ข3|4}}เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ระบอบที่ดินในประเทศไทยนี้ เป็นการน่าประหลาดที่กฎหมายไทยไม่ได้รับอิทธิพลจากกฎหมายฮินดูหรือกฎหมายรามัญ หากจะได้รับบ้างก็เป็นข้อเบ็ดเตล็ดไม่สำคัญ นักนีติศาสตร์ฮินดูรับรู้สิทธิของบุคคลเหนือที่ดินแต่เเนิ่นนาน และแยกกรรม<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
09l25fleyvs1tzbi8r9vtxvh60qd9z0
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/13
250
68471
294177
221578
2026-07-26T07:25:32Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/13]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/13]]: เปลี่ยนชื่อ
221578
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๗|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}</noinclude>สิทธิออกจากการครอบครองอย่างแจ่มแจ้ง แต่โดยมากที่ดินเป็นกรรมสิทธิร่วมกันของครอบครัวหรือของหมู่บ้าน กรรมสิทธิของบุคคลแต่ละคนไม่ค่อยจะมี ส่วนอำนาจของพระราชาก่อนสมัยที่พวกมองโกลเข้ามาตีประเทศอินเดียได้ นักนีติศาสตร์ถือว่า ไม่เกี่ยวกับสิทธิของราษฎรผู้เป็นเจ้าของที่ดิน ตามคัมภีร์เคาตมธรรมสูตรที่แต่งขึ้นราวร้อยปีก่อนพุทธศักราชระบุถึงการได้มาต่าง ๆ ของกรรมสิทธิ โดยไม่อ้างอิงถึงสิทธิของพระราชาเลย ส่วนคำภีร์มนูธรรมศาสตร์ว่า พระราชามีหน้าที่เป็นผู้ระงับข้อพิพาทอันเกิดขึ้นระหว่างราษฎรเรื่องเขตต์ที่ดิน แต่ตัวเองไม่มีสิทธิในที่แต่อย่างใด ความคิดเห็นของนักนีติศาสตร์ฮินดูนี้ตกมาปรากฎอยู่ในพระคำภีร์ฝ่ายพุทธศาสนา เช่น ตามนิทานพระเจ้ามหาสุมมติราชเมื่อถูกเลือกตั้งเป็นปฐมมหากษัตริย์นั้น ราษฎรหาสละที่ดินของตนไม่ แต่ยอมสละเสียส่วนหนึ่งแห่งผลที่จะเก็บเกี่ยวได้ในนาของตนเพื่อให้พระเจ้ามหาสมมุติราชดำเนินราชการได้เท่านั้น<ref>ให้ดู {{ตตฉ|อคญฺญสุตฺตํ|อคฺคญฺญสุตฺต}} ใน {{ตตฉ|ทีฆานิกาย|ทีฆนิกาย}} และ อรรกถา ใน วิมานวตฺถุ เป็นต้น</ref>
ส่วนประเทศรามัญหรือประเทศพม่าเก่าก็รับอิทธิพลมาจากประเทศฮินดูโดยตรง ระบอบที่ดินจึงมีลักษณะคล้ายคลึงกับกฎหมายฮินดู ตามธรรมสัตถำของพระเจ้าวาเรรุ (เจ้าฟ้ารั่ว) ราษฎรเป็นเจ้าของที่สวนนาและที่ ๆ ปลูกเรือนอยู่ มีสิทธิซื้อขาย ให้ และจำนำได้ โดยพระราชาไม่เกี่ยวข้องเลย (มาตรา ๖๗, ๘๖ และ ๙๒) ตามมาตรา ๑๖๙ และ ๑๗๐ การพิศูจน์กรรมสิทธิ์ในที่ดินก็พิศูจน์ด้วยพะยานหลักฐาน ถ้ามีหลักฐานด้วยกันทั้งสองฝ่ายหรือเป็นที่สงสัยแล้ว ให้ผู้ครอบครองที่พิพาทเนืองนิจเป็นเจ้าของ ยังปรากฎว่า ที่ดินเคยเป็นกรรมสิทธิร่วม<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
9ok0k49ge66o0t33rt4yj5m2mlad4f2
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/14
250
68472
294179
221586
2026-07-26T07:25:41Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/14]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/14]]: เปลี่ยนชื่อ
221586
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๘|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|ข้อความทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>กันของครอบครัว เห็นได้จากการที่กฎหมายประเพณีไม่ยอมให้ตกเป็นของผู้ที่ไม่เป็นญาติ ถ้าเจ้าของจะขายที่ กฎหมายบังคับให้เสนอต่อผู้เป็นทายาทก่อน ถ้าทายาทไม่ยอมซื้อ จึงขายให้แก่ผู้อื่นได้ (มาตรา ๘๖) แต่ในประเทศไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นที่ทราบอยู่แล้วว่า ระบอบที่ดินผิดแผกจากนี้มาก โดยพระมหากษัตริย์ถือพระองค์ว่าเป็นเจ้าของที่ดิน ราษฎรเป็นแต่ผู้อาศัย ไม่มีสิทธิซื้อขายกันได้ ฯลฯ แม้กฎหมายเขมรในโบราณกาลเท่าที่ค้นคว้าหาได้ ดูเหมือนว่าไม่มีอิทธิพลเหนือกฎหมายไทยเลย โดยมหากษัตริย์ไม่เข้าแทรกแซงกับกรรมสิทธิของผู้เป็นเจ้าของ ตามศิลาจารึกของสมเด็จพระเจ้าสูริยวรรมันที่ ๑ ลงปีศก ๙๒๘ คือปี พ.ศ. ๑๕๔๙ ได้ความว่า เมื่อมีผู้มาขอรับพระราชทานที่ดิน ตามระเบียบมีการไต่สวนเพื่อทราบว่า ที่ ๆ ขอพระราชทานนั้นมีเจ้าของหรือไม่ ถ้ามีเจ้าของแล้ว ไม่พระราชทาน ซึ่งส่อให้เห็นชัดว่า มหากษัตริย์เขมรรับรองสิทธิของราษฎรในที่ดิน ฉะนั้น กฎหมายที่ดินในประเทศไทยมีลักษณะพิเศษ ไม่ค่อยรับเอาสิ่งอันใดจมาจากประเทศชาติอื่น แม้เป็นประเทศที่โดยปกติมีอิทธิพลสำหรับกฎหมายแผนกอื่น<ref>แต่อย่าพึงเข้าใจว่า ระบอบที่ดินเช่นนี้เป็นของชุมนุมชนชาติไทยโดยเฉภาะ ไม่มีที่อื่น ความจริงในอดีตกาลชุมนุมชนในยุโรปบางแห่งเคยมีระบอบที่ดินอันคล้ายคลึงกันกับระบอบที่ดินของไทย แม้ในสมัยปัจจุบันมีชุมนุมชนในทวีปอาฟริกากลาง เช่น ประเทศอูคันดา ที่ระบอบที่ดินมีลักษณะคล้ายคลึงกันกับระบอบของไทยจนเป็นที่น่าพิศวง.</ref> คงเกี่ยวเกาะยึดมั่นในระบอบที่ดินเดิมอันเป็นขนบธรรมเนียมของชาติ ฉะนั้น ก่อนที่จะศึกษากฎหมายที่ดินในสมัยกรุงศรีอยุธยา เห็นว่า ควรอธิบายโดยสังเขปถึงลักษณะระบอบที่ดินในชุมนุมชนเชื้อชาติไทยที่ตั้งถิ่นถานอยู่นอกลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเสียก่อน
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
tcu7pu2toq9vcdefzvlky01k84v29uh
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/15
250
68473
294181
221594
2026-07-26T07:25:51Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/15]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/15]]: เปลี่ยนชื่อ
221594
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๙|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}</noinclude>{{ก|๒. {{สนต|ระบอบที่ดินของชนเชื้อชาติไทยนอกประเทศไทย}}|120}}
{{กม|ข3|5}}วิธีปกครองของประเทศอัสสัมเมื่อพวกอาหมเป็นใหญ่<ref>มหากษัตริย์อาหมเป็นชาติไทยใหญ่หรือเงี้ยว เริ่มตีอาณาเขตต์อัสสัมได้แต่ปี ๑๗๗๑ เรื่อยมาจนเต็มอาณาเขตต์ พวกมองโกลโจมตีหลายครั้ง แต่อาหมต่อสู้และรักษาอิสสระภาพไว้ได้ ในปี ๒๑๙๘ มหากษัตริย์อาหมเข้านับถือลัทธิศาสนาพารหามณ์ และต่อมาผู้สืบราชวงส์ก็นับถือศาสนาพราหมณ์เช่นเดียวกันต่อไป ในตอนกลางสรรตวรรษที่ ๒๓ อำนาจของมหากษัตริย์เสื่อมลง และประเทศอัสสัมตกอยู่ในอารักขาของประเทศพะม่า.</ref> มีลักษณะอันคล้ายคลึงกับวิธีปกครองของประเทศไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา กล่าวคือ ประชาชนต้องถูกเกณฑ์เข้ารับราชการทุกคน เว้นเสียแต่พวกขุนนาง นักพรต ผู้มีวรรณสูง และทาษ ชายทุกคนอายุตั้งแต่ ๑๕ ปีถึง ๕๐ ปีได้ชื่อว่าเป็น ปาอิก (จากคำสันสกฤต ปาทติก คือ ทหารบก) ซึ่งตรงกับคำว่า ไพร่ ชนปาอิกจัดแบ่งเป็นหมู่ ๆ ละ ๒๐ คน ๑๐๐ คน ๑๐๐๐ คน ๓๐๐๐ คน และ ๖๐๐๐ คนเหมือนเช่นกองทัพ มีนายเป็นลำดับกันเป็นชั้น ๆ มีอำนาจเหนือกัน ในประเทศไทย ไพร่ทุกคนต้องรับราชการปีละ ๖ เดือน ฝ่ายประเทศอัสสัมใช้วิธีต่างกัน แต่มีผลทำนองเดียวกัน คือ ปาอิก ๓–๔ คนรวมกันเป็นหมู่ เรียกว่า โคตร์ คนหนึ่งในหมู่ ๓–๔ คนนี้ต้องรับราชการเปลี่ยกันไปคนละปี ในขณะที่คนหนึ่งไปรับราชการนั้น คนที่อยู่เป็นผู้ทำนาทำสวนเพื่อเลี้ยงหมู่ของตนและผู้ที่ไปรับราชการ ในยามสงครามอาจมีการเกณฑ์คนในโคตร์หนึ่งถึง ๒–๓ คนก็ได้ ในเวลาที่บ้านเมืองอยู่เป็นปกติสุขทางการใช้ปาอิกทำการสาธารณประโยชน์ เช่น การสร้างถนนและถังน้ำ ซึ่งเป็นวัตถุที่ยังปรากฎมีอยู่จนบัดนี้.
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
4oesmy0qd7zdcf3v5cerkmesf54y3lv
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/25
250
68474
294201
221597
2026-07-26T07:34:31Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/25]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/25]]: เปลี่ยนชื่อ
221597
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๑๙|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}</noinclude>{{กม|ข3|9}}ต่อไปนี้จะสอนประวัติศาสตร์กฎหมายที่ดินในประเทศไทย โดยแบ่งคำสอนออกเป็น ๔ หมวด ในหมวดแรก (คือ หมวด ๒ ต่อไปนี้) จะพิเคราะห์ดูลักษณะสำคัญของระบอบที่ดินในสมัยกรุงศรีอยุธยา หลักใหญ่ ๆ ของระบอบนี้ คือ เจ้าของที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญ สิทธิของเขาในที่ไม่มั่นคงและสูญสิ้นง่าย ในตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาและในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ หนังสือสำคัญเกิดขึ้น เป็นปัจจัยให้สิทธิของเจ้าของที่ดินดีขึ้น ทั้งเป็นเหตุให้กรรมสิทธิแยกออกจากการครอบครองได้อย่างชัดเจนด้วย ฉะนั้น ในหมวดต่อไป (หมวด ๓) จึงจะศึกษาถึงหนังสือสำคัญต่าง ๆ ตามลำดับเวลาที่ปรากฎใช้ ต่อจากนั้นเราจึงสามารถเล่าเรียนได้ภึงการได้มาต่าง ๆ ซึ่งกรรมสิทธิในที่ดิน (หมวด ๔) และการขาดกรรมสิทธิ (หมวด ๕) ทั้งตามระบอบเก่าและระบอบใหม่เทียบกัน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
qa86yeap382t5oeyvms2kfg8045w83w
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/16
250
68475
294183
221603
2026-07-26T07:26:00Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/16]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/16]]: เปลี่ยนชื่อ
221603
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๑๐|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|ข้อความทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>มหากษัตริย์อาหม เช่นเดียวกับมหากษัตริย์ประเทศไทย ถือตนว่าเป็นเจ้าชีวิตและเจ้าแผ่นดินทั่วทั้งหมดในประเทศ ฉะนั้น มีสิทธิแบ่งปันที่ดินให้แก่ใคร ๆ ได้ตามใจชอบ แต่มีระเบียบเกิดขึ้น ซึ่งมหากษัตริย์ปฏิบัติอยู่เสมอ กล่าวคือ ในเบื้องต้น ปาอิกทุกคนรับที่ดินแปลงหนึ่งเพื่ออาศัยอยู่และปลูกสวนเป็นการตอบแทนแรงงานที่ตนถูกเกณฑ์ไปรับราชการ นอกจากนี้ยังรับแบ่งนามีเนื้อที่ ๒ ปุรา คือ ราว ๗ ไร่ครึ่ง สำหรับที่ดินสองแปลงนั้นปาอิกผู้รับไม่ต้องเสียภาษีอากร ต้องเสียแต่รัชชูปการปีละ ๑ รูป ที่ดินแปลงที่ปลูกบ้านอยู่เป็นมฤดกตกทอดไปยังลูกหลาน ส่วนนานั้นคงเป็นของหลวง ผู้ทำไม่มีสิทธิโอนให้แก่ใคร และเมื่อผู้นั้นตาย ก็ต้องกลับมาเป็นของหลวง บางทีมหากษัตริย์เรียกนาคืนแล้วจัดแบ่งปันใหม่ นอกจากที่ ๆ ได้รับเพื่อตอบแทนการรับราชการดังกล่าวมาแล้ว พวกปาอิกอาจได้ที่ดินแปลงอื่นอีกด้วย การแผ้วถางที่รกร้างว่างเปล่า ผู้แผ้วถางต้องเสียภาษีปุราละ ๑ รูปี จึงมีสิทธิปกครองที่นั้นตลอดเวลาที่มหากษัตริย์ไม่ต้องการที่เพื่อมาให้แก่ปาอิกผู้อื่นที่ยังไม่ได้รับส่วนแบ่งเลย อนึ่ง มหากษัตริย์พระราชทานที่ให้แก่ขุนนางข้าราชการชั้นสูงเป็นเนื้อที่ผืนใหญ่ และพระราชทานแก่วัดวาอารามและเหล่าพราหมณ์ด้วย ในกาลต่อมา ข้าราชการผู้ใหญ่นั้นถือตนว่าเป็นเจ้าของที่ดินที่ได้รับพระราชทาน เป็นเหตุให้อำนาจของพระแผ่นดินอาหมเสื่อมลงข้อหนึ่ง<ref>ข้อความเรื่องระบอบที่ดินในประเทศอัสสัมนี้ คัดมาจากหมวด ๙ ในหนังสือของ E. A. Gait, {{เอียง|A History of Assam}} และเล่ม ๓ ในหนังสือของ B. H Baden-Powel, {{เอียง|The Land-Systems of British India}}.</ref>
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
r0hi3wd29shm2bplizj2lz6ixd7txsz
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/17
250
68476
294185
221610
2026-07-26T07:26:09Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/17]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/17]]: เปลี่ยนชื่อ
221610
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๑๑|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}</noinclude>{{กม|ข3|6}}ในประเทศอินโดจีน ตามหนังสือต่าง ๆ ของผู้ที่ศึกษาลัทธิธรรมเนียมของชนเชื้อชาติไทยอันอาศรัยอยู่ในประเทศนั้น ได้ความว่า ระบอบที่ดินในหมู่ชนเหล่านั้นมีหลักว่า ประมุขหรือเจ้าเป็นเจ้าของที่ดินภายในอาณาเขตต์ดุจเดียวกับประเทศอัสสัม เช่น ในเมืองหัวพันทั้งหก ตามบาดหลวงบูรเลต์กล่าวว่า "ชาวบ้านไม่รู้จักกรรมสิทธิในที่ดิน อาณาเขตต์เป็นของเจ้าชีวิตหรือพระเจ้าอผ่นดินหลวงพระบาง ประชาชนเป็นแต่ผู้เก็บกินหรือผู้ทำ ก่อนที่ฝรั่งเศสเข้าปกครองประเทศนี้ ภาษีอากรที่ดินซึ่งชาวบ้านชำระทุกปีจึ่งดูเหมือนหนึ่งว่าเสียไปเพื่อเป็นค่าอาศรัยที่ของเจ้าชีวิตร์อยู่"<ref>A. Bourlet, {{เอียง|Socialisme dans les Hua Phan}}.</ref> พวกไทยที่อาศรัยภูเขาในตังเกี๋ยอยู่ก็เช่นเดียวกัน "ผู้เป็นกวานเจ้า (คือ ผู้เป็นอิสสระในอาณาเขตต์แห่งหนึ่ง) เป็นเจ้าของที่ดินทั่วอาณาเขตต์ที่ตนมีอำนาจปกครอง ชาวนาจึงไม่เป็นเจ้าของที่ ๆ ตนทำ ไม่มีสิทธิที่ะจโอนให้แก่ใคร และเมื่ออพยพออกจากหมู่บ้านไปอยู่ที่อื่น ก็ต้องเวนคืนที่แก่กวานบ้านเพื่อให้กวานบ้านแบ่งปันให้กับชาวบ้านที่เหลืออยู่"<ref>E. Diguet, {{เอียง|Etude de la langue tai}}.</ref> ตามลัทธิธรรมเนียมของชาติที่เรียกชื่อว่า เมือง ซึ่งอาศรัยอยู่ภูเขาทางทิศตวันตกเฉียงใต้ของตังเกี๋ยอยู่ ผู้เป็นกวานลาง หรือโถตี คือ หัวหน้า "ถือตนเป็นเจ้าของที่ดินทุกแปลงในอาณาเขตต์ ทั้งแปลงที่มีผู้ทำเป็นนาเป็นสวน และแปลงซึ่งยังเป็นป่ารกร้างว่างเปล่าด้วย หากให้ราษฎรเข้าครอบครองอยู่ก็โดยทรงเมตตาให้อาศรัยอยู่"<ref>Ch. Robequain, {{เอียง|Le Than Hao}}.</ref> สำหรับหมู่ชนเชื้อชาติไทยอื่น ๆ ที่อยู่ใน<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
eh7fpefz7sjyh5mc5abqs0xxjwy7ep0
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/18
250
68477
294187
221614
2026-07-26T07:26:19Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/18]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/18]]: เปลี่ยนชื่อ
221614
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๑๒|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|ข้อความทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>ประเทศอินโดจีน ผู้ศึกษาขนบธรรมเนียมทำข้อสังเกตทำนองเดียวกัน ฉะนั้น ข้อที่ว่าประมุขเป็นเจ้าของที่ดินในอาณาเขตต์นั้นจึ่งเป็นหลักสำคัญในองค์การณ์ชุมนุมชนเชื้อชาติไทยทั้งหลาย
แต่ในบรรดาชุมนุมชนเหล่านั้น หลักที่ว่านี้ถือประกอบไปกับการแบ่งปันที่ดินในระหว่างประชาชน กล่าวคือ ผู้เป็นประมุขหายืดถือที่ดินเพื่อประโยชน์ของตนเช่นเจ้าของธรรมดาไม่ แต่ผู้เป็นประมุขแบ่งปันให้แก่ประชาชนเป็นเนื้อที่มากหรือน้อยตามตำแหน่งอำนาจของผู้รับตามที่ประมุขแต่งตั้งไว้ เช่น ท่ามกลางชุมนุมชนเชื้อชาติไทยที่อาศรัยภูเขาในประเทสตังเกี๋ยอยู่ ผู้เป็นกวานเจ้าเลือกเอาที่ดินแปลงใหญ่ ๆ ไว้เพื่อตนเองเสียก่อน แล้วประทานแปลงหนึ่งมีเนื้อที่น้อยกว่าแต่ยังใหญ่ให้แก่ผู้เป็นเจ้าองหรือเธอหลายซึ่งเป็นผู้ช่วยในการบริหารบ้านเมืองและเป็นที่สองรองลงมาจากกวานเจ้าตามทำเนียบันดาศักดิ์ แล้วกวานเจ้าแบ่งให้แก่นายบ้านทุกคนมีเนื้อที่น้อยกว่าอีก ต่อนั้นแบ่งให้แก่ท้าวทุกคนลดหลั่นลงมาตามฐานานุรูปและยศศักดิ์ ในหมู่บ้านทุก ๆ หมู่ผู้เป็นกวานบ้านแบ่งปันนาในระหว่างครัวเรือนในนามของกวานเจ้า เมื่อชาวบ้านคนหนึ่งอพยพออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น หรือเมื่อมีคนใหม่มาอยู่เพิ่มเติม ก็มีการแบ่งปันกันใหม่ ในจำพวกไทยขาวซึ่งอยู่ทางแม่น้ำแดง ตามประเพณีเดิมมีการแบ่งปันนากันทุก ๆ ๓ ปี ในระหว่างครัวเรือน ๆ หนึ่งได้รับเนื้อที่มากน้อยตามจำนวนคนที่ต้องเลี้ยงดูอยู่ในครัวเรือนนั้น วิธ๊แบ่งปันนานั้น คือ แบ่งนาออกเป็นแปลง ๆ แล้วชาวบ้านต่างก็มาจับสลากเอา เมื่อพ้น ๓ ปีแล้ว ชาวบ้านนั้น ๆ ต่างก็เอาที่นาเหล่านั้นมาคืนรวมเป็นผืนแผ่นเดียวกัน<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
bqo3xs2hqvm93wkw34ou8iwa66zk3l6
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/19
250
68478
294189
221621
2026-07-26T07:26:28Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/19]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/19]]: เปลี่ยนชื่อ
221621
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๑๓|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}</noinclude>แล้วมีการแบ่งปันจับสลากกันใหม่ ในการแบ่งปันนานี้ โดยมากนายบ้านสงวนนาไว้ต่างหากเพื่อให้แก่ผู้มีตำแหน่งบริบาลเมือง นานั้นชาวบ้านถูกเกณฑ์ให้เป็นผู้ทำ<ref>E. Lunet de la Jonquière, {{เอียง|Ethnographie de Tonkin septentrional}}.</ref> ในหัวพันประเทศลาวก็ถือประเพณีเช่นเดียวกัน ผู้เป็นท้าวแบ่งปันนาในระหว่างครัวเรือนอันมีอยู่ในหมู่บ้าน ฝ่ายท้าวเองก็เอาแปลงที่ดีไว้เป็นของตน การแบ่งปันมิได้ทำกันเป็นกำหนดร{{ปตปต|ะ}}ยะเวลาเสมอไปดังชุมนุมชนไทยขาว แต่กระทำกันตามกรณีที่เกิดขึ้น เช่น มีผู้อยู่ในครอบครัวแยกออกไปตั้งเป็นครัวหนึ่งต่างหาก หรือมีผู้ต่างบ้านเข้ามาอยู่ในบ้านนั้น หรือมีชาวบ้านร้งอค้านว่า ที่ ๆ ตนอยู่นั้นเป็นที่ ๆ ทำประโยชน์ได้ยาก ดังนี้ จึงเป็นเหตุให้มีการแบ่งปันนากันขึ้น ในพวกชาติเมืองก็มีการแบ่งปันนาเช่นเดียวกัน คนที่เป็นกวานลางและา้วเลือกเอาที่ ๆ ดีไว้สำหรับตน นาที่เหลือนั้นแบ่งปันให้ระหว่างครัวเรือนเป็นรายมากหรือน้อยตามความต้องการและกำลังของครอบครัว และทั้งตามภาระซึ่งครอบครัวของผู้รับส่วนแบ่งจะยอมปฏิบัติตามด้วย การแบ่งปันนี้มิได้ทำตามระยะเวลาเสมอไป แต่ทำตามกรณีที่เกิดขึ้นเช่นในเมืองหัวพัน ฉะนั้น ครอบครัวหนึ่งอาจยึดถือนาแปลงหนึ่งได้ตลอดชีวิตของหัวหน้า และบางทีเมื่อหัวหน้าตาย ลูกก็เข้ารับทำนาสืบต่อไป ถ้าพูดโดยทั่วไปแล้ว มีการแบ่งปันแต่ในกรณีที่จำนวนครอบครัวในหมู่บ้านเปลี่ยนไป เพราะเหตุที่ครอบครัวหนึ่งได้แยกออกเป็นสองครอบครัวหรือมีครอบครัวใหม่อพยพเข้ามาอยู่ ในการแบ่งปันนี้โดยมากไม่รวมเอานาทุกรายเข้ามาแบ่งกันใหม่ คงเอาแต่นาบางรายมาแบ่งเท่านั้น.
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
ku9fcjhypelv10pt0ssmmrbc0itxeg8
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/20
250
68479
294191
221627
2026-07-26T07:26:38Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/20]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/20]]: เปลี่ยนชื่อ
221627
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๑๔|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|ข้อความทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>{{กม|ข3|7}}การแบ่งปันที่ดินดังพรรณามาแล้วนี้เป็นลักษณะสำคัญของระบอบที่ดินในหมู่ชนเชื้อชาติไทยไม่ว่าชุมนุมชนอะไร โดยการแบ่งปันนี้เองผู้เป็นประมุขแสดงให้เห็นชัดและสงวนรักษาซึ่งกรรมสิทธิของตนมีอยู่เหนือที่ดิน จริงอยู่ผู้เป็นประมุขอาจใช้สิทธิของตนในทางอื่นซึ่งมีผลดุจเดียวกัน เช่น อาจขับไล่ราษฎรออกจากที่ ๆ ทำอยู่เพื่อเข้าครอบครองเองหรือเพื่อให้แก่ผู้อื่นได้ตามใจชอบ ผู้ศึกษาขนบธรรมเนียมของพวกไทยต่าง ๆ ในอินโดจีนอ้างตัวอย่างที่ผู้เป็นประมุขใช้สิทธิของตนในทางนี้ แต่ย่อมไม่เป็นการสงบ เพราะวิธีที่ผู้เป็นประมุขแสดงกรรมสิทธิทำนองนี้ทำให้ราษฎรรู้สึกข้องใจ และเป็นเหตุให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ชน ฉะนั้น ผู้เป็นประมุขน่าจะละเว้นไม่ขับไล่ราษฎรออกจากที่ ๆ ทำ เว้นแต่จะลงโทษหรือในกรณีที่จำเป็น ตามปกติการแบ่งปันที่ดินจึ่งเป็นเครือ่งแสดงกรรมสิทธิของผู้เป็นประมุขทางเดียว วิธีนี้ไม่เป็นเหตุให้เกิดภยันตรายเหมือนการขับไล่ เพราะการแบ่งปันนั้น ถ้าจัดเอานาทั้งหมดมารวมแบ่ง ก็เป็นเหตุให้ราษฎรทุกคนเข้าทำประโยชน์ในที่ ๆ เพาะปลูกได้ทุกรายเป็นลำดับไป หากการแบ่งปันนั้นเกี่ยวกับนาบางแปลงโดยฉะเพาะ ก็จัดขึ้นเพื่อความยุตติธรรมให้ชาวบ้านรับที่ดินตามความต้องการ จึงไม่เป็นปัจจัยให้ชาวบ้านไม่พอใจ เพราะเหตุนี้ ราษฎรจึงนิยมประเพณีแบ่งปันที่ดินและยอมปฏิบัติตามโดยดี แต่เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ราษฎรทุกคนรู้ว่า ตนยึดถือที่ดินในนามของผู้เป็นประมุข ไม่มีโอกาสจะขยายที่ของตนหรือจะได้ที่ ๆ ใหญ่กว่าเก่า เว้นแต่จะมีการแบ่งปันกันใหม่ คือ โดยอาศรัยความ<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
92krle4k4m306u3x7fuxxfsyd2xmw0e
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/21
250
68480
294193
221635
2026-07-26T07:34:02Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/21]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/21]]: เปลี่ยนชื่อ
221635
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๑๕|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}</noinclude>กรุณาของผู้เป็นประมุข ตนทราบว่า ตนโอนที่ดินให้ใครไม่ได้ ประมุขผู้เดียวเป็นผู้จำหน่ายที่ดิน ฉะนั้น จิตต์ใจราษฎรไม่มีทางจะเกิดความรู้สึกว่าตนมีสิทธิเหนือที่ดินที่ทำ การที่ต้องเวนคืนที่ดินและประมูลกันใหม่ป้องกันมิให้ราษฎรถือได้ว่า ที่ดินเป็นทรัพย์เหมือนเช่นช้างม้าโคกระบือหรือไถคราดซึ่งตนเป็นเจ้าของอาจซื้อขายและเปลี่ยนได้ตามใจ แต่ที่ดินเป็นของประมุขต่างหาก ตนเป็นแต่เพียงผู้อาศรัยอยู่.
แต่ทว่า แม้ในชุมนุมชนเชื้อชาติไทยที่ล้าหลังที่สุดก็ยังเป็นที่สังเกตได้ว่า การครอบครองของราษฎรกำลังจะยืดเยื้อคงที่เดิมไม่เปลี่ยนมือกันไปบ่อย ๆ เหมือนแต่ก่อน เป็นเหตุให้ราษฎรเกิดมีความรู้สึกขึ้นบ้างเล็กน้อยว่า ตนมีสิทธิเหนือที่ดินที่ทำอยู่ ในเบื้องต้นควรสังเกตว่า ที่ดินที่ต้องเวนคืนมาแบ่งปันก็มีแต่ที่นาอย่างเดียว ที่ ๆ ปลูกเรือนอยู่พร้อมด้วยสวนครัวโดยมากไม่ต้องประมูลแบ่งปันและตกทอดไปถึงลูกหลาน ในบางหมู่ยอมให้ซื้อขายกันได้ ส่วนป่าดงหรือที่รกร้างคงเป็นของประมุข โดยมากถือกันว่า ผู้แผ้วถางได้สิทธิหวงห้ามและทำประโยชน์ต่อไปแต่คนเดียว แต่ต้องเสียภาษีให้แก่ประมุขเท่านั้น ฉะนั้น มีแต่นาอย่างเดียวซึ่งไม่อาจตกเป็นของบุคคลคนหนึ่งตลอดไป ยังต้องเวนคืนให้ผู้เป็นประมุขจัดการแบ่งปันใหม่<ref name = "21-1">ควรสังเกตว่า ระบอบที่ดินของชนเชื้อชาติไทยนั้นมีลักษณะคล้านคลึงกับลัทธิคอมมิวนิสม์ที่ถือว่า ที่ดินที่เพาะปลูกควรเป็นของกลาง ในหมู่ชนที่ผู้เป็นประมุขมิได้แซกแซงในการแบ่งปันโดยเห็นแก่บุคคล แต่เอาใจใส่ให้การแบ่งปันนั้นเป็นไป</ref> ความจริงแม้แต่นาเองก็ปรากฎว่า การแบ่งปันกำลังสาปสูญไปเหมือนกัน เช่นได้กล่าวมาแล้วว่า แต่ก่อนพวกไทยขาวเคยแบ่งปันนากันทุก ๆ ๓ ปี แต่ใน<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
kv647ix2k7xygy6phj8rgty7ljsxqd2
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/22
250
68481
294195
221640
2026-07-26T07:34:09Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/22]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/22]]: เปลี่ยนชื่อ
221640
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๑๖|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|ข้อความทั่วไป}}{{สต}}</noinclude><ref follow ="21-1">ตามระเบียบเรียบร้อย ก็เหมือนหนึ่งว่าที่ดินเป็นของประชาชนร่วมกัน นอกจากนี้ โดยเหตุที่ชาวนาช่วยแรงกันทำนา ยืมปสุสัตว์และเครื่องมือซึ่งกันและกัน และตำข้าวเกี่ยวข้าวด้วยกัน นักศึกษาขนบธรรมเนียมบางคนจึงกล่าวว่า ชุมนุมเชื้อชาติไทยปฏิบัติตามลัทธิโซเชียลิสม์ มีบางคนคิดออกไปอีกจนแสดงความเห็นว่า ตามธรรมเนียมเดิมของพวกชาติไทย ที่ดินเป็นของประชาชนร่วมกัน แต่ในกาลต่อมา ผู้เป็นประมุขรุกรานสิทธิของประชาชนและถือตนว่าเป็นเจ้าของที่ดิน แต่ความเห็นนี้ปราศจากหลักฐานที่จะเชื่อฟังเป็นความจริงได้.</ref>เวลาปัจจุบันเลิกเสียแล้ว ประมุขปล่อยให้ที่ดินตกอยู่ในการครอบครองของผู้ทำและครอบครัวเรื่อยไป ประเพณีการแบ่งปันกลับฟื้นขึ้นมาแต่ในกรณีที่ครอบครัวหนึ่งมีกำลังแรงน้อยลงจนไม่สามารถทำนาเต็มเนื้อที่ได้ หรือในกรณีที่มีครอบครัวสูญสิ้นไป นาที่เลิกทำว่างเปล่านั้นจึงแบ่งให้แก่ครัวเรือนที่มีกำลังคนมาก เนื่องจากการเลิกประเพณีแบ่งปัน สกุลที่มีอิทธิพลมากจึงฉวยโอกาสหวงห้ามที่มาเป็นสิทธิของตัวเสีย และใช้ผู้ที่เป็นบ่าวหรือจ้างคนเข้าทำ ได้กล่าวมาแล้วว่า ในประเทศลาวก็เช่นเดียวกัน การแบ่งปันเกิดมีขึ้นแต่ในบางครั้งบางคราว แต่ยังถือว่า ราษฎรซื้อขายที่ดินกันไม่ได้ ฉะนั้น ผู้ครอบครองจะมีโอกาสขยายที่ของตนได้ก็แต่เมื่อได้รับตำแหน่งหรือเลื่อนยศขึ้น ในพวกชาติเมืองที่ได้เลิกประเพณีการแบ่งปันนาเสียแล้ว นาทีเป็นส่วนแบ่งเดิมของครัวเรือนเป็นที่ซื้อขายกันไม่ได้ แต่ที่ดินบางรายกำลังเข้าสู่หาฐานะเป็นทรัพย์สมบัติของราษฎรอย่างแท้จริง เช่น ที่ดินที่กวานลางผู้เป็นประมุขขายให้ เป็นต้น ส่วนที่ดินรายนี้ ผู้ซื้อมีสิทธิโอนให้ตามลำพังได้ และเมื่อตาย ที่นั้นตกเป็นมฤดกของลูกหลน แต่เมื่อโอน ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้แก่กวานลางทุกครั้ง
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
ml0h7bc7l2lsw8tuy8rxmo9t508cp11
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/23
250
68482
294197
221645
2026-07-26T07:34:16Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/23]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/23]]: เปลี่ยนชื่อ
221645
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๑๗|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}</noinclude>{{กม|ข3|8}}สรุปความว่า ตามขนบธรรมเนียมประเพณีของบรรดาชุมชนชาติเชื้อไทยที่ตั้งถิ่นฐานอยู่นอกประเทศไทยนั้นถือว่า ระบอบที่ดินมีลักษณะสำคัญเหมือนกันทุกหมู่ กล่าวคือ ผู้เป็นประมุขเป็นเจ้าของที่ดินที่อยู่ในบังคับ กรรมสิทธินี้ประมุขได้มาทางการรบชะนะ จึงเกี่ยวข้องกับอำนาจของผู้เป็นประมุขโดยตรง และความจริงก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับอำนาจเหนือที่ดินนั้นเอง ฉะนั้น ประมุขไม่ใช้สิทธิอันมีอยู่เหนือที่ดินเหมือนเจ้าของธรรมดา ยกเว้นแต่เขตต์ที่ดินที่ประมุขเลือกเอาเป็นของส่วนตัวแล้ว ผู้เป็นประมุขไม่ทำประโยช{{ปตปต|น์}}เอง แต่ปล่อยให้ราษฎรเข้าแสวงหาประโยชน์เพื่อเป็นการตอบแทนแรงงานที่ต้องเสียไปในราชการ หรือเป็นรางวัลของแรงงานที่ได้เสียไปแล้ว ฉะนั้น ผู้เป็นประมุขจึงแบ่งปันที่ดินที่ใช้ในการเพาะปลูกได้ในระหว่างพวกญาติที่รักใคร่และขุนนาง เป็นเนื้อที่มากหรือน้อยสุดแต่ตามยศและตำแหน่งของผู้จะได้รับ ส่วนประชาชนสามัญได้รับแบ่งที่ดินส่วนหนึ่งเพื่อทำการหาเลี้ยงชีพตนและครอบครัว การแบ่งปันให้ทั้งหลายนี้เป็นการชั่วคราว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงยศและตำแหน่งข้าราชการและตามทะเบียนสำมโนครัวจึงต้องมีการแบ่งปันกันบ่อย ๆ หรือตามระยะเวลากำหนด.
ได้เห็นมาแล้วว่า ในสมัยปัจจุบัน ระบอบที่ดินนี้ไม่ค่อยจะปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด เป็นแต่ยังถือกันอยู่บ้าง ทั้งนี้ เป็นที่เข้าใจได้ง่าย คือ เมื่อการตีได้และเข้าครอบครองอาณาเขตต์ที่ดินได้ล่วงมาเป็นเวลานานเข้าแล้ว ราษฎรก็มีความเคยชินกับดินแดนที่เข้ามาตั้งอยู่ จึงประสงค์<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
61orl2qp6oobbke2kxn3px80ka3gv7q
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/24
250
68483
294199
221650
2026-07-26T07:34:23Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/24]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/24]]: เปลี่ยนชื่อ
221650
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๑๘|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|ข้อความทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>ที่จะอยู่ในที่ ๆ ได้รับแบ่งไว้ต่อไป และรู้สึกไม่พอใจในประเพณีเดิม ในหมู่ชุมนุมชนที่อำนาจของประมุขเสื่อมลง ขุนนางที่ได้รับที่ดินเขตต์ใหญ่ ๆ ถือตนว่าเป็นเจ้าของที่ดิน ไม่ยอมเวนคืนให้ประมุขแบ่งปันใหม่ ใช้ผู้คนและบ่าวทำประโยชน์เหมือนเช่นเป็นประมุขเอง แม้ในชุมนุมชนที่อำนาจของประมุขยังบริบูรณ์อยู่ และยังรักษาสิทธิเหนือที่ดินโดยปกติดังเดิม การที่ประเพณีแบ่งปันที่ดินไม่เป็นที่นิยม เลิกกันเสียแล้ว หรือยังทำกันแต่บางครั้งบางคราวนั้น คงเป็นปัจจัยให้ราษฎรเกิดมีสิทธิในที่ ๆ ตนอาศรัยอยู่เป็นเวลานาน โดยถือเอาว่า นอกจากผู้เป็นประมุขแล้ว ไม่มีผู้ใดมีอำนาจเหนือที่ดีกว่าตน โดยเหตุนี้ ระบอบที่ดินของบรรดาชนเชื้อชาติไทย แม้มีสาระสำคัญอันเหมือนกัน แต่ความจริงถ้าจะศึกษาโดยละเอียดแล้ว จะเห็นได้ว่า มีลักษณะอันต่างกันตามสภาพที่ ๆ ดินตั้งอยู่ และตามชั้นอารยธรรมที่หมู่ชนนี้นั้นได้บรรลุถึงแล้ว เกือบในทุกแห่งระบอบที่ดินที่พบเห็นในเวลานี้เป็นระบอบสมัยหัวต่อที่ผู้ถือที่ดินกำลังบากบั่นที่จะหาทางให้หลุดพ้นออกจกาการจำกัดสิทธิของตนในทางปกครอง เพื่อได้กรรมสิทธิตามที่เป็นอยู่ในกฎหมายปัจจุบัน แต่ยังไม่ได้สมประสงค์ เป็นแต่ได้มาบ้างบางประการฉะเพาะที่ดินบางชะนิดและชุมนุมชนบางแห่ง ระบอบที่ดินในชุมนุมชนนี้จึงซับซ้อน ยุ่งยาก และแปลกกัน.
ตามที่กล่าวมานี้ จะได้ช่วยนักศึกษาให้เข้าใจได้ถึงระบอบที่ดินของประเทศไทยในสมัยโบราณ และการเปลี่ยนแปลงผันแปรอันปรากฎขึ้นในกาลต่อมาจนสมัยปัจจุบัน.
{{มปก}}<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
oxffszx688783e65orplsgcy5dv32bb
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/26
250
68484
294203
221658
2026-07-26T07:34:38Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/26]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/26]]: เปลี่ยนชื่อ
221658
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๒๐|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|ระบอบที่ดิน}}{{สต}}</noinclude>{{ก|หมวด ๒|140}}
{{ก|ลักษณะสำคัญแห่งระบอบที่ดินในสมัยกรุงศรีอยุธยา}}
{{สต|7em}}
{{กม|ข3|10}}กฎหมายที่ดินแห่งสมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งตกทอดมายังสมัยเรานั้น ในประมวลกฎหมายรัชชกาลที่ ๑ รวบรวมอยู่แทบทั้งหมดในตอนต้นแห่งพระอัยยการเบ็ดเสร็จตามลักษณะ เขตฺตาทิ อารามวนาทิ ถานํ<ref>ควรสังเกตว่า ในพระธรรมสาตร์ ข้อพิพาทเรื่องที่ดินจัดอยู่ในมูลคดี ๒ ประการต่างกัน คือ เขตฺตาทิ และ อารามวนาทิ (มูลคดีที่ ๙ และ ๑๐) ฉะนั้น ดูเหมือนว่า เดิมมีระเบียบต่างกันตามแต่ประเภทที่ดินจะเข้าอยู่ในประเภท เขตฺต หรือในประเภท อารามวน แต่ทว่า ถ้าเคยมีการแบ่งกันเช่นนี้จริง คงเลิกใช้ไม่ได้เป็นผลเสียแต่เนิ่นนาน เพราะในพระอัยยการเบ็ดเสร็จบทมาตราเกี่ยวกับเรือกสวนไร่นาและที่บ้านปะปนกันหมดจนถึงแยกจากกันไม่ได้.</ref> และแยกออกเปน ๒ ตอน โดยผู้ชำระเอาบทมาตราที่ว่าด้วยลักษณะขนาบคาบเกี่ยวมาขั้นอยู่ด้วยความเผลอไป<ref>นี้เห็นได้ชัดจากการลงเลขลำดับมาตราในฉะบับพิมพ์ของนายโหมด และฉะบับพิมพ์อื่น ๆ ที่ผู้พิมพ์อาศัยฉะบับของนายโหมดเป็นสำเนา เช่น ฉะบับหมอบรัดเลย์ และฉบับกรมหลวงราชบุรีฯ เป็นต้น.</ref> ตอนแรก คือ บทที่ ๑ ถึงบทที่ ๔๕<ref>บทมาตราในประมวลกฎหมายรัชชกาลที่ ๑ ที่อ้างในคำสอนนี้ ก็อ้างตามเลขลำดับในฉะบับพิมพ์ของมหาวิทยาลัย.</ref> มีคำปรารภลงปีมะแม ๑๒๖๓ แต่จะเปนศักราชอะไรยังไม่มีหลักฐานที่จะพึงวินิจฉัยได้ ฉะนั้น เป็นที่ทราบไม่ได้ว่า บทมาตราในตอนแรกนี้ได้ตราขึ้นในแผ่นดินใดแห่งสมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนตอนที่ ๒ คือ บทที่ ๕๒ ถึงบทที่ ๖๕ เริ่มด้วยบทกฎหมายลงปีกุน ๑๙๐๓ ซึ่งน่าจะเป็นปีตามพุทธศักราช เพราะ<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
t93ztcexcd5ymxbbr5foecgnz1bd699
ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 4
0
68485
294225
221659
2026-07-26T07:45:21Z
Flamevine
11908
294225
wikitext
text/x-wiki
{{header
<!-- ข้อมูลหลัก -->
| title = [[../]]: เล่ม 4
| year = 2483
| author = โรแบร์ แลงกาต์
| editor =
| translator =
| section =
| contributor =
| previous = [[../เล่ม 3/]]
| next =
| notes =
<!-- ข้อมูลย่อย -->
| categories =
| portal =
}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" include="1" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" from="3" to="4" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" from="5" to="6" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" from="7" to="19" tosection="19-1" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" from="19" fromsection="19-2" to="38" tosection="38-1" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" from="38" fromsection="38-2" to="56" tosection="56-1" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" from="56" fromsection="56-2" to="80" tosection="80-1" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" from="80" fromsection="80-2" to="96" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" include="99" />
----
{{reflist}}
{{pd-th}}
632q3oexqww525qothtxadq5ymy16vh
294227
294225
2026-07-26T07:45:40Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 3]] ไปยัง [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 4]]: เปลี่ยนชื่อ
294225
wikitext
text/x-wiki
{{header
<!-- ข้อมูลหลัก -->
| title = [[../]]: เล่ม 4
| year = 2483
| author = โรแบร์ แลงกาต์
| editor =
| translator =
| section =
| contributor =
| previous = [[../เล่ม 3/]]
| next =
| notes =
<!-- ข้อมูลย่อย -->
| categories =
| portal =
}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" include="1" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" from="3" to="4" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" from="5" to="6" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" from="7" to="19" tosection="19-1" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" from="19" fromsection="19-2" to="38" tosection="38-1" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" from="38" fromsection="38-2" to="56" tosection="56-1" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" from="56" fromsection="56-2" to="80" tosection="80-1" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" from="80" fromsection="80-2" to="96" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu" include="99" />
----
{{reflist}}
{{pd-th}}
632q3oexqww525qothtxadq5ymy16vh
ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 3/หมวด 1
0
68486
294221
221660
2026-07-26T07:36:52Z
Flamevine
11908
294221
wikitext
text/x-wiki
{{delete|อ1 - หน้านี้ไม่ได้ใช้แล้ว เนื่องจากไฟล์เสีย และโยกย้ายเนื้อหาไปยังไฟล์อื่นแล้ว}}
{{หัวเรื่อง
| ชื่อ = [[../../|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย]]: [[../|เล่ม 3]]
| ปี = 2483
| ผู้สร้างสรรค์ = โรแบร์ แลงกาต์
| บรรณาธิการ =
| ผู้แปล =
| ส่วน = หมวด 1 ข้อความทั่วไป
| ผู้มีส่วนร่วม =
| ก่อนหน้า = [[../|หน้ารวม]]
| ถัดไป = [[../หมวด 2/]]
| หมายเหตุ =
}}
<pages index="ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu" from="7" to="25"/>
----
{{รกออ}}
mvj5obkj1cn2wdgqbfge8okacfbi77v
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/27
250
68542
294205
221938
2026-07-26T07:34:46Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/27]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/27]]: เปลี่ยนชื่อ
221938
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๒๑|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}</noinclude>ปี พ.ศ. ๑๙๐๓ เป็นปีกุนจริง บทกฎหมายนี้จึงเปนบทอันเก่าแก่มาก โดยตราขึ้นในแผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ ผู้สร้างกรุงศรีอยุธยานั้นเอง แต่ไม่ควรถือว่า ปี พ.ศ. ๑๙๐๓ นั้นเป็นปีที่ตราบทมาตราอันรวมอยู่ในตอนที่ ๒ นั้นทุกมาตรา กฎหมายที่ดินย่อมจะไม่ได้ตราขึ้นในแผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ ทั้งมวล คงจะได้มีพระราชกำหนดออกเพิ่มเติมขึ้นเป็นลำดับในกาลต่อมา เมื่อมีการชำระกฎหมาย ผู้ชำระย่อเนื้อความในพระราชกำหนดนั้น และจัดเป็นมาตรา แล้วมาแซกแซงเพิ่มเติมบทมาตราเดิม ตามวิธีซึ่งได้พรรณาไว้ในคำสอนปี ๒๔๗๗ ฉะเพาะกฎหมายลักษณะที่ดินเรามีหลักฐานแน่นอนที่ทำให้ยืนยันได้ว่า่ มีการเพิ่มมาตราขึ้นในสมัยอันไม่สู้เก่านัก ดังจะเห็นได้ในต่อไปว่า การออกโฉนดให้แก่ผู้ขอจับจองที่ดินเพิ่งมีขึ้นในแผ่นดินพระเจ้าบรมโกษ ฉะนั้น มาตราซึ่งกล่าวถึงโฉนดนี้ ถึงแม้ว่าจะได้จัดอยู่ในตอนบทกฎหมายอันลงปี ๑๙๐๓ นั้นก็ดี แต่คงจะได้ตราขึ้นภายหลังมาก คือ ในตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาลงมา บทกฎหมายที่ดินอันมีอยู่ในพะอัยยการเบ็ดเสร็จจึงเหมือนกันกับบทกฎหมายลักษณะอื่น คือ เป็นบทกฎหมายอันตราขึ้นในแผ่นดินต่าง ๆ เก่าบ้างใหม่บ้าง และการที่จัดเข้าอยู่ด้วยกันนี้ ก็เพราะเหตุว่าเป็นเนื้อความเกี่ยวกับลักษณะมูลคดีวิวาทอันเดียวกัน นักประวัติศาสตร์จึงควรใช้ความระมัดระวังก่อนที่จะยืนยันว่า บทนี้ตราขึ้นในปีนั้น หรือตราขึ้นก่อนหลังกันเปนลำดับ อย่างไรก็ดี เปนโชคดีแก่เราที่บทกฎหมายอันสำคัญที่สุดในการค้นคว้าเรื่องระบอบที่ดินนั้นมีปีปรากฎแน่นอนอยู่บทหนึ่ง คือบทอันติดต่อกันกับพระราชปรารภลงปีกุน ๑๙๐๓ นั้นเอง.
{{มปก}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
q1iyiiewd8c8c9y9epm7bve9icbfsm8
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/28
250
68543
294207
221942
2026-07-26T07:34:53Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/28]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/28]]: เปลี่ยนชื่อ
221942
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๒๒|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|ระบอบที่ดิน}}{{สต}}</noinclude>{{กม|ข3|11}}ส่วนบทกฎหมายที่ดินที่ตราขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์หาได้จัดรวมอยู่ด้วยเหมือนเช่นบทกฎหมายเก่าไม่ แต่กระจัดกระจายอยู่ในหนังสือราชกิจจานุเบกษาหรือในหนังสือประชุมกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งมีผู้รวบรวมพิมพ์ขึ้นเป็นลำดับ<ref>นอกจากหนังสือประชุมกฎหมายทั่วไป เช่น ไกรสี ซึ่งได้ระบุชื่อในข้อความทั่วไปของคำสอนปี ๒๔๗๘ นั้น ควรระบุถึงหนังสือประชุมกฎหมายฉะเพาะที่ดิน ๒ ฉะบับ คือ "กฎหมายที่ดิน" ของหลวงดำรงธรรมสารรวบรวมในปี ร.ศ. ๑๓๑ และ "กฎและคำสั่งกระทรวงเกษตราธิการ" ซึ่งรวบรวมพิมพ์โดยคำสั่งกระทรวงเกษตราธิการ วันที่ ๑ เมษายน ๒๔๖๔ หนังสือ ๒ เล่มนี้รวบรวมกฎหมายบางบทซึ่งมิได้รวมอยู่ในหนังสือประชุมกฎหมายทั่วไป จะพบอ่านได้ก็แต่ฉะเพาะ ๒ เล่มนี้.</ref> บทกฎหมายนี้นับแต่รัชชกาลที่ ๕ เป็นต้นไปมีมากมายสลับซับซ้อนกัน การค้นคว้าจึงไม่สะดวกเหมือนกฎหมายเก่า แต่ในข้อนี้นักประวัติศาสตร์รับความช่วยเหลือจากผู้แต่งตำราต่าง ๆ ในรัชชกาลที่ ๕ และที่ ๖ ถึงแม้ว่าผู้แต่งมุ่งหมายแต่จะอธิบายบทกฎหมายใหม่นี้ แต่ก็ยังคงเป็นประโยชน์ทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากการที่ได้แต่งขึ้นในสมัยที่ยังไม่ได้ใช้กฎหมายปัจจุบันและที่ยังใช้กฎหมายเดิมอยู่บ้าง ในเบื้องต้นมีคำสอนของกรมหลวงราชบุรีฯ ทรงแสดงในโรงเรียนกฎหมาย และจัดพิมพ์ไว้ในปี ร.ศ. ๑๑๙ (๒๔๔๓) คือ ก่อนออกโฉนดแผนที่ ในกาลต่อมามีคำอธิบายว่าด้วยที่ดินของพระสุธรรมวินิจฉัย (ใหญ่ วินิจฉัยกุล) พิมพ์วันที่ ๑ มกราคม ๒๔๕๖ คำอธิบายลักษณะที่ดินของหลวงวรวาทวินิจฉัย (สวัสดิ์) พิมพ์ปี ๒๔๕๗ และคำอธิบายกฎหมายลักษณะที่ดินของพระยาพิจารณาปฤชามาตย์ (สุหร่าย วัชราภัย) พิมพ์ปี ๒๔๖๒ ซึ่งเป็นฉะบับที่แพร่หลายมากกว่าฉะบับอื่รน คำอธิบายทั้ง ๓ ฉะบับนี้แต่งขึ้นก่อนใช้ประ<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
1xgff01jaf6e7s4l8s4f1r8bdzi6ljl
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/29
250
68544
294211
221950
2026-07-26T07:35:14Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/29]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/29]]: เปลี่ยนชื่อ
221950
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๒๓|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}</noinclude>มวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อนึ่ง กรมขุนไชยาทรงนิพนธ์หนังสือภาษาเยอรมัน เรื่อง กสิกรรมในประเทศไทย พิมพ์ปี ๒๔๕๒๑ ซึ่งมีหมวดว่าด้วยประวัติศาสตร์{{ตตฉ|ระบบอ|ระบอบ}}ที่ดินอยู่ด้วย<ref>นักศึกษาควรอ่านหนังสือของ H. G. Quaritch Wales: ''Ancient Siamese Government Administration'' พิมพ์ที่กรุงลอนดอนปี ๒๔๗๗ ตอนเกี่ยวกับระบอบที่ดิน อีกเล่มหนึ่ง</ref>
{{กม|ข3|12}}ตามบทพระอัยยการเบ็ดเสร็จ ปรากฎว่า ในตอนต้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ระบอบที่ดินมีหลักสำคัญ ๓ ประการ กล่าวคือ
{{กม|ข3|๑}}พระมหากษัตริย์เป็นเจ้าของที่ดินในพระราชอาณาจักร์
{{กม|ข3|๒}}ราษฎรซื้อขายที่ดินแก่กันไม่ได้
{{กม|ข3|๓}}สิทธิของราษฎรเหนือที่ดินเบาบางมาก เพราะผูกพันอยู่กับการครอบครอง หากละทิ้งที่และมีผู้อื่นเข้ามาทำ เจ้าของเดิมก็ขาดสิทธิทันที
จะบรรยายลักษณะ ๓ ประการนี้ตามลำดับ โดยชี้ให้เห็นว่า หลักนั้นมีผลที่ปฏิบัติมาแต่ดั้งเดิมอย่างไร และมีการแก้ไขผ่อนผันกันเช่นไร
{{ก|๑ {{สนต|พระมหากษัตริย์เป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว}}|120}}
{{กม|ข3|13}}หลักนี้มีบัญญัติอยู่ชัดแจ้งในพระอัยยการเบ็ดเสร็จ บทที่ ๕๒ "ที่ในแว่นแคว้นกรุงเทพพระมหานครศรีอยุธยามหาดิลกภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมเป็นที่แห่งพระเจ้าอยู่หัว หากให้ราษฎรทั้งหลายผู้เป็นข้าแผ่นดินอยู่ จะได้เป็นที่ราษฎรหามิได้" และต่อไปบทที่ ๕๔ บัญญัติดุจเดียวกันว่า "ถ้าที่นอกเมืองหลวงอันเป็นแว่นแคว้นกรุงศรีอยุธยา<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
rov3ijrfqz13w4jt8km99r273novp9o
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/30
250
68545
294209
221958
2026-07-26T07:35:08Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/30]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/30]]: เปลี่ยนชื่อ
221958
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๒๔|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|ระบอบที่ดิน}}{{สต}}</noinclude>ใช่ที่ราษฎร อย่าให้ซื้อขายแก่กัน" ดังนี้ ที่ดินที่อยู่ภายในอาณาเขตต์กรุงศรีอยุธยาจึงเป็นของพระมหากษัตริย์ทั้งหมด พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งอำนาจที่จะจำหน่ายได้แต่ผู้เดียว<ref>กรมหลวงราชบุรีฯ ทรงอธิบายคำว่า "ที่ในแว่นแคว้นกรุงเทพ ฯลฯ" ตามทำนองเดียวกันนี้ คือ ให้กินความถึงที่ดินในพระราชอาณาจักร ไม่ฉะเพาะแต่เขตต์ที่ดินแก่กรุงศรีอยุธยาโดยตรง แต่ดูเหมือนว่า ไม่กินความถึงอาณาเขตต์ของประเทศราช เช่น เมืองสุโขทัย ประเทศราชนี้เมื่อยอมอ่อนน้อมต่อกรุงศรีอยุธยาแล้วยังถือลัทธิธรรมเนียมระบอบที่ดินของตนต่อไปเช่นเดิม</ref>
หลักนี้หนังสือเก่าที่เกี่ยวกับนีติศาสตร์รับรองด้วย เช่น คำภีร์ไตรโลกวินิจฉัยกล่าวว่า พระมหาสมมุติราชผู้เป็นปฐมบรมมหากษัตริย์ได้รับพระนามว่า ขัตติย หรือ กษัตริย์ เพราะเป็นเจ้าของเขตต์ คือ ที่น้ำและที่แดนดินทั่วไปในพระราชอาณาจักร์<ref>ความจริงคำว่า กษัตริย์ นี้มาจากคำสันสกฤต กฺษตรํ อันหมายความว่า อำนาจอธิปตัย หรือฤทธิ กษัตริย์จึงเดิมแปลว่า ผู้มีอำนาจศักดิสิทธิ์</ref>
ตลอดสมัยกรุงศรีอยุธยาคงถือกันว่า พระมหากษัตริย์เป็นเจ้าของอาณาเขตต์ จนถึงกระทั่งสมัยปัจจุบันก็ยังถือกันอยู่บ้าง ดังจะเห็นในต่อไป ลาลูแบร์ที่เขียนเรื่องในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ว่า "กรรมสิทธิ์ (la pleine propiété) ในที่ดินนั้นคงไว้แก่พระมหากษัตริย์เสมอ และพระมหากษัตริย์อาจเรียกที่ดินคืนได้ตามพระทัยทุกขณะ แม้ที่ ๆ ได้โปรดขายให้แก่ราษฎรก็เคยเรียกคืนบ่อย ๆ โดยมิได้คืนราคาก็มี"<ref>''Du Royaume de Siam'' เล่ม ๑ หน้า ๑๖๐</ref> ฝ่ายกรมหลวงราชบุรีฯ ก็ทรงบรรยายคำสอนตามนัยเดียวกันว่า "ที่ดินทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หาได้ทรงเป็นเจ้าชีวิตร์อย่างเดียวไม่ ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินด้วย" โดย<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
magqnq1yvynbynvxh8kusrytwbwgozy
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/31
250
68546
294213
221964
2026-07-26T07:35:39Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/31]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/31]]: เปลี่ยนชื่อ
221964
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๒๕|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}</noinclude>เหตุนี้ จึงทรงกล่าวต่อไปในคำสอนว่า พระมหากษัตริย์ทรงมีอำนาจที่จะไล่คนซึ่งอยู่ในที่ดินนั้นออกไปได้ โดยมิต้องพระราชทานสินไหมตอบแทน ถึงแม้ว่าผู้นั้นจะถือ{{ตตฉ|โฉม|โฉนด}}ตราแดงตราจองก็ดี<ref>เล็กเชอร์ หน้า ๑๘๙–๑๙๐</ref>
{{กม|ข3|14}}หลักนี้ บรรดาชุมนุมชนเชื้อชาติไทยรับรองถือกันตามที่บรรยายมาแล้ว ฉะนั้น การที่กฎหมายไทยบัญญัติว่า ที่ดินทั้งสิ้นเป็นของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเป็นเป็นแต่ยืนยันตามขนบธรรมเนียมาของชาติซึ่งถือกันมาแต่นมนาน แต่มีผลเพียงไรเป็นปัญหาที่ต้องพิจารณาอยู่ เพราะมีชุมนุมชนหลายแห่งที่เคยถือหรือยังถืออยู่ว่าที่ดินในอาณาเขตต์เป็นของประมุขเช่นเดียวกัน ในประเทศจีนแต่โบราณกาลมาจนสมัยเร็ว ๆ นี้ถือว่า พระเจ้าปักกิ่งเป็นเจ้าของที่ดินในอาณาจักร์ โดยคำภีร์ซีกิงของขงจื๊อว่า "ที่ดินใต้ท้องฟ้าเป็นของผู้เป็นประมุข และบรรดาผู้อาศรัยที่ดินนั้นเป็นข้าของประมุข" ตามกฎหมายอิสลามก็เช่นเดียวกัน ที่กินเป็นของอิหม่ำผู้เป็นประมุขแห่งศาสนา ไม่ใช่เป็นของราษฎร แม้ในทวีปยุโรปเมื่อสมัยมัธยมมักถือกันว่า อาณาเขตต์เป็นของมหากษัตริย์ และเมื่อมหากษัตริย์ถึงแก่ความตาย ก็แบ่งปันกันระหว่างทายาทเช่นอย่างมฤดกของบุคคล ในบางแห่งผู้เป็นประมุขแผ่อำนาจได้โดยรบชะนะ อาณาเขตต์จึงตกเป็นของเขาทางชัยชะนะเหมือนอย่างสิ่งของเชลย ทำนองนี้พระเจ้าวิลเลียมที่ ๑ เมื่อตีประเทศอังกฤษได้แล้ว ถือเอาอาณาเขตต์ที่ ๆ ได้นั้นว่าเป็นทรัพย์สมบัติของตน และแบ่งปันในระหว่างขุนนางที่เป็นพรรคพวก ในสมัยเก่ากรรมสิทธิ์ยังไม่แยกออกจาก<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
t2hinf6lu25cy2gz5jv3jdjwzffzt9a
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/32
250
68547
294215
221970
2026-07-26T07:35:48Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/32]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/32]]: เปลี่ยนชื่อ
221970
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๒๖|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|ระบอบที่ดิน}}{{สต}}</noinclude>อำนาจทางปกครอง ถือกันว่า สามีเป็นเจ้าของภริยา บิดาเป็นเจ้าของบุตร ประมุขจึงถือกันว่าเป็นเจ้าของที่ในอาณาเขตต์ดุจเดียวกัน เพราะเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศ ต้องกินเวลานาน ๆ มาจนจวนสมัยปัจจุบัน มนุษย์จึงสามารถแยกอำนาจของสามี บิดา และประมุขออกได้ และเพิ่งพิเคราะห์เห็นว่า เป็นสิทธิคนละประเภท และใช้ได้ไปคนละขอบเขตต์<ref>กรรมสิทธิมุ่งไปในทางกฎหมายเอกชนเกี่ยวกับผลประโยชน์ในทางเงิน โดยฉะเพาะในระหว่างบุคคล ทำให้เจ้าของมีสิทธิห้ามมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์ของตนเท่านั้น ส่วนอำนาจนั้นมุ่งไปในทางกฎหมายมหาชน ประมาณราคาเป็นเงินไม่ได้ในระหว่างบุคคล ทำให้ผู้มีอำนาจมีสิทธิบังคับให้ผู้อื่นทำตาม ฉะนั้น อาจมีกรรมสิทธิ์ แต่ไม่มีอำนาจ หรือมีอำนาจ แต่ไม่มีกรรมสิทธิ์</ref> ในครั้งก่อนใครเป็นอิสสระต้องเป็นเจ้าของ การที่ประมุขว่าเป็นเจ้าอาณาเขตต์ จึงแสดงความสมบูรณ์แห่งอธิปตัย<ref>ภาษาไทยคำว่า "เจ้า" มุ่งไปทางกฎหมายเอกชนและมหาชนทั้งสองนัย คือ หมายถึง ผู้มีอำนาจปกครองและผู้มีกรรมสิทธิ์ คำว่ากรรมสิทธิ์เพิ่งประดิษฐใช้ขึ้นในรัชชกาลที่ ๕ เพื่อหมายความถึงสิทธิทางกฎหมายเอกชนโดยฉะเพาะตามความคิดเห็นในปัจจุบัน</ref> แต่ทั้งนี้ก็เป็นทฤษฎีหรือนีตินัยมากกว่าอื่น เพราะอาณาเขตต์กว้างขวาง ผู้เป็นประมุขย่อมไม่สามารถครอบครองเหมือนเจ้าของที่ดินอันแท้จริง ทางพฤตินัยมีแต่จะปกครองอาณาเขตต์ คือ บริบาลการเมืองภายในอาณาเขตต์ ทำนองคล้ายกันกับวิธีปกครองปัจจุบัน ในประเทศเหล่านั้นการที่ประมุขอ้างอิงว่าเป็นเจ้าของที่ดินจึงไม่ค่อยเป็นอุปสรรคต่อสิทธิของราษฎรในที่ดิน เป็นแต่เหตุให้มีข้อจำกัดต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้ว
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
mjqfmwwrmjaszxkui2qierskowas115
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/33
250
68548
294217
221976
2026-07-26T07:35:58Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/33]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/33]]: เปลี่ยนชื่อ
221976
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๒๗|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|xxx}}{{สต}}</noinclude>{{กม|ข3|15}}แต่ส่วนชุมนุมชนเชื้อชาติไทยนั้น มีเหตุพิเศษที่ทำให้กรรมสิทธิ์ของประมุขเป็นความจริงแท้ ไม่ใช่เพียงทฤษฎีหรือนีตินัย คือ ประเพณีที่ประมุขแบ่งปันที่ดินในระหว่างราษฎร การแบ่งปันนี้ทำให้ราษฎรมิวายคิดว่า ตนทำประโยชน์ในที่ดินของผู้เป็นประมุขโดยพึ่งอาศัยกรุณาของประมุข ที่ดินหาเป็นของตนไม่ ส่วนประเทศไทยในโบราณกาล เจ้าหรือพระราชาที่เข้ามาตั้งถิ่นถานอยู่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาแต่เดิมอาจจะได้แบ่งปันที่ดินให้ราษฎรเป็นเนื้อที่มากหรือน้อยตามยศตำแหน่งหรือความชอบ ตามประเพณีของชนเชื้อชาติไทยนอื่นร การแบ่งปันนี้เองเป็นเค้าเงื่อนของศักดินาที่ปรากฎใช้อยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งศักดินานั้นก็คือจำนวนไร่ประจำยศบันดาศักดิ์ของข้าราชการตามลำดับทหารและพลเรือน แต่ได้เห็นมาแล้วว่า ในหมู่ชนเชื้อชาติไทยในประเทศอินโดจีนแทบทั่วไป ประเพณีแบ่งปันที่ดินเลิกเสียไม่ถือต่อไป หรือยังปฏิบัติแต่นาน ๆ ครั้งหนึ่งตามกรณีที่เกิดขึ้นโดยฉะเพาะ ส่วนเชื้อชาติไทยในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งไดบรรลุอารยธรรมเร็วกว่าเพื่อนเชื้อชาติไทยอื่นมาก ประเพณีแบ่งปันที่ดินนั้นเองสูญไป ไม่ได้กระทำกันมาแต่เนิ่นนานก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีแน่นอน ดั่งเห็นได้จากคำปรารภในพระอัยยการเบ็ดเสร็จลงปีกุน ๑๙๐๓ นั้นเอง คำปรารภนี้กล่าวถึงข้อพิพาทในระหว่างราษฎรที่ชิงที่ดินต่อกัน โดยหาว่าเป็นที่เดิมของตน และเรียกหากันว่าเป็นมฤดก ซึ่งส่อให้เห็นว่า แม้ในตอนต้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ราษฎรถือที่ดินสืบกันต่อเป็นชั่วคนปล้ว ไม่เวนคืนตามกำหนดเวลา แม้เมื่อถึงแก่<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
4ka7haazthlnuc60jaodg0ijihm7lcy
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/34
250
68549
294219
221985
2026-07-26T07:36:07Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/34]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/34]]: เปลี่ยนชื่อ
221985
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Index Librorum Permissorum" />{{หสล|๒๘|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|ระบอบที่ดิน}}{{สต}}</noinclude>ความตาย ที่ดินก็มิต้องกลับคืนไปยังพระมหากษัตริย์เพื่อแบ่งปันใหม่ อนึ่ง ในกฎหมายก็ดี ในพระราชพงศาวก็ดี มิได้พาดพิงไปถึงการแบ่งปันที่ดินโดยอำนาจของพระมหากษัตริย์แม้แต่แห่งเดียว กฎหมายบังคับให้ข้าราชการพากเพียรหาผู้เข้าทำที่รกร้างว่างเปล่า แต่ส่วนแปลงที่มีผู้ทำอยู่ ผู้ทำคงถือที่เสมอไป ฝ่ายศักดินานั้นเป็นที่ทราบแล้วว่า ในสมัยกรุงศรีอยุุธยา ข้าราชการไม่ได้รับระราชทานไร่นามบันดาศักดิ์จริง เป็นแต่วิธ๊แสดงลำดับบันดาศักดิ์ซุึ่งให้เสียสิทธิ์ในระหว่างบุคคลก็จริงอยู่ แต่ไม่เกี่ยวกับการยึดถือที่ดินมากน้อย<ref>ตามความเห็นของสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ศักดินานั้นดั้งเดิมหาได้หมายถึงจำนวนไร่ที่ข้าราชการรับพระราชทานตามบันดาศักดิ์ไม่ แต่หมายถึงจำนวนไร่ที่อนุญาตให้ซื้อได้ (คำอธิบายเรื่องพระราชพงศาวดาร ฉะบับพระราชหัดถเลขา หน้า ๔๖๓)</ref> ตามพระอัยยการตำแหน่งนาพลเรือน เห็นได้ว่า แม้พวกยาจก วรรณิพก และทาส ก็มีศักดินา ๕ ไร่ ซึ่งความจริงบุคคลเหล่านี้ตามสภาพของตนแล้วไม่สามารถเป็นเจ้าของที่ดินได้ ฉะนั้น น่าเชื่อได้ว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยา การถือที่ดินคงมั่นอยู่ ที่ดินไม่เคยเปลี่ยนมือเสมอ ๆ และตามปกติราษฎรทำสวนทำนาของตนรเรื่อยไปโดยไม่มีกำหนดเวลา.<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
b7h7gm3j7rz6m5g441ymda66awz7oj0
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/1
250
75693
293998
246783
2026-07-26T04:38:21Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/1]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/1]]: เปลี่ยนชื่อ
246783
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" /></noinclude>{{ก|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|200}}
{{ก|(กฎหมายเอกชน)|140}}
{{ก|โดย}}
{{ก|ร. แลงกาต์|140}}
{{ก|{{อ|(คำสอนในชั้นปริญญาโท)}}}}
{{ก|พุทธศักราช ๒๔๗๘}}<noinclude></noinclude>
e1s3l4fx58dufrff1xzww7d4vxp5ced
294078
293998
2026-07-26T05:04:08Z
Flamevine
11908
294078
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" /></noinclude>{{ก|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง|140}}
{{ก|คำสอนชั้นปริญญาโท|200}}
{{ก|พุทธศักราช ๒๔๗๘|140}}
{{ก|พิมพ์ครั้งที่ ๓|120}}
{{ก|เล่ม ๑|200}}
{{สกอ|sp|100}}
{{ก|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|200}}
{{ก|(กฎหมายเอกชน)|120}}
{{ก|ข้อความเบื้องต้น|180}}
{{ก|โดย}}
{{ก|ร. แลงกาต์|140}}
{{ก|เนติบัณฑิตพิเศษ}}
{{ก|ด๊อกเตอร์กฎหมายฝรั่งเศส}}<noinclude></noinclude>
84imztbk6s1giqd2p3t32vgk5bfyihb
294079
294078
2026-07-26T05:04:20Z
Flamevine
11908
/* Validated */
294079
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Flamevine" /></noinclude>{{ก|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง|140}}
{{ก|คำสอนชั้นปริญญาโท|200}}
{{ก|พุทธศักราช ๒๔๗๘|140}}
{{ก|พิมพ์ครั้งที่ ๓|120}}
{{ก|เล่ม ๑|200}}
{{สกอ|sp|100}}
{{ก|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|200}}
{{ก|(กฎหมายเอกชน)|120}}
{{ก|ข้อความเบื้องต้น|180}}
{{ก|โดย}}
{{ก|ร. แลงกาต์|140}}
{{ก|เนติบัณฑิตพิเศษ}}
{{ก|ด๊อกเตอร์กฎหมายฝรั่งเศส}}<noinclude></noinclude>
lbt9qsvcsike96cmmmvfximx0kxhjqp
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/30
250
75694
294050
246962
2026-07-26T04:44:08Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/6]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/30]]: เปลี่ยนชื่อ
246962
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หว||แก้คำผิด|จ}}{{สต}}</noinclude>{| {{ts|mc|bc}}
|-
|{{ts|bb}}|หน้า
|{{ts|bb}}|บรรทัด
|{{ts|bb}}|คำผิด
|{{ts|bb}}|คำถูก
|-
|{{ts|br}}|๑
|{{ts|br}}|๕
|{{ts|br}}|จะเป็น
|เป็น
|-
|{{ts|br}}|๑
|{{ts|br}}|๑๘
|{{ts|br}}|ข้ออนุญาต
|ข้อยอม
|-
|{{ts|br}}|๒
|{{ts|br}}|๑
|{{ts|br}}|เสรี
|อิสสระ
|-
|{{ts|br}}|๒
|{{ts|br}}|๖
|{{ts|br}}|ลำพัง
|โดยลำพัง
|-
|{{ts|br}}|๒
|{{ts|br}}|๑๒
|{{ts|br}}|แผก
|ผิด
|-
|{{ts|br}}|๗
|{{ts|br}}|๑๑
|{{ts|br}}|จะอำนวย
|ที่จะอำนวย
|-
|{{ts|br}}|๙
|{{ts|br}}|๒๑
|{{ts|br}}|ล้วนเป็น
|ล้วนแต่เป็น
|-
|{{ts|br}}|๙
|{{ts|br}}|๒๑
|{{ts|br}}|ผิดแผก
|ผิดแผกแตกต่างซึ่ง
|-
|{{ts|br}}|๑๕
|{{ts|br}}|๑๐
|{{ts|br}}|อินโดเนเชีย
|อินโดเนเซีย
|-
|{{ts|br}}|๑๕
|{{ts|br}}|๑๙
|{{ts|br}}|โคตม
|เคาตม
|-
|{{ts|br}}|๑๕
|{{ts|br}}|๒๒
|{{ts|br}}|โพธายน
|เพาธายน
|-
|{{ts|br}}|๑๕
|{{ts|br}}|๒๒
|{{ts|br}}|Baudhyáyana
|Baudháyana
|-
|{{ts|br}}|๑๖
|{{ts|br}}|๘
|{{ts|br}}|Yájñavaklya
|Yájñavalkya
|-
|{{ts|br}}|๑๖
|{{ts|br}}|๘
|{{ts|br}}|ตำรา
|ตำราของ
|-
|{{ts|br}}|๑๖
|{{ts|br}}|๒๑
|{{ts|br}}|๒๑
|๑๒
|-
|{{ts|br}}|๑๘
|{{ts|br}}|๘
|{{ts|br}}|อาศัย
|อาศัยเหตุ
|-
|{{ts|br}}|๑๙
|{{ts|br}}|๑
|{{ts|br}}|เหล่าจำกัดพวก
|หมู่จำกัดเหล่า
|-
|{{ts|br}}|๒๒
|{{ts|br}}|๖
|{{ts|br}}|จาลึก
|จารึก
|-
|{{ts|br}}|๒๒
|{{ts|br}}|๑๔
|{{ts|br}}|ฮามูราบี
|ฮัมมูราบี
|-
|{{ts|br}}|๒๒
|{{ts|br}}|๑๙
|{{ts|br}}|รับทราบให้รู้ตัว
|สังวร
|-
|{{ts|br}}|๒๒
|{{ts|br}}|๑๙
|{{ts|br}}|จนถึง
|ซึ่ง
|-
|{{ts|br}}|๒๒
|{{ts|br}}|๒๐
|{{ts|br}}|หากตน
|หากว่าตน
|-
|{{ts|br}}|๒๓
|{{ts|br}}|๖
|{{ts|br}}|กันได้
|ได้กัน
|-
|{{ts|br}}|๒๓
|{{ts|br}}|๑๔
|{{ts|br}}|ปรากฎ
|ที่ปรากฏ<noinclude>{{มปกต}}
|-
|}</noinclude>
lncvnxgurcge3s2ampge0n2rmvh8lug
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/31
250
75695
294052
246801
2026-07-26T04:44:15Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/7]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/31]]: เปลี่ยนชื่อ
246801
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หว|ฉ|แก้คำผิด}}{{สต}}
{| {{ts|mc|bc}}
|-
|{{ts|bb}}|หน้า
|{{ts|bb}}|บรรทัด
|{{ts|bb}}|คำผิด
|{{ts|bb}}|คำถูก
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-
|{{ts|br}}|๒๓
|{{ts|br}}|๑๕
|{{ts|br}}|ที่ซึ่งตรง
|ซึ่งตรง
|-
|{{ts|br}}|๒๔
|{{ts|br}}|๒
|{{ts|br}}|ถอยขึ้น
|ถอยหลังขึ้น
|-
|{{ts|br}}|๒๕
|{{ts|br}}|๑๘
|{{ts|br}}|แต่กระนั้น
|แต่ถึงกระนั้น
|-
|{{ts|br}}|๒๕
|{{ts|br}}|๑๙
|{{ts|br}}|เสียนั้น
|เสียเลยนั้น
|-
|{{ts|br}}|๒๖
|{{ts|br}}|๑๒
|{{ts|br}}|เป็นไร้
|เป็นสิ่งที่ไร้
|-
|{{ts|br}}|๒๖
|{{ts|br}}|๑๙
|{{ts|br}}|ด้วยจงใจ
|ด้วยความจงใจ
|-
|{{ts|br}}|๒๖
|{{ts|br}}|๒๒
|{{ts|br}}|ถอยขึ้น
|ถอยหลังขึ้น
|-
|{{ts|br}}|๒๗
|{{ts|br}}|๒๑
|{{ts|br}}|ข้อพิมพ์
|ข้อที่พิมพ์
|-
|{{ts|br}}|๒๘
|{{ts|br}}|๑๓
|{{ts|br}}|พบกฎบท
|พบบท
|-
|{{ts|br}}|๓๐
|{{ts|br}}|๔
|{{ts|br}}|๑๑๖
|๑๑๖๖
|-
|{{ts|br}}|๓๓
|{{ts|br}}|๕
|{{ts|br}}|แต่หากยัง
|ยัง
|-
|{{ts|br}}|๓๓
|{{ts|br}}|๖
|{{ts|br}}|ให้ง่าย
|ได้ง่าย
|-
|{{ts|br}}|๓๓
|{{ts|br}}|๑๐
|{{ts|br}}|จนทาง
|สนเท่ห์
|-
|{{ts|br}}|๓๓
|{{ts|br}}|๑๑
|{{ts|br}}|ใช้
|ปรับกับคดี
|-
|{{ts|br}}|๓๖
|{{ts|br}}|๙
|{{ts|br}}|ตรวด
|ตรวจ
|-
|{{ts|br}}|๔๓
|{{ts|br}}|๘
|{{ts|br}}|ตกลงมา
|ตกมา
|-
|{{ts|br}}|๔๔
|{{ts|br}}|๑
|{{ts|br}}|ปื
|ปี
|-
|{{ts|br}}|๔๗
|{{ts|br}}|๑๗
|{{ts|br}}|อาศัย
|อาศัยเหตุ
|-
|{{ts|br}}|๔๙
|{{ts|br}}|๑๕
|{{ts|br}}|ฉบับกฎหมาย
|กฎหมาย
|-
|{{ts|br}}|๕๐
|{{ts|br}}|๑๗
|{{ts|br}}|การมี
|มีการ
|-
|{{ts|br}}|๕๑
|{{ts|br}}|๒๒
|{{ts|br}}|๒๓๔๘
|๒๔๓๘
|-
|{{ts|br}}|๕๖
|{{ts|br}}|๔
|{{ts|br}}|มามัญญเทศ
|รามัญญเทศ
|-
|{{ts|br}}|๕๖
|{{ts|br}}|๑๗
|{{ts|br}}|เช่นกัน
|เช่นเดียวกัน
|-
|{{ts|br}}|๗๔
|{{ts|br}}|๑๙
|{{ts|br}}|ตอนนี้
|นี้<noinclude>{{มปกต}}
|-
|}</noinclude>
54k7hljsts9zu235s52gp069z358rjj
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/32
250
75696
294054
246807
2026-07-26T04:44:22Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/8]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/32]]: เปลี่ยนชื่อ
246807
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หว||แก้คำผิด|ช}}{{สต}}
{| {{ts|mc|bc}}
|-
|{{ts|bb}}|หน้า
|{{ts|bb}}|บรรทัด
|{{ts|bb}}|คำผิด
|{{ts|bb}}|คำถูก
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-
|{{ts|br}}|๗๕
|{{ts|br}}|๗
|{{ts|br}}|เจ้าทุมพร
|เจ้าอุทุมพร
|-
|{{ts|br}}|๗๘
|{{ts|br}}|๒๑
|{{ts|br}}|ลงกัน
|ลงรอยกัน
|-
|{{ts|br}}|๘๔
|{{ts|br}}|๖
|{{ts|br}}|ใจ
|พระทัย
|-
|{{ts|br}}|๘๘
|{{ts|br}}|๒๑
|{{ts|br}}|ทรัพย์สิน
|ทรัพย์
|-
|{{ts|br}}|๘๙
|{{ts|br}}|๑๘
|{{ts|br}}|แต่เพียง
|เพียง
|-
|{{ts|br}}|๘๙
|{{ts|br}}|๒๑
|{{ts|br}}|ในสัตถัม
|สัตถัม
|-
|{{ts|br}}|๙๑
|{{ts|br}}|๗
|{{ts|br}}|สมบัติ
|คุณสมบัติ
|-
|{{ts|br}}|๙๑
|{{ts|br}}|๑๒
|{{ts|br}}|เอาค่า
|เอาและค่า
|-
|{{ts|br}}|๙๑
|{{ts|br}}|๑๒
|{{ts|br}}|ประเภท
|ประเภท คือ
|-
|{{ts|br}}|๙๒
|{{ts|br}}|๒๑
|{{ts|br}}|แทรกแซงกับ
|แทรกไว้ใน
|-
|{{ts|br}}|๙๕
|{{ts|br}}|๑๘
|{{ts|br}}|เล่า
|เหล่า
|-
|{{ts|br}}|๙๕
|{{ts|br}}|๑๙
|{{ts|br}}|ลงกัน
|ลงรอยกัน
|-
|{{ts|br}}|๙๖
|{{ts|br}}|๑๖
|{{ts|br}}|ชื่อพบ
|พบชื่อ
|-
|{{ts|br}}|๙๙
|{{ts|br}}|๑๓
|{{ts|br}}|ทิ้ง
|สะละ
|-
|{{ts|br}}|๑๐๔
|{{ts|br}}|๑๘
|{{ts|br}}|หมาย
|หาย
|-
|{{ts|br}}|๑๐๕
|{{ts|br}}|๙
|{{ts|br}}|ต้องการ
|ความต้องการ
|-
|{{ts|br}}|๑๑๐
|{{ts|br}}|๓
|{{ts|br}}|ตกเป็น
|ตกอยู่
|-
|{{ts|br}}|๑๑๑
|{{ts|br}}|๗
|{{ts|br}}|จอ
|จน
|-
|{{ts|br}}|๑๑๖
|{{ts|br}}|๑๑–๑๓
|{{ts|br}}|หลัก
|ลัก
|-
|{{ts|br}}|๑๒๑
|{{ts|br}}|๑๙
|{{ts|br}}|โดยเพราะ
|เพราะ
|-
|{{ts|br}}|๑๓๙
|{{ts|br}}|๑๖
|{{ts|br}}|ให้หาย
|หายให้
|-
|{{ts|br}}|๑๔๔
|{{ts|br}}|๙
|{{ts|br}}|เรื่อคงวาม
|เรื่องความ
|-
|{{ts|br}}|๑๔๘
|{{ts|br}}|๒๐
|{{ts|br}}|ครับ
|ครัว
|-
|{{ts|br}}|๑๕๔
|{{ts|br}}|๑
|{{ts|br}}|ขัด
|ชัด<noinclude>{{มปกต}}
|-
|}</noinclude>
51babczlvixavh3pesbz0eqed2ijnfm
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/33
250
75697
294056
246811
2026-07-26T04:44:29Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/9]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/33]]: เปลี่ยนชื่อ
246811
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หว|ซ|แก้คำผิด|}}{{สต}}
{| {{ts|mc|bc}}
|-
|{{ts|bb}}|หน้า
|{{ts|bb}}|บรรทัด
|{{ts|bb}}|คำผิด
|{{ts|bb}}|คำถูก
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-
|{{ts|br}}|๑๕๕
|{{ts|br}}|๕
|{{ts|br}}|ขวัญลง
|ขวัญลด
|-
|{{ts|br}}|๑๕๕
|{{ts|br}}|๗
|{{ts|br}}|(๑)
|(๓)
|-
|{{ts|br}}|๑๕๗
|{{ts|br}}|๒๑
|{{ts|br}}|กฎหมายเดิม
|กฎหมาย
|-
|{{ts|br}}|๑๖๒
|{{ts|br}}|๖
|{{ts|br}}|ว่าง
|ว่า
|-
|{{ts|br}}|๑๗๒
|{{ts|br}}|๑๔
|{{ts|br}}|ด้วยสัก
|ฐานศักดิ์
|-
|{{ts|br}}|๑๗๙
|{{ts|br}}|๑
|{{ts|br}}|มิอ
|มือ
|-
|{{ts|br}}|๑๗๙
|{{ts|br}}|๔
|{{ts|br}}|วิลาท
|วิวาท
|-
|{{ts|br}}|๒๐๙
|{{ts|br}}|๗
|{{ts|br}}|เอาข้าว
|เอาเข้า
|-
|{{ts|br}}|๒๑๓
|{{ts|br}}|๑๙
|{{ts|br}}|๓๓๑
|๑๓๑
|-
|{{ts|br}}|๒๒๑
|{{ts|br}}|๑๒
|{{ts|br}}|ดิด
|คิด
|-
|{{ts|br}}|๒๒๙
|{{ts|br}}|๘
|{{ts|br}}|ชะเงิน
|เงิน
|-
|{{ts|br}}|๒๒๙
|{{ts|br}}|๙
|{{ts|br}}|ปราศ
|ปราศจาก
|-
|{{ts|br}}|๒๓๓
|{{ts|br}}|๔
|{{ts|br}}|รัชชการ
|รัชชกาล
|-
|{{ts|br}}|๒๓๓
|{{ts|br}}|๖
|{{ts|br}}|รัชชการ
|รัชชกาล
|-
|{{ts|br}}|๒๔๒
|{{ts|br}}|๒๐
|{{ts|br}}|๑๒๐
|๑๒๓
|-
|{{ts|br}}|๒๔๗
|{{ts|br}}|๘
|{{ts|br}}|ละเมิดสิทธิ
|ละเมิดมีสิทธิ
|-
|}<noinclude></noinclude>
11rcpr0soyq5t4cq5eov2ra3g3vvm9g
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/34
250
75698
294058
246828
2026-07-26T04:44:37Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/10]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/34]]: เปลี่ยนชื่อ
246828
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" /></noinclude>{{ก|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|200}}
{{ก|[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 1/ส่วนที่ 1|บทนำทั่วไป]]|140}}
{{สต|7em}}
{{กม|ข3|๑}}ข้อความทั่วไปซึ่งว่าด้วยความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย ประโยชน์ของการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย
{{กม|ข3|๒}}ข้อความโดยสังเขปเกี่ยวกับกฎหมายของชนชาติสำคัญ ๆ ที่ให้กำเนิดแก่อารยธรรม กฎหมายบาบีโลน, อียิปต์, กรีก, จีน, ฮินดู
{{กม|ข3|๓}}คุณค่าสูงเป็นพิเศษของกฎหมายโรมัน
{{สต|7em}}
{{ก|[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 1/ส่วนที่ 2|{{ขนอ|140%|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}} <br> ข้อความเบื้องต้น]]}}
{{สต|7em}}
{{ก|{{ขนอ|120%|บทที่ ๑}} <br> การหาหลักฐานเพื่อประกอบ <br> การศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}
{{สต|7em}}
{{กม|ข3|๑}}ลายจารึก ศิลาจารึกครั้งสุโขไทย
{{กม|ข3|๒}}เอกสารต่าง ๆ ถอยหลังขึ้นไปจนถึงสมัยอยุธยา เอกสารฉะบับเขียนเกี่ยวกับกฎหมาย หนังสือซึ่งชาวยุโรปเรียบเรียงขึ้น
{{กม|ข3|๓}}ประมวลกฎหมาย จุลศักราช ๑๑๖๖ (พ.ศ. ๒๓๔๗–๒๓๔๘) คุณค่าของประมวลกฎหมายฉะบับนี้ในการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์กฎหมาย การลงพิมพ์กฎหมายที่ชำระในรัชชกาลที่ ๑
{{มปก}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
a248i5fh89gvwuh082sez99khedkfpv
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/35
250
75699
294060
246829
2026-07-26T04:44:45Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/11]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/35]]: เปลี่ยนชื่อ
246829
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หว|ข|ประวัติศาสตร์กฎหมาย}}{{สต}}</noinclude>{{กม|ข3|๔}}ตัวบทกฎหมายซึ่งมีขึ้นหลังจากการประมวลกฎหมายในรัชชกาลที่ ๑
{{กม|ข3|๕}}หนังสือต่าง ๆ ที่ประชุมรวบรวมคำพิพากษา
{{สต|7em}}
{{ก|{{ขนอ|120%|บทที่ ๒}} <br> เค้ามูลเดิม}}
{{สต|7em}}
{{กม|ข3|๑}}จารีตรประเพณีเดิมของไทย
{{กม|ข3|๒}}อิทธิพลของกฎหมายขอมและมอญ ความสำคัญของอิทธิพลมอญในส่วนที่เกี่ยวกับระเบียบต่าง ๆ ของชุมชุนซึ่งว่าด้วยความเกี่ยวพันระหว่างเอกชน
{{กม|ข3|๓}}อิทธิพลของกฎหมายฮินดู
{{กม|ข3|๔}}การกำเนิดของกฎหมายไทย ธรรมศาสตร์ และราชศาสตร์ การที่จารีตรประเพณีและบทกฎหมายเข้ามีส่วนช่วยในการก่อกำเนิดกฎหมายไทย
{{สต|7em}}
{{ก|{{ขนอ|120%|บทที่ ๓}} <br> การแบ่งต่าง ๆ ทั่วไป}}
{{สต|7em}}
{{กม|ข3|๑}}สมัยใหญ่ ๆ ของประวัติศาสตร์กฎหมายไทย สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยสามรัชชกาลแรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร สมัยรัชชกาลที่ ๔ และต้นรัชชกาลที่ ๕ สมัยประมวลกฎหมาย
{{กม|ข3|๒}}การแบ่งในคำสอน การจัดแบ่งบทกฎหมายเก่าออกเป็นลักษณะ<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
ksp5rudjlvdr1v0hte3lod1fagxyhug
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/36
250
75700
294066
246840
2026-07-26T04:45:18Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/12]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/36]]: เปลี่ยนชื่อ
246840
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หว||ประวัติศาสตร์กฎหมาย|ค}}{{สต}}</noinclude>ตามมูลอรรถคดี คุณค่าของการแบ่งกฎหมายอย่างเก่า และข้อบกพร่องที่มีอยู่ในการแบ่งนี้
{{สต|7em}}
{{ก|[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 1/ส่วนที่ 3|ละเมิด]]|140}}
{{ก|{{ขนอ|120%|บทที่ ๑}} <br> ข้อความทั่วไปในเรื่องละเมิด}}
{{สต|7em}}
{{กม|ข3|๑}}กำเนิดแห่งบัญญัติอันว่าด้วยการละเมิด และกฎหมายเปรียบเทียบ (กฎหมายโรมัน ฮินดู มอญ พะม่า)
{{กม|ข3|๒}}สิทธิแก้แค้น และการแทรกแซงของรัฐเข้ามาในเรื่องละเมิด บัญญัติของกฎหมายเก่าซึ่งมีสมุฏฐานสืบมาจากสิทธิแก้แค้น วิธีใช้สิทธิแก้แค้น
{{กม|ข3|๓}}ความรับผิดชอบร่วมกันทั้งครอบครัวและทั้งหมู่เหล่า ความรับผิดชอบร่วมกันทั้งครอบครัวซึ่งยังคงเหลือเป็นที่ใช้อยู่บางส่วน ความวิวัฒน์เปลี่ยนแปลงของความรับผิดชอบร่วมกันทั้งหมู่เหล่าในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงรัชชกาลที่ ๓ กฎหมายโจรห้าเส้น
{{สต|7em}}
{{ก|{{ขนอ|120%|บทที่ ๒}} <br> ลักษณะอันสามัญแก่การละเมิดทุกชะนิด}}
{{สต|7em}}
{{กม|ข3|๑}}ลักษณะสำคัญของเงินปรับไหม
{{กม|ข3|๒}}เจตนาร้าย
{{กม|ข3|๓}}เหตุร้ายแรงที่ประกอบเข้ามาในการละเมิด
{{กม|ข3|๔}}การพยายาม
{{มปก}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
nyh7p2dwr22yp98ir9ul5n3x99dubms
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/37
250
75701
294062
246847
2026-07-26T04:45:00Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/13]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/37]]: เปลี่ยนชื่อ
246847
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หว|ฆ|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|}}{{สต}}</noinclude>{{กม|ข3|๕}}บุคคลที่ไม่ต้องมีความรับผิดชอบ
{{กม|ข3|๖}}ผู้สมคบและผู้สมรู้
{{กม|ข3|๗}}การละเมิดทำระหว่างสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน
{{กม|ข3|๘}}อายุความของการฟ้องร้องเรียกสินไหม
{{กม|ข3|๙}}ความตายของผู้เสียหายหรือของผู้ละเมิด
{{สต|7em}}
{{ก|{{ขนอ|120%|บทที่ ๓}} <br> การละเมิดที่กระทำต่อตัวบุคคล}}
{{สต|7em}}
{{กม|ข3|๑}}การด่าและการทำร้ายร่างกาย
{{กม|ข3|๒}}การฆ่าคนตาย
{{กม|ข3|๓}}การสบประมาท
{{สต|7em}}
{{ก|{{ขนอ|120%|บทที่ ๔}} <br> การละเมิดซึ่งกระทำต่อทรัพย์สิน}}
{{สต|7em}}
{{กม|ข3|๑}}การลักทรัพย์ การลักพา
{{กม|ข3|๒}}การละเมิดเกี่ยวกับกสิกรรม การลักทรัพย์ที่เกี่ยวกับกสิกรรม ความเสียหายซึ่งสัตว์เลี้ยงได้ทำให้เกิดแก่พืชผล ความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นแก่สัตว์เลี้ยงโดยสัตว์เลี้ยงของผู้อื่นได้ทำขึ้น การละเมิดอย่างอื่นเกี่ยวกับกสิกรรม
{{กม|ข3|๓}}ชายชู้
{{มปก}}<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
bq3fsm9a00cd57znmyp1gmh44431dha
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/38
250
75702
294064
246854
2026-07-26T04:45:12Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/14]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/38]]: เปลี่ยนชื่อ
246854
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หว||ประวัติศาสตร์กฎหมาย|ง}}{{สต}}</noinclude>{{กม|ข3|๔}}การข่มขืนทำชำเรา
{{กม|ข3|๕}}การประบัดสินและมักได้
{{สต|7em}}
{{ก|{{ขนอ|120%|บทที่ ๕}} <br> การเปลี่ยนแปลงระบอบการในเรื่องละเมิดให้เข้าสู่แนวความคิด <br> ของกฎหมายปัจจุบัน}}
{{สต|7em}}
{{กม|ข3|๑}}การเปลี่ยนแปลงในรัชชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทรจนถึงการประกาศใช้กฎหมายลักษณะอาชญา ร.ศ. ๑๒๗
{{กม|ข3|๒}}กิจการของศาลและของอาจารย์กฎหมาย
{{กม|ข3|๓}}กฎหมายลักษณะอาชญา ร.ศ. ๑๒๗ และบทกฎหมายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายหลัง
{{สต|7em}}
{{ก|{{ขนอ|120%|คำบรรยายโดยสังเขปในกฎหมายโรมัน}}}}
{{สต|7em}}
ในการสอนตอนว่าด้วยกฎหมายโรมันนี้จะกระทำตามที่เวลาจะอำนวยให้<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
14d02d7vhappfos9ikkty47burq8atb
ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 1
0
75703
294074
246855
2026-07-26T04:59:02Z
Flamevine
11908
294074
wikitext
text/x-wiki
{{header
<!-- ข้อมูลหลัก -->
| title = [[../]]: เล่ม 1
| year = 2491
| author = โรแบร์ แลงกาต์
| editor =
| translator =
| section =
| contributor =
| previous = [[../|หน้ารวม]]
| next = [[../เล่ม 2/]]
| notes =
<!-- ข้อมูลย่อย -->
| categories =
| portal =
}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" include="1" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" include="2" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" include="4" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" from="5" to="6" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" from="7" to="19" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" from="20" to="42" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" from="43" to="61" tosection="61-1" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" from="61" fromsection="61-2" to="73" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" include="74" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" from="75" to="76" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" include="77" />
----
{{reflist}}
{{pd-th}}
mnzz1ml3kvhv2dfaotxtzj3gm3fqahh
294075
294074
2026-07-26T04:59:28Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 1]] ไปยัง [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 1]]: เปลี่ยนชื่อ
294074
wikitext
text/x-wiki
{{header
<!-- ข้อมูลหลัก -->
| title = [[../]]: เล่ม 1
| year = 2491
| author = โรแบร์ แลงกาต์
| editor =
| translator =
| section =
| contributor =
| previous = [[../|หน้ารวม]]
| next = [[../เล่ม 2/]]
| notes =
<!-- ข้อมูลย่อย -->
| categories =
| portal =
}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" include="1" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" include="2" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" include="4" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" from="5" to="6" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" from="7" to="19" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" from="20" to="42" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" from="43" to="61" tosection="61-1" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" from="61" fromsection="61-2" to="73" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" include="74" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" from="75" to="76" />
{{pb}}
<pages index="Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu" include="77" />
----
{{reflist}}
{{pd-th}}
mnzz1ml3kvhv2dfaotxtzj3gm3fqahh
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/7
250
75704
294004
246914
2026-07-26T04:39:49Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/15]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/7]]: เปลี่ยนชื่อ
246914
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" /></noinclude>{{ลห|ก1|{{ขนอ|200%|ประวัติศาสตร์กฎหมาย}} <br> {{สนต|{{ขนอ|140%|บทนำทั่วไป}}}}}}
{{กม|ห2|ก2|ข้อความทั่วไปซึ่งว่าด้วยความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย|120}}
{{กม|ข3|1}}กฎหมาย หรืออีกนัยหนึ่ง ที่รวมแห่งข้อบังคับทั้งหลายซึ่งใช้บังคับแก่กิจการต่าง ๆ ของมนุษย์ทางชุมชนนั้น ใช่ว่า{{ตตฉ|จะเป็น}}<ref>{{กม|ปวศ|1|จะเป็น|เป็น}}</ref> สิ่งที่กำหนดแต่งตั้งขึ้นตามอำเภอน้ำใจของผู้เป็นหัวหน้าในชุมชนโดยอิสสระก็หาไม่. เมื่อเราพิเคราะห์ดูประวัติศาสตร์หรือความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย เราจะเห็นว่า ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ประกอบรวมเรียกว่ากฎหมายนี้ ได้เป็นผลที่เกิดขึ้นโดยตรงจากอาการที่มนุษย์ได้เข้ามารวบรวมอาศัยกันอยู่เป็นชุมชนเพื่อดำเนินชีวิต. ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ว่านี้ได้ค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละน้อย ๆ ตามลำพังเป็นลำดับ, สำหรับวางระเบียบความเกี่ยวพันอันมากหลายระหว่างมนุษย์ในชุมชนให้ค่อย ๆ เข้ารูปเรียบร้อยเห็นได้แน่นอนชัดเจน. ข้อบังคับเหล่านี้แสดงให้บุคคลทราบว่า ตนสามารถจะกระทำการอันใดได้บ้างโดยจะไม่เป็นการรบกวนเสรีภาพของเพื่อนมนุษย์คนอื่น ๆ. กับอีกทางหนึ่ง แสดงให้บุคคลทราบว่า ตนมีอำนาจที่จะห้ามกันมิให้ผู้อื่นก่อเหตุใด ๆ อันจะพึงทำให้ตนต้องได้รับความเสื่อมเสียโดยมิเป็นธรรม. ตามที่กล่าวมาโดยรวบรัดนี้ เราพอจะเห็นได้แล้วว่า กฎหมายไม่ใช่อื่นไกล, คือที่รวมแห่ง{{ตตฉ|ข้ออนุญาต}}<ref>{{กม|ปวศ|1|ข้ออนุญาต|ข้อยอม}}</ref> และข้อห้ามซึ่งเป็นหนทางทำให้บุคคลที่ดำเนินชีวิตอยู่ในชุมชนแห่งใดแห่งหนึ่งสามารถขวนขวายประกอบกิจการต่าง ๆ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของ<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}
{{รกออ}}</noinclude>
alkjlhcutn4t8r1enr8yh6z7z4271v8
294087
294004
2026-07-26T05:20:06Z
Flamevine
11908
294087
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" /></noinclude>{{ลห|a1|{{สนต|{{ขนอ|200%|ประวัติศาสตร์กฎหมาย}}}} <br> {{สนต|{{ขนอ|140%|บทนำทั่วไป}}}}}}
{{กสต|ข้อความทั่วไปซึ่งว่าด้วยความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย|120}}
{{กม|ข3|1}}กฎหมาย หรืออีกนัยหนึ่ง ที่รวมแห่งข้อบังคับทั้งหลายซึ่งใช้บังคับแก่กิจการต่าง ๆ ของมนุษย์ทางชุมชนนั้น ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่กำหนดแต่งตั้งขึ้นตามอำเภอน้ำใจของผู้เป็นหัวหน้าในชุมชนโดยอิสสระก็หาไม่. เมื่อเราพิเคราะห์ดูประวัติศาสตร์หรือความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย เราจะเห็นว่า ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ประกอบรวมเรียกว่ากฎหมายนี้ ได้เป็นผลที่เกิดขึ้นโดยตรงจากอาการที่มนุษย์ได้เข้ามารวบรวมอาศัยกันอยู่เป็นชุมชนเพื่อดำเนินชีวิต. ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ว่านี้ได้ค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละน้อย ๆ ตามลำพังเป็นลำดับ, สำหรับวางระเบียบความเกี่ยวพันอันมากหลายระหว่างมนุษย์ในชุมชนให้ค่อย ๆ เข้ารูปเรียบร้อยเห็นได้แน่นอนชัดเจน. ข้อบังคับเหล่านี้แสดงให้บุคคลทราบว่า ตนสามารถจะกระทำการอันใดได้บ้างโดยจะไม่เป็นการรบกวนเสรีภาพของเพื่อนมนุษย์คนอื่น ๆ. กับอีกทางหนึ่ง แสดงให้บุคคลทราบว่า ตนมีอำนาจที่จะห้ามกันมิให้ผู้อื่นก่อเหตุใด ๆ อันจะพึงทำให้ตนต้องได้รับความเสื่อมเสียโดยมิเป็นธรรม. ตามที่กล่าวมาโดยรวบรัดนี้ เราพอจะเห็นได้แล้วว่า กฎหมายไม่ใช่อื่นไกล, คือที่รวมแห่งข้ออนุญาตและข้อห้ามซึ่งเป็นหนทางทำให้บุคคลที่ดำเนินชีวิตอยู่ในชุมชนแห่งใดแห่งหนึ่งสามารถขวนขวายประกอบกิจการต่าง ๆ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของ<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
razstmp34s982d4s7cusxjiuisdliu9
294088
294087
2026-07-26T05:21:03Z
Flamevine
11908
294088
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" /></noinclude>{{ลห|a1|{{สนต|{{ขนอ|200%|ประวัติศาสตร์กฎหมาย}}}} <br> {{สนต|{{ขนอ|140%|บทนำทั่วไป}}}}}}
{{กสต|ข้อความทั่วไปซึ่งว่าด้วยความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย|120}}
{{กม|ข3|1}}กฎหมาย หรืออีกนัยหนึ่ง ที่รวมแห่งข้อบังคับทั้งหลายซึ่งใช้บังคับแก่กิจการต่าง ๆ ของมนุษย์ทางชุมชนนั้น ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่กำหนดแต่งตั้งขึ้นตามอำเภอน้ำใจของผู้เป็นหัวหน้าในชุมชนโดยอิสสระก็หาไม่. เมื่อเราพิเคราะห์ดูประวัติศาสตร์หรือความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย เราจะเห็นว่า ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ประกอบรวมเรียกว่ากฎหมายนี้ ได้เป็นผลที่เกิดขึ้นโดยตรงจากอาการที่มนุษย์ได้เข้ามารวบรวมอาศัยกันอยู่เป็นชุมชนเพื่อดำเนินชีวิต. ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ว่านี้ได้ค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละน้อย ๆ ตามลำพังเป็นลำดับ, สำหรับวางระเบียบความเกี่ยวพันอันมากหลายระหว่างมนุษย์ในชุมชนให้ค่อย ๆ เข้ารูปเรียบร้อยเห็นได้แน่นอนชัดเจน. ข้อบังคับเหล่านี้แสดงให้บุคคลทราบว่า ตนสามารถจะกระทำการอันใดได้บ้างโดยจะไม่เป็นการรบกวนเสรีภาพของเพื่อนมนุษย์คนอื่น ๆ. กับอีกทางหนึ่ง แสดงให้บุคคลทราบว่า ตนมีอำนาจที่จะห้ามกันมิให้ผู้อื่นก่อเหตุใด ๆ อันจะพึงทำให้ตนต้องได้รับความเสื่อมเสียโดยมิเป็นธรรม. ตามที่กล่าวมาโดยรวบรัดนี้ เราพอจะเห็นได้แล้วว่า กฎหมายไม่ใช่อื่นไกล, คือที่รวมแห่งข้ออนุญาตและข้อห้ามซึ่งเป็นหนทางทำให้บุคคลที่ดำเนินชีวิตอยู่ในชุมชนแห่งใดแห่งหนึ่งสามารถขวนขวายประกอบกิจการต่าง ๆ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของตนได้โดยเสรี, กับทั้งโดยมิให้เป็นการกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของผู้อื่นอยู่ในชุมชนเช่นเดียวกับตนด้วย.
{{กม|ข3|2}}ในชั้นดั้งเดิม, แรก ๆ ที่มนุษย์เข้ามารวบรวมอยู่เป็นชุมชน กฎหมายยังมิได้กระทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร คงเป็นแต่เพียงจารีตรประเฑณี กล่าวคือยังคงรวมอยู่ในขนบธรรมเนียม, ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละน้อย ๆ เป็นลำดับลำพัง เนื่องจากผลของการที่มนุษย์ดำเนินชีวิตอยู่ในระหว่างกันตามสภาพของตนที่มีความจำเป็นจะต้อง<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
lunypj9kr8cswyp4rkpabvtorp5n8n8
294099
294088
2026-07-26T05:33:55Z
Flamevine
11908
/* Not proofread */
294099
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Flamevine" /></noinclude>{{ลห|a1|{{สนต|{{ขนอ|200%|ประวัติศาสตร์กฎหมาย}}}} <br> {{สนต|{{ขนอ|140%|บทนำทั่วไป}}}}}}
{{กสต|ข้อความทั่วไปซึ่งว่าด้วยความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย|120}}
{{กม|ข3|1}}กฎหมาย หรืออีกนัยหนึ่ง ที่รวมแห่งข้อบังคับทั้งหลายซึ่งใช้บังคับแก่กิจการต่าง ๆ ของมนุษย์ทางชุมชนนั้น ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่กำหนดแต่งตั้งขึ้นตามอำเภอน้ำใจของผู้เป็นหัวหน้าในชุมชนโดยอิสสระก็หาไม่. เมื่อเราพิเคราะห์ดูประวัติศาสตร์หรือความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย เราจะเห็นว่า ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ประกอบรวมเรียกว่ากฎหมายนี้ ได้เป็นผลที่เกิดขึ้นโดยตรงจากอาการที่มนุษย์ได้เข้ามารวบรวมอาศัยกันอยู่เป็นชุมชนเพื่อดำเนินชีวิต. ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ว่านี้ได้ค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละน้อย ๆ ตามลำพังเป็นลำดับ, สำหรับวางระเบียบความเกี่ยวพันอันมากหลายระหว่างมนุษย์ในชุมชนให้ค่อย ๆ เข้ารูปเรียบร้อยเห็นได้แน่นอนชัดเจน. ข้อบังคับเหล่านี้แสดงให้บุคคลทราบว่า ตนสามารถจะกระทำการอันใดได้บ้างโดยจะไม่เป็นการรบกวนเสรีภาพของเพื่อนมนุษย์คนอื่น ๆ. กับอีกทางหนึ่ง แสดงให้บุคคลทราบว่า ตนมีอำนาจที่จะห้ามกันมิให้ผู้อื่นก่อเหตุใด ๆ อันจะพึงทำให้ตนต้องได้รับความเสื่อมเสียโดยมิเป็นธรรม. ตามที่กล่าวมาโดยรวบรัดนี้ เราพอจะเห็นได้แล้วว่า กฎหมายไม่ใช่อื่นไกล, คือที่รวมแห่งข้ออนุญาตและข้อห้ามซึ่งเป็นหนทางทำให้บุคคลที่ดำเนินชีวิตอยู่ในชุมชนแห่งใดแห่งหนึ่งสามารถขวนขวายประกอบกิจการต่าง ๆ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของตนได้โดยเสรี, กับทั้งโดยมิให้เป็นการกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของผู้อื่นอยู่ในชุมชนเช่นเดียวกับตนด้วย.
{{กม|ข3|2}}ในชั้นดั้งเดิม, แรก ๆ ที่มนุษย์เข้ามารวบรวมอยู่เป็นชุมชน กฎหมายยังมิได้กระทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร คงเป็นแต่เพียงจารีตรประเฑณี กล่าวคือยังคงรวมอยู่ในขนบธรรมเนียม, ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละน้อย ๆ เป็นลำดับลำพัง เนื่องจากผลของการที่มนุษย์ดำเนินชีวิตอยู่ในระหว่างกันตามสภาพของตนที่มีความจำเป็นจะต้อง<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
3zxyr44jbd4e4pnksvy8l8zf4qb1p9g
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/8
250
75705
294006
246868
2026-07-26T04:40:03Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/16]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/8]]: เปลี่ยนชื่อ
246868
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๒|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|บทนำทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>ตนได้โดย{{ตตฉ|เสรี}},<ref>{{กม|ปวศ|1|เสรี|อิสสระ}}</ref> กับทั้งโดยมิให้เป็นการกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของผู้อื่นอยู่ในชุมชนเช่นเดียวกับตนด้วย.
{{กม|ข3|2}}ในชั้นดั้งเดิม, แรก ๆ ที่มนุษย์เข้ามารวบรวมอยู่เป็นชุมชน กฎหมายยังมิได้กระทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร คงเป็นแต่เพียงจารีตรประเฑณี กล่าวคือยังคงรวมอยู่ในขนบธรรมเนียม, ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละน้อย ๆ เป็นลำดับ{{ตตฉ|ลำพัง}}<ref>{{กม|ปวศ|1|ลำพัง|โดยลำพัง}}</ref> เนื่องจากผลของการที่มนุษย์ดำเนินชีวิตอยู่ในระหว่างกันตามสภาพของตนที่มีความจำเป็นจะต้องอาศัยอยู่เป็นหมู่เป็นเหล่า. โดยอาการที่ในชั้นเดิมกฎหมายเป็นแต่เพียงจารีตรประเพณีนี้เองที่เป็นทางทำให้เราสามารถเข้าใจได้ถึงเหตุที่ทำให้กฎหมายมีลักษณะต่าง ๆ กันตามประเทศและสมัย. เหตุที่กล่าวนี้ก็คือจารีตรประเพณีซึ่งถือเอาว่าเป็นกฎหมายนั้นเป็นเสมือนเงาหรือสิ่งจำลองของนิสสัยและความฝักใฝ่ของบุคคลอันย่อมจะ{{ตตฉ|แผก}}<ref>{{กม|ปวศ|1|แผก|ผิด}}</ref> เพี้ยนต่างกันไปตามชาติ, ตามภูมิประเทศที่ตั้งของชุมชน, ตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ. ณปัจจุบันนี้ในชุมชนบางแห่ง, ซึ่งยังอยู่ในชั้นชุมชนสมัยแรก, เราจะสังเกตเห็นกฎหมายของชุมชนเหล่านี้คงยังได้แก่จารีตรประเพณี, ไม่ได้มีการขีดเขียนตราขึ้นไว้เป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษร. แต่โดยมากมนุษย์ที่อยู่รวมกันเป็นชุมชนย่อมรู้สึกโดยเร็วว่า ควรประกาศเปิดเผยให้รู้แน่ชัดถึงข้อบังคับบางประการ เพื่อให้สมาชิกในชุมชนนั้นเคารพปฏิบัติตามจารีตรประเพณีอันถือว่าเป็นกฎหมายนั้นอย่างเคร่งครัด, หรือเพื่อให้ทราบถึงจารีตรประเพณีให้ชัดเจนขึ้น, หรือเพื่อกำหนดลงไปให้แน่นอนถึงจารีตรประเพณีนั้น. การกระทำเช่นนี้เป็นขั้นแรกแห่งกฎหมายลาย<noinclude>{{หสล|{{สี|white|๒}}|4=ม.ธ.ก.|5=ม.ธ.ก.}}
{{รกออ}}</noinclude>
ejez31kqovfduzmnbgffu2rsypul06a
294089
294006
2026-07-26T05:22:04Z
Flamevine
11908
294089
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๒|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|บทนำทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>อาศัยอยู่เป็นหมู่เป็นเหล่า. โดยอาการที่ในชั้นเดิมกฎหมายเป็นแต่เพียงจารีตรประเพณีนี้เองที่เป็นทางทำให้เราสามารถเข้าใจได้ถึงเหตุที่ทำให้กฎหมายมีลักษณะต่าง ๆ กันตามประเทศและสมัย. เหตุที่กล่าวนี้ก็คือจารีตรประเพณีซึ่งถือเอาว่าเป็นกฎหมายนั้นเป็นเสมือนเงาหรือสิ่งจำลองของนิสสัยและความฝักใฝ่ของบุคคลอันย่อมจะแผกเพี้ยนต่างกันไปตามชาติ, ตามภูมิประเทศที่ตั้งของชุมชน, ตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ. ณปัจจุบันนี้ในชุมชนบางแห่ง, ซึ่งยังอยู่ในชั้นชุมชนสมัยแรก, เราจะสังเกตเห็นกฎหมายของชุมชนเหล่านี้คงยังได้แก่จารีตรประเพณี, ไม่ได้มีการขีดเขียนตราขึ้นไว้เป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษร. แต่โดยมากมนุษย์ที่อยู่รวมกันเป็นชุมชนย่อมรู้สึกโดยเร็วว่า ควรประกาศเปิดเผยให้รู้แน่ชัดถึงข้อบังคับบางประการ เพื่อให้สมาชิกในชุมชนนั้นเคารพปฏิบัติตามจารีตรประเพณีอันถือว่าเป็นกฎหมายนั้นอย่างเคร่งครัด, หรือเพื่อให้ทราบถึงจารีตรประเพณีให้ชัดเจนขึ้น, หรือเพื่อกำหนดลงไปให้แน่นอนถึงจารีตรประเพณีนั้น. การกระทำเช่นนี้เป็นขั้นแรกแห่งกฎหมายลายลักษณ์อักษร, เป็นขั้นแรกแห่งการที่เกิดมีบทกฎหมายตามความเข้าใจกันในปัจจุบันนี้. ในชุมชนสมัยนี้ ผู้ทรงอำนาจอธิปไตยแห่งชุมชนจะกระทำการแต่เพียงเพื่อควบคุม, เพื่ออำนวยให้ความสงบเรียบร้อยมีอยู่มั่นคงในระหว่างสมาชิกของชุมชนเท่านั้น. ในขณะที่กล่าวนี้ บทกฎหมายลายลักษณ์อักษรยังคงเป็นเพียงอุปกรณ์ของจารีตประเพณี, และต้องอาศัยยึดเอาจารีตประเพณีเป็นหลักในอันที่จะได้รับอำนาจความศักดิ์สิทธิให้เป็นที่ได้รับความเคารพปฏิบัติตาม. ตามที่ได้กล่าวนี้เป็นขั้นหนึ่งแห่งความเป็นมาในกฎหมายซึ่งประชาชาติในบางแห่งแม้ประชาชาติที่สำคัญ ๆ ยังคงอยู่ในขั้นนี้ณปัจจุบันสมัย หรือเพิ่งจะคล้อยจากขั้นนี้ไปเป็นเวลาไม่นานเท่าไร.
{{กม|ข3|3}}แต่ตามธรรมดาความคิดของมนุษย์ย่อมดำเนินต่อไต่เรื่อยไป หาอยู่คงที่ไม่, ประกอบกับทั้งความเกี่ยวพันต่าง ๆ ระหว่างมนุษย์ยิ่งวันก็ยิ่งยุ่งยากโดยปรากฎขึ้นภายในลักษณะแปลก ๆ ใหม่ ๆ เสมอมากขึ้น, กฎหมายอันเป็นข้อบังคับของความเกี่ยวพันระหว่างมนุษย์จึ่งจะต้องได้รับความปรับปรุงให้ลงรูปเข้าได้กับความเกี่ยวพันที่กล่าวนี้, เพื่อจะได้นำมาใช้ให้เป็นผลสมกับความต้องการใหม่ ๆ, อันเป็นเหตุให้เกิดความเกี่ยวพันนั้น ๆ. ก็แต่ว่า<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
891lrt55eouhf4zjuy3y5iutq5qwq4d
294090
294089
2026-07-26T05:22:16Z
Flamevine
11908
294090
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๒|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>อาศัยอยู่เป็นหมู่เป็นเหล่า. โดยอาการที่ในชั้นเดิมกฎหมายเป็นแต่เพียงจารีตรประเพณีนี้เองที่เป็นทางทำให้เราสามารถเข้าใจได้ถึงเหตุที่ทำให้กฎหมายมีลักษณะต่าง ๆ กันตามประเทศและสมัย. เหตุที่กล่าวนี้ก็คือจารีตรประเพณีซึ่งถือเอาว่าเป็นกฎหมายนั้นเป็นเสมือนเงาหรือสิ่งจำลองของนิสสัยและความฝักใฝ่ของบุคคลอันย่อมจะแผกเพี้ยนต่างกันไปตามชาติ, ตามภูมิประเทศที่ตั้งของชุมชน, ตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ. ณปัจจุบันนี้ในชุมชนบางแห่ง, ซึ่งยังอยู่ในชั้นชุมชนสมัยแรก, เราจะสังเกตเห็นกฎหมายของชุมชนเหล่านี้คงยังได้แก่จารีตรประเพณี, ไม่ได้มีการขีดเขียนตราขึ้นไว้เป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษร. แต่โดยมากมนุษย์ที่อยู่รวมกันเป็นชุมชนย่อมรู้สึกโดยเร็วว่า ควรประกาศเปิดเผยให้รู้แน่ชัดถึงข้อบังคับบางประการ เพื่อให้สมาชิกในชุมชนนั้นเคารพปฏิบัติตามจารีตรประเพณีอันถือว่าเป็นกฎหมายนั้นอย่างเคร่งครัด, หรือเพื่อให้ทราบถึงจารีตรประเพณีให้ชัดเจนขึ้น, หรือเพื่อกำหนดลงไปให้แน่นอนถึงจารีตรประเพณีนั้น. การกระทำเช่นนี้เป็นขั้นแรกแห่งกฎหมายลายลักษณ์อักษร, เป็นขั้นแรกแห่งการที่เกิดมีบทกฎหมายตามความเข้าใจกันในปัจจุบันนี้. ในชุมชนสมัยนี้ ผู้ทรงอำนาจอธิปไตยแห่งชุมชนจะกระทำการแต่เพียงเพื่อควบคุม, เพื่ออำนวยให้ความสงบเรียบร้อยมีอยู่มั่นคงในระหว่างสมาชิกของชุมชนเท่านั้น. ในขณะที่กล่าวนี้ บทกฎหมายลายลักษณ์อักษรยังคงเป็นเพียงอุปกรณ์ของจารีตประเพณี, และต้องอาศัยยึดเอาจารีตประเพณีเป็นหลักในอันที่จะได้รับอำนาจความศักดิ์สิทธิให้เป็นที่ได้รับความเคารพปฏิบัติตาม. ตามที่ได้กล่าวนี้เป็นขั้นหนึ่งแห่งความเป็นมาในกฎหมายซึ่งประชาชาติในบางแห่งแม้ประชาชาติที่สำคัญ ๆ ยังคงอยู่ในขั้นนี้ณปัจจุบันสมัย หรือเพิ่งจะคล้อยจากขั้นนี้ไปเป็นเวลาไม่นานเท่าไร.
{{กม|ข3|3}}แต่ตามธรรมดาความคิดของมนุษย์ย่อมดำเนินต่อไต่เรื่อยไป หาอยู่คงที่ไม่, ประกอบกับทั้งความเกี่ยวพันต่าง ๆ ระหว่างมนุษย์ยิ่งวันก็ยิ่งยุ่งยากโดยปรากฎขึ้นภายในลักษณะแปลก ๆ ใหม่ ๆ เสมอมากขึ้น, กฎหมายอันเป็นข้อบังคับของความเกี่ยวพันระหว่างมนุษย์จึ่งจะต้องได้รับความปรับปรุงให้ลงรูปเข้าได้กับความเกี่ยวพันที่กล่าวนี้, เพื่อจะได้นำมาใช้ให้เป็นผลสมกับความต้องการใหม่ ๆ, อันเป็นเหตุให้เกิดความเกี่ยวพันนั้น ๆ. ก็แต่ว่า<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
p1qgewfxpmktw4p7e9fzxfpqnrf1bue
294098
294090
2026-07-26T05:33:44Z
Flamevine
11908
/* Not proofread */
294098
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Flamevine" />{{หสล|๒|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>อาศัยอยู่เป็นหมู่เป็นเหล่า. โดยอาการที่ในชั้นเดิมกฎหมายเป็นแต่เพียงจารีตรประเพณีนี้เองที่เป็นทางทำให้เราสามารถเข้าใจได้ถึงเหตุที่ทำให้กฎหมายมีลักษณะต่าง ๆ กันตามประเทศและสมัย. เหตุที่กล่าวนี้ก็คือจารีตรประเพณีซึ่งถือเอาว่าเป็นกฎหมายนั้นเป็นเสมือนเงาหรือสิ่งจำลองของนิสสัยและความฝักใฝ่ของบุคคลอันย่อมจะแผกเพี้ยนต่างกันไปตามชาติ, ตามภูมิประเทศที่ตั้งของชุมชน, ตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ. ณปัจจุบันนี้ในชุมชนบางแห่ง, ซึ่งยังอยู่ในชั้นชุมชนสมัยแรก, เราจะสังเกตเห็นกฎหมายของชุมชนเหล่านี้คงยังได้แก่จารีตรประเพณี, ไม่ได้มีการขีดเขียนตราขึ้นไว้เป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษร. แต่โดยมากมนุษย์ที่อยู่รวมกันเป็นชุมชนย่อมรู้สึกโดยเร็วว่า ควรประกาศเปิดเผยให้รู้แน่ชัดถึงข้อบังคับบางประการ เพื่อให้สมาชิกในชุมชนนั้นเคารพปฏิบัติตามจารีตรประเพณีอันถือว่าเป็นกฎหมายนั้นอย่างเคร่งครัด, หรือเพื่อให้ทราบถึงจารีตรประเพณีให้ชัดเจนขึ้น, หรือเพื่อกำหนดลงไปให้แน่นอนถึงจารีตรประเพณีนั้น. การกระทำเช่นนี้เป็นขั้นแรกแห่งกฎหมายลายลักษณ์อักษร, เป็นขั้นแรกแห่งการที่เกิดมีบทกฎหมายตามความเข้าใจกันในปัจจุบันนี้. ในชุมชนสมัยนี้ ผู้ทรงอำนาจอธิปไตยแห่งชุมชนจะกระทำการแต่เพียงเพื่อควบคุม, เพื่ออำนวยให้ความสงบเรียบร้อยมีอยู่มั่นคงในระหว่างสมาชิกของชุมชนเท่านั้น. ในขณะที่กล่าวนี้ บทกฎหมายลายลักษณ์อักษรยังคงเป็นเพียงอุปกรณ์ของจารีตประเพณี, และต้องอาศัยยึดเอาจารีตประเพณีเป็นหลักในอันที่จะได้รับอำนาจความศักดิ์สิทธิให้เป็นที่ได้รับความเคารพปฏิบัติตาม. ตามที่ได้กล่าวนี้เป็นขั้นหนึ่งแห่งความเป็นมาในกฎหมายซึ่งประชาชาติในบางแห่งแม้ประชาชาติที่สำคัญ ๆ ยังคงอยู่ในขั้นนี้ณปัจจุบันสมัย หรือเพิ่งจะคล้อยจากขั้นนี้ไปเป็นเวลาไม่นานเท่าไร.
{{กม|ข3|3}}แต่ตามธรรมดาความคิดของมนุษย์ย่อมดำเนินต่อไต่เรื่อยไป หาอยู่คงที่ไม่, ประกอบกับทั้งความเกี่ยวพันต่าง ๆ ระหว่างมนุษย์ยิ่งวันก็ยิ่งยุ่งยากโดยปรากฎขึ้นภายในลักษณะแปลก ๆ ใหม่ ๆ เสมอมากขึ้น, กฎหมายอันเป็นข้อบังคับของความเกี่ยวพันระหว่างมนุษย์จึ่งจะต้องได้รับความปรับปรุงให้ลงรูปเข้าได้กับความเกี่ยวพันที่กล่าวนี้, เพื่อจะได้นำมาใช้ให้เป็นผลสมกับความต้องการใหม่ ๆ, อันเป็นเหตุให้เกิดความเกี่ยวพันนั้น ๆ. ก็แต่ว่า<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
1ewlgrx8x7b6mjtv7xx3f2gppdtjcfv
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/9
250
75706
294008
246873
2026-07-26T04:40:16Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/17]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/9]]: เปลี่ยนชื่อ
246873
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๓|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|xxx}}{{สต}}</noinclude>ลักษณ์อักษร, เป็นขั้นแรกแห่งการที่เกิดมีบทกฎหมายตามความเข้าใจกันในปัจจุบันนี้. ในชุมชนสมัยนี้ ผู้ทรงอำนาจอธิปไตยแห่งชุมชนจะกระทำการแต่เพียงเพื่อควบคุม, เพื่ออำนวยให้ความสงบเรียบร้อยมีอยู่มั่นคงในระหว่างสมาชิกของชุมชนเท่านั้น. ในขณะที่กล่าวนี้ บทกฎหมายลายลักษณ์อักษรยังคงเป็นเพียงอุปกรณ์ของจารีตประเพณี, และต้องอาศัยยึดเอาจารีตประเพณีเป็นหลักในอันที่จะได้รับอำนาจความศักดิ์สิทธิให้เป็นที่ได้รับความเคารพปฏิบัติตาม. ตามที่ได้กล่าวนี้เป็นขั้นหนึ่งแห่งความเป็นมาในกฎหมายซึ่งประชาชาติในบางแห่งแม้ประชาชาติที่สำคัญ ๆ ยังคงอยู่ในขั้นนี้ณปัจจุบันสมัย หรือเพิ่งจะคล้อยจากขั้นนี้ไปเป็นเวลาไม่นานเท่าไร.
{{กม|ข3|3}}แต่ตามธรรมดาความคิดของมนุษย์ย่อมดำเนินต่อไต่เรื่อยไป หาอยู่คงที่ไม่, ประกอบกับทั้งความเกี่ยวพันต่าง ๆ ระหว่างมนุษย์ยิ่งวันก็ยิ่งยุ่งยากโดยปรากฎขึ้นภายในลักษณะแปลก ๆ ใหม่ ๆ เสมอมากขึ้น, กฎหมายอันเป็นข้อบังคับของความเกี่ยวพันระหว่างมนุษย์จึ่งจะต้องได้รับความปรับปรุงให้ลงรูปเข้าได้กับความเกี่ยวพันที่กล่าวนี้, เพื่อจะได้นำมาใช้ให้เป็นผลสมกับความต้องการใหม่ ๆ, อันเป็นเหตุให้เกิดความเกี่ยวพันนั้น ๆ. ก็แต่ว่าจารีตรประเพณีซึ่งมนุษย์ในชุมชนสมัยแรกใช้เป็นข้อบังคับความเกี่ยวพันระหว่างกันนั้นเป็นแต่เพียงข้อบังคับซึ่งจะใช้ได้แต่ในกรณีความเกี่ยวพันฉะเพาะเป็นรายเรื่อง. จารีตรประเพณีอย่างหนึ่งก็ใช้ฉะเพาะแก่กรณีความเกี่ยวพันอย่างหนึ่ง, ถ้ามีกรณีความเกี่ยวพันอีกอย่างหนึ่งเกิดขึ้น ก็ต้องต้องใช้จารีตรประเพณีอีกอย่างหนึ่ง. อาการเช่นนี้ย่อมจะขัดต่อความสะดวกอย่างยิ่ง ในเมื่อความ<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
omh6eo7wz9jtjbk0rvjx54qep0gep90
294097
294008
2026-07-26T05:33:33Z
Flamevine
11908
/* Not proofread */
294097
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Flamevine" />{{หสล|๓|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>จารีตรประเพณีซึ่งมนุษย์ในชุมชนสมัยแรกใช้เป็นข้อบังคับความเกี่ยวพันระหว่างกันนั้นเป็นแต่เพียงข้อบังคับซึ่งจะใช้ได้แต่ในกรณีความเกี่ยวพันฉะเพาะเป็นรายเรื่อง. จารีตรประเพณีอย่างหนึ่งก็ใช้ฉะเพาะแก่กรณีความเกี่ยวพันอย่างหนึ่ง, ถ้ามีกรณีความเกี่ยวพันอีกอย่างหนึ่งเกิดขึ้น ก็ต้องต้องใช้จารีตรประเพณีอีกอย่างหนึ่ง. อาการเช่นนี้ย่อมจะขัดต่อความสะดวกอย่างยิ่ง ในเมื่อความเกี่ยวพันระหว่างมนุษย์ได้ยิ่งเกิดขึ้นแปลก ๆ ใหม่ ๆ และยิ่งทวีจำนวนมากขึ้น. ฉะนั้นจึ่งจำเป็นต้องเกิดมีความคิดที่จะละวิธีวางข้อบังคับไว้สำหรับบังคับแก่กรณีเป็นรายเรื่อง และหาวิธีใหม่ คือวิธีวางข้อบังคับอย่างกว้าง สามารถใช้บังคับแก่กรณีที่มีลักษณะเข้าอยู่ในประเภทเดียวกัน, อันเป็นวิธีที่ให้หลักสำหรับแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ได้ผลสะดวกดี. จารีตรประเพณีเป็นข้อบังคับที่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปช้า ๆ ต้องใช้เวลานาน และมักจะมีความคงตัวดำรงอยู่ตามเดิม, อาศัยเหตุนี้จึ่งเกิดมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินให้ออกหน้าจารีตรประเพณีไป ความเกี่ยวพันของมนุษย์ที่เกิดขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วไม่ยอมค่อย ๆ ดำเนินตามหลังจารีตรประเพณีอันเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ, ยิ่งกว่านั้นบางทียังจะต้องเข้าทำการแก้ไขจารีตรประเพณีเอาเสียเองโดยตรง จะมัวรอคอยให้ค่อยเปลี่ยนแปลงไปตามลำพังไม่ได้, และที่ยิ่งขึ้นไปอีกบางทีต้องทำการจัดตั้งบทบัญญัติต่าง ๆ ขึ้นใหม่ทีเดียว เพื่อจะได้ใช้ให้เหมาะกับความเกี่ยวพันที่เกิดมีขึ้นใหม่ระหว่างบุคคล. ในความพยายามเพื่อที่จะจัดกฎหมายให้เป็นระเบียบมีข้อบังคับอย่างกว้างดั่งกล่าวมา เพื่อทำให้กฎหมายมีความเหมาะสมลงรูปกันได้ดีกับความเกี่ยวพันต่าง ๆ อันซับซ้อนของมนุษย์, และเพื่อทำให้กฎหมายบริบูรณ์ใช้ได้ผลครบถ้วนดี แนวความคิดของมนุษย์ได้ถูกชักจูงไปในแนวทางอันเป็นแนวของความคิดที่มนุษย์ทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นชนชาติใดย่อมดำเนินไป. และต้องเข้าเผชิญหน้ากับปัญหาอันยากทำนองเดียวกันด้วย, ฉะนั้นจึ่งไม่ควรนึกประหลาดเลยในเมื่อเราได้เห็นว่า ในระยะแห่งความเจริญของกฎหมายขั้นนี้ ถึงแม้ว่าฝูงชนจะได้มีประเพณีแตกต่างกันก็ดี แต่ส่วนหลักกฎหมายนั้นถือตามทำนองอันเดียวกันในทุกประเทศ หรือตามทำนองอันอาจจะเปรียบเทียบกันได้. ในประเทศทั้งหลายที่ได้บัญญัติกฎหมายขึ้นเป็นทำนองไปในทางวิทยาศาสตร์สำเร็จแล้ว กฎหมายของประเทศนั้น ๆ ย่อมมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าพิศวง.
{{มปก}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
gxbstx8u4dypiqiky7qs1r47y9tdjyg
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/10
250
75707
294010
246877
2026-07-26T04:40:24Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/18]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/10]]: เปลี่ยนชื่อ
246877
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๔|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|บทนำทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>เกี่ยวพันระหว่างมนุษย์ได้ยิ่งเกิดขึ้นแปลก ๆ ใหม่ ๆ และยิ่งทวีจำนวนมากขึ้น. ฉะนั้นจึ่งจำเป็นต้องเกิดมีความคิดที่จะละวิธีวางข้อบังคับไว้สำหรับบังคับแก่กรณีเป็นรายเรื่อง และหาวิธีใหม่ คือวิธีวางข้อบังคับอย่างกว้าง สามารถใช้บังคับแก่กรณีที่มีลักษณะเข้าอยู่ในประเภทเดียวกัน, อันเป็นวิธีที่ให้หลักสำหรับแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ได้ผลสะดวกดี. จารีตรประเพณีเป็นข้อบังคับที่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปช้า ๆ ต้องใช้เวลานาน และมักจะมีความคงตัวดำรงอยู่ตามเดิม, อาศัยเหตุนี้จึ่งเกิดมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินให้ออกหน้าจารีตรประเพณีไป ความเกี่ยวพันของมนุษย์ที่เกิดขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วไม่ยอมค่อย ๆ ดำเนินตามหลังจารีตรประเพณีอันเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ, ยิ่งกว่านั้นบางทียังจะต้องเข้าทำการแก้ไขจารีตรประเพณีเอาเสียเองโดยตรง จะมัวรอคอยให้ค่อยเปลี่ยนแปลงไปตามลำพังไม่ได้, และที่ยิ่งขึ้นไปอีกบางทีต้องทำการจัดตั้งบทบัญญัติต่าง ๆ ขึ้นใหม่ทีเดียว เพื่อจะได้ใช้ให้เหมาะกับความเกี่ยวพันที่เกิดมีขึ้นใหม่ระหว่างบุคคล. ในความพยายามเพื่อที่จะจัดกฎหมายให้เป็นระเบียบมีข้อบังคับอย่างกว้างดั่งกล่าวมา เพื่อทำให้กฎหมายมีความเหมาะสมลงรูปกันได้ดีกับความเกี่ยวพันต่าง ๆ อันซับซ้อนของมนุษย์, และเพื่อทำให้กฎหมายบริบูรณ์ใช้ได้ผลครบถ้วนดี แนวความคิดของมนุษย์ได้ถูกชักจูงไปในแนวทางอันเป็นแนวของความคิดที่มนุษย์ทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นชนชาติใดย่อมดำเนินไป. และต้องเข้าเผชิญหน้ากับปัญหาอันยากทำนองเดียวกันด้วย, ฉะนั้นจึ่งไม่ควรนึกประหลาดเลยในเมื่อเราได้เห็นว่า ในระยะแห่งความเจริญของกฎหมายขั้นนี้ ถึงแม้ว่าฝูงชนจะได้มีประเพณีแตกต่างกันก็ดี แต่ส่วน<noinclude>{{หสล|{{สี|white|๔}}|4=ม.ธ.ก.|5=ม.ธ.ก.}}</noinclude>
ebayzv9l8tsywlfpgmv3gj7u092t8ny
294100
294010
2026-07-26T05:35:40Z
Flamevine
11908
294100
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๔|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>{{กม|ห2|ก3|ประโยชน์ของการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย|120}}
{{กม|ข3|4}}เรื่องการที่กฎหมายมาจากจารีตรประเพณีประการหนึ่ง และมาจากความคิดความเห็นของมนุษย์เพื่อสนองความต้องการแห่งชุมชนอีกประการหนึ่งดั่งที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ ทำให้เข้าใจถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย. ประโยชน์ดั่งว่านั้นมีอยู่สองประการ.
{{กม|ข3|๑}}ในข้อที่กฎหมายเป็นเงาของจารีตรประเพณี, ประวัติศาสตร์กฎหมายของประเทศหนึ่งย่อมเป็นข้อความรู้ในทางประวัติศาสตร์อันจะขาดเสียไม่ได้สำหรับผู้มีวัฒนธรรมอันดี. ประวัติศาสตร์กฎหมายจะทำให้บุคคลรู้จักระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนของตนในอดีต, และการวิวัฒน์ของระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนของตนนั้น, กล่าวคือให้รู้จักความก้าวหน้าในทางขนบธรรมเนียม ประเพณี และอารยธรรมของชาติตนเองทีเดียว. สำหรับนักนีติศาสตร์ วิชานี้ย่อมสอนให้รู้ถึงมูลรากของระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนในปัจจุบัน, และฉะนั้นจึ่งช่วยทำให้มีความเข้าใจในระเบียบต่าง ๆ เหล่านี้ดีขึ้น. ถ้าจะเพ่งเล็งแต่แง่พิเคราะห์ตามที่กล่าวนี้แง่เดียวแล้ว ก็เห็นว่า ข้าพเจ้าควรจะพอใจขีดวงเขตต์การสอนลักษณะวิชาที่ข้าพเจ้าเป็นผู้สอนนี้แต่เพียงประวัติศาสตร์กฎหมายไทยเท่านั้น. แต่เป็นที่เสียดายอย่างยิ่งที่ในประเทศสยามนี้ ผู้ฝักใฝ่ทางประวัติศาสตร์กฎหมายยังมีน้อยที่สุด ประกอบกับทั้งที่จะค้นคว้าหาหลักฐานเพื่อให้ได้ความรู้แน่นอนถึงกฎหมายโบราณของไทยก็เป็นการที่กระทำได้ด้วยความยากลำบากด้วย จึ่งเป็นเหตุให้คำสอนของข้าพเจ้าเรื่องประวัติศาสตร์กฎหมายไทยในปีนี้จะไม่มีเนื้อความกว้างขวางพิสดารอย่างใดนัก. แต่เป็นที่หวังอยู่ว่า ในปีต่อ ๆ ไปชาวไทยคงมีความเอาใจใส่ทางประวัติศาสตร์กฎหมายยิ่งขึ้น และคงจะมีการค้นคว้ามากขึ้นด้วย. ฉะนั้นการสอนวิชาลักษณะประวัติศาสตร์กฎหมายไทยจึ่งคงจะขยายตัวเจริญขึ้นเป็นลำดับ.
{{กม|ข3|5}}{{กม|ข3|๒}}การศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายยังมีประโยชน์ที่ทำให้เรารู้ถึงวิธีต่าง ๆ ทางกฎหมายที่มนุษย์ได้คิดประดิษฐ์ขึ้นในอดีตกาลเพื่อแก้ความยุ่งยากให้ทุเลาลงหรือเพื่อตอบสนองความต้องการอันเกิดขึ้นเนือง ๆ ในหมู่ชน. เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า การสอนกฎหมายนั้นใช่จะมุ่งแต่เพียงอบรมบุคคลผู้มีหน้าที่ใช้กฎหมายเช่นผู้ที่จะเป็นทนายความหรือผู้พิพากษาเป็นต้นให้คุ้นเคยมีความรู้ความเข้าใจในการใช้กฎหมายเท่านั้นก็หาไม่, หากยังต้องมีจุดมุ่งหมายจะอบรมบุคคลให้เป็นพลเมืองที่สามารถจะหยั่งรู้ถึงคุณค่าของระเบียบแห่ง<noinclude>{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
49hn7maklbl3qj5021urpd8ofxv7vli
294101
294100
2026-07-26T05:36:26Z
Flamevine
11908
294101
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๔|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>{{กสต|ประโยชน์ของการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย|120}}
{{กม|ข3|4}}เรื่องการที่กฎหมายมาจากจารีตรประเพณีประการหนึ่ง และมาจากความคิดความเห็นของมนุษย์เพื่อสนองความต้องการแห่งชุมชนอีกประการหนึ่งดั่งที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ ทำให้เข้าใจถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย. ประโยชน์ดั่งว่านั้นมีอยู่สองประการ.
{{กม|ข3|๑}}ในข้อที่กฎหมายเป็นเงาของจารีตรประเพณี, ประวัติศาสตร์กฎหมายของประเทศหนึ่งย่อมเป็นข้อความรู้ในทางประวัติศาสตร์อันจะขาดเสียไม่ได้สำหรับผู้มีวัฒนธรรมอันดี. ประวัติศาสตร์กฎหมายจะทำให้บุคคลรู้จักระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนของตนในอดีต, และการวิวัฒน์ของระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนของตนนั้น, กล่าวคือให้รู้จักความก้าวหน้าในทางขนบธรรมเนียม ประเพณี และอารยธรรมของชาติตนเองทีเดียว. สำหรับนักนีติศาสตร์ วิชานี้ย่อมสอนให้รู้ถึงมูลรากของระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนในปัจจุบัน, และฉะนั้นจึ่งช่วยทำให้มีความเข้าใจในระเบียบต่าง ๆ เหล่านี้ดีขึ้น. ถ้าจะเพ่งเล็งแต่แง่พิเคราะห์ตามที่กล่าวนี้แง่เดียวแล้ว ก็เห็นว่า ข้าพเจ้าควรจะพอใจขีดวงเขตต์การสอนลักษณะวิชาที่ข้าพเจ้าเป็นผู้สอนนี้แต่เพียงประวัติศาสตร์กฎหมายไทยเท่านั้น. แต่เป็นที่เสียดายอย่างยิ่งที่ในประเทศสยามนี้ ผู้ฝักใฝ่ทางประวัติศาสตร์กฎหมายยังมีน้อยที่สุด ประกอบกับทั้งที่จะค้นคว้าหาหลักฐานเพื่อให้ได้ความรู้แน่นอนถึงกฎหมายโบราณของไทยก็เป็นการที่กระทำได้ด้วยความยากลำบากด้วย จึ่งเป็นเหตุให้คำสอนของข้าพเจ้าเรื่องประวัติศาสตร์กฎหมายไทยในปีนี้จะไม่มีเนื้อความกว้างขวางพิสดารอย่างใดนัก. แต่เป็นที่หวังอยู่ว่า ในปีต่อ ๆ ไปชาวไทยคงมีความเอาใจใส่ทางประวัติศาสตร์กฎหมายยิ่งขึ้น และคงจะมีการค้นคว้ามากขึ้นด้วย. ฉะนั้นการสอนวิชาลักษณะประวัติศาสตร์กฎหมายไทยจึ่งคงจะขยายตัวเจริญขึ้นเป็นลำดับ.
{{กม|ข3|5}}{{กม|ข3|๒}}การศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายยังมีประโยชน์ที่ทำให้เรารู้ถึงวิธีต่าง ๆ ทางกฎหมายที่มนุษย์ได้คิดประดิษฐ์ขึ้นในอดีตกาลเพื่อแก้ความยุ่งยากให้ทุเลาลงหรือเพื่อตอบสนองความต้องการอันเกิดขึ้นเนือง ๆ ในหมู่ชน. เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า การสอนกฎหมายนั้นใช่จะมุ่งแต่เพียงอบรมบุคคลผู้มีหน้าที่ใช้กฎหมายเช่นผู้ที่จะเป็นทนายความหรือผู้พิพากษาเป็นต้นให้คุ้นเคยมีความรู้ความเข้าใจในการใช้กฎหมายเท่านั้นก็หาไม่, หากยังต้องมีจุดมุ่งหมายจะอบรมบุคคลให้เป็นพลเมืองที่สามารถจะหยั่งรู้ถึงคุณค่าของระเบียบแห่ง<noinclude>{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
l1cw3zchxrv581sjefvox9wtprkf9dl
294102
294101
2026-07-26T05:36:37Z
Flamevine
11908
/* Not proofread */
294102
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Flamevine" />{{หสล|๔|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>{{กสต|ประโยชน์ของการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย|120}}
{{กม|ข3|4}}เรื่องการที่กฎหมายมาจากจารีตรประเพณีประการหนึ่ง และมาจากความคิดความเห็นของมนุษย์เพื่อสนองความต้องการแห่งชุมชนอีกประการหนึ่งดั่งที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ ทำให้เข้าใจถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย. ประโยชน์ดั่งว่านั้นมีอยู่สองประการ.
{{กม|ข3|๑}}ในข้อที่กฎหมายเป็นเงาของจารีตรประเพณี, ประวัติศาสตร์กฎหมายของประเทศหนึ่งย่อมเป็นข้อความรู้ในทางประวัติศาสตร์อันจะขาดเสียไม่ได้สำหรับผู้มีวัฒนธรรมอันดี. ประวัติศาสตร์กฎหมายจะทำให้บุคคลรู้จักระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนของตนในอดีต, และการวิวัฒน์ของระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนของตนนั้น, กล่าวคือให้รู้จักความก้าวหน้าในทางขนบธรรมเนียม ประเพณี และอารยธรรมของชาติตนเองทีเดียว. สำหรับนักนีติศาสตร์ วิชานี้ย่อมสอนให้รู้ถึงมูลรากของระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนในปัจจุบัน, และฉะนั้นจึ่งช่วยทำให้มีความเข้าใจในระเบียบต่าง ๆ เหล่านี้ดีขึ้น. ถ้าจะเพ่งเล็งแต่แง่พิเคราะห์ตามที่กล่าวนี้แง่เดียวแล้ว ก็เห็นว่า ข้าพเจ้าควรจะพอใจขีดวงเขตต์การสอนลักษณะวิชาที่ข้าพเจ้าเป็นผู้สอนนี้แต่เพียงประวัติศาสตร์กฎหมายไทยเท่านั้น. แต่เป็นที่เสียดายอย่างยิ่งที่ในประเทศสยามนี้ ผู้ฝักใฝ่ทางประวัติศาสตร์กฎหมายยังมีน้อยที่สุด ประกอบกับทั้งที่จะค้นคว้าหาหลักฐานเพื่อให้ได้ความรู้แน่นอนถึงกฎหมายโบราณของไทยก็เป็นการที่กระทำได้ด้วยความยากลำบากด้วย จึ่งเป็นเหตุให้คำสอนของข้าพเจ้าเรื่องประวัติศาสตร์กฎหมายไทยในปีนี้จะไม่มีเนื้อความกว้างขวางพิสดารอย่างใดนัก. แต่เป็นที่หวังอยู่ว่า ในปีต่อ ๆ ไปชาวไทยคงมีความเอาใจใส่ทางประวัติศาสตร์กฎหมายยิ่งขึ้น และคงจะมีการค้นคว้ามากขึ้นด้วย. ฉะนั้นการสอนวิชาลักษณะประวัติศาสตร์กฎหมายไทยจึ่งคงจะขยายตัวเจริญขึ้นเป็นลำดับ.
{{กม|ข3|5}}{{กม|ข3|๒}}การศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายยังมีประโยชน์ที่ทำให้เรารู้ถึงวิธีต่าง ๆ ทางกฎหมายที่มนุษย์ได้คิดประดิษฐ์ขึ้นในอดีตกาลเพื่อแก้ความยุ่งยากให้ทุเลาลงหรือเพื่อตอบสนองความต้องการอันเกิดขึ้นเนือง ๆ ในหมู่ชน. เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า การสอนกฎหมายนั้นใช่จะมุ่งแต่เพียงอบรมบุคคลผู้มีหน้าที่ใช้กฎหมายเช่นผู้ที่จะเป็นทนายความหรือผู้พิพากษาเป็นต้นให้คุ้นเคยมีความรู้ความเข้าใจในการใช้กฎหมายเท่านั้นก็หาไม่, หากยังต้องมีจุดมุ่งหมายจะอบรมบุคคลให้เป็นพลเมืองที่สามารถจะหยั่งรู้ถึงคุณค่าของระเบียบแห่ง<noinclude>{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
lu12wif0xeaegn362qwdj1vnineyh0l
294103
294102
2026-07-26T05:37:18Z
Flamevine
11908
294103
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Flamevine" />{{หสล|๔|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>{{กสต|ประโยชน์ของการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย|120}}
{{กม|ข3|4}}เรื่องการที่กฎหมายมาจากจารีตรประเพณีประการหนึ่ง และมาจากความคิดความเห็นของมนุษย์เพื่อสนองความต้องการแห่งชุมชนอีกประการหนึ่งดั่งที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ ทำให้เข้าใจถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย. ประโยชน์ดั่งว่านั้นมีอยู่สองประการ.
{{กม|ข3|๑}}ในข้อที่กฎหมายเป็นเงาของจารีตรประเพณี, ประวัติศาสตร์กฎหมายของประเทศหนึ่งย่อมเป็นข้อความรู้ในทางประวัติศาสตร์อันจะขาดเสียไม่ได้สำหรับผู้มีวัฒนธรรมอันดี. ประวัติศาสตร์กฎหมายจะทำให้บุคคลรู้จักระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนของตนในอดีต, และการวิวัฒน์ของระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนของตนนั้น, กล่าวคือให้รู้จักความก้าวหน้าในทางขนบธรรมเนียม ประเพณี และอารยธรรมของชาติตนเองทีเดียว. สำหรับนักนีติศาสตร์ วิชานี้ย่อมสอนให้รู้ถึงมูลรากของระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนในปัจจุบัน, และฉะนั้นจึ่งช่วยทำให้มีความเข้าใจในระเบียบต่าง ๆ เหล่านี้ดีขึ้น. ถ้าจะเพ่งเล็งแต่แง่พิเคราะห์ตามที่กล่าวนี้แง่เดียวแล้ว ก็เห็นว่า ข้าพเจ้าควรจะพอใจขีดวงเขตต์การสอนลักษณะวิชาที่ข้าพเจ้าเป็นผู้สอนนี้แต่เพียงประวัติศาสตร์กฎหมายไทยเท่านั้น. แต่เป็นที่เสียดายอย่างยิ่งที่ในประเทศสยามนี้ ผู้ฝักใฝ่ทางประวัติศาสตร์กฎหมายยังมีน้อยที่สุด ประกอบกับทั้งที่จะค้นคว้าหาหลักฐานเพื่อให้ได้ความรู้แน่นอนถึงกฎหมายโบราณของไทยก็เป็นการที่กระทำได้ด้วยความยากลำบากด้วย จึ่งเป็นเหตุให้คำสอนของข้าพเจ้าเรื่องประวัติศาสตร์กฎหมายไทยในปีนี้จะไม่มีเนื้อความกว้างขวางพิสดารอย่างใดนัก. แต่เป็นที่หวังอยู่ว่า ในปีต่อ ๆ ไปชาวไทยคงมีความเอาใจใส่ทางประวัติศาสตร์กฎหมายยิ่งขึ้น และคงจะมีการค้นคว้ามากขึ้นด้วย. ฉะนั้นการสอนวิชาลักษณะประวัติศาสตร์กฎหมายไทยจึ่งคงจะขยายตัวเจริญขึ้นเป็นลำดับ.
{{กม|ข3|5}}{{กม|ข3|๒}}การศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายยังมีประโยชน์ที่ทำให้เรารู้ถึงวิธีต่าง ๆ ทางกฎหมายที่มนุษย์ได้คิดประดิษฐ์ขึ้นในอดีตกาลเพื่อแก้ความยุ่งยากให้ทุเลาลงหรือเพื่อตอบสนองความต้องการอันเกิดขึ้นเนือง ๆ ในหมู่ชน. เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า การสอนกฎหมายนั้นใช่จะมุ่งแต่เพียงอบรมบุคคลผู้มีหน้าที่ใช้กฎหมายเช่นผู้ที่จะเป็นทนายความหรือผู้พิพากษาเป็นต้นให้คุ้นเคยมีความรู้ความเข้าใจในการใช้กฎหมายเท่านั้นก็หาไม่, หากยังต้องมีจุดมุ่งหมายจะอบรมบุคคลให้เป็นพลเมืองที่สามารถจะหยั่งรู้ถึงคุณค่าของระเบียบแห่ง<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
19jytzifbpvc85e4fonu3txwxds3k5e
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/11
250
75708
294012
246887
2026-07-26T04:40:37Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/19]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/11]]: เปลี่ยนชื่อ
246887
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๕|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|xxx}}{{สต}}</noinclude>หลักกฎหมายนั้นถือตามทำนองอันเดียวกันในทุกประเทศ หรือตามทำนองอันอาจจะเปรียบเทียบกันได้. ในประเทศทั้งหลายที่ได้บัญญัติกฎหมายขึ้นเป็นทำนองไปในทางวิทยาศาสตร์สำเร็จแล้ว กฎหมายของประเทศนั้น ๆ ย่อมมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าพิศวง.
{{กม|ห2|ก3|ประโยชน์ของการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย|120}}
{{กม|ข3|4}}เรื่องการที่กฎหมายมาจากจารีตรประเพณีประการหนึ่ง และมาจากความคิดความเห็นของมนุษย์เพื่อสนองความต้องการแห่งชุมชนอีกประการหนึ่งดั่งที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ ทำให้เข้าใจถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย. ประโยชน์ดั่งว่านั้นมีอยู่สองประการ.
{{กม|ข3|๑}}ในข้อที่กฎหมายเป็นเงาของจารีตรประเพณี, ประวัติศาสตร์กฎหมายของประเทศหนึ่งย่อมเป็นข้อความรู้ในทางประวัติศาสตร์อันจะขาดเสียไม่ได้สำหรับผู้มีวัฒนธรรมอันดี. ประวัติศาสตร์กฎหมายจะทำให้บุคคลรู้จักระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนของตนในอดีต, และการวิวัฒน์ของระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนของตนนั้น, กล่าวคือให้รู้จักความก้าวหน้าในทางขนบธรรมเนียม ประเพณี และอารยธรรมของชาติตนเองทีเดียว. สำหรับนักนีติศาสตร์ วิชานี้ย่อมสอนให้รู้ถึงมูลรากของระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนในปัจจุบัน, และฉะนั้นจึ่งช่วยทำให้มีความเข้าใจในระเบียบต่าง ๆ เหล่านี้ดีขึ้น. ถ้าจะเพ่งเล็งแต่แง่พิเคราะห์ตามที่กล่าวนี้แง่เดียวแล้ว ก็เห็นว่า ข้าพเจ้าควรจะพอใจขีดวงเขตต์การสอนลักษณะวิชาที่ข้าพเจ้าเป็นผู้สอนนี้แต่เพียงประวัติศาสตร์กฎหมายไทยเท่านั้น. แต่เป็นที่เสียดายอย่างยิ่งที่ใน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
0llcf2grjs2pfnwspw173dy8c3lo78a
294104
294012
2026-07-26T05:41:30Z
Flamevine
11908
294104
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๕|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>ชุมชนและจะช่วยทำให้ระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นจึ่งน่าจะเข้าใจได้ดีว่า ประวัติศาสตร์กฎหมายนั้นเป็นเสมือนเครื่องเพิ่มเติมอันสำคัญจะขาดเสียไม่ได้ เป็นคลังความรู้แห่งบรรดานักนีติศาสตร์ที่แท้จริง. โดยอาศัยประวัติศาสตร์กฎหมายนี้เอง. นักนีติศาสตร์จึ่งสามารถรู้ถึงความมานะบากบั่นแห่งความคิดของมนุษย์ในอันที่จะรวบรวมจัดลำดับชั้นเชิงทำกฎหมายให้เป็นวิทยาอันหนึ่งขึ้น กับทั้งยังได้รู้อีกด้วยว่า ในระหว่างใช้ความมานะบากบั่นอยู่นั้น. ความคิดของมนุษย์ต้องตกอยู่ในความหลงเขวต้องเดาด้นค้นคลำ, บางคราวก็ประสพความสำเร็จ และบางคราวก็ประสพความไม่สมหวัง. โดยอาศัยการเรียนรู้ทำนองนี้ นักนีติศาสตร์จึ่งได้เห็นเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความจริงทั้งในทางดีและทางเสีย, อันเป็นการณ์ซึ่งบางทีกว่าจะผลิผลให้เห็นก็ต้องใช้เวลาตั้งหลายสตวรรษ, การณ์ที่เกิดขึ้นตามจริงนี้แหละที่นักนีติศาสตร์จะพึงรับเอามาเป็นข้อคำนึงสำหรับออกความคิดเห็นเพื่อเป็นทางยังประโยชน์ให้เกิดแก่ประชาติของตน.
{{กม|ข3|6}}หากจะถือเอาประโยชน์จากประวัติศาสตร์กฎหมายตามที่ได้กล่าวมานี้, เราจะเห็นว่า เพียงการเรียนประวัติศาสตร์ของกฎหมายฉะเพาะถิ่นหนึ่งประเทศหนึ่งนั้นหาเพียงพอจะอำนวยประโยชน์ให้ดั่งสมประสงค์ไม่ ต่อเมื่อนำเอาประวัติศาสตร์กฎหมายบรรดาที่มีอยู่ในโลกมากล่าวถึงนั้นแหละ ความประสงค์มุ่งหมายของเราจึ่งจะสำเร็จลงได้, เพราะประวัติศาสตร์แห่งกฎหมายนั้น ๆ จะได้ทำให้เรามองเห็นความคล้ายคลึงใกล้เคียงแห่งวิธีแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของชุมชนในทางกฎหมายในสาขากฎหมายสาขาหนึ่ง ๆ ซึ่งปรากฎอยู่ในกฎหมายของประเทศต่าง ๆ. แต่ว่าสภาพแห่งวิชากฎหมายหรือนีติศาสตร์ณปัจจุบันนี้ยังอยู่ห่างมากจากขีดอันสมบูรณ์พอที่เราจะทำการรวมพิเคราะห์ดั่งกล่าวมานี้ได้, เราจึ่งจำเป็นต้องนำเอาแต่เพียงกฎหมายแห่งชุมชนที่สำคัญ ๆ แห่งใดแห่งหนึ่งที่เคยมีชื่อเสียงมาแล้วในโลกมาทำการพิเคราะห์ศึกษา, ในแนวความคิดเช่นตามธรรมดาแล้ว มักจะได้มีการเลือกเอากฎหมายโรมันมาเป็นวัตถุแห่งการศึกษา, ทั้งนี้ใช่ว่าจะเป็นแต่ฉะเพาะในประเทศที่ได้รับอิทธิพลของกฎหมายโรมันโดยตรงเท่านั้นก็หาไม่, แม้ประเทศอื่น ๆ ซึ่งเหินห่างต่อวัฒนธรรมของโรมันเช่นอังกฤษ, สหปาลีรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น และรัสเซีย การศึกษา<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
qttdj1d64uwpgvaa79us25zrzwo6tot
294105
294104
2026-07-26T05:41:42Z
Flamevine
11908
/* Validated */
294105
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Flamevine" />{{หสล|๕|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>ชุมชนและจะช่วยทำให้ระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นจึ่งน่าจะเข้าใจได้ดีว่า ประวัติศาสตร์กฎหมายนั้นเป็นเสมือนเครื่องเพิ่มเติมอันสำคัญจะขาดเสียไม่ได้ เป็นคลังความรู้แห่งบรรดานักนีติศาสตร์ที่แท้จริง. โดยอาศัยประวัติศาสตร์กฎหมายนี้เอง. นักนีติศาสตร์จึ่งสามารถรู้ถึงความมานะบากบั่นแห่งความคิดของมนุษย์ในอันที่จะรวบรวมจัดลำดับชั้นเชิงทำกฎหมายให้เป็นวิทยาอันหนึ่งขึ้น กับทั้งยังได้รู้อีกด้วยว่า ในระหว่างใช้ความมานะบากบั่นอยู่นั้น. ความคิดของมนุษย์ต้องตกอยู่ในความหลงเขวต้องเดาด้นค้นคลำ, บางคราวก็ประสพความสำเร็จ และบางคราวก็ประสพความไม่สมหวัง. โดยอาศัยการเรียนรู้ทำนองนี้ นักนีติศาสตร์จึ่งได้เห็นเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความจริงทั้งในทางดีและทางเสีย, อันเป็นการณ์ซึ่งบางทีกว่าจะผลิผลให้เห็นก็ต้องใช้เวลาตั้งหลายสตวรรษ, การณ์ที่เกิดขึ้นตามจริงนี้แหละที่นักนีติศาสตร์จะพึงรับเอามาเป็นข้อคำนึงสำหรับออกความคิดเห็นเพื่อเป็นทางยังประโยชน์ให้เกิดแก่ประชาติของตน.
{{กม|ข3|6}}หากจะถือเอาประโยชน์จากประวัติศาสตร์กฎหมายตามที่ได้กล่าวมานี้, เราจะเห็นว่า เพียงการเรียนประวัติศาสตร์ของกฎหมายฉะเพาะถิ่นหนึ่งประเทศหนึ่งนั้นหาเพียงพอจะอำนวยประโยชน์ให้ดั่งสมประสงค์ไม่ ต่อเมื่อนำเอาประวัติศาสตร์กฎหมายบรรดาที่มีอยู่ในโลกมากล่าวถึงนั้นแหละ ความประสงค์มุ่งหมายของเราจึ่งจะสำเร็จลงได้, เพราะประวัติศาสตร์แห่งกฎหมายนั้น ๆ จะได้ทำให้เรามองเห็นความคล้ายคลึงใกล้เคียงแห่งวิธีแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของชุมชนในทางกฎหมายในสาขากฎหมายสาขาหนึ่ง ๆ ซึ่งปรากฎอยู่ในกฎหมายของประเทศต่าง ๆ. แต่ว่าสภาพแห่งวิชากฎหมายหรือนีติศาสตร์ณปัจจุบันนี้ยังอยู่ห่างมากจากขีดอันสมบูรณ์พอที่เราจะทำการรวมพิเคราะห์ดั่งกล่าวมานี้ได้, เราจึ่งจำเป็นต้องนำเอาแต่เพียงกฎหมายแห่งชุมชนที่สำคัญ ๆ แห่งใดแห่งหนึ่งที่เคยมีชื่อเสียงมาแล้วในโลกมาทำการพิเคราะห์ศึกษา, ในแนวความคิดเช่นตามธรรมดาแล้ว มักจะได้มีการเลือกเอากฎหมายโรมันมาเป็นวัตถุแห่งการศึกษา, ทั้งนี้ใช่ว่าจะเป็นแต่ฉะเพาะในประเทศที่ได้รับอิทธิพลของกฎหมายโรมันโดยตรงเท่านั้นก็หาไม่, แม้ประเทศอื่น ๆ ซึ่งเหินห่างต่อวัฒนธรรมของโรมันเช่นอังกฤษ, สหปาลีรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น และรัสเซีย การศึกษา<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
kbmyi6m2d5by5d45vtw9rybvwm0fpqz
294108
294105
2026-07-26T05:43:02Z
Flamevine
11908
/* Not proofread */
294108
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Flamevine" />{{หสล|๕|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>ชุมชนและจะช่วยทำให้ระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นจึ่งน่าจะเข้าใจได้ดีว่า ประวัติศาสตร์กฎหมายนั้นเป็นเสมือนเครื่องเพิ่มเติมอันสำคัญจะขาดเสียไม่ได้ เป็นคลังความรู้แห่งบรรดานักนีติศาสตร์ที่แท้จริง. โดยอาศัยประวัติศาสตร์กฎหมายนี้เอง. นักนีติศาสตร์จึ่งสามารถรู้ถึงความมานะบากบั่นแห่งความคิดของมนุษย์ในอันที่จะรวบรวมจัดลำดับชั้นเชิงทำกฎหมายให้เป็นวิทยาอันหนึ่งขึ้น กับทั้งยังได้รู้อีกด้วยว่า ในระหว่างใช้ความมานะบากบั่นอยู่นั้น. ความคิดของมนุษย์ต้องตกอยู่ในความหลงเขวต้องเดาด้นค้นคลำ, บางคราวก็ประสพความสำเร็จ และบางคราวก็ประสพความไม่สมหวัง. โดยอาศัยการเรียนรู้ทำนองนี้ นักนีติศาสตร์จึ่งได้เห็นเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความจริงทั้งในทางดีและทางเสีย, อันเป็นการณ์ซึ่งบางทีกว่าจะผลิผลให้เห็นก็ต้องใช้เวลาตั้งหลายสตวรรษ, การณ์ที่เกิดขึ้นตามจริงนี้แหละที่นักนีติศาสตร์จะพึงรับเอามาเป็นข้อคำนึงสำหรับออกความคิดเห็นเพื่อเป็นทางยังประโยชน์ให้เกิดแก่ประชาติของตน.
{{กม|ข3|6}}หากจะถือเอาประโยชน์จากประวัติศาสตร์กฎหมายตามที่ได้กล่าวมานี้, เราจะเห็นว่า เพียงการเรียนประวัติศาสตร์ของกฎหมายฉะเพาะถิ่นหนึ่งประเทศหนึ่งนั้นหาเพียงพอจะอำนวยประโยชน์ให้ดั่งสมประสงค์ไม่ ต่อเมื่อนำเอาประวัติศาสตร์กฎหมายบรรดาที่มีอยู่ในโลกมากล่าวถึงนั้นแหละ ความประสงค์มุ่งหมายของเราจึ่งจะสำเร็จลงได้, เพราะประวัติศาสตร์แห่งกฎหมายนั้น ๆ จะได้ทำให้เรามองเห็นความคล้ายคลึงใกล้เคียงแห่งวิธีแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของชุมชนในทางกฎหมายในสาขากฎหมายสาขาหนึ่ง ๆ ซึ่งปรากฎอยู่ในกฎหมายของประเทศต่าง ๆ. แต่ว่าสภาพแห่งวิชากฎหมายหรือนีติศาสตร์ณปัจจุบันนี้ยังอยู่ห่างมากจากขีดอันสมบูรณ์พอที่เราจะทำการรวมพิเคราะห์ดั่งกล่าวมานี้ได้, เราจึ่งจำเป็นต้องนำเอาแต่เพียงกฎหมายแห่งชุมชนที่สำคัญ ๆ แห่งใดแห่งหนึ่งที่เคยมีชื่อเสียงมาแล้วในโลกมาทำการพิเคราะห์ศึกษา, ในแนวความคิดเช่นตามธรรมดาแล้ว มักจะได้มีการเลือกเอากฎหมายโรมันมาเป็นวัตถุแห่งการศึกษา, ทั้งนี้ใช่ว่าจะเป็นแต่ฉะเพาะในประเทศที่ได้รับอิทธิพลของกฎหมายโรมันโดยตรงเท่านั้นก็หาไม่, แม้ประเทศอื่น ๆ ซึ่งเหินห่างต่อวัฒนธรรมของโรมันเช่นอังกฤษ, สหปาลีรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น และรัสเซีย การศึกษา<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
5efvxnvbf3gftlupvjvziw9mqy2tkrt
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/12
250
75712
294014
246899
2026-07-26T04:40:58Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/20]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/12]]: เปลี่ยนชื่อ
246899
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๖|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|บทนำทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>ประเทศสยามนี้ ผู้ฝักใฝ่ทางประวัติศาสตร์กฎหมายยังมีน้อยที่สุด ประกอบกับทั้งที่จะค้นคว้าหาหลักฐานเพื่อให้ได้ความรู้แน่นอนถึงกฎหมายโบราณของไทยก็เป็นการที่กระทำได้ด้วยความยากลำบากด้วย จึ่งเป็นเหตุให้คำสอนของข้าพเจ้าเรื่องประวัติศาสตร์กฎหมายไทยในปีนี้จะไม่มีเนื้อความกว้างขวางพิสดารอย่างใดนัก. แต่เป็นที่หวังอยู่ว่า ในปีต่อ ๆ ไปชาวไทยคงมีความเอาใจใส่ทางประวัติศาสตร์กฎหมายยิ่งขึ้น และคงจะมีการค้นคว้ามากขึ้นด้วย. ฉะนั้นการสอนวิชาลักษณะประวัติศาสตร์กฎหมายไทยจึ่งคงจะขยายตัวเจริญขึ้นเป็นลำดับ.
{{กม|ข3|5}}{{กม|ข3|๒}}การศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายยังมีประโยชน์ที่ทำให้เรารู้ถึงวิธีต่าง ๆ ทางกฎหมายที่มนุษย์ได้คิดประดิษฐ์ขึ้นในอดีตกาลเพื่อแก้ความยุ่งยากให้ทุเลาลงหรือเพื่อตอบสนองความต้องการอันเกิดขึ้นเนือง ๆ ในหมู่ชน. เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า การสอนกฎหมายนั้นใช่จะมุ่งแต่เพียงอบรมบุคคลผู้มีหน้าที่ใช้กฎหมายเช่นผู้ที่จะเป็นทนายความหรือผู้พิพากษาเป็นต้นให้คุ้นเคยมีความรู้ความเข้าใจในการใช้กฎหมายเท่านั้นก็หาไม่, หากยังต้องมีจุดมุ่งหมายจะอบรมบุคคลให้เป็นพลเมืองที่สามารถจะหยั่งรู้ถึงคุณค่าของระเบียบแห่งชุมชนและจะช่วยทำให้ระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นจึ่งน่าจะเข้าใจได้ดีว่า ประวัติศาสตร์กฎหมายนั้นเป็นเสมือนเครื่องเพิ่มเติมอันสำคัญจะขาดเสียไม่ได้ เป็นคลังความรู้แห่งบรรดานักนีติศาสตร์ที่แท้จริง. โดยอาศัยประวัติศาสตร์กฎหมายนี้เอง. นักนีติศาสตร์จึ่งสามารถรู้ถึงความมานะบากบั่นแห่งความคิดของมนุษย์ในอันที่จะรวบรวมจัดลำดับชั้นเชิงทำกฎหมายให้เป็นวิทยาอันหนึ่งขึ้น กับ<noinclude>{{หสล|{{สี|white|๖}}|4=ม.ธ.ก.|5=ม.ธ.ก.}}</noinclude>
lf6l03u1ye31e55broopzt14eo7rxac
294106
294014
2026-07-26T05:42:40Z
Flamevine
11908
294106
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๖|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>กฎหมายโรมันก็เป็นที่กระทำกันอยู่. ในต่อไปนี้จะได้อธิบายให้ทราบเป็นพิเศษว่า เพราะเหตุใดความนิยมเลือกศึกษากฎหมายโรมันจึ่งได้มีน้ำหนักมาก.
{{กสต|ข้อความรู้โดยสังเขปเกี่ยวกับกฎหมายของชนชาติสำคัญ ๆ ที่ให้กำเนิดแก่อารยธรรม|120}}
{{กม|ข3|7}}นอกจากกฎหมายโรมัน ยังมีกฎหมายที่สำคัญ ๆ อยู่อีกไม่น้อยที่ได้เคยมีอิทธิพลอยู่เหนือส่วนใหญ่ของโลก, และยิ่งกว่านั้นกฎหมายอื่นก็ได้มีกำเนิดมาก่อนกฎหมายโรมัน พร้อมทั้งได้มีเอกสารหลักฐานตกมาถึงเรามากกว่ากฎหมายโรมันอีกด้วย.
{{สนต|กรุงบาบีโลน}} นครหลวงของประเทศคาลเด (Chaldée) และศูนย์กลางของอารยธรรมโบราณที่สุดแห่งหนึ่งของโลก, ในระยะ ๑๕๐๐ ปีเศษก่อนพุทธกาล กรุงบาบีโลนได้มีกฎหมายที่ได้เข้าสู่ขั้นแห่งความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้ามาเป็นอันมากแล้ว มีอาทิในส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยสัญญา, กฎหมายพาณิย์และการจัดวางระเบียบการเครดิต. เรารู้จักกฎหมายนี้ได้โดยมากจากประมวลกฎหมายของฮัมมูราบี (Hammourabi) อันมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมาก. ที่เรียกกันว่าประมวลกฎหมายฮัมมูราบีนั้นคือแท่งศิลาสูง ๒.๒๕ เมตร์ และมีฐานล่างกลม วัดโดยรอบได้ ๑.๙๐ เมตร์. แท่งศิลาจารึกนี้ได้มีผู้พบในทรากของนครซู๊ส (Suse) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๕. แท่งศิลานี้มีจารึกภาพพระอาทิตย์เจ้าที่ชาวกรุงบาบีโลนถือว่าเป็นพระเจ้าแห่งความยุตติธรรม, กำลังมีโองการแก่เจ้าแห่งกรุงบาบีโลนถึง “บัญญัติแห่งความเที่ยงธรรม” ซึ่งมีตัวบทแกะสลักอยู่รอบแท่งศิลานั้น. โบราณวัตถุนี้ได้สร้างขึ้นในระหว่างปีที่ ๔๐ และ ๔๓ ของรัชชกาลพระเจ้าฮัมมูราบี, กษัตริย์สำคัญของกรุงบาบีโลน. กล่าวคือในราว ๑๕๔๐ ปีก่อนพุทธศักราช, นับว่าเป็นหลักฐานของกฎหมายเก่าแก่ที่สุดที่เรารู้จัก. แท่งศิลาจารึกตามที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้อยู่ในสภาพที่จะให้เราสามารถอ่านบทกฎหมายที่จารึกอยู่ได้ ๒๕๐ มาตรา, ซึ่งคิดรวมได้ประมาณราว ๒๖๓๐ บันทัด. บทกฎหมายในมาตราต่าง ๆ เหล่านี้บัญญัติถึงลักษณะต่าง ๆ เรียงลำดับกันไปดั่งนี้ คือ การทำเสน่ห์ยาแฝดและใช้คุณ – การด่าพะยาน – การบนพะยาน – การยกเลิกคำพิพากษาโดยผู้ที่ได้ตัดสินทำคำพิพากษานั้นเอง – การลักทรัพย์ชะนิดต่าง ๆ – ฐานะและหน้าที่ของอำมาตย์ข้าราชการ – การเพาะปลูก – การยืมมีดอกเบี้ย – สัญญาตัวแทนค้าต่าง ๆ – การจำหน่ายสุราเมรัย – หนี้และการเรียก<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
f87jqix6qodx9yfika3l306xc4v9bwf
294107
294106
2026-07-26T05:42:50Z
Flamevine
11908
/* Not proofread */
294107
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Flamevine" />{{หสล|๖|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>กฎหมายโรมันก็เป็นที่กระทำกันอยู่. ในต่อไปนี้จะได้อธิบายให้ทราบเป็นพิเศษว่า เพราะเหตุใดความนิยมเลือกศึกษากฎหมายโรมันจึ่งได้มีน้ำหนักมาก.
{{กสต|ข้อความรู้โดยสังเขปเกี่ยวกับกฎหมายของชนชาติสำคัญ ๆ ที่ให้กำเนิดแก่อารยธรรม|120}}
{{กม|ข3|7}}นอกจากกฎหมายโรมัน ยังมีกฎหมายที่สำคัญ ๆ อยู่อีกไม่น้อยที่ได้เคยมีอิทธิพลอยู่เหนือส่วนใหญ่ของโลก, และยิ่งกว่านั้นกฎหมายอื่นก็ได้มีกำเนิดมาก่อนกฎหมายโรมัน พร้อมทั้งได้มีเอกสารหลักฐานตกมาถึงเรามากกว่ากฎหมายโรมันอีกด้วย.
{{สนต|กรุงบาบีโลน}} นครหลวงของประเทศคาลเด (Chaldée) และศูนย์กลางของอารยธรรมโบราณที่สุดแห่งหนึ่งของโลก, ในระยะ ๑๕๐๐ ปีเศษก่อนพุทธกาล กรุงบาบีโลนได้มีกฎหมายที่ได้เข้าสู่ขั้นแห่งความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้ามาเป็นอันมากแล้ว มีอาทิในส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยสัญญา, กฎหมายพาณิย์และการจัดวางระเบียบการเครดิต. เรารู้จักกฎหมายนี้ได้โดยมากจากประมวลกฎหมายของฮัมมูราบี (Hammourabi) อันมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมาก. ที่เรียกกันว่าประมวลกฎหมายฮัมมูราบีนั้นคือแท่งศิลาสูง ๒.๒๕ เมตร์ และมีฐานล่างกลม วัดโดยรอบได้ ๑.๙๐ เมตร์. แท่งศิลาจารึกนี้ได้มีผู้พบในทรากของนครซู๊ส (Suse) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๕. แท่งศิลานี้มีจารึกภาพพระอาทิตย์เจ้าที่ชาวกรุงบาบีโลนถือว่าเป็นพระเจ้าแห่งความยุตติธรรม, กำลังมีโองการแก่เจ้าแห่งกรุงบาบีโลนถึง “บัญญัติแห่งความเที่ยงธรรม” ซึ่งมีตัวบทแกะสลักอยู่รอบแท่งศิลานั้น. โบราณวัตถุนี้ได้สร้างขึ้นในระหว่างปีที่ ๔๐ และ ๔๓ ของรัชชกาลพระเจ้าฮัมมูราบี, กษัตริย์สำคัญของกรุงบาบีโลน. กล่าวคือในราว ๑๕๔๐ ปีก่อนพุทธศักราช, นับว่าเป็นหลักฐานของกฎหมายเก่าแก่ที่สุดที่เรารู้จัก. แท่งศิลาจารึกตามที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้อยู่ในสภาพที่จะให้เราสามารถอ่านบทกฎหมายที่จารึกอยู่ได้ ๒๕๐ มาตรา, ซึ่งคิดรวมได้ประมาณราว ๒๖๓๐ บันทัด. บทกฎหมายในมาตราต่าง ๆ เหล่านี้บัญญัติถึงลักษณะต่าง ๆ เรียงลำดับกันไปดั่งนี้ คือ การทำเสน่ห์ยาแฝดและใช้คุณ – การด่าพะยาน – การบนพะยาน – การยกเลิกคำพิพากษาโดยผู้ที่ได้ตัดสินทำคำพิพากษานั้นเอง – การลักทรัพย์ชะนิดต่าง ๆ – ฐานะและหน้าที่ของอำมาตย์ข้าราชการ – การเพาะปลูก – การยืมมีดอกเบี้ย – สัญญาตัวแทนค้าต่าง ๆ – การจำหน่ายสุราเมรัย – หนี้และการเรียก<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
dowqb2qj1h0ntxns4vnbs4qikkusj76
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/13
250
75713
294016
246904
2026-07-26T04:41:05Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/21]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/13]]: เปลี่ยนชื่อ
246904
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๗|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|xxx}}{{สต}}</noinclude>ทั้งยังได้รู้อีกด้วยว่า ในระหว่างใช้ความมานะบากบั่นอยู่นั้น. ความคิดของมนุษย์ต้องตกอยู่ในความหลงเขวต้องเดาด้นค้นคลำ, บางคราวก็{{ตตฉ|ประสพ|ประสบ}}ความสำเร็จ และบางคราวก็{{ตตฉ|ประสพ|ประสบ}}ความไม่สมหวัง. โดยอาศัยการเรียนรู้ทำนองนี้ นักนีติศาสตร์จึ่งได้เห็นเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความจริงทั้งในทางดีและทางเสีย, อันเป็นการณ์ซึ่งบางทีกว่าจะผลิผลให้เห็นก็ต้องใช้เวลาตั้งหลายสตวรรษ, การณ์ที่เกิดขึ้นตามจริงนี้แหละที่นักนีติศาสตร์จะพึงรับเอามาเป็นข้อคำนึงสำหรับออกความคิดเห็นเพื่อเป็นทางยังประโยชน์ให้เกิดแก่ประชาติของตน.
{{กม|ข3|6}}หากจะถือเอาประโยชน์จากประวัติศาสตร์กฎหมายตามที่ได้กล่าวมานี้, เราจะเห็นว่า เพียงการเรียนประวัติศาสตร์ของกฎหมายฉะเพาะถิ่นหนึ่งประเทศหนึ่งนั้นหาเพียงพอ{{ตตฉ|จะอำนวย}}<ref>{{กม|ปวศ|1|จะอำนวย|ที่จะอำนวย}}</ref> ประโยชน์ให้ดั่งสมประสงค์ไม่ ต่อเมื่อนำเอาประวัติศาสตร์กฎหมายบรรดาที่มีอยู่ในโลกมากล่าวถึงนั้นแหละ ความประสงค์มุ่งหมายของเราจึ่งจะสำเร็จลงได้, เพราะประวัติศาสตร์แห่งกฎหมายนั้น ๆ จะได้ทำให้เรามองเห็นความคล้ายคลึงใกล้เคียงแห่งวิธีแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของชุมชนในทางกฎหมายในสาขากฎหมายสาขาหนึ่ง ๆ ซึ่งปรากฎอยู่ในกฎหมายของประเทศต่าง ๆ. แต่ว่าสภาพแห่งวิชากฎหมายหรือนีติศาสตร์ณปัจจุบันนี้ยังอยู่ห่างมากจากขีดอันสมบูรณ์พอที่เราจะทำการรวมพิเคราะห์ดั่งกล่าวมานี้ได้, เราจึ่งจำเป็นต้องนำเอาแต่เพียงกฎหมายแห่งชุมชนที่สำคัญ ๆ แห่งใดแห่งหนึ่งที่เคยมีชื่อเสียงมาแล้วในโลกมาทำการพิเคราะห์ศึกษา, ในแนวความคิดเช่นตามธรรมดาแล้ว มักจะได้มีการเลือกเอากฎหมายโรมันมาเป็นวัตถุแห่งการศึกษา, ทั้งนี้ใช่ว่าจะเป็นแต่ฉะเพาะในประเทศ<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
75372klwhzrv5ew4ll7j606er3nkvc2
294109
294016
2026-07-26T05:44:16Z
Flamevine
11908
294109
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๗|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>ร้องบังคับชำระหนี้ – สัญญาฝากทรัพย์ – ครอบครัว – การทำร้ายร่างกาย – แพทย์ ช่างสถาปัตยกรรม และคนเรือ – สัตว์ ทาส และทรัพย์สำหรับกสิกรรม – ตามที่ระบุมานี้เห็นได้ว่า ตัวบทกฎหมายที่ปรากฎอยู่บนแท่งศิลาจารึกนี้หาได้มีลักษณะเป็นประมวลกฎหมายตามนัยที่เราเข้าใจอยู่ณปัจจุบันนี้ไม่, กล่าวคือหาได้เป็นการรวบรวมกฎหมายของประเทศคาลเดอย่างเป็นระเบียบไม่ แต่เป็นเพียงการรวบรวมคำตัดสินของกษัตริย์และประกาศพระราชโองการเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่มีลักษณะผิดแผกกันและกันอยู่มาก ๆ การเรียงลำดับเรื่องเหล่านี้เป็นการเรียงลำดับอย่างคร่าว ๆ และแสดงให้เห็นไว้แต่เพียงบทบัญญัติของกฎหมายอันขาดกะท่อนกะแท่นไม่ติดต่อบริบูรณ์. นอกจากนั้นยังมีเอกสารแสดงให้รู้ถึงวิธีปฏิบัติการต่าง ๆ อีกมาก ซึ่งแสดงให้เห็นความผันแปรเปลี่ยนแปลงเรื่อยตลอดมาเป็นะระยะเวลานานหลายสตวรรษ, และเรายังมีประชุมบทจารีตรประเพณีของชาวอัสซีเรียนซึ่งมีผู้รวบรวมไว้ในระหว่างปี ๘๕๐ กับปี ๖๕๐ ก่อนพุทธกาล ตามจารีตรประเพณีเหล่านี้ไม่ได้แสดงให้เห็นความเจริญก้าวหน้าของกฎหมาย แต่กลับแสดงให้เห็นว่า กฎหมายในสมัยหลังนี้มีความเจริญล้าหลังกว่ากฎหมายในสมัยเก่าเสียอีก
{{กม|ข3|8}}{{สนต|ประเทศอียิปต์}} ได้มีเอกสารในทางกฎหมายที่เจริญดีก่อนสมัยกรุงโรมมานานเหมือนกัน, แต่ว่าบรรดาผู้บัญญัติกฎหมายได้ไปหยุดอยู่แต่เพียงรวบรวมบัญญัติต่าง ๆ เข้าไว้ โดยมิได้คิดจัดลำดับทำกฎหมายอียิปต์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงเป็นระเบียบอันหนึ่งอันเดียวกัน. กฎหมายได้แสดงออกเป็นบทบัญญัติที่ชัดและจำกัดความแคบมาก, ไม่ให้โอกาศที่จะตีความขยายออกตามหลักแห่งเหตุผลหรืออาศัยใช้เป็นสมุฏฐานสำหรับดัดแปลงให้เป็นบทบัญญัติขึ้นใหม่ได้. นักโบราณคดีในประเทศอียิปต์ยังไม่ได้พบตำรากฎหมายแม้แต่ฉะบับเดียว หรือหนังสือที่ผู้แต่งได้พยายามที่จะจัดกฎหมายให้เป็นหมวดหมู่หรือแบ่งแยกประเภทไว้ประการใดเลย, เพราะเหตุนี้กฎหมายอียิปต์จึ่งไม่ได้แสดงให้ปรากฎอิทธิพลแต่อย่างใดเหนือกฎหมายของชุมชนอื่น ๆ ข้างเคียง.
{{สนต|ประเทศกริ๊ก}} เช่นเดียวกันได้มีผู้บัญญัติกฎหมายที่สำคัญ ๆ มาก่อนกรุงโรม, แต่ในประเทศกริ๊กนี้ถือกันว่า กฎหมายเป็นส่วนหนึ่งของวิชาสุนทรพากย์หรือของธรรมจรรยา<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
jfgbcjzp6rple8nr8noalg771fun145
294110
294109
2026-07-26T05:44:31Z
Flamevine
11908
/* Not proofread */
294110
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Flamevine" />{{หสล|๗|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>ร้องบังคับชำระหนี้ – สัญญาฝากทรัพย์ – ครอบครัว – การทำร้ายร่างกาย – แพทย์ ช่างสถาปัตยกรรม และคนเรือ – สัตว์ ทาส และทรัพย์สำหรับกสิกรรม – ตามที่ระบุมานี้เห็นได้ว่า ตัวบทกฎหมายที่ปรากฎอยู่บนแท่งศิลาจารึกนี้หาได้มีลักษณะเป็นประมวลกฎหมายตามนัยที่เราเข้าใจอยู่ณปัจจุบันนี้ไม่, กล่าวคือหาได้เป็นการรวบรวมกฎหมายของประเทศคาลเดอย่างเป็นระเบียบไม่ แต่เป็นเพียงการรวบรวมคำตัดสินของกษัตริย์และประกาศพระราชโองการเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่มีลักษณะผิดแผกกันและกันอยู่มาก ๆ การเรียงลำดับเรื่องเหล่านี้เป็นการเรียงลำดับอย่างคร่าว ๆ และแสดงให้เห็นไว้แต่เพียงบทบัญญัติของกฎหมายอันขาดกะท่อนกะแท่นไม่ติดต่อบริบูรณ์. นอกจากนั้นยังมีเอกสารแสดงให้รู้ถึงวิธีปฏิบัติการต่าง ๆ อีกมาก ซึ่งแสดงให้เห็นความผันแปรเปลี่ยนแปลงเรื่อยตลอดมาเป็นะระยะเวลานานหลายสตวรรษ, และเรายังมีประชุมบทจารีตรประเพณีของชาวอัสซีเรียนซึ่งมีผู้รวบรวมไว้ในระหว่างปี ๘๕๐ กับปี ๖๕๐ ก่อนพุทธกาล ตามจารีตรประเพณีเหล่านี้ไม่ได้แสดงให้เห็นความเจริญก้าวหน้าของกฎหมาย แต่กลับแสดงให้เห็นว่า กฎหมายในสมัยหลังนี้มีความเจริญล้าหลังกว่ากฎหมายในสมัยเก่าเสียอีก
{{กม|ข3|8}}{{สนต|ประเทศอียิปต์}} ได้มีเอกสารในทางกฎหมายที่เจริญดีก่อนสมัยกรุงโรมมานานเหมือนกัน, แต่ว่าบรรดาผู้บัญญัติกฎหมายได้ไปหยุดอยู่แต่เพียงรวบรวมบัญญัติต่าง ๆ เข้าไว้ โดยมิได้คิดจัดลำดับทำกฎหมายอียิปต์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงเป็นระเบียบอันหนึ่งอันเดียวกัน. กฎหมายได้แสดงออกเป็นบทบัญญัติที่ชัดและจำกัดความแคบมาก, ไม่ให้โอกาศที่จะตีความขยายออกตามหลักแห่งเหตุผลหรืออาศัยใช้เป็นสมุฏฐานสำหรับดัดแปลงให้เป็นบทบัญญัติขึ้นใหม่ได้. นักโบราณคดีในประเทศอียิปต์ยังไม่ได้พบตำรากฎหมายแม้แต่ฉะบับเดียว หรือหนังสือที่ผู้แต่งได้พยายามที่จะจัดกฎหมายให้เป็นหมวดหมู่หรือแบ่งแยกประเภทไว้ประการใดเลย, เพราะเหตุนี้กฎหมายอียิปต์จึ่งไม่ได้แสดงให้ปรากฎอิทธิพลแต่อย่างใดเหนือกฎหมายของชุมชนอื่น ๆ ข้างเคียง.
{{สนต|ประเทศกริ๊ก}} เช่นเดียวกันได้มีผู้บัญญัติกฎหมายที่สำคัญ ๆ มาก่อนกรุงโรม, แต่ในประเทศกริ๊กนี้ถือกันว่า กฎหมายเป็นส่วนหนึ่งของวิชาสุนทรพากย์หรือของธรรมจรรยา<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
9yrekgo869grt5vrd3z48v4b04eedx4
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/14
250
75714
294018
246917
2026-07-26T04:41:13Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/22]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/14]]: เปลี่ยนชื่อ
246917
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๘|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|บทนำทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>ที่ได้รับอิทธิพลของกฎหมายโรมันโดยตรงเท่านั้นก็หาไม่, แม้ประเทศอื่น ๆ ซึ่งเหินห่างต่อวัฒนธรรมของโรมันเช่นอังกฤษ, สหปาลีรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น และรัสเซีย การศึกษากฎหมายโรมันก็เป็นที่กระทำกันอยู่. ในต่อไปนี้จะได้อธิบายให้ทราบเป็นพิเศษว่า เพราะเหตุใดความนิยมเลือกศึกษากฎหมายโรมันจึ่งได้มีน้ำหนักมาก.
{{กม|ห2|ก4|ข้อความรู้โดยสังเขปเกี่ยวกับกฎหมายของชนชาติสำคัญ ๆ ที่ให้กำเนิดแก่อารยธรรม|120}}
{{กม|ข3|7}}นอกจากกฎหมายโรมัน ยังมีกฎหมายที่สำคัญ ๆ อยู่อีกไม่น้อยที่ได้เคยมีอิทธิพลอยู่เหนือส่วนใหญ่ของโลก, และยิ่งกว่านั้นกฎหมายอื่นก็ได้มีกำเนิดมาก่อนกฎหมายโรมัน พร้อมทั้งได้มีเอกสารหลักฐานตกมาถึงเรามากกว่ากฎหมายโรมันอีกด้วย.
{{สนต|กรุงบาบีโลน}} นครหลวงของประเทศคาลเด (Chaldée) และศูนย์กลางของอารยธรรมโบราณที่สุดแห่งหนึ่งของโลก, ในระยะ ๑๕๐๐ ปีเศษก่อนพุทธกาล กรุงบาบีโลนได้มีกฎหมายที่ได้เข้าสู่ขั้นแห่งความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้ามาเป็นอันมากแล้ว มีอาทิในส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยสัญญา, กฎหมายพาณิย์และการจัดวางระเบียบการเครดิต. เรารู้จักกฎหมายนี้ได้โดยมากจากประมวลกฎหมายของฮัมมูราบี (Hammourabi) อันมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมาก. ที่เรียกกันว่าประมวลกฎหมายฮัมมูราบีนั้นคือแท่งศิลาสูง ๒.๒๕ เมตร์ และมีฐานล่างกลม วัดโดยรอบได้ ๑.๙๐ เมตร์. แท่งศิลาจารึกนี้ได้มีผู้พบในทรากของนคร{{ตตฉ|ซู๊ส|ซู้ส}} (Suse) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๕. แท่งศิลานี้มีจารึกภาพพระอาทิตย์เจ้าที่ชาวกรุงบาบีโลนถือว่าเป็นพระเจ้าแห่งความยุตติ<noinclude>{{หสล|{{สี|white|๘}}|4=ม.ธ.ก.|5=ม.ธ.ก.}}</noinclude>
pbx629fxan01egay9lrqsu8hh7kkudj
294111
294018
2026-07-26T05:46:13Z
Flamevine
11908
294111
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๘|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>หาได้เคยแยกออกมาเป็นวิทยามีความเป็นอยู่ตามลำพังต่างหากไม่. ยิ่งกว่านั้นพวกกริ๊กใฝ่ใจอยู่ฉะเพาะแต่ในเรื่องจัดวางระเบียบทางการเมืองเสียมากกว่า. ผู้บัญญัติกฎหมายของกริ๊กจะเอาใจใส่กับระเบียบต่าง ๆ ของชุมชน ในส่วนที่เกี่ยวกับเอกชนก็ฉะเพาะเพื่อปรับปรุงให้เหมาะแก่ความคิดเห็นในเรื่องรัฐตามแง่ปรัชญาเท่านั้น. เพราะเหตุนี้แม้ประเทศกริ๊กได้เป็นประเทศอันมีอารยธรรมอันสูงก็ดี กฎหมายเอกชนกริ๊กจึ่งคงอยู่ในขั้นซึ่งออกจะล้าหลัง. อนึ่งส่วนสิ่งที่ดีเป็นที่น่าถือตามและสามารถอำนวยผลได้อย่างดีซึ่งนักปราชญ์กฎหมายกริ๊กได้ค้นคว้าจัดวางไว้นั้น นักนีติศาสตร์โรมันได้รวบรวมรับเอามาไว้ในกฎหมายโรมันหมด.
{{กม|ข3|9}}ยังมีกฎหมายของประเทศผู้ก่อกำเนิดอารยธรรมอันสำคัญอีกสองประเทศที่เราจะผ่านเลยไปโดยไม่กล่าวถึงบ้างนั้นหาได้ไม่. กฎหมายของประเทศทั้งสองนี้อย่างน้อยในชั้นต้นดูเป็นเรื่องที่เราน่าจะต้องทำการศึกษาค้นคว้าไม่น้อยไปกว่ากฎหมายโรมัน. ตามที่กล่าวมานี้ ข้าพเจ้าหมายถึงกฎหมายของประเทศจีนและฮินดู.
{{สนต|ประเทศจีน}} ได้เจริญรุ่งเรืองมาเป็นร้อย ๆ ปีก่อนที่กรุงโรมจะได้สร้างขึ้น แต่ว่าหลักฐานที่แน่นอนอันเราจะพึงอาศัยใช้ค้นคว้าสำหรับศึกษากฎหมายจีนนั้น เมื่อพูดตามส่วนความเก่าแก่ของประเทศแล้ว มีอายุไม่สู้นานนัก. ประมวลกฎหมายจีนที่เรารู้จักเป็นฉะบับแรกได้มีกำเนิดขึ้นในราว พ.ศ. ๑๔๐. ประมวลกฎหมายฉะบับนี้ว่าด้วยกฎหมายอาชญาโดยฉะเพาะแต่อย่างเดียว และแบ่งออกเป็น ๖ ภาค. สองร้อยปีต่อมาได้มีการเพิ่มเติมบทบัญญัติขึ้นในประมวลกฎหมายนี้อีกสามภาค ในทั้งสามภาคนี้มีอยู่ภาคหนึ่งซึ่งกล่าวถึงระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนในทางกฎหมายแพ่ง, คือ กล่าวถึงกฎหมายว่าด้วยการสำมะโนครัว ซึ่งมีบทบัญญัติอันว่าด้วยการสมรสรวมอยู่, ประมวลกฎหมายฉะบับนี้ได้เรียกกันว่า “ประมวลเก้าภาค” ประมวลนี้คงได้ใช้เป็นเค้าโครงเดิมของการร่างประมวลกฎหมายที่สำคัญ ๆ ของจีนในเวลาต่อมา, ประมวลที่สำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นเวลาต่อมานี้คือฉะบับที่ได้จัดทำขึ้นใน พ.ศ. ๑๑๙๗ ในสมัยของราชวงศ์ถัง อันเป็นราชวงศ์ใหญ่ราชวงศ์หนึ่งของจีน. เค้าโครงและส่วนใหญ่แห่งข้อบังคับต่าง ๆ ของประมวลกฎหมายฉะบับนี้ กษัตริย์ในราชวงศ์ต่อ ๆ มาของจีนได้รับเอามาปรับปรุงถือตามเป็นลำดับมา. อาศัยที่ชนชาติจีนมีอุปนิสสัยสงวนรักษาอารยธรรมของตนมิให้<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
p9fz3bi1ax18qt45iiazrebxybiu8z7
294112
294111
2026-07-26T05:46:33Z
Flamevine
11908
/* Not proofread */
294112
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Flamevine" />{{หสล|๘|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>หาได้เคยแยกออกมาเป็นวิทยามีความเป็นอยู่ตามลำพังต่างหากไม่. ยิ่งกว่านั้นพวกกริ๊กใฝ่ใจอยู่ฉะเพาะแต่ในเรื่องจัดวางระเบียบทางการเมืองเสียมากกว่า. ผู้บัญญัติกฎหมายของกริ๊กจะเอาใจใส่กับระเบียบต่าง ๆ ของชุมชน ในส่วนที่เกี่ยวกับเอกชนก็ฉะเพาะเพื่อปรับปรุงให้เหมาะแก่ความคิดเห็นในเรื่องรัฐตามแง่ปรัชญาเท่านั้น. เพราะเหตุนี้แม้ประเทศกริ๊กได้เป็นประเทศอันมีอารยธรรมอันสูงก็ดี กฎหมายเอกชนกริ๊กจึ่งคงอยู่ในขั้นซึ่งออกจะล้าหลัง. อนึ่งส่วนสิ่งที่ดีเป็นที่น่าถือตามและสามารถอำนวยผลได้อย่างดีซึ่งนักปราชญ์กฎหมายกริ๊กได้ค้นคว้าจัดวางไว้นั้น นักนีติศาสตร์โรมันได้รวบรวมรับเอามาไว้ในกฎหมายโรมันหมด.
{{กม|ข3|9}}ยังมีกฎหมายของประเทศผู้ก่อกำเนิดอารยธรรมอันสำคัญอีกสองประเทศที่เราจะผ่านเลยไปโดยไม่กล่าวถึงบ้างนั้นหาได้ไม่. กฎหมายของประเทศทั้งสองนี้อย่างน้อยในชั้นต้นดูเป็นเรื่องที่เราน่าจะต้องทำการศึกษาค้นคว้าไม่น้อยไปกว่ากฎหมายโรมัน. ตามที่กล่าวมานี้ ข้าพเจ้าหมายถึงกฎหมายของประเทศจีนและฮินดู.
{{สนต|ประเทศจีน}} ได้เจริญรุ่งเรืองมาเป็นร้อย ๆ ปีก่อนที่กรุงโรมจะได้สร้างขึ้น แต่ว่าหลักฐานที่แน่นอนอันเราจะพึงอาศัยใช้ค้นคว้าสำหรับศึกษากฎหมายจีนนั้น เมื่อพูดตามส่วนความเก่าแก่ของประเทศแล้ว มีอายุไม่สู้นานนัก. ประมวลกฎหมายจีนที่เรารู้จักเป็นฉะบับแรกได้มีกำเนิดขึ้นในราว พ.ศ. ๑๔๐. ประมวลกฎหมายฉะบับนี้ว่าด้วยกฎหมายอาชญาโดยฉะเพาะแต่อย่างเดียว และแบ่งออกเป็น ๖ ภาค. สองร้อยปีต่อมาได้มีการเพิ่มเติมบทบัญญัติขึ้นในประมวลกฎหมายนี้อีกสามภาค ในทั้งสามภาคนี้มีอยู่ภาคหนึ่งซึ่งกล่าวถึงระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนในทางกฎหมายแพ่ง, คือ กล่าวถึงกฎหมายว่าด้วยการสำมะโนครัว ซึ่งมีบทบัญญัติอันว่าด้วยการสมรสรวมอยู่, ประมวลกฎหมายฉะบับนี้ได้เรียกกันว่า “ประมวลเก้าภาค” ประมวลนี้คงได้ใช้เป็นเค้าโครงเดิมของการร่างประมวลกฎหมายที่สำคัญ ๆ ของจีนในเวลาต่อมา, ประมวลที่สำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นเวลาต่อมานี้คือฉะบับที่ได้จัดทำขึ้นใน พ.ศ. ๑๑๙๗ ในสมัยของราชวงศ์ถัง อันเป็นราชวงศ์ใหญ่ราชวงศ์หนึ่งของจีน. เค้าโครงและส่วนใหญ่แห่งข้อบังคับต่าง ๆ ของประมวลกฎหมายฉะบับนี้ กษัตริย์ในราชวงศ์ต่อ ๆ มาของจีนได้รับเอามาปรับปรุงถือตามเป็นลำดับมา. อาศัยที่ชนชาติจีนมีอุปนิสสัยสงวนรักษาอารยธรรมของตนมิให้<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
fm6w9lo75zsf5voukownctxtlh5xe03
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/15
250
75715
294020
246926
2026-07-26T04:41:21Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/23]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/15]]: เปลี่ยนชื่อ
246926
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๙|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|xxx}}{{สต}}</noinclude>ธรรม, กำลังมีโองการแก่เจ้าแห่งกรุงบาบีโลนถึง “บัญญัติแห่งความเที่ยงธรรม” ซึ่งมีตัวบทแกะสลักอยู่รอบแท่งศิลานั้น. โบราณวัตถุนี้ได้สร้างขึ้นในระหว่างปีที่ ๔๐ และ ๔๓ ของรัชชกาลพระเจ้าฮัมมูราบี, กษัตริย์สำคัญของกรุงบาบีโลน. กล่าวคือในราว ๑๕๔๐ ปีก่อนพุทธศักราช, นับว่าเป็นหลักฐานของกฎหมายเก่าแก่ที่สุดที่เรารู้จัก. แท่งศิลาจารึกตามที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้อยู่ในสภาพที่จะให้เราสามารถอ่านบทกฎหมายที่จารึกอยู่ได้ ๒๕๐ มาตรา, ซึ่งคิดรวมได้ประมาณราว ๒๖๓๐ บันทัด. บทกฎหมายในมาตราต่าง ๆ เหล่านี้บัญญัติถึงลักษณะต่าง ๆ เรียงลำดับกันไปดั่งนี้ คือ การทำเสน่ห์ยาแฝดและใช้คุณ – การด่าพะยาน – การบนพะยาน – การยกเลิกคำพิพากษาโดยผู้ที่ได้ตัดสินทำคำพิพากษานั้นเอง – การลักทรัพย์ชะนิดต่าง ๆ – ฐานะและหน้าที่ของอำมาตย์ข้าราชการ – การเพาะปลูก – การยืมมีดอกเบี้ย – สัญญาตัวแทนค้าต่าง ๆ – การจำหน่ายสุราเมรัย – หนี้และการเรียกร้องบังคับชำระหนี้ – สัญญาฝากทรัพย์ – ครอบครัว – การทำร้ายร่างกาย – แพทย์ ช่างสถาปัตยกรรม และคนเรือ – สัตว์ ทาส และทรัพย์สำหรับกสิกรรม – ตามที่ระบุมานี้เห็นได้ว่า ตัวบทกฎหมายที่ปรากฎอยู่บนแท่งศิลาจารึกนี้หาได้มีลักษณะเป็นประมวลกฎหมายตามนัยที่เราเข้าใจอยู่ณปัจจุบันนี้ไม่, กล่าวคือหาได้เป็นการรวบรวมกฎหมายของประเทศคาลเดอย่างเป็นระเบียบไม่ แต่เป็นเพียงการรวบรวมคำตัดสินของกษัตริย์และประกาศพระราชโองการเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ซึ่ง{{ตตฉ|ล้วนเป็น}}<ref>{{กม|ปวศ|1|ล้วนเป็น|ล้วนแต่เป็น}}</ref> เรื่องที่มีลักษณะ{{ตตฉ|ผิดแผก}}<ref>{{กม|ปวศ|1|ผิดแผก|ผิดแผกแตกต่างซึ่ง}}</ref> กันและกันอยู่มาก ๆ การเรียงลำดับเรื่องเหล่านี้เป็นการเรียงลำดับอย่างคร่าว ๆ<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}
{{รกออ}}</noinclude>
hr13pjoekamqs3saj9jyxphjth1cr38
294113
294020
2026-07-26T05:57:01Z
Flamevine
11908
294113
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๙|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>เสื่อมสูญ บรรดาประมวลกฎหมายที่เกิดขึ้นในสมัยของราชวงศ์ต่าง ๆ จึ่งยังมีบทบัญญัติติดต่อกันมาพร้อมด้วยพื้นเพอันกลมเกลียวแน่นแฟ้นเกือบครบถ้วนไม่ขาดมาจนถึงสมัยปัจจุบันนี้ การแก้ไขบางส่วนซึ่งได้ทำในรัชชกาลต่าง ๆ มีอยู่แต่เล็กน้อย. กฎหมายของจีนที่เกิดขึ้นในสมัยต่าง ๆ กันเหล่านี้ได้มีรัศมีแผ่ออกไปโดยรอบอย่างไพศาล มีอิทธิพลอยู่เหนือกฎหมายของญวน เกาหลี และญี่ปุ่นเป็นต้น. ชนชาติแมนจูซึ่งได้มามีอำนาจขึ้นในประเทศจีนเมื่อ พ.ศ. ๒๑๘๖ ตลอดมาจนถึง พ.ศ. ๒๔๕๕ ได้ประกาศใช้ประมวลกฎหมายฉะบับใหม่ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๑๘๙ ประมวลกฎหมายฉะบับนี้ได้ชำระและพิมพ์ขึ้นครั้งหลังที่สุดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๓ เป็นงานใหญ่โตทางกฎหมาย โดยคลุมครอบกิจการงานต่าง ๆ ของรัฐบาลและของเอกชนทุก ๆ แผนก<ref>ขอกล่าวไว้ด้วยว่า ประมวลกฎหมายนี้ บาดหลวงกีบูแลส์ (Guy Boulais) ได้แปลออกเป็นภาษาฝรั่งเศสโดยใช้ชื่อว่า “Manuel de Code Chinois”</ref> แต่ว่าในประมวลกฎหมายนี้เช่นเดียวกันกับในประมวลฉะบับก่อน ๆ, ผู้บัญญัติกฎหมายจีนได้เดินตามแนวคิดเห็นโดยฉะเพาะเหมาะแก่สภาพความคิดเห็นเป็นพิเศษของจีนอย่างหนึ่ง, คือสำหรับชนชาติจีนนั้นเป็นที่ถือกันว่า กฎหมายนั้นย่อมคงปะปนแยกออกไม่ได้จากการลงโทษทางอาชญา. กฎหมายกับอาชญาต้องคู่กันไป. อีกนัยหนึ่งก็คือกฎหมายได้แก่วิธีการบังคับกำหนดโทษอันจำเป็นต้องจัดขึ้นเพื่อให้บรรดาผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของประชาคมจีน มีคนต่างด้าวเป็นต้น อยู่ในความเรียบร้อยอย่างกวดขัน. ส่วนพลเมืองจีนที่ดี, ชาวจีนที่แท้จริงนั้น ไม่จำต้องมีบทกฎหมายสำหรับบังคับความประพฤติของเขา เพราะเขาดำเนินชีวิตตามจารีตรต่าง ๆ อันมีอยู่แต่ดึกดำบรรพ์และที่เขาถือว่าเป็นข้อบังคับแห่งธรรมชาติ. แต่ธรรมชาตินั้นล้วนเป็นวัตถุแห่งปรัชญาวิทยา ๆ นั้นเองสอนให้ชาวจีนรู้ถึงข้อบังคับแห่งธรรมชาติว่าเป็นอย่างไร ฉะนั้นปรัชญาวิทยาจึ่งอยู่ในฐานะที่ใช้เป็นกฎหมายได้หรือทำให้กฎหมายไม่มีประโยชน์เสียเลย เนื่องจากแนวความคิดอันนี้ประมวลกฎหมายจีนจึ่งมีลักษณะอันสำคัญเป็นประมวลกฎหมายอาชญา, และหากจะมีลักษณะพาดิพิงกล่าวถึงกฎหมายเอกชนบ้างก็ต่อเมื่อบทบัญญัติของกฎหมายเอกชนที่นำมากล่าวไว้นั้นจำจะต้องประกอบด้วยการลงโทษทางอาชญา จริงอยู่กฎหมายของชุมชนต่าง ๆ ในครั้งโบราณย่อมจะมีลักษณะเป็นกฎหมายอาชญาทั้งสิ้น, แต่ถึงกระนั้น สำหรับในกฎหมายจีน ลักษณะอันเป็นกฎหมายอาชญาได้มีปรากฎเด่นชัดยิ่งกว่าในกฎหมายของชุมชนอื่นใดทั้งสิ้น. ทั้งนี้ก็เพราะลักษณะอันนี้ได้ประกอบเป็นส่วนหนึ่งแห่งระบอบกฎหมายของจีน และเป็นแง่แห่งความคิดเห็นอันหนึ่ง<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
3ls7frdwck9q9q6t9y79y3tt5zfpf4x
294114
294113
2026-07-26T05:57:12Z
Flamevine
11908
/* Not proofread */
294114
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Flamevine" />{{หสล|๙|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>เสื่อมสูญ บรรดาประมวลกฎหมายที่เกิดขึ้นในสมัยของราชวงศ์ต่าง ๆ จึ่งยังมีบทบัญญัติติดต่อกันมาพร้อมด้วยพื้นเพอันกลมเกลียวแน่นแฟ้นเกือบครบถ้วนไม่ขาดมาจนถึงสมัยปัจจุบันนี้ การแก้ไขบางส่วนซึ่งได้ทำในรัชชกาลต่าง ๆ มีอยู่แต่เล็กน้อย. กฎหมายของจีนที่เกิดขึ้นในสมัยต่าง ๆ กันเหล่านี้ได้มีรัศมีแผ่ออกไปโดยรอบอย่างไพศาล มีอิทธิพลอยู่เหนือกฎหมายของญวน เกาหลี และญี่ปุ่นเป็นต้น. ชนชาติแมนจูซึ่งได้มามีอำนาจขึ้นในประเทศจีนเมื่อ พ.ศ. ๒๑๘๖ ตลอดมาจนถึง พ.ศ. ๒๔๕๕ ได้ประกาศใช้ประมวลกฎหมายฉะบับใหม่ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๑๘๙ ประมวลกฎหมายฉะบับนี้ได้ชำระและพิมพ์ขึ้นครั้งหลังที่สุดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๓ เป็นงานใหญ่โตทางกฎหมาย โดยคลุมครอบกิจการงานต่าง ๆ ของรัฐบาลและของเอกชนทุก ๆ แผนก<ref>ขอกล่าวไว้ด้วยว่า ประมวลกฎหมายนี้ บาดหลวงกีบูแลส์ (Guy Boulais) ได้แปลออกเป็นภาษาฝรั่งเศสโดยใช้ชื่อว่า “Manuel de Code Chinois”</ref> แต่ว่าในประมวลกฎหมายนี้เช่นเดียวกันกับในประมวลฉะบับก่อน ๆ, ผู้บัญญัติกฎหมายจีนได้เดินตามแนวคิดเห็นโดยฉะเพาะเหมาะแก่สภาพความคิดเห็นเป็นพิเศษของจีนอย่างหนึ่ง, คือสำหรับชนชาติจีนนั้นเป็นที่ถือกันว่า กฎหมายนั้นย่อมคงปะปนแยกออกไม่ได้จากการลงโทษทางอาชญา. กฎหมายกับอาชญาต้องคู่กันไป. อีกนัยหนึ่งก็คือกฎหมายได้แก่วิธีการบังคับกำหนดโทษอันจำเป็นต้องจัดขึ้นเพื่อให้บรรดาผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของประชาคมจีน มีคนต่างด้าวเป็นต้น อยู่ในความเรียบร้อยอย่างกวดขัน. ส่วนพลเมืองจีนที่ดี, ชาวจีนที่แท้จริงนั้น ไม่จำต้องมีบทกฎหมายสำหรับบังคับความประพฤติของเขา เพราะเขาดำเนินชีวิตตามจารีตรต่าง ๆ อันมีอยู่แต่ดึกดำบรรพ์และที่เขาถือว่าเป็นข้อบังคับแห่งธรรมชาติ. แต่ธรรมชาตินั้นล้วนเป็นวัตถุแห่งปรัชญาวิทยา ๆ นั้นเองสอนให้ชาวจีนรู้ถึงข้อบังคับแห่งธรรมชาติว่าเป็นอย่างไร ฉะนั้นปรัชญาวิทยาจึ่งอยู่ในฐานะที่ใช้เป็นกฎหมายได้หรือทำให้กฎหมายไม่มีประโยชน์เสียเลย เนื่องจากแนวความคิดอันนี้ประมวลกฎหมายจีนจึ่งมีลักษณะอันสำคัญเป็นประมวลกฎหมายอาชญา, และหากจะมีลักษณะพาดิพิงกล่าวถึงกฎหมายเอกชนบ้างก็ต่อเมื่อบทบัญญัติของกฎหมายเอกชนที่นำมากล่าวไว้นั้นจำจะต้องประกอบด้วยการลงโทษทางอาชญา จริงอยู่กฎหมายของชุมชนต่าง ๆ ในครั้งโบราณย่อมจะมีลักษณะเป็นกฎหมายอาชญาทั้งสิ้น, แต่ถึงกระนั้น สำหรับในกฎหมายจีน ลักษณะอันเป็นกฎหมายอาชญาได้มีปรากฎเด่นชัดยิ่งกว่าในกฎหมายของชุมชนอื่นใดทั้งสิ้น. ทั้งนี้ก็เพราะลักษณะอันนี้ได้ประกอบเป็นส่วนหนึ่งแห่งระบอบกฎหมายของจีน และเป็นแง่แห่งความคิดเห็นอันหนึ่ง<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
glcmt4atv5ks5kt0t467tx86u9qo1uq
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/16
250
75717
294022
246932
2026-07-26T04:41:28Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/24]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/16]]: เปลี่ยนชื่อ
246932
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๑๐|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|บทนำทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>และแสดงให้เห็นไว้แต่เพียงบทบัญญัติของกฎหมายอันขาดกะท่อนกะแท่นไม่ติดต่อบริบูรณ์. นอกจากนั้นยังมีเอกสารแสดงให้รู้ถึงวิธีปฏิบัติการต่าง ๆ อีกมาก ซึ่งแสดงให้เห็นความผันแปรเปลี่ยนแปลงเรื่อยตลอดมาเป็นะระยะเวลานานหลายสตวรรษ, และเรายังมีประชุมบทจารีตรประเพณีของชาวอัสซีเรียนซึ่งมีผู้รวบรวมไว้ในระหว่างปี ๘๕๐ กับปี ๖๕๐ ก่อนพุทธกาล ตามจารีตรประเพณีเหล่านี้ไม่ได้แสดงให้เห็นความเจริญก้าวหน้าของกฎหมาย แต่กลับแสดงให้เห็นว่า กฎหมายในสมัยหลังนี้มีความเจริญล้าหลังกว่ากฎหมายในสมัยเก่าเสียอีก
{{กม|ข3|8}}{{สนต|ประเทศอียิปต์}} ได้มีเอกสารในทางกฎหมายที่เจริญดีก่อนสมัยกรุงโรมมานานเหมือนกัน, แต่ว่าบรรดาผู้บัญญัติกฎหมายได้ไปหยุดอยู่แต่เพียงรวบรวมบัญญัติต่าง ๆ เข้าไว้ โดยมิได้คิดจัดลำดับทำกฎหมายอียิปต์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงเป็นระเบียบอันหนึ่งอันเดียวกัน. กฎหมายได้แสดงออกเป็นบทบัญญัติที่ชัดและจำกัดความแคบมาก, ไม่ให้โอกาศที่จะตีความขยายออกตามหลักแห่งเหตุผลหรืออาศัยใช้เป็นสมุฏฐานสำหรับดัดแปลงให้เป็นบทบัญญัติขึ้นใหม่ได้. นักโบราณคดีในประเทศอียิปต์ยังไม่ได้พบตำรากฎหมายแม้แต่ฉะบับเดียว หรือหนังสือที่ผู้แต่งได้พยายามที่จะจัดกฎหมายให้เป็นหมวดหมู่หรือแบ่งแยกประเภทไว้ประการใดเลย, เพราะเหตุนี้กฎหมายอียิปต์จึ่งไม่ได้แสดงให้ปรากฎอิทธิพลแต่อย่างใดเหนือกฎหมายของชุมชนอื่น ๆ ข้างเคียง.
{{สนต|ประเทศกริ๊ก}} เช่นเดียวกันได้มีผู้บัญญัติกฎหมายที่สำคัญ ๆ{{วว}}<noinclude>{{หสล|{{สี|white|๑๐}}|4=ม.ธ.ก.|5=ม.ธ.ก.}}</noinclude>
oszhgxsug6be89xyxs9btmlvbi9mu9o
294115
294022
2026-07-26T05:58:30Z
Flamevine
11908
294115
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๑๐|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>ของชนชาติจีนด้วย ดั่งนี้ในประมวลกฎหมายฉะบับสุดท้ายของจีนที่กล่าวข้างบนนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับลักษณะหนี้ จึ่งมีข้อความเพียงเล็กน้อยที่กล่าวถึงการกู้เงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา, การขายและใช้ทรัพย์สิ่งของที่ได้นำมาฝากไว้ การพบของตกของหายเท่านั้น ในบรรพสุดท้ายของประมวลกฎหมายฉะบับนี้ซึ่งมีลักษณะเป็นกฎหมายอาชญาโดยแท้มีมาตราหนึ่งกล่าวถึงการวางเพลิงโดยประมาท. นอกจากมาตรานี้ ในประมวลกฎหมายจีนฉะบับนี้ก็มิได้มีการกล่าวถึงหลักเกณฑ์อันควรใช้ในเรื่องความรับผิดเพื่อละเมิดอีกเลย. บทบัญญัติต่าง ๆ แทบทั้งหมดที่เกี่ยวในกฎหมายเอกชนมีลักษณะเป็นจารีตรประเพณี และไม่ได้รวบรวมอยู่ในบทกฎหมายลายลักษณ์อักษร. บทบัญญัตินี้ได้เกิดขึ้นตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เพ่งเล็งไปในทางปรัชญา, ธรรมจรรยา และสมาคม ยิ่งกว่าในทางนีติศาสตร์, อาศัยพฤตติการณ์เช่นกล่าวนี้จึ่งทำให้เราเข้าใจได้ว่า ชนชาติจีนมิได้เคยมีความเข้าใจลึกซึ้งแจ่มแจ้งพอที่จะพิเคราะห์กฎหมายไปในแง่ที่เป็นวิทยาอันหนึ่งเลย. ในสมัยโบราณของจีนมิได้เคยปรากฎว่ามีตำราอันเกี่ยวกับวิชากฎหมายสักเล่มเดียว จีนไม่ได้เคยแยกกฎหมายออกเป็นส่วนหนึ่งต่างหาก เพราะฉะนั้นเมื่อมาถึงสมัยนี้จีนได้รู้สึกถึงความจำเป็นที่จะต้องจัดการทำให้ระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนของตนมีลักษณะทันเทียมสมัยแห่งอารยธรรมปัจจุบัน, และเพื่อการนี้จีนจำต้องหันเข้าพึ่งหลักการต่าง ๆ ของการจัดระเบียบในชุมชนซึ่งล้วนเป็นหลักการที่ตนมิได้เคยพบเคยเข้าใจมาแต่ก่อน ๆ เลย. ญี่ปุ่นก็ทำนองเดียวกันกับจีน จำต้องละทิ้งกฎหมายเก่าของตนซึ่งเป็นแต่เพียงกฎหมายของจีนที่ได้ทำการลอกคัดเอามาใช้เท่านั้น เพื่อหันไปหาแบบแผนของกฎหมายอย่างใหม่มาจากที่อื่น
{{กม|ข3|10}}{{สนต|กฎหมายฮินดู}} กฎหมายฮินดูแตกต่างกับกฎหมายจีนมาก และควรจะมีการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งต่างหากในประวัติศาสตร์กฎหมาย. ทั้งนี้ก็โดยกฎหมายฮินดูมีความสำคัญอยู่ทั้งในส่วนคุณค่าในตัวเองและทั้งในอิทธิพลที่แผ่ไพศาลออกไปในกฎหมายของชุมชนอื่น ๆ. กฎหมายฮินดูนี้ใช้อยู่ในประเทศอินเดียตลอดมาจนทุกวันนี้, และได้เริ่มแผ่ออกใช้แต่เนิ่นในโบราณกาลในอินโดจีนและอินโดเนเชีย (Indonésia) ศิลาจารึกในประเทศจัมปาครั้งสตวรรษที่ ๑๗ แห่งพุทธศักราชแสดงยืนยันว่า คัมภีร์มนูธรรมศาสตร์ได้ใช้อยู่ในประเทศจัมปาในสมัยนั้น. บรรดาประมวลกฎหมายชะวาฉะบับเก่าที่สุดที่เราได้มาก็อาศัยบัญญัติขึ้นตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในกฎหมายฮินดูเช่นเดียวกันกับบรรดาประมวลกฎหมายเก่าของมอญและพะม่า.{{วว}}<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
pu0x9l1ixxiiir66moa1uj4soyo9xwt
294116
294115
2026-07-26T05:58:51Z
Flamevine
11908
/* Not proofread */
294116
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Flamevine" />{{หสล|๑๐|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>ของชนชาติจีนด้วย ดั่งนี้ในประมวลกฎหมายฉะบับสุดท้ายของจีนที่กล่าวข้างบนนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับลักษณะหนี้ จึ่งมีข้อความเพียงเล็กน้อยที่กล่าวถึงการกู้เงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา, การขายและใช้ทรัพย์สิ่งของที่ได้นำมาฝากไว้ การพบของตกของหายเท่านั้น ในบรรพสุดท้ายของประมวลกฎหมายฉะบับนี้ซึ่งมีลักษณะเป็นกฎหมายอาชญาโดยแท้มีมาตราหนึ่งกล่าวถึงการวางเพลิงโดยประมาท. นอกจากมาตรานี้ ในประมวลกฎหมายจีนฉะบับนี้ก็มิได้มีการกล่าวถึงหลักเกณฑ์อันควรใช้ในเรื่องความรับผิดเพื่อละเมิดอีกเลย. บทบัญญัติต่าง ๆ แทบทั้งหมดที่เกี่ยวในกฎหมายเอกชนมีลักษณะเป็นจารีตรประเพณี และไม่ได้รวบรวมอยู่ในบทกฎหมายลายลักษณ์อักษร. บทบัญญัตินี้ได้เกิดขึ้นตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เพ่งเล็งไปในทางปรัชญา, ธรรมจรรยา และสมาคม ยิ่งกว่าในทางนีติศาสตร์, อาศัยพฤตติการณ์เช่นกล่าวนี้จึ่งทำให้เราเข้าใจได้ว่า ชนชาติจีนมิได้เคยมีความเข้าใจลึกซึ้งแจ่มแจ้งพอที่จะพิเคราะห์กฎหมายไปในแง่ที่เป็นวิทยาอันหนึ่งเลย. ในสมัยโบราณของจีนมิได้เคยปรากฎว่ามีตำราอันเกี่ยวกับวิชากฎหมายสักเล่มเดียว จีนไม่ได้เคยแยกกฎหมายออกเป็นส่วนหนึ่งต่างหาก เพราะฉะนั้นเมื่อมาถึงสมัยนี้จีนได้รู้สึกถึงความจำเป็นที่จะต้องจัดการทำให้ระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนของตนมีลักษณะทันเทียมสมัยแห่งอารยธรรมปัจจุบัน, และเพื่อการนี้จีนจำต้องหันเข้าพึ่งหลักการต่าง ๆ ของการจัดระเบียบในชุมชนซึ่งล้วนเป็นหลักการที่ตนมิได้เคยพบเคยเข้าใจมาแต่ก่อน ๆ เลย. ญี่ปุ่นก็ทำนองเดียวกันกับจีน จำต้องละทิ้งกฎหมายเก่าของตนซึ่งเป็นแต่เพียงกฎหมายของจีนที่ได้ทำการลอกคัดเอามาใช้เท่านั้น เพื่อหันไปหาแบบแผนของกฎหมายอย่างใหม่มาจากที่อื่น
{{กม|ข3|10}}{{สนต|กฎหมายฮินดู}} กฎหมายฮินดูแตกต่างกับกฎหมายจีนมาก และควรจะมีการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งต่างหากในประวัติศาสตร์กฎหมาย. ทั้งนี้ก็โดยกฎหมายฮินดูมีความสำคัญอยู่ทั้งในส่วนคุณค่าในตัวเองและทั้งในอิทธิพลที่แผ่ไพศาลออกไปในกฎหมายของชุมชนอื่น ๆ. กฎหมายฮินดูนี้ใช้อยู่ในประเทศอินเดียตลอดมาจนทุกวันนี้, และได้เริ่มแผ่ออกใช้แต่เนิ่นในโบราณกาลในอินโดจีนและอินโดเนเชีย (Indonésia) ศิลาจารึกในประเทศจัมปาครั้งสตวรรษที่ ๑๗ แห่งพุทธศักราชแสดงยืนยันว่า คัมภีร์มนูธรรมศาสตร์ได้ใช้อยู่ในประเทศจัมปาในสมัยนั้น. บรรดาประมวลกฎหมายชะวาฉะบับเก่าที่สุดที่เราได้มาก็อาศัยบัญญัติขึ้นตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในกฎหมายฮินดูเช่นเดียวกันกับบรรดาประมวลกฎหมายเก่าของมอญและพะม่า.{{วว}}<noinclude>{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
3v61onm55x7be304rvwvo4miqx6rnoq
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/17
250
75718
294024
246939
2026-07-26T04:41:36Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/25]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/17]]: เปลี่ยนชื่อ
246939
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๑๑|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|xxx}}{{สต}}</noinclude>มาก่อนกรุงโรม, แต่ในประเทศกริ๊กนี้ถือกันว่า กฎหมายเป็นส่วนหนึ่งของวิชาสุนทรพากย์หรือของธรรมจรรยา หาได้เคยแยกออกมาเป็นวิทยามีความเป็นอยู่ตามลำพังต่างหากไม่. ยิ่งกว่านั้นพวกกริ๊กใฝ่ใจอยู่ฉะเพาะแต่ในเรื่องจัดวางระเบียบทางการเมืองเสียมากกว่า. ผู้บัญญัติกฎหมายของกริ๊กจะเอาใจใส่กับระเบียบต่าง ๆ ของชุมชน ในส่วนที่เกี่ยวกับเอกชนก็ฉะเพาะเพื่อปรับปรุงให้เหมาะแก่ความคิดเห็นในเรื่องรัฐตามแง่ปรัชญาเท่านั้น. เพราะเหตุนี้แม้ประเทศกริ๊กได้เป็นประเทศอันมีอารยธรรมอันสูงก็ดี กฎหมายเอกชนกริ๊กจึ่งคงอยู่ในขั้นซึ่งออกจะล้าหลัง. อนึ่งส่วนสิ่งที่ดีเป็นที่น่าถือตามและสามารถอำนวยผลได้อย่างดีซึ่งนักปราชญ์กฎหมายกริ๊กได้ค้นคว้าจัดวางไว้นั้น นักนีติศาสตร์โรมันได้รวบรวมรับเอามาไว้ในกฎหมายโรมันหมด.
{{กม|ข3|9}}ยังมีกฎหมายของประเทศผู้ก่อกำเนิดอารยธรรมอันสำคัญอีกสองประเทศที่เราจะผ่านเลยไปโดยไม่กล่าวถึงบ้างนั้นหาได้ไม่. กฎหมายของประเทศทั้งสองนี้อย่างน้อยในชั้นต้นดูเป็นเรื่องที่เราน่าจะต้องทำการศึกษาค้นคว้าไม่น้อยไปกว่ากฎหมายโรมัน. ตามที่กล่าวมานี้ ข้าพเจ้าหมายถึงกฎหมายของประเทศจีนและฮินดู.
{{สนต|ประเทศจีน}} ได้เจริญรุ่งเรืองมาเป็นร้อย ๆ ปีก่อนที่กรุงโรมจะได้สร้างขึ้น แต่ว่าหลักฐานที่แน่นอนอันเราจะพึงอาศัยใช้ค้นคว้าสำหรับศึกษากฎหมายจีนนั้น เมื่อพูดตามส่วนความเก่าแก่ของประเทศแล้ว มีอายุไม่สู้นานนัก. ประมวลกฎหมายจีนที่เรารู้จักเป็นฉะบับแรกได้มีกำเนิดขึ้นในราว พ.ศ. ๑๔๐. ประมวลกฎหมายฉะบับนี้ว่าด้วยกฎหมาย<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
p6q6sci1lltf3eeag2lqjfroatyv2wq
294117
294024
2026-07-26T06:00:55Z
Flamevine
11908
294117
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๑๑|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>หนังสือต่าง ๆ ของฮินดูในเชิงนีติศาสตร์มีอยู่มากและมีอายุนับถอยหลังขึ้นในไปถึงสมัยซึ่งเมื่อกล่าวตามส่วนแล้วนับว่าเก่าแก่ยั่งยืนมานาน, แม้ถึงว่าจะไม่นานเท่าที่เชื่อถอกันมาแต่ก่อน ๆ ก็ดี. ตำรากฎหมายที่เก่าที่สุดซึ่งตกมาถึงเราคือธรรมสูตรของโคตม (Gautama) ธรรมสูตรฉะบับนี้ตามผลของการค้นคว้าครั้งหลังที่สุดคาดว่า ได้แต่งขึ้นในระหว่างหนึ่งสตวรรษก่อนพุทธศักราชกับสตวรรษแรกแห่งพุทธศักราช. ธรรมสูตรของอาปัสตัมพะ (Ápastamaba) และของโพธายน (Baudhyáyana}} ซึ่งตัวบทที่ตกทอดมายังเรา{{ตตฉ|ยังมิ|ยังมี}}อยู่ครบบริบูรณ์เช่นเดิมนั้น ได้มีอายุนับถอยหลังขึ้นไปในราวพุทธศักราช ๑๕๐. ประมวลกฎหมายฮินดูที่มีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาประมวลกฎหมายด้วยกันของฮินดู ซึ่งเรียกว่ามานวธรรมศาสตร์, คือคัมภีร์มนูธรรมศาสตร์นั้น มีอายุมาไม่ก่อน พ.ศ. ๓๕๐, แต่ว่าเป็นประมวลกฎหมายที่ได้สืบเนื่องมาจากธรรมสูตรที่มีอายุแก่กว่ามาก. นอกจากนี้ยังควรจะต้องกล่าวถึงตำราของวิษณุ (Visnusmrti) ซึ่งมีมาก่อนคัมภีร์มนูธรรมศาสตร์ และตำราของยาญชะวัลกยะ (Yájñavaklya) อันได้แต่งภายหลังมนูธรรมศาสตร์ไม่นานเท่าไร กับตำรานารท (Nárada) และพฤหัสบดี (Brhaspati) ด้วย. หนังสือหลักฐานเหล่านี้กับทั้งคำอธิบายอันมีผู้แต่งขึ้นสืบเนื่องแต่โบราณกาลจนถึงปัตยุบันนี้เป็นเหตุให้กฎหมายเก่าของฮินดูเป็นกฎหมายแห่งยุคโบราณกฎหมายหนึ่ง, ที่อำนวยหลักฐานให้เราสามารถศึกษาค้นคว้าได้โดยสะดวก. กฎหมายฮินดูในยุคต้น ๆ เป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะสำคัญหนักไปในทางศาสนา, เช่นเป็นบทจารีตรอันกำหนดหน้าที่ในทางศาสนาของคหบดี, กำหนดข้อปฏิบัติสำหรับพราหมณ์, กำหนดการอันเกี่ยวกับศีลชำระต่าง ๆ ฯลฯ มากกว่าอย่างอื่น. ฉะนั้นการศึกษากฎหมายในหมู่พวกฮินดูจึ่งได้เป็นที่ถือกันเสมอมาว่าเป็นสาขาหนึ่งของการเรียนพระเวท ในคัมภีร์มนูธรรมศาสตร์เป็นต้นได้เริ่มด้วยตำนานกำเนิดของโลก และในบรรดาบทบัญญัติที่บรรจุอยู่ในธรรมศาสตร์คัมภีร์นี้กว่าครึ่งหนึ่งได้เป็นบัญญัติต่าง ๆ ในทางศาสนา. คัมภีร์นี้แบ่งเป็น ๒๑ บรรพ และใน ๑๒ บรรพนั้นมีตัวบทกฎหมายที่แท้จริง คือกฎหมายอาชญาและกฎหมายแพ่ง อยู่เพียง ๒ บรรพ คือบรรพ ๘ และบรรพ ๙ เท่านั้น. อีกประการหนึ่งบรรดานักนีติศาสตร์ฮินดูมุ่งที่จะวางหลักแห่งอุดมคติของชุมชนที่เป็นไปในเชิงศาสนามากยิ่งกว่าจะจัดรวบรวมประมวลกฎหมายให้เป็นระเบียบมีความเกี่ยวโยงติดต่อ. แต่ก็โดยเหตุนี้เองที่กฎหมายฮินดูได้มีลักษณะเป็นบัญญัติที่ตั้งขึ้นไว้เพื่อใช้ได้ทั่วไป ไม่ตกอยู่ในข้อจำกัดบังคับใด ๆ ของจารีตรประเพณีใน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
ip5k4h78s4p7kq9fgdhygkt30ul4xy8
294118
294117
2026-07-26T06:01:04Z
Flamevine
11908
/* Not proofread */
294118
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Flamevine" />{{หสล|๑๑|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>หนังสือต่าง ๆ ของฮินดูในเชิงนีติศาสตร์มีอยู่มากและมีอายุนับถอยหลังขึ้นในไปถึงสมัยซึ่งเมื่อกล่าวตามส่วนแล้วนับว่าเก่าแก่ยั่งยืนมานาน, แม้ถึงว่าจะไม่นานเท่าที่เชื่อถอกันมาแต่ก่อน ๆ ก็ดี. ตำรากฎหมายที่เก่าที่สุดซึ่งตกมาถึงเราคือธรรมสูตรของโคตม (Gautama) ธรรมสูตรฉะบับนี้ตามผลของการค้นคว้าครั้งหลังที่สุดคาดว่า ได้แต่งขึ้นในระหว่างหนึ่งสตวรรษก่อนพุทธศักราชกับสตวรรษแรกแห่งพุทธศักราช. ธรรมสูตรของอาปัสตัมพะ (Ápastamaba) และของโพธายน (Baudhyáyana}} ซึ่งตัวบทที่ตกทอดมายังเรา{{ตตฉ|ยังมิ|ยังมี}}อยู่ครบบริบูรณ์เช่นเดิมนั้น ได้มีอายุนับถอยหลังขึ้นไปในราวพุทธศักราช ๑๕๐. ประมวลกฎหมายฮินดูที่มีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาประมวลกฎหมายด้วยกันของฮินดู ซึ่งเรียกว่ามานวธรรมศาสตร์, คือคัมภีร์มนูธรรมศาสตร์นั้น มีอายุมาไม่ก่อน พ.ศ. ๓๕๐, แต่ว่าเป็นประมวลกฎหมายที่ได้สืบเนื่องมาจากธรรมสูตรที่มีอายุแก่กว่ามาก. นอกจากนี้ยังควรจะต้องกล่าวถึงตำราของวิษณุ (Visnusmrti) ซึ่งมีมาก่อนคัมภีร์มนูธรรมศาสตร์ และตำราของยาญชะวัลกยะ (Yájñavaklya) อันได้แต่งภายหลังมนูธรรมศาสตร์ไม่นานเท่าไร กับตำรานารท (Nárada) และพฤหัสบดี (Brhaspati) ด้วย. หนังสือหลักฐานเหล่านี้กับทั้งคำอธิบายอันมีผู้แต่งขึ้นสืบเนื่องแต่โบราณกาลจนถึงปัตยุบันนี้เป็นเหตุให้กฎหมายเก่าของฮินดูเป็นกฎหมายแห่งยุคโบราณกฎหมายหนึ่ง, ที่อำนวยหลักฐานให้เราสามารถศึกษาค้นคว้าได้โดยสะดวก. กฎหมายฮินดูในยุคต้น ๆ เป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะสำคัญหนักไปในทางศาสนา, เช่นเป็นบทจารีตรอันกำหนดหน้าที่ในทางศาสนาของคหบดี, กำหนดข้อปฏิบัติสำหรับพราหมณ์, กำหนดการอันเกี่ยวกับศีลชำระต่าง ๆ ฯลฯ มากกว่าอย่างอื่น. ฉะนั้นการศึกษากฎหมายในหมู่พวกฮินดูจึ่งได้เป็นที่ถือกันเสมอมาว่าเป็นสาขาหนึ่งของการเรียนพระเวท ในคัมภีร์มนูธรรมศาสตร์เป็นต้นได้เริ่มด้วยตำนานกำเนิดของโลก และในบรรดาบทบัญญัติที่บรรจุอยู่ในธรรมศาสตร์คัมภีร์นี้กว่าครึ่งหนึ่งได้เป็นบัญญัติต่าง ๆ ในทางศาสนา. คัมภีร์นี้แบ่งเป็น ๒๑ บรรพ และใน ๑๒ บรรพนั้นมีตัวบทกฎหมายที่แท้จริง คือกฎหมายอาชญาและกฎหมายแพ่ง อยู่เพียง ๒ บรรพ คือบรรพ ๘ และบรรพ ๙ เท่านั้น. อีกประการหนึ่งบรรดานักนีติศาสตร์ฮินดูมุ่งที่จะวางหลักแห่งอุดมคติของชุมชนที่เป็นไปในเชิงศาสนามากยิ่งกว่าจะจัดรวบรวมประมวลกฎหมายให้เป็นระเบียบมีความเกี่ยวโยงติดต่อ. แต่ก็โดยเหตุนี้เองที่กฎหมายฮินดูได้มีลักษณะเป็นบัญญัติที่ตั้งขึ้นไว้เพื่อใช้ได้ทั่วไป ไม่ตกอยู่ในข้อจำกัดบังคับใด ๆ ของจารีตรประเพณีใน<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
chaj4i49oujpvtk850aofaunw89pg8c
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/18
250
75719
294026
246945
2026-07-26T04:41:43Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/26]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/18]]: เปลี่ยนชื่อ
246945
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๑๒|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|บทนำทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>อาชญาโดยฉะเพาะแต่อย่างเดียว และแบ่งออกเป็น ๖ ภาค. สองร้อยปีต่อมาได้มีการเพิ่มเติมบทบัญญัติขึ้นในประมวลกฎหมายนี้อีกสามภาค ในทั้งสามภาคนี้มีอยู่ภาคหนึ่งซึ่งกล่าวถึงระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนในทางกฎหมายแพ่ง, คือ กล่าวถึงกฎหมายว่าด้วยการสำมะโนครัว ซึ่งมีบทบัญญัติอันว่าด้วยการสมรสรวมอยู่, ประมวลกฎหมายฉะบับนี้ได้เรียกกันว่า “ประมวลเก้าภาค” ประมวลนี้คงได้ใช้เป็นเค้าโครงเดิมของการร่างประมวลกฎหมายที่สำคัญ ๆ ของจีนในเวลาต่อมา, ประมวลที่สำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นเวลาต่อมานี้คือฉะบับที่ได้จัดทำขึ้นใน พ.ศ. ๑๑๙๗ ในสมัยของราชวงศ์ถัง อันเป็นราชวงศ์ใหญ่ราชวงศ์หนึ่งของจีน. เค้าโครงและส่วนใหญ่แห่งข้อบังคับต่าง ๆ ของประมวลกฎหมายฉะบับนี้ กษัตริย์ในราชวงศ์ต่อ ๆ มาของจีนได้รับเอามาปรับปรุงถือตามเป็นลำดับมา. อาศัยที่ชนชาติจีนมีอุปนิสสัยสงวนรักษาอารยธรรมของตนมิให้เสื่อมสูญ บรรดาประมวลกฎหมายที่เกิดขึ้นในสมัยของราชวงศ์ต่าง ๆ จึ่งยังมีบทบัญญัติติดต่อกันมาพร้อมด้วยพื้นเพอันกลมเกลียวแน่นแฟ้นเกือบครบถ้วนไม่ขาดมาจนถึงสมัยปัจจุบันนี้ การแก้ไขบางส่วนซึ่งได้ทำในรัชชกาลต่าง ๆ มีอยู่แต่เล็กน้อย. กฎหมายของจีนที่เกิดขึ้นในสมัยต่าง ๆ กันเหล่านี้ได้มีรัศมีแผ่ออกไปโดยรอบอย่างไพศาล มีอิทธิพลอยู่เหนือกฎหมายของญวน เกาหลี และญี่ปุ่นเป็นต้น. ชนชาติแมนจูซึ่งได้มามีอำนาจขึ้นในประเทศจีนเมื่อ พ.ศ. ๒๑๘๖ ตลอดมาจนถึง พ.ศ. ๒๔๕๕ ได้ประกาศใช้ประมวลกฎหมายฉะบับใหม่ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๑๘๙ ประมวลกฎหมายฉะบับนี้ได้ชำระและพิมพ์ขึ้นครั้งหลังที่สุดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๓ เป็นงานใหญ่โตทางกฎหมาย โดยคลุมครอบ<noinclude>{{หสล|{{สี|white|๑๒}}|4=ม.ธ.ก.|5=ม.ธ.ก.}}</noinclude>
g3b3p3sshymxu2y8ffgc4pd3562lh59
294119
294026
2026-07-26T06:02:31Z
Flamevine
11908
294119
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๑๒|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>ประเทศฮินดูโดยฉะเพาะ อาศัยลักษณะอันนี้กฎหมายฮินดูจึ่งได้เป็นที่นิยมแผ่ไพศาลไปในภาคตะวันตกออกไกล. นอกจากนั้นประเทศอินเดียได้มีนักนีติศาสตร์ที่แท้จริงซึ่งได้อุททิศตนเพื่อความรู้ในวิชากฎหมายเป็นพิเศษ ได้จัดวิชากฎหมายให้เป็นแบบระเบียบ และทำให้ความรู้แผนกนี้เจริญขึ้น. เมื่อยกกฎหมายโรมันออกเสียแล้ว เราคงไม่พบชุนชนชาติใดที่ได้พยายามจัดให้กฎหมายเป็นวิทยาศาสตร์ขึ้นยิ่งกว่าชุมชนชาติฮินดูเลย. ความพยายามนี้ไม่ไร้ผล เพราะในต่อไปเมื่อข้าพเจ้าจะบรรยายถึงกฎหมายเก่าของไทย ท่านจะเห็นว่า ในกฎหมายเก่าของไทยนี้ได้มีร่องรอยของกฎหมายฮินดูปรากฎอยู่ทุกขณะ<ref>สำหรับให้นักศึกษาได้แนวความคิดเกี่ยวกับกฎหมายฮินดู ควรอ่านหนังสื{{ปตปต|อ}}ของ Julius Jolly: Recht und Sitte แปลเป็นภาษาอังกฤษชื่อว่า Hindu Law and Custom (Calcutta 1928)</ref>
{{กสต|คุณค่าอันเป็นพิเศษของกฎหมายโรมัน|120}}
{{กม|ข3|11}}ในบรรดากฎหมายโบราณทั้งหลาย กฎหมายโรมันมีคุณค่าพิเศษซึ่งเป็นผลที่เนื่องมาจากเหตุในทางต่าง ๆ กัน.
{{กม|ข3|๑}}ในทางประวัติศาสตร์กฎหมาย, กฎหมายโรมันได้มีอายุสืบเนื่องติดต่อมาเป็นระยะเวลานาน, คือ ๑๓ สตวรรษ เริ่มตั้งแต่สร้างกรุงโรม (๒๑๑ ปีก่อนพุทธกาล) จนถึงปีที่พระจักรพรรดิราชยูสตีนีอานูส (Justinianus) สิ้นพระชนม์แล้ว (พ.ศ. ๑๑๐๘). ในยุคต้น ๆ กฎหมายโรมันไม่มีลักษณะแตกต่างกับบรรดากฎหมายของชุนชนอื่นที่มีอยู่ในครั้งโบราณ, แต่ว่าเป็นกฎหมายที่ได้รับการเพิ่มเติมและแก้ไขให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเป็นลำดับอยู่เนืองนิจ. เมื่อแรกเริ่มทีเดียวชาวโรมันมีอำนาจอยู่แต่ภายในนครย่อม ๆ นครหนึ่งเท่านั้น แต่ครั้นแล้วก็ได้ค่อย ๆ แผ่ออกทีละเล็กทีละน้อยจนเกือบคลุมครอบตลอดทั่วทวีปยุโรปกับอีกส่วนหนึ่งของภาคบูรพทิศด้วย. อาศัยที่กรุงโรงได้มีหลักฐานอันเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับวิชากฎหมายอยู่มากหลาย, เราจึ่งสามารถสืบสาวติดตามทราบถึงความเจริญในเชิงระเบียบต่าง ๆ ของชุมชนชาวโรมันได้ดีกว่าของชนชาติอื่น ๆ ในสมัยโบราณ.
{{กม|ข3|๒}}ในทางคุณค่าที่มีอยู่ในตัวเองนั้น กฎหมายโรมันมีคุณค่าสูงกว่ากฎหมายของชุมชนใด ๆ ในสมัยโบราณทั้งสิ้นโดยปราศจากข้อที่จะพึงโต้เถียงได้. ชาวโรมันมีนิสสัยเป็นนักนีติศาสตร์โดยแท้ เป็นชนชาติที่สามารถจัดกฎหมายเป็นวิทยาะฉะเพาะอันหนึ่งแยก<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
6cjzfx4q9r4y8m6mv9a5v3tn4c4uevp
294120
294119
2026-07-26T06:02:43Z
Flamevine
11908
/* Not proofread */
294120
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Flamevine" />{{หสล|๑๒|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>ประเทศฮินดูโดยฉะเพาะ อาศัยลักษณะอันนี้กฎหมายฮินดูจึ่งได้เป็นที่นิยมแผ่ไพศาลไปในภาคตะวันตกออกไกล. นอกจากนั้นประเทศอินเดียได้มีนักนีติศาสตร์ที่แท้จริงซึ่งได้อุททิศตนเพื่อความรู้ในวิชากฎหมายเป็นพิเศษ ได้จัดวิชากฎหมายให้เป็นแบบระเบียบ และทำให้ความรู้แผนกนี้เจริญขึ้น. เมื่อยกกฎหมายโรมันออกเสียแล้ว เราคงไม่พบชุนชนชาติใดที่ได้พยายามจัดให้กฎหมายเป็นวิทยาศาสตร์ขึ้นยิ่งกว่าชุมชนชาติฮินดูเลย. ความพยายามนี้ไม่ไร้ผล เพราะในต่อไปเมื่อข้าพเจ้าจะบรรยายถึงกฎหมายเก่าของไทย ท่านจะเห็นว่า ในกฎหมายเก่าของไทยนี้ได้มีร่องรอยของกฎหมายฮินดูปรากฎอยู่ทุกขณะ<ref>สำหรับให้นักศึกษาได้แนวความคิดเกี่ยวกับกฎหมายฮินดู ควรอ่านหนังสื{{ปตปต|อ}}ของ Julius Jolly: Recht und Sitte แปลเป็นภาษาอังกฤษชื่อว่า Hindu Law and Custom (Calcutta 1928)</ref>
{{กสต|คุณค่าอันเป็นพิเศษของกฎหมายโรมัน|120}}
{{กม|ข3|11}}ในบรรดากฎหมายโบราณทั้งหลาย กฎหมายโรมันมีคุณค่าพิเศษซึ่งเป็นผลที่เนื่องมาจากเหตุในทางต่าง ๆ กัน.
{{กม|ข3|๑}}ในทางประวัติศาสตร์กฎหมาย, กฎหมายโรมันได้มีอายุสืบเนื่องติดต่อมาเป็นระยะเวลานาน, คือ ๑๓ สตวรรษ เริ่มตั้งแต่สร้างกรุงโรม (๒๑๑ ปีก่อนพุทธกาล) จนถึงปีที่พระจักรพรรดิราชยูสตีนีอานูส (Justinianus) สิ้นพระชนม์แล้ว (พ.ศ. ๑๑๐๘). ในยุคต้น ๆ กฎหมายโรมันไม่มีลักษณะแตกต่างกับบรรดากฎหมายของชุนชนอื่นที่มีอยู่ในครั้งโบราณ, แต่ว่าเป็นกฎหมายที่ได้รับการเพิ่มเติมและแก้ไขให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเป็นลำดับอยู่เนืองนิจ. เมื่อแรกเริ่มทีเดียวชาวโรมันมีอำนาจอยู่แต่ภายในนครย่อม ๆ นครหนึ่งเท่านั้น แต่ครั้นแล้วก็ได้ค่อย ๆ แผ่ออกทีละเล็กทีละน้อยจนเกือบคลุมครอบตลอดทั่วทวีปยุโรปกับอีกส่วนหนึ่งของภาคบูรพทิศด้วย. อาศัยที่กรุงโรงได้มีหลักฐานอันเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับวิชากฎหมายอยู่มากหลาย, เราจึ่งสามารถสืบสาวติดตามทราบถึงความเจริญในเชิงระเบียบต่าง ๆ ของชุมชนชาวโรมันได้ดีกว่าของชนชาติอื่น ๆ ในสมัยโบราณ.
{{กม|ข3|๒}}ในทางคุณค่าที่มีอยู่ในตัวเองนั้น กฎหมายโรมันมีคุณค่าสูงกว่ากฎหมายของชุมชนใด ๆ ในสมัยโบราณทั้งสิ้นโดยปราศจากข้อที่จะพึงโต้เถียงได้. ชาวโรมันมีนิสสัยเป็นนักนีติศาสตร์โดยแท้ เป็นชนชาติที่สามารถจัดกฎหมายเป็นวิทยาะฉะเพาะอันหนึ่งแยก<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
b8hf355z5zowdku5fk54hqpg0d4e281
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/19
250
75720
294028
246951
2026-07-26T04:41:50Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/27]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/19]]: เปลี่ยนชื่อ
246951
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๑๓|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|xxx}}{{สต}}</noinclude>กิจการงานต่าง ๆ ของรัฐบาลและของเอกชนทุก ๆ แผนก<ref>ขอกล่าวไว้ด้วยว่า ประมวลกฎหมายนี้ บาดหลวงกีบูแลส์ (Guy Boulais) ได้แปลออกเป็นภาษาฝรั่งเศสโดยใช้ชื่อว่า “Manuel de Code Chinois”</ref> แต่ว่าในประมวลกฎหมายนี้เช่นเดียวกันกับในประมวลฉะบับก่อน ๆ, ผู้บัญญัติกฎหมายจีนได้เดินตามแนวคิดเห็นโดยฉะเพาะเหมาะแก่สภาพความคิดเห็นเป็นพิเศษของจีนอย่างหนึ่ง, คือสำหรับชนชาติจีนนั้นเป็นที่ถือกันว่า กฎหมายนั้นย่อมคงปะปนแยกออกไม่ได้จากการลงโทษทางอาชญา. กฎหมายกับอาชญาต้องคู่กันไป. อีกนัยหนึ่งก็คือกฎหมายได้แก่วิธีการบังคับกำหนดโทษอันจำเป็นต้องจัดขึ้นเพื่อให้บรรดาผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของประชาคมจีน มีคนต่างด้าวเป็นต้น อยู่ในความเรียบร้อยอย่างกวดขัน. ส่วนพลเมืองจีนที่ดี, ชาวจีนที่แท้จริงนั้น ไม่จำต้องมีบทกฎหมายสำหรับบังคับความประพฤติของเขา เพราะเขาดำเนินชีวิตตามจารีตรต่าง ๆ อันมีอยู่แต่ดึกดำบรรพ์และที่เขาถือว่าเป็นข้อบังคับแห่งธรรมชาติ. แต่ธรรมชาตินั้นล้วนเป็นวัตถุแห่งปรัชญาวิทยา ๆ นั้นเองสอนให้ชาวจีนรู้ถึงข้อบังคับแห่งธรรมชาติว่าเป็นอย่างไร ฉะนั้นปรัชญาวิทยาจึ่งอยู่ในฐานะที่ใช้เป็นกฎหมายได้หรือทำให้กฎหมายไม่มีประโยชน์เสียเลย เนื่องจากแนวความคิดอันนี้ประมวลกฎหมายจีนจึ่งมีลักษณะอันสำคัญเป็นประมวลกฎหมายอาชญา, และหากจะมีลักษณะพาดิพิงกล่าวถึงกฎหมายเอกชนบ้างก็ต่อเมื่อบทบัญญัติของกฎหมายเอกชนที่นำมากล่าวไว้นั้นจำจะต้องประกอบด้วยการลงโทษทางอาชญา จริงอยู่กฎหมายของชุมชนต่าง ๆ ในครั้งโบราณย่อมจะมีลักษณะเป็นกฎหมายอาชญาทั้งสิ้น, แต่ถึงกระ<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
mgizatwzg7lojunkx4rs2r2450rhjys
294121
294028
2026-07-26T06:04:46Z
Flamevine
11908
294121
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๑๓|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>ออกต่างหากจากศาสนาและธรรมจรรยาได้, ไม่มีในชุมชนใดที่กฎหมายจะได้ถูกจัดให้เข้าระเบียบและมีแบบแผนทางดำเนินได้เป็นอย่างดีถึงขั้นสูงเช่นในชุมชนชาวโรมัน. ชาวโรมันเป็นพวกแรกที่ได้เข้าจัดการบ้านเมืองของชนชาติต่าง ๆ ที่ตนได้รบชะนะให้อยู่ราบรื่นเรียบร้อย. ฉะนั้นกฎหมายของชาวโรมันได้ค่อย ๆ ผ่อนผันหันเข้าลงรูปกับสภาพแห่งความเป็นอยู่ของชนชาติต่าง ๆ ที่มีการดำเนินชีวิตผิดแผกแตกต่างกันอย่างมาก ๆ ได้และกลายเป็นกรอบ, เป็นข้อบังคับทั่วไปที่อาจใช้ได้แก่มนุษย์ชาติโดยไม่จำกัดเหล่าจำกัดพวก โดยเหตุนี้จึ่งได้ถือกันว่า กฎหมายโรมันนั้นเป็นแบบของวิทยาศาสตร์กฎหมาย หรือนีติศาสตร์, คุณค่าอันเลิศนี้ได้ทำให้กฎหมายโรมันได้ขนานนามว่าเป็น “คัมภีร์แห่งสติปัญญา” (ratio scripta)
{{กม|ข3|๓}}เมื่อจักรพรรดิโรมันได้สูญสิ้นไปแล้ว แต่กฎหมายโรมันยังคงอยู่ ประการแรกเพราะว่ากฎหมายโรมันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับแก่ชนชาติต่าง ๆ ที่ได้ตกอยู่ใต้อำนาจของกรุงโรม. และอีกประการหนึ่งเพราะว่ากฎหมายโรมันเป็นต้นแบบของกฎหมายดั่งได้กล่าวแล้วข้างต้น, กฎหมายของประเทศต่าง ๆ ในยุโรปจึ่งได้ตกอยู่ในอิทธิพลของกฎหมายโรมันซึ่งได้ซึมซราบแทรกซึ้งเข้าไป กฎหมายโรมันเป็นประดุจกฎหมายกลางของบรรดาประเทศในยุโรป, และโดยฉะเพาะกฎหมายของบรรดาประเทศที่ตั้งอยู่บนคอนติเนนต์อันเป็นประเทศที่กฎหมายโรมันได้แทรกซึมซาบเข้าไปมาก. แนวความคิดในเชิงกฎหมายของประเทศเหล่านี้ ส่วนที่เกี่ยวกับหนี้และกรรมสิทธิ์เป็นต้น ไม่สู้จะมีความแตกต่างกันกับแนวความคิดเห็นของนักนีติศาสตร์โรมันแต่อย่างใด. ฉะนั้นในเมื่อพิจารณาในแง่ที่ได้รับเอาหลักกฎหมายของประเทศยุโรปมาเป็นแนวเค้าโครงในการร่างกฎหมายไทย, เราอาจกล่าวได้ว่า กฎหมายโรมันได้เป็นมูลรากอย่างห่าง ๆ ของกฎหมายไทยปัจจุบัน, เช่นเดียวกับที่ได้เป็นมาแล้วแก่กฎหมายญี่ปุ่นและจีนอันเป็นกฎหมายที่ได้รับเอากฎหมายคอนติเนนต์ของยุโรปเป็นหลักเช่นเดียวกับกฎหมายไทย.
{{มปก}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
65u22srgm3mgxi3015mhork6fpy2yx5
294122
294121
2026-07-26T06:05:00Z
Flamevine
11908
/* Not proofread */
294122
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Flamevine" />{{หสล|๑๓|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}</noinclude>ออกต่างหากจากศาสนาและธรรมจรรยาได้, ไม่มีในชุมชนใดที่กฎหมายจะได้ถูกจัดให้เข้าระเบียบและมีแบบแผนทางดำเนินได้เป็นอย่างดีถึงขั้นสูงเช่นในชุมชนชาวโรมัน. ชาวโรมันเป็นพวกแรกที่ได้เข้าจัดการบ้านเมืองของชนชาติต่าง ๆ ที่ตนได้รบชะนะให้อยู่ราบรื่นเรียบร้อย. ฉะนั้นกฎหมายของชาวโรมันได้ค่อย ๆ ผ่อนผันหันเข้าลงรูปกับสภาพแห่งความเป็นอยู่ของชนชาติต่าง ๆ ที่มีการดำเนินชีวิตผิดแผกแตกต่างกันอย่างมาก ๆ ได้และกลายเป็นกรอบ, เป็นข้อบังคับทั่วไปที่อาจใช้ได้แก่มนุษย์ชาติโดยไม่จำกัดเหล่าจำกัดพวก โดยเหตุนี้จึ่งได้ถือกันว่า กฎหมายโรมันนั้นเป็นแบบของวิทยาศาสตร์กฎหมาย หรือนีติศาสตร์, คุณค่าอันเลิศนี้ได้ทำให้กฎหมายโรมันได้ขนานนามว่าเป็น “คัมภีร์แห่งสติปัญญา” (ratio scripta)
{{กม|ข3|๓}}เมื่อจักรพรรดิโรมันได้สูญสิ้นไปแล้ว แต่กฎหมายโรมันยังคงอยู่ ประการแรกเพราะว่ากฎหมายโรมันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับแก่ชนชาติต่าง ๆ ที่ได้ตกอยู่ใต้อำนาจของกรุงโรม. และอีกประการหนึ่งเพราะว่ากฎหมายโรมันเป็นต้นแบบของกฎหมายดั่งได้กล่าวแล้วข้างต้น, กฎหมายของประเทศต่าง ๆ ในยุโรปจึ่งได้ตกอยู่ในอิทธิพลของกฎหมายโรมันซึ่งได้ซึมซราบแทรกซึ้งเข้าไป กฎหมายโรมันเป็นประดุจกฎหมายกลางของบรรดาประเทศในยุโรป, และโดยฉะเพาะกฎหมายของบรรดาประเทศที่ตั้งอยู่บนคอนติเนนต์อันเป็นประเทศที่กฎหมายโรมันได้แทรกซึมซาบเข้าไปมาก. แนวความคิดในเชิงกฎหมายของประเทศเหล่านี้ ส่วนที่เกี่ยวกับหนี้และกรรมสิทธิ์เป็นต้น ไม่สู้จะมีความแตกต่างกันกับแนวความคิดเห็นของนักนีติศาสตร์โรมันแต่อย่างใด. ฉะนั้นในเมื่อพิจารณาในแง่ที่ได้รับเอาหลักกฎหมายของประเทศยุโรปมาเป็นแนวเค้าโครงในการร่างกฎหมายไทย, เราอาจกล่าวได้ว่า กฎหมายโรมันได้เป็นมูลรากอย่างห่าง ๆ ของกฎหมายไทยปัจจุบัน, เช่นเดียวกับที่ได้เป็นมาแล้วแก่กฎหมายญี่ปุ่นและจีนอันเป็นกฎหมายที่ได้รับเอากฎหมายคอนติเนนต์ของยุโรปเป็นหลักเช่นเดียวกับกฎหมายไทย.
{{มปก}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
7mfxqv8uysybuuwh5d68adw9arac67z
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/20
250
75721
294030
246957
2026-07-26T04:42:00Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/28]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/20]]: เปลี่ยนชื่อ
246957
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๑๔|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|บทนำทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>นั้น สำหรับในกฎหมายจีน ลักษณะอันเป็นกฎหมายอาชญาได้มีปรากฎเด่นชัดยิ่งกว่าในกฎหมายของชุมชนอื่นใดทั้งสิ้น. ทั้งนี้ก็เพราะลักษณะอันนี้ได้ประกอบเป็นส่วนหนึ่งแห่งระบอบกฎหมายของจีน และเป็นแง่แห่งความคิดเห็นอันหนึ่งของชนชาติจีนด้วย ดั่งนี้ในประมวลกฎหมายฉะบับสุดท้ายของจีนที่กล่าวข้างบนนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับลักษณะหนี้ จึ่งมีข้อความเพียงเล็กน้อยที่กล่าวถึงการกู้เงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา, การขายและใช้ทรัพย์สิ่งของที่ได้นำมาฝากไว้ การพบของตกของหายเท่านั้น ในบรรพสุดท้ายของประมวลกฎหมายฉะบับนี้ซึ่งมีลักษณะเป็นกฎหมายอาชญาโดยแท้มีมาตราหนึ่งกล่าวถึงการวางเพลิงโดยประมาท. นอกจากมาตรานี้ ในประมวลกฎหมายจีนฉะบับนี้ก็มิได้มีการกล่าวถึงหลักเกณฑ์อันควรใช้ในเรื่องความรับผิดเพื่อละเมิดอีกเลย. บทบัญญัติต่าง ๆ แทบทั้งหมดที่เกี่ยวในกฎหมายเอกชนมีลักษณะเป็นจารีตรประเพณี และไม่ได้รวบรวมอยู่ในบทกฎหมายลายลักษณ์อักษร. บทบัญญัตินี้ได้เกิดขึ้นตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เพ่งเล็งไปในทางปรัชญา, ธรรมจรรยา และสมาคม ยิ่งกว่าในทางนีติศาสตร์, อาศัยพฤตติการณ์เช่นกล่าวนี้จึ่งทำให้เราเข้าใจได้ว่า ชนชาติจีนมิได้เคยมีความเข้าใจลึกซึ้งแจ่มแจ้งพอที่จะพิเคราะห์กฎหมายไปในแง่ที่เป็นวิทยาอันหนึ่งเลย. ในสมัยโบราณของจีนมิได้เคยปรากฎว่ามีตำราอันเกี่ยวกับวิชากฎหมายสักเล่มเดียว จีนไม่ได้เคยแยกกฎหมายออกเป็นส่วนหนึ่งต่างหาก เพราะฉะนั้นเมื่อมาถึงสมัยนี้จีนได้รู้สึกถึงความจำเป็นที่จะต้องจัดการทำให้ระเบียบต่าง ๆ แห่งชุมชนของตนมีลักษณะทันเทียมสมัยแห่งอารยธรรมปัจจุบัน, และเพื่อการนี้จีนจำต้องหันเข้าพึ่งหลักการต่าง ๆ ของ<noinclude>{{หสล|{{สี|white|๑๔}}|4=ม.ธ.ก.|5=ม.ธ.ก.}}</noinclude>
8ws37wip5lqzctondrqkx3fstaluqp4
294123
294030
2026-07-26T06:09:17Z
Flamevine
11908
/* Without text */
294123
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="0" user="Flamevine" /></noinclude><noinclude></noinclude>
qopud08sil4ofdud7kc4151q5685a80
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/21
250
75722
294032
247028
2026-07-26T04:42:19Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/29]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/21]]: เปลี่ยนชื่อ
247028
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๑๕|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|xxx}}{{สต}}</noinclude>การจัดระเบียบในชุมชนซึ่งล้วนเป็นหลักการที่ตนมิได้เคยพบเคยเข้าใจมาแต่ก่อน ๆ เลย. ญี่ปุ่นก็ทำนองเดียวกันกับจีน จำต้องละทิ้งกฎหมายเก่าของตนซึ่งเป็นแต่เพียงกฎหมายของจีนที่ได้ทำการลอกคัดเอามาใช้เท่านั้น เพื่อหันไปหาแบบแผนของกฎหมายอย่างใหม่มาจากที่อื่น
{{กม|ข3|10}}{{สนต|กฎหมายฮินดู}} กฎหมายฮินดูแตกต่างกับกฎหมายจีนมาก และควรจะมีการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งต่างหากในประวัติศาสตร์กฎหมาย. ทั้งนี้ก็โดยกฎหมายฮินดูมีความสำคัญอยู่ทั้งในส่วนคุณค่าในตัวเองและทั้งในอิทธิพลที่แผ่ไพศาลออกไปในกฎหมายของชุมชนอื่น ๆ. กฎหมายฮินดูนี้ใช้อยู่ในประเทศอินเดียตลอดมาจนทุกวันนี้, และได้เริ่มแผ่ออกใช้แต่เนิ่นในโบราณกาลในอินโดจีนและ{{ตตฉ|อินโดเนเชีย}}<ref>{{กม|ปวศ|1|อินโดเนเชีย|อินโดเนเซีย}}</ref> (Indonésia) ศิลาจารึกในประเทศจัมปาครั้งสตวรรษที่ ๑๗ แห่งพุทธศักราชแสดงยืนยันว่า คัมภีร์มนูธรรมศาสตร์ได้ใช้อยู่ในประเทศจัมปาในสมัยนั้น. บรรดาประมวลกฎหมายชะวาฉะบับเก่าที่สุดที่เราได้มาก็อาศัยบัญญัติขึ้นตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในกฎหมายฮินดูเช่นเดียวกันกับบรรดาประมวลกฎหมายเก่าของมอญและพะม่า. หนังสือต่าง ๆ ของฮินดูในเชิงนีติศาสตร์มีอยู่มากและมีอายุนับถอยหลังขึ้นในไปถึงสมัยซึ่งเมื่อกล่าวตามส่วนแล้วนับว่าเก่าแก่ยั่งยืนมานาน, แม้ถึงว่าจะไม่นานเท่าที่เชื่อถอกันมาแต่ก่อน ๆ ก็ดี. ตำรากฎหมายที่เก่าที่สุดซึ่งตกมาถึงเราคือธรรมสูตรของ{{ตตฉ|โคตม}}<ref>{{กม|ปวศ|1|โคตม|เคาตม}}</ref> (Gautama) ธรรมสูตรฉะบับนี้ตามผลของการค้นคว้าครั้งหลังที่สุดคาดว่า ได้แต่งขึ้นในระหว่างหนึ่งสตวรรษก่อนพุทธศักราชกับสตวรรษแรกแห่งพุทธศักราช. ธรรมสูตรของอาปัสตัมพะ (Ápastamaba) และของ{{ตตฉ|โพธายน}}<ref>{{กม|ปวศ|1|โพธายน|เพาธายน}}</ref> ({{ตตฉ|Baudhyáyana}}<ref>{{กม|ปวศ|1|Baudhyáyana|Baudháyana}}</ref> ซึ่งตัวบทที่ตกทอดมายังเรา<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
4otypxw68czk362so6k63hfygu24hvg
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/22
250
75724
294034
246996
2026-07-26T04:42:26Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/30]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/22]]: เปลี่ยนชื่อ
246996
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๑๖|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|บทนำทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>{{ตตฉ|ยังมิ|ยังมี}}อยู่ครบบริบูรณ์เช่นเดิมนั้น ได้มีอายุนับถอยหลังขึ้นไปในราวพุทธศักราช ๑๕๐. ประมวลกฎหมายฮินดูที่มีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาประมวลกฎหมายด้วยกันของฮินดู ซึ่งเรียกว่ามานวธรรมศาสตร์, คือคัมภีร์มนูธรรมศาสตร์นั้น มีอายุมาไม่ก่อน พ.ศ. ๓๕๐, แต่ว่าเป็นประมวลกฎหมายที่ได้สืบเนื่องมาจากธรรมสูตรที่มีอายุแก่กว่ามาก. นอกจากนี้ยังควรจะต้องกล่าวถึงตำราของวิษณุ (Visnusmrti) ซึ่งมีมาก่อนคัมภีร์มนูธรรมศาสตร์ และตำราของยาญชะวัลกยะ ({{ตตฉ|Yájñavaklya}})<ref>{{กม|ปวศ|1|Yájñavaklya|Yájñavalkya}}</ref> อันได้แต่งภายหลังมนูธรรมศาสตร์ไม่นานเท่าไร กับ{{ตตฉ|ตำรา}}<ref>{{กม|ปวศ|1|ตำรา|ตำราของ}}</ref> นารท (Nárada) และพฤหัสบดี (Brhaspati) ด้วย. หนังสือหลักฐานเหล่านี้กับทั้งคำอธิบายอันมีผู้แต่งขึ้นสืบเนื่องแต่โบราณกาลจนถึงปัตยุบันนี้เป็นเหตุให้กฎหมายเก่าของฮินดูเป็นกฎหมายแห่งยุคโบราณกฎหมายหนึ่ง, ที่อำนวยหลักฐานให้เราสามารถศึกษาค้นคว้าได้โดยสะดวก. กฎหมายฮินดูในยุคต้น ๆ เป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะสำคัญหนักไปในทางศาสนา, เช่นเป็นบทจารีตรอันกำหนดหน้าที่ในทางศาสนาของคหบดี, กำหนดข้อปฏิบัติสำหรับพราหมณ์, กำหนดการอันเกี่ยวกับศีลชำระต่าง ๆ ฯลฯ มากกว่าอย่างอื่น. ฉะนั้นการศึกษากฎหมายในหมู่พวกฮินดูจึ่งได้เป็นที่ถือกันเสมอมาว่าเป็นสาขาหนึ่งของการเรียนพระเวท ในคัมภีร์มนูธรรมศาสตร์เป็นต้นได้เริ่มด้วยตำนานกำเนิดของโลก และในบรรดาบทบัญญัติที่บรรจุอยู่ในธรรมศาสตร์คัมภีร์นี้กว่าครึ่งหนึ่งได้เป็นบัญญัติต่าง ๆ ในทางศาสนา. คัมภีร์นี้แบ่งเป็น {{ตตฉ|๒๑}}<ref>{{กม|ปวศ|1|๒๑|๑๒}}</ref> บรรพ และใน ๑๒ บรรพนั้นมีตัวบทกฎหมายที่แท้จริง คือกฎหมายอาชญาและกฎหมายแพ่ง อยู่เพียง ๒ บรรพ คือบรรพ ๘ และบรรพ ๙{{วว}}<noinclude>{{หสล|{{สี|white|๑๖}}|4=ม.ธ.ก.|5=ม.ธ.ก.}}
{{รกออ}}</noinclude>
t3mvq7woyj839f8zou0rls8ashaepu7
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/23
250
75725
294036
247004
2026-07-26T04:42:34Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/31]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/23]]: เปลี่ยนชื่อ
247004
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๑๗|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|xxx}}{{สต}}</noinclude>เท่านั้น. อีกประการหนึ่งบรรดานักนีติศาสตร์ฮินดูมุ่งที่จะวางหลักแห่งอุดมคติของชุมชนที่เป็นไปในเชิงศาสนามากยิ่งกว่าจะจัดรวบรวมประมวลกฎหมายให้เป็นระเบียบมีความเกี่ยวโยงติดต่อ. แต่ก็โดยเหตุนี้เองที่กฎหมายฮินดูได้มีลักษณะเป็นบัญญัติที่ตั้งขึ้นไว้เพื่อใช้ได้ทั่วไป ไม่ตกอยู่ในข้อจำกัดบังคับใด ๆ ของจารีตรประเพณีในประเทศฮินดูโดยฉะเพาะ อาศัยลักษณะอันนี้กฎหมายฮินดูจึ่งได้เป็นที่นิยมแผ่ไพศาลไปในภาคตะวันตกออกไกล. นอกจากนั้นประเทศอินเดียได้มีนักนีติศาสตร์ที่แท้จริงซึ่งได้อุททิศตนเพื่อความรู้ในวิชากฎหมายเป็นพิเศษ ได้จัดวิชากฎหมายให้เป็นแบบระเบียบ และทำให้ความรู้แผนกนี้เจริญขึ้น. เมื่อยกกฎหมายโรมันออกเสียแล้ว เราคงไม่พบชุนชนชาติใดที่ได้พยายามจัดให้กฎหมายเป็นวิทยาศาสตร์ขึ้นยิ่งกว่าชุมชนชาติฮินดูเลย. ความพยายามนี้ไม่ไร้ผล เพราะในต่อไปเมื่อข้าพเจ้าจะบรรยายถึงกฎหมายเก่าของไทย ท่านจะเห็นว่า ในกฎหมายเก่าของไทยนี้ได้มีร่องรอยของกฎหมายฮินดูปรากฎอยู่ทุกขณะ<ref>สำหรับให้นักศึกษาได้แนวความคิดเกี่ยวกับกฎหมายฮินดู ควรอ่านหนังสื{{ปตปต|อ}}ของ Julius Jolly: Recht und Sitte แปลเป็นภาษาอังกฤษชื่อว่า Hindu Law and Custom (Calcutta 1928)</ref>
{{กม|ห2|ก5|คุณค่าอันเป็นพิเศษของกฎหมายโรมัน|120}}
{{กม|ข3|11}}ในบรรดากฎหมายโบราณทั้งหลาย กฎหมายโรมันมีคุณค่าพิเศษซึ่งเป็นผลที่เนื่องมาจากเหตุในทางต่าง ๆ กัน.
{{กม|ข3|๑}}ในทางประวัติศาสตร์กฎหมาย, กฎหมายโรมันได้มีอายุสืบเนื่องติดต่อมาเป็นระยะเวลานาน, คือ ๑๓ สตวรรษ เริ่มตั้งแต่สร้าง<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}
{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
iswcp0t65jmyzbeg2so8jdp2mvqid6o
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/24
250
75726
294038
247012
2026-07-26T04:42:41Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/32]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/24]]: เปลี่ยนชื่อ
247012
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๑๘|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|บทนำทั่วไป}}{{สต}}</noinclude>กรุงโรม (๒๑๑ ปีก่อนพุทธกาล) จนถึงปีที่พระจักรพรรดิราชยูสตีนีอานูส (Justinianus) สิ้นพระชนม์แล้ว (พ.ศ. ๑๑๐๘). ในยุคต้น ๆ กฎหมายโรมันไม่มีลักษณะแตกต่างกับบรรดากฎหมายของชุนชนอื่นที่มีอยู่ในครั้งโบราณ, แต่ว่าเป็นกฎหมายที่ได้รับการเพิ่มเติมและแก้ไขให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเป็นลำดับอยู่เนืองนิจ. เมื่อแรกเริ่มทีเดียวชาวโรมันมีอำนาจอยู่แต่ภายในนครย่อม ๆ นครหนึ่งเท่านั้น แต่ครั้นแล้วก็ได้ค่อย ๆ แผ่ออกทีละเล็กทีละน้อยจนเกือบคลุมครอบตลอดทั่วทวีปยุโรปกับอีกส่วนหนึ่งของภาคบูรพทิศด้วย. {{ตตฉ|อาศัย}}<ref>{{กม|ปวศ|1|อาศัย|อาศัยเหตุ}}</ref> ที่กรุงโรงได้มีหลักฐานอันเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับวิชากฎหมายอยู่มากหลาย, เราจึ่งสามารถสืบสาวติดตามทราบถึงความเจริญในเชิงระเบียบต่าง ๆ ของชุมชนชาวโรมันได้ดีกว่าของชนชาติอื่น ๆ ในสมัยโบราณ.
{{กม|ข3|๒}}ในทางคุณค่าที่มีอยู่ในตัวเองนั้น กฎหมายโรมันมีคุณค่าสูงกว่ากฎหมายของชุมชนใด ๆ ในสมัยโบราณทั้งสิ้นโดยปราศจากข้อที่จะพึงโต้เถียงได้. ชาวโรมันมีนิสสัยเป็นนักนีติศาสตร์โดยแท้ เป็นชนชาติที่สามารถจัดกฎหมายเป็นวิทยาะฉะเพาะอันหนึ่งแยกออกต่างหากจากศาสนาและธรรมจรรยาได้, ไม่มีในชุมชนใดที่กฎหมายจะได้ถูกจัดให้เข้าระเบียบและมีแบบแผนทางดำเนินได้เป็นอย่างดีถึงขั้นสูงเช่นในชุมชนชาวโรมัน. ชาวโรมันเป็นพวกแรกที่ได้เข้าจัดการบ้านเมืองของชนชาติต่าง ๆ ที่ตนได้รบชะนะให้อยู่ราบรื่นเรียบร้อย. ฉะนั้นกฎหมายของชาวโรมันได้ค่อย ๆ ผ่อนผันหันเข้าลงรูปกับสภาพแห่งความเป็นอยู่ของชนชาติต่าง ๆ ที่มีการดำเนินชีวิตผิดแผกแตกต่างกันอย่างมาก ๆ ได้และกลายเป็นกรอบ, เป็นข้อบังคับทั่วไปที่อาจใช้ได้แก่มนุษย์<noinclude>{{หสล|{{สี|white|๑๘}}|4=ม.ธ.ก.|5=ม.ธ.ก.}}
{{รกออ}}</noinclude>
megd700exiztrzheojey5jc8ru1t091
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/25
250
75727
294040
247021
2026-07-26T04:42:48Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/33]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/25]]: เปลี่ยนชื่อ
247021
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Librocubicular" />{{หสล|๑๙|ประวัติศาสตร์กฎหมาย|xxx}}{{สต}}</noinclude>ชาติโดยไม่จำกัด{{ตตฉ|เหล่าจำกัดพวก}}<ref>{{กม|ปวศ|1|เหล่าจำกัดพวก|หมู่จำกัดเหล่า}}</ref> โดยเหตุนี้จึ่งได้ถือกันว่า กฎหมายโรมันนั้นเป็นแบบของวิทยาศาสตร์กฎหมาย หรือนีติศาสตร์, คุณค่าอันเลิศนี้ได้ทำให้กฎหมายโรมันได้ขนานนามว่าเป็น “คัมภีร์แห่งสติปัญญา” (ratio scripta)
{{กม|ข3|๓}}เมื่อจักรพรรดิโรมันได้สูญสิ้นไปแล้ว แต่กฎหมายโรมันยังคงอยู่ ประการแรกเพราะว่ากฎหมายโรมันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับแก่ชนชาติต่าง ๆ ที่ได้ตกอยู่ใต้อำนาจของกรุงโรม. และอีกประการหนึ่งเพราะว่ากฎหมายโรมันเป็นต้นแบบของกฎหมายดั่งได้กล่าวแล้วข้างต้น, กฎหมายของประเทศต่าง ๆ ในยุโรปจึ่งได้ตกอยู่ในอิทธิพลของกฎหมายโรมันซึ่งได้ซึมซราบแทรกซึ้งเข้าไป กฎหมายโรมันเป็นประดุจกฎหมายกลางของบรรดาประเทศในยุโรป, และโดยฉะเพาะกฎหมายของบรรดาประเทศที่ตั้งอยู่บนคอนติเนนต์อันเป็นประเทศที่กฎหมายโรมันได้แทรกซึมซาบเข้าไปมาก. แนวความคิดในเชิงกฎหมายของประเทศเหล่านี้ ส่วนที่เกี่ยวกับหนี้และกรรมสิทธิ์เป็นต้น ไม่สู้จะมีความแตกต่างกันกับแนวความคิดเห็นของนักนีติศาสตร์โรมันแต่อย่างใด. ฉะนั้นในเมื่อพิจารณาในแง่ที่ได้รับเอาหลักกฎหมายของประเทศยุโรปมาเป็นแนวเค้าโครงในการร่างกฎหมายไทย, เราอาจกล่าวได้ว่า กฎหมายโรมันได้เป็นมูลรากอย่างห่าง ๆ ของกฎหมายไทยปัจจุบัน, เช่นเดียวกับที่ได้เป็นมาแล้วแก่กฎหมายญี่ปุ่นและจีนอันเป็นกฎหมายที่ได้รับเอากฎหมายคอนติเนนต์ของยุโรปเป็นหลักเช่นเดียวกับกฎหมายไทย.<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}
{{รกออ}}</noinclude>
j1j4s7lvxpngfs2w2xe6404nlhrvwnc
ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 1/ส่วนที่ 1
0
75728
294073
247022
2026-07-26T04:54:26Z
Flamevine
11908
294073
wikitext
text/x-wiki
{{delete|อ1 - หน้านี้ไม่ได้ใช้แล้ว เนื่องจากไฟล์เสีย และโยกย้ายเนื้อหาไปยังไฟล์อื่นแล้ว}}
{{หัวเรื่อง
| ชื่อ = [[../../]]: [[../|เล่ม 1]]
| ปี = 2478
| ผู้สร้างสรรค์ = โรแบร์ แลงกาต์
| บรรณาธิการ =
| ผู้แปล =
| ส่วน = ส่วนที่ 1 บทนำทั่วไป
| ผู้มีส่วนร่วม =
| ก่อนหน้า = [[../|หน้าต้น]]
| ถัดไป = [[../ส่วนที่ 2/]]
| หมายเหตุ =
}}
{{สบช|
: {{กม|สห|ก1|บทนำทั่วไป}}
:# {{กม|สห|ก2|ข้อความทั่วไปซึ่งว่าด้วยความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย}}
:# {{กม|สห|ก3|ประโยชน์ของการสอนประวัติศาสตร์กฎหมาย}}
:# {{กม|สห|ก4|ข้อความรู้โดยสังเขปเกี่ยวกับกฎหมายของชนชาติสำคัญ ๆ ที่ให้กำเนิดแก่อารยธรรม}}
:# {{กม|สห|ก5|คุณค่าอันเป็นพิเศษของกฎหมายโรมัน}}
}}
{{คหน}}
<pages index="ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu" from="15" to="33"/>
----
{{รกออ}}
l8z6g0ivoh8dgbzo2e46rmtr46tb2sf
หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/118
250
90586
293996
293633
2026-07-25T18:43:02Z
B20180
1467
293996
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="B20180" />{{หัวสามก๊ก|1=2|2=94|3=2}}</noinclude>ซึ่งเราจะเปนเกี่ยวดองด้วยตั๋งโต๊ะศัตรูราชสมบัตินั้น เรามีความลอายนัก แลโทษซึ่งท่านออกมาเกลี้ยกล่อมเรานั้น เราจะยกไว้ครั้งหนึ่ง ท่านจงเร่งกลับเข้าไปชักชวนทหารทั้งปวงให้เปนใจด้วยเรา เปิดประตูด่านออกไว้รับเถิด แล้วเราจะยกทหารเข้าไปจับตั๋งโต๊ะฆ่าเสีย ถ้าท่านกับทหารทั้งปวงมิทำตามดังนี้ เรายกเข้าหักเอาเมืองได้ก็จะให้ฆ่าเสียจงสั้น ลิฉุยได้ฟังก็ตกใจกลัว ก็ลาซุนเกี๋ยนรีบกลับเข้าไปบอกแก่ตั๋งโต๊ะ ตั๋งโต๊ะแจ้งดังนั้นก็โกรธ จึงปรึกษาแก่ลิยูว่า ซึ่งเกลี้ยกล่อมซุนเกี๋ยนมิลงใจด้วยเรานั้นลิยูจะคิดประการใด
ฝ่ายลิยูจึงว่าซึ่งลิโป้เสียทีมาบัดนี้ เห็นทหารทั้งปวงชักย่อท้อลง ขอให้ท่านยกทหารกลับขึ้นไปเมืองหลวงก่อน แล้วเชิญเสด็จพระเจ้าเหี้ยนเต้ไปตั้งอยู่เมืองเตียงฮัน ด้วยข้าพเจ้าได้ยินเด็กชาวเมืองทำเพลงว่า “ดังเทาอิดโกฮัน ไซเทาอิดโกฮัน หลกเจ้าหยิบเตียงฮันห้องโกบ่อชูลัน” แปลภาษาไทยว่า ตวันตกก็มืเมืองเตียงฮันเมืองหนึ่ง ตวันออกก็มีเมือง ถ้ากวางวิ่งเข้าในเมืองเตียงฮันแล้ว ก็หาภัยอันตรายมิได้ แลข้าพเจ้าคิดดูในคำเด็กนั้น
{{โครง}}<noinclude></noinclude>
7h7w9o4wpspcfz2s0cd0j500p4bz25g
ดัชนี:Chao Chet Ton 2512.djvu
252
90608
293855
2026-07-25T13:01:47Z
Lucunculus
12427
สร้างหน้าด้วย ""
293855
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[เจ้าเจ็ดตน กับพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย]]
|ภาษา=th
|เล่ม=
|ผู้สร้างสรรค์={{ลสย|กรมศิลปากร}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|มิตรนราการพิมพ์}}
|สถานที่=พระนคร
|ปี=2512
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=V
|การผสานหน้า=yes
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1to4 = -
5 = ก
6 = ข
7 = ค
8 = -
9 = ฆ
10 = -
11 = ง
12 = จ
13 = ฉ
14 = -
15 = ช
16 = ซ
17 = ฌ
18 = ญ
19 = ฎ
20 = -
21 = 1
77to80 = -
1to80 = thai
/>
|ชุดเล่ม=
|จำนวน=
|หมายเหตุ=; สารบัญ
# ปกหน้า (น. 1)
# ปกใน (น. 3)
# ประวัติการพิมพ์ (น. 4)
# คำนำ (น. 5)
# รูป 1 (น. 7)
# รูป 2 (น. 9)
# ประวัติ (น. 11)
# พระมหากรุณาธิคุณ (น. 13)
# คำอุทิศ (น. 15)
# ขอบพระทัยและขอบคุณ (น. 17)
# เรื่องเจ้าเจ็ดตน (น. 19)
# พงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย (น. 25)
# ผู้พิมพ์ (น. 80)
|Width=
|Css=
|Header={{หสล|{{{pagenum}}}}}
|Footer=
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีประวัติศาสตร์]]
lxllya2n4fqn9cjo87jdd9d5tbz832g
คุยกับผู้ใช้:Lucunculus
3
90609
293856
2026-07-25T13:01:48Z
New user message
1899
เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่
293856
wikitext
text/x-wiki
{{Template:Welcome|realName=|name=Lucunculus}}
-- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 20:01, 25 กรกฎาคม 2569 (+07)
rwdhr9mceqnzyi0o11b1jgzpwvnc6rv
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/1
250
90610
293857
2026-07-25T13:05:15Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293857
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>[[File:Thailand Fine Arts Dept Seal.svg|center|140px]]
{{ก|เจ้าเจ็ดตน|200}}
{{ก|กับ|120}}
{{ก|พงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย|120}}
{{สกอ|sp|100}}
{{ก|พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ}}
{{ก|เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน|120}}
{{ก|ณ สุสานบ้านหลวย จังหวัดลำพูน}}
{{ก|วันที่ ๑๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๒}}<noinclude></noinclude>
2yo9qnfcxgi7bt75jski5ji8f3fh0s5
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/2
250
90611
293858
2026-07-25T13:05:36Z
Lucunculus
12427
/* Without text */
293858
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="0" user="Lucunculus" /></noinclude><noinclude></noinclude>
st0o838tht8dvbfyxj2zrflloi5v3i8
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/3
250
90612
293859
2026-07-25T13:05:55Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293859
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>[[File:Thailand Fine Arts Dept Seal.svg|center|140px]]
{{ก|เจ้าเจ็ดตน|200}}
{{ก|กับ|120}}
{{ก|พงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย|120}}
{{สกอ|sp|100}}
{{ก|พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ}}
{{ก|เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน|120}}
{{ก|ณ สุสานบ้านหลวย จังหวัดลำพูน}}
{{ก|วันที่ ๑๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๒}}<noinclude></noinclude>
2yo9qnfcxgi7bt75jski5ji8f3fh0s5
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/4
250
90613
293860
2026-07-25T13:15:31Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293860
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|เจ้าเจ็ดตน|140}}
{{ก|คัดจาก[[พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2|พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒]]}}
{{ก|พระนิพนธ์{{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}})}}
{{สกอ|sp|100}}
{{ก|พงศาวดาร|140}}
{{ก|เมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย}}
{{ก|(คัดจาก[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 3|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๓]])}}
{| style="margin:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งแรก
|width=5em|
|ในงานศพหม่อมเจ้าหญิงอรชร ในพระเจ้า
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|บรมวงศ์เธอ กรมหมื่นไกรสรวิชิต
|width=5em|
|style="text-align:right;"|พ.ศ. ๒๔๕๗
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่สอง
|
|ในงานศพหลวงชนาธิกรณ์อนุมัติ
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|(สิงโต ลิมปพันธ์)
|
|style="text-align:right;"|พ.ศ. ๒๔๗๑
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่สาม
|
|สำนักพิมพ์ก้าวหน้า
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|(พิมพ์รวมในชุดประชุมพงศาวดาร เล่ม ๓)
|
|style="text-align:right;"|พ.ศ. ๒๕๐๗
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่สี่
|
|ในงานศพนางจันทร์คำ วุฒิกุล
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|(พิมพ์เฉพาะพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|รวมกับเรื่องตำนานพระธาตุดอยสุเทพ
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|พระธาตุลำปางหลวง และพระธาตุ
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|หริภุญไชย)
|
|style="text-align:right;"|กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๒
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่ห้า
|
|งานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพัฒนา
|-style="vertical-align:top;"
|(๑๐๐๐ เล่ม)
|
|ณ ลำพูน (พิมพ์เฉพาะพงศาวดาร
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|เมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|และเมืองลำพูนไชย รวมกับเรื่อง
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|เจ้าเจ็ดตน)
|
|style="text-align:right;"|มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๒
|-
|}<noinclude></noinclude>
0h6dz42rylmkkwwbvtoyqtcma6p5nkq
293861
293860
2026-07-25T13:16:01Z
Lucunculus
12427
293861
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|เจ้าเจ็ดตน|140}}
{{ก|(คัดจาก[[พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2|พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒]]}}
{{ก|พระนิพนธ์{{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}})}}
{{สกอ|sp|100}}
{{ก|พงศาวดาร|140}}
{{ก|เมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย}}
{{ก|(คัดจาก[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 3|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๓]])}}
{| style="margin:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งแรก
|width=5em|
|ในงานศพหม่อมเจ้าหญิงอรชร ในพระเจ้า
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|บรมวงศ์เธอ กรมหมื่นไกรสรวิชิต
|width=5em|
|style="text-align:right;"|พ.ศ. ๒๔๕๗
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่สอง
|
|ในงานศพหลวงชนาธิกรณ์อนุมัติ
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|(สิงโต ลิมปพันธ์)
|
|style="text-align:right;"|พ.ศ. ๒๔๗๑
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่สาม
|
|สำนักพิมพ์ก้าวหน้า
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|(พิมพ์รวมในชุดประชุมพงศาวดาร เล่ม ๓)
|
|style="text-align:right;"|พ.ศ. ๒๕๐๗
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่สี่
|
|ในงานศพนางจันทร์คำ วุฒิกุล
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|(พิมพ์เฉพาะพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|รวมกับเรื่องตำนานพระธาตุดอยสุเทพ
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|พระธาตุลำปางหลวง และพระธาตุ
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|หริภุญไชย)
|
|style="text-align:right;"|กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๒
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่ห้า
|
|งานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพัฒนา
|-style="vertical-align:top;"
|(๑๐๐๐ เล่ม)
|
|ณ ลำพูน (พิมพ์เฉพาะพงศาวดาร
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|เมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|และเมืองลำพูนไชย รวมกับเรื่อง
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|เจ้าเจ็ดตน)
|
|style="text-align:right;"|มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๒
|-
|}<noinclude></noinclude>
8j6tjcy9eqe92h7wdqvbk6ewca8ozdz
293871
293861
2026-07-25T13:31:08Z
Lucunculus
12427
293871
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ตรึง|ประวัติการพิมพ์}}
{{ก|เจ้าเจ็ดตน|140}}
{{ก|(คัดจาก[[พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2|พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒]]}}
{{ก|พระนิพนธ์{{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}})}}
{{สกอ|sp|100}}
{{ก|พงศาวดาร|140}}
{{ก|เมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย}}
{{ก|(คัดจาก[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 3|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๓]])}}
{| style="margin:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งแรก
|width=5em|
|ในงานศพหม่อมเจ้าหญิงอรชร ในพระเจ้า
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|บรมวงศ์เธอ กรมหมื่นไกรสรวิชิต
|width=5em|
|style="text-align:right;"|พ.ศ. ๒๔๕๗
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่สอง
|
|ในงานศพหลวงชนาธิกรณ์อนุมัติ
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|(สิงโต ลิมปพันธ์)
|
|style="text-align:right;"|พ.ศ. ๒๔๗๑
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่สาม
|
|สำนักพิมพ์ก้าวหน้า
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|(พิมพ์รวมในชุดประชุมพงศาวดาร เล่ม ๓)
|
|style="text-align:right;"|พ.ศ. ๒๕๐๗
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่สี่
|
|ในงานศพนางจันทร์คำ วุฒิกุล
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|(พิมพ์เฉพาะพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|รวมกับเรื่องตำนานพระธาตุดอยสุเทพ
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|พระธาตุลำปางหลวง และพระธาตุ
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|หริภุญไชย)
|
|style="text-align:right;"|กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๒
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่ห้า
|
|งานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพัฒนา
|-style="vertical-align:top;"
|(๑๐๐๐ เล่ม)
|
|ณ ลำพูน (พิมพ์เฉพาะพงศาวดาร
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|เมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|และเมืองลำพูนไชย รวมกับเรื่อง
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|เจ้าเจ็ดตน)
|
|style="text-align:right;"|มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๒
|-
|}<noinclude></noinclude>
4krd8kel450ofntngich1pbjjzrna1q
293882
293871
2026-07-25T13:41:32Z
Lucunculus
12427
293882
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|เจ้าเจ็ดตน|140}}
{{ก|(คัดจาก[[พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2|พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒]]}}
{{ก|พระนิพนธ์{{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}})}}
{{สกอ|sp|100}}
{{ก|พงศาวดาร|140}}
{{ก|เมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย}}
{{ก|(คัดจาก[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 3|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๓]])}}
{| style="margin:auto; border:none;"
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งแรก
|width=5em|
|ในงานศพหม่อมเจ้าหญิงอรชร ในพระเจ้า
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|บรมวงศ์เธอ กรมหมื่นไกรสรวิชิต
|width=5em|
|style="text-align:right;"|พ.ศ. ๒๔๕๗
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่สอง
|
|ในงานศพหลวงชนาธิกรณ์อนุมัติ
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|(สิงโต ลิมปพันธ์)
|
|style="text-align:right;"|พ.ศ. ๒๔๗๑
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่สาม
|
|สำนักพิมพ์ก้าวหน้า
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|(พิมพ์รวมในชุดประชุมพงศาวดาร เล่ม ๓)
|
|style="text-align:right;"|พ.ศ. ๒๕๐๗
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่สี่
|
|ในงานศพนางจันทร์คำ วุฒิกุล
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|(พิมพ์เฉพาะพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|รวมกับเรื่องตำนานพระธาตุดอยสุเทพ
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|พระธาตุลำปางหลวง และพระธาตุ
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|หริภุญไชย)
|
|style="text-align:right;"|กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๒
|-style="vertical-align:top;"
|พิมพ์ครั้งที่ห้า
|
|งานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพัฒนา
|-style="vertical-align:top;"
|(๑๐๐๐ เล่ม)
|
|ณ ลำพูน (พิมพ์เฉพาะพงศาวดาร
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|เมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|และเมืองลำพูนไชย รวมกับเรื่อง
|
|
|-style="vertical-align:top;"
|
|
|เจ้าเจ็ดตน)
|
|style="text-align:right;"|มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๒
|-
|}<noinclude></noinclude>
8j6tjcy9eqe92h7wdqvbk6ewca8ozdz
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/5
250
90614
293862
2026-07-25T13:16:32Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293862
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|คำนำ|140}}<noinclude></noinclude>
iavksxsznsdfycntr7gfe37ofvo2wsk
293863
293862
2026-07-25T13:22:01Z
Lucunculus
12427
293863
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|คำนำ|140}}
เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ณ สุสานบ้านหลวย จังหวัดลำพูน กำหนดวันที่ ๑๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๒ หม่อมเจ้าพิริยดิศ ดิศกุล ได้ทรงเป็นผู้แทนเจ้าภาพแจ้งพระประสงค์มายังกรมศิลปากรขออนุญาตจัดพิมพ์เรื่องเกี่ยวกับเจ้าเจ็ดตน กับพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย เพื่อแจกเป็นอนุสรณ์ในงานนี้ กรมศิลปากรยินดีอนุญาตให้จัดพิมพ์ได้ตามพระประสงค์<noinclude></noinclude>
sbg5kpi6xxpgy0lk2w8vqu7m439rjgp
293864
293863
2026-07-25T13:24:20Z
Lucunculus
12427
293864
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|คำนำ|140}}
เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ณ สุสานบ้านหลวย จังหวัดลำพูน กำหนดวันที่ ๑๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๒ หม่อมเจ้าพิริยดิศ ดิศกุล ได้ทรงเป็นผู้แทนเจ้าภาพแจ้งพระประสงค์มายังกรมศิลปากรขออนุญาตจัดพิมพ์เรื่องเกี่ยวกับเจ้าเจ็ดตน กับพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย เพื่อแจกเป็นอนุสรณ์ในงานนี้ กรมศิลปากรยินดีอนุญาตให้จัดพิมพ์ได้ตามพระประสงค์
เรื่องเกี่ยวกับเจ้าเจ็ดตนที่พิมพ์ไว้ในเล่มนี้ ได้คัดตัดตอนมาจาก[[พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2|พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒]] พระนิพนธ์{{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} ตอนที่ว่าด้วยเรื่องตั้งเมืองประเทศราชมณฑลพายัพ อันมีเมืองเชียงใหม่ ลำปาง และลำพูน ให้เป็นเมืองประเทศราชที่มีศักดิ์เสมอกัน เจ้าเจ็ดตนที่กล่าวถึงในพระราชพงศาวดารนี้เป็นต้นวงศ์สกุลของเจ้านายเมืองเหนือทั้งสามเมืองสืบมาจนทุกวันนี้
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
c9gm6syvlfejsgl4sgrugbf6bdxzilp
293870
293864
2026-07-25T13:30:30Z
Lucunculus
12427
293870
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ลห|a1|คำนำ|140}}
เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ณ สุสานบ้านหลวย จังหวัดลำพูน กำหนดวันที่ ๑๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๒ หม่อมเจ้าพิริยดิศ ดิศกุล ได้ทรงเป็นผู้แทนเจ้าภาพแจ้งพระประสงค์มายังกรมศิลปากรขออนุญาตจัดพิมพ์เรื่องเกี่ยวกับเจ้าเจ็ดตน กับพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย เพื่อแจกเป็นอนุสรณ์ในงานนี้ กรมศิลปากรยินดีอนุญาตให้จัดพิมพ์ได้ตามพระประสงค์
เรื่องเกี่ยวกับเจ้าเจ็ดตนที่พิมพ์ไว้ในเล่มนี้ ได้คัดตัดตอนมาจาก[[พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2|พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒]] พระนิพนธ์{{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} ตอนที่ว่าด้วยเรื่องตั้งเมืองประเทศราชมณฑลพายัพ อันมีเมืองเชียงใหม่ ลำปาง และลำพูน ให้เป็นเมืองประเทศราชที่มีศักดิ์เสมอกัน เจ้าเจ็ดตนที่กล่าวถึงในพระราชพงศาวดารนี้เป็นต้นวงศ์สกุลของเจ้านายเมืองเหนือทั้งสามเมืองสืบมาจนทุกวันนี้
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
cts3vrak0cj4ub58m6xdx62ggwzndfu
293881
293870
2026-07-25T13:41:21Z
Lucunculus
12427
293881
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|คำนำ|140}}
เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ณ สุสานบ้านหลวย จังหวัดลำพูน กำหนดวันที่ ๑๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๒ หม่อมเจ้าพิริยดิศ ดิศกุล ได้ทรงเป็นผู้แทนเจ้าภาพแจ้งพระประสงค์มายังกรมศิลปากรขออนุญาตจัดพิมพ์เรื่องเกี่ยวกับเจ้าเจ็ดตน กับพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย เพื่อแจกเป็นอนุสรณ์ในงานนี้ กรมศิลปากรยินดีอนุญาตให้จัดพิมพ์ได้ตามพระประสงค์
เรื่องเกี่ยวกับเจ้าเจ็ดตนที่พิมพ์ไว้ในเล่มนี้ ได้คัดตัดตอนมาจาก[[พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2|พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒]] พระนิพนธ์{{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} ตอนที่ว่าด้วยเรื่องตั้งเมืองประเทศราชมณฑลพายัพ อันมีเมืองเชียงใหม่ ลำปาง และลำพูน ให้เป็นเมืองประเทศราชที่มีศักดิ์เสมอกัน เจ้าเจ็ดตนที่กล่าวถึงในพระราชพงศาวดารนี้เป็นต้นวงศ์สกุลของเจ้านายเมืองเหนือทั้งสามเมืองสืบมาจนทุกวันนี้
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
c9gm6syvlfejsgl4sgrugbf6bdxzilp
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/6
250
90615
293865
2026-07-25T13:24:41Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293865
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude><noinclude></noinclude>
79g0ee8pyy69ilydrk64jypt3wn937r
293866
293865
2026-07-25T13:27:07Z
Lucunculus
12427
293866
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>ส่วนพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย นั้น {{ลผส|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ)|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น)}} เมื่อยังเป็นพระยาศรีสิงหเทพ ได้เรียบเรียงขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย{{ลผส|พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว}} และต่อมาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โปรดให้จัดพิมพ์รวมกับพงศาวดารเมืองปัตตานี และพงศาวดารเมืองสงขลา นับเป็น[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 3|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๓]] หนังสือเรื่องนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองเหล่านี้ในสมัยรัตนโกสินทร์ และให้ประโยชน์แก่ผู้อ่านให้ทราบเรื่องวงศ์ตระกูลของเจ้านายทางภาคเหนือด้วย<noinclude></noinclude>
p23wtu6q56hb41kxfngvfykheyqx01y
293867
293866
2026-07-25T13:28:32Z
Lucunculus
12427
293867
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>ส่วนพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย นั้น {{ลผส|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ)|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น)}} เมื่อยังเป็นพระยาศรีสิงหเทพ ได้เรียบเรียงขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย{{ลผส|พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว}} และต่อมาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โปรดให้จัดพิมพ์รวมกับพงศาวดารเมืองปัตตานี และพงศาวดารเมืองสงขลา นับเป็น[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 3|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๓]] หนังสือเรื่องนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองเหล่านี้ในสมัยรัตนโกสินทร์ และให้ประโยชน์แก่ผู้อ่านให้ทราบเรื่องวงศ์ตระกูลของเจ้านายทางภาคเหนือด้วย
กรมศิลปากรขออนุโมทนาในกุศลราศีทักษิณานุปทาน ซึ่งเจ้าภาพได้จัดบำเพ็ญอุทิศแด่เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน และได้ให้พิมพ์หนังสือนี้แจกเป็นกุศลสาธารณประโยชน์ ขออำนาจกุศลทั้งนี้จงเป็นพลวปัจจัยดลบันดาลให้เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ประสบแต่อิฏฐคุณมนุญผลตามควรแก่คติวิสัยในสัมปรายภาพทุกประการเทอญ.<noinclude></noinclude>
icgs99mxf6wsnmww79f919cqlltw31b
293868
293867
2026-07-25T13:29:49Z
Lucunculus
12427
293868
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>ส่วนพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย นั้น {{ลผส|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ)|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น)}} เมื่อยังเป็นพระยาศรีสิงหเทพ ได้เรียบเรียงขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย{{ลผส|พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว}} และต่อมาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โปรดให้จัดพิมพ์รวมกับพงศาวดารเมืองปัตตานี และพงศาวดารเมืองสงขลา นับเป็น[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 3|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๓]] หนังสือเรื่องนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองเหล่านี้ในสมัยรัตนโกสินทร์ และให้ประโยชน์แก่ผู้อ่านให้ทราบเรื่องวงศ์ตระกูลของเจ้านายทางภาคเหนือด้วย
กรมศิลปากรขออนุโมทนาในกุศลราศีทักษิณานุปทาน ซึ่งเจ้าภาพได้จัดบำเพ็ญอุทิศแด่เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน และได้ให้พิมพ์หนังสือนี้แจกเป็นกุศลสาธารณประโยชน์ ขออำนาจกุศลทั้งนี้จงเป็นพลวปัจจัยดลบันดาลให้เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ประสบแต่อิฏฐคุณมนุญผลตามควรแก่คติวิสัยในสัมปรายภาพทุกประการเทอญ.
{{กข|{{ขนอ|120%|กรมศิลปากร}} <br> ๖ มิถุนายน ๒๕๑๒|center|4em}}<noinclude></noinclude>
juoi4btjvtdya60iopjzo1t6uyvmm6n
293869
293868
2026-07-25T13:30:03Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293869
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>ส่วนพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย นั้น {{ลผส|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ)|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น)}} เมื่อยังเป็นพระยาศรีสิงหเทพ ได้เรียบเรียงขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย{{ลผส|พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว}} และต่อมาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โปรดให้จัดพิมพ์รวมกับพงศาวดารเมืองปัตตานี และพงศาวดารเมืองสงขลา นับเป็น[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 3|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๓]] หนังสือเรื่องนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองเหล่านี้ในสมัยรัตนโกสินทร์ และให้ประโยชน์แก่ผู้อ่านให้ทราบเรื่องวงศ์ตระกูลของเจ้านายทางภาคเหนือด้วย
กรมศิลปากรขออนุโมทนาในกุศลราศีทักษิณานุปทาน ซึ่งเจ้าภาพได้จัดบำเพ็ญอุทิศแด่เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน และได้ให้พิมพ์หนังสือนี้แจกเป็นกุศลสาธารณประโยชน์ ขออำนาจกุศลทั้งนี้จงเป็นพลวปัจจัยดลบันดาลให้เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ประสบแต่อิฏฐคุณมนุญผลตามควรแก่คติวิสัยในสัมปรายภาพทุกประการเทอญ.
{{กข|{{ขนอ|120%|กรมศิลปากร}} <br> ๖ มิถุนายน ๒๕๑๒|center|4em}}<noinclude></noinclude>
awme3kce6o5196lbebd0hh174jfgng5
293872
293869
2026-07-25T13:33:38Z
Lucunculus
12427
293872
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>ส่วนพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย นั้น {{ลผส|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ)|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น)}} เมื่อยังเป็นพระยาศรีสิงหเทพ ได้เรียบเรียงขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และต่อมาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โปรดให้จัดพิมพ์รวมกับพงศาวดารเมืองปัตตานี และพงศาวดารเมืองสงขลา นับเป็น[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 3|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๓]] หนังสือเรื่องนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองเหล่านี้ในสมัยรัตนโกสินทร์ และให้ประโยชน์แก่ผู้อ่านให้ทราบเรื่องวงศ์ตระกูลของเจ้านายทางภาคเหนือด้วย
กรมศิลปากรขออนุโมทนาในกุศลราศีทักษิณานุปทาน ซึ่งเจ้าภาพได้จัดบำเพ็ญอุทิศแด่เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน และได้ให้พิมพ์หนังสือนี้แจกเป็นกุศลสาธารณประโยชน์ ขออำนาจกุศลทั้งนี้จงเป็นพลวปัจจัยดลบันดาลให้เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ประสบแต่อิฏฐคุณมนุญผลตามควรแก่คติวิสัยในสัมปรายภาพทุกประการเทอญ.
{{กข|{{ขนอ|120%|กรมศิลปากร}} <br> ๖ มิถุนายน ๒๕๑๒|center|4em}}<noinclude></noinclude>
8xw7a50yh01n6nopb7sbcflx7ly336u
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/7
250
90616
293873
2026-07-25T13:35:39Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293873
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{| align=center width=450px style=text-align:center
|-
|[[File:Phatthana Na Lamphun (1).jpg|center|450px]]
|-
|เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน (คนขวา) ในขบวนแห่บายศรี ในพิธีทูลพระขวัญถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร ภาคเหนือ พ.ศ. ๒๕๐๑
|-
|}<noinclude></noinclude>
ph66qva2klny8vyn0c23xt1oxxo3md0
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/8
250
90617
293874
2026-07-25T13:35:59Z
Lucunculus
12427
/* Without text */
293874
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="0" user="Lucunculus" /></noinclude><noinclude></noinclude>
st0o838tht8dvbfyxj2zrflloi5v3i8
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/9
250
90618
293875
2026-07-25T13:36:38Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293875
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{| align=center width=650px style=text-align:center
|-
|[[File:Phatthana Na Lamphun (2).jpg|center|650px]]
|-
|เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ถ่ายรูปพร้อมครอบครัวเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙
|-
|}<noinclude></noinclude>
l1lh5k6jjz293dhp1hr1tq2jzxk3ub9
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/10
250
90619
293876
2026-07-25T13:36:50Z
Lucunculus
12427
/* Without text */
293876
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="0" user="Lucunculus" /></noinclude><noinclude></noinclude>
st0o838tht8dvbfyxj2zrflloi5v3i8
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/77
250
90620
293877
2026-07-25T13:37:11Z
Lucunculus
12427
/* Without text */
293877
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="0" user="Lucunculus" /></noinclude><noinclude></noinclude>
st0o838tht8dvbfyxj2zrflloi5v3i8
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/78
250
90621
293878
2026-07-25T13:37:22Z
Lucunculus
12427
/* Without text */
293878
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="0" user="Lucunculus" /></noinclude><noinclude></noinclude>
st0o838tht8dvbfyxj2zrflloi5v3i8
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/79
250
90622
293879
2026-07-25T13:37:33Z
Lucunculus
12427
/* Without text */
293879
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="0" user="Lucunculus" /></noinclude><noinclude></noinclude>
st0o838tht8dvbfyxj2zrflloi5v3i8
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/80
250
90623
293880
2026-07-25T13:38:29Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293880
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|พิมพ์ที่มิตรนราการพิมพ์ 256/142 อาคารพิบูลเวศม์ พระโขนง}}
{{ก|นายนรา พฤฒินันท์ ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา 2512 โทร. 911067}}<noinclude></noinclude>
gcgmj90bgp4xdvxtlhk2s8q0wtandll
เจ้าเจ็ดตน กับพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูนไชย
0
90624
293883
2026-07-25T13:47:43Z
Lucunculus
12427
สร้างหน้าด้วย "{{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = {{PAGENAME}} | year = 2512 | author = | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = หนังสืองานศพ/พงศาวดาร | portal = ภาคเหนือของไทย }} <pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="1" /> {{pb}} <pages index="Chao Chet Ton..."
293883
wikitext
text/x-wiki
{{header
<!-- ข้อมูลหลัก -->
| title = {{PAGENAME}}
| year = 2512
| author =
| editor =
| translator =
| section =
| contributor =
| previous =
| next =
| notes =
<!-- ข้อมูลย่อย -->
| categories = หนังสืองานศพ/พงศาวดาร
| portal = ภาคเหนือของไทย
}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="1" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="3" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="4" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" from="5" to="6" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="7" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="9" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" from="11" to="12" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="13" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" from="15" to="16" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" from="17" to="18" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="19" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" from="21" to="24" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="25" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" from="27" to="76" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="80" />
{{pd-th}}
9dfzohza4btxyzjt1xf70h0oz3lrvbh
293885
293883
2026-07-25T13:52:25Z
Lucunculus
12427
293885
wikitext
text/x-wiki
{{header
<!-- ข้อมูลหลัก -->
| title = {{PAGENAME}}
| year = 2512
| author =
| editor =
| translator =
| section =
| contributor =
| previous =
| next =
| notes =
<!-- ข้อมูลย่อย -->
| categories = หนังสืองานศพ/พงศาวดาร
| portal = ภาคเหนือของไทย
}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="1" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="3" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="4" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" from="5" to="6" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="7" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="9" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" from="11" to="12" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="13" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" from="15" to="16" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" from="17" to="18" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="19" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" from="21" to="24" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="25" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" from="27" to="76" />
{{pb}}
<pages index="Chao Chet Ton 2512.djvu" include="80" />
----
{{Reflist}}
{{pd-th}}
fm8f5l815pskl9opcwlpphlgfuxh8j3
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/19
250
90625
293886
2026-07-25T13:53:00Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293886
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|เรื่อง เจ้าเจ็ดตน|200}}<noinclude></noinclude>
4ffcptpi8olshfagxsc84tij9a0rbw1
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/20
250
90626
293887
2026-07-25T13:53:10Z
Lucunculus
12427
/* Without text */
293887
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="0" user="Lucunculus" /></noinclude><noinclude></noinclude>
st0o838tht8dvbfyxj2zrflloi5v3i8
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/21
250
90627
293888
2026-07-25T13:53:49Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293888
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|{{ขนอ|140%}เรื่อง เจ้าเจ็ดตน}}<ref>x</ref>}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}</noinclude>
3wcm6iy2jx0v0tvdq61fqmkr39na01a
293889
293888
2026-07-25T13:55:02Z
Lucunculus
12427
293889
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|{{ขนอ|140%|เรื่อง เจ้าเจ็ดตน}}<ref>x</ref>}}
ในปีจอฉศก จุลศักราช ๑๑๗๖ พ.ศ. ๒๓๕๗ นี้ โปรดให้ตั้งเมืองลำพูนไชย ซึ่งร้างมาแต่ครั้งพม่าได้เมืองเชียงใหม่นั้น กลับขึ้นเป็นบ้านเมืองตามเดิม และโปรดให้เมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย เป็นเมืองประเทศราชขึ้นกรุงเทพฯ แต่นั้นมา<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}</noinclude>
1xrb9kkt3s9w7c7h04a96a3zqun22nt
293890
293889
2026-07-25T13:57:09Z
Lucunculus
12427
293890
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|{{ขนอ|140%|เรื่อง เจ้าเจ็ดตน}}<ref>x</ref>}}
ในปีจอฉศก จุลศักราช ๑๑๗๖ พ.ศ. ๒๓๕๗ นี้ โปรดให้ตั้งเมืองลำพูนไชยซึ่งร้างมาแต่ครั้งพม่าได้เมืองเชียงใหม่นั้นกลับขึ้นเป็นบ้านเมืองตามเดิม และโปรดให้เมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย เป็นเมืองประเทศราชขึ้นกรุงเทพฯ แต่นั้นมา
เหตุที่จะตั้งเมืองทั้ง ๓ ให้เป็นเมืองประเทศราชมีศักดิ์เสมอกัน เกี่ยวด้วยเจ้า ๗ ตนซึ่งเป็นต้นวงศ์สกุลของเจ้านายทั้ง ๓ เมืองสืบมาจนทุกวันนี้ จำต้องอธิบายความในเรื่องพระราชพงศาวดารย้อนถอยหลังขึ้นไปสักหน่อย จึงจะเข้าใจได้ชัดเจน คือเมื่อครั้งกรุงเก่าเสียแก่พม่าข้าศึก เมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนไชย และเมืองนครลำปาง ก็ตกอยู่ในอำนาจพม่า ในสมัยนั้นในพวกชาวเมืองเชียงใหม่มีหัวหน้า ๒ คน เรียกว่าพระยาจ่าบ้านคน ๑{{วว}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}</noinclude>
s3mrulrbec0lzo6juprq306m5qw80y3
293891
293890
2026-07-25T13:58:24Z
Lucunculus
12427
293891
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|{{ขนอ|140%|เรื่อง เจ้าเจ็ดตน}}<ref>คัดจากเรื่องตั้งเมืองประเทศราชมณฑลพายัพ ใน[[พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2|พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒]] {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} ทรงนิพนธ์</ref>}}
ในปีจอฉศก จุลศักราช ๑๑๗๖ พ.ศ. ๒๓๕๗ นี้ โปรดให้ตั้งเมืองลำพูนไชยซึ่งร้างมาแต่ครั้งพม่าได้เมืองเชียงใหม่นั้นกลับขึ้นเป็นบ้านเมืองตามเดิม และโปรดให้เมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย เป็นเมืองประเทศราชขึ้นกรุงเทพฯ แต่นั้นมา
เหตุที่จะตั้งเมืองทั้ง ๓ ให้เป็นเมืองประเทศราชมีศักดิ์เสมอกัน เกี่ยวด้วยเจ้า ๗ ตนซึ่งเป็นต้นวงศ์สกุลของเจ้านายทั้ง ๓ เมืองสืบมาจนทุกวันนี้ จำต้องอธิบายความในเรื่องพระราชพงศาวดารย้อนถอยหลังขึ้นไปสักหน่อย จึงจะเข้าใจได้ชัดเจน คือเมื่อครั้งกรุงเก่าเสียแก่พม่าข้าศึก เมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนไชย และเมืองนครลำปาง ก็ตกอยู่ในอำนาจพม่า ในสมัยนั้นในพวกชาวเมืองเชียงใหม่มีหัวหน้า ๒ คน เรียกว่าพระยาจ่าบ้านคน ๑{{วว}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}</noinclude>
1swdjrytgztaq5ehfz73qdk3el64r0s
293892
293891
2026-07-25T13:59:04Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293892
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|{{ขนอ|140%|เรื่อง เจ้าเจ็ดตน}}<ref>คัดจากเรื่องตั้งเมืองประเทศราชมณฑลพายัพ ใน[[พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2|พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒]] {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} ทรงนิพนธ์</ref>}}
ในปีจอฉศก จุลศักราช ๑๑๗๖ พ.ศ. ๒๓๕๗ นี้ โปรดให้ตั้งเมืองลำพูนไชยซึ่งร้างมาแต่ครั้งพม่าได้เมืองเชียงใหม่นั้นกลับขึ้นเป็นบ้านเมืองตามเดิม และโปรดให้เมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย เป็นเมืองประเทศราชขึ้นกรุงเทพฯ แต่นั้นมา
เหตุที่จะตั้งเมืองทั้ง ๓ ให้เป็นเมืองประเทศราชมีศักดิ์เสมอกัน เกี่ยวด้วยเจ้า ๗ ตนซึ่งเป็นต้นวงศ์สกุลของเจ้านายทั้ง ๓ เมืองสืบมาจนทุกวันนี้ จำต้องอธิบายความในเรื่องพระราชพงศาวดารย้อนถอยหลังขึ้นไปสักหน่อย จึงจะเข้าใจได้ชัดเจน คือเมื่อครั้งกรุงเก่าเสียแก่พม่าข้าศึก เมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนไชย และเมืองนครลำปาง ก็ตกอยู่ในอำนาจพม่า ในสมัยนั้นในพวกชาวเมืองเชียงใหม่มีหัวหน้า ๒ คน เรียกว่าพระยาจ่าบ้านคน ๑{{วว}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}</noinclude>
myhh97ndnfjycw7bi1yf2a5aysfl3f3
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/22
250
90628
293893
2026-07-25T13:59:34Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293893
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๒}}</noinclude><noinclude></noinclude>
azd1ym1nnzmzsw2ln6akswljft38ap4
293894
293893
2026-07-25T14:01:40Z
Lucunculus
12427
293894
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๒}}</noinclude>เรียกว่าฟ้าชายแก้ว เป็นหลานพระยาจ่าบ้านคน ๑ ทั้ง ๒ คนนี้ต้องจำใจอยู่ในอำนาจพม่า ๆ ตั้งพระยาจ่าบ้านเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ ตั้งฟ้าชายแก้วเป็นอุปราช ฟ้าชายแก้วถึงแก่กรรม มีบุตร ๗ คน คือ ๑. ชื่อกาวิละ ๒. ชื่อคำโสม ๓. ชื่อน้อยธรรม ๔. ชื่อดวงทิพ ๕. ชื่อหมูล่า ๖. ชื่อคำฟั่น ๗. ชื่อบุญมา ธิดามี ๓ คน ๑. ชื่อนางศิริรดจา ๒. ชื่อนางศิริวรรณา ๓. ชื่อศิริบุญธรรม เมื่อพระยาอุปราช (ฟ้าชายแก้ว) ถึงแก่กรรมแล้ว พม่าจึงตั้งนายกาวิละบุตรใหญ่ให้เป็นพระยาอุปราชต่อมา ครั้นเมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีได้เป็นใหญ่ ยกกองทัพหลวงขึ้นไปตีเมืองเชียงใหม่ พม่าแต่งให้พระยาเชียงใหม่ (จ่าบ้าน) พระยาอุปราช (กาวิละ) คุมกองทัพชาวเชียงใหม่มาต่อสู้ไทย<noinclude></noinclude>
cx0thyo49jtaozvmdci2840lack5d29
293895
293894
2026-07-25T14:05:42Z
Lucunculus
12427
293895
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๒}}</noinclude>เรียกว่าฟ้าชายแก้ว เป็นหลานพระยาจ่าบ้านคน ๑ ทั้ง ๒ คนนี้ต้องจำใจอยู่ในอำนาจพม่า ๆ ตั้งพระยาจ่าบ้านเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ ตั้งฟ้าชายแก้วเป็นอุปราช ฟ้าชายแก้วถึงแก่กรรม มีบุตร ๗ คน คือ ๑. ชื่อกาวิละ ๒. ชื่อคำโสม ๓. ชื่อน้อยธรรม ๔. ชื่อดวงทิพ ๕. ชื่อหมูล่า ๖. ชื่อคำฟั่น ๗. ชื่อบุญมา ธิดามี ๓ คน ๑. ชื่อนางศิริรดจา ๒. ชื่อนางศิริวรรณา ๓. ชื่อศิริบุญธรรม เมื่อพระยาอุปราช (ฟ้าชายแก้ว) ถึงแก่กรรมแล้ว พม่าจึงตั้งนายกาวิละบุตรใหญ่ให้เป็นพระยาอุปราชต่อมา ครั้นเมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีได้เป็นใหญ่ ยกกองทัพหลวงขึ้นไปตีเมืองเชียงใหม่ พม่าแต่งให้พระยาเชียงใหม่ (จ่าบ้าน) พระยาอุปราช (กาวิละ) คุมกองทัพชาวเชียงใหม่มาต่อสู้ไทย พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ ไม่เต็มใจอยู่ในบังคับพม่าอยู่แล้ว เมื่อเห็นไทยด้วยกันกลับมีกำลังขึ้นไปปราบปรามพม่า ก็พาพรรคพวกมาสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้ากรุงธนบุรี ช่วยรบพุ่งพม่าแตกไปจากเมืองเชียงใหม่ในครั้งนั้น พระเจ้ากรุงธนบุรีจึงทรงตั้งพระยาจ่าบ้านเป็นพระยาวิเชียรปราการเจ้าเมืองเชียงใหม่ ให้พระยากาวิละเป็นพระยานครลำปาง ต่อมาในครั้งกรุงธนบุรีนั่นเอง พม่ากลับมาตีเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง อีก พระยาจ่าบ้านที่เป็นพระยาวิเชียรปราการรักษาเมือง<noinclude></noinclude>
sw82ifjqc9ngjbzj0bigg45z10s5ce1
293896
293895
2026-07-25T14:05:54Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293896
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" />{{หสล|๒}}</noinclude>เรียกว่าฟ้าชายแก้ว เป็นหลานพระยาจ่าบ้านคน ๑ ทั้ง ๒ คนนี้ต้องจำใจอยู่ในอำนาจพม่า ๆ ตั้งพระยาจ่าบ้านเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ ตั้งฟ้าชายแก้วเป็นอุปราช ฟ้าชายแก้วถึงแก่กรรม มีบุตร ๗ คน คือ ๑. ชื่อกาวิละ ๒. ชื่อคำโสม ๓. ชื่อน้อยธรรม ๔. ชื่อดวงทิพ ๕. ชื่อหมูล่า ๖. ชื่อคำฟั่น ๗. ชื่อบุญมา ธิดามี ๓ คน ๑. ชื่อนางศิริรดจา ๒. ชื่อนางศิริวรรณา ๓. ชื่อศิริบุญธรรม เมื่อพระยาอุปราช (ฟ้าชายแก้ว) ถึงแก่กรรมแล้ว พม่าจึงตั้งนายกาวิละบุตรใหญ่ให้เป็นพระยาอุปราชต่อมา ครั้นเมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีได้เป็นใหญ่ ยกกองทัพหลวงขึ้นไปตีเมืองเชียงใหม่ พม่าแต่งให้พระยาเชียงใหม่ (จ่าบ้าน) พระยาอุปราช (กาวิละ) คุมกองทัพชาวเชียงใหม่มาต่อสู้ไทย พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ ไม่เต็มใจอยู่ในบังคับพม่าอยู่แล้ว เมื่อเห็นไทยด้วยกันกลับมีกำลังขึ้นไปปราบปรามพม่า ก็พาพรรคพวกมาสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้ากรุงธนบุรี ช่วยรบพุ่งพม่าแตกไปจากเมืองเชียงใหม่ในครั้งนั้น พระเจ้ากรุงธนบุรีจึงทรงตั้งพระยาจ่าบ้านเป็นพระยาวิเชียรปราการเจ้าเมืองเชียงใหม่ ให้พระยากาวิละเป็นพระยานครลำปาง ต่อมาในครั้งกรุงธนบุรีนั่นเอง พม่ากลับมาตีเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง อีก พระยาจ่าบ้านที่เป็นพระยาวิเชียรปราการรักษาเมือง<noinclude></noinclude>
d77nmw1pj2rpfks01myba25vxtn1xpn
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/23
250
90629
293897
2026-07-25T14:06:08Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293897
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๓}}</noinclude><noinclude></noinclude>
qw6r8elk5whdidjwgv59jjpswji0gid
293899
293897
2026-07-25T14:37:04Z
Lucunculus
12427
293899
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๓}}</noinclude>เชียงใหม่ไว้ไม่ได้ ต้องอพยพหนีเข้ามาอยู่หัวเมืองชั้นใน แต่พระยากาวิละเป็นคนเข้มแข็งในการศึกสงคราม รักษาเมืองนครลำปางไว้ได้ พวกตระกูลเจ้า ๗ ตนจึงตั้งอยู่เมืองนครลำปางต่อมา แต่เมืองเชียงใหม่นั้นต้องทิ้งร้างอยู่จนรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีมะแมนพศก จุลศักราช ๑๑๔๙ พ.ศ. ๒๓๓๐ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมีรับสั่งให้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทเสด็จขึ้นไปตั้งเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองใหญ่สำหรับรักษาราชการข้างปลายแดนพระราชอาณาจักร<noinclude></noinclude>
sqf7mxyseedgnt9sta9enma1xv3frfj
293900
293899
2026-07-25T14:38:21Z
Lucunculus
12427
293900
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๓}}</noinclude>เชียงใหม่ไว้ไม่ได้ ต้องอพยพหนีเข้ามาอยู่หัวเมืองชั้นใน แต่พระยากาวิละเป็นคนเข้มแข็งในการศึกสงคราม รักษาเมืองนครลำปางไว้ได้ พวกตระกูลเจ้า ๗ ตนจึงตั้งอยู่เมืองนครลำปางต่อมา แต่เมืองเชียงใหม่นั้นต้องทิ้งร้างอยู่จนรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีมะแมนพศก จุลศักราช ๑๑๔๙ พ.ศ. ๒๓๓๐ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมีรับสั่งให้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทเสด็จขึ้นไปตั้งเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองใหญ่สำหรับรักษาราชการข้างปลายแดนพระราชอาณาจักร โปรดให้ย้ายพระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางไปเป็นพระยาเชียงใหม่ ให้นายคำโสมผู้น้องรองลงมาเป็นพระยานครลำปาง แบ่งเจ้านาย ๗ ตนไปช่วยราชการเมืองเชียงใหม่บ้าง เอาไว้เมืองลำปางบ้าง แต่เมืองลำพูนไชยนั้นยังต้องทิ้งให้ร้างอยู่ ด้วยยังรวบรวมราษฎรไม่ได้พอจะตั้งเป็นบ้านเป็นเมือง<noinclude></noinclude>
7drgb0kf0n4iinmuymsgt4r6li3knhw
293901
293900
2026-07-25T14:43:12Z
Lucunculus
12427
293901
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๓}}</noinclude>เชียงใหม่ไว้ไม่ได้ ต้องอพยพหนีเข้ามาอยู่หัวเมืองชั้นใน แต่พระยากาวิละเป็นคนเข้มแข็งในการศึกสงคราม รักษาเมืองนครลำปางไว้ได้ พวกตระกูลเจ้า ๗ ตนจึงตั้งอยู่เมืองนครลำปางต่อมา แต่เมืองเชียงใหม่นั้นต้องทิ้งร้างอยู่จนรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีมะแมนพศก จุลศักราช ๑๑๔๙ พ.ศ. ๒๓๓๐ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมีรับสั่งให้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทเสด็จขึ้นไปตั้งเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองใหญ่สำหรับรักษาราชการข้างปลายแดนพระราชอาณาจักร โปรดให้ย้ายพระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางไปเป็นพระยาเชียงใหม่ ให้นายคำโสมผู้น้องรองลงมาเป็นพระยานครลำปาง แบ่งเจ้านาย ๗ ตนไปช่วยราชการเมืองเชียงใหม่บ้าง เอาไว้เมืองลำปางบ้าง แต่เมืองลำพูนไชยนั้นยังต้องทิ้งให้ร้างอยู่ ด้วยยังรวบรวมราษฎรไม่ได้พอจะตั้งเป็นบ้านเป็นเมือง มาจนรัชกาลที่ ๒ เมื่อปีจอฉศก จุลศักราช ๑๑๗๖ พ.ศ. ๒๓๕๗ ทรงพระราชดำริว่าเมืองนครเชียงใหม่และเมืองนครลำปางก็ได้ตั้งมั่นคง ผู้คนพลเมืองค่อยบริบูรณ์แล้ว สมควรจะตั้งเมืองลำพูนไชยที่ยังร้างอยู่กลับเป็นบ้านเมืองตามเดิมได้ และในเวลานั้นพระยานครลำปาง (คำโสม) ซึ่งเป็นน้องรองแต่พระยากาวิละ ถึงอนิจกรรมลง ตำแหน่งพระยาว่าราชการเมืองนคร<noinclude></noinclude>
71p9qn9fcgxww4d3r7owp7jajzw9xsv
293902
293901
2026-07-25T14:43:25Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293902
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" />{{หสล|๓}}</noinclude>เชียงใหม่ไว้ไม่ได้ ต้องอพยพหนีเข้ามาอยู่หัวเมืองชั้นใน แต่พระยากาวิละเป็นคนเข้มแข็งในการศึกสงคราม รักษาเมืองนครลำปางไว้ได้ พวกตระกูลเจ้า ๗ ตนจึงตั้งอยู่เมืองนครลำปางต่อมา แต่เมืองเชียงใหม่นั้นต้องทิ้งร้างอยู่จนรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีมะแมนพศก จุลศักราช ๑๑๔๙ พ.ศ. ๒๓๓๐ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมีรับสั่งให้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทเสด็จขึ้นไปตั้งเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองใหญ่สำหรับรักษาราชการข้างปลายแดนพระราชอาณาจักร โปรดให้ย้ายพระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางไปเป็นพระยาเชียงใหม่ ให้นายคำโสมผู้น้องรองลงมาเป็นพระยานครลำปาง แบ่งเจ้านาย ๗ ตนไปช่วยราชการเมืองเชียงใหม่บ้าง เอาไว้เมืองลำปางบ้าง แต่เมืองลำพูนไชยนั้นยังต้องทิ้งให้ร้างอยู่ ด้วยยังรวบรวมราษฎรไม่ได้พอจะตั้งเป็นบ้านเป็นเมือง มาจนรัชกาลที่ ๒ เมื่อปีจอฉศก จุลศักราช ๑๑๗๖ พ.ศ. ๒๓๕๗ ทรงพระราชดำริว่าเมืองนครเชียงใหม่และเมืองนครลำปางก็ได้ตั้งมั่นคง ผู้คนพลเมืองค่อยบริบูรณ์แล้ว สมควรจะตั้งเมืองลำพูนไชยที่ยังร้างอยู่กลับเป็นบ้านเมืองตามเดิมได้ และในเวลานั้นพระยานครลำปาง (คำโสม) ซึ่งเป็นน้องรองแต่พระยากาวิละ ถึงอนิจกรรมลง ตำแหน่งพระยาว่าราชการเมืองนคร<noinclude></noinclude>
85yofne3b25i95uvu70a1zuhakqkvq6
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/24
250
90630
293903
2026-07-25T14:43:36Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293903
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๔}}</noinclude><noinclude></noinclude>
tuv1g86v15mahcqeqxnnfx0epw48blv
293904
293903
2026-07-25T14:45:04Z
Lucunculus
12427
293904
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๔}}</noinclude>ลำปางว่างอยู่ จึงทรงตั้งให้พระยาอุปราชดวงทิพซึ่งเป็นน้องที่ ๔ เป็นพระยานครลำปาง ตั้งนายคำฟั่นน้องที่ ๖ เป็นพระยานครลำพูน ส่วนพระยากาวิละเจ้าเมืองเชียงใหม่นั้น ทรงพระราชดำริว่าเป็นผู้ใหญ่และมีบำเหน็จความชอบมามาก จึงทรงพระกรุณาโปรดยกเกียรติยศขึ้นเป็นพระเจ้าเชียงใหม่ ให้พระเจ้าเชียงใหม่และพระยานครลำปางแบ่งราษฎรมาตั้งภูมิลำเนาที่เมืองนครลำพูน และยกทั้ง ๓ เมืองทั้งเป็นประเทศราชขึ้นกรุงเทพฯ เหมือนอย่างเมืองน่านแต่นั้นมา.<noinclude></noinclude>
p2f4zkptut5ssrqqk8iu0xo7dk8xwuu
293905
293904
2026-07-25T14:45:14Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293905
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" />{{หสล|๔}}</noinclude>ลำปางว่างอยู่ จึงทรงตั้งให้พระยาอุปราชดวงทิพซึ่งเป็นน้องที่ ๔ เป็นพระยานครลำปาง ตั้งนายคำฟั่นน้องที่ ๖ เป็นพระยานครลำพูน ส่วนพระยากาวิละเจ้าเมืองเชียงใหม่นั้น ทรงพระราชดำริว่าเป็นผู้ใหญ่และมีบำเหน็จความชอบมามาก จึงทรงพระกรุณาโปรดยกเกียรติยศขึ้นเป็นพระเจ้าเชียงใหม่ ให้พระเจ้าเชียงใหม่และพระยานครลำปางแบ่งราษฎรมาตั้งภูมิลำเนาที่เมืองนครลำพูน และยกทั้ง ๓ เมืองทั้งเป็นประเทศราชขึ้นกรุงเทพฯ เหมือนอย่างเมืองน่านแต่นั้นมา.<noinclude></noinclude>
bdx94c2pnynj9e2pz8g4z7iitf5tjon
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/25
250
90631
293906
2026-07-25T14:47:21Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293906
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|พงศาวดาร|200}}
{{ก|เมืองนครเชียงใหม่ <br> เมืองนครลำปาง <br> และ <br> เมืองลำพูนไชย|140}}
{{ก|สมัยรัตนโกสินทร์|120}}<noinclude></noinclude>
psk6osoxehdlh44ly3omwcvwuqcqrof
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/26
250
90632
293907
2026-07-25T14:47:32Z
Lucunculus
12427
/* Without text */
293907
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="0" user="Lucunculus" /></noinclude><noinclude></noinclude>
st0o838tht8dvbfyxj2zrflloi5v3i8
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/27
250
90633
293908
2026-07-25T14:49:47Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293908
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|พงศาวดาร|140}}
{{ก|เมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง|120}}
{{ก|และ|120}}
{{ก|{{ขนอ|120%|เมืองลำพูนไชย}}<ref>x</ref>}}
จุลศักราช ๑๒๓๗ ปีกุนสัปตศก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งให้พระยาศรีสิงหเทพเรียงพงษาวดารโดยลำดับวงษ์ลาวพุงดำประเทศขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย จักดำเนินเรื่องราชพงษาวดาร เมื่อลุศักราช ๑๑๒๙ ปีกุนนพศก พระเจ้าอังวะยกพยุหโยธาทัพลงมาตีกรุงศรีอยุธยามหานครบุราณถึงแก่พินาศปราไชยแล้ว พระเจ้าอังวะตั้งให้โปสุพลา โปมะยุงวน คุมกองทัพลงมา<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}</noinclude>
g8am1fx4o4s92f1etb5oyr30azsc4qy
293986
293908
2026-07-25T16:30:40Z
Lucunculus
12427
293986
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|พงศาวดาร|140}}
{{ก|เมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง|120}}
{{ก|และ|120}}
{{ก|{{ขนอ|120%|เมืองลำพูนไชย}}<ref>{{ลผส|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ)|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น)}} เมื่อยังเป็นพระยาศรีสิงหเทพ เรียบเรียง</ref>}}
จุลศักราช ๑๒๓๗ ปีกุนสัปตศก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งให้พระยาศรีสิงหเทพเรียงพงษาวดารโดยลำดับวงษ์ลาวพุงดำประเทศขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย จักดำเนินเรื่องราชพงษาวดาร เมื่อลุศักราช ๑๑๒๙ ปีกุนนพศก พระเจ้าอังวะยกพยุหโยธาทัพลงมาตีกรุงศรีอยุธยามหานครบุราณถึงแก่พินาศปราไชยแล้ว พระเจ้าอังวะตั้งให้โปสุพลา โปมะยุงวน คุมกองทัพลงมา<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}</noinclude>
mu1ncungjrk3mxezzufs7nqnzko8viu
293987
293986
2026-07-25T16:36:05Z
Lucunculus
12427
293987
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|พงศาวดาร|140}}
{{ก|เมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง|120}}
{{ก|และ|120}}
{{ก|{{ขนอ|120%|เมืองลำพูนไชย}}<ref>{{ลผส|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ)|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น)}} เมื่อยังเป็นพระยาศรีสิงหเทพ เรียบเรียง</ref>}}
จุลศักราช ๑๒๓๗ ปีกุนสัปตศก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งให้พระยาศรีสิงหเทพเรียงพงษาวดารโดยลำดับวงศ์ลาวพุงดำประเทศขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย จักดำเนินเรื่องราชพงศาวดาร เมื่อลุศักราช ๑๑๒๙ ปีกุนนพศก พระเจ้าอังวะยกพยุหโยธาทัพลงมาตีกรุงศรีอยุธยามหานครบุราณถึงแก่พินาศปราชัยแล้ว พระเจ้าอังวะตั้งให้โปสุพลา โปมะยุงวน คุมกองทัพลงมา<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}</noinclude>
9a0j47i4t2k4cawpuuzc5a0xbqsyobw
293989
293987
2026-07-25T16:37:30Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293989
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|พงศาวดาร|140}}
{{ก|เมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง|120}}
{{ก|และ|120}}
{{ก|{{ขนอ|120%|เมืองลำพูนไชย}}<ref>{{ลผส|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ)|พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น)}} เมื่อยังเป็นพระยาศรีสิงหเทพ เรียบเรียง</ref>}}
จุลศักราช ๑๒๓๗ ปีกุนสัปตศก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งให้พระยาศรีสิงหเทพเรียงพงษาวดารโดยลำดับวงศ์ลาวพุงดำประเทศขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย จักดำเนินเรื่องราชพงศาวดาร เมื่อลุศักราช ๑๑๒๙ ปีกุนนพศก พระเจ้าอังวะยกพยุหโยธาทัพลงมาตีกรุงศรีอยุธยามหานครบุราณถึงแก่พินาศปราชัยแล้ว พระเจ้าอังวะตั้งให้โปสุพลา โปมะยุงวน คุมกองทัพลงมา<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}</noinclude>
57v23fys5kuoerhbrc5k7gsfvjdmqtg
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/28
250
90634
293909
2026-07-25T14:51:02Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293909
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๘}}</noinclude>รวบรวมไพร่พลลาวเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ไปตั้งอยู่ที่เมืองกุมกาม โปสุพลา โปมะยุงวน ตั้งพระยาจ่าบ้านเป็นพระยาสุรสงครามเจ้าเมือง ตั้งฟ้าชายแก้วผู้หลานเป็นพระยาอุปราช อยู่มาพระยาอุปราชถึงแก่กรรม พระยาอุปราชมีบุตรชาย ๗ คน คือนายกาวิละ ๑ นายคำโสม ๑ นายน้อยธรรม ๑ นายดวงทิพ ๑ นายหมูล่า ๑ นายคำฟั่น ๑ นายบุญมา ๑ บุตรหญิง ๓ คน นางสริรจา ๑ นางศิริวรรณา ๑ นางศิริบุญธรรม ๑ รวม ๑๐ คน โปสุพลาจึงตั้งนายกาวิละบุตรนายฟ้าชายแก้วที่หนึ่งเป็นพระยาอุปราช
ลุศักราช ๑๑๓๖ ปีมเมียฉศก พระเจ้ากรุงธนบุรียกกองทัพขึ้นไปตีเมืองกุมกาม ครั้นขึ้นไปถึงเมืองลำพูนไชย ก็หยุดประทับตั้งค่ายหลวงอยู่ที่นั้น โปสุพลา โปมะยุงวน รู้ว่ากองทัพกรุงเทพฯ ยกขึ้นไป ก็ให้พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ เกณฑ์คนออกตั้งรับทัพไทยอยู่นอกเมือง ฝ่ายพระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ ก็เข้าหาท่านเจ้าพระยาแม่ทัพ ขอเป็นข้าขอบขัณฑสิมากรุงเทพฯ ท่านเจ้าพระยาแม่ทัพก็ให้พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ{{วว}}<noinclude></noinclude>
rwa3ho3mqvtlo1hnoxa06qgztrjm5vj
293990
293909
2026-07-25T16:38:26Z
Lucunculus
12427
293990
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๘}}</noinclude>รวบรวมไพร่พลลาวเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ไปตั้งอยู่ที่เมืองกุมกาม โปสุพลา โปมะยุงวน ตั้งพระยาจ่าบ้านเป็นพระยาสุรสงครามเจ้าเมือง ตั้งฟ้าชายแก้วผู้หลานเป็นพระยาอุปราช อยู่มาพระยาอุปราชถึงแก่กรรม พระยาอุปราชมีบุตรชาย ๗ คน คือนายกาวิละ ๑ นายคำโสม ๑ นายน้อยธรรม ๑ นายดวงทิพ ๑ นายหมูล่า ๑ นายคำฟั่น ๑ นายบุญมา ๑ บุตรหญิง ๓ คน นางสิริรจา ๑ นางสิริวรรณา ๑ นางสิริบุญธรรม ๑ รวม ๑๐ คน โปสุพลาจึงตั้งนายกาวิละบุตรนายฟ้าชายแก้วที่ ๑ เป็นพระยาอุปราช
ลุศักราช ๑๑๓๖ ปีมเมียฉศก พระเจ้ากรุงธนบุรียกกองทัพขึ้นไปตีเมืองกุมกาม ครั้นขึ้นไปถึงเมืองลำพูนไชย ก็หยุดประทับตั้งค่ายหลวงอยู่ที่นั้น โปสุพลา โปมะยุงวน รู้ว่ากองทัพกรุงเทพฯ ยกขึ้นไป ก็ให้พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ เกณฑ์คนออกตั้งรับทัพไทยอยู่นอกเมือง ฝ่ายพระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ ก็เข้าหาท่านเจ้าพระยาแม่ทัพ ขอเป็นข้าขอบขัณฑสิมากรุงเทพฯ ท่านเจ้าพระยาแม่ทัพก็ให้พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ{{วว}}<noinclude></noinclude>
6eftfh3a5ylbpzi0sxz3bdmvfiipcvv
293991
293990
2026-07-25T16:44:46Z
Lucunculus
12427
293991
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๘}}</noinclude>รวบรวมไพร่พลลาวเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ไปตั้งอยู่ที่เมืองกุมกาม โปสุพลา โปมะยุงวน ตั้งพระยาจ่าบ้านเป็นพระยาสุรสงครามเจ้าเมือง ตั้งฟ้าชายแก้วผู้หลานเป็นพระยาอุปราช อยู่มาพระยาอุปราชถึงแก่กรรม พระยาอุปราชมีบุตรชาย ๗ คน คือนายกาวิละ ๑ นายคำโสม ๑ นายน้อยธรรม ๑ นายดวงทิพ ๑ นายหมูล่า ๑ นายคำฟั่น ๑ นายบุญมา ๑ บุตรหญิง ๓ คน นางสิริรจา ๑ นางสิริวรรณา ๑ นางสิริบุญธรรม ๑ รวม ๑๐ คน โปสุพลาจึงตั้งนายกาวิละบุตรนายฟ้าชายแก้วที่ ๑ เป็นพระยาอุปราช
ลุศักราช ๑๑๓๖ ปีมะเมียฉศก พระเจ้ากรุงธนบุรียกกองทัพขึ้นไปตีเมืองกุมกาม ครั้นขึ้นไปถึงเมืองลำพูนไชย ก็หยุดประทับตั้งค่ายหลวงอยู่ที่นั้น โปสุพลา โปมะยุงวน รู้ว่ากองทัพกรุงเทพฯ ยกขึ้นไป ก็ให้พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ เกณฑ์คนออกตั้งรับทัพไทยอยู่นอกเมือง ฝ่ายพระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ ก็เข้าหาท่านเจ้าพระยาแม่ทัพ ขอเป็นข้าขอบขัณฑสิมากรุงเทพฯ ท่านเจ้าพระยาแม่ทัพก็ให้พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ{{วว}}<noinclude></noinclude>
512slaemry28lskbatbmx4gmtz7cd6l
293992
293991
2026-07-25T16:45:09Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293992
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" />{{หสล|๘}}</noinclude>รวบรวมไพร่พลลาวเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ไปตั้งอยู่ที่เมืองกุมกาม โปสุพลา โปมะยุงวน ตั้งพระยาจ่าบ้านเป็นพระยาสุรสงครามเจ้าเมือง ตั้งฟ้าชายแก้วผู้หลานเป็นพระยาอุปราช อยู่มาพระยาอุปราชถึงแก่กรรม พระยาอุปราชมีบุตรชาย ๗ คน คือนายกาวิละ ๑ นายคำโสม ๑ นายน้อยธรรม ๑ นายดวงทิพ ๑ นายหมูล่า ๑ นายคำฟั่น ๑ นายบุญมา ๑ บุตรหญิง ๓ คน นางสิริรจา ๑ นางสิริวรรณา ๑ นางสิริบุญธรรม ๑ รวม ๑๐ คน โปสุพลาจึงตั้งนายกาวิละบุตรนายฟ้าชายแก้วที่ ๑ เป็นพระยาอุปราช
ลุศักราช ๑๑๓๖ ปีมะเมียฉศก พระเจ้ากรุงธนบุรียกกองทัพขึ้นไปตีเมืองกุมกาม ครั้นขึ้นไปถึงเมืองลำพูนไชย ก็หยุดประทับตั้งค่ายหลวงอยู่ที่นั้น โปสุพลา โปมะยุงวน รู้ว่ากองทัพกรุงเทพฯ ยกขึ้นไป ก็ให้พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ เกณฑ์คนออกตั้งรับทัพไทยอยู่นอกเมือง ฝ่ายพระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ ก็เข้าหาท่านเจ้าพระยาแม่ทัพ ขอเป็นข้าขอบขัณฑสิมากรุงเทพฯ ท่านเจ้าพระยาแม่ทัพก็ให้พระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ{{วว}}<noinclude></noinclude>
sce1vtb0y3vtp7hilfz7baytkn8pyc0
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/29
250
90635
293910
2026-07-25T14:52:35Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293910
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๙}}</noinclude>นำทัพยกเข้าปีนปล้นเอาเมือง ฝ่ายโปสุพลา โปมะยุงวน ทราบว่าพระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ เข้าหาแม่ทัพไทยแล้ว ก็ไม่อาจที่จะคิดสู้รบต่อไป ครั้นถึงณวัน ๗ เดือน ๒ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เวลายามเศษ โปสุพลา โปมะยุงวน ก็กวาดต้อนครอบครัวพม่าลาวหนีออกจากเมือง ครั้นณวัน ๕ เดือน ๒ แรม ๓ ค่ำ พระเจ้ากรุงธนเสด็จยกเข้าอยู่ในเมือง โปรดตั้งพระยาจ่าบ้านเป็นพระยาวิเชียรปราการถืออาญาสิทธิ์ ให้พระยาวังพร้าวผู้หลานเป็นพระยาอุปราช น้อยโพธิเป็นพระยาราชวงศ์ ยกขึ้นไปตั้งที่เมืองป่าทรางทางไกลเมืองกุมกามวันหนึ่ง ตั้งพระยาลำพูนเป็นพระยาไวยวงษาถืออาญาสิทธิ์ครองเมืองลำพูนไชยตามเดิม ตั้งนายน้อยต่อมต้อเป็นพระยาอุปราช ให้พระยากาวิละถืออาญาสิทธิ์ครองเมืองนครลำปาง ตั้งคำโสมผู้น้องที่หนึ่งเป็นพระยาอุปราช ตั้งน้อยธรรมผู้น้องที่สองเป็นพระยาราชวงศ์ ดวงทิพ หมูล่า คำฟั่น บุญมา น้อง ๔ คนนี้ให้เป็นผู้ช่วยราชการ จึงพระราชทานเครื่องยศโดยฐานาศักดิทุกคน แล้วเสด็จยกทัพกลับยังกรุงธนบุรี เมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ก็เป็นเมืองขึ้นกรุงธนบุรีแต่นั้นมา
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
3erlz9x7mxgxysh3bwhg3qsx4x1d99a
293993
293910
2026-07-25T16:50:48Z
Lucunculus
12427
293993
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๙}}</noinclude>นำทัพยกเข้าปีนปล้นเอาเมือง ฝ่ายโปสุพลา โปมะยุงวน ทราบว่าพระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ เข้าหาแม่ทัพไทยแล้ว ก็ไม่อาจที่จะคิดสู้รบต่อไป ครั้นถึง ณ วัน ๗ เดือน ๒ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เวลายามเศษ โปสุพลา โปมะยุงวน ก็กวาดต้อนครอบครัวพม่าลาวหนีออกจากเมือง ครั้น ณ วัน ๕ เดือน ๒ แรม ๓ ค่ำ พระเจ้ากรุงธนเสด็จยกเข้าอยู่ในเมือง โปรดตั้งพระยาจ่าบ้านเป็นพระยาวิเชียรปราการถืออาญาสิทธิ์ ให้พระยาวังพร้าวผู้หลานเป็นพระยาอุปราช น้อยโพธิเป็นพระยาราชวงศ์ ยกขึ้นไปตั้งที่เมืองป่าทรางทางไกลเมืองกุมกามวันหนึ่ง ตั้งพระยาลำพูนเป็นพระยาไวยวงศาถืออาญาสิทธิ์ครองเมืองลำพูนไชยตามเดิม ตั้งนายน้อยต่อมต้อเป็นพระยาอุปราช ให้พระยากาวิละถืออาญาสิทธิ์ครองเมืองนครลำปาง ตั้งคำโสมผู้น้องที่หนึ่งเป็นพระยาอุปราช ตั้งน้อยธรรมผู้น้องที่สองเป็นพระยาราชวงศ์ ดวงทิพ หมูล่า คำฟั่น บุญมา น้อง ๔ คนนี้ให้เป็นผู้ช่วยราชการ จึงพระราชทานเครื่องยศโดยฐานาศักดิทุกคน แล้วเสด็จยกทัพกลับยังกรุงธนบุรี เมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ก็เป็นเมืองขึ้นกรุงธนบุรีแต่นั้นมา
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
7fll05joxhmq7jb34nzi3cpugdyttvo
293994
293993
2026-07-25T16:52:30Z
Lucunculus
12427
293994
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๙}}</noinclude>นำทัพยกเข้าปีนปล้นเอาเมือง ฝ่ายโปสุพลา โปมะยุงวน ทราบว่าพระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ เข้าหาแม่ทัพไทยแล้ว ก็ไม่อาจที่จะคิดสู้รบต่อไป ครั้นถึง ณ วัน ๗ เดือน ๒ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เวลายามเศษ โปสุพลา โปมะยุงวน ก็กวาดต้อนครอบครัวพม่าลาวหนีออกจากเมือง ครั้น ณ วัน ๕ เดือน ๒ แรม ๓ ค่ำ พระเจ้ากรุงธนเสด็จยกเข้าอยู่ในเมือง โปรดตั้งพระยาจ่าบ้านเป็นพระยาวิเชียรปราการถืออาญาสิทธิ์ ให้พระยาวังพร้าวผู้หลานเป็นพระยาอุปราช น้อยโพธิเป็นพระยาราชวงศ์ ยกขึ้นไปตั้งที่เมืองป่าทรางทางไกลเมืองกุมกามวันหนึ่ง ตั้งพระยาลำพูนเป็นพระยาไวยวงศาถืออาญาสิทธิ์ครองเมืองลำพูนไชยตามเดิม ตั้งนายน้อยต่อมต้อเป็นพระยาอุปราช ให้พระยากาวิละถืออาญาสิทธิ์ครองเมืองนครลำปาง ตั้งคำโสมผู้น้องที่ ๑ เป็นพระยาอุปราช ตั้งน้อยธรรมผู้น้องที่ ๒ เป็นพระยาราชวงศ์ ดวงทิพ หมูล่า คำฟั่น บุญมา น้อง ๔ คนนี้ให้เป็นผู้ช่วยราชการ จึงพระราชทานเครื่องยศโดยฐานาศักดิ์ทุกคน แล้วเสด็จยกทัพกลับยังกรุงธนบุรี เมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ก็เป็นเมืองขึ้นกรุงธนบุรีแต่นั้นมา
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
hakx34g8bee0n82fwijax88xcb4d7a4
293995
293994
2026-07-25T16:52:53Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293995
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" />{{หสล|๙}}</noinclude>นำทัพยกเข้าปีนปล้นเอาเมือง ฝ่ายโปสุพลา โปมะยุงวน ทราบว่าพระยาจ่าบ้าน พระยากาวิละ เข้าหาแม่ทัพไทยแล้ว ก็ไม่อาจที่จะคิดสู้รบต่อไป ครั้นถึง ณ วัน ๗ เดือน ๒ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เวลายามเศษ โปสุพลา โปมะยุงวน ก็กวาดต้อนครอบครัวพม่าลาวหนีออกจากเมือง ครั้น ณ วัน ๕ เดือน ๒ แรม ๓ ค่ำ พระเจ้ากรุงธนเสด็จยกเข้าอยู่ในเมือง โปรดตั้งพระยาจ่าบ้านเป็นพระยาวิเชียรปราการถืออาญาสิทธิ์ ให้พระยาวังพร้าวผู้หลานเป็นพระยาอุปราช น้อยโพธิเป็นพระยาราชวงศ์ ยกขึ้นไปตั้งที่เมืองป่าทรางทางไกลเมืองกุมกามวันหนึ่ง ตั้งพระยาลำพูนเป็นพระยาไวยวงศาถืออาญาสิทธิ์ครองเมืองลำพูนไชยตามเดิม ตั้งนายน้อยต่อมต้อเป็นพระยาอุปราช ให้พระยากาวิละถืออาญาสิทธิ์ครองเมืองนครลำปาง ตั้งคำโสมผู้น้องที่ ๑ เป็นพระยาอุปราช ตั้งน้อยธรรมผู้น้องที่ ๒ เป็นพระยาราชวงศ์ ดวงทิพ หมูล่า คำฟั่น บุญมา น้อง ๔ คนนี้ให้เป็นผู้ช่วยราชการ จึงพระราชทานเครื่องยศโดยฐานาศักดิ์ทุกคน แล้วเสด็จยกทัพกลับยังกรุงธนบุรี เมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ก็เป็นเมืองขึ้นกรุงธนบุรีแต่นั้นมา
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
5z56xn7g7r3x5geybatj7f3v2v3tfpr
ผู้สร้างสรรค์:พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ)
102
90636
293911
2026-07-25T14:54:53Z
Lucunculus
12427
สร้างหน้าด้วย "{{ผู้สร้างสรรค์ | ชื่อต้น = พระยา | ชื่อท้าย = มหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ) | ชื่อย่อ = ม | เรียงชื่อ = yes | ศักราช = พ.ศ. | ปีเกิด = ? | ปีตาย = 2446 | รูป = | บรรยายรูป = {{PAGENAME}} | ตั้งตรง = | อธิบา..."
293911
wikitext
text/x-wiki
{{ผู้สร้างสรรค์
| ชื่อต้น = พระยา
| ชื่อท้าย = มหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ)
| ชื่อย่อ = ม
| เรียงชื่อ = yes
| ศักราช = พ.ศ.
| ปีเกิด = ?
| ปีตาย = 2446
| รูป =
| บรรยายรูป = {{PAGENAME}}
| ตั้งตรง =
| อธิบาย =
}}
==งาน==
* {{ลปง|พงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนชัย}}
{{ลมท}}
[[หมวดหมู่:ผู้สร้างสรรค์ที่เป็นชาวไทย]]
[[หมวดหมู่:ขุนนาง]]
tklt0ppgwvybvq0w4e1dv39dsyuamgv
ผู้สร้างสรรค์:พระยาศรีสิงหเทพ (หรุ่น)
102
90637
293912
2026-07-25T14:56:10Z
Lucunculus
12427
เปลี่ยนทางหน้าไปยัง [[ผู้สร้างสรรค์:พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ)]]
293912
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ผู้สร้างสรรค์:พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ)]]
obh4lzj6ru9l6atygnz31eazlmwiumj
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/30
250
90638
293917
2026-07-25T15:06:59Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293917
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๑๐}}</noinclude>ครั้นศักราช ๑๑๓๗ ปีมะแมสัปตศก พระเจ้าอังวะให้อะแซวุ่นกี้เป็นแม่ทัพมาตีเมืองพิศณุโลกแลเมืองฝ่ายเหนือ ให้อำมะหลอกวุ่นกับตวนวุ่นเป็นแม่ทัพคุมพลมาตีเมืองป่าทราง พระยาวิเชียรปราการเจ้าเมืองเชียงใหม่ พระยาไวยวงษาเจ้าเมืองลำพูน สู้รบเหลือกำลัง ก็อพยพครอบครัวทิ้งเมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนไชย ลงมาอยู่เมืองนครลำปางบ้าง อยู่ตามหัวเมืองฝ่ายเหนือต่าง ๆ บ้าง แต่ที่เมืองนครลำปางนั้นพระยากาวิละรักษาเมืองไว้ได้ พระยาวิเชียรปราการ พระยาไวยวงษา อุปราชน้อยต่อม ก็ลงมาถึงแก่กรรมอยู่ ณ เมืองสวรรคโลก เมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนไชย ก็ร้างว่างอยู่
ครั้นศักราช ๑๑๔๔ ปีขาลจัตวาศก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติปราบดาภิเศกแล้ว พระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางแต่งให้นายคำฟั่นผู้น้องลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท
ครั้นศักราช ๑๑๔๗ ปีมะเส็งสัปตศก ครั้งทัพลาดหญ้าพม่ายกมาล้อมเมืองนครลำปางแลตีหัวเมืองฝ่ายเหนือ จึง<noinclude></noinclude>
2y1g0ewvmx1p1bp09a831cb2r3u26in
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/31
250
90639
293918
2026-07-25T15:07:43Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293918
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๑๑}}</noinclude>โปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรสถานพิมุขฝ่ายหลังกับเจ้าพระยามหาเสนายกไปตีทัพพม่าณหัวเมืองฝ่ายเหนือ ทัพหลวงก็เสด็จหนุนขึ้นไปตั้งอยู่ ณ เมืองนครสวรรค์ ครั้นพม่าถอยไปสิ้นแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงจักรเจษฎา แบ่งคนในกองทัพหลวงยกไปบรรจบทัพเจ้าพระยามหาเสนาไปรบพม่าตามลำน้ำพิงซึ่งตั้งอยู่ ณ เมืองกำแพงเพ็ชร เมืองตาก แล้วไปช่วยเมืองนครลำปาง ฝ่ายพม่าที่ล้อมเมืองนครลำปางได้ทราบว่ากองทัพไทยขึ้นไปช่วย ก็เลิกทัพกลับไป
ครั้นศักราช ๑๑๔๘ ปีมะเมียอัฐศก พม่าซึ่งตั้งอยู่เมืองเชียงแสนจะยกมาตีเมืองฝางลาว พระยาแพร่ที่อะแซวุ่นกี้เอาตัวไปเมืองพม่าแต่ครั้งทัพเมืองพระพิศณุโลกนั้น พระยาแพร่มาอยู่ที่เมืองเชียงแสนคิดกับพระยายองจับอาปะกามะนีนายทัพพม่าซึ่งมาตั้งอยู่ ณ เมืองเชียงรายจำโตงกพาครอบครัวเข้ามาสามิภักดิ์สู่พระบรมโพธิสมภาร พระยากาวิละเจ้าเมืองนครลำปางบอกส่งลงมา โปรดให้พระยายองกลับขึ้นไปอยู่กับพระยากาวิละที่เมืองนครลำปาง แต่พระยาแพร่นั้นให้ทำราชการอยู่ณกรุงเทพฯ
แล้วได้ข่าวว่าพม่าจะยกมาตีเมืองฝางลาว เมืองนครลำปางอิก จึงโปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรฯ เสด็จขึ้นไปจัดการ{{วว}}<noinclude></noinclude>
8qyjug0gl0ob5fpp2b7s1ytqpuf0mmk
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/32
250
90640
293919
2026-07-25T15:09:25Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293919
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๑๒}}</noinclude>ณ เมืองเชียงใหม่ ครั้นเสด็จขึ้นไปถึงเมืองนครลำปาง จึงมีพระราชบัณฑูรตั้งให้พระยากาวิละเป็นพระยาเชียงใหม่ ให้น้อยธรรมผู้น้องที่สองเป็นพระยาอุปราช ให้พุทสารผู้เป็นญาติข้างมารดาพระยากาวิละเป็นพระยาราชวงศ์ พระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ พระยาเชียงใหม่ พระยาอุปราช พระยาราชวงศ์ ก็กราบถวายบังคมลายกครัวเชียงใหม่เดิม แล้วขอรับพระราชทานครัวเชียงใหม่ซึ่งตกค้างอยู่ ณ เมืองฝ่ายเหนือทั้งปวงนั้น ขึ้นไปตั้งอยู่ ณ เมืองเชียงใหม่แต่ณปีมะเมียอัฐศก ศักราช ๑๑๔๘ ปีมาจนทุกวันนี้
และที่เมืองนครลำปางนั้น มีพระราชบัณฑูรตั้งคำโสมผู้น้องรองพระยากาวิละเป็นพระยานครลำปาง ให้ดวงทิพผู้น้องที่ ๓ เป็นพระยาอุปราช ให้หมูล่าผู้น้องที่ ๔ เป็นพระยาราชวงศ์ อยู่รักษาเมืองนครลำปางสืบไป พระราชทานเครื่องยศเหมือนตั้งเมืองเชียงใหม่ แต่ที่เมืองลำพูนไชยนั้นยังหาได้ตั้งไม่
ลุศักราช ๑๑๕๖ ปีขาลฉศก พระยานครลำปางป่วยถึงแก่กรรม พระยานครคำโสมเป็นพระยานครได้เก้าปี แต่จะโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดขึ้นไปปลงศพนั้นหาได้ปรากฎในหมายเหตุไม่{{วว}}<noinclude></noinclude>
ejng1dix2dy8lnwdld4rlhldql8hgsw
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/33
250
90641
293920
2026-07-25T15:10:14Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293920
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๑๓}}</noinclude>แล้วโปรดเกล้าฯ ให้มีตราหาตัวพระยาอุปราชดวงทิพ พระยาราชวงศ์หมูล่า นายหนานไชยวงศ์ ลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยาอุปราชดวงทิพเป็นพระยานครลำปาง ตั้งพระยาราชวงศ์หมูล่าเป็นพระยาอุปราช ตั้งนายหนานไชยวงศ์บุตรพระยานครคำโสมเป็นพระยาราชวงศ์ พระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ แล้วพระยานครลำปาง พระยาอุปราช พระยาราชวงศ์ ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปเมืองนครลำปาง
ลุศักราช ๑๑๖๓ ปีระกาตรีศก พระยาเชียงใหม่กาวิละ พระยานครลำปางดวงทิพ กับญาติพี่น้อง ยกกองทัพขึ้นไปตีเมืองสาด จับได้ราชาจอมหงส์เจ้าเมืองกับครอบครัว ส่งลงมาถวายณกรุงเทพฯ
ลุศักราช ๑๑๖๔ ปีจอจัตวาศก เจ้าเวียงจันท์กับเจ้าอินท์รับอาสานำกองทัพพระยายมราชยกขึ้นไปตีเมืองเชียงแสน ครั้นพระยายมราชกับนายทัพนายกองยกขึ้นไปถึงเมืองเชียงแสนแล้ว ตีเมืองเชียงแสนหาแตกไม่ พระยายมราชนายทัพนายกองไทยลาวก็ล่าทัพกลับลงมายังกรุงเทพฯ
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
ouo3s6wat937hlch7ppmpdtryb9zipq
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/34
250
90642
293921
2026-07-25T15:10:36Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293921
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๑๔}}</noinclude>ลุศักราช ๑๑๖๕ ปีกุนเบญจศก พระยาเชียงใหม่กาวิละ พระยานครลำปางดวงทิพ เจ้านายญาติพี่น้อง กับเจ้าฟ้าเมืองน่าน เกณฑ์กองทัพยกขึ้นไปตีเมืองเชียงแสน เมืองยอง แตกกระจัดกระจาย จุดเผาบ้านเรือน กวาดต้อนเอาครอบครัวชายหญิงใหญ่น้อย ช้างม้าโคกระบือ เครื่องสรรพศัสตราวุธ ทรัพย์สิ่งของ เครื่องวัตถุอัญมณี ลงมาไว้ ณ เมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เป็นอันมาก เมืองน่านก็ยกเอาเมืองเชียงของไปเป็นเมืองขึ้นเมืองน่าน แล้วบอกข้อราชการที่ได้ไชยชำนะแก่เมืองเชียงแสน เมืองยอง ลงมาณกรุงเทพฯ
ครั้นศักราช ๑๑๖๗ ปีฉลูสัปตศก พระยาเชียงตุงเจ้าเมืองพี่ชายมหาขนานเป็นกบฏต่อเมืองอังวะ อพยพครอบครัวหนีเข้ามาอยู่ยังเมืองเชียงใหม่ ขอเป็นข้าขอบขัณฑสิมา เอาพระเดชเดชานุภาพพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวณกรุงเทพฯ เป็นที่พึ่งสืบไป
ครั้นลุศักราช ๑๑๖๘ ปีขาลอัฐศก พระยาราชวงศ์คำฟั่นเมืองเชียงใหม่ พระยาอุปราชหมูล่าเมืองนครลำปาง เกณฑ์<noinclude></noinclude>
4tmskzid3otok866odfchr9190llc00
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/35
250
90643
293922
2026-07-25T15:11:00Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293922
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๑๕}}</noinclude>กองทัพเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง ยกขึ้นไปตีเมืองเชียงรุ้ง ได้รบพุ่งกับพม่าลาวลื้อพลเมืองเป็นหลายครั้ง เจ้าเมืองเชียงรุ้งกับท้าวพระยาสิบสองพันนาก็อ่อนน้อมยอมเป็นข้าขอบขัณฑสิมากรุงเทพฯ
อยู่มาลุศักราช ๑๑๗๐ ปีมะโรงสัมฤทธิศก พระยาเชียงใหม่ พระยานครลำปาง ยกขึ้นไปเกลี้ยกล่อมมหาขนาน ณ เมืองเชียงตุง ๆ ก็ยอมพาครอบครัวอพยพมาพักอยู่ ณ เมืองเชียงแสนได้ประมา ณ เดือนเศษ แล้วมหาขนานกลับใจพาครอบครัวหนีกลับไปเมืองเชียงตุง พระยานครลำปาง พระยาเชียงใหม่ ก็หาได้ยกกองทัพติดตามไปไม่
ครั้นลุศักราช ๑๑๗๑ ปีมะเส็งเอกศก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จสู่สวรรคต พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลยได้เถลิงถวัลยราชสมบัติปราบดาภิเศกแล้ว ครั้นณปีมะเมียโทศก พระยาเชียงใหม่ พระยานครลำปาง แต่งให้เจ้านายบุตรหลานคุมเครื่องราชบรรณาการลงมาทูลเกล้าฯ ถวาย
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
4gb2adx2ughmrmswbb01st9vj4n9ukd
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/36
250
90644
293923
2026-07-25T15:15:26Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293923
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๑๖}}</noinclude>ครั้นลุศักราช ๑๑๗๖ ปีจอฉศก จึงทรงพระราชดำริปรึกษาด้วยท่านอัครมหาเสนาบดีว่าเมืองลำพูนไชยยังร้างว่างอยู่ หามีผู้คนรักษาบ้านเมืองไม่ จะทรงพระมหากรุณาตั้งเจ้าเมือง อุปราช ราชวงศ์ ขึ้นรักษาเมืองลำพูนไชยให้เป็นเมืองสืบต่อไป ท่านอัครมหาเสนาบดีก็เห็นชอบด้วยดังกระแสพระราชดำริ โปรดเกล้าฯ ให้มีตราขึ้นไปหาพระยาเชียงใหม่กาวิละ พระยาราชวงศ์คำฟั่น นายบุญมา ลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
ครั้น ณ วัน ๕ เดือน ๑๑ ขึ้น ๔ ค่ำ ก็ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนพระยาเชียงใหม่กาวิละขึ้นเป็นพระเจ้าเชียงใหม่ ตั้งพระยาราชวงศ์คำฟั่นเป็นพระยาลำพูนไชย ตั้งนายบุญมาเป็นพระยาอุปราชเมืองลำพูนไชย พระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ทุกคน จึงโปรดเกล้าฯ ยกเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ขึ้นเป็นเมืองประเทศราชแต่นั้นมา แล้วพระเจ้าเชียงใหม่ พระยาลำพูนไชย พระยาอุปราช ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปเมืองเชียงใหม่ พระเจ้าเชียงใหม่กาวิละจึงแบ่งเอาคนเมืองเชียงใหม่เป็นคนสกรรจ์ ๑๐๐๐ คน เมืองนครลำปาง ๕๐๐ คน ให้พระยาลำพูนไชย ๆ{{วว}}<noinclude></noinclude>
jkbvof07d8owax6hnv24fq8952kbins
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/37
250
90645
293924
2026-07-25T15:15:48Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293924
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๑๗}}</noinclude>ก็ยกครอบครัวไพร่พลทั้ง ๒ เมืองมาตั้งเมืองลำพูนไชยแต่ในศักราช ๑๑๗๖ ปีจอฉศก มาจนทุกวันนี้ พระเจ้าเชียงใหม่กาวิละ ครั้นจัดการเมืองลำพูนไชยเสร็จแล้ว ก็ป่วยลง พระเจ้าเชียงใหม่กาวิละเป็นพระยาเชียงใหม่ได้ ๒๘ ปี เป็นพระเจ้าเชียงใหม่ได้ปี ๑ รวมแต่ได้ครองเมืองเชียงใหม่มาได้ ๒๙ ปี ก็ถึงแก่พิราลัยในปีจอฉศกนั้น แต่จะโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดขึ้นไปปลงศพ ก็หาได้ปรากฏในหมายเหตุไม่
ครั้นลุศักราช ๑๑๗๗ ปีกุนสัปตศก พระยาอุปราชน้อยธรรม พระยาราชวงศ์หมูล่า เมืองเชียงใหม่ พระยาลำพูนไชย พระยาอุปราช เมืองลำพูนไชย นำช้างพลายเผือกเอกลงมาถวาย ครั้นแพช้างลงมาถึงกรุงเก่า พระยาราชวงศ์หมูล่าป่วยลงก็ถึงแก่กรรม พระยาอุปราช พระยาลำพูน ก็เอาศพพระยาราชวงศ์หมูล่าฝังไว้ที่กรุงเก่า แล้วก็ล่องแพช้างเผือกเอกลงมาถึงกรุงเทพฯ ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แห่ช้างขึ้นสู่โรงสมโภช ขึ้นระวาง พระราชทานนามว่าพระยาเสวตรไอยรา บวรพาหนนารถ อิศราราชบรมจักร สีสังข์ศักดิ์อุโบสถ คชคเชนทรชาติอากาศจารี เผือกผ่องศรีบริสุทธิ์ เฉลิมอยุทธยายิ่ง วิมลมิ่งมงคล จบสกลเลิศฟ้า{{วว}}<noinclude></noinclude>
2ezy2cyhzi9qlsy0w3wcz21jmt8jdxb
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/38
250
90646
293925
2026-07-25T15:16:13Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293925
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๑๘}}</noinclude>แล้วทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนพระยาอุปราชน้อยธรรมขึ้นเป็นพระยาเชียงใหม่ ตั้งพระยาลำพูนคำฟั่นเป็นพระยาอุปราชเมืองเชียงใหม่ ตั้งพระยาอุปราชบุญมาเมืองลำพูนเป็นพระยาลำพูน แต่ที่อุปราชเมืองลำพูนนั้นยังหาได้โปรดตั้งผู้ใดไม่ แล้วพระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ทุกคน พระยาเชียงใหม่ พระยาอุปราช พระยาลำพูน ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปบ้านเมือง แล้วโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานคุมหีบศิลาหน้าเพลิงขึ้นไปปลงศพพระยาราชวงศ์หมูล่าที่กรุงเก่าด้วย
ลุศักราช ๑๑๘๓ ปีมะเส็งตรีศก พระยาเชียงใหม่น้อยธรรมรักษาเมืองมาได้ ๗ ปีก็ถึงแก่อสัญกรรม แต่จะโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดขึ้นไปปลงศพพระยาเชียงใหม่น้อยธรรมนั้น หาปรากฏในหมายเหตุไม่
ลุศักราช ๑๑๘๕ ปีมะแมเบญจศก มีตราโปรดขึ้นไปหาตัวพระยาอุปราชคำฟั่นเมืองเชียงใหม่ พระยานครลำปางดวงทิพ นายพุทธวงศ์ นายคำมูล นายน้อยกาวิละ ลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อน<noinclude></noinclude>
841ww1z452f28kvazngg8fr7r0ogsqa
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/39
250
90647
293926
2026-07-25T15:17:58Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293926
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๑๙}}</noinclude>พระยานครลำปางดวงทิพเป็นพระเจ้านครลำปาง ตั้งพระยาราชวงศ์หนานไชยวงศ์บุตรพระยานครคำโสมขึ้นเป็นพระยาอุปราชเมืองนครลำปาง ตั้งพระยาอุปราชคำฟั่นขึ้นเป็นพระยาเชียงใหม่ ตั้งนายพุทธวงศ์บุตรนายพ่อเรือนหลานฟ้าชายแก้วเป็นพระยาอุปราช ตั้งนายคำมูลบุตรนายพ่อเรือนเป็นพระยาราชวงศ์ ตั้งนายน้อยกาวิละบุตรนายพ่อเรือนเป็นพระยาเมืองแก้ว โปรดพระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ทุกคน แล้วพระเจ้านครลำปาง พระยาอุปราชเมืองนครลำปาง พระยาเชียงใหม่ พระยาอุปราช พระยาราชวงศ์ พระยาเมืองแก้ว ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปรักษาบ้านเมือง
ลุศักราช ๑๑๘๖ ปีวอกฉศก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จสู่สวรรคต พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเศกแล้ว พระยาเชียงใหม่คำฟั่นว่าราชการเมืองมาได้ ๓ ปี ก็ถึงแก่อสัญกรรม ณ วันเดือน ๘ แรม ๘ ค่ำ ศักราช ๑๑๘๗ ปีระกาสัปตศก พระเจ้านครลำปางดวงทิพเป็นพระยานครลำปางได้ ๙ ปี เป็นพระเจ้านครลำปางได้ ๓ ปี รวมได้ครองเมืองนครลำปางมาได้ ๑๒ ปี{{วว}}<noinclude></noinclude>
2l144k7slhyt77vlcspxdmlh3y34q4s
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/40
250
90648
293927
2026-07-25T15:19:12Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293927
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๒๐}}</noinclude>ก็ถึงแก่พิราลัยในเดือน ๙ ปีระกาสัปตศกนั้น จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาศรีสุริยพาหขึ้นไปปลงศพพระยาเชียงใหม่คำฟั่น ให้จมื่นสมุหพิมานขึ้นไปปลงศพพระเจ้านครลำปางดวงทิพ
ลุศักราช ๑๑๘๘ ปีจออัฐศก เจ้าเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ก็ลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จึงทรงมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยาอุปราชพุทธวงศ์เป็นพระยาเชียงใหม่ ตั้งนายหนานมหาวงศ์บุตรพระยาเชียงใหม่น้อยธรรมเป็นพระยาอุปราช ตั้งนายน้อยมหาพรหมบุตรพระยาเชียงใหม่คำฟั่นเป็นพระยาราชวงศ์ เมืองนครลำปางนั้นทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยาราชวงศ์หนานไชยวงศ์บุตรพระยานครคำโสมเป็นพระยานครลำปาง ตั้งนายน้อยขัติยบุตรพระยานครคำโสมเป็นพระยาอุปราช ตั้งนายคำแสนบุตรพระยานครคำโสมเป็นพระยาราชวงศ์ ตั้งนายน้อยคำภูบุตรพระยาอุปราชหมูล่าเป็นพระยาเมืองแก้ว ตั้งนายหนานมหาพรหมเป็นพระยาราชบุตร ที่เมืองลำพูนไชยนั้น ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนพระยาลำพูนบุญมาขึ้นเป็นพระเจ้าลำพูนไชย<noinclude></noinclude>
742uq9cqnmnv0ndm0m4aomfwdn2ja1z
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/41
250
90649
293928
2026-07-25T15:19:29Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293928
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๒๑}}</noinclude>เจ้านครลำพูน ตั้งนายน้อยอินท์บุตรพระยานครคำโสมเป็นพระยาอุปราช ตั้งนายหนานมหายศบุตรนางสิงบุญธรรม์น้องพระเจ้าลำพูนบุญมาเป็นราชวงศ์ ตั้งนายน้อยธรรมลังกาบุตรพระเจ้าลำพูนบุญมาเป็นพระยาเมืองแก้ว ตั้งนายน้อยคำตันบุตรพระเจ้าลำพูนบุญมาเป็นพระยาราชบุตร แต่นายพิมพิสาร นายธรรมกิติ วิวาทกับราชวงศ์คำมูล เอาตัวไว้ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณอยู่ที่กรุงเทพฯ พระเจ้าลำพูนบุญมา พระยาเชียงใหม่ พระยานครลำปาง ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไป พอถึงเมืองตาก อนุเวียงจันท์คิดการเป็นขบถ ยกกองทัพลงมาตีเมืองนครราชสิมา พระเจ้าลำพูนบุญมา พระยาเชียงใหม่ พระยานครลำปาง เกณฑ์ให้เจ้านายบุตรหลานยกขึ้นไปช่วยราชการทางเมืองเวียงจันท์ พระเจ้าลำพูนบุญมาเป็นพระยาลำพูนได้ ๙ ปี เป็นพระเจ้าลำพูนได้ ๔ ปี รวมแต่ได้ครองเมืองลำพูนได้ ๑๓ ปี ก็ถึงแก่พิราลัย พระยาเมืองแก้วน้อยกาวิละก็ถึงแก่กรรมด้วย
ในศักราช ๑๑๘๙ ปีกุนนพศกนั้น จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาศรีสุริยพาหขึ้นไปปลงศพพระเจ้าลำพูนบุญมา แล้วพระยาอุปราชน้อยอินท์บุตรพระยานครคำโสม พระยาราชบุตร<noinclude></noinclude>
7xs30ffe1hyvs1e8m8m1ccdfpn56get
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/42
250
90650
293929
2026-07-25T15:19:51Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293929
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๒๒}}</noinclude>คำตัน เมืองแก้วน้อยลังกา บุตรพระเจ้าลำพูนบุญมา พระยาไชยสงครามหน่อเมืองบุตรพระเจ้านครดวงทิพ ก็พากันลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยาอุปราชน้อยอินท์เลื่อนขึ้นเป็นพระยาลำพูนเจ้าเมืองลำพูนไชย ตั้งพระยาราชบุตรคำตันเลื่อนขึ้นเป็นพระยาอุปราช ตั้งพระยาไชยสงครามเลื่อนขึ้นเป็นพระยาราชวงศ์ ตั้งนายน้อยธรรมลังกาเป็นพระยาเมืองแก้ว โปรดพระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ทุกคน พระยาลำพูน พระยาอุปราช พระยาราชวงศ์ พระยาเมืองแก้ว ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปรักษาเมือง
ลุศักราช ๑๑๙๙ ปีระกานพศก พระยานครลำปางไชยวงศ์รักษาเมืองมาได้ ๑๒ ปี ครั้น ณ วันเดือน ๗ ขึ้นค่ำ ๑ ก็ถึงแก่อสัญกรรม ในปีระกานพศกนั้นโปรดเกล้าฯ ให้พระยาพิพิธไอสูรย์ขึ้นไปปลงศพพระยานครลำปาง
ลุศักราช ๑๒๐๐ ปีจอสัมฤทธิศก อุปราชน้อยขันธิยบุตรพระยานครคำโสมลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จึงทรง<noinclude></noinclude>
86te6ipegoznb818xm26l8wv6zi2x5r
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/43
250
90651
293930
2026-07-25T15:20:14Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293930
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๒๓}}</noinclude>พระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งอุปราชน้อยขันธิยเลื่อนขึ้นเป็นพระยานครลำปาง โปรดพระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ พระยานครลำปางก็ถวายบังคมลากลับขึ้นไปถึงเมืองได้ ๖ เดือนก็ถึงอสัญกรรม โปรดเกล้าฯ ให้พระยาสุเรนทรราชเสนา นายโนรีมหาดเล็ก ขึ้นไปปลงศพพระยานครลำปางขันธิย แล้วพระยาลำพูนน้อยอินท์บุตรพระยานครคำโสม อุปราชคำตันบุตรพระเจ้าลำพูนบุญมา ลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนพระยาลำพูนน้อยอินท์บุตรพระยานครคำโสมเป็นพระยาลำปาง ตั้งพระยาอุปราชคำตันบุตรพระเจ้าลำพูนบุญมาเป็นพระยาลำพูน โปรดพระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ แล้วพระยานครลำปาง พระยาลำพูน ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปรักษาเมือง
ลุศักราช ๑๒๐๑ ปีกุนเอกศก ณ วันเดือน ๕ แรม ๘ ค่ำ พระยาเชียงใหม่ พระยาลำพูน มีใบบอกลงมาให้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่าพระยาเชียงใหม่แต่งให้พระยาอุปราชมหาวงศ์เป็นแม่ทัพ นายพิมพิสารเป็นปลัดทัพ คุมกำลังนายไพร่{{วว}}<noinclude></noinclude>
ld4mp6za4dzhr93ifaab2r1mu21fjd5
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/44
250
90652
293931
2026-07-25T15:20:33Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293931
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๒๔}}</noinclude>๓๓๐๐ คน พระยาลำพูนแต่งให้พระยาอุปราชเป็นแม่ทัพ นายน้อยคำวงษาเป็นปลัดทัพ คุมกำลังนายไพร่ ๙๐๐ คน รวมสองเมืองนายไพร่ ๔๒๐๐ คน ยกไปตีเมืองปุ เมืองสาด เมืองต่วน แตกกระจัดกระจาย จุดเผาบ้านเรือน กวาดต้อนครอบครัวชายหญิงใหญ่น้อยได้ ๑๘๖๘ คน กับเครื่องสรรพสาตราวุธช้างม้าโคกระบือลงมาถึงเมืองเชียงใหม่ ณ วันเดือน ๗ ขึ้น ๘ ค่ำปีกุนเอกศก แล้วพระยาเชียงใหม่ พระยาลำพูน มีใบบอกลงมาให้กราบทูลพระกรุณาว่าครัวที่กวาดต้อนได้มานั้น ขอพระราชทานแบ่งปันแจกจ่ายให้แก่นายทัพนายกอง เป็นคนชายหญิงใหญ่น้อย ๑๐๐๐ คน ส่งลงมาถวาย เป็นครัวเมืองต่วน พระยาต่วนเจ้าเมือง ๑ ครัว ชายหญิงใหญ่น้อย ๕๐๗ คน รวม ๕๐๘ คน เมืองสาด พระยาแก่นเจ้าเมือง ๑ ครัว ชายหญิงใหญ่น้อย ๑๘๓ คน รวม ๑๘๔ คน เมืองปุ ท้าวแก้วเจ้าเมือง ๑ ครัว ชายหญิงใหญ่น้อย ๑๗๕ คน รวม ๑๗๖ คน รวมหญิงชายใหญ่น้อย ๘๖๘ คน กับปืนหลักปืนคาบศิลาคาบชุด ๔๗ บอก ม้า ๑๕ ม้า โค ๒๔๖ โค
ครั้นนำใบบอกขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีตราตอบขึ้นไปว่าครอบครัวที่<noinclude></noinclude>
hfsy58o4km8w50s5j8dtd1g9i9ketc5
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/45
250
90653
293932
2026-07-25T15:21:03Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293932
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๒๕}}</noinclude>พระยาเชียงใหม่ พระยาลำพูน จะส่งลงมาถวายนั้น ให้เอาไว้เป็นไพร่พลเมืองปืนม้าโคซึ่งเป็นเมืองขึ้นแก่เมืองเชียงใหม่ จะได้สำหรับรักษาบ้านเมืองต่อไป พระยาเชียงใหม่ก็แบ่งปันครอบครัวทั้งปวงนั้นให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นภูมิลำเนา ตามท้องตราซึ่งโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปทุกประการ
ครั้นลุศักราช ๑๒๐๓ ปีฉลูตรีศก พระยาลำพูนคำตันว่าราชการเมืองมาได้ ๓ ปี ก็ถึงแก่อสัญกรรม โปรดเกล้าฯ ให้พระเทพาธิบดีขึ้นไปปลงศพพระยาลำพูนคำตัน แล้วโปรดเกล้าฯ ให้มีตราขึ้นไปหาตัวพระยาเมืองแก้วน้อยลังกาบุตรพระยาลำพูนบุญมาลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยาเมืองแก้วเลื่อนขึ้นเป็นพระยาลำพูน โปรดพระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ พระยาลำพูนก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปรักษาเมืองได้ ๒ ปี
ลุศักราช ๑๒๐๕ ปีเถาะเบญจศก พระยาลำพูนน้อยลังกาถึงแก่อสัญกรรม โปรดเกล้าฯ ให้มีตราขึ้นไปถึงพระยากำแพงเพ็ชรแต่งกรมการไปปลงศพพระยาลำพูน พระยา<noinclude></noinclude>
qkopfpwjxpq4urtpu21mydjjzszol6d
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/46
250
90654
293933
2026-07-25T15:24:41Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293933
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๒๖}}</noinclude>กำแพง เพชรก็แต่งให้พระปลัดขึ้นไปปลงศพพระยาลำพูน ในปีเถาะเบญจศกนั้น ณ วันเดือน ๖ แรม ๑๑ ค่ำ พระยานครลำปางน้อยอินท์ พระยาอุปราชมหาวงศ์เมืองเชียงใหม่ ลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลพระกรุณาขอตั้งเมืองเชียงรายเป็นเมืองขึ้นเมืองเชียงใหม่ ตั้งเมืองงาว เมืองพเยา เป็นเมืองขึ้นเมืองนครลำปาง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งนายธรรมลังกาน้องนายพิมพิสารเป็นพระยารัตนอาณาเขตรเจ้าเมืองเชียงราย ตั้งนายอุ่นเรือนบุตรพระยาแสนหลวงเป็นพระยาอุปราช ตั้งนายคำแสนน้องนายอุ่นเรือนเป็นพระยาราชวงศ์ ตั้งนายพุทธวงศ์น้องพระยานครน้อยอินท์เป็นพระยาประเทศอุตรทิศเจ้าเมืองพเยา ตั้งนายน้อยมหายศน้องพระยานครน้อยอินท์ที่ ๒ เป็นพระยาอุปราช ตั้งนายแก้วมนุษย์น้องพระยานครน้อยอินท์ที่ ๓ เป็นพระยาราชวงศ์ ตั้งนายขัติยบุตรพระยาประเทศอุตรทิศเป็นพระยาเมืองแก้ว ตั้งนายน้อยขัติยบุตรพระยาอุปราชหมูล่าเป็นพระยาราชบุตร ตั้งพระยาไชยสงครามเป็นพระยาฤทธิภิญโญยศเจ้าเมืองงาว ตั้งนายขนานยศน้องพระยานครน้อยอินท์เป็นพระยาอุปราช ตั้งนายหนานปัญญาบุตรพระยานครน้อยอินท์เป็นพระยาราชวงศ์ ตั้งนายหนานยศบุตรพระยานครไชยวงศ์เป็น<noinclude></noinclude>
lnl91l97cydlp5meht7mcoegxim1pp1
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/47
250
90655
293934
2026-07-25T15:26:32Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293934
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๒๗}}</noinclude>พระยาเมืองแก้ว ได้รับพระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ทุกคน แล้วมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้แบ่งเอาคนเมืองเชียงใหม่ไปไว้เมืองเชียงราย แบ่งเอาคนเมืองนครลำปางไปไว้เมืองพเยา เมืองงาว จะได้สำหรับรักษาบ้านเมืองต่อไป พระยานครลำปาง พระยาอุปราชเมืองเชียงใหม่ อุปราช ราชวงศ์ เมืองเชียงราย เมืองพเยา เมืองงาว ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปจัดการตั้งบ้านเมือง ตามกระแสพระบรมราชโองการทุกประการ พระยาเชียงใหม่พุทธวงศ์ว่าราชการเมืองมาได้ ๒๒ ปี
ลุศักราช ๑๒๐๘ ปีมะเมียอัฐศก ณ เดือน ๗ พระยาเชียงใหม่พุทธวงศ์ก็ถึงแก่อสัญกรรม โปรดเกล้าฯ ให้พระยารักษมณเฑียรที่เป็นพระยาอิศรานุภาพ กับหลวงพิทักษ์สุเทพ ขึ้นไปปลงศพพระยาเชียงใหม่
ลุศักราช ๑๒๐๙ ปีมะแมนพศก พระยาอุปราชมหาวงศ์ นายพิมพิสาร นำช้างพลายสีปลาดลงมาถวายช้างหนึ่ง โปรดเกล้าฯ ตั้งพระยาอุปราชมหาวงศ์เป็นพระยาเชียงใหม่ ตั้งนายพิมพิสารเป็นพระยาอุปราช ได้รับพระราชทานเครื่องยศโดย<noinclude></noinclude>
syuqbrpvew93hv4w4iqiufkftwsgnma
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/48
250
90656
293935
2026-07-25T15:26:58Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293935
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๒๘}}</noinclude>สมควรแก่ฐานาศักดิ์ พระยาเชียงใหม่ พระยาอุปราช ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปรักษาบ้านเมือง แล้วโปรดเกล้าฯ ให้มีตราขึ้นไปหาตัวนายหนานไชยลังกาบุตรพระยาเชียงใหม่คำฟั่นลงมาณกรุงเทพฯ
ครั้นลุศักราช ๑๒๑๐ ปีวอกสัมฤทธิศก นายหนานไชยลังกาลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งนายหนานไชยลังกาเป็นพระยาลำพูน ได้รับพระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ พระยาลำพูนก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปรักษาเมือง แล้วพระยาเชียงใหม่ พระยาลำพูน เข้าชื่อกันบอกกล่าวโทษพระยานครน้อยอินท์ลงมา ให้กราบบังคมทูลพระกรุณา ได้ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีตราขึ้นไปหาตัวพระยานครน้อยอินท์ลงมาณกรุงเทพฯ ก็ป่วย พระยานครลำปางน้อยอินท์ว่าราชการเมืองมาได้ ๑๑ ปี ก็ถึงแก่กรรมที่กรุงเทพฯ เมื่อ ณ เดือน ๒ ศักราช ๑๒๑๐ ปีวอกสัมฤทธิศก จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาอุปราชญาณรังสีบุตรพระยานครคำโสมว่าราชการเมืองนครลำปาง
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
gcjhyi1wdhzhombpb07ya8geoudvio7
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/49
250
90657
293936
2026-07-25T15:30:41Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293936
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๒๙}}</noinclude>ครั้นลุศักราช ๑๒๑๒ ปีกุนยังเป็นโทศก ณ วันเดือน ๕ ขึ้นค่ำ ๑ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสู่สวรรคต ลุศักราช ๑๒๑๓ ปีกุนตรีศก ณ เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเศก ครั้นลุศักราช ๑๒๑๔ ปีชวดจัตวาศก พระยาเชียงใหม่ พระยาลำพูน พระยาอุปราชผู้ว่าราชการเมืองนครลำปาง แต่งให้เจ้านายญาติพี่น้องลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เมืองเชียงใหม่แต่งให้นายน้อยธรรมกิติ เมืองนครลำปางแต่งให้พระยาราชวงศ์หนานปัญญา พระยาเมืองแก้วไชยลังกา เมืองลำพูนไชยแต่งให้พระยาราชบุตรหนานศรีวิไชย คุมสิ่งของเครื่องราชบรรณาการลงมาทูลเกล้าฯ ถวาย นายธรรมกิติ พระยาราชวงศ์หนานปัญญา เมืองแก้วไชยลังกา พระยาราชบุตรหนานศรีวิไชย ลงมาถึงกรุงเทพฯ ป่วยเป็นไข้อหิวาตกโรคก็ถึงแก่กรรม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่าเมืองเชียงใหม่เขตรแดนติดต่อกันกับพม่าเขินเมืองเชียงตุง แต่ก่อนเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย พร้อมกันยกกองทัพไปทำศึกรบกับเมืองเชียงตุง การก็ไม่สำเร็จ พม่าเขินเมืองเชียงตุงยกกองทัพโจรมาตีต้อนจับผู้คนพลเมือง ๆ เชียงใหม่ไป<noinclude></noinclude>
by36kw2b31d2kpzh6hdz928wybkudk7
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/50
250
90658
293937
2026-07-25T15:31:04Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293937
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๓๐}}</noinclude>เนือง ๆ จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท เป็นแม่ทัพ กับเจ้าพระยายมราชเป็นแม่ทัพอิกทัพหนึ่ง ยกขึ้นไปตีเมืองเชียงตุงในปีชวดจัตวาศกนั้น นายทัพนายกองที่ยกขึ้นไปรบเมืองเชียงตุงการก็ไม่สำเร็จ แต่พระยาเชียงใหม่มหาวงศ์ป่วยอยู่ก็ไม่นิ่งนอนใจ พระยาเชียงใหม่แต่งให้พระยาเมืองแก้ว นายน้อยมหาพรหม นายสุริยวงศ์ผู้บุตร กับญาติพี่น้องแสนท้าวพระยาลาว คุมไพร่ยกขึ้นไปช่วยรบพม่าเขินเมืองเชียงตุง แลพระยาเชียงใหม่ก็ได้ลำเลียงเสบียงอาหารส่งกองทัพมิให้ขัดสน จึงทรงพระราชดำริว่าพระยาเชียงใหม่ก็มีความชอบอยู่
ครั้นลุศักราช ๑๒๑๕ ปีฉลูเบญจศก จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสีหราชฤทธิไกรเชิญแผ่นพระสุพรรณบัตรกับเครื่องสูงขึ้นไปพระราชทานพระยาเชียงใหม่มหาวงศ์เลื่อนขึ้นเป็นพระเจ้ามโหตรประเทศราชาธิบดี นพิสีมหานครราธิฐาน ภูบาลบพิตร สถิตย์ในอุตมชิยางคราชวงศ์ เจ้านครเชียงใหม่ พระเจ้ามโหตรประเทศเป็นพระเจ้าเชียงใหม่ได้ ๕ เดือนกับ ๒๘ วัน คิดรวมกันตั้งแต่เป็นพระยาเชียงใหม่มาได้ ๗ ปีเศษ
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
szrjr7nqupxraaxhxq40v5xtcqvkqen
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/51
250
90659
293938
2026-07-25T15:32:26Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293938
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๓๑}}</noinclude>ลุศักราช ๑๒๑๖ ปีขาลฉศก ณ วันแรม ๙ ค่ำเดือน ๒ พระเจ้ามโหตรประเทศถึงแก่พิราลัย จึงมีตราโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปให้พระยาอุปราชพิมพิสารบุตรพระยาเชียงใหม่คำฟันว่าราชการเมือง ก็ถือเปรียบแก่งแย่งกันกับนายน้อยมหาพรหม กิติศัพท์ทราบลงมาถึงกรุงเทพฯ ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงทรงพระราชดำริว่าที่เมืองเชียงใหม่เจ้านายมิได้ประนีประนอมเป็นสามัคคีคารวะต่อกัน แลราชการทางเมืองเชียงตุงก็ยังติดพันกันอยู่ ซึ่งจะไว้ใจแก่ราชการนั้นมิได้
ครั้นลุศักราช ๑๒๑๗ ปีเถาะสัปตศก จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยามุขมนตรี (เกด) หลวงวิสูตรสมบัติ (พร้อม) ขึ้นไประงับการที่เมืองเชียงใหม่ แล้วให้ปลงศพพระเจ้ามโหตรประเทศราชาด้วย เจ้าพระยามุขมนตรี หลวงวิสูตรสมบัติ ก็กราบถวายบังคมลาขึ้นไป ณ เมืองเชียงใหม่ ณ วัน ๑ เดือน ๔ แรม ๙ ค่ำ เจ้า พระยามุขมนตรี หลวงวิสูตรสมบัติ ขึ้นไปถึงเมืองเชียงใหม่ ก็จัดการบ้านเมืองเรียบร้อยเป็นปรกติ เจ้าพระยามุขมนตรี หลวงวิสูตรสมบัติ กับเจ้านายญาติพี่น้อง ช่วยกันปลงศพพระเจ้ามโหตรประเทศราชาเสร็จแล้ว ก็<noinclude></noinclude>
p51njr0durjin7i7r32mkpw7828ugep
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/52
250
90660
293939
2026-07-25T15:32:57Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293939
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๓๒}}</noinclude>พาตัวพระยาเมืองแก้วหนานสุริยวงศ์บุตรพระเจ้าเชียงใหม่กาวิละ กับนายน้อยมหาพรหม นายหนานสุริยวงศ์ บุตรพระเจ้ามโหตรประเทศราชา พระยาลำพูน พระยาอุปราชเมืองนครลำปาง แลเจ้านายญาติพี่น้อง ลงมาถึงกรุงเทพฯ ณ วันเดือน ๗ ขึ้น ๕ ค่ำศักราช ๑๒๑๘ ปีมะโรงอัฐศก แต่พระยาอุปราชพิมพิสารป่วย ลงมาหาได้ไม่ เจ้าพระยามุขมนตรีก็นำเจ้านายเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จึงมีพระบรมราชโองการปรึกษาด้วยพระบรมวงษานุวงศ์แลท่านอัครมหาเสนาธิบดีว่าเมืองลาวพุงขาว เมืองแขก เมืองเขมร ซึ่งเป็นเมืองประเทศราช เชื้อวงศ์เป็นเจ้า ก็ได้ทรงพระมหากรุณาตั้งขึ้นเป็นเจ้าทุก ๆ เมือง แต่ลาวพุงดำเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูน ตั้งแต่พระเจ้าเชียงใหม่กาวิละ พระเจ้านครลำปางดวงทิพ พระเจ้าลำพูนไชยบุญมา ถึงแก่พิราลัยแล้ว ตั้งเจ้าเมือง อุปราช ราชวงศ์ เมืองแก้ว ครั้งใด ก็ตั้งเป็นพระยาทุก ๆ ครั้ง ครั้งนี้จะทรงพระมหากรุณาตั้งเจ้าเมือง อุปราช ราชวงศ์ ราชบุตร เมืองแก้ว ขึ้นเป็นเจ้าทั้ง ๓ เมือง ให้สมควรที่ได้ยกขึ้นเป็นเมืองประเทศราชอันใหญ่ แต่เจ้าเมือง อุปราช{{วว}}<noinclude></noinclude>
tesztots37cx0yabc648r9th7di7hj1
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/53
250
90661
293940
2026-07-25T15:43:50Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293940
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๓๓}}</noinclude>ราชวงศ์ ราชบุตร เมืองแก้ว เมืองขึ้นนั้น ให้คงเป็นพระยาอยู่ตามเดิม พระบรมวงษานุวงศ์แลท่านอัครมหาเสนาธิบดีก็เห็นชอบด้วยดังกระแสพระราชดำริทุกประการ จึงโปรดเกล้าฯ ปรึกษาด้วยท่านเสนาธิบดีทั้งปวงว่าจะตั้งพระยาอุปราชพิมพิสารขึ้นเป็นเจ้านครจางวาง ให้ว่ากล่าวการสิทธิ์ขาดในเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย จะตั้งพระยาเมืองแก้วสุริยวงศ์เป็นเจ้านครเชียงใหม่ จะตั้งนายน้อยมหาพรหมเป็นเจ้าอุปราช ให้ท่านเสนาบดีปรึกษาพร้อมด้วยพระยาลำพูนไชย พระยาอุปราชเมืองนครลำปาง จะเห็นชอบด้วยประการใด ปรึกษากันยังหาตกลงไม่ พอพระยารัตนอาณาเขตรเจ้าเมืองเชียงราย มีใบบอกลงมาว่าพระยาอุปราชพิมพิสารถึงแก่กรรมแต่ ณ วันเดือน ๙ ขึ้น ๔ ค่ำ ศักราช ๑๒๑๘ ปีมะโรงอัฐศก ฝ่ายพระยาลำพูนไชย พระยาอุปราชเมืองนครลำปาง ก็แจ้งความแก่ท่านเสนาบดีให้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่านายน้อยมหาพรหมนั้นเป็นคนกระด้างกระเดื่อง มิได้อยู่ในถ้อยคำผู้ใหญ่ จะโปรดเกล้าฯ ตั้งนายน้อยมหาพรหมเป็นที่อุปราชเมืองเชียงใหม่ นายน้อยมหาพรหมก็จะประพฤติการที่ผิด ๆ ทำให้เสียราชการ ขอให้เอาตัวนายน้อยมหาพรหมไว้ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณอยู่ที่<noinclude></noinclude>
5roevurmehxu6a3hb01v3v3y3jjbbha
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/54
250
90662
293941
2026-07-25T15:44:34Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293941
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๓๔}}</noinclude>กรุงเทพฯ ก่อน ถ้าจะทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาเมืองแก้วสุริยวงศ์เป็นเจ้านครเชียงใหม่ จะขอรับพระราชทานนายธรรมปัญโญบุตรพระยาอุปราชคำฟั่นเป็นที่อุปราช นายหนานสุริยวงศ์บุตรพระเจ้ามโหตรประเทศราชาเป็นราชบุตร จะได้ควบคุมญาติพี่น้องบ่าวไพร่ของพระเจ้ามโหตรประเทศราชา ท่านเสนาบดีก็นำข้อความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ว่าเมืองเชียงใหม่เป็นเมืองประเทศราชใหญ่ เขตรแดนติดต่อกับอังกฤษพม่า จะตั้งอุปราชราชวงศ์ก็ต้องเอาใจผู้เป็นเจ้าเมืองแลญาติพี่น้องที่เมืองใกล้เคียงเห็นพร้อมกัน จึงจะไม่แตกร้าวในราชการประการใดได้ ครั้งนี้ก็จะทรงพระมหากรุณาตั้งแต่งตามญาติพี่น้องปรึกษาตกลงกันนั้น แต่ที่เมืองแก้วจะทรงเปลี่ยนแปลงเสียใหม่ ให้เรียกว่าบุรีรัตนทั้งเมืองใหญ่แลเมืองขึ้น
ครั้น ณ วัน ๕ แรม ๒ ค่ำเดือน ๑๐ ปีมะโรงอัฐศก ศักราช ๑๒๑๘ ปี จึงโปรดเกล้าฯ เลื่อนพระยาเมืองแก้วหนานสุริยวงศ์บุตรพระเจ้ากาวิละเป็นพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ ดำรงนพิสีนคร สุนทรทศลักษณเกษตร วรฤทธิเดชศรีโยนางค<noinclude></noinclude>
0u1pz19h0klza00vh6m6lsnzoz8l5x5
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/55
250
90663
293942
2026-07-25T15:44:54Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293942
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๓๕}}</noinclude>ดไนยราชวงษาธิบดี เจ้านครเชียงใหม่ ตั้งนายหนานธรรมปัญโญเป็นเจ้าอุปราช ตั้งนายอินทนนท์เป็นเจ้าบุรีรัตน ตั้งนายหนานสุริยวงศ์เป็นเจ้าราชบุตร แล้วทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนพระยาอุปราชเมืองนครลำปางขึ้นเป็นเจ้าวรญาณรังสี ภักดีราชธรรม์ สุพรรณโสมดไนย โยนกวิไสยประชาธิกร อมรมหาเดชเชษฐกเสนางค์ ลำปางคมหานคราธิปตัย เจ้านครลำปาง ตั้งราชวงศ์มหาพรหมบุตรเจ้านครดวงทิพเป็นเจ้าอุปราช เลื่อนพระยาลำพูนไชยเป็นเจ้าไชยลังกาพิศาลโสภาคย์คุณ หริภุญไชยรัษฎาธิวาศ ประเทศราชธุระธาดา มลาวัยวงศ์มัตยานุกูล ลำพูนนครวิชิตไชย เจ้านครลำพูนไชย ได้พระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ทุกคน แล้วพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ เจ้าอุปราช เจ้าบุรีรัตน เจ้าราชบุตร เมืองเชียงใหม่ เจ้าวรญาณรังสี เจ้าอุปราช เมืองนครลำปาง เจ้าไชยลังกาพิศาล เมืองลำพูนไชย ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปรักษาบ้านเมือง แต่นายน้อยมหาพรหมบุตรพระเจ้ามโหตรประเทศนั้น โปรดเกล้าฯ ตั้งให้เป็นพระยาอุตระการโกศล ได้พระราชทานพานทอง ให้ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณอยู่ที่กรุงเทพฯ
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
egew35vk5byus9r2o0ri3kb8xvqaaa3
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/56
250
90664
293943
2026-07-25T15:45:14Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293943
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๓๖}}</noinclude>ครั้น ณ วันเดือน ๑๒ แรม ๑๒ ค่ำ ปีมะแมเอกศก พระเจ้าเชียงใหม่บอกให้นายน้อยหน่อคำ นายน้อยแผ่นฟ้า คุมต้นไม้ทองต้นไม้เงินลงมาทูลเกล้าฯ ถวาย จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ว่าที่ราชวงศ์เมืองเชียงใหม่ยังว่างอยู่ นายน้อยหน่อคำก็เป็นบุตรพระยาเชียงใหม่ช้างเผือก ควรจะเป็นที่ราชวงศ์ได้ แต่นายน้อยแผ่นฟ้าหลานพระเจ้ากาวิละ ๆ ก็มีความชอบได้เกลี้ยกล่อมรวบรวมผู้คนทำศึกกับพม่าปัจจามิตร ก็ควรจะให้นายน้อยแผ่นฟ้าเป็นที่หนึ่งที่ใดขึ้นในเมืองเชียงใหม่ แต่ที่ทางก็ได้ทรงพระมหากรุณาตั้งแต่งเต็มตำแหน่งหมดแล้ว จะต้องคิดชื่อตั้งขึ้นให้สมควรแก่ที่เกี่ยวข้องเป็นบุตรหลานโดยลำดับ ท่านเสนาบดีก็เห็นพร้อมด้วยโดยดังกระแสพระบรมราชโองการ จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งนายน้อยหน่อคำเป็นที่เจ้าราชวงศ์ ตั้งนายน้อยแผ่นฟ้าเป็นเจ้าราชภาคิไนย ได้พระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ แล้วเจ้าราชวงศ์ เจ้าราชภาคิไนย ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไป ณ เมืองเชียงใหม่ ฝ่ายพระยาอุตระการโกศลทำราชการฉลองพระเดชพระคุณอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็ถึงแก่กรรมในปีวอกโทศก ศักราช ๑๒๒๒ ปี
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
5tarpbghry3ylnds80ybx12nt0bd414
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/57
250
90665
293944
2026-07-25T15:45:35Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293944
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๓๗}}</noinclude>ครั้นศักราช ๑๒๒๕ ปีกุนเบญจศก เจ้าอุปราชมหาพรหมเมืองนครลำปางป่วยถึงแก่อสัญกรรม ครั้น ณ เดือน ๑ เดือน ๒ เดือน ๓ ศักราช ๑๒๒๗ ปีฉลูสัปตศก เจ้าอุปราช เจ้าราชวงศ์ เจ้าราชบุตร เมืองเชียงใหม่ บอกกล่าวโทษพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ลงมาเดือนละฉบับ ข้อความต้องกันว่าพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์เกณฑ์คนทำทางออกจากเมืองเชียงใหม่ไปจนถึงท่าผาแดง แล้วจัดเอาช้างพลาย ๒ ช้างกับปืนแต่งคนคุมขึ้นไปถวายพระเจ้าอังวะ ๆ ก็ให้พม่าคุมเอาสิ่งของมาให้แก่พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ ๆ พาพม่ากับล่ามเข้าไปพูดในที่ลับ ครั้นพม่ากลับไปจากเมืองเชียงใหม่แล้ว พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ก็เอาล่ามพม่าไปฆ่าเสีย แล้วนายน้อยเทพวงศ์บุตรพระยาอุตระการโกศลก็ร้องถวายฎีกากล่าวโทษพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์หลายข้อ
จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระยามหามนตรีเจ้ากรมพระตำรวจในขวาขึ้นไปหาตัวพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ลงมาณกรุงเทพฯ พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ เจ้าอุปราช เจ้าราชวงศ์ เจ้าราชบุตร กับเจ้านายญาติพี่น้อง ก็ลงมาพร้อมด้วยพระยามหามนตรี ถึงกรุงเทพฯ ณ วัน ๔ เดือน ๘ แรม ๑๑ ค่ำ ปีขาลอัฐศก พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์กับเจ้านายญาติพี่น้องเข้า<noinclude></noinclude>
h4knxjzle7rjkbl5cexx50kwdkgjk8j
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/58
250
90666
293945
2026-07-25T15:46:11Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293945
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๓๘}}</noinclude>เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายต้นไม้ทองเงิน กับพาบุตรฟ้าโกลานเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาว่าฟ้าโกลานจะเทครัวพลเมืองเข้ามาขอเป็นข้าขอบขัณฑสิมา ส่งขุนหลวงผู้บุตรเข้ามาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทก่อน แล้วพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์เอาแหวนทับทิมเท่าผลเม็ดบัวแก่ ๒ วง สังวาลทองคำมีสายสร้อย ๑๕ สายมีประจำยามใหญ่ ๑ ประจำยามเล็ก ๒ ตาบ ๑ ประดับพลอยทับทิมใหญ่ ๔ ทับทิมเล็ก ๙๖ รวม ๑๐๐ เม็ด ผ้าเกี้ยวพม่า ๓ ผืน ผ้าตาลวด ๘ ผืน รวม ๑๑ ผืน ของเจ้าอังวะให้แก่พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ ๆ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย จึงมีพระบรมราชโองการว่าของทั้งนิ้เจ้าอังวะให้แก่เจ้าเชียงใหม่ ก็ให้เจ้าเชียงใหม่เอาไว้เถิด จะทรงรับเอาไว้แต่แหวนทับทิมวงเดียวพอไม่ให้พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์เสียใจ แล้วมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ท่านเสนาบดีชำระพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ที่รายเจ้าอุปราช เจ้าราชวงศ์ เจ้าราชบุตร บอกกล่าวโทษลงมานั้น พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ก็ให้การหลีกเลี่ยง ท่านเสนาบดีจึงนำข้อความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงมีพระบรมราชโองการปรึกษาด้วยพระบรมวงษานุวงศ์แลท่านเสนาบดี มีพระเจ้าน้องยาเธอ กรม<noinclude></noinclude>
s75rv3fpe5t8t8qa1p95jzvunyugqn8
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/59
250
90667
293946
2026-07-25T15:46:29Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293946
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๓๙}}</noinclude>หลวงวงษาธิราชสนิท ท่านเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ที่สมุหพระกลาโหม เป็นประธาน จึงทำคำปรึกษาขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาว่าเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ก็เป็นเมืองประเทศราช พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ ก็ยังหามีความผิดเป็นข้อใหญ่สิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ ขอรับพระราชทานให้ได้กลับขึ้นไปรักษาอาณาเขตร ปกป้องเจ้านายญาติพี่น้องบุตรหลาน ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณต่อไป แต่เจ้าราชวงศ์ เจ้าราชบุตร นายน้อยมหาวงศ์ นายหนานมหาเทพ นายน้อยเทพวงศ์ นายหนานธรรมลังกานั้น ขอพระราชทานให้เอาตัวไว้ ณ กรุงเทพฯ ก่อน ถ้าพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์กลับขึ้นไปถึงเมืองเชียงใหม่แล้ว ให้ปรึกษาด้วยเจ้าวรญาณรังสีเจ้านครลำปาง เจ้าไชยลังกาพิศาลเจ้านครลำพูนไชย ด้วยเป็นเครือวงศ์วานญาติพี่น้อง ถ้าเจ้าเมืองนครลำปาง เจ้าเมืองลำพูนไชย มีศุภอักษรลงมาประการใด จึงค่อยผ่อนปรนไปตามทางสามัคคีคารวะ อย่าให้แตกร้าวกันได้
ครั้นทรงทราบในคำปรึกษาแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์กลับขึ้นไป ณ เมืองเชียงใหม่ พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปถึงเมืองเชียงใหม่ แล้วเอาคำปรึกษาของพระบรมวงษานุวงศ์แลท่านเสนาบดีไป<noinclude></noinclude>
f4z8shrec4kq0ixrnsnd0nlob6k13te
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/60
250
90668
293947
2026-07-25T15:46:48Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293947
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๔๐}}</noinclude>แจ้งต่อเจ้าวรญาณรังสีเจ้านครลำปาง เจ้าไชยลังกาพิศาลเจ้าลำพูนไชย ทราบทุกประการแล้ว เจ้าวรญาณรังสีเจ้านครลำปาง เจ้าไชยลังกาพิศาลเจ้านครลำพูนไชย มีศุภอักษรลงมาว่าทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์เป็นเจ้าประเทศราชใหญ่ เจ้าราชวงศ์ เจ้าราชบุตร นายน้อยมหาวงศ์ นายหนานมหาเทพ นายน้อยเทพวงศ์ นายหนานธรรมลังกา ก็มิได้อยู่ในถ้อยคำ ถือเปรียบแก่งแย่งผู้ใหญ่ ทำให้ขุ่นเคืองใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ขอรับพระราชทานให้เอาตัวเจ้าราชวงศ์ เจ้าราชบุตร นายน้อยเทพวงศ์ นายหนานมหาเทพ นายหนานธรรมลังกา นายน้อยมหาวงศ์ ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณอยู่ ณ กรุงเทพฯ ก่อน ครั้นทรงทราบในศุภอักษรแล้ว ก็โปรดเกล้าฯ ให้เอาตัวเจ้านายเมืองเชียงใหม่ไว้ตามคำปรึกษา
ครั้นณปีเถาะนพศก ศักราช ๑๒๒๙ ปี เจ้าอุปราชธรรมปัญโญป่วยถึงแก่กรรม ครั้น ณ วัน ๕ เดือน ๑๐ แรม ๑๓ ค่ำ พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ กับเจ้านายญาติพี่น้องบุตรหลาน ช่วยกันปลงศพเจ้าอุปราชธรรมปัญโญเสร็จแล้ว จึงมีศุภอักษรบอกลงมา ณ กรุงเทพฯ ณ เดือน ๕ ปีมะโรงสัมฤทธิศก{{วว}}<noinclude></noinclude>
ngt8w28hd8axv06fb97l2zvob0dyzli
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/61
250
90669
293948
2026-07-25T15:47:34Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293948
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๔๑}}</noinclude>ว่าเจ้าอุปราชธรรมปัญโญถึงแก่กรรม จะขอรับพระราชทานนายน้อยมหาวงศ์บุตรเจ้าอุปราชธรรมปัญโญขึ้นไปควบคุมญาติพี่น้องบ่าวไพร่ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ ครั้นทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายน้อยมหาวงศ์กลับขึ้นไปอยู่ ณ เมืองเชียงใหม่ แลเจ้าราชบุตรหนานสุริยวงศ์บุตรพระเจ้ามโหตรประเทศที่เอาตัวไว้ ณ กรุงเทพฯ ก็ถึงแก่กรรม
ครั้นลุศักราช ๑๒๓๐ ปีมะโรงสัมฤทธิศก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเศก
ลุศักราช ๑๒๓๑ ปีมะเส็งเอกศก พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์มีศุภอักษรลงมาว่าฟ้าโกลานเจ้าเมืองมอกใหม่ขัดแขง ไม่พาครอบครัวเข้ามาเหมือนสัญญาไว้แต่ก่อน พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์แต่งให้เจ้าบุรีรัตน เจ้านายบุตรหลาน ยกไปตีต้อนกวาดครอบครัวฟ้าโกลานมา ณ เมืองเชียงใหม่ กับช้างที่เมืองพร้าวตกลูกเป็นช้างด่างช้างหนึ่ง แต่งให้หนานไชยวงศ์ พระยาไชยเลิก{{วว}}<noinclude></noinclude>
1vg6taaxd16rpx9h6ysrs74gai3y8so
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/62
250
90670
293949
2026-07-25T15:48:38Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293949
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๔๒}}</noinclude>คุมลงมาถวายถึงกรุงเทพฯ ณ วันเดือน ๑ ขึ้น ๖ ค่ำ ปีมะเส็งเอกศก ศักราช ๑๒๓๑ ปี ทรงพระมหากรุณาให้แห่ช้างขึ้นไปสู่โรงสมโภช ขึ้นรวางพระราชทานนามว่าพระเสวตรวรวรรณ
ครั้นลุศักราช ๑๒๓๑ ปีมะเส็งเอกศก พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์พาบุตรหลานลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายเครื่องราชบรรณาการให้เจ้าราชภาคิไนย นายบุญทวงศ์ นายน้อยมหาอินท์ อยู่รักษาเมืองเชียงใหม่ เจ้าวรญาณรังสีเจ้านครลำปางก็แต่งให้เจ้าราชวงศ์บุตรพระเจ้านครดวงทิพ เจ้าราชบุตรใจแก้วบุตรเจ้าวรญาณรังสี ลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายเครื่องราชบรรณาการด้วย
ครั้น ณ เดือน ๒ ปีมะเส็งเอกศก กองทัพเงี้ยวกองทัพลื้อยกลงมาตีเมืองปายเมืองขึ้นเมืองเชียงใหม่ เจ้าราชภาคิไนย นายบุญทวงศ์ นายน้อยมหาอินท์ มีหนังสือแจ้งข้อราชการลงมาเมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย แล้วนายบุญทวงศ์ นายน้อยมหาอินท์ คุมกำลังนายไพร่เมืองเชียงใหม่ ๑๐๐๐ คน เจ้าวรญาณรังสี เจ้านครลำปาง แต่งให้นายน้อยพิมพิสาร นายหนานไชยวงศ์{{วว}}<noinclude></noinclude>
p2hxv6bgku53u43xaebltktkh98rjov
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/63
250
90671
293950
2026-07-25T15:49:10Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293950
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๔๓}}</noinclude>คุมกำลังนายไพร่เมืองนครลำปาง ๑๐๐๐ คน เจ้าไชยลังกาพิศาล เจ้าลำพูนไชย แต่งให้นายอินทวิไชย นายน้อยมหายศ คุมกำลังนายไพร่เมืองลำพูน ๕๐๐ คน ยกขึ้นไปช่วยเมืองปายก็หาทันไม่ กองทัพเงี้ยวทัพลื้อเมืองมอกใหม่ตีเมืองปายแตก จุดเผาบ้านเรือนกวาดต้อนครอบครัวไปเมืองมอกใหม่ กองทัพเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ยกติดตามไปจนถึงฝั่งน้ำสละวิน ก็หาทันกองทัพเงี้ยวทัพลื้อไม่ แลพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ กับเจ้านายเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง ก็ลงมาถึงกรุงเทพฯ ณ เดือน ๓ ขึ้น ๒ ค่ำ ปีมะเส็งเอกศก พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ กับเจ้านายเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง ก็เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายเครื่องราชบรรณาการ พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ก็น้อมเกล้าถวายคำนับบังคมทูลพระกรุณาขอรับพระราชทานเจ้าราชวงศ์หน่อคำ นายหนานมหาเทพ กับญาติพี่น้อง ซึ่งเอาตัวไว้ ณ กรุงเทพฯ แต่ก่อน ขึ้นไปทำราชการฉลองพระเดชพระคุณอยู่ ณ เมืองเชียงใหม่ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้กลับขึ้นไป
ครั้นเดือน ๔ ปีมะเส็งเอกศก ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งเจ้าบุรีรัตนอินทนนท์บุตรพระยาราชวงศ์มหา-<noinclude></noinclude>
j2g2dpu9jhiuqcltw1bw348aif3ew1x
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/64
250
90672
293951
2026-07-25T15:49:40Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293951
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๔๔}}</noinclude>พรหมเป็นเจ้าอุปราช ตั้งนายพุทธวงศ์บุตรเลี้ยงพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์เป็นเจ้าราชบุตรเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปางนั้นโปรดเกล้าฯ ตั้งเจ้าราชวงศ์เป็นเจ้าอุปราช ตั้งเจ้าราชบุตรใจแก้วเป็นเจ้าราชวงศ์ พระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ทุกคน พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์อยู่ที่กรุงเทพฯ ก็ป่วยลง ครั้นทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ก็พระราชทานหมอยาหมอนวดให้ไปพยาบาล อาการก็หาคลายไม่ พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์จึงแจ้งความต่อท่านเสนาบดีว่าจะขอถวายบังคมลากลับขึ้นไปรักษาตัว ณ เมืองเชียงใหม่ ท่านเสนาบดีก็นำเจ้าอุปราช เจ้าราชวงศ์ เจ้าราชบุตร นายหนานมหาเทพ เจ้านายบุตรหลาน เมืองเชียงใหม่ เจ้าอุปราช เจ้าราชวงศ์ เมืองนครลำปาง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบถวายบังคมลากลับขึ้นไป ณ เมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานหมอยาหมอนวดให้ขึ้นไปด้วยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์
ครั้น ณ วัน ๑ เดือน ๖ แรม ๔ ค่ำ ปีมะเมียโทศก พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ กับเจ้านายทั้งสองเมือง ก็ออกเรือจากกรุงเทพฯ ขึ้นไปถึงบ้านท่าพเนศเขตรเมืองเชียงใหม่ ยังทางอีกวัน<noinclude></noinclude>
f8h0ufb2xplbwvlfznni1q6l2pc94di
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/65
250
90673
293952
2026-07-25T15:49:59Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293952
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๔๕}}</noinclude>หนึ่งจะถึงเมือง พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ก็ป่วยหนักลง ครั้นถึง ณ เดือน ๔ แรม ๒ ค่ำ ปีมะเมียโทศก เวลาสองโมงเช้า พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ก็ถึงแก่พิราลัย เป็นพระเจ้าเชียงใหม่ได้ ๑๖ ปี เจ้าอุปราชแลเจ้านายบุตรหลานก็พาเอาศพพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ไป ณ เมืองเชียงใหม่
ครั้น ณ วัน ๕ เดือน ๔ แรม ๓ ค่ำ ปีมะเมียโทศก เจ้าราชภาคิไนยเมืองเชียงใหม่ก็ถึงแก่กรรม เจ้าอุปราช เจ้าราชวงศ์ เจ้านายบุตรหลาน มีศุภอักษรให้นายบุญทวงศ์ถือลงมาว่าพม่าเขินเมืองเชียงตุงยกครอบครัวชายหญิงใหญ่น้อย ๓๗๐ คนมาตั้งอยู่ที่เมืองเชียงแสน มีเรือน ๓๓๓ หลังเรือน กับครัวเงี้ยวฟ้าโกลานที่ตีกวาดมาไว้แต่ก่อน เป็นคนชายหญิงใหญ่น้อย ๑๐๐ คน ส่งลงมาถวาย ได้ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้วจึงมีศุภอักษรโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปให้เจ้าอุปราชว่าราชการเมือง ให้นายบุญทวงศ์ว่าที่อุปราช แล้วให้แต่งคนขึ้นไปว่ากล่าวแก่พวก<noinclude></noinclude>
luufy9oz5oinzhtq50c55vziliqkqi5
293956
293952
2026-07-25T15:51:20Z
Lucunculus
12427
293956
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๔๕}}</noinclude>หนึ่งจะถึงเมือง พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ก็ป่วยหนักลง ครั้นถึง ณ เดือน ๔ แรม ๒ ค่ำ ปีมะเมียโทศก เวลาสองโมงเช้า พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ก็ถึงแก่พิราลัย เป็นพระเจ้าเชียงใหม่ได้ ๑๖ ปี เจ้าอุปราชแลเจ้านายบุตรหลานก็พาเอาศพพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ไป ณ เมืองเชียงใหม่
ครั้น ณ วัน ๕ เดือน ๔ แรม ๓ ค่ำ ปีมะเมียโทศก เจ้าราชภาคิไนยเมืองเชียงใหม่ก็ถึงแก่กรรม เจ้าอุปราช เจ้าราชวงศ์ เจ้านายบุตรหลาน มีศุภอักษรให้นายบุญทวงศ์ถือลงมาว่าพม่าเขินเมืองเชียงตุงยกครอบครัวชายหญิงใหญ่น้อย ๓๗๐ คนมาตั้งอยู่ที่เมืองเชียงแสน มีเรือน ๓๓๓ หลังเรือน กับครัวเงี้ยวฟ้าโกลานที่ตีกวาดมาไว้แต่ก่อน เป็นคนชายหญิงใหญ่น้อย ๑๐๐ คน ส่งลงมาถวาย ได้ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้วจึงมีศุภอักษรโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปให้เจ้าอุปราชว่าราชการเมือง ให้นายบุญทวงศ์ว่าที่อุปราช แล้วให้แต่งคนขึ้นไปว่ากล่าวแก่พวกพม่าเขินว่าถ้าจะมาตั้งอยู่ที่เมืองเชียงแสน ก็ให้ยอมขึ้นแก่เมืองเชียงใหม่เมืองเชียงราย นายบุญทวงศ์ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไป ณ เมืองเชียงใหม่ เจ้าอุปราชก็แต่งให้แสนท้าวพระยาลาวไปว่ากล่าวแก่พวก<noinclude></noinclude>
pl5jdj373hkehzrajcrzsl7vnuia2pq
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/66
250
90674
293953
2026-07-25T15:50:20Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293953
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๔๖}}</noinclude>พม่าเขินว่าถ้าจะมาตั้งอยู่ที่เมืองเชียงแสน ก็ให้ยอมขึ้นแก่เมืองเชียงใหม่เมืองเชียงราย นายบุญทวงศ์ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไป ณ เมืองเชียงใหม่ เจ้าอุปราชก็แต่งให้แสนท้าวพระยาลาวไปว่ากล่าวแก่พวกพม่าเขินเมืองเชียงแสน พม่าเขินก็ยังหายอมขึ้นแก่เมืองเชียงใหม่เมืองเชียงรายไม่
ครั้นมา ณ เดือน ๓ ปีมะเมียโทศก โปรดเกล้าฯ ให้พระยาราชวรานุกูล ขึ้นไปปลงศพพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ พระยาราชวรานุกูลขึ้นไปถึงเมืองเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้านายญาติพี่น้อง ช่วยกันปลงศพพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ในเดือนสี่ปีมะเมียโทศก
แลในเดือนสี่นั้น พวกเงี้ยวพวกลื้อยกกองทัพเข้ามาตีต้อนกวาดครอบครัวเผาบ้านเรือนในแขวงเมืองเชียงใหม่ เข้ามาจนถึงบ้านฉลองหนองคายบ้านป่าแง ยังทางอีกวันหนึ่งจะถึงเมืองเชียงใหม่ เจ้าอุปราชผู้ว่าราชการเมืองเกณฑ์ให้นายหนานธรรมลังกาผู้เป็นที่เจ้าราชสัมพันธวงศ์ นายอินทรศผู้เป็นที่เจ้าราชภาคิไนย กับนายหนานมหาเทพ นายน้อยปัญญา คุมกำลังนายไพร่ ๕๐๐๐ คน เจ้าวรญาณรังสีเจ้านครลำปางเกณฑ์ให้นายน้อยธนัญไชยผู้เป็นที่เจ้าราชสัมพันธวงศ์ กับพระยาวังซ้าย คุมกำลังนายไพร่ ๒๐๐๐ คน เจ้าไชยลังกาพิศาล เจ้าลำพูนไชย เกณฑ์ให้นายอินทวิไชย นายน้อยมหายศ คุมกำลังนายไพร่ ๑๐๐๐{{วว}}<noinclude></noinclude>
1r2fu1t8c4z6ovxsve34rmwzh3aldb4
293955
293953
2026-07-25T15:51:07Z
Lucunculus
12427
293955
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๔๖}}</noinclude>พม่าเขินเมืองเชียงแสน พม่าเขินก็ยังหายอมขึ้นแก่เมืองเชียงใหม่เมืองเชียงรายไม่
ครั้นมา ณ เดือน ๓ ปีมะเมียโทศก โปรดเกล้าฯ ให้พระยาราชวรานุกูล ขึ้นไปปลงศพพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ พระยาราชวรานุกูลขึ้นไปถึงเมืองเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้านายญาติพี่น้อง ช่วยกันปลงศพพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ในเดือนสี่ปีมะเมียโทศก
แลในเดือนสี่นั้น พวกเงี้ยวพวกลื้อยกกองทัพเข้ามาตีต้อนกวาดครอบครัวเผาบ้านเรือนในแขวงเมืองเชียงใหม่ เข้ามาจนถึงบ้านฉลองหนองคายบ้านป่าแง ยังทางอีกวันหนึ่งจะถึงเมืองเชียงใหม่ เจ้าอุปราชผู้ว่าราชการเมืองเกณฑ์ให้นายหนานธรรมลังกาผู้เป็นที่เจ้าราชสัมพันธวงศ์ นายอินทรศผู้เป็นที่เจ้าราชภาคิไนย กับนายหนานมหาเทพ นายน้อยปัญญา คุมกำลังนายไพร่ ๕๐๐๐ คน เจ้าวรญาณรังสีเจ้านครลำปางเกณฑ์ให้นายน้อยธนัญไชยผู้เป็นที่เจ้าราชสัมพันธวงศ์ กับพระยาวังซ้าย คุมกำลังนายไพร่ ๒๐๐๐ คน เจ้าไชยลังกาพิศาล เจ้าลำพูนไชย เกณฑ์ให้นายอินทวิไชย นายน้อยมหายศ คุมกำลังนายไพร่ ๑๐๐๐{{วว}}<noinclude></noinclude>
ii4lt8vjuh7m2o67o1i64ozhl97643x
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/67
250
90675
293954
2026-07-25T15:50:49Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293954
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๔๗}}</noinclude>คน รวมเป็นคนนายไพร่ ๘๐๐๘ คน ยกขึ้นไปตีพวกเงี้ยวพวกลื้อแตกเลิกถอยไป นายทัพนายกองยกติดตามตีไปจนถึงท่าผาแดง กองทัพเงี้ยวกองทัพลื้อก็แตกไปพ้นเขตรแดนเมืองเชียงใหม่ ฝ่ายนายทัพนายกองทั้ง ๓ เมืองก็พากันกลับมา แต่นายหนานมหาเทพนั้นมาถึงกลางทางยังหาถึงเมืองเชียงใหม่ไม่ ก็ป่วยถึงแก่กรรม
ครั้นณปีมะแมตรีศก เจ้าวรญาณรังสีป่วย เจ้าวรญาณรังสีว่าราชการเมืองนครลำปางมาได้ ๑๖ ปี ถึง ณ วันเดือน ๗ แรม ๕ ค่ำ ปีมะแมตรีศก ศักราช ๑๒๓๓ ปี เจ้าวรญาณรังสีก็ถึงแก่พิราลัย เจ้าไชยลังกาพิศาลเป็นพระยาลำพูนได้ ๘ ปี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนขึ้นเป็นเจ้าลำพูนได้ ๑๗ ปี รวมแต่ได้ครองเมืองลำพูนไชยมาได้ ๑๕ ปี ก็ถึงแก่พิราลัยในปีมะแมตรีศกนั้น โปรดเกล้าฯ ให้พระศรีเสนาขึ้นไปปลงศพเจ้าวรญาณรังสีเจ้านครลำปาง ฝ่ายกงสุลเยเนราลอังกฤษมีหนังสือแจ้งความมายังท่านเสนาบดีผู้ว่าราชการต่างประเทศว่าเมื่อพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ยังไม่ถึงแก่พิราลัย ให้เจ้านายบุตรหลานแสนท้าวพระยาลาวเมืองเชียงใหม่ไปเก็บริบเอาไม้ขอนสักแลทรัพย์สิ่งของช้างม้าโคกระบือฆ่าฟันพวกพม่าต้องซู่ซึ่ง<noinclude></noinclude>
dep7d2rdlib9r0zh6mfafcaltvqf9vd
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/68
250
90676
293957
2026-07-25T15:52:10Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293957
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๔๘}}</noinclude>อยู่ในบังคับอังกฤษเป็นหลายเรื่องหลายราย ท่านเสนาบดีได้นำความขึ้นน้อมเกล้าถวายคำนับกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาจ่าแสนบดีศรีบริบาลเจ้ากรมมหาดไทยฝ่ายพลัมภัง กับพระสุริยภักดีเจ้ากรมพระตำรวจสนมทหารซ้าย ขึ้นไปชำระความพม่าต้องซู่ซึ่งฟ้องหาเจ้านายแสนท้าวพระยาลาวเมืองเชียงใหม่ พระยาจ่าแสนบดี พระสุริยภักดี ขึ้นไปถึงเมืองเชียงใหม่ ได้ชำระความพม่าต้องซู่เจ้านายแสนท้าวพระยาลาวแล้วไปบ้าง แต่ที่ตัดสินฝ่ายโจทย์ฝ่ายจำเลยไม่ยอมกันมีอยู่หลายเรื่อง พระยาจ่าแสนบดี พระสุริยภักดี กำหนดให้โจทย์จำเลยลงมาชำระว่ากล่าวกัน ณ กรุงเทพฯ แล้วพระยาจ่าแสนบดี พระสุริยภักดี ก็พาตัวเจ้าอุปราช เจ้าราชบุตร เมืองเชียงใหม่ เจ้าอุปราชเมืองนครลำปาง เจ้านายบุตรหลานทั้งสองเมือง ลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แต่เจ้าราชบุตรเมืองเชียงใหม่ลงมาถึงกรุงเทพฯ ก็ถึงแก่กรรม จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาจ่าแสนบดี ไปทำการปลงศพเจ้าราชบุตร ณ วัดบวรมงคล ฝ่ายพม่าต้องซู่ซึ่งเป็นโจทย์ฟ้องหากล่าวโทษเจ้านายแสนท้าวพระยาลาวเมืองเชียงใหม่ก็ตามลงมายื่นเรื่องราวต่อกงสุลเยเนราลอังกฤษ ณ กรุงเทพฯ กงสุลเยเนราอังกฤษแจ้ง<noinclude></noinclude>
7b989xd4eybgdhcyhyvw0w30kxrz357
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/69
250
90677
293958
2026-07-25T15:52:30Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293958
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๔๙}}</noinclude>ความมายังท่านเสนาบดีผู้ว่าราชการต่างประเทศ ๆ ก็นำความขึ้นน้อมเกล้าถวายคำนับกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระยาราชวรานุกูล พระยาจ่าแสนบดี พระยามหามนตรี ลงไปชำระความพม่าต้องซู่โจทย์ เจ้านายแสนท้าวพระยาลาวเมืองเชียงใหม่จำเลย ที่บ้านกงสุลเยเนราลอังกฤษ ได้ตัดสินความโจทย์จำเลยยกเลิกไป ๒๑ เรื่อง จำเลยแพ้ ๑๑ เรื่อง
ครั้น ณ เดือน ๖ ปีระกาเบญจศก โปรดเกล้าฯ ตั้งเจ้าอุปราชอินทนนท์บุตรพระยาราชวงศ์มหาพรหมขึ้นเป็นที่เจ้าอินทวิไชยานนท์ พหลเทพภักดี ศรีโยนางคนไนยราชวงษา มหาประเทศราชประชาธิบดี นพิสีนคราภิพงศ์ ดำรงพิพัฒนชิยางคราชวงศ์ เจ้านครเชียงใหม่ ตั้งนายน้อยขัติยวงศ์บุตรเจ้าเชียงใหม่อินทนนท์เป็นเจ้าราชบุตร ตั้งนายอินทรศบุตรเขยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์เป็นเจ้าราชภาคิไนย ตั้งนายธรรมลังกาหลานพระเจ้ามโหตรประเทศ บุตรนางบัวทิพ เป็นเจ้าราชสัมพันธวงศ์ ตั้งนายน้อยเทพวงศ์บุตรพระยาอุตระการโกศลมหาพรหม เป็นพระยาอุตระการโกศล แล้วทรงพระราชดำริว่าที่เมืองปาย<noinclude></noinclude>
clzlogsn2i522dt2vhjaaoazkn0jwxk
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/70
250
90678
293959
2026-07-25T15:55:27Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293959
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๕๐}}</noinclude>ตั้งแต่เงี้ยวลื้อยกกองทัพมาตีจุดเผาบ้านเรือนกวาดต้อนครอบครัวไป ก็ยังร้างว่างอยู่ หามีผู้จะรักษาเมืองไม่ กองทัพเงี้ยวลื้อจึงมีใจกำเริบองอาจประมาทเข้ามาตีกวาดต้อนเอาครอบครัวไปเนือง ๆ จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งนายหนานธนัญไชยซึ่งเป็นพระยาไชยสงครามบุตรราชวงศ์มหายศเป็นพระยาเกษตรรัตนอาณาจักรเจ้าเมืองปาย ให้ยกเอาคนเมืองเชียงใหม่ไปตั้งเมืองปายให้เป็นภูมิลำเนาบ้านเรือนเหมือนแต่ก่อน จะได้ป้องกันรักษาด่านทางเมืองเชียงใหม่ต่อไป แล้วโปรดเกล้าฯ ตั้งเจ้าอุปราชบุตรพระเจ้านครดวงทิพเป็นเจ้าพรหมาภิพงศ์ธาดา สามันตวิชิตประเทศราช บริสัษยนารถทิพจักราธิวงศ์ ดำรงโยนวิไสย อภัยรัษฎารักษ์ อุดมศักดิ์สุรนางค์ ลำปางคมหานคราธิปตัย เจ้านครลำปาง ตั้งนายแก้วเมืองมาบุตรเจ้าอุปราชมหาพรหมเป็นเจ้าราชวงศ์ ตั้งนายน้อยธรรมเสนาบุตรเจ้าวรญาณรังสีเป็นเจ้าบุรีรัตน ตั้งนายน้อยคำป้อบุตรเจ้าวรญาณรังสีเป็นเจ้าสุริยจางวาง ตั้งนายโละบุตรเจ้าพรหมาภิพงศ์ธาดาเป็นเจ้าราชบุตร ตั้งนายน้อยหวันบุตรเจ้าราชบุตรมหาเทพเป็นพระยาไชยสงคราม ตั้งนายน้อยไชยสารบุตรพระยาวังซ้ายคนเก่าเป็นพระยาวังซ้าย ได้พระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ทุกคน แล้วเจ้านครเชียงใหม่ เจ้านครลำปาง ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปรักษาเมือง
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
4d5ws3h7lohqb7db42ek63u4y7nywrl
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/71
250
90679
293960
2026-07-25T15:59:19Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293960
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๕๑}}</noinclude>ครั้น ณ เดือน ๑๒ ศักราช ๑๒๓๕ ปีระกาเบญจศก เจ้านครเชียงใหม่แต่งให้นายบุญทวงศ์ผู้ว่าที่อุปราชคุมเครื่องราชบรรณาการลงมาทูลเกล้าฯ ถวาย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งนายบุญทวงศ์เป็นที่เจ้าอุปราชเมืองเชียงใหม่ ได้พระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ เจ้าอุปราชก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปเมืองเชียงใหม่ แล้วโปรดเกล้าฯ ให้หลวงคเชนทรามาตย์ขึ้นไปปลงศพเจ้าไชยลังกาพิศาลเจ้าลำพูนไชยด้วย
ครั้น ณ เดือน ๒ ปีระกาเบญจศก เจ้าอินทวิไชยานนท์เจ้านครเชียงใหม่แต่งให้นายน้อยปัญญา นายน้อยคำปัน นายน้อยคำสวน คุมเอาสิ่งของขึ้นไปถวายพระตะแคงเมืองอังวะ
ครั้น ณ เดือน ๔ ปีระกาเบญจศกนั้น ทูตที่โปรดเกล้าฯ ให้ออกไปทำหนังสือสัญาว่าด้วยการเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย กลับเข้ามาถึงกรุงเทพฯ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระพิเรนทรเทพเจ้ากรมพระตำรวจใหญ่ซ้ายเชิญศุภอักษรแลหนังสือสัญาขึ้นไปแจ้งราชการต่อเจ้านครเชียงใหม่ เจ้าพรหมาภิพงศ์ธาดาเจ้านคร<noinclude></noinclude>
8ec0c5siacsipw5emgon28tiwd5pd76
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/72
250
90680
293961
2026-07-25T15:59:37Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293961
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๕๒}}</noinclude>ลำปาง เจ้าราชวงศ์ผู้ว่าราชการเมืองลำพูนไชย ให้จัดตั้งด่านระวังโจรผู้ร้ายตามข้อสัญา เจ้าอินทวิไชยานนท์เจ้านครเชียงใหม่ เจ้าพรหมภิพงศ์ธาดาเจ้านครลำปาง เจ้าราชวงศ์ผู้ว่าราชการเมืองลำพูนไชย ได้ทราบในศุภอักษร แล้วก็จัดคนออกไปตั้งด่านในแขวงเมืองเชียงใหม่ ๗ ตำบล เมืองนครลำปาง ๔ ตำบล เมืองลำพูนไชย ๒ ตำบล รวม ๑๓ ตำบล เป็นคนนาย ๑๗ ไพร่ ๕๘๐ รวม ๕๙๗ คน
ครั้น ณ เดือน ๑๐ ศักราช ๑๒๓๖ ปีจอฉศก เจ้าอินทวิไชยานนท์เจ้านครเชียงใหม่ให้นายน้อยเทพวงศ์ลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีศุภอักษรให้นายน้อยเทพวงศ์ถือขึ้นไปถึงเจ้านครเชียงใหม่ให้เกณฑ์กองทัพจัดให้เจ้านายบุตรหลานคุมขึ้นไปขับไล่พวกพม่าเขินซึ่งมาตั้งอยู่ ณ เมืองเชียงแสน
แลในปีจอฉศกศักราช ๑๒๓๖ ปีนั้น โปรดเกล้าฯ ให้พระนรินทรราชเสนี ปลัดบาญชีกรมพระกระลาโหมเป็นข้าหลวงที่หนึ่ง หลวงเสนีพิทักษ์กรมมหาดไทยเป็นข้าหลวงที่สอง ขึ้นไปอยู่ ณ เมืองเชียงใหม่ แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ทหารนาย ๑๐ คน ทหาร<noinclude></noinclude>
01k306x6fdga06q4ev17yfltvl55g5n
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/73
250
90681
293962
2026-07-25T15:59:53Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293962
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๕๓}}</noinclude>เลว ๖๐ คน รวม ๗๐ คน ขึ้นไปประจำอยู่กับข้าหลวงที่เมืองเชียงใหม่ด้วย ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินเดือนให้ข้าหลวงที่ ๑ ที่ ๒ ล่ามขุนหมื่นเสมียนนายไพร่ รวมปีหนึ่งเป็นเงิน ๑๖๒ ชั่ง ๑๒ ตำลึง พระนรินทรราชเสนี หลวงเสนีพิทักษ์ ขุนหมื่นเสมียนทหารนายไพร่ กราบถวายบังคมลาขึ้นไป ณ เมืองเชียงใหม่ ณ วัน ๑๒ ค่ำ ปีจอฉศก ขึ้นไปถึงเมืองเชียงใหม่ ณ เดือน ๒ ปีจอฉศก นายน้อยปัญญา นายน้อยคำปัน นายน้อยคำสวน กลับมาแต่เมืองอังวะ ถึงเมืองเชียงใหม่ในเดือน ๒ ปีจอฉศกนั้น แจ้งความต่อเจ้าอินทวิไชยานนท์เจ้านครเชียงใหม่ว่าขึ้นไปถึงเมืองอังวะ ได้เข้าเฝ้าเจ้าอังวะ ๆ ให้เงินทองผ้าผ่อนพอสมควรทั้งนายทั้งไพร่ กับได้ทำแผนที่เมืองอังวะลงมาด้วย เจ้าอินทวิไชยานนท์เจ้านครเชียงใหม่จึงแต่งให้นายหนานสองเมืองคุมตัวนายน้อยปัญญา นายน้อยคำปัน นายน้อยคำสวน กับนำแผนที่เมืองอังวะลงมาทูลเกล้าฯ ถวาย ณ กรุงเทพฯ
ครั้น ณ เดือน ๔ ปีจอฉศก ศักราช ๑๒๓๖ ปี เจ้าอินทวิไชยานนท์เจ้านครเชียงใหม่ปรึกษาพร้อมด้วยพระนรินทรราช-<noinclude></noinclude>
nncsqy4riy0178yafdre7zodflreogf
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/74
250
90682
293963
2026-07-25T16:00:22Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293963
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๕๔}}</noinclude>เสนีจะเกณฑ์คนยกขึ้นไปขับไล่พวกพม่าเขินซึ่งตั้งอยู่ ณ เมืองเชียงแสน พระนรินทรราชเสนีจึงมีหนังสือลงมายังเมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ให้เกณฑ์คนยกขึ้นไปช่วยเมืองเชียงใหม่ เจ้านครเชียงใหม่จึงแต่งให้นายน้อยเทพวงศ์ พระยาอุตระการโกศล นายน้อยหน่อเมือง คุมไพร่เมืองเชียงใหม่ ๑๐๐๐ คน เจ้านครลำปางแต่งให้เจ้าราชบุตรนายสุริยคุมไพร่เมืองนครลำปาง ๑๐๐๐ คน เมืองลำพูนไชยแต่งให้นายน้อยมหายศคุมไพร่เมืองลำพูนไชย ๕๐๐ คน รวม ๒๕๐๐ คน ยกออกจากเมืองเชียงใหม่แต่ ณ วัน ๕ฯ ๔ ค่ำ
แลในเดือนสี่ ปีจอฉศกนั้น เจ้าราชวงศ์ดาวเรืองบุตรเจ้าลำพูนไชยลังกา เจ้าราชบุตรน้อยสุริยบุตรเจ้าลำพูนลังกา นายอินทวิไชยบุตรพระเจ้าลำพูนบุญมา เจ้าราชวงศ์ใจแก้ว นายน้อยธนัญไชยบุตรเจ้าวรญาณรังสี นายอาริยะบุตรเจ้าอุปราชหมูล่าเมืองนครลำปาง ลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายเครื่องราชบรรณาการ ครั้น ณ วัน ๑๐ ฯ ๖ ค่ำ ศักราช ๑๒๓๗ ปีกุนสัปตศก ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งเจ้าราชวงศ์ดาวเรืองขึ้นเป็นที่เจ้าดาราดิเรกรัตนไพโรจ วรโฆษกิติโสภณวิมลคุณ หริภุญไชยมหาเจดีย์บูชากร ราษฎรธุระธาดา{{วว}}<noinclude></noinclude>
esrx1jsqzrbg5129gjl7uopatawizr4
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/75
250
90683
293964
2026-07-25T16:00:58Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293964
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๕๕}}</noinclude>ประดิษฐาธิบดี เจ้านครลำพูนไชย ตั้งนายน้อยสุริยเป็นเจ้าอุปราช ตั้งนายพิมพิสารเป็นเจ้าราชบุตรเมืองลำพูนไชย ตั้งราชวงศ์ใจแก้วเป็นเจ้าอุปราช ตั้งนายน้อยธนัญไชยเป็นเจ้าราชสัมพันธวงศ์เมืองนครลำปาง ตั้งนายอาริยะเป็นพระยาประเทศอุตรทิศเจ้าเมืองพเยา ได้รับพระราชทานเครื่องยศโดยสมควรแก่ฐานาศักดิ์ทุกคน แต่เจ้าราชสัมพันธวงศ์นั้นพระราชทานเครื่องยศเหมือนเจ้าราชวงศ์ แลเจ้านครลำพูนไชย เจ้าอุปราช เจ้าราชบุตร เมืองลำพูนไชย เจ้าอุปราช เจ้าราชสัมพันธวงศ์ เมืองนครลำปาง พระยาประเทศอุตรทิศเจ้าเมืองพเยา ก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปเมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย
ครั้น ณ เดือน ๑๐ ปีชวดอัฐศก ศักราช ๑๒๓๘ ปี เจ้านครเชียงใหม่มีศุภอักษรให้เจ้าอุปราชคุมช้างพลายเล็บครบลงมาถวายช้าง ๑ กับเจ้านครลำพูน แต่งให้เจ้าบุรีรัตน นายพรหม นายน้อยอินทยศ คุมช้างพลายสูง ๕ ศอก ๑๐ นิ้วช้าง ๑ สูง ๕ ศอก ๘ นิ้วช้าง ๑ ลงมาถวาย กับขอพระราชทานเจ้าบุรีรัตนเป็นที่เจ้าราชวงศ์ นายน้อยพรหมเป็นที่เจ้าบุรีรัตน นายน้อยอินทยศเป็นพระยาไชยสงคราม กับเจ้านครลำปางมี<noinclude></noinclude>
4d9h99p3g0sjsnsiglpbzve6txkd60w
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/76
250
90684
293965
2026-07-25T16:01:22Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293965
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" />{{หสล|๕๖}}</noinclude>ศุภอักษรลงมาขอเจ้าราชบุตรเป็นที่เจ้าบุรีรัตน ขอพระยาวังซ้ายเป็นที่เจ้าราชบุตร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งเจ้าบุรีรัตนเมืองนครลำพูนเป็นที่เจ้าราชวงศ์ ตั้งนายพรหมเป็นที่เจ้าบุรีรัตนเมืองนครลำพูน ตั้งนายน้อยอินทยศเป็นพระยาไชยสงคราม ตั้งเจ้าราชบุตรเมืองนครลำปางเป็นที่เจ้าบุรีรัตน แต่พระยาวังซ้ายนั้น โปรดเกล้าฯ สั่งว่าเป็นแต่เทือกเถาท้าวพระยา หาควรจะตั้งขึ้นเป็นเจ้าไม่ แต่เป็นคนมีความชอบได้ราชการ โปรดให้มีเครื่องยศเหมือนกับเจ้าราชบุตร ได้พระราชทานสัญญาบัตรแลเครื่องยศเสร็จแล้ว เจ้าราชวงศ์ เจ้าบุรีรัตน พระยาไชยสงคราม เมืองนครลำพูน เจ้าบุรีรัตน พระยาวังซ้าย เมืองนครลำปาง พากันกราบถวายบังคมลากลับขึ้นไป ณ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย<noinclude></noinclude>
adiuvzwpldjqthcu7u7ovmi3mj0ecqv
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/14
250
90685
293966
2026-07-25T16:01:46Z
Lucunculus
12427
/* Without text */
293966
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="0" user="Lucunculus" /></noinclude><noinclude></noinclude>
st0o838tht8dvbfyxj2zrflloi5v3i8
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/11
250
90686
293967
2026-07-25T16:02:08Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293967
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|ประวัติ|140}}<noinclude></noinclude>
6gdxh671sfrgdheboeos6453f1ejpwl
293968
293967
2026-07-25T16:04:23Z
Lucunculus
12427
293968
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|ประวัติ|140}}
เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๔๕๗ เป็นเจ้าราชบุตรสุดท้ายของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูน และเจ้าหญิงส่วนบุญ ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก พระนคร เมื่ออายุ ๙ ขวบ สำเร็จชั้นมัธยมแปดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ และได้ไปศึกษาวิชาการป่าไม้ที่มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ สำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ กลับมารับราชการในกรมป่าไม้ และเป็นอาจารย์ในโรงเรียนป่าไม้ จังหวัดแพร่ ได้ทำการสมรสกับเจ้าพงศ์แก้ว ณ เชียงใหม่ ธิดาของพลตรี เจ้าราชบุตร (วงศ์ตะวัน ณ เชียงใหม่) และเจ้าหญิงภัทรา เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ มีบุตรและธิดารวม ๔ คน คือ<noinclude></noinclude>
2offzt7hwikgp9evybnk6gu3w7elvr2
293969
293968
2026-07-25T16:05:55Z
Lucunculus
12427
293969
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|ประวัติ|140}}
เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๔๕๗ เป็นเจ้าราชบุตรสุดท้ายของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูน และเจ้าหญิงส่วนบุญ ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก พระนคร เมื่ออายุ ๙ ขวบ สำเร็จชั้นมัธยมแปดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ และได้ไปศึกษาวิชาการป่าไม้ที่มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ สำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ กลับมารับราชการในกรมป่าไม้ และเป็นอาจารย์ในโรงเรียนป่าไม้ จังหวัดแพร่ ได้ทำการสมรสกับเจ้าพงศ์แก้ว ณ เชียงใหม่ ธิดาของพลตรี เจ้าราชบุตร (วงศ์ตะวัน ณ เชียงใหม่) และเจ้าหญิงภัทรา เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ มีบุตรและธิดารวม ๔ คน คือ
{| style="margin-left:2em;"
|-
|๑.
|width=5em rowspan=4|
|เจ้าดารารัตน์ ณ ลำพูน
|width=5em rowspan=4|
|(หญิง)
|-
|}
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
6d0p0q86n5kiiltk9ekr2ndxu2p8m1f
293970
293969
2026-07-25T16:06:27Z
Lucunculus
12427
293970
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|ประวัติ|140}}
เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๔๕๗ เป็นเจ้าราชบุตรสุดท้ายของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูน และเจ้าหญิงส่วนบุญ ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก พระนคร เมื่ออายุ ๙ ขวบ สำเร็จชั้นมัธยมแปดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ และได้ไปศึกษาวิชาการป่าไม้ที่มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ สำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ กลับมารับราชการในกรมป่าไม้ และเป็นอาจารย์ในโรงเรียนป่าไม้ จังหวัดแพร่ ได้ทำการสมรสกับเจ้าพงศ์แก้ว ณ เชียงใหม่ ธิดาของพลตรี เจ้าราชบุตร (วงศ์ตะวัน ณ เชียงใหม่) และเจ้าหญิงภัทรา เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ มีบุตรและธิดารวม ๔ คน คือ
{| style="margin-left:2em;"
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|width=5em rowspan=4|
|เจ้าดารารัตน์ ณ ลำพูน
|width=20em rowspan=4|
|(หญิง)
|-
|}
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
acuqs35nc16fhm41q5ecobfef0p0h50
293971
293970
2026-07-25T16:07:12Z
Lucunculus
12427
293971
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|ประวัติ|140}}
เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๔๕๗ เป็นเจ้าราชบุตรสุดท้ายของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูน และเจ้าหญิงส่วนบุญ ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก พระนคร เมื่ออายุ ๙ ขวบ สำเร็จชั้นมัธยมแปดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ และได้ไปศึกษาวิชาการป่าไม้ที่มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ สำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ กลับมารับราชการในกรมป่าไม้ และเป็นอาจารย์ในโรงเรียนป่าไม้ จังหวัดแพร่ ได้ทำการสมรสกับเจ้าพงศ์แก้ว ณ เชียงใหม่ ธิดาของพลตรี เจ้าราชบุตร (วงศ์ตะวัน ณ เชียงใหม่) และเจ้าหญิงภัทรา เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ มีบุตรและธิดารวม ๔ คน คือ
{| style="margin-left:2em;"
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|width=5em rowspan=4|
|เจ้าดารารัตน์ ณ ลำพูน
|width=20em rowspan=4|
|(หญิง)
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|เจ้า ณ ลำพูน
|(ชาย)
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|เจ้า ณ ลำพูน
|(ชาย)
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|เจ้า ณ ลำพูน
|(ชาย)
|-
|}
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
5tce2y9yxnfk5bs84estr87r8kh02wx
293972
293971
2026-07-25T16:07:57Z
Lucunculus
12427
293972
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|ประวัติ|140}}
เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๔๕๗ เป็นเจ้าราชบุตรสุดท้ายของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูน และเจ้าหญิงส่วนบุญ ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก พระนคร เมื่ออายุ ๙ ขวบ สำเร็จชั้นมัธยมแปดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ และได้ไปศึกษาวิชาการป่าไม้ที่มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ สำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ กลับมารับราชการในกรมป่าไม้ และเป็นอาจารย์ในโรงเรียนป่าไม้ จังหวัดแพร่ ได้ทำการสมรสกับเจ้าพงศ์แก้ว ณ เชียงใหม่ ธิดาของพลตรี เจ้าราชบุตร (วงศ์ตะวัน ณ เชียงใหม่) และเจ้าหญิงภัทรา เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ มีบุตรและธิดารวม ๔ คน คือ
{| style="margin-left:2em;"
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|width=5em rowspan=4|
|เจ้าดารารัตน์ ณ ลำพูน
|width=20em rowspan=4|
|(หญิง)
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|เจ้าพัฒน์พงศ์ ณ ลำพูน
|(ชาย)
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|เจ้าวงศ์จักร ณ ลำพูน
|(ชาย)
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|เจ้าศักดิ์ขจร ณ ลำพูน
|(ชาย)
|-
|}
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
owc27jhm83sffilw6rhj9wvwg1gq4tk
293973
293972
2026-07-25T16:08:10Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293973
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|ประวัติ|140}}
เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๔๕๗ เป็นเจ้าราชบุตรสุดท้ายของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูน และเจ้าหญิงส่วนบุญ ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก พระนคร เมื่ออายุ ๙ ขวบ สำเร็จชั้นมัธยมแปดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ และได้ไปศึกษาวิชาการป่าไม้ที่มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ สำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ กลับมารับราชการในกรมป่าไม้ และเป็นอาจารย์ในโรงเรียนป่าไม้ จังหวัดแพร่ ได้ทำการสมรสกับเจ้าพงศ์แก้ว ณ เชียงใหม่ ธิดาของพลตรี เจ้าราชบุตร (วงศ์ตะวัน ณ เชียงใหม่) และเจ้าหญิงภัทรา เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ มีบุตรและธิดารวม ๔ คน คือ
{| style="margin-left:2em;"
|-style="vertical-align:top;"
|๑.
|width=5em rowspan=4|
|เจ้าดารารัตน์ ณ ลำพูน
|width=20em rowspan=4|
|(หญิง)
|-style="vertical-align:top;"
|๒.
|เจ้าพัฒน์พงศ์ ณ ลำพูน
|(ชาย)
|-style="vertical-align:top;"
|๓.
|เจ้าวงศ์จักร ณ ลำพูน
|(ชาย)
|-style="vertical-align:top;"
|๔.
|เจ้าศักดิ์ขจร ณ ลำพูน
|(ชาย)
|-
|}
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
gdv3ovpmy2xisva0k62xqd9qu1zzfo2
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/12
250
90687
293974
2026-07-25T16:08:57Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293974
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>ภายหลังได้ลาออกจากราชการมาประกอบอาชีพส่วนตัว เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ได้ป่วยด้วยโรคมะเร็งในหลอดลม และถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ เมื่อเวลา ๐๖.๐๐ น. สิริอายุได้ ๕๕ ปี.<noinclude></noinclude>
jl269fec1as20musn0boiaql0i6wd21
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/13
250
90688
293975
2026-07-25T16:10:37Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293975
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|พระมหากรุณาธิคุณ|140}}
{{กก|
สำเนาโทรเลขของ ม.ร.ว.สุประภาดา เกษมสันต์ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
มีพระราชเสาวนีย์เหนือเกล้าฯ ให้ดิฉันเรียนว่าทรงเสียพระราชหฤทัยที่ได้ทรงทราบข่าวเจ้าพัฒนาถึงแก่กรรม
{{ข|สุประภาดา|4em}}
|width=50%}}<noinclude></noinclude>
p38bq2hq60x012ovonws4nvnrf7bx6w
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/15
250
90689
293976
2026-07-25T16:16:23Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293976
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|คำอุทิศแด่เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน|140}}<noinclude></noinclude>
2m8vpde39nnrjgx60g9xnh7o15chnt8
293980
293976
2026-07-25T16:21:56Z
Lucunculus
12427
293980
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|คำอุทิศแด่เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน|140}}
เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน เป็นบุคคลที่มีความรู้สูงและเคยรับราชการมาแล้ว แต่ได้ออกประกอบอาชีพส่วนตัว ตั้งตนอยู่ในฐานะอันชอบ ประกอบด้วยมีมารยาทอันอ่อนโยนสุภาพเรียบร้อย สมกับที่เกิดในสกุลวงศ์เชื้อสายของเจ้านายลำพูน ใคร ๆ ก็มีความใคร่เคารพนับถือ ไม่เป็นที่รังเกียจของสาธุชนทั่วไป แม้การประกอบอาชีพส่วนตัวนั้น ก็บำเพ็ญให้เป็นประโยชน์แก่บุคคลอื่นด้วย ไม่เห็นแก่ส่วนตัวมากเกินไป ผู้มีส่วนได้รับประโยชน์ด้วยและคนทั้งหลายเหล่าอื่นจึงสรรเสริญอยู่มิใช่น้อย<noinclude></noinclude>
s1t8jkb7nmo4e1i2vm68d5d0g6nx0so
293981
293980
2026-07-25T16:23:46Z
Lucunculus
12427
293981
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|คำอุทิศแด่เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน|140}}
เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน เป็นบุคคลที่มีความรู้สูงและเคยรับราชการมาแล้ว แต่ได้ออกประกอบอาชีพส่วนตัว ตั้งตนอยู่ในฐานะอันชอบ ประกอบด้วยมีมารยาทอันอ่อนโยนสุภาพเรียบร้อย สมกับที่เกิดในสกุลวงศ์เชื้อสายของเจ้านายลำพูน ใคร ๆ ก็มีความใคร่เคารพนับถือ ไม่เป็นที่รังเกียจของสาธุชนทั่วไป แม้การประกอบอาชีพส่วนตัวนั้น ก็บำเพ็ญให้เป็นประโยชน์แก่บุคคลอื่นด้วย ไม่เห็นแก่ส่วนตัวมากเกินไป ผู้มีส่วนได้รับประโยชน์ด้วยและคนทั้งหลายเหล่าอื่นจึงสรรเสริญอยู่มิใช่น้อย แต่ก็น่าเสียดายที่ต้องมาด่วนจากโลกนี้ไปเสีย ทิ้งวิปโยคไว้ให้แก่ภรรยาบุตรธิดาและประยูรวงศ์ตลอดถึงคนที่มีความเคารพรักใคร่นับถือ ภรรยาบุตรธิดาเป็นต้น ผู้ตั้งอยู่ในมนุษยโลกนี้จึงพากันประกอบกิจพิธีในทางพระพุทธศาสนา ตั้งต้นแต่วันถึงแก่กรรมมาโดยลำดับตามคตินิยมของพุทธศาสนิกชน
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
iyebfd8zz6ky8p1whkdev3ya9xwjzgz
293982
293981
2026-07-25T16:23:56Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293982
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|คำอุทิศแด่เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน|140}}
เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน เป็นบุคคลที่มีความรู้สูงและเคยรับราชการมาแล้ว แต่ได้ออกประกอบอาชีพส่วนตัว ตั้งตนอยู่ในฐานะอันชอบ ประกอบด้วยมีมารยาทอันอ่อนโยนสุภาพเรียบร้อย สมกับที่เกิดในสกุลวงศ์เชื้อสายของเจ้านายลำพูน ใคร ๆ ก็มีความใคร่เคารพนับถือ ไม่เป็นที่รังเกียจของสาธุชนทั่วไป แม้การประกอบอาชีพส่วนตัวนั้น ก็บำเพ็ญให้เป็นประโยชน์แก่บุคคลอื่นด้วย ไม่เห็นแก่ส่วนตัวมากเกินไป ผู้มีส่วนได้รับประโยชน์ด้วยและคนทั้งหลายเหล่าอื่นจึงสรรเสริญอยู่มิใช่น้อย แต่ก็น่าเสียดายที่ต้องมาด่วนจากโลกนี้ไปเสีย ทิ้งวิปโยคไว้ให้แก่ภรรยาบุตรธิดาและประยูรวงศ์ตลอดถึงคนที่มีความเคารพรักใคร่นับถือ ภรรยาบุตรธิดาเป็นต้น ผู้ตั้งอยู่ในมนุษยโลกนี้จึงพากันประกอบกิจพิธีในทางพระพุทธศาสนา ตั้งต้นแต่วันถึงแก่กรรมมาโดยลำดับตามคตินิยมของพุทธศาสนิกชน
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
m6ejue09ri7uy20mzkf29320hejsei1
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/16
250
90690
293977
2026-07-25T16:18:09Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293977
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>ด้วยกุศลจริยาสัมมาปฏิบัติอันชนทั้งหลาย มีภรรยาบุตรธิดาเป็นต้น ได้บำเพ็ญแล้วโดยชอบเพื่ออุทิศส่งไปให้แด่เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน จากมนุษยโลกนี้ ขอจงเป็นปัจจัยส่งเสริมซึ่งความสุขให้มีคติสัมปรายภพอันงดงามสืบต่อไป.
{{กข|พระธรรมโมลี <br> วัดพระธาตุหริ{{ตตฉ|ภูญ|ภุญ}}ชัย ลำพูน|center|4em}}<noinclude></noinclude>
2hu2c83cj70vfvwwbit02d05iwb2oqb
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/17
250
90691
293978
2026-07-25T16:18:29Z
Lucunculus
12427
/* Not proofread */
293978
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|ขอบพระทัยและขอบคุณ|140}}<noinclude></noinclude>
8efe1cj3uhi1qkd033o1wpqld4bcna2
293983
293978
2026-07-25T16:26:04Z
Lucunculus
12427
293983
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|ขอบพระทัยและขอบคุณ|140}}
ข้าเจ้าและลูก ๆ ขอกราบขอบพระทัย ขอบพระคุณ ขอบคุณทุก ๆ พระองค์และทุก ๆ ท่านที่ได้ช่วยแสดงความเศร้าโศกสลดใจในการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของเจ้าพัฒนาในครั้งนี้ ความรักความอาลัยในการพลัดพรากของบุคคลผู้เป็นร่มโพธิ์หลักชัยของครอบครัว ย่อมล้ำลึกและเกาะกินใจไปตลอดชั่วชีวิตในครอบครัวอื่นฉันใด ข้าเจ้าและลูก ๆ ก็ย่อมรู้สึกฉันนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรามีสายสัมพันธ์เป็นเครือญาติใกล้ชิดกันอีกด้วย เจ้ายังอยู่ในวัยที่จะให้ความอบอุ่นแก่ครอบครัวได้อีกนาน สุขภาพและอาการเจ็บป่วยก็ไม่ทำให้น่ากังวลใจเท่าไรนัก เจ้ามีอาการทรุดจริง ๆ ถึงกับต้องนำเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลเพียง ๓ วันเท่านั้น<noinclude></noinclude>
qooe0t239gmt8a1ptudo9k00e561350
293984
293983
2026-07-25T16:27:42Z
Lucunculus
12427
293984
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|ขอบพระทัยและขอบคุณ|140}}
ข้าเจ้าและลูก ๆ ขอกราบขอบพระทัย ขอบพระคุณ ขอบคุณทุก ๆ พระองค์และทุก ๆ ท่านที่ได้ช่วยแสดงความเศร้าโศกสลดใจในการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของเจ้าพัฒนาในครั้งนี้ ความรักความอาลัยในการพลัดพรากของบุคคลผู้เป็นร่มโพธิ์หลักชัยของครอบครัว ย่อมล้ำลึกและเกาะกินใจไปตลอดชั่วชีวิตในครอบครัวอื่นฉันใด ข้าเจ้าและลูก ๆ ก็ย่อมรู้สึกฉันนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรามีสายสัมพันธ์เป็นเครือญาติใกล้ชิดกันอีกด้วย เจ้ายังอยู่ในวัยที่จะให้ความอบอุ่นแก่ครอบครัวได้อีกนาน สุขภาพและอาการเจ็บป่วยก็ไม่ทำให้น่ากังวลใจเท่าไรนัก เจ้ามีอาการทรุดจริง ๆ ถึงกับต้องนำเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลเพียง ๓ วันเท่านั้น ก็ด่วนจากไปอย่างคาดไม่ถึง อาการโรคสุดที่แพทย์จะช่วยเหลือไว้ได้ ข้าเจ้าและลูก ๆ ขอจารึกน้ำพระทัยน้ำใจของเจ้านายทุก ๆ พระองค์และญาติมิตรทุก ๆ ท่านที่ได้ให้ความอบอุ่นใจและช่วยเหลือให้การบำเพ็ญฌาปนกิจของเจ้า<noinclude></noinclude>
t6qikbur6gd3c8ofjc1verwml0wub6a
293985
293984
2026-07-25T16:27:53Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293985
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>{{ก|ขอบพระทัยและขอบคุณ|140}}
ข้าเจ้าและลูก ๆ ขอกราบขอบพระทัย ขอบพระคุณ ขอบคุณทุก ๆ พระองค์และทุก ๆ ท่านที่ได้ช่วยแสดงความเศร้าโศกสลดใจในการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของเจ้าพัฒนาในครั้งนี้ ความรักความอาลัยในการพลัดพรากของบุคคลผู้เป็นร่มโพธิ์หลักชัยของครอบครัว ย่อมล้ำลึกและเกาะกินใจไปตลอดชั่วชีวิตในครอบครัวอื่นฉันใด ข้าเจ้าและลูก ๆ ก็ย่อมรู้สึกฉันนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรามีสายสัมพันธ์เป็นเครือญาติใกล้ชิดกันอีกด้วย เจ้ายังอยู่ในวัยที่จะให้ความอบอุ่นแก่ครอบครัวได้อีกนาน สุขภาพและอาการเจ็บป่วยก็ไม่ทำให้น่ากังวลใจเท่าไรนัก เจ้ามีอาการทรุดจริง ๆ ถึงกับต้องนำเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลเพียง ๓ วันเท่านั้น ก็ด่วนจากไปอย่างคาดไม่ถึง อาการโรคสุดที่แพทย์จะช่วยเหลือไว้ได้ ข้าเจ้าและลูก ๆ ขอจารึกน้ำพระทัยน้ำใจของเจ้านายทุก ๆ พระองค์และญาติมิตรทุก ๆ ท่านที่ได้ให้ความอบอุ่นใจและช่วยเหลือให้การบำเพ็ญฌาปนกิจของเจ้า<noinclude></noinclude>
3wgj4a6u4hrwmo5p78qpfqho8kr1rtg
หน้า:Chao Chet Ton 2512.djvu/18
250
90692
293979
2026-07-25T16:19:51Z
Lucunculus
12427
/* Proofread */
293979
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucunculus" /></noinclude>พัฒนาให้เป็นไปโดยเรียบร้อยทุกอย่าง หากจะมีญาณทิพย์วิถีใดจะได้ทราบถึงเจ้าพัฒนาแล้ว ข้าเจ้าและลูก ๆ เชื่อว่าเจ้าคงจะได้ไปสู่สุคติในสัมปรายภพเป็นแน่แท้ ด้วยเดชะบุญกุศลกรรมดีที่ทุก ๆ ท่านได้ประกอบให้เจ้าพัฒนา ข้าเจ้าและลูก ๆ ขอให้ทุก ๆ ท่านได้รับแต่สิ่งอันเป็นมงคลทั่วกันเทอญ.
{{ข|พงศ์แก้ว ณ ลำพูน และลูก ๆ|4em}}<noinclude></noinclude>
m433vov4buduhdg9z34d34996j19rtn
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/1
250
90693
293999
2026-07-26T04:38:21Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/1]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/1]]: เปลี่ยนชื่อ
293999
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/1]]<noinclude></noinclude>
lk9om4meb6t1i8019c2rzm3dui5djfx
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/2
250
90694
294001
2026-07-26T04:38:48Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/2]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/5]]: เปลี่ยนชื่อ
294001
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/5]]<noinclude></noinclude>
67a05y3o2hijp3zumhq15k9what6l6m
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/3
250
90695
294003
2026-07-26T04:39:07Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/3]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/6]]: เปลี่ยนชื่อ
294003
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/6]]<noinclude></noinclude>
r77t4rc6lrrryv87wp7u6rqoc211cjr
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/15
250
90696
294005
2026-07-26T04:39:49Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/15]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/7]]: เปลี่ยนชื่อ
294005
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/7]]<noinclude></noinclude>
qw943ffckknp3tp4nc4k7mh2s8dk94b
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/16
250
90697
294007
2026-07-26T04:40:03Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/16]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/8]]: เปลี่ยนชื่อ
294007
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/8]]<noinclude></noinclude>
4lqb5kkxatc6kotj40sfihiwmglk2ix
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/17
250
90698
294009
2026-07-26T04:40:16Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/17]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/9]]: เปลี่ยนชื่อ
294009
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/9]]<noinclude></noinclude>
ck6yf6tpdy7r4ana6z3q2gxliaq7rrj
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/18
250
90699
294011
2026-07-26T04:40:24Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/18]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/10]]: เปลี่ยนชื่อ
294011
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/10]]<noinclude></noinclude>
31wet8lj1nu14548frmk2ha4f9dpfq9
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/19
250
90700
294013
2026-07-26T04:40:37Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/19]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/11]]: เปลี่ยนชื่อ
294013
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/11]]<noinclude></noinclude>
i0ezzqv9o9f60quv7krosmu680et6vp
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/20
250
90701
294015
2026-07-26T04:40:58Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/20]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/12]]: เปลี่ยนชื่อ
294015
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/12]]<noinclude></noinclude>
eobgvg181uvhn7bvjg65nt7ugf15ixo
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/21
250
90702
294017
2026-07-26T04:41:05Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/21]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/13]]: เปลี่ยนชื่อ
294017
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/13]]<noinclude></noinclude>
sp8ie5171vzwsr62pinj948dfchtzbo
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/22
250
90703
294019
2026-07-26T04:41:13Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/22]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/14]]: เปลี่ยนชื่อ
294019
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/14]]<noinclude></noinclude>
gc2wylpajgxqr2b4nlbmqykgzph5cib
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/23
250
90704
294021
2026-07-26T04:41:21Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/23]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/15]]: เปลี่ยนชื่อ
294021
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/15]]<noinclude></noinclude>
6grrlwjw5n7k85one8jymd9ng2v3mov
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/24
250
90705
294023
2026-07-26T04:41:28Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/24]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/16]]: เปลี่ยนชื่อ
294023
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/16]]<noinclude></noinclude>
9jkt5bqdhoa674qqauby2hkm1da8hg3
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/25
250
90706
294025
2026-07-26T04:41:36Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/25]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/17]]: เปลี่ยนชื่อ
294025
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/17]]<noinclude></noinclude>
l3vbw3iv1lnxuncsyojtnsbkhjytoxf
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/26
250
90707
294027
2026-07-26T04:41:43Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/26]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/18]]: เปลี่ยนชื่อ
294027
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/18]]<noinclude></noinclude>
aiafs4k8jg73uufkdhttwuelrarsjta
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/27
250
90708
294029
2026-07-26T04:41:50Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/27]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/19]]: เปลี่ยนชื่อ
294029
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/19]]<noinclude></noinclude>
4xhsw1z706s7gpw1wd5g7chwefkal0y
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/28
250
90709
294031
2026-07-26T04:42:00Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/28]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/20]]: เปลี่ยนชื่อ
294031
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/20]]<noinclude></noinclude>
9ec57sec8fgumxip7mqrhik7kcuna3w
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/29
250
90710
294033
2026-07-26T04:42:19Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/29]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/21]]: เปลี่ยนชื่อ
294033
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/21]]<noinclude></noinclude>
720zzx8jrslwvuifmhgel3nuekyno4y
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/30
250
90711
294035
2026-07-26T04:42:26Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/30]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/22]]: เปลี่ยนชื่อ
294035
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/22]]<noinclude></noinclude>
lbrn2vvsgdo2m5zhgx6x655trkyq1bu
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/31
250
90712
294037
2026-07-26T04:42:34Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/31]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/23]]: เปลี่ยนชื่อ
294037
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/23]]<noinclude></noinclude>
bkdcwz1wlpazpm3p3bho9ga1d857uxs
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/32
250
90713
294039
2026-07-26T04:42:41Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/32]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/24]]: เปลี่ยนชื่อ
294039
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/24]]<noinclude></noinclude>
1eb81pr0q2s7a69iywcsh0vhxpoyfa3
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/33
250
90714
294041
2026-07-26T04:42:48Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/33]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/25]]: เปลี่ยนชื่อ
294041
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/25]]<noinclude></noinclude>
j86p9k9m3glf7l3nh116trjbqc53gzg
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/207
250
90715
294043
2026-07-26T04:43:12Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/207]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/26]]: เปลี่ยนชื่อ
294043
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/26]]<noinclude></noinclude>
t1crxlhp77yo6jxjhlgha8gcfpwqe00
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/208
250
90716
294045
2026-07-26T04:43:19Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/208]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/27]]: เปลี่ยนชื่อ
294045
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/27]]<noinclude></noinclude>
3m91qfvlvp9dw5i6m2dhbmj2ylog3pn
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/4
250
90717
294047
2026-07-26T04:43:52Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/4]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/28]]: เปลี่ยนชื่อ
294047
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/28]]<noinclude></noinclude>
95p4y7f16numrua0dtrk6fmzafdm52g
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/5
250
90718
294049
2026-07-26T04:43:59Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/5]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/29]]: เปลี่ยนชื่อ
294049
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/29]]<noinclude></noinclude>
guri7xw060yrdin3pr0iapmjattbz8n
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/6
250
90719
294051
2026-07-26T04:44:08Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/6]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/30]]: เปลี่ยนชื่อ
294051
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/30]]<noinclude></noinclude>
aqcnfu3js7zp44066wz32k48pftsuhj
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/7
250
90720
294053
2026-07-26T04:44:15Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/7]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/31]]: เปลี่ยนชื่อ
294053
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/31]]<noinclude></noinclude>
6hwmo3t3jxpeeaxucy3s11uc9q6lyby
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/8
250
90721
294055
2026-07-26T04:44:22Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/8]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/32]]: เปลี่ยนชื่อ
294055
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/32]]<noinclude></noinclude>
tqn4gp11v41pjw1zfg293ixk3l27juu
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/9
250
90722
294057
2026-07-26T04:44:29Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/9]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/33]]: เปลี่ยนชื่อ
294057
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/33]]<noinclude></noinclude>
4a8pcko9ioz2moeolvvuwxvua54sd1f
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/10
250
90723
294059
2026-07-26T04:44:37Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/10]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/34]]: เปลี่ยนชื่อ
294059
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/34]]<noinclude></noinclude>
39vqt5m8g1t2na1myb25uaj4d3bacjq
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/11
250
90724
294061
2026-07-26T04:44:45Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/11]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/35]]: เปลี่ยนชื่อ
294061
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/35]]<noinclude></noinclude>
c8hshqi5azj4jwf9qn47rtukxew34vz
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/13
250
90725
294063
2026-07-26T04:45:00Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/13]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/37]]: เปลี่ยนชื่อ
294063
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/37]]<noinclude></noinclude>
nsns7md2kxyu5rcpouo2meck6f95ful
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/14
250
90726
294065
2026-07-26T04:45:12Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/14]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/38]]: เปลี่ยนชื่อ
294065
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/38]]<noinclude></noinclude>
ifciwyfad78jj1wliumdri29c09rxph
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/12
250
90727
294067
2026-07-26T04:45:18Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu/12]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/36]]: เปลี่ยนชื่อ
294067
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/36]]<noinclude></noinclude>
0ehm94n0tqtk6mb79yxndv9lg3q3sma
ดัชนี:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu
252
90728
294070
2026-07-26T04:50:45Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[ดัชนี:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๗๘.djvu]] ไปยัง [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu]]: เปลี่ยนชื่อ
294070
proofread-index
text/x-wiki
#REDIRECT [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu]]
8rkhzr8neahucz1z4bmv6vyawmt2i85
แม่แบบ:ชุดเล่ม ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)
10
90729
294071
2026-07-26T04:52:29Z
Flamevine
11908
สร้างหน้าด้วย "{{รายการแนวนอน| * [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu|1]] * [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (2) 2491.djvu|2]] * [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu|3]] * [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu|4]] * {{เล็กลง|แม่แบบ:ชุดเล่ม ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเ..."
294071
wikitext
text/x-wiki
{{รายการแนวนอน|
* [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu|1]]
* [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (2) 2491.djvu|2]]
* [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu|3]]
* [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu|4]]
* {{เล็กลง|[[แม่แบบ:ชุดเล่ม ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)|แม่แบบ]]}}
}}<noinclude>
{{documentation}}
</noinclude>
o7lz2p3pd5q5atqenrrmn9d06b9jwfu
แม่แบบ:ชุดเล่ม ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/doc
10
90730
294072
2026-07-26T04:52:56Z
Flamevine
11908
สร้างหน้าด้วย "==วัตถุประสงค์== ใช้แสดงรายการดัชนีขอ ''[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)]]'' ในเนมสเปซดัชนี ==วิธีใช้== ใส่โค้ดดังนี้ในช่อง "ชุดเล่ม" ในหน้าดัชนี <pre>{{ชุดเล่ม ประวัติ..."
294072
wikitext
text/x-wiki
==วัตถุประสงค์==
ใช้แสดงรายการดัชนีขอ ''[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)]]'' ในเนมสเปซดัชนี
==วิธีใช้==
ใส่โค้ดดังนี้ในช่อง "ชุดเล่ม" ในหน้าดัชนี
<pre>{{ชุดเล่ม ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)}}</pre>
[[หมวดหมู่:แม่แบบชุดเล่ม|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)]]
68526ygx0kojdrcu02c7b2nqmj2p5mp
ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 1
0
90731
294076
2026-07-26T04:59:29Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 1]] ไปยัง [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 1]]: เปลี่ยนชื่อ
294076
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 1]]
pi92wweil5ym6ep3m2gbc05hvrb3du6
294077
294076
2026-07-26T05:00:07Z
Flamevine
11908
ลบการเปลี่ยนทางไป [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 1]]
294077
wikitext
text/x-wiki
{{ลบ|อ2}}
#เปลี่ยนทาง [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 1]]
2iz7dre8tw68kl34iwu7hqj26nahai6
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/2
250
90732
294080
2026-07-26T05:05:05Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
294080
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" /></noinclude>{{ก|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง|140}}
{{ก|คำสอนชั้นปริญญาโท|200}}
{{ก|พุทธศักราช ๒๔๗๘|140}}
{{ก|พิมพ์ครั้งที่ ๓|120}}
{{ก|เล่ม ๑|200}}
{{สกอ|sp|100}}
{{ก|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย|200}}
{{ก|(กฎหมายเอกชน)|120}}
{{ก|ข้อความเบื้องต้น|180}}
{{ก|โดย}}
{{ก|ร. แลงกาต์|140}}
{{ก|เนติบัณฑิตพิเศษ}}
{{ก|ด๊อกเตอร์กฎหมายฝรั่งเศส}}<noinclude></noinclude>
659po4i8u0tjwnqiiuwp0wj19sf305w
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/3
250
90733
294081
2026-07-26T05:05:19Z
Flamevine
11908
/* Without text */
294081
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="0" user="Flamevine" /></noinclude><noinclude></noinclude>
qopud08sil4ofdud7kc4151q5685a80
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/4
250
90734
294082
2026-07-26T05:07:22Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
294082
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" /></noinclude>{{กสต|คำนำ|140}}
ในการพิมพ์คำสอนปี พ.ศ. ๒๔๗๘ เป็นครั้งที่ ๒ นี้ ข้าพเจ้าได้ตรวจแก้คำผิด และตัดตอนที่ไม่เป็นประโยชน์ออกเสีย กับได้เรียงข้อความในตอนที่ ๒ บทที่ ๑ ของคำสอนเรื่องละเมิดตามลำดับใหม่ แต่เนื้อความยังอยู่เช่นเดิม
อนึ่งในโอกาสนี้ได้เปลี่ยนบรรดาเลขมาตราในประมวลกฎหมายรัชชกาลที่ ๑ ซึ่งยกอ้างในคำสอนให้ถูกต้องกับลำดับเลขมาตราในฉะบับพิมพ์ของมหาวิทยาลัย
{{ข|ร. แลงกาต์|4em|style=font-size:120%}}<noinclude>{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
os3b323zaoxhmqwm0y6fvc4ygu9idpa
หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (1) 2491.djvu/77
250
90735
294092
2026-07-26T05:25:37Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
294092
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" /></noinclude>[[File:Thammasat University logo (old).svg|center|90px]]
{{ก|พิมพ์ที่โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง}}
{{ก|นายอภัย แก้วเทศ ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา}}
{{ก|๒ กรกฎาคม ๒๔๙๑}}<noinclude></noinclude>
6wecss09vqsou9iknuszumyeaek7c3x
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๐.pdf/4
250
90736
294125
2026-07-26T06:31:57Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๐.pdf/4]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu/6]]: เปลี่ยนชื่อ
294125
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu/6]]<noinclude></noinclude>
5qowl0fd5ahg4229ulpe2z8na3jxifx
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๐.pdf/5
250
90737
294127
2026-07-26T06:32:03Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๐.pdf/5]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu/7]]: เปลี่ยนชื่อ
294127
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu/7]]<noinclude></noinclude>
3z0v5dtq8kfxws46muiy36q8zazxfyl
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๐.pdf/6
250
90738
294129
2026-07-26T06:32:13Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๐.pdf/6]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu/8]]: เปลี่ยนชื่อ
294129
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu/8]]<noinclude></noinclude>
2yfles9f92hyyo4s4rrrv0aq7sm96d4
ดัชนี:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๐.pdf
252
90739
294132
2026-07-26T06:36:03Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[ดัชนี:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๐.pdf]] ไปยัง [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu]]: เปลี่ยนชื่อ
294132
proofread-index
text/x-wiki
#REDIRECT [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (3) 2480.djvu]]
b840fccnoyq0d7owoaioypygtve9x39
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/1
250
90740
294152
2026-07-26T07:21:18Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/1]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/1]]: เปลี่ยนชื่อ
294152
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/1]]<noinclude></noinclude>
g9pnjdms1mk1m1xnk46w53wa23t0sqx
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/2
250
90741
294154
2026-07-26T07:21:58Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/2]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/3]]: เปลี่ยนชื่อ
294154
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/3]]<noinclude></noinclude>
661w2egkfyu1zbp6f8ihut61zvunjzw
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/3
250
90742
294156
2026-07-26T07:22:11Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/3]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/4]]: เปลี่ยนชื่อ
294156
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/4]]<noinclude></noinclude>
gkeonmvr4ddf8k6va40x3usnc2vjdtc
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/4
250
90743
294158
2026-07-26T07:22:46Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/4]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/5]]: เปลี่ยนชื่อ
294158
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/5]]<noinclude></noinclude>
c2to2u37yidis8odlf618tlpa4fh090
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/5
250
90744
294160
2026-07-26T07:22:53Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/5]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/6]]: เปลี่ยนชื่อ
294160
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/6]]<noinclude></noinclude>
8bmfrx0ysrbyw9jextfbrxug9oon5z5
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/6
250
90745
294162
2026-07-26T07:23:05Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/6]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/2]]: เปลี่ยนชื่อ
294162
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/2]]<noinclude></noinclude>
2q05te5htuxhhxsaupwow692zpujmf3
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/146
250
90746
294164
2026-07-26T07:23:33Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/146]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/99]]: เปลี่ยนชื่อ
294164
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/99]]<noinclude></noinclude>
oti4zowdnf8orr90hmzlz1kvg3p9f0o
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/7
250
90747
294166
2026-07-26T07:24:17Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/7]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/7]]: เปลี่ยนชื่อ
294166
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/7]]<noinclude></noinclude>
rmwbq37wiz5kezntm8eqemnhrt9ctx0
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/8
250
90748
294168
2026-07-26T07:24:24Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/8]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/8]]: เปลี่ยนชื่อ
294168
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/8]]<noinclude></noinclude>
jz1bn4wakp6dw2bbxaue7cvdxunu5cx
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/9
250
90749
294170
2026-07-26T07:24:32Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/9]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/9]]: เปลี่ยนชื่อ
294170
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/9]]<noinclude></noinclude>
e3jbf8max4phe4pexmh9064dqlm39r3
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/10
250
90750
294172
2026-07-26T07:24:41Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/10]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/10]]: เปลี่ยนชื่อ
294172
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/10]]<noinclude></noinclude>
qnmgav0o5zviaihrntl3zaagb3nghoo
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/11
250
90751
294174
2026-07-26T07:25:12Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/11]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/11]]: เปลี่ยนชื่อ
294174
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/11]]<noinclude></noinclude>
f9jkry4m9dxu7ihqily91nujw6zu4u8
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/12
250
90752
294176
2026-07-26T07:25:23Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/12]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/12]]: เปลี่ยนชื่อ
294176
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/12]]<noinclude></noinclude>
f9esoyvboiw2e03qdwfazjmyxq4mo8p
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/13
250
90753
294178
2026-07-26T07:25:32Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/13]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/13]]: เปลี่ยนชื่อ
294178
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/13]]<noinclude></noinclude>
g4qexwv5eaas235i44vf5ayc8rxgn5f
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/14
250
90754
294180
2026-07-26T07:25:41Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/14]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/14]]: เปลี่ยนชื่อ
294180
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/14]]<noinclude></noinclude>
4shqc0fwd2chml9k05zzyt3gzh8pdyw
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/15
250
90755
294182
2026-07-26T07:25:51Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/15]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/15]]: เปลี่ยนชื่อ
294182
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/15]]<noinclude></noinclude>
trivnantlca0d30fk7o00alb4wv3026
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/16
250
90756
294184
2026-07-26T07:26:00Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/16]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/16]]: เปลี่ยนชื่อ
294184
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/16]]<noinclude></noinclude>
a43wc715gtd6p8rkf5j5y65un4uzqit
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/17
250
90757
294186
2026-07-26T07:26:09Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/17]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/17]]: เปลี่ยนชื่อ
294186
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/17]]<noinclude></noinclude>
j9jk0eh270jct79ckkn9rqc5lrctmae
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/18
250
90758
294188
2026-07-26T07:26:19Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/18]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/18]]: เปลี่ยนชื่อ
294188
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/18]]<noinclude></noinclude>
hzuvcn2aqjteh9omo5iupiq1qbxc2gb
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/19
250
90759
294190
2026-07-26T07:26:28Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/19]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/19]]: เปลี่ยนชื่อ
294190
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/19]]<noinclude></noinclude>
e3q7k6xo2kbcnsoeuz4rp1anvl3bw7s
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/20
250
90760
294192
2026-07-26T07:26:38Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/20]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/20]]: เปลี่ยนชื่อ
294192
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/20]]<noinclude></noinclude>
b06wkzo0sv9p3k2n3cms5nlm78xlxxw
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/21
250
90761
294194
2026-07-26T07:34:02Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/21]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/21]]: เปลี่ยนชื่อ
294194
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/21]]<noinclude></noinclude>
14hki6qj77lcq74lbkpgr0k80l9dx46
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/22
250
90762
294196
2026-07-26T07:34:09Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/22]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/22]]: เปลี่ยนชื่อ
294196
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/22]]<noinclude></noinclude>
abp2s15txbb1urhl273z8ovd9sybyuj
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/23
250
90763
294198
2026-07-26T07:34:16Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/23]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/23]]: เปลี่ยนชื่อ
294198
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/23]]<noinclude></noinclude>
7xpa44qhi8zxg0eiahkqpoyl8j1ez3m
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/24
250
90764
294200
2026-07-26T07:34:23Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/24]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/24]]: เปลี่ยนชื่อ
294200
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/24]]<noinclude></noinclude>
nccap3rhv5ui7peueh7w5si0azgctxe
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/25
250
90765
294202
2026-07-26T07:34:31Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/25]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/25]]: เปลี่ยนชื่อ
294202
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/25]]<noinclude></noinclude>
qychwniqen4majc5fdzyrkhdo1v9c1e
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/26
250
90766
294204
2026-07-26T07:34:38Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/26]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/26]]: เปลี่ยนชื่อ
294204
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/26]]<noinclude></noinclude>
67dylq70070w0q2su5y85p1trf99lce
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/27
250
90767
294206
2026-07-26T07:34:46Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/27]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/27]]: เปลี่ยนชื่อ
294206
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/27]]<noinclude></noinclude>
scbfb7n86a3kys7yjsz979259epj7wp
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/28
250
90768
294208
2026-07-26T07:34:53Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/28]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/28]]: เปลี่ยนชื่อ
294208
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/28]]<noinclude></noinclude>
l4na6f23s3q65gplek6b25zpna6ycbk
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/30
250
90769
294210
2026-07-26T07:35:08Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/30]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/30]]: เปลี่ยนชื่อ
294210
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/30]]<noinclude></noinclude>
d9edbg2kgimm4vgrxjiiil82fkbxgny
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/29
250
90770
294212
2026-07-26T07:35:14Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/29]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/29]]: เปลี่ยนชื่อ
294212
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/29]]<noinclude></noinclude>
j4uw3pw9un30bmrmps0rg9ntairu7gg
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/31
250
90771
294214
2026-07-26T07:35:39Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/31]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/31]]: เปลี่ยนชื่อ
294214
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/31]]<noinclude></noinclude>
lz30ihrwkx0lgcfa00jri51b0oa465d
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/32
250
90772
294216
2026-07-26T07:35:48Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/32]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/32]]: เปลี่ยนชื่อ
294216
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/32]]<noinclude></noinclude>
jst70rljqhb1qjcylgbzf8duzskh4fi
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/33
250
90773
294218
2026-07-26T07:35:58Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/33]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/33]]: เปลี่ยนชื่อ
294218
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/33]]<noinclude></noinclude>
d82tcqawv1f713lcfwif2xtvtc63l8f
หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/34
250
90774
294220
2026-07-26T07:36:07Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[หน้า:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu/34]] ไปยัง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/34]]: เปลี่ยนชื่อ
294220
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/34]]<noinclude></noinclude>
c8j5fsfxe4wnuf9bs57ahaue3iwvab3
ดัชนี:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu
252
90775
294224
2026-07-26T07:39:26Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[ดัชนี:ปวศ กม ไทย - มธ - ๒๔๘๓.djvu]] ไปยัง [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu]]: เปลี่ยนชื่อ
294224
proofread-index
text/x-wiki
#REDIRECT [[ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu]]
090td8qhfoo0lf7ljkjgfm9wy9ghvbo
ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 3
0
90776
294228
2026-07-26T07:45:41Z
Flamevine
11908
Flamevine ย้ายหน้า [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย/เล่ม 3]] ไปยัง [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 4]]: เปลี่ยนชื่อ
294228
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 4]]
tm48ks014jtnua3wu6o41074puqo7ix
294229
294228
2026-07-26T07:46:11Z
Flamevine
11908
ลบการเปลี่ยนทางไป [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 4]]
294229
wikitext
text/x-wiki
{{ลบ|อ2}}
#เปลี่ยนทาง [[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 4]]
f6cvggkcf8qdjrih6g6qzdbvz9gywh5
ดัชนี:Prawatti Sat Kot Mai Thai (2) 2491.djvu
252
90777
294230
2026-07-26T07:58:05Z
Flamevine
11908
สร้างหน้าด้วย ""
294230
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)]]
|ภาษา=th
|เล่ม=[[ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)/เล่ม 2|เล่ม 2]]
|ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|โรแบร์ แลงกาต์}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง}}
|สถานที่=พระนคร
|ปี=2491
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=C
|การผสานหน้า=no
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1to104 = thai
1to8 = -
9 = 69
103to104 = -
/>
|ชุดเล่ม={{ชุดเล่ม ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน)}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=; สารบัญ
# สารบาญ (น. - [7])
# บทนำ (น. 69)
# บทที่ 1 (น. 83)
# บทที่ 2 (น. 107)
# บทที่ 3 (น. 123)
# บทที่ 4 (น. 132)
# บทที่ 5 (น. 150)
|Width=
|Css=
|Header={{หสล|{{{pagenum}}}|ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย}}{{สต}}
|Footer={{ซ|ม.ธ.ก.}}
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีตำรากฎหมาย]]
fczxx9ozv50nsy7z14l50cm1dlfhfdq