วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.47.0-wmf.13 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2475.djvu/1 250 38488 294557 294400 2026-07-30T10:31:31Z Librovore 10939 294557 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" /></noinclude>[[File:Royal Society of Siam Seal (3).svg|180px|center|ตราของราชบัณฑิตยสภา]] {{ก|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๑๖|160}} {{ก|พงศาวดารเมืองพระตะบอง ของเจ้าพระยาคทาธรธรณินทร์|120}} {{สกอ|sp|100}} {{ก|นางจิตรา อภัยวงศ|120}} {{ก|พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ}} {{ก|รองอำมาตย์เอก ขาบ อภัยวงศ|120}} {{ก|ปีวอก พ.ศ. ๒๔๗๕}} {{สกอ|sp|100}} {{ก|พิมพ์ที่โรงพิมพ์พระจันทร์ ท่าพระจันทร์ พระนคร}}<noinclude></noinclude> j5u7wl59lwdydeqj1yslnv3dp36qdwl 294558 294557 2026-07-30T10:32:05Z Librovore 10939 294558 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" /></noinclude>[[File:Royal Society of Siam Seal (3).svg|180px|center|ตราของราชบัณฑิตยสภา]] {{ก|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๑๖|200}} {{ก|พงศาวดารเมืองพระตะบอง ของเจ้าพระยาคทาธรธรณินทร์|140}} {{สกอ|sp|100}} {{ก|นางจิตรา อภัยวงศ|120}} {{ก|พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ}} {{ก|รองอำมาตย์เอก ขาบ อภัยวงศ|120}} {{ก|ปีวอก พ.ศ. ๒๔๗๕}} {{สกอ|sp|100}} {{ก|พิมพ์ที่โรงพิมพ์พระจันทร์ ท่าพระจันทร์ พระนคร}}<noinclude></noinclude> 0f597nx04s6q5dq5armfn1yt07l0rr5 หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2475.djvu/4 250 38490 294560 294404 2026-07-30T10:34:21Z Librovore 10939 294560 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|ข}}</noinclude>ปรากฏว่าเจ้าพระยาคทาธรฯ ได้เรียบเรียงหนังสือพงศาวดารเมืองพระตะบองมอบให้พระยาราชเสนานำเข้ามาทูลเกล้าฯ ถวายอีกเรื่อง ๑ จึงเป็น ๒ เรื่องด้วยกัน ในการที่พิมพ์นี้ ได้เอาเรื่องแต่งทีหลังพิมพ์ไว้ข้างหน้า เพราะเห็นเป็นเรื่องพงศาวดารเมือง ส่วนเรื่องที่แต่งก่อนว่าด้วยวงศสกุลของผู้สำเร็จราชการเมือง จึงให้พิมพ์ไว้ข้างหลัง. ในการพิมพ์หนังสือเรื่องนี้ เจ้าภาพได้นำประวัติของผู้มรณะส่งมาขอให้พิมพ์ไว้เป็นที่ระลึกด้วย จึงได้พิมพ์ไว้ต่อคำนำนี้ไป. {{กข|{{ขนอ|120%|ราชบัณฑิตยสภา}} <br> วันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๕|center}}<noinclude></noinclude> 3ok1orouc3wda8jnxxjks9i1q9o5dda หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2475.djvu/7 250 38492 294563 294408 2026-07-30T10:46:30Z Librovore 10939 294563 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" /></noinclude>{{ลห|ข1|พงศาวดารเมืองพระตะบอง|140}} {{สต|7em}} ข้าพระพุทธเจ้า พระยาคทาธรธรณินทร์ ผู้สำเร็จราชการเมืองพระตะบอง ขอพระราชทานทำเรื่องพงศาวดารกษัตริย์กรุงกัมโพชาธิบดีกับลำดับเจ้าเมืองพระตะบองส่งให้พระยาราชเสนานำน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท เดิมเมื่อครั้งกรุงธนบุรี เจ้าองค์ตนเป็นสมเด็จพระอุไทยราชาเจ้ากรุงกัมโพชาธิบดี ภายหลังสมเด็จพระอุไทยราชาให้เจ้าองค์รามน้องต่างมารดาขึ้นครองราชสมบัติเป็นสมเด็จพระรามาธิบดี สมเด็จพระอุไทยราชาลดลงมาอยู่ที่สมเด็จพระมหาอุปโยราช ครั้นศักราช ๑๑๔๒ ปีชวดโทศก (พ.ศ. ๒๓๒๓) สมเด็จพระมหาอุปโยราชถึงแก่พิราลัย ฝ่ายสมเด็จพระรามาธิบดีเจ้ากรุงกัมโพชาประพฤติการไม่เป็นยุตติธรรม เสียประเพณีบ้านเมืองไป ฟ้าทะละหะ ชื่อมู พระยาจักรี ชื่อฟาง พระยาเดโช ชื่อแทน เจ้าเมืองกะพงสวาย พี่น้อง ๓ คน กับพระยากลาโหม ชื่อชู ขุนนางเหล่านี้เป็นฝักฝ่ายของสมเด็จพระอุปโยราช คิดก่อการกำเริบ ได้สมัคพรรคพวกมาก จับสมเด็จพระรามาธิบดีเจ้ากรุงกัมโพชาสำเร็จโทษเสีย แล้วไปรับราชบุตรและราชธิดาสมเด็จพระอุปโยราชมาแต่เมืองบาพนม คือองค์เอง ชาย ๑ องค์เมญ ๑ องค์อี ๑ องค์เภา ๑{{วว}}<noinclude>{{ก|๑}}</noinclude> qp7njo6b7lxei6k4v3wsscg8rmhbax8 หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2475.djvu/8 250 38493 294564 294410 2026-07-30T10:48:42Z Librovore 10939 294564 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๒}}</noinclude>หญิง ๓ คน มาไว้เมืองพุทไทเพ็ชร์ แล้วฟ้าทะละหะตั้งตัวเป็นเจ้าฟ้ามหาอุปราช พระยาจักรีตั้งตัวเป็นพระองค์แก้ว พระยากลาโหมตั้งตัวเป็นสมเด็จเจ้าพระยา แต่พระยาเดโชเป็นเจ้าเมืองกะพงสวายอยู่ตามเดิม ฝ่ายพระยายมราช ชื่อแบน และพระยาพระเขมรทั้งปวงซึ่งเป็นข้าสมเด็จพระรามาธิบดี ก็พากันหนีเข้ามาณเมืองพระตะบอง บอกข้อราชการบ้านเมืองซึ่งเกิดจลาจลเข้ามาณกรุงธนบุรี ณเดือนยี่ ปีชวดโทศก ในแผ่นดินตาก ครั้นศักราชได้ ๑๑๔๔ ปีขาลจัตวาศก (พ.ศ. ๒๓๒๕) แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ โปรดเกล้าฯ ให้พระยายมราชแบนออกไปปราบปรามกรุงกัมโพชาเรียบร้อยแล้ว พระยายมราชแบนจึงส่งเจ้าองค์เอง ชาย ๑ เจ้าองค์เมญ ๑ เจ้าองค์อี ๑ เจ้าองค์เภา ๑ หญิง ๓ เข้ามาณกรุงเทพฯ เวลานั้นเจ้าองค์เองยังเยาว์อยู่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยายมราชแบนเป็นฟ้าทะละหะ ให้อยู่รักษากรุงกัมโพชาธิบดี ตั้งทัพใหญ่อยู่ณเมืองอุดงมีไชย ครั้นศักราชได้ ๑๑๕๖ ปีขาลฉศก (พ.ศ. ๒๓๓๗) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์โปรดเกล้าฯ อภิเศกให้เจ้าองค์เองออกไปเป็นสมเด็จพระรามาธิบดีครองกรุงกัมโพชา จึงทรงขอแยกเมืองพระตะบอง เมืองนครเสียมราฐ มาขึ้นแก่กรุงเทพฯ แล้วโปรดให้ฟ้าทะละหะแบนพาขุนนางพระยาพระเขมรพรรคพวกเข้ามาตั้งอยู่ณเมืองพระตะบอง โปรดเกล้าฯ ตั้งให้ฟ้าทะละหะเป็นที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์<noinclude></noinclude> pxjecscswote3jxz81stfkpbbqnju1k 294565 294564 2026-07-30T11:04:36Z Librovore 10939 /* Validated */ 294565 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Librovore" />{{c|๒}}</noinclude>หญิง ๓ คน มาไว้เมืองพุทไทเพ็ชร์ แล้วฟ้าทะละหะตั้งตัวเป็นเจ้าฟ้ามหาอุปราช พระยาจักรีตั้งตัวเป็นพระองค์แก้ว พระยากลาโหมตั้งตัวเป็นสมเด็จเจ้าพระยา แต่พระยาเดโชเป็นเจ้าเมืองกะพงสวายอยู่ตามเดิม ฝ่ายพระยายมราช ชื่อแบน และพระยาพระเขมรทั้งปวงซึ่งเป็นข้าสมเด็จพระรามาธิบดี ก็พากันหนีเข้ามาณเมืองพระตะบอง บอกข้อราชการบ้านเมืองซึ่งเกิดจลาจลเข้ามาณกรุงธนบุรี ณเดือนยี่ ปีชวดโทศก ในแผ่นดินตาก ครั้นศักราชได้ ๑๑๔๔ ปีขาลจัตวาศก (พ.ศ. ๒๓๒๕) แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ โปรดเกล้าฯ ให้พระยายมราชแบนออกไปปราบปรามกรุงกัมโพชาเรียบร้อยแล้ว พระยายมราชแบนจึงส่งเจ้าองค์เอง ชาย ๑ เจ้าองค์เมญ ๑ เจ้าองค์อี ๑ เจ้าองค์เภา ๑ หญิง ๓ เข้ามาณกรุงเทพฯ เวลานั้นเจ้าองค์เองยังเยาว์อยู่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยายมราชแบนเป็นฟ้าทะละหะ ให้อยู่รักษากรุงกัมโพชาธิบดี ตั้งทัพใหญ่อยู่ณเมืองอุดงมีไชย ครั้นศักราชได้ ๑๑๕๖ ปีขาลฉศก (พ.ศ. ๒๓๓๗) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์โปรดเกล้าฯ อภิเศกให้เจ้าองค์เองออกไปเป็นสมเด็จพระรามาธิบดีครองกรุงกัมโพชา จึงทรงขอแยกเมืองพระตะบอง เมืองนครเสียมราฐ มาขึ้นแก่กรุงเทพฯ แล้วโปรดให้ฟ้าทะละหะแบนพาขุนนางพระยาพระเขมรพรรคพวกเข้ามาตั้งอยู่ณเมืองพระตะบอง โปรดเกล้าฯ ตั้งให้ฟ้าทะละหะเป็นที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์<noinclude></noinclude> 4ydggc0wencfdx68b4o2q3i0smxba0e 294572 294565 2026-07-30T11:16:34Z Librovore 10939 294572 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Librovore" />{{ก|๒}}</noinclude>หญิง ๓ คน มาไว้เมืองพุทไทเพ็ชร์ แล้วฟ้าทะละหะตั้งตัวเป็นเจ้าฟ้ามหาอุปราช พระยาจักรีตั้งตัวเป็นพระองค์แก้ว พระยากลาโหมตั้งตัวเป็นสมเด็จเจ้าพระยา แต่พระยาเดโชเป็นเจ้าเมืองกะพงสวายอยู่ตามเดิม ฝ่ายพระยายมราช ชื่อแบน และพระยาพระเขมรทั้งปวงซึ่งเป็นข้าสมเด็จพระรามาธิบดี ก็พากันหนีเข้ามาณเมืองพระตะบอง บอกข้อราชการบ้านเมืองซึ่งเกิดจลาจลเข้ามาณกรุงธนบุรี ณเดือนยี่ ปีชวดโทศก ในแผ่นดินตาก ครั้นศักราชได้ ๑๑๔๔ ปีขาลจัตวาศก (พ.ศ. ๒๓๒๕) แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ โปรดเกล้าฯ ให้พระยายมราชแบนออกไปปราบปรามกรุงกัมโพชาเรียบร้อยแล้ว พระยายมราชแบนจึงส่งเจ้าองค์เอง ชาย ๑ เจ้าองค์เมญ ๑ เจ้าองค์อี ๑ เจ้าองค์เภา ๑ หญิง ๓ เข้ามาณกรุงเทพฯ เวลานั้นเจ้าองค์เองยังเยาว์อยู่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยายมราชแบนเป็นฟ้าทะละหะ ให้อยู่รักษากรุงกัมโพชาธิบดี ตั้งทัพใหญ่อยู่ณเมืองอุดงมีไชย ครั้นศักราชได้ ๑๑๕๖ ปีขาลฉศก (พ.ศ. ๒๓๓๗) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์โปรดเกล้าฯ อภิเศกให้เจ้าองค์เองออกไปเป็นสมเด็จพระรามาธิบดีครองกรุงกัมโพชา จึงทรงขอแยกเมืองพระตะบอง เมืองนครเสียมราฐ มาขึ้นแก่กรุงเทพฯ แล้วโปรดให้ฟ้าทะละหะแบนพาขุนนางพระยาพระเขมรพรรคพวกเข้ามาตั้งอยู่ณเมืองพระตะบอง โปรดเกล้าฯ ตั้งให้ฟ้าทะละหะเป็นที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์<noinclude></noinclude> p0ebqmit3znf5ln20phdwuvk7hvcml6 หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2475.djvu/9 250 38494 294566 294412 2026-07-30T11:06:12Z Librovore 10939 294566 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๓}}</noinclude>ผู้สำเร็จราชการเมืองพระตะบอง (๑) เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ได้ถวายบุตรชายคน ๑ ชื่อนายรศ มาเป็นมหาดเล็กรับราชการอยู่ณกรุงเทพฯ สมเด็จพระรามาธิบดีพระองค์เองไปครองกรุงกัมโพชานั้น มีราชบุตรชื่อเจ้าองค์จันทร์ ๑ เจ้าองค์สงวน ๑ เจ้าองค์อิ่ม ๑ เจ้าองค์ด้วง ๑ แต่เจ้าองค์จันทร์กับเจ้าองค์สงวนร่วมมารดากัน เจ้าองค์อิ่มกับเจ้าองค์ด้วงร่วมมารดากัน สมเด็จพระรามาธิบดีองค์เองครองกรุงกัมโพชาได้ ๓ ปี ถึงแก่พิราลัย จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งเจ้าองค์จันทร์เป็นสมเด็จพระอุไทยราชา ตั้งเจ้าองค์สงวนเป็นมหาอุปโยราช ตั้งเจ้าองค์อิ่มเป็นพระมหาอุปราช แต่เจ้าองค์ด้วงน้องสุดท้องนั้นยังเล็กอยู่ และเจ้าองค์จันทร์เมื่อครั้งโปรดเกล้าฯ ให้ออกไปเป็นสมเด็จพระอุไทยราชาครองกรุงกัมโพชานั้น ชนมายุได้ ๑๖ พรรษา เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนเป็นเจ้าเมืองพระตะบองได้ ๑๖ ปี ถึงแก่กรรม ครั้นณปีมะเมียโทศก แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลยจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งให้พระยาพิบูลย์ราชแบน เป็นขุนนางในเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ เป็นที่พระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบอง (๒) ทรงตั้งนายรศมหาดเล็กบุตรเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนเป็นพระวิเศษสุนทรผู้ช่วยราชการ ฝ่ายกรุงกัมโพชาธิบดี สมเด็จพระอุไทยราชากับมหาอุปโยราชเกิดร้าวรานบาดหมางกัน สมเด็จพระอุไทยราชาให้จับพระยาจักรี ชื่อแบน ฆ่าเสีย ว่าเป็นฝักฝ่ายข้างมหาอุปโยราช ๆ มีความรังเกียจ จึงพาพระมหาอุปราชกับเจ้าองค์ด้วงและพระยาพระเขมรพรรคพวกเข้ามาพึ่ง<noinclude></noinclude> 2hftgmvqj6604ps5ysinlyjvmxyuyve 294567 294566 2026-07-30T11:08:45Z Librovore 10939 /* Validated */ 294567 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Librovore" />{{c|๓}}</noinclude>ผู้สำเร็จราชการเมืองพระตะบอง (๑) เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ได้ถวายบุตรชายคน ๑ ชื่อนายรศ มาเป็นมหาดเล็กรับราชการอยู่ณกรุงเทพฯ สมเด็จพระรามาธิบดีพระองค์เองไปครองกรุงกัมโพชานั้น มีราชบุตรชื่อเจ้าองค์จันทร์ ๑ เจ้าองค์สงวน ๑ เจ้าองค์อิ่ม ๑ เจ้าองค์ด้วง ๑ แต่เจ้าองค์จันทร์กับเจ้าองค์สงวนร่วมมารดากัน เจ้าองค์อิ่มกับเจ้าองค์ด้วงร่วมมารดากัน สมเด็จพระรามาธิบดีองค์เองครองกรุงกัมโพชาได้ ๓ ปี ถึงแก่พิราลัย จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งเจ้าองค์จันทร์เป็นสมเด็จพระอุไทยราชา ตั้งเจ้าองค์สงวนเป็นมหาอุปโยราช ตั้งเจ้าองค์อิ่มเป็นพระมหาอุปราช แต่เจ้าองค์ด้วงน้องสุดท้องนั้นยังเล็กอยู่ และเจ้าองค์จันทร์เมื่อครั้งโปรดเกล้าฯ ให้ออกไปเป็นสมเด็จพระอุไทยราชาครองกรุงกัมโพชานั้น ชนมายุได้ ๑๖ พรรษา เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนเป็นเจ้าเมืองพระตะบองได้ ๑๖ ปี ถึงแก่กรรม ครั้นณปีมะเมียโทศก แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลยจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งให้พระยาพิบูลย์ราชแบน เป็นขุนนางในเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ เป็นที่พระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบอง (๒) ทรงตั้งนายรศมหาดเล็กบุตรเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนเป็นพระวิเศษสุนทรผู้ช่วยราชการ ฝ่ายกรุงกัมโพชาธิบดี สมเด็จพระอุไทยราชากับมหาอุปโยราชเกิดร้าวรานบาดหมางกัน สมเด็จพระอุไทยราชาให้จับพระยาจักรี ชื่อแบน ฆ่าเสีย ว่าเป็นฝักฝ่ายข้างมหาอุปโยราช ๆ มีความรังเกียจ จึงพาพระมหาอุปราชกับเจ้าองค์ด้วงและพระยาพระเขมรพรรคพวกเข้ามาพึ่ง<noinclude></noinclude> f61j8cvpmsl76efqnr39q5cfa3w3k5v 294571 294567 2026-07-30T11:16:17Z Librovore 10939 294571 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Librovore" />{{ก|๓}}</noinclude>ผู้สำเร็จราชการเมืองพระตะบอง (๑) เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ได้ถวายบุตรชายคน ๑ ชื่อนายรศ มาเป็นมหาดเล็กรับราชการอยู่ณกรุงเทพฯ สมเด็จพระรามาธิบดีพระองค์เองไปครองกรุงกัมโพชานั้น มีราชบุตรชื่อเจ้าองค์จันทร์ ๑ เจ้าองค์สงวน ๑ เจ้าองค์อิ่ม ๑ เจ้าองค์ด้วง ๑ แต่เจ้าองค์จันทร์กับเจ้าองค์สงวนร่วมมารดากัน เจ้าองค์อิ่มกับเจ้าองค์ด้วงร่วมมารดากัน สมเด็จพระรามาธิบดีองค์เองครองกรุงกัมโพชาได้ ๓ ปี ถึงแก่พิราลัย จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งเจ้าองค์จันทร์เป็นสมเด็จพระอุไทยราชา ตั้งเจ้าองค์สงวนเป็นมหาอุปโยราช ตั้งเจ้าองค์อิ่มเป็นพระมหาอุปราช แต่เจ้าองค์ด้วงน้องสุดท้องนั้นยังเล็กอยู่ และเจ้าองค์จันทร์เมื่อครั้งโปรดเกล้าฯ ให้ออกไปเป็นสมเด็จพระอุไทยราชาครองกรุงกัมโพชานั้น ชนมายุได้ ๑๖ พรรษา เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนเป็นเจ้าเมืองพระตะบองได้ ๑๖ ปี ถึงแก่กรรม ครั้นณปีมะเมียโทศก แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลยจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งให้พระยาพิบูลย์ราชแบน เป็นขุนนางในเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ เป็นที่พระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบอง (๒) ทรงตั้งนายรศมหาดเล็กบุตรเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนเป็นพระวิเศษสุนทรผู้ช่วยราชการ ฝ่ายกรุงกัมโพชาธิบดี สมเด็จพระอุไทยราชากับมหาอุปโยราชเกิดร้าวรานบาดหมางกัน สมเด็จพระอุไทยราชาให้จับพระยาจักรี ชื่อแบน ฆ่าเสีย ว่าเป็นฝักฝ่ายข้างมหาอุปโยราช ๆ มีความรังเกียจ จึงพาพระมหาอุปราชกับเจ้าองค์ด้วงและพระยาพระเขมรพรรคพวกเข้ามาพึ่ง<noinclude></noinclude> tpcisk06xoloksz630l3cf2v3mtxj58 หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2475.djvu/10 250 38495 294568 294414 2026-07-30T11:15:45Z Librovore 10939 294568 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{c|๔}}</noinclude>พระบรมโพธิสมภารอยู่ณกรุงเทพฯ ฝ่ายสมเด็จพระอุไทยราชาก็ลงเรือพาพระยาพระเขมรไปพึ่งเจ้าเวียดนามเมืองญวนขอกองทัพญวนขึ้นมารักษากรุงกัมโพชาธิบดี ครั้งนั้นหัวเมืองเขมรที่ต่อแดนเมืองพระตะบองคงขึ้นอยู่กับกรุงเทพฯ และที่เมืองโพธิสัตว์คล้องได้พระยาช้างเผือก พระยาสวรรคโลก ชื่อเวด เจ้าเมืองโพธิสัตว์ จึงส่งเข้ามาถวายณกรุงเทพฯ พระราชทานนามว่าพระยาเศวตกุญชร พระยาสวรรคโลกมีความรังเกียจสมเด็จพระอุไทยราชา ก็พาครอบครัวเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารณกรุงเทพฯ พระยาพิบูลย์ราชเป็นที่พระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบองได้ ๕ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อปีจอฉศก (พ.ศ. ๒๓๕๗) จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งพระวิเศษสุนทรรศบุตรเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนเป็นพระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบอง (๓) พระยาอภัยภูเบศร์รศเป็นเจ้าเมืองได้ ๑๓ ปี ณปีกุนนพศก (พ.ศ. ๒๓๗๐) ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาอุดมภักดี ชื่อเชด กับพระยาปลัดกรมการเมืองพระตะบอง บอกกล่าวโทษพระยาอภัยภูเบศร์รศเข้ามาณกรุงเทพฯ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เอาตัวพระยาอภัยภูเบศร์รศเข้ามาตั้งเป็นพระพิพิธภักดีรับราชการณกรุงเทพฯ ตั้งพระยาอุดมภักดีเชดเป็นพระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบอง (๔) ต่อมา ฝ่ายเจ้าองค์สงวนซึ่งเป็นพระมหาอุปโยราชเข้ามาอยู่ณกรุงเทพฯ ถึงแก่พิราลัย ครั้นณปีมะเส็งเบญจศก (พ.ศ. ๒๓๗๖) จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ ที่สมุหนายก เป็นแม่ทัพใหญ่ยกออกไป<noinclude></noinclude> 0g17euiy8ogyi2gjsmqd49vin4mheph 294569 294568 2026-07-30T11:16:00Z Librovore 10939 /* Validated */ 294569 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Librovore" />{{c|๔}}</noinclude>พระบรมโพธิสมภารอยู่ณกรุงเทพฯ ฝ่ายสมเด็จพระอุไทยราชาก็ลงเรือพาพระยาพระเขมรไปพึ่งเจ้าเวียดนามเมืองญวนขอกองทัพญวนขึ้นมารักษากรุงกัมโพชาธิบดี ครั้งนั้นหัวเมืองเขมรที่ต่อแดนเมืองพระตะบองคงขึ้นอยู่กับกรุงเทพฯ และที่เมืองโพธิสัตว์คล้องได้พระยาช้างเผือก พระยาสวรรคโลก ชื่อเวด เจ้าเมืองโพธิสัตว์ จึงส่งเข้ามาถวายณกรุงเทพฯ พระราชทานนามว่าพระยาเศวตกุญชร พระยาสวรรคโลกมีความรังเกียจสมเด็จพระอุไทยราชา ก็พาครอบครัวเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารณกรุงเทพฯ พระยาพิบูลย์ราชเป็นที่พระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบองได้ ๕ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อปีจอฉศก (พ.ศ. ๒๓๕๗) จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งพระวิเศษสุนทรรศบุตรเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนเป็นพระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบอง (๓) พระยาอภัยภูเบศร์รศเป็นเจ้าเมืองได้ ๑๓ ปี ณปีกุนนพศก (พ.ศ. ๒๓๗๐) ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาอุดมภักดี ชื่อเชด กับพระยาปลัดกรมการเมืองพระตะบอง บอกกล่าวโทษพระยาอภัยภูเบศร์รศเข้ามาณกรุงเทพฯ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เอาตัวพระยาอภัยภูเบศร์รศเข้ามาตั้งเป็นพระพิพิธภักดีรับราชการณกรุงเทพฯ ตั้งพระยาอุดมภักดีเชดเป็นพระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบอง (๔) ต่อมา ฝ่ายเจ้าองค์สงวนซึ่งเป็นพระมหาอุปโยราชเข้ามาอยู่ณกรุงเทพฯ ถึงแก่พิราลัย ครั้นณปีมะเส็งเบญจศก (พ.ศ. ๒๓๗๖) จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ ที่สมุหนายก เป็นแม่ทัพใหญ่ยกออกไป<noinclude></noinclude> gskdikuipi77ug6wnu1bjxowdc4w41u 294570 294569 2026-07-30T11:16:08Z Librovore 10939 294570 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Librovore" />{{ก|๔}}</noinclude>พระบรมโพธิสมภารอยู่ณกรุงเทพฯ ฝ่ายสมเด็จพระอุไทยราชาก็ลงเรือพาพระยาพระเขมรไปพึ่งเจ้าเวียดนามเมืองญวนขอกองทัพญวนขึ้นมารักษากรุงกัมโพชาธิบดี ครั้งนั้นหัวเมืองเขมรที่ต่อแดนเมืองพระตะบองคงขึ้นอยู่กับกรุงเทพฯ และที่เมืองโพธิสัตว์คล้องได้พระยาช้างเผือก พระยาสวรรคโลก ชื่อเวด เจ้าเมืองโพธิสัตว์ จึงส่งเข้ามาถวายณกรุงเทพฯ พระราชทานนามว่าพระยาเศวตกุญชร พระยาสวรรคโลกมีความรังเกียจสมเด็จพระอุไทยราชา ก็พาครอบครัวเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารณกรุงเทพฯ พระยาพิบูลย์ราชเป็นที่พระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบองได้ ๕ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อปีจอฉศก (พ.ศ. ๒๓๕๗) จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งพระวิเศษสุนทรรศบุตรเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนเป็นพระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบอง (๓) พระยาอภัยภูเบศร์รศเป็นเจ้าเมืองได้ ๑๓ ปี ณปีกุนนพศก (พ.ศ. ๒๓๗๐) ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาอุดมภักดี ชื่อเชด กับพระยาปลัดกรมการเมืองพระตะบอง บอกกล่าวโทษพระยาอภัยภูเบศร์รศเข้ามาณกรุงเทพฯ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เอาตัวพระยาอภัยภูเบศร์รศเข้ามาตั้งเป็นพระพิพิธภักดีรับราชการณกรุงเทพฯ ตั้งพระยาอุดมภักดีเชดเป็นพระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบอง (๔) ต่อมา ฝ่ายเจ้าองค์สงวนซึ่งเป็นพระมหาอุปโยราชเข้ามาอยู่ณกรุงเทพฯ ถึงแก่พิราลัย ครั้นณปีมะเส็งเบญจศก (พ.ศ. ๒๓๗๖) จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ ที่สมุหนายก เป็นแม่ทัพใหญ่ยกออกไป<noinclude></noinclude> 18u5u7f2n0i6ndtgzc1u1o03g3djpmk หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2475.djvu/11 250 38496 294573 294416 2026-07-30T11:18:15Z Librovore 10939 294573 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|๕}}</noinclude>ตีกรุงกัมโพชา สมเด็จพระอุไทยราชาก็ลงเรือหนีลงไปเมืองไซ่ง่อน กองทัพเจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ ยกติดตามไปจนถึงเปียมเนา มีกองทัพญวนขึ้นมาป้องกัน ได้รบกับกองทัพไทยหลายเวลา กองทัพไทยติดตามเอาตัวสมเด็จพระอุไทยราชาไม่ได้ กองทัพเจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ ก็เลิกกลับเข้ามาตั้งอยู่ณเมืองพระตะบอง ครั้นณปีมะเส็งฉศก พระยาอุดมภักดีซึ่งเป็นพระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบองได้ ๘ ปี ถึงแก่กรรม ฝ่ายสมเด็จพระอุไทยราชาซึ่งหนีลงไปพึ่งเจ้าเวียดนามณเมืองญวน กลับเข้ามาถึงกรุงกัมโพชา ก็ถึงแก่พิราลัย สมเด็จพระอุไทยราชามีราชธิดา ๔ องค์ ชื่อเจ้าองค์แบน ๑ ชื่อเจ้าองค์มี ๑ ชื่อเจ้าองค์เภา ๑ ชื่อเจ้าองค์สงวน ๑ ต่างมารดากันทั้ง ๔ องค์ เจ้าเวียดนามจึงตั้งเจ้าองค์มีบุตรสมเด็จพระอุไทยราชาที่ ๒ ให้ครองกรุงกัมโพชาธิบดี ถึงปีจอสัมฤทธิศก (พ.ศ. ๒๓๘๑) โปรดให้ก่อกำแพงเมืองพระตะบอง ทรงตั้งเจ้าองค์อิ่มพระมหาอุปราชเป็นเจ้าเมืองพระตะบอง (๕) ตั้งพระยาปลัด ชื่อรศ ให้เป็นพระยาวิเศษสุนทร มีเครื่องยศพานทอง กระบี่บั้งทอง กองทัพเจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ ก็เลิกเข้าไปณกรุงเทพฯ ณปีกุนเอกศก (พ.ศ. ๒๓๘๒) มีท้องตราโปรดออกไปที่เมืองพระตะบองว่าให้ยกเป็นกระบวนทัพไปสอดแนมจับพวกด่านเมืองโพธิสัตว์เข้ามาณกรุงเทพฯ จะได้ไต่ถามด้วยข้อราชการกรุงกัมโพชาธิบดี เจ้าองค์อิ่มเจ้าเมืองพระตะบองจึงจัดให้พระพิทักษ์บดินทร์ พระ<noinclude></noinclude> 5dx4cgp16gbufyp2pofvu9alixvfto2 294574 294573 2026-07-30T11:20:39Z Librovore 10939 /* Validated */ 294574 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Librovore" />{{ก|๕}}</noinclude>ตีกรุงกัมโพชา สมเด็จพระอุไทยราชาก็ลงเรือหนีลงไปเมืองไซ่ง่อน กองทัพเจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ ยกติดตามไปจนถึงเปียมเนา มีกองทัพญวนขึ้นมาป้องกัน ได้รบกับกองทัพไทยหลายเวลา กองทัพไทยติดตามเอาตัวสมเด็จพระอุไทยราชาไม่ได้ กองทัพเจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ ก็เลิกกลับเข้ามาตั้งอยู่ณเมืองพระตะบอง ครั้นณปีมะเส็งฉศก พระยาอุดมภักดีซึ่งเป็นพระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบองได้ ๘ ปี ถึงแก่กรรม ฝ่ายสมเด็จพระอุไทยราชาซึ่งหนีลงไปพึ่งเจ้าเวียดนามณเมืองญวน กลับเข้ามาถึงกรุงกัมโพชา ก็ถึงแก่พิราลัย สมเด็จพระอุไทยราชามีราชธิดา ๔ องค์ ชื่อเจ้าองค์แบน ๑ ชื่อเจ้าองค์มี ๑ ชื่อเจ้าองค์เภา ๑ ชื่อเจ้าองค์สงวน ๑ ต่างมารดากันทั้ง ๔ องค์ เจ้าเวียดนามจึงตั้งเจ้าองค์มีบุตรสมเด็จพระอุไทยราชาที่ ๒ ให้ครองกรุงกัมโพชาธิบดี ถึงปีจอสัมฤทธิศก (พ.ศ. ๒๓๘๑) โปรดให้ก่อกำแพงเมืองพระตะบอง ทรงตั้งเจ้าองค์อิ่มพระมหาอุปราชเป็นเจ้าเมืองพระตะบอง (๕) ตั้งพระยาปลัด ชื่อรศ ให้เป็นพระยาวิเศษสุนทร มีเครื่องยศพานทอง กระบี่บั้งทอง กองทัพเจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ ก็เลิกเข้าไปณกรุงเทพฯ ณปีกุนเอกศก (พ.ศ. ๒๓๘๒) มีท้องตราโปรดออกไปที่เมืองพระตะบองว่าให้ยกเป็นกระบวนทัพไปสอดแนมจับพวกด่านเมืองโพธิสัตว์เข้ามาณกรุงเทพฯ จะได้ไต่ถามด้วยข้อราชการกรุงกัมโพชาธิบดี เจ้าองค์อิ่มเจ้าเมืองพระตะบองจึงจัดให้พระพิทักษ์บดินทร์ พระ<noinclude></noinclude> 8j09f2rma902czsra6nwotz8vt39gm6 หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/7 250 69561 294562 294474 2026-07-30T10:44:20Z Librovore 10939 294562 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" /></noinclude>{{ลห|ข1|พงษาวดารเมืองพระตะบอง|140}} {{สต|7em}} ข้าพระพุทธเจ้า พระยาคทาธรธรณินทร์ ผู้สำเร็จราชการเมืองพระตะบอง ขอพระราชทานทำเรื่องพงษาวดารกระษัตริย์กรุงกัมโพชาธิบดีกับลำดับเจ้าเมืองพระตะบองส่งให้พระยาราชเสนานำน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทราบฝ่าลอองธุลีพระบาท เดิมเมื่อครั้งกรุงธนบุรี เจ้าองค์ตนเปนสมเด็จพระอุไทยราชาเจ้ากรุงกัมโพชาธิบดี ภายหลังสมเด็จพระอุไทยราชาให้เจ้าองค์รามน้องต่างมารดาขึ้นครองราชสมบัติเปนสมเด็จพระรามาธิบดี สมเด็จพระอุไทยราชาลดลงมาอยู่ที่สมเด็จพระมหาอุปโยราช ครั้นศักราช ๑๑๔๒ ปีชวดโทศก (พ.ศ. ๒๓๒๓) สมเด็จพระมหาอุปโยราชถึงแก่พิราไลย ฝ่ายสมเด็จพระรามาธิบดีเจ้ากรุงกัมโพชาประพฤติการไม่เปนยุติธรรม เสียประเพณีบ้านเมืองไป ฟ้าทะละหะ ชื่อมู พระยาจักรี ชื่อฟาง พระยาเดโช ชื่อแทน เจ้าเมืองกะพงสวาย พี่น้อง ๓ คน กับพระยากลาโหม ชื่อชู ขุนนางเหล่านี้เปนฝักฝ่ายของสมเด็จพระอุปโยราช คิดก่อการกำเริบ ได้สมัคพรรคพวกมาก จับสมเด็จพระรามาธิบดีเจ้ากรุงกัมโพชาสำเร็จโทษเสีย แล้วไปรับราชบุตรแลราชธิดาสมเด็จพระอุปโยราชมาแต่เมืองบาพนม คือองค์เองชาย ๑ องค์เมญ ๑ องค์อี ๑ องค์เภา ๑{{วว}}<noinclude>{{ก|๑}}</noinclude> 8fmndrpuft9mkv46z3ct0ckwq6gzk0f หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/10 250 69564 294538 294480 2026-07-30T07:12:34Z Librovore 10939 294538 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๔}}</noinclude>พระบรมโพธิสมภารอยู่ณกรุงเทพฯ ฝ่ายสมเด็จพระอุไทยราชาก็ลงเรือพาพระยาพระเขมรไปพึ่งเจ้าเวียดนามเมืองญวน ขอกองทัพญวนขึ้นมารักษากรุงกัมโพชาธิบดี ครั้งนั้นหัวเมืองเขมรที่ต่อแดนเมืองพระตะบองคงขึ้นอยู่กับกรุงเทพฯ แลที่เมืองโพธิสัตว์คล้องได้พระยาช้างเผือก พระยาสวรรคโลก ชื่อเวด เจ้าเมืองโพธิสัตว์ จึงส่งเข้ามาถวายณกรุงเทพฯ พระราชทานนามว่าพระยาเสวตรกุญชร พระยาสวรรคโลกมีความรังเกียจกับสมเด็จพระอุไทยราชา ก็พาครอบครัวเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารณกรุงเทพฯ พระยาพิบูลย์ราชเปนที่พระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบองได้ ๕ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อปีจอฉศก (พ.ศ. ๒๓๕๗) จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งพระวิเศษสุนทรรศบุตรเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนเปนพระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบอง (๓) พระยาอภัยภูเบศร์รศเปนเจ้าเมืองได้ ๑๓ ปี ณปีกุญนพศก (พ.ศ. ๒๓๗๐) ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาอุดมภักดี ชื่อเชด กับพระยาปลัดกรมการเมืองพระตะบอง บอกกล่าวโทษพระยาอภัยภูเบศร์รศเข้ามาณกรุงเทพฯ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เอาตัวพระยาอภัยภูเบศร์รศเข้ามาตั้งเปนพระพิพิธภักดีรับราชการณกรุงเทพฯ ตั้งพระยาอุดมภักดีเชดเปนพระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบอง (๔) ต่อมา ฝ่ายเจ้าองค์สงวนซึ่งเปนพระมหาอุปโยราชเข้ามาอยู่ณกรุงเทพฯ ถึงแก่พิราไลย ครั้นณปีมะเสงเบญจศก (พ.ศ. ๒๓๗๖) จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ ที่สมุหนายก เปนแม่ทัพใหญ่ยกออกไป<noinclude></noinclude> jii1srvhemuobfsxuuisumvukwk095j หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/11 250 69565 294539 294482 2026-07-30T07:14:22Z Librovore 10939 294539 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๕}}</noinclude>ตีกรุงกัมโพชา สมเด็จพระอุไทยราชาก็ลงเรือหนีลงไปเมืองไซ่ง่อน กองทัพเจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ ยกติดตามไปจนถึงเปียมเนา มีกองทัพญวนขึ้นมาป้องกัน ได้รบกับกองทัพไทยหลายเวลา กองทัพไทยติดตามเอาตัวสมเด็จพระอุไทยราชาไม่ได้ กองทัพเจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ ก็เลิกกลับเข้ามาตั้งอยู่ณเมืองพระตะบอง ครั้นณปีมะเสงฉศก พระยาอุดมภักดีซึ่งเปนพระยาอภัยภูเบศร์เจ้าเมืองพระตะบองได้ ๘ ปีถึงแก่กรรม ฝ่ายสมเด็จพระอุไทยราชาซึ่งหนีลงไปพึ่งเจ้าเวียดนามณเมืองญวนกลับเข้ามาถึงกรุงกัมโพชาก็ถึงแก่พิราไลย สมเด็จพระอุไทยราชามีราชธิดา ๔ องค์ ชื่อเจ้าองค์แบน ๑ ชื่อเจ้าองค์มี ๑ ชื่อเจ้าองค์เภา ๑ ชื่อเจ้าองค์สงวน ๑ ต่างมารดากันทั้ง ๔ องค์ เจ้าเวียดนามจึงตั้งเจ้าองค์มีบุตรสมเด็จพระอุไทยราชาที่ ๒ ให้ครองกรุงกัมโพชาธิบดี ถึงปีจอสัมฤทธิศก (พ.ศ. ๒๓๘๑) โปรดให้ก่อกำแพงเมืองพระตะบอง ทรงตั้งเจ้าองค์อิ่มพระมหาอุปราชเปนเจ้าเมืองพระตะบอง (๕) ตั้งพระยาปลัด ชื่อรศ ให้เปนพระยาวิเศษสุนทร มีเครื่องยศพานทองกระบี่บั้งทอง กองทัพเจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ ก็เลิกเข้าไปณกรุงเทพฯ ณปีกุญเอกศก (พ.ศ. ๒๓๘๒) มีท้องตราโปรดออกไปที่เมืองพระตะบองว่าให้ยกเปนกระบวนทัพไปสอดแนมจับพวกด่านเมืองโพธิสัตว์เข้ามาณกรุงเทพฯ จะได้ไต่ถามด้วยข้อราชการกรุงกัมโพชาธิบดี เจ้าองค์อิ่มเจ้าเมืองพระตะบองจึงจัดให้พระพิทักษ์บดินทร์ พระ<noinclude></noinclude> gv1kba8xh5442vf6cfndp26i6xuou39 หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/12 250 69566 294540 294484 2026-07-30T07:17:26Z Librovore 10939 294540 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๖}}</noinclude>นรินทรโยธา คุมกองทัพยกไปตั้งณเมืองระสือคอยจับคนเมืองโพธิสัตว์ อยู่ภายหลังเจ้าองค์อิ่มคิดกระบถ จับพระยาปลัด พระยกรบัตร กับกรมการ แลกวาดต้อนครอบครัวลงเรือหนีไปเมืองพนมเปน แต่ครัวที่กวาดต้อนไปทางบกนั้น กองทัพพระพิทักษ์บดินทร์ พระนรินทรโยธา จับไว้ได้ จึงบอกข้อราชการเข้ามาณกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงขัดเคืองเจ้าเขมร จึงโปรดเกล้าฯ ให้จำเจ้าองค์ด้วงไว้ที่ณทิมกรมพระตำรวจ ภายหลังพระยาศรีสหเทพ (เพ็ง) กราบบังคมทูลพระกรุณาว่าเจ้านายฝ่ายเขมรหมดเชื้อสาย เหลือแต่นักองค์ด้วงองค์เดียว ดุจแก้วหาค่ามิได้ ถ้านักองค์ด้วงเปนอันตราย เมืองเขมรจะทำการไม่ตลอด ขอรับพระราชทานนักองค์ด้วงไปคุมไว้ที่บ้านพระยาศรีสหเทพ จะได้ทนุบำรุงมิให้เปนอันตรายได้ จึงทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานให้พระยาศรีสหเทพรับตัวไป ให้ขุนจำนงอักษรเปนผู้ดูแลอุปถัมภ์บำรุงนักองค์ด้วงไว้ที่บ้านพระยาศรีสหเทพ นักองค์ด้วงจึงได้ยกนักโถน้องนักเทพซึ่งเปนญาติฝ่ายมารดานักองค์ด้วงให้เปนภรรยาขุนจำนงอักษร ฝ่ายกรุงกัมโพชาธิบดี องเตียงกุนแม่ทัพญวนให้ส่งเจ้าองค์มีผู้ครองกรุงกัมโพชาธิบดี กับเจ้าหญิงราชธิดาสมเด็จพระอุไทยราชา แลขุนนางพระยาพระเขมรผู้ใหญ่ซึ่งเปนเสนาบดีผู้สำเร็จราชการหลายนาย ไปไว้ณเมืองเว้ ส่วนเจ้าองค์อิ่มพระมหาอุปราชซึ่งเปนกระบถจับกรมการเมืองพระตะบองแลครอบครัวออกไปกรุงกัมโพชาธิบดีนั้น องเตียงกุนก็ให้คุมตัวส่งไปไว้ณเมืองเว้ แต่กรมการเมืองพระตะบอง<noinclude></noinclude> pxiwlfspgjx7kp4auiiga6q43q57im9 หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/13 250 69567 294541 294486 2026-07-30T07:19:03Z Librovore 10939 294541 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๗}}</noinclude>ที่มีชื่อเสียงเปนคนแขงแรง ญวนให้ฆ่าเสียณกรุงกัมโพชาธิบดีบ้าง แยกย้ายไปไว้ตามหัวเมืองญวนซึ่งขึ้นกับเมืองเว้บ้าง องเตียงกุนแม่ทัพก็คิดจัดการจะครอบครองเอากรุงกัมโพชาธิบดีเปนหัวเมืองของญวน ขุนนางพระยาพระเขมรหัวเมืองซึ่งขึ้นกับกรุงกัมโพชาธิบดีแลไพร่บ้านพลเมืองก็ได้ความเดือดร้อน ก็พากันคิดก่อการกำเริบลุกลามฆ่าฟันกองทัพญวน กองทัพญวนยกมาปราบปรามเขมร ๆ กับญวนก็เปนข้าศึกกันขึ้น เจ้าพระยาบดินทรเดชาจึงบอกข้าราชการเข้ามาณกรุงเทพฯ ขอเจ้าองค์ด้วงออกไปณเมืองพระตะบอง แล้วเจ้าพระยาบดินทรเดชาก็ยกกองทัพพาเจ้าองค์ด้วงไปจากเมืองพระตะบอง ไปตั้งทัพใหญ่อยู่ณเมืองอุดงมีไชย องเตียงกุนก็ยังตั้งทัพอยู่ณเมืองพนมเปนรบพุ่งกันต่อมา ญวนยกขึ้นมาตีเมืองอุดงมีไชย เจ้าพระยาบดินทรเดชาตีกองทัพญวนแตกไป องเตียงกุนเห็นจะปราบปรามเมืองเขมรไม่ได้ก็เสียใจ จึงให้เลิกกองทัพลงเรือถอยไปจากเมืองพนมเปน แล้วองเตียงกุนแม่ทัพก็กินยาพิศม์ตาย เจ้าพระยาบดินทรเดชาก็เลื่อนกองทัพลงไปตั้งอยู่เมืองพนมเปน เจ้าเวียดนามจึงตั้งให้องคำทรายเปนแม่ทัพใหญ่มาตั้งอยู่ที่ณเมืองโชฎก แล้วให้มาพูดจาขอเลิกสงครามเปนไมตรีกัน ญวนยอมให้เจ้าองค์ด้วงเปนเจ้ากรุงกัมโพชาธิบดี แลยอมส่งเจ้าองค์มี กับเจ้าองค์เภา เจ้าองค์สงวน ขุนนางแลเสนากรุงกัมโพชาธิบดี แลครอบครัวเมืองพระ<noinclude></noinclude> grsuctqhmzbw7kjxgbqpc46idnhsrbq หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/14 250 69568 294542 294488 2026-07-30T07:20:42Z Librovore 10939 294542 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๘}}</noinclude>ตะบอง ซึ่งเจ้าองค์อิ่มกวาดต้อนเอาไปนั้น คืนมาให้กองทัพไทยณกรุงกัมโพชาธิบดี ขอแต่ให้เจ้าองค์ด้วงส่งเครื่องบรรณาการไปถวายพระเจ้ากรุงเวียดนาม ๓ ปีครั้ง ๑ ตามธรรมเนียม ญวนก็จะไม่มาเบียดเบียนกรุงกัมโพชาธิบดีต่อไป ก็เปนการตกลงเลิกรบกัน แต่เจ้าองค์แบนเปนราชธิดาสมเด็จพระอุไทยราชานั้น ญวนมีความสงไสยว่าเปนบุตรนักเทพหลานเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ จึงให้ประหารชีวิตรเสียณเมืองเว้ เจ้าองค์อิ่มพระมหาอุปราชก็ถึงแก่พิราไลยที่เมืองญวน ถึงปีมะแมนพศก (พ.ศ. ๒๓๙๐) พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งองค์ด้วงเปนสมเด็จพระหริรักษ์รามามหาอิศราธิบดีเจ้ากรุงกัมโพชาธิบดี กองทัพเจ้าพระยาบดินทรเดชาก็เลิกกลับเข้ามาณกรุงเทพฯ แล้วโปรดเกล้าฯ ตั้งพระนรินทรโยธา ชื่อม่วง ให้เปนพระยาอภัยภูเบศร์ เจ้าเมืองพระตะบอง (๖) แล้วองค์สมเด็จพระหริรักษ์ฯ ถวายเจ้าองค์ราชาวดี ๑ เจ้าองค์ศรีสวัสดิ ๑ เจ้าองค์วัตถา ๑ เข้ามารับราชการณกรุงเทพฯ ครั้นถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งเจ้าองค์ราชาวดีเปนองค์พระนโรดมพรหมบริรักษ์มหาอุปราช ตั้งเจ้าองค์ศรีสวัสดิเปนองค์พระหริราชดไนยไกรแก้วฟ้า ไปช่วยราชการองค์สมเด็จพระหริรักษ์ฯ ณกรุงกัมโพชาธิบดี แต่เจ้าองค์วัตถาให้อยู่รับราชการณกรุงเทพฯ ทรงตั้งหลวงอภัยพิทักษ์ ชื่อเยีย บุตรพระยาอภัยภูเบศร์ เปนพระคทาธรธรณินทร์ผู้ช่วยราชการเมืองพระตะบอง {{มปก}}<noinclude></noinclude> ou2zm7inem4nlmgpsiie3dveh3s2s69 หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/15 250 69569 294543 294490 2026-07-30T07:25:33Z Librovore 10939 294543 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๙}}</noinclude>องค์สมเด็จพระหริรักษ์ฯ ครองกรุงกัมโพชาธิบดีได้ ๑๓ ปี ถึงปีวอกโทศก (พ.ศ. ๒๔๐๓) ก็ถึงแก่พิราไลย ฝ่ายพระยาอภัยภูเบศร์บิดาพระคทาธรธรณินทร์เปนเจ้าเมืองพระตะบองได้ ๑๓ ปีก็ถึงอนิจกรรม จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งพระคทาธรธรณินทร์เยียให้เปนผู้รั้งราชการเมืองพระตะบอง ครั้งนั้นโปรดเกล้าฯ พระราชทานอนุญาตให้เจ้าองค์วัตถาออกไปเยี่ยมศพสมเด็จพระหริรักษ์ฯ ณกรุงกัมโพชาธิบดี องค์สมเด็จพระนโรดมกับเจ้าองค์วัตถาก็เกิดร้าวรานบาดหมางถึงรบพุ่งกัน เจ้าองค์วัตถาแตกหนีมาทางเมืองกะพงสวายเข้ามาณเมืองนครเสียมราฐ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าเมืองพระตะบองรับเจ้าองค์วัตถาส่งเข้ามาณกรุงเทพฯ ภายหลังพระยาพระเขมรที่เปนพรรคพวกเจ้าองค์วัตถาคิด{{ตตฉ|ก่อการ|กอการ}}กำเริบลุกลามขึ้นยกเปนกระบวนทัพไปรบกับกองทัพองค์สมเด็จพระนโรดมฯ กองทัพองค์สมเด็จพระนโรดมแตก องค์สมเด็จพระนโรดมก็พาครอบครัวพระยาพระเขมรหนีเข้ามาเมืองพระตะบอง แล้วก็บอกข้อราชการเข้ามาณกรุงเทพฯ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยามุขมนตรีคุมกองทัพออกไปตั้งอยู่ณเมืองพระตะบองคิดระงับเหตุการณ์ที่กรุงกัมโพชาธิบดี แต่องค์สมเด็จพระนโรดมนั้นให้เข้ามาเฝ้าทูลลอองฯ ณกรุงเทพฯ ต่อมากองทัพเจ้าพระยามุขมนตรีเลื่อนออกไปตั้งอยู่ณเมืองอุดงมีไชย แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ส่งองค์สมเด็จพระนโรดมออกไปทางเรือขึ้นที่เมือง<noinclude>{{ก|๒}}</noinclude> srsjnisbu22j043l5aalqjohqrmg548 หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/16 250 69570 294544 294492 2026-07-30T07:27:09Z Librovore 10939 294544 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๑๐}}</noinclude>กำปอดไปณเมืองอุดงมีไชย กองทัพเจ้าพระยามุขมนตรีก็เลิกกลับเข้ามาณกรุงเทพฯ ถึงปีกุญเบญจศก (พ.ศ. ๒๔๐๖) จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งองค์พระนโรดมให้เปนองค์สมเด็จพระนโรดมเจ้ากรุงกัมโพชาธิบดี ครั้นปีชวดฉศก (พ.ศ. ๒๔๗๐) โปรดเกล้าฯ ตั้งพระคทาธรธรณินทร์เยียบุตรพระยาอภัยภูเบศร์เปนที่พระยาคทาธรธรณินทร์เจ้าเมืองพระตะบอง (๗) คิดลำดับกระษัตริย์ซึ่งครองกรุงกัมโพชาธิบดี เจ้าองค์ตนซึ่งเปนสมเด็จพระอุไทยราชาที่ ๑ เจ้าองค์รามเปนสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ เจ้าองค์เองเปนสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๓ เจ้าองค์จันเปนสมเด็จพระอุไทยราชาที่ ๔ เจ้าองค์มีบุตรหญิงเจ้าองค์จันที่ ๕ เจ้าองค์ด้วงเปนสมเด็จพระหริรักษ์ที่ ๖ เจ้าองค์ราชาวดีเปนองค์สมเด็จพระนโรดมที่ ๗ ลำดับกระษัตริย์ครองกรุงกัมโพชาธิบดีสิ้นเท่านี้ เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนยกจากกรุงกัมโพชาธิบดีตั้งอยู่ณเมืองพระตะบองเมื่อจุลศักราช ๑๑๕๖ ปีขาลฉศก (พ.ศ. ๒๓๓๗) ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ครั้นศักราชได้ ๑๒๐๐ ปีจอสัมฤทธิศก (พ.ศ. ๒๓๘๑) แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้เจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ ที่สมุหนายก ออกมาตั้งหลักเมืองก่อกำแพงเมืองพระตะบอง คิดลำดับเจ้าเมืองพระตะบอง เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนที่ ๑ พระยาพิบูลย์ราช ชื่อแบน เปนพระยาอภัยภูเบศร์<noinclude></noinclude> 4ciwr7d8tgptj0znv3o0qu6ulut46rs หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/17 250 69571 294545 294494 2026-07-30T07:29:23Z Librovore 10939 294545 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๑๑}}</noinclude>ที่ ๒ พระยาวิเศษสุนทร ชื่อรศ เปนพระยาอภัยภูเบศร์ที่ ๓ พระอุดมภักดี ชื่อเชด เปนพระยาอภัยภูเบศร์ที่ ๔ เจ้าองค์อิ่มพระมหาอุปราชเปนเจ้าเมืองพระตะบองที่ ๕ พระนรินทรโยธา ชื่อฟอง เปนพระยาอภัยภูเบศร์ที่ ๖ พระคทาธรธรณินทร์ ชื่อเยีย เปนพระยาคทาธรธรณินทร์ที่ ๗ เมืองพระตะบอง {{ก|แต่งต่อมาเมื่อจะพิมพ์หนังสือนี้|120}} {{สต|7em}} ถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้เลื่อนเกียรติยศพระยาคทาธรฯ เยีย ขึ้นเปนเจ้าพระยาคทาธรธรณินทร์เมื่อปีเถาะตรีศก (พ.ศ. ๒๔๓๔) เจ้าพระยาคทาธรธรณินทร์ถึงอสัญกรรมปีมโรงจัตวาศก (พ.ศ. ๒๔๓๕) ทรงตั้งพระอภัยพิทักษ์ชุ่ม บุตรเจ้าพระยาคทาธรฯ เยีย เปนพระยาคทาธรธรณินทร์ผู้ว่าราชการเมืองพระตะบอง นับเปนที่ ๘ ต่อมาถึงปีวอก พ.ศ. ๒๔๓๙ โปรดให้รวมหัวเมืองเขมร ๔ เมือง คือเมืองพระตะบอง ๑ เมืองนครเสียมราฐ ๑ เมืองพนมศก ๑ เมืองศรีโสภณ ๑ เข้าเปนมณฑล เรียกว่ามณฑลบุรพา โปรดให้พระยาศักดาภิเดชวรฤทธิดั่นเปนสมุหเทศาภิบาลคนแรก ต่อมาทรงตั้งพระยาคทาธรธรณินทร์ชุ่มเปนสมุหเทศาภิบาลรับราชการมาจนรัฐบาลไทยทำหนังสือสัญญากับรัฐบาลฝรั่งเศสยอมคืนหัวเมืองเขมรให้แก่กรุงกัมโพชาเมื่อปีมะแม พ.ศ. ๒๔๕๐ พระยาคทาธรธรณินทร์ชุ่มไม่สมัคไปอยู่กับต่างประเทศ ขออพยพเข้ามาเปนข้าทูลลอองธุลีพระบาทอยู่ในพระราชอาณาจักร จึงทรงพระกรุณา<noinclude></noinclude> cubn54d92tsbujmj9zdaxiecw9jcvv4 หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/18 250 69572 294546 294496 2026-07-30T07:31:11Z Librovore 10939 294546 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๑๒}}</noinclude>โปรดเกล้าฯ ตั้งเปนเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองปราจิณบุรีจนบัดนี้. {{ก|วงศ์สกุลผู้สำเร็จราชการเมืองพระตะบอง|120}} {{สต|7em}} วันพฤหัศบดี เดือนยี่ ขึ้นค่ำ ๑ จุลศักราช ๑๒๒๒ ปีวอกโท{{ศปร|๑|๐}} (พ.ศ. ๒๔๐๓) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระราชเสนาเรียงพงษาวดารเมืองพระตะบองทูลเกล้าฯ ถวาย พระราชเสนาได้หาตัวพระคทาธรธรณินทร์แลกรมการผู้ใหญ่ในเมืองพระตะบองมาถาม ให้การว่า เมื่อครั้งแผ่นดินเจ้าตาก ขุนนางเขมรจับองค์สมเด็จพระรามาธิบดีฆ่าเสีย แล้วพระยายมราชแบนเข้ามาณกรุงเทพฯ ครั้นถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระยายมราชแบนออกไปปราบปรามเมืองเขมรสำเร็จแล้ว พระยายมราชส่งนักพระองค์เองกับเจ้าผู้หญิงเข้ามาณกรุงเทพฯ จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยายมราชแบนเปนฟ้าทะละหะ เปนผู้รักษากรุงกัมพูชาธิบดีอยู่เมืองไผทเพ็ชร์ ประมาณสี่ห้าปี จึงโปรดเกล้าฯ ให้เศกนักพระองค์เองเปนองค์สมเด็จพระนารายน์รามาธิบดีออกไปครอบครองเมืองไผทเพ็ชร์ ฟ้าทะละหะแบนเข้ามาเฝ้าทูลลอองฯ ณปีขาลฉศก จุลศักราช ๑๑๕๖ ปี (พ.ศ. ๒๓๓๗) โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านสังแกขึ้นเปนเมืองพระตะบอง ทรงตั้งฟ้าทะละหะแบนเปนเจ้า<noinclude></noinclude> inafu3zqtnuuseozkuv6oxnfr9ewakc หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/19 250 69573 294547 294498 2026-07-30T07:35:17Z Librovore 10939 294547 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๑๓}}</noinclude>พระยาอภัยภูเบศร์ผู้สำเร็จราชการ ให้ยกเอาเมืองนครเสียมราฐมาเปนเมืองขึ้นเมืองพระตะบองด้วย เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนถวายบุตรหญิงชื่อนักอยู่ ชายชื่อนายรศ เข้ามาทำราชการอยู่ณกรุงเทพฯ พระนารายน์รามาธิบดีว่าราชการได้ ๓ ปีถึงแก่พิราไลย จึงโปรดตั้งนักพระองค์จันทร์บุตรสมเด็จพระนารายน์รามาธิบดีเปนองค์สมเด็จพระอุไทยราชาธิราชครอบครองกรุงกัมพูชาณเมืองไผทเพ็ชร์ เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนยกนักเทพบุตรหญิงให้เปนห้ามองค์สมเด็จพระอุไทยราชาธิราชคนหนึ่ง ให้นายมาบุตรเปนมหาดเล็กคนหนึ่ง พระอุไทยราชาธิราชตั้งนายมาบุตรเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนเปนขุนนางหลายที่ จนมาเปนที่พระองค์แก้ว นักเทพมีบุตรหญิงกับพระอุไทยราชาธิราชคนหนึ่งชื่อนักองค์แป้น เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนว่าราชการได้ ๑๖ ปี ถึงแก่กรรมณปีมะเสงเอกศก พ.ศ. ๒๓๕๒ ณปีมะเมียโทศก พ.ศ. ๒๓๕๓ ถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงตั้งพระยาพิบูลย์ราช ชื่อแบน เปนพระยาอภัยภูเบศร์ผู้ว่าราชการเมืองพระตะบอง นับเปนที่ ๒ ทรงตั้งนายรศมหาดเล็กบุตรเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนเปนที่พระวิเศษสุนทรผู้ช่วยราชการ ทรงตั้งนายเตียงบุตรพระยาพิบูลยราชแบนเปนที่พระภักดีบริรักษ์ผู้ช่วยราชการ ทรงตั้งนายองบุตรเลี้ยงพระยาพิบูลยราชแบนเปนที่พระวิชิตสงครามปลัดเมืองนครเสียมราฐ พระยาอภัยภูเบศร์แบนว่าราชการได้ ๕ ปี ถึงอนิจกรรมเมื่อเดือน ๑๐ ปีจอฉศก (พ.ศ. ๒๓๕๗) ครั้นณเดือน ๑๒ ปีจอฉศกนั้น โปรดให้<noinclude></noinclude> 57xzvo0zcg18lpkel6ib7o1zsk30b4t หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/20 250 69574 294548 294500 2026-07-30T10:15:54Z Librovore 10939 294548 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๑๔}}</noinclude>พระมหาเทพนำเครื่องยศออกไปตั้งพระวิเศษสุนทรรศบุตรเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนเปนพระยาอภัยภูเบศร์ผู้ว่าราชการเมืองพระตะบอง นับเปนที่ ๓ ตั้งพระภักดีบริรักษ์เตียงบุตรพระยาอภัยภูเบศร์พิบูลย์เปนพระยาวิเศษสุนทร ตั้งนายศรีน้องชายพระยาวิเศษสุนทร เตียงเปนพระภักดีบริรักษ์ผู้ช่วย ครั้นณปีกุญสัปตกศก (พ.ศ. ๒๓๕๘) พระยาสังขโลกนองเจ้าเมืองโพธิสัตว์ยกกองทัพมาตีเมืองพระตะบอง ๆ สู้รบจับพระยาสังขโลกนองได้ ส่งเข้ามาณกรุงเทพฯ แล้วพระยาจักรีเชดเมืองพระตะบองถวายบุตรชายชื่อนายศุข บุตรเขยชื่อนายแก้ว เข้ามาเปนมหาดเล็ก จึงทรงตั้งนายแก้วบุตรเขยพระยาจักรีเชดเปนพระรัตนวาที ครั้นถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระภักดีบริรักษ์น้องชายพระยาวิเศษสุนทรเตียงถึงแก่กรรม โปรดให้เลื่อนพระรัตนวาทีแก้วเปนพระพิทักษ์บดินทรผู้ช่วยราชการเมืองพระตะบอง ทรงตั้งพระยาจักรีเชดเปนที่พระยาอุดมภักดี อยู่มาพระพิทักษ์บดินทรแก้วป่วยถึงแก่กรรม พระยานครเสียมราฐเข้ามาเฝ้าทูลลอองฯ ก็ป่วยถึงแก่กรรม จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งพระวิชิตสงครามองบุตรเลี้ยงพระยาอภัยภูเบศร์แบนเปนที่พระยานครเสียมราฐ แต่พระยาอภัยภูเบศร์รรศว่าราชการได้ ๑๓ ปี ณเดือน ๔ ปีกุญนพศก (พ.ศ. ๒๓๗๐) พระยาอุดมภักดีเชด พระยาปลัดรศ กรมการเมืองพระตะบอง บอกกล่าวโทษพระยาอภัยภูเบศร์รศเปนเนื้อความหลายข้อ มีตราให้หาตัวพระยาอภัยภูเบศร์รศเข้ามาอยู่ณกรุงเทพฯ แล้วทรงตั้งเปนพระยาพิพิธภักดีอยู่รับราชการ<noinclude></noinclude> jxq9fubsgedvwzcwfjfx6t6dj3zoq38 หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/21 250 69575 294549 294502 2026-07-30T10:17:48Z Librovore 10939 294549 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๑๕}}</noinclude>ในกรุงฯ แล้วตั้งพระยาอุดมภักดีเชดเปนพระยาอภัยภูเบศร์ ผู้ว่าราชการเมืองพระตะบอง นับเปนที่ ๔ ทรงตั้งนายศุขบุตรพระยาอภัยภูเบศร์เชดเปนพระภักดีบริรักษ์ ตั้งนายโสมบุตรพระยาอภัยภูเบศร์เชดเปนพระพิทักษ์บดินทรเมืองพระตะบอง ทรงตั้งพระวังนองบุตรเขยเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนเปนพระยามโนไมตรี เจ้าเมืองระสือ ครั้นณปีขาลโทศก (พ.ศ. ๒๓๗๓) พระองค์แก้วบุตรเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนหนีเข้ามา โปรดให้เปนเจ้าเมืองสวายเจียก ถึงปีเถาะตรีศก (พ.ศ. ๒๓๗๕) พระยามโนไมตรีนองเกลี้ยกล่อมได้พระยาสังขโลกกดเจ้าเมืองโพธิสัตว์เข้ามาณกรุงเทพฯ ณปีมะเสงเบญจศก เจ้าพระยาบดินทรเดชายกออกไปเมืองพนมเปน แล้วกลับมาเมืองพระตะบอง เมื่อปีมะเมียฉศก (พ.ศ. ๒๓๗๗) พระยาอภัยภูเบศร์เชดถึงอนิจกรรม โปรดเกล้าฯ ตั้งองค์อิ่มเปนผู้สำเร็จราชการเมืองพระตะบอง นับเปนที่ ๕ พระราชทานพานทองพระยาปลัดรศ ตั้งพระยามโนไมตรีนองบุตรเขยเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนเปนพระนรินทรโยธา ตั้งพระยานครเสียมราฐเปนพระยานุภาพไตรภพเจ้าเมือง ให้ยกเมืองนครเสียมราฐมาขึ้นกรุงเทพฯ แต่นั้น แล้วทรงตั้งพระยาวิเศษสุนทรเตียงเปนเจ้าเมืองอรัญประเทศ แล้วเจ้าพระยาบดินทรเดชากลับเข้ามากรุงเทพฯ ถึงเดือนอ้าย ปีกุญเอกศก (พ.ศ. ๒๓๘๒) นักพระองค์อิ่มเปนกระบถ จับพระยาปลัดรศ พระยกรบัตร กรมการ แล้วพาหนีไปหา<noinclude></noinclude> dfthtnbh1nx46gehz4qcgqwoqxisd7d หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/22 250 69576 294550 294504 2026-07-30T10:19:42Z Librovore 10939 294550 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๑๖}}</noinclude>ญวน ครั้นเจ้าพระยาบดินทรเดชายกออกไปถึงเมืองพระตะบอง ให้พระพิทักษ์ดินทรโสมบุตรพระยาอภัยภูเบศร์เชดว่าที่เจ้าเมือง ให้พระนรินทรโยธานองว่าที่ปลัด ให้นายโสมบุตรพระนรินทรโยธานองเปนที่หลวงอภัยพิทักษ์ ให้พระมหาดไทยจันบุตรพระพิทักษ์บดินทรแก้วเปนพระยามโนไมตรี แล้วคิดทำศึกกับญวนได้ ๒ ปี พระพิทักษ์บดินทรโสมถึงแก่กรรม พระนรินทรโยธาได้รั้งราชการเมืองพระตะบอง ครั้นณปีวอกโทศก (พ.ศ. ๒๓๙๓) ทรงตั้งพระนรินทรโยธานองบุตรพระยาธิราชวงศาเปนพระยาอภัยภูเบศร์ผู้ว่าราชการเมืองพระตะบอง นับเปนที่ ๖ แลทรงตั้งหลวงอนุรักษ์มนตรีเกตเปนที่ปลัดเมืองมาจนในแผ่นดินปัตยุบันนี้ (คือในรัชกาลที่ ๔) ครั้นพระปลัดเกตเปนโทษ ทรงตั้งพระยามโนไมตรีจันพี่ชายพระปลัดเกตเปนที่พระยาปลัด ตั้งพระปลัดเกตเปนที่พระสุพรรณพิศาลจางวางส่วยทอง พระยาอภัยภูเบศร์นองว่าราชการเมืองมาได้ ๑๒ ปี ณวันศุกร เดือน ๑๐ แรม ๗ ค่ำ ปีวอกโทศก (พ.ศ. ๒๔๐๓) ถึงอนิจกรรม เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์แบนมีบุตรชายหญิงรวม ๑๖ คน มีรายชื่อดังนี้ {{ชว}}พระยาอภัยภูเบศร์รศ ๑ {{ชว}}พระองค์แก้วมา ๑ {{ชว}}พระนรินทรบริรักษ์อุ่ม ๑ {{ชว}}พระยกรบัตรดม ๑ {{ชว}}หลวงเมืองเม้า ๑ {{มปก}}<noinclude></noinclude> eg5294q7j6m4morlga2clt8aju71m8o หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/23 250 69577 294551 294506 2026-07-30T10:21:42Z Librovore 10939 294551 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๑๗}}</noinclude>{{ชว}}หลวงสัจจาคมเมืองโตนด ๑ {{ชว}}นายกอง ๑ {{ชว}}นายเกต ๑ {{ชว}}รวมบุตรชาย ๘ {{ชว}}หม่อมอยู่ ๑ {{ชว}}นักเทพห้ามนักพระองค์จันทร์ ๑ {{ชว}}อำแดงมีภรรยาพระสุพรรณพิศาล ๑ {{ชว}}อำแดงปก ๑ {{ชว}}อำแดงแป้น ๑ {{ชว}}อำแดงนวม ๑ {{ชว}}อำแดงเมียด ๑ {{ชว}}อำแดงแก้ว ๑ {{ชว}}รวมบุตรหญิง ๘ คน พระยาอภัยภูเบศร์แบน (ที่ ๒) มีบุตรชายหญิงรวม ๙ คน มีรายชื่อดังนี้ {{ชว}}พระวิเศษสุนทรเตียง ๑ {{ชว}}พระภักดีบริรักษ์ศรี ๑ {{ชว}}พระยานุภาพไตรภพอง บุตรเลี้ยง ๑ {{ชว}}หลวงอาสาประเทศ ๑ {{ชว}}นายเสือ ๑ {{ชว}}รวมบุตรชาย ๕ คน {{มปก}}<noinclude>{{ก|๓}}</noinclude> 9eo634o5aiz3m0ihvj916e3gyyrrmln 294552 294551 2026-07-30T10:22:46Z Librovore 10939 294552 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๑๗}}</noinclude>{{ชว}}หลวงสัจจาคม เมืองโตนด ๑ {{ชว}}นายกอง ๑ {{ชว}}นายเกต ๑ {{ชว}}รวมบุตรชาย ๘ {{ชว}}หม่อมอยู่ ๑ {{ชว}}นักเทพ ห้ามนักพระองค์จันทร์ ๑ {{ชว}}อำแดงมี ภรรยาพระสุพรรณพิศาล ๑ {{ชว}}อำแดงปก ๑ {{ชว}}อำแดงแป้น ๑ {{ชว}}อำแดงนวม ๑ {{ชว}}อำแดงเมียด ๑ {{ชว}}อำแดงแก้ว ๑ {{ชว}}รวมบุตรหญิง ๘ คน พระยาอภัยภูเบศร์แบน (ที่ ๒) มีบุตรชายหญิงรวม ๙ คน มีรายชื่อดังนี้ {{ชว}}พระวิเศษสุนทรเตียง ๑ {{ชว}}พระภักดีบริรักษ์ศรี ๑ {{ชว}}พระยานุภาพไตรภพอง บุตรเลี้ยง ๑ {{ชว}}หลวงอาสาประเทศ ๑ {{ชว}}นายเสือ ๑ {{ชว}}รวมบุตรชาย ๕ คน {{มปก}}<noinclude>{{ก|๓}}</noinclude> 50rak368f61zazsbfsshl8jeqdc3fku หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/24 250 69578 294553 294508 2026-07-30T10:27:49Z Librovore 10939 294553 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๑๘}}</noinclude>{{ชว}}อัมพา ทำราชการอยู่ในกรุง ๑ {{ชว}}อำแดงแป้น ๑ {{ชว}}อำแดงมก ๑ {{ชว}}อำแดงเมน ๑ {{ชว}}รวมบุตรหญิง ๔ คน พระยาอภัยภูเบศร์รศมีบุตรชายหญิงรวม ๑๐ คน มีรายชื่อดังนี้ {{ชว}}พระพิทักษ์สรไกร อยู่เมืองนครราชสิมา ๑ {{ชว}}นายแก้ว ๑ {{ชว}}นายเมียก ๑ {{ชว}}นายฉิม ๑ {{ชว}}นายเพ็ชร ๑ {{ชว}}รวมบุตรชาย ๕ คน {{ชว}}เอม ภรรยาพระยานุภาพไตรภพเมืองนครเสียมราฐ ๑ {{ชว}}กอง ภรรยาเจ้าพระยานครราชสิมา ๑ {{ชว}}แป้น ภรรยาพระยาราชสุภาวดี ๑ {{ชว}}ทับ ภรรยาพระยายมราชเมืองอุดงมีไชย ๑ {{ชว}}อำแดงแย้ม ๑ {{ชว}}รวมบุตรหญิง ๕ คน พระยาอภัยภูเบศร์เชดมีบุตรชายหญิงรวม ๔ คน มีรายชื่อดังนี้ {{ชว}}พระภักดีบริรักษ์ศุข ๑ {{มปก}}<noinclude></noinclude> a43h8exkosnsl4boft90x2943lwxet7 หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/25 250 69579 294554 294510 2026-07-30T10:28:44Z Librovore 10939 294554 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๑๙}}</noinclude>{{ชว}}พระพิทักษ์บดินทร โสม ๑ {{ชว}}รวมบุตรชาย ๒ คน {{ชว}}อำแดงแก้ว ภรรยาพระยาพิทักษ์บดินทร แก้ว ๑ {{ชว}}อำแดงกอง ภรรยาพระเสนาธิบดี เมืองพระตะบอง ๑ {{ชว}}รวมบุตรหญิง ๒ คน นักพระองค์อิ่มมีบุตรชายหญิงรวม ๓ คน มีรายชื่อดังนี้ {{ชว}}นักองค์ทิม ชาย ๑ {{ชว}}นักองค์มี หญิง ๑ {{ชว}}นักองค์ดารา หญิง ๑ พระยาอภัยภูเบศร์นองมีบุตรชายรวม ๕ คน มีรายชื่อดังนี้ {{ชว}}หลวงอภัยพิทักษ์ เปนพระคทาธรธรณินทร์เยีย ๑ {{ชว}}นายทองอยู่ ๑ {{ชว}}นายขำ ๑ {{ชว}}นายบัว ๑ {{ชว}}นายยศ ๑ {{ก|แต่งใหม่เมื่อจะพิมพ์หนังสือนี้|120}} {{สต|7em}} เจ้าพระยาคทาธรธรณินทร์เยียมีบุตรชายหญิงรวม ๔ คน มีรายชื่อดังนี้ {{ชว}}เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ชุ่ม ๑ {{ชว}}คุณหญิงขลิบ ภรรยาพระยาณรงค์เรืองฤทธิ บุตรเจ้าพระยามุขมนตรี ๑ {{มปก}}<noinclude></noinclude> i8liu7dzkrrh7drskog0dxuenfrx1r9 294555 294554 2026-07-30T10:29:10Z Librovore 10939 294555 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๑๙}}</noinclude>{{ชว}}พระพิทักษ์บดินทรโสม ๑ {{ชว}}รวมบุตรชาย ๒ คน {{ชว}}อำแดงแก้ว ภรรยาพระยาพิทักษ์บดินทร แก้ว ๑ {{ชว}}อำแดงกอง ภรรยาพระเสนาธิบดี เมืองพระตะบอง ๑ {{ชว}}รวมบุตรหญิง ๒ คน นักพระองค์อิ่มมีบุตรชายหญิงรวม ๓ คน มีรายชื่อดังนี้ {{ชว}}นักองค์ทิม ชาย ๑ {{ชว}}นักองค์มี หญิง ๑ {{ชว}}นักองค์ดารา หญิง ๑ พระยาอภัยภูเบศร์นองมีบุตรชายรวม ๕ คน มีรายชื่อดังนี้ {{ชว}}หลวงอภัยพิทักษ์ เปนพระคทาธรธรณินทร์เยีย ๑ {{ชว}}นายทองอยู่ ๑ {{ชว}}นายขำ ๑ {{ชว}}นายบัว ๑ {{ชว}}นายยศ ๑ {{ก|แต่งใหม่เมื่อจะพิมพ์หนังสือนี้|120}} {{สต|7em}} เจ้าพระยาคทาธรธรณินทร์เยียมีบุตรชายหญิงรวม ๔ คน มีรายชื่อดังนี้ {{ชว}}เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ชุ่ม ๑ {{ชว}}คุณหญิงขลิบ ภรรยาพระยาณรงค์เรืองฤทธิ บุตรเจ้าพระยามุขมนตรี ๑ {{มปก}}<noinclude></noinclude> p96duhdukwl2xf8xnwsl6n1ba4qif5p หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2462.djvu/26 250 69580 294556 294512 2026-07-30T10:30:00Z Librovore 10939 294556 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="YURi" />{{ก|๒๐}}</noinclude>{{ชว}}นางเทศ ภรรยาพระโยธาธิราชทองคำ บุตรเจ้าพระยามุขมนตรี ๑ {{ชว}}นางสมบุญ ภรรยาหม่อมเทวาธิราช ม.ร.ว. แดง อิศรเสน{{ปตปต|าณ}}กรุงเทพ ๑ เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ชุ่ม อภัยวงศ์ มีบุตรชายหญิงหลายคน บุตรภรรยาหลวงรวม ๔ คน คือ {{ชว}}พระอภัยพิทักษ์เลื่อม แต่งงานกับนางสาวสงวน สิงหเสนี ธิดาพระยาณรงค์เรืองฤทธิกับคุณหญิงขลิบ ๑ {{ชว}}นายช่วง อภัยวงศ์ ๑ {{ชว}}หม่อมเชื่อม ท.จ. ในพระองค์เจ้าจรูญศักดิกฤดากร ๑ {{ชว}}นางรื่น ภรรยาพระสวรรคโลกเชียร กัลยาณมิตร บุตรเจ้าพระยาสุรสีห์วิสิษฐศักดิ ๑ {{สกอ|sp|100}}<noinclude></noinclude> a7lcbzbaudjlh5tluhuh4q3lyckw5zz หน้า:Official Mae Hong Son-Chiang Mai report, Feb 1929.pdf/27 250 86229 294537 279125 2026-07-29T18:32:53Z Angkun-ane 12038 294537 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="2" user="Angkun-ane" />{{ก|– ๒๔ –}}</noinclude> ตรวจตรากันดาร ต้องทำการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายพะม่า หลวงองพล พ่าย ต้องไปพบกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายโน้นในแดนอังกฤษปีละครั้ง ส่วนนายสิบ หัวหน้าสถานีกิ่งท่าสองยางที่พรมแดน มีการพบกับนายสิบฝ่ายโน้นเดือน ละครั้ง หลวงยงพลพ่ายอยู่ที่แม่ฮ่องสอนนี้ ถึง ๑๒ ปีแล้ว เปนคนใจบุญ สร้างวัดว่ายารามอยู่ จนได้ชื่อว่าเปนจอง เมื่อเลื่อนตำแหน่งขึ้น และ ย้ายท้องที่ครั้งนี้ ก็เปนการสมควร {{u|เรือนจำ}} ตัวเรือนเปนแบบฝาทึบ แต่ตอนริมชายคาเปนทซี่กรง โปร่ง จึงนับว่าไม่ทึบจนเกินไปนัก พอมีทางระบายอากาศ จำนวนนัก โทษมี ๔๔ โทษอุกฉกรรจ์มักเป็นคนชาติบาง ซึ่งปรากฏว่ารายอยู่ นอก จากนั้น โดยมากเปนเงี้ยว การตัดผมไม่บังคับ แล้วแต่ใจสมัคร มีนักโทษ หญิง ๒ คน ต้องหาว่าลักทรัพย์คนหนึ่ง รับของโจรคนหนึ่งในคดีเดียวกัน แต่งตัวไม่ผิดอะไรกันกับคนปกติ นุ่งซิ่นไหมอย่างโอ่อ่ารับตรวจด้วยซ้ำ พะทำมะรงถูกไล่ออกจากราชการ เวลานี้ขึ้นอักษรสวัสดิวงศ์ ปลัดอำเภอ ทำการแทนในหน้าที่พะทำมะรง เข้าใจว่าจะเป็นคนก่อนงานมากทีเดียว ดูงก ๆ งั้น ๆ ถามอะไรตอบไม่ใคร่จะได้ ทำหน้าที่นี้มา ๕ เดือน แล้ว ยังไม่ใคร่รู้จักนักโทษ ระเบียบนักโทษก็ไม่ดี ขานโทษไม่ใคร่ได้ ความ สะอาดในบริเวณนับว่าดี แต่อาจจะดีรับตรวจเท่านั้นก็ได้ นักโทษไม่ใคร่ มีงานทำ แม้แต่การ สี, ซ้อม, ตำ, เข้า ก็มีมองน้ำ คือเครื่องอาศัยแรง น้ำแบบพื้นเมืองใช้ ได้แนะนำ - ผู้บัญชาการเรือนวจำให้ใช้ถนนในบริ เวณเมือง {{u|อำเภอม่วยต่อ}} คืออำเภอเมือง ที่ว่าการเป็นเรือนไม้จริง แต่ทรุดซวน งานการไม่มาก การเปรียบเทียบ{{อ่านไม่ออก}}มีน้อยที่สุด พลเมือง งที่ 4,000 เศษ จำนวนอาวุธปืน เทียบตามส่วนจำนวนพลเมือง นับว่ามีน้อย แต่สังเกตตามรายงานประจำเดือน ตั้งแต่ต้นปี ถึงบัดนี้ จำนวนปืนลดลงถึง ๑๐๐ กว่า สอบได้ความว่า เปนเพราะห้างบอมเบย์ เบอร์ม่าเลิกการป่าไม้ ถอนคนไปก็ถอนปืนไปด้วย โดยลำดับ สัตว์พาหนะ<noinclude></noinclude> 5kel4wg99j6y3uuowpkl81hcvnc6cii หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2475.djvu/2 250 90893 294559 2026-07-30T10:32:34Z Librovore 10939 /* Without text */ 294559 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="0" user="Librovore" /></noinclude><noinclude></noinclude> 82ghries9my6qevvy2iylzbu55ch8hq หน้า:Prachum Phongsawadan (16) 2475.djvu/6 250 90894 294561 2026-07-30T10:34:43Z Librovore 10939 /* Without text */ 294561 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="0" user="Librovore" /></noinclude><noinclude></noinclude> 82ghries9my6qevvy2iylzbu55ch8hq