วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.14
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/104
250
88900
294885
287638
2026-08-07T05:02:55Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294885
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๐๒}}</noinclude>หน้าขึ้นดูภาพสีน้ำมัน รูปภรรยาท่านที่มีความสวยหวานจ๋อย ดวงตาโศกน้อยๆ ยิ้มน้อยๆ ดูดดื่มซาบซึ้ง ภาพนี้เป็นภาพที่ท่านต้องมองดูทุกวัน ยังสาวน่ารักน่าเอ็นดู ตายแต่ยังสาวๆ ด้วยการป่วยไข้ เขาลือกันว่าเพราะท่านรักภรรยาของท่านมาก ท่านจึงไม่ยอมมีภรรยาอีก คนเก่าๆ ในบ้านนี้เคยเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อภรรยาท่านจวนจะขาดใจ ท่านได้สาบานต่อหน้าว่าจะไม่มีภรรยาอีก ถ้าหากว่ามีใหม่แล้วไซร้ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จงประหารท่านเสียตามคำสาบาน
แต่คราวนี้ ท่านจะต้องทวนสาบานแน่ ผู้หญิงที่มาคอยอยู่สวยหยดย้อยนัก และดูว่าจะมีเล่ห์นัยอะไรอยู่กับท่าน และการมาของเธอส่อว่าไม่มาจากหัวเมืองก็คงหนีใครมาเป็นแน่ กระเป๋านั่นเองเป็นพยาน และถ้าเกิดแต่งงานกันขึ้น คำสาบานจะเป็นอย่างไร?
ท่านทรุดกายนั่งลงที่เก้าอี้ช้าๆ ก้มหน้าคอตก คางจดอก เชิงจะใช้ความคิดอย่างลึกซึ้ง มือทั้งสองจับเท้าแขนเก้าอี้แน่น ผมพลอยหนักใจในกิริยานั้นนัก เพราะไม่เคยเห็นมาแต่ก่อนเลย ท่านเป็นคนใจดี ยิ้มแย้มเสมอ มีความเที่ยงธรรมเป็นประจำ เมตตากรุณาทั่วๆ ไป ผมเกิดไม่สบายใจเมื่อมาพบกิริยานี้
"ท่านจะต้องการวิสกี้สักเป๊กไหมครับผม" ท่านรีบโบกมือห้ามคำเสนอของผม แล้วสั่งให้เอากระดาษและปากกามาจดข้อความตามที่ท่านจะสั่งให้เขียน ผมเข้าห้องทำงาน หยิบกระดาษและปากกามานั่งคอยคำสั่ง ท่านนั่งก้มหน้าอยู่ตามเดิม
"เอ้า! คอยเขียนตามที่บอก" ท่านสั่งเบา ๆ
ผมจับปากกาเตรียมไว้ ท่านนิ่งอยู่เป็นครู่ คล้ายจะรวบรวมข้อความที่จะสั่งให้เขียน
"เอ้า! เขียนได้" ท่านว่า "ยุพินสุดที่รัก โลกนี้ไม่มีความแน่นอนอะไรเลย ยุพินกับฉันรักกันอย่างจริงใจ หากขัดด้วยอุปสรรคบางอย่างที่ขวางเรา แต่กระนั้นเราก็พยายามรักกันจนได้ ฉันขอบอกว่า ฉันรักยุพินสุดหัวใจ หมดทางจะพูดออกมาเป็นคำพูดได้ ยุพินเอ๋ย ยุพินรักฉันจริงๆ ที่ดูกันมาในระยะหลายปี ยุพินไม่รังเกียจฉันที่เป็นคนแก่"
ท่านหยุดพูดไปชั่วขณะ เพื่อขัดเกลาถ้อยคำต่อไปให้กลมกลืน<noinclude></noinclude>
le69cn90afets4i0bimoj6e053nivxd
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/105
250
88908
294886
287654
2026-08-07T05:06:35Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294886
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๐๓}}</noinclude>ผมใจหายอย่างไรบอกไม่ถูก เขียนตามคำที่ท่านพูดมาแล้ว
"เอ้า ต่อไป" ท่านสั่ง "ยุพินเอ๋ย ทั้งฉันและยุพินมีกรรมทั้งคู่ ฉันเองไม่เคยคิดว่าจะพบรักอีกในชีวิต เพราะอายุฉันมันเลยไปแล้ว แต่ยุพินรักฉัน ในที่สุดกรรมของฉันก็แผ่มาถึงยุพิน วิมานของเราทลายลงแล้ว ฉันตายแล้ว ตายแต่บ่ายวันนี้-ตายโดยกะทันหัน"
ตอนนี้ผมสะดุ้งทั้งตัว เงยหน้ามองท่าน นี่ท่านของผมที่เคยเป็นคนเมตตากรุณาและเที่ยงธรรม จะออกอุบายในจดหมายนี้เพื่อปัดหญิงนั้นไปให้พ้นตัวท่านกระนั้นหรือ ไม่น่าจะเป็นอย่างนี้
"อย่าลังเล!" ท่านดุ "เขียนตามที่ฉันบอก ...บ้านนั้นฉันซื้อและตกแต่งจดทะเบียนเป็นของยุพินแล้วเรียบร้อย และเงินที่ฝากแบงก์ไว้ในนามของยุพินแล้วนั้น ตัวเช็คอยู่กับนายทองคำ แล้วเขาจะมอบให้ยุพินเอง เงินก้อนนี้ยุพินจะเลี้ยงตัวเองได้ไปนานจนกว่ายุพินจะมีสามีใหม่ หรือจะไม่มีก็ยังบำรุงยุพินไปได้นานมาก"
ผมถอนใจเฮือกใหญ่ คิดอะไรไม่ถูก เป็นลูกจ้างก็ต้องเขียนไปตามสั่ง ทั้งไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ เลยอึดอัดใจเหมือนเล่นละคร เหมือนฝัน จะว่าท่านปัดหญิงนี้ไปอย่างไม่ต้องการ แต่ที่ไหนได้ ท่านก็ทำอย่างมนุษย์ที่ใจเป็นธรรมอยู่อย่างเดิม
"แกสงสัยรึ?" ถามเบา ๆ
"ครับผม ผมแปลไม่ออก"
"ฉันตายแล้วจริงๆ"
ผมฉงนใจ จ้องดูท่านตั้งแต่หัวตลอดเท้า ร่างกายในชุดแบบสากลนิ่งดังรูปปั้น
"ท่านล้อกระผมดังนี้ทำไม?" ผมถามท่าน แต่ท่านไม่ตอบ ฟ้าคำรามไกลๆ คล้ายฝนจะตกอีก ผมยุ่งยากหัวใจ เฮ้อ! วันนี้มีแต่กลุ้ม
"ทองคำ ฉันพูดตะกี้ ไม่ได้ล้อแกเล่น ฉันพูดจริงๆ และมันก็เป็นความจริง โน่นแกมองดูโน่นสิ"
ท่ายกมือชี้ไปข้างผนังตึก ผมเหลียวไปตามที่ท่านชี้ ตรงนั้นเป็นพื้นกำแพงว่างเปล่า ท่อนแขนของท่านยังคงชูอยู่ดังนั้น ผมก็มองนิ่งอยู่คล้ายคนบ้า แต่ทันใดนั้นเองพื้นผนังเปล่านั้นก็บังเกิดมีภาพขึ้นคล้าย<noinclude></noinclude>
ha3sgvt8jxz21qawu1trngta7e69tt0
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/106
250
88909
294887
287710
2026-08-07T05:08:39Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294887
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๐๔}}</noinclude>จอภาพยนตร์ ภาพนั้นเป็นภาพของท่านเอง ผมมีความรู้สึกดังคนครึ่งหลับครึ่งตื่นและฝันไป เห็นท่านกำลังยืนต่อราคาสามล้อ ที่นั่นเป็นถนนในเมืองอะไรก็เดาไม่ถูกเพราะไม่เคยไป ท่านได้ขึ้นนั่งสามล้อไป
ภาพนั้นติดต่อไปดังภาพยนตร์ รถสามล้อของท่านวิ่งเรื่อยไป และข้างหน้ามีรถเมล์สวนมา สามล้อเลยหักหลบรถเมล์ แต่บังเอิญมีเด็กวิ่งออกมาข้างนั้น สามล้อเลยหักกลับอีกทีก็เลยเสยเข้ากับรถเมล์ ผมสะดุ้งทั้งตัว นายได้ถูกรถทับหน้าตาแหลกเหลว
ทนไม่ไหวแล้ว นี่อะไรกัน ผมทะลึ่งลุกขึ้นยืน ภาพที่กำแพงหายไปทันที ผมตัวแข็งคล้ายๆ จะกระดิกไม่ไหว ค่อยๆ หันดู นายยังคงนั่งชูมือชี้ไปยังภาพที่ผนัง โดยยังไม่ได้ลดมือลง บัดนั้นหูผมแว่วคล้ายหญิงหัวเราะอย่างเย้ยเหยัน ผู้หญิงแปลกหน้าที่ชื่อยุพินหัวเราะเยาะนายผมหรือที่คิดจะผละทิ้งเธอ แต่เธอต้องแอบฟังเรื่องอยู่และเห็นเหตุการณ์หมดแล้ว ผมรีบหันไปมองหาเสียง แต่เปล่าเลย ไม่มีใครในที่นั้น และประตูห้องยุพินก็ปิดสนิท แล้วใครหัวเราะ? ผมหันกลับมาดูนาย คุณพระช่วย! นายหายไปเสียแล้ว ผมตะโกนขึ้นด้วยความกลัวสุดขีด โดดข้ามเก้าอี้วิ่งไปเปิดประตูกระชากอย่างแรง พอประตูเปิดจึงรู้ว่าเป็นเวลารุ่งเช้าแล้ว พระอาทิตย์กำลังจะพ้นขอบฟ้า ผมวิ่งไม่กลัวล้ม ตรงเข้าปลุกคนสวนแล้วตะโกนปลุกต่อๆ ไปทั้งบ้าน แล้วชวนกันเข้าตึกอีก ปลุกหญิงที่ชื่อยุพิน พอเธอรู้เรื่องหน้าซีดไม่มีสีเลือดเลย แต่มีเค้าว่าไม่เชื่อที่ผมพูด กระดาษที่ผมเขียนข้อความตามที่นายสั่งให้เขียน ทุกคนได้อ่านดูตามนั้น แต่ก็เกิดวิพากษ์วิจารณ์กันเอ็ดอึง รวม ๆ ความว่า คล้าย ๆ ผมจะเป็นผู้ก่อเรื่องขึ้นเองให้เป็นไปดังนั้น ผมมองหน้าทุกคนด้วยความน้อยใจระคนโกรธ ออกท่าออกทางเล่าเหตุเมื่อกลางดึกให้ทุกคนฟัง แต่ทุกคนดูจะไม่สนใจฟังผม ยิ่งยุพินด้วยแล้วมองตาผมด้วยดวงตาดุ ๆ แสดงความเคียดแค้นชิงชัง
เราทุ่มเถียงกันเป็นเวลานาน บางคนยื่นหน้าเข้าหาผม ถามอย่างตะคอกว่า
"บอกหน่อย! ทำไมทำอย่างนี้ เล่ห์เหลี่ยมอะไรกัน?"
ผมอยากจะคลั่งตาย พอดีหนังสือพิมพ์มาส่งตอนเช้า ผมไหวดีโดด<noinclude></noinclude>
asp5w0bkgsejk1tlzbvaiix9mrybp04
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/107
250
88920
294888
287713
2026-08-07T05:09:14Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294888
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๐๕}}</noinclude>เข้าหยิบดูข่าวก่อนคนอื่น ทันใดนั้นผมก็ต้องร้องขึ้นด้วยความเสียใจ ตกใจสุดยอด ข่าวนั้นพาดหัวตัวโป้งถึงการสิ้นชีวิตของนายโดยรถชนกัน และเหตุการณ์รายละเอียดก็เป็นไปดังที่ผมรู้อยู่แล้ว
พอทุกคนรู้ว่าเรื่องได้เป็นไปจริง ต่างร้องไห้โฮกันไปหมด ผมเองก็กลั้นไม่ไหว ผู้มีคุณล้นฟ้าของผมจากผมไป และอุตส่าห์มาหาผม ทั้งยังห่วงยุพินจึงมาเขียนสั่งความไว้ เราร้องไห้กันทุกคนเพราะตกใจ พอเบาบางหันไปดูยุพิน เห็นเธอฟุบอยู่กลางพื้นห้อง เราจึงช่วยกันแก้ไข เมื่อเธอฟื้นแล้ว ผมจึงหารือพวกลูกจ้างทั้งหมดว่า ควรจะทำตามที่วิญญาณนายมาสั่งไว้หรือไม่ ทุกคนเห็นพร้อมด้วย ผมจึงไขเซฟเอาสมุดเช็คมอบให้แก่ยุพินตามที่ท่านสั่ง
ต่อจากนั้นผมได้ส่งข่าววงศ์ญาติของนายทั้งหมด และเชิญเขาเข้าครอบครองตึก ผมเองก็สุดจะทนอยู่ที่เคยกินเคยนอนแต่เดิมได้ หมดผู้ชุบเลี้ยงที่เมตตาการุญอันสูงแล้วก็ขอก้มหน้าเร่ร่อนไปอีก ผมจะอยู่ก็ไม่ทราบว่าจะไปทำอะไรให้แก่ผู้ที่เข้ามารับมรดกได้ นั่นก็สุดแล้วแต่ทนายความประจำตระกูลนี้จะจัดจะทำกันไปตามระเบียบ<noinclude></noinclude>
6ef55qz27wkhao6ho385zbgb2hq0h7v
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/109
250
88921
294890
287715
2026-08-07T05:10:18Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294890
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๐๗}}</noinclude>เลขานุการผี
นี่เป็นเหตุการณ์อีกตอนหนึ่งของนายทองคำ ที่ได้เร่ร่อนเมื่อไปทำงานเป็นคนใช้สนิทเสมอด้วยเลขานุการของท่านเศรษฐีผู้หนึ่ง ครั้นเมื่อเศรษฐีนั้นได้สิ้นบุญไป นายทองคำก็ไม่สมัครจะอยู่ทำงานกับนายใหม่ จึงมาอยู่กับเพื่อนๆ เร่ร่อนหางานทำต่อไป
ผมได้อาศัยอยู่กับเพื่อนหลายเดือน หลังจากนายห้างได้สิ้นบุญไป ผมก็อยู่กับเพื่อน ไม่กล้าจะอยู่กับนายใหม่ ผู้มารับมรดกจะดีร้ายประการใด ผมพอมีเงินทองใช้จ่ายอยู่บ้าง โดยนายท่านให้ไว้ใช้เสมอๆ และเหลือเก็บไว้ ทั้งเงินเดือนของผมก็มิได้ใช้จ่ายอะไรนัก จึงมีเงินเหลือเก็บอยู่มากพอใช้ แต่คนเรานี้ไม่<noinclude></noinclude>
f5qxmw878vtxqlhoaor2sh2lag9cf52
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/110
250
88922
294891
287758
2026-08-07T05:12:02Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294891
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๐๘}}</noinclude>ทำงาน นั่งๆ นอนๆ อยู่เฉยๆ จะได้หรือ น่าเกลียดสำหรับวงสังคมไม่ว่าต่ำและสูง จะมีงานสูงงานต่ำแค่ใด เหมาะแก่ใจก็ควรทำ ผมจึงเที่ยวหางานอยู่เรื่อยมา และความสมัครใจนั้นชอบอยู่กับท่านผู้ใหญ่ สมัครรับใช้ท่าน ครึ่งๆ คนใช้ครึ่งๆ เลขานุการ ข่วยเบามือท่าน เมื่อพอมีความสามารถจะทำได้ ก็พอดีมีท่านผู้ใหญ่คนหนึ่งจะเดินทางไปประจำต่างประเทศเมตตาผม จึงได้เขียนจดหมายให้ผมถือมาสมัครงานกับท่านเจ้าคุณซึ่งเป็นเพื่อนรักกับท่าน และเวลานี้ผมได้มายืนอยู่หน้าบ้านนี้แล้ว
เอื้อมมือกดกริ่งที่ข้างประตูบ้าน "สันติสุข" อยู่สองสามครั้ง แต่ยังไม่มีใครออกมารับ ผมเลยถือโอกาสมองข้ามกำแพงบ้านนั้นเพื่อสำรวจฐานะ เห็นเป็นบ้านที่ใหญ่โตมโหฬารบอกฐานะดี และบ้านข้างๆ ติดกันนั้นเล่าก็ดูมีฐานะดีเท่าๆ กัน อยู่ติดกันชั่วกำแพงกั้น
บ้านที่ผมจะมาหานี้ มองข้างกำแพงก็เห็นสภาพของตึกได้ดีว่าใหญ่โตคล้ายวังเจ้าวังนาย ชะตาผมหนีไม่พ้นบ้านโบราณใหญ่ ๆ แบบพระตำหนักเจ้านาย ตัวตึกปล่อยเถาไม้เลื้อยเกาะขึ้นเบื้องสูง เพื่อทำความเย็นหรือเล่นศิลปะชนิดบ้านเป็นสวนพฤกษศาสตร์ ร่มเย็นมีศิลปะไปอีกแบบหนึ่ง หน้าต่างตอนบนของตึกปิด ไม่เปิดเหมือนบ้านใกล้เคียง ผมนึกเดาถึงอุปนิสัยใจคอของเจ้าของบ้านว่า การไม่ทำตัวโอ่อ่าครึกครื้น คงจะเป็นคนมีนิสัยคร้านต่อวงสังคม ชอบอยู่อย่างสงบ ขลุกอยู่กับตู้หนังสือนานาประเภท การปิดหน้าต่างหมดทุกช่องอาจจะไม่ใช้ตึกตอนบนอาศัย คงจะชอบอาศัยข้างล่างมากกว่า คงจะมิใช่เป็นมนุษย์เห็นแก่ตัวหรือเข้มงวดมัธยัสถ์ผิดธรรมดาชน ถ้าหากจะเป็นอย่างประการหลัง การมาสมัครงานของผมเห็นจะเป็นลูกผีลูกคนเสียละกระมัง?
ข่าวว่าเจ้าบ้านนี้เป็นคนมั่งคั่งอยู่ ใจคอไม่ค่อยดีว่าจะถูกสอบวิชาอย่างไรบ้าง อุ่นใจอยู่นิดหนึ่งที่จดหมายที่ถือมานี้คงจะทำหลักฐานได้ดีพอที่จะไม่ต้องสอบอะไรกันมากนัก นึกอยากจะแกะซองออกอ่านเสียก่อนว่า มีข้อความอย่างใดบ้าง แต่เกรงซองจะมีพิรุธว่าถูกแกะ และทั้งก็เสียมารยาทที่แกะซองจดหมายผู้ใหญ่ที่ผนึกไว้
ดูในชั่วเวลาห้านาทีซึ่งนานเหมือนสักหนึ่งปี ก็มีเสียงถอดสลักประตูแล้วบานประตูก็เปิดออกช้าๆ ผมรีบติดกระดุมเสื้อให้เรียบร้อย เพื่อให้มี<noinclude></noinclude>
alv4a664a8y1muzd0jj6huwjrl8codq
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/111
250
88926
294892
287760
2026-08-07T05:14:27Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294892
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๐๙}}</noinclude>สง่าบ้างเล็กน้อย ที่จะตัดไม้ข่มนามนายประตูไว้ก่อนว่า ฉันไม่ใช่เป็นคนของานต่ำๆ ทำนะจ๊ะ แต่เอ! น่าประหลาดจริงบ้านนี้ ประตูเปิดแล้วไม่เห็นมีใครโผล่หน้าออกมาดูว่าใครมากดกริ่งประตู ผมยืนนิ่งงัน ไม่กล้าจะโผล่เข้าไป แต่ครั้นรอคอยตั้งหลายนาทีไม่ได้ความก็อดใจไม่ไหว ก้าวพ้นธรณีประตูไป เหลียวซ้ายแลขวาหาผู้เปิดประตูเพื่อจะเจรจากัน แต่ไม่ยักมีใครสักคน บ๊ะ! แปลกจริงบ้านนี้ มีระเบียบอะไรของเขา ผมยืนอยู่กับที่ เรื่องที่ควรกลัวและต้องระวังคือสุนัข บ้านใหญ่ๆ อย่างนี้จะไม่มีสุนัขย่อมเป็นไปไม่ได้ และถ้ามีก็มีอย่างตัวโตๆ ทีเดียว
"เข้ามาซี" มีเสียงจากบนตึกร้องเชิญมา เป็นเสียงของชายห้าวๆ มีกังวานออกมา ผมสะดุ้ง เหลียวดูตึกที่ใหญ่โตมีเถาไม้เลื้อยคลุมห้อยบังสายม่าน คนภายนอกจะมองเห็นคนภายในยาก ผมงงงันอยู่เป็นครู่เพราะไม่คิดว่าจะถูกเชิญจากคนบนตึก แทนที่จะเป็นคนเปิดประตูหรือคนรักษาสวนประจำบ้านเชิญ เฮ้อ! มีแปลก ๆ เจ้าคนเปิดประตูแอบไปไหนเสีย ให้ท่านเจ้าบ้านเชิญเอง ผมว่าเสียงนั้นเป็นเสียงเจ้าบ้านแน่ ๆ เพราะกังวานเสียงบอกบุคลิกว่าเป็นคนมียศถาบรรดาศักดิ์
ผมค่อย ๆ เดินใกล้ตัวตึกเข้าไปอย่างช้า ๆ พลางแหงนหน้าขึ้นมองไปตามเสียงที่ได้ยิน ภายใต้เงาร่มของไม้เลื้อย มีชายผู้หนึ่งยืนอยู่ที่เฉลียงตึก ท่านผู้นั้นมีอายุราว ๆ ๕๐ เศษ แก้มตอบ ตาลึก หวีผมเรียบ ปากคาบกล้องยาเส้น ลักษณะนี้คือเจ้าบ้านแน่ ๆ ผมยกมือก้มศีรษะไหว้อย่างนอบน้อม ท่านผู้นั้นก้มศีรษะรับน้อยๆ แล้วผายมือให้ไปทางบันไดที่จะขึ้นตึก ผมก้าวขึ้นไปสุดบันไดก็ตรงห้องรับแขกพอดี แต่ห้องนั้นไม่ค่อยสว่างนัก แม้จะกว้างใหญ่เป็นห้องโถง แต่ประตูหน้าต่างด้านในปิดหมด ผมเหลียวดูว่าจะมีคนใช้มาเปิดหน้าต่างหรือไม่ แต่ก็ไม่มีเลยจนเสียงไอเบา ๆ อย่างเป็นหวัดของเจ้าบ้านที่เดินตรงมายังผมเงียบๆ เจ้าบ้านพ่นควันบุหรี่นิดหน่อย ผายมืออีกให้ผมเข้าห้องรับเขก ห้องนี้มีเพดานสูง อากาศเยือกเย็นดี โต๊ะเก้าอี้ราคาแพงวางไว้เป็นระเบียบ แต่ว่าเห็นฝุ่นจับอยู่ทั้งนั้น มีภาพสีน้ำมันใหญ่ติดไว้ทุกด้านอย่างบ้านท่านผู้มีบรรดาศักดิ์ แต่จะเป็นภาพอะไรนั้นมองไม่ถนัด เพราะอากาศมืดทึบ ท่านชี้เก้าอี้ให้นั่ง ผมมองดูเก้าอี้ที่เต็มไปด้วยฝุ่นนิดหนึ่ง ถ้าผมจะเอาผ้าเช็ดหน้า<noinclude></noinclude>
lgh5bim61yg2eyelvs5jeyjgm4ki9pb
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/112
250
88927
294893
287762
2026-08-07T05:16:45Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294893
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๐}}</noinclude>ปัดก็เป็นการดูหมิ่นเจ้าบ้าน ถ้าจะไม่นั่งก็เข้าทำนองเดียวกัน จึงเลยนั่งลงทั้งๆ ฝุ่น เจ้าบ้านก็นั่งลงยังเก้าอี้อีกตัว
"เธอมีธุระอะไรจ๊ะ?" ถามช้า ๆ ดวงตาคู่โหลลึกและคมดังเหยี่ยว จ้องดูผมอย่างจะค้นความจริงก่อนคำตอบ ผมไม่ตอบในทันที รีบก้มตัวลงส่งจดหมายให้ท่าน ท่านรับไปอ่านอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นมองผมพร้อมกับยิ้มน้อย ๆ ผมหลบสายตาที่แข็งคม แม้จะยิ้มก็เป็นยิ้มที่มีอำนาจน่าเกรงขาม เค้าหน้าบอกความเป็นมนุษย์เลือดเย็นแต่เฉียบขาด
"เธอชื่อทองคำรึ"
"ครับผม" ผมตอบและก้มตัวลงเล็กน้อย
"เธอเป็นคนมีหัวใจมั่นคงดีหรือ?"
ผมรู้สึกอึกอักบ้างเล็กน้อยที่ถูกถามดังนั้น ไม่แน่ใจว่าจะหมายความประการใด จะหมายถึงเป็นคนซื่อหรือไม่ซื่อ หรือใจคอรวนเรทิ้งงาน ไม่ก็มือไวใจเร็ว
"กระผมมั่นคงดีครับผม" ผมตอบไปทีก่อน ท่านผงกศีรษะรับน้อย ๆ
"เมื่อไรเธอจะมาได้ ฉันอยากจะสอบความมั่นคงเธอสักหน่อย"
ผมเริ่มหนักใจขึ้นทันที จะถูกสอบความมั่นคง มันหมายถึงแค่ไหน วิชาแน่นหรือไม่แน่นกระมัง หรือจะอะไรกันแน่
"กระผมมีความรู้น้อยครับผม ไม่ทราบว่าจะเพียงพอจะรับใช้ใต้เท้าได้หรือไม่" ผมตอบกันตัวเข้าไว้ก่อน
"อ๋อ! เธออาจจะนึกถึงหน้าที่กระมัง? ที่ฉันพูดว่าจะสอบ เปล่าเลยงานของเราไม่มีอะไรมาก เชื่อว่าเธอต้องทำได้ แต่ฉันจะสอบอย่างอื่น เพราะเกรงว่าบางสิ่งบางอย่างเธอจะไม่กล้ารับหน้าที่ได้เหมือนคนก่อนๆ ที่ลาออกไป"
ท่านพูดอย่างเคร่งขรึมตรึกตรอง ผมอึ้งอยู่และรำพึงว่า อะไรที่จะสอบ และมีคนลาออกไปแล้วหลายคน อึดอัดใจอยากจะถาม แต่เมื่อท่านผู้ใหญ่ไม่พูด ก็ไม่เหมาะจะถาม
"เอาเถอะ ถ้าเธอมาวันหลัง เธอก็รู้เองว่าฉันจะสอบอะไร" ท่านพูดช้าๆ ตามนิสัย "เธอจะมาได้เมื่อไหร่?" ท่านหยุดพูดแล้วจุดกล้องยาเส้นสูบ
"พรุ่งนี้ครับผม" ผมตอบโดยกระหายที่จะรู้ว่าถูกสอบอะไร รอไป<noinclude></noinclude>
2oxzgm0ye7953u90h5oskfa7a8wsdtv
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/113
250
88929
294894
287764
2026-08-07T05:17:57Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294894
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๑}}</noinclude>นานวันก็กลุ้มใจ จะสอบได้ไม่ได้ จะได้รู้แล้วรู้รอดไป
"ดีทีเดียว ฉันต้องการเหมือนกัน เร็วได้ก็ดี"
เมื่อผมลาท่านแล้ว ก็ออกเดินมาตามถนนโรยกรวด หัวใจยังฝังอยู่ที่ท่านเจ้าบ้านไม่รู้หาย เป็นมนุษย์แปลกและน่ากลัว ซึ่งผมไม่เคยพบคนอย่างนี้มาก่อนเลย ใคร ๆ ก็พูดว่าท่านร่ำรวย แต่ทำไมไม่บำรุงบ้านช่องให้สะอาด ผู้คนไปไหนกันหมด ท่าผมจะโดนที่นั่งเลขานุการเถื่อนเสียแล้วกระมัง? คือทำหน้าที่ปัดกวาดบ้านช่องเสร็จไปในตัว เพราะนั่งพูดกับท่านก็หลายนาที ไม่เห็นมีวี่แววของคนในบ้านเลย พอเดินมาถึงประตูกำแพงก็ฉงนใจถึงระเบียบและความเป็นอยู่ของบ้านนี้ คนเปิดประตูรับแล้วหายไปเสียเฉย ๆ ครั้นขาจะกลับนี่ ประตูก็คงเปิดอยู่อย่างเดิม ไม่มีการปิดกันละ ผมก้าวพ้นธรณีประตูแล้วก็ออกเดิน โดยไม่สนใจว่าใครจะปิดไม่ปิดก็ช่างใคร แต่แล้วก็ได้ยินเสียงประตูปิดดังแอ๊ด ผมรีบหันไปดูทันที เพื่อดูหน้าคนปิดประตูบ้า ๆ นั่นสักหน่อยว่า มันจะมีหน้าตาอย่างไร จึงทำอะไรแปลก ๆ อย่างนั้น แต่ผมดูไม่ทัน ประตูได้ปิดแล้ว
"พิกล! บ้านนี้" ผมนึกในใจแล้วเดินดุ่มๆ กลับ แต่เกิดนึกขึ้นมาได้ว่า ผมกำลังเข้ามาหาเวรใส่ตัว บ้านนี้ไม่มีคนแน่ๆ นอกจากเจ้าบ้านคนเดียว พอผมกดกริ่งประตู เจ้าบ้านก็แอบมาเปิดเองนั่นแหละ เพราะกะเวลาดูหลังจากกดกริ่งแล้วมันนานนักกว่าประตูจะเปิด เจ้าบ้านต้องมาเปิดเองแล้วรีบหลบไป โดยไว้เหลี่ยมดูว่ามีคนใช้ ที่แท้ตัวคนเดียวทั้งนั้น บนบ้านจะหาใครสักคนก็ไม่มี อีตานี่คงเค็มชะมัด แต่อย่างไรกันแน่ ผู้ที่เมตตาผมที่ฝากให้ผมมาทำงานก็บอกว่า ท่านเป็นคนใจดีมาก มันจะอย่างไรกันแฮะ แต่ผมรับปากกับเขาแล้ว ดีชั่วก็ต้องมา ผมไม่เคยท้อถอยและเสียคำพูดกับใครเลย
รุ่งขึ้นผมก็ตรงมาบ้านนี้อีก และการเปิดประตูก็เป็นไปตามนั้น ผมแน่ใจแล้วว่าเจ้าบ้านเปิดเอง แล้วกลับไปนั่งวางท่ารับแขกอยู่บนตึก ผมจึงดันบานประตูปิดให้เองแล้วตรงขึ้นตึกเลย และก็พบท่านเจ้าบ้านนั่งอยู่ที่ห้องรับแขกแล้ว
"เธอตรงเวลาดีมาก พ่อหนุ่ม" ท่านทักก่อน ผมย่อตัวลงไหว้ท่านแล้วนั่งเก้าอี้ ท่านเสือกกล่องบุหรี่ให้สูบ ผมเปิดกล่องเงินใหญ่หยิบขึ้นจุดสูบ<noinclude></noinclude>
mnxio4nzwe30bjg1xeoevlrn3dazybx
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/114
250
88930
294895
287774
2026-08-07T05:19:42Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294895
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๒}}</noinclude>"ฉันจะสอบเธอละ" ท่านพูดขึ้นเฉย ๆ แล้วลุกขึ้นยืน ผมก็ลุกบ้างทั้ง ๆ ไม่รู้ว่าจะถูกสอบอะไร ท่านเดินไปช้า ๆ และเบาด้วยรองเท้าแตะพื้นยาง ทำให้ไม่เกิดเสียง ท่านขึ้นบันไดตึกจะไปชั้นบน ผมก็เดินตามหลังไปช้า ๆ ขั้นบันได้เป็นหินอ่อน มีลมพัดมาทางช่องบันไดเย็นวูบคล้ายลมหนาว ในระหว่างที่เดินตามไปอย่างงง ๆ นั้น ผมผ่านใยแมงมุมไปหลายตอน อะไรกันนี่ ชั้นบนเจ้าบ้านคงไม่ได้ขึ้นเลยจึงเป็นดังนี้ แน่นอนที่สุด ท่านอยู่คนเดียวในตึกที่ใหญ่ราวปราสาทนี้ พอเราขึ้นสุดบันได ก็พบห้องโถงที่ไม่ได้ปิดประตู ผมมองเข้าไปข้างในที่มีอากาศสลัวๆ เป็นห้องที่มีการตกแต่งอย่างประณีต มีกระหนกฝรั่งตามข้างฝาเป็นบางแห่ง มีช่อไฟติดตามผนังและเพดาน หยักไย่จับรุงรังไปทั้งหมด ฝุ่นจับหนาเกรอะ ตายแน่ผม ถ้ามาอยู่จริง อ้ายเรื่องนี้เห็นจะเป็นผมแน่แล้ว ท่านเดินนำผ่านห้องโถงไป แล้วเลี้ยวเข้าอีกห้องหนึ่งที่มืดตื้อ แต่ท่านรีบเปิดหน้าต่างโดยเร็ว จึงมีแสงสว่างขึ้น สิ่งแรกที่พบก็คือห้องเก็บศพ คุณพระช่วย โลงศพอะไรกันนั่น ทำด้วยกระจก วางอยู่บนเตียง มีที่บูชาธูปเทียนดอกไม้ที่แห้งแล้วอยู่ตามที่ โลงกระจกนั้นทำให้เห็นศพภายใน ห่อผ้าขาวไว้และมัดตราสัง แต่ตอนหน้าของศพไม่มีผ้าปิด จึงเห็นหน้าศพที่แห้งๆ เขียว ๆ เหลือง ๆ คงจะฉีดฟอร์มาลินไว้ ผมพูดไม่ออก ยืนงัน นี่เองข้อสอบของผม ท่านจะสอบความมั่นคงว่าผมจะอยู่กับท่านได้หรือไม่ ในบ้านที่มีศพเก็บอยู่ดังนี้ มิน่าเล่าท่านว่าคนก่อนๆ ลาออกหมดก็เหตุนี้เอง
"นั่นคือพ่อของฉัน" ท่านเจ้าคุณพูด แล้วยืนถอนใจยาวอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเดินไปอีกห้องหนึ่ง ผมรีบเดินติดเข้าไป ด้วยรังเกียจการจะเดินอยู่ข้างหลังและห่างท่านมากนัก โดยที่ในห้องนั้นมีศพอยู่ และเป็นโลงศพที่น่าเกลียดน่ากลัว มองไปก็เห็นศพนอน
ท่านเจ้าคุณหันมามองดูผมอย่างช้า ๆ แล้วยิ้มอย่างรู้ใจผม ผมยิ้มรับอย่างเศร้าๆ รู้สึกอายที่ท่านจับได้ว่ากลัว
"เธอคงจะกลัวละซี?" ท่านพูด ผมยิ้มแห้งๆ พูดไม่ออก
"เอาเถอะ ยังใหม่อยู่" ท่านว่าต่อไป แล้วเดินนำผมย้อนกลับมาลงบันไดหินอ่อน กลับมานั่งยังห้องรับแขกตามเดิม
"คืนนี้ฉันอยากให้เธอนอนกับฉันที่นี่สักคืนหนึ่ง เพื่อสอบความ<noinclude></noinclude>
psrg75okdjhn38ax294ifm1bpkrc52c
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/115
250
88933
294896
287778
2026-08-07T05:23:27Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294896
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๓}}</noinclude>มั่นคง ความจริงงานบ้านฉันไม่มีอะไรมากนัก แต่บ้านมีศพคาบ้านอยู่ คนบางคนจึงกลัว ไม่กล้าอยู่กับฉันได้ ถ้าเธอมั่นคงพอ พรุ่งนี้เธอไปขนของมาอยู่กับฉันได้เลย"
ผมพูดอะไรไม่ออก แต่ความจริงใจแล้วก็เห็นว่าไม่เท่าไหร่ การมีศพคาบ้านนั้นก็มีกันอยู่หลาย ๆ บ้าน เฉพาะที่มีฐานะมั่งคั่ง เขาก็อยู่กันได้แต่ต้องหลายคนหน่อย ถ้าบ้านเล็ก ๆ ก็ไม่น่ากลัว แต่บ้านใหญ่อย่างนี้ออกจะสะเทือน ๆ ใจบ้าง
"ตามฉันมา" ท่านพูด "ฉันจะให้เธอดูห้องพักของเธอ"
ผมลุกเดินตามท่านไปโดยมิได้คัดค้านเลย ใจคอลอยๆ ทำไมชะตาผมจึงโดนเข้ากับผี ๆ สาง ๆ อย่างนี้เสมอ ๆ โดนมาบ่อย ๆ ก็น่าจะเคยชินบ้าง แต่ใจมันก็ยังไม่แน่ การที่ไม่คัดค้านอะไรก็โดยว่าเกิดความอาย ลูกผู้ชายจะกลัวเสียทุกเรื่องก็ไม่สมชาติเกิด เลยทำใจทื่อ ๆ อย่างนั้นเอง จะกลัวก็ไม่ใช่ จะไม่กลัวก็ไม่เชิง เล่นท่าเล่นทีของชายชนิดท่าดีทีเหลวไปพลาง ๆ ก่อน ค่อยคิดแก้ไขภายหลัง
ท่านพาผมเดินมาถึงห้องหนึ่ง ในห้องนั้นมีเตียงนอน โต๊ะเขียนหนังสือ ตู้หนังสือ และเก้าอี้นอนพร้อม
"ห้องนี้สบายดี เธอนอนเล่นไปก่อน ฉันจะไปทำงานทางด้านโน้นค่ำ ๆ จะมาพร้อมกัน และรับประทานอาหารด้วยกัน นอนเล่นให้สบายเถอะ หนังสือในตู้มีอ่าน" ท่านพูดแล้วก็จากไป โดยไม่ได้ถามความสมัครใจว่าผมจะยินดีทำงานกับท่านหรือไม่ ท่านโมเมเอาอย่างบังคับ ผมโค้งศีรษะและตอบอ้อมแอ้มว่า "เป็นพระคุณที่สุดครับผม"
พอท่านเจ้าคุณหายไปแล้ว ผมทิ้งกายลงยังเก้าอี้ ถอนใจอย่างอ่อนเพลีย ตั้งคำถามตัวเอง นี่ผมมาทำไม และอะไร จึงต้องมารับทำงานในที่ที่ไม่น่าจะให้เกิดความสุขแก่ตัวอย่างนี้เล่า ไปแบกไปหามขุดดินทำถนนก็ยังได้ มาหลงอ้ายตำแหน่งจอมปลอมอย่างนี้ทำไมกัน เลขานุการก็ไม่ใช่เพราะความรู้ไม่พอ ลงท้ายก็เถื่อนๆ ครึ่งคนใช้ครึ่งเลขานุการ มาหลงตำแหน่งบ้า ๆ อย่างนี้
นึกไปคิดไป แล้วก็สำรวจดูห้องที่กำลังนั่งอยู่ รู้สึกว่ามันเป็นห้องเกินฐานะตัว ทุกสิ่งทุกอย่างมีราคาทั้งนั้น โต๊ะมุกเอย เก้าอี้มุก<noinclude></noinclude>
6uds5n6vgjd9op1lf1a32eb3ppw9inc
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/116
250
88934
294897
287783
2026-08-07T05:26:04Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294897
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๔}}</noinclude>ฐานะอย่างผมไม่เคยมี และก็คิดว่าคงจะไม่มีในชีวิต ในขณะที่สำรวจห้องนั้น เห็นแวบ ๆ จากหางตาก็รู้ว่าคนเข้ามา พอเหลียวไปก็พบหญิงคนหนึ่งถือถาดเงินมีถ้วยกาแฟและขนมปังเดินเข้ามาช้า ๆ หน้าก้ม ๆ ไม่มองดูผู้แปลกหน้าที่มาใหม่ หญิงนั้นดวงหน้าซีด ๆ เส้นผมหยาบ ๆ
"ขอบใจครับ" ผมว่า เธอไม่พูดอะไร ยิ้มน้อย ๆ อย่างซีด ๆ เมื่อวางถาดแล้วก็กลับออกไปอย่างเงียบ ๆ ในที่สุดก็รู้ว่าบ้านนี้ที่จริงมีคนเหมือนกัน มิใช่จะมีแต่ท่านเจ้าคุณเท่านั้น แปลกดี เงียบเหมือนไม่มีใครอีก ผมมองดูกาแฟแล้วดื่มไม่ลง นึกรังเกียจแม่หญิงคนถือถาดมา มือเธอซีดแทบจะเขียว ทำให้หวาดวัณโรคที่สุด เลยนอนอ่านหนังสือเล่น รอเวลาเจ้าคุณจะมาพบเมื่อท่านเสร็จงานแล้ว
มีเสียงผู้หญิงคุยกันบ้างเบา ๆ ถัดห้องผมไป ทีท่าจะเกรงเจ้าคุณเวลาท่านอยู่เลยพากันเงียบเสียง พอท่านไปแต่ทางอื่นแล้วจึงคุยกันแต่ก็ไม่ดังนัก ผมแหงนมองดูเพดานห้องอีกที เห็นหยักไย่เป็นระย้า ช่างกระไรคนที่นี่ ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่ทำไมปล่อยไว้ราวกับบ้านร้าง เจ้าคุณก็ไม่ยักดุว่าคนในบ้านที่เกียจคร้าน อ่านหนังสือไปหยุดคิดอะไรไป ความเย็นของตึกทำให้หลับไป
เสียงสุนัขราวสี่ห้าตัวเห่าแและหอนกันอึงคะนึงทางนอกตึก ในห้องที่ผมนอนมืดสลัว จึงรู้ว่าหลับไปจนค่ำ ผมรีบลุกขึ้นขยี้ตา รีบเปิดสวิตช์ไฟฟ้า พอสว่างก็เอาผ้าเช็ดหน้าแทนการล้างหน้า ไม่กล้าจะเดินยุ่มย่ามไปหาน้ำล้างหน้า สุนัขส่งเสียงสักครู่จึงเงียบไป บ้านนี้คงกักสุนัขกลางวัน พอค่ำก็ปล่อยออกจากที่กักกัน คนบ้านนี้แปลก สุนัขเอ็ดอึงตะกี้ก็ไม่ห้าม หยักไย่รุงรังก็ไม่กวาด
สักครู่ใหญ่ หญิงที่เคยเอากาแฟมาให้ได้เข้ามาบอกว่า ท่านเจ้าคุณคอยอยู่ในห้องรับประทานอาหาร และท่านเชิญไปรับประทานอาหารด้วยกัน ผมหยิบเสื้อนอกใส่ให้เรียบร้อยเดินตามหญิงคนนั้นไป พอถึงโต๊ะอาหารก็ชะงักนิดหน่อย เพราะที่โต๊ะนั้นนอกจากเจ้าคุณแล้ว ยังมีสุภาพสตรีหลายคนนั่งอยู่ ท่านชี้เก้าอี้ให้นั่ง ผมก็นั่งลงตามท่านสั่ง
"ดิฉันเกรงว่านายทองคำจะไม่กล้าอยู่นะคะ คุณพ่อ" สตรีผู้หนึ่งในที่นั้นพูดขึ้น ซึ่งชั้นแรกผมไม่กล้าจะมองเธอ เพราะยังไม่ได้รับคำแนะนำให้<noinclude></noinclude>
hlhfhrs0kd4zcr5vcsctoau5mrsx0cf
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/117
250
88936
294898
287788
2026-08-07T05:28:20Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294898
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๕}}</noinclude>รู้จักกัน เมื่อได้ยินคำพูดดังนั้น ผมชักหน้าชาที่ถูกเข้าใจว่าขลาด เห็นบ้านมีศพเข้าหน่อยเลยปอดเสีย ความจริงรู้ว่ามีมากคนอย่างนี้ ทำไมจะอยู่ไม่ได้ ท่านเจ้าคุณหัวเราะหึๆ โดยไม่ออกความเห็น
ในขณะนั้นเสียงสุนัขเห่าและหอนขึ้นอย่างเยือกเย็นยิ่งกว่าเมื่อตอนแรก ๆ เสียงบานหน้าต่างชั้นบนปิดดังปัง พวกที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารมองตากันนิ่ง เว้นแต่เจ้าคุณคนเดียวที่ก้มหน้ารับประทานอาหารอย่างไม่สนใจในสิ่งใด ตัวผมเองก็เฉย ๆ เพราะคนใช้คนใดอาจจะขึ้นไปปิดหน้าต่างแรงไปหน่อย แต่พวกผู้หญิงนิ่งเงียบ ทำให้ห้องนั้นเกิดเงียบ เสียงนกกลางคืนร้องอยู่บนยอดไม้น่ากลัว ชั้นแรกผมออกขลาด ๆ อยู่บ้าง แต่ครั้นมาพบสุภาพสตรีเข้าเลยอาย จะทำขลาดอย่างไรได้ ผู้หญิงยังไม่กลัว เราเป็นชายจะกลัวได้หรือ มีหน้าที่จะต้องทำความอบอุ่นให้แก่พวกเธอจึงจะถูก
ในระหว่างที่หยิบแก้วน้ำจะดื่ม ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนวิ่งอยู่หน้าเฉลียงตึก พอประเดี๋ยวก็ปรากฏภาพ คือหญิงคนใช้คนเก่านั่นเองวิ่งเข้ามาหน้าตื่นกลัว โผเข้ากอดสุภาพสตรีที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ ผมสะดุ้งในเหตุการณ์นิดหน่อย เจ้าคุณก็ผงะ พวกผู้หญิงทั้งหมดตกตะลึงและงงงัน ผมเองก็ชักงงงันบ้าง แต่เหลียวไปทางที่หญิงนั้นวิ่งมา เพื่อจะค้นสาเหตุว่าอะไรทำให้เธอตกใจวิ่งมา ทันใดนั้นผมก็เห็นชายแก่คนหนึ่งเดินผ่านเฉลียงไป
"คนแก่ผู้ชายครับ" ผมบอกกับพวกในห้อง ผู้หญิงทั้งหมดมองตากันแล้วครางเบา ๆ
"คนแก่" หญิงคนหนึ่งในจำนวนนั้นพูดแกมคราง ผมชักนึกไหว ถ้าเช่นนั้นคนแก่ผู้ชายที่เป็นคนเข้าในบ้านนี้ไม่มี แล้วใครเมื่อกี้ผ่านไป ผมเห็นชัด ผมเริ่มเข้าใจเหตุการณ์ นึกถึงศพข้างบน ถ้ารุนแรงอย่างนี้ก็เอาการอย่างนี้นี่เล่า ท่านเจ้าคุณถึงว่าคนที่มาสมัครอยู่ด้วยจึงลาออกไปหมด แต่ตัวผมนี่น่ะสิจะอยู่ได้หรือ?
อาหารได้หยุดชะงักลง โดยเรื่องนี้เกิดขึ้น พวกผู้หญิงจับกลุ่มรวมกันหมด ผมได้โอกาสก็พิศดูโฉมทีละคน เธอสวยแทบทุกคน แม้หน้าจะซีดเซียวเพราะตกใจกลัวก็ยังมีเค้าสวยอยู่มาก ท่านเจ้าคุณออกปากว่า จะไปส่งพวกผู้หญิงทั้งหมดไปยังห้องของเธอ ครั้นแล้วเราก็พากันออกจากห้องอาหาร ผ่านห้องรับแขกไปยังอีกด้านหนึ่งของตึกนั้น ผมเดินนึกไปในใจ<noinclude></noinclude>
4dly6uicddoo91l47efqwv5n8ehhd1j
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/118
250
88942
294899
287821
2026-08-07T05:31:07Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294899
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๖}}</noinclude>ว่า น่าสงสารผู้หญิงเหล่านี้จริง ๆ แต่ผู้ชายอกสามศอกยังปอดสั่น พอถึงยังห้องห้องหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับรั้วบ้านผู้มีอันจะกินอีกบ้านหนึ่งที่ต่อไป พวกผู้หญิงก็กรูเฮกันเข้าห้องหมด เหลือแต่เจ้าคุณกับผมสองคนเดินกลับมาเจ้าคุณสั่นศีรษะ
"ฉันรำคาญจริง ๆ อยากจะส่งพวกนี้ไปอยู่ที่อื่นให้หมด" ท่านพูดพลางเดินพลาง ผมไม่ได้ตอบว่ากระไร นึกอยู่ว่าถ้าพวกผู้หญิงไปหมดผมก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน ถ้าพวกผู้หญิงอยู่ พอจะกล้าอยู่ได้บ้าง พอมาถึงห้องรับแขก เจ้าคุณจุดยาเส้นพ่นควันโขมง แล้วพูดว่า
"คนที่จะเป็นเลขานุการของฉันทุกคนจะต้องกล้า เธอจะกล้าพอจะขึ้นไปดูศพข้างบนกับฉันไหม มีอีกหลายศพ"
ผมหมดเสียงตอบ ใจหายวูบ อะไรกัน? มีอีกหลายศพ อนิจจาเอ๋ย บัดนี้ใจก็ยังไม่หายสั่นคลอน ท่านจะชวนเข้าไปหากรรมอีกแล้ว แทบจะร้องออกไปอยู่แล้วว่า ไม่ขอรับประทานตำแหน่งนี้ แต่เกิดมานะขึ้นมา ศพก็ศพ ผีก็ผี โดนมามากแล้ว ต้องใจแข็งบ้างละ และอีกทั้งท่านเจ้าคุณก็อยู่ทั้งคน พออุ่นใจบ้าง ท่านแกร่งดีเหลือเกินสมกับเป็นผู้ปกป้องลูกสาวทั้งหมดได้
เราเดินขึ้นบันไดหินอ่อนอย่างตอนกลางวันอีก ผมแข็งใจเดินตามแต่รู้สึกขนลุกเกรียว ภาพของชายแก่เมื่อกี้ยังติดตาอยู่ พอถึงห้องข้างบน เจ้าคุณก็เปิดไฟสว่างขึ้น รู้สึกว่าค่อยยังชั่ว แล้วนำไปยังศพบิดาท่านก่อน ผมมองเขม็งไปยังศพที่เห็นอยู่ในโลง ใจคอไม่ค่อยดี
"เมื่อกี้-ที่เอะอะกันข้างล่าง พ่อฉันเอง เด็ก ๆ กลัวกันนัก แต่ท่านไม่เคยทำไมใคร"
ท่านพูดดังนั้น ผมถึงชะงัก เกิดกลัวเสียวเข้าไปในห้วงใจ เมื่อกี้ศพนี้ออกไปเดินให้เห็น แล้วกลับมานอนนิ่งตาแห้งเหี่ยว รู้สึกเสียใจที่หลวมตัวเข้ามาหาเคราะห์ เจ้าคุณกวักมือให้ผมตามท่านเข้าไปอีกห้องหนึ่ง ผมเข้าที่คับขันเสียแล้ว ถ้าจะไม่ไป จะอยู่ได้หรือในห้องนี้ ท่านเปิดไฟก็เห็นศพอีกเช่นเคย ที่หน้าศพมีเครื่องบูชาและภาพถ่ายตั้งไว้ด้วย
"นี่ลูกชายคนโตของฉัน" ท่านว่า ผมดูภาพที่ตั้งไว้ ยังหนุ่มแท้ ๆ แต่ทำไมอายุสั้น แต่ไม่ใช่ธุระจะถาม ทั้งไม่สมัครใจจะรู้ และไม่สมัครใจ<noinclude></noinclude>
9l4l16zz2j1igz4guuqg5m95r49obih
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/119
250
88947
294900
287823
2026-08-07T05:43:23Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294900
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๗}}</noinclude>จะเข้ามาอยู่แล้ว แต่ศพนี้ใส่โลงทอง ทำธรรมดา ไม่ทำโลงกระจก ผมถอนใจสะท้อน บ้านนี้เก็บศพไว้เป็นสุสาน
มาอีกห้องหนึ่งก็มีศพอีก อะไรกันเจ้าประคุณเอ๋ย ป่าช้ามีไม่เอาไปไว้ สุมกันอยู่ที่บ้านราวกับโกดัง
"นี่เมียฉัน" ท่านพูดแล้วทรุดนั่งเก้าอี้ที่อยู่ข้างศพ เค้าหน้าโศกเชื่อมอย่างนึกถึงความหลัง
"ฉันต้องมานั่งห้องนี้นาน ๆ เสมอ" ท่านว่า ผมไม่ได้ตอบ รู้สึกหนาวราวกับหน้าหนาว ท่านเดินต่อไปอีกห้อง ผมต้องเป็นช้างเท้าหลัง จะแยกกับท่านก็เห็นจะขาดใจตาย จะหนีลงไปข้างล่างก็มีศพอีกหลายศพที่ต้องผ่าน ก็จะต้องช็อกตายเสียไม่ห้องใดก็ห้องหนึ่ง
ท่านพาต่อไปอีกห้อง เอ้า! ไปไหนไปกัน มันเข้าลึกแล้วเราเอ๋ย ตายก็ตายหมดเรื่องไป ห้องนี้มีห้าศพ ทุก ๆ ศพวางเข้าระเบียบดี และมีรูปถ่ายประจำไว้ทุกโลง เจ้าคุณยืนนิ่ง มีอาการสลดใจ ส่วนผมเข้าไปดูภาพถ่ายเพราะเห็นเป็นหญิงทั้งนั้น พอเห็นหน้าภาพของผู้ตาย มือเท้าอ่อนหัวใจระริก แทบร้องออกมาดัง ๆ กรรมอะไรของผมเช่นนี้ ทุก ๆ ภาพนั้นคือหญิงที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารเมื่อกี้ทั้งนั้น
เจ้าคุณฉวยมือผมออกจากห้องนั้นไปทันที ไปอีกห้องหนึ่ง หัวใจผมไม่อยู่กับตัวเสียแล้ว บัดนี้ลมออกหูดังวิด หมดความบังคับตัวเอง ตัวเหมือนไม่ใช่ตัว ถูกจูงไปเหมือนคนถูกเข็นไป ไม่มีความรู้สึกว่าเท้าเดินไปหรือลากไป ห้องใหม่ก็มีศพอีก ผมอยากจะร้องว่า ได้โปรดเถิดใต้เท้า ผมจะตายอยู่แล้ว แต่ร้องไม่ออก ไม่รู้ว่าเสียงหายไปไหนหมด
เจ้าคุณหยุดนั่งในห้องนั้นอีก และชี้ให้ผมดูภาพที่อยู่ในกรอบทอง พอดูปราดเดียว ผมก็ร้องออกมาด้วยความกลัวสุดขีด
"คุณพ่อคุณแม่ช่วยด้วย ลูกถึงขั้นสุดแล้ว ช่วยด้วย-ช่วยด้วย !" ภาพนั้นก็คือภาพของตัวเจ้าคุณนั่นเอง ผมเซไปติดผนังอีกด้านหนึ่ง เจ้าคุณนั่งหันหลังให้ นิ่งราวกับรูปปั้น แต่บัดนั้นร่างเจ้าคุณได้จางหายไป เหลือผ้าดำผืนหนึ่งแขวนอยู่ที่พนักเก้าอี้ ผมแผดร้องจนเสียงคับตึก โดยพุ่งตัวออกหน้าต่างกระจก เป็นตายไม่นึกถึงแล้ว หน้าต่างกระจกทานไม่ได้แตกโครม ตัวผมร่วงไปบนกันสาดข้างนอก แล้วกระท้อนร่วงไปลงน้ำทางบ้าน<noinclude></noinclude>
8dj5s0obv6tlx1nn1oxnb6o0h3o2zuu
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/120
250
88948
294901
287824
2026-08-07T05:44:30Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294901
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๘}}</noinclude>ติดกัน แล้วผมก็หมดสติ
เหตุการณ์ต่อมาเป็นดังนี้คือ คนทำสวนสองคนในบ้านโน้นได้ยินเสียงผมร้องให้ช่วย เขาก็มายืนดูกัน และก็ไม่เห็นอะไร เห็นแต่หน้าต่างกระจกนั้นดำมืดอยู่ธรรมดาที่เคยเห็น แล้วก็มีร่างของผมพุ่งออกมาและหล่นลงน้ำ เขาทั้งสองงงงันอยู่เป็นครู่ เมื่อเห็นผมจะจมน้ำตายในคูบัวนั้น เขาทั้งสองจึงช่วยกันฉวยข้อมือผมดึงขึ้นมา คนในบ้านนั้นอีกหลายคนได้ช่วยแก้ไขจนผมฟื้นตัว
ผมได้พยายามเล่าความให้ฟังตั้งแต่ต้น ทุกคนตาโพลง แล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นดูไปทางตึกนั้นอย่างเสียวสยอง ผู้หนึ่งในจำนวนที่ล้อมผมอยู่เล่าว่า ท่านเจ้าคุณผู้เป็นเจ้าบ้านตายเสียสามเดือนมาแล้ว ทั้งลูกเต้าและเมียเก่าตายมาก่อน ก็เก็บศพไว้ทั้งนั้น พอท่านตาย เมียน้อยทนอยู่บ้านที่เก็บศพไว้เป็นสุสานไม่ไหว จึงพากันย้ายไปพักที่อื่น บ้านปิดประตูลั่นกุญแจไว้นานแล้ว ตั้งใจจะรวมกันเผาในปีหน้า
ในที่สุดผมจึงรู้ว่าผมเข้าบ้านผิด บ้านที่ผมจะมาสมัครงานนั้น ที่แท้ก็คือบ้านที่ร่วงหน้าต่างลงมานี่แหละ หลงเข้าบ้านผิดเพราะดูป้ายชื่อไม่ทั่ว ชื่อเจ้าบ้านเหมือนกัน แต่สร้อยนั้นผิดกัน ดูแต่ชื่อแล้วก็มั่นใจว่าใช่ จึงต้องเป็นเลขานุการผีจนแทบเอาตัวไม่รอด อยู่ ๆ แส่เข้าไปหากรรมเองแท้ ๆ<noinclude></noinclude>
dhsqp2x6t1b130jpg55vn0ixzjvb0ge
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/121
250
88949
294902
287825
2026-08-07T05:46:23Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294902
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๙}}</noinclude>เนื้อมันหวานกลมกล่อม
เรื่องนี้ได้บันทึกจากปากคำที่เล่าเหตุการณ์ของนายมุต ชาวอิสลามตำบลคลองตัน ผู้มีอาชีพหาปลาค้าขายในคลองนั้นตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ได้บรรยายเหตุการณ์ของภูตผีปีศาจให้ผู้ซื้อปลาของเขาฟัง
ณ ริมคลองด้านหนึ่งของตำบลคลองตัน มีเรือยนต์ลำหนึ่งเป็นเรือส่วนตัวของนักท่องเที่ยวหาความสุขทางลำน้ำ และมีเรือสำปั้นหาปลาลำหนึ่งจอดเทียบเรือยนต์อยู่ เป็นการซื้อขายปลาที่หามาได้
"ปลาคลองนี้ชุมนะลุงนะ" หญิงสาววัยยี่สิบกว่า ท่าทางทะมัดทะแมง เป็นแม่ครัว
"พอมีครับ" นายมุต ชาวอิสลามผู้เฒ่า ตอบอย่างอารมณ์ดี<noinclude></noinclude>
ezahd657w2p8epd5hdew23yce5a1sfz
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/123
250
88950
294904
287826
2026-08-07T05:48:05Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294904
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๑}}</noinclude>"งั้นอย่าแพงนะลุงนะ" แม่หญิงสาวใหญ่ รูปร่างสวย ย้อนรอยเข้าต่อตามราคาทีเล่นทีจริง
"นั่นแน่ คุณลมัยย้อนรอยลุงเข้าแล้ว" ชายหนุ่มอายุไล่เลี่ยกับแม่สาวพูดให้ขบขัน คนในเรือยนต์ก็พลอยหัวเราะไปด้วย เพราะต่างมองดูการซื้อปลาของคุณลมัย
"กว่าจะได้มาก็แย่เหมือนกัน" ผู้เฒ่าขายปลาพูดและหัวเราะ "ถ้าลงมือหาตั้งแต่พลบค่ำ ลงเบ็ดราวไป และตอนเช้ามืดมาทอดแหอีกทีหนึ่ง ก็ได้พะเรอละครับ แต่นี่ผมทอดแหเอาตอนเช้านี่เอง"
"อ้าว! ทำไมไม่ลงเบ็ดราวตอนกลางคืนด้วยล่ะลุง" ชายหนุ่มนั้นถาม
"โอย ไม่ไหวแล้วครับ แก่แล้วอดนอนไม่ไหว เมื่อหนุ่ม ๆ ซิครับ ผมหาจริง เดี๋ยวนี้หาพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องสองคนตายายเท่านั้น" นายมุตพูดแล้วหันมองหญิงชราอีกคนที่เป็นผู้พายเรือ ตัวแกแก่แล้วแต่ยังสามารถทอดแหได้
"ทอดแหกลางคืนได้ไหมลุง" คุณลมัยถาม
"ตาหูไม่ดีครับ และไม่มีใครทอดกัน เพราะมองปลาผุดและพรายน้ำไม่เห็น ก็ไม่รู้ว่าปลาชักกลุ่มที่ไหนบ้าง ตอนเช้าละมันเห็นดีกว่า โอ้ย! คุณเอ๋ย ผมหาปลามาแต่สมัยหนุ่มต้องระวังตัวแจเลย จระเข้มันมีด้วยนี่ครับคลองนี้" นายมุตพูดแล้วชี้มือปราดไปตามคลอง
"เอ๊ะ จระเข้มีหรือคะลุง" คุณลมัยรีบถาม
"เดี๋ยวนี้ไม่มีหรอกครับ" ผู้เฒ่าตอบ "มันหายไปหมดแล้ว อาบน้ำอาบท่าได้สบาย ลอยคอตลอดคลองก็ไม่เป็นไร แต่ก่อนโน้นไม่ได้ครับ โอ๊ย! ทั้งสัตว์ในน้ำ และผีสางตามท้องน้ำก็เกะกะหลอกคนหาปลาเสียจริง ๆ แทบไม่เว้นแต่ละราย"
พวกคนฟังหนุ่ม ๆ สาว ๆ หัวสมัยใหม่หัวเราะกันครืน พูดเรื่องผีดูเป็นการขบขัน
"ถ้าจะโดนพวกเดียวกันหลอกน่ะซีลุง" คุณลมัยว่า "เพราะเกรงจะแย่งหากิน"
"อย่างนี้ก็เห็นจะมีมั่งละครับ แต่ผมเองน่ะโดนจริง ๆ ไม่ใช่คนหลอกเลย เวลานั้นผมยังไม่ได้กับยายเลย ยังหนุ่มอยู่ คลองนี้แหละครับ<noinclude></noinclude>
25fa5qsxkemnhnuuhrplx7yhucysmd2
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/124
250
88951
294905
287827
2026-08-07T05:49:34Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294905
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๒}}</noinclude>ผมโดนหลายหน ผมฟันเสียเต็มเหนี่ยว แต๋โดนเรือเราเองยับไป" ผู้เฒ่าเล่า
มีการหัวเราะกันอีก ที่ตอนว่า ฟันเรือของตัวเองโดยไม่ถูกตัวผี
"แหม! คุณลุงช่วยเล่าให้ฟังหน่อยเถอะ อยากฟังจัง กาแฟมีนะลุง-ป้า ฉันชงแล้ว" ชายหนุ่มอีกคนพูดขอร้อง และหันไปทางเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งและพูดว่า
"ณรงค์! รินกาแฟสองถ้วยเถอะ ให้ลุงกะป้าแกดื่ม"
คนในเรือยนต์ก็เฮรวมกันมากราบเดียวหมด ลุงมุตเห็นท่าจะหลีกเลี่ยงการเล่าเรื่องผีไม่พ้น ก็หัวเราะอย่างจำใจ
"เอาเถอะลุง" คุณลมัยว่า "กุ้งฉันจะซื้อหมด สำหรับปลาก็เอาบ้างพอดู ซื้อไปแจกกันกิน เล่าเรื่องเลยลุง ไม่ต้องห่วงการขายละ"
ลุงมุตและเมียยิ้มอย่างโล่งใจและสบายใจ
"เอาอีตอนที่ผมยังหนุ่มและลงเบ็ดราวนะครับ" แกว่า
"เอาเลยลุง ฉันชอบฟัง" คุณลมัยพูดและขยับเข้าใกล้
"วันนั้น ลูกค้าผม ชาวบ้านนี่แหละครับ เขาจะทำบุญกัน เขาก็ว่าปลาผมไว้แต่หัวค่ำ ตกลงว่าตอนเช้าเป็นส่งปลาและกุ้งให้เขาทัน ผมจัดแจงเอาสวิงช้อนลูกกุ้งฝอยไว้แยะ เป็นเหยื่อเกี่ยวเบ็ด" แกลงมือเริ่มเรื่อง
"เอ๊ะ ใช้เหยื่อลูกกุ้งเรอะลุง" ชายหนุ่มหนึ่งถามและส่งกาแฟให้สองถ้วย
"ครับ นักหาปลาก็ต้องอัฐยายซื้อขนมยายครับ" ลุงมุตรับกาแฟไปจิบและส่งให้เมียอีกแก้ว แกซดกาแฟร้อนแล้วกระแอมนิดหน่อย
"การลงเบ็ดราวของผม ผมชอบวางทุ่นลอยเป็นแถว และทุ่นนั้นมีกระดิ่งไม้ไผ่ ก็เกราะนี่แหละครับ เวลาปลากิน เกราะมันจะรัวโกร๋งเกร๋ง เราก็รู้ว่าปลากินเบ็ดมากและน้อยตามเสียงเกราะ ถ้าน้อยเกราะก็ดังน้อย ถ้าลงเกราะดังกราวไปหมดละครับ เที่ยวนั้นหลายตัวนัก ผมวางเบ็ดตั้งแต่เย็นโพล้เพล้ ตั้งแต่หัวสุเหร่าโน่น ไปจนสุดท้ายบ้านโน้นลิบ ๆ" หยุดจิบกาแฟ
"พอตกค่ำเท่านั้นแหละครับ เกราะรัวแล้วซี ผมถอยเรือออกจากตลิ่ง ลงมือกู้เบ็ด แต่ไม่มีปลาติดเลยสักตัวครับ ผมแปลกใจ แต่เหยื่อถูกปลากินไปหมด ผมโทษเจ้าเกราะของผมเองว่ามันหลอกลวงผม มันถูกลม<noinclude></noinclude>
tewhmifknqzmfevzgybw8lhh9s8fyv2
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/125
250
88952
294906
287828
2026-08-07T05:50:28Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294906
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๓}}</noinclude>พัดแรงก็รัวขึ้น แต่เอ๊ะ เหยื่อหมดนี่ครับ ปลาคงกินแล้วหลุดไป แต่ก็ประหลาด ทำไมหลุดหมดทั้งที่เบ็ดมีจำนวน ๕๐ ตัวน่าจะเหลือบ้างสักตัวสองตัว แต่ผมนึกไปมือก็เกี่ยวเหยื่อไป ตกลงวางเบ็ดไปอีก และก็เป็นไปดังนี้แหละครับ ถึงสามคราว กู้เปล่า ๆ ผมเดือดใจนัก หาปลามาตั้งแต่เด็กจนหนุ่มไม่เคยแพ้ปลาเลย"
"ถ้าจะโดนหลอกเข้าแล้ว ผีมันเขย่า" คุณลมัยว่า
"ไม่รู้ซีครับ ตอนนั้นผมไม่สงสัยอะไรเลย โทษว่าตัวเองช้าไป เกราะดังแล้วพายเรือเข้ากู้ช้าไป ปลาเลยหลุดหมด ผมด่าโชคของตัวเอง แต่ก็ทนทำการไปจนเกือบสามทุ่ม เอ! ทีนี้สิปลาติดแยะเชียวครับ ปลาค้าวโต ๆ ปลาเนื้ออ่อนใหญ่ ๆ ปลากดอีก ผมเวียนกู้เบ็ดเกี่ยวเหยื่ออย่างอ่อนใจ พอสี่ทุ่มก็ได้ปลาราว ๆ ร้อยกว่าตัวแล้วครับ พอส่งลูกค้าเขาแน่ละ แต่ในตอนหนึ่งที่กำลังเกี่ยวเหยื่ออยู่ ผมได้ยินเสียงแว่วจากท้องเรือที่ใส่ปลาไว้มันดังกร๊วบ ๆ คล้ายอะไรมันขบเคี้ยวอะไร ผมหันไปดูก็เห็นแต่ปลามันดิ้นอยู่ตามระเบียบของมัน"
"เสียงอะไร?" ชายคนหนึ่งถาม
"ไม่รู้ซีครับ" แกว่า "มันดังหลายหนครับ ผมเหลียวไปก็ไม่มีอะไร ผมพายเรือมาจอดริมตลิ่ง มันก็คงดังอีก กร๊วบ ๆ กร๊วบ ๆ ผมจึงหยิบตะเกียงส่องดู เอ๊ะ! ปลาตัวเล็ก ๆ หายไปตั้งหลายตัว มันมีปลาค้าวใหญ่อยู่ตัวหนึ่งมันดิ้นกระดิกตัวนิด ๆ และปากมันขยับ ๆ อยู่ ท้องมันกางเชียวครับ"
"ยังไงกัน อ้ายปลาค้าวจะกินปลาตัวเล็กหรือ?" คุณลมัยถามตาโพลง
"ไม่รู้ซีครับ ไม่เคยเห็นเลยตั้งแต่เกิดมา ปลามันท่าจะกินกันก็ต้องอยู่ในน้ำ ถึงจะกินกัน มันจะกินกันบกบกได้อย่างไร แต่เอ๊ะ! แล้วปลาเนื้ออ่อนตัวย่อม ๆ หายไปหลายตัว หรือว่ามันกระเสือกกระสนเข้าไปอยู่เสียใต้กระดาน พอนึกอย่างนี้แล้วก็หายข้องใจ และทั้งว่าอ้ายปลาค้าวมันนอนเฉย ๆ เป็นแต่ขยับเหงือกของมันหยุบหยับอย่างปลาธรรมดาที่ขึ้นบก ก็ระบายอากาศตามเรื่องของมัน ผมจึงวางตะเกียงไว้ พอเสียงเกราะดังอีก ผมก็ออกเรือไปกู้เบ็ดอีกตามเคย คราวนี้มันดังกร๊วบ ๆ อีก ผมรีบส่องไฟดู โอ! คุณครับ คราวนี้เห็นกับตาเลย" แกพูดแค่นี้ทำตาพอง<noinclude></noinclude>
lup8nosquxir0mtarcrjj9m43l6zmn1
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/126
250
88953
294907
287829
2026-08-07T06:05:45Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294907
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๔}}</noinclude>"อ้ายค้าวมันกำลังคาบปลาเนื้ออ่อนคาปากอยู่เลย แหม ผมโมโหจัง หยิบพายตีเสียนอนเงียบไปเลย โอ้โฮ มันร้ายจริงครับ ขึ้นอยู่บนบกแล้วก็ยังกินกันอีก" แกพูดอย่างน่าขัน แต่ไม่มีใครหัวเราะอย่างแรก ๆ
"แล้วไงอีกลุง" ชายหนุ่มถาม
"พอผมเห็นมันตายผมก็ถอนใจ ผมก็ทำงานของผม คราวนี้ได้อ้ายช่อนบ้าง ปลาแมลงภู่บ้าง ปลากรายบ้าง ผมหายเสียดายปลาเนื้ออ่อน ทำการเกี่ยวเหยื่ออีกตามเคย เกี่ยวแล้วถอยเรือเลื่อนไปอีกทุ่นหนึ่ง ผมลงทุ่นลอยติดเกราะไว้ถึงห้าทุ่น ขณะที่ผมยกพายจุ่มน้ำแรงไปหน่อย เจ้าปลาค้าวตัวใหญ่ตัวหนึ่งตกใจพุ่งขึ้นจากน้ำข้ามหัวผม แล้วตัวมันก็ตกลงก้นท้องเรือรวมกับปลาอื่น ๆ ผมส่องไฟดู โอ้โฮมันใหญ่เอาการ แต่ชาวบ้านนี้เขาถือว่าปลาตกใจอย่าเอามันเลย ควรปล่อยไปเสียดีกว่า ผมเลยตกลงใจจับมันปล่อยน้ำไป"
"แล้วกัน!" คุณลมัยร้องเบา ๆ "ทำไม ถืออะไรกัน โดดขึ้นมาก็เป็นลาภของเรา"
"ชาวบ้านนี้เขาถือกันว่า มันจะทำให้ลาภเสีย" แกว่า
"พิลึก" คุณลมัยบ่น "เป็นฉัน ฉันไม่ยอม ปลาก็ได้เยอะแล้ว จะกลัวหมดลาภอะไรอีก"
"ผมก็นึกอย่างคุณแหละครับ แต่ยังไงรีบปล่อยไปก็ไม่ทราบ" แกหัวเราะ "แต่ว่า เอาอีกแล้วสิคุณ เสียงกร๊วบ ๆ ดังอีก ผมรีบจับตะเกียงและเปิดกระดานเรือบางตอนดู เผื่อว่าจะมีปลาค้าวตัวโตอื่น ๆ มากินปลาอีก แต่ก็ไม่มีอะไร" แกยกกาแฟดื่มรวดเดียวหมดแก้ว แล้วพูดต่อ
"ผมชักรำคาญใจ เห็นว่าได้พอแล้วก็เก็บเบ็ด เอาทุ่นขึ้น รวบเบ็ดเก็บ ปลาที่ติดเบ็ดก็ปลดลงท้องเรือไป พอเก็บอะไรหมดแล้ว ผมก็ปล่อยให้เรือลอย มวนบุหรี่ตองแห้งสูบให้สบายใจ อ้อ! ผมลืมบอกไปว่า ตามธรรมเนียมการหาปลา เราทำการกู้เบ็ดปลดเบ็ด เราจะต้องนั่งพายอยู่ตอนหัวเรือ ใช้พายของเราที่ชำนาญคัดวาดคล้าย ๆ มีคนถือท้ายอีกคนหนึ่ง ถ้าเราพายตอนท้ายอย่างเรือธรรมดา เราทำการปลดปลาเกี่ยวเหยื่อไม่ถนัดครับ หัวเรือมันจะเบนซ้ายขวา เราทำการไม่สะดวก จึงต้องพายทางหัวเรือ วิธีอย่างนี้พวกหาปลาพายเป็นและคล่องกันทุกคนครับ" แกพูดไปมวนบุหรี่ไป<noinclude></noinclude>
d8zo5yutvtyfxlt2bsrit05o56rv55r
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/127
250
88954
294908
287831
2026-08-07T06:07:18Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294908
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๕}}</noinclude>"เอาอย่างนี้ไหมลุง?" ชายคนหนึ่งถามและชูซองบุหรี่ซิกาแรตให้ดู
"โอ ขอบใจครับ อย่างผมสูบไม่ถึงใจครับ" แกปฏิเสธแล้วพูดไป "อีตอนผมพายกลับบ้านก็เลยพายอยู่ทางหัวนั่นแหละครับ ขี้เกียจกลับลำ เสียงดังกร๊วบ ๆ ก็มีมาอีก แต่ผมคร้านจะเหลียวดู คิดว่า ประเดี๋ยวก็ถึงบ้าน พบตัวไหนกินอีกก็สังหารให้ตายเสีย ก็หมดเรื่องไป ผมพายฝ่าความมืดไป หลีกกอสวะบ้างเป็นตอน ๆ ตาคอยระวังอ้ายเข้อยู่เหมือนกัน เคราะห์หามยามร้าย พายไปเกยมันเข้า ถ้ามันขึ้นมาลอยอยู่ก็ลำบาก ผมคลำดาบดูเห็นเรียบร้อยก็สบายใจ เจอะเข้าก็ขอฟันให้จั๋งหนับละ เข้เป็นเข้ซิ มัวเกรงมันก็หากินไม่ได้ ในคลองนี้ไม่มีใครทานผมหรอกครับเรื่องหา คนอื่น ๆ พอดึกเข้าเขาก็ไม่เอา กลับบ้านกันหมด"
"ไม่มีใครหาปลาเจอะกันนักหรือลุง" คุณลมัยถาม
"อ๋อ อยู่กันคนละเขตครับ เขตใครเขตใคร เขารู้ว่าเราอยู่ทางนี้ เขาก็ไม่มาลงซ้ำที่กัน นี่คุณครับ ในระหว่างที่ผมพายกลับน่ะ มันมีเสียงประหลาดเกิดขึ้น มันเป็นเสียงคนพูดแว่ว ๆ ว่า "เนื้อมันหวานกลมกล่อม" ผมหันขวับดูรอบทิศ มันมืดมาก ไม่เห็นมีเรือแพ ใครจะออกที่ใดบ้างก็ไม่รู้ ผมก็พายมาเรื่อย ๆ อีกประเดี๋ยวก็จะถึงบ้านอยู่แล้ว เสียงนั้นก็ดังอีกและดังอยู่ข้างหลังผม คล้าย ๆ จะเป็นในเรือเราตอนท้ายนั่นเอง ...เนื้อมันหวานกลมกล่อม ผมหันหน้าอย่างเร็ว ตะเกียงปรกติวางไว้เบื้องหลังเพื่อ ไม่ให้ตาพร่าเมื่อเวลาพายเรือ พอผมเหลียวไปก็พบเจ้าของเสียงเชียวครับ มันเป็นใครไม่รู้มาอยู่ในเรือผม กำลังถือปลาอยู่ในมือ เราจังหน้ากัน อ้ายคนนั้นยิ้มเก้อ ๆ และพูดว่าเนื้อมันหวาน ผมใจหายวูบเลย ไม่ฟังแล้วทีนี้ ผมคว้าดาบได้ทิ้งพายโดดเข้าฟันเต็มเหนี่ยว อ้ายนั่นโผจากเรือผมไปคล้ายบินได้อย่างนก ผมสับเอาเรือผมเองเบ้อไปเลย ผมเสียวไปทั้งตัว รู้สึกว่าหัวโตเท่ากระบุง จะร้องให้ใครช่วยก็ไม่มี สองข้างคลองเขานอนกันหมด บ้านห่าง ๆ กันมีแต่ป่ากับทุ่งโล่ง ผมจ้ำไม่คิดชีวิตเลยครับ นั่งพายอยู่ทางหัวเรือวิ่งอู้เลย"
"โอย แย่! แล้วทำอย่างไร?" ชายหนุ่มถาม
"ผมเข้าคูบ้านแล้วเอะอะเรียกคนบนบ้าน พอเขาตื่นมา ผมค่อย<noinclude></noinclude>
jdabewol4prdkwrnkljvmarg2zp77cp
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/128
250
88955
294909
287832
2026-08-07T06:08:15Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
294909
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๖}}</noinclude>ใจชื้น บังเอิญที่บ้านผมเขาไม่ค่อยนอนกันในบ้าน นอนกันตามชานเรือนบ้าง ตามโรงข้าวบ้าง ผมเล่าให้เขาฟังปากคอสั่น โอย โดนอย่างนี้แย่เลย"
"แล้วเรื่องปลาล่ะอยู่บ้างไหม?" คุณลมัยถาม
"ก็อยู่บ้างครับ" แกตอบและโคลงหัว "เคราะห์ร้ายครับ พอรุ่งเช้าผมเอาไปให้บ้านที่เขาว่าไว้ และเล่าเรื่องโดนผีหลอกให้เขาฟัง เขาเลยไม่ซื้อปลาผมครับ"
"อ้าว! ทำไม?" ชายหนุ่มถามเกือบพร้อม ๆ กัน
"เขาว่าปลาเหลือจากผีกินแล้ว เขาก็ไม่เอา เวรกรรมจริงครับ ผมหมดกำลังใจเลย กลับไปบอกพวกบ้านให้เขาพายไปขายที่ตลาด จึงได้เงินมา"
พวกในเรือยนต์ถอนใจกันเสียงเฮือกไปหมด
"ชีวิตของคนหาปลาคนเดียวกลางดึกก็น่าเห็นใจอย่างที่เล่า" คุณลมัยพูดแล้วหันหน้ามองกุ้งปลา "กุ้งฉันเหมาหมด แต่ปลานั่น ขอปลาช่อนและปลาเนื้ออ่อน นอกนั้นลุงไปขายต่อเถิด"
เมื่อมีการนับตัวปลาและตกลงราคา จ่ายเงินจ่ายทองกันแล้ว ก็ต่างผละจากกัน
"วันหลังพบกันอีกนะลุง" ชายหนุ่มว่าแล้วก็สั่งคนเรือให้เดินเครื่องเพื่อจะเดินทางเที่ยวกันรอนแรมต่อไปอีกข้างหน้า<noinclude></noinclude>
egez1gxtk7kqf2bxxatlmssvite321e
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/7
250
90056
294911
292139
2026-08-07T09:02:11Z
สีทราย
11827
294911
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๘}}</noinclude>คำนิยม
ครูเหมเขียนเรื่องผีเรื่องแรก ชื่อเรื่อง "ผี!" ตีพิมพ์ในหนังสือเพลินจิตต์ รายเดือน เล่ม ๑ ออกวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๗๖ และคงจะได้รับความนิยม จึงเขียนต่อเนื่องเรื่อยมาตามวิสัยผู้ทำงานด้านนี้ที่ไม่มีใครปฏิเสธความต้องการของผู้อ่านได้ลงคอ
ต่อมา เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ เรื่อง "ผี!" ที่ว่านั้นจึงเป็นหนึ่งในสิบ "รวมเรื่องผีขนาดสั้นของ เหม ทั้งเก่า-ใหม่" ในรูปเล่มขนาดพ็อกเกตบุ๊ก (๑๖ หน้ายกเล็ก) ชื่อหนังสือ ผี !! คณะเพลินจิตต์ จัดพิมพ์ หนา ๒๓๒ หน้า ราคา ๒๐ สตางค์
จากการเสาะหามาอ่านแล้วบันทึกไว้ พบว่าเรื่องผีของครูเหมมีอยู่ ๑๐๘ เรื่อง และเชื่อว่าน่าจะยังมีหลงหูหลงตาอยู่อีก ก่อนหน้าหรือแม้ในช่วงเวลาเดียวกันกับครูเหมจะมีใครเขียนนิยายผีหรือไม่ เชื่อว่าน่าจะมี แต่ที่ติดตาตรึงใจผู้อ่านอย่างยิ่งเห็นจะไม่มี ดูได้จากเรื่องผีของครูเหมที่มีผู้พิมพ์จำหน่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าแทบมิได้ขาดตลาดจนแม้ในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงการได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องตลอดมา ซึ่งเป็นความนิยมที่ออกจะแปลกประหลาดเอาการอยู่ เพราะท่านผู้สร้างสรรค์ผลงานได้วายชนม์ไปเกือบ ๔๐ ปีแล้ว
อะไรเป็นเหตุให้เรื่องผีของครูเหมได้รับความนิยมเรื่อยมา?
จากการอ่านอย่างวิเคราะห์ ทำให้ได้เนื้อหาที่พอจะหยิบยกมาคุยกันตรงนี้ ในฐานะเพื่อนนักอ่านคอเดียวกัน
ประการแรกก็คือ เรื่องผีของครูเหมมีบรรยากาศเป็นไทยแท้ เห็นได้จากการพรรณนาถึงห้องหับ อาคารบ้านเรือน วัดวาอาราม ถนนหนทาง ตรอกซอย ตลอดจนการแต่งเนื้อแต่งตัวของผู้คนและบทสนทนาโต้ตอบ คนไทยสมัยนั้นเป็นอย่างไร ครูเหมถ่ายทอดออกมาได้อย่างหมดจด เป็นบรรยากาศไทยๆ อย่างชนิดที่เรียกว่า "ได้กลิ่น" ทีเดียว<noinclude></noinclude>
1vaifquajmzls3sjd0zhuxn5a4i5hkz
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/22
250
90955
294910
294884
2026-08-07T08:54:36Z
สีทราย
11827
294910
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๓}}</noinclude> "นั่นน่ะซีครับ พอรุ่งขึ้นผมเลยลำเลียงเสื้อผ้าย้ายมาอยู่กับพ่อผม พวกบ้านเมียผมชักจะไม่ยอมให้ผมย้าย อ้างว่าถึงเมียตายไปแล้วก็คงอยู่ได้ดังเดิม คิดเป็นญาติกันก็แล้วกัน ผมจึงให้เหตุผลว่า ก็ทุกๆ คนเห็นอยู่แล้ว ว่าถ้าผมยังคงอยู่บ้านเก่า แม่น้อยก็จะเวียนมาหา เท่ากับผมเป็นต้นเหตุพาผีสางให้ดุและคะนองร้าย หากผมย้ายไปแล้ว แม่น้อยก็จะตามผมไป ดีกว่าจะให้มายุ่งยากที่บ้านนี้ เมื่อทุกคนเห็นด้วย ผมก็เลยย้ายบ้านได้เลย ความจริงแล้วผมควรย้าย เพราะบ้านนั้นผมไปสร้างไปทำให้เมื่อไหร่ บ้านของพ่อตาแม่ยายเขา เมียตายแล้วยังขืนจมอยู่กับเขา จะดีรึ" นายแจ้งว่าอย่างยืดยาว
"พอคุณย้ายมาอยู่กับบิดาคุณแล้ว ภรรยาคุณไม่ตามมาอีกหรือครับ" อีกคนหนึ่งยังสนใจไม่ยอมเลิก
"ตามซิครับ แต่ผมมั่นใจว่า บ้านพ่อผมก็มีผีเรือนอยู่แล้ว ย่อมจะเข้าบ้านไม่ได้แน่ แต่กระนั้นก็ตาม ผมก็แย่อยู่อย่างเดิม แม่น้อยเข้าบ้านไม่ได้ก็จริง แต่แกใช้เดินตามผมเวลากลับบ้าน ผมต้องทนสะดุ้งสะเทือนตลอดเวลา ผมต้องเลิกการดื่มเหล้ากับเพื่อนที่อื่นชั่วคราว ใช้ซื้อเหล้าไปดื่มที่บ้านกับพ่อ แต่นั่นแหละคุณเอ๋ย หนทางเดินของชาวฝั่งธนฯ มันก็เป็นสวนทั้งนั้น ไม่ใช่ถนนหรือตลาดอย่างฝั่งพระนคร พอเข้าทางเงียบห่างบ้านคน แม่น้อยก็ตามหลังผมอีก หมูหมาหอนกันเกรียวกรู บางคนเดินสวนทางกับผม เขาคงเห็นแม่น้อยเดินตามหลังผม เขาตาเหลือกหันกลับหลัง วิ่งแน่วเลย ผมเองเลยวิ่งตามไปบ้าง ปอดมันลอยครับ ใจว่าจะไม่กลัว แต่เท้ามันวิ่ง โอย! คุณเอ๋ย ผมแย่อยู่นานครับ ตอนหน้าฝนนะคุณ กลางคืนฝนตกพรำ ใจผมมันเกิดรู้สึกห่วงใครคิดถึงใครก็บอกไม่ถูก คิดไปว่าหรือใครจะมาหาผมแต่บังเอิญฝนตกใหญ่ คงติดฝนยืนบังร่มชายคาบ้านใครใกล้ๆ คอยฝนซา ใจผมเองกระวนกระวายไป แล้วก็เผลอตัวเปิดหน้าต่างมองออกไปทั้งๆ อากาศมืดและหนาวเย็น พอดีฟ้าแลบปล้าบสว่างจ้า แม่น้อยก็ยืนเอาผ้าคลุมหัวตากฝนอยู่ที่ทางเข้าบ้านจริง ผมตกใจถึงกับกระชากหน้าต่างปิด" นายแจ้งหยุดพูดพร้อมกับส่ายหน้า
"เอ๊ะ! เดี๋ยวนี้ยังเป็นอย่างนั้นอยู่อีกหรือครับ?" คนหนึ่งถาม<noinclude></noinclude>
8ob7jrg9ddmyps3km1axngb6jbqi8ug
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/108
250
90956
294889
2026-08-07T05:09:40Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย ""
294889
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="วรุฒ หิ่มสาใจ" />{{หสล|๑๐๖}}</noinclude><noinclude></noinclude>
0em8d65upl26my9egb67scoxutncabi
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/122
250
90957
294903
2026-08-07T05:46:44Z
วรุฒ หิ่มสาใจ
4101
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย ""
294903
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="วรุฒ หิ่มสาใจ" />{{หสล|๑๒๐}}</noinclude><noinclude></noinclude>
i3dhys42g7fjdhljx1vpzsjqzatxeir