วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.14
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
หน้า:ไทยสถาปนากษัตริย์เขมร - สนร - ๒๕๐๕.pdf/68
250
60964
294913
201476
2026-08-09T12:23:17Z
Librovore
10939
294913
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Asembleo" />{{ก|๕๓}}</noinclude>เชลยศักดิ์มารักษาพยาบาล อาการพระยาอภัยภูเบศประทังอยู่ ข้าพระพุทธเจ้า หลวงนิกรจำนงค์ หลวงเสนีย์พิทักษ์ หลวงไตรเทพ ได้เชิญศุภอักษรตราสองฉบับวางต่อพระยาณรงค์เรืองฤทธิ์สิทธิสงคราม ปลัด กรมการ เมืองพระตะบอง ๆ ทราบความตามท้องตราซึ่งโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมออกไปทุกประการแล้ว แล้วข้าพระพุทธเจ้า กับหลวงนิกรจำนงค์ หลวงเสนีย์พิทักษ์ หลวงไตรเทพ ข้าหลวง พระยาณรงค์เรืองฤทธิ์สิทธิสงคราม ปลัด กรมการ เมืองพระตะบอง พร้อมกันแต่งให้พระพิพิทธราชา กรมการเมืองพระตะบอง นายไพร่สิบคน เชิญศุภอักษร กับคุมเอาสำเนาหนังสือฝรั่งสี่ฉบับ ดินดำยี่สิบหีบหนักห้าหาบ กระสุนแตกสามนิ้วสี่นิ้วห้านิ้วสามสิบหกกระสุน กระสุนไฟสิบสองกระสุน ดีบุกหนักาบหนึ่ง ดินประสิวห่อหนึ่ง แร่ดินประสิวชลอมหนึ่ง ชนวนแก๊ปพันหนึ่ง ออกไปยังองค์พระหริรักษารามมหาอิศราธิบดี ณ เมืองอุดงมีไชย แล้วให้พระพิพิทธราชาสืบฟังราชการทางเมืองอุดงมีไชยมาด้วย พระพิพิทธราชา นายไพร่ ได้ออกไปจากเมืองพระตะบอง ณ วันพฤหัส เดือนสิบ ขึ้นสิบค่ำ ปีวอก โท{{ศปร|๑|๐}} ครั้น ณ วันเดือบสิบ แรมสี่ค่ำห้าค่ำหกค่ำ อาการพระยาอภัยภูเบศให้ร้อนในอก สอึกเป็นกำลัง ณ วันศุกร เดือนสิบ แรมเจ็ดค่ำ เพลาเช้า สี่โมงเศษ พระยาอภัยภูเบศถึงแก่อนิจกรรม พระคทาธรธรณินทร์<ref>ชื่อ เยีย อภัยวงศ์ ผู้นี้เป็นบุตรเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (แบน) ต่อมาเป็นเจ้าพระยาคทาธรธรณินทร์</ref> ผู้ช่วย บุตร หลาน กรมการ และญาติพี่น้อง ได้ทำหีบใส่ศพพระยาอภัยภูเบศ นิมนต์พระสงฆ์สวดพระอภิธรรมอยู่ทุกวัน ข้าพระพุทธเจ้า หลวงนิกรจำนงค์ หลวงเสนีย์พิทักษ์ หลวงไตรเทพ กับพระยาณรงค์เรืองฤทธิ์สิทธิสงคราม ปลัด พระคทาธรธรณินทร์ ผู้ช่วย กรมการ ได้ตรวจดูฉางข้าว กับปืนใหญ่ ปืนคาบศิลา{{วว}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}</noinclude>
h5qk6bwv0lfsprb9rewop1btk0on9dz
294914
294913
2026-08-09T12:23:32Z
Librovore
10939
294914
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Asembleo" />{{ก|๕๓}}</noinclude>เชลยศักดิ์มารักษาพยาบาล อาการพระยาอภัยภูเบศประทังอยู่ ข้าพระพุทธเจ้า หลวงนิกรจำนงค์ หลวงเสนีย์พิทักษ์ หลวงไตรเทพ ได้เชิญศุภอักษรตราสองฉบับวางต่อพระยาณรงค์เรืองฤทธิ์สิทธิสงคราม ปลัด กรมการ เมืองพระตะบอง ๆ ทราบความตามท้องตราซึ่งโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมออกไปทุกประการแล้ว แล้วข้าพระพุทธเจ้า กับหลวงนิกรจำนงค์ หลวงเสนีย์พิทักษ์ หลวงไตรเทพ ข้าหลวง พระยาณรงค์เรืองฤทธิ์สิทธิสงคราม ปลัด กรมการ เมืองพระตะบอง พร้อมกันแต่งให้พระพิพิทธราชา กรมการเมืองพระตะบอง นายไพร่สิบคน เชิญศุภอักษร กับคุมเอาสำเนาหนังสือฝรั่งสี่ฉบับ ดินดำยี่สิบหีบหนักห้าหาบ กระสุนแตกสามนิ้วสี่นิ้วห้านิ้วสามสิบหกกระสุน กระสุนไฟสิบสองกระสุน ดีบุกหนักหาบหนึ่ง ดินประสิวห่อหนึ่ง แร่ดินประสิวชลอมหนึ่ง ชนวนแก๊ปพันหนึ่ง ออกไปยังองค์พระหริรักษารามมหาอิศราธิบดี ณ เมืองอุดงมีไชย แล้วให้พระพิพิทธราชาสืบฟังราชการทางเมืองอุดงมีไชยมาด้วย พระพิพิทธราชา นายไพร่ ได้ออกไปจากเมืองพระตะบอง ณ วันพฤหัส เดือนสิบ ขึ้นสิบค่ำ ปีวอก โท{{ศปร|๑|๐}} ครั้น ณ วันเดือบสิบ แรมสี่ค่ำห้าค่ำหกค่ำ อาการพระยาอภัยภูเบศให้ร้อนในอก สอึกเป็นกำลัง ณ วันศุกร เดือนสิบ แรมเจ็ดค่ำ เพลาเช้า สี่โมงเศษ พระยาอภัยภูเบศถึงแก่อนิจกรรม พระคทาธรธรณินทร์<ref>ชื่อ เยีย อภัยวงศ์ ผู้นี้เป็นบุตรเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (แบน) ต่อมาเป็นเจ้าพระยาคทาธรธรณินทร์</ref> ผู้ช่วย บุตร หลาน กรมการ และญาติพี่น้อง ได้ทำหีบใส่ศพพระยาอภัยภูเบศ นิมนต์พระสงฆ์สวดพระอภิธรรมอยู่ทุกวัน ข้าพระพุทธเจ้า หลวงนิกรจำนงค์ หลวงเสนีย์พิทักษ์ หลวงไตรเทพ กับพระยาณรงค์เรืองฤทธิ์สิทธิสงคราม ปลัด พระคทาธรธรณินทร์ ผู้ช่วย กรมการ ได้ตรวจดูฉางข้าว กับปืนใหญ่ ปืนคาบศิลา{{วว}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}</noinclude>
nbrx03wu7m6ttcafyi9re5rfjhsa3ni
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/8
250
90057
294917
292140
2026-08-10T06:19:27Z
สีทราย
11827
294917
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๙}}</noinclude> กล่าวในด้านฉากของท้องเรื่อง ทุกสถานที่ในเรื่องผีของครูเหมล้วนมีจริง ส่วนเรื่องผีนั้นท่านจินตนาการของท่านเอง ไม่ว่าที่อำเภอบางบาล และในอีกหลายย่านของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, อำเภอท่าเรือของเมืองกาญจน์, หลายอำเภอในเมืองสุพรรณฯ, เขตชลประทานสมัยที่เรียกกรมทดน้ำที่จังหวัดสระบุรี ฯลฯ ครูเหมเคยได้ไปกินอยู่หลับนอน สัมผัสสภาพชีวิตและกลิ่นอายของท้องถิ่นยุคนั้น จึงบรรยายออกมาได้อย่างที่นักอ่านมองเห็นภาพทีเดียว
จากเรื่องผีของครูเหม ทำให้ได้รู้ว่าในอดีตเคยมีรถไฟวิ่งจากบางยี่ขันไปบางบัวทอง, ปากคลองตลาดเคยเป็นที่ตั้งห้างฝรั่ง ยามเย็นมีการบรรจุน้ำหอมลงขวดก่อนนำไปขาย ใครผ่านไปเป็นได้กลิ่นหอมฟุ้งทีเดียว, ส่วนคนรักสนุกก็ต้องไปเที่ยวโรงหวยที่สามยอด ใกล้ๆ กันคือสะพานเหล็กแดนแม่นกราตรี หลังสามทุ่มรถหมดก็นอนกันตามทางเท้าหน้าตึกแถวบริเวณสนามน้ำจืดหรือศาลาเฉลิมกรุงในปัจจุบันนั่นเอง และสภาพขลุกขลักทุลักทุเลของผู้คนยามกรุงเทพฯ แช่น้ำเป็นอย่างไร ล้วนถูกสอดใส่ไว้ในเรื่องผีของครูเหม
อีกประการหนึ่งก็คือ เรื่องผีของครูเหมไม่ใช่เรื่องผีโหดอำมหิตที่ไล่ล่าคร่าชีวิตผู้คนอย่างไร้เหตุผล ในจำนวนร้อยกว่าเรื่อง ที่เป็นผีพยาบาทตามล้างแค้นมีเพียงสองสามเรื่องเท่านั้น นอกนั้นเป็นเรื่องความห่วงหาอาทรของดวงวิญญาณที่มีความผูกพันกับชีวิตในโลกมนุษย์จนมิอาจตัดใจลาจากไปได้ง่ายๆ และบางเรื่องก็เป็นเรื่องรักระหว่างสองภพ ที่อ่านแล้วซาบซึ้งตรึงใจไม่น้อย
นอกจากนี้ สิ่งที่ครูเหมสอดแทรกไว้ในเรื่องผีของท่าน คือวัฒนธรรมประเพณีงานบุญของพื้นบ้านภาคกลาง ทั้งขั้นตอนพิธีการและลักษณะอาหารในงานแต่งงาน งานศพ ถูกบรรจุไว้อย่างถูกต้องและเป็นจริงตามยุคสมัย นี่ก็เป็นเสน่ห์อีกประการหนึ่ง
ที่สำคัญที่สุดคือภาพระกอบเรื่องซึ่งท่านเขียนเองด้วย ศิลปินแห่งชาติท่านหนึ่งถึงกับบอกว่า เรื่องผีของครูเหมนี่ แค่เห็นภาพประกอบก็ขนลุกเสียแล้ว และตราบจนปัจจุบันนี้ ยังไม่มีใครเขียนภาพประกอบเรื่องผีอย่างเข้าถึงบรรยากาศ ได้อารมณ์ลึกซึ้งเหมือนครูเหมเลย<noinclude></noinclude>
46bn96vinbzh49yl2hzeyxhm3dc9nve
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/13
250
90091
294918
291552
2026-08-10T06:34:06Z
สีทราย
11827
294918
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๔}}</noinclude>ก็น่ากลัว พูดง่ายๆ สมัยนั้นฝั่งธนบุรีไม่มีถนน มีแต่ตรอก แต่ก็เรียกว่าถนนหลวงเหมือนกัน การไปมาจึงไม่สะดวกเท่าทางเรือ กิจการทางเรือเมล์และเรือจ้างจึงเจริญนัก
ที่ท่าเรือเมล์ขาวพลาดพลู มีร้านผัดหมี่กรอบมีชื่ออยู่ร้านหนึ่ง อยู่ห้องแถวใกล้ทางขึ้นลงของท่าเรือ หมี่ร้านนี้มีฝีมือเป็นราชาแห่งกรุงธน ส่วนฝั่งกรุงเทพฯ นั้นมีหมี่อยู่หลายแห่งที่นักเลงรับประทานอาหารและคอสุราจะรู้จัก เช่น หมี่วัดมหรรณพ์ หมี่วัดโคก หมี่ตรอกข้าวสาร หมี่ตรอกถั่วงอก แต่ในสมัยนี้เลิกกิจการไปแล้วหลายแห่ง คงเหลือหมี่วัดมหรรณพ์ไว้แห่งเดียว
เป็นเรื่องน่าประหลาดนักที่หมี่ตลาดพลูยังคงรักษาตระกูลอยู่จนบัดนี้ ยังคงมีลูกค้าอยู่มากมาย ในสมัย ๔๐ กว่าปีโน้นก็มีร้านเหล้าโรงยาดองร้านหนึ่งอยู่ใกล้ๆ กับร้านหมี่ เป็นร้านของนายแจ้ง อายุประมาณ ๕๐ ปี มีสมาชิกชาวตลาดพลูและไม่ใช่ตลาดพลูปะปนกันอยู่มากมาย ตกเย็นจะเต็มไปด้วยคอสุรายาดอกง สั่งหมี่มาแกล้มบ้าง ที่เงินน้อยก็จะใช้แกล้มด้วยฝรั่งจิ้มพริกกับเกลือ มะยม มะขามสดจิ้มน้ำปลาหวาน กะปิหวาน มะดัน มะปราง สุดแต่หน้าไหนของสวนจะมีผลไม้อะไรชุกชุม นายแจ้งจะจัดเอามาให้แกล้มสุราเป็นของแถมเพื่อลูกค้าจะติดใจ
เย็นวันหนึ่ง ขณะที่เรือเมล์ขาวมาจากฝั่งกรุงเทพฯ เข้าเทียบท่า ผู้คนโดยสารก็ขึ้นจากเรือเดินผ่านสมาคมเหล้ายาไป บางคนก็แวะเข้าก๊งเสียบ้าง ที่ไม่ใช่คอสุราก็เลยไป ในจำนวนนั้นมีหญิงสาวใหญ่คนหนึ่งเดินผ่านไป เธอมีรูปร่างสวยเก๋ แต่งทองเต็มตัว มีผู้ชายหนุ่มใหญ่สองคนติดตาม พวกคอสุราสมาคมนายแจ้งก็มองตามดูเธอ และอีกคนหนึ่งก็เอ่ยปากอยู่ในพวกกันว่า
"อย่ามองเขาเล้ย! พวกเรา แม่ไม่เหลียวมาดูเราให้เสียสายตา แม่มีเงินยังกะอะไร ที่ทางเยอะแยะ ถ้าจะมีหวังก็เห็นจะต้องหาหมอเสน่ห์ดีดน้ำมันพรายนั่นแหละพอจะได้บ้าง ถ้าลำพังติดต่อเฉยๆ ก็อย่าหวังว่าแม่จะให้เราไปแตะกระดูกแก"
ขาดคำนายคนนี้ พวกทั้งหมดก็หัวเราะกันครืนใหญ่
"ใครนะ?" อีกคนถาม<noinclude></noinclude>
kipkk6lbcddki5l208ndh750usf1eff
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/14
250
90097
294919
292436
2026-08-10T07:47:29Z
สีทราย
11827
294919
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕}}</noinclude> "ผมเคยเห็นและรู้ หลักฐานเขาดี บ้านอยู่แถวโค้งรถไฟนี่แหละ แต่เธอน่ะไม่รู้จักผมแน่ เย็นเข้าก็ฟาดเหล้าทุกวัน ใครจะอยากรู้จักคนขี้เมา"
มีการหัวเราะกันอีกครั้งใหญ่
"ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่า น้ำมันพรายน่ะจะได้ผลแน่หรือ" ชายอีกคนพูดขึ้น "กลัวว่าชะดีชะร้ายไปป้ายแม่เข้า แม่จะหันมาด่าเอาน่ะซี"
"ผมเคยได้ยินว่ามีอาจารย์เก่งๆ เขาทำน้ำมันพรายได้ เก่งทางเสน่ห์" ชายอีกคนว่า "แต่สงสัยว่า น้ำมันพรายจริงๆ มันมิเหม็นอู้ไปหรือ มันจะเกิดเสน่ห์ได้อย่างไร"
"ผมว่ามันจะเป็นเพียงชื่อละกระมัง ที่แท้อาจจะเป็นน้ำมันหอมธรรมดา แต่เรียกชื่อให้มันขลังขึ้นว่าน้ำมันพราย"
"น้ำมันพรายจริงๆ ครับ อยากรู้ผมจะเล่าให้ฟัง" นายแจ้ง เจ้าของร้านเอ่ยขึ้น และก้มหน้าก้มตาตวงสุราในโหลให้ลูกค้า
"น้ำมันผีพรายนี้ มีเดชาทางไสยศาสตร์จริงๆ" นายแจ้งพูดต่อ "ผมรู้ว่าสมัยเก่า พระแสงดาบของกษัตริย์ไทยทุกรัชกาลจะต้องชุบด้วยน้ำมันพรายเพื่อมีเดชาประกาศิต พวกพระอาจารย์ใหญ่ๆ ทางอยุธยาจะเป็นผู้ทำพิธีชุบพระแสง น้ำที่จะใช้เกี่ยวกับพิธีนี้จะต้องใช้น้ำพิเศษ คือน้ำที่เกิดขึ้นเองในพระเศียรพระพุทธรูปวัดตูมอยุธยา" พอนายแจ้งพูดถึงพิธีการที่คนทั่วไปไม่เคยรู้ พวกคอสุราก็นิ่งฟังอย่างสนใจ
"แหม! วันนี้มีกุศลที่จะได้ฟังความรู้ โปรดกรุณาเลยครับ" ชายคนหนึ่งขอร้อง
"เดี๋ยวครับ เมื่อกี้พูดถึงน้ำในพระเศียรพระพุทธรูปวัดตูมน่ะ อย่างไรครับ" ชายหัวล้านดื่มเหล้ารวดเดียวหมดแล้วถามนายแจ้ง
"อ๋อ! พระพุทธรูปวัดตูมนั้นเขาสร้างตอนพระเศียรท่านให้ข้างในโปร่งเป็นเหมือนโถ มีฝาปิดเปิดได้ คือทำตอนเส้นพระเกศานั่นแหละครับเป็นฝาครอบ ถ้ามองห่างๆ ก็จะเห็นว่าพระเศียรพระเป็นธรรมดา ถ้าเข้าดูใกล้ๆ ก็จะเห็นว่าตัดครอบไว้เป็นฝาปิดเปิด"
"โอ้โฮ!" อีกหลายคนร้องขึ้น "ผมไม่เคยได้ยินเรื่องเลย และก็ไม่รู้ว่าวัดตูมอยู่ที่ใด และตรงตำบลใดของอยุธยาด้วย อ้อ! น้ำในพระเศียร<noinclude></noinclude>
cb1bzw82kpiwhiypqzfcjm5q9nxk1bv
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/15
250
90285
294920
292438
2026-08-10T08:21:16Z
สีทราย
11827
294920
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๖}}</noinclude>พระนั้นเป็นน้ำอะไรกัน?"
"นี่แหละครับยังเป็นปัญหาอยู่" นายแจ้งพูดพร้อมกับส่ายหน้า "บางคนว่าเกิดจากเหงื่อของไอน้ำตามอากาศเกิดขึ้นเอง มีน้ำขังในพระเศียรเสมอ แต่บางคนว่าเห็นจะไม่จริง ทีโถหรือโอทำไมไม่เกิดเหงื่อไอน้ำบ้าง นี่แหละครับ เขาแย้งมาดังนี้ บางคนที่เป็นผู้รู้เขาว่า ความจริงเขาเอาน้ำธรรมดานี้ใส่ไว้เอง เพื่อไว้ทำพิธีสูงๆ และศักดิ์สิทธิ์"
นายแจ้งพูดแล้วหันมองหน้าทุกคนว่าใครจะมีความเห็นอย่างไร แต่ทุกคนนิ่งเฉย
"แล้วน้ำที่พระเศียรนี้ เกี่ยวอะไรกับการชุบพระแสง และเกี่ยวอะไรกับน้ำมันพราย"
"อ๋อ เกี่ยวอย่างนี้ครับ น้ำที่พระเศียรนี้จะละลายผงฝุ่นที่ทำเลขยันต์พุทธมนต์โดยพระอาจารย์ใหญ่ สวดเจ็ดวันเจ็ดคืนแล้วกวาดผงไว้ละลายน้ำที่ว่านั่นแล้วเขียนอักขระลงที่เล่มพระแสงดาบ เมื่อทิ้งให้แห้งดีแล้วเอาลงเข้าเตาเผาดาบจนแดง แล้วจึงลงชุบน้ำเหลืองผีที่ใส่รางยาวไว้ ดาบแดงๆ นั่นเอานอนลงชุบในรางน้ำเหลืองผี จะดังฟ้อบ ส่งกลิ่นเหม็นตลบ พอทิ้งให้เย็นแล้วน่าประหลาดที่ตัวอักขระที่เขียนไว้ด้วยผงจะเกิดเป็นตัวนูนขึ้นได้ ครั้นแล้วจะเอาลงล้างให้สะอาดด้วยน้ำในพระเศียรพระอีกที"
"โอ! เป็นพระคุณครับ" ชายหัวล้านพูดและยกมือไหว้ "ผมจะเก็บไว้เป็นความรู้ และวิธีที่จะเอาน้ำมันพรายมาล่ะครับ มีอะไรบ้าง" ผู้ถามได้สั่งตักเหล้าอีกพร้อมกับคนอื่นๆ เป็นการอุดหนุนไปในตัว
"การจะเอาน้ำมันผีก็คือ พระท่านจ้างวานสัปเหร่อแอบขุดผีตามหลุม ตัดหัวผีมาเอาไต้ลนคางผี น้ำมันในสมองจะละลายไหลลงมาใส่ที่รอง โอ้ย! มันเรื่องเหม็นทั้งนั้นแหละคุณ" นายแจ้งว่า
"ต้องเอาผีตายโหงด้วยใช่ไหม?" อีกคนถาม
"โอ! เปล่าครับ ผีตายธรรมดาน่ะ ถ้าน้ำมันผีพรายทำเสน่ห์ล่ะก็ต้องใช้ผีตายโหง เอาละวันนี้ผมจะเล่าให้ฟังให้หมดเลย" นายแจ้งรับรอง
กว่าจะได้เล่าต่อ นายแจ้งก็ต้องตักเหล้าอีกหลายแก้วกว่าจะทั่วคน
"เรื่องนี้ ผมก็ได้ความรู้จากบิดาผมแหละครับ บิดาผมเคยเป็น<noinclude></noinclude>
mkgeb45g4396wgg48pxjk9l0dp1ozft
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/23
250
90959
294915
2026-08-10T04:52:15Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " "โอ๊ะ-เปล่าครับ" นายแจ้งหัวเราะ "ผมไม่พบเม่น้อยมาหลายปีแล้ว แกคงไปเกิดแล้ว แหม! คุณเอ๋ย กว่าจะเลิกไปได้ ผมต้องให้พระท่านช่วย รดน้ำมนต์และผูกมงคลกันอย่างเด็กๆ..."
294915
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๔}}</noinclude> "โอ๊ะ-เปล่าครับ" นายแจ้งหัวเราะ "ผมไม่พบเม่น้อยมาหลายปีแล้ว แกคงไปเกิดแล้ว แหม! คุณเอ๋ย กว่าจะเลิกไปได้ ผมต้องให้พระท่านช่วย รดน้ำมนต์และผูกมงคลกันอย่างเด็กๆ พอพระท่านช่วยแล้วผมก็ไม่พบแกอีก แต่ประหลาดไหมคุณ ตั้งแต่นั้นมาผมไม่คิดจะมีเมียอีกเลย มันเข็ดหรือเบื่อหน่ายอะไรก็พูดไม่ถูก<noinclude></noinclude>
7y1lgamu801ke8fiwrwjtwolp0y8952
294916
294915
2026-08-10T06:13:08Z
สีทราย
11827
294916
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๔}}</noinclude> "โอ๊ะ-เปล่าครับ" นายแจ้งหัวเราะ "ผมไม่พบเม่น้อยมาหลายปีแล้ว แกคงไปเกิดแล้ว แหม! คุณเอ๋ย กว่าจะเลิกไปได้ ผมต้องให้พระท่านช่วย รดน้ำมนต์และผูกมงคลกันอย่างเด็กๆ พอพระท่านช่วยแล้วผมก็ไม่พบแกอีก แต่ประหลาดไหมคุณ ตั้งแต่นั้นมาผมไม่คิดจะมีเมียอีกเลย มันเข็ดหรือเบื่อหน่ายอะไรก็พูดไม่ถูก เลยมาตั้งร้านขายเหล้านี่แหละครับ"
สมาชิกดื่มสุราหัวเราะบ้างนิดหน่อย แต่ไม่ใช่หัวเราะขบขันหรืออะไร เป็นการหัวเราะคล้ายปลุกใจตนเอง เพราะต่างคนต่างรู้ดีว่า เวลานั้นก็ค่ำลงแล้ว บางคนบ้านอยู่ในสวนจะต้องเดินทางมืด ฟังเรื่องของนายแจ้งแล้วใจชักไม่ดี ที่ใครอยู่ตลาดก็สบายใจ อีกสักครู่ เมื่อต่างคนต่างจ่ายค่าสุราแล้วก็ทยอยกันลานายแจ้งกลับ<noinclude></noinclude>
022mtsp7hj537wgthq9s49yngfqxj46