วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.17
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
บทเสภาสามัคคีเสวก
0
14415
295152
295125
2026-08-29T03:35:34Z
~2026-46929-26
12513
แก้ไขข้อความผิด
295152
wikitext
text/x-wiki
{{ย้ายไป|ราชวังสัน สามัคคี - วชิราวุธ - ๒๔๖๘.pdf}}
บทเสภาสามัคคีเสวก
: อันชาติใดไร้ศานติสุขสงบ ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่
:ณ ชาตินั้นนรชนไม่สนใจ ในกิจศิลปะวิไลละวาดงาม
:แต่ชาติใดรุ่งเรืองเมืองสงบ ว่างการรบอริพลอันล้นหลาม
:ย่อมจำนงศิลปาสง่างาม เพื่ออร่ามเรืองระยับประดับประดา
: อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลป์ เหมือนนารินไร้โฉมบรรโลมสง่า
:ใครๆ เห็นไม่เป็นที่จำเริญตา เขาจะพากันเย้ยให้อับอาย
:ศิลปกรรมนำใจให้สร่างโศก ช่วยบรรเทาทุกข์ในโลกให้เหือดหาย
:จำเริญตาพาใจให้สบาย อีกร่างกายก็จะพลอยสุขสราญ
: แม้ผู้ใดไม่นิยมชมสิ่งงาม เมื่อถึงยามเศร้าอุราน่าสงสาร
:เพราะขาดเครื่องระงับดับรำคาญ โอสถใดจะสมานซึ่งดวงใจ
:เพราะการช่างนี้สำคัญอันวิเศษ ทุกประเทศนานาทั้งน้อยใหญ่
:จึงยกย่องศิลปกรรม์นั้นทั่วไป ศรีวิไลวิลาศดีเป็นศรีเมือง ''' พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีตองหนึ่งเป็นเก
6pq1962y3bujr8y5ugu7sl3pql7lys5
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/1
250
90966
295126
295067
2026-08-28T12:19:47Z
TinTin45678
12482
295126
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" /></noinclude>{{กลาง|'''นวโกวาท'''|แบบ=font-size:160%}}
{{กลาง|[หลักสูตรนักธรรมชั้นตรี]}}
{{กลาง|'''สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส'''|แบบ=font-size:120%}}
{{กลาง|ทรงแต่ง|แบบ=font-size:90%}}
{{เส้นตรง|10%}}
{{กลาง|พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ}}
{{กลาง|คุณแม่ส้มเกลี้ยง เล้าตระกูล|แบบ=font-size:120%}}
{{กลาง|ณ เมรุวัดประยุรวงศาวาส ธนบุรี|แบบ=font-size:90%}}
{{กลาง|จันทร์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๓}}
{{เส้นตรง|10%}}<noinclude></noinclude>
fsugpbhdvymeabtm9ji80crinm9ae6f
295127
295126
2026-08-28T12:20:25Z
TinTin45678
12482
295127
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" /></noinclude>{{กลาง|'''นวโกวาท'''|แบบ=font-size:160%}}
{{กลาง|[หลักสูตรนักธรรมชั้นตรี]}}
{{กลาง|'''สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส'''|แบบ=font-size:120%}}
{{กลาง|ทรงแต่ง|แบบ=font-size:90%}}
{{เส้นตรง|10%}}
{{กลาง|พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ}}
{{กลาง|คุณแม่ส้มเกลี้ยง เล้าตระกูล|แบบ=font-size:120%}}
{{กลาง|ณ เมรุวัดประยุรวงศาวาส ธนบุรี}}
{{กลาง|จันทร์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๓}}
{{เส้นตรง|10%}}<noinclude></noinclude>
mj3ntrygc039qn2f06amrasfrja3jra
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/2
250
90968
295128
295079
2026-08-28T12:24:47Z
TinTin45678
12482
295128
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" /></noinclude>{{raw image}}
{{กลาง|'''คุณแม่ส้มเกลี้ยง เล้าตระกูล'''|บ=font-size:120%}}
{{กลาง|เมื่ออายุ ๗๓ ปี}}<noinclude></noinclude>
57xdohxz767gjzpdz9jnq3ws6mkc9gy
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/4
250
90970
295129
294952
2026-08-28T12:29:31Z
TinTin45678
12482
295129
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ข|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>สมัยนั้นจะยังไม่นิยมให้ผู้หญิงเรียนรู้หนังสือมากนัก คุณแม่ก็ยังแสดงความเฉลียวฉลาดและสนใจในการเรียน จนสามารถอ่านออกเขียนได้ดีเทียม ๆ ญาติที่เป็นชาย คุณแม่เติบโตอยู่ที่บ้านเกิดอย่างมีความสุข คุณแม่เป็นผู้ช่วยเหลือกิจการงานในบ้านทุกประเภท และยังเป็นกำลังสำคัญในการประกอบอาชีพของครอบครัวอีกด้วย
เมื่อคุณแม่อายุได้ ๒๑ ปี คุณแม่ได้สมรสกับนายอากรกวางเจี่ย แซ่ลี้ มีบุตรหญิงหนึ่งึรชื่อ เฉลียว (ซิ้วเซ้ง) แล้วนายอากรกวางเจี่ยได้ถึงแก่มรณกรรม หลังจากนั้น ๕ ปี ในพุทธศักราช ๒๔๖๘ คุณแม่ได้สมรสกับนายถนอม ทรรพกาญจน์ และมีบุตรหญิงอีกหนึ่งคน แต่คุณแม่ก็ต้องประสบเคราะห์กรรมในชีวิตสมรสอีกครั้งหนึ่ง และต้องเลี้ยงดูบุตรทั้งสองตามลำพังตั้งแต่บุตรคนเล็กอายุได้ ๗ ปี ชะตาชีวิตของคุณแม่ในช่วงนั้นจัดว่าวิบากอย่างยากที่จะหาใครดิ้นรนให้ผ่านพ้นได้อย่างปลอดภัย แต่ก็ด้วยเชาว์ปัญญาไหวพริบอันหลักแหลมและกำลังใจที่เข้มแข็งของคุณแม่ ประกอบด้วยแรงเกื้อหนุนทั้งทางกำลังใจ กำลังกาย และกำลังทรัพย์จากญาติและมิตร โดนเฉพาะจากนางฮุ้น และนางเหลวพี่สาวของคุณแม่เอง คุณแม่จึงสามารถฟันฝ่ามรสุมชีวิตมาได้ เหมือนกับไม่เคยพบปัญหาชีวิตอะไรมาก่อน
ทางด้านสุขภาพของคุณแม่ คุณแม่เป็นคนมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์เสมอ คุณแม่เป็นคนขยันไม่ยอมอยู่นิ่ง ไม่รู้จักคำว่า เหนื่อยหรือเพลีย คุณแม่นอนดึกได้ ตื่นเช้าได้ และเกือบจะเรียกว่าไม่รู้จักการนอนกลางวัน ตลอดชีวิตของคุณแม่เคยมีความป่วยไข้ชนิดที่ต้อง<noinclude></noinclude>
o9wielsp58zg4to5d14l9pbkgoatfh9
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/5
250
90971
295130
294951
2026-08-28T12:29:46Z
TinTin45678
12482
295130
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ค|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>รับการรักษาเยียวยาจากแพทย์ รวมทั้งสิ้น ๓ ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกเมื่ออายุ ๓๕ ปี นับว่าเป็นไข่หนักชนิดที่ต้องหัดเดินกันใหม่เมื่อหายไข้แล้ว ครั้งที่สอง เมื่ออายุ ๗๐ ปีด้วยอาการชาแขนขาซีกซ้าย แต่เมื่อได้รับการรักษาจากแพทย์และการนวดจากหมอนวดอาการชานั้นก็ทุเลาไปในชั่วเวลาอันสั้น และแล้วคุณแม่ก็พบกับอาการป่วยครั้งที่ ๓ อันเป็นครั้งที่ไม่ให้โอกาสอะไรแก่คุณแม่ต่อไปอีก
อาการป่วยครั้งที่มาพร่าเอาชีวิตของคุณแม่ไปนี้ เริ่มด้วยคุณแม่รู้สึกร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะในยามดึกของสัปดาห์กลางเดือนพฤษภาคท ๒๕๑๒ ซึ่งในสัปดาห์นั้นทุกคนก็รู้สึกร้อนอบอ้าวเช่นกัน เพราะเป็นช่วงเวลาที่อากาศแปรปรวนระหว่างต้นฤดูฝน แต่แล้วคุณแม่ก็เริ่มมีอาการผิดแปลกไปจากคนอื่น ๆ คือมีเหงื่อออกเต็มตัว หลังจากเที่ยงคืนไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่เป็นเวลาที่อากาศเย็นจนบางคนจะรู้สึกหนาวถึงกับต้องห่มผ้า คุณแม่นอนหายใจไม่สะดวกต้องลุกขึ้นนั่ง ไอเล็กน้อย เมื่อขยับตัวเหรือเมื่ออยู่ในที่อับลม มีน้ำลายเหนียวมากเป็นพิเศษ แต่เมื่อคุณแม่ต้องอยู่ในที่ ๆ ลมพัดผ่านสะดวกคุณแม่จะรู้สึกสบายขึ้น คุณแม่จึงเข้าใจว่าความไม่สบายนั้นเกิดจากเหตุภายนอกเท่านั้น ครั้นวันที่ ๒๘ พฤษภาคมได้ไปปรึกษาแพทย์ แพทย์ตรวจวินิจฉัยอาการแล้วเยียวยาและสั่งให้ไปฉายเอ๊กซเรย์ทรวงอกในวันรุ่งขึ้น บ่ายวันที่ ๒๙ พฤษภาคมนั้นเอง ผลเอ๊กซเรย์ได้ยังความตกตลึงงงงันแก่แพทย์และลูกหลานทั่วไปหมด เพราะปรากฏว่ามะเร็งร้ายที่ไม่เคยไว้ชีวิตให้แก่ใคร ได้เกาะที่เนื้อปอดของคุณแม่ทั้งสองข้าง แพทย์ได้แนะนำให้เข้าตรวจร่างกายด้วยระบบ<noinclude></noinclude>
oha7n77zmbs1fmcxdz75lb5uwp1wdvo
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/6
250
90972
295131
294950
2026-08-28T12:29:56Z
TinTin45678
12482
295131
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ฆ|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>อื่น ๆ ให้ประจักษ์อีกครั้งหนึ่ง เพราะแพทย์เองก็ยังไม่อยากจะปลงใจเชื่อเนื่องจากเคยเห็นสุขภาพของคุณแม่ดีตลอดมา}}
คุณแม่ได้เข้าโรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๑๒ ผลจากการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ทุกระบบยืนยันตามฟิลม์เอ๊กซเรย์ครั้งแรก และยังได้ทราบเพิ่มเติมว่า เป็นมะเร็งชนิดร้ายแรงและรวดเร็วมากด้วย ไม่มีทางใดจะรักษาให้หายได้ ครั้งจะสืบให้ทราบว่าเจ้าโรคร้ายมันเริ่มรุกรานคุณแม่ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่มีทางจะหาหลักฐานอันใดได้ ทั้ง ๆ ที่ลูกและหลานทราบดี ถึงความร้ายแรงของไข้ของคุณแม่ แต่ก็ยังปรารถนาที่จะให้คุณแม่มีโอกาสอยู่กับเราให้นานที่สุดที่จะนานได้ เราจึงให้ท่านรับการรักษาทั้งจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาล ทั้งทางจิตตานุภาพและอื่น ๆ ทุกวิถีทาง หลังจากคุณแม่อยู่โรงพยาบาลประมาณ ๑ เดือน คุณแม่รู้สึกตัวว่าอาการไม่ดีขึ้นจึงวิงวอนขอกลับบ้านโดยให้เหตุผลว่า การได้กลับบ้านอาจทำให้หายป่วยได้ และปลงตกด้วยว่า หากถึงวาระแล้วใคร ๆ ก็ช่วยไม่ได้ ลูกหลานจึงจำใจต้องยอมจำนน
วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๑๒ คุณแม่ได้กลับมาอยู่บ้านสมความปรารถนา คุณแม่ดีใจมาก รู้สึกว่าหน้าตาสดชื่นยิ้มย่องผ่องใส รับประทานอาหารได้ดีกว่าเก่า แต่เรี่ยวแรงคุณแม่กลับถอยลง ถึงกระนั้นคุณแม่ก็ไม่เคยยอมนอนรับประทานอาหาร ไม่เคยยอมนอนถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ คุณแม่พูดและคุยอย่างมีเหตุและผล แถมมีถ้อยคำขำขันกับพวกลูกหลานและนางพยาบาลมาตลอด จนถึงสัปดาห์ปลายเดือน<noinclude></noinclude>
28uajdoj1y5yg91vruad6gmkmhyq97v
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/7
250
90973
295132
294949
2026-08-28T12:30:09Z
TinTin45678
12482
295132
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ง|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>กรกฎาคม คุณแม่จึงเริ่มพูดจาสับสน โดยเฉพาะคืนวันพฤหัสที่ ๓๑ กรกฎาคม คุณแม่บอกว่าอยากพูดอยากคุย และพูดจนตลอดคืนประกอบกับมีอาการประเดี๋ยวหนาวประเดี๋ยวร้อนไม่เป็นส่ำ แต่รุ่งขึ้นคุณแม่กลับมีสติดีอีกตลอดวัน สั่งให้ทำอาหารที่เคยชอบให้รับประทาน และเมื่อเวลา ๒๐.๓๐ น. นายแพทย์มาเยี่ยมคุณแม่ก็ยังทักทายปราศรัยกับนายแพทย์อย่างมิใช่คนป่วยหนัก ครั้นพอนายแพทย์กลับไปแล้วคุณแม่เปลี่ยนไปทันที กลับพูดเพ้อเจ้อเห็นพระมานั่งอยู่ใกล้ ๆ แล้วหลังจากนั้นก็พูดโต้ตอบอย่างตรงเรื่องบ้างไม่ตรงเรื่องบ้าง มีตอนที่คุณแม่ได้สติขอโกโก้ร้อน ๆ ดื่มอยู่สองครั้ง และเป็นคืนแรกที่คุณแม่ไม่ถ่ายปัสสาวะ ครั้นรุ่งเช้าวันเสาร์ที่ ๒ สิงหาคม คุณแม่หยุดพูด นอนหลับตา หายใจลึกและไม่สู้สะดวกทั้ง ๆ ที่มีออกซิเจนช่วย ลูกหลานเฝ้าเรียก คุณแม่ไม่ขานไม่ตอบ ชีพจรค่อย ๆ อ่อนลง ความดันโลหิตลดต่ำลง ได้รีบเชิญนายแพทย์มาด่วน และเมื่อมาถึงได้ตรวจดูอาการพบว่าคุณแม่เข้าคั่นโคม่าเสียแล้ว อนิจจา! และในที่สุดคุณแม่ก็จากลูกหลานที่มาเฝ้าดูใจคุณแม่อยู่อย่างถ้วนหน้าไปด้วยความสงบ เมื่อเวลา ๒๒.๑๐ น. ของวันที่ ๒ สิงหาคม นั้นเอง}}
มรณกรรมของคุณแม่ ยังความเศร้าสลดใจ อาลัยอาวรณ์แก่บรรดาลูกหลาน ญาตพี่น้อง และมิตรสหายเป็นที่ยิ่ง ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าจะมีโรคภัยอะไรมาคุกคามและเอาชนะคุณแม่ได้ คุณแม่ไม่เคยอ่อนแอทั้งกายและใจ ไม่เคยย่อท้อต่อความลำบากแม้จะแสนสาหัสสักเพียงใด ในยามรุ่งเรืองคุณแม่ก็ไม่เคยเห่อเหิมทรนง คงดำเนินชีวิต<noinclude></noinclude>
569387cxl1lam2zxh8wia8spn6ep8ia
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/8
250
90974
295133
294948
2026-08-28T12:30:20Z
TinTin45678
12482
295133
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|จ|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>อย่างสงบเสงี่ยมสม่ำเสมอ คุณแม่รักษาจิตใจของคุณแม่ได้มั่นคงและอยู่ในศีลในธรรม มีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ มีใจโอบอ้อมอารีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือจุนเจือญาติพี่น้อง อย่างมิได้หวังการตอบแทน คุณแม่ถือมั่นในสัจจะ รักความยุติธรรมไม่คิดเบียนเบียนใคร มีความหวังดีแก่ทุกคน แม้ขณะที่คุณแม่ป่วยหนักก็ยังแสดงความห่วงใยน้องห่วงลูกและหลาน รวมทั้งผู้มาเยี่ยมเยียนตลอดเวลา คุณแม่นับถือพุทธศาสนาอย่างมั่นคง สวดมนต์ภาวนาทุกค่ำเช้า ทำบุญใส่บาตรฟังเทศน์ฟังธรรมอยู่เป็นนิจ มีศรัทธาบริจาคทรัพย์เพื่อบำรุงพุทธศาสนาเพื่อการสาธารณประโยชณ์ตามควรแก่ฐานะของคุณแม่อยู่เนือง ๆ นับเป็นการปฏิบัติชอบและเป็นตัวอย่างที่ดี ที่ลูกหลานควรปฏิบัติตามสืบไป ฉะนั้นลูกจึงใคร่ขอพลังอำนาจแห่งกุศลผลบุญที่คุณแม่ได้บำเพ็ญไว้ เป็นปัจจัยหนุนนำดวงวิญญาณของคุณแม่ให้ไปสู่สุคตืในสัมปรายภพ และขอให้เป็นโอกาสที่คุณแม่จะได้ปฏิบัติธรรมจนหลุดพ้นจากสงสารทุกข์ตามคติแห่งพุทธศาสนาได้โดยเร็วเถิด.
{{right|'''สมนึก คำอุไร'''}}
{{right|''๓๐ พ.ย. ๒๕๑๓''}}
{{left|''๖๐/๗ ซอยสังคมสงเคราะห์ ๑''}}
{{left|''ลาดพร้าว พระนคร ๑๐''}}<noinclude></noinclude>
9hf46jwnmvymefibks3krg39qw563ni
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/10
250
90976
295134
294955
2026-08-28T12:31:27Z
TinTin45678
12482
295134
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ช|xxx|นวโกวาท}}</noinclude><ol start="2">
<li>สุทธิศักดิ์ พิณสุวรรณ (ช) บุตรของนายสุนทรและนางอารมย์ พิณสุวรรณ</li>
<li>สุทธิสานติ์ พิณสุวรรณ (ช) บุตรของนายสุนทรและนางอารมย์ พิณสุวรรณ</li>
</ol>
{{rule|10%}}<noinclude></noinclude>
685jshc18xh3n3s88ccauem83lrwb8p
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/12
250
90999
295135
295063
2026-08-28T12:31:56Z
TinTin45678
12482
295135
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ข|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>ข้อธรรมอื่นใดขึ้นอีก เพราะได้เตรียมการแต่งธรรมวิภาคปริเฉทที่ ๑ มีอธิบายดุจธรรมวิภาคปริเฉทที่ ๒ ไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ถ้ามีแก้ไขเพิ่มเติมจักทำในที่นั้น.
อนึ่ง เมื่อพิมพ์ครั้งที่ ๓๗/๒๔๗๗ พระราชสุธี (วิจิตร อาภากโร ป.๙) วัดมหาธาตุ ได้รับมอบจากที่ประชุมคณะกรรมการตรวจชำระแบบเรียนให้ค้นหาที่มาแห่งธรรมนั้น ๆ มาลงไว้ในแผนก ๑ ส่วนในการพิมพ์ครั้งนี้ กรรมการกองตำราได้ค้นที่มาเพิ่มเติมและลงไว้ในที่สุดแห่งชื่อธรรมนั้น ๆ ด้วยอักษรย่อนามคัมภีร์และเลขหน้าแห่งเดียวบ้างหลายแห่งบ้าง เพื่อเป็นหลักฐานและเป็นประโยชน์ในการสอบสวน ส่วนที่ยังค้นไม่พบ ได้ปล่อยวางไว้ก่อน.
ถึงอย่างไรก็ดี ข้าพเจ้าทั้งหลายได้จัดทำด้วยกุศลเจตนา หวังบูชาพระคุณสมเด็จพระมหาสมณเจ้า ฯ พระองค์นั้น และมุ่งประโยชน์เกื้อกูลแก่กุลบุตรทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้แล.
{{right|พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ ป.๙}}
{{right|หัวหน้ากองตำรา}}
{{left|มหามกุฏราชวิทยาลัย}}
{{left|๓ พฤศจิกายน ๒๔๗๙}}<noinclude></noinclude>
bs64opisqg654aez0jbrjvu6ws511hf
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/13
250
91000
295136
295080
2026-08-28T12:32:12Z
TinTin45678
12482
295136
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|-|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>{{raw image}}
<center>'''สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส'''</center>
<center>พระองค์ผู้ประสาธก์ความเจริญแห่งวิชาการทางพระพุทธศาสนา</center><noinclude></noinclude>
jcrvryg461eamccebgjof6s5ri77duc
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/14
250
91001
295137
295070
2026-08-28T12:32:50Z
TinTin45678
12482
295137
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ค|xxx|นวโกวาท}}</noinclude><center>'''คำนำ'''</center>
<center>(พิมพ์ครั้งที่ ๓๐/๒๔๖๘)</center>
{{rule|10%}}
เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงพระนิพนธ์หนังสือวินัยมุขขึ้นแล้ว ไม่ทันมีโอกาสที่จะทรงแก้ไขสำนวนความเรียงในส่วนวินัยบัญญัติ ซึ่งปรากฏความแผกเพี้ยนบางบทบางตอน ยากในการหมายใจสังเกตรูปความเมื่อเทียบเคียงของผู้แรกศึกษา ตลอดเวลาจนสิ้นพระชนม์ เห็นสมควรที่จะชำระอนุโลมตามเค้าเงื่อนแห่งวินัยมุข ข้าพเจ้าจึงแก้ไขให้สอดคล้องกันในส่วนเค้าความและคำที่เรียงนั้น ๆ ซึ่งอาศัยคำแปลในวินัยมุขเป็นหลัก.
{{right|'''พระสาสนโสภณ'''}}
{{left|วัดเทพศิรินทราวาส}}
{{left|วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๘}}<noinclude></noinclude>
prryy7snh3i92epmz3xf4gf8xllzbnw
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/15
250
91002
295138
295071
2026-08-28T12:32:59Z
TinTin45678
12482
295138
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ฆ|xxx|นวโกวาท}}</noinclude><center>'''คำนำ'''</center>
<center>(พิมพ์ครั้งที่ ๑๒/๒๔๕๓)</center>
{{rule|10%}}
เมื่อหนังสือนี้ฉบับที่ ๑๑ หมดแล้ว จะได้พิมพ์ฉบับที่ ๑๒ ได้เพิ่มหมวดธรรมที่สมควรจะรู้เข้าอีกหลายหมวด เพราะเห็นว่าหนังสือนี้ได้ใช้แพร่หลาย ไม่เฉพาะแต่ภิกษุใหม่ ควรจะให้ความรู้กว้างขวางออกไป. หมวดธรรมที่เพิ่มคราวนี้ ทุกะหมวด ๒ และหมวดธรรมอันสงเคราะห์เข้าในโพธิปักขิยธรรมเป็นพื้น. เมื่อเพิ่มขึ้นดังนี้ ข้อศึกษาของภิกษุใหม่ก็มากขึ้น ภิกษุผู้มีสติปัญญาพอประมาณหรือค่อนข้างทราม จะเรียนไม่จบก็อาจเป็นได้. เมื่อเป็นเช่นนี้ อุปัชฌายะอาจารย์ผู้ฝึกหัด จะงดธรรมบางหมวดที่ไม่ใช้สำหรับภิกษุใหม่ หรือที่มีซ้ำกับหมวดธรรมอื่นบ้างแล้ว ไม่ใช้สอนก็ควร. นอกจากนี้ คราวนี้ยังได้แก้สำนวนในหนังสือนี้ด้วย.
{{right|'''กรมหลวงวชิรญาณวโรรส'''}}
{{left|วัดบวรนิเวศวิหาร}}
{{left|วันที่ ๙ สิงหาคม ร.ศ. ๑๒๙}}<noinclude></noinclude>
ldhf4d7cxymmtl1r7zoi6so4vq22kwt
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/16
250
91003
295139
295072
2026-08-28T12:33:13Z
TinTin45678
12482
295139
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ง|xxx|นวโกวาท}}</noinclude><center>'''คำนำ'''</center>
<center>(พิมพ์ครั้งที่ ๖/๒๔๔๗)</center>
{{rule|10%}}
แต่เดิม ในหนังสือนี้ ไม่ค่อยใช้ศัพท์บาลี แต่งขึ้นสำหรับเหมาะแก่ผู้เริ่มศึกษาในยุคนี้ ใช้บ้างแต่ในที่จะย่นความกำหนดหรือความจำเข้าได้ดีกว่าใช้คำไทย ภายหลังหนังสือนี้แพร่หลายไปในหมู่ญาติโยมของผู้บวชใหม่ ผู้ได้สดับมากต่างก็พอใจในความคิดแต่งหนังสือนี้ แต่เห็นกันโดยมากว่า ถ้าใช้ศัพท์บาลีเข้าด้วยจะดีขึ้นอีกมาก เหตุว่าคนชั้นผู้ใหญ่เคยศึกษาในศัพท์บาลี เมื่อไม่พบศัพท์บาลีก็ชักให้งง. มักต้องนึกเทียบศัพท์บาลีก่อนจึงจะเข้าใจได้ตลอดดีว่า ธรรมหมวดนั้น ๆ เล็งเอาพระบาลีหมวดนั้น ๆ ถึงการกำหนดหรือการจำเล่า ท่านก็เห็นว่าศัพท์บาลีง่ายกว่า ยกขึ้นพูดก็สะดวกกว่า. หวังจะให้หนังสือนี้เป็นไปตามประสงค์ของคนชั้นผู้ใหญ่ด้วย จึงได้เติมศัพท์บาลีเข้าด้วยในหมวดธรรมที่มีคำบาลีสำหรับใช้เฉพาะศัพท์ เว้นไว้แต่หมวดธรรมที่จะต้องใช้คำผสมเป็นประโยค เช่นในอภิณหปัจจเวกขณะข้อต้นว่า ชราธมฺโมมฺหิ ชรํอนตีโต ซึ่งแปลว่า เรามีความแก่เป็นธรรมดาไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้ ในหมวดธรรมเช่นนี้ ยังคงใช้คำไทยล้วนตามเดิม จะใช้ประโยคบาลีเข้าด้วย ก็จะกลายเป็นหนังสือสวดมนต์แปลไป ผิดกับความประสงค์เดิม จะพาให้ผู้บวชใหม่ท้อถอยในการศึกษาพระ-<noinclude></noinclude>
iqn85wno7s8x64zcq1mj2z6c5e7eimi
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/17
250
91004
295140
295073
2026-08-28T12:33:27Z
TinTin45678
12482
295140
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|จ|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>ธรรมวินัย ถึงศัพท์บาลีที่ใช้นั้น ก็เรียงไว้ต่างวิธีกัน เรียงไว้ข้างต้นก็มี ข้างท้ายก็มี ที่เรียงไว้ข้างต้นนั้น ผู้เริ่มศึกษาไม่ถนัดกำหนดหรือจำศัพท์บาลีจะงดเสีย กำหนดหรือจำแต่ความไทยก็ได้ ถ้ากำหนดหรือจำได้ด้วย ก็เป็นอันได้ความรู้กว้างขวางออกไป จะอ่านหนังสือธรรม หรือฟังเทศนา ก็จะกำหนดได้ง่ายขึ้น ที่เรียงไว้ข้างท้ายนั้น เป็นศัพท์พิเศษใช้เฉพาะข้อความนั้น สมควรที่จะรู้ไว้. ถึงท่านผู้เป็นอุปัชฌายะหรืออาจารย์ ผู้จะฝึกภิกษุสามเณรบวชในสำนักของตน ก็ควรรู้จักผ่อนปรนฝึกฝนตามสมควรแก่อุปนิสัยของเธอทั้งหลาย ถือเอาความรู้ความเข้าใจพระธรรมวินัยเป็นประมาณ. เมื่อเป็นคราวที่ควรจะแก้ไขหนังสือฉบับนี้ใหม่ จึงได้เพิ่มหมวดธรรมที่สมควร อันยังไม่มีในนี้เข้าอีกบ้าง ทั้งเรียบเรียงใหม่ในพวกหนึ่ง ๆ ให้ลุ่มลึกไปโดยลำดับ จับแต่ง่ายไปหายาก เพื่อให้ง่ายแก่ผู้ยังจะต้องใช้ความจำเบื้องหน้า. ฉบับใหม่นี้ได้แก้ไขเพิ่มเติมเพียงเท่านี้.
{{right|'''กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส'''}}
{{left|วัดบวรนิเวศวิหาร}}
{{left|วันที่ ๓๐ มิถุนายน ร.ศ. ๑๒๓}}<noinclude></noinclude>
h7sqvqblh608rpv4ihen7s2pkwyrqud
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/18
250
91005
295141
295074
2026-08-28T12:33:56Z
TinTin45678
12482
295141
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ฉ|xxx|นวโกวาท}}</noinclude><center>'''คำนำ'''</center>
<center>(พิมพ์ครั้งที่ ๕/๒๔๔๒)</center>
{{rule|10%}}
หนังสือเล่มนี้ เรียงย่อเกินประมาณดังนี้ สำหรับภิกษุสามเณรบวชใหม่, เพราะผู้บวชใหม่ย่อมบวชเพียงพรรษาเดียว คือสี่เดือนเป็นพื้น; อุปัชฌายะอาจารย์ผู้หวังความรู้แก่สัทธิวิหาริกและอันเตวาสิกต้องหาอุบายสั่งสอนให้เขาได้ความรู้มากที่สุดตามแต่จะเป็นได้, ถ้าใช้แบบสอนที่พิสดาร เรียนรู้ยังไม่ถึงไหนก็ถึงเวลาสึก จึงต้องใช้แบบย่อให้จุข้อความที่ควรจะศึกษา นี้เป็นเหตุเริ่มเรียงหนังสือเล่มนี้ขึ้น หนังสือนี้ถึงเป็นแบบย่อ ถ้าเข้าใจวิธีสอน ก็ทำให้ภิกษุสามเณรผู้บวชใหม่เข้าใจกว้างขวางได้เหมือนกัน ข้าพเจ้าได้ใช้ฝึกศิษย์ด้วยวิธีดังจะกล่าวต่อไปนี้.
ให้ผู้ศึกษากำหนดจำหัวข้อในหนังสือเล่มนี้ให้ได้ตลอด เอาแต่ใจความ ไม่ต้องจำถึงพยัญชนะ, แต่คนอ่านแล้วใจความจำไว้ในใจไม่ได้ ยังต้องท่องเหมือนท่องสวดมนต์; กำหนดระยะให้ ๓ เดือน (ยกเดือนต้นไว้สำหรับบุรพกิจอย่างอื่น), เดือนที่ ๒ วินัยบัญญัติ เดือนที่ ๓ ธรรมวิภาค, เดือนท้ายเมื่อจวนสึก คิหิปฏิบัติ. ผู้ประกอบด้วยสติปัญญาอุตสาหะกล้าก็ได้เร็วกว่ากำหนด, ปานกลางก็พอทันกำหนด, ทราม ก็ไม่ทันกำหนด. ในระหว่างที่ศึกษาอยู่นั้น ในชั้นต้น เมื่อถึงกถาอะไร ให้สอบถามให้เล่าหัวข้อเหล่านั้นให้ฟัง<noinclude></noinclude>
eguy66kx5bipgalk5yreju5rq3jdm7v
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/19
250
91006
295142
295075
2026-08-28T12:34:16Z
TinTin45678
12482
295142
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ช|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>จนเห็นว่าขึ้นใจแล้ว. ส่วนวินัยให้ผูกเป็นปัญหาให้ตัดสิน. ปัญหานั้นให้ตัดสินได้ด้วยเทียบตามแบบ เช่น "ภิกษุพยาบาลคนไข้ วางยาผิด คนไข้ตาย, จะต้องปาราชิกหรือไม่?" ผู้ตอบต้องใคร่ครวญดูเจตนาของผู้วางยาว่า เหมือนกับเจตนาของผู้ที่กล่าวไว้ในแบบหรือไม่? เท่านี้ก็ตัดสินได้. ถึงธรรมวิภาคและคิหิปฏิบัติก็มีปัญหาถามเหมือนกัน เช่น "อย่างไรความคบสัตบุรุษเป็นต้น จึงเป็นเครื่องเจริญของมนุษย์?" ในที่นี้ผู้ตอบต้องอธิบายตามความเห็นของตนให้สมแก่รูปปัญหา. อีกข้อหนึ่ง "ทรัพย์ที่จับจ่ายด้วยประการไร จึงได้ชื่อว่าเป็นประโยชน์?" ในที่นี้ต้องเอากระทู้ความในหมวดที่ว่าด้วยประโยชน์เิดแต่การถือเอาโภคทรัพย์ มาอธิบายแก้ให้สมรูปปัญหา. เมื่อถึงกำหนด ได้มีการสอบความรู้ใน ๓ อย่างนั้น เพื่อเป็นอุบายให้เอาใจใส่ดีขึ้น.
ยังมีวิธีที่ช่วยทำให้ผู้บวชใหม่ได้ความรู้กว้างขวางออกไปกว่านี้อีก. ส่วนวินัย ถามปัญหาให้เทียบตามแบบไม่ได้, เช่น "ภิกษุตีเด็กต้องอาบัติอะไร?" ในแบบมีแต่ว่าตีภิกษุต้องปาจิตตีย์. เช่นนี้ทำให้ค้นคว้าในสิกขาเล่มใหญ่<ref>มหาขันธก์, บุพพสิกขาวรรณนา, วินัยมุข.</ref> พอพบแล้วก็จำได้ทันที. ส่วนธรรมวิภาคนั้นได้แจกกระทู้พุทธภาษิต<ref>วิธีสอนแบบนี้ ภายหลังได้ทรงรวบรวมขึ้นเป็นหนังสือพุทธศาสนสุภาษิต.</ref> เช่น "คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร, ได้ชื่อเสียงเพราะความสัตย์" วันละข้อ. แจกให้อย่างเดียวกัน<noinclude></noinclude>
joxw22ye0lcme9j59awwn70mu2owy3m
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/20
250
91007
295143
295076
2026-08-28T12:34:41Z
TinTin45678
12482
295143
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ซ|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>หมด ให้ไปแต่งแก้แล้วนำมาอ่านในที่ประชุมในกำหนด; ผู้แต่งต้องตริตรองด้วยน้ำใจให้เห็นเองก่อนว่า "ความเพียรเป็นเหตุ, ความล่วงทุกข์เป็นผล ความสัตย์เป็นเหตุ, ชื่อเสียงเป็นผล;" จึงจะเรียงความแต่งมาอ่านได้ ในเวลาที่อ่าน ต่างคนก็ต่างต้องมุ่งฟังของกันและกัน. เมื่อใครอธิบายดี ก็จำไว้, และที่สุดได้รับวินิจฉัย ว่าถูกหรือผิด. ข้อนี้เป็นเหตุให้ค้นคว้าข้อความในหนังสือธรรมมาอธิบายได้ความรู้กว้างขวางและตริตรองเห็นความดี เห็นความชั่วด้วยน้ำใจเอง.
หนังสือเล่มนี้ แต่งขึ้นสำหรับสอนภิกษุสามเณรบวชใหม่ให้พอควรแก่เวลาจะศึกษาได้ จึงตั้งชื่อว่า นวโกวาท และมีข้อความแต่งโดยย่อ ๆ เพียงเท่านี้.
{{right|'''กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส'''}}
{{left|วัดบวรนิเวศวิหาร}}
{{left|วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ร.ศ. ๑๑๘}}<noinclude></noinclude>
cet2ozxw7mjwdnhr3o5s5gwxnqj1d63
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/22
250
91009
295144
295078
2026-08-28T12:35:19Z
TinTin45678
12482
295144
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ข|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>
ขอทูลสรรเสริญ ว่าการที่แต่งหนังสือเช่นนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งและทางที่จัดให้พระบวชใหม่เล่าเรียน ซึ่งได้จัดแล้วเป็นการมีคุณแก่คนที่ไปบวชยิ่งนัก
{{right|ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด}}
{{right|(พระปรมาภิไธย ร. ๕)}}<noinclude></noinclude>
ji6ororzqxf8iegfqk04gf955oaqyfw
295145
295144
2026-08-28T12:35:29Z
TinTin45678
12482
295145
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ข|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>ขอทูลสรรเสริญ ว่าการที่แต่งหนังสือเช่นนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งและทางที่จัดให้พระบวชใหม่เล่าเรียน ซึ่งได้จัดแล้วเป็นการมีคุณแก่คนที่ไปบวชยิ่งนัก
{{right|ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด}}
{{right|(พระปรมาภิไธย ร. ๕)}}<noinclude></noinclude>
rtn8cg61gonj8al8sdfpdjo33wl9n3t
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/24
250
91011
295146
295082
2026-08-28T12:35:52Z
TinTin45678
12482
295146
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ค|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>ประสงค์ในฉบับนี้แล้ว เว้นไว้แต่ไม่มีคำสั้นเรียก หรือเรียกในภาษาไทยสะดวกกว่า
ควรมิควรสุดแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรด ขอถวายพระพร
{{right|'''กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส'''}}
<center>(ฉบับที่ ๕๗)</center>
{{right|พระที่นั่งบรรณาคมสรณีย์}}
<center>ที่ ๑/๑๐๓ วันที่ ๑๗ สิงหาคม ร.ศ. ๑๒๐</center>
{{left|ทูล กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส ทรงทราบ}}
ด้วยได้รับหนังสือที่ ๑๒๘ ส่งหนังสือนวโกวาทซึ่งพิมพ์ใหม่ได้อ่านตลอดแล้ว บอกชื่อภาษามคธเสียเช่นนี้ค่อยจำง่ายขึ้น หนังสือนี้ทานดีอ่านตลอดทั้งเล่มได้พบผิดแห่งเดียวหน้า ๕๗ อบายมุขข้อ ๓ เล่นการพนันเป็นเล่นการพนักเท่านั้น
{{right|ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด}}<noinclude></noinclude>
41yrqkhyb5d9dm9kalvv5k97798bxg2
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/26
250
91014
295147
295092
2026-08-28T12:39:30Z
TinTin45678
12482
295147
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ญ|xxx|นวโกวาท}}
{{TOC begin | width=100%}}</noinclude>{{nop}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/47|โภชนวรรคที่ ๔]] | ๑๓}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/49|อเจลกวรรคที่ ๕]] | ๑๕}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/50|สุราปานวรรคที่ ๖]] | ๑๖}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/51|สัปปาณวรรคที่ ๗]] | ๑๗}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/52|สหธรรมิกวรรคที่ ๘]] | ๑๘}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/54|รตนวรรคที่ ๙]] | ๒๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/55|ปาฏิเทสนียะ ๔]] | ๒๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/56|เสขิยวัตร]] | ๒๒}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/56|สารปที่ ๑]] | ๒๒}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/58|โภชนปฏิสังยุตที่ ๒]] | ๒๔}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/59|ธัมมเทสนาปฏิสังยุตที่ ๓]] | ๒๕}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/61|ปกิณณกะที่ ๔]] | ๒๗}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/61|อธิกรณ์ ๕]] | ๒๗}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/61|อธิกรณสมถะ ๗]] | ๒๗}}
|-
| colspan="3" | {{rule|10%}}
|-<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
68nhrtohbefiiyuvzg1vimx8fplvaij
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/33
250
91028
295148
295122
2026-08-28T12:39:56Z
TinTin45678
12482
295148
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ด|xxx|นวโกวาท}}
{{TOC begin | width=100%}}</noinclude>{{nop}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/115|สมณพราหมณ์อนุเคราะห์กุลบุตรด้วยสถาน ๖]] | ๘๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/116|อบายมุข ๖]] | ๘๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/116|ดื่มน้ำเมามีโทษ ๖]] | ๘๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/116|เที่ยวกลางคืนมีโทษ ๖]] | ๘๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/117|เที่ยวดูการเล่นมีโทษตามวัตถุที่ไปดู ๖]] | ๘๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/117|เล่นการพนันมีโทษ ๖]] | ๘๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/118|คบคนชั่วเป็นมิตรมีโทษตามบุคคลที่คบ ๖]] | ๘๔}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/118|เกียจคร้านทำการงานมีโทษ ๖]] | ๘๔}}
|-
| colspan="3" | {{rule|10%}}
|-
{{TOC end}}<noinclude></noinclude>
jx8l38yasutt1y2nqr1wa6oqhzkvk6u
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/35
250
91031
295149
2026-08-28T14:37:14Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "นวโกวาท วินัยบัญญัติ อนุศาสน์ ๘ อย่าง นิสสัย ๔ อกรณียกิจ ๔ ปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิต เรียกนิสสัย มี ๔ อย่าง คือ เที่ยวบิณฑบาต ๑ นุ่งห่มผ้าบังสุกุล ๑ อยู่โคนไม้..."
295149
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๑|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>นวโกวาท
วินัยบัญญัติ
อนุศาสน์ ๘ อย่าง
นิสสัย ๔ อกรณียกิจ ๔
ปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิต เรียกนิสสัย มี ๔ อย่าง คือ เที่ยวบิณฑบาต ๑ นุ่งห่มผ้าบังสุกุล ๑ อยู่โคนไม้ ๑ ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า ๑.
กิจที่ไม่ควรทำ เรียกอกรณียกิจ มี ๔ อย่าง คือ เสพเมถุน ๑ ลักของเขา ๑ ฆ่าสัตว์ ๑ พูดอวดคุณพิเศษที่ไม่มีในตน ๑ กิจ ๔ อย่างนี้ บรรพชิตทำไม่ได้.
สิกขาของภิกษุมี ๓ อย่าง
คือ ศีล สมาธิ ปัญญา. ความสำรวมกายวาจาให้เรียบร้อย ชื่อว่าศีล. ความรักษาใจมั่น ชื่อว่าสมาธิ. ความรองรู้ในกองสังขาร ชื่อว่าปัญญา.
โทษที่เกิดเพราะความละเมิดในข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม เรียกว่าอาบัติ. อาบัตินั้นว่าโดยชื่อ มี ๗ อย่าง คือ ปาราชิก ๑ สังฆาทิเสส ๑ ถุลลัจจัย ๑ ปาจิตตีย์ ๑ ปาฏิเทสนียะ ๑ ทุกกฏ ๑ ทุพภาสิต ๑.<noinclude></noinclude>
sohheuyxt5cqzt5qlm2vdqe0sm9tbmz
295151
295149
2026-08-28T15:13:06Z
TinTin45678
12482
295151
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๑|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>นวโกวาท
วินัยบัญญัติ
อนุศาสน์ ๘ อย่าง
นิสสัย ๔ อกรณียกิจ ๔
ปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิต เรียกนิสสัย มี ๔ อย่าง คือ เที่ยวบิณฑบาต ๑ นุ่งห่มผ้าบังสุกุล ๑ อยู่โคนไม้ ๑ ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า ๑.
กิจที่ไม่ควรทำ เรียกอกรณียกิจ มี ๔ อย่าง คือ เสพเมถุน ๑ ลักของเขา ๑ ฆ่าสัตว์ ๑ พูดอวดคุณพิเศษที่ไม่มีในตน ๑ กิจ ๔ อย่างนี้ บรรพชิตทำไม่ได้.
สิกขาของภิกษุมี ๓ อย่าง
คือ ศีล สมาธิ ปัญญา. ความสำรวมกายวาจาให้เรียบร้อย ชื่อว่าศีล. ความรักษาใจมั่น ชื่อว่าสมาธิ. ความรอบรู้ในกองสังขาร ชื่อว่าปัญญา.
โทษที่เกิดเพราะความละเมิดในข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม เรียกว่าอาบัติ. อาบัตินั้นว่าโดยชื่อ มี ๗ อย่าง คือ ปาราชิก ๑ สังฆาทิเสส ๑ ถุลลัจจัย ๑ ปาจิตตีย์ ๑ ปาฏิเทสนียะ ๑ ทุกกฏ ๑ ทุพภาสิต ๑.<noinclude></noinclude>
gaygpacyv9jc2g99tn9e69ayuhb3q7d
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/36
250
91032
295150
2026-08-28T14:59:52Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ปาราชิกนั้น ภิกษุต้องเข้าแล้วขาดจากภิกษุ. สังฆาทิเสสนั้น ต้องเข้าแล้ว ต้องอยู่กรรมจึงพ้นได้. อาบัติอีก ๕ อย่างนั้น ภิกษุต้องเข้าแล้ว ต้องแสดงต่อหน้าสงฆ์หรือคณ..."
295150
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๒|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>ปาราชิกนั้น ภิกษุต้องเข้าแล้วขาดจากภิกษุ. สังฆาทิเสสนั้น ต้องเข้าแล้ว ต้องอยู่กรรมจึงพ้นได้. อาบัติอีก ๕ อย่างนั้น ภิกษุต้องเข้าแล้ว ต้องแสดงต่อหน้าสงฆ์หรือคณะหรือภิกษุรูปหนึ่งจึงพ้นได้.
อาการที่ภิกษุจะต้องอาบัติเหล่านี้ ๖ อย่าง คือ ต้องด้วยไม่ละอาย ๑ ต้องด้วยไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะเป็นอาบัติ ๑ ต้องด้วยสงสัยแล้วขึ้นทำลง ๑ ต้องด้วยสำคัญว่าควรในของที่ไม่ควร ๑ ต้องด้วยสำคัญว่าไม่ควรในของที่ควร ๑ ต้องด้วยลืมสติ ๑.
ข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม ซึ่งยกขึ้นเปนสิกขาบท ที่มาในพระปาติโมกข์ ๑ ไม่ได้มาในพระปาติโมกข์ ๑.
สิกขาบทที่มาในพระปาติโมกข์นั้น คือ ปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ๑๓ อนิยต ๒ นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ ปาจิตตีย์ ๙๒ ปาฏิเทสนียะ ๔ เสขิยะ ๗๕ รวมเป็น ๒๒๐ นับทั้งอธิกรณสมถะด้วยเป็น ๒๒๗.
ปาราชิก ๔
๑. ภิกษุเสพเมถุน ต้องปาราชิก.
๒. ภิกษุถือเอาของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ ได้ราคา ๕ มาสก ต้องปาราชิก.
๓. ภิกษุแกล้งฆ่ามนุษย์ให้ตาย ต้องปาราชิก
๔. ภิกษุอวดอุตตริมนุสสธรรม (คือธรรมอันยิ่งของมนุษย์) ที่ไม่มีในตน ต้องปาราชิก.<noinclude></noinclude>
j1jcq5joeahjgo3y33hg0w071bsn6zv
หน้า:ยวนพ่าย - ๒๔๖๕.pdf/13
250
91033
295153
2026-08-29T08:03:31Z
CorneliusVnG
11113
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */
295153
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="CorneliusVnG" />{{ก|๕}}</noinclude>๕
๏ พระมาทุกเทศท้ยน มาคลล
มาผ่านภูวมาผาย แผ่นหล้า
พระมาก่อธรรมา ครองโลกย
มาสืบสีมาข้า ข่มเขญ ฯ
๏ พระมายศโยคพ้น พรหมา
มาพ่างมาพาเปน ปิ่นแก้ว
พระมาทยบทยมสมา ธิปราชญ เพรงแฮ
มาทยบมาทบแผ้ว แผ่นไตร ฯ
๏ เอกัตวเอกาตมล้ำ เลอกษัตร ท่านฤๅ
(ประเสริฐยิ่งนักแลมีฤทธยาคมหาสองบมิได้)
เอกทยาศรยแสวง ชอบใช้
(หาชนผู้มีอัธยาศัรยเสมอเปนอันเดียว)
เอกาจลดำรงรักษ รองราษฎร์ ไส้แฮ
(ดำรงพระสันดานดุจภูเขาอันเปนแท่งเดียวแล้วอำรุงรักราษฎร)
เอกสัตวเกื้อให้ ส่างศัลย ฯ
(เกื้อหนุนสัตวให้สว่างฟื้นจากทุกถ่ายเดียว)
หอสมุดกลาง
จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย<noinclude></noinclude>
osuh81oroypoy7ua9vdmg4dka5mcf4r
ผู้ใช้:CorneliusVnG
2
91034
295154
2026-08-29T08:05:47Z
CorneliusVnG
11113
สร้างหน้าด้วย "สวัสดีค่ะ คอร์นีเลียค่ะ"
295154
wikitext
text/x-wiki
สวัสดีค่ะ คอร์นีเลียค่ะ
3h38il84099lsxqf7dye7gm23ucx6ls