วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.17
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/37
250
91035
295155
2026-08-29T12:19:41Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "สังฆาทิเสส ๑๓ # ภิกษุแกล้งทำให้น้ำอสุจิเคลื่อน ต้องสังฆาทิเสส. # ภิกษุมีความกำหนัดอยู่ จับต้องกายหญิง ต้องสังฆาทิเสส. # ภิกษุมีความกำหนัดอยู่ พูดเกี้ยวหญิง ต้องสั..."
295155
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๓|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>สังฆาทิเสส ๑๓
# ภิกษุแกล้งทำให้น้ำอสุจิเคลื่อน ต้องสังฆาทิเสส.
# ภิกษุมีความกำหนัดอยู่ จับต้องกายหญิง ต้องสังฆาทิเสส.
# ภิกษุมีความกำหนัดอยู่ พูดเกี้ยวหญิง ต้องสังฆาทิเสส.
# ภิกษุมีความกำหนัดอยู่ พูดล่อให้หญิงบำเรอตนด้วยกาม ต้องสังฆาทิเสส.
# ภิกษุชักสื่อให้ชายหญิงเป็นผัวเมียกัน ต้องสังฆาทิเสส.
# ภิกษุสร้างกุฎีที่ต้องก่อและโบกด้วยปูนหรือดิน ซึ่งไม่มีใครเป็นเจ้าของ จําเพาะเป็นที่อยู่ของตน ต้องทำให้ได้ประมาณ โดยยาวเพียง ๑๒ คืบพระสุคต โดยกว้างเพียง ๗ คืบ วัดในร่วมใน และต้องให้สงฆ์แสดงที่ให้ก่อน ถ้าไม่ให้สงฆ์แสดงที่ให้ก็ดี ทำให้เกินประมาณก็ดี ต้องสังฆาทิเสส.
# ถ้าที่อยู่ซึ่งจะสร้างขึ้นนั้น มีทายกเป็นเจ้าของ ทำให้เกินประมาณนั้นได้. แต่ต้องให้สงฆ์แสดงที่ให้ก่อน ถ้าไม่ให้สงฆ์แสดงที่ให้ก่อน ต้องสังฆาทิเสส.
# ภิกษุโกรธเคือง แกล้งโจทภิกษุอื่นด้วยอาบัติปาราชิกไม่มีมูล ต้องสังฆาทิเสส.
# ภิกษุโกรธเคือง แกล้งหาเลสโจทภิกษุอื่นด้วยอาบัติปาราชิก ต้องสังฆาทิเสส.<noinclude></noinclude>
t2ywh0jyo5zx74rwnvobzbpe7j03vhu
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/38
250
91036
295156
2026-08-29T12:27:23Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ภิกษุพากเพียรเพื่อจะทำลายสงฆ์ให้แตกกัน ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส. # ภิกษุประพฤติตามภิกษุผู้ทำลาย..."
295156
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๔|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ภิกษุพากเพียรเพื่อจะทำลายสงฆ์ให้แตกกัน ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส.
# ภิกษุประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์นั้น ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ สังฆาทิเสส.
# ภิกษุว่ายากสอนยาก ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส.
# ภิกษุประทุษร้ายตระกูล คือประจบคฤหัสถ์ สงฆ์ไล่เสียจากวัด กลับว่าติเตียนสงฆ์ ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส.
อนิยต ๒
# ภิกษุนั่งในที่ลับตากับหญิงสองต่อสอง ถ้ามีคนที่ควรเชื่อได้มาพูดขึ้นด้วยธรรม ๓ อย่าง คือ ปาราชิก หรือสังฆาทิเสส หรือปาจิตตีย์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ภิกษุรับอย่างใด ให้ปรับอย่างนั้น หรือเขาว่าจําเพาะธรรมอย่างใด ให้ปรับอย่างนั้น.
# ภิกษุนั่งในที่ลับหูกับหญิงสองต่อสอง ถ้ามีคนที่ควรเชื่อได้มาพูดขึ้นด้วยธรรม ๒ อย่าง คือ สังฆาทิเสส หรือปาจิตตีย์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ภิกษุรับอย่างใด ให้ปรับอย่างนั้น หรือเขาว่าจําเพาะธรรมอย่างใด ให้ปรับอย่างนั้น.<noinclude></noinclude>
tfgpz62t35vxl9u9u12dvj9jtsknvsj
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/39
250
91037
295157
2026-08-29T14:59:33Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ แบ่งเป็น ๓ วรรค มีวรรคละ ๑๐ สิกขาบท จีวรวรรคที่ ๑ # ภิกษุทรงอติเรกจีวรได้เพียง ๑๐ วันเป็นอย่างยิ่ง ถ้าล่วง ๑๐ วันไป ต้องไปนิสสัคคิยปาจิตตีย์..."
295157
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๕|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ แบ่งเป็น ๓ วรรค
มีวรรคละ ๑๐ สิกขาบท
จีวรวรรคที่ ๑
# ภิกษุทรงอติเรกจีวรได้เพียง ๑๐ วันเป็นอย่างยิ่ง ถ้าล่วง ๑๐ วันไป ต้องไปนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวรแม้คืนหนึ่ง ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่ได้สมมติ.
# ถ้าผ้าเกิดขึ้นแก่ภิกษุ ๆ ประสงค์จะทําจีวร แต่ยังไม่พอ ถ้ามีที่หวังว่าจะได้มาอีก พึงเก็บผ้านั้นไว้ได้เพียงเดือนหนึ่งเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเก็บไว้ให้เกินเดือนหนึ่งไป แม้ถึงยังมีที่หวังว่าจะได้อยู่ ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ภิกษุใช้นางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ ให้ซักก็ดี ให้ย้อมก็ดี ให้ทุบก็ดี ซึ่งจีวรเก่า ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ภิกษุรับจีวรแต่มือนางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ เว้นไว้แต่แลกเปลี่ยนกัน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ภิกษุขอจีวรต่อคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา ได้มาต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่มีสมัยที่จะขอจีวรได้ คือ เวลาภิกษุมีจีวรอันโจรลักไป หรือมีจีวรอันฉิบหายเสีย.<noinclude></noinclude>
6pvsyqm1ck8ukkbjfiknniaxpnksujm
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/40
250
91038
295158
2026-08-29T15:17:13Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ในสมัยเช่นนั้น จะขอเขาได้ก็เพียงผ้านุ่งผ้าห่มเท่านั้น ถ้าขอให้เกินกว่านั้น ได้มา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์. # ถ้าคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา เขาพูดว่า เขาจ..."
295158
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๖|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ในสมัยเช่นนั้น จะขอเขาได้ก็เพียงผ้านุ่งผ้าห่มเท่านั้น ถ้าขอให้เกินกว่านั้น ได้มา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ถ้าคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา เขาพูดว่า เขาจะถวายจีวรแก่ภิกษุชื่อนี้ ภิกษุนั้นทราบความแล้ว เข้าไปพูดให้เขาถวายจีวรอย่างนั้นอย่างนี้ ที่มีราคาแพงกว่าดีกว่าที่เขากำหนดไว้เดิมได้มา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ถ้าคฤหัสถ์ผู้จะถวายจีวรแก่ภิกษุมีหลายคน แต่เขาไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา ภิกษุไปพูดให้เขารวมทุนเข้าเป็นอันเดียวกัน ให้ซื้อจีวรที่แพงกว่าดีกว่าที่เขากำหนดไว้เดิม ได้มา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ถ้าใคร ๆ นำทรัพย์มาเพื่อค่าจีวรแล้วถามภิกษุว่า ใครเป็นไวยาวัจกรของเธอ ถ้าภิกษุต้องการจีวร ก็พึงแสดงคนวัดหรืออุบาสกว่า ผู้นี้เป็นไวยาวัจกรของภิกษุทั้งหลาย ครั้นเขามอบหมายไวยาวัจกรนั้นแล้ว สั่งภิกษุว่า ถ้าต้องการจีวร ให้เข้าไปหาไวยาวัจกร ภิกษุนั้นพึงเข้าไปหาเขาแล้วทวงว่า เราต้องการจีวรดังนี้ได้ ๓ ครั้ง ถ้าไม่ได้จีวร ไปยืนแต่พอเขาเห็นได้ ๖ ครั้ง ถ้าไม่ได้ ขืนไปทวงให้เกิน ๓ ครั้ง ยืนเกิน ๖ ครั้ง ได้มา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์. ถ้าไปทวงและยืนครบกำหนดแล้วไม่ได้จีวร จำเป็นต้องไปบอกเจ้าของเดิมว่า ของนั้นไม่สำเร็จประโยชน์แก่ตน ให้เขาเรียกเอาของเขาคืนมาเสีย.<noinclude></noinclude>
i40p0ddbl5z1j6m4ktt0rbow5yob9sv
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/41
250
91039
295159
2026-08-30T07:06:52Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " โกสิยวรรคที่ ๒ # ภิกษุหล่อสันถัตด้วยขนเจียมเจือด้วยไหม ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์. # ภิกษุหล่อสันถัตด้วยขนเจียมดำล้วน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์. # ภิกษุจะหล่อสันถัตให..."
295159
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๗|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>
โกสิยวรรคที่ ๒
# ภิกษุหล่อสันถัตด้วยขนเจียมเจือด้วยไหม ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ภิกษุหล่อสันถัตด้วยขนเจียมดำล้วน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ภิกษุจะหล่อสันถัตใหม่ พึงใช้ขนเจียมดำ ๒ ส่วน ขนเจียมขาวส่วนหนึ่ง ขนเจียมแดงส่วนหนึ่ง ถ้าใช้ขนเจียมดำให้เกิน ๒ ส่วนขึ้นไป ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ภิกษุหล่อสันถัตใหม่แล้ว พึงใช้ให้ได้ ๖ ปี ถ้ายังไม่ถึง ๖ ปีหล่อใหม่ ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่ได้สมมติ.
# ภิกษุจะหล่อสันถัต พึงตัดเอาสันถัตเก่าคืบหนึ่งโดยรอบมาปนลงในสันถัตที่หล่อใหม่ เพื่อจะทำลายให้เสียสี ถ้าไม่ทำดังนี้ ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# เมื่อภิกษุเดินทางไกล ถ้ามีใครถวายขนเจียม ต้องการก็รับได้ ถ้าไม่มีใครนำมา นำมาเองได้เพียง ๓ โยชน์ ถ้าให้เกิน ๓ โยชน์ไป ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ภิกษุใช้นางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ ให้ซักก็ดี ให้ย้อมก็ดี ให้สางก็ดี ซึ่งขนเจียม ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ภิกษุรับเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นรับก็ดี ซึ่งทองและเงิน หรือยินดีทองและเงินที่เขาเก็บไว้เพื่อตน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.<noinclude></noinclude>
aa642rolt3g8v274jtfo7oudh2i6uzg
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/42
250
91040
295160
2026-08-30T07:14:52Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ภิกษุทำการซื้อขายด้วยรูปิยะ คือของที่เขาใช้เป็นทองและเงน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์. # ภิกษุแลกเปลี่ยนสิ่งของกับคฤหัสถ์ ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์. ปัตตวรรคที่ ๓ # บา..."
295160
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๘|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ภิกษุทำการซื้อขายด้วยรูปิยะ คือของที่เขาใช้เป็นทองและเงน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ภิกษุแลกเปลี่ยนสิ่งของกับคฤหัสถ์ ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
ปัตตวรรคที่ ๓
# บาตรนอกจากบาตรอธิษฐานเรียกอติเรกบาตร อติเรกบาตรนั้น ภิกษุเก็บไว้ได้เพียง ๑๐ วันเป็นอย่างยิ่ง ถ้าให้ล่วง ๑๐ วันไป ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ภิกษุมีบาตรร้าวยังไม่ถึง ๑๐ นิ้ว ขอบาตรใหม่แต่คฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา ได้มา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ภิกษุรับประเคนเภสัชทั้ง ๕ คือ เนยใส เนยขึ้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย แล้ว เก็บไว้ฉันได้เพียง ๗ วันเป็นอย่างยิ่ง ถ้าให้ล่วง ๗ วันไป ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# เมื่อฤดูร้อนยังเหลืออยู่อีกเดือนหนึ่ง คือตั้งแต่แรมค่ำหนึ่งเดือน ๗ จึงแสวงหาผ้าอาบน้ำฝนได้ เมื่อฤดูร้อนเหลืออยู่อีกกึ่งเดือน คือตั้งแต่ขึ้นค่ำหนึ่งเดือน ๘ จึงทำนุ่งได้ ถ้าแสวงหาหรือทำนุ่งให้ล้ำกว่ากำหนดนั้นเข้ามา ต้องนิสสัคคิยปาจิตติย์.
# ภิกษุให้จีวรแก่ภิกษุอื่นแล้ว โกรธ ชิงเอาคืนมาเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นชิงเอามาก็ดี ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.<noinclude></noinclude>
dhxkscsy6l7v1hzsv42h42jc2bwveg7
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/43
250
91041
295161
2026-08-30T07:20:13Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ภิกษุขอด้ายแต่คฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา เอามาให้ช่างหูกทอเป็นจีวร ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์. # ถ้าคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา สั่งให้ช่างหูกทอจีวร..."
295161
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๙|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ภิกษุขอด้ายแต่คฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา เอามาให้ช่างหูกทอเป็นจีวร ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ถ้าคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา สั่งให้ช่างหูกทอจีวรเพื่อจะถวายแก่ภิกษุ ถ้าภิกษุไปกำหนดให้เขาทำให้ดีขึ้นด้วยจะให้รางวัลแก่เขา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
# ถ้าอีก ๑๐ วันจะถึงวันปวารณา คือตั้งแต่ขึ้น ๖ ค่ำเดือน ๑๑ ถ้าทายกรีบจะถวายผ้าจำนำพรรษา ก็รับเก็บไว้ได้ แต่ถ้าเก็บไว้เกินกาลจีวรไป ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์. กาลจีวรนั้นดังนี้ ถ้าจำพรรษาแล้วไม่ได้กรานกฐิน นับแต่วันปวารณาไปเดือนหนึ่ง คือตั้งแต่แรม หนึ่งเดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน ๑๒ ถ้าได้กรานกฐิน นับแต่วันปวารณาไป ๕ เดือน คือตั้งแต่แรมหนึ่งเดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน ๔.
# ภิกษุจำพรรษาในเสนาสนะป่าซึ่งเป็นที่เปลี่ยว ออกพรรษาแล้ว อยากจะเก็บไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่งไว้ในบ้าน เมื่อมีเหตุก็เก็บไว้ได้เพียง ๖ คืนเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเก็บไว้ให้เกิน ๖ คืนไป ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่ได้สมมติ.
# ภิกษุรู้อยู่ และน้อมลาภที่เขาจะถวายสงฆ์มาเพื่อตน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.<noinclude></noinclude>
klf5s6pn45unnlnxfc61za2g68bnt7r
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/44
250
91042
295162
2026-08-30T07:29:17Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ปาจิตตีย์ ๙๒ สิกขาบท มุสาวาทวรรคที่ ๑ มี ๑๐ สิกขาบท # พูดปด ต้องปาจิตตีย์. # ด่าภิกษุ ต้องปาจิตตีย์. # ส่อเสียดภิกษุ ต้องปาจิตตีย์. # ภิกษุสอนธรรมแก่อนุปสัมบัน ถ้าว่าพ..."
295162
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๑๐|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>ปาจิตตีย์ ๙๒ สิกขาบท
มุสาวาทวรรคที่ ๑ มี ๑๐ สิกขาบท
# พูดปด ต้องปาจิตตีย์.
# ด่าภิกษุ ต้องปาจิตตีย์.
# ส่อเสียดภิกษุ ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุสอนธรรมแก่อนุปสัมบัน ถ้าว่าพร้อมกัน ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุนอนในที่มุงที่บังอันเดียวกันกับอนุปสัมบัน เกิน ๓ คืนขึ้นไป ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุนอนในที่มุงที่บังอันเดียวกันกับผู้หญิง แม้ในคืนแรกต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุแสดงธรรมแก่ผู้หญิง เกินกว่า ๖ คำขึ้นไป ต้องปาจิตตีย์.<ref>เว้นไว้แต่บุรู้ษผู้รู้เดียงสาอยู่ด้วย.</ref>
# ภิกษุบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง แก่อนุปสัมบัน ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่นแก่อนุปสัมบัน ต้องปาจิตตีย์.<ref>เว้นไว้แต่ได้สมมติ.</ref>
# ภิกษุขุดเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นขุดก็ดี ซึ่งแผ่นดิน ต้องปาจิตตีย์.<noinclude></noinclude>
9xthdo7zpch9zmibxq7g5sv4zgth4m2
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/45
250
91043
295163
2026-08-30T07:47:38Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " ภูตคามวรรคที่ ๒ มี ๑๐ สิกขาบท # ภิกษุพรากของเขียวซึ่งเกิดอยู่กับที่ ให้หลุดจากที่ ต้องปาจิตตีย์. # ภิกษุประพฤติอนาจาร สงฆ์เรียกตัวมาถาม แกล้งพูดกลบเกลื่อนก็ดี นิ..."
295163
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๑๑|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>
ภูตคามวรรคที่ ๒ มี ๑๐ สิกขาบท
# ภิกษุพรากของเขียวซึ่งเกิดอยู่กับที่ ให้หลุดจากที่ ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุประพฤติอนาจาร สงฆ์เรียกตัวมาถาม แกล้งพูดกลบเกลื่อนก็ดี นิ่งเสียไม่พูดก็ดี ถ้าสงฆ์สวดประกาศข้อความนั้นจบ ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุติเตียนภิกษุอื่นที่สงฆ์สมมติให้เป็นผู้ทำการสงฆ์ ถ้าเธอทําโดยชอบ ติเตียนเปล่า ๆ ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุเอาเตียง ตั่ง ฟูก เก้าอี้ ของสงฆ์ไปตั้งในที่แจ้งแล้ว เมื่อหลีกไปจากที่นั้น ไม่เก็บเองก็ดี ไม่ใช้ให้ผู้อื่นเก็บก็ดี ไม่มอบหมายแก่ผู้อื่นก็ดี ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุเอาที่นอนของสงฆ์ปูนอนในกุฎีสงฆ์แล้ว เมื่อหลีกไปจากที่นั้น ไม่เก็บเองก็ดี ไม่ใช้ให้ผู้อื่นเก็บก็ดี ไม่มอบหมายแก่ผู้อื่นก็ดีต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุรู้อยู่ว่ากุฎีนี้มีผู้อยู่ก่อน แกล้งไปนอนเบียด ด้วยหวังจะให้ผู้อยู่ก่อนคับแคบใจเข้าก็จะหลีกไปเอง ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุโกรธเคืองภิกษุอื่น ฉุดคร่าไล่ออกจากกุฏีสงฆ์ ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุนั่งทับก็ดี นอนทับก็ดี บนเตียงก็ดี บนตั่งก็ดี อันมีเท้าไม่ได้ตรึงให้แน่น ซึ่งเขาวางไว้บนร่างร้านที่เขาเก็บของในกุฎี<noinclude></noinclude>
7s9g6wnb2smm1egn23aso17re7v9mr9
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/46
250
91044
295164
2026-08-30T07:52:32Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ต้องปาจิตตีย์. # ภิกษุจะเอาดินหรือปูนโบกหลังคากุฏี พึงโบกได้แต่เพียง ๓ ชั้น ถ้าโบกเกินกว่านั้น ต้องปาจิตตีย์. # ภิกษุรู้อยู่ว่า น้ำมีตัวสัตว์ เอารดหญ้าหรือดิน ต้..."
295164
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๑๒|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุจะเอาดินหรือปูนโบกหลังคากุฏี พึงโบกได้แต่เพียง ๓ ชั้น ถ้าโบกเกินกว่านั้น ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุรู้อยู่ว่า น้ำมีตัวสัตว์ เอารดหญ้าหรือดิน ต้องปาจิตตีย์.
โอวาทวรรคที่ ๓ มี ๑๐ สิกขาบท
# ภิกษุที่สงฆ์ไม่ได้สมมติ สั่งสอนนางภิกษุณี ต้องปาจิตตีย์.
# แม้ภิกษุที่สงฆ์สมมติแล้ว ตั้งแต่อาทิตย์ตกแล้วไป สอนนางภิกษุณี ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุเข้าไปสอนนางภิกษุณีถึงในที่อยู่ ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่นางภิกษุณีเจ็บ.
# ภิกษุติเตียนภิกษุอื่นว่า สอนนางภิกษุณีเพราะเห็นแก่ลาภ ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุให้จีวรแก่นางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่แลกเปลี่ยนกัน.
# ภิกษุเย็บจีวรของนางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นเยบก็ดี ต้องปาจิตตีย์.<noinclude></noinclude>
6y89h7rvcv8ctjydcu44a9iwka1hpcr
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/47
250
91045
295165
2026-08-30T07:57:54Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ภิกษุชวนนางภิกษุณีเดินทางด้วยกัน แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่งต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่ทางเปลี่ยว. # ภิกษุชวนนางภิกษุณีลงเรือลำเดียวกัน ขึ้นน้ำก็ดี ล่องน้ำก็ดี ต้องปา..."
295165
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๑๓|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ภิกษุชวนนางภิกษุณีเดินทางด้วยกัน แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่งต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่ทางเปลี่ยว.
# ภิกษุชวนนางภิกษุณีลงเรือลำเดียวกัน ขึ้นน้ำก็ดี ล่องน้ำก็ดี ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่ข้ามฟาก.
# ภิกษุฉันของเคี้ยวของฉัน ที่นางภิกษุณีบังคับให้คฤหัสถ์เขาถวาย ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่คฤหัสถ์เขาเริ่มไว้ก่อน.
# ภิกษุนั่งก็ดี นอนก็ดี ในที่ลับสองต่อสอง กับนางภิกษุณี ต้องปาจิตตีย์.
โภชนวรรคที่ ๔ มี ๑๐ สิกขาบท
# อาหารในโรงทานที่ทั่วไปไม่นิยมบุคคล ภิกษุไม่เจ็บไข้ ฉันได้แต่เฉพาะวันเดียวแล้ว ต้องหยุดเสียในระหว่าง ต่อไปจึงฉันได้อีก ถ้าฉันติด ๆ กันตั้งแต่สองวันขึ้นไป ต้องปาจิตตีย์.
# ถ้าทายกเขามานิมนต์ ออกชื่อโภชนะทั้ง ๕ อย่าง คือข้าวสุก ขนมสด ขนมแห้ง ปลา เนื้อ อย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าไปรับของนั้นมา หรือฉันของนั้น พร้อมกันตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป ต้องปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่สมัย คือ เป็นไข้อย่าง ๑ หน้าจีวรกาลอย่าง ๑ เวลาทําจีวรอย่าง ๑ เดินทางไกลอย่าง ๑ ไปทางเรืออย่าง ๑ อยู่มากด้วยกันบิณฑบาตไม่พอฉันอย่าง ๑ โภชนะเป็นของสมณะอย่าง ๑.<noinclude></noinclude>
6fuypwccdj5fsae8b8yj87w1v8rdasn
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/48
250
91046
295166
2026-08-30T08:04:35Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ภิกษุรับนิมนต์แห่งหนึ่ง ด้วยโภชนะทั้ง ๕ อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ไม่ไปฉันในที่นิมนต์นั้น ไปฉันเสียที่อื่น ต้องปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่ยกส่วนที่รับนิมนต์ไว้ก่อนนั้..."
295166
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๑๔|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ภิกษุรับนิมนต์แห่งหนึ่ง ด้วยโภชนะทั้ง ๕ อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ไม่ไปฉันในที่นิมนต์นั้น ไปฉันเสียที่อื่น ต้องปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่ยกส่วนที่รับนิมนต์ไว้ก่อนนั้นให้แก่ภิกษุอื่นเสีย หรือหน้าจีวรกาล และเวลาทำจีวร.
# ภิกษุเข้าไปบิณฑบาตในบ้าน ทายกเขาเอาขนมมาถวายเป็นอันมาก จะรับได้เป็นอย่างมากเพียง ๓ บาตรเท่านั้น ถ้ารับให้เกินกว่านั้น ต้องปาจิตตีย์ ของที่รับมามากเช่นนั้น ต้องแบ่งให้ภิกษุอื่น.
# ภิกษุฉันค้างอยู่ มีผู้เอาโภชนะทั้ง ๕ อย่างใดอย่างหนึ่งเข้ามาประเคน ห้ามเสียแล้ว ลุกจากที่นั่งนั้นแล้ว ฉันของเคี้ยวของฉันซึ่งไม่เป็นเดนภิกษุไข้ หรือไม่ได้ทำวินัยกรรม ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุรู้อยู่ว่า ภิกษุอื่นห้ามข้าวแล้ว [ตามสิกขาบทหลัง] คิดจะยกโทษเธอ แกล้งเอาของเคี้ยวของฉันที่ไม่เป็นเดนภิกษุไข้ไปล้อให้เธอฉัน ถ้าเธอฉันแล้ว ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุฉันของเคี้ยวของฉันที่เป็นอาหารในเวลาวิกาล คือตั้งแต่เที่ยงแล้วไปจนถึงวันใหม่ ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุฉันของเคี้ยวของฉันที่เป็นอาหารซึ่งรับประเคนไว้ค้างคืน ต้องปาจิตตีย์.<noinclude></noinclude>
7x0tqbwzwf27kr6hl7nwlnx7hgv3jyf
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/49
250
91047
295167
2026-08-30T08:14:59Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ภิกษุขอโภชนะอันประณีต คือ ข้าวสุก ระคนด้วยเนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ปลา เนื้อ นมสด นมส้ม ต่อคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา เอามาฉัน ต้องปาจิตตีย์. # ภ..."
295167
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๑๕|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ภิกษุขอโภชนะอันประณีต คือ ข้าวสุก ระคนด้วยเนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ปลา เนื้อ นมสด นมส้ม ต่อคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา เอามาฉัน ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุกลืนกินอาหารที่ไม่มีผู้ให้ คือยังไม่ได้รับประเคนให้ ล่วงทวารปากเข้าไป ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่น้ำและไม้สีฟัน.
อเจลกวรรคที่ ๕ มี ๑๐ สิกขาบท
# ภิกษุให้ของเคี้ยวของฉัน แก่นักบวชนอกศาสนาด้วยมือตน ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุชวนภิกษุอื่นไปเที่ยวบิณฑบาตด้วยกัน หวังจะประพฤติอนาจาร ไล่เธอกลับมาเสีย ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุสำเร็จการนั่งแทรกแซง ในสกุลที่กำลังบริโภคอาหารอยู่ ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุนั่งอยู่ในห้องกับผู้หญิง ไม่มีผู้ชายอยู่เป็นเพื่อน ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุนั่งในที่แจ้งกับผู้หญิงสองต่อสอง ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุรับนิมนต์ด้วยโภชนะทั้ง ๕ แล้ว จะไปในที่อื่นจากที่นิมนต์นั้น ในเวลาก่อนฉันก็ดี ฉันกลับมาแล้วก็ดี ต้องลาภิกษุที่มีอยู่ในวัดก่อนจึงจะไปได้ ถ้าไม่ลาก่อนเที่ยวไป ต้องปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่สมัย คือจีวรกาล และเวลาทำจีวร.<noinclude></noinclude>
87enczgdnnf6ey741k1ouh8ka4cmqph
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/50
250
91048
295168
2026-08-30T08:18:47Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ถ้าเขาปวารณาด้วยปัจจัยสี่เพียง ๔ เดือน พึงขอเขาได้เพียงกำหนดนั้นเท่านั้น ถ้าขอให้เกินกว่ากำหนดนั้นไป ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่เขาปวารณาอีก หรือปวารณาเป็นนิ..."
295168
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๑๖|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ถ้าเขาปวารณาด้วยปัจจัยสี่เพียง ๔ เดือน พึงขอเขาได้เพียงกำหนดนั้นเท่านั้น ถ้าขอให้เกินกว่ากำหนดนั้นไป ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่เขาปวารณาอีก หรือปวารณาเป็นนิตย์.
# ภิกษุไปดูกระบวนทัพที่เขายกไปเพื่อจะรบกัน ต้องปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่มีเหตุ.
# ถ้าเหตุที่ต้องไปมีอยู่ พึงไปอยู่ได้ในกองทัพเพียง ๓ วัน ถ้าอยู่ให้เกินกว่ากำหนดนั้น ต้องปาจิตตีย์.
# ในเวลาที่อยู่ในกองทัพตามกำหนดนั้น ถ้าไปดูเขารบกันก็ดี หรือดูเขาตรวจพลก็ดี ดูเขาจัดกระบวนทัพก็ดี ดูหมู่เสนาที่จัดเป็นกระบวนแล้วก็ดี ต้องปาจิตตีย์.
สุราปานวรรคที่ ๖ มี ๑๐ สิกขาบท
# ภิกษุดื่มน้ำเมา ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุจี้ภิกษุ ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุว่ายน้ำเล่น ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุแสดงความไม่เอื้อเฟื้อในวินัย ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุหลอนภิกษุให้กลัวผี ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุไม่เป็นไข้ ติดไฟให้เป็นเปลวเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นติดก็ดี เพื่อจะผิง ต้องปาจิตตีย์ ติดเพื่อเหตุอื่น ไม่เป็นอาบัติ.<noinclude></noinclude>
4ch7zzui3tvsd6ut662ci24h82zjt0s
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/51
250
91049
295169
2026-08-30T08:25:09Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ภิกษุอยู่ในมัชฌิมประเทศ คือ จังหวัดกลางแห่งประเทศอินเดีย ๑๕ วันจึงอาบน้ำได้หนหนึ่ง ถ้ายังไม่ถึง ๑๕ วันอาบน้ำ ต้องปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่มีเหตุจำเป็น. ในปัจจันตป..."
295169
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๑๗|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ภิกษุอยู่ในมัชฌิมประเทศ คือ จังหวัดกลางแห่งประเทศอินเดีย ๑๕ วันจึงอาบน้ำได้หนหนึ่ง ถ้ายังไม่ถึง ๑๕ วันอาบน้ำ ต้องปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่มีเหตุจำเป็น. ในปัจจันตประเทศ เช่นประเทศเรา อาบน้ำได้เป็นนิตย์ ไม่เป็นอาบัติ.
# ภิกษุได้จีวรใหม่มา ต้องพินทุด้วยสี ๓ อย่าง คือ เขียวคราม โคลน ดำคล้ำ อย่างใดอย่างหนึ่งก่อน จึงนุ่งห่มได้ ถ้าไม่ทำพื้นทุก่อนแล้วนุ่งห่ม ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุวิกัปจีวรแก่ภิกษุหรือสามเณรแล้ว ผู้รับยังไม่ได้ถอน นุ่งห่มจีวรนั้น ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุซ่อนบริขาร คือ บาตร จีวร ผ้าปูนั่ง กล่องเข็ม ประคตเอว สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ของภิกษุอื่น ด้วยคิดว่าจะล้อเล่น ต้องปาจิตตีย์.
สัปปาณวรรคที่ ๒ มี ๑๐ สิกขาบท
# ภิกษุแกล้งฆ่าสัตว์ดิรัจฉาน ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุรู้อยู่ว่า น้ำมีตัวสัตว์ บริโภคน้ำนั้น ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุรู้อยู่ว่า อธิกรณ์นี้สงฆ์ทำแล้วโดยชอบ เลิกถอนเสีย กลับทําใหม่ ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุรู้อยู่ แกล้งปกปิดอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่น ต้องปาจิตตีย์.<noinclude></noinclude>
cm4euoeh14p5tembiilpc62j4friqmj
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/52
250
91050
295170
2026-08-30T08:29:58Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ภิกษุรู้อยู่ เป็นอุปัชฌายะอุปสมบทกุลบุตรผู้มีอายุหย่อนกว่า ๒๐ ปี ต้องปาจิตตีย์. # ภิกษุรู้อยู่ ชวนพ่อค้าผู้ซ่อนภาษีเดินทางด้วยกัน แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง ต้องปา..."
295170
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๑๘|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ภิกษุรู้อยู่ เป็นอุปัชฌายะอุปสมบทกุลบุตรผู้มีอายุหย่อนกว่า ๒๐ ปี ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุรู้อยู่ ชวนพ่อค้าผู้ซ่อนภาษีเดินทางด้วยกัน แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุชวนผู้หญิงเดินทางด้วยกัน แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุกล่าวคัดค้านธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดประกาศข้อความนั้นจบ ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุคบภิกษุเช่นนั้น คือ ร่วมกินก็ดี ร่วมอุโบสถสังฆกรรมก็ดี ร่วมนอนก็ดี ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุเกลี้ยกล่อมสามเณรที่ภิกษุอื่นให้ฉิบหายแล้ว เพราะโทษที่กล่าวคัดค้านธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า ให้เป็นผู้อุปัฏฐากก็ดี ร่วมกินก็ดี ร่วมนอนก็ดี ต้องปาจิตตีย์.
สหธรรมิกวรรคที่ ๘ มี ๑๒ สิกขาบท
# ภิกษุประพฤติอนาจาร ภิกษุอื่นตักเตือน พูดผัดเพี้ยนว่ายังไม่ได้ถามท่านผู้รู้ก่อน ข้าพเจ้าจักไม่ศึกษาในสิกขาบทนี้ ต้องปาจิตตีย์.
ธรรมดาภิกษุผู้ศึกษา ยังไม่รู้สิ่งใด ควรจะรู้สิ่งนั้น ควรไต่ถามไล่เลียงท่านผู้รู้.<noinclude></noinclude>
gp16ergr1106pzhqb4n8900zks3zj04
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/53
250
91051
295171
2026-08-30T08:34:01Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ภิกษุอื่นท่องปาติโมกข์อยู่ ภิกษุแกล้งพูดให้เธอคลายอุตสาหะ ต้องปาจิตตีย์. # ภิกษุต้องอาบัติแล้วแกล้งพูดว่า ข้าพเจ้าพึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า ข้อนี้มาในพระปาติโ..."
295171
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๑๙|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ภิกษุอื่นท่องปาติโมกข์อยู่ ภิกษุแกล้งพูดให้เธอคลายอุตสาหะ ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุต้องอาบัติแล้วแกล้งพูดว่า ข้าพเจ้าพึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า ข้อนี้มาในพระปาติโมกข์ ถ้าภิกษุอื่นรู้อยู่ว่า เธอเคยรู้มาก่อนแล้ว แต่แกล้งพูดกันเขาว่า ฟังสวดประกาศความข้อนั้น เมื่อสงฆ์สวดประกาศแล้ว แกล้งทำไม่รู้อีก ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุโกรธ ให้ประหารแก่ภิกษุอื่น ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุโกรธ เงื้อมือดุจให้ประหารแก่ภิกษุอื่น ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุโจทก์ฟ้องภิกษุอื่น ด้วยอาบัติสังฆาทิเสสไม่มีมูล ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุแกล้งก่อความรำคาญให้เกิดแก่ภิกษุอื่น ต้องปาจิตตีย์.
# เมื่อภิกษุวิวาทกันอยู่ ภิกษุไปแอบฟังความ เพื่อจะได้รู้ว่า เขาว่าอะไรตนหรือพวกของตน ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุให้ฉันทะ คือความยอมให้ทำสังฆกรรมที่เป็นธรรมแล้ว ภายหลังกลับติเตียนสงฆ์ผู้ทำกรรมนั้น ต้องปาจิตตีย์.
# เมื่อสงฆ์กำลังประชุมกันตัดสินข้อความข้อหนึ่ง ภิกษุใดอยู่ในที่ประชุมนั้น จะหลีกไปในขณะที่ตัดสินข้อนั้นยังไม่เสร็จ ไม่ให้ฉันทะก่อนลุกไปเสีย ต้องปาจิตตีย์.<noinclude></noinclude>
omg0vyg5xvcv1jm18hyfk3ixh36l92y
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/54
250
91052
295172
2026-08-30T08:43:34Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ภิกษุพร้อมกับสงฆ์ให้จีวรเป็นบำเหน็จ แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งแล้ว ภายหลังกลับติเตียนภิกษุอื่นว่า ให้เพราะเห็นแก่หน้ากัน ต้องปาจิตตีย์. # ภิกษุรู้อยู่ น้อมลาภที่..."
295172
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๒๐|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ภิกษุพร้อมกับสงฆ์ให้จีวรเป็นบำเหน็จ แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งแล้ว ภายหลังกลับติเตียนภิกษุอื่นว่า ให้เพราะเห็นแก่หน้ากัน ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุรู้อยู่ น้อมลาภที่ทายกเขาตั้งใจจะถวายสงฆ์มาเพื่อบุคคล ต้องปาจิตตีย์.
รตนวรรคที่ ๙ มี ๑๐ สิกขาบท
# ภิกษุไม่ได้รับอนุญาตก่อน เข้าไปในห้องที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จอยู่กับพระมเหสี ต้องปาจิตตีย์.
# ภิกษุเห็นเครื่องบริโภคของคฤหัสถ์ตกอยู่ ถือเอาเป็นของเก็บได้เองก็ดี ให้ผู้อื่นถือเอาก็ดี ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่ของนั้นตกอยู่ในวัด หรือในที่อาศัย ต้องเก็บไว้ให้แก่เจ้าของ ถ้าไม่เก็บ ต้องทุกกฎ.
# ภิกษุไม่บอกลาภิกษุอื่นที่มีอยู่ในวัดก่อน เข้าไปบ้านในเวลาวิกาล ต้องปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่การด่วน.
# ภิกษุทำกล่องเข็ม ด้วยกระดูกก็ดี ด้วยงาก็ดี ด้วยเขาก็ดี ต้องปาจิตตีย์. ต้องต่อยกล่องนั้นเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.
# ภิกษุทำเตียงหรือตั่ง พึงทำให้มีเท้าเพียง ๘ นิ้วพระสุคต เว้นไว้แต่แม่แคร ถ้าทําให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.<noinclude></noinclude>
qitlfw4cqsxrz30p5kypx752bqi1fyl
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/55
250
91053
295173
2026-08-30T08:52:57Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ภิกษุทำเตียงหรือตั่งหุ้มนุ่น ต้องปาจิตตีย์. ต้องรื้อเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก. # ภิกษุทำผ้าปูนั่ง พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๒ คืบพระสุคต กว้างคืบครึ่ง ชาย..."
295173
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๒๑|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ภิกษุทำเตียงหรือตั่งหุ้มนุ่น ต้องปาจิตตีย์. ต้องรื้อเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.
# ภิกษุทำผ้าปูนั่ง พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๒ คืบพระสุคต กว้างคืบครึ่ง ชายคืบหนึ่ง ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.
# ภิกษุทำผ้านุ่งปิดแผล พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๔ คืบพระสุคต กว้าง ๒ คืบ ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.
# ภิกษุทำผ้าอาบน้ำฝน พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๖ คืบพระสุคต กว้าง ๒ คืบครึ่ง ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.
# ภิกษุทำจีวรให้เท่าจีวรพระสุคตก็ดี เกินกว่านั้นก็ดี ต้องปาจิตตีย์. ประมาณจีวรพระสุคตนั้น ยาว ๔ คืบพระสุคต กว้าง ๖ คืบ ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติ.
ปาฏิเทสนียะ ๔
# ภิกษุรับของเคี้ยวของฉัน แต่มือนางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ ด้วยมือของตนมาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.
# ภิกษุฉันอยู่ในที่นิมนต์ ถ้ามีนางภิกษุณีมาสั่งทายกให้เอาสิ่งนั้นสิ่งนี้ถวาย เธอพึงไล่นางภิกษุณีนั้นให้ถอยไปเสีย ถ้าไม่ไล่<noinclude></noinclude>
e4by95tkfmglrqkftw3urhjwipsv3ld
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/56
250
91054
295174
2026-08-30T09:07:06Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ต้องปาฏิเทสนียะ. # ภิกษุไม่เป็นไข้ เขาไม่ได้นิมนต์ รับของเคี้ยวของฉันในตระกูลที่สงฆ์สมมติว่าเป็นเสขะ มาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ. # ภิกษุอยู่ในเสนาสนะป่าเป็นที่เป..."
295174
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๒๒|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>ต้องปาฏิเทสนียะ.
# ภิกษุไม่เป็นไข้ เขาไม่ได้นิมนต์ รับของเคี้ยวของฉันในตระกูลที่สงฆ์สมมติว่าเป็นเสขะ มาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.
# ภิกษุอยู่ในเสนาสนะป่าเป็นที่เปลี่ยว ไม่เป็นไข้ รับของเคี้ยวของฉัน ที่ทายกไม่ได้แจ้งความให้ทราบก่อน ด้วยมือของตนมาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.
เสขิยวัตร
วัตรที่ภิกษุจะต้องศึกษาเรียกว่าเสขิยวัตร เสขิยวัตรนั้นจัดเป็น ๔ หมวด หมวดที่ ๑ เรียกว่าสารูป หมวดที่ ๒ เรียกว่าโภชนปฏิสังยุต หมวดที่ ๓ เรียกว่าธัมมเทสนาปฏิสังยุต หมวดที่ ๔ เรียกว่าปกิณณกะ.
สารูปที่ ๑ มี ๒๖
# ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักนุ่ง ให้เรียบร้อย.
# ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักห่ม ให้เรียบร้อย.
# ฯลฯ เราจักปิดกายด้วยดี ไปในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักปิดกายด้วยดี นั่งในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักระวังมือเท้าด้วยดี ไปในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักระวังมือเท้าด้วยดี นั่งในบ้าน.<noinclude></noinclude>
b4n8jwnc4jupzvsxx200bhdj9dx4f7k
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/57
250
91055
295175
2026-08-30T11:55:25Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ฯลฯ เราจักมีตาทอดลง ไปในบ้าน. # ฯลฯ เราจักมีตาทอดลง นั่งในบ้าน. # ฯลฯ เราจักไม่เวิกผ้า ไปในบ้าน. # ฯลฯ เราจักไม่เวิกผ้า นั่งในบ้าน. # ฯลฯ เราจักไม่หัวเราะ ไปในบ้าน. # ฯลฯ..."
295175
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๒๓|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ฯลฯ เราจักมีตาทอดลง ไปในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักมีตาทอดลง นั่งในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่เวิกผ้า ไปในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่เวิกผ้า นั่งในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่หัวเราะ ไปในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่หัวเราะ นั่งในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่พูดเสียงดัง ไปในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่พูดเสียงดัง นั่งในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่โคลงกาย ไปในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่โคลงกาย นั่งในบ้าน.
# ฯลฯ เราจะไม่ไกวแขน ไปในบ้าน.
# ฯลฯ เราจะไม่ไกวแขน นั่งในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่สั่นศีรษะ ไปในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่สั่นศีรษะ นั่งในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่เอามือค้ำกาย ไปในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่เอามือค้ำกาย นั่งในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่เอาผ้าคลุมศีรษะ ไปในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่เอาผ้าคลุมศีรษะ นั่งในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่เดินกระโหย่งเท้า ไปในบ้าน.
# ฯลฯ เราจักไม่นั่งรัดเข่าในบ้าน.<noinclude></noinclude>
h427uc2yuelltmwgows2lwwpsvc1k8p