วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.18
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/34
250
91029
295197
295123
2026-09-01T14:07:59Z
TinTin45678
12482
295197
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|ต|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>{| style="width: 100%;"
|+ <big>อักษรย่อบอกนามคัมภีร์</big>
|-
| องฺ. || อฏฺฐก. || style="text-align:center;"|องฺคุตฺตรนิกาย || อฏฺฐกนิปาต
|-
| องฺ. || จตุกฺก. || style="text-align:center;"|,, || จตุกฺกนิปาต
|-
| องฺ. || ฉกฺก. || style="text-align:center;"|,, || ฉกฺกนิปาต
|-
| องฺ. || ติก. || style="text-align:center;"|,, || ติกนิปาต
|-
| องฺ. || ทสก. || style="text-align:center;"|,, || ทสกนิปาต
|-
| องฺ. || ทุกฺ. || style="text-align:center;"|,, || ทุกฺนิปาต
|-
| องฺ. || ปญฺจก. || style="text-align:center;"|,, || ปญฺจกนิปาต
|-
| องฺ. || สตฺตก. || style="text-align:center;"|,, || สตฺตกนิปาต
|-
| ขุ. || อิติ. || style="text-align:center;"|ขุทฺทกนิกาย || อิติวุตฺตก
|-
| ขุ. || ขุ. || style="text-align:center;"|,, || ขุทฺทกปาฐ
|-
| ที. || ปาฏิ. || style="text-align:center;"|ทีฆนิกาย || ปาฏิกวคฺค
|-
| ที. || มหา. || style="text-align:center;"|,, || มหาวคฺค
|-
| ม. || อุป. || style="text-align:center;"|มชฺฌิมนิกาย || อุปริปณฺณาสก
|-
| ม. || มู. || style="text-align:center;"|,, || มูลปณฺณาสก
|-
| อภิ. || วิภงฺค. || style="text-align:center;"|อภิธมฺมปิฎก || วิภงฺค
|-
| วิ. || ฉอนุสฺสติ. ปฐม. || style="text-align:center;"|วิสุทฺธิมคฺค || ฉอนุสฺสตินิทฺเทส ปฐมภาค
|-
| วิ. || สีล. ปฐม. || style="text-align:center;"|,, || สีลนิทฺเทส ปฐมภาค
|-
| สํ. || นิ. || style="text-align:center;"|สํยุตฺตนิกาย || นิทานวคฺค
|-
| สํ. || มหา. || style="text-align:center;"|,, || มหาวารวคฺค
|-
| สํ. || ส. || style="text-align:center;"|,, || สคาถวคฺค
|}<noinclude></noinclude>
0chu2fxn0lxb4nzp56kpql7tty67bhz
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/69
250
91069
295192
2026-09-01T12:42:00Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# อนิจจา ความเป็นของไม่เที่ยง. # ทุกขตา ความเป็นทุกข์. # อนัตตตา ความเป็นของไม่ใช่ตน. สํ. สฬ. ๑๘/๑. {{rule|10%}} จตุกกะ คือ หมวด ๔ วุฑฒิ คือธรรมเป็นเครื่องเจริญ ๔ อย่าง # สัปปุริส..."
295192
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๓๕|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># อนิจจา ความเป็นของไม่เที่ยง.
# ทุกขตา ความเป็นทุกข์.
# อนัตตตา ความเป็นของไม่ใช่ตน.
สํ. สฬ. ๑๘/๑.
{{rule|10%}}
จตุกกะ คือ หมวด ๔
วุฑฒิ คือธรรมเป็นเครื่องเจริญ ๔ อย่าง
# สัปปุริสสังเสวะ คบท่านผู้ประพฤติชอบด้วยกายวาจาใจที่เรียกว่าสัตบุรุษ.
# สัทธัมมัสสวนะ ฟังคำสั่งสอนของท่านโดยเคารพ.
# โยนิโสมนสิการ ตริตรองให้รู้จักสิ่งที่ดีหรือชั่วโดยอุบายที่ชอบ.
# ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรมซึ่งได้ตรองเห็นแล้ว.
องฺ. จตุกฺก. ๒๐/๓๓๒.
จักร ๔
# ปฏิรูปเทสวาสะ อยู่ในประเทศอันสมควร.
# สัปปุริสูปัสสยะ คบสัตบุรุษ.
# อัตตสัมมาปณิธิ ตั้งตนไว้ชอบ.<noinclude></noinclude>
5b9zrgvk87t1x4esvr6djvf8teapb81
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/70
250
91070
295193
2026-09-01T12:47:18Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ปุพเพกตปุญญตา ความเป็นผู้ได้ทำความดีไว้ในปางก่อน. ธรรม ๔ อย่างนี้ ดุจล้อรถนำไปสู่ความเจริญ. องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๔๐. อคติ ๔ # ลำเอียงเพราะรักใคร่กัน เรียกฉันทาคติ. # ลำเอ..."
295193
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๓๖|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ปุพเพกตปุญญตา ความเป็นผู้ได้ทำความดีไว้ในปางก่อน.
ธรรม ๔ อย่างนี้ ดุจล้อรถนำไปสู่ความเจริญ.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๔๐.
อคติ ๔
# ลำเอียงเพราะรักใคร่กัน เรียกฉันทาคติ.
# ลำเอียงเพราะไม่ชอบกัน เรียกโทสาคติ.
# ลำเอียงเพราะเขลา เรียกโมหาคติ.
# ลำเอียงเพราะกลัว เรียกภยาคติ.
อคติ ๔ ประการนี้ ไม่ควรประพฤติ.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๒๓.
อันตรายของภิกษุสามเณรผู้บวชใหม่ ๔ อย่าง
# อดทนต่อคำสอนไม่ได้ คือเบื่อต่อคำสั่งสอนขี้เกียจทำตาม.
# เป็นคนเห็นแก่ปากแก่ท้อง ทนความอดอยากไม่ได้.
# เพลิดเพลินในกามคุณ ทะยานอยากได้สุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป.
# รักผู้หญิง.
ภิกษุสามเณรผู้หวังความเจริญแก่ตน ควรระวังอย่าให้อันตราย ๔ อย่างนี้ย่ำยีได้.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๑๖๕.<noinclude></noinclude>
s6zg5s6rb5ldw90iyk5cijgftext1wy
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/71
250
91071
295194
2026-09-01T12:52:15Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ปธาน คือความเพียร ๔ อย่าง # สังวรปธาน เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้นในสันดาน. # ปหานปธาน เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว. # ภาวนาปธาน เพียรให้กุศลเกิดขึ้นในสันดาน. # อนุรักข..."
295194
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๓๗|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>ปธาน คือความเพียร ๔ อย่าง
# สังวรปธาน เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้นในสันดาน.
# ปหานปธาน เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว.
# ภาวนาปธาน เพียรให้กุศลเกิดขึ้นในสันดาน.
# อนุรักขนาปธาน เพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วไม่ให้เสื่อม.
ความเพียร ๔ อย่างนี้ เป็นความเพียรชอบ ควรประกอบให้มีในตน.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๒๐.
ธรรมวิภาค
อธิษฐานธรรม คือธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ 4 อย่าง
# ปัญญา รอบรู้สิ่งที่ควรรู้.
# สัจจะ ความจริงใจ คือประพฤติสิ่งใดก็ให้ได้จริง.
# จาคะ สละสิ่งที่เป็นข้าศึกแก่ความจริงใจ.
# อุปสมะ สงบใจจากสิ่งเป็นข้าศึกแก่ความสงบ.
ม. อุป. ๑๔/๔๓๗.
อิทธิบาท คือคุณเครื่องให้สำเร็จความประสงค์ ๔ อย่าง
# ฉันทะ พอใจรักใคร่ ในสิ่งนั้น.
# วิริยะ เพียรประกอบสิ่งนั้น.
# จิตตะ เอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้นไม่วางธุระ.
# วิมังสา หมั่นตริตรองพิจารณาเหตุผลในสิ่งนั้น.<noinclude></noinclude>
m5a1dd5nuqeww6bjvp9fnhcpt0sk67s
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/72
250
91072
295195
2026-09-01T12:57:48Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "คุณ ๔ อย่างนี้ มีบริบูรณ์แล้ว อาจชักนำบุคคลให้ถึงสิ่งที่ต้องประสงค์ซึ่งไม่เหลือวิสัย. อภิ. วิภงฺค. ๓๕/๒๙๒. ควรทำความไม่ประมาทในที่ 4 สถาน # ในการละกายทุจริต ประพฤต..."
295195
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๓๘|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>คุณ ๔ อย่างนี้ มีบริบูรณ์แล้ว อาจชักนำบุคคลให้ถึงสิ่งที่ต้องประสงค์ซึ่งไม่เหลือวิสัย.
อภิ. วิภงฺค. ๓๕/๒๙๒.
ควรทำความไม่ประมาทในที่ 4 สถาน
# ในการละกายทุจริต ประพฤติกายสุจริต.
# ในการละวจีทุจริต ประพฤติวจีสุจริต.
# ในการละมโนทุจริต ประพฤติมโนสุจริต.
# ในการละความเห็นผิด ทำความเห็นให้ถูก.
อีกอย่างหนึ่ง
# ระวังใจไม่ให้กำหนัดในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด.
# ระวังใจไม่ให้ขัดเคืองในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง.
# ระวังใจไม่ให้หลงในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความหลง.
# ระวังใจไม่ให้มัวเมาในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมา.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๑๖๐.
ปาริสุทธิศีล ๔
# ปาติโมกข์สังวร สำรวมในพระปาติโมกข์ เว้นข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม ทำตามข้อที่พระองค์อนุญาต.
# อินทรียสังวร สำรวมอินทรีย์ ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ให้ยินดียินร้ายในเวลาเห็นรูป ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้องโผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ด้วยใจ.<noinclude></noinclude>
31e2aoycm011nf4767qyw510dy1q28l
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/73
250
91073
295196
2026-09-01T14:06:18Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# อาชีวปาริสุทธิ เลี้ยงชีวิตโดยทางที่ชอบ ไม่หลอกลวงเขาเลี้ยงชีวิต. # ปัจจยปัจจเวกขณะ พิจารณาเสียก่อนจึงบริโภคปัจจัย ๔ คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และเภสัช ไม่บริโภค..."
295196
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๓๙|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># อาชีวปาริสุทธิ เลี้ยงชีวิตโดยทางที่ชอบ ไม่หลอกลวงเขาเลี้ยงชีวิต.
# ปัจจยปัจจเวกขณะ พิจารณาเสียก่อนจึงบริโภคปัจจัย ๔ คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และเภสัช ไม่บริโภคด้วยตัณหา.
วิ. สีล. ปฐม. ๑๙.
อารักขกัมมัฏฐาน ๔
# พุทธานุสสติ ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้าที่มีในพระองค์และทรงเกื้อกูลแก่ผู้อื่น.
# เมตตา แผ่ไมตรีจิตคิดจะให้สัตว์ทั้งปวงเป็นสุขทั่วหน้า.
# อสุภะ พิจารณาร่างกายตนและผู้อื่นให้เห็นเป็นไม่งาม.
# มรณัสสติ นึกถึงความตายอันจะมีแก่ตน.
กัมมัฏฐาน ๔ อย่างนี้ ควรเจริญเป็นนิตย์.
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ.
พรหมวิหาร ๔
# เมตตา ความรักใคร่ ปรารถนาจะให้เป็นสุข.
# กรุณา ความสงสาร คิดจะช่วยให้พ้นทุกข์.
# มุทิตา ความพลอยยินดี เมื่อผู้อื่นได้ดี.
# อุเบกขา ความวางเฉย ไม่ดีใจไม่เสียใจเมื่อผู้อื่นถึงความวิบัติ.
๔ อย่างนี้ เป็นเครื่องอยู่ของท่านผู้ใหญ่.
อภิ. วิภงฺค. ๓๕/๓๖๙.<noinclude></noinclude>
bk1li77f69zx1l6v6hpv3lks4twqgwo
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/74
250
91074
295198
2026-09-02T10:00:42Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "สติปัฏฐาน ๔ ๑. กายานุปัสสนา ๒. เวทนานุปัสสนา ๓. จิตตานุปัสสนา ๔. ธัมมานุปัสสนา. สติกำหนดพิจารณากายเป็นอารมณ์ว่า กายนี้สักว่ากาย ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา เรียกก..."
295198
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๔๐|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>สติปัฏฐาน ๔
๑. กายานุปัสสนา ๒. เวทนานุปัสสนา ๓. จิตตานุปัสสนา ๔. ธัมมานุปัสสนา.
สติกำหนดพิจารณากายเป็นอารมณ์ว่า กายนี้สักว่ากาย ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา เรียกกายานุปัสสนา.
สติกำหนดพิจารณาเวทนา คือ สุข ทุกข์ และไม่ทุกข์ไม่สุขเป็นอารมณ์ว่า เวทนานี้ก็สักว่าเวทนา ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา เรียกเวทนานุปัสสนา.
สติกำหนดพิจารณาใจที่เศร้าหมอง หรือผ่องแผ้วเป็นอารมณ์ว่า ใจนี้ก็สักว่าใจ ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา เรียกจิตตานุปัสสนา.
สติกำหนดพิจารณาธรรมที่เป็นกุศลหรืออกุศล ที่บังเกิดกับใจเป็นอารมณ์ว่า ธรรมนี้ก็สักว่าธรรม ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา เรียกธัมมานุปัสสนา.
ที. มหา. ๑๐/๓๒๕.
ธาตุกัมมัฏฐาน ๔
ธาตุ ๔ คือ ธาตุดิน เรียกปฐวีธาตุ ธาตุน้ำ เรียกอาโปธาตุ ธาตุไฟ เรียกเตโชธาตุ ธาตุลม เรียกว่าโยธาตุ.
ธาตุอันใดมีลักษณะแข้นแข็ง ธาตุนั้นเป็นปฐวีธาตุ ปฐวีธาตุนั้น ที่เป็นภายใน คือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก<noinclude></noinclude>
i89qwyt4lj1gacxy43hjf2sao0474eh
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/75
250
91075
295199
2026-09-02T10:04:10Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "เยื่อในกระดูก ม้าม หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด ไส้ใหญ่ ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า. ธาตุอันใดมีลักษณะเอิบอาบ ธาตุนั้นเป็นอาโปธาตุ อาโปธาตุนั้น ที่เป็นภายใน คือ ดี เสล..."
295199
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๔๑|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>เยื่อในกระดูก ม้าม หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด ไส้ใหญ่ ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า.
ธาตุอันใดมีลักษณะเอิบอาบ ธาตุนั้นเป็นอาโปธาตุ อาโปธาตุนั้น ที่เป็นภายใน คือ ดี เสลด หนอง เลือด เหงื่อ มันข้น น้ำตา เปลวมัน น้ำลาย น้ำมูก ไขข้อ มูตร.
ธาตุอันใดมีลักษณะร้อน ธาตุนั้นเป็นเตโชธาตุ เตโชธาตุนั้น ที่เป็นภายใน คือ ไฟที่ยังกายให้อบอุ่น ไฟที่ยังกายให้ทรุดโทรม ไฟที่ยังกายให้กระวนกระวาย ไฟที่เผาอาหารให้ย่อย.
ธาตุอันใดมีลักษณะพัดไปมา ธาตุนั้นเป็นวาโยธาตุ วาโยธาตุนั้น ที่เป็นภายใน คือ ลมพัดขึ้นเบื้องบน ลมพัดลงเบื้องต่ำ ลมในท้อง ลมในไส้ ลมพัดไปตามตัว ลมหายใจ.
ความกำหนดพิจารณากายนี้ ให้เห็นว่าเป็นแต่เพียงธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม ประชุมกันอยู่ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เรียกว่าธาตุกัมมัฏฐาน.
ม. อุป. ๑๔/๔๓๗.
อริยสัจจ์ ๔
๑. ทุกข์ ๒. สมุทัย คือ เหตุให้ทุกข์เกิด ๓. นิโรธ คือความดับทุกข์ ๔. มรรค คือข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์.
ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ได้ชื่อว่าทุกข์ เพราะเป็นของทนได้ยาก.
24/07/2566<noinclude></noinclude>
iirds3p2ecr3ucejmar0pc3z95ubddg
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/76
250
91076
295200
2026-09-02T10:08:31Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ตัณหาคือความทะยานอยาก ได้ชื่อว่าสมุทัย เพราะเป็นเหตุให้ทุกข์เกิด. ตัณหานั้น มีประเภทเป็น ๓ คือตัณหาความอยากในอารมณ์ที่น่ารักใคร่ เรียกว่ากามตัณหาอย่าง ๑ ตัณห..."
295200
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๔๒|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>ตัณหาคือความทะยานอยาก ได้ชื่อว่าสมุทัย เพราะเป็นเหตุให้ทุกข์เกิด.
ตัณหานั้น มีประเภทเป็น ๓ คือตัณหาความอยากในอารมณ์ที่น่ารักใคร่ เรียกว่ากามตัณหาอย่าง ๑ ตัณหาความอยากเป็นโน่นเป็นนี่ เรียกว่าภวตัณหาอย่าง ๑ ตัณหาความอยากไม่เป็นโน่นเป็นนี่ เรียกว่า วิภวตัณหาอย่าง ๑.
ความดับตัณหาได้สินเชิง ทุกข์ดับไปหมด ได้ชื่อว่านิโรธ เพราะเป็นความดับทุกข์.
ปัญญาอันเห็นชอบว่าสิ่งนี้ทุกข์ สิ่งนี้เหตุให้ทุกข์เกิด สิ่งนี้ความดับทุกข์ สิ่งนี้ทางให้ถึงความดับทุกข์ ได้ชื่อว่ามรรค เพราะเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์.
ความดับทุกข์
มรรคนั้นมีองค์ ๘ ประการ คือ ปัญญาอันเห็นชอบ ๑ ดำริชอบ ๑ เจรจาชอบ ๑ ทำการงานชอบ ๑ เลี้ยงชีวิตชอบ ๑ ทำความเพียรชอบ ๑ ตั้งสติชอบ ๑ ตั้งใจชอบ ๑.
อภิ. วิภงฺค. ๓๕/๑๒๗.
{{rule|10%}}<noinclude></noinclude>
kd119jqveslnx94bkjh5qxt9z4bvotr
295201
295200
2026-09-02T10:08:57Z
TinTin45678
12482
295201
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๔๒|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>ตัณหาคือความทะยานอยาก ได้ชื่อว่าสมุทัย เพราะเป็นเหตุให้ทุกข์เกิด.
ตัณหานั้น มีประเภทเป็น ๓ คือตัณหาความอยากในอารมณ์ที่น่ารักใคร่ เรียกว่ากามตัณหาอย่าง ๑ ตัณหาความอยากเป็นโน่นเป็นนี่ เรียกว่าภวตัณหาอย่าง ๑ ตัณหาความอยากไม่เป็นโน่นเป็นนี่ เรียกว่า วิภวตัณหาอย่าง ๑.
ความดับตัณหาได้สินเชิง ทุกข์ดับไปหมด ได้ชื่อว่านิโรธ เพราะเป็นความดับทุกข์.
ปัญญาอันเห็นชอบว่าสิ่งนี้ทุกข์ สิ่งนี้เหตุให้ทุกข์เกิด สิ่งนี้ความดับทุกข์ สิ่งนี้ทางให้ถึงความดับทุกข์ ได้ชื่อว่ามรรค เพราะเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์.
มรรคนั้นมีองค์ ๘ ประการ คือ ปัญญาอันเห็นชอบ ๑ ดำริชอบ ๑ เจรจาชอบ ๑ ทำการงานชอบ ๑ เลี้ยงชีวิตชอบ ๑ ทำความเพียรชอบ ๑ ตั้งสติชอบ ๑ ตั้งใจชอบ ๑.
อภิ. วิภงฺค. ๓๕/๑๒๗.
{{rule|10%}}<noinclude></noinclude>
7yu9a5b2pvpcqbgsbu4aj5769bk68j9
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/77
250
91077
295202
2026-09-02T10:19:40Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ปัญจกะ คือ หมวด ๕ อนันตริยกรรม ๕ # มาตุฆาต ฆ่ามารดา. # ปิตุฆาต ฆ่าบิดา. # อรหันตฆาต ฆ่าพระอรหันต์. # โลหิตุปบาท ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงยังพระโลหิตให้ห้อขึ้นไป. # สังฆเภท..."
295202
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๔๓|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>ปัญจกะ คือ หมวด ๕
อนันตริยกรรม ๕
# มาตุฆาต ฆ่ามารดา.
# ปิตุฆาต ฆ่าบิดา.
# อรหันตฆาต ฆ่าพระอรหันต์.
# โลหิตุปบาท ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงยังพระโลหิตให้ห้อขึ้นไป.
# สังฆเภท ยังสงฆ์ให้แตกจากกัน.
กรรม ๕ อย่างนี้ เป็นบาปอันหนักที่สุด ห้ามสวรรค์ ห้ามนิพพาน ตั้งอยู่ในฐานปาราชิกของผู้ถือพระพุทธศาสนา ห้ามไม่ให้ทำเป็นเด็ดขาด.
องฺ. ปญฺจก. /๑๖๕.
อภิณหปัจจเวกขณ์ ๕
# ควรพิจารณาทุกวัน ๆ ว่า เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้.
# ควรพิจารณาทุกวัน ๆ ว่า เรามีความเจ็บเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความเจ็บไปได้.
# ควรพิจารณาทุกวัน ๆ ว่า เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้.<noinclude></noinclude>
9qo6ojenv4mx01whhzkthtab71yplex
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/78
250
91078
295203
2026-09-02T10:25:40Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# ควรพิจารณาทุกวัน ๆ ว่า เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น. # ควรพิจารณาทุกวัน ๆ ว่า เรามีกรรมเป็นของตัว เราทำดีจักได้ดี ทำชั่วจักได้ชั่ว. องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๘..."
295203
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๔๔|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># ควรพิจารณาทุกวัน ๆ ว่า เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น.
# ควรพิจารณาทุกวัน ๆ ว่า เรามีกรรมเป็นของตัว เราทำดีจักได้ดี ทำชั่วจักได้ชั่ว.
องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๘๑.
เวสารัชชกรณธรรม คือ ธรรมทำความกล้าหาญ ๕ อย่าง
# สัทธา เชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ.
# สีล รักษากายวาจาให้เรียบร้อย.
# พาหุสัจจะ ความเป็นผู้ศึกษามาก.
# วิริยารัมภะ ปรารภความเพียร.
# ปัญญา รอบรู้สิ่งที่ควรรู้.
องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๑๔๔.
องค์แห่งภิกษุใหม่ ๕ อย่าง
# สำรวมในพระปาติโมกข์ เว้นข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม ทำตามข้อที่ทรงอนุญาต.
# สำรวมอินทรีย์ คือ ระวัง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ให้ความยินดียินร้ายครอบงำได้ ในเวลาที่เห็นรูปด้วยนัยน์ตาเป็นต้น.
# สำรวมในพระปาติโมกข์ เว้นข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม ทำตาม
# ความเป็นคนไม่เอิกเกริกเฮฮา.<noinclude></noinclude>
j4n347jyjrry08arzfhqpvazmtnaf5o
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/79
250
91079
295204
2026-09-02T11:23:07Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# อยู่ในเสนาสนะอันสงัด. # มีความเห็นชอบ. ภิกษุใหม่ควรตั้งอยู่ในธรรม ๕ อย่างนี้. อง. ปญฺจก. ๒๒/๑๕๕. องค์แห่งธรรมกถึก คือ นักเทศก์ ๕ อย่าง # แสดงธรรมไปโดยลำดับ ไม่ตัดลัด..."
295204
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๔๕|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># อยู่ในเสนาสนะอันสงัด.
# มีความเห็นชอบ.
ภิกษุใหม่ควรตั้งอยู่ในธรรม ๕ อย่างนี้.
อง. ปญฺจก. ๒๒/๑๕๕.
องค์แห่งธรรมกถึก คือ นักเทศก์ ๕ อย่าง
# แสดงธรรมไปโดยลำดับ ไม่ตัดลัดให้ขาดความ.
# อ้างเหตุผลแนะนำให้ผู้ฟังเข้าใจ.
# ตั้งจิตเมตตาปรารถนาให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ฟัง.
# ไม่แสดงธรรมเพราะเห็นแก่ลาภ.
# ไม่แสดงธรรมกระทบตนและผู้อื่น คือว่า ไม่ยกตนเสียดสีผู้อื่น.
ภิกษุผู้เป็นธรรมกถึก จึงตั้งองค์ ๕ อย่างนี้ไว้ในตน.
องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๒๐๕.
ธัมมัสสวนานิสงส์ คือ อานิสงส์แห่งการฟังธรรม ๕ อย่าง
# ผู้ฟังธรรมย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง.
# สิ่งใดได้เคยฟังแล้ว แต่ไม่เข้าใจชัด ยอมเข้าใจสิ่งนั้นชัด.
# บรรเทาความสงสัยเสียได้.
# ทำความเห็นให้ถูกต้องได้.
# จิตของผู้ฟังย่อมผ่องใส.
องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๒๗๖.<noinclude></noinclude>
k7rwq9lrjb15qrgd532qygn6bzrxoz5
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/80
250
91080
295205
2026-09-02T11:28:43Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "พละ คือธรรมเป็นกำลัง ๕ อย่าง # สาธา ความเชื่อ. # วิริยะ ความเพียร. # สติ ความระลึกได้. # สมาธิ ความตั้งใจมั่น. # ปัญญา ความรอบรู้. อินทรีย์ ๕ ก็เรียก เพราะเป็นใหญ่ในกิจของ..."
295205
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๔๖|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>พละ คือธรรมเป็นกำลัง ๕ อย่าง
# สาธา ความเชื่อ.
# วิริยะ ความเพียร.
# สติ ความระลึกได้.
# สมาธิ ความตั้งใจมั่น.
# ปัญญา ความรอบรู้.
อินทรีย์ ๕ ก็เรียก เพราะเป็นใหญ่ในกิจของตน.
องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๑๑.
นิวรณ์ ๕
ธรรมอันกั้นจิตไม่ให้บรรลุความดี เรียกนิวรณ์ มี ๕ อย่าง
# พอใจรักใคร่ในอารมณ์ที่ชอบใจมีรูปเป็นต้น เรียกกามฉันท์.
# ปองร้ายผู้อื่น เรียกพยาบาท.
# ความที่จิตหดหู่และเคลิบเคลิ้ม เรียกถีนมิทธะ.
# ฟุ้งซ่านและรำคาญ เรียกอุทธัจจกุกกุจจะ.
# ลังเลไม่ตกลงได้ เรียกวิจิกิจฉา.
องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๗๒.
ขันธ์ ๕
กายกับใจนี้ แบ่งออกเป็น ๕ กอง เรียกว่าขันธ์ ๕ ๑. รูป ๒. เวทนา ๓. สัญญา ๔. สังขาร ๕. วิญญาณ.<noinclude></noinclude>
hl30kay7ndlq5yn3p4rkpwu63x2awzc
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/81
250
91081
295206
2026-09-02T11:34:01Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม ประชุมกันเป็นกายนี้ เรียกว่ารูป. ความรู้สึกอารมณ์ว่า เป็นสุข คือ สบายกายสบายใจ หรือเป็นทุกข์ คือไม่สบายกายไม่สบายใจ หรือเฉย ๆ คือไม่ทุกข์..."
295206
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๔๗|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>ธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม ประชุมกันเป็นกายนี้ เรียกว่ารูป.
ความรู้สึกอารมณ์ว่า เป็นสุข คือ สบายกายสบายใจ หรือเป็นทุกข์ คือไม่สบายกายไม่สบายใจ หรือเฉย ๆ คือไม่ทุกข์ไม่สุข เรียกว่าเวทนา.
ความจำได้หมายรู้ คือ จำรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อารมณ์ที่เกิดกับใจได้ เรียกว่า สัญญา.
เจตสิกธรรม คือ อารมณ์ที่เกิดกับใจ<ref>ความคิด หรือเรื่องราวที่เรียกว่าธรรมะหรือธรรมารมณ์ ... เรียกว่าสังขาร.</ref> เป็นส่วนดี เรียก กุศล เป็นส่วนชั่ว เรียก อกุศล เป็นส่วนกลาง ๆ ไม่ดีไม่ชั่ว เรียก อัพยากฤต เรียกว่า สังขาร.
ความรู้อารมณ์ในเวลาเมื่อรูปมากระทบตาเป็นต้น เรียกว่า วิญญาณ.
ขันธ์ ๕ นี้ ย่นเรียกว่า นาม รูป. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ รวมเข้าเป็นนาม รูปคงเป็นรูป.
อภิ. วิภงฺค. ๓๕/๑<noinclude></noinclude>
06bgvh2gyewg1nnxb7jkkbv2holexbu
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/82
250
91082
295207
2026-09-02T11:43:45Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ฉักกะ คือ หมวด ๖ คารวะ ๖ อย่าง ความเอื้อเฟื้อ ในพระพุทธเจ้า ๑ ในพระธรรม ๑ ในพระสงฆ์ ๑ ในความศึกษา ๑ ในความไม่ประมาท ๑ ในปฏิสันถารคือต้อนรับปราศรัย ๑ ภิกษุควรทำคารว..."
295207
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๔๘|xxx|นวโกวาท}}</noinclude>ฉักกะ คือ หมวด ๖
คารวะ ๖ อย่าง
ความเอื้อเฟื้อ ในพระพุทธเจ้า ๑ ในพระธรรม ๑ ในพระสงฆ์ ๑ ในความศึกษา ๑ ในความไม่ประมาท ๑ ในปฏิสันถารคือต้อนรับปราศรัย ๑ ภิกษุควรทำคารวะ ๖ ประการนี้.
องฺ. ฉกฺก. ๒๒/๓๖๙.
สาราณิยธรรม ๖ อย่าง
ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความให้ระลึกถึง เรียกสาราณิยธรรม มี ๖ อย่าง คือ:-
ตาแห่งความให้ระลึกถึง
# เข้าไปตั้งกายกรรมประกอบด้วยเมตตา ในเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งต่อหน้าและลับหลัง คือ ช่วยขวนขวายกิจธุระของเพื่อนกันด้วยกาย มีพยาบาลภิกษุไข้เป็นต้น ด้วยจิตเมตตา.
# เข้าไปตั้งวจีกรรมประกอบด้วยเมตตา ในเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งต่อหน้าและลับหลัง คือ ช่วยขวนขวายในกิจธุระของเพื่อนกันด้วยวาจา เช่นกล่าวสั่งสอนเป็นต้น ด้วยจิตเมตตา.
# เข้าไปตั้งมโนกรรมประกอบด้วยเมตตา ในเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งต่อหน้าและลับหลัง คือ คิดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่เพื่อนกัน.<noinclude></noinclude>
hlkmtd978he9jyxnmpgm1uucm3eb4rp
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/83
250
91083
295208
2026-09-02T11:51:34Z
TinTin45678
12482
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "# แบ่งปันลาภที่ตนได้มาแล้วโดยชอบธรรม ให้แก่เพื่อนภิกษุสามเณร ไม่หวงไว้บริโภคจำเพาะผู้เดียว. # รักษาศีลบริสุทธิ์เสมอกันกับเพื่อนภิกษุสามเณรอื่น ๆ ไม่ทำตนให้เป..."
295208
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{หสล|๔๙|xxx|นวโกวาท}}</noinclude># แบ่งปันลาภที่ตนได้มาแล้วโดยชอบธรรม ให้แก่เพื่อนภิกษุสามเณร ไม่หวงไว้บริโภคจำเพาะผู้เดียว.
# รักษาศีลบริสุทธิ์เสมอกันกับเพื่อนภิกษุสามเณรอื่น ๆ ไม่ทำตนให้เป็นที่รังเกียจของผู้อื่น.
# มีความเห็นร่วมกันกับภิกษุสามเณรอื่น ๆ ไม่วิวาทกับใคร ๆ เพราะมีความเห็นผิดกัน.
ธรรม ๖ อย่างนี้ ทำผู้ประพฤติให้เป็นที่รักที่เคารพของผู้อื่น เป็นไปเพื่อความสงเคราะห์กันและกัน เป็นไปเพื่อความไม่วิวาทกันและกัน เป็นไปเพื่อความพร้อมเพรียงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.
องฺ. ฉกฺก. ๒๒/๓๒๑.
อายตนะภายใน ๖
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ. อินทรีย์ ๖ ก็เรียก.
ม. มู. ๑๒/๙๖. อภิ. วิภงฺค. ๓๕/๘๕.
อายตนะภายนอก ๖
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ คืออารมณ์ที่มาถูกต้องกาย ธรรม คืออารมณ์ที่เกิดกับใจ. อารมณ์ ๖ ก็เรียก.
ม. อุป. ๑๔/๔๐๑. อภิ. วิภงฺค. ๓๕/๘๕.<noinclude></noinclude>
85lwjlqfpy7u1e404t0x44fgbpf8m1l