วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.47.0-wmf.20 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/20 250 90806 295582 294341 2026-09-17T06:44:29Z สีทราย 11827 295582 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๑}}</noinclude>เจ้าไปแล้ว "ส่วนตัวผมน่ะจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็บอกไม่ถูก ผมแอบไปหาพระ พระท่านก็ว่าเป็นด้วยเลือด แต่พวกหมอบอกว่าผีเข้า ไปกันใหญ่ แม่น้อยก็ผอมลงๆ เพราะไม่ยอมแตะอาหารหนัก กินแต่น้ำชาและทองหยิบ ทองหยอด สูบบุหรี่ นอนก็ไม่นอน นั่งรับแขกที่มาบูชาอยู่จนค่อนรุ่งเสมอ ใช้นั่งหลับโดยเอาหมอนพิงฝา ผมน่ะบางคราวก็เชื่อ เพราะบางทีแกพูดอะไรถูกต้อง โดยใครมาถามเรื่องเป็นความหรือของหาย แม่น้อยทายถูกและทำให้เขาได้ของคืน และความแพ้ความชนะแกว่าได้ตรงเผง พออยู่ต่อมา ตามตัวแกมีเหงื่อเป็นน้ำมันและชุมอยู่เสมอ บิดาผมแกกระซิบว่าฤทธิ์น้ำมันพรายทำพิษเสียแล้ว น้ำมันที่ออกชุ่มมานั้นคือฤทธิ์น้ำมันผีพรายนั่นเอง ผมตกใจกลัวไม่ทราบจะทำประการใด แม่น้อยตั้งตัวเป็นเจ้าพ่ออยู่เกือบเดือนก็สิ้นกำลังลง และขาดใจตาย" นายแจ้งหยุดพูดลงเฉยๆ พวกฟังนิ่งงันไปชั่วครู่ "ในที่สุด คุณแจ้งสันนิษฐานว่าแกเป็นอะไรตายครับ?" คนหนึ่งถาม "พ่อผมแกว่า ตายเพราะฤทธิ์น้ำมันพรายนั่นแหละครับ เพราะเรื่องน้ำมันพรายน่ะจะให้คุณอย่างไรก็ต้องมีโทษตามหลังอยู่ด้วย มันจะสำแดงเดชต่อเมื่อมันไปเพาะโลหิตและน้ำเหลืองให้เสีย คนเราถ้าโลหิตเสียมันก็บ้าเท่านั้นเอง พอมันเกิดน้ำเหลืองในเส้นโลหิตมันก็ผิดปรกติมนุษย์ ที่สุดก็ตายจนได้" นายแจ้งอธิบาย "ถ้ายังงั้น น้ำมันพรายก็จัดว่าใช้การไม่ได้ซิครับ" คนหนึ่งพูด "ครับ-ไม่ดีแน่ ผมเข็ดเลย พ่อผมเลยนำน้ำมันพรายทั้งหมดไปเผาในเตาอบที่วัดน้อยเลย แต่เรื่องไม่จบลงง่ายๆ ครับ แม่พวกผู้หญิงเรียงพลูเพื่อนแม่น้อยถูกไปร้องเรียกอยู่นอกบ้านในยามค่ำคืน และบางคนถูกมีคนเดินตามหลังเช่นเดียวกับแม่น้อยเป็น เรื่องของแม่น้อยเลยลือกันลั่นไปหมดในบรรดาที่รู้จักกัน ผมเองก็ชักหวาด ๆ ครับ ผมกลับจากทำงานรถ มักแวะดวดเหล้ากับพวกเพื่อนก็กลับค่ำไปบ้าง เลยเกิดโรคมีผู้เดินตามหลังขึ้นบ้าง ผมแย่เลยครับ เพราะบางวันจะต้องกลับค่ำมืดบ้าง" นายแจ้งพูดอย่างซึมๆ "เอ๊ะ! การเดินตามหลังน่ะ มีอาการอย่างไรบ้างครับ" คนหนึ่ง<noinclude></noinclude> ptd1jc0g3s51kwfcd67qebw40mdksvq หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/21 250 90892 295583 294879 2026-09-17T06:50:03Z สีทราย 11827 295583 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๒}}</noinclude>ถาม "เสียงดังข้างหลังน่ะดังตึ๊กใช่ไหม?" "อ๋อ ไม่ดังหรอกครับ ก็เงียบๆ ธรรมดานี่แหละ แต่ว่าเรามีความรู้สึกแว่วขึ้นแก่ใจว่า ดูเหมือนใครจะตามหลัง มันรู้สึกขึ้นเองครับ อีกวันหนึ่ง พอรู้สึกว่ามีใครตามหลังผมก็รีบเหลียวหน้าดู กลัวก็กลัวครับ แต่มันเมาๆ ก็พอกล้า" "พอคุณเหลียวไปเห็นอะไรบ้างไหม?" ชายหัวล้านถาม "เห็นครับ แต่มันเป็นคล้ายเงาใครวูบหายไป พอเงานั้นวูบหายไป กลิ่นน้ำมันจันทน์ที่ผสมน้ำมันพรายน่ะแหละครับ ฟุ้งไปหมด โอย! ผมหายเมายืนตัวแข็ง หนทางเดินไปสวนนี่ครับมีแต่ต้นไม้ ไม่มีคนเลย ปอดกระเส่าเลย เจ้ากลิ่นน้ำมันจันทน์ ผมเคยกลิ่น และผมก็เอาไปดีดแม่น้อย และกลิ่นนั้นมาเกิดขึ้นอีกทั้งๆ ผมไม่เคยแตะต้องมันอีกเลย พ่อผมเอาไปเผาหมดแล้ว ผมเกิดกลัวยืนขาแข็งอยู่เป็นนาน จนมีตาแป๊ะสวนพลูแกเดินสวนทางมานั่นแหละ ผมจึงรวมสติได้และรีบเดินต่อไปจนเลี้ยวเข้าตรอกบ้านตัวเอง พอเข้าใกล้ตัวเรือน หัวใจมาสักกระบุง แต่เอ๊ะ กลิ่นน้ำมันจันทน์มาอีกแล้ว แต่ผมพอทนครับ เพราะเหยียบบันไดบ้านแล้ว แต่ในทันใดนั้นเองแหละครับ ผมแทบล้มทั้งยืน ตกใจวูบ ดูดังว่าใจมันจะหยุดเต้น เสียงร้องของป้าแม่น้อยที่แกเยี่ยมหน้าต่างอยู่ร้องว่า 'แม่น้อย !!' แล้วแกก็เซล้มไปจากหน้าต่าง ผมเผ่นพรวดเดียวก้าวขึ้นบันไดไม่รู้ว่าทีละกี่ขั้น เข้าประตูนอกชานเลย" "โอ้โฮ้! เอายังงั้นเชียวรึ?" ใครคนหนึ่งในวงสุราร้องขึ้น "เอาซิครับ" นายแจ้งตอบ "ป้าแม่น้อยเป็นลมต้องแก้กันพักใหญ่ แหม อีตอนที่จะปิดประตูรั้วนอกชานนี่ซิครับ ผมปอดลอยเสียไม่กล้าย้อนมาปิด ใครก็ไม่กล้ามาปิด ต่างตัวสั่นกันไปทุกคน ได้พ่อตาผมซิครับ แกแก่วัดอยู่ แกจึงเดินมาปิดประตูให้และลงกลอนเลย" "แหม! พ่อตาคุณใจกล้า เป็นผมก็ไม่กล้าจะไปปิดประตู เดี๋ยวแกก้าวบันไดสวนขึ้นมาตายเลย เพราะบ้านแกเคยอยู่เคยกิน และก็ตายที่บ้านนั้น ทำไมแกจะกลับเข้าบ้านแกไม่ได้ จริงละที่ผู้ใหญ่ๆ เขาว่า ผีอื่นจะเข้าบ้านอื่นไม่ได้ เพราะผีบ้านเขามี แต่นี่แกก็เท่ากับผีบ้านนั้นนั่นเอง ทำไมจะเข้าไม่ได้" คนหนึ่งออกความเห็น นายแจ้งก็เลยคล้อยตามด้วย<noinclude></noinclude> kmhg7py6jvp7k0i8abmqeeto8dg177m หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/23 250 90959 295585 294916 2026-09-17T07:53:29Z สีทราย 11827 295585 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๔}}</noinclude> "โอ๊ะ-เปล่าครับ" นายแจ้งหัวเราะ "ผมไม่พบเม่น้อยมาหลายปีแล้ว แกคงไปเกิดแล้ว แหม! คุณเอ๋ย กว่าจะเลิกไปได้ ผมต้องให้พระท่านช่วย รดน้ำมนต์และผูกมงคลกันอย่างเด็กๆ พอพระท่านช่วยแล้วผมก็ไม่พบแกอีก แต่ประหลาดไหมคุณ ตั้งแต่นั้นมาผมไม่คิดจะมีเมียอีกเลย มันเข็ดหรือเบื่อหน่ายอะไรก็พูดไม่ถูก เลยมาตั้งร้านขายเหล้านี่แหละครับ" สมาชิกดื่มสุราหัวเราะบ้างนิดหน่อย แต่ไม่ใช่หัวเราะขบขันหรืออะไร เป็นการหัวเราะคล้ายปลุกใจตนเอง เพราะต่างคนต่างรู้ดีว่า เวลานั้นก็ค่ำลงแล้ว บางคนบ้านอยู่ในสวนจะต้องเดินทางมืด ฟังเรื่องของนายแจ้งแล้วใจชักไม่ดี ที่ใครอยู่แถวตลาดก็สบายใจ อีกสักครู่ เมื่อต่างคนต่างจ่ายค่าสุราแล้วก็ทยอยกันลานายแจ้งกลับ<noinclude></noinclude> hl26f42co4g43wnw62zk2euc3tb5sv0 หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/16 250 91003 295521 295498 2026-09-16T13:01:33Z TinTin45678 12482 แยกคำระหว่างหน้าด้วยยัติภังค์ 295521 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" /></noinclude>{{center|{{larger|'''คำนำ'''}}}} {{center|{{smaller|(พิมพ์ครั้งที่ ๙/๒๔๔๗)}}}} {{rule|10%}} แต่เดิม ในหนังสือนี้ ไม่ค่อยใช้ศัพท์บาลี แต่งขึ้นสำหรับเหมาะแก่ผู้เริ่มศึกษาในยุคนี้ ใช้บ้างแต่ในที่จะย่นความกำหนดหรือความจำเข้าได้ดีกว่าใช้คำไทย ภายหลังหนังสือนี้แพร่หลายไปในหมู่ญาติโยมของผู้บวชใหม่ ผู้ได้สดับมากต่างก็พอใจในความคิดแต่งหนังสือนี้ แต่เห็นกันโดยมากว่า ถ้าใช้ศัพท์บาลีเข้าด้วยจะดีขึ้นอีกมาก เหตุว่าคนชั้นผู้ใหญ่เคยศึกษาในศัพท์บาลี เมื่อไม่พบศัพท์บาลีก็ชักให้งง. มักต้องนึกเทียบศัพท์บาลีก่อนจึงจะเข้าใจได้ตลอดดีว่า ธรรมหมวดนั้น ๆ เล็งเอาพระบาลีหมวดนั้น ๆ ถึงการกำหนดหรือการจำเล่า ท่านก็เห็นว่าศัพท์บาลีง่ายกว่า ยกขึ้นพูดก็สะดวกกว่า. หวังจะให้หนังสือนี้เป็นไปตามประสงค์ของคนชั้นผู้ใหญ่ด้วย จึงได้เติมศัพท์บาลีเข้าด้วยในหมวดธรรมที่มีคำบาลีสำหรับใช้เฉพาะศัพท์ เว้นไว้แต่หมวดธรรมที่จะต้องใช้คำผสมเป็นประโยค เช่นในอภิณหปัจจเวกขณะข้อต้นว่า ชราธมฺโมมฺหิ ชรํอนตีโต ซึ่งแปลว่า เรามีความแก่เป็นธรรมดาไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้ ในหมวดธรรมเช่นนี้ ยังคงใช้คำไทยล้วนตามเดิม จะใช้ประโยคบาลีเข้าด้วย ก็จะกลายเป็นหนังสือสวดมนต์แปลไป ผิดกับความประสงค์เดิม จะพาให้ผู้บวชใหม่ท้อถอยในการศึกษาพระ-<noinclude></noinclude> ikjajuybz8lnrdhfxrs6pq7mshl4iln หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/17 250 91004 295522 295499 2026-09-16T13:02:03Z TinTin45678 12482 แยกคำระหว่างหน้าด้วยยัติภังค์ (จากหน้าที่แล้ว) 295522 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||จ|}}</noinclude>ธรรมวินัย ถึงศัพท์บาลีที่ใช้นั้น ก็เรียงไว้ต่างวิธีกัน เรียงไว้ข้างต้นก็มี ข้างท้ายก็มี ที่เรียงไว้ข้างต้นนั้น ผู้เริ่มศึกษาไม่ถนัดกำหนดหรือจำศัพท์บาลีจะงดเสีย กำหนดหรือจำแต่ความไทยก็ได้ ถ้ากำหนดหรือจำได้ด้วย ก็เป็นอันได้ความรู้กว้างขวางออกไป จะอ่านหนังสือธรรม หรือฟังเทศนา ก็จะกำหนดได้ง่ายขึ้น ที่เรียงไว้ข้างท้ายนั้น เป็นศัพท์พิเศษใช้เฉพาะข้อความนั้น สมควรที่จะรู้ไว้. ถึงท่านผู้เป็นอุปัชฌายะหรืออาจารย์ ผู้จะฝึกภิกษุสามเณรบวชในสำนักของตน ก็ควรรู้จักผ่อนปรนฝึกฝนตามสมควรแก่อุปนิสัยของเธอทั้งหลาย ถือเอาความรู้ความเข้าใจพระธรรมวินัยเป็นประมาณ. เมื่อเป็นคราวที่ควรจะแก้ไขหนังสือฉบับนี้ใหม่ จึงได้เพิ่มหมวดธรรมที่สมควร อันยังไม่มีในนี้เข้าอีกบ้าง ทั้งเรียบเรียงใหม่ในพวกหนึ่ง ๆ ให้ลุ่มลึกไปโดยลำดับ จับแต่ง่ายไปหายาก เพื่อให้ง่ายแก่ผู้ยังจะต้องใช้ความจำเบื้องหน้า. ฉบับใหม่นี้ได้แก้ไขเพิ่มเติมเพียงเท่านี้. {{right|'''กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส'''}} {{left|วัดบวรนิเวศวิหาร}} {{left|วันที่ ๓๐ มิถุนายน ร.ศ. ๑๒๓}} {{nop}}<noinclude></noinclude> 5oikfm0rzzd65kfy3ldasvuraj0m3w8 หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/23 250 91010 295523 295509 2026-09-16T13:02:51Z TinTin45678 12482 แยกคำระหว่างหน้าด้วยยัติภังค์ 295523 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" /></noinclude>{{center|(ฉบับที่ ๕๕)}} {{right|วัดบวรนิเวศวิหาร}} {{rh|ที่ ๑๐๗||วันที่ ๒๓ กรกฎาคม รัตนโกสินทร{{ศกมีปีรัชกาล|๓|๒}} ๑๑๘}} {{left|ขอถวายพระพร}} อาตมภาพได้รับพระราชทานพระราชหัตถเลขา เรื่องหนังสือนวโกวาทแล้ว การที่แต่งย่อนั้นเป็นเพราะตั้งใจจะให้จุความรู้พอแก่เวลาบวชอยู่ของกุลบุตร แต่เรื่องชื่อเป็นภาษาไทยนั้นเกิดขึ้นในเวลานิยมเสียงไทย เช่นชื่อว่า "แบบเรียนเร็ว" ภายหลังเห็นว่าบรรดาคำที่เป็น{{SIC|แตกนิเกลเติมส์|เทคนิคัลเทอม}} ควรจะคงอยู่เพราะทำให้คำพูดสั้นแลจำได้ง่าย ทั้งให้ผู้เรียนได้เข้าใจพากย์สูง ๆ ด้วย แต่ยังหาเวลาที่จะแก้อยู่ คำพูดที่ใช้อยู่ในบัดนี้ เทียบอย่างข้างจีนซึ่งแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาของตัว ดูเข้าใจยากจริง ๆ ควรมิควรสุดแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรด ขอถวายพระพร {{right|'''กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส'''}} {{center|(ฉบับที่ ๕๖)}} {{right|วัดบวรนิเวศวิหาร}} {{rh|ที่ ๑๒๘||วันที่ ๑๗ สิงหาคม รัตนโกสินทร{{ศกมีปีรัชกาล|๓|๔}} ๑๒๐}} {{left|ขอถวายพระพร}} อาตมภาพขอถวายหนังสือนวโกวาทซึ่งพิมพ์ใหม่ เติมชื่อมคธภาษาแห่งธรรมประเภทที่มีชื่อจะพึงเรียกได้ ตามพระบรมราช-<noinclude></noinclude> 20w968aveq53zmjji744ynoz0k05liy 295565 295523 2026-09-16T21:23:01Z TinTin45678 12482 295565 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" /></noinclude>{{center|(ฉบับที่ ๕๕)}} {{right|วัดบวรนิเวศวิหาร}} {{rh|ที่ ๑๐๗||วันที่ ๒๓ กรกฎาคม รัตนโกสินทร{{ศกมีปีรัชกาล|๓|๒}} ๑๑๘}} {{left|ขอถวายพระพร}} อาตมภาพได้รับพระราชทานพระราชหัตถเลขา เรื่องหนังสือนวโกวาทแล้ว การที่แต่งย่อนั้นเป็นเพราะตั้งใจจะให้จุความรู้พอแก่เวลาบวชอยู่ของกุลบุตร แต่เรื่องชื่อเป็นภาษาไทยนั้นเกิดขึ้นในเวลานิยมเสียงไทย เช่นชื่อว่า "แบบเรียนเร็ว" ภายหลังเห็นว่าบรรดาคำที่เป็น{{tooltip|แตกนิเกลเติมส์|เทคนิคัลเทอม}} ควรจะคงอยู่เพราะทำให้คำพูดสั้นแลจำได้ง่าย ทั้งให้ผู้เรียนได้เข้าใจพากย์สูง ๆ ด้วย แต่ยังหาเวลาที่จะแก้อยู่ คำพูดที่ใช้อยู่ในบัดนี้ เทียบอย่างข้างจีนซึ่งแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาของตัว ดูเข้าใจยากจริง ๆ ควรมิควรสุดแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรด ขอถวายพระพร {{right|'''กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส'''}} {{center|(ฉบับที่ ๕๖)}} {{right|วัดบวรนิเวศวิหาร}} {{rh|ที่ ๑๒๘||วันที่ ๑๗ สิงหาคม รัตนโกสินทร{{ศกมีปีรัชกาล|๓|๔}} ๑๒๐}} {{left|ขอถวายพระพร}} อาตมภาพขอถวายหนังสือนวโกวาทซึ่งพิมพ์ใหม่ เติมชื่อมคธภาษาแห่งธรรมประเภทที่มีชื่อจะพึงเรียกได้ ตามพระบรมราช-<noinclude></noinclude> osa7t8d6jzoj2yjsbxssm8seebxc0hh หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/24 250 91011 295524 295510 2026-09-16T13:03:21Z TinTin45678 12482 แยกคำระหว่างหน้าด้วยยัติภังค์ (จากหน้าที่แล้ว) 295524 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||[ค]|}}</noinclude>ประสงค์ในฉบับนี้แล้ว เว้นไว้แต่ไม่มีคำสั้นเรียก หรือเรียกในภาษาไทยสะดวกกว่า ควรมิควรสุดแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรด ขอถวายพระพร {{right|'''กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส'''}} {{center|(ฉบับที่ ๕๗)}} {{right|พระที่นั่งบรรณาคมสรณีย์}} {{rh|ที่ ๑/๑๐๓||วันที่ ๑๗ สิงหาคม ร.ศ. ๑๒๐}} {{left|ทูล กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส ทรงทราบ}} ด้วยได้รับหนังสือที่ ๑๒๘ ส่งหนังสือนวโกวาทซึ่งพิมพ์ใหม่ได้อ่านตลอดแล้ว บอกชื่อภาษามคธเสียเช่นนี้ค่อยจำง่ายขึ้น หนังสือนี้ทานดีอ่านตลอดทั้งเล่มได้พบผิดแห่งเดียวหน้า ๕๗ อบายมุขข้อ ๓ เล่นการพนันเป็นเล่นการพนักเท่านั้น {{right|ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด}} {{right|'''สยามินทร์'''}} {{nop}}<noinclude></noinclude> py85szq6i0z6zw8o6x7v9eqt7q9fp55 หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/24 250 91016 295586 295094 2026-09-17T08:41:57Z สีทราย 11827 295586 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๕}}</noinclude>หลบภัยทางอากาศ เรื่องนี้ เป็นบันทึกเหตุการณ์ของนายสุพจน์ที่พบปิศาจในตอนที่ประเทศไทยสู่ภาวะสงครามโลกครั้งที่ ๒ กรุงเทพฯ ถูกบอมบ์แทบทุกวันทุกคืน มีการพรางไฟ มืดไปทั้งเมือง ชีวิตข้าราชการไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ช่างเหลือเข็ญ จะเอาชีวิตคนชั้นไหนมาเทียบเคียงก็ยากยิ่ง คนจะต่ำก็เห็นจะมีขอทานที่ง่อยเปลี้ยเสียขาเท่านั้นไม่นับเอาขอทานชั้นอาชีพที่มีบริษัทขอทาน พวกนี้มีเงินเก็บมากกว่าคนธรรมดา จึงนับว่าเหนือข้าราชการผู้น้อยไปอีก ผู้ที่ไม่ตกใจทางการครองชีพ และไม่ตกใจทางภัยอากาศมากนักก็คือ พ่อค้า เขาระบายลูกเมียพ่อแม่ออกไปเช่าบ้านตาม<noinclude></noinclude> 567xk3rg3gqvl9pglcjv2tz7tayi1fc หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/26 250 91017 295587 295102 2026-09-17T09:02:02Z สีทราย 11827 295587 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๗}}</noinclude>ชานเมือง ตามสวนที่พ้นเขตยุทธศาสตร์ เขามีสุข อาหารการกินอิ่มท้องดี กลางวันขายของที่ห้าง บ่ายปิดห้างกลับไปบ้านนอนหลบภัย ยามสงครามสินค้าเข้าไม่ได้เพราะถูกปิดอ่าว พ่อค้าขายของก้นร้านที่ขายไม่ออกแล้วอย่างเทน้ำเทท่า และของทุกอย่างแพงกว่าเก่าหลายสิบเท่า เขาถือว่าจะรบกันไปสักสิบปี เขาก็มีของจำเป็นที่ต้องใช้เก็บกักไว้ จะขายได้ตลอดไปไม่มีอด พวกเสื้อผ้าน่ะแพงที่สุด เพราะจำเป็น จะเปลือยกายไปทำงานไม่ได้ มีหาไม่ก็ต้องตะเกียกตะกายไปหามาซื้อท่าน อนิจจา ข้าราชการผู้น้อย เงินเดือนเพียงจะหาอาหารหยอดกระเพาะก็แทบไม่พอ เรื่องเสื้อผ้าจึงเป็นปัญหาใหญ่ยิ่ง ต้องแต่งตามแบบราชการ มีสับเปลี่ยนสองชุด ก็หมายถึงว่าประคองๆ ก็ไปได้ ๒ ปี เพราะต้องใช้ทุกวัน จะรอคอยสงครามเลิกน่ะหรือไม่ทราบว่าเมื่อใดจะเลิกกัน นานๆ ทางราชการจะมีผ้าปันส่วนให้ แต่ไม่มีผ้าดี เพราะไทยเราไม่มีโรงงานทอผ้า ต้องพึ่งผ้าดิบที่ทางหัวเมืองทอขายมาให้ทางการ พวกเราก็ได้แบ่งกันซื้อเงินผ่อน นับว่าพอรอดการเปลือยกายไปได้ ความข้นแค้นของคนจนชาวไทยน่ะแทบจะนุ่งเสื่อกันอยู่แล้ว กระสอบน่ะอย่าไปพูดถึงว่าเราจะต้องนุ่งกระสอบเลย กระสอบก็แพงมีราคา ผมกับเพื่อนเอาผ้าม่านมาตัดเป็นผ้าขาวม้านุ่งอาบน้ำกันดูพิลึกดี มีดอกมีดวงดูเหมือนชาวฮาวาย ตอนแรกๆ สีตกติดขาเราเขียวๆ แดงๆ เหลือประทังละคุณเอ๋ย บางบ้านที่มั่งคั่งมาแต่เดิม เคยอยู่กินอย่างขุนนาง พอสงครามก็ลดฐานะลงบ้าง แต่ท่านยังมีแก่ใจเสียสละผ้าปูโต๊ะขาวเนื้ออย่างดีมาให้ผมกับเพื่อนเพื่อตัดเสื้อผ้าใส่ ผมอึดอัดหาทางจะตัดผ้านั้นมาหุ้มกายอยู่หลายวัน เนื้อมันหนาดีหรอกครับ แต่มันมีดอกเป็นลายปักยกนูนและเป็นมันเสียด้วย ผมกับเพื่อนตัดสินใจตัดกางเกงขาสั้นกันคนละตัว ตัดมาแล้วยังใช้ไม่ได้ เพราะดอกมันระยับนัก จะดูเป็นลิเกหรืองิ้วเอา เลยตกลงย้อมสีกัน ไม่ใช่สีฝรั่งนะคุณ ไทยเราก็มีหัวเหมือนกัน เอากาบมะพร้าวห้าวมากๆ มาแช่น้ำไว้สักคืน สีฝาดของมะพร้าวก็ละลายออกเป็นสีน้ำตาลเราต้มให้เดือดแล้วก็ย้อมหลายๆ หนเข้า ใช้ได้ดี เรื่องดอกผ้านั้นอย่าพูดเลย มันแว้บวับราวกับกางเกงแพรหงส์ร่อนมังกรรำ นุ่งไปที่ไหนประชาชนมองจนลับตา<noinclude></noinclude> 6i406l5euhacs9hfbmdw4r12mcy15c6 หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/34 250 91029 295571 295197 2026-09-16T22:05:21Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 295571 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" /></noinclude>{| align="center" style="width: 100%;" |+ {{larger|อักษรย่อบอกนามคัมภีร์}} |- |องฺ.||อฏฺฐก.||style="text-align:center;"|{{tooltip|องฺคุตฺตรนิกาย|อังคุตตรนิกาย}}||{{tooltip|อฏฺฐกนิปาต|อัฏฐกนิบาต}} |- |องฺ.||จตุกฺก.||style="text-align:center;"|,,||{{tooltip|จตุกฺกนิปาต|จตุกกนิบาต}} |- |องฺ.||ฉกฺก.||style="text-align:center;"|,,||{{tooltip|ฉกฺกนิปาต|ฉักกนิบาต}} |- |องฺ.||ติก.||style="text-align:center;"|,,||{{tooltip|ติกนิปาต|ติกนิบาต}} |- |องฺ.||ทสก.||style="text-align:center;"|,,||{{tooltip|ทสกนิปาต|ทสกนิบาต}} |- |องฺ.||ทุกฺ.||style="text-align:center;"|,,||{{tooltip|ทุกฺนิปาต|ทุกนิบาต}} |- |องฺ.||ปญฺจก.||style="text-align:center;"|,,||{{tooltip|ปญฺจกนิปาต|ปัญจกนิบาต}} |- |องฺ.||สตฺตก.||style="text-align:center;"|,,||{{tooltip|สตฺตกนิปาต|สัตตกนิบาต}} |- |ขุ.||อิติ.||style="text-align:center;"|{{tooltip|ขุทฺทกนิกาย|ขุททกนิกาย}}||{{tooltip|อิติวุตฺตก|อิติวุตตกะ}} |- |ขุ.||ขุ.||style="text-align:center;"|,,||{{tooltip|ขุทฺทกปาฐ|ขุททกปาฐะ}} |- |ที.||ปาฏิ.||style="text-align:center;"|ทีฆนิกาย||{{tooltip|ปาฏิกวคฺค|ปาฏิกวรรค}} |- |ที.||มหา.||style="text-align:center;"|,,||{{tooltip|มหาวคฺค|มหาวรรค}} |- |ม.||อุป.||style="text-align:center;"|{{tooltip|มชฺฌิมนิกาย|มัชฌิมนิกาย}}||{{tooltip|อุปริปณฺณาสก|อุปริปัณณาสก์}} |- |ม.||มู.||style="text-align:center;"|,,||{{tooltip|มูลปณฺณาสก|มูลปัณณาสก์}} |- |อภิ.||วิภงฺค.||style="text-align:center;"|{{tooltip|อภิธมฺมปิฎก|อภิธรรมปิฎก}}||{{tooltip|วิภงฺค|วิภังคะ}} |- |วิ.||ฉอนุสฺสติ. ปฐม.||style="text-align:center;"|{{tooltip|วิสุทฺธิมคฺค|วิสุทธิมรรค}}||{{tooltip|ฉอนุสฺสตินิทฺเทส ปฐมภาค|ฉอนุสสตินิเทศ ปฐมภาค}} |- |วิ.||สีล. ปฐม.||style="text-align:center;"|,,||{{tooltip|สีลนิทฺเทส ปฐมภาค|สีลนิทเทศ ปฐมภาค}} |- |สํ.||นิ.||style="text-align:center;"|{{tooltip|สํยุตฺตนิกาย|สังยุตตนิกาย}}||{{tooltip|นิทานวคฺค|นิทานวรรค}} |- |สํ.||มหา.||style="text-align:center;"|,,||{{tooltip|มหาวารวคฺค|มหาวารวรรค}} |- |สํ.||ส.||style="text-align:center;"|,,||{{tooltip|สคาถวคฺค|สคาถวรรค}} |}<noinclude></noinclude> rb2kr7y32pucmsonp1cki2fi4wvay2f หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/35 250 91031 295566 295485 2026-09-16T21:25:48Z TinTin45678 12482 295566 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" /></noinclude>{{center|{{x-larger|'''นวโกวาท'''}}}} {{center|{{larger|'''วินัยบัญญัติ'''}}}} {{rule|10%}} {{center|'''อนุศาสน์ ๘ อย่าง'''}} {{center|'''นิสสัย ๔ อกรณียกิจ ๔'''}} ปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิต เรียกนิสสัย มี ๔ อย่าง คือ เที่ยวบิณฑบาต ๑ นุ่งห่มผ้าบังสุกุล ๑ อยู่โคนไม้ ๑ ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า ๑. กิจที่ไม่ควรทำ เรียกอกรณียกิจ มี ๔ อย่าง คือ เสพเมถุน ๑ ลักของเขา ๑ ฆ่าสัตว์ ๑ พูดอวดคุณพิเศษที่ไม่มีในตน ๑ กิจ ๔ อย่างนี้ บรรพชิตทำไม่ได้. {{center|'''สิกขาของภิกษุมี ๓ อย่าง'''}} คือ ศีล สมาธิ ปัญญา. ความสำรวมกายวาจาให้เรียบร้อย ชื่อว่าศีล. ความรักษาใจมั่น ชื่อว่าสมาธิ. ความรอบรู้ในกองสังขาร ชื่อว่าปัญญา. โทษที่เกิดเพราะความละเมิดในข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม เรียกว่าอาบัติ. อาบัตินั้นว่าโดยชื่อ มี ๗ อย่าง คือ ปาราชิก ๑ สังฆาทิเสส ๑ ถุลลัจจัย ๑ ปาจิตตีย์ ๑ ปาฏิเทสนียะ ๑ ทุกกฏ ๑ ทุพภาสิต ๑. {{nop}}<noinclude></noinclude> 2v7izyozfqp0afzfyr81p4qjt6a7wmn หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/36 250 91032 295527 295486 2026-09-16T13:55:51Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295527 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๒|นวโกวาท|}}</noinclude>ปาราชิกนั้น ภิกษุต้องเข้าแล้วขาดจากภิกษุ. สังฆาทิเสสนั้น ต้องเข้าแล้ว ต้องอยู่กรรมจึงพ้นได้. อาบัติอีก ๕ อย่างนั้น ภิกษุต้องเข้าแล้ว ต้องแสดงต่อหน้าสงฆ์หรือคณะหรือภิกษุรูปหนึ่งจึงพ้นได้. อาการที่ภิกษุจะต้องอาบัติเหล่านี้ ๖ อย่าง คือ ต้องด้วยไม่ละอาย ๑ ต้องด้วยไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะเป็นอาบัติ ๑ ต้องด้วยสงสัยแล้วขืนทำลง ๑ ต้องด้วยสำคัญว่าควรในของที่ไม่ควร ๑ ต้องด้วยสำคัญว่าไม่ควรในของที่ควร ๑ ต้องด้วยลืมสติ ๑. ข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม ซึ่งยกขึ้นเปนสิกขาบท ที่มาในพระปาติโมกข์ ๑ ไม่ได้มาในพระปาติโมกข์ ๑. สิกขาบทที่มาในพระปาติโมกข์นั้น คือ ปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ๑๓ อนิยต ๒ นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ ปาจิตตีย์ ๙๒ ปาฏิเทสนียะ ๔ เสขิยะ ๗๕ รวมเป็น ๒๒๐ นับทั้งอธิกรณสมถะด้วยเป็น ๒๒๗. {{center|'''ปาราชิก ๔'''}} {{Ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุเสพเมถุน ต้องปาราชิก.| ภิกษุถือเอาของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ ได้ราคา ๕ มาสก ต้องปาราชิก.| ภิกษุแกล้งฆ่ามนุษย์ให้ตาย ต้องปาราชิก.| ภิกษุอวดอุตตริมนุสสธรรม (คือธรรมอันยิ่งของมนุษย์) ที่ไม่มีในตน ต้องปาราชิก. }} {{nop}}<noinclude></noinclude> hitmafb2i8p0wv0t2o26qq5yzz0ymmk 295567 295527 2026-09-16T21:26:09Z TinTin45678 12482 295567 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๒|นวโกวาท|}}</noinclude>ปาราชิกนั้น ภิกษุต้องเข้าแล้วขาดจากภิกษุ. สังฆาทิเสสนั้น ต้องเข้าแล้ว ต้องอยู่กรรมจึงพ้นได้. อาบัติอีก ๕ อย่างนั้น ภิกษุต้องเข้าแล้ว ต้องแสดงต่อหน้าสงฆ์หรือคณะหรือภิกษุรูปหนึ่งจึงพ้นได้. อาการที่ภิกษุจะต้องอาบัติเหล่านี้ ๖ อย่าง คือ ต้องด้วยไม่ละอาย ๑ ต้องด้วยไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะเป็นอาบัติ ๑ ต้องด้วยสงสัยแล้วขืนทำลง ๑ ต้องด้วยสำคัญว่าควรในของที่ไม่ควร ๑ ต้องด้วยสำคัญว่าไม่ควรในของที่ควร ๑ ต้องด้วยลืมสติ ๑. ข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม ซึ่งยกขึ้นเปนสิกขาบท ที่มาในพระปาติโมกข์ ๑ ไม่ได้มาในพระปาติโมกข์ ๑. สิกขาบทที่มาในพระปาติโมกข์นั้น คือ ปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ๑๓ อนิยต ๒ นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ ปาจิตตีย์ ๙๒ ปาฏิเทสนียะ ๔ เสขิยะ ๗๕ รวมเป็น ๒๒๐ นับทั้งอธิกรณสมถะด้วยเป็น ๒๒๗. {{center|'''ปาราชิก ๔'''}} {{Ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุเสพเมถุน ต้องปาราชิก.| ภิกษุถือเอาของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ ได้ราคา ๕ มาสก ต้องปาราชิก.| ภิกษุแกล้งฆ่ามนุษย์ให้ตาย ต้องปาราชิก.| ภิกษุอวดอุตตริมนุสสธรรม (คือธรรมอันยิ่งของมนุษย์) ที่ไม่มีในตน ต้องปาราชิก. }} {{nop}}<noinclude></noinclude> 3qtnvwhvorue5kuqbvbfepy1576l1ah หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/37 250 91035 295528 295487 2026-09-16T14:04:04Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295528 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๓}}</noinclude>{{center|'''สังฆาทิเสส ๑๓'''}} {{Ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุแกล้งทำให้น้ำอสุจิเคลื่อน ต้องสังฆาทิเสส.| ภิกษุมีความกำหนัดอยู่ จับต้องกายหญิง ต้องสังฆาทิเสส.| ภิกษุมีความกำหนัดอยู่ พูดเกี้ยวหญิง ต้องสังฆาทิเสส.| ภิกษุมีความกำหนัดอยู่ พูดล่อให้หญิงบำเรอตนด้วยกาม ต้องสังฆาทิเสส.| ภิกษุชักสื่อให้ชายหญิงเป็นผัวเมียกัน ต้องสังฆาทิเสส.| ภิกษุสร้างกุฎีที่ต้องก่อและโบกด้วยปูนหรือดิน ซึ่งไม่มีใครเป็นเจ้าของ จำเพาะเป็นที่อยู่ของตน ต้องทำให้ได้ประมาณ โดยยาวเพียง ๑๒ คืบพระสุคต โดยกว้างเพียง ๗ คืบ วัดในร่วมใน และต้องให้สงฆ์แสดงที่ให้ก่อน ถ้าไม่ให้สงฆ์แสดงที่ให้ก็ดี ทำให้เกินประมาณก็ดี ต้องสังฆาทิเสส.| ถ้าที่อยู่ซึ่งจะสร้างขึ้นนั้น มีทายกเป็นเจ้าของ ทำให้เกินประมาณนั้นได้. แต่ต้องให้สงฆ์แสดงที่ให้ก่อน ถ้าไม่ให้สงฆ์แสดงที่ให้ก่อน ต้องสังฆาทิเสส.| ภิกษุโกรธเคือง แกล้งโจทภิกษุอื่นด้วยอาบัติปาราชิกไม่มีมูล ต้องสังฆาทิเสส.| ภิกษุโกรธเคือง แกล้งหาเลสโจทภิกษุอื่นด้วยอาบัติปาราชิก ต้องสังฆาทิเสส.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> hqjuy3qqize4p2jvahrfvpjtuwbqrar หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/38 250 91036 295529 295488 2026-09-16T14:23:15Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295529 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๔|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{Ordered list|start=10|list-style-type=thai|</noinclude> ภิกษุพากเพียรเพื่อจะทำลายสงฆ์ให้แตกกัน ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส.| ภิกษุประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์นั้น ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส.| ภิกษุว่ายากสอนยาก ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส.| ภิกษุประทุษร้ายตระกูล คือประจบคฤหัสถ์ สงฆ์ไล่เสียจากวัด กลับว่าติเตียนสงฆ์ ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส.}} {{center|'''อนิยต ๒'''}} {{Ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุนั่งในที่ลับตากับหญิงสองต่อสอง ถ้ามีคนที่ควรเชื่อได้มาพูดขึ้นด้วยธรรม ๓ อย่าง คือ ปาราชิก หรือสังฆาทิเสส หรือปาจิตตีย์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ภิกษุรับอย่างใด ให้ปรับอย่างนั้น หรือเขาว่าจำเพาะธรรมอย่างใด ให้ปรับอย่างนั้น.| ภิกษุนั่งในที่ลับหูกับหญิงสองต่อสอง ถ้ามีคนที่ควรเชื่อได้มาพูดขึ้นด้วยธรรม ๒ อย่าง คือ สังฆาทิเสส หรือปาจิตตีย์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ภิกษุรับอย่างใด ให้ปรับอย่างนั้น หรือเขาว่าจำเพาะธรรมอย่างใด ให้ปรับอย่างนั้น.}} {{nop}}<noinclude></noinclude> 626panujwb6k4d1vjjhiew7ydqwdleg 295568 295529 2026-09-16T21:26:27Z TinTin45678 12482 295568 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๔|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{Ordered list|start=10|list-style-type=thai|</noinclude> ภิกษุพากเพียรเพื่อจะทำลายสงฆ์ให้แตกกัน ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส.| ภิกษุประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์นั้น ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส.| ภิกษุว่ายากสอนยาก ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส.| ภิกษุประทุษร้ายตระกูล คือประจบคฤหัสถ์ สงฆ์ไล่เสียจากวัด กลับว่าติเตียนสงฆ์ ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส.}} {{center|'''อนิยต ๒'''}} {{Ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุนั่งในที่ลับตากับหญิงสองต่อสอง ถ้ามีคนที่ควรเชื่อได้มาพูดขึ้นด้วยธรรม ๓ อย่าง คือ ปาราชิก หรือสังฆาทิเสส หรือปาจิตตีย์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ภิกษุรับอย่างใด ให้ปรับอย่างนั้น หรือเขาว่าจำเพาะธรรมอย่างใด ให้ปรับอย่างนั้น.| ภิกษุนั่งในที่ลับหูกับหญิงสองต่อสอง ถ้ามีคนที่ควรเชื่อได้มาพูดขึ้นด้วยธรรม ๒ อย่าง คือ สังฆาทิเสส หรือปาจิตตีย์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ภิกษุรับอย่างใด ให้ปรับอย่างนั้น หรือเขาว่าจำเพาะธรรมอย่างใด ให้ปรับอย่างนั้น.}} {{nop}}<noinclude></noinclude> 3i7q853qqzyx2ro8l8ddzsmb8t2k6yp หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/39 250 91037 295530 295489 2026-09-16T14:24:54Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295530 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๕}}</noinclude>{{center|{{larger|'''นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ แบ่งเป็น ๓ วรรค มีวรรคละ ๑๐ สิกขาบท'''}}}} {{center|'''จีวรวรรคที่ ๑'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุทรงอติเรกจีวรได้เพียง ๑๐ วันเป็นอย่างยิ่ง ถ้าล่วง ๑๐ วันไป ต้องไปนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวรแม้คืนหนึ่ง ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่ได้สมมติ.| ถ้าผ้าเกิดขึ้นแก่ภิกษุ ๆ ประสงค์จะทำจีวร แต่ยังไม่พอ ถ้ามีที่หวังว่าจะได้มาอีก พึงเก็บผ้านั้นไว้ได้เพียงเดือนหนึ่งเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเก็บไว้ให้เกินเดือนหนึ่งไป แม้ถึงยังมีที่หวังว่าจะได้อยู่ ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุใช้นางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ ให้ซักก็ดี ให้ย้อมก็ดี ให้ทุบก็ดี ซึ่งจีวรเก่า ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุรับจีวรแต่มือนางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ เว้นไว้แต่แลกเปลี่ยนกัน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุขอจีวรต่อคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา ได้มา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่มีสมัยที่จะขอจีวรได้ คือ เวลาภิกษุมีจีวรอันโจรลักไป หรือมีจีวรอันฉิบหายเสีย.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> 95o4v2zk375klgtb93yyj8ug9f6htxr 295569 295530 2026-09-16T21:26:49Z TinTin45678 12482 295569 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๕}}</noinclude>{{center|{{larger|'''นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ แบ่งเป็น ๓ วรรค มีวรรคละ ๑๐ สิกขาบท'''}}}} {{center|'''จีวรวรรคที่ ๑'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุทรงอติเรกจีวรได้เพียง ๑๐ วันเป็นอย่างยิ่ง ถ้าล่วง ๑๐ วันไป ต้องไปนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวรแม้คืนหนึ่ง ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่ได้สมมติ.| ถ้าผ้าเกิดขึ้นแก่ภิกษุ ๆ ประสงค์จะทำจีวร แต่ยังไม่พอ ถ้ามีที่หวังว่าจะได้มาอีก พึงเก็บผ้านั้นไว้ได้เพียงเดือนหนึ่งเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเก็บไว้ให้เกินเดือนหนึ่งไป แม้ถึงยังมีที่หวังว่าจะได้อยู่ ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุใช้นางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ ให้ซักก็ดี ให้ย้อมก็ดี ให้ทุบก็ดี ซึ่งจีวรเก่า ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุรับจีวรแต่มือนางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ เว้นไว้แต่แลกเปลี่ยนกัน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุขอจีวรต่อคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา ได้มา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่มีสมัยที่จะขอจีวรได้ คือ เวลาภิกษุมีจีวรอันโจรลักไป หรือมีจีวรอันฉิบหายเสีย.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> oz6ktcgx52jssd7bhg2y9bnqvao57i2 หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/40 250 91038 295531 295490 2026-09-16T14:26:26Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295531 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๖|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=7|list-style-type=thai|</noinclude> ในสมัยเช่นนั้น จะขอเขาได้ก็เพียงผ้านุ่งผ้าห่มเท่านั้น ถ้าขอให้เกินกว่านั้น ได้มา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ถ้าคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา เขาพูดว่า เขาจะถวายจีวรแก่ภิกษุชื่อนี้ ภิกษุนั้นทราบความแล้ว เข้าไปพูดให้เขาถวายจีวรอย่างนั้นอย่างนี้ ที่มีราคาแพงกว่าดีกว่าที่เขากำหนดไว้เดิม ได้มา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ถ้าคฤหัสถ์ผู้จะถวายจีวรแก่ภิกษุมีหลายคน แต่เขาไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา ภิกษุไปพูดให้เขารวมทุนเข้าเป็นอันเดียวกัน ให้ซื้อจีวรที่แพงกว่าดีกว่าที่เขากำหนดไว้เดิม ได้มา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ถ้าใคร ๆ นำทรัพย์มาเพื่อค่าจีวรแล้วถามภิกษุว่า ใครเป็นไวยาวัจกรของเธอ ถ้าภิกษุต้องการจีวร ก็พึงแสดงคนวัดหรืออุบาสกว่า ผู้นี้เป็นไวยาวัจกรของภิกษุทั้งหลาย ครั้นเขามอบหมายไวยาวัจกรนั้นแล้ว สั่งภิกษุว่า ถ้าต้องการจีวร ให้เข้าไปหาไวยาวัจกร ภิกษุนั้นพึงเข้าไปหาเขาแล้วทวงว่า เราต้องการจีวรดังนี้ได้ ๓ ครั้ง ถ้าไม่ได้จีวร ไปยืนแต่พอเขาเห็นได้ ๖ ครั้ง ถ้าไม่ได้ ขืนไปทวงให้เกิน ๓ ครั้ง ยืนเกิน ๖ ครั้ง ได้มา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์. ถ้าไปทวงและยืนครบกำหนดแล้วไม่ได้จีวร จำเป็นต้องไปบอกเจ้าของเดิมว่า ของนั้นไม่สำเร็จประโยชน์แก่ตน ให้เขาเรียกเอาของเขาคืนมาเสีย.}} {{nop}}<noinclude></noinclude> mds0n6vl00kbvfvv3kywyoee13kuxu4 หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/41 250 91039 295532 295491 2026-09-16T14:27:57Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295532 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๗}}</noinclude>{{center|'''โกสิยวรรคที่ ๒'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุหล่อสันถัตด้วยขนเจียมเจือด้วยไหม ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุหล่อสันถัตด้วยขนเจียมดำล้วน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุจะหล่อสันถัตใหม่ พึงใช้ขนเจียมดำ ๒ ส่วน ขนเจียมขาวส่วนหนึ่ง ขนเจียมแดงส่วนหนึ่ง ถ้าใช้ขนเจียมดำให้เกิน ๒ ส่วนขึ้นไป ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุหล่อสันถัตใหม่แล้ว พึงใช้ให้ได้ ๖ ปี ถ้ายังไม่ถึง ๖ ปี หล่อใหม่ ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่ได้สมมติ.| ภิกษุจะหล่อสันถัต พึงตัดเอาสันถัตเก่าคืบหนึ่งโดยรอบมาปนลงในสันถัตที่หล่อใหม่ เพื่อจะทำลายให้เสียสี ถ้าไม่ทำดังนี้ ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| เมื่อภิกษุเดินทางไกล ถ้ามีใครถวายขนเจียม ต้องการก็รับได้ ถ้าไม่มีใครนำมา นำมาเองได้เพียง ๓ โยชน์ ถ้าให้เกิน ๓ โยชน์ไป ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุใช้นางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ ให้ซักก็ดี ให้ย้อมก็ดี ให้สางก็ดี ซึ่งขนเจียม ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุรับเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นรับก็ดี ซึ่งทองและเงิน หรือยินดีทองและเงินที่เขาเก็บไว้เพื่อตน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> 5kyjrcjgoype177dw202f57lwhtdlc3 หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/42 250 91040 295533 295492 2026-09-16T14:29:30Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295533 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๘|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=9|list-style-type=thai|</noinclude> ภิกษุทำการซื้อขายด้วยรูปิยะ คือของที่เขาใช้เป็นทองและเงิน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุแลกเปลี่ยนสิ่งของกับคฤหัสถ์ ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.}} {{center|'''ปัตตวรรคที่ ๓'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| บาตรนอกจากบาตรอธิษฐานเรียกอติเรกบาตร อติเรกบาตรนั้น ภิกษุเก็บไว้ได้เพียง ๑๐ วันเป็นอย่างยิ่ง ถ้าให้ล่วง ๑๐ วันไป ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุมีบาตรร้าวยังไม่ถึง ๑๐ นิ้ว ขอบาตรใหม่แต่คฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา ได้มา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ภิกษุรับประเคนเภสัชทั้ง ๕ คือ เนยใส เนยขึ้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย แล้ว เก็บไว้ฉันได้เพียง ๗ วันเป็นอย่างยิ่ง ถ้าให้ล่วง ๗ วันไป ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| เมื่อฤดูร้อนยังเหลืออยู่อีกเดือนหนึ่ง คือตั้งแต่แรมค่ำหนึ่งเดือน ๗ จึงแสวงหาผ้าอาบน้ำฝนได้ เมื่อฤดูร้อนเหลืออยู่อีกกึ่งเดือน คือตั้งแต่ขึ้นค่ำหนึ่งเดือน ๘ จึงทำนุ่งได้ ถ้าแสวงหาหรือทำนุ่งให้ล้ำกว่ากำหนดนั้นเข้ามา ต้องนิสสัคคิยปาจิตติย์.| ภิกษุให้จีวรแก่ภิกษุอื่นแล้ว โกรธ ชิงเอาคืนมาเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นชิงเอามาก็ดี ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> 2ixmay8tkr8cvvo9l3vhqubb36tdw9l หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/43 250 91041 295534 295493 2026-09-16T14:30:40Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295534 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๙}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=6|list-style-type=thai|</noinclude> ภิกษุขอด้ายแต่คฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา เอามาให้ช่างหูกทอเป็นจีวร ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ถ้าคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา สั่งให้ช่างหูกทอจีวรเพื่อจะถวายแก่ภิกษุ ถ้าภิกษุไปกำหนดให้เขาทำให้ดีขึ้นด้วยจะให้รางวัลแก่เขา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.| ถ้าอีก ๑๐ วันจะถึงวันปวารณา คือตั้งแต่ขึ้น ๖ ค่ำเดือน ๑๑ ถ้าทายกรีบจะถวายผ้าจำนำพรรษา ก็รับเก็บไว้ได้ แต่ถ้าเก็บไว้เกินกาลจีวรไป ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์. กาลจีวรนั้นดังนี้ ถ้าจำพรรษาแล้วไม่ได้กรานกฐิน นับแต่วันปวารณาไปเดือนหนึ่ง คือตั้งแต่แรมค่ำหนึ่งเดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน ๑๒ ถ้าได้กรานกฐิน นับแต่วันปวารณาไป ๕ เดือน คือตั้งแต่แรมหนึ่งเดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน ๔.| ภิกษุจำพรรษาในเสนาสนะป่าซึ่งเป็นที่เปลี่ยว ออกพรรษาแล้ว อยากจะเก็บไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่งไว้ในบ้าน เมื่อมีเหตุก็เก็บไว้ได้เพียง ๖ คืนเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเก็บไว้ให้เกิน ๖ คืนไป ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่ได้สมมติ.| ภิกษุรู้อยู่ และน้อมลาภที่เขาจะถวายสงฆ์มาเพื่อตน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์.}} {{nop}}<noinclude></noinclude> 0vkjv3ppiauo54yo6822s6wnjuxnyc3 หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/44 250 91042 295535 295502 2026-09-16T14:33:38Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295535 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๑๐|นวโกวาท|}}</noinclude>{{center|{{larger|'''ปาจิตตีย์ ๙๒ สิกขาบท'''}}}} {{center|'''มุสาวาทวรรคที่ ๑ มี ๑๐ สิกขาบท'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| พูดปด ต้องปาจิตตีย์.| ด่าภิกษุ ต้องปาจิตตีย์.| ส่อเสียดภิกษุ ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุสอนธรรมแก่อนุปสัมบัน ถ้าว่าพร้อมกัน ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุนอนในที่มุงที่บังอันเดียวกันกับอนุปสัมบัน เกิน ๓ คืนขึ้นไป ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุนอนในที่มุงที่บังอันเดียวกันกับผู้หญิง แม้ในคืนแรกต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุแสดงธรรมแก่ผู้หญิง เกินกว่า ๖ คำขึ้นไป ต้องปาจิตตีย์.<ref>เว้นไว้แต่บุรุษผู้รู้เดียงสาอยู่ด้วย.</ref>| ภิกษุบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง แก่อนุปสัมบัน ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่นแก่อนุปสัมบัน ต้องปาจิตตีย์.<ref>เว้นไว้แต่ได้สมมติ.</ref>| ภิกษุขุดเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นขุดก็ดี ซึ่งแผ่นดิน ต้องปาจิตตีย์.}} {{nop}}<noinclude>{{smallrefs}}</noinclude> fihhrxd0kw5uxh5nql0jwk7tvgxc9a0 295570 295535 2026-09-16T21:27:48Z TinTin45678 12482 295570 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๑๐|นวโกวาท|}}</noinclude>{{center|{{larger|'''ปาจิตตีย์ ๙๒ สิกขาบท'''}}}} {{center|'''มุสาวาทวรรคที่ ๑ มี ๑๐ สิกขาบท'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| พูดปด ต้องปาจิตตีย์.| ด่าภิกษุ ต้องปาจิตตีย์.| ส่อเสียดภิกษุ ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุสอนธรรมแก่อนุปสัมบัน ถ้าว่าพร้อมกัน ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุนอนในที่มุงที่บังอันเดียวกันกับอนุปสัมบัน เกิน ๓ คืนขึ้นไป ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุนอนในที่มุงที่บังอันเดียวกันกับผู้หญิง แม้ในคืนแรกต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุแสดงธรรมแก่ผู้หญิง เกินกว่า ๖ คำขึ้นไป ต้องปาจิตตีย์.<ref>เว้นไว้แต่บุรุษผู้รู้เดียงสาอยู่ด้วย.</ref>| ภิกษุบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง แก่อนุปสัมบัน ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่นแก่อนุปสัมบัน ต้องปาจิตตีย์.<ref>เว้นไว้แต่ได้สมมติ.</ref>| ภิกษุขุดเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นขุดก็ดี ซึ่งแผ่นดิน ต้องปาจิตตีย์.}} {{nop}}<noinclude>{{smallrefs}}</noinclude> ds9bosia1junc0yflc93gp5nl8f750a หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/45 250 91043 295536 295504 2026-09-16T14:35:03Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295536 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๑๑}}</noinclude>{{center|'''ภูตคามวรรคที่ ๒ มี ๑๐ สิกขาบท'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุพรากของเขียวซึ่งเกิดอยู่กับที่ ให้หลุดจากที่ ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุประพฤติอนาจาร สงฆ์เรียกตัวมาถาม แกล้งพูดกลบเกลื่อนก็ดี นิ่งเสียไม่พูดก็ดี ถ้าสงฆ์สวดประกาศข้อความนั้นจบ ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุติเตียนภิกษุอื่นที่สงฆ์สมมติให้เป็นผู้ทำการสงฆ์ ถ้าเธอทำโดยชอบ ติเตียนเปล่า ๆ ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุเอาเตียง ตั่ง ฟูก เก้าอี้ ของสงฆ์ไปตั้งในที่แจ้งแล้ว เมื่อหลีกไปจากที่นั้น ไม่เก็บเองก็ดี ไม่ใช้ให้ผู้อื่นเก็บก็ดี ไม่มอบหมายแก่ผู้อื่นก็ดี ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุเอาที่นอนของสงฆ์ปูนอนในกุฎีสงฆ์แล้ว เมื่อหลีกไปจากที่นั้น ไม่เก็บเองก็ดี ไม่ใช้ให้ผู้อื่นเก็บก็ดี ไม่มอบหมายแก่ผู้อื่นก็ดี ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุรู้อยู่ว่ากุฎีนี้มีผู้อยู่ก่อน แกล้งไปนอนเบียด ด้วยหวังจะให้ผู้อยู่ก่อนคับแคบใจเข้าก็จะหลีกไปเอง ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุโกรธเคืองภิกษุอื่น ฉุดคร่าไล่ออกจากกุฏีสงฆ์ ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุนั่งทับก็ดี นอนทับก็ดี บนเตียงก็ดี บนตั่งก็ดี อันมีเท้าไม่ได้ตรึงให้แน่น ซึ่งเขาวางไว้บนร่างร้านที่เขาเก็บของในกุฎี<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> dikbo2rvopen8pmbaraw03ixb4shw87 หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/46 250 91044 295537 295505 2026-09-16T14:41:52Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295537 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๑๒|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=8|list-style-type=thai|</noinclude> ต้องปาจิตตีย์.|item1_style=list-style-type:none| ภิกษุจะเอาดินหรือปูนโบกหลังคากุฏี พึงโบกได้แต่เพียง ๓ ชั้น ถ้าโบกเกินกว่านั้น ต้องปาจิตตีย์.|| ภิกษุรู้อยู่ว่า น้ำมีตัวสัตว์ เอารดหญ้าหรือดิน ต้องปาจิตตีย์.|}} {{center|'''โอวาทวรรคที่ ๓ มี ๑๐ สิกขาบท'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุที่สงฆ์ไม่ได้สมมติ สั่งสอนนางภิกษุณี ต้องปาจิตตีย์.| แม้ภิกษุที่สงฆ์สมมติแล้ว ตั้งแต่อาทิตย์ตกแล้วไป สอนนางภิกษุณี ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุเข้าไปสอนนางภิกษุณีถึงในที่อยู่ ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่นางภิกษุณีเจ็บ.| ภิกษุติเตียนภิกษุอื่นว่า สอนนางภิกษุณีเพราะเห็นแก่ลาภ ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุให้จีวรแก่นางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่แลกเปลี่ยนกัน.| ภิกษุเย็บจีวรของนางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นเย็บก็ดี ต้องปาจิตตีย์.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> q01gi3et0p7zqqdnoaqo8qbourfqvkg หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/47 250 91045 295538 295511 2026-09-16T14:43:21Z TinTin45678 12482 295538 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๑๓}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=7|list-style-type=thai|</noinclude> ภิกษุชวนนางภิกษุณีเดินทางด้วยกัน แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่ทางเปลี่ยว.| ภิกษุชวนนางภิกษุณีลงเรือลำเดียวกัน ขึ้นน้ำก็ดี ล่องน้ำก็ดี ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่ข้ามฟาก.| ภิกษุฉันของเคี้ยวของฉัน ที่นางภิกษุณีบังคับให้คฤหัสถ์เขาถวาย ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่คฤหัสถ์เขาเริ่มไว้ก่อน.| ภิกษุนั่งก็ดี นอนก็ดี ในที่ลับสองต่อสอง กับนางภิกษุณี ต้องปาจิตตีย์.}} {{center|'''โภชนวรรคที่ ๔ มี ๑๐ สิกขาบท'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| <li>อาหารในโรงทานที่ทั่วไปไม่นิยมบุคคล ภิกษุไม่เจ็บไข้ ฉันได้แต่เฉพาะวันเดียวแล้ว ต้องหยุดเสียในระหว่าง ต่อไปจึงฉันได้อีก ถ้าฉันติด ๆ กันตั้งแต่สองวันขึ้นไป ต้องปาจิตตีย์.| <li>ถ้าทายกเขามานิมนต์ ออกชื่อโภชนะทั้ง ๕ อย่าง คือข้าวสุก ขนมสด ขนมแห้ง ปลา เนื้อ อย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าไปรับของนั้นมา หรือฉันของนั้น พร้อมกันตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป ต้องปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่สมัย คือ เป็นไข้อย่าง ๑ หน้าจีวรกาลอย่าง ๑ เวลาทำจีวรอย่าง ๑ เดินทางไกลอย่าง ๑ ไปทางเรืออย่าง ๑ อยู่มากด้วยกันบิณฑบาตไม่พอฉันอย่าง ๑ โภชนะเป็นของสมณะอย่าง ๑.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> dmo1i84v9mkv9sn2cr45zd38fim6zlx หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/48 250 91046 295539 295512 2026-09-16T14:44:44Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295539 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๑๔|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=3|list-style-type=thai|</noinclude> ภิกษุรับนิมนต์แห่งหนึ่ง ด้วยโภชนะทั้ง ๕ อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ไม่ไปฉันในที่นิมนต์นั้น ไปฉันเสียที่อื่น ต้องปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่ยกส่วนที่รับนิมนต์ไว้ก่อนนั้นให้แก่ภิกษุอื่นเสีย หรือหน้าจีวรกาล และเวลาทำจีวร.| ภิกษุเข้าไปบิณฑบาตในบ้าน ทายกเขาเอาขนมมาถวายเป็นอันมาก จะรับได้เป็นอย่างมากเพียง ๓ บาตรเท่านั้น ถ้ารับให้เกินกว่านั้น ต้องปาจิตตีย์ ของที่รับมามากเช่นนั้น ต้องแบ่งให้ภิกษุอื่น.| ภิกษุฉันค้างอยู่ มีผู้เอาโภชนะทั้ง ๕ อย่างใดอย่างหนึ่งเข้ามาประเคน ห้ามเสียแล้ว ลุกจากที่นั่งนั้นแล้ว ฉันของเคี้ยวของฉันซึ่งไม่เป็นเดนภิกษุไข้ หรือไม่ได้ทำวินัยกรรม ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุรู้อยู่ว่า ภิกษุอื่นห้ามข้าวแล้ว [ตามสิกขาบทหลัง] คิดจะยกโทษเธอ แกล้งเอาของเคี้ยวของฉันที่ไม่เป็นเดนภิกษุไข้ไปล่อให้เธอฉัน ถ้าเธอฉันแล้ว ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุฉันของเคี้ยวของฉันที่เป็นอาหารในเวลาวิกาล คือตั้งแต่เที่ยงแล้วไปจนถึงวันใหม่ ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุฉันของเคี้ยวของฉันที่เป็นอาหารซึ่งรับประเคนไว้ค้างคืน ต้องปาจิตตีย์.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> 0932ylee4r6b59glb176qfklj218c1o หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/49 250 91047 295540 295513 2026-09-16T14:46:07Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295540 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๑๕}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=9|list-style-type=thai|</noinclude> ภิกษุขอโภชนะอันประณีต คือ ข้าวสุก ระคนด้วยเนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ปลา เนื้อ นมสด นมส้ม ต่อคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา เอามาฉัน ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุกลืนกินอาหารที่ไม่มีผู้ให้ คือยังไม่ได้รับประเคนให้ ล่วงทวารปากเข้าไป ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่น้ำและไม้สีฟัน.}} {{center|'''อเจลกวรรคที่ ๕ มี ๑๐ สิกขาบท'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุให้ของเคี้ยวของฉัน แก่นักบวชนอกศาสนาด้วยมือตน ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุชวนภิกษุอื่นไปเที่ยวบิณฑบาตด้วยกัน หวังจะประพฤติอนาจาร ไล่เธอกลับมาเสีย ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุสำเร็จการนั่งแทรกแซง ในสกุลที่กำลังบริโภคอาหารอยู่ ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุนั่งอยู่ในห้องกับผู้หญิง ไม่มีผู้ชายอยู่เป็นเพื่อน ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุนั่งในที่แจ้งกับผู้หญิงสองต่อสอง ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุรับนิมนต์ด้วยโภชนะทั้ง ๕ แล้ว จะไปในที่อื่นจากที่นิมนต์นั้น ในเวลาก่อนฉันก็ดี ฉันกลับมาแล้วก็ดี ต้องลาภิกษุที่มีอยู่ในวัดก่อนจึงจะไปได้ ถ้าไม่ลาก่อนเที่ยวไป ต้องปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่สมัย คือจีวรกาล และเวลาทำจีวร.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> klparembv6x3mtp944n6zttraywmgc1 หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/50 250 91048 295541 295514 2026-09-16T14:47:27Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295541 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๑๖|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=7|list-style-type=thai|</noinclude> ถ้าเขาปวารณาด้วยปัจจัยสี่เพียง ๔ เดือน พึงขอเขาได้เพียงกำหนดนั้นเท่านั้น ถ้าขอให้เกินกว่ากำหนดนั้นไป ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่เขาปวารณาอีก หรือปวารณาเป็นนิตย์.| ภิกษุไปดูกระบวนทัพที่เขายกไปเพื่อจะรบกัน ต้องปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่มีเหตุ.| ถ้าเหตุที่ต้องไปมีอยู่ พึงไปอยู่ได้ในกองทัพเพียง ๓ วัน ถ้าอยู่ให้เกินกว่ากำหนดนั้น ต้องปาจิตตีย์.| ในเวลาที่อยู่ในกองทัพตามกำหนดนั้น ถ้าไปดูเขารบกันก็ดี หรือดูเขาตรวจพลก็ดี ดูเขาจัดกระบวนทัพก็ดี ดูหมู่เสนาที่จัดเป็นกระบวนแล้วก็ดี ต้องปาจิตตีย์.}} {{center|'''สุราปานวรรคที่ ๖ มี ๑๐ สิกขาบท'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุดื่มน้ำเมา ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุจี้ภิกษุ ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุว่ายน้ำเล่น ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุแสดงความไม่เอื้อเฟื้อในวินัย ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุหลอนภิกษุให้กลัวผี ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุไม่เป็นไข้ ติดไฟให้เป็นเปลวเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นติดก็ดี เพื่อจะผิง ต้องปาจิตตีย์ ติดเพื่อเหตุอื่น ไม่เป็นอาบัติ.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> m77yiq02zygt6g0zcv0x218vju68gqf หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/51 250 91049 295542 295515 2026-09-16T14:49:07Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295542 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๑๗}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=7|list-style-type=thai|</noinclude> ภิกษุอยู่ในมัชฌิมประเทศ คือ จังหวัดกลางแห่งประเทศอินเดีย ๑๕ วันจึงอาบน้ำได้หนหนึ่ง ถ้ายังไม่ถึง ๑๕ วันอาบน้ำ ต้องปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่มีเหตุจำเป็น. ในปัจจันตประเทศ เช่นประเทศเรา อาบน้ำได้เป็นนิตย์ ไม่เป็นอาบัติ.| ภิกษุได้จีวรใหม่มา ต้องพินทุด้วยสี ๓ อย่าง คือ เขียวคราม โคลน ดำคล้ำ อย่างใดอย่างหนึ่งก่อน จึงนุ่งห่มได้ ถ้าไม่ทำพินทุก่อนแล้วนุ่งห่ม ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุวิกัปจีวรแก่ภิกษุหรือสามเณรแล้ว ผู้รับยังไม่ได้ถอน นุ่งห่มจีวรนั้น ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุซ่อนบริขาร คือ บาตร จีวร ผ้าปูนั่ง กล่องเข็ม ประคตเอว สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ของภิกษุอื่น ด้วยคิดว่าจะล้อเล่น ต้องปาจิตตีย์.}} {{center|'''สัปปาณวรรคที่ ๗ มี ๑๐ สิกขาบท'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุแกล้งฆ่าสัตว์ดิรัจฉาน ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุรู้อยู่ว่า น้ำมีตัวสัตว์ บริโภคน้ำนั้น ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุรู้อยู่ว่า อธิกรณ์นี้สงฆ์ทำแล้วโดยชอบ เลิกถอนเสีย กลับทำใหม่ ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุรู้อยู่ แกล้งปกปิดอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่น ต้องปาจิตตีย์.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> rudqhjw9v5lq66bw4avqku2zrlrvtc0 หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/52 250 91050 295517 295170 2026-09-16T12:16:27Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 295517 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๑๘|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude><ol start="5" style="list-style-type: thai;"></noinclude> <li>ภิกษุรู้อยู่ เป็นอุปัชฌายะอุปสมบทกุลบุตรผู้มีอายุหย่อนกว่า ๒๐ ปี ต้องปาจิตตีย์.</li> <li>ภิกษุรู้อยู่ ชวนพ่อค้าผู้ซ่อนภาษีเดินทางด้วยกัน แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง ต้องปาจิตตีย์.</li> <li>ภิกษุชวนผู้หญิงเดินทางด้วยกัน แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง ต้องปาจิตตีย์.</li> <li>ภิกษุกล่าวคัดค้านธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดประกาศข้อความนั้นจบ ต้องปาจิตตีย์.</li> <li>ภิกษุคบภิกษุเช่นนั้น คือ ร่วมกินก็ดี ร่วมอุโบสถสังฆกรรมก็ดี ร่วมนอนก็ดี ต้องปาจิตตีย์.</li> <li>ภิกษุเกลี้ยกล่อมสามเณรที่ภิกษุอื่นให้ฉิบหายแล้ว เพราะโทษที่กล่าวคัดค้านธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า ให้เป็นผู้อุปัฏฐากก็ดี ร่วมกินก็ดี ร่วมนอนก็ดี ต้องปาจิตตีย์.</li> </ol> {{center|'''สหธรรมิกวรรคที่ ๘ มี ๑๒ สิกขาบท'''}} <ol style="list-style-type: thai;"> <li>ภิกษุประพฤติอนาจาร ภิกษุอื่นตักเตือน พูดผัดเพี้ยนว่ายังไม่ได้ถามท่านผู้รู้ก่อน ข้าพเจ้าจักไม่ศึกษาในสิกขาบทนี้ ต้องปาจิตตีย์.<br /> ธรรมดาภิกษุผู้ศึกษา ยังไม่รู้สิ่งใด ควรจะรู้สิ่งนั้น ควรไต่ถามไล่เลียงท่านผู้รู้.</li> <noinclude></ol></noinclude><noinclude></noinclude> oaiju8ith0j7rqvxk0wnfh1mljyzygi 295543 295517 2026-09-16T14:50:37Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295543 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๑๘|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=5|list-style-type=thai|</noinclude> ภิกษุรู้อยู่ เป็นอุปัชฌายะอุปสมบทกุลบุตรผู้มีอายุหย่อนกว่า ๒๐ ปี ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุรู้อยู่ ชวนพ่อค้าผู้ซ่อนภาษีเดินทางด้วยกัน แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุชวนผู้หญิงเดินทางด้วยกัน แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุกล่าวคัดค้านธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดประกาศข้อความนั้นจบ ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุคบภิกษุเช่นนั้น คือ ร่วมกินก็ดี ร่วมอุโบสถสังฆกรรมก็ดี ร่วมนอนก็ดี ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุเกลี้ยกล่อมสามเณรที่ภิกษุอื่นให้ฉิบหายแล้ว เพราะโทษที่กล่าวคัดค้านธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า ให้เป็นผู้อุปัฏฐากก็ดี ร่วมกินก็ดี ร่วมนอนก็ดี ต้องปาจิตตีย์.}} {{center|'''สหธรรมิกวรรคที่ ๘ มี ๑๒ สิกขาบท'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุประพฤติอนาจาร ภิกษุอื่นตักเตือน พูดผัดเพี้ยนว่ายังไม่ได้ถามท่านผู้รู้ก่อน ข้าพเจ้าจักไม่ศึกษาในสิกขาบทนี้ ต้องปาจิตตีย์.<br /> ธรรมดาภิกษุผู้ศึกษา ยังไม่รู้สิ่งใด ควรจะรู้สิ่งนั้น ควรไต่ถามไล่เลียงท่านผู้รู้.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> e5bvs95o53l35a9qigto7lobhfsv3iq หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/53 250 91051 295518 295171 2026-09-16T12:33:06Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 295518 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๑๙}}</noinclude><noinclude><ol start="2" style="list-style-type: thai;"></noinclude> <li>ภิกษุอื่นท่องปาติโมกข์อยู่ ภิกษุแกล้งพูดให้เธอคลายอุตสาหะ ต้องปาจิตตีย์.</li> <li>ภิกษุต้องอาบัติแล้วแกล้งพูดว่า ข้าพเจ้าพึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า ข้อนี้มาในพระปาติโมกข์ ถ้าภิกษุอื่นรู้อยู่ว่า เธอเคยรู้มาก่อนแล้ว แต่แกล้งพูดกันเขาว่า พึงสวดประกาศความข้อนั้น เมื่อสงฆ์สวดประกาศแล้ว แกล้งทำไม่รู้อีก ต้องปาจิตตีย์.</li> <li>ภิกษุโกรธ ให้ประหารแก่ภิกษุอื่น ต้องปาจิตตีย์.</li> <li>ภิกษุโกรธ เงื้อมือดุจให้ประหารแก่ภิกษุอื่น ต้องปาจิตตีย์.</li> <li>ภิกษุโจทก์ฟ้องภิกษุอื่น ด้วยอาบัติสังฆาทิเสสไม่มีมูล ต้องปาจิตตีย์.</li> <li>ภิกษุแกล้งก่อความรำคาญให้เกิดแก่ภิกษุอื่น ต้องปาจิตตีย์.</li> <li>เมื่อภิกษุวิวาทกันอยู่ ภิกษุไปแอบฟังความ เพื่อจะได้รู้ว่าเขาว่าอะไรตนหรือพวกของตน ต้องปาจิตตีย์.</li> <li>ภิกษุให้ฉันทะ คือความยอมให้ทำสังฆกรรมที่เป็นธรรมแล้ว ภายหลังกลับติเตียนสงฆ์ผู้ทำกรรมนั้น ต้องปาจิตตีย์.</li> <li>เมื่อสงฆ์กำลังประชุมกันตัดสินข้อความข้อหนึ่ง ภิกษุใดอยู่ในที่ประชุมนั้น จะหลีกไปในขณะที่ตัดสินข้อนั้นยังไม่เสร็จ ไม่ให้ฉันทะก่อนลุกไปเสีย ต้องปาจิตตีย์.</li> <noinclude></ol></noinclude><noinclude></noinclude> 452gujjnty14cryn5bjsephdhrgn5b4 295544 295518 2026-09-16T14:51:54Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295544 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๑๙}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=2|list-style-type=thai|</noinclude> ภิกษุอื่นท่องปาติโมกข์อยู่ ภิกษุแกล้งพูดให้เธอคลายอุตสาหะ ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุต้องอาบัติแล้วแกล้งพูดว่า ข้าพเจ้าพึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า ข้อนี้มาในพระปาติโมกข์ ถ้าภิกษุอื่นรู้อยู่ว่า เธอเคยรู้มาก่อนแล้ว แต่แกล้งพูดกันเขาว่า พึงสวดประกาศความข้อนั้น เมื่อสงฆ์สวดประกาศแล้ว แกล้งทำไม่รู้อีก ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุโกรธ ให้ประหารแก่ภิกษุอื่น ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุโกรธ เงื้อมือดุจให้ประหารแก่ภิกษุอื่น ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุโจทก์ฟ้องภิกษุอื่น ด้วยอาบัติสังฆาทิเสสไม่มีมูล ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุแกล้งก่อความรำคาญให้เกิดแก่ภิกษุอื่น ต้องปาจิตตีย์.| เมื่อภิกษุวิวาทกันอยู่ ภิกษุไปแอบฟังความ เพื่อจะได้รู้ว่าเขาว่าอะไรตนหรือพวกของตน ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุให้ฉันทะ คือความยอมให้ทำสังฆกรรมที่เป็นธรรมแล้ว ภายหลังกลับติเตียนสงฆ์ผู้ทำกรรมนั้น ต้องปาจิตตีย์.| เมื่อสงฆ์กำลังประชุมกันตัดสินข้อความข้อหนึ่ง ภิกษุใดอยู่ในที่ประชุมนั้น จะหลีกไปในขณะที่ตัดสินข้อนั้นยังไม่เสร็จ ไม่ให้ฉันทะก่อนลุกไปเสีย ต้องปาจิตตีย์.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> 8mwfe3lopdrx5jksz1w5381ophjgufy หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/54 250 91052 295519 295172 2026-09-16T12:39:18Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 295519 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๒๐|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude><ol start="11" style="list-style-type: thai;"></noinclude> <li>ภิกษุพร้อมกับสงฆ์ให้จีวรเป็นบำเหน็จ แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งแล้ว ภายหลังกลับติเตียนภิกษุอื่นว่า ให้เพราะเห็นแก่หน้ากัน ต้องปาจิตตีย์.</li> <li>ภิกษุรู้อยู่ น้อมลาภที่ทายกเขาตั้งใจจะถวายสงฆ์มาเพื่อบุคคล ต้องปาจิตตีย์.</li> </ol> {{center|'''รตนวรรคที่ ๙ มี ๑๐ สิกขาบท'''}} <ol style="list-style-type: thai;"> <li>ภิกษุไม่ได้รับอนุญาตก่อน เข้าไปในห้องที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จอยู่กับพระมเหสี ต้องปาจิตตีย์.</li> <li>ภิกษุเห็นเครื่องบริโภคของคฤหัสถ์ตกอยู่ ถือเอาเป็นของเก็บได้เองก็ดี ให้ผู้อื่นถือเอาก็ดี ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่ของนั้นตกอยู่ในวัด หรือในที่อาศัย ต้องเก็บไว้ให้แก่เจ้าของ ถ้าไม่เก็บ ต้องทุกกฏ.</li> <li>ภิกษุไม่บอกลาภิกษุอื่นที่มีอยู่ในวัดก่อน เข้าไปบ้านในเวลาวิกาล ต้องปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่การด่วน.</li> <li>ภิกษุทำกล่องเข็ม ด้วยกระดูกก็ดี ด้วยงาก็ดี ด้วยเขาก็ดี ต้องปาจิตตีย์. ต้องต่อยกล่องนั้นเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.</li> <li>ภิกษุทำเตียงหรือตั่ง พึงทำให้มีเท้าเพียง ๘ นิ้วพระสุคต เว้นไว้แต่แม่แคร่ ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.</li> <noinclude></ol></noinclude><noinclude></noinclude> 99buiad648t3trejhmzn5qcodbdpvk1 295545 295519 2026-09-16T14:53:08Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295545 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๒๐|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=11|list-style-type=thai|</noinclude> ภิกษุพร้อมกับสงฆ์ให้จีวรเป็นบำเหน็จ แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งแล้ว ภายหลังกลับติเตียนภิกษุอื่นว่า ให้เพราะเห็นแก่หน้ากัน ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุรู้อยู่ น้อมลาภที่ทายกเขาตั้งใจจะถวายสงฆ์มาเพื่อบุคคล ต้องปาจิตตีย์.}} {{center|'''รตนวรรคที่ ๙ มี ๑๐ สิกขาบท'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุไม่ได้รับอนุญาตก่อน เข้าไปในห้องที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จอยู่กับพระมเหสี ต้องปาจิตตีย์.| ภิกษุเห็นเครื่องบริโภคของคฤหัสถ์ตกอยู่ ถือเอาเป็นของเก็บได้เองก็ดี ให้ผู้อื่นถือเอาก็ดี ต้องปาจิตตีย์. เว้นไว้แต่ของนั้นตกอยู่ในวัด หรือในที่อาศัย ต้องเก็บไว้ให้แก่เจ้าของ ถ้าไม่เก็บ ต้องทุกกฏ.| ภิกษุไม่บอกลาภิกษุอื่นที่มีอยู่ในวัดก่อน เข้าไปบ้านในเวลาวิกาล ต้องปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่การด่วน.| ภิกษุทำกล่องเข็ม ด้วยกระดูกก็ดี ด้วยงาก็ดี ด้วยเขาก็ดี ต้องปาจิตตีย์. ต้องต่อยกล่องนั้นเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.| ภิกษุทำเตียงหรือตั่ง พึงทำให้มีเท้าเพียง ๘ นิ้วพระสุคต เว้นไว้แต่แม่แคร่ ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> cpy8sjrdoa0003lzw9fod9qyua6nyx0 หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/55 250 91053 295520 295173 2026-09-16T12:45:20Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 295520 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๒๑}}</noinclude><noinclude><ol start="6" style="list-style-type: thai;"></noinclude> <li>ภิกษุทำเตียงหรือตั่งหุ้มนุ่น ต้องปาจิตตีย์. ต้องรื้อเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.</li> <li>ภิกษุทำผ้าปูนั่ง พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๒ คืบพระสุคต กว้างคืบครึ่ง ชายคืบหนึ่ง ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.</li> <li>ภิกษุทำผ้านุ่งปิดแผล พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๔ คืบพระสุคต กว้าง ๒ คืบ ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.</li> <li>ภิกษุทำผ้าอาบน้ำฝน พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๖ คืบพระสุคต กว้าง ๒ คืบครึ่ง ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.</li> <li>ภิกษุทำจีวรให้เท่าจีวรพระสุคตก็ดี เกินกว่านั้นก็ดี ต้องปาจิตตีย์. ประมาณจีวรพระสุคตนั้น ยาว ๔ คืบพระสุคต กว้าง ๖ คืบ ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.</li> </ol> {{center|{{larger|'''ปาฏิเทสนียะ ๔'''}}}} <ol style="list-style-type: thai;"> <li>ภิกษุรับของเคี้ยวของฉัน แต่มือนางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ ด้วยมือของตนมาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.</li> <li>ภิกษุฉันอยู่ในที่นิมนต์ ถ้ามีนางภิกษุณีมาสั่งทายกให้เอาสิ่งนั้นสิ่งนี้ถวาย เธอพึงไล่นางภิกษุณีนั้นให้ถอยไปเสีย ถ้าไม่ไล่ ต้องปาฏิเทสนียะ.</li> <noinclude></ol></noinclude><noinclude></noinclude> ium78wyjleb87xgrcgvvgnmpdy8p31j 295525 295520 2026-09-16T13:19:26Z TinTin45678 12482 ลบคำที่ย้ายมาจากหน้าถัดไป 295525 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๒๑}}</noinclude><noinclude><ol start="6" style="list-style-type: thai;"></noinclude> <li>ภิกษุทำเตียงหรือตั่งหุ้มนุ่น ต้องปาจิตตีย์. ต้องรื้อเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.</li> <li>ภิกษุทำผ้าปูนั่ง พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๒ คืบพระสุคต กว้างคืบครึ่ง ชายคืบหนึ่ง ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.</li> <li>ภิกษุทำผ้านุ่งปิดแผล พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๔ คืบพระสุคต กว้าง ๒ คืบ ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.</li> <li>ภิกษุทำผ้าอาบน้ำฝน พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๖ คืบพระสุคต กว้าง ๒ คืบครึ่ง ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.</li> <li>ภิกษุทำจีวรให้เท่าจีวรพระสุคตก็ดี เกินกว่านั้นก็ดี ต้องปาจิตตีย์. ประมาณจีวรพระสุคตนั้น ยาว ๔ คืบพระสุคต กว้าง ๖ คืบ ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.</li> </ol> {{center|{{larger|'''ปาฏิเทสนียะ ๔'''}}}} <ol style="list-style-type: thai;"> <li>ภิกษุรับของเคี้ยวของฉัน แต่มือนางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ ด้วยมือของตนมาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.</li> <li>ภิกษุฉันอยู่ในที่นิมนต์ ถ้ามีนางภิกษุณีมาสั่งทายกให้เอาสิ่งนั้นสิ่งนี้ถวาย เธอพึงไล่นางภิกษุณีนั้นให้ถอยไปเสีย ถ้าไม่ไล่<noinclude></li> </ol></noinclude><noinclude></noinclude> cfbqg5beb2x9lq8iyoegmopjqmwt7cn 295546 295525 2026-09-16T14:54:55Z TinTin45678 12482 เปลี่ยน <ol> เป็นแม่แบบ {{ordered list}} 295546 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๒๑}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=6|list-style-type=thai|</noinclude> ภิกษุทำเตียงหรือตั่งหุ้มนุ่น ต้องปาจิตตีย์. ต้องรื้อเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.| ภิกษุทำผ้าปูนั่ง พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๒ คืบพระสุคต กว้างคืบครึ่ง ชายคืบหนึ่ง ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.| ภิกษุทำผ้านุ่งปิดแผล พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๔ คืบพระสุคต กว้าง ๒ คืบ ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.| ภิกษุทำผ้าอาบน้ำฝน พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๖ คืบพระสุคต กว้าง ๒ คืบครึ่ง ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.| ภิกษุทำจีวรให้เท่าจีวรพระสุคตก็ดี เกินกว่านั้นก็ดี ต้องปาจิตตีย์. ประมาณจีวรพระสุคตนั้น ยาว ๔ คืบพระสุคต กว้าง ๖ คืบ ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.}} {{center|{{larger|'''ปาฏิเทสนียะ ๔'''}}}} {{ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุรับของเคี้ยวของฉัน แต่มือนางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ ด้วยมือของตนมาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.| ภิกษุฉันอยู่ในที่นิมนต์ ถ้ามีนางภิกษุณีมาสั่งทายกให้เอาสิ่งนั้นสิ่งนี้ถวาย เธอพึงไล่นางภิกษุณีนั้นให้ถอยไปเสีย ถ้าไม่ไล่<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> ere8evharzqzfhxg04piugjc59jkqbb 295548 295546 2026-09-16T14:58:25Z TinTin45678 12482 295548 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๒๑}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=6|list-style-type=thai|</noinclude> ภิกษุทำเตียงหรือตั่งหุ้มนุ่น ต้องปาจิตตีย์. ต้องรื้อเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.| ภิกษุทำผ้าปูนั่ง พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๒ คืบพระสุคต กว้างคืบครึ่ง ชายคืบหนึ่ง ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.| ภิกษุทำผ้านุ่งปิดแผล พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๔ คืบพระสุคต กว้าง ๒ คืบ ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.| ภิกษุทำผ้าอาบน้ำฝน พึงทำให้ได้ประมาณ ประมาณนั้นยาว ๖ คืบพระสุคต กว้าง ๒ คืบครึ่ง ถ้าทำให้เกินกำหนดนี้ ต้องปาจิตตีย์. ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.| ภิกษุทำจีวรให้เท่าจีวรพระสุคตก็ดี เกินกว่านั้นก็ดี ต้องปาจิตตีย์. ประมาณจีวรพระสุคตนั้น ยาว ๔ คืบพระสุคต กว้าง ๖ คืบ ต้องตัดให้ได้ประมาณเสียก่อน จึงแสดงอาบัติตก.}} {{center|{{larger|'''ปาฏิเทสนียะ ๔'''}}}} {{ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุรับของเคี้ยวของฉัน แต่มือนางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ ด้วยมือของตนมาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.|| ภิกษุฉันอยู่ในที่นิมนต์ ถ้ามีนางภิกษุณีมาสั่งทายกให้เอาสิ่งนั้นสิ่งนี้ถวาย เธอพึงไล่นางภิกษุณีนั้นให้ถอยไปเสีย ถ้าไม่ไล่<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> guzen3oni6oe7cqxqtkeq45m8lo30tc หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/56 250 91054 295526 295174 2026-09-16T13:20:54Z TinTin45678 12482 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ 295526 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๒๒|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude><ol start="2" style="list-style-type: thai;"> <li style="list-style-type: none;"></noinclude>ต้องปาฏิเทสนียะ.</li> <li>ภิกษุไม่เป็นไข้ เขาไม่ได้นิมนต์ รับของเคี้ยวของฉันในตระกูลที่สงฆ์สมมติว่าเป็นเสขะ มาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.</li> <li>ภิกษุอยู่ในเสนาสนะป่าเป็นที่เปลี่ยว ไม่เป็นไข้ รับของเคี้ยวของฉัน ที่ทายกไม่ได้แจ้งความให้ทราบก่อน ด้วยมือของตนมาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.</li> </ol> {{center|{{larger|'''เสขิยวัตร'''}}}} วัตรที่ภิกษุจะต้องศึกษาเรียกว่าเสขิยวัตร เสขิยวัตรนั้นจัดเป็น ๔ หมวด หมวดที่ ๑ เรียกว่าสารูป หมวดที่ ๒ เรียกว่าโภชนปฏิสังยุต หมวดที่ ๓ เรียกว่าธัมมเทสนาปฏิสังยุต หมวดที่ ๔ เรียกว่าปกิณณกะ. {{center|'''สารูปที่ ๑ มี ๒๖'''}} # ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักนุ่ง ให้เรียบร้อย. # ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักห่ม ให้เรียบร้อย. # ฯลฯ เราจักปิดกายด้วยดี ไปในบ้าน. # ฯลฯ เราจักปิดกายด้วยดี นั่งในบ้าน. # ฯลฯ เราจักระวังมือเท้าด้วยดี ไปในบ้าน. # ฯลฯ เราจักระวังมือเท้าด้วยดี นั่งในบ้าน.<noinclude></noinclude> ipaw5wva8q569w1r9af7xd8fjkgespn 295547 295526 2026-09-16T14:57:37Z TinTin45678 12482 295547 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๒๒|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=2|list-style-type=thai|</noinclude> ต้องปาฏิเทสนียะ.|<noinclude>item1_style=list-style-type:none</noinclude>| ภิกษุไม่เป็นไข้ เขาไม่ได้นิมนต์ รับของเคี้ยวของฉันในตระกูลที่สงฆ์สมมติว่าเป็นเสขะ มาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.|| ภิกษุอยู่ในเสนาสนะป่าเป็นที่เปลี่ยว ไม่เป็นไข้ รับของเคี้ยวของฉัน ที่ทายกไม่ได้แจ้งความให้ทราบก่อน ด้วยมือของตนมาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.|}} {{center|{{larger|'''เสขิยวัตร'''}}}} วัตรที่ภิกษุจะต้องศึกษาเรียกว่าเสขิยวัตร เสขิยวัตรนั้นจัดเป็น ๔ หมวด หมวดที่ ๑ เรียกว่าสารูป หมวดที่ ๒ เรียกว่าโภชนปฏิสังยุต หมวดที่ ๓ เรียกว่าธัมมเทสนาปฏิสังยุต หมวดที่ ๔ เรียกว่าปกิณณกะ. {{center|'''สารูปที่ ๑ มี ๒๖'''}} # ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักนุ่ง ให้เรียบร้อย. # ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักห่ม ให้เรียบร้อย. # ฯลฯ เราจักปิดกายด้วยดี ไปในบ้าน. # ฯลฯ เราจักปิดกายด้วยดี นั่งในบ้าน. # ฯลฯ เราจักระวังมือเท้าด้วยดี ไปในบ้าน. # ฯลฯ เราจักระวังมือเท้าด้วยดี นั่งในบ้าน.<noinclude></noinclude> omepiddp2k8vmcfh1zauhlnb6emu80s 295549 295547 2026-09-16T17:17:13Z TinTin45678 12482 295549 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๒๒|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=2|list-style-type=thai|</noinclude> ต้องปาฏิเทสนียะ.|<noinclude>item1_style=list-style-type:none</noinclude>| ภิกษุไม่เป็นไข้ เขาไม่ได้นิมนต์ รับของเคี้ยวของฉันในตระกูลที่สงฆ์สมมติว่าเป็นเสขะ มาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.|| ภิกษุอยู่ในเสนาสนะป่าเป็นที่เปลี่ยว ไม่เป็นไข้ รับของเคี้ยวของฉัน ที่ทายกไม่ได้แจ้งความให้ทราบก่อน ด้วยมือของตนมาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.|}} {{center|{{larger|'''เสขิยวัตร'''}}}} วัตรที่ภิกษุจะต้องศึกษาเรียกว่าเสขิยวัตร เสขิยวัตรนั้นจัดเป็น ๔ หมวด หมวดที่ ๑ เรียกว่าสารูป หมวดที่ ๒ เรียกว่าโภชนปฏิสังยุต หมวดที่ ๓ เรียกว่าธัมมเทสนาปฏิสังยุต หมวดที่ ๔ เรียกว่าปกิณณกะ. {{center|'''สารูปที่ ๑ มี ๒๖'''}} {| {{table style|bracetable}} |- | ๑. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจัก | นุ่ง | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ให้เรียบร้อย. |- | ๒. | ห่ม |} # ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักนุ่ง ให้เรียบร้อย # ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักห่ม ให้เรียบร้อย. # ฯลฯ เราจักปิดกายด้วยดี ไปในบ้าน. # ฯลฯ เราจักปิดกายด้วยดี นั่งในบ้าน. # ฯลฯ เราจักระวังมือเท้าด้วยดี ไปในบ้าน. # ฯลฯ เราจักระวังมือเท้าด้วยดี นั่งในบ้าน.<noinclude></noinclude> 8qsxbtqx0nnxgupppn2cas0e14ud61k 295550 295549 2026-09-16T17:20:23Z TinTin45678 12482 295550 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๒๒|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=2|list-style-type=thai|</noinclude> ต้องปาฏิเทสนียะ.|<noinclude>item1_style=list-style-type:none</noinclude>| ภิกษุไม่เป็นไข้ เขาไม่ได้นิมนต์ รับของเคี้ยวของฉันในตระกูลที่สงฆ์สมมติว่าเป็นเสขะ มาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.|| ภิกษุอยู่ในเสนาสนะป่าเป็นที่เปลี่ยว ไม่เป็นไข้ รับของเคี้ยวของฉัน ที่ทายกไม่ได้แจ้งความให้ทราบก่อน ด้วยมือของตนมาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.|}} {{center|{{larger|'''เสขิยวัตร'''}}}} วัตรที่ภิกษุจะต้องศึกษาเรียกว่าเสขิยวัตร เสขิยวัตรนั้นจัดเป็น ๔ หมวด หมวดที่ ๑ เรียกว่าสารูป หมวดที่ ๒ เรียกว่าโภชนปฏิสังยุต หมวดที่ ๓ เรียกว่าธัมมเทสนาปฏิสังยุต หมวดที่ ๔ เรียกว่าปกิณณกะ. {{center|'''สารูปที่ ๑ มี ๒๖'''}} {| {{table style|bracetable}} |- | ๑. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจัก | นุ่ง | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ให้เรียบร้อย. |- | ๒. | | b | ห่ม | c | d |} # ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักนุ่ง ให้เรียบร้อย # ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักห่ม ให้เรียบร้อย. # ฯลฯ เราจักปิดกายด้วยดี ไปในบ้าน. # ฯลฯ เราจักปิดกายด้วยดี นั่งในบ้าน. # ฯลฯ เราจักระวังมือเท้าด้วยดี ไปในบ้าน. # ฯลฯ เราจักระวังมือเท้าด้วยดี นั่งในบ้าน.<noinclude></noinclude> qnfx8on1bicg5b17hjgsn6v3ywt2vxw 295551 295550 2026-09-16T17:34:27Z TinTin45678 12482 295551 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๒๒|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=2|list-style-type=thai|</noinclude> ต้องปาฏิเทสนียะ.|<noinclude>item1_style=list-style-type:none</noinclude>| ภิกษุไม่เป็นไข้ เขาไม่ได้นิมนต์ รับของเคี้ยวของฉันในตระกูลที่สงฆ์สมมติว่าเป็นเสขะ มาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.|| ภิกษุอยู่ในเสนาสนะป่าเป็นที่เปลี่ยว ไม่เป็นไข้ รับของเคี้ยวของฉัน ที่ทายกไม่ได้แจ้งความให้ทราบก่อน ด้วยมือของตนมาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.|}} {{center|{{larger|'''เสขิยวัตร'''}}}} วัตรที่ภิกษุจะต้องศึกษาเรียกว่าเสขิยวัตร เสขิยวัตรนั้นจัดเป็น ๔ หมวด หมวดที่ ๑ เรียกว่าสารูป หมวดที่ ๒ เรียกว่าโภชนปฏิสังยุต หมวดที่ ๓ เรียกว่าธัมมเทสนาปฏิสังยุต หมวดที่ ๔ เรียกว่าปกิณณกะ. {{center|'''สารูปที่ ๑ มี ๒๖'''}} {| align="center" {{table style|bracetable}} |- | ๑. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า | rowspan="2" | เราจัก | นุ่ง | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ให้เรียบร้อย. |- | ๒. | ห่ม |- | ๓. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" {{table style|align center}} | ฯลฯ | rowspan="2" | เราจักปิดกายด้วยดี | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๔. | นั่ง |- | ๕. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" {{table style|align center}} | ฯลฯ | rowspan="2" | เราจักระวังมือเท้าด้วยดี | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๖. | นั่ง |}<noinclude></noinclude> o7n2po3pgg54lwocs4i78flpux0md23 295552 295551 2026-09-16T17:35:38Z TinTin45678 12482 295552 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๒๒|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=2|list-style-type=thai|</noinclude> ต้องปาฏิเทสนียะ.|<noinclude>item1_style=list-style-type:none</noinclude>| ภิกษุไม่เป็นไข้ เขาไม่ได้นิมนต์ รับของเคี้ยวของฉันในตระกูลที่สงฆ์สมมติว่าเป็นเสขะ มาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.|| ภิกษุอยู่ในเสนาสนะป่าเป็นที่เปลี่ยว ไม่เป็นไข้ รับของเคี้ยวของฉัน ที่ทายกไม่ได้แจ้งความให้ทราบก่อน ด้วยมือของตนมาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.|}} {{center|{{larger|'''เสขิยวัตร'''}}}} วัตรที่ภิกษุจะต้องศึกษาเรียกว่าเสขิยวัตร เสขิยวัตรนั้นจัดเป็น ๔ หมวด หมวดที่ ๑ เรียกว่าสารูป หมวดที่ ๒ เรียกว่าโภชนปฏิสังยุต หมวดที่ ๓ เรียกว่าธัมมเทสนาปฏิสังยุต หมวดที่ ๔ เรียกว่าปกิณณกะ. {{center|'''สารูปที่ ๑ มี ๒๖'''}} {| align="center" {{table style|bracetable}} |- | ๑. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจัก | นุ่ง | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ให้เรียบร้อย. |- | ๒. | ห่ม |- | ๓. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ฯลฯ เราจักปิดกายด้วยดี | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๔. | นั่ง |- | ๕. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ฯลฯ เราจักระวังมือเท้าด้วยดี | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๖. | นั่ง |}<noinclude></noinclude> bevg0drj3ulv1g4524uqf97f8xt7wud 295553 295552 2026-09-16T17:35:53Z TinTin45678 12482 295553 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๒๒|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=2|list-style-type=thai|</noinclude> ต้องปาฏิเทสนียะ.|<noinclude>item1_style=list-style-type:none</noinclude>| ภิกษุไม่เป็นไข้ เขาไม่ได้นิมนต์ รับของเคี้ยวของฉันในตระกูลที่สงฆ์สมมติว่าเป็นเสขะ มาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.|| ภิกษุอยู่ในเสนาสนะป่าเป็นที่เปลี่ยว ไม่เป็นไข้ รับของเคี้ยวของฉัน ที่ทายกไม่ได้แจ้งความให้ทราบก่อน ด้วยมือของตนมาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.|}} {{center|{{larger|'''เสขิยวัตร'''}}}} วัตรที่ภิกษุจะต้องศึกษาเรียกว่าเสขิยวัตร เสขิยวัตรนั้นจัดเป็น ๔ หมวด หมวดที่ ๑ เรียกว่าสารูป หมวดที่ ๒ เรียกว่าโภชนปฏิสังยุต หมวดที่ ๓ เรียกว่าธัมมเทสนาปฏิสังยุต หมวดที่ ๔ เรียกว่าปกิณณกะ. {{center|'''สารูปที่ ๑ มี ๒๖'''}} {| align="center" {{table style|bracetable}} |- | ๑. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจัก | นุ่ง | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ให้เรียบร้อย. |- | ๒. | ห่ม |- | ๓. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ฯลฯ เราจักปิดกายด้วยดี | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๔. | นั่ง |- | ๕. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ฯลฯ เราจักระวังมือเท้าด้วยดี | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๖. | นั่ง |}<noinclude></noinclude> aa7hlbsheku6ls1ebcllxqzlwgi6dvi 295554 295553 2026-09-16T20:03:19Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 295554 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๒๒|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=2|list-style-type=thai|</noinclude> ต้องปาฏิเทสนียะ.|<noinclude>item1_style=list-style-type:none</noinclude>| ภิกษุไม่เป็นไข้ เขาไม่ได้นิมนต์ รับของเคี้ยวของฉันในตระกูลที่สงฆ์สมมติว่าเป็นเสขะ มาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.|| ภิกษุอยู่ในเสนาสนะป่าเป็นที่เปลี่ยว ไม่เป็นไข้ รับของเคี้ยวของฉัน ที่ทายกไม่ได้แจ้งความให้ทราบก่อน ด้วยมือของตนมาบริโภค ต้องปาฏิเทสนียะ.|}} {{center|{{larger|'''เสขิยวัตร'''}}}} วัตรที่ภิกษุจะต้องศึกษาเรียกว่าเสขิยวัตร เสขิยวัตรนั้นจัดเป็น ๔ หมวด หมวดที่ ๑ เรียกว่าสารูป หมวดที่ ๒ เรียกว่าโภชนปฏิสังยุต หมวดที่ ๓ เรียกว่าธัมมเทสนาปฏิสังยุต หมวดที่ ๔ เรียกว่าปกิณณกะ. {{center|'''สารูปที่ ๑ มี ๒๖'''}} {| align="center" {{table style|bracetable}} |- | ๑. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจัก | นุ่ง | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ให้เรียบร้อย. |- | ๒. | ห่ม |- | ๓. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ฯลฯ เราจักปิดกายด้วยดี | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๔. | นั่ง |- | ๕. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ฯลฯ เราจักระวังมือเท้าด้วยดี | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๖. | นั่ง <noinclude>|}</noinclude><noinclude></noinclude> bipuoywmf9hetq1wmrhgjujo4x4232c หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/57 250 91055 295555 295175 2026-09-16T20:03:48Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 295555 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๒๓}}</noinclude><noinclude>{| align="center" {{table style|bracetable}}</noinclude> |- | ๗. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ฯลฯ เราจักมีตาทอดลง | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๘. | นั่ง |- | ๙. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ฯลฯ เราจักไม่เวิกผ้า | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๑๐. | นั่ง |- | ๑๑. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ฯลฯ เราจักไม่หัวเราะ | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๑๒. | นั่ง |- | ๑๓. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ฯลฯ เราจักไม่พูดเสียงดัง | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๑๔. | นั่ง |- | ๑๕. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ฯลฯ เราจักไม่โคลงกาย | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๑๖. | นั่ง |- | ๑๗. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ฯลฯ เราจะไม่ไกวแขน | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๑๘. | นั่ง |- | ๑๙. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ฯลฯ เราจักไม่สั่นศีรษะ | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๒๐. | นั่ง |- | ๒๑. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ฯลฯ เราจักไม่เอามือค้ำกาย | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๒๒. | นั่ง |- | ๒๓. | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ฯลฯ เราจักไม่เอาผ้าคลุมศีรษะ | ไป | rowspan="2" {{table style|brace}} | {{brace3|3em|r}} | rowspan="2" | ในบ้าน. |- | ๒๔. | นั่ง |- | ๒๕. | | colspan="4" | ฯลฯ เราจักไม่เดินกระโหย่งเท้าไปในบ้าน. |- | ๒๖. | | colspan="4" | ฯลฯ เราจักไม่นั่งรัดเข่าในบ้าน. |}<noinclude></noinclude> far6tc40w1m8thec2yiro6chby1dn9f หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/58 250 91056 295556 295176 2026-09-16T20:20:43Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 295556 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๒๔|นวโกวาท|}}</noinclude>{{center|'''โภชนปฏิสังยุตที่ ๒ มี ๓๐'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักรับบิณฑบาตโดยเคารพ.| ฯลฯ เมื่อรับบิณฑบาต เราจักแลดูแต่ในบาตร.| ฯลฯ เราจักรับแกงพอสมควรแก่ข้าวสุก.| ฯลฯ เราจักรับบิณฑบาตแต่พอเสมอขอบปากบาตร.| ฯลฯ เราจักฉันบิณฑบาตโดยเคารพ.| ฯลฯ เมื่อฉันบิณฑบาต เราจักแลดูแต่ในบาตร.| ฯลฯ เราจักไม่ขุดข้าวสุกให้แหว่ง.| ฯลฯ เราจักฉันแกงพอสมควรแก่ข้าวสุก.| ฯลฯ เราจักไม่ขยุ้มข้าวสุกแต่ยอดลงไป| ฯลฯ เราจักไม่กลบแกงหรือกับข้าวด้วยข้าวสุก เพราะอยากจะได้มาก.| ฯลฯ เราไม่เจ็บไข้ จักไม่ขอแกงหรือข้าวสุก เพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉัน.| ฯลฯ เราจักไม่ดูบาตรของผู้อื่นด้วยคิดจะยกโทษ.| ฯลฯ เราจักไม่ทำคำข้าวให้ใหญ่นัก.| ฯลฯ เราจักทำคำข้าวให้กลมกล่อม.| ฯลฯ เมื่อคำข้าวยังไม่ถึงปาก เราจักไม่อ้าปากไว้ท่า.| ฯลฯ เมื่อฉันอยู่ เราจักไม่เอานิ้วมือสอดเข้าปาก.| <noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> meqble17rvc6xe27ftgnbfomwv2fhez หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/59 250 91057 295557 295177 2026-09-16T20:27:47Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 295557 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๒๕}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=17|list-style-type=thai|</noinclude> ฯลฯ เมื่อข้าวอยู่ในปากเราจักไม่พูด.| ฯลฯ เราจักไม่โยนคำข้าวเข้าปาก.| ฯลฯ เราจักไม่ฉันกัดคำข้าว.| ฯลฯ เราจักไม่ฉันทำกระพุ้งแก้มให้ตุ่ย.| ฯลฯ เราจักไม่ฉันพลางสะบัดมือพลาง.| ฯลฯ เราจักไม่ฉันโปรยเมล็ดข้าวให้ตกลงในบาตรหรือในที่นั้น ๆ.| ฯลฯ เราจักไม่ฉันแลบลิ้น.| ฯลฯ เราจักไม่ฉันดังจับ ๆ.| ฯลฯ เราจักไม่ฉันดังซูด ๆ.| ฯลฯ เราจักไม่ฉันเลียมือ.| ฯลฯ เราจักไม่ฉันขอดบาตร.| ฯลฯ เราจักไม่ฉันเลียริมฝีปาก.| ฯลฯ เราจักไม่เอามือเปื้อนจับภาชนะน้ำ.| ฯลฯ เราจักไม่เอาน้ำล้างบาตรมีเมล็ดข้าวเทในบ้าน.}} {{center|'''ธัมมเทสนาปฏิสังยุตที่ ๓ มี ๑๖'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ มีร่มในมือ.| ฯลฯ มีไม้พลองในมือ.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> gte2eangzjizns50bvo1ia9ibwm2spz หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/60 250 91058 295558 295178 2026-09-16T20:30:57Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 295558 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๒๖|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=3|list-style-type=thai|</noinclude> ฯลฯ มีศัสตราในมือ.| ฯลฯ มีอาวุธในมือ.| ฯลฯ สวมเขียงเท้า.| ฯลฯ สวมรองเท้า.| ฯลฯ ไปในยาน.| ฯลฯ อยู่บนที่นอน.| ฯลฯ นั่งรัดเข่า.| ฯลฯ พันศีรษะ.| ฯลฯ คลุมศีรษะ.| ฯลฯ เรานั่งอยู่บนแผ่นดิน จักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้นั่งบนอาสนะ.| ฯลฯ เรานั่งบนอาสนะต่ำ จักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้นั่งบนอาสนะสูง.| ฯลฯ เรายืนอยู่ จักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ผู้นั่งอยู่.| ฯลฯ เราเดินไปข้างหลัง จักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ ผู้เดินไปข้างหน้า.| ฯลฯ เราเดินไปนอกทาง จักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ ผู้ไปในทาง.}} {{nop}}<noinclude></noinclude> qynfg9bvva09s39nvgvll9guy67ni8i หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/61 250 91059 295559 295179 2026-09-16T20:35:54Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 295559 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||วินัยบัญญัติ|๒๗}}</noinclude>{{center|'''ปกิณณกะที่ ๔ มี ๓'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราไม่เป็นไข้ จักไม่ยืนถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ.| ฯลฯ เราไม่เป็นไข้ จักไม่ถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ บ้วนเขฬะ ลงในของเขียว.| ฯลฯ เราไม่เป็นไข้ จักไม่ถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ บ้วนเขฬะ ลงในน้ำ.}} {{center|'''อธิกรณ์มี ๔'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ความเถียงกันว่า สิ่งนั้นเป็นธรรมเป็นวินัย สิ่งนี้ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่วินัย เรียกวิวาทาธิกรณ์.| ความโจทกันด้วยอาบัตินั้น ๆ เรียกอนุวาทาธิกรณ์.| อาบัติทั้งปวง เรียกอาปัตตาธิกรณ์.| กิจที่สงฆ์จะพึงทำ เรียกกิจจาธิกรณ์.}} {{center|'''อธิกรณสมถะมี ๗'''}} ธรรมเครื่องระงับอธิกรณ์ทั้ง ๔ นั้น เรียกอธิกรณสมถะ มี ๗ อย่าง คือ:- {{ordered list|list-style-type=thai| ความระงับอธิกรณ์ทั้ง ๔ นั้น ในที่พร้อมหน้าสงฆ์ ในที่พร้อมหน้าบุคคล ในที่พร้อมหน้าวัตถุ ในที่พร้อมหน้าธรรม เรียกสัมมุขาวินัย.<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> izkw3jjvnq275fq00j8a4z4hxo8z6ed หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/62 250 91060 295560 295180 2026-09-16T20:40:30Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 295560 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{หสล|๒๘|xxx|นวโกวาท}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=2|list-style-type=thai|</noinclude> ความที่สงฆ์สวดประกาศให้สมมติแก่พระอรหันต์ว่า เป็นผู้มีสติเต็มที่ เพื่อจะไม่ให้ใครโจทท่านด้วยอาบัติ เรียกสติวินัย.| ความที่สงฆ์สวดประกาศให้สมมติแก่ภิกษุ ผู้หายเป็นบ้าแล้ว เพื่อจะไม่ให้ใครโจทด้วยอาบัติที่เธอทำในเวลาเป็นบ้า เรียกอมูฬหวินัย.| ความปรับอาบัติตามปฏิญญาของจำเลยผู้รับเป็นสัตย์ เรียกปฏิญญาตกรณะ.| ความตัดสินเอาตามคำของคนมากเป็นประมาณ เรียกเยภุยยสิกา.| ความลงโทษแก่ผู้ผิด เรียกตัสสปาปิยสิกา.| ความให้ประนีประนอมกันทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ต้องชำระความเดิม เรียกติณวัตถารกวินัย.}} สิกขาบทนอกนี้ ที่ยกขึ้นเป็นอาบัติถุลลัจจัยบ้าง ทุกกฏบ้าง ทุพภาษิตบ้าง เป็นสิกขาบทไม่ได้มาในพระปาติโมกข์. {{center|จบวินัยบัญญัติ.}} {{rule|10%}} {{nop}}<noinclude></noinclude> awe1a9n8jjhr249umu0hblzr5ji5fei 295561 295560 2026-09-16T20:41:01Z TinTin45678 12482 แก้ไขหัวเรื่อง 295561 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๒๘|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=2|list-style-type=thai|</noinclude> ความที่สงฆ์สวดประกาศให้สมมติแก่พระอรหันต์ว่า เป็นผู้มีสติเต็มที่ เพื่อจะไม่ให้ใครโจทท่านด้วยอาบัติ เรียกสติวินัย.| ความที่สงฆ์สวดประกาศให้สมมติแก่ภิกษุ ผู้หายเป็นบ้าแล้ว เพื่อจะไม่ให้ใครโจทด้วยอาบัติที่เธอทำในเวลาเป็นบ้า เรียกอมูฬหวินัย.| ความปรับอาบัติตามปฏิญญาของจำเลยผู้รับเป็นสัตย์ เรียกปฏิญญาตกรณะ.| ความตัดสินเอาตามคำของคนมากเป็นประมาณ เรียกเยภุยยสิกา.| ความลงโทษแก่ผู้ผิด เรียกตัสสปาปิยสิกา.| ความให้ประนีประนอมกันทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ต้องชำระความเดิม เรียกติณวัตถารกวินัย.}} สิกขาบทนอกนี้ ที่ยกขึ้นเป็นอาบัติถุลลัจจัยบ้าง ทุกกฏบ้าง ทุพภาษิตบ้าง เป็นสิกขาบทไม่ได้มาในพระปาติโมกข์. {{center|จบวินัยบัญญัติ.}} {{rule|10%}} {{nop}}<noinclude></noinclude> 9ujk0eax6ljgypehqa39aoaks7emi9h หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/63 250 91061 295562 295181 2026-09-16T20:49:21Z TinTin45678 12482 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ 295562 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" /></noinclude>{{center|{{x-larger|'''ธรรมวิภาค'''}}}} {{rule|10%}} {{center|{{larger|'''ทุกะ คือ หมวด ๒'''}}}} {{center|'''ธรรมมีอุปการะมาก ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| สติ ความระลึกได้.| สัมปชัญญะ ความรู้ตัว.}} {{right|องฺ. ทุก. ๒๐/๑๑๙. ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๙๐.}} {{center|'''ธรรมเป็นโลกบาล คือ คุ้มครองโลก ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| หิริ ความละอายแก่ใจ.| โอตตัปปะ ความเกรงกลัว.}} {{right|องฺ. ทุก. ๒๐/๖๕. ขุ. อิติ. ๒๕/๒๕๗.}} {{center|'''ธรรมอันทำให้งาม ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ขันติ ความอดทน.| โสรัจจะ ความเสงี่ยม.}} {{right|องฺ. ทุก. ๒๐/๑๑๘. วิ. มหา. ๕/๓๓๕.}} {{center|'''บุคคลหาได้ยาก ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| บุพพการี บุคคลผู้ทำอุปการะก่อน.| กตัญญูกตเวที บุคคลผู้รู้อุปการะที่ท่านทำแล้ว และตอบแทน.}} {{right|องฺ. ทุก. ๒๐/๑๐๙.}} {{rule|10%}} {{nop}}<noinclude></noinclude> b6ic156bhigd9zcptjsn5cy2930cqpf 295563 295562 2026-09-16T20:49:51Z TinTin45678 12482 295563 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" /></noinclude>{{center|{{x-larger|'''ธรรมวิภาค'''}}}} {{rule|10%}} {{center|{{larger|'''ทุกะ คือ หมวด ๒'''}}}} {{center|'''ธรรมมีอุปการะมาก ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| สติ ความระลึกได้.| สัมปชัญญะ ความรู้ตัว.}} {{right|องฺ. ทุก. ๒๐/๑๑๙. ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๙๐.}} {{center|'''ธรรมเป็นโลกบาล คือ คุ้มครองโลก ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| หิริ ความละอายแก่ใจ.| โอตตัปปะ ความเกรงกลัว.}} {{right|องฺ. ทุก. ๒๐/๖๕. ขุ. อิติ. ๒๕/๒๕๗.}} {{center|'''ธรรมอันทำให้งาม ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ขันติ ความอดทน.| โสรัจจะ ความเสงี่ยม.}} {{right|องฺ. ทุก. ๒๐/๑๑๘. วิ. มหา. ๕/๓๓๕.}} {{center|'''บุคคลหาได้ยาก ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| บุพพการี บุคคลผู้ทำอุปการะก่อน.| กตัญญูกตเวที บุคคลผู้รู้อุปการะที่ท่านทำแล้ว และตอบแทน.}} {{right|องฺ. ทุก. ๒๐/๑๐๙.}} {{rule|10%}} {{nop}}<noinclude></noinclude> sun1smpfxb2t221rii1qbmy8mzm24tx 295564 295563 2026-09-16T20:52:16Z TinTin45678 12482 295564 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" /></noinclude>{{center|{{x-larger|'''ธรรมวิภาค'''}}}} {{rule|10%}} {{center|{{larger|'''ทุกะ คือ หมวด ๒'''}}}} {{center|'''ธรรมมีอุปการะมาก ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| สติ ความระลึกได้.| สัมปชัญญะ ความรู้ตัว.}} {{right|{{smaller|องฺ. ทุก. ๒๐/๑๑๙. ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๙๐.}}}} {{center|'''ธรรมเป็นโลกบาล คือ คุ้มครองโลก ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| หิริ ความละอายแก่ใจ.| โอตตัปปะ ความเกรงกลัว.}} {{right|{{smaller|องฺ. ทุก. ๒๐/๖๕. ขุ. อิติ. ๒๕/๒๕๗.}}}} {{center|'''ธรรมอันทำให้งาม ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ขันติ ความอดทน.| โสรัจจะ ความเสงี่ยม.}} {{right|{{smaller|องฺ. ทุก. ๒๐/๑๑๘. วิ. มหา. ๕/๓๓๕.}}}} {{center|'''บุคคลหาได้ยาก ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| บุพพการี บุคคลผู้ทำอุปการะก่อน.| กตัญญูกตเวที บุคคลผู้รู้อุปการะที่ท่านทำแล้ว และตอบแทน.}} {{right|{{smaller|องฺ. ทุก. ๒๐/๑๐๙.}}}} {{rule|10%}} {{nop}}<noinclude></noinclude> gr0d7v0refldu72d88hlj2r40z4d08s 295572 295564 2026-09-16T22:39:46Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 295572 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" /></noinclude>{{center|{{x-larger|'''ธรรมวิภาค'''}}}} {{rule|10%}} {{center|{{larger|'''ทุกะ คือ หมวด ๒'''}}}} {{center|'''ธรรมมีอุปการะมาก ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| สติ ความระลึกได้.| สัมปชัญญะ ความรู้ตัว.}} {{right|{{smaller|องฺ. ทุก. ๒๐/๑๑๙. ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๙๐.}}}} {{center|'''ธรรมเป็นโลกบาล คือ คุ้มครองโลก ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| หิริ ความละอายแก่ใจ.| โอตตัปปะ ความเกรงกลัว.}} {{right|{{smaller|องฺ. ทุก. ๒๐/๖๕. ขุ. อิติ. ๒๕/๒๕๗.}}}} {{center|'''ธรรมอันทำให้งาม ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ขันติ ความอดทน.| โสรัจจะ ความเสงี่ยม.}} {{right|{{smaller|องฺ. ทุก. ๒๐/๑๑๘. วิ. มหา. ๕/๓๓๕.}}}} {{center|'''บุคคลหาได้ยาก ๒ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| บุพพการี บุคคลผู้ทำอุปการะก่อน.| กตัญญูกตเวที บุคคลผู้รู้อุปการะที่ท่านทำแล้ว และตอบแทน.}} {{right|{{smaller|องฺ. ทุก. ๒๐/๑๐๙.}}}} {{rule|10%}} {{nop}}<noinclude></noinclude> evyf02jprph4fcqn621b878pe6h7tq7 ชนะวุธ อุทโท 0 91182 295577 295472 2026-09-17T02:14:31Z Soodkhet Tanapon 12543 /* ขอคัดค้านการลบและขอปรับปรุงหน้า */ 295577 wikitext text/x-wiki {{ลบ|ท5}} {{กล่องข้อมูล นักการเมือง | name = ชนะวุธ อุทโท | image = | caption = ชนะวุธ อุทโท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาฬสินธุ์ เขต 6 | birth_date = 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2530 | education = มหาวิทยาลัยขอนแก่น | occupation = นักการเมือง | party = พรรคเพื่อไทย | office = สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ | constituency = เขต 6 | term_start = พ.ศ. 2569 }} '''ชนะวุธ อุทโท''' เป็นนักการเมืองชาวไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต 6 สังกัด[[พรรคเพื่อไทย]] ได้รับเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2569 โดยได้รับคะแนนเสียง 59,665 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 65.2 ของคะแนนในเขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดกาฬสินธุ์<ref name="ThaiPBS">{{cite web |title=ผลเลือกตั้ง 2569 กาฬสินธุ์ อัปเดตล่าสุดจาก กกต. |website=Thai PBS |url=https://www.thaipbs.or.th/election69/result/update/constituency/46|date=2026-03-18|access-date=2026-09-10}}</ref> [[ไฟล์:โปรไฟล์ ชนะวุธ อุทโท.jpg|thumb|'''ชนะวุธ อุทโท''']] == ประวัติ == ชนะวุธ อุทโท เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2530 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น สาขารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์<ref name="ประวัติ">{{cite web |title=ประวัติ ชนะวุธ อุทโท |url=https://www.thepeople.co/interview/politics/56697|date=2026-04-19|access-date=2026-09-10|website=The People}}</ref> ก่อนเข้าสู่การเมือง ชนะวุธประกอบอาชีพด้านการศึกษา โดยทำงานเป็นติวเตอร์และดำเนินกิจการสถาบันกวดวิชาในจังหวัดขอนแก่น ต่อมาเปลี่ยนไปประกอบธุรกิจด้านการค้าผ้าไหมผ่านช่องทางออนไลน์ และธุรกิจพระเครื่อง<ref name="ประวัติ">{{cite web |title=ประวัติ ชนะวุธ อุทโท |url=https://www.thepeople.co/interview/politics/56697|date=2026-04-19|access-date=2026-09-10|website=The People}}</ref> นอกจากงานด้านการศึกษาแล้ว ชนะวุธยังเคยประกอบธุรกิจหลายประเภท โดยมีทั้งธุรกิจเกี่ยวกับผ้าไหมและธุรกิจพระเครื่อง รวมถึงการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ จากบทสัมภาษณ์ที่เผยแพร่ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ชนะวุธเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก การใช้ชีวิตในฐานะเด็กวัด การทำงานเป็นติวเตอร์ในจังหวัดขอนแก่น ตลอดจนการทำธุรกิจหลายประเภท ก่อนตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมือง == การทำงานทางการเมือง == ชนะวุธเข้าสู่เส้นทางทางการเมืองและลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขต 6 ในนามพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2569 ผลการเลือกตั้งพบว่าได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 จังหวัดกาฬสินธุ์ ด้วยคะแนน 59,665 คะแนน หรือร้อยละ 65.2<ref name="ThaiPBS" /> หลังได้รับเลือกตั้ง ชนะวุธปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาผู้แทนราษฎร โดยมีการแสดงความคิดเห็นและนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับปัญหาของประชาชนในจังหวัดกาฬสินธุ์ เช่น การเกษตรและการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร<ref name="VoiceTV">{{cite web |title=ชนะวุธ อุทโท |website=Voice TV |url=https://www.voicetv.co.th/read/7xFeizLAT|date=2026-04-05|access-date=2026-09-10}}</ref> ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 ชนะวุธมีส่วนร่วมอภิปรายและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นการจัดอาหารกลางวันสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระหว่างการประชุมสภาฯ ในช่วงที่มีการอภิปรายเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงาน<ref>{{cite web |title=สภาฯ ถกวิกฤตพลังงาน สส.เพื่อไทย-ภูมิใจไทย พกปิ่นโต นำกลางวันมากินเอง |website=Thai PBS |date=2026-03-25 |url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/503787|access-date=2026-09-10}}</ref> === การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหาดใหญ่ === ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ชนะวุธพร้อมทีมอาสาสมัครกู้ภัยและจิตอาสาได้เดินทางจากจังหวัดกาฬสินธุ์ไปสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยจัดส่งทีมกู้ภัยพร้อมเรือและยานพาหนะฉุกเฉินเข้าสู่พื้นที่ และประสานงานกับหน่วยกู้ภัยในพื้นที่<ref name="Flood">{{cite web |title=ชนะวุธ อุทโท ส่งกองเรือกู้ภัย ‘อ.ลิ้ง’ ลุยช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ – จี้รัฐดูแลกู้ภัยให้มีสวัสดิการที่เหมาะสม |website=พรรคเพื่อไทย |date=2025-11-28 |url=https://www.ptp.or.th/archives/41376|access-date=2025-09-10}}</ref> ตามรายงานดังกล่าว ทีมกู้ภัยได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่นำอาหารไปส่งให้ประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม และช่วยอพยพประชาชนไปยังศูนย์อพยพ<ref name="Flood" /> == การทำงานในสภาผู้แทนราษฎร == หลังเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชนะวุธมีบทบาทในการนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับจังหวัดกาฬสินธุ์เข้าสู่การทำงานของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะประเด็นด้านการเกษตรและการเพิ่มมูลค่าผลผลิตของเกษตรกร เช่น ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ และการหาตลาดให้กับสินค้าเกษตรในพื้นที่<ref name="ประวัติ">{{cite web |title=ประวัติ ชนะวุธ อุทโท |url=https://www.thepeople.co/interview/politics/56697|date=2026-04-19|access-date=2026-09-10|website=The People}}</ref><ref name="VoiceTV" /> == ผลการเลือกตั้ง == {| class="wikitable" ! การเลือกตั้ง ! เขตเลือกตั้ง ! พรรค ! คะแนน ! ผล |- | [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย พ.ศ. 2569|พ.ศ. 2569]] | กาฬสินธุ์ เขต 6 | [[พรรคเพื่อไทย]] | 59,665 | ได้รับเลือกตั้ง |} == อ้างอิง == <references /> [[หมวดหมู่:สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์]] [[หมวดหมู่:สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย]] [[หมวดหมู่:บุคคลจากจังหวัดกาฬสินธุ์]] mldu9nim2q6ujrq7f2nzkro12obfqgz คุยกับผู้ใช้:Popster36 3 91209 295516 2026-09-16T12:13:56Z New user message 1899 เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่ 295516 wikitext text/x-wiki {{Template:Welcome|realName=|name=Popster36}} -- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 19:13, 16 กันยายน 2569 (+07) sijobykoa98sk3yo8jppg4o5pxntfxh หน้า:Sam Kok 1928 (1).djvu/125 250 91210 295573 2026-09-17T00:00:19Z B20180 1467 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ลิฉุยก็ขับม้าคุมทหารเข้ารบต้านทางขวา โจโฉจึงให้แฮหัวเอี๋ยนคุมทหารเข้ารบด้วยลิฉุย แลกุยกีก็ขับม้าคุมทหารเข้ารบทางด้านซ้าย โจโฉจึงให้โจหยินคุมทหารเข้ารบด้ว..." 295573 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="B20180" />{{หัวสามก๊ก|1=2|2=100|3=2}}</noinclude>ลิฉุยก็ขับม้าคุมทหารเข้ารบต้านทางขวา โจโฉจึงให้แฮหัวเอี๋ยนคุมทหารเข้ารบด้วยลิฉุย แลกุยกีก็ขับม้าคุมทหารเข้ารบทางด้านซ้าย โจโฉจึงให้โจหยินคุมทหารเข้ารบด้วยกุยกีก็เปนสามารถ เสียงทหารทั้งสองฝ่ายอื้ออึงเอิกเริกดังแผ่นดินจะถล่ม แฮหัวตุ้นเห็นว่ากำลังนั้นน้อยกว่าลิโป้ก็ขับม้าหนี ฝ่ายลิโป้ก็ขับม้าไล่ตาม ฟันทหารโจโฉแตกตื่นล้มตายเปนอันมาก {{โครง}}<noinclude></noinclude> hd0g3rfws5d57ivx5yb8ey7eabsfqhg หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/39 250 91211 295574 2026-09-17T02:01:01Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ทุกข์ใจนัก จะต้องทนอาศัยบ้านนี้อยู่ในความกลัวเช่นนี้ไปอีกเท่าไรเล่า เคราะห์ดีที่แม่คนพิการนั้นไม่ได้พบกับผมในทางร้าย แกพบกับผมในทางเมตตา "พรุ่งนี้ เราทั..." 295574 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๔๐}}</noinclude>ทุกข์ใจนัก จะต้องทนอาศัยบ้านนี้อยู่ในความกลัวเช่นนี้ไปอีกเท่าไรเล่า เคราะห์ดีที่แม่คนพิการนั้นไม่ได้พบกับผมในทางร้าย แกพบกับผมในทางเมตตา "พรุ่งนี้ เราทั้งหมดใส่บาตรแผ่กุศลไปให้แกเถิด" น้าไสวว่า "ดีทีเดียว" ผมรีบรับคำก่อนใคร "แต่เอ๊ะ เราจะเอาอาหารที่ไหนกันล่ะ ดึกป่านนี้" "เอาของแห้งๆ ทำเอาก่อน" แม่ยายบรรเจิดว่า "แต่เราต้องตื่นช่วยกันทำครัวนะ" แม่ของบรรเจิดกล่าวอย่างห่วงๆ ทุกคนต่างนึกขึ้นได้ว่า ใครเล่าจะตื่นเข้าครัวคนเดียวตอนดึกเพราะครัวอยู่นอกตัวเรือน การเปิดประตูไปข้างนอกเดินนอกชานไปชิดกับเรือนแม่แย้ม ใครเล่าจะกล้าทำ เราจึงตกลงพร้อมกันว่า จะช่วยกันเข้าครัว คืนนั้นใครนอนก็นอนไป ที่ยังนั่งอยู่ก็มี คือพิงฝาคลุมผ้าห่ม นั่งมองหน้ากัน เสียงสุนัขทางใต้ถุนบ้านโน้นหอนขึ้น ลูกสาวของน้าไสวถึงกับคราง แกก็ยังไม่นอนเหมือนกัน นั่งคลุมผ้าอยู่ใกล้ๆ พวกเรา ผมชักสงสารแกจริงๆ แต่ตัวผมเองก็เต็มแย่ อาการหนักกว่าใครๆ แม่แย้มสนใจผมกว่าใครๆ ทั้งไปคอยรับทางเรือ และยังอยากจะคุยกับผม โอ๊ย! แย่จริงๆ เสียงอะไรนอกเรือนดังผิดหูทำให้สะดุ้ง แต่เมื่อยังไม่มีเหตุอะไร เราก็ไม่ค่อยจะจับเสียงอะไรข้างนอกเรือนนัก แต่ในยามนี้ชักจะสนใจเสียงข้างนอก พวกเราที่เป็นหญิงคลุมโปงขดตัวอยู่ใกล้ๆ เราโดยไม่เข้ามุ้งม่านกันละ ยุงไม่มี จึงสะดวกกับการนอนไหนนอนได้ หรี่ไฟลงนิดหน่อย ผมสมัครใจนั่งขัดสมาธิคลุมผ้าห่มพิงฝาห้องนอนของน้าไสว แต่ตัวแกกับลูกสาวก็ไม่ได้เข้านอน คงขดตัวรวมๆ กับพวกเรา ผมเห็นใจเขาเหลือเกินที่ทำให้เกิดลำบากขึ้น ถ้าสมมติว่าเราเกิดกลัว เกิดหาที่ย้ายไปอีก น้าไสวกับลูกสาวจะทำอย่างไร เป็นตายอย่างไรเราจะต้องอยู่เป็นเพื่อนแก เราทั้งหมดไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลย ผมนั้นหลับตาบ้างลืมตาบ้างตามแต่เหมาะ นึกปลงอนิจจังตัวเอง เรื่องของคนจนละมันให้มีอะไรต่างๆ ที่ร้ายๆ ทั้งทางใจและทางกาย ผมนั่งเผลองีบไปบ้าง ดูนาฬิกาข้อมือเห็นบอกเวลาตีสี่กว่าๆ ผมจึงเรยกทุกคนตื่น เราจุดตะเกียงเปิดประตูเรือนทางด้านหลังออกนอกชานเล็กเพื่อเข้าครัว ใช้ตะเกียงเพิ่มสอง<noinclude></noinclude> 6xs2bqnezzbbbygq558s98p2j6nskyp พูดคุย:ชนะวุธ อุทโท 1 91212 295575 2026-09-17T02:07:56Z ~2026-50217-92 12549 /* ขอให้พิจารณาทบทวนป้ายแจ้งลบ ท5 */ ส่วนใหม่ 295575 wikitext text/x-wiki == ขอให้พิจารณาทบทวนป้ายแจ้งลบ ท5 == ขอให้ผู้ดูแลหรือผู้ใช้ท่านอื่นช่วยพิจารณาหน้า [[ชนะวุธ อุทโท]] อีกครั้งครับ ผมเป็นผู้สร้างหน้าและได้รับทราบเหตุผลในการติดป้ายแจ้งลบตามเกณฑ์ ท5 แล้ว จึงได้ตรวจสอบและปรับปรุงเนื้อหาให้มีรูปแบบที่เป็นกลางมากขึ้น ตัดข้อความที่มีลักษณะประชาสัมพันธ์หรือความคิดเห็นส่วนตัวออก และพยายามใช้แหล่งอ้างอิงที่สามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเนื้อหาของหน้านี้มีลักษณะเป็นบทความชีวประวัติบุคคล ผมเข้าใจว่าอาจมีประเด็นเรื่องขอบเขตระหว่างวิกิซอร์ซกับวิกิพีเดีย จึงขอให้ผู้ดูแลช่วยพิจารณาว่า หลังจากการปรับปรุงแล้วมีแนวทางใดที่เหมาะสม เช่น การย้ายเนื้อหาไปยังวิกิพีเดียภาษาไทย หรือแนวทางอื่นตามนโยบายของโครงการ หากเห็นว่าเหตุผลในการแจ้งลบได้รับการแก้ไขแล้ว ขอความกรุณาผู้ใช้ท่านอื่นหรือผู้ดูแลพิจารณานำป้ายแจ้งลบออกให้ด้วยครับ ทั้งนี้ หากหน้ายังคงไม่เข้าเกณฑ์ของวิกิซอร์ซ ผมยินดีปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลและนโยบายของโครงการ ขอบคุณสำหรับการตรวจสอบและคำแนะนำครับ [[พิเศษ:เรื่องที่เขียน/~2026-50217-92|~2026-50217-92]] ([[คุยกับผู้ใช้:~2026-50217-92|คุย]]) 09:07, 17 กันยายน 2569 (+07) exdx40tqlt3pjzt7o00nkl7y6fg4vwt 295576 295575 2026-09-17T02:12:21Z Soodkhet Tanapon 12543 /* ขอให้พิจารณาทบทวนป้ายแจ้งลบ ท5 */ ส่วนใหม่ 295576 wikitext text/x-wiki == ขอให้พิจารณาทบทวนป้ายแจ้งลบ ท5 == ขอให้ผู้ดูแลหรือผู้ใช้ท่านอื่นช่วยพิจารณาหน้า [[ชนะวุธ อุทโท]] อีกครั้งครับ ผมเป็นผู้สร้างหน้าและได้รับทราบเหตุผลในการติดป้ายแจ้งลบตามเกณฑ์ ท5 แล้ว จึงได้ตรวจสอบและปรับปรุงเนื้อหาให้มีรูปแบบที่เป็นกลางมากขึ้น ตัดข้อความที่มีลักษณะประชาสัมพันธ์หรือความคิดเห็นส่วนตัวออก และพยายามใช้แหล่งอ้างอิงที่สามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเนื้อหาของหน้านี้มีลักษณะเป็นบทความชีวประวัติบุคคล ผมเข้าใจว่าอาจมีประเด็นเรื่องขอบเขตระหว่างวิกิซอร์ซกับวิกิพีเดีย จึงขอให้ผู้ดูแลช่วยพิจารณาว่า หลังจากการปรับปรุงแล้วมีแนวทางใดที่เหมาะสม เช่น การย้ายเนื้อหาไปยังวิกิพีเดียภาษาไทย หรือแนวทางอื่นตามนโยบายของโครงการ หากเห็นว่าเหตุผลในการแจ้งลบได้รับการแก้ไขแล้ว ขอความกรุณาผู้ใช้ท่านอื่นหรือผู้ดูแลพิจารณานำป้ายแจ้งลบออกให้ด้วยครับ ทั้งนี้ หากหน้ายังคงไม่เข้าเกณฑ์ของวิกิซอร์ซ ผมยินดีปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลและนโยบายของโครงการ ขอบคุณสำหรับการตรวจสอบและคำแนะนำครับ [[พิเศษ:เรื่องที่เขียน/~2026-50217-92|~2026-50217-92]] ([[คุยกับผู้ใช้:~2026-50217-92|คุย]]) 09:07, 17 กันยายน 2569 (+07) == ขอให้พิจารณาทบทวนป้ายแจ้งลบ ท5 == ขอให้ผู้ดูแลหรือผู้ใช้ท่านอื่นช่วยพิจารณาหน้า [[ชนะวุธ อุทโท]] อีกครั้งครับ ผมเป็นผู้สร้างหน้าและได้รับทราบเหตุผลในการติดป้ายแจ้งลบตามเกณฑ์ ท5 แล้ว จึงได้ตรวจสอบและปรับปรุงเนื้อหาให้มีรูปแบบที่เป็นกลางมากขึ้น ตัดข้อความที่มีลักษณะประชาสัมพันธ์หรือความคิดเห็นส่วนตัวออก และพยายามใช้แหล่งอ้างอิงที่สามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเนื้อหาของหน้านี้มีลักษณะเป็นบทความชีวประวัติบุคคล ผมเข้าใจว่าอาจมีประเด็นเรื่องขอบเขตระหว่างวิกิซอร์ซกับวิกิพีเดีย จึงขอให้ผู้ดูแลช่วยพิจารณาว่า หลังจากการปรับปรุงแล้วมีแนวทางใดที่เหมาะสม เช่น การย้ายเนื้อหาไปยังวิกิพีเดียภาษาไทย หรือแนวทางอื่นตามนโยบายของโครงการ หากเห็นว่าเหตุผลในการแจ้งลบได้รับการแก้ไขแล้ว ขอความกรุณาผู้ใช้ท่านอื่นหรือผู้ดูแลพิจารณานำป้ายแจ้งลบออกให้ด้วยครับ ทั้งนี้ หากหน้ายังคงไม่เข้าเกณฑ์ของวิกิซอร์ซ ผมยินดีปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลและนโยบายของโครงการ ขอบคุณสำหรับการตรวจสอบและคำแนะนำครับ [[ผู้ใช้:Soodkhet Tanapon|Soodkhet Tanapon]] ([[คุยกับผู้ใช้:Soodkhet Tanapon|คุย]]) 09:12, 17 กันยายน 2569 (+07) sdpg2hqc5gxc352wzopl953ol43n62f 295580 295576 2026-09-17T06:26:46Z Librovore 10939 295580 wikitext text/x-wiki == ขอให้พิจารณาทบทวนป้ายแจ้งลบ ท5 == ขอให้ผู้ดูแลหรือผู้ใช้ท่านอื่นช่วยพิจารณาหน้า [[ชนะวุธ อุทโท]] อีกครั้งครับ ผมเป็นผู้สร้างหน้าและได้รับทราบเหตุผลในการติดป้ายแจ้งลบตามเกณฑ์ ท5 แล้ว จึงได้ตรวจสอบและปรับปรุงเนื้อหาให้มีรูปแบบที่เป็นกลางมากขึ้น ตัดข้อความที่มีลักษณะประชาสัมพันธ์หรือความคิดเห็นส่วนตัวออก และพยายามใช้แหล่งอ้างอิงที่สามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเนื้อหาของหน้านี้มีลักษณะเป็นบทความชีวประวัติบุคคล ผมเข้าใจว่าอาจมีประเด็นเรื่องขอบเขตระหว่างวิกิซอร์ซกับวิกิพีเดีย จึงขอให้ผู้ดูแลช่วยพิจารณาว่า หลังจากการปรับปรุงแล้วมีแนวทางใดที่เหมาะสม เช่น การย้ายเนื้อหาไปยังวิกิพีเดียภาษาไทย หรือแนวทางอื่นตามนโยบายของโครงการ หากเห็นว่าเหตุผลในการแจ้งลบได้รับการแก้ไขแล้ว ขอความกรุณาผู้ใช้ท่านอื่นหรือผู้ดูแลพิจารณานำป้ายแจ้งลบออกให้ด้วยครับ ทั้งนี้ หากหน้ายังคงไม่เข้าเกณฑ์ของวิกิซอร์ซ ผมยินดีปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลและนโยบายของโครงการ ขอบคุณสำหรับการตรวจสอบและคำแนะนำครับ [[พิเศษ:เรื่องที่เขียน/~2026-50217-92|~2026-50217-92]] ([[คุยกับผู้ใช้:~2026-50217-92|คุย]]) 09:07, 17 กันยายน 2569 (+07) == ขอให้พิจารณาทบทวนป้ายแจ้งลบ ท5 == ขอให้ผู้ดูแลหรือผู้ใช้ท่านอื่นช่วยพิจารณาหน้า [[ชนะวุธ อุทโท]] อีกครั้งครับ ผมเป็นผู้สร้างหน้าและได้รับทราบเหตุผลในการติดป้ายแจ้งลบตามเกณฑ์ ท5 แล้ว จึงได้ตรวจสอบและปรับปรุงเนื้อหาให้มีรูปแบบที่เป็นกลางมากขึ้น ตัดข้อความที่มีลักษณะประชาสัมพันธ์หรือความคิดเห็นส่วนตัวออก และพยายามใช้แหล่งอ้างอิงที่สามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเนื้อหาของหน้านี้มีลักษณะเป็นบทความชีวประวัติบุคคล ผมเข้าใจว่าอาจมีประเด็นเรื่องขอบเขตระหว่างวิกิซอร์ซกับวิกิพีเดีย จึงขอให้ผู้ดูแลช่วยพิจารณาว่า หลังจากการปรับปรุงแล้วมีแนวทางใดที่เหมาะสม เช่น การย้ายเนื้อหาไปยังวิกิพีเดียภาษาไทย หรือแนวทางอื่นตามนโยบายของโครงการ หากเห็นว่าเหตุผลในการแจ้งลบได้รับการแก้ไขแล้ว ขอความกรุณาผู้ใช้ท่านอื่นหรือผู้ดูแลพิจารณานำป้ายแจ้งลบออกให้ด้วยครับ ทั้งนี้ หากหน้ายังคงไม่เข้าเกณฑ์ของวิกิซอร์ซ ผมยินดีปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลและนโยบายของโครงการ ขอบคุณสำหรับการตรวจสอบและคำแนะนำครับ [[ผู้ใช้:Soodkhet Tanapon|Soodkhet Tanapon]] ([[คุยกับผู้ใช้:Soodkhet Tanapon|คุย]]) 09:12, 17 กันยายน 2569 (+07) : {{ping|Soodkhet Tanapon}} บทความชีวประวัติ คุณต้องเขียนที่วิกิพีเดียครับ จึงติด[[วิกิซอร์ซ:นโยบายการลบ#หลักเกณฑ์การลบทันที|ป้าย ท5]] คือเขียนผิดโครงการ --[[ผู้ใช้:Librovore|Librovore]] ([[คุยกับผู้ใช้:Librovore|คุย]]) 13:26, 17 กันยายน 2569 (+07) 5vg9nazeo46uiurd4h0wnb1rpmw3l8w 295584 295580 2026-09-17T07:19:19Z Soodkhet Tanapon 12543 /* ขอให้พิจารณาทบทวนป้ายแจ้งลบ ท5 2 */ ตอบกลับ 295584 wikitext text/x-wiki == ขอให้พิจารณาทบทวนป้ายแจ้งลบ ท5 == ขอให้ผู้ดูแลหรือผู้ใช้ท่านอื่นช่วยพิจารณาหน้า [[ชนะวุธ อุทโท]] อีกครั้งครับ ผมเป็นผู้สร้างหน้าและได้รับทราบเหตุผลในการติดป้ายแจ้งลบตามเกณฑ์ ท5 แล้ว จึงได้ตรวจสอบและปรับปรุงเนื้อหาให้มีรูปแบบที่เป็นกลางมากขึ้น ตัดข้อความที่มีลักษณะประชาสัมพันธ์หรือความคิดเห็นส่วนตัวออก และพยายามใช้แหล่งอ้างอิงที่สามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเนื้อหาของหน้านี้มีลักษณะเป็นบทความชีวประวัติบุคคล ผมเข้าใจว่าอาจมีประเด็นเรื่องขอบเขตระหว่างวิกิซอร์ซกับวิกิพีเดีย จึงขอให้ผู้ดูแลช่วยพิจารณาว่า หลังจากการปรับปรุงแล้วมีแนวทางใดที่เหมาะสม เช่น การย้ายเนื้อหาไปยังวิกิพีเดียภาษาไทย หรือแนวทางอื่นตามนโยบายของโครงการ หากเห็นว่าเหตุผลในการแจ้งลบได้รับการแก้ไขแล้ว ขอความกรุณาผู้ใช้ท่านอื่นหรือผู้ดูแลพิจารณานำป้ายแจ้งลบออกให้ด้วยครับ ทั้งนี้ หากหน้ายังคงไม่เข้าเกณฑ์ของวิกิซอร์ซ ผมยินดีปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลและนโยบายของโครงการ ขอบคุณสำหรับการตรวจสอบและคำแนะนำครับ [[พิเศษ:เรื่องที่เขียน/~2026-50217-92|~2026-50217-92]] ([[คุยกับผู้ใช้:~2026-50217-92|คุย]]) 09:07, 17 กันยายน 2569 (+07) == ขอให้พิจารณาทบทวนป้ายแจ้งลบ ท5 == ขอให้ผู้ดูแลหรือผู้ใช้ท่านอื่นช่วยพิจารณาหน้า [[ชนะวุธ อุทโท]] อีกครั้งครับ ผมเป็นผู้สร้างหน้าและได้รับทราบเหตุผลในการติดป้ายแจ้งลบตามเกณฑ์ ท5 แล้ว จึงได้ตรวจสอบและปรับปรุงเนื้อหาให้มีรูปแบบที่เป็นกลางมากขึ้น ตัดข้อความที่มีลักษณะประชาสัมพันธ์หรือความคิดเห็นส่วนตัวออก และพยายามใช้แหล่งอ้างอิงที่สามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเนื้อหาของหน้านี้มีลักษณะเป็นบทความชีวประวัติบุคคล ผมเข้าใจว่าอาจมีประเด็นเรื่องขอบเขตระหว่างวิกิซอร์ซกับวิกิพีเดีย จึงขอให้ผู้ดูแลช่วยพิจารณาว่า หลังจากการปรับปรุงแล้วมีแนวทางใดที่เหมาะสม เช่น การย้ายเนื้อหาไปยังวิกิพีเดียภาษาไทย หรือแนวทางอื่นตามนโยบายของโครงการ หากเห็นว่าเหตุผลในการแจ้งลบได้รับการแก้ไขแล้ว ขอความกรุณาผู้ใช้ท่านอื่นหรือผู้ดูแลพิจารณานำป้ายแจ้งลบออกให้ด้วยครับ ทั้งนี้ หากหน้ายังคงไม่เข้าเกณฑ์ของวิกิซอร์ซ ผมยินดีปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลและนโยบายของโครงการ ขอบคุณสำหรับการตรวจสอบและคำแนะนำครับ [[ผู้ใช้:Soodkhet Tanapon|Soodkhet Tanapon]] ([[คุยกับผู้ใช้:Soodkhet Tanapon|คุย]]) 09:12, 17 กันยายน 2569 (+07) : {{ping|Soodkhet Tanapon}} บทความชีวประวัติ คุณต้องเขียนที่วิกิพีเดียครับ จึงติด[[วิกิซอร์ซ:นโยบายการลบ#หลักเกณฑ์การลบทันที|ป้าย ท5]] คือเขียนผิดโครงการ --[[ผู้ใช้:Librovore|Librovore]] ([[คุยกับผู้ใช้:Librovore|คุย]]) 13:26, 17 กันยายน 2569 (+07) ::ขอบคุณครับ [[ผู้ใช้:Soodkhet Tanapon|Soodkhet Tanapon]] ([[คุยกับผู้ใช้:Soodkhet Tanapon|คุย]]) 14:19, 17 กันยายน 2569 (+07) o9gb50oefz72gejd7zvegng8867dtj8 หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/40 250 91213 295578 2026-09-17T03:13:18Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ดวงทำครัวกัน โดยนำอาหารแห้งมาดัดแปลงจนใส่บาตรได้ครบตัวคนในบ้าน เช้าขึ้นเราลงใส่บาตรที่ท่าน้ำ แล้วจึงกลับขึ้นกินข้าวกัน มันเป็นวันอาทิตย์ด้วยจึงได้พักผ่อน..." 295578 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๔๑}}</noinclude>ดวงทำครัวกัน โดยนำอาหารแห้งมาดัดแปลงจนใส่บาตรได้ครบตัวคนในบ้าน เช้าขึ้นเราลงใส่บาตรที่ท่าน้ำ แล้วจึงกลับขึ้นกินข้าวกัน มันเป็นวันอาทิตย์ด้วยจึงได้พักผ่อน ผมไม่ยอมมองไปทางบ้านนั้นเลย สองคนกับเพื่อนดื่นเหล้าเถื่อนเข้าไปเสียใจค่อยครึ้ม คิดสู้ชีวิตไปอีกไม่ย่นย่อ ต้องทนอยู่ที่นั่นกว่าสงครามจะเลิก<noinclude></noinclude> 8lnytaacd7vbt7z6vfwxzhg7nh1se5i หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/42 250 91214 295579 2026-09-17T06:15:23Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "คู่กรรม ในคลองท่าถั่ว จังหวัดฉะเชิงเทรา ถ้ากล่าวถึงผู้ใหญ่บ้านโพธิ บ้านใกล้วัดประเวศ ทุกคนในคลองนั้นจะรู้จักนับแต่ประตูน้ำท่าถั่ว ถอยหลังไปตามคลองท่าถั่..." 295579 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๔๓}}</noinclude>คู่กรรม ในคลองท่าถั่ว จังหวัดฉะเชิงเทรา ถ้ากล่าวถึงผู้ใหญ่บ้านโพธิ บ้านใกล้วัดประเวศ ทุกคนในคลองนั้นจะรู้จักนับแต่ประตูน้ำท่าถั่ว ถอยหลังไปตามคลองท่าถั่ว ผ่านคลอง สวน และจดตำบลเปรง นอกจากผู้ใหญ่โพธิจะเป็นชาวนาที่มั่งคั่งแล้ว ยังหากินทางตั้งวงดนตรีไทย ทั้งวงพิณพาทย์และเครื่องสาย หากินไปไกลนับแต่ในตัวจังหวัดไปถึงบางปะกงหรือคลองท่าไข่ ผู้ใหญ่โพธิตีกว้างนัก แม้จะมีผู้ใหญ่บ้านเที่ยงอีกคนหนึ่งที่อยู่ใกล้วัดเทพราช ซึ่งเป็นนายวงดนตรีไทยเช่นกัน แต่ยังสู้ความกว้างขวางของผู้ใหญ่โพธิไม่ได้ เพราะได้ครูเจริญพิณพาทย์เป็นผู้ปรับปรุงเพลงและลู่ทาง ตลอดฝีไม้<noinclude></noinclude> l0tiqmx0kwoi6d7vfpycrj1bl49xei5 หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/43 250 91215 295581 2026-09-17T06:29:54Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ลายมือลูกวงให้เข้มแข็ง จากนั้นผู้ใหญ่โพธิยังมีคะแนนสูงกว่าผู้ใหญ่เที่ยงก็คือ ผู้ใหญ่โพธิมีลูกสาวที่รูปร่างหน้าตาคมคายเป็นนักเครื่องสายด้วย ลูกชายหัวปีเป่..." 295581 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๔๔}}</noinclude>ลายมือลูกวงให้เข้มแข็ง จากนั้นผู้ใหญ่โพธิยังมีคะแนนสูงกว่าผู้ใหญ่เที่ยงก็คือ ผู้ใหญ่โพธิมีลูกสาวที่รูปร่างหน้าตาคมคายเป็นนักเครื่องสายด้วย ลูกชายหัวปีเป่าขลุ่ย ลูกสาวคนรองดีดจะเข้ ลูกสาวคนที่ ๓ ซอด้วงและร้องส่งด้วย ลูกสาวคนสุดท้องร้องส่งอย่างเดียว มีเสียงไพเราะและกลมดี คะแนนของผู้ใหญ่โพธินำผู้ใหญ่เที่ยงลิ่ว ก็เพราะชาวเมืองนั้นนิยมนักเครื่องสายหญิงเหนือกว่าเครื่องสายชาย ซึ่งแต่ละองค์เป็นชาวนาหน้าดำๆ มือไม้เทอะทะ ไหนจะสู้ฝ่ายหญิงรูปงามๆ ประดุจดอกไม้ประดับวงได้ ผู้ใหญ่โพธิเป็นคนมั่งคั่ง ก็เก็บลูกสาวไว้ในร่ม ไม่ใช้สอยการงานในเรื่องนาเรื่องไร่ ก็ย่อมมีผิวพรรณสดใส วงดนตรีของผู้ใหญ่โพธิจึงเป็นที่นิยมไปไกล มีงานหาเป็นประจำแทบไม่ว่างเว้น บางคราวเกิดพบกับวงผู้ใหญ่เที่ยงเข้า ก็ประชันกันขึ้น และคะแนนก็อยู่ข้างผู้ใหญ่โพธิเพราะลูกสาวชูวงเสมอมา ในคราวหนึ่ง เกิดมีงานของหลวงพ่อวัดเทพราชขึ้น ทางวงผู้ใหญ่เที่ยงเจ้าถิ่นนั้นก็ต้องบรรเลงประจำเป็นของธรรมดา แต่บังเอิญผู้ใหญ่โพธิก็เป็นศิษย์หลวงพ่อเช่นกัน จึงจำใจเอาวงดนตรีมาช่วย ทั้งๆ รู้อยู่ว่า เมื่อพบกันก็ต้องประชันกัน พอรู้ว่าวงดนตรีผู้ใหญ่โพธิจะมาที่วัดเทพราช ผู้ใหญ่เที่ยงก็เกิดไม่สบายใจ เพราะรู้ๆ อยู่ว่า พบกันเมื่อใด ผู้ใหญ่เที่ยงก็ต้องเอียงอยู่ตามเคย เพราะขาดนักร้องหญิงจะชูวง แต่บังเอิญจริงๆ คล้ายพระโปรดผู้ใหญ่เที่ยง คือให้เกิดคนดีมีฝีมือทั้งเครื่องมือและร้องมาที่วงผู้ใหญ่เที่ยง ผู้นั้นเป็นชายหนุ่มวัย ๓๐ ปี รูปร่างเก๋ ผิวดำ เป็นคนกรุงเทพฯ ชื่อประเทือง เป็นผู้พลาดรักทางกรุงเทพฯ จึงออกเร่ร่อนมาด้วยความเสียใจอย่างหนัก ได้มาพบนายฉอุ่มลูกพ่อค้าร้านเครื่องสำอางและอื่นๆ ในคลาดคลองสวน เคยเข้าไปเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ รักและชอบพอกันมาก นายประทืองขอหลบหน้าให้พ้นกรุงเทพฯ จึงดั้นด้นมาหานายฉอุ่มที่คลองสวนและเล่าสารทุกข์สุกดิบให้ฟัง นายฉอุ่มรักเพื่อนก็พยายามหาทางให้เพื่อนสบาย ทุกข์ในใจให้เบาลง เมื่อรู้ว่าประเทืองมีความรู้ทางดนตรีไทยดี จึงชวนประเทืองไปรู้จักกับผู้ใหญ่เที่ยง เพื่อหาทางได้ซักซ้อมดนตรีพอแก้หัวใจที่หม่นหมอง<noinclude></noinclude> 5u6tw0lsmde2y5cr44w4cdavp68vvd1