วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.47.0-wmf.20 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk คุยกับผู้ใช้:SHB 3 59309 295588 196653 2026-09-18T03:46:54Z Max 10773 Max ย้ายหน้า [[คุยกับผู้ใช้:SHB2000]] ไปยัง [[คุยกับผู้ใช้:SHB]]: ย้ายหน้าอัตโนมัติขณะเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ "[[Special:CentralAuth/SHB2000|SHB2000]]" เป็น "[[Special:CentralAuth/SHB|SHB]]" 196653 wikitext text/x-wiki {{Template:Welcome|realName=|name=SHB2000}} -- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 14:55, 26 พฤศจิกายน 2565 (+07) ss0wrhzpio4xxkzbvgxrjxfj9rw47mf หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/27 250 91019 295590 295100 2026-09-18T06:12:01Z สีทราย 11827 295590 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๘}}</noinclude> ผมมีชุดราชการที่พอไม่ขาดไว้เวลาออกหน้าออกตาหนึ่งชุด นอกนั้นน่ะรึ ชุดกากีมันก็เกือบไม่เป็นกากีแล้ว ซีดๆ ยิ่งตรงคอเสื้อปลายแขนเสื้อ ไม่มีสีเลย เหงื่อมันกัดสีกลายเป็นสีผ้าขาวเก่าๆ ตอนหลังตอนไหล่ปะกันระนุงไปเลย กางเกงก็ปะตรงหัวเข่าไม่รู้จะกี่แผล มันเปื่อยมันก็ปริอีก ปะอีก มาทนทานเอาอีตอนปะหนาเข้าเลยไม่ค่อยปริ สีก็ตกซีด ดูเหมือนกับช่างทาปูน เรื่องรองเท้าอีกละคุณ แสนกันดารนัก ซื้อไม่ไหว แพงจริง ขาดก็ปะไป ปะเสียจนช่างปะไม่รู้จะปะอย่างไร ปะจนผิดรูปรองเท้า เกิดคับเกิดบีบจนแทบจะเดินไม่ได้ บางทีเดินๆ ไปส้นอีกข้างหนึ่งหลุดไปเฉยๆ เลยต้องงัดส้นอีกข้างหนึ่งออกไปให้เหมือนๆ กัน เดินพื้นราบๆ เหมือนรองเท้ายาง ซวยสิ้นดี เครื่องแต่งกายชุดตรวจการของผมนี่ ถ้าไม่มีอินทรธนูและหมวกแก๊ปแสดงว่าข้าราชการแล้ว อะไรๆ มันก็ขอทานเราดีๆ นี่เอง ถุงเท้าแพงจับใจ ทางการได้ซื้อจากทหารญี่ปุ่นมาให้เรา เขาทออย่างเป็นกระบอก ไม่ได้ทอเป็นรูปเท้าคน ญี่ปุ่นบอกว่าใส่ไปแล้วมันก็เป็นรูปเท้าไปเอง จริงอย่างท่านว่า ไม่ใส่ก็ตามใจซิ ส่วนพวกพ่อค้าสิคุณครับ กางเกงดี เสื้อดี รองเท้าดี กลางวันขายของในกรุง บ่ายๆ ปิดร้านหนีบอมบ์ เขามีสามล้อรับจ้างคอยรับส่งราคางาม ลงเรือจ้างราคางามไปพักบ้านที่ห่างภัยสบาย จับปี่สีซอมีเหล้ากินสุขสำราญ ส่วนข้าราชการหรือครับ ชั้นจัตวาอย่างผมมีเงินเดือนน้อยทำไม่ได้เลย ดูคล้ายๆ ว่าใจกล้าไม่กลัวตาย ไม่กลัวลูกระเบิด พุทโธ่ กลัวเท่าๆ กับเขานั่นแหละครับ แต่ไม่มีโอกาสไปหลบภัยได้ เพราะไม่มีค่ารถ ไม่มีค่าเช่าบ้านพัก จึงเสี่ยงการตายอยู่ในกรุง ไปทำงานก็ย่ำซิครับ ผมอาศัยบ้านเพื่อนข้าราชการด้วยกันที่วงเวียนเล็กธนบุรี แต่ต้องไปทำงานกระทรวงศึกษาธิการ โรงไฟฟ้าถูกบอมบ์ รถรางเลยไม่เดิน รถเมล์น้ำมันหมดเดินไม่ได้ กักตุนไว้ใช้ทางราชการทหาร เราก็ต้องเดินกันตามธรรมชาติ ผมเป็นหนุ่มชนิดตัวคนเดียว พ่อแม่ยากจนอยู่บ้านนอก ผมอาศัยบ้านเพื่อนอยู่วงเวียนเล็กธนบุรี ไปทำงานด้วยกัน กลับบ้านด้วยกัน พระเจ้าสร้างขามาให้ก็ใช้ไปตามสิทธิ์ เดินตะพึด อยากเร็วก็เดินเร็ว อยากช้าก็หย่อนลงมา ไม่ไปทำงานก็อดตาย ผมกับเพื่อนนี่ ทีจะมีเวรมีกรรม<noinclude></noinclude> icr8bd4mm6lshorp6st1i4iakjbflap หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/43 250 91215 295591 295581 2026-09-18T06:14:26Z สีทราย 11827 295591 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๔๔}}</noinclude>ลายมือลูกวงให้เข้มแข็ง จากนั้นผู้ใหญ่โพธิยังมีคะแนนสูงกว่าผู้ใหญ่เที่ยงก็คือ ผู้ใหญ่โพธิมีลูกสาวที่รูปร่างหน้าตาคมคายเป็นนักเครื่องสายด้วย ลูกชายหัวปีเป่าขลุ่ย ลูกสาวคนรองดีดจะเข้ ลูกสาวคนที่ ๓ ซอด้วงและร้องส่งด้วย ลูกสาวคนสุดท้องร้องส่งอย่างเดียว มีเสียงไพเราะและกลมดี คะแนนของผู้ใหญ่โพธินำผู้ใหญ่เที่ยงลิ่ว ก็เพราะชาวเมืองนั้นนิยมนักเครื่องสายหญิงเหนือกว่าเครื่องสายชาย ซึ่งแต่ละองค์เป็นชาวนาหน้าดำๆ มือไม้เทอะทะ ไหนจะสู้ฝ่ายหญิงรูปงามๆ ประดุจดอกไม้ประดับวงได้ ผู้ใหญ่โพธิเป็นคนมั่งคั่ง ก็เก็บลูกสาวไว้ในร่ม ไม่ใช้สอยการงานในเรื่องนาเรื่องไร่ ก็ย่อมมีผิวพรรณสดใส วงดนตรีของผู้ใหญ่โพธิจึงเป็นที่นิยมไปไกล มีงานหาเป็นประจำแทบไม่ว่างเว้น บางคราวเกิดพบกับวงผู้ใหญ่เที่ยงเข้า ก็ประชันกันขึ้น และคะแนนก็อยู่ข้างผู้ใหญ่โพธิเพราะลูกสาวชูวงเสมอมา ในคราวหนึ่ง เกิดมีงานของหลวงพ่อวัดเทพราชขึ้น ทางวงผู้ใหญ่เที่ยงเจ้าถิ่นนั้นก็ต้องบรรเลงประจำเป็นของธรรมดา แต่บังเอิญผู้ใหญ่โพธิก็เป็นศิษย์หลวงพ่อเช่นกัน จึงจำใจเอาวงดนตรีมาช่วย ทั้งๆ รู้อยู่ว่า เมื่อพบกันก็ต้องประชันกัน พอรู้ว่าวงดนตรีผู้ใหญ่โพธิจะมาที่วัดเทพราช ผู้ใหญ่เที่ยงก็เกิดไม่สบายใจ เพราะรู้ๆ อยู่ว่า พบกันเมื่อใด ผู้ใหญ่เที่ยงก็ต้องเอียงอยู่ตามเคย เพราะขาดนักร้องหญิงจะชูวง แต่บังเอิญจริงๆ คล้ายพระโปรดผู้ใหญ่เที่ยง คือให้เกิดคนดีมีฝีมือทั้งเครื่องมือและร้องมาที่วงผู้ใหญ่เที่ยง ผู้นั้นเป็นชายหนุ่มวัย ๓๐ ปี รูปร่างเก๋ ผิวดำ เป็นคนกรุงเทพฯ ชื่อประเทือง เป็นผู้พลาดรักทางกรุงเทพฯ จึงออกเร่ร่อนมาด้วยความเสียใจอย่างหนัก ได้มาพบนายฉอุ่มลูกพ่อค้าร้านเครื่องสำอางและอื่นๆ ในคลาดคลองสวน เคยเข้าไปเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ รักและชอบพอกันมาก นายประทืองขอหลบหน้าให้พ้นกรุงเทพฯ จึงดั้นด้นมาหานายฉอุ่มที่คลองสวนและเล่าสารทุกข์สุกดิบให้ฟัง นายฉอุ่มรักเพื่อนก็พยายามหาทางให้เพื่อนสบาย ทุกข์ในใจให้เบาลง เมื่อรู้ว่าประเทืองมีความรู้ทางดนตรีไทยดี จึงชวนประเทืองไปรู้จักกับผู้ใหญ่เที่ยง เพื่อหาทางได้ซักซ้อมดนตรีพอแก้หัวใจที่หม่นหมอง เมื่อประเทืองไปซ้อมกับวงผู้ใหญ่เที่ยง ผู้ใหญ่เที่ยวก็รู้ว่าประเทือง<noinclude></noinclude> b7lgb9zir8sxcxccoc0h0l2vhonal1q คุยกับผู้ใช้:SHB2000 3 91216 295589 2026-09-18T03:46:54Z Max 10773 Max ย้ายหน้า [[คุยกับผู้ใช้:SHB2000]] ไปยัง [[คุยกับผู้ใช้:SHB]]: ย้ายหน้าอัตโนมัติขณะเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ "[[Special:CentralAuth/SHB2000|SHB2000]]" เป็น "[[Special:CentralAuth/SHB|SHB]]" 295589 wikitext text/x-wiki #เปลี่ยนทาง [[คุยกับผู้ใช้:SHB]] 8uhbwaq8per3f2dzv2gk0aj23ww4x4v งานแปล:อนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการนิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ 114 91217 295592 2026-09-18T06:22:45Z Char au 5896 อนุสัญญา apostille ฉบับแปลไม่ทางการ 295592 wikitext text/x-wiki {{header | title = อนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการนิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ | author = | override_author = ทำ ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2504 | section = | previous = | next = | year = 2504 | wikipedia = อนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการนิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ | portal = | edition = yes | notes = }} (คำแปลอย่างไม่เป็นทางการของอนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการนิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ ทำ ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๔ ตรงกับวันพฤหัสบดี แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลู ตรีศก จ.ศ. ๑๓๒๓) รัฐผู้ลงนามในอนุสัญญาฉบับนี้ ปรารถนาที่จะยกเลิกข้อกำหนดการนิติกรณ์ทางทูตหรือทางกงสุลสำหรับเอกสารมหาชนต่างประเทศ ได้ตกลงทำอนุสัญญาฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้ มีข้อความตามที่จะกล่าวต่อไปนี้ == ข้อ ๑ == อนุสัญญาฉบับนี้จักมีผลบังคับใช้กับเอกสารมหาชนที่ทำขึ้นในดินแดนของรัฐภาคี ซึ่งต้องนำไปใช้ในดินแดนของรัฐภาคีอีกรัฐหนึ่ง เพื่อประโยชน์แห่งอนุสัญญานี้ ต่อไปนี้คือเอกสารมหาชน :ก) เอกสารที่ออกโดยองค์กรผู้มีอำนาจหรือบุคคลผู้มีอำนาจในศาลของรัฐนั้น รวมกึงพนักงานอัยการ เจ้าพนักงานศาล และเจ้าพนักงานส่งหมาย ("huissier de justice") :ข) เอกสารทางปกครอง :ค) เอกสารที่ออกโดยนิติกรสาธารณะ (โนตารี) :ง) เอกสารทางการที่ติดหรือผนึกกับเอกสารซึ่งลงนามโดยบุคคลในฐานะส่วนตัว ยกตัวอย่างเช่น ใบสำคัญการจดทะเบียน ใบสำคัญข้อเท็จจริงว่ามีอยู่จริงในวันที่นั้น ๆ และใบสำคัญรับรองลายมือชื่อ แต่อนุสัญญานี้ไม่ครอบคลุมถึง :ก) เอกสารที่ออกโดยเจ้าพนักงานทูตหรือเจ้าพนักงานกงสุล :ข) เอกสารทางปกครองที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพาณิชย์หรือการศุลกากร == ข้อ ๒ == รัฐภาคีแต่ละรัฐจักต้องยกเว้นไม่ต้องให้นิติกรณ์เอกสารซึ่งเป็นไปตามความในอนุสัญญานี้ซึ่งต้องยื่นในดินแดนของตนเอง เพื่อประโยชน์แห่งอนุสัญญานี้ การนิติกรณ์ หมายถึงพิธีการซึ่งเจ้าพนักงานทูตหรือเจ้าพนักงานกงสุลของประเทศผู้รับเอกสาร รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่งของผู้ลงลายมือชื่อ และถ้าจำเป็น ผู้ทรงตราผนึกหรือตราประทับที่อยู่บนเอกสาร == ข้อ ๓ == พิธีการรับรองความถูกต้องแท้จริงของลายมือชื่อ ตำแหน่งของผู้ลงนาม และผู้ทรงตราผนึกหรือตราประทับบนเอกสาร (ถ้ามี) มีได้เฉพาะตามข้อ ๔ โดยหนังสือรับรองต้องออกโดยผู้มีอำนาจของรัฐที่เอกสารนั้นถูกทำขึ้น อย่างไรก็ตาม พิธีการที่กล่าวในวรรคก่อน จะมีไม่ได้เลย หากกฎหมาย กฎระเบียบ หรือข้อปฏิบัติซึ่งมีผลในประเทศที่เอกสารนั้นออก หรือความตกลงระหว่างรัฐสองรัฐหรือมากกว่าได้ยกเลิกหรือปรับปรุงให้ง่าย หรือยกเว้นเอกสารดังกล่าวจากการนิติกรณ์ == ข้อ ๔ == หนังสือรับรองตามวรรคแรกของข้อ ๓ จักต้องติดบนเอกสารโดยตรง หรือทำเป็นใบประจำต่อ และจักต้องทำตามรูปแบบตามบัญชีท้ายอนุสัญญานี้ อย่างไรก็ดีนั้น หนังสือรับรองอาจจัดทำเป็นภาษาทางการของผู้มีอำนาจออก และอาจมีภาษาที่สองด้วยหรือไม่ก็ได้ หัวกระดาษข้อความ "Apostille (Convention de La Haye du 5 octobre 1961)" จักต้องเป็นภาษาฝรั่งเศสเท่านั้น == ข้อ ๕ == หนังสือรับรองจักต้องออกตามคำร้องของผู้ลงนามในเอกสารหรือผู้ถือเอกสาร เมื่อเติมข้อความครบถ้วนบริบูรณ์ดีแล้ว หนังสือรับรองจักรับรองความถูกต้องแท้จริงของลายมือชื่อ ตำแหน่งของผู้ลงนาม และผู้ทรงตราผนึกหรือตราประทับที่อยู่บนเอกสาร (ถ้ามี) ลายมือชื่อ ตราผนึก และตราประทับบนหนังสือรับรอง ยกเว้นไม่ต้องรับรองต่อไปอีก == ข้อ ๖ == รัฐภาคีแต่ละรัฐจักอาศัยอำนาจตามกฎหมาย แต่งตั้งผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรองตามความในวรรคแรกของข้อ ๓ รัฐภาคีจักต้องแจ้งการแต่งตั้งตามวรรคแรกให้แก่กระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์เมื่อยื่นสัตยาบันสาร ภาคยานุวัติสาร หรือตราสารขยายเขตการบังคับใช้ และจักต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรอง == ข้อ ๗ == ผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรองตามความในข้อ ๖ จักต้องรักษาสมุดทะเบียนหรือบัตรรายการซึ่งระบุใบอนุญาตที่ตนเองออก โดยต้องระบุ ก) หมายเลขและวันที่ของหนังสือรับรอง ข) ชื่อของผู้ลงนามเอกสารมหาชนและตำแหน่ง หรือในกรณีเอกสารไม่ลงนาม ชื่อของส่วนราชการที่ทรงตราผนึกหรือตราประทับ ผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรอง ต้องตรวจสอบยืนยันว่ารายการในหนังสือรับรองตรงกับที่บันทึกในสมุดทะเบียนหรือบัตรรายการ ตามคำขอของผู้มีส่วนได้เสีย == ข้อ ๘ == เมื่อสนธิสัญญา อนุสัญญา หรือความตกลงระหว่างรัฐภาคีสองรัฐหรือมากกว่า มีข้อกำหนดให้ต้องมีการรับรองลายมือชื่อ ตราผนึก หรือตจราประทับ อนุสัญญาฉบับนี้จักลบล้างข้อกำหนดดังกล่าว หากมีความยุ่งยากซับซ้อนกว่าที่บัญญัติไว้ในข้อ ๓ และข้อ ๔ == ข้อ ๙ == เมื่ออนุสัญญานี้ให้ผลยกเว้นแล้ว รัฐภาคีต้องจัดให้มีการห้ามมิให้นิติกรณ์เอกสารโดยเจ้าพนักงานทูตหรือเจ้าพนักงานกงสุลในเอกสารที่มีผลอีก == ข้อ ๑๐ == อนุสัญญานี้อนุญาตให้รัฐที่เป็นสมาชิกที่ประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายคดีบุคคลครั้งที่เก้า รวมถึงไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และตุรกี ลงนาม เมื่อได้ลงนามแล้ว จะต้องให้สัตยาบัน โดยต้องนำสัตยาบันสารมายื่นต่อกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ == ข้อ ๑๑ == อนุสัญญานี้จักมีผลบังคับใช้ในวันที่หกสิบ นับแต่การยื่นสัตยาบันสารครั้งที่สามตามความในวรรสองแห่งข้อ ๑๐ อนุสัญญาจะมีผลยังคับใช้กับรัฐภาคีที่ลงนามให้สัตยาบันเมื่อครบวันที่หกสิบนับแต่วันยื่นสัตยาบันสาร == ข้อ ๑๒ == รัฐใดที่มิได้กล่าวถึงในข้อ ๑๐ อาจขอภาคยานุวัติเป็นภาคีสมาชิก เมื่ออนุสัญญามีผลบังคับใช้แล้วตามความในวรรคแรกแห่งข้อ ๑ ๑ โดยต้องยื่นภาคยานุวัติสารต่อกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ การภาคยานุวัติดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้ระหว่างรัฐที่ภาคยานุวัติและรัฐภาคีที่มิได้คัดค้านการภาคยานุวัติในห้วงหกเดือนนับแต่วันยื่นภาคยานุวัติสารตามความในอนุ ง) แห่งข้อ ๑๕ การคัดค้านใด ๆ ต้องกระทำเป็นหนังสือต่อกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ อนุสัญญาจักมีผลบังคับใช้ระหว่างรัฐที่ภาคยานุวัติและรัฐที่มิได้คัดค้านเมื่อครบกำหนดหกสิบวันหลังจากสิ้นระยะเวลาหกเดือนตามความในวรรคก่อน == ข้อ ๑๓ == รัฐใด ๆ อาจประกาศให้อนุสัญญานี้มีผลครอบคลุมถึงดินแดนทั้งหมดของตน หรือไปยังดินแดนหนึ่งดินแดนใดหรือมากกว่านั้นก็ได้ เมื่อลงนาม ให้สัตยาบัน หรือภาคยานุวัติ การประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้นับแต่วันที่อนุสัญญามีผลบังคับใช้กับรัฐนั้น ๆ หลังจากนั้น หากมีการประกาศขยายขอบเขตอนุสัญญาอีก ต้องทำเป็นหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เมื่อรัฐที่ลงนามและให่้สัตยาบันประกาศการขยายขอบเขตการบังคับใช้อนุสัญญา อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับดินแดนนั้น ๆ ตามข้อ ๑ ๑ เมื่อรัฐที่ภาคยานุวัติ ประกาศการขยายขอบเขตการบังคับใช้อนุสัญญา อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับดินแดนนั้น ๆ ตามข้อ ๑๒ == ข้อ ๑๔ == อนุสัญญานี้จักมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันบังคับใช้ ตามความในวรรคแรกแห่งข้อ ๑๑ โดยรวมถึงรัฐที่ได้ให้สัตยาบันหรือภาคยานุวัติในภายหลังด้วย หากไม่มีการถอนตัวออกจากอนุสัญญา อนุสัญญาจักบังคับใช้ใหม่เรื่อย ๆ ทุก ๆ ห้าปี การถอนตัวออกจากอนุสัญญาจักต้องแจ้งเป็นหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ อย่างน้อยหกเดือนก่อนสิ้นระยะเวลาห้าปี การถอนตัวอาจจำกัดเฉพาะดินแดนบางส่วนที่อยู่ภายใต้อนุสัญญานี้ การถอนตัวจะมีผลเฉพาะรัฐที่แจ้งการถอนตัวเท่านั้น อนุสัญญาจักคงมีผลกับรัฐภาคีอื่น ๆ ต่อไป == ข้อ ๑๕ == กระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์จักแจ้งเป็นหนังสือต่อรัฐตามความในข้อ ๑๐ และรัฐที่ภาคยานุวัติตามความในข้อ ๑๒ ซึ่งรายละเอียดต่อไปนี้ :ก) คำประกาศตามความในวรรคสองแห่งข้อ ๖ :ข) ลายมือชื่อและการให้สัตยาบันตามความในข้อ ๑๐ :ค) วันที่ซึ่งอนุสัญญาฉบับปัจจุบันมีผลบังคับใช้ตามความในข้อ ๑๑ :ง) การภาคยานุวัติและการคัดค้านตามความในข้อ ๑๒ และวันที่การภาคยานุวัติจะมีผลบังคับใช้ :จ) การขยายเขตการบังคับใช้ตามความในข้อ ๑๓ และวันที่มีผลบังคับใช้ :ฉ) การถอนตัวตามความในวรรคสามแห่งข้อ ๑๔ เพื่อเป็นพยานหลักฐานในการนี้ ผู้มีอำนาจลงนามตามรายชื่อข้างท้ายนี้ ได้ลงนามไว้เป็นสำคัญ ทำ ณ กรุงเฮก เมื่อวันที่ห้า เดือนตุลาคม พุทธศักราชสองพันห้าร้อยสี่ ในภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษ ในกรณีมีข้อขัดแย้งระหว่างสองภาษาให้ถือภาษาฝรั่งเศสเป็นสำคัญ ต้นฉบับเก็บรักษาไว้ ณ กระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ สำเนาที่รับรองแล้วจัดส่งผ่านช่องทางทูตไปยังรัฐแต่ละรัฐที่เป็นสมาชิกที่ประชุมกรุงเฮกว่าด้วยกฎหมายแผนกคดีบุคคลครั้งที่เก้า รวมถึงไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และตุรกี == ข้อมูลลิขสิทธิ์ == งานนี้ ไม่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทยตามมาตรา ๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากเข้าข่ายเป็น "รัฐธรรมนูญและกฎหมาย" และไม่มีลิขสิทธิ์ในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเป็นกฎหมายของรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น หรือรัฐบาลต่างประเทศ ตามแนวปฏิบัติเล่ม ๒ ของสำนักงานลิขสิทธิ์ == เอกสารต้นฉบับ == * {{cite web|url=https://www.hcch.net/en/instruments/conventions/full-text/?cid=41|title=Convention of 5 October 1961 Abolishing the Requirement of Legalisation for Foreign Public Documents|date=24 January 1965|access-date=18 September 2026}} {{PD_EdictGov}} 0kv12buxpwr9ny2jdx63oeqgaeq6eee 295593 295592 2026-09-18T07:32:36Z Flamevine 11908 + {{ไม่มีที่มา}} 295593 wikitext text/x-wiki {{ไม่มีที่มา}} {{header | title = อนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการนิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ | author = | override_author = ทำ ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2504 | section = | previous = | next = | year = 2504 | wikipedia = อนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการนิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ | portal = | edition = yes | notes = }} (คำแปลอย่างไม่เป็นทางการของอนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการนิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ ทำ ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๔ ตรงกับวันพฤหัสบดี แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลู ตรีศก จ.ศ. ๑๓๒๓) รัฐผู้ลงนามในอนุสัญญาฉบับนี้ ปรารถนาที่จะยกเลิกข้อกำหนดการนิติกรณ์ทางทูตหรือทางกงสุลสำหรับเอกสารมหาชนต่างประเทศ ได้ตกลงทำอนุสัญญาฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้ มีข้อความตามที่จะกล่าวต่อไปนี้ == ข้อ ๑ == อนุสัญญาฉบับนี้จักมีผลบังคับใช้กับเอกสารมหาชนที่ทำขึ้นในดินแดนของรัฐภาคี ซึ่งต้องนำไปใช้ในดินแดนของรัฐภาคีอีกรัฐหนึ่ง เพื่อประโยชน์แห่งอนุสัญญานี้ ต่อไปนี้คือเอกสารมหาชน :ก) เอกสารที่ออกโดยองค์กรผู้มีอำนาจหรือบุคคลผู้มีอำนาจในศาลของรัฐนั้น รวมกึงพนักงานอัยการ เจ้าพนักงานศาล และเจ้าพนักงานส่งหมาย ("huissier de justice") :ข) เอกสารทางปกครอง :ค) เอกสารที่ออกโดยนิติกรสาธารณะ (โนตารี) :ง) เอกสารทางการที่ติดหรือผนึกกับเอกสารซึ่งลงนามโดยบุคคลในฐานะส่วนตัว ยกตัวอย่างเช่น ใบสำคัญการจดทะเบียน ใบสำคัญข้อเท็จจริงว่ามีอยู่จริงในวันที่นั้น ๆ และใบสำคัญรับรองลายมือชื่อ แต่อนุสัญญานี้ไม่ครอบคลุมถึง :ก) เอกสารที่ออกโดยเจ้าพนักงานทูตหรือเจ้าพนักงานกงสุล :ข) เอกสารทางปกครองที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพาณิชย์หรือการศุลกากร == ข้อ ๒ == รัฐภาคีแต่ละรัฐจักต้องยกเว้นไม่ต้องให้นิติกรณ์เอกสารซึ่งเป็นไปตามความในอนุสัญญานี้ซึ่งต้องยื่นในดินแดนของตนเอง เพื่อประโยชน์แห่งอนุสัญญานี้ การนิติกรณ์ หมายถึงพิธีการซึ่งเจ้าพนักงานทูตหรือเจ้าพนักงานกงสุลของประเทศผู้รับเอกสาร รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่งของผู้ลงลายมือชื่อ และถ้าจำเป็น ผู้ทรงตราผนึกหรือตราประทับที่อยู่บนเอกสาร == ข้อ ๓ == พิธีการรับรองความถูกต้องแท้จริงของลายมือชื่อ ตำแหน่งของผู้ลงนาม และผู้ทรงตราผนึกหรือตราประทับบนเอกสาร (ถ้ามี) มีได้เฉพาะตามข้อ ๔ โดยหนังสือรับรองต้องออกโดยผู้มีอำนาจของรัฐที่เอกสารนั้นถูกทำขึ้น อย่างไรก็ตาม พิธีการที่กล่าวในวรรคก่อน จะมีไม่ได้เลย หากกฎหมาย กฎระเบียบ หรือข้อปฏิบัติซึ่งมีผลในประเทศที่เอกสารนั้นออก หรือความตกลงระหว่างรัฐสองรัฐหรือมากกว่าได้ยกเลิกหรือปรับปรุงให้ง่าย หรือยกเว้นเอกสารดังกล่าวจากการนิติกรณ์ == ข้อ ๔ == หนังสือรับรองตามวรรคแรกของข้อ ๓ จักต้องติดบนเอกสารโดยตรง หรือทำเป็นใบประจำต่อ และจักต้องทำตามรูปแบบตามบัญชีท้ายอนุสัญญานี้ อย่างไรก็ดีนั้น หนังสือรับรองอาจจัดทำเป็นภาษาทางการของผู้มีอำนาจออก และอาจมีภาษาที่สองด้วยหรือไม่ก็ได้ หัวกระดาษข้อความ "Apostille (Convention de La Haye du 5 octobre 1961)" จักต้องเป็นภาษาฝรั่งเศสเท่านั้น == ข้อ ๕ == หนังสือรับรองจักต้องออกตามคำร้องของผู้ลงนามในเอกสารหรือผู้ถือเอกสาร เมื่อเติมข้อความครบถ้วนบริบูรณ์ดีแล้ว หนังสือรับรองจักรับรองความถูกต้องแท้จริงของลายมือชื่อ ตำแหน่งของผู้ลงนาม และผู้ทรงตราผนึกหรือตราประทับที่อยู่บนเอกสาร (ถ้ามี) ลายมือชื่อ ตราผนึก และตราประทับบนหนังสือรับรอง ยกเว้นไม่ต้องรับรองต่อไปอีก == ข้อ ๖ == รัฐภาคีแต่ละรัฐจักอาศัยอำนาจตามกฎหมาย แต่งตั้งผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรองตามความในวรรคแรกของข้อ ๓ รัฐภาคีจักต้องแจ้งการแต่งตั้งตามวรรคแรกให้แก่กระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์เมื่อยื่นสัตยาบันสาร ภาคยานุวัติสาร หรือตราสารขยายเขตการบังคับใช้ และจักต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรอง == ข้อ ๗ == ผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรองตามความในข้อ ๖ จักต้องรักษาสมุดทะเบียนหรือบัตรรายการซึ่งระบุใบอนุญาตที่ตนเองออก โดยต้องระบุ ก) หมายเลขและวันที่ของหนังสือรับรอง ข) ชื่อของผู้ลงนามเอกสารมหาชนและตำแหน่ง หรือในกรณีเอกสารไม่ลงนาม ชื่อของส่วนราชการที่ทรงตราผนึกหรือตราประทับ ผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรอง ต้องตรวจสอบยืนยันว่ารายการในหนังสือรับรองตรงกับที่บันทึกในสมุดทะเบียนหรือบัตรรายการ ตามคำขอของผู้มีส่วนได้เสีย == ข้อ ๘ == เมื่อสนธิสัญญา อนุสัญญา หรือความตกลงระหว่างรัฐภาคีสองรัฐหรือมากกว่า มีข้อกำหนดให้ต้องมีการรับรองลายมือชื่อ ตราผนึก หรือตจราประทับ อนุสัญญาฉบับนี้จักลบล้างข้อกำหนดดังกล่าว หากมีความยุ่งยากซับซ้อนกว่าที่บัญญัติไว้ในข้อ ๓ และข้อ ๔ == ข้อ ๙ == เมื่ออนุสัญญานี้ให้ผลยกเว้นแล้ว รัฐภาคีต้องจัดให้มีการห้ามมิให้นิติกรณ์เอกสารโดยเจ้าพนักงานทูตหรือเจ้าพนักงานกงสุลในเอกสารที่มีผลอีก == ข้อ ๑๐ == อนุสัญญานี้อนุญาตให้รัฐที่เป็นสมาชิกที่ประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายคดีบุคคลครั้งที่เก้า รวมถึงไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และตุรกี ลงนาม เมื่อได้ลงนามแล้ว จะต้องให้สัตยาบัน โดยต้องนำสัตยาบันสารมายื่นต่อกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ == ข้อ ๑๑ == อนุสัญญานี้จักมีผลบังคับใช้ในวันที่หกสิบ นับแต่การยื่นสัตยาบันสารครั้งที่สามตามความในวรรสองแห่งข้อ ๑๐ อนุสัญญาจะมีผลยังคับใช้กับรัฐภาคีที่ลงนามให้สัตยาบันเมื่อครบวันที่หกสิบนับแต่วันยื่นสัตยาบันสาร == ข้อ ๑๒ == รัฐใดที่มิได้กล่าวถึงในข้อ ๑๐ อาจขอภาคยานุวัติเป็นภาคีสมาชิก เมื่ออนุสัญญามีผลบังคับใช้แล้วตามความในวรรคแรกแห่งข้อ ๑ ๑ โดยต้องยื่นภาคยานุวัติสารต่อกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ การภาคยานุวัติดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้ระหว่างรัฐที่ภาคยานุวัติและรัฐภาคีที่มิได้คัดค้านการภาคยานุวัติในห้วงหกเดือนนับแต่วันยื่นภาคยานุวัติสารตามความในอนุ ง) แห่งข้อ ๑๕ การคัดค้านใด ๆ ต้องกระทำเป็นหนังสือต่อกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ อนุสัญญาจักมีผลบังคับใช้ระหว่างรัฐที่ภาคยานุวัติและรัฐที่มิได้คัดค้านเมื่อครบกำหนดหกสิบวันหลังจากสิ้นระยะเวลาหกเดือนตามความในวรรคก่อน == ข้อ ๑๓ == รัฐใด ๆ อาจประกาศให้อนุสัญญานี้มีผลครอบคลุมถึงดินแดนทั้งหมดของตน หรือไปยังดินแดนหนึ่งดินแดนใดหรือมากกว่านั้นก็ได้ เมื่อลงนาม ให้สัตยาบัน หรือภาคยานุวัติ การประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้นับแต่วันที่อนุสัญญามีผลบังคับใช้กับรัฐนั้น ๆ หลังจากนั้น หากมีการประกาศขยายขอบเขตอนุสัญญาอีก ต้องทำเป็นหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เมื่อรัฐที่ลงนามและให่้สัตยาบันประกาศการขยายขอบเขตการบังคับใช้อนุสัญญา อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับดินแดนนั้น ๆ ตามข้อ ๑ ๑ เมื่อรัฐที่ภาคยานุวัติ ประกาศการขยายขอบเขตการบังคับใช้อนุสัญญา อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับดินแดนนั้น ๆ ตามข้อ ๑๒ == ข้อ ๑๔ == อนุสัญญานี้จักมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันบังคับใช้ ตามความในวรรคแรกแห่งข้อ ๑๑ โดยรวมถึงรัฐที่ได้ให้สัตยาบันหรือภาคยานุวัติในภายหลังด้วย หากไม่มีการถอนตัวออกจากอนุสัญญา อนุสัญญาจักบังคับใช้ใหม่เรื่อย ๆ ทุก ๆ ห้าปี การถอนตัวออกจากอนุสัญญาจักต้องแจ้งเป็นหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ อย่างน้อยหกเดือนก่อนสิ้นระยะเวลาห้าปี การถอนตัวอาจจำกัดเฉพาะดินแดนบางส่วนที่อยู่ภายใต้อนุสัญญานี้ การถอนตัวจะมีผลเฉพาะรัฐที่แจ้งการถอนตัวเท่านั้น อนุสัญญาจักคงมีผลกับรัฐภาคีอื่น ๆ ต่อไป == ข้อ ๑๕ == กระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์จักแจ้งเป็นหนังสือต่อรัฐตามความในข้อ ๑๐ และรัฐที่ภาคยานุวัติตามความในข้อ ๑๒ ซึ่งรายละเอียดต่อไปนี้ :ก) คำประกาศตามความในวรรคสองแห่งข้อ ๖ :ข) ลายมือชื่อและการให้สัตยาบันตามความในข้อ ๑๐ :ค) วันที่ซึ่งอนุสัญญาฉบับปัจจุบันมีผลบังคับใช้ตามความในข้อ ๑๑ :ง) การภาคยานุวัติและการคัดค้านตามความในข้อ ๑๒ และวันที่การภาคยานุวัติจะมีผลบังคับใช้ :จ) การขยายเขตการบังคับใช้ตามความในข้อ ๑๓ และวันที่มีผลบังคับใช้ :ฉ) การถอนตัวตามความในวรรคสามแห่งข้อ ๑๔ เพื่อเป็นพยานหลักฐานในการนี้ ผู้มีอำนาจลงนามตามรายชื่อข้างท้ายนี้ ได้ลงนามไว้เป็นสำคัญ ทำ ณ กรุงเฮก เมื่อวันที่ห้า เดือนตุลาคม พุทธศักราชสองพันห้าร้อยสี่ ในภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษ ในกรณีมีข้อขัดแย้งระหว่างสองภาษาให้ถือภาษาฝรั่งเศสเป็นสำคัญ ต้นฉบับเก็บรักษาไว้ ณ กระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ สำเนาที่รับรองแล้วจัดส่งผ่านช่องทางทูตไปยังรัฐแต่ละรัฐที่เป็นสมาชิกที่ประชุมกรุงเฮกว่าด้วยกฎหมายแผนกคดีบุคคลครั้งที่เก้า รวมถึงไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และตุรกี == ข้อมูลลิขสิทธิ์ == งานนี้ ไม่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทยตามมาตรา ๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากเข้าข่ายเป็น "รัฐธรรมนูญและกฎหมาย" และไม่มีลิขสิทธิ์ในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเป็นกฎหมายของรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น หรือรัฐบาลต่างประเทศ ตามแนวปฏิบัติเล่ม ๒ ของสำนักงานลิขสิทธิ์ == เอกสารต้นฉบับ == * {{cite web|url=https://www.hcch.net/en/instruments/conventions/full-text/?cid=41|title=Convention of 5 October 1961 Abolishing the Requirement of Legalisation for Foreign Public Documents|date=24 January 1965|access-date=18 September 2026}} {{PD_EdictGov}} apa7w4t6i3tf6ew1jy2ayi14jb17cne 295596 295593 2026-09-18T11:48:17Z Miwako Sato 4619 แจ้งลบด้วย[[WS:iScript|สจห.]]: ท6 – น่าสงสัยว่าจะละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะเซิร์ชกูเกิลแล้ว ไม่พบว่าเป็นคำแปลมาจากที่ใด ไม่อาจระบุสถานะลิขสิทธิ์ได้ และไม่ใช่งานตาม [[วิกิซอร์ซ:นโยบายลิขสิทธิ์#เนื้อหาเสรีตามกฎหมายไทย|พรบ ลิขสิทธิ์ ม 7]] ดังที่ระบุว่าเป็น "รัฐธรรมนูญและกฎหมาย" (เพราะไม่ใช่ "รัฐธรรมนูญและกฎหมาย" แต่เป็น "คำแปลของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย" ซึ่งจะไม่มีลิขสิทธิ์ต่อเมื่อผู้จัดทำเป็นหน่วยงานของรัฐ) 295596 wikitext text/x-wiki {{ลบ|ท6 – น่าสงสัยว่าจะละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะเซิร์ชกูเกิลแล้ว ไม่พบว่าเป็นคำแปลมาจากที่ใด ไม่อาจระบุสถานะลิขสิทธิ์ได้ และไม่ใช่งานตาม [[วิกิซอร์ซ:นโยบายลิขสิทธิ์#เนื้อหาเสรีตามกฎหมายไทย|พรบ ลิขสิทธิ์ ม 7]] ดังที่ระบุว่าเป็น "รัฐธรรมนูญและกฎหมาย" (เพราะไม่ใช่ "รัฐธรรมนูญและกฎหมาย" แต่เป็น "คำแปลของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย" ซึ่งจะไม่มีลิขสิทธิ์ต่อเมื่อผู้จัดทำเป็นหน่วยงานของรัฐ)}} {{ไม่มีที่มา}} {{header | title = อนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการนิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ | author = | override_author = ทำ ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2504 | section = | previous = | next = | year = 2504 | wikipedia = อนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการนิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ | portal = | edition = yes | notes = }} (คำแปลอย่างไม่เป็นทางการของอนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการนิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ ทำ ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๔ ตรงกับวันพฤหัสบดี แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลู ตรีศก จ.ศ. ๑๓๒๓) รัฐผู้ลงนามในอนุสัญญาฉบับนี้ ปรารถนาที่จะยกเลิกข้อกำหนดการนิติกรณ์ทางทูตหรือทางกงสุลสำหรับเอกสารมหาชนต่างประเทศ ได้ตกลงทำอนุสัญญาฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้ มีข้อความตามที่จะกล่าวต่อไปนี้ == ข้อ ๑ == อนุสัญญาฉบับนี้จักมีผลบังคับใช้กับเอกสารมหาชนที่ทำขึ้นในดินแดนของรัฐภาคี ซึ่งต้องนำไปใช้ในดินแดนของรัฐภาคีอีกรัฐหนึ่ง เพื่อประโยชน์แห่งอนุสัญญานี้ ต่อไปนี้คือเอกสารมหาชน :ก) เอกสารที่ออกโดยองค์กรผู้มีอำนาจหรือบุคคลผู้มีอำนาจในศาลของรัฐนั้น รวมกึงพนักงานอัยการ เจ้าพนักงานศาล และเจ้าพนักงานส่งหมาย ("huissier de justice") :ข) เอกสารทางปกครอง :ค) เอกสารที่ออกโดยนิติกรสาธารณะ (โนตารี) :ง) เอกสารทางการที่ติดหรือผนึกกับเอกสารซึ่งลงนามโดยบุคคลในฐานะส่วนตัว ยกตัวอย่างเช่น ใบสำคัญการจดทะเบียน ใบสำคัญข้อเท็จจริงว่ามีอยู่จริงในวันที่นั้น ๆ และใบสำคัญรับรองลายมือชื่อ แต่อนุสัญญานี้ไม่ครอบคลุมถึง :ก) เอกสารที่ออกโดยเจ้าพนักงานทูตหรือเจ้าพนักงานกงสุล :ข) เอกสารทางปกครองที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพาณิชย์หรือการศุลกากร == ข้อ ๒ == รัฐภาคีแต่ละรัฐจักต้องยกเว้นไม่ต้องให้นิติกรณ์เอกสารซึ่งเป็นไปตามความในอนุสัญญานี้ซึ่งต้องยื่นในดินแดนของตนเอง เพื่อประโยชน์แห่งอนุสัญญานี้ การนิติกรณ์ หมายถึงพิธีการซึ่งเจ้าพนักงานทูตหรือเจ้าพนักงานกงสุลของประเทศผู้รับเอกสาร รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่งของผู้ลงลายมือชื่อ และถ้าจำเป็น ผู้ทรงตราผนึกหรือตราประทับที่อยู่บนเอกสาร == ข้อ ๓ == พิธีการรับรองความถูกต้องแท้จริงของลายมือชื่อ ตำแหน่งของผู้ลงนาม และผู้ทรงตราผนึกหรือตราประทับบนเอกสาร (ถ้ามี) มีได้เฉพาะตามข้อ ๔ โดยหนังสือรับรองต้องออกโดยผู้มีอำนาจของรัฐที่เอกสารนั้นถูกทำขึ้น อย่างไรก็ตาม พิธีการที่กล่าวในวรรคก่อน จะมีไม่ได้เลย หากกฎหมาย กฎระเบียบ หรือข้อปฏิบัติซึ่งมีผลในประเทศที่เอกสารนั้นออก หรือความตกลงระหว่างรัฐสองรัฐหรือมากกว่าได้ยกเลิกหรือปรับปรุงให้ง่าย หรือยกเว้นเอกสารดังกล่าวจากการนิติกรณ์ == ข้อ ๔ == หนังสือรับรองตามวรรคแรกของข้อ ๓ จักต้องติดบนเอกสารโดยตรง หรือทำเป็นใบประจำต่อ และจักต้องทำตามรูปแบบตามบัญชีท้ายอนุสัญญานี้ อย่างไรก็ดีนั้น หนังสือรับรองอาจจัดทำเป็นภาษาทางการของผู้มีอำนาจออก และอาจมีภาษาที่สองด้วยหรือไม่ก็ได้ หัวกระดาษข้อความ "Apostille (Convention de La Haye du 5 octobre 1961)" จักต้องเป็นภาษาฝรั่งเศสเท่านั้น == ข้อ ๕ == หนังสือรับรองจักต้องออกตามคำร้องของผู้ลงนามในเอกสารหรือผู้ถือเอกสาร เมื่อเติมข้อความครบถ้วนบริบูรณ์ดีแล้ว หนังสือรับรองจักรับรองความถูกต้องแท้จริงของลายมือชื่อ ตำแหน่งของผู้ลงนาม และผู้ทรงตราผนึกหรือตราประทับที่อยู่บนเอกสาร (ถ้ามี) ลายมือชื่อ ตราผนึก และตราประทับบนหนังสือรับรอง ยกเว้นไม่ต้องรับรองต่อไปอีก == ข้อ ๖ == รัฐภาคีแต่ละรัฐจักอาศัยอำนาจตามกฎหมาย แต่งตั้งผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรองตามความในวรรคแรกของข้อ ๓ รัฐภาคีจักต้องแจ้งการแต่งตั้งตามวรรคแรกให้แก่กระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์เมื่อยื่นสัตยาบันสาร ภาคยานุวัติสาร หรือตราสารขยายเขตการบังคับใช้ และจักต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรอง == ข้อ ๗ == ผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรองตามความในข้อ ๖ จักต้องรักษาสมุดทะเบียนหรือบัตรรายการซึ่งระบุใบอนุญาตที่ตนเองออก โดยต้องระบุ ก) หมายเลขและวันที่ของหนังสือรับรอง ข) ชื่อของผู้ลงนามเอกสารมหาชนและตำแหน่ง หรือในกรณีเอกสารไม่ลงนาม ชื่อของส่วนราชการที่ทรงตราผนึกหรือตราประทับ ผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรอง ต้องตรวจสอบยืนยันว่ารายการในหนังสือรับรองตรงกับที่บันทึกในสมุดทะเบียนหรือบัตรรายการ ตามคำขอของผู้มีส่วนได้เสีย == ข้อ ๘ == เมื่อสนธิสัญญา อนุสัญญา หรือความตกลงระหว่างรัฐภาคีสองรัฐหรือมากกว่า มีข้อกำหนดให้ต้องมีการรับรองลายมือชื่อ ตราผนึก หรือตจราประทับ อนุสัญญาฉบับนี้จักลบล้างข้อกำหนดดังกล่าว หากมีความยุ่งยากซับซ้อนกว่าที่บัญญัติไว้ในข้อ ๓ และข้อ ๔ == ข้อ ๙ == เมื่ออนุสัญญานี้ให้ผลยกเว้นแล้ว รัฐภาคีต้องจัดให้มีการห้ามมิให้นิติกรณ์เอกสารโดยเจ้าพนักงานทูตหรือเจ้าพนักงานกงสุลในเอกสารที่มีผลอีก == ข้อ ๑๐ == อนุสัญญานี้อนุญาตให้รัฐที่เป็นสมาชิกที่ประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายคดีบุคคลครั้งที่เก้า รวมถึงไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และตุรกี ลงนาม เมื่อได้ลงนามแล้ว จะต้องให้สัตยาบัน โดยต้องนำสัตยาบันสารมายื่นต่อกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ == ข้อ ๑๑ == อนุสัญญานี้จักมีผลบังคับใช้ในวันที่หกสิบ นับแต่การยื่นสัตยาบันสารครั้งที่สามตามความในวรรสองแห่งข้อ ๑๐ อนุสัญญาจะมีผลยังคับใช้กับรัฐภาคีที่ลงนามให้สัตยาบันเมื่อครบวันที่หกสิบนับแต่วันยื่นสัตยาบันสาร == ข้อ ๑๒ == รัฐใดที่มิได้กล่าวถึงในข้อ ๑๐ อาจขอภาคยานุวัติเป็นภาคีสมาชิก เมื่ออนุสัญญามีผลบังคับใช้แล้วตามความในวรรคแรกแห่งข้อ ๑ ๑ โดยต้องยื่นภาคยานุวัติสารต่อกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ การภาคยานุวัติดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้ระหว่างรัฐที่ภาคยานุวัติและรัฐภาคีที่มิได้คัดค้านการภาคยานุวัติในห้วงหกเดือนนับแต่วันยื่นภาคยานุวัติสารตามความในอนุ ง) แห่งข้อ ๑๕ การคัดค้านใด ๆ ต้องกระทำเป็นหนังสือต่อกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ อนุสัญญาจักมีผลบังคับใช้ระหว่างรัฐที่ภาคยานุวัติและรัฐที่มิได้คัดค้านเมื่อครบกำหนดหกสิบวันหลังจากสิ้นระยะเวลาหกเดือนตามความในวรรคก่อน == ข้อ ๑๓ == รัฐใด ๆ อาจประกาศให้อนุสัญญานี้มีผลครอบคลุมถึงดินแดนทั้งหมดของตน หรือไปยังดินแดนหนึ่งดินแดนใดหรือมากกว่านั้นก็ได้ เมื่อลงนาม ให้สัตยาบัน หรือภาคยานุวัติ การประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้นับแต่วันที่อนุสัญญามีผลบังคับใช้กับรัฐนั้น ๆ หลังจากนั้น หากมีการประกาศขยายขอบเขตอนุสัญญาอีก ต้องทำเป็นหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เมื่อรัฐที่ลงนามและให่้สัตยาบันประกาศการขยายขอบเขตการบังคับใช้อนุสัญญา อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับดินแดนนั้น ๆ ตามข้อ ๑ ๑ เมื่อรัฐที่ภาคยานุวัติ ประกาศการขยายขอบเขตการบังคับใช้อนุสัญญา อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับดินแดนนั้น ๆ ตามข้อ ๑๒ == ข้อ ๑๔ == อนุสัญญานี้จักมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันบังคับใช้ ตามความในวรรคแรกแห่งข้อ ๑๑ โดยรวมถึงรัฐที่ได้ให้สัตยาบันหรือภาคยานุวัติในภายหลังด้วย หากไม่มีการถอนตัวออกจากอนุสัญญา อนุสัญญาจักบังคับใช้ใหม่เรื่อย ๆ ทุก ๆ ห้าปี การถอนตัวออกจากอนุสัญญาจักต้องแจ้งเป็นหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ อย่างน้อยหกเดือนก่อนสิ้นระยะเวลาห้าปี การถอนตัวอาจจำกัดเฉพาะดินแดนบางส่วนที่อยู่ภายใต้อนุสัญญานี้ การถอนตัวจะมีผลเฉพาะรัฐที่แจ้งการถอนตัวเท่านั้น อนุสัญญาจักคงมีผลกับรัฐภาคีอื่น ๆ ต่อไป == ข้อ ๑๕ == กระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์จักแจ้งเป็นหนังสือต่อรัฐตามความในข้อ ๑๐ และรัฐที่ภาคยานุวัติตามความในข้อ ๑๒ ซึ่งรายละเอียดต่อไปนี้ :ก) คำประกาศตามความในวรรคสองแห่งข้อ ๖ :ข) ลายมือชื่อและการให้สัตยาบันตามความในข้อ ๑๐ :ค) วันที่ซึ่งอนุสัญญาฉบับปัจจุบันมีผลบังคับใช้ตามความในข้อ ๑๑ :ง) การภาคยานุวัติและการคัดค้านตามความในข้อ ๑๒ และวันที่การภาคยานุวัติจะมีผลบังคับใช้ :จ) การขยายเขตการบังคับใช้ตามความในข้อ ๑๓ และวันที่มีผลบังคับใช้ :ฉ) การถอนตัวตามความในวรรคสามแห่งข้อ ๑๔ เพื่อเป็นพยานหลักฐานในการนี้ ผู้มีอำนาจลงนามตามรายชื่อข้างท้ายนี้ ได้ลงนามไว้เป็นสำคัญ ทำ ณ กรุงเฮก เมื่อวันที่ห้า เดือนตุลาคม พุทธศักราชสองพันห้าร้อยสี่ ในภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษ ในกรณีมีข้อขัดแย้งระหว่างสองภาษาให้ถือภาษาฝรั่งเศสเป็นสำคัญ ต้นฉบับเก็บรักษาไว้ ณ กระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ สำเนาที่รับรองแล้วจัดส่งผ่านช่องทางทูตไปยังรัฐแต่ละรัฐที่เป็นสมาชิกที่ประชุมกรุงเฮกว่าด้วยกฎหมายแผนกคดีบุคคลครั้งที่เก้า รวมถึงไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และตุรกี == ข้อมูลลิขสิทธิ์ == งานนี้ ไม่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทยตามมาตรา ๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากเข้าข่ายเป็น "รัฐธรรมนูญและกฎหมาย" และไม่มีลิขสิทธิ์ในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเป็นกฎหมายของรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น หรือรัฐบาลต่างประเทศ ตามแนวปฏิบัติเล่ม ๒ ของสำนักงานลิขสิทธิ์ == เอกสารต้นฉบับ == * {{cite web|url=https://www.hcch.net/en/instruments/conventions/full-text/?cid=41|title=Convention of 5 October 1961 Abolishing the Requirement of Legalisation for Foreign Public Documents|date=24 January 1965|access-date=18 September 2026}} {{PD_EdictGov}} fdmy91vgy6incmooa0l2c45dnqpeck7 หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/44 250 91218 295594 2026-09-18T07:55:40Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "เป็นดนตรีไทยชั้นสูง มีวิชาความรู้ชั้นสูง มีฝีมือชั้นยอด ตลอดจนการร้องส่งก็มีเสียงกังวานเย็น ทีท่าและลูกคอหักแง่หักมุมเก๋และไพเราะนัก สิ้นแล้วทั้งเมืองนั้น..." 295594 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๔๕}}</noinclude>เป็นดนตรีไทยชั้นสูง มีวิชาความรู้ชั้นสูง มีฝีมือชั้นยอด ตลอดจนการร้องส่งก็มีเสียงกังวานเย็น ทีท่าและลูกคอหักแง่หักมุมเก๋และไพเราะนัก สิ้นแล้วทั้งเมืองนั้นจะหาเทียมได้ แม้แต่ลูกสาวผู้ใหญ่โพธิก็เป็นคนละชั้นไปเสมอด้วยศิษย์กับครู ผู้ใหญ่เที่ยงรู้ว่าจะต้องประชันกับวงผู้ใหญ่โพธิ จึงได้ขอร้องประเทืองไปร่วมวงด้วย ชั้นแรกประเทืองยังอิดออด เพราะไม่ชอบเล่นดนตรีประชันเลย แต่เสียไม่ได้ ก็รับปากเข้าร่วมวง การประชันวงของผู้ใหญ่ทั้งสองในคราวนี้ ผู้ใหญ่โพธิอิ่มเอมใจในชัยชนะตามที่เคยชนะ ส่วนทางผู้ใหญ่เที่ยงนั้นเอาประเทืองเป็นตัวซุ่ม ปิดข่าวมิให้แพร่งพราย ผู้ใหญ่โพธิเอ๋ย เจ้าจะร้องไห้เมื่อมาพบเอาคนมือเทวดาเข้า ทั้งทางร้องแกก็ตายแล้วเพื่อนเอ๋ย หมดประตูละคราวนี้ การตั้งวงดนตรี ให้ตั้งคู่กันบนศาลาเดียวกัน ผู้ใหญ่ทั้งสองได้พบกันและตกลงกันว่า การประชันครั้งนี้ เรามางานหลวงพ่อด้วยกัน อย่าเอากันถึงแตกหักเลย จะต่างคนต่างเล่นคนละเพลง จะไม่ซ้ำเพลงกัน ซึ่งเป็นการประชันขั้นเด็ดขาดรู้ดีรู้ชั่วไปว่า เพลงนั้นๆ ใครทำดีกว่าก็ชนะ แต่เมื่อมาเล่นเสียคนละเพลง ก็เท่ากับทำฟังโชว์ฝีมือกันเล่นอย่างหอมปากหอมคอดูเชิงชั้นกันพองาม ผู้ใหญ่โพธิกระหยิ่มใจตามเคย เพราะมองกราดไปก็ไม่เห็นทางวงผู้ใหญ่เที่ยงมีอะไรดีขึ้น คงมีแต่ผู้ชายตามเคย ส่วนประเทืองนั้นผู้ใหญ่โพธิไม่รู้จัก จึงไม่รู้สึกตัวว่าวันนี้จะโดนดี ประเทืองคือม้ามืดของผู้ใหญ่เที่ยง ผู้คนที่ชอบฟังดนตรีประชันกันนั้นมาฟังกันคับคั่ง เพราะทุกคราวถ้าผู้ใหญ่ทั้งสองนี้ประกบคู่กันเป็นสนุกนัก แต่พวกหนุ่มๆ สาวๆ จิตใจมักเอียงไปทางผู้ใหญ่โพธิ เพราะมีผู้หญิงรูปงามทั้งร้องและเล่นเครื่องมือ รวมความว่าผู้ฟังในคลองนี้ แม้แต่ตนเองไม่เป็นดนตรี แต่หูฟังนั้นคมมาก ฟังรู้ว่าใครดีใครชั่ว จึงตั้งใจฟังทุกคราวไป ทางวงผู้ใหญ่โพธิ โหมโรงด้วยเพลงครอบจักรวาล โดยสายหยุดลูกสาวคนรองสีซอด้วยขึ้นเพลง แล้วลูกวงก็รับพร้อมกันเสียงแน่นหู แม้แต่จะตกลงเล่นกันคนละเพลงก็ตาม แต่ก็ต้องพยายามทำฝีมือให้ดีเด่น ส่วนทางวงผู้ใหญ่เที่ยงก็หารือกัน โดยให้ประเทืองสีซอด้วงเล่นเพลงเยี่ยมวิมาน พอวงผู้ใหญ่โพธิจบลง เสียงปรบมือดังกึกก้องจากคนฟัง ทางวงผู้ใหญ่<noinclude></noinclude> r12z9wsa8x89cx1kuffyxkz2ajm7tpx หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/45 250 91219 295595 2026-09-18T10:03:22Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "เที่ยงก็เริ่ม โดยประเทืองสีซอด้วงด้วยเสียงดังแจ่มใสกังวานในน้ำมือ ขึ้นต้นด้วยเพลงโดยกระปริบกะปรอยชมดชม้อยหวานซึ้ง ถึงแก่เกิดปฏิริริยาขึ้นในคนฟังที่แปลกหู..." 295595 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๔๖}}</noinclude>เที่ยงก็เริ่ม โดยประเทืองสีซอด้วงด้วยเสียงดังแจ่มใสกังวานในน้ำมือ ขึ้นต้นด้วยเพลงโดยกระปริบกะปรอยชมดชม้อยหวานซึ้ง ถึงแก่เกิดปฏิริริยาขึ้นในคนฟังที่แปลกหูและไม่คิดว่าจะได้ฟังอย่างนั้น ทางวงผู้ใหญ่โพธิเองก็ชะงัก ต่างเหลียวดูผู้สีซอด้วง รู้สึกว่าเป็นคนแปลกหน้าที่น่าครั่นคร้าม สายหยุด คนซอด้วงของผู้ใหญ่โพธิสีหน้าเผือดลง เพราะเสียงซอของชายแปลกหน้านั้นมันลอยเด่นกังวานหวานจับใจ รู้ตัวว่าทั้งความรู้และฝีมือเทียบกันไม่ได้เลย ในหระหว่างที่เพลงเดินอยู่นั้น เสียงซอของคนแปลกถิ่นลอยเด่น ทั้งทีท่าจะไปจะอยู่นั้นเก๋นัก ทั้งชมดชม้อยละทางยักเยื้องเสียดแทงในเชิงเล่น ครูเจริญวงผู้ใหญ่โพธิกระซิบกับพวกว่า "อ้ายคนนี้มันยอดขนาดเสือ มันจะลักจะล้วง มันทำอย่างระนาด แต่แล้วมันทอดโหยอย่างปี่" ผู้ใหญ่โพธินั่งอึ้งฟังซอคนแปลกถิ่นอย่างซึม รู้สึกสงสารสายหยุดบุตรสาวที่มาเจอเอาคนดีอย่างไม่รู้ตัว แต่ก็ไม่รู้จะแก้อย่างไร นึกเอาเสียว่า ถึงวงเราจะถูกเฉือนไปโดยซอด้วงหนึ่งคัน แต่อื่น<noinclude></noinclude> lhjq19jvr0sw7t6bj7uonlzxp2omzrn