วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.47.0-wmf.20 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/75 250 45375 296699 296154 2026-09-22T07:56:27Z Vesperstelo 11696 296699 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" /></noinclude>{{ลปร1|ก|พระไอยการทาษ|<ref>ฉะบับหลวงสูญหายทั้งสามฉะบับ จึงพิมพ์ตามฉะบับรองทรง</ref>}} {{ลปร1|กหน|1}} จักกล่าวลักษณมูลคดีวิวาทด้วยทาษสินไถ่ทาษชะเลย {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} เปนต้นที่จะให้เกิดคดีตามคำภีรพระธรรมสาตรว่า {{หนา|ทาสี จ ทาสํ}} ทาษอันควรจะใช้ได้มี ๗ ประการโดยพระบาฬีดั่งนี้ {{กก|{{รมมจ |ธเนน วิกิเนยฺยวา ปุตฺตทาสา มาตาปิตา |ชาติทาสาจ<ref>ต้นฉะบับว่า: คำว่า จ ตกไป</ref> ทินฺนกา อฏฺฏ<ref>ต้นฉะบับ: อฏ</ref> ทาสา จ ภตฺตกา |ธชาหตา จ ทาสกา ทาสวณฺณา ปิ สตฺตมา }}}} อธิบายว่า {{หนา|ทาสวฺณณา}}<ref>ต้นฉะบับ: ทาวณฺณา</ref> อันว่าปรเพศแห่งทาษทังหลาย {{หนา|สตฺตมา}} มีเจตจำพวกอันควรจะใช้ได้นั้น {{หนา|ธเนน วิกิเนยฺยวา}} คือทาษไถ่มาด้วยทรัพย ๑ {{หนา|ปุตฺตทาสา}} คือลูกทาษเกิดในเรือนเบี้ย ๑ {{หนา|มาตาปิตา จ ทาสกา}} คือทาษได้มาแต่ฝ่ายข้างบิดามานดา ๑ {{หนา|ทินฺนกา จ}} คือทาษมีผู้ให้ ๑ {{หนา|อฏฺฏทาสา จ}} คือทาษอันได้ด้วยช่วย<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ช่วย ตกไป</ref> กังวลทุระทุกขแห่งคนอันต้องทันธโทษ ๑ {{หนา|ภตฺตกา จ}} คือทาษอันได้เลี้ยงไว้ในกาลเมื่อเข้าแพง ๑ {{หนา|ธชาหตา จ ทาสกา}} คือนำธงไชยไปรบศึกแล้วแลได้มาเปนทาษชะเลย ๑{{วว}}<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> 1ct5f1nzyn0oopahbgxqgpgl45x3n9c หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/76 250 45391 296700 296156 2026-09-22T07:56:45Z Vesperstelo 11696 296700 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว|๗๒|ทาษ|}}{{สต}}</noinclude>ทาษ ๗ ประการดั่งนี้ควรจะใช้ได้ อนึ่งทาษอันมิควรจะใช้ได้นั้น ๖ ประการ มีบาฬีดังนี้ {{กก|{{รมมจ |มุญฺจนา ภิกฺขุทาสา จ พฺราหฺมณทานทาสกา<ref>ต้นฉะบับ: พฺรหฺมณทาสตา</ref> |ทาโส เม ติ ภิกฺขุํ ภิกฺขุ อตฺถิสิลา อญฺเญชนา |เขตฺตทาสา ติ ฉฏฺเฐว ทาสกมฺเม น ลพฺภเร }}}} อธิบายว่า {{หนา|ฉฏฺฐ เอว ทาสา}} อันว่าทาษไม่ควรจะว่า ทาษไม่ควรจะใช้ มี ๖ ประการ {{หนา|มุญฺจนา}}<ref>ต้นฉะบับ: มญฺจนา</ref> {{หนา|จ}} คือทาษอันโปรดเสียมิได้ใช้ ๑ {{หนา|ภิกฺขุทาสา จ}} คือทาษอันตนโปรดให้บวดเปนสมณ ๑ {{หนา|พฺราหฺมณทานทาสกา}}<ref>ต้นฉะบับ: พฺราหฺมณทาสกา</ref> คือทาษอันตนโปรดให้ไปแก่พราหมณหนึ่ง {{หนา|ทาโส เม ติ ภิกฺขุํ ภิกฺขุ}} คือภิกษุต่อภิษุจะว่ากัน<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า กัน ตกไป</ref> เปนทาษนั้นมิได้ ๑ {{หนา|อตฺถิสิลา อญฺเญชนา}} คือผู้อื่นอันมั่นในศิลาธิคุณมาพึ่งพำนักอยู่ จะว่าเปนทาษนั้นมิได้ ๑ {{หนา|เขตฺตทาสา}} คือผู้มาอาไศรยอยู่ในคามเขดที่เรือนสวนไร่นาแห่งตน ตนจะว่าผู้นั้นเปนทาษมิได้ ๑ เปน ๖ ประการด้วยกัน ทาษ ๖ ปรการนี้ {{หนา|ทาสกมฺเม น ลพฺภเร}} อันบุทคนมิควรจะพึ่งไช้ในทาษกรรมกรแห่งตนได้ ทีนี้จะกล่าวสาขคดีอันมีตามมูลคดีวิวาทโดยพระราช<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> 6gcbw2el17ugxnue1vz8c6nkvyhxffq หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/77 250 45395 296701 296158 2026-09-22T07:57:26Z Vesperstelo 11696 296701 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว||ทาษ|๗๓}}{{สต}}</noinclude>บัญญัติจัดเปนบทมาตราสืบมาดั่งนี้ ศุภมัศดุ ๑๓๕๙ มะแมนักสัตว อาสาทมาศ ศุกขปักษย เอกาทัศมีดฤษถี จันทวาร พระบาทสมเดจพระเจ้ารามาธิบดินทรนะรินทรบรมมหา<ref>ต้นฉะบับ: บรมหา</ref> จักระพรรดิราเมศวรราชเดโชไชยะ พรหมเทพาดิเทพตรีภูวนาธิเบศ บรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัว เสดจณพระธินั่งบุษบกมาลามหาไพชยณปราสาทโดยบูรรพาพิมุกข ทรงพระอนุสรคำนึงตามคำภีรพระธรรมสาตรแล้ว มีพระราชโองการมาณพระบันทูล<ref>ต้นฉะบับ: พระทูล</ref> สุรสีหนาทพระราชบัญญัตไว้ว่า ทาษควรจะใช้ในทาษกรรมมี ๗ ปรการในคำภีรพระธรรมสาตร คือข้าสีนไถ่ปรการ ๑ คือลูกทาษเกิดในเรือนเบี้ย<ref name = "เบี้ย">ต้นฉะบับ: เบีย</ref> ปรการ ๑ คือทาษได้มาแต่ {{ซบ|บิดา|มารดา}} {{ปก2|2}} ปรการ ๑ คือทาษท่านให้ปรการ ๑ คือทาษอันได้ด้วยช่วยกังวลแห่งคนอันต้องทันธโทษประการ<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ประการ ตกไป</ref> ๑ คือทาษอันได้เลี้ยงมาเมื่อกาลทุภิกขะปรการ ๑ คือทาษอันได้ด้วยชะเลยปรการ ๑ เปนเจตปรการดั่งนี้ {{ลปร1|กหน|2}} จักกล่าวลักษณทาษสีนไถ่ก่อน ไถ่ทาษมี ๓ ปรการโดยพระธรรมสาตรกล่าวดั่งนี้ ประการหนึ่งไถ่มิได้ขาดข้า (ประ<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> m5vu4sv8tl9ktyrd0eqlqbjkwworo2t หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/205 250 45396 296679 296415 2026-09-21T13:29:24Z Vesperstelo 11696 296679 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๒๐๑|เบดเสรจ}}{{สต}}</noinclude>พระนครให้ตีฆ้องป่าวโฆษนาแก่ผู้มีช้างม้าโคกระบือให้ผูกถือไว้ อย่าให้ปล่อยปละละเสีย ให้เลี้ยงโดยขนาด ถ้าหลุ้ยหลุดเชือกขาดปลอกขาดจากหลักแหล่งเข้าไร่นากินเข้าท่านครั้งหนึ่ง ให้จับเอาช้างม้าโคกระบือไว้ ถ้าเจ้าของมันมาขอ ท่านว่าให้คืนให้แก่มันครั้งหนึ่งกอ่น ถ้าแลเจ้าของขอโดยขนาดแล้วเจ้าไร่นาหมีให้ ท่านว่าผู้นั้นเลียมลักช้างม้าโคกระบือท่าน ๆ ให้เอาค่าช้างม้าโคกระบือตั้ง ไหมกึ่งค่า ให้คืนช้างม้าโคกระบือให้แก่เจ้าของ ถ้าถึงสองครั้ง ให้เจ้าเข้าบอกแก่นายบ้านายเมืองผู้เถ้าผู้แก่ให้รู้จงคำนับ ให้เจ้าช้างม้าโคกระบือใช้เข้าท่านตามมากแลน้อย ถ้าหาเจ้าของมาฃอไถ่มิได้ ให้เจ้าเข้าเอาช้างม้าโคกระบือไปบอกแก่สุภาจ่าเมืองให้ตรารูปประพรรณสัตวนั้น เวนตัวสัตวให้แก่เจ้าเข้า ถ้าเจ้าช้างม้าโคกระบือจะมาไถ่ ให้ไหว้เจ้าทุ่ง เหล้าเพนียงหนึ่ง ผ้าขาวผืนหนึ่ง ให้ใช้เข้าท่าน จึ่งให้สัตวไปแก่เจ้าของ ถ้าเจ้าของยังหมีมาไถ่ ช้างม้าโคกระบือซึ่งจับไว้นั้นหายตาย ให้ผู้จับบอกแก่สุภาจ่าเมืองจงคำนับ อย่าเอาโทษแก่เขาเลย ถ้าหมีได้บอก ช้างม้าโคกระบือท่านหายตาย ให้ใช้ของท่านกึ่งหนึ่ง ถ้าเจ้าของมาติดตามขอมิให้ไถ่เอาไว้ของเขาปล่อยหายตาย ท่านว่าให้ผู้เอาไว้ใช้ของท่านจงเตมค่า ถ้ากินถึงสามครั้งก็ดี แลปล่อยให้กินเลี้ยงให้กินเข้าท่านเมื่อเปนต้นเปนลำก็ดี ให้ไหมช้างผู้ตัวละ ๒๔๐๐๐ เมีย<noinclude></noinclude> ph0tmhwky7mneg6qum9aecpv8dz8fe7 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/78 250 45398 296702 296160 2026-09-22T07:58:23Z Vesperstelo 11696 296702 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว|๗๔|ทาษ|}}{{สต}}</noinclude>การหนึ่งไถ่ขาดข้า)<ref>ในต้นฉะบับ คำในวงเล็บตกไป เพิ่มตามฉะบับพิมพ์ ปี จ.ศ. ๑๒๑๑</ref> ปรการหนึ่งไถ่มิได้ใช้ อันว่าไถ่มิได้ขาดค่านั้น คือว่าไถ่ฝากมีผู้ฃายนายประกัน ถ้ามันหลบลี้หนีหาย เอาแก่ผู้ฃายนายประกันได้ อันว่าข้าไถ่ขาดค่านั้น คือว่าไถ่เตมค่า แลท่านมิได้ปรกัน มันหลบหลีกหนีหาย จะเอาแก่ผู้ฃายนั้นมิได้ อันว่าไถ่ทาษมิได้ใช้นั้น คือว่าไถ่แล้วให้ผูกดอกเบี้ยไปก็ดี แลทาษนั้น<ref name = "นั้น">ต้นฉะบับ: นัน</ref> ฃอผูกดอกไปเองก็ดี ผู้<ref name = "ผู้">ต้นฉะบับ: คำว่า ผู้ ตกไป</ref> ไถ่มิได้ไช้ {{ลปร1|กหน|3}} ๑ มาตราหนึ่ง ถ้าผัวแลพ่อแม่นายเงินเอาชื่อลูกเมียข้าคนใส่ในกรมธรรฃาย ท่านว่าเปนสิทธิ แม้นว่าเจ้าสีนบอกก็ดี มิได้บอกก็ดี แก่ตัวเรือนเบี้ยซึ่งมีชื่ออยู่ในกรมธรรม์นั้น ท่านว่าเปนสิทธิได้โดยกระบิลเมืองท่าน เหดุว่าเจ้าผัวพ่อแม่นายเงินนั้นเปนอิศรภาพแล {{ลปร1|กหน|4}} ๒ มาตราหนึ่ง เมียก็ดี ลูกก็ดี เอาชื่อ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} แลผัวใส่ในกรมธรรม์ฃาย ท่านว่ามิเปนสิทธิเลย เหดุว่า {{ซบ|เมีย|ลูก}} {{ปก2|2}} นั้นมิได้เปนอิศระแก่ผัวแลพ่อแม่นั้นเลย {{ลปร1|กหน|5}} ๓ มาตราหนึ่ง ผู้ใดขาดแคลนมีอาสนเอา {{ซบ|พี่น้อง|ลูกหลาน}} {{ปก2|2}} ญาติ<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> ft5xdvcqjzrxpqz1gfoii7ct8dex87b หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/79 250 45399 296703 296162 2026-09-22T08:00:06Z Vesperstelo 11696 296703 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว||ทาษ|๗๕}}{{สต}}</noinclude>ไปฃายฝากประจำเชิงกระยาเบี้ย<ref>ต้นฉะบับ: กระเบี้ย</ref> แสนหนึ่ง {{ซบ|๒|๓}} {{ปก2|2}} แสนขึ้นไป ให้ค่อยใช้ค่อยสอย อย่าให้ทำร้ายแก่ผู้คนท่าน ถ้ามันหมีดี ให้เอาไปเวนแก่ผู้ฃายคืนเรียกเอาเงิน ถ้าเจ้าเบี้ยมีคดีประการใด ๆ เอามันผู้ทาษให้ไปต่างตัว แลมันต้องตีจำ {{ซบ3|โซ่|ตรวน|ขื่อคา}} {{ปก2|3}} ทวนด้วยหนังจำตากแดดตากฝนแช่น้ำทาระกรรมต่างตัวก็ดี ต่าง {{ซบ|บุตรภรรยา|พี่น้อง}} {{ปก2|2}} พ้องพันธุตนก็ดี ท่านว่า เจ้าเบี้ยนั้นมิชอบ ให้ผูกโทษแก่เจ้าเบี้ย เบี้ยค่าคนนั้นเท่าใด ให้ลดเสียกึ่งหนึ่ง ถ้าเอามันไปทวนด้วยลดหนังไซ้ จะเอาค่าตัวทาษนั้นมิได้เลย ถ้าฃายขาดค่า เจ้าเบี้ยนายเงินผิดระแวงราชการพระเจ้าอยู่หัวประการใด ถ้าต้องโทษแทนนายเงิน ท่านว่าหาโทษแก่เจ้าเบี้ยนายเงินมิได้ เพราว่าขาดค่าเปนสิทธิแล้ว ถ้าหนีหายตายไซ้ ตกแก่นายเงิน {{ลปร1|กหน|6}} ๔ มาตราหนึ่ง ผู้ใดขายคนลูกเมียสิ่งอันใดแก่ท่าน แลทำสารกรมธรรม์ให้เจ้าสีน ๆ ก็ภาซื่อให้เงินแก่ผู้ฃาย ๆ เอาเงินท่านไป แล้วมิได้เอาสิ่งอันฃายมาให้แก่ท่าน ๆ ว่าลวงท่าน ถ้าพิจารณาเปนสัจ ให้เอาต้นสีนตั้งใหมทวีคูน ยกทุนให้เจ้าของ เหลือนั้นเปน {{ซบ|สีนไหม|พิไนย}} {{ปก2|2}} กึ่ง {{มปก}}<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> fla0iru05efpwhlxpwwkf8l7erbi6a0 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/80 250 45400 296704 296164 2026-09-22T08:01:39Z Vesperstelo 11696 296704 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว|๗๖|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|7}} ๕ มาตราหนึ่ง ฃายทาษฝากประจำเชิงกระยาเบี้ย แลผู้ฝากรับเอาเงินไป ผู้ไถ่มิเตมใจเอาคนไปเวนแก่ผู้ฃายฝาก ๆ มิรับเอาคน มิคืนเงินให้เจ้าเงิน ๆ เอาคนนั้นไปไว้แก่กระลาการ ๆ เรียกผู้ฃายมาให้รับเอาคนคืนแล้วให้ส่งเงินแก่เจ้าเงิน ถ้าผู้ฃายบังอาจมิรับเอาคนไป ตกอยู่ในกลางกระลาการ มีผู้มาช่วยไถ่ส่งเงินทุนให้แก่เจ้าเงิน คนนั้นเปนสิทธิแก่ผู้ไถ่ ถ้าคนนั้นต้องพิภาษหายหนีเมื่อหน้า ให้ผู้ฃายฝากคนก่อนนั้นใช้ต้นเงินท่านจงถ้วนตามฃายก่อนนั้น อย่าให้ลด {{ลปร1|กหน|8}} ๖ มาตราหนึ่ง ผู้ใดคึ่งเคียดแก่ข้าคนตนไซ้ ท่านให้ตีแต่ภอให้หลาบ ปราบแต่ภอให้กลัว ท่านมิให้ล้มตายเลย ถ้ามันคนร้ายสั่ง<ref name = "สั่ง">ต้นฉะบับ: สัง</ref> สอนมิได้ ให้ฃายมันเสีย ถ้าตีมันตาย ให้ไหมโดยศักดิ {{ซบ3|มือ|ไม้|เหลก}} {{ปก2|3}} นั้นแล {{ลปร1|กหน|9}} ๗ มาตราหนึ่ง เขนใจขาดแคลนเอา {{ซบ|บุตรภรรยา|พี่น้อง}} {{ปก2|2}} พ้องพันธุญาติทาษ {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} ไปฃายฝากไว้แก่ท่านให้ใช้ประจำเชิงกระยา<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> pykk9j7t9rvrmw3nsrj953h9677adua หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/81 250 45402 296705 296166 2026-09-22T08:02:50Z Vesperstelo 11696 296705 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว||ทาษ|๗๗}}{{สต}}</noinclude>เบี้ย<ref name = "เบี้ย"/> ถ้า {{ซบ|หญิง|ชาย}} {{ปก2|2}} ค่าตัวต่ำกว่า {{ซบ|๑๒|๑๔}} {{ปก2|2}} แสน ให้ค่อย {{ซบ|ใช้|สอย}} {{ปก2|2}} ผิดพลั้งสิ่งใด ทำแต่ภอควร อย่าให้เจ้าสีนข่มเหงใส่ {{ซบ|ฃื่อ<ref>ต้นฉะบับ: ฃือ</ref> คา|โซ่ตรวน}} {{ปก2|2}} ตีจำทำโดยอุก มีบาดเจบค้นหักบอดประการใด ท่านว่าเจ้าสีนมิชอบ แลให้ใหมผู้ทำนั้นเปนส่วน {{ซบ|ทาษ|ไท}} {{ปก2|2}} ให้ยกแต่เบี้ยส่วนทาษนั้นไว้ เอาส่วนไทนั้นใหมผู้ทำเปน {{ซบ|สีนใหม|พิไนย}} {{ปก2|2}} กึ่ง {{ลปร1|กหน|10}} ๘ มาตราหนึ่ง มีอาสนฃายตัวฝากไว้แก่ท่านก็ดี ฃายเมียลูกหลานไว้แก่ท่านก็ดี เอาเงินท่านไป<ref>ต้นฉะบับ: เอาเงินเงินไป</ref> มิได้ให้สารกรมธรรม์แก่ท่านมาให้ท่านใช้อยู่ ครั้นท่านตักเตือนจะเอาสารกรมธรรม์แก่มัน แต่มันผัด {{ซบ|วัน|คืน}} {{ปก2|2}} อยู่ได้ {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2|2}} เดือนปีหนึ่ง ให้สิทธแก่เจ้าทาษเหมือนไถ่มาแต่ท้องสำเภา ถ้าเกิดลูก {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} ไซ้ ให้เอาเสมอลูกทาษเปนสิทธิ เพราะมันดูบังเหดุแก่ท่าน {{ลปร1|กหน|11}} ๙ มาตราหนึ่ง ผู้ใดฃาดแคลนเอาลูกเมียญาติพี่น้องหลานเหลนผู้คนทาษไทไปฃายฝากไว้แก่ท่าน ๆ จะให้เบี้ย<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> g8f8nt4b5zakp6pdqio4p1jschzr9sr หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/82 250 45403 296706 296168 2026-09-22T08:03:24Z Vesperstelo 11696 296706 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว|๗๘|ทาษ|}}{{สต}}</noinclude>เงินแก่ผู้ฝาก ๆ ว่ายังมิเอา แลผู้ฝากว่าให้เอาคนไว้ก่อน แลผู้จะช่วยเอาตัวคนฝากไว้ใช้ มันทำให้ของท่านแตกหักหาย ท่านว่ายังมิให้เบี้ยเงินแก่ผู้ฃายมักง่ายใช้คน ถ้าของนั้นแต่แสนหนึ่งลงมา ท่านมิให้มันใช้เลย ถ้าของนั้นมากกว่าแสน<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า แสน ตกไป</ref> หนึ่งขึ้นไป ให้ทำเปนสามส่วน ให้มันใช้ส่วนหนึ่ง สองส่วนนั้นเปนพับแก่เจ้าของ ถ้าแลเจ้าเงินได้ให้เงินแก่ผู้ฃาย ๆ ได้ทำสารกรมธรรม์ให้แล้ว คนฝากมันทำให้ฃองท่านแตกหักหายไซ้ ให้มันใช้ของท่านจงถ้วน ถ้าเจ้าเงินใช้ให้มันเลี้ยงโคกระบือช้างม้าสัตวมีชีวิตร มันมิได้นำภาปล่อย<ref>ต้นฉะบับ: ปลอย</ref> ปละละโคกระบือช้างม้า<ref>ต้นฉะบับ: มา</ref> นั้นไว้ทำให้ของท่านหาย ให้ใช้ของท่านจงถ้วน ถ้ามันติดตามโคกระบือท่านไป แลโจรผู้ร้ายตีด่า<ref>ต้นฉะบับ: ดา</ref> มัดผูกมันผู้ทาษแล้วเอาวัวควายช้างม้านั้นไป ท่านมิให้มันไช้เลย ถ้าช้างม้าโคกระบือนั้นมากเหลือที่จะเลี้ยงรักษาแลหายด้วยประการใด ให้ทำเปนสองส่วน ให้มันใช้ส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่งเปนพับแก่เจ้าเงิน ถ้าแลมีโจรผู้ร้ายปล้นตีชิงเอาช้างม้าโคกระบือในบ้านแลกลาง {{ซบ|ทุ่ง|นา }} {{ปก2|2}} กลาง {{ซบ|ป่า|ดง }} {{ปก2|2}} กลาง {{ซบ|วัน|คืน }} {{ปก2|2}} เปนสัจไซ้ ท่านมิให้มันใช้เลย เพราะเหลือกำลังมันที่จะพิทักรักษาไว้ {{มปก}}<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> dje9u2mgn57de9n88gewwjs6w8a5axu หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/83 250 45404 296707 296170 2026-09-22T08:06:51Z Vesperstelo 11696 296707 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว||ทาษ|๗๙}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|12}} ๑๐ มาตราหนึ่ง ทาษฝากเจ้าเงินให้เลี้ยง {{ซบ|ช้างม้า|โคกระบือ}} {{ปก2|2}} สัตวให้เลี้ยงนั้นตาย เจ้าเงินจะคิดเอาค่าสัตวแก่ทาษนั้นมิได้ {{ลปร1|กหน|13}} ๑๑ มาตราหนึ่ง ฃายพี่น้องผู้คนไว้แก่ท่าน ๆ ใช้อยู่ ถ้าแต่สามขวบลงมา แลมันเปนผู้ร้ายคุมพวกพ้องปล้นสดมฆ่าฟันท่านตายให้เปนจุลาจลในแผ่นดินท่าน เอามาพิจารณาเปนสัจ ให้ผู้เปน<ref name = "เป็น">ต้นฉะบับ: คำว่า เปน ตกไป</ref> เชิงเบี้ยใช้จงเตมค่า เพราะมันฬ่อลวงเอาผู้ร้ายให้ท่านใช้ ถ้าพ้นสามขวบขึ้นไป จะเอาค่าคนคืนมิได้เลย เปนพับแก่นายเงินแล {{ลปร1|กหน|14}} ๑๒ มาตราหนึ่ง ผู้ใดมีทาษทาษี แลทรัพยอันจะคิดเอาแก่ทาษทาษีนั้นก็ยังมาก แลถ้อยความอันจะว่าแก่ทาษทาษีนั้นก็หลายกะทง แต่ยังอยู่ที่ตนนั้นมิได้ว่ากล่าว แลจะคิดเอาสิ่งของ<ref>ต้นฉะบับ: ข้อง</ref> นั้น ครั้นฃายไปอยู่แก่ท่านผู้อื่นแล้ว แลจะคิดเอาสิ่งของนั้น แลจะว่าความนั้น มิพึงให้คิดเอาแลว่ากล่าวเลย {{ลปร1|กหน|15}} ๑๓ มาตราหนึ่ง บุทคนผู้ใดเอาทาษแลบุตรไปฃายฝากไว้แก่ท่านมิขาดข้า แลนายเงินกุมเกาะประสมให้มีผัว มัน<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> lnlc7xeues9sd9zq3po1u278c0bmp26 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/371 250 48358 296684 296433 2026-09-21T13:42:15Z Vesperstelo 11696 296684 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" /></noinclude>{{ลปร1|ก|พระไอยการอา{{ชญ|2|5|4}}าหลวง|<ref>เขียนเป็นสองเล่ม เล่ม ๑ นี้พิมพ์ตามฉะบับหลวง L24.1y ยังเหลืออีกสองฉะบับตามเดิม คือ L24.1 (ก) และ L24.1x (ข)</ref>}} จะกล่าวลักษณผู้ต้องอธิกรโทษในพระราชอา{{ลปร1|ชญ}}าหลวงเปนข้อเลมิด {{ซบ|พระราชโองการ|พระราชปัญญัติ|พระราชเสาวะณี}} {{ปก2|3}} อันแจกจากเอกุณะดึงษมูลคดีซึ่งมีในคำภีร์พระะธรรมสาตรอันพระมโนสารอาจาริยมะนะสิการะกำหนดนำมาแต่จักระวาฬบรรพต โดยมีพระบาฬีดั่งนี้ {{กก|{{รมมจ |ราชาณติกฺกฺรมฺมวิรุทฺธกาโร<ref>ทั้งสามฉะบับเขียน วิรุทฺทกาโร</ref> |สุงฺกฺรญฺจ วีตญฺจ อวาหรนฺโต |เอกฏฺฐ<ref>ต้นฉะบับ: เอกฏ แก้ตาม ก และ ข</ref> โทโส จ ผฺรเสยฺย นิตฺรมฺมฺ |โปราณราเชน นรินฺท อาณฺรมฺมฺ |วีนาส<ref>ก: วินาส</ref> การมฺมฺ วรราชทุฏฺโฐ }}}} แปลเนื้อความว่า {{หนา|วรราชทุฏฺโฐ}} อันว่าบุทคลทุระยศต่อพระมหากระษัตรเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ {{หนา|สุงฺกฺรญฺจ วีตญฺจ}}<ref>ก: วิตญฺจ</ref> {{หนา|อวาหรนฺโต}} แลประทุษร้ายเบียดบังลอบลักส่วยสัตภัยา<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> hfsc1464vmmo1qk1jxnlhv85a5an68v หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/206 250 76581 296680 296417 2026-09-21T13:30:04Z Vesperstelo 11696 296680 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๒๐๒|เบดเสรจ}}{{สต}}</noinclude>ตัวละ ๒๐๐๐๐ ม้าผู้ตัวละ ๙๐๐๐ เมียตัวละ ๘๐๐๐ โคผู้ตัวละ ๑๐๐๐๐ เมียตัวละ ๙๐๐๐ กระบือผู้ตัวละ ๑๑๐๐๐ เมียตัวละ ๑๐๐๐๐ ให้ใช้เข้าท่านโดยมากแลนอ้ย ให้คืนตัวสัตวนั้นให้เจ้าของ ถ้ากินเข้าท่านเมื่อออกรวง ให้ไหมช้างผู้ตัวละ ๔๔๐๐๐ เมียตัวละ ๓๓๐๐๐ ม้าผู้ตัวละ ๑๑๐๐๐ เมียตัวละ ๑๐๐๐๐ โคผู้ตัวละ ๑๖๐๐๐ เมียตัวละ ๑๔๐๐๐ กระบือผู้ตัวละ ๑๗๐๐๐ เมียตัวละ ๑๕๐๐๐ ให้ใช้เข้าท่าน ถ้ากินเข้ากล้าท่าน ให้ไหมช้างผู้ตัวละ ๓๒๐๐๐ เมียตัวละ ๒๘๐๐๐ ม้าผู้ตัวละ ๑๐๐๐๐ เมียตัวละ ๙๐๐๐ โคผู้ตัวละ ๑๑๐๐๐ เมียตัวละ ๑๐๐๐๐ กระบือผู้ตัวละ ๑๔๐๐๐ เมียตัวละ ๑๑๐๐๐ ให้ใช้เข้ากล้าท่าน ถ้ากินเข้าม้านยังไม่เปนรวง ให้ไหมช้างผู้ตัวละ ๑๐๐๐๐ เมียตัวละ ๘๐๐๐ ม้าผู้ตัวละ ๓๐๐๐ เมียตัวละ ๒๐๐๐ โคผู้ตัวละ ๔๐๐๐ เมียตัวละ ๓๐๐๐ กระบือผู้ตัวละ ๕๐๐๐ เมียตัวละ ๔๐๐๐ ให้ใช้เข้าท่านตามมากแลน้อย {{ลปร1|กหน|2}} ถ้าผู้ใดแกล้ง {{ซบ|ผูก|จูง|ขี่}} {{ปก2|3}} ช้างม้าโคกระบือให้กินเข้าท่านเมื่อเปน {{ซบ|ต้นลำ|เข้าม้าน|เข้ารวง}} {{ปก2|3}} ให้ไหมช้างผู้ตัวละ ๑๕๐๐๐๐ เมียตัวละ ๑๑๐๐๐๐ ม้าผู้ตัวละ ๔๐๐๐๐ เมียตัวละ ๓๖๐๐๐ โคผู้ตัวละ ๕๒๐๐๐ เมียตัวละ ๔๒๐๐๐ กระบือผู้ตัวละ ๕๖๐๐๐ เมียตัวละ ๔๕๐๐๐ แล้วให้ใช้เข้าท่านตามมากแลน้อย {{มปก}}<noinclude></noinclude> ma194k8avxqi2415otmum4wpbyi3dr7 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/207 250 76582 296681 296419 2026-09-21T13:30:37Z Vesperstelo 11696 296681 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๒๐๓|เบดเสรจ}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|3}} ถ้าผู้ใดแกล้ง {{ซบ|ผูก|จูง|ขี่}} {{ปก2|3}} ช้างม้าโคกระบือให้กินเข้ากล้าท่าน ให้ไหมช้างผู้ตัวละ ๑๒๐๐๐๐ เมียตัวละ ๙๐๐๐๐ ม้าผู้ตัวละ ๓๐๐๐๐ เมียตัวละ ๒๖๐๐๐ โคผู้ตัวละ ๔๖๐๐๐ เมียตัวละ ๓๔๐๐๐ กระบือผู้ตัวละ ๔๘๐๐๐ เมียตัวละ ๓๖๐๐๐ แล้วให้ใช้เข้ากล้าท่านตามมากแลน้อย {{ลปร1|กหน|4}} ๒ มาตราหนึ่ง วัวควายเจ้าเดียวก็ดี ต่างเจ้าก็ดี กินเข้าท่านไร่ {{ซบ|๑|๒|๓}} {{ปก2|3}} ไร่ถึง {{ซบ|๒๐|๓๐}} {{ปก2}} ไร่แหลกย่อยยับไปก็ดี ท่านให้นับตัววัวควายช้างม้าสิ่งละสิบตัวลงมา ให้ไหม ถ้าพ้นกว่านั้นขึ้นไปถึงร้อยตัวพันตัวเข้าแหลกยับเสียสิ้น ให้คงไหมแต่ในสิ่งละสิบตัว แล้วให้เวนเข้าในนาให้แก่เจ้าช้างม้าโคกระบือ ให้นายบ้านนายเมืองร้อยแขวงกรมการกำนันนายอำเพอดูมากแลน้อยให้ใช้เข้าท่าน {{ลปร1|กหน|5}} ๓ มาตราหนึ่ง ช้างม้าโคกระบือผู้ใดกินแต่ใบเข้า ต้นเข้าหมีได้เสีย ท่านว่าอย่าให้มีโทษแก่เจ้าช้างม้าโคกระบือนั้นเลย อนึ่งถ้าช้างม้าโคกระบือกินเข้าในนาผู้ใด เจ้าเข้าตีช้างม้าโคกระบือแล้ว อย่าให้ใช้เข้าซึ่งช้างม้าโคกระบือกิน<noinclude></noinclude> td6hknr07z8wkjchlzgrkso8uldj5d6 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/208 250 76583 296682 296421 2026-09-21T13:35:34Z Vesperstelo 11696 296682 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๒๐๔|เบดเสรจ}}{{สต}}</noinclude>นั้นเลย ถ้าเจ้าเข้าตีช้างม้าโคกระบือถึงพิกาลด้วยประการใด ๆ ให้เวนสัตวนั้นแก่มันผู้ตี ให้มันผู้ตีใช้สัตวท่าน ให้เจ้าช้างม้าโคกระบือใช้โภชนซึ่งสัตวกินนั้นแก่เจ้าโภชนตามมากแลน้อย ๔ ถ้าตีตาย ให้เจ้าเข้าใช้สัตวท่าน อย่าให้เจ้าของสัตวใช้เข้าซึ่งสัตวกินนั้นเลย ถ้าเจ้าเข้าบังอาจ์ยิงแทงฟังช้างม้าโคกระบือของท่านซึ่งเฃ้ากินเข้าตนถึงพิกาลด้วยประการใด ท่านให้ไหมผู้นั้นเปนฃ้อเลมิดลาหนึ่ง แล้วให้เวนสัตวซึ่งพิกาลแก่ผู้นั้น แล้วให้มันใช้ค่าสัตวให้แก่เจ้าของ ถ้า {{ซบ|ยิง|แทง|ฟัน}} {{ปก2|3}} ถึงตาย ให้ไหมมันเปนข้อเลมิดทวีคูน แล้วให้ใช้ค่าสัตวซึ่งตายนั้นแก่เจ้าของ เพราะมันบังอาจ์แลหามีความกรรุณาแก่สัตวซึ่งมีคุณไม่ {{ลปร1|กหน|6}} ๕ มาตราหนึ่ง ถ้ากินไร่ {{ซบ|๑|๒|๙|๑๐}} {{ปก2|4}} ไร่ {{ซบ|๒๐|๓๐}} {{ปก2}} ไร่ เหลืออยู่ไร่ {{ซบ|๑|๒}} {{ปก2}} ไร่ก็ดี หมีได้เหลือก็ดี ให้ดูนาซึ่งอยู่สองข้าง ไดมากน้อยให้เอาเปนทำเนียม ถ้าเจ้าช้างม้าวัวควายหมียืน ให้นับตัวไถ่เอาโดยขนาด ให้เอาอา{{ชญ}}าลงแก่เจ้าช้างม้าวัวควายนั้น {{ลปร1|กหน|7}} ๖ มาตราหนึ่ง ขับฝูงวัวไปลุยเข้าท่านเสียก็ดี ขับฝูง<noinclude></noinclude> 3ttdlh0jq508db7sgqduobs4nq6w8q3 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/209 250 76584 296683 296423 2026-09-21T13:39:33Z Vesperstelo 11696 296683 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๒๐๕|เบดเสรจ}}{{สต}}</noinclude>ควายลุยเข้าท่านเสียก็ดี ขับโขลงลุยเข้าท่านเสียก็ดี ท่านให้ไหมโดยกระบิลเมือง {{ลปร1|กหน|8}} ๗ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเลี้ยงหมู ให้พิทักรักษาใส่เล้าไว้ อย่าให้ปล่อยปละละไปกินเข้าท่าน แลผู้ทำเข้ากล้าให้พิทักรักษาล้อมกล้าไว้จงคำนับ ถ้าเจ้าหมูหมีได้พิทักรักษาใส่เล้าไว้ ปล่อยปละละไปกินเข้า {{ซบ|ต้น|รวง}} {{ปก2}} ท่าน ๆ แทงตาย หาโทษหมีได้ ถ้าหมูท่านใส่เล้าไว้ แลเจ้าเข้าหมีได้ล้อมเข้ากล้าของตนไว้ แลหมูนั้นพลัดออกจากเล้ากินเข้ากล้า เจ้าเข้าแทงตาย ท่านว่าให้ใช้ค่าหมูเขา {{ลปร1|กหน|9}} ๘ ถ้าขับวัวไต่คันนาวัวลุยเข้าท่าน ให้ไหม ๑๑๐๐๐ {{ลปร1|กหน|10}} อนึ่งถ้ากองเข้าไว้ในร้านก็ดี แห่งใด ๆ ก็ดี แลหมีได้ล้อมวงป้องกันไว้ แลวัวควายช้างม้ากินเข้าท่าน ท่านหมีให้มีโทษเลย เพราะว่าเจ้าของหมีได้รักษาอยู่ {{ลปร1|กหน|11}} อนึ่งถ้าโคนั้นมีตรุณวัดแต่ใน ๑๕ วันไปเหยียบโภชนเสียก็ดี บริโภกก็ดี หาโทษหมีได้ ถ้าตรุณวัตพ้นกว่า ๑๕ วันแล้วเหยียบก็ดี บริโภกก็ดี ให้เจ้าโคใช้โภชนนั้น {{มปก}}<noinclude></noinclude> 9lq5m7kjn4bdacmsaupbg7blycpitsn หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/13 250 76591 296657 296610 2026-09-21T13:10:09Z Vesperstelo 11696 296657 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๙|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>เปนสัจว่าชายทำชู้ด้วยเมียมันจริงไซ้ ยังมิได้ทอดสินไหมพิใน แลชายผู้ผัวนั้นได้สู่หาเมียตนในกระลาการไซ้ ท่านว่าชายผู้ผัวนั้นมิชอบระบอบความเมืองท่าน แลให้พระสุภาวดีไหมชายชู้นั้นจงเตม แลสินไหมซึ่งเจ้าผัวจได้นั้น อย่าให้แก่เจ้าผัวเลย ให้ส่งเข้าพระคลังหลวงจงสิ้น เพราะมันยังรักเมียมัน จะมาหาความแก่ท่านเยิยใด ชายชู้ผู้ผิดนั้นไซ้อย่าให้เคยทำร้ายเมียท่านอันอยู่ในแผ่นดินแห่งพระเจ้าอยู่หัว {{ลปร1|กหน|16}} ๑๖ มาตราหนึ่ง หญิงใดนอกใจผัวมีชู้ ชายชู้ตีฟันแทงชายผู้เปนผัวตาย ท่านว่าให้ฆ่าชายชู้แลหญิงนั้นให้ตกไปตามกัน ถ้ามิตายแต่บาดเจบไซ้ ให้ไหมชายชู้เปนปรถมผิดเมียทวีคูน แล้วให้ไหมโดยบาดเจบนั้นอีกโสดหนึ่ง ส่วนหญิง<ref>ฉะบับรองทรง: หญิงนั้น</ref> ไซ้ให้ประจานโดยพระราชกฤษฎีกา {{ลปร1|กหน|17}} ๑๗ มาตราหนึ่ง หญิงใดมีผัวแล้วมันไปถึงเย่า<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า แล้วมันไปถึงเย่า ลบเสีย เพิ่มตามฉะบับรองทรง</ref> เรือนชาย ๆ ทำชู้ด้วยหญิงนั้น ผัวมันรู้ว่าชายทำชู้ด้วยเมียมัน พิจารณาเปนสัจไซ้<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า เปนสัจไซ้ ลบเสีย เพิ่มตามฉะบับรองทรง</ref> ท่านให้ไหมชายชู้ให้แก่เจ้าเมีย แลให้ผจานหญิงนั้นโดยพระราชกฤษฎีกา {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> o5zpiv4oq00ntfx9ben5n8570gjm146 ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉะบับหลวงตรา 3 ดวง/เล่ม 2/ส่วนที่ 1 0 76686 296646 296575 2026-09-21T12:26:18Z Vesperstelo 11696 296646 wikitext text/x-wiki {{header | title = {{ลปร1|2|2}} | year = 2529 | author = | editor = | translator = | section = 1. พระไอยการลักษณผัวเมีย | contributor = | previous = [[../|หน้าต้น]] | next = {{ลปร1|4|2|2}} | notes = | portal = กฎหมายผัวเมีย }} <pages index="Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu" from="5" to="74"/> ---- {{reflist}} {{reflist|group=วซ}} o85e5jfm61x2ocd5fbmkhnlb8iokjt1 296647 296646 2026-09-21T12:27:47Z Vesperstelo 11696 296647 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = {{ลปร1|2|2}} | year = 2529 | author = | editor = | translator = | section = 1. พระไอยการลักษณผัวเมีย | contributor = | previous = [[../|หน้าต้น]] | next = {{ลปร1|4|2|2}} | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = | portal = กฎหมายผัวเมีย }} <pages index="Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu" from="5" to="74"/> ---- {{reflist}} fpzihxrm8zj5f6ac03avt0p7gdvxvfm หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/30 250 76701 296628 296064 2026-09-21T11:59:30Z Vesperstelo 11696 296628 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๒๖|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>เปนผัวเมีย<ref>ฉะบับรองทรง: ผัวเมียกัน</ref> แลวิวาทเคียดฟุนกัน ชายไปจากเรีอนหญิง มิได้นำภาช้านานพ้นกำหนฎ แลทรัพยสิ่งของ ๆ ชายยังระคนปนกันอยู่ณะเรือนหญิง ชายมิได้เอามา ท่านว่าชายยังรักหญิงอยู่ จึ่งมิได้เอาทรัพยสีงของไป ท่านว่าชายเลมิด เปนแต่โทโสมาแฃก จะเอาเปนขาดจากผัวเมียกันนั้นมิได้ ถ้าหญิงนั้นทำนอกใจมีผัวอื่นไซ้ ให้ไหมชายชู้โดยผิดเมียร้าง ถ้าแลพ่อแม่พี่น้องหญิงนั้นยอมด้วยไซ้ ให้ไหมพ่อแม่พี่น้องหญิงโดยชักสื่อ {{ลปร1|กหน|53}} ๕๓ มาตราหนึ่ง {{ซบ|ผัว|เมีย}} {{ปก2|2}} ตีด่ากัน หญิงลงเรือนหนี<ref>ฉะบับรองทรง: คำว่า หนี ไม่มี</ref> ไปอยู่ด้วย {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} ลุงตาญ่ายายพี่ป้าน้าอา แลชายไปเริยกหาจรับคืนมา หญิงมิมา ถ้าหญิงมีชู้ผัวไซ้ ให้ไหมโดยขนาด {{ลปร1|กหน|54}} ๕๔ มาตราหนึ่ง ผัวเมียตีด่าวิวาทกัน แลหญิงเคิยดลงเรือนไปอยู่บ้านเรือนพ่อแม่ลุงตา แลชายตามแข่งหน้าไปสู่หาพ่อแม่ลงุตาแห่งหญิงนั้น แล {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} ลุงตาหญิงมิเรืยกหา มิเอาหมากพลูมาสู่กิน แลหญิงนั้นมีชู้ผัวไซ้ ท่านให้ไหมชายชู้แล {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} ลุงตาหญิงด้วยโดยพระราชกฤษฎีกา {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> jrelynp5pvnzeqr9g5vkq50ujfnfa2a หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/31 250 76702 296629 296066 2026-09-21T12:05:52Z Vesperstelo 11696 296629 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๒๗|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|55}} ๕๕ มาตราหนึ่ง {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} อยู่กินเปนผัวเมียกัน แลชายคิดเอาใจออกนอกใจหญิง ยักย้ายทรัพยสิ่งของเกบเอาสีนเดิมสีนสมรศไปไว้แก่ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} ญาติพี่น้องแห่งตน ไปมีเมียอื่นก็ดี แลเกบเอาทรัพยสิ่งของไป มิได้มีเมียอื่น ร้างหญิงไว้พ้นกำหนฎก็ดี แลชายแกล้งขับไล่หญิงเสีย เกบเอาทรัพยสิ่งของไว้แต่ผู้เดียวก็ดี หญิงมาร้องฟ้อง พิจารณาเปนสัจ ท่านว่าชายนั้นเลี้ยงหญิงมิเปนธรรม ให้ชายส่งทรัพยสิ่งของซึ่งเกบไปนั้นมาจงถ้วน ควนให้ปันสีนเดิมให้แก่หญิงแก่ชายตามเดิม สีนสมรศซึ่งชายเกบเอาไปแลหญิงได้ไว้มีมากน้อยเท่าใด ปันให้แก่ชายหญิง<ref>ฉะบับรองทรง: แก่ชายแก่หญิง</ref> คละกึ่ง ให้ {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} ขาดจากผัวเมียกัน เหดุชายมิได้เลิ้ยงหญิงโดยธรรม {{ลปร1|กหน|56}} ๕๖ มาตราหนึ่ง ชายใดทำชู้ด้วยเมียร้าง ท่านให้ไหมชายชู้กึ่งปรถมผิดเมียเปน {{ซบ|สีนไหม|พิไนย}} {{ปก2|2}} กึ่ง ส่วนหญิงร้ายให้มี<ref name = "มิ"/> โทษผจานจงเตมตามบท<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า บท ตกไป เพิ่มตามฉะบับรองทรง</ref> พระไอยการเดิม เหดุหญิงลเมิด<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> lp4dqjjsri82m8wm88umq1oxaz094l1 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/32 250 76703 296630 296068 2026-09-21T12:06:08Z Vesperstelo 11696 296630 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๒๘|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>มิทำตามพระราชกำหนฎ มันจะสมักอยู่แก่ผู้ใดก็ตามใจหญิงนั้นแล กล่าวลักษณ {{ซบ|ผัว|เมีย}} {{ปก2|2}} วิวาทร้างกันโดยสงเขบยุติแต่เท่านี้ {{ลปร1|กหน|57}} ๕๗ มาตราหนึ่ง ชายใดไปเลิ้ยง {{ซบ|ลูกสาว|หลานสาว}} {{ปก2|2}} ท่าน ให้ยำเกรงพ่อแม่ผู้ {{ซบ|เถ้า|แก่}} {{ปก2|2}} แลญาติพี่น้องแห่งหญิงเสมอพ่อแม่ผู้ {{ซบ|เถ้า|แก่}} {{ปก2|2}} แลญาติพี่น้องแห่งตน อย่าให้ทำความสปรมาทอันมิชอบ ถ้าชายนั้นวิวาท ผู้ {{ซบ|ด่า|ตี}} {{ปก2|2}} ภรรยา แลจับหอกดาบธนูน่าไม้สรรพอาวุททังปวงจะฟันแทงภรรยา พ่อตาแม่ยายญาติพี่น้องหญิงห้ามมิฟังก็ดี แลชายหยาบช้า {{ซบ|ด่า|ตี}} {{ปก2|2}} ทุบถองฟันแทง {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} ผู้เถ้าผู้แก่แห่งหญิงเจบปวดไม่ถึงสาหัดก็ดี ท่านว่าชายนั้นอุกอาจนัก ให้เอาสิ่งสีนแลของ ๆ มันคืนให้แก่มัน ถองส่งขับมันเสีย อย่าให้บาดไหมดั่งฉันผู้อื่น ถ้ามันยังรักเมียมันอยู่ มันฃอลุกะโทษว่าตัวมันผิดแล้ว ให้มันแต่งเฃ้าตอกดอกไม้ธูปเทียนผัาหัวหนึ่งเล่าเข้าเปดไก่ไหว้ {{ซบ|พ่อตา|แม่ยาย}} {{ปก2|2}} สมักสมาแล้ว จึ่งให้มันอยู่กินด้วยลูกสาวสืบไป {{มปก}}<noinclude></noinclude> f4t7lg51wajq3265t43r1phaawns846 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/33 250 76704 296631 296070 2026-09-21T12:06:28Z Vesperstelo 11696 296631 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๒๙|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>ถ้ามันชกตีฟันแทงทุบถอง {{ซบ|พ่อตา|แม่ยาย}} {{ปก2|2}} ผู้เถ้าผู้แก่แห่งหยิงมีบาดเจบถึงษาหัดสากรรจก็ดี และมันเปนโจรผู้ร้ายก็ดี ท่านว่าชายนั้นทุจริตหยาบช้าหามารยาตมิได้ดูบังเหดุ ให้พ่อตาแม่ยายริบเอาทรัพยสิ่งของของชายนั้นไว้ให้แก่หญิงจงสิ้น ให้ขับมันเสีย อย่าให้มันอยู่ด้วยลูกสาวสืบไป จะได้ความฉิบหายเสีย ถ้าลูกสาวยังรักผัวมัน จะตามผัวมันไป ก็ตามใจมัน ทรัพยสิ่งของทังนั้นอย่าให้มันเลย ถ้ามันมีลูกไซ้ ให้เอาทรัพยนั้นไว้แก่ลูกมัน เพราะมันมีรู้จักคุณท่านแล {{ลปร1|กหน|58}} ๕๘ มาตราหนึ่ง ชายไปเลี้ยงลูกสาวท่าน ให้ยำเกรงพ่อแม่ผู้เถ้าผู้แก่แลญาติแห่งหญิง ถ้าชายมี<ref name = "มิ"/> พยดกินเล่ามักด่าตีเมียตน พ่อตาแม่ยายห้ามปรามมิฟัง มันว่ากล่าวเกินเลยหยาบช้า แลให้เครื่องอันมิดีแก่พ่อตาแม่ยายก็ดี แลมันฉุกละหุกตีเมียไปต้องพ่อตาแม่ยายก็ดี ให้มันแต่งเฃ้าตอกดอกไม้ธูปเทียนสะมาพ่อตาแม่ยาย แล้วให้เรียกเอาทานบนไว้ พี่เมียน้าเมียดุจเดียวกันแล {{ลปร1|กหน|59}} ๕๙ มาตราหนึ่ง ผัวเมียวิวาทตีกันจับหอกดาบแหลนหลาวธนูน่าไม้มีดพร้า แลมีผู้ช่วยห้าม ภอต้องผู้ช่วยห้ามนั้นบาดเจบไซ้ ให้ไหมเปน {{ซบ|สีนไหม|พิไน}} {{ปก2|2}} กึ่ง {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 87xe2rfr2ayurf6nxnocajlygy9k490 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/34 250 76705 296632 296072 2026-09-21T12:06:44Z Vesperstelo 11696 296632 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๓๐|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|60}} ๖๐ มาตราหนึ่ง สามีภิริยาอยู่ด้วยกัน ภิริยามีความผิด สามีจะปราบปรามตีโบยหญิง หญิงจะเอาโทษแก่สามีนั้นมิได้ ถ้าภิริยาด่าว่าหยาบช้าแก่สามี ให้ภิริยาเอาเฃ้าตอกดอกไม้ฃอโทษแก่สามีจึ่งควร {{ลปร1|กหน|61}} ๖๑ มาตราหนึ่ง ชายไปเลิ้ยง {{ซบ|ลูก|หลาน}} {{ปก2|2}} สาวท่าน แลมีสิ่งสีนไปด้วยเปนคำนับ ถ้าชายหยาบช้าต่อ {{ซบ|ด่า|ตี}} {{ปก2|2}} พ่อตาแม่ยายแลผู้เถ้าผู้แก่แห่งหญิง แลชายนั้นไม่ทำทานบนให้ก็ดี ไม่สะมักสมา {{ซบ|พ่อตา|แม่ยาย}} {{ปก2|2}} ผู้เถ้าผู้แก่ก็ดี หญิงว่ามิอยู่เปนเมียชายนั้นสืบไป ให้เอาทรัพยสิ่งของทังปวงแห่งชายซึ่งยังบริคนอยู่นั้นส่งให้แก่ชายนั้นเสีย เหดุว่าทรัพยสิ่งสีนทังนี้เปนที่คำนึงพึงใจเสน่ห<ref>ฉะบับรองทรง: คำนึ่งพึ่งใจเสน่หา</ref> แก่ทวยราษฎรทังหลาย ท่านจึ่งว่าให้เอาส่งเสียแก่มันจงแล้ว อย่าให้เอาทรัพยสิ่งของมันไว้ให้เปนบริคนสืบไปเลย แล้วให้ขับมันเสีย อย่าให้มันอยู่ด้วยลูกสาวสืบไป ถ้าแลทรัพยสิงสีนแห่งมันยังบริคนอยู่แก่หญิง หญิงมิส่งให้แก่มันไซ้ ท่านว่าหญิงนั้นยังเปนเมียชายนั้นอยู่แล กล่าวลักษณผัวเมียวิวาทกันเกินเลย {{ซบ|พ่อตา|แม่ยาย}} {{ปก2|2}} โดยสงเขบแต่เท่านี้ {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> kpcbi615m1n6bj0nkjj33zh75tpkljc หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/35 250 76707 296633 296074 2026-09-21T12:07:03Z Vesperstelo 11696 296633 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๓๑|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|62}} ๖๒ มาตราหนึ่ง ผัวไปค้าแต่จังหวัดหัวเมืองพระราชเสมามณฑลเมีองขึ้นแห่งพระเจ้าอยู่หัว แม้นไปพ้นกำหนดปีหนึ่งชายมิมา ท่านว่าหญิงชายขาดจากผัวเมียกัน ถ้าชายมิมา ฝากของมาถึงเมียตนก็ดี ให้หนังสือมาบอกศุขทุกไข้เจบให้รู้กังวลแห่งตนก็ดี กำหนด ๓ ปี ถ้าพ้นกำหนด ชายมิมา พระราชกฤษฎีกาว่าหญิงนั้นมิได้เปนเมียชายนั้นเลย หญิงมีชู้เอาผัวหาโทษมิได้ ทังชายผู้ผัวไหม่นั้นก็หาโทษมิได้เลย ถ้าชายผู้ใดเอาหญิงเปนชู้เปนเมียแต่ในกำหนดนั้น คือเมียท่านแล ให้ไหมโดยขนาด ถ้าแลพ้นกำหนดแล้วหญิงมีชู้ผัว<ref>ฉะบับรองทรง: มีชู้มีผัว</ref> แลชายผัวเก่านั้นมาทำร้ายแก่ชายก็ดี หญิงก็ดี ท่านว่ามันล่วง<ref>ต้นฉะบับ: ลวง</ref> อา{{ชญ|2}}าท่าน ให้ไหมทวีคูน แม้นว่าชายไปเมืองจีนไปชะแลไปเชียงไหม่ไปพังค่า<ref>ฉะบับรองทรง: พังคา</ref> ไปชะวาผาแดงดั่งนั้นไซ้ ท่านให้หญิงอยู่ถ้าสามปี ถ้าได้ข่าวว่าสลัดจับชายผัวไปได้ แลสำเภาสลัดไปตกข้าศึก ให้หญิงอยู่ถ้าเจดปี ถ้าพ้น {{ซบ|๓|๗}} {{ปก2|2}} ปีแล้ว หญิงมีชู้ผัว มิให้มีโทษแก่หญิงชายนั้นเลย ถ้าชายผัวเก่ามาทำร้ายแก่เฃาทังสองไซ้ ท่านให้ไหมดุจเดียวแล {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> s41kcvm52qp52qn6t7gfgzra0pkkuv2 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/36 250 76708 296634 296076 2026-09-21T12:07:36Z Vesperstelo 11696 296634 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๓๒|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|63}} ๖๓ มาตราหนึ่ง ถ้าพระผู้เปนเจ้าไช้ไปการณรงคสงคราม แลไปสื่อเมีองปลอมเมีองใก้ลก็ดี ไกลก็ดี พายหลังถ้าภรรยาขัดสนกังวลทุขยากประการใด ให้บอกมุนนาย<ref>ฉะบับรองทรง: แก่มุนนาย</ref> อนาพญาบาลให้ช่วยกราบทูลพระเจ้าอยู่หัว ถ้าหญิงมีชู้ผัวไซ้ ให้ไหมจัตุรคูนให้แก่เจ้าผัวจงสิ้น แล้วให้ลงโทษ {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} นั้นโดยขนาด กล่าวลักษณผัวไปค้าแลไปราชการกำหนดให้หญิงอยู่ถ้าโดยสงเขบแต่เท่านี้ {{ลปร1|กหน|64}} ๖๔ มาตราหนึ่ง ชายก็ดี หญิงก็ดี ได้ทาษเปนทรัพยมรฎกแห่ง {{ซบ|พ่อแม่|พี่น้อง}} {{ปก2|2}} มาก็ดี ไถ่มาก็ดี แลได้รับพระราชทานพัทยาไร่นาอากร เมื่อเฃาผัวเมียยังอยู่ด้วยกันไซ่ ให้เอาเปนสมรศ อนึ่งข้าเดิมแห่งหญิงก็ดี แห่งชายก็ดี มาอยู่เกิดลูกเมื่อเขาผัวเมียอยู่ด้วยกันนั้นแล้ว แลผัวเมียจะหย่ากันไซ้ ให้ปันเอาลูกทาษนั้นเปนสมรศ แลตัวข้าเดิมนั้นให้คงตามเดิมแห่งหญิงชายนั้น {{ลปร1|กหน|65}} ๖๕ มาตราหนึ่ง สามีภิริยาวิวาทจะหย่ากัน สามีให้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> fx6bz1xhf9zuc6dsfft0eeb1f177e42 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/37 250 76724 296635 296078 2026-09-21T12:07:55Z Vesperstelo 11696 296635 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๓๓|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>หนังสือแก่ภิริยา ภิริยาให้หนังสือแก่สามี ต่อหน้าผู้เถ้าผู้แก่ ท่านว่าฟังเอาหนังสือสามีภิริยานั้นได้ เขาสามีภริยาฃาดจากผัวเมียกัน {{ลปร1|กหน|66}} ๖๖ มาตราหนึ่ง สามีภิริยาวิวาทกัน สามีให้หนังสือหย่าแก่ภิริยา มี<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า มี ตกไป เพิ่มตามฉะบับรองทรง</ref> ผู้ลุกนั่งรู้เหนหนหนึ่งแล้ว สามีกลับคืนไปอยู่แก่ภิริยา ภิริยาก็อยู่กินด้วยสามีสืบไป แล้วมีผู้รู้เหนว่าเขาคืนดีด้วยกันไซ้ ท่านว่าเฃาเปนสามีภิริยากันอยู่ ถ้าภิริยานั้นมีชู้ผัว ให้ลงโทษโดยขนาด {{ลปร1|กหน|67}} ๖๗ มาตราหนึ่ง ภิริยาสามีมิชอบเนื้อพึงใจกัน เฃาจะหย่ากันไซ้ ตามน้ำใจเฃา เหดุว่าเฃาทังสองนั้นสิ้นบุญกันแล้ว จะจำใจให้อยู่ด้วยกันนั้นมิได้ {{ลปร1|กหน|68}} ๖๘ มาตราหนึ่ง ผัวเมียอยู่ด้วยกัน ต่างคนต่างผิดใจกัน จะหย่ากันไซ้ ให้หญิงส่งสีนสอดขันหมากแก่ชาย ถ้ามีลูกด้วยกันไซ้ ท่านมิให้ส่งสีนสอดขันหมากแก่ชายเลย ให้เรียกสีนเดิมทังสองข้าง สินสมรศไซ้ให้แหวกปันเปนสามส่วน ให้ชายสองส่วน ให้แก่หญีงส่วนหนึ่ง ถ้าหญิงนั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> rjnxg4azii8lh8m0fk3potlvbfh9ysq หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/38 250 76725 296636 296080 2026-09-21T12:08:38Z Vesperstelo 11696 296636 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๓๔|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>เขามีทุนเดิมซื้อ<ref>ต้นฉะบับ: ชื้อ</ref> ฃายจ่ายได้กำไร<ref>ต้นฉะบับ: กำไร่</ref> แลชายหาทุนเดิมมิได้ไซ้ ท่านให้ปันสีนสมรศนั้นสามส่วน ได้แก่หญิงสองส่วน ได้แก่ชายส่วนหนึ่ง เพราะชายหาทุนมิได้ ชายได้ไปหารักษาจึ่งได้ {{ลปร1|กหน|69}} ๖๙ มาตราหนึ่ง สามีภิริยาวิวาทจะหย่ากัน ให้บิดามานดาผู้เถ้าผู้แก่ไถ่ถามไต่สวนดูให้รู้ว่าผู้ใดผิดผู้ใดชอบ ถ้าผู้ชายผิด ลุกะโทษ ชายให้หนังสือสัญญาทานบนไว้แก่ผู้เถ้าผู้แก่บิดามานดาพี่น้องแห่งหญิงแล้ว แล้วชายนั้น<ref>ฉะบับรองทรง: แห่งหญิงแล้วชายนั้น</ref> แปรปากหลากคำ มิได้ทำตามหนังสือสัญญาทานบนให้ไว้นั้น ถ้ามันยังกระทำความชั่ว ว่ากล่าวมิฟังอีกเล่าไซ้ ท่านว่าให้กระทำตามหนังสือสัญญาทานบนซึ่งทำให้ไว้แก่ท่านั้น {{ลปร1|กหน|70|<ref>ต่อจากนี้เข้าอยู่ในเล่ม ๒ เหลือฉะบับหลวงแต่ฉะบับเดียว คือ L10.2 กับฉะบับรองทรง</ref>}} ๗๐ มาตราหนึ่ง ผัวเมียอยู่ด้วยกัน ผัวไปค้าได้เมียใหม่มาด้วย ชายทำเคียดแก่เมียก่อนแลจะอย่ากันไซ้ ให้แบ่งสีนนั้นกึ่ง เพราะเมียก่อนนั้นหาโทษมิได้ ผู้ชายนั้น<ref>ฉะบับรองทรง: ชายผู้นั้น</ref> อาธรรม {{ลปร1|กหน|71}} ๗๑ มาตราหนึ่ง ชายใดข่มขืนหญิงม่ายถึงชำเรา ให้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> k9lfq91ry4rtjltllu91fiz7jz7p2hg 296637 296636 2026-09-21T12:09:00Z Vesperstelo 11696 296637 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๓๔|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>เขามีทุนเดิมซื้อ<ref>ต้นฉะบับ: ชื้อ</ref> ฃายจ่ายได้กำไร<ref>ต้นฉะบับ: กำไร่</ref> แลชายหาทุนเดิมมิได้ไซ้ ท่านให้ปันสีนสมรศนั้นสามส่วน ได้แก่หญิงสองส่วน ได้แก่ชายส่วนหนึ่ง เพราะชายหาทุนมิได้ ชายได้ไปหารักษาจึ่งได้ {{ลปร1|กหน|69}} ๖๙ มาตราหนึ่ง สามีภิริยาวิวาทจะหย่ากัน ให้บิดามานดาผู้เถ้าผู้แก่ไถ่ถามไต่สวนดูให้รู้ว่าผู้ใดผิดผู้ใดชอบ ถ้าผู้ชายผิด ลุกะโทษ ชายให้หนังสือสัญญาทานบนไว้แก่ผู้เถ้าผู้แก่บิดามานดาพี่น้องแห่งหญิงแล้ว แล้วชายนั้น<ref>ฉะบับรองทรง: แห่งหญิงแล้วชายนั้น</ref> แปรปากหลากคำ มิได้ทำตามหนังสือสัญญาทานบนให้ไว้นั้น ถ้ามันยังกระทำความชั่ว ว่ากล่าวมิฟังอีกเล่าไซ้ ท่านว่าให้กระทำตามหนังสือสัญญาทานบนซึ่งทำให้ไว้แก่ท่านั้น {{ลปร1|กหน|70|<ref>ต่อจากนี้เข้าอยู่ในเล่ม ๒ เหลือฉะบับหลวงแต่ฉะบับเดียว คือ L ๑๐.๒ กับฉะบับรองทรง</ref>}} ๗๐ มาตราหนึ่ง ผัวเมียอยู่ด้วยกัน ผัวไปค้าได้เมียใหม่มาด้วย ชายทำเคียดแก่เมียก่อนแลจะอย่ากันไซ้ ให้แบ่งสีนนั้นกึ่ง เพราะเมียก่อนนั้นหาโทษมิได้ ผู้ชายนั้น<ref>ฉะบับรองทรง: ชายผู้นั้น</ref> อาธรรม {{ลปร1|กหน|71}} ๗๑ มาตราหนึ่ง ชายใดข่มขืนหญิงม่ายถึงชำเรา ให้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> hp6mvp12hres1a6ud3acz4wp53eldz9 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/39 250 76726 296638 296082 2026-09-21T12:15:11Z Vesperstelo 11696 296638 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๓๕|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>เอาเบี้ยในประถมผิดเมียทำ ๕ ส่วน ยกเสียส่วน ๑ เอา ๔ ส่วน ตั้งไหมเปนสีนไหมกึ่งพิในกึ่ง ถ้าข่มขืนมิถึงชำเรา ให้ไหมกึ่งถึงชำเรา ศุภมัศดุะ ๑๙๐๕ ศก ฉะหลูนักสัตว เดือน ๑๐ ขึ้นแปดค่ำ พุทวาระ สมเดจ็พระเจ้ารามาธิบดีศรีบรมจักรพรรดิราชาบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวเสดจ็ในบังอาศน์โดยทิศประจิมมหาสระ จึ่งพระสุภาวดีศรีมลทาตุราชบังคม<ref>ฉะบับรองทรง: มลทาดุลราชกราบบังคม</ref> ทูลพระกรรุณาด้วยขุนไกรณราย<ref name = "นาราย">ฉะบับรองทรง: นาราย</ref> แลแม่นางเกิดบุตรพรมนาจารยสมรศด้วยกัน แลทำบริคนให้กันไว้ว่า เดิมแม่นางเกิดมีข้าหญิงชายช้างม้าโคกระบือแก้วแหวนเงินทองผ้าผ่อนแพรพรรณสรรพทรัพยสิ่งของทังปวงเปนเงิน {{จ|2=๘|5=+}} ส่วนสีนเดิมข้างขุนไกรณราย<ref name = "นาราย"/> เอาไปเหล้นเบี้ยเสีย ส่วนสีนเดิมแม่นางเกิดแต่งไปค้าเมืองนอกเสีย ยังแต่สีนสมรศ แลเฃาจอย่ากัน ดั่งนี้จะควรประการใด ข้าพระพุทธเจ้าฃอเรียนพระราชปรนณิบัต จึ่งมีพระราชโองการมาณพระบันทูลให้มลตรีมุขแลนักปราชราชบันทิตยทังหลายพิภากษาให้แต่งพระราชกฤษฎีกาไว้สืบไปเมื่อหน้า {{ลปร1|กหน|72}} ๗๒ มาตราหนึ่ง สองสมรศด้วยกัน มีบริคนทังสองข้าง{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> l1ap2pk5542dv3dp9hbsom1posug8u0 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/40 250 76727 296639 296084 2026-09-21T12:15:40Z Vesperstelo 11696 296639 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๓๖|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>คือว่ามีข้าคนช้างม้าโคกระบือแก้วแหวนเงินทองผ้าผ่อนแพรพรรณสรรพทรัพยสิ่งใด ๆ ก็ดี แลตัวทรัพยเดิมนั้นหนีตายก็ดี เรือล่มไฟไหมก็ดี เล่นเบี้ยเสียก็ดี แต่งไปค้าขายขาดทุนก็ดี แลสีนเดิมนั้นฉิบหายด้วยประการใด ๆ ก็ดี ท่านให้เอาสีน<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า เอาสีน ลบเสีย เพิ่มตามฉะบับรองทรง</ref> สมรศใช้เดิมอันฉิบหายนั้นจงถ้วน เหลีอนั้นเปนสมรศ ถ้าสีนเดิมแต่เฃียนหนังสือไว้เปล่าว่าเปนสีนบิดามานดาให้มาก็ดี แลโคกระบือสรรพทรัพยทังปวงนั้นหนีตายฉิบหายโจรลักด้วยประการใด ๆ ก็ดี ท่านมิให้เอาสีนสมรศใช้สีนเดิมเลย ถ้าแม้นต้นอา{{ชญ|2}}าเปนถ้อยความก็ดี ต้องมรฎก<ref>ฉะบับรองทรง: ต้องมรฎกก็ดี</ref> แลท่านให้เอาเดิมเปนมรฎกก็ดี อย่าเอาสีนสมรศใช้เดิมนั้นเลย เพราะโทษเกิดแก่ตนเอง ถ้าเอาเดิมตนให้ลูกหลานพี่น้องพ้องพันธุไป ก็เสมอดุจเดียว ถ้าแลเอาสมรศใช้เดิมไซ้ ใครมากให้ได้มาก ใครน้อยให้ได้น้อย ถ้าสมรศหามิได้ เปนภัพเขาทัง ๒ ฝ่าย ถ้าหาสมรศมิได้ มีแต่สีนเดิมข้างหนึ่งยังมากไซ้ ให้เอาใช้เดิมฃ้างฃาดนั้นตามส่วนมากแลน้อย เพราะเฃาอยู่กินด้วยกัน ถ้าสีนเดิมหญิงก็ดี เดิมชายก็ดี แห่งเฃาทังสองสิ้นเสียด้วยกัน ท่านมิให้ว่าแก่กันเลย อนึ่งเขาแรกเลิ้ยงกันเปน {{ซบ|ผัว|เมีย}} {{ปก2|2}} ย่อมจ่ายเปนข้าเล่า แล<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> dler8ds76sr3xtk5wfscvwrfrgfedt0 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/41 250 76728 296640 296086 2026-09-21T12:16:07Z Vesperstelo 11696 296640 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๓๗|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>หวานเปนบริคนทังสองข้าง มีผู้เถ้าผู้แก่รู้เหนแลให้ทำหนังสือบริคนข้างชาย<ref>ฉะบับรองทรง: ชายนั้น</ref> ไว้แก่บิดามานดาพี่น้องข้างหญิง ให้ทำหนังสือบริคนข้างหญิงไว้แก่ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} พี่น้องข้างชาย จึ่งจะชอบ ถ้ามีสีนเดิมทังสองข้าง แลมีหนังสือบริคนอยู่แต่ข้างเดียวไซ้ สิ่งสีนในบริคนบมิเปนบริคนเลย ถ้าข้างหนึ่งพิพาษไซ้ ให้แล่งเอากึ่งเปนเดิม ถ้าเขารับเอกสารแก่กันให้เอาคงเปนเดิม ถ้าข้างหนึ่งหาทุนมิได้ ควรให้ข้างผู้มีทุนนั้นเรียกเอาหนังสือว่าหาทุนมิได้ไว้เปนคู่บริคนกัน ถ้าข้างหนึ่งว่าเดิมข้างหนึ่งว่าสมรศแลหาสักขิพญาณมิได้ ให้เอาเปนเดิมกึ่งสมรศกึ่ง ถ้าบริคนหญิงอยู่หนชาย บริคนชายอยู่หนหญิงไซ้ ให้เอาโดยบริคนนั้น ถ้าข้างหนึ่งมีบริคน ข้างหนึ่งหาบริคนมิได้ ข้างหาบริคนมิได้มาว่าจะเอาสีนโดยบริคนนั้นมิได้ อนึ่งบิดามานดาพี่น้องลูกหลานหนหญิงก็ดี ชายก็ดี แลเขาล้มตายไซ้ หนชายได้สิ่งสีนมากน้อยเท่าใดก็ดี หนหญิงได้สีงสีนมากน้อยเท่าใดก็ดี ท่านว่าเฃาผัวเมียได้ด้วยบุญเขา ให้เอาเปนสีนสมรศ แม้น {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} ญาติหนหญิงให้สีงสีนแก่หญิงก็ดี {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} ญาติหนชายให้แก่ชายก็ดี เมื่อวันมีแขก ให้เอาเปนเดิม ถ้าให้เมื่อมาอยู่เปนผัวเมียกันแล้ว ให้เอาเปนสมรศ แม้นได้ไร่นาอากรเมื่ออยู่เปนผัวเมีย ก็ให้คิดเอาเปนสมรศ {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> s8l0gawzvnqv82d628ma3bz9wp9cfkk หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/42 250 76729 296641 296088 2026-09-21T12:16:27Z Vesperstelo 11696 296641 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๓๘|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งสีนที่นอนแลเล่าเข้าของกินเลิ้ยงผู้เถ้าผู้แก่วันมีแขกมี<ref>ฉะบับรองทรง: มิ</ref> ภอจะเอาแก่กัน ถ้าจะอย่ากันก็ดี ตายจากกันก็ดี ท่านให้ยกเสีย {{ลปร1|กหน|73}} ๗๓ มาตราหนึ่ง บริคนไปอยู่กับเมียแล้ว แลว่ามีสีนบริคนมาก เมื่อดูไซ้ หาสีนใน<ref>ต้นฉะบับ: ไน</ref> บริคนมามิได้ แลมีแต่น้อยนั้นก็ดี แลมันเฃ้าในระวางอำพราง ถ้าอำพรางท้าวพระญา ให้ตัดปาก ถ้าอำพรางขุนนางผู้ใหญ่ ให้ตีด้วยลวดหนังโดยสกรรแลมีสกรร ถ้าอำพรางผู้เถ้าผู้แก่ไซ้ แม้นชายทำสมรศได้เท่าใด ให้ไว้แก่หญิงจงสิ้นเปนโทษแก่ชายแล แม้นหญิงทำสมรศได้เท่าใด ให้ไว้แก่ชายจงสิ้นเปนโทษแก่หญิงผู้พรางนั้น แม้นเขาทำบริคนพรางทังสองข้างไซ้ ให้ปันกันแต่คลกึ่ง อย่าปันดั่งสมรศนั้นเลย {{ลปร1|กหน|74}} ๗๔ มาตราหนึ่ง ราษฎรทังหลายในแว่นแคว้นเสมามณทล ให้เลิ้ยงดูลูกเมียพี่น้องพ้องพันธุจงชอบโดยธรรม บางคนมีเมีย {{ซบ|สอง|สาม}} {{ปก2|2}} คนก็ดี เมื่อเกิดลาภได้ไร่นาเรือกสวนสรรพทรัพยทังหลาย ควรให้แก่เมียเดิมสองส่วน ให้แก่เมียกลางส่วนหนึ่ง ให้แก่เมียสุดกึ่งส่วน {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> nqcaugitvdsiu0un11qb98k50k49tnk หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/43 250 76730 296642 296090 2026-09-21T12:16:42Z Vesperstelo 11696 296642 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๓๙|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|75}} ศุภมัศดุะ ๑๑๖๖ ชวดนักสัตว ฉ้อศก ผะคุณมาศ กาลปัก ทัศะมีดิถี จันทวาระ กาลบริเฉทกำหนฎ พระบาทสมเดจ์บรมนาถบรมบพิตรอดิศรธรรมมฤกมหาราชาธิราชพระพุทธเจ้าอยู่หัวผู้ดำรงพิภพถะวัลราชกรุงเทพทวาราวะดีศรีอยุธยามหาดิหลกภพนพรัตนราชธานีบูรีรมเสดจออกณพระธินั่งบุษบกมาลามะหาจักรพรรดิพิมาน พร้อมด้วยพฤธามาตย์ราชกระวีมนตรีมุขลูกขุนทังหลาย ทรงพระอุสาหะชำระพระราชกฤษฎีกาบทพระอายการลักษณผัวเมียว่าด้วยขุนไกรณราย<ref>ฉะบับรองทรง: นารายน์</ref> กับแม่นางเกิดบุตรพรมนาจารยจะอย่ากัน มีบทพระอายการเดิมไว้ว่า ถ้า {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} จะเลิ้ยงกันเปนผัวเมีย แม้นมีสีนเดิมมากน้อยเท่าใด ให้ทำหนังสือบริคนไว้ต่อกันทังสองฝ่าย จึ่งจะเชื่อฟังได้ ครั้นจะอย่ากันก็ให้แบ่งปันสีนเดิมสีนสมรศตามมีหนังสือบริคนนั้น จึ่งมีพระราชโองการมาณพระบันทูลสูระสิงหนาทดำรัษแก่มนตรีมุขลูกขุนผู้พิภากษากิจคดีอนาประชาราษฎรทังปวงว่า ซึ่งมีบทพระอายการอันโบราณราชกระษัตร<ref>ฉะบับรองทรง: โบราณกระษัตร</ref> บัญญัติไว้ให้แบ่งปันสีนโดยบริคนนั้น เหนเปนยุติธรรมอยู่ จะเลิกฤ้ๅเสียมิชอบ ให้คงไว้ ครั้นจะให้ใช้หนังสือบริคนตามบทพระ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> nbtcwkxv2cjbkcyo93cycat8wq8shhf หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/44 250 76731 296643 296092 2026-09-21T12:22:28Z Vesperstelo 11696 296643 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๐|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>อายการบุราณเล่า ทวยราษฎรทุกวันนี้ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} ประกอบ {{ซบ|บุตรา|บุตรี}} {{ปก2|2}} ให้มีสามีภิริยา แลให้ {{ซบ|วิญาณกะทรัพย|อวิญาณกะทรัพย}} {{ปก2|2}} เปนทุนก็มี แต่ผู้เถ้าผู้แก่มานั่งรู้เหนเปนคำนับ จะได้ทำหนังสือบริคนให้ไว้แก่กันตามประเพณีบุราณนั้นหามิได้ หย่างทำเนียมบุราณเสื่อมสูญไปช้านานแล้ว ครั้นจะประกาษแก่ราษฎรให้ฤ้ๅทำหนังสือบริคนดั่งแต่ก่อนนั้นก็เปนอันยาก ก็ให้ใช้ตามกระบิลเมืองที่เคยใช้มา จะไม่มีหนังสือบริคน<ref>ฉะบับรองทรง: คำว่า บริคน ไม่มี</ref> ก็ตามเถิด ถ้าแลเขาผัวเมียจะอย่ากัน จะปันสีนเดิมสีนสมรศนั้น ให้แพ่งพึงพิจารณาโดย {{ซบ|สัจ|ธรรม}} {{ปก2|2}} ได้ทรัพยฝ่าย {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} มากน้อยเท่าใด{{ตตฉ|ไซ้}}<ref group = "วซ">ฉบับพิมพ์ครั้งที่หนึ่ง (พ.ศ. 2482) มีบอกแก้คำผิดว่า ตรงนี้ควรมีเชิงอรรถว่า “ต้นฉะบับ: ไช้” {{ชอวซ}}</ref> ก็ให้แบ่งปันตามส่วนสีน {{ซบ|เดิม|สมรศ}} {{ปก2|2}} โดยพระอายการอันบุราณราชกระษัตรบัญญัติให้แบ่งปันนั้นเถิด กล่าวลักษณมูลวิวาทแห่ง {{ซบ|ผัว|เมีย}} {{ปก2|2}} จะอย่ากันโดยสงเขบแต่เท่านิ้ {{ลปร1|กหน|76}} อันว่าหญิงอันชายมิได้คำนับสู่ฃอ แลชายกระทำทุราจารให้มีโทษนั้นมี ๗ ประการ {{หนา|มาตุรกฺขิตา}} ประการหนึ่งคือหญิงอันอยู่ด้วยมานดา ๆ หากรักษา {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 0vkyar0ctwzvua4a4qmm81lbty4e0zp 296648 296643 2026-09-21T12:28:25Z Vesperstelo 11696 296648 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๐|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>อายการบุราณเล่า ทวยราษฎรทุกวันนี้ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} ประกอบ {{ซบ|บุตรา|บุตรี}} {{ปก2|2}} ให้มีสามีภิริยา แลให้ {{ซบ|วิญาณกะทรัพย|อวิญาณกะทรัพย}} {{ปก2|2}} เปนทุนก็มี แต่ผู้เถ้าผู้แก่มานั่งรู้เหนเปนคำนับ จะได้ทำหนังสือบริคนให้ไว้แก่กันตามประเพณีบุราณนั้นหามิได้ หย่างทำเนียมบุราณเสื่อมสูญไปช้านานแล้ว ครั้นจะประกาษแก่ราษฎรให้ฤ้ๅทำหนังสือบริคนดั่งแต่ก่อนนั้นก็เปนอันยาก ก็ให้ใช้ตามกระบิลเมืองที่เคยใช้มา จะไม่มีหนังสือบริคน<ref>ฉะบับรองทรง: คำว่า บริคน ไม่มี</ref> ก็ตามเถิด ถ้าแลเขาผัวเมียจะอย่ากัน จะปันสีนเดิมสีนสมรศนั้น ให้แพ่งพึงพิจารณาโดย {{ซบ|สัจ|ธรรม}} {{ปก2|2}} ได้ทรัพยฝ่าย {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} มากน้อยเท่าใดไซ้ ก็ให้แบ่งปันตามส่วนสีน {{ซบ|เดิม|สมรศ}} {{ปก2|2}} โดยพระอายการอันบุราณราชกระษัตรบัญญัติให้แบ่งปันนั้นเถิด กล่าวลักษณมูลวิวาทแห่ง {{ซบ|ผัว|เมีย}} {{ปก2|2}} จะอย่ากันโดยสงเขบแต่เท่านิ้ {{ลปร1|กหน|76}} อันว่าหญิงอันชายมิได้คำนับสู่ฃอ แลชายกระทำทุราจารให้มีโทษนั้นมี ๗ ประการ {{หนา|มาตุรกฺขิตา}} ประการหนึ่งคือหญิงอันอยู่ด้วยมานดา ๆ หากรักษา {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> cn5s9yp41hwaambxpizk42u8bueo5gq หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/45 250 76739 296644 296094 2026-09-21T12:23:19Z Vesperstelo 11696 296644 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๑|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>{{หนา|ปิตุรกฺขิตา}} ประการหนึ่งคือหญิงอันอยู่ด้วยบิดา ๆ หากรักษา {{หนา|มาตาปิตุรกฺขิตา}} ประการหนึ่งคือหญิงอันอยู่ด้วย {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} ๆ หากรักษา {{หนา|โคตรกฺขิตา}} ประการหนึ่งคือหญิงอันอยู่ด้วยโคต ๆ หากรักษา {{หนา|ภาตุรกฺขิตา}} ประการหนึ่งคือหญิงอันอยู่ด้วย {{ซบ|พี่ชาย|พี่สาว}} {{ปก2|2}} ๆ หากรักษา {{หนา|สารกฺขิตา}} ประการหนึ่งคือหญิงอันอยู่ด้วยท่านผู้ใดผู้หนึ่ง ท่านหากรักษาป้องกันไว้ หญิง ๗ ประการนี้ ถ้าชายผู้ใดมิได้คำนับสู่ฃอ แลอุกอาจ์ไปกระทำ<ref>ฉะบับรองทรง: ไปทำ</ref> ทุราจารหญิงก็ดี แลชายไปลอบลักทำชู้แลข่มขืนแลชักพาหญิงไปก็ดี ท่านว่าชายนั้นมีโทษ ถ้าหญิงนั้นไปหาชายถึงเคหะสะถานบ้านเรือนชาย ยอมให้ชายทำชู้ด้วยไซ้ แลจะกล่าวโทษ<ref>ฉะบับรองทรง: กล่าวเอาโทษ</ref> แก่ชายนั้นมิได้เลย {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 7jg4v6nktlu3ft6emsdil124bvo4pbe หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/46 250 76740 296645 296096 2026-09-21T12:23:56Z Vesperstelo 11696 296645 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๒|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|77}} ๗๕ มาตราหนึ่ง บุรุศผู้ใดจับฃ้อมือหยอกบุตรีท่านก็ดี ขึ้นไปถึงที่นอนบุตรีท่านก็ดี แลฉุดลากบุตรีท่านไปจูบกอดทำชู้แลทำประการใดก็ดี ท่านว่าชายนั้น<ref>ฉะบับรองทรง: ท่านว่าผู้นั้น</ref> ผิด ให้ลงโทษโดยโทษาณุโทษ {{ลปร1|กหน|78}} ๗๖ มาตราหนึ่ง ชายใดมีเมียแล้วข่มขืนลูกสาวหลานสาวท่านถึงชำเรา ให้ไหมชายนั้นกึ่งประถมผิดเมีย ถ้าข่มขืนมิถึงชำเรา ให้ไหมกึ่งถึงชำเรา {{ลปร1|กหน|79}} ๗๗ มาตราหนึ่ง ชายหาเมียมิได้ ข่มขืนลูกสาวหลานสาวท่านถึงชำเรา ให้ไหมชายนั้นกึ่งเบี้ยชายมีเมียแล้ว ถ้าข่มขืนมิถึงชำเรา ให้ไหมกึ่งถึงชำเรา {{ลปร1|กหน|80}} ๗๘ มาตราหนึ่ง ชายใดข่มขืนหญิงเดกไม่รู้เดียงษามิถึงชำเรา ให้ไหมเถ้าเบี้ยประถมผิดเมีย ถ้าข่มขืนถึงชำเราโลหิดไหล ให้ไหมเท่าเบี้ยประถมผิดเมียทวีคูน ถ้าตบตีหญิงทำให้มี<ref>ฉะบับรองทรง: คำว่า มี ขาดไป</ref> บาดเจบด้วย ท่านให้ไหมชายนั้นโดยบาดเจบอีกโสดหนึ่ง {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> a2f4kqoka72khgpq8ljmaqfpmcz9s65 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/48 250 76742 296649 296100 2026-09-21T12:30:53Z Vesperstelo 11696 296649 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๔|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>แต่ให้ผูกมือไว้ว่ากล่าวกันตามกระบิลความเมืองท่าน {{ลปร1|กหน|83}} ๘๑ มาตราหนึ่ง ชายลอบลักสมรักทำชู้ด้วยลูกสาวท่านก็ดี หญิงทาษท่านก็ดี แล {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} เจ้าเงินแห่งหญิงมิรู้ ชายมิรับ หญิงมีครรภตาย พิจารณาเปนสัจว่าชายลอบลัก<ref>ฉะบับรองทรง: ลักลอบ</ref> ทำชู้ด้วยหญิงจริงไซ้ ท่านให้ไหมชายจงเตมข้าตัวหญิงสกันแลหญิงทาษนั้น แล้วให้ลงทันทโทษ {{ซบ|๓๐|๓}} {{ปก2|2}} ที {{ลปร1|กหน|84}} ๘๒ มาตราหนึ่ง ชายใดลอบไป<ref>ฉะบับรองทรง: คำว่า ไป ไม่มี</ref> ทำชู้ด้วยลูกสาวหลานสาวท่าน มิได้กล่าวถาม แล {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงรู้ชู้ขึ้นลงไปมาหาลูกตนดั่งนั้นไซ้ ท่านว่าคือเมียมัน ให้มันแต่งสะมาพ่อแม่หญิง พึงให้ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงรับสะมาให้มันอยู่เปนคู่สังวาษ เพราะเฃาทังสองเปนคู่ส้างกันมาแต่กาลก่อน เปนสัตรีภาพอย่าให้มีชายสัมผัดถูกต้องตัวถึงสอง ถ้าชายมิแต่งมาสะมาพ่อแม่ผู้เถ้าผู้แก่หญิง แลมิได้เลิ้ยงหญิงดั่งท่านเลิ้ยงลูกเมียท่านทังหลาย แลมันทำชู้แล้วมันทอดหญิงนั้นเสีย ท่านว่ามันทำให้ลูกหลานท่านนมบกอกพร่อง ให้ไหมชายผู้เลมิด<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> i5d9i3z7yupf2auxt9wosolbabyb3f6 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/49 250 76743 296650 296102 2026-09-21T12:43:11Z Vesperstelo 11696 296650 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๕|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>พ่อแม่ผู้เถ้าผู้แก่นั้นโดยขนาฎ ถ้าชายแต่งมาสมา {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงมิรับแลพรากลูกสาวไปให้แก่ชายอื่นให้เสียประเวนีธรรมไซ้ ท่านว่าผู้มาเอาเมียมันแล {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} ทำมิชอบนั้น ท่านให้ไหม {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงแลชายผู้มาเอาเมียมันโดยขนาฎ {{ลปร1|กหน|85}} ๘๓ มาตราหนึ่ง บุตรหญิงมีชู้สั่งให้ชายชู้มาหาก็ดี แลชายมาหาหญิงเองก็ดี {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} พี่น้องหญิงมิรู้แปลกตัวว่าเปนโจรขะโมยฟันแทงชายชู้นั้นตาย ท่านให้ขายหญิงนั้นให้แก่ {{ซบ|พ่อแม่|พี่น้อง}} {{ปก2|2}} ผู้ตายนั้นส่วนหนึ่ง ๆ ไซ้ไว้แก่ {{ซบ|พ่อแม่|พี่น้อง}} {{ปก2|2}} หญิงนั้น ถ้า {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} พี่น้องหญิงรู้อยู่แล้วแกล้งฆ่าฟันชายนั้นตายไซ้ ท่านให้เอาข้าตัวชายนั้นตั้งไหมแล้วให้ขายหญิงทอดตลาดได้เถ้าใดส่งให้ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} ชายปลงสภยผู้ตายนั้นแล {{ลปร1|กหน|86}} ๘๔ มาตราหนึ่ง สองลอบสมรักด้วยกันมิได้สู่ฃอมีขันหมากเปนคำนับ แล {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงมิรู้ ต่อมี<ref>ฉะบับรองทรง: หญิงมี</ref> ท้องลูกจึ่งรู้ ถ้าชายนั้นชั่วชาติทรพน พ่อแม่หญิงมิให้ ก็ตามใจ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิง ถ้า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> ptmhwlbxrm48sbwv0hw11v48y6z68ub หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/50 250 76744 296651 296104 2026-09-21T12:44:23Z Vesperstelo 11696 296651 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๖|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>พ่อแม่หญิงนั้นตาย ถ้าชายหญิงสมักอยู่ด้วยกัน เกิดลูก {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} ท่านว่าลูกนั้นเปนขันหมาก หญิงทำซู้ไช้ ท่านให้ไหมชายชู้นั้นให้แก่ชายทรพนซึ่งเปนผัวนั้น แลให้ริบเอาทรัพยสีงสีนให้แก่ชายผู้เปนผัวนั้นด้วย {{ลปร1|กหน|87}} ๘๕ มาตราหนึ่ง ฝูงไพร่ฟ้าข้าคนทังหลายหาขันหมากมิได้ รักใคร่กันอยู่ด้วยกันเปล่า ๆ {{ซบ|พ่อแม่|พี่น้อง}} {{ปก2|2}} แห่งหญิงรู้มิได้ร้องฟ้อง<ref>ฉะบับรองทรง: คำว่า ฟ้อง ไม่มี</ref> ว่ากล่าว แลมันปลูกเรือนบ้างต่างเรือนแฝงอยู่กินด้วยกันโดยฉันผัวเมียหาบุตรมิได้ก็ดี หญิงสิทธิเปนเมียชาย ถ้าแลผู้ใดมิได้ปลูกเรือนอยู่ มิได้ทำเลิ้ยงกันโดยฉันผัวฉันเมีย<ref>ฉะบับรองทรง: ฉันผัวเมิย</ref> ท่านว่า {{ลปร1|กหน|88}} ๘๖ มาตราหนึ่ง ฝ่าย {{ซบ|ทหาร|พลเรือน}} {{ปก2|2}} ไพร่ฟ้าทังปวงเฃาสมรศด้วยกันหาขันหมากมิได้ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงรู้ว่ามิได้รู้ก็ดี แลมันปลูกเรือนอยู่กินด้วยกันก็ดี ยังมิทันได้ปลูกก็ดี แลมันเลิ้ยงดูอยู่กินด้วยกันโดยฉันผัวเมีย แลเกิดลูก {{ซบ|หญิง|ชาย}} {{ปก2|2}} สายสืบดั่งนั้น ท่านว่าเกิดลูกเปนขันหมากแล้วหญิงเปนเมียสิทธิ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> fwvh9zgb27hcozidwln0z9apultvw54 296652 296651 2026-09-21T12:44:55Z Vesperstelo 11696 296652 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๖|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>พ่อแม่หญิงนั้นตาย ถ้าชายหญิงสมักอยู่ด้วยกัน เกิดลูก {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} ท่านว่าลูกนั้นเปนขันหมาก หญิงทำซู้ไช้ ท่านให้ไหมชายชู้นั้นให้แก่ชายทรพนซึ่งเปนผัวนั้น แลให้ริบเอาทรัพยสีงสีนให้แก่ชายผู้เปนผัวนั้นด้วย {{ลปร1|กหน|87}} ๘๕ มาตราหนึ่ง ฝูงไพร่ฟ้าข้าคนทังหลายหาขันหมากมิได้ รักใคร่กันอยู่ด้วยกันเปล่า ๆ {{ซบ|พ่อแม่|พี่น้อง}} {{ปก2|2}} แห่งหญิงรู้มิได้ร้องฟ้อง<ref>ฉะบับรองทรง: คำว่า ฟ้อง ไม่มี</ref> ว่ากล่าว แลมันปลูกเรือนบ้างต่างเรือนแฝงอยู่กินด้วยกันโดยฉันผัวเมียหาบุตรมิได้ก็ดี หญิงสิทธิเปนเมียชาย ถ้าแลผู้ใดมิได้ปลูกเรือนอยู่ มิได้ทำเลิ้ยงกันโดยฉันผัวฉันเมีย<ref>ฉะบับรองทรง: ฉันผัวเมิย</ref> ท่านว่ามิได้เปนเมียสิทธิแก่ชายเลย {{ลปร1|กหน|88}} ๘๖ มาตราหนึ่ง ฝ่าย {{ซบ|ทหาร|พลเรือน}} {{ปก2|2}} ไพร่ฟ้าทังปวงเฃาสมรศด้วยกันหาขันหมากมิได้ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงรู้ว่ามิได้รู้ก็ดี แลมันปลูกเรือนอยู่กินด้วยกันก็ดี ยังมิทันได้ปลูกก็ดี แลมันเลิ้ยงดูอยู่กินด้วยกันโดยฉันผัวเมีย แลเกิดลูก {{ซบ|หญิง|ชาย}} {{ปก2|2}} สายสืบดั่งนั้น ท่านว่าเกิดลูกเปนขันหมากแล้วหญิงเปนเมียสิทธิ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 3ndl0e2mi9j1261jwexp1ezjve6vc4a หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/51 250 76745 296653 296106 2026-09-21T12:45:27Z Vesperstelo 11696 296653 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๗|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>แก่ชาย แม้นหญิงทำชู้สู่ชาย ท่านว่าให้ไหมชายชู้ให้แก่ชายผู้เปนผัวโดยขนาฎ {{ลปร1|กหน|89}} ๘๗ มาตราหนึ่ง ผู้ใดชักชู้ให้แก่ลูกสาวหลานสาวท่าน พ่อแม่แห่งหญิงมิรู้ แลอยู่นานมาจึ่งรู้ ท่านให้ไหมชายโดยยดถาศักดิพ่อแม่หญิง แลมันผู้ชักสื่อนั้นให้ทวนด้วยหวายโดยสกรรมิสกรร เพราะมันเหนแก่ลาภเอาสีนจ้างสีนบน ทำให้ลูกสาวท่านเสียตัว {{ลปร1|กหน|90}} ๘๘ มาตราหนึ่ง ชายใดมิได้สู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่าน แลบังอาจว่าตนเรื่ยวแรงผู้เดียวก็ดี ภาพวกเพื่อนไปด้วยก็ดี เข้ากุมเกาะเบาะฉะแลงลูกสาวหลานสาวแลเมียท่านไปด้วยแรงตน หญิงนั้นร้องแรกขัดขวาง มีคนรู้เหนได้ยิน ข่มขืนหญิงนั้นได้ถึงชำเราก็ดี มิได้ถึงชำเราก็ดี หญิงนั้นมาหาความเปนสัจไซ้ ให้ไหมโดยพระราชกฤษฎีกาเดีม ถ้าข่มขืนหญิงมีบาดเจบ ให้ไหมโดยบาดเจบอีกโสตหนึ่ง พวกซึ่งไปด้วยนั้นให้ไหมกึ่ง ถ้าชายหลายคนข่มขืนโทรมเอาหญิงนั้นไซ้ ให้ลงโทษแก่ชายนั้นด้วยลวดหนังคล ๖๐ ที ให้ไหมตามบันดาศักดิทวีคูน เพราะมันบังอาจ์หยาบช้าต่อแผ่นดินเมืองท่าน {{ลปร1|กหน|91}} ๘๙ มาตราหนึ่ง หญิงคนเดียวทำชู้ด้วยชายสองคน{{วว}}<noinclude></noinclude> l17w57vvgujkxrtezemi3xcq3ot5s3l หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/52 250 76746 296654 296108 2026-09-21T12:59:12Z Vesperstelo 11696 296654 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๘|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>แลชายนั้นมาภบกัน วิวาทตีด่าฟันแทงกันมีบาทเจบไซ้ ท่านให้ไหมหญิงแลชายผู้ฟันแทงนั้นให้แก่ชายผู้บาทเจบนั้นโดยความเมืองท่าน {{ลปร1|กหน|92}} ๙๐ มาตราหนึ่ง หญิงคนเดียวมันทำชู้ด้วยชายคนหนึ่งก่อน แล้วหญิงนั้นมา<ref name = "มา">ฉะบับรองทรง: คำว่า มา ไม่มี</ref> ทำชู้ด้วยชายคนหนึ่งเล่า ชู้ก่อนมันฟันแทงชู้หลังตายก็ดี ชู้หลังมันฟังแทงชู้ก่อนตายก็ดี ท่านว่าเปนหญิงร้าย ให้ทวนมัน ๓๐ ที แล้วให้โกนศรีสะหญิงนั้นเปนตะแลงแกงทัดดอกฉะบาสองหูขึ้นขาหย่างประจาร ๓ วัน แล้วให้ฆ่าชายชู้ฟันแทงนั้นให้ตกไปตามกัน ถ้าทรงพระกรรุณามิให้ฆ่าตีไซ้ ผู้ทำต่ำนา ๔๐๐ ลงมา ให้ปรับไหมทวีคูนโดยพระราชกฤษฎีกา สีนไหมให้แก่ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} ญาติพี่น้องแห่งชายชู้ผู้ตาย {{ลปร1|กหน|93}} ๑๐๐<ref>ฉะบับรองทรงลงเลข ๙๐ เรียงลำดับตามมาตราก่อน เพราะฉนั้น เลขลำดับมาตราในฉะบับหลวงและฉะบับรองทรงจึงคลาดเคลื่อนกันอยู่เป็นจำนวน ๙ ทุก ๆ มาตราไปจนกระทั่งมาตราสุดท้าย</ref> มาตราหนึ่ง หญิงใดมีชู้ พ่อแม่แห่งหญิงได้ว่า<ref>ฉะบับรองทรง: มิได้ว่า</ref> กล่าวแก่ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} ผู้ชาย ถ้าชายนั้นไปสู่หาหญิง แล {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}}{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 81rjhmjobrbejp1be8c1w2b8zykq69b หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/53 250 76747 296655 296110 2026-09-21T12:59:25Z Vesperstelo 11696 296655 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๙|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>หญิงฟันแทงชายนั้นตาย ให้ไหมโดยพระราชกฤษฎีกา แลส่วนหญิงนั้นให้ขายเผาผีผู้ตาย {{ลปร1|กหน|94}} ๑๐๑ มาตราหนึ่ง ชายใดพูดจาเกี้ยวพานหญิง แลชายใส่กลฬ่อลวงหญิง ๆ ยอมเปนเมียชาย ๆ ลวงเอาแต่ทรัพยเข้าของ ๆ หญิงแล้วฆ่าหญิงเสียไซ้ ท่านว่าชายนั้นหาสัจมิได้ ให้ฆ่าชายนั้นเสียให้ตกไปตามกัน กล่าวลักษณ {{ซบ|หญิง|ชาย}} {{ปก2|2}} ลอบทำชู้มิได้สู่ฃอแลชายฬ่อลวงหญิงเปนมูลวิวาทโดยสงเขบแต่เท่านี้ {{ลปร1|กหน|95}} ๑๐๒ มาตราหนึ่ง ชายฃอลูกสาวท่านถึงหลบฝากยังแต่จะทำงาน แล {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงให้ชายฝากบำเรอ แลทำกินอยู่ด้วยกันเปน {{ซบ|๒|๓}} {{ปก2|2}} ปี แล {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงให้ชายอยู่ด้วยกันไซ้ ท่านว่าเปนเมียสิทธิแก่เจ้าผัวเสมีอนเมียทำงาน ถ้าแลชายผู้ใดทำชู้ด้วยเมียดั่งนิ้ณะถิ่น<ref>ต้นฉะบับ: ถีน</ref> ถานใดก็ดี แลชายเจ้าผัวฟันแทง {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} ซึ่งทำชู้ด้วยกันตายทังสองไซ้ ท่านว่าอย่าเอาโทษแก่ชายผู้ฟันแทงเลย เพราะผู้ตายนั้นทำนอกประเวนีแผ่นดินท่าน {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> g6wk4w81cfnqc9q8ohhbpy5rbyrjep3 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/54 250 76748 296656 296112 2026-09-21T12:59:39Z Vesperstelo 11696 296656 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๕๐|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|96}} ๑๐๓ มาตราหนึ่ง ชายมาสู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่าน พ่อแม่หญิงให้หญิงนั้นแก่ชาย ยังมิได้มีขันหมากก็ดี พ่อแม่หญิงมิให้หญิงแก่ชายก็ดี แลชายนั้นไปมาหาสู่พูดจาว่ากล่าวเกิ้ยวเฉิยง หญิงอ่อนใจเชื่อฟังคำชาย ๆ ได้สมักสังวาดด้วยหญิง {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงมิรู้ ชายหญิงร่วมประเวนีกันก่อนยังมิได้แต่งการงานบริคน<ref>ฉะบับรองทรง: แต่งงานการบริคน</ref> นั้น<ref>ต้นฉะบับ: นัน</ref> ท่านว่าให้ชายนั้นแต่งสะมายุมแปลงไห้ว {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} แห่งหญิงนั้นโดยคำนับ ถ้าแลหญิงนั้นมิได้สะมักสังวาศด้วยชาย ๆ หากกุมเกาะเบาะฉะแลงถูลากเอาหญิงนั้นไป ท่านว่าชายนั้นเลมิด แลหาคำนับ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} มิได้ ถ้าแล {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} มิให้หญิงแก่ชาย{{ตตฉ|ก็ได้|ก็ดี}} ให้ไหมชายพวกเพื่อนชายซึ่งไปด้วยโดยพระราชกฤษฎีกา {{ลปร1|กหน|97}} ๑๐๔ มาตราหนึ่ง ชายสู่ฃอลูกสาวท่าน ชายนั้นทำอาสายังมิได้แต่งการมงคน ชายหญิงสมรักกัน {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงรู้ แลชายอื่นมาทำชู้ด้วยหญิงนั้นเล่า พ่อแม่หญิงมิรู้ หญิงไปอยู่กินด้วยชายชู้ภายหลังนั้น ท่านว่าหาโทษแก่ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงนั้นมิได้ ส่วนชายชู้หลังนั้นให้ไหมเสมอผิดเมียท่าน {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> q85ljcqv5so93h6y4d8e624kbpj9qpj หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/55 250 76749 296658 296114 2026-09-21T13:12:20Z Vesperstelo 11696 296658 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๕๑|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|98}} ๑๐๕ มาตราหนึ่ง ชายให้สู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่าน {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิงยิงยอมให้ชายได้มีขันหมากหมั้นนัดจะทำการ<ref>ฉะบับรองทรง: ทำงาน</ref> ยังมิได้ทำการ ชายอื่นบังอาจ์ว่าตนเรื่ยวแรง กุมเกาะเบาะฉะแลงหญิงนั้นด้วยแรงตน ข่มขืนหญิงนั้นถึงชำเราก็ดี มิได้ถึงชำเราก็ดี พิจารณา<ref>ต้นฉะบับ: พี่จารณา</ref> เปนสัจไซ้ ท่านว่าล่วงพระราชอา{{ชญ|2}}าความเมืองท่าน ให้ส่งหญิงนั้นให้แก่บิดามานดา แล้วให้ทวนชายต้นเหดุด้วยลวดหนัง ๕๐ ที ถ้ามีพวกไปด้วย ให้ทวนคล ๒๕ ทีจงทุกคน ให้ไหมชายต้นเหดโดยผิดเมียท่านในขันหมากนั้นจึ่งควร {{ลปร1|กหน|99}} ๑๐๖ มาตราหนึ่ง ชายใดให้ไปสู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่าน ชายได้ให้สีนสอดแลไปขันหมากใหญ่แล้ว ยังมิได้อยู่กินด้วยกัน ชายลอบทำทุราจารแก่หญิง ๆ นั้นฟันแทงตายไซ้ หาโทษมิได้ แลขันหมากสีนสอดเครื่องอันแต่งมานั้นให้ได้แก่ผู้เปนพ่อแม่หญิงนั้น {{ลปร1|กหน|100}} ๑๐๗ มาตราหนึ่ง ชายสู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่าน ๆ ว่าชายนั้นมีพยศ ท่านมิให้หญิงแก่ชาย ๆ ทำทานบนให้ต่อหน้า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 2s4uq781asdngs74usuaijghi1oa9pf หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/56 250 76750 296659 296116 2026-09-21T13:12:57Z Vesperstelo 11696 296659 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๕๒|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>ผู้ {{ซบ|เถ้า|แก่}} {{ปก2|2}} ว่าจะละความร้ายไม่เล่นเบิ้ยแลคบหาด้วยโจรแล้ว {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิงจึ่งยกหญิง<ref>ฉะบับรองทรง: หญิงนั้น</ref> ให้เปนเมียชาย ถ้าสืบไปเมื่อหน้ามันมิละความร้ายไซ้ ให้ฃับมันเสีย ให้เวนทุนแลขันหมากแก่มันจงแล้ว เพราะมันทำผิดต้องด้วยหนังสือทานบนมันเองดั่งนั้นแล {{ลปร1|กหน|101}} ๑๐๘ มาตราหนึ่ง ชายมาสู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่าน ๆ ให้หญิงเปนเมียชายแล้วชายนั้นคบหาโจรผู้ร้ายก็ดี ท่านว่ามันเปนคนพาล ให้ {{ซบ|พ่อตา|แม่ยาย}} {{ปก2|2}} ขับมันไป อย่าให้อยู่ด้วยลูกสาวหลานสาว ไปเมื่อหน้าจะฉิบหายเสีย ให้เวนทุนแลฃันหมากแก่มันจงแล้ว ถ้าชายรับก็ดี มิรับก็ดี ให้ไปบอก {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} ญาติพี่น้องแห่งชายแลนายบ้านนายอำเพอร้อยแขวงกรมการแลผู้มีบันดาศักดิผู้ใดผู้หนึ่งให้รู้ว่าชายคบหาโจรผู้ร้าย แล้ว {{ซบ|หญิง|ชาย}} {{ปก2|2}} ขาดจากผัวเมียกัน {{ลปร1|กหน|102}} ๑๐๙ มาตราหนึ่ง ชายใดฃอลูกสาวหลานสาวท่านเปนเมีย ชายได้ให้สีนสอดแล้วยังมิได้แต่งการมงคล ชายนั้นยังมิได้ไปอยู่กินหลับนอนด้วยหญิง แลชายนั้นตาย{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 1bog0bfgbfyx5yqqmvi7x7i8o8d7457 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/57 250 76751 296660 296118 2026-09-21T13:13:09Z Vesperstelo 11696 296660 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๕๓|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>ท่านให้ทำสีนสอดนั้นเปนสองส่วน คืนให้ชายส่วนหนึ่ง ตกอยู่แก่หญิงส่วนหนึ่ง ถ้าหญิงตาย ท่านว่าสีนสอดนั้นให้ไว้แก่ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิงจงสิ้น ถ้าหญิงได้เสียตัวแก่ชาย ๆ ตาย สีนสอดนั้นให้ตกอยู่แก่หญิงจงสิ้น เพราะว่าสีนนั้นเปนสีนหัวบัวนางให้ไว้แก่หญิงแล {{ลปร1|กหน|103}} ๑๑๐ มาตราหนึ่ง ผู้ใดให้ไปสู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่าน {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} ญาติแห่งหญิงตกปากให้ ได้กินฃันหมากท่านแล้ว ชายหาผิดมิได้ บิดามานดาญาติแห่งหญิงคิดกินแหนงแคลงใจ แกล้งจะมิให้หญิงนั้นแก่ชาย แปรปากหลากคำ หาที่กลัวมิได้ ครั้นชายผู้อื่นมาสู่ฃออีก {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิงนั้นก็รับ กลับกินฃันหมากชายนั้นเล่า ถ้าชายทังสองเปนความกัน ท่านว่าให้ลูกสาวนั้นแก่ชายผู้มาสู่<ref>ฉะบับรองทรง: คำว่า สู่ ไม่มี</ref> ฃอก่อน แล้วให้เอาขันหมากชาย<ref name = "ชาย">ฉะบับรองทรง: คำว่า ชาย ไม่มี</ref> ภายหลังนั้นตั้งไหม {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิงทวีคูน ยกทุนให้เจ้าฃอง เหลือนั้นเปนสีนไหมกึ่งพิในกึ่ง<ref>ต้นฉะบับ: เปนสีนไหมพิในกึ่ง ส่วนฉะบับรองทรงว่า เปน {{ซบ|สีนไหม|พิไนย}} {{ปก2|2}} กึ่ง</ref> แล้วให้ไช้ค่าฤทชาทำเนียม<ref>ฉะบับรองทรง: ค่าฤทชาค่าทำเนียม</ref> ให้แก่ชายภายหลังด้วย เพราะมันทนงศักดิสำหาว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> pdezxcp6shjtci6zdd5wrpsi3s0stiu หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/58 250 76752 296661 296120 2026-09-21T13:13:21Z Vesperstelo 11696 296661 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๕๔|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>ล่วงความเมืองท่าน ถ้า {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิงตกปากให้บุตรีเปนภรรยาชาย บิดามานดาหญิงรับสีนสอดขันหมากแห่งชายไว้แล้ว แลกลับถ้อยคำ<ref>ฉะบับรองทรง: กลับถ้อยคืนคำ</ref> มิให้เล่าไซ้ ให้คิดเอาข้าตัวหญิงนั้นตามกระเสิยรอายุ แล้วให้คืนสีนสอดนั้นจงท่วน เหดุพลั้งปากเสิยสีน พลาดตีนตกต้นไม้ {{ลปร1|กหน|104}} ๑๑๑ มาตราหนึ่ง ชายใดสู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่านเปนเมีย ชายมิเอาเปนเมีย แลไปสู่ฃอหญิงอื่นเปนเมียเล่า แลหญิงซึ่งสู่ฃอไว้ก่อนนั้นไป {{ซบ|ตี|ด่า}} {{ปก2|2}} หญิงภายหลังไซ้ ท่านว่าหญิงคนร้ายสำหาว ให้ไหมหญิงผู้ตีด่านั้นให้แก่หญิงผู้บาทเจบโดยพระราชกฤษฎีกา {{ลปร1|กหน|105}} ๑๑๒ มาตราหนึ่ง ชายใดมีเมียแล้วพรางว่าหาเมียมิได้ ให้สู่ฃอหญิงอื่นมาเปนเมีย แลเมียก่อน {{ซบ|ตี|ด่า}} {{ปก2|2}} หญิงซึ่งสู่ฃอมาเปนเมียนั้นเจบปวดไซ้ ถ้าหญิงผู้เจบมิสมักอยู่ด้วยชายนั้น ก็ให้ว่ากล่าวยังสุภากระลาการให้ขาดจากผัวเมียกัน จึ่งให้ไหมชายผู้พรางเถ้าฬ่อลวง<ref>ต้นฉะบับ: ล่วง</ref> ท่านแลให้ไหมผู้ช่วยกล่าวฃอนั้นกึ่งชายผู้พรางให้แก่หญิงผู้บาทเจบ เหดุหญิง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> b8vxy4wpti0cr8szreez2q6u8kp1gxb หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/59 250 76753 296662 296122 2026-09-21T13:14:26Z Vesperstelo 11696 296662 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๕๕|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>เสิยตัวเพราะชายฬ่อลวง ถ้าหญิงเกิดบุตรด้วยชายนั้นแล้ว ให้สิทธิเปนเมียชาย หญิงจะว่ากล่าว อย่าพึง<ref>ต้นฉะบับ: พึ่ง</ref> ฟังมันเลย {{ลปร1|กหน|106}} ๑๑๓ มาตราหนึ่ง ชายใดไปสู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่าน {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิงให้หญิงผู้บุตรผู้หลานแก่ชาย ๆ ยังมิได้คำนับทำงาน {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิงยังมิได้เวนสาดหมอนก่อน หญิงยังสิทธิอยู่แก่บิดามานดา ถ้าชายนั้นสำหาวคบพวกเพื่อนไปถูลาก {{ซบ|ลูกสาว|หลานสาว}} {{ปก2|2}} ท่านมา ท่านว่าเลมิดล่วงพระราชอา{{ชญ|2}}าความเมีองท่าน ๆ ให้ส่งหญิงนั้นให้แก่ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} แล้วให้ไหมชายต้นเหดุโดยพระราชกฤษฎีกา แล้วให้ทวนชายต้นเหดุนั้นด้วยลวดหนัง ๓๐ ที ส่วนพวกซึ่งไปด้วยกันนั้นให้ทวน<ref>ต้นฉะบับ: ท่วน</ref> ด้วยลวดหนังคล ๑๕ ทีโดยเลมิดพระราชอา{{ชญ|2}}านั้น ถ้าจะไถ่ลวดหนัง ๓ ทีต่อแสนเปนแต่พีในหลวง {{ลปร1|กหน|107}} ๑๑๔ มาตราหนึ่ง ชายใดให้สู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่าน แลเอาขันหมากสามขันไปกล่าวถาม {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} พี่น้องหญิงรับเอาไว้ว่าให้ลูกสาวหลานสาวแก่ท่าน ๆ คำนับไว้ในกำหนฎซึ่งว่ากล่าว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> ifrngtaqfbwr5zq7oy6kgbgcknxww15 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/60 250 76754 296663 296124 2026-09-21T13:14:44Z Vesperstelo 11696 296663 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๕๖|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>กันไว้นั้นยังเปนเมียชาย ถ้าชายใดทำชู้สู่หญิงนั้น ท่านว่าผิดเมียท่านในขันหมาก ท่านให้เอาขันหมากตั้งไหมขันหมากกล่าวถามนั้น ๑๑ ขัน ๆ หมากหมั้น ๕๐ ฃัน เปน ๖๑ ฃัน ให้ตีค่าฃันหมากกล่าวถามนั้นฃันละเฟื้อง ให้ตีฃันหมากหมั้นนั้นฃันละสะหลึง เอาฃันหมากทังนั้นบวกกันเฃ้าแล้วให้ไหมทวีคูน ยกทุนให้เจ้าฃอง เหลือ<ref>ต้นฉะบับ: เหลี่อ</ref> นั้นเปนสีนไหมกึ่งพีในกึ่ง ถ้าถึงกำหนฎซึ่งว่ากล่าวนัดหมายกันไว้นั้น ชายมิได้เอาฃันหมากใหญ่มาแต่งงานตามสันญานัด ท่านว่าหญิงนั้นมิได้เปนเมียชายเลย หญิงมีชู้ผัวอื่น หาโทษมิได้ แลฃันหมาก ๓ ฃันนั้นชายจะคืนเอามิได้ เหดุว่าพ้นกำหนฎซึ่งว่ากล่าวกันนั้นแล้ว {{ลปร1|กหน|108}} ๑๑๕ มาตราหนึ่ง ชายให้มีขันหมาก ๓ ขันไปสู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่าน {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงกับผู้เถ้าผู้แก่ฝ่ายข้างชายยิงยอมพูดจาขึ้นลงปลงใจแลให้หญิงอยู่ด้วยกันก็ดี แลชายช่วยทุขยากหญิงด้วยประการใด ๆ ก็ดี {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงยกหญิงผู้เปนลูกหลาน<ref>ฉะบับรองทรง: เปนลูกเปนหลาน</ref> ให้เปนภรรยาชายก็ดี แล {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} สะมะเลกัน {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงรักชาย ยกลูกหลานให้เปนภิริยาก็ดี ท่านว่าหญิงนั้นสิทธิเปนเมียชาย แลชายผู้ใดมาทำชู้ด้วยหญิงนั้น ให้ไหมชายชู้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> ap38wsq2k5hcfotym79j3teicaujarb หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/61 250 76755 296664 296126 2026-09-21T13:14:56Z Vesperstelo 11696 296664 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๕๗|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>ตามบันดาศักดิให้แก่เจ้าผัวโดยพระราชกฤษฎีกา {{ลปร1|กหน|109}} ๑๑๖ มาตราหนึ่ง ชายให้สู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่านถึงหลบฝาก แลหญิงมีชู้ด้วยชายอื่นก็ดี ตามชายอื่นไปก็ดี ท่านว่าให้ชายผู้สู่ฃอคิดเอาค่าฃันหมากแต่แรกมาสู่ฃอเถ้าถึงฃันหมากหมั้น<ref>ฉะบับรองทรง: คำว่า หมั้น ขาดไป</ref> เอาหนึ่งเปนสอง ถ้าชายผู้สู่ฃอเหนหญิงทำชู้ด้วยชายอื่น ฟันแทง {{ซบ|หญิง|ชาย}} {{ปก2|2}} บาทเจบถึงตายไซ้ ท่านว่าชายผู้สู่ฃอนั้นเลมิด ให้ลงโทษตามพระอายการผู้ร้ายฟันแทงโดยบาทเจบถึงตายนั้น {{ลปร1|กหน|110}} ๑๑๗ มาตราหนึ่ง ชายสู่ฃอหญิง แลชายเข้ามาฝากบำเรอ แล้วมันละเสียไปได้เมียอื่น มันกลับมาทำหนังสือกล่าวความเปนประมาทประจาร {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงให้เรียกให้ส่งหญิงนั้น แลหญิงนั้น {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} ยังมิได้ทำงานเวนสาดหมอน หญิงนั้นยังสิทธิอยู่แก่ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} จะส่งหญิงให้แก่มันนั้นมิได้เลย {{ลปร1|กหน|111}} ๑๑๘ มาตราหนึ่ง ชายสู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่าน แลชายได้ไปฝากบำเรอ ยังมิได้ทำงานเวนสาดหมอนก่อน ชาย<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> dglw6p3pyjye9k3z6sz4fnqpsaewe9a หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/62 250 76758 296665 296128 2026-09-21T13:15:08Z Vesperstelo 11696 296665 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๕๘|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>ผู้นั้นมันทำทนงองคอาจ์หยาบช้าผลักไสข่มเหงลูกสาวท่าน มันมิเกรง {{ซบ|พ่อตา|แม่ยาย}} {{ปก2|2}} แลพี่น้องหญิงจริงไซ้ ท่านให้ขับไล่มันผู้นั้นเสีย อย่าให้ลูกสาวแก่มัน {{ลปร1|กหน|112}} ๑๑๙ มาตราหนึ่ง ชายใดพึงใจลูกสาวหลานสาวท่าน ให้ผู้ {{ซบ|เถ้า|แก่}} {{ปก2|2}} ไปสู่ขอเปนคำนับแก่<ref>ฉะบับรองทรง: คำว่า แก่ ไม่มี</ref> {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิง {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิงยกลูกสาวหลานสาวนั้นให้แก่ชายผู้สู่ฃอทำการมงคลแล้ว ชายนั้นมีกิจราชการไป ยังมิได้มาอยู่ด้วยหญิง ถ้าชายกลับมาไซ้ ท่านให้ส่งตัวหญิงนั้นให้แก่ชาย {{ลปร1|กหน|113}} ๑๒๐ มาตราหนึ่ง ชายใดให้ไปสู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่านต่อ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} พี่น้องพ้องพันแห่งหญิงเปนคำนับ แลชายนั้นยังมิได้อยู่กินด้วยหญิง มีชายอื่นมาทำชู้ด้วยหญิงลักภาเอาหญิงนั้นไป {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงมิได้รู้ ท่านว่าอย่ามีโทษแก่ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} พี่น้องหญิงนั้นเลย ส่วนชายชู้ผู้ลักภาไปนั้นท่านให้ไหมเสมอ<ref>ต้นฉะบับ: เส่มอ</ref> ผิดเมียท่านในฃันหมาก {{ลปร1|กหน|114}} ๑๒๑ มาตราหนึ่ง ชายใดให้มีฃันหมากไปสู่ฃอลูกสาว<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> rfjmjg0ulnod38ascpfmym1bz5omxgu หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/63 250 76759 296666 296130 2026-09-21T13:15:20Z Vesperstelo 11696 296666 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๕๙|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>หลานสาวท่านเปนคำนับ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงมิให้หญิงนั้นแก่ชาย ๆ หญิงเปนชู้กัน {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงมิรู้ ชายหญิงมันภากันหนีท่านไปเกิดบุตรด้วยกันก็ดี หาบุตรมิได้ก็ดี ถ้าชายมันมาฃอสมายุมแปลงบิดามานดาหญิง {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงยกให้ หญิงจึงสิทธิเปนเมียชาย ถ้าชายมิได้สมักสมา {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิง {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิง มิได้ยกให้ หญิงไม่สิทธิเปนเมียชาย เปนแต่ชู้กัน ถ้าหญิงนั้นนอกใจมีชู้ ให้ไหมชายชู้นั้นเปนข้าญ่าช้าง ด้วย {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิงมิได้ยกหญิงนั้นให้แก่ชายนั้นแล<ref>ฉะบับรองทรง: นั้นเลย</ref> {{ลปร1|กหน|115}} ๑๒๒ มาตราหนึ่ง ชายสู่ฃอบุตรีท่าน ๆ แต่งให้มีเรือนอยู่กินด้วยกันต่างหากแล้วอยู่มา<ref>ฉะบับรองทรง: แล้ว ๆ มา</ref> {{ตตฉ|บตรี|บุตรี}}ท่านเกิดอุบัดิโรค แลษามีนั้นเอามาส่งให้แก่ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิง {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิงรักษาโรคบุตรีมันถอยคลายหายไซ้ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} จะเอาหญิงนั้นไปยกให้เปนภรรยาชาย<ref name = "ชาย"/> ผู้อื่นนั้นมิได้ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิงรักษาโรคนั้นสิ้นทรัพย<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> qlnhwpgzij5ch2we47l70uxxtrlvj32 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/64 250 76760 296667 296132 2026-09-21T13:20:26Z Vesperstelo 11696 296667 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๖๐|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>เท่าใด ให้ษามีนั้นไช้ทรัพยให้แก่ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิงเท่านั้น เหตุบุตรบุตรีทังหลายเมื่อน้อย {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} ครั้นมีเรือนแล้วผู้เปนษามีหากรักษา กล่าวลักษณแห่งชายสู่ฃอ {{ซบ|ลูกสาว|หลานสาว}} {{ปก2|2}} ท่านโดยสังเขบแต่เท่านี้ {{ลปร1|กหน|116}} ๑๓๓ มาตราหนึ่ง ชายพูดจาเกิ้ยวพาลฬ่อลวงลูกสาวหลานสาวท่านภาไปทำชู้เมีย แลพ่อแม่พี่น้องหญิงมีรู้ มันคืนเอาหญิงนั้นมาไว้เรือน ถ้าชายนั้นมาสู่ฃอสะมายุมแปลงท่าน ๆ ให้ จึ่งได้ ท่านมิให้ อย่าให้มีโทษแก่ชายนั้นเลย ถ้าชายเอาหญิงนั้นไว้ ให้มาสู่ฃอหญิง แลพ่อแม่หญิงมิให้หญิงนั้นแก่ชาย หญิงนั้นหนีชายมายัง {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} พี่น้องหญิง แล้วชายมาถูลากเอาหญิงนั้นไปก็ดี หญิงนั้นหนีมายัง {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} พี่น้องหญิง ชายนั้นให้มาสู่ฃอหญิง พ่อแม่หญิงมิให้ ชายนั้นมาถูลากเอาหญิงนั้นไปก็ดี ท่านว่าเลมิด ให้ทวน ถ้ามีพวกเพื่อนไปด้วย ให้ทวนกึ่งจงทุกคน แล้วให้ไหมให้แก่หญิงนั้นอีกโสตหนึ่งโดยพระราชกฤษฎีกา {{ลปร1|กหน|117}} ๑๒๔ มาตราหนึ่ง หญิงตามชายไป แลชายมิได้สะมัก<noinclude></noinclude> ta476x3w5xqb3fz5umu30rjht4fln4a หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/65 250 76761 296668 296134 2026-09-21T13:20:48Z Vesperstelo 11696 296668 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๖๑|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>สะมาไห้ว {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิง แลชายเอาหญิงนั้นไว้เปนเมียอยู่บ้านเรือนอื่นบ้านละคืน ๒ คืนถึง {{ซบ|๒|๓}} {{ปก2|2}} บ้านแล้ว แลชายมิเลิ้ยงหญิง เอาหญิงนั้นมาส่งให้แก่ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงเล่าไซ้ ท่านว่าชายบังอาจเอาลูกสาวท่านไปเร่เลิ้ยงประจาร ถ้าเอาไปเลิ้ยงสองบ้าน ให้เอาค่าตัวหญิงนั้นตั้งไหมทวีคูน ถ้าเอาไปเลิ้ยงสามบ้านขึ้นไป ให้ไหมตรีคูล เปนสีนไหมกึ่งพีในกึ่ง {{ลปร1|กหน|118}} ๑๒๕ มาตราหนึ่ง ชายลักภาลูกสาวหลานสาวท่านหนีไปต่างบ้านต่างเมีองถึงสิบปี แล้วมันเอาลูกสาวหลานสาวท่านคืนมาบ้านเมีองเล่าไซ้ หญิงไม่สะมักอยู่ด้วยชาย ให้ชายเวนลูกสาวให้แก่ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิง บ่อพึง<ref>ต้นฉะบับ: พึ่ง</ref> ให้มีโทษแก่ชายนั้นเลย เหตุชายภาหญิงนั้นกลับมาเอง {{ลปร1|กหน|119}} ๑๒๖ มาตราหนึ่ง ชายหญิงสะมักรักใคร่เปนชู้กัน {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงมิรู้ ชายหญิงมันภากันไป ชายมิได้มาสมักสมาพ่อแม่หญิงไซ้ ให้ส่งหญิงให้แก่บิดามานดา แล้วให้ไหมชายผู้หาคำนับมิได้ภาหญิงไปเปนข้อเลมิดให้แก่ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิง {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> rwg3uj7j7bqo30un2ykc6n0o5x4sd4a หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/66 250 76762 296669 296136 2026-09-21T13:24:26Z Vesperstelo 11696 296669 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๖๒|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|120}} ๑๒๗ มาตราหนึ่ง ถ้าหญิงตามผู้ชายไซ้ ให้{{ตตฉ|หวน|ทวน}}หญิงด้วยไม้หวายโดยสกรรมิสกรร แล้วให้ส่งหญิงให้แก่ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิง แลชายนั้นหาคำนับ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} มิได้ ให้ไหมโดยพระราชกฤษฎีกา {{ลปร1|กหน|121}} ๑๒๘ มาตราหนึ่ง ชายภาลูกสาวท่านไปทำชู้ อยู่มาหญิงนั้นมีคัรภ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}}<ref>ฉะบับรองทรง: {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}}</ref> หญิงมีรู้ หญิงนั้นตาย ท่านให้ชายใช้ค่าหญิงนั้นจงเตม แล้วให้ลงโทษแก่ชายนั้นเปนข้อเลมิดอีกโสตหนึ่ง {{ลปร1|กหน|122}} ๑๒๙ มาตราหนึ่ง ชายภา {{ซบ|ลูกสาว|{{ตตฉ|หลานสา|หลานสาว}}}} {{ปก2|2}} ท่านไป {{ซบ|บิดามานดา|พี่ป้าน้าอา}} {{ปก2|2}} ได้สมักรักกัน ให้ชายส่งหญิงนั้นคืนมาให้แก่ {{ซบ||}} {{ปก2|2}} หญิง ให้ชายสะมายุมแปลงแต่งการงานโดยสมควรตามประเวณี<ref>ฉะบับรองทรง: ประเพณีย์</ref> พึงให้ชายหญิงอยู่กินเปนผัวเมียกัน ถ้าชายมิได้มีความร้ายเปนข้อมหันตะโทษแลเปนคนทุศีล {{ซบ|บิดามานดา|พี่ป้าน้าอา}} {{ปก2|2}} หญิงมิเตมใจติโทษแต่ว่าชายมีพยศเล่นเบี้ยกินเล่าหยาบช้าประการใดก็ดี{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> dbpppud6iipe03hlph73hpmyn5hlj9l หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/67 250 76763 296670 296138 2026-09-21T13:24:52Z Vesperstelo 11696 296670 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๖๓|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>ท่านให้ {{ซบ|บิดามานดา|พี่ป้าน้าอา}} {{ปก2|2}} หญิงเรียกเอาทานบนชาย แล้วให้ชายหญิงอยู่กินเปนผัวเมียกัน เหตุ {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} ได้สมรักกันก่อนแล้ว จะตัดประเวณีเฃานั้นมีชอบ อะนึ่งถ้าชายส่งหญิงให้แก่ {{ซบ|บิดามานดา|พี่ป้าน้าอา}} {{ปก2|2}} หญิง ชายได้มาสะมายุมแปลงเปนคำนับ {{ซบ|บิดามานดา|พี่ป้าน้าอา}} {{ปก2|2}} หญิงมิรับ แกล้งว่าอุบายด้วยประการใด ๆ แลเอาหญิงนั้นไปยกให้เปนเมียชายอื่น ท่านว่า {{ซบ|บิดามานดา|พี่ป้าน้าอา}} {{ปก2|2}} หญิงนั้นมิชอบ ให้ไหมชายชู้โดยประถมผิดเมีย ไหมผู้ยกให้กึ่งชายชู้ ถ้าชายมิส่งหญิงให้ไปสมาแต่ภอเปนที {{ซบ|บิดามานดา|พี่ป้าน้าอา}} {{ปก2|2}} หญิงมิรับ ชายบังอาจเอาหญิงไว้ ให้ทวนชายหญิงคล ๓๐ ที แล้วให้ไหมชายนั้นเปนข้อเลมิดโดยศักดิ<ref>ต้นฉะบับ: คัก แก้ตามฉะบับรองทรง</ref> {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} หญิง ๆ มิได้สิทธิเปนเมียชาย ถ้าชายสมรักลักภาหญิงไปขายหญิงเสิยเล่า ท่านให้ไหมชายนั้นเปนลักภาโดยขนาฎ หญิงมิได้สิทธิเปนเมียชาย ให้เร่งเอาเงินแก่ชายส่งให้นายเงินจงท่วน แล้วให้ทวน {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ซบ|๕๐|๒๕}} {{ปก2|2}} เหตุหญิงร้ายชายพาลให้ยากแก่ความเมืองท่าน {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> hkrm7j0p9a853atfz9bzx2bh7ed45zv หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/68 250 76781 296671 296140 2026-09-21T13:25:12Z Vesperstelo 11696 296671 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๖๔|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|123}} ๑๓๐ มาตราหนึ่ง {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} พรหมจารีรักใคร่กัน {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} มิรู้ แลชายอื่นมาสู่ฃอหญิงนั้น {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} ยกให้แก่ชายผู้สู่ฃอ ได้แต่งการมีขันหมาก ครั้นถึงกำหนฎให้หญิงนั้นลงเรือน แลหญิงนั้นมิลง แลชายชู้ซึ่งพ่อแม่หญิงมิได้ยกให้นั้นภาเอาหญิงไป แลมันเกบเอาทรัพยสีงของไปด้วยชายชู้นั้น ท่านให้เอาขันหมากนั้นตั้งไหม {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงทวีคูน แล้วใช้ข้าหอแลสิ่งของท่านจงเตม เพราะ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงมิได้ถามลูกสาวตน ส่วนชายผู้ภาไปนั้น ให้ไหม {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงนั้นเปนเบี้ยสะมายุมแปลง ให้หญิงสิทธิแก่ชายผู้ภา เพราะหญิงชายนั้นรักใคร่กันอยู่ก่อนแล้ว {{ลปร1|กหน|124}} ๑๓๑ มาตราหนึ่ง หญิงชายตามกันไป แลชายเอาหญิงไว้ก็ดี แลชายเอาหญิงมายังแพ่ง ๆ หมายไป แลพ่อแม่หญิงตกสีนสอดไปแก่ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} ชายก็ดี ตัวชายเองก็ดี เงินมากน้อยเท่าใด ๆ แล {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} ชายก็ดี ตัวชายก็ดี รับกันแล้ว ชายเอาลูกสาวท่านไปฃายเสีย เอาเงินไปให้เจ้าลูก<ref>ฉะบับรองทรง: แก่เจ้าลูก</ref> สาวผู้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 5np7zwkanvo87heyze5cn2loz359fll หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/69 250 76782 296672 296142 2026-09-21T13:25:46Z Vesperstelo 11696 296672 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๖๕|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>ตกมานั้นไซ้ ท่านว่าชายบังอาจ์ ให้เอาเบี้ยซึ่งชายฃายหญิงนั้นตั้งไหมทวีคูนเปนสีนไหมกึ่งพีในกึ่ง แล้วให้ขับชายนั้นเสิย อย่าให้เลิ้ยงหญิงสืบไป {{ลปร1|กหน|125}} ๑๓๒ มาตราหนึ่ง ชายหญิงรักไคร่เปนชู้กัน แล {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} หญิงมิรู้ มันภากันไปอยู่ณเรือน {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} พี่น้องพ้องพันธุ์ชาย แลหญิงภาเอาทรัพย์สิ่งของพ่อแม่หญิงไปด้วย พ่อแม่หญิงจะเอาทรัพยคืน ท่านให้คืนให้แก่พ่อแม่หญิงนั้นจงเตม เพราะว่ามันมิได้อยู่ในโอวาทพ่อแม่ มิควรให้ทรัพยแก่มัน {{ลปร1|กหน|126}} ๑๓๓ มาตราหนึ่ง ชายหญิงลอบลักสมรักด้วยกัน บิดามานดาหญิงนั้น{{ตตฉ|มิร้|มิรู้}} ชายลักภาหญิงหนีไปอยู่ณเรือนพ่อแม่พี่น้องแห่งชายในที่ {{ซบ|ใก้ล|ไกล}} {{ปก2|2}} ก็ดี แลปลูกเรือนอยู่ก็ดี มีลูกก็ดี หาลูกมิได้ก็ดี ท่านว่าหญิงไม่มีสิทธิแก่ชาย เปนแต่ชู้กัน แม้นหญิงทำชู้สู่ชายอื่นไซ้ ให้ปรับไหมหญิงแลชายชู้ภายหลังนั้นโดยประถมผิดเมีย เหตุชายชู้ลักล่วงประเวณี ท่านให้เอามีนไหมพิในเปนข้าญ่าช้างหลวง แล้วให้หญิงสิทธิแก่บิดามานดาหญิง จะให้สิทธิเปนเมียชายผู้ลักภานั้นมืได้ เหดุชายหาคำนับแก่บิดามานดาหญิงมิได้ แลทรัพยสีงของหญิงนั้น ท่านมิให้ริบเอาไว้ แม้นชายชู้ก่อนริบเอาสีงสีนหญิงนั้นไว้ไซ้{{วว}}<noinclude></noinclude> pa80cpq6ofj7cay7wamm900cdfdfmm1 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/70 250 76783 296673 296144 2026-09-21T13:26:10Z Vesperstelo 11696 296673 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๖๖|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>เสมอกันโชกแผ่นดินท่าน ท่านให้ทวนด้วยลวดหนังตามบันดาศักดิ ถ้านา ๒๐๐ ขึ้นไป ท่านให้จำไส่ฅาไว้ตามบันดาศักดิโดย<ref>ฉะบับรองทรง: คำว่า โดย ไม่มี</ref> มากแลน้อย {{ลปร1|กหน|127}} ๑๓๔ มาตราหนึ่ง ชายใดลักภาลูกสาวหลานสาวท่านไปทำชู้เมีย ครั้นพ่อแม่พี่น้องพ้องพันธุหญิงนั้นรู้ ชายนั้นมันคืนเอาหญิงมาไว้บ้านเรือนไซ้ ท่านว่าใช่ขโมย เพราะว่า<ref>ฉะบับรองทรง: คำว่า ว่า ไม่มี</ref> มันรักไคร่กันภากันไป มันมิได้เสิยถิ่น<ref>ต้นฉะบับ: ถีน</ref> ถานบ้านเรือนของพ่อแม่ มันภากันมาเอง ท่านให้สมายุมแปลงพ่อแม่ปู่ญ่าอาวอาหญิงนั้น {{ลปร1|กหน|128}} ๑๓๕ มาตราหนึ่ง ถ้าชายภาลูกสาวท่านไปมิได้คำนับ ให้ปรับโดยถานเลมิดพระราชอา{{ชญ|2}}า ทำสามส่วน ลดเสียส่วนหนึ่ง เอาสองส่วนเปนเลมิดให้แก่บิดามานดาหญิง กล่าวลักษณหญิงชายสมรักลักภากันไปโดยสังเขบแต่เท่านี้ {{ลปร1|กหน|129}} ๑๓๖ มาตราหนึ่ง บุตรหญิงโกรธ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} ไปอาไสอยู่ณเรือนท่านในสถานที่ไกล เจ้าเรือนนั้นแต่งบุตรท่านให้มีสามี{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> k7e1d85a7y5x0mtlr9qmw8ecr5yeh2g หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/71 250 76786 296674 296146 2026-09-21T13:26:29Z Vesperstelo 11696 296674 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๖๗|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>ครั้นอยู่มาบิดามานดารู้ ท่านจะคืนเอาบุตรของท่านมา<ref name = "มา"/> ไซ้ ท่านว่าคืนเอาหญิงนั้นมาได้ ชายผู้ผัวนั้นจะกล่าวเอาโทษบิดามานดา<ref>ฉะบับรองทรง: แก่ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}}</ref> มิได้เลย เพราะว่าเปนบุตรท่าน ๆ มิได้ตกแต่ง แลสีนสอดผ้าไหว้นั้นท่านให้ผู้ตกแต่งคืนให้แก่เขา {{ลปร1|กหน|130}} ๑๓๗ มาตราหนึ่ง บุทคลผู้ใดเอาบุตรีแห่งญาติมาอยู่ณเรือนด้วย แลประกอบสามีให้แก่บุตรีนั้น ถ้าบิดามานดารู้เฃามิพึงภอ<ref>ต้นฉะบับ: ภ่อ</ref> ใจ เอาสัตรีนั้นคืนไปได้ สามีนั้นจะเอาโทษแก่บิดามานดาสัตรีว่าลักเอาภรรยาไป ว่ามิได้ ควรให้ผู้ตกแต่งนั้นคืนสีนแห่งชายนั้นให้แก่ชาย เพราะสามีมิ<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า มิ ตกไป เพิ่มตามฉะบับรองทรง</ref> รู้ว่าสัตรีนั้นมิได้เปนบุตรีแห่งญาติผู้ตกแต่ง ถ้าผู้เปนญาตินั้นเอาบุตรีท่านมาประกอบให้อยู่แก่บุตรตน แลทรัพยสีนสอดนั้นควรให้แก่บิดามานดาแห่งบุตรีนั้นกึ่งหนึ่ง เพราะเหดุบิดามานดารักษาบุตรนั้นมิได้ {{ลปร1|กหน|131}} ๑๓๘ มาตราหนึ่ง บุตรีผู้ใดบิดามานดาตกแต่งให้มีเย่าเรือนทำมาหากินอยู่ต่างหาก อยู่มาภรรยาสามีอย่ากัน ปันทรัพยต่อผู้เถ้าผู้แก่แล้ว ภายหลังสามีแลภรรยาซึ่งหย่ากันนั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 8ulwz9z0m3wom4w22uj899du4nm4zs5 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/72 250 76787 296675 296148 2026-09-21T13:26:44Z Vesperstelo 11696 296675 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๖๘|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>กลับยอมดีคืนมาอยู่ด้วยกันนั้น<ref>ฉะบับรองทรง: คำว่า นั้น ไม่มี</ref> เล่า หาโทษมิได้ ถ้าภรรยามันไปอยู่ณเรือนบิดามานดา ๆ มิได้ยิงญอมให้อยู่กินด้วยกัน แม้นตัวหญิงยิงยอมก็ดี ท่านว่าหญิงนั้นไม่สิทธิ<ref>ฉะบับรองทรง: ไม่เปนสิทธิ</ref> เปนภรรยา เพราะหญิงกลับมาอยู่ในเรือนบิดามานดาแล้ว สิทธิแก่บิดามานดา {{ลปร1|กหน|132}} ๑๓๙ มาตราหนึ่ง บิดามานดาหญิงเลิ้ยงหญิงผู้บุตรมาเติบใหญ่ได้ทุกขยากประการใด จเอาบุตรสาวไปฃายเอาเงินแก้ความยาก แลหญิงบุตรนั้นมันไม่รู้จักคุณ<ref>ฉะบับรองทรง: ไม่รู้คุณ</ref> นอกใจพ่อแม่ตามชายไปมิได้มาสะมาไห้วพ่อแม่ ๆ ได้ความเจบอายนั้น ให้คิดเอาค่าน้ำนมเฃ้าป้อนค่าเลิ้ยงรักษาแก่มัน แลชายซึ่งภาเอาหญิงไปเลิ้ยงนั้นให้มันช่วยหญิงเสียกึ่งหนึ่ง ถ้ามันภากันมาร้องฟ้องยังโรงสาร ให้เร่งว่าให้แก่มันจงเสรจ<ref>ฉะบับรองทรง: ให้เร่งว่าแก่มันให้จงเสรจ์</ref> อย่าให้บาทไหมมัน เพราะมันเปนพ่อลูกแม่ลูกกันอยู่ ถ้ามันเกิดลูกหลานไปภายหน้า จะมาญินดีกันเล่า {{ลปร1|กหน|133}} ๑๔๐ มาตราหนึ่ง บุทคลผู้ใดให้บุตรีเปนภรรยาท่าน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> bepbd1n8b1a1yyvnklyyava9cuj1pdk หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/73 250 76788 296676 296150 2026-09-21T13:27:00Z Vesperstelo 11696 296676 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๖๙|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>แล้ว อยู่มาภายหลังได้คิดจะกลับคืนเอาบุตรีมาเล่าไซ้ ท่านว่าจะคืนเอานั้นมิได้เลย {{ลปร1|กหน|134}} ๑๔๑ มาตราหนึ่ง หญิงใดมีทุกขยาก ชายว่าจะช่วยทุกขยากหญิง ๆ เชื่อฟังคำ ได้ร่วมประเวณีด้วยชาย ๆ ช่วยทุกขยากหญิงได้ หญิงนั้นคงสิทธิเปนเมียชาย ถ้าชายฬ่อลวงหญิง ๆ ร่วมประเวนีเสียตัวแก่ชาย ๆ มิได้ช่วยทุกขยากหญิง ๆ มิสะมักแก่ชายนั้น ให้ร้องฟ้องว่ากล่าวยังสุภากระลาการ ๆ พิจารณาเปนสัจว่าชายลวงหญิงจริงไซ้ ให้ไหมชายผู้ฬ่อลวงเท่าค่าตัวหญิง แล้วยกให้หญิงกึ่ง ๆ หนึ่งนั้นเปนสีนไหมกึ่งพิในกึ่ง เหดุ<ref>ฉะบับรองทรง: เหตุว่า</ref> ชายลวงหญิง ให้ชายหญิงขาดจากผัวเมียกัน ถ้าชายได้เสียเงินช่วยทุกขยากหญิงนั้นบ่างแต่ภอเปนที มิได้ช่วยหญิงให้พ้นจากทุกขจากยากโดยสุจริต หญิงยังหาบุตรมิได้ ไม่สมักอยู่ด้วยชายไซ้ ให้หญิงคืนเงินซึ่งชายเสียนั้นให้แก่ชายจงท่วน ชายหญิงจึ่งขาดจากผัวเมียกัน ถ้าชายได้เสียเงินช่วยทุขยากหญิงนั้นบ้าง แลหญิงได้เกิดบุตรด้วยชายนั้นแล้ว หญิงนั้นคงสิทธิเปนเมียชาย ถ้าชายมิได้ช่วยทุขยากหญิง ลวงทำชู้ให้หญิงเสียตัว แล้วเอาหญิงไปฃายผูกดอกเบี้ยก็ดี ขายให้เข้าไช้ต่างดอกเบี้ยก็ดี แลหญิงคิดฉุกใจว่าชายช่วยทุขยากมิได้ แลมิสมักอยู่<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 54y1fsf3jnrzohglrs49p581ud1q6g5 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/74 250 76789 296677 296152 2026-09-21T13:27:16Z Vesperstelo 11696 296677 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๗๐|ผัวเมีย}}{{สต}}</noinclude>ด้วยชายไซ้ ท่านให้เรียกเอาเงินแก่ชายนั้นส่งให้นายเงินจงครบ แล้วให้ทวนหญิง ๑๐ ที เหดุหญิงใจเบายอมด้วยชายก่อนแล้วให้ชายขายต่อไปจึ่งได้ยากแก่ความเมีองท่าน ๆ ให้หญิงชายฃาดจากผัวเมียกันโดยพระราชกฤษฎีกา กล่าวลักษณแห่งบิดามานดาหญิงแลชายอันให้เกิด<ref>ฉะบับรองทรง: บังเกิด</ref> มูลวิวาทโดยสังเขบแต่เท่านี้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 5v77s4hbx5ao7uutvtgyxv8rao7ena0 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/145 250 76831 296779 296295 2026-09-22T11:20:54Z Vesperstelo 11696 296779 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" /></noinclude>{{ลปร1|ก|พระไอยการลักษณมรดก|<ref>เหลือฉะบับหลวงฉะบับเดียว คือ L16</ref>}} จะกล่าวลักษณมูละวิวาทอันมีในคำภิรพระธรรมสาตรนั้นว่า {{หนา|อธมฺมทายชฺชวิภตฺตภาคํ}} คือว่าส่วนที่จะแจกมรฎกแก่กันมิได้เปนธรรมเกิดแต่เอกุณดึงษมูลวิวาท ๒๙ ประการอันมโนสาราจารย์กล่าวไว้ ฝ่ายสมเดจ์บรมกระษัตราธิราชเจ้าผู้ผ่านพิภพถวัลราชในกรุงเทพมหานครทรงตราพระราชบรรญัติจัดเปนบทพระไอยการชื่อว่าสาขะคดีมีมาตราออกไปโดยยุติธรรมควรแก่บุทคลที่จะได้สีนเดิมสีนสมรศอันเปนทรัพยมรฎกแห่งผู้มรณภาพโดยมีบันดาศักดิ์แลหาบันดาศักดิ์มิได้ ตามพระราชกฤษฎีกาอันสืบ ๆ มาดั่งนี้ ศุภมัศดุศักราช ๒๑๕๕ ศุกระสังวัดฉระเชฐมาศศุกะปักเขเอกาทัศมีดิดถียังคูรวาร พระบาทสมเดจ์เอกาทธรฐอิศวรบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงทศพิธราชธรรมอนันตะสมภาราดิเรกเอกอุดมบรมพุทธางกูรจุลจักรพรรดิศรธรรมมฤกราชาธิราชบรมบพิตรเสดจ์สถิตยในพระธินั่งพระพลับพลาทองโดยอุดราภิมุกขพระมหาวิหารพระไชยวัดธนารามบำเพญพระราชกุศลถาปนาพระมหาวิหารแลพระเชตุพลและพระมหาธาตุไว้ให้รุ่งเรืองในวร<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> en6o0xk04sl5iyyxysaqyrg6gmmpgrc หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/146 250 76832 296780 296297 2026-09-22T11:21:49Z Vesperstelo 11696 296780 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๔๒|มรดก}}{{สต}}</noinclude>พระพุทธสาศนาไปเมื่อหน้าตราบเท้าถึงห้าพันพระวสา จึ่งพญาสมบัดิบาลอนันตมไหยสวรรยาธิภักดีพิริยภาหะกราบบังคมทูลพระกรุณาพระบาทสมเดจ์เอกาทธรฐอิศวรบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวว่า มรดกพญาศุกโขไทผู้ถึงแก่อนิจกรรม แลพระราชทานให้แบ่งปันแก่บิดามานดาบุตรภรรยาญาติพี่น้องทังปวง แลส่งสัดไปให้ธรรมาธิกอรใส่ด้วยพระราชกฤษฎีกา<ref name = "กฤษฎีกา">ต้นฉะบับ: กฤษฎีา</ref> ตามรวางว่า ลูกหญิงชาย {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} แต่งทรัพยสิ่งของแลทาษชายหญิงให้มีเรือนแล้ว แล {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} ตาย แลบุตรชายหญิงซึ่ง {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} แต่งให้มีเรือนแล้วนั้นยัง จะเข้าส่วนแบ่งปันได้อีกฤๅมิได้โดยพระราชกฤษฎีกา<ref name = "กฤษฎีกา"/> ว่า ราษฎรทังหลายอันมีบุตรหญิงชาย ครั้นใหญ่ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} แต่งทรัพยสิ่งสีนให้ไปมีเรือนแล้วนั้น จะเข้ามาปันเอาทรัพยสิ่งสีน {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} ซึ่งมรณภาพอีกนั้น ท่านมิให้ปันให้ แลทรัพยนั้นให้ปันให้แก่ลูกหลานผู้มิได้ทรัพยนั้น ถ้าหาลูกหลานหมิได้กว่านั้นไซ้ จึ่งให้ปันทรัพยนั้นแก่บุตรผู้มีเรือนแล้ว จึ่งพระบาทสมเดจ์เอกาทธรฐอิศวรบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมมีพระราชโองการมาณพระบันทูลจำเพาะแก่พญามหาอุปะราชชาติวรวงษพงษ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> rid0eph4cm6vcmfg2o03r4gv7u42j3y หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/147 250 76860 296781 296299 2026-09-22T11:22:18Z Vesperstelo 11696 296781 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๔๓|มรดก}}{{สต}}</noinclude>ภักดีบดินทสุรินทเดโชไชยมไหยสุรศักดิแสนญาธิราช แลพระราชครูบโรหิตาจารยราชสุภาวะดีศรี<ref name = "ศรี">ต้นฉะบับ: ศีร</ref> บรมหงษวงษบุรุโสดมพรหมพฤฒาจารย แลพระยาพระคลังศรี<ref name = "ศรี"/> ธรรมราชเดชชาติอำมาตญานุชิตรพิพิชรัตณราชโกษาธิบดีอภัยพีรียบรากรมพาหุ ให้แต่งพระราชกฤษฏิกาแต่นี้ไปเมื่อหน้า {{ลปร1|กหน|1}} ๑ ถ้าแลผู้มีบันดาศักดิตั้งแต่นา ๔๐๐ ขึ้นไปถึงแก่มรณภาพ แลจะแบ่งปันทรัพยมรดกเปนส่วนซึ่งจะได้แก่บิดามานดาแลญาติพี่น้องบุตรภรรยาหลานเหลนลื่อนั้นโดยได้รับราชการแลมิได้รับราชการแลมีบำเน็จบำนาญแลหาบำเน็จบำนาญมิได้ ให้ทำเปนส่วนดั่งพระผู้เปนเจ้ากล่าวไว้นี้ {{ลปร1|กหน|2}} ๒ มาตราหนึ่ง ผู้มรณภาพนั้นหาบำเน็จบำนาญแก่ราชการมิได้ ให้ทำทังพัทยาแลมรดกคงไว้ทังสองสถาน ถ้าผู้มรณภาพนั้นมีบำเหน็จแก่ราชการแลหาบำนาญมิได้ อย่าให้ทำมรดกเลย ให้ทำแต่พัทยาคงไว้ ถ้าผู้มรณภาพนั้นมีบำนาญแก่ราชการแลหาบำเหน็จมิได้ อย่าให้ทำมรดกเลย ให้ทำแต่พัทยาเถิด ถ้าผู้มรณภาพนั้นมีทังบำเหน็จบำนาญแก่ราชการไซ้ อย่าให้ทำพัทยาแลมรดกเลย ให้เอาทรัพยอันเปนสะวิญาณกะทรัพแลอะวิญาณกะทรัพทังสองประการนั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> enxotd1c05040iqdg7yxe8amereaqjj หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/148 250 76861 296782 296301 2026-09-22T11:22:38Z Vesperstelo 11696 296782 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๔๔|มรดก}}{{สต}}</noinclude>แบ่งปันให้แก่บิดามานดาแลลูกหลานชายหญิงแห่งผู้มรณภาพนั้น ถ้าแลหาบิดามานดาแลลูกหลาน {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} มีได้ อย่าให้ทำมรดกพัทยาเลย ให้คงไว้แก่ญาติพี่น้องผู้มรณภาพนั้นเถิด อนึ่งผู้มรณภาพนั้นเอาสะวิญาณกะทรัพแลอะวิญาณกะทรัพไปฝากไว้ยังอารามก็ดี แลสั่งไว้ให้ทำบูญให้ทานก็ดี แลจำเภาะให้แก่เจ้าภิกษุองคใดก็ดี ผู้ใดจะเอาออกจากอารามนั้นมิได้ ท่านว่าผู้นั้นมิพ้นจัตุราบาย {{ลปร1|กหน|3}} ๓ มาตราหนึ่ง เสนาบดีมลตรีมุกขลูกขุนเจ้าราชนิกุญขุนหมื่นพันทนายผู้มีบันดาศักดิทังปวงแลบิดามานดาแต่งให้มีเรือนแต่อายุสมควรจะมีเรือน แลคนทังนั้นมีทรัพยสิ่งสินด้วยผลราชการอันพระราชทานให้ก็ดี แลมีทรัพยสิ่งสีนขึ้นด้วยทำมาหากีนด้วยกันก็ดี แลผู้นั้นถึงแก่มรณภาพลง ให้เอาเครื่องสรรพาวุธช้างม้าเครื่องพัทยาบ่าวไพร่แลเรือยาวแต่ ๗ วาขึ้นไปยกไว้เปนหลวง แลทรัพยสิ่งสีนทาษกรรมกร {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} เรือกสวนไร่นานั้นยังมากน้อยเท่าใดให้ประมวนไว้ ถ้าแลผู้มรณภาพนั้นมีนี่มากน้อยเท่าใดก็ดี ให้บิดามานดาบุตรภรรยาเอาทรัพยนั้นไช้นี่จงครบก่อน ถ้าแลผู้มรณภาพหานี่มิได้ก็ดี ให้เอาทรัพยสิ่งของทังปวงซึ่งยังอยู่นั้นแบ่งออกเปนส่วน ให้ทำเปนสี่ภาก ๆ หนึ่งเข้าพระคลังหลวง ภากหนึ่งในแก่บิดามานดา ถ้าแลบิดาถึงแก่<noinclude></noinclude> 8l9mdo6ccyfb1i7prz8stgof1ijfc2f หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/149 250 76866 296783 296303 2026-09-22T11:23:22Z Vesperstelo 11696 296783 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๔๕|มรดก}}{{สต}}</noinclude>มรณภาพ ยังแต่มานดา ให้มานดานั้นได้ทรัพยทังส่วน ถ้ามานดามรณภาพ ยังแต่บิดา ให้บิดานั้นได้ทรัพยทังส่วน ถ้าบิดามานดาหย่าร้างกันแล้ว ให้ได้ทรัพยคนละกึ่งส่วน แลภาคหนึ่งให้แก่พี่น้องลูกหลานแลญาติกาผู้ถึงมรณภาพ ภาคหนึ่งให้แก่พิริยา ถ้าแลผู้มรณภาพนั้นหาแม่เจ้าเรือนมิได้ ให้ยกไว้เปนหลวง {{ลปร1|กหน|4}} ๔ มาตราหนึ่ง ถ้าบิดามารดาผู้มรณภาพนั้นหามิได้ แลทรัพยสิ่งของทาษกรรมกรชายหญิงอันเปนเครื่องบริโภคทังปวงนอกกว่าเครื่องสรรพาวุธพัทยาที่เปนของหลวงนั้นให้แบ่งปันออกเปนสามภาค ๆ หนึ่งเข้าพระคลังหลวง ภาคหนึ่งให้แก่พี่น้องลูกหลานแลญาติผู้ถึงมรณภาพ ภาคหนึ่งให้แก่พิริยา ถ้าแลผู้มรณภาพนั้นหาแม่เจ้าเรือนมิได้ ให้ยกไว้เปนหลวง {{ลปร1|กหน|5}} {{ลปร1|หข|๕|เมียก่อน}} มาตราหนึ่ง ผู้มีบันดาศักดิถึงแก่มรณภาพ มีภิริยาอันสู่ฃอมีขันมากบิดามานดายกให้อยู่ด้วยกันก็ดี แลมีภิริยาอันทรงพระกรรุณาพระราชทานให้ด้วยมีบำเหน็จแก่ราชการก็ดี แลมีภิริยาอันทูลฃอแลพระราชทานให้ก็ดี แลมีนานาภิริยาก็ดี แลมีภิริยาทัง ๔ จำพวกนั้นได้อยู่กีนด้วยกันตั้งแต่สามขวบขึ้นไป แลได้รักษาไข้ปลงศภไซ้ ภิริยาอันทรงพระกรรุณา<noinclude></noinclude> 2jvvdcay4be72xnwjbstnsko0wizqw5 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/150 250 76867 296784 296305 2026-09-22T11:23:44Z Vesperstelo 11696 296784 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๔๖|มรดก}}{{สต}}</noinclude>พระราชทานนั้นให้ได้ทรัพย ๓ ส่วนกึ่ง ภิริยาอันสู่ฃอมีขันมากบิดามานดายกให้นั้นให้ได้ทรัพย ๓ ส่วน เหตุภิริยาอันพระราชทานให้นั้นสูงศักดิกว่าพิริยาอันมีขันมากบิดามานดายกให้ ภิริยาอันทูลฃอพระราชทานให้ แลนานาภิริยา คือว่าอนุภิริยานั้น ให้ได้ทรัพยสองส่วนกึ่ง ถ้าแลภิริยา ๔ จำพวกนั้นอยู่ด้วยกันแต่สามขวบลงมา แลได้รักษาไข้ปลงศภไซ้ ให้ได้ทรัพยคนละกึ่งส่วนซึ่งแบ่งไว้ในเดิมนั้น แลทรัพยซึ่งแบ่งไว้กึ่งหนึ่งนั้นให้เอาไปเพิ่มเข้าในทรัพย ๓ ภาค ถ้าแลภิริยาทัง ๔ จำพวกนั้นมิได้รักษาไข้ปลงศภ อย่าให้ได้ส่วนแบ่งปันเลย {{ลปร1|กหน|6}} ๖ มาตราหนึ่ง ถ้าพิริยาอันพระราชทานให้ได้รับราชการ ให้ได้ทรัพย ๔ ส่วนกึ่ง แลภิริยาอันมีขันมากสู่ฃอบิดามานดายกให้ได้รับราชการ ให้ได้ทรัพย ๔ ส่วน ภิริยาอันทูลฃอพระราชทานให้แลนา ๆ ภิริยานั้น ถ้าได้รับราชการ ให้ได้ทรัพย ๓ ส่วนกึ่ง {{ลปร1|กหน|7}} ๗ อนึ่งถ้าผู้มรณภาพนั้นมีทาษภิริยาเกิดลูก {{ซบ|หญิง|ชาย}} {{ปก2|2}} ด้วยกัน แลลูกนั้นตายก็ดี ยังก็ดี อย่าให้เอาทาษพิริยานั้นเข้าส่วนแบ่งปันเลย ให้แต่ตัวมันรอดเปนไท ถ้าผู้มรณภาพนั้นให้ทรัพยสิ่งของทาษหญิงชายแก่ลูกซึ่ง<ref>ต้นฉะบับ: ชึ่ง</ref> เกิดด้วยทาษภิริยานั้น{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> be9rjpa7rwslktcyq90u237oxa6e783 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/151 250 76868 296785 296307 2026-09-22T11:24:14Z Vesperstelo 11696 296785 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๔๗|มรดก}}{{สต}}</noinclude>แลลูกนั้นตายแล้ว แลทรัพยสิ่งของทาษหญิงชายซึ่งให้นั้นมากน้อยเท่าใด ให้ได้แก่ทาษภิริยาซึ่งเกิดลูกด้วยผู้มรณภาพนั้น {{ลปร1|กหน|8}} {{ลปร1|หข|๘|ธรรมสาตร}} แลลักษณบุตรอันจะได้ทรัพยมรดกนั้นคือบุตรอันเกิดด้วยภิริยาสู่ฃอแลภิริยาพระราชทาน ๑ เกิดด้วยอนุภิริยา ๑ เกิดด้วยทาษีภิริยา ๑ แลบุตรมาด้วยสามี ๑ มาด้วยภิริยา ๑ แลบุตรบูญธรรมฃอท่านเอามาเลี้ยงแต่น้อย ๑ แลบุตร ๖ จำพวกนี้ควรจะได้ส่วนแบ่งปันทรัพมรดกแห่งบิดามานดา {{ลปร1|กหน|9}} ๙ มาตราหนึ่ง บุตร {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} อันเกิดด้วยภิริยาซึ่งบิดามานดาสู่ฃอแลเกิดด้วยภิริยาพระราชทาน ถ้าได้รักษาไข้แลปลงศภ {| |- |บุตรได้ทรัพย ๓ ส่วน |width="5em" rowspan="4"| |ถ้าได้รับราชการ ได้ ๔ ส่วน |rowspan="4"|{{ปก2|5}} |- |หลานได้ทรัพย ๒ ส่วน |ถ้าได้รับราชการ ได้ ๓ ส่วน |- |เหลนได้ทรัพยส่วน ๑ |ถ้าได้รับราชการ ได้ ๒ ส่วน |- |ลื่อได้ทรัพย<ref>ต้นฉะบับ: ทร้พย</ref> กึ่งส่วน |ถ้าได้รับราชการ ได้ส่วน ๑ |- |} {{ลปร1|กหน|10}} ๑๐ มาตราหนึ่ง บุตร {{ซบ|หญิง|ชาย}} {{ปก2|2}} อันเกิดด้วยอนุภิริยาแลภิริยาอันทูลฃอพระราชทานให้ ถ้าแลได้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> njlqvvyfkz3ww4gmd1ih32ebs1ilrkl หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/152 250 76869 296786 296309 2026-09-22T11:25:57Z Vesperstelo 11696 296786 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๔๘|มรดก}}{{สต}}</noinclude>รักษาไข้แลปลงศภ {| |- |บุตรได้ทรัพย ๒ ส่วนกึ่ง |width="5em" rowspan="4"| |ถ้าได้รับราชการ ได้ ๓ ส่วนกึ่ง |rowspan="4"|{{ปก2|5}} |- |หลานได้ทรัพยส่วนกึ่ง |ถ้าได้รับราชการ ได้ ๒ ส่วนกึ่ง |- |เหลนได้ทรัพยส่วน ๑ |ถ้าได้รับราชการ ได้ ๒ ส่วน |- |ลื่อได้ทรัพยกึ่งส่วน |ถ้าได้รับราชการ ได้ส่วน ๑ |- |} {{ลปร1|กหน|11}} ๑๑ มาตราหนึ่ง บุตรหญิงชายอันเกิดด้วยทาษภิริยา ถ้าได้รักษาไข้แลปลงศภ {| |- |บุตรได้ทรัพย ๒ ส่วน |width="5em" rowspan="4"| |ถ้าได้รับราชการ ได้ ๓ ส่วนกึ่ง |rowspan="4"|{{ปก2|5}} |- |หลานได้ทรัพยส่วนกึ่ง |ถ้าได้รับราชการ ได้<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ได้ ตกไป</ref> ๒ ส่วนกึ่ง |- |เหลนได้ทรัพยส่วน ๑ |ถ้าได้รับราชการ ได้ ๒ ส่วน |- |ลื่อได้ทรัพยกึ่งส่วน |ถ้าได้รับราชการ ได้ส่วน ๑ |- |} ถ้าหมิได้รักษาไข้ปลงศภแล อย่าให้มันทังนั้นได้ส่วนแบ่งปันทรัพยมรดกเลย {{ลปร1|กหน|12}} ๑๒ มาตราหนึ่ง บุตรบุญธรรมอัน<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า อัน ตกไป</ref> ตัดสายสะดือมาเลี้ยงได้ทนุกบำรุง {| |- |แต่เดิอนหนึ่งถึงขวบ |width="5em" rowspan="4"| |ได้ทรัพยส่วนกึ่ง |width="5em" rowspan="4"| |ถ้าได้รับราชการ |width="5em" rowspan="4"| |ได้ทรัพย ๒ ส่วน |rowspan="4"|{{ปก2|4}} |- |แต่สองขวบถึง<ref>ต้นฉะบับ: ถึ่ง</ref> ๔ ขวบ |ได้ทรัพยส่วน ๑ |ถ้าได้รับราชการ |ได้ทรัพยส่วนหนึ่ง |- |แต่ ๕ ขวบถึง ๗ ขวบ |ได้ทรัพยกึ่งส่วน |ถ้าได้รับราชการ |ได้ทรัพยส่วน ๑ |- |} แลบุตรบุญธรรมอันตัดสายสะดือมาเลี้ยง ๓ ประการนี้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> k43xar88dckh0xdsh41oob9beciif3j หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/153 250 76870 296787 296311 2026-09-22T11:26:31Z Vesperstelo 11696 296787 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๔๙|มรดก}}{{สต}}</noinclude>จะแก้คดีต่าง {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} เลี้ยงก็ได้เหมือนกันกับลูกหลงไปเกิดอื่น ถ้าพ้น ๗ ขวบ อย่าให้ปันทรัพยมรดกให้ เพราะว่าใหญ่รู้ความแล้ว ท่านเอามาเลี้ยง ท่านไม่มีอาไลย จะว่าคดีแก้ต่างมิได้เลย {{ลปร1|กหน|13}} {{ลปร1|หข|๑๓|พระธรรมสาตร}} มาตราหนึ่ง ชายม่ายมีบุตรได้หญิงม่ายมีบุตรติดมาเปนภรรยาเกิดบุตรด้วยกัน ถ้า {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} ตาย บุตรอันเกิดด้วยกันนั้นได้ทรัพย ๕ ส่วน บุตรอันมาข้าง {{ซบ|สามี|ภิริยา}} {{ปก2|2}} นั้นได้ส่วนหนึ่ง เหตุใดจึ่งกล่าวดั่งนี้ เหตุว่าบิดามานดาถึงแก่วิบัดิสิ่งใดใด บุตรผู้มาข้าง {{ซบ|สามี|ภิริยา}} {{ปก2|2}} นั้นก็จะถึงแก่วิบัดิด้วยบิดามานดา {{ลปร1|กหน|14}} ๑๔ มาตราหนึ่ง บุตรอันเกิดด้วยกันนั้นมีเย่าเรือนเลี้ยงชีพเองแล้ว ให้เอาทรัพยมรดกนั้นทำเปนห้าส่วน ให้แก่บุตรอันเกิดด้วยกันนั้นสี่ส่วน ให้แก่บุตรอันมาข้าง {{ซบ|สามี|ภิริยา}} {{ปก2|2}} นั้นส่วนหนึ่ง ถ้าบุตรอันมาข้าง {{ซบ|สามี|ภิริยา}} {{ปก2|2}} นั้นมีเย่าเรือนเลี้ยงชีพเองแล้ว เมื่อบิดามานดาตาย แลจะเอาทรัพยมรดกนั้นมิได้เลย บุตรอันเกิดด้วยกันนั้นได้ทรัพยมรดกแต่ผู้เดียว{{วว}}<noinclude></noinclude> 5kdrsr0xcz2020lxunbqhtqwy1vzmtd หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/154 250 76871 296788 296313 2026-09-22T11:29:40Z Vesperstelo 11696 296788 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๕๐|มรดก}}{{สต}}</noinclude>ถ้าบุตรอันเกิดด้วยกันนั้นหามิได้ แลมีแต่ลูก {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} ซึ่งมาข้าง {{ซบ|สามี|ภิริยา}} {{ปก2|2}} แลลูกนั้นควรได้ทรัพยมรดกสองส่วน ให้ได้แก่ญาติเผ่าพันธุอันจะสืบไปนั้น ๓ ส่วน ถ้าบุตรอันเกิดด้วยกันก็ดี แลลูกอันมาข้าง {{ซบ|สามี|ภิริยา}} {{ปก2|2}} ก็ดี แลญาติพี่น้องพ้องพันธุก็ดี หามิได้ มีแต่บุตรอันฃอท่านมาเลี้ยงที่ควรจะได้มรดกนั้น ให้ได้ทรัพยส่วนแบ่งปันสองส่วน แลทรัพยสามส่วนนั้นให้ส่งเข้าท้องพระคลัง ถ้าหาบุตรชายหญิงญาติพี่น้องมิได้ ก็ให้เอาทรัพยนั้นส่งเข้าพระคลังหลวงทังสิ้น {{ลปร1|กหน|15}} ๑๕ มาตราหนึ่ง ถ้าทรัพยบิดามานดายกให้แก่บุตรผู้หนึ่งแล้ว อยู่มาบิดามานดาถึงแก่มรณภาพ แลบุตรทังหลายจะปันเอาทรัพนั้นหมิได้ ควรปันได้แต่ทรัพซึ่งอยู่แก่บิดามานดานั้นให้แก่บุตรทังหลาย {{ลปร1|กหน|16}} ๑๖ มาตราหนึ่ง ถ้าผู้มรณภาพมีพี่น้อง แลได้รักษาไข้ปลงศภ ให้ปันแก่พี่น้อง {| |- |บิดามานดาเดิยวกัน |width="5em" rowspan="3"| |ได้ทรัพ ๓ ส่วน |width="5em" rowspan="3"| |ได้รับราชการ |width="5em" rowspan="3"| |ได้ทรัพ ๔ ส่วน |rowspan="3"|{{ปก2|4}} |- |บิดาเดิยว ต่างมานดา |ได้ทรัพ ๒ ส่วน |ได้รับราชการ |ได้ทรัพ ๓ ส่วน |- |มานดาเดียว ต่างบิดา |ได้ทรัพส่วนกึ่ง |ได้รับราชการ |ได้ทรัพ ๒ ส่วน |- |} {{มปก}}<noinclude></noinclude> gmnn23weuuzvz15qh0i0yhfjg7fjcr9 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/155 250 76875 296789 296315 2026-09-22T11:30:11Z Vesperstelo 11696 296789 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๕๑|มรดก}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|17}} ๑๗ มาตราหนึ่ง ปู่หญ้าตายายผู้มรณะงานเดิยวกัน ได้ทรัพยมรดกส่วนกึ่ง ถ้าผู้มรณภาพมีสังฃาญาติฝ่ายปู่หญ้าก็ดี แลญาติฝ่าย {{ซบ|ตา|ยาย}} {{ปก2|2}} ก็ดี แลได้รักษาไข้ปลงศภ ให้ได้ทรัพยนั้นกึ่งส่วน ถ้าได้รับราชการ ได้ทรัพยมรดกส่วนหนึ่ง {| |- |rowspan="4"|{{มยค|อนึ่ง}} |width="5em" rowspan="4"| |ลุงป้าอาวอาผู้มรณงานเดียว |width="5em" rowspan="4"| |ได้ทรัพย ๒ ส่วน |width="5em" rowspan="4"| |ได้รับราชการ |width="5em" rowspan="4"| |ได้ทรัพย ๒ ส่วนกึ่ง |- |ลูกลุงป้าน้าอาวอาผู้มรณะ |ได้ทรัพยส่วนกึ่ง |ได้รับราชการ |ได้ทรัพย ๒ ส่วน |- |หลานห่าง มิได้รับราชการ ได้รักษาไข้ |ได้ทรัพยส่วนหนึ่ง |ได้รับราชการ |ได้ทรัพยส่วนกึ่ง |- |เหลนห่าง มิได้รับราชการ ได้รักษาไข้ |ได้ทรพยกึ่งส่วน |ได้รับราชการ |ได้ทรัพยส่วนหนึ่ง |- |} {{ลปร1|กหน|18}} ๑๘ มาตราหนึ่ง {{ซบ|บิดา|มารดา}} {{ปก2|2}} แต่งให้บุตรหญิงชายมีเรือนแล้ว แต่ทว่าได้ให้ทรัพยสิ่งสีนนั้นน้อย แลบิดามารดานั้นามรณภาพ ทรัพยสิ่งสีนยังมีมาก ให้แบ่งปันทรัพยนั้นให้แก่บุตรอันมีเรือนแล้วแต่กึ่งส่วนบุตรหญิงชายซึ่งยังมิได้แต่งให้มีเรือนนั้น อนึ่งถ้าบิดามารดาแต่งให้บุตรหญิงชายมีเรือนแล้ว ได้ให้ทรัพยสิ่งสีนนั้นมาก ทรัพยสิ่งสีนนั้นยังน้อย อย่าให้แบ่งปันทรัพยนั้นให้แก่ลูกหญิงชายซึ่งมีเรือนแล้วนั้นเลย {{ลปร1|กหน|19}} ๑๙ มาตราหนึ่ง ถ้าแลหลานเลนก็ดี ปู่หญ้าตายายแต่งให้มีเรือน แลให้ทรัพยสิ่งสีนนั้นน้อย แลปู่หญ้าตายายนั้นมรณภาพ ทรัพยสิงสินนั้นยังมีมาก ให้หลานเหลนผู้มีเรือน<noinclude></noinclude> jylxoujfwnki1jdj1m110qv0bs9a9e7 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/156 250 76876 296790 296317 2026-09-22T11:30:37Z Vesperstelo 11696 296790 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๕๒|มรดก}}{{สต}}</noinclude>แล้วนั้นได้ทรัพยแต่กึ่งส่วนหลานเหลนซึ่งยังมีได้แต่งให้มีเรือนนั้น อนึ่งถ้าแลหลานเลนก็ดี ปู่หญ้าตายายแต่งให้มีเรือนแล้ว แลให้ทรัพยนั้นมาก ปู่หญ้าตายายนั้นมรณภาพ ทรัพยสิ่งสีนนั้นยังน้อย อย่าแบ่งปันทรัพยนั้นให้แก่ {{ซบ|หลาน|เหลน}} {{ปก2|2}} ซึ่งมีเรือนแล้วนั้นเลย {{ลปร1|กหน|20}} ๒๐ มาตราหนึ่ง {{ซบ|บุตร|บุตรี}} {{ปก2|2}} ผู้ใดแล {{ซบ|บิดา|มารดา}} {{ปก2|2}} ประกอบให้ {{ซบ|สามี|ภิริยา}} {{ปก2|2}} แล้ว แลยังอยู่กินด้วยกันกับเรือน {{ซบ|บิดา|มารดา}} {{ปก2|2}} ยังไปเกิดบุตรด้วยกัน แลบุตรบุตรีผู้นั้นถึงแก่อุบัติเหตุ แลทรัพยมรดกแห่งผู้มรณนั้นมีมากน้อยเท่าใด ควรให้แก่ {{ซบ|บิดา|มารดา}} {{ปก2|2}} ผู้มรณนั้น อนึ่งถ้าบุตรีผู้ใดยังอยู่กับเรือนบิดามารดา ๆ ให้ทรัพยแก่บุตรีผู้นั้นแล้วแลคืนเอาก็ได้เล่า เหตุบุตรีอยู่กับเรือน {{ซบ|บิดา|มารดา}} {{ปก2|2}} บิดามารดานั้นเปนอิศระแก่บุตรี ถ้าบุตรีนั้นออกไปจากเรือน {{ซบ|บิดา|มารดา}} {{ปก2|2}} แล้ว บิดามารดามิได้เปนใหญ่แก่บุตรีผู้นั้นเลย สามีนั้นได้เปนอิศราแก่บุตรีนั้นแล {{ลปร1|กหน|21}} ๒๑ มาตราหนึ่ง หญิงชายสมรศด้วยกัน แลเฃานั้นตายจากกัน ท่านให้ยกสินเดิมให้แก่ญาติพี่น้องเฃาตามมาก<noinclude></noinclude> sfusmhyrupo4vlumndcgsv3q4t8ndzz หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/157 250 76877 296791 296319 2026-09-22T11:30:53Z Vesperstelo 11696 296791 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๕๓|มรดก}}{{สต}}</noinclude>ตามน้อย แลศมรศทำได้ด้วยกันเท่าใด ให้แบ่งปันโดยพระราชกฤษฎีกา {{ลปร1|กหน|22}} ๒๒ มาตราหนึ่ง บุตรีผู้ใดบิดามารดามิได้ประกอบเย่าเรือนแลสามีให้ บุตรีนั้นสมักไปอยู่ด้วยสามีเองก็ดี อนึ่งผู้ข่มเหงเอาไปก็ดี แลบุตรีนั้นยังไปเกิดบุตร อยู่มาบุตรีผู้นั้นถึงแก่กรรม แลทรัพยแห่งบุตรีนั้นมีควรได้แก่สามีนั้นเลย แลทรัพยนั้นควรได้แก่บิดามารดาบุตรีนั้นแล {{ลปร1|กหน|23}} ๒๓ มาตราหนึ่ง ถ้าบุตรหญิงชายใจหยาบช้ากล้าแขง {{ซบ|บิดา|มารดา}} {{ปก2|2}} สั่งสอนหมิฟัง แลขับเสีย หมิได้นับว่าบุตร หมิได้ให้หยู่ณ {{ซบ|บ้าน|เริอน}} {{ปก2|2}} แลบิดามารดานั้นมรณภาพ แลจะกลับมาเอาส่วนแบ่งปันเล่า ท่านว่าอย่าให้แบ่งปันทรัพยนั้นให้เลย {{ลปร1|กหน|24}} ๒๔ มาตราหนึ่ง ถ้าหลานหญิงชายแลสาขาญาติอันใจหญาบช้ากล้าแขง แลปู่หญ้าตายายสั่งสอนหมิฟัง ขับเสีย หมิได้นับว่าเปน {{ซบ|หลาน|สาขาญาติ}} {{ปก2|2}} หมิได้ให้อยู่ณะบ้านเรือน แลปู่หญ้าตายายนั้นมรณภาพ แลจะกลับมาเอาส่วนแบ่งปัน ท่านว่าอย่าให้แบ่งปันทรัพยนั้นให้เลย {{มปก}}<noinclude></noinclude> 3lx8nlr3qw20liizkbk70tnusaoih9e หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/158 250 76878 296792 296321 2026-09-22T11:33:20Z Vesperstelo 11696 296792 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๕๔|มรดก}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|25}} ๒๕ มาตราหนึ่ง บุตรหญิงชายละบิดามารดาไปอยู่ต่างเมืองแลบิดามารดาตาย จะกลับคืนมาเอาทรัพยสิ่งสีนที่เย่าเรือนเล่า ท่านว่าอย่าให้เลย ท่านว่าให้แก่ผู้อยู่ปรินิบัดิบิดามารดานั้น {{ลปร1|กหน|26}} ๒๖ มาตราหนึ่ง ถ้าพี่น้องลูกหลานแลสาขาญาติอยู่ต่างเมืองก็ดี อยู่ณแขวงจังหวัดทัง ๔ ก็ดี แลผู้นั้นได้มารักษาไข้ปลงศภ ให้ได้ทรัพยตามสว่นแบ่งปันซึ่งจะได้นั้น ถ้ามาหมิทันรักษาไข้ แต่ได้ชว่ยปลงศภ ให้ได้ทรัพยกึ่งสว่น ถ้ามาทันได้รักษาไข้ แต่หมิได้ช่วยปลงศภ ให้ได้ทรัพยมรดกนั้นกึ่งสว่น ถ้าหมิได้รักษาไข้ปลงศภ อย่าให้ได้สว่นแบ่งปันนั้นเลย {{ลปร1|กหน|27}} ๒๗ มาตราหนึ่ง ถ้าแลพี่น้องลูกหลานสาขาญาติไปรับราชการอยู่เมืองไกล ให้เอาทรัพยซึ่งเปนส่วนแบ่งปันแห่งผู้จะได้นั้นให้ผู้ได้พิจารณาจดหมายไว้ แล้วให้มอบทรัพยนั้นไว้แก่ญาติอันสหนิดกว่าผู้นั้นจะมาแต่ราชการ จึ่งให้เอาทรัพนั้นส่งให้ {{ลปร1|กหน|28}} ๒๘ มาตราหนึ่ง พี่น้องลูกหลานเหลนลื่แลสาขาญาติ<noinclude></noinclude> hav23zmufqinvbrpx3j0qhhf9ggrl4p หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/159 250 76879 296793 296323 2026-09-22T11:33:41Z Vesperstelo 11696 296793 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๕๕|มรดก}}{{สต}}</noinclude>ได้รับราชการอยู่ในพระราชวัง จะออกไปรักษาไข้ปลงศภมิได้ ให้แบ่งทรัพยนั้นให้ตามส่วนซึ่งจะได้นั้น อนึ่งถ้าพี่น้องลูกหลานเหลนหลื้สาฃาญาติไปรับราชการอยู่ณะเมือง {{ซบ4|เอก|โท|ตรี|จัตวา}} {{ปก2|4}} แลแขวงจังวัดไซ้ ให้แบ่งทรัพยบันดาส่วนซึ่งจะได้นั้นไว้ณะพระคลังก่อน ถ้าผู้นั้นมาแต่ราชการแล้ว จึ่งเอาทรัพยซึ่งไว้ณะพระคลังนั้นให้ อนึ่งถ้าพี่น้องลูกหลานเหลนหลื้สาขาญาติอยู่รับราชการณกรุงเทพมหานคร แลบิดามารดาปู่ญ่าตายายไปอยู่รับราชการณเมือง {{ซบ4|เอก|โท|ตรี|จัตวา}} {{ปก2|4}} แลแขวงจังวัดถึงแก่มรณภาพ แลพี่น้องลูกหลานเหลนหลื้ได้รับราชการ แลจะไปรักษาไข้ปลงศภมิได้ ก็ให้ได้ส่วนแบ่งปันตามส่วนซึ่งจะได้นั้น {{ลปร1|กหน|29}} ๒๙ มาตราหนึ่ง ญาติผู้ใดป่วยไข้ แลลูกหลานญาติพี่น้องผู้ไข้นั้นอยู่บ้านเดียวกันก็ดี อยู่ต่างบ้านในแขวงจังหวัดเฃ้ามาก็ดี แลมันมิได้รักษาไข้ปลงศภก็ดี แลไปรักษาไข้มิได้ปลงศภก็ดี แลได้แต่ปลงศภมิได้รักษาไข้ก็ดี ท่านว่าอย่าให้มันได้ส่วนแบ่งปันเลย เหตุว่ามันหมิได้อยู่ช่วยรักษา<noinclude></noinclude> by8ntkpow59lya9q5ni9wjro6453a9q หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/160 250 76880 296794 296325 2026-09-22T11:34:04Z Vesperstelo 11696 296794 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๕๖|มรดก}}{{สต}}</noinclude>ไข้ปลงศภโดยสุจริต คิดแต่จะเอาทรัพมรดกแห่งผู้มรณภาพนั้นถ่ายเดียว {{ลปร1|กหน|30}} ๓๐ มาตราหนึ่ง ผู้ไข้อยู่หัวเมืองเลกแขวงจังหวัดทัง ๔ แลลูกหลานพี่น้องญาติหมิได้ออกไปรักษาไข้ปลงศภ แลหมิได้แต่งให้มีผู้ออกไปช่วยรักษาไข้แลปลงศภ แลญาติออกไปจะแบ่งปันเอาทรัพยมรดกนั้น ท่านว่าหมิให้ได้ส่วนแบ่งปันทรัพยมรดกนั้น ถ้าให้มีผู้ออกไปช่วยรักษาไข้แลช่วยปลงศภ ให้ได้ส่วนแบ่งปันทรัพยมรดกนั้น ถ้าผู้ไข้อยู่ในกรุงเทพมหานคร แลลูกหลานพี่น้องญาติผู้ไข้นั้นไปราชการก็ดี ไปครองเมืองก็ดี ไปรั้งเมืองก็ดี ไปเปนกรมการก็ดี ใช้ไปราชการสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ดี แลผู้นั้นหมิได้ช่วยรักษาไข้ แลหมิได้ช่วยแต่งการปลงศภญาติผู้มรณภาพนั้น ท่านให้ได้ส่วนแบ่งปันทรัพยมรดกญาติผู้มรณภาพนั้น เพราะญาตินั้นไปติดราชการท่านแล {{ลปร1|กหน|31}} ๓๑ มาตราหนึ่ง ถ้าผู้ใดไถ่ญาติหลานเหลนสาขาญาติเปนทาษ ถ้าแลผู้ไถ่นั้นมรณภาพ ให้พิจารณาสีนซึ่งไถ่นั้นให้รู้จักมากแลน้อย ถ้าแลสีนไถ่นั้นควรด้วยส่วนแบ่งปันแก่ญาติหลานเหลนแลสาฃาญาตินั้นแล้ว ให้ญาติหลานเหลนสาขาญาติผู้เปนทาษรอดเปนไทย แลอย่าให้ส่วนแบ่งปันนั้น<noinclude></noinclude> ozg68hlxm1q44ir3wmqnpu3gohiwy3x หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/161 250 76881 296795 296327 2026-09-22T11:34:33Z Vesperstelo 11696 296795 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๕๗|มรดก}}{{สต}}</noinclude>เลย ถ้าสีนไถ่นั้นมากกว่าส่วนแบ่งปันเท่าใด ให้เรียกเอาสีนไถ่ซึ่งเหลือกว่าสีนแบ่งปันนั้นปันแก่ญาติทังปวง ถ้าสีนไถ่นั้นน้อยกว่าส่วนซึ่งจะได้แบ่งปันนั้น ให้อิกจงครบตามส่วนญาติลูกหลานเหลนสาฃาญาติซึ่งจะได้นั้น {{ลปร1|กหน|32}} ๓๒ มาตราหนึ่ง ถ้าหญาติหลานเหลนสาขาญาติกู้เงิน แลญาติผู้เจ้าเงินนั้นมรณภาพลง ให้พิจารณาทรัพยอันกู้นั้นมากน้อยเท่าใด แลให้ยกไว้แก่ญาติหลานเหลนสาขาญาติแต่ตามจะได้ส่วนแบ่งปันนั้น แลดอกเบี้ยนั้นอย่าให้คิดเอา ถ้าแลต้นเงินซึ่งกู้นั้นมากกว่าส่วนแบ่งปันซึ่งจะได้นั้น ให้เอาแต่เหลือนั้นมาแบ่งปันแก่ญาติทังปวงนั้น ถ้าทรัพยอันกู้นั้นน้อยกว่าส่วนแบ่งซึ่งจะได้นั้น ให้แบ่งปันเพิ่มจนครบส่วนญาติซึ่งจะได้นั้นแล {{ลปร1|กหน|33}} ๓๓ มาตราหนึ่ง สมเดจ์พระพุทธิเจ้าอยู่หัวพระราชทานผู้คนช้างม้าแลทรัพยสิ่งของแก่ผู้ใดก็เปนสิทแก่ผู้รับพระราชทานนั้น ถ้าแลเมื่อหน้าไปข้าคนซึ่งพระราชทานนั้นเกิดลูกชายหญิงสืบไป ก็ให้เปนสิทแก่ผู้นั้น แม้นเฃาผู้ได้รับพระราชทานสีนทรัพยพัทยานั้นล้มตาย แลพี่น้องลูกหลานเฃายัง แลข้าคนสีนทรัพยซึ่งมีมากน้อยเท่าใดนอกกว่าเครื่องพัทยานั้น ก็ให้เปนสิทแก่ผู้เปนพี่น้องลูกหลานนั้น {{มปก}}<noinclude></noinclude> c3rkyuk4vntdddwvu6gxb3bfkyssqun หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/162 250 76882 296796 296329 2026-09-22T11:34:53Z Vesperstelo 11696 296796 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๕๘|มรดก}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|34}} ๓๔ มาตราหนึ่ง พระราชทานเมียให้แก่ขุนมูนนายผู้ใด แลเมียพระราชทานนั้นล้มตาย ท่านว่าหญิงผู้ตายนั้นเปนข้าหลวง ท่านให้เอาทรัพยเดิมแลสีนสมรศแห่งหญิงผู้ตายนั้นแบ่งออกเปนสามภาค ๆ หนึ่งยกไว้เปนหลวง ภาคหนึ่งไว้ให้แก่ผัว<ref>ต้นฉะบับ: ผ้ว</ref> ภาคหนึ่งไว้แก่ญาติหญิงผู้ตายนั้น {{ลปร1|กหน|35}} ๓๕ มาตราหนึ่ง ภรรยาข้าราชการผู้สูงนา ๔๐๐ ขึ้นไป ถ้าเปนภรรยาพระราชทานถึงมรณภาพ ญาติพี่น้องผู้ตายฟ้องหาทรัพยมรดก ให้รับพิจารณาตามกฎหมาย ถ้าเปน {{ซบ|ภรรยาหลวง|อนุภรรยา}} {{ปก2|2}} มีทุนแลสินเดิมมาอยู่กิน หญิงตาย ฝ่ายญาติพี่น้องแห่งหญิงมาฟ้องหาทรัพยมรดก ท่านให้แบ่งปันแต่ทุนแลสีนเดิมแห่งหญืงนั้นให้แก่ญาติพี่น้องผู้ตาย ถ้าทุนแลสีนเดิมจำหน่ายสิ้นแล้ว จึ่งให้เอาสีนสมรศคิดใช้สีนเดิม แลสมรศเหลือมากน้อยเท่าใดให้คงไว้แก่ชาย ถ้า {{ซบ|ภรรยาหลวง|อนุภรรยา}} {{ปก2|2}} หาทุนแลสีนเดิมมิได้ อย่าให้แบ่งปันทรัพยมรดกนั้นเลย ให้คงอยู่แก่ชายจงสิ้น เหตุทรัพยนั้นจะได้เปนกำลังราชการแก่ชายผัวสืบไป {{ลปร1|กหน|36}} ๓๖ มาตราหนึ่ง ภิกษุจุติจากอาตมภาพ แลคหัถจะปันเอาทรัพยมรดกนั้นมิได้ เหตุว่าเขาเจตนาทำบุญให้แก่เจ้า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 74wkwznpqhirtuaknaa8eo8w7otyc6h หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/163 250 76883 296797 296331 2026-09-22T11:35:18Z Vesperstelo 11696 296797 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๕๙|มรดก}}{{สต}}</noinclude>ภิกษุเปนของอยู่ในอารามท่านแล้ว ถ้าเจ้าภิกษุอุทิศไว้ให้ทานแก่คหัถ ๆ จึ่งรับทานท่านได้ อนึ่งถ้าคหัถมรณภาพ {{ซบ|บิดา|มารดา}} {{ปก2|2}} ญาติพี่น้องลูกหลายเปนเจ้าภิกษุอยู่ในสิกฃาบทแล้ว จะปันเอาทรัพยมรดกคหัถนั้นมิได้ เหตุว่าเปนบุตรพระเจ้าแล้ว ถ้าคหัถผู้มรณภาพนั้นอุทิศไว้ถวายสวิญาณกะทรัพยแลอะวิญาณกะทรัพย์แก่เจ้าภิกษุผู้เปนญาติพี่น้องลูกหลาน จึ่งรับเอาทรัพยทังนั้นเปนของเจ้าภิกษุได้ ถ้าเจ้าภิกษุจุติจากอาตมภาพ ทรัพยนั้นคงเปนของในอาราม ผู้ใดจะว่ากล่าวเอา ท่านว่าหมิได้เลย {{ลปร1|กหน|37}} ๓๗ มาตราหนึ่ง ลูกหลานเหลนลื่ผู้ใดบวดตัวเปนสามเณร แลบิดามารดาปู่หญ้าตายายถึงแก่มรณภาพไซ้ ควรให้ได้ทรัพยส่วนแบ่งปันตามพระราชกฤษฎีกาให้เปนจัตุปใจยแก่เจ้าสามเณรนั้น {{ลปร1|กหน|38}} ๓๘ มาตราหนึ่ง พรามณผู้มีบันดาศักดิ์แลบิดามารดาแต่งให้มีเรือนแต่อายุควรจะมีเรือน แลคนทังสองนั้นได้ด้วยผลราชการพระราชทานแลทำมาหากีนด้วยกัน แลมีทรัพยสิ่งสีนเกิดลูกชายหญิงด้วยกันก็ดี พรามณผู้นั้นถึงแก่มรณภาพ บุตรภรรยาพี่น้องแต่งการปลงศภแล้วล่วงเข้าสามวันเจตวันสิบวันแล้ว แลบ่าวไพร่ช้างม้าเครื่องพัทยาทัง<noinclude></noinclude> et8deue6vm4crh2f30wy9hf3lvk63fh หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/164 250 76884 296798 296333 2026-09-22T11:35:37Z Vesperstelo 11696 296798 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๖๐|มรดก}}{{สต}}</noinclude>ปวงให้ยกไว้เปนหลวงก่อน ถ้าแลพรามณผู้มรณภาพนั้นมีนี่มากน้อยเท่าใดไซ้ ให้บุตภรรยาใช้นี่จงครบ แลทรัพยสิ่งสีนทาษกรรมกรชายหญิงยังเหลืออยู่เท่าใดให้ปันเปนสามภาค ๆ หนึ่งให้แก่บิดามารดา ภาคหนึ่งให้แก่พี่น้องลูกหลานญาติ ภาคหนึ่งให้แก่ภิริยา ถ้าบิดาตาย ยังแต่มารดา ให้มารดาได้ทรัพยนั้นทังส่วน ถ้าแลมารดาตาย ยังแต่บิดา ให้บิดาได้ทรัพยนั้นทังส่วน ถ้าบิดามารดาอย่าร้างกัน ให้บิดามารดาได้ทรัพยนั้นคนละกึ่งส่วน {{ลปร1|กหน|39}} ๓๙ มาตราหนึ่ง พรามณผู้มรณภาพนั้น แลบิดามารดาหามิได้ ให้แบ่งปันทรัพยสิ่งของนั้นเปนสองภาค ๆ หนึ่งให้แก่พี่น้องลูกหลานแลญาติผู้มรณภาพ ภาคหนึ่งให้แก่ภิริยาตามส่วนแบ่งปันนั้น {{ลปร1|กหน|40}} ๔๐ มาตราหนึ่ง หญิงม่ายมีผัวคนหนึ่ง แลอยู่ด้วยกัน เกิดบุตรหญิงชายก็ดี หมิได้เกิดบุตรหญิงชายก็ดี แลอยู่ด้วยกันเปนช้านานพ้นสามขวบขึ้นไป แลหญิงนั้นได้เลิ้ยงราชการ พ่อเจ้าเรือนนั้นมรณภาพ ให้เอาทรัพยยกไว้เปนหลวงกึ่งหนึ่ง แลทรัพยกึ่งหนึ่งนั้นให้ได้แก่หญิงม่าย {{ลปร1|กหน|41}} ๔๑ มาตราหนึ่ง หญิงม่ายมีผัวคนหนึ่งอยู่ด้วยกันแต่<noinclude></noinclude> ipvtfnkrfsh8cz4qbdxgioswxjzbs3w หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/165 250 76885 296799 296335 2026-09-22T11:35:58Z Vesperstelo 11696 296799 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๖๑|มรดก}}{{สต}}</noinclude>สามขวบลงมา แลพ่อเจ้าเรือนนั้นมรณภาพ อย่าให้ได้ส่วนแบ่งปันมรดกนั้นเลย {{ลปร1|กหน|42}} ๔๒ มาตราหนึ่ง หญิงม่ายชายม่ายแลบิดามารดาสู่ฃอให้อยู่ด้วยกัน เกิดบุตรหญิงชาย แลบุตรนั้นยังอยู่ พ่อเจ้าเรือนมรณภาพ ให้ภิริยานั้นได้ทรัพยทังส่วน ถ้าแลบุตรซึ่งเกิดด้วยกันนั้นตาย ให้ได้ทรัพยนั้นแต่กึ่งส่วน {{ลปร1|กหน|43}} ๔๓ มาตราหนึ่ง หญิงม่ายมีผัวสองคน หญิงม่ายมีผัวสามคน หญิงม่ายมีผัว ๔ คน อย่าให้หญิงนั้นได้ทรัพยมรดกพราหมผู้มรณภาพนั้นเลย เหตุใดจึ่งหมิได้ทรัพยส่วนแบ่งปัน เหตุว่าหญิงนั้นเปนแพศยา มีผัว {{ซบ3|๒|๓|๔}} {{ปก2|3}} คนแล้ว มิควรแบ่งปันส่วนนั้นให้ ๆ คงแต่ทรัพยของหญิงที่เอามานั้น ศุภมัศดุ ๒๑๕๕ ศุกรสังวัจฉะระเชฐามเสเอกาทัศมีดิถียังพุทธวาระ พระบาทสมเดจ์เอกาทธรฐอิศวรบรมนาถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงทศพิธราชธรรมอันมหาประเสริฐเสดจ์ในพระธินั่งท้องพระโรงตรีมุกขบังตราฝ่ายบูรรทิศพร้อมด้วยหมู่เสนาพฤฒามาต<ref>ต้นฉะบับ: พฤฆามาต</ref> ราชมลตรีกระวีมุกขลูกขุนทังหลายเฝ้าพระบาท สมเดจ์บรมนาถบรมบพิตร<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 64q19e5f5cyvq1gnoksc9l65tmm4oeo หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/167 250 76887 296800 296339 2026-09-22T11:36:51Z Vesperstelo 11696 296800 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๖๓|มรดก}}{{สต}}</noinclude>มรดกนั้นยักย้ายเบียดยังไว้ทำบาญชียมรดกนั้นน้อย แลสมุหะมรดกนั้นสืบสวนเปนสัจว่าคงมีบาญชียมรดกโดยมาก บุตรภิริยาญาติพี่น้องหากยักย้ายซ่อนเนบไว้ให้บาญชียคงแต่น้อย ท่านว่ามันโลก หมิซื่อตรงต่อญาติพี่น้อง มันจึ่งยักย้ายอำพรางเบียดบังเอาไว้ว่าสิ่งของนั้นน้อย ท่านว่าอย่าให้ได้ส่วนแบ่งปันซึ่งแบ่ง<ref>ต้นฉะบับ: แบง</ref> ไว้นั้นเลย ถ้ามีบาญชียสมพลมายื่นน้อย ให้ไปเผชิญบาญชียพระสุภาวะดีสอบ ถ้าได้สมพลนอกกว่าบาญชียมายื่นแล้ว ให้ส่งออกมาพิจารณาโดยสัตยานุสัจ จึ่งให้เอากราบบังคมทูล ถ้ามีพระราชโองการมาณะพระบันทูลประการใด พึงให้กระทำตามรับสั่ง แลสมุหะมรดกขุนมุนนายจ่าเสมียรนั้น ถ้าพี่น้องบุตรภิริยาแห่งพฤฒามาตราชมลตรีผู้มีบันดาศักดิ์เศษฐีคฤหบดีถึงแก่มรณภาพ เขาบอกบาญชียมรดกโดยสัตยานุสัจแก่ชาวมรดกก็ดี แก่ขุนมุนนายจ่าเสมียรรู้แล้วมิได้ทำบาญชียมรดกไว้ก็ดี แลผู้รักษามรดกทำบาญชียยักย้ายบังมรดกไว้ก็ดี แลมิได้มาบอกบาญชียแก่ชาวมรดกก็ดี ท่านว่าเลมิด ให้ไหมไถต้นฅอโดยบันดาศักดิ์ แลเศษฐีคฤหบดีผู้มีบันดาศักดิ์ก็ดี หาบันดาศักดิ์มิได้ก็ดี ถึงแก่อาพาธแล้วมรณภาพ แลญาติพี่น้องบุตรภิริยามาช่วยรักษา {{ซบ|ไข้|ศภ}} {{ปก2|2}} แลญาติพี่น้องบุตรภิริยายังมิได้ช่วยปลง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> tcwjfyfwe3z65pavi0hn0y7lpydbgwq หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/168 250 76888 296801 296341 2026-09-22T11:37:46Z Vesperstelo 11696 296801 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๖๔|มรดก}}{{สต}}</noinclude>ศภเผาผีก่อน แลญาติพี่น้องบุตรภิริยาเกบเอาแก้วแหวนเงินทองทาษกรรมกรหญิงชายช้างม้าโคกระบือสรรพทรัพยสิ่งใดไปก่อนยังมิได้ปลงนั้น แลพี่น้องบุตรภิริยาซึ่ง<ref>ต้นฉะบับ: ซรึ่ง</ref> เกบเอาทรัพยมรดกไปก่อนจะคืนมาหาทรัพยจะปันเอาอีกนั้น ท่านว่าอย่าให้เลย เหตุมันโลภจะใคร่ได้ของท่าน ไม่คำนับเปนฉันญาติ ถ้าทรัพยที่มันเกบเอาไปนั้นน้อยกว่าส่วนมันจะได้ ก็อย่าให้อีกเลย ถ้าแลมันผู้เกบเอาทรัพยมรดกไปกอ่นมิได้ปลงศภนั้นเอาไปมากกว่าส่วนแบ่งปัน ท่านให้เรียกเอาคืนมาปันให้ญาติพี่น้องบุตรภรรยาซึ่งยังมิได้รับส่วนแบ่งปันนั้น ให้ปันให้โดยพระราชกฤษฎีกา {{ลปร1|กหน|44}} ๔๔ มาตราหนึ่ง ญาติพี่น้องบุตรภรรยาผู้มรณภาพได้ช่วยกันปลงศภแล้ว แลจะปันทรัพยมรดกแก่กันนั้น เขาผู้ญาติพี่น้องบุตรภรรยายิงยอมพร้อมมูลกัน มีผู้ลุกนั่งเปนคำนับ แลเอาทรัพยมรดกแก้วแหวนทองเงินทาษกรรมกรหญิงชายช้างม้าโคกระบือสรรพทรัพยสิ่งใดมาแบ่งปันกันแล้ว ถ้าแลญาติพี่น้องบุตรภิริยาซึ่งได้ส่วนแบ่งปันแล้วก็ดี ยังมิได้ส่วนแบ่งปันก็ดี รู้ว่าทรัพยมรดกผู้มรณภาพนั้นได้แบ่งปันกันแล้วยังมิสิ้น แลผู้รักษาทรัยพมรดกนั้นยักย้ายไว้ เขามาหาทรัพยมรดกว่ายังอยู่อีก ถ้าแลพิจารณาสืบสาวเปนสัจว่ายังเหลืออยู่อีกไซ้ ท่านให้เอาทรัพยนั้นออกแบ่งปันให้ท่วนตัวญาติ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 3u15mhm3vhhuuqj2indyk5yfgr2jn56 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/169 250 76889 296802 296343 2026-09-22T11:37:59Z Vesperstelo 11696 296802 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๖๕|มรดก}}{{สต}}</noinclude>ตามบทพระไอยการ แลผู้ยังมิได้ส่วนแบ่งปันนั้นจะควนได้เท่าใดก็ให้เท่านั้น แลส่วนซึ่งญาติอันได้แล้วนั้น ท่านว่าอย่าให้แก่มันเลย ให้เอามาปันเปนสามส่วน ทรัพยสองส่วนนั้นให้ทำบุญส่งไปแก่ผู้มรณภาพ ทรัพยส่วนหนึ่งนั้นให้สมุหมรดกเอากราบบังคมทูลถวายแก่พระเจ้าอยู่หัวโดยกระทรวงการที่ได้พิจารณา ถ้าไพร่ฟ้าอะนาประชาราษดร ก็ให้ทำดุจเดียวกัน {{ลปร1|กหน|45}} ๔๕ มาตราหนึ่ง ปู่หญ้าตายายก็ดี พ่อแม่พี่น้องป้าอาวอาสังฃาญาติแบ่งปันแก้วแหวนเงินทองทรัพยสิ่งสีนข้าคนสิ่งใด ๆ ให้แก่ญาติพี่น้องลูกหลานแก่กันเองก็ดี เปนสิทธแก่ผู้รับนั้นจะคืนเอาอีกเล่า ท่านว่าอย่าคืนให้เลย เหตุว่าเขาได้แบ่งปันให้แก่กันเองแล้ว {{ลปร1|กหน|46}} ๔๖ มาตราหนึ่ง ญาติพี่น้องบุตรภิริยาซึ่งได้รักษาใข้ปลงศภนั้นหามรดกแก่กัน โจทหาว่าสิ่งของนั้นมาก ผู้รักษาสิ่งของมรดกมิได้ยักย้ายเนบซ่อนไว้ทำสิ่งของโดยคงนั้นน้อย พิจารณาเปนสัจโดยจริงไซ้ ท่านให้ปันให้แก่ญาติพี่น้องซึ่งผู้จะได้ทรัพยมรดกแต่โดยคง ถ้าพิจารณามิเปนสัจ ท่านมิให้ปรับไหมมีโทษผู้หามรดกให้แก่กันเลย เพราะว่าเปนเขยตะไภ้ยญาติพี่น้องพ้องพันธุ์กันเอง แลหาสีนมรดกนั้นดุจดั่งบ้าหอบฟาง ท่านจึ่งมิให้ตั้งไหมให้แก่กัน {{มปก}}<noinclude></noinclude> r1ilp8w3imrmj5wiu688m6z017d82rv หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/170 250 76890 296803 296345 2026-09-22T11:38:41Z Vesperstelo 11696 296803 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๖๖|มรดก}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|47}} ๔๗ มาตราหนึ่ง ผู้เปนลูกหลานญาติพี่น้องแห่งผู้มรณภาพหมิได้เข้าชื่อกันกล่าวหาทรัยพมรดก แลรู้เหนว่าญาติคนใดคนหนึ่งร้องฟ้อง ยังพิจารณาอยู่ก็ดี พิจารนาสำนวนเสจ์จะได้ส่วนแบ่งปันอยู่แล้วก็ดี มันจึ่งมาบอกสุภากระลาการว่าเปนญาติแห่งผู้มรณภาพได้รักษาไข้ปลงศภ จะฃอเข้าชื่อในส่วนแบ่งปันด้วย ท่านว่าอย่าให้มันได้ส่วนแบ่งปันเลย {{ลปร1|กหน|48}} ๔๘ มาตราหนึ่ง เศษฐีคหฤบดีผู้มีทรัพยสิ่งสีน แลถึงแก่มรณภาพ หาญาติพี่น้องพงษามิได้ ท่านให้เอาทรัพยสิ่งสีนแก้วแหวนเงินทองช้างม้าข้าคนเครื่องบริโภคทังปวงนั้นเข้าท้องพระคลังหลวง ถ้าเศษฐีคหฤบดีผู้มีทรัพยสิ่งสีนถึงแก่มรณภาพ แลมีญาติพี่น้องพงษาเอาทรัพยสิ่งสีนช้างม้าข้าคนเครื่องบริโภคทังปวงมาถวาย ท่านให้เอาทรัพยทังปวงนั้นทำเปนส่วน ให้แบ่งปันทรัพยมรดกนั้นโดยสัตยานุสัจให้แก่ญาติพี่น้องบุตรชายหญิงลูกอ้ายลูกเอื้อยลูกยี่ลูกอี่อีกหลานเหลนลื่ ลูกอ้ายลูกเอื้อยกิน ๔ ลูกยี่ลูกอี่กีน ๒ ลูกอามลูกสามกีนส่วนกึ่ง นอกกว่านั้นปันแก่เขาให้เสมอกันโดยอันดับ ลูกหลานอยู่ในครรภให้ปันไว้แก่มันส่วนหนึ่ง เหตุใดจึ่งปันให้ลูกอ้ายลูกเอื้อยกิน ๔ นั้น คือว่าผู้ใดหัววงานเอาราชการคุ้มญาติพี่น้องทังหลายได้ ผู้นั้นคืออ้ายแลเอื้อย แลอันว่ายี่อี่นั้นเหตุใดจึ่งได้กินสอง ท่านว่ามันประมูลราชการ ผู้นั้นชื่อว่าญี่อี่ แลลูกสามนั้นเหตุใดจึ่งได้กีนส่วนกึ่ง เหตุ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 78iybp3c3pvkyw8hdve9ls7in6yifhq 296804 296803 2026-09-22T11:38:52Z Vesperstelo 11696 296804 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๖๖|มรดก}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|47}} ๔๗ มาตราหนึ่ง ผู้เปนลูกหลานญาติพี่น้องแห่งผู้มรณภาพหมิได้เข้าชื่อกันกล่าวหาทรัยพมรดก แลรู้เหนว่าญาติคนใดคนหนึ่งร้องฟ้อง ยังพิจารณาอยู่ก็ดี พิจารนาสำนวนเสจ์จะได้ส่วนแบ่งปันอยู่แล้วก็ดี มันจึ่งมาบอกสุภากระลาการว่าเปนญาติแห่งผู้มรณภาพได้รักษาไข้ปลงศภ จะฃอเข้าชื่อในส่วนแบ่งปันด้วย ท่านว่าอย่าให้มันได้ส่วนแบ่งปันเลย {{ลปร1|กหน|48}} ๔๘ มาตราหนึ่ง เศษฐีคหฤบดีผู้มีทรัพยสิ่งสีน แลถึงแก่มรณภาพ หาญาติพี่น้องพงษามิได้ ท่านให้เอาทรัพยสิ่งสีนแก้วแหวนเงินทองช้างม้าข้าคนเครื่องบริโภคทังปวงนั้นเข้าท้องพระคลังหลวง ถ้าเศษฐีคหฤบดีผู้มีทรัพยสิ่งสีนถึงแก่มรณภาพ แลมีญาติพี่น้องพงษาเอาทรัพยสิ่งสีนช้างม้าข้าคนเครื่องบริโภคทังปวงมาถวาย ท่านให้เอาทรัพยทังปวงนั้นทำเปนส่วน ให้แบ่งปันทรัพยมรดกนั้นโดยสัตยานุสัจให้แก่ญาติพี่น้องบุตรชายหญิงลูกอ้ายลูกเอื้อยลูกยี่ลูกอี่อีกหลานเหลนลื่ ลูกอ้ายลูกเอื้อยกิน ๔ ลูกยี่ลูกอี่กีน ๒ ลูกอามลูกสามกีนส่วนกึ่ง นอกกว่านั้นปันแก่เขาให้เสมอกันโดยอันดับ ลูกหลานอยู่ในครรภให้ปันไว้แก่มันส่วนหนึ่ง เหตุใดจึ่งปันให้ลูกอ้ายลูกเอื้อยกิน ๔ นั้น คือว่าผู้ใดหัววงานเอาราชการคุ้มญาติพี่น้องทังหลายได้ ผู้นั้นคืออ้ายแลเอื้อย แลอันว่ายี่อี่นั้นเหตุใดจึ่งได้กินสอง ท่านว่ามันประมูลราชการ ผู้นั้นชื่อว่าญี่อี่ แลลูกสามนั้นเหตุใดจึ่งได้กีนส่วนกึ่ง เหตุ<noinclude></noinclude> fe2aske0ij4bn0vnd63lzdwn4w9yawv หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/171 250 76891 296805 296347 2026-09-22T11:39:15Z Vesperstelo 11696 296805 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๖๗|มรดก}}{{สต}}</noinclude>ว่ามันช่วยปกครองรักษาข้าคนทรัพยสิ่งของเขาทังสองไว้ ผู้นั้นจึ่งได้ชื่อว่าลูกสามแลลูกอาม ลูกหลานอยู่ในครรภนั้นเหตุใดมันจึ่งได้ส่วนหนึ่ง เหตุว่าเปนอยู่ในลูกหลานมันได้มาเกิดปฏิสนธิแล้ว แม้นบิดามารดาเขาตายเหตุประการใด ๆ ก็ดี ให้สมุหมรดกแลพระสุภาวดีปันทรัพยสิ่งของให้แก่เขาพี่น้องลูกหลานเหลนลื่ดั่งนี้เถิด ศุภมัศดุ ศักราช ๒๑๕๘ พยักฆสังวัจฉะระษาวะณมาเสกาลปักเขเนาวะมีดิถิยังเสารวาร พระบาทสมเดจ์เอกาทธรฐอิศวรบรมนาถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวผู้ทรงทศพิธราชธรรมอนันตสัมภาราดิเรกเอกอุดมบรมพุทธางกูรอดูลจักระพรรดิธรรมมฤคราชาธิราชเจ้าผู้ประเสริฐเสดจ์<ref>ต้นฉะบับ: เสจ์</ref> ในพระที่นั่งพลับพลาทองโดยอุตราภิมุขพร้อมด้วยหมู่มาตยามนตรีกระวีชาติราชปะโรหิตาจารย์เฝ้าพระบาท จึ่งเสนาบดีมนตรีมุขทังปวงกราบบังคมทูลพระกรรุณาว่า เสนามนตรีมุขลูกขุนแลอนาประชาราษฎรอยู่ในขอบขันทเสมากรุงเทพมหานครบวรทวาราวะดีศรีอยุทธยามหาดิลกภพนพรัตนราชธานณีบุรีรมยมีทรัพยสิ่งของช้างม้าข้าคนไร่นาเรือกสวนได้ด้วยผลราชการแลทำมาหากีน แลเสนามลตรีมุกขลูกขุนแลอนาประชาราษฎรเกิดโรคอาพาธไข้เจบ แลเฃาทังนี้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 2bka1nv4h6u4llir09kj75p21zlk9p2 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/172 250 76892 296806 296349 2026-09-22T11:39:40Z Vesperstelo 11696 296806 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๖๘|มรดก}}{{สต}}</noinclude>มีทรัพยสิ่งของวัวควายช้างม้าข้าคนไร่นาเรือกสวร แลเฃาเปนเจ้าแก่สมบัดิเอง แลเฃาเอาทรัพยสิ่งของช้างม้าข้าคนไร่นาเรือกสวนแลสรรพทรัพยสิ่งใด ๆ เรียกออกมาทำพิไนยกันไว้ให้ทำบุญให้ทานให้แก่เจ้าไทยพระสงฆก็ดี แลทำพิไนยกันไว้แก่บุตรภรรยาสาขาญาติ เมื่อขณะอาพาธอยู่นั้น ลางคาบได้เรียกเอาทรัพยมาให้ถึงมือ ลางคาบมิได้เรียกเอาทรัพยมาให้ถึงมือ ได้ทำแต่พิไนยกันไว้นั้น ข้าพระพุทธิเจ้าทังปวงขอพระราชทานประนิบัดิคำนับไว้ให้เปนพิไนยกันแต่นี้สืบไปเมื่อหน้า จึ่งพระบาทสมเดจ์เอกาทธรฐอิศวรบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวมีพระราชโองการมาณพระบันทูลแก่เสนามลตรีมุกขลูกขุนแลอนาประชาราษฎร ให้มีพระราชกฤษฎีกาพระราชบันหญัดให้ทำพิไนยกันไว้ว่า เสนามลตรีมุขลูกขุนแลอนาประชาราษฎรมีทรัพยสิ่งสีน แลมันเปนเจ้าแก่สมบัดินั้น เรียกเอามาทำบุญให้ทานแก่เจ้าไทยพระสงฆ แลให้แก่บุตรภิริยาสาขาญาตินั้น ให้รู้จักลักขณะทำพิไนยกันมี ๕ ประการ {| |- |rowspan="5"|คือ |rowspan="5" width="5em"| |พระสงฆผู้รู้ธรรม |rowspan="5" width="5em"| |หนึ่ง |rowspan="5"|{{ปก2|6}} |rowspan="5"|จะทำพิไนยกันให้ |- |พราหมณ |หนึ่ง |- |เสนาบดี นา ๑๐๐๐๐ |หนึ่ง<ref name = "หนึ่ง">ต้นฉะบับ: หนึง</ref> |- |มุกขมนตรี นา ๑๐๐๐ ลงมาถึงนา ๔๐๐ |หนึ่ง<ref name = "หนึ่ง"/> |- |ขุนหมื่นพันทนายประชาราษฎร |หนึ่ง<ref name = "หนึ่ง"/> |- |} {| |- |แก่เจ้าไทยพระสงฆแลบุตรภรรยาสาขาญาติซึ่งทำพิไนยกัน<noinclude>{{มปกต}} |- |} {{สต}}{{รกออ}}</noinclude> o0abe17n63rvtx9d5orwloxadwrwl31 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/173 250 76893 296807 296351 2026-09-22T11:40:53Z Vesperstelo 11696 296807 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๖๙|มรดก}}{{สต}} {| |- |</noinclude>ไว้ประการต่างต่างนั้น ให้มีเจ้าไทยพระสงฆลุกนั่งตามมีพระราชกฤษดีกาพระราชบัญญัติไว้แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า |- |} {{ลปร1|กหน|49}} ๔๙ มาตราหนึ่ง ผู้อาพาธหนักจะทำพิไนยกันไว้แก่ศิศโยมแลสาขาญาติ แลทำบุญให้ทานให้แก่เจ้าไทยพระสงฆก็ดี {| |- |rowspan="4"|ถ้าเปนพิไนยกันของ |rowspan="7" width="5em"| |พระสงฆ |rowspan="7" width="5em"| |ให้มีผู้เถ้าผู้แก่นั่ง |rowspan="7" width="5em"| |style="text-align:right;"|๓ <br> ๔ |rowspan="7" width="5em"| |คน |rowspan="4"|{{ปก2|8}} |- |พราหมณ |ให้มีพระสงฆแลพราหมณนั่ง |style="text-align:right;"|๔ <br> ๕ |คน |- |ผู้มีบันดาศักดินา ๑๐๐๐๐ |ให้มีผู้นั่ง |style="text-align:right;"|๙ <br> ๑๐ |คน |- |ผู้นา ๑๐๐๐ ถึงนา ๘๐๐ |ให้มีผู้นั่ง |style="text-align:right;"|๗ <br> ๘ |คน |- |rowspan="3"|ถ้าเปนพิไนยกันแห่ง |ผู้มีนา๖๐๐ ถึงนา ๔๐๐ |ให้มีผู้นั่ง |style="text-align:right;"|๕ <br> ๖ |คน |rowspan="3"|{{ปก2|6}} |- |ขุนหมื่นพันทนาย |ให้มีผู้นั่ง |style="text-align:right;"|๔ <br> ๕ |คน |- |ไพร่เปนดี |ให้มีผู้นั่ง |style="text-align:right;"|๓ <br> ๔ |คน |- |} {{ซ|ท่านจึ่งให้ฟังคงเปนพิไนยกันได้}} แลให้ผู้นั่งนั้นให้เลงดูผู้อาพาธนั้นหนักหฤๅเบา ถ้อยคำผู้อาพาธซึ่งทำพิไนยกันนั้นยังปรกติอยู่หฤๅฟั่นเฟือน แลให้ผู้นั่งทังนี้ถามผู้อาพาธนั้นก่อน ถ้าผู้อาพาธนั้นถ้อยคำมิได้เปนปรกติฟั่นเฟือนอยู่ ท่านมิให้คงเปนพิไนยกันได้เลย ถ้าแลผู้นั่งนั้รนถามผู้อาพาธหนักถึงสามมื้อสามหน ถ้อยคำผู้อาพาธนั้นปรกติมิได้ฟั่นเฟือน แลทำพิไนยกันไว้แก่บุตรภิริยาญาติพี่น้องให้ทำบุญให้ทานให้เจ้าไทยพระสงฆ ถ้ามีผู้นั่งดั่งกล่าวไว้นี้ ท่านให้ฟังเอาได้เปนสิทคงโดยพิไนยกัน {{มปก}}<noinclude></noinclude> qwimyoh9r19db93r9erf5o0ow360car หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/174 250 76894 296808 296353 2026-09-22T11:41:19Z Vesperstelo 11696 296808 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๗๐|มรดก}}{{สต}}</noinclude>ถ้าผู้นั่งทั้งนี้มิได้ถามผู้อาพาธ ๆ ทำแต่พิไนยกันไว้แก่บุตรภิริยาญาติพี่น้อง เมื่อผู้อาพาธอยู่นั้นกำหนฎท่านไว้ดั่งนี้ {| |- |rowspan="5"|ถ้า |rowspan="5" width="5em"| |ผู้มีบันดาศักดินา ๑๐๐๐๐ ทำพิไนยกันไว้ |rowspan="5" width="5em"| |พ้นเดือนหนึ่งกับ ๑๕ วัน |rowspan="5" width="5em"| | |จึ่งถึงอนิจกัม |- |พราหมทำพิไนยกันไว้ |พ้นเดือน ๑ กับ ๑๐ วัน |rowspan="3"|{{ปก2|4}} |rowspan="3"|จึ่งถึงมรณภาพ |- |ถ้านา ๑๐๐๐ มาถึงนา ๘๐๐ ทำพิไนยกันไว้ |พ้นเดือน ๑ กับ ๕ วัน |- |ถ้านา ๖๐๐ ถึงนา ๔๐๐ ทำพิไนยกันไว้ |พ้นเดือน ๑ กับ ๓ วัน |- |พันทนายไพร่เปนดีทำพิไนยกันไว้ |พ้นเดือน ๑ | |จึ่งตาย |- |} {| |- |ท่านว่าฟังเอาพิไนยกันนั้นได้ อย่าได้เรียกเอามาแบ่งปันเลย เพราะว่าผู้อาพาธนั้นถึงแก่มรณภาพพ้นกำหนฎ ถ้าแลผู้อาพาธนั้นทำพิไนยกันไว้แก่ญาติพี่น้อง แลถึงแก่มรณภาพยังมิพ้นกำหนฎดั่งกล่าวไว้นี้ ท่านมิให้ฟัง ท่านว่าเพราะผู้นั่งมิได้ถามผู้อาพาธ ๆ สติฟั่นเฟือน ท่านให้เรียกคืนเอาทรัพยสิ่งของช้าม้าข้าคนไร่นาเรือกสวรในพิไนยกันนั้นแบ่งปันให้บุตรภิริยาญาติพี่น้องพ้องพันธุตามพระราชกฤษฎีกา ถ้าผู้นั่งนั้นถามผู้อาพาธ ๆ มีปรกติถ้อยคำยั่งยืนอยู่ถึง ๓ มื้อ ๓ หน แลผู้อาพาธถึงแก่มรณภาพแต่ใน {{ซบ|๒|๓}} {{ปก2|2}} ก็ดี ท่านว่าทรัพยนั้นคงเปนสิทแก่ผู้รับนั้น |- |} ถ้าแลผู้อาพาธนั้นได้ทำพิไนยกันให้ทำบุญให้ทานแก่เจ้าไทยพระสงฆ แลผู้อาพาธนั้นมรณภาพลงยังมิพ้นกำหนฎดั่งกล่าวมานี้ ท่านว่าอย่าให้เรียกเอาทรัพยนั้นคืนเลย เปนสิทแก่เจ้าไทยพระสงฆ แลทรัพยของเขาผู้มรณภาพนั้นให้ทำบุญให้ทานแก่เฃา {{มปก}}<noinclude></noinclude> ru6sqwi1zl7w12clnjmvqd8art2iypx หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/175 250 76895 296809 296355 2026-09-22T11:41:41Z Vesperstelo 11696 296809 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๗๑|มรดก}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|50}} ๕๐ มาตราหนึ่ง ผู้อาพาธนั้นมีทรัพยสิ่งของแก้วแหวนเงินทองสรรพทรัพยสิ่งใด ๆ แลเรียกเอาทรัพยนั้นออกมายื่นให้ถึงมือบุตรภรรยาญาติพี่น้องพ้องพันธุมิศหายทาษกรรมกรชายหญิง แลให้ทานทรัพยกับมือผู้อาพาธเองไซ้ แลบุตรภรรยาญาติพี่น้องพ้องพันธุมิศหายได้รับเอาทรัพยนั้นไปจากมือผู้อาพาธนั้นแล้ว แลมีเจ้าไทยพระสงฆผู้เถ้าผู้แก่ลุกนั่งรู้เหนด้วยเปนคำนับ ท่านว่าเปนสิทแก่ผู้ได้ทรัพยนั้น ถ้าแลผู้อาพาธถึงแก่มรณภาพไซ้ ท่านมิให้เรียกเอาทรัพยนั้นมาแบ่งปันเลย {{ลปร1|กหน|51}} ๕๑ มาตราหนึ่ง ต่ำนา ๔๐๐ ลงมาถึงนา ๑๐ ไร่ตายไซ้ ให้ปันทรัพยมรดกเปน ๓ ภาค ๆ หนึ่งให้แก่ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2|2}} ผู้ตาย ภาคหนึ่งให้แก่ {{ซบ|ษามี|ภิริยา}} {{ปก2|2}} ผู้ตาย ภาคหนึ่งให้แก่ญาติพี่น้องลูกหลานเหลนลื่ผู้ตายซึ่งได้รักษาไข้ปลงศภตามสนิจแลห่าง<noinclude></noinclude> 8zqz2n022irpm9pdiobbnsciab6fd51 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/128 250 76897 296756 296261 2026-09-22T09:47:00Z Vesperstelo 11696 296756 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" /></noinclude>{{ลปร1|ก|พระไอยการลักภา {{ซบ|ลูกเมีย|ผู้คน|style=font-size:90%}} {{ปก2|2}} ท่าน|<ref>พิมพ์ตามฉะบับหลวง L12y ยังเหลืออีกสองฉะบับตามเดิม คือ L12 (ก) และ L12x (ข)</ref>}} จะกล่าวลักษณลักภา {{ซบ3|ผู้คน|ลูก|เมีย}} {{ปก2|3}} ท่านไปเปนมูลคดีวิวาทให้บังเกิดความต้องตามบาฬีมีในคำภีรพระธรรมสาตรโดยสังเขบดั่งนี้ {{หนา|ปุตฺตาทิ อาทาย คตา สเหว}} ธิบายเนื้อความดั่งพรรณามาแล้ว จะกล่าวสาขคดี คือกิ่งความ ตามพระธรรมสาตรอันบุราณราชกระษัตรบัญญัติเปนบทมาตราสืบ ๆ กันมาดั่งนี้ ศุภมัศดุ ๑๘๙๙ มแมนักสัตว เดือนอ้าย ขึ้นเจดค่ำ พุทธวาร ปริเฉทกาลกำหนด จึ่งนายสามขลาเสมิยนพระสุภาวะดีบังคมทูลแด่สมเดจ์พระเจ้ารามาธิบดีศรีบรมจักรพรรดิราชาธิราชบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวประสงด้วยข้าหนีเจ้าไพร่หนีนาย แลมีผู้เอาไปถึงเชลียงศุกโขไททุ่ง<ref>ต้นฉะบับ: ทุง แก้ตาม ก และ ข</ref> ย้างบางยมสองแก้วสหลวงชาวดงราว<ref>น่าจะเป็น ชากังราว ชื่อเมืองกำแพงเพ็ชรเก่า แต่ทั้งสามฉะบับเขียนตามที่พิมพ์นี้</ref> กำแพงเพชเมืองท่านเปนอันหนึ่งอันเดียวกันดั่งนี้ แลมีผู้เอาทาษเอาไพร่ท่านมาขาย แลเจ้าทาษเจ้าไพร่แห่งพระนครศรีอยุทธยาพบแลมากล่าวพิภาษว่า ให้ผู้ไถ่ไปไล่เอา<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 2fn8i7nfur1z6r8ocowoc0f4v8hb5f7 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/129 250 76898 296757 296263 2026-09-22T09:47:45Z Vesperstelo 11696 296757 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๒๕|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>เบี้ยแก่ผู้ขายนั้นคืน ข้าพระพุทธิเจ้าขอเรียนพระราชประนิบัติ จึ่งสมเดจ์บรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวเสดจ์ภุดดากฤตยในเฉลียงบังอาจ์รัตนแปร<ref>ต้นฉะบับ: แประ แก้ตาม ก และ ข</ref> พระภักตรโดยปัดจิมาภิมุขสมบูรรณ มีพระราชโองการพิภากษาด้วยพฤฒามาตราชมลตรีทังหลายว่า ขายกันแต่ในพระนครศรีอยุทธยาดั่งนี้ แลสูจะบังคับให้ผู้ไถ่ไล่เอาเบี้ยแก่ผู้ขายสิยังยาก อย่าว่าข้าหนีเจ้าไพร่หนีนาย แลเขาลักไปขายถึงเชลียงทุ่งย้างบางยมสหลวงสองแก้วชาวดงราวกำแพงเพชสุกโขไทใต้ล่าฟ้าเขียว ขาดจากมือเจ้าทาษเจ้าไพร่ไปไกล จะมาพิภาษฉันเมืองเพชบุรียเมืองราชบุรียเมืองสุพรรณบุรียสพงครองพลับแพรกศรีราชาธิราชนครพรหมนั้น บมิชอบเลย ผี้แลเจ้าทาษเจ้าไพร่จะเอาทาษเอาไพร่ตนคืน แลจะไล่หาผู้ลักผู้ซ่อนให้เจ้าทาษเจ้าไพร่ให้เบี้ยค่าคนเท่าผู้ไถ่มานั้น ผี้แลได้ไว้หาค่าตัวมิได้ ให้พิกัดตลาดให้เจ้าทาษไถ่เอาทาษนั้นคืน อันเจ้าทาษเจ้าไพร่มาพบทาษพบไพร่ จะเอาโดยรดอก จะให้ผู้ไถ่ไล่เอาเบี้ยแก่ผู้ขายฉันขายกันในพระนครศรีอยุทธยานั้นมิได้เลย ผี้แลผู้ใดมิทำตามพระราชกฤษฎีกานี้ไซ้ ผู้นั้นเลมิดพระราชอา{{ชญ|2}}า ให้ไหมโดยยศถาศักดิ {{ลปร1|กหน|1}} ๑ มาตราหนึ่ง ผู้ใดลักไพร่ฟ้า {{ซบ|ข้าคน|ลูกเมีย}} {{ปก2|2}} ท่านภาหนี แลมิ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ข|ม.ธ.ก.}}</noinclude> 0fb9kcqkk4ilt9odligisffsdzz44a7 296758 296757 2026-09-22T09:47:59Z Vesperstelo 11696 296758 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๒๕|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>เบี้ยแก่ผู้ขายนั้นคืน ข้าพระพุทธิเจ้าขอเรียนพระราชประนิบัติ จึ่งสมเดจ์บรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวเสดจ์ภุดดากฤตยในเฉลียงบังอาจ์รัตนแปร<ref>ต้นฉะบับ: แประ แก้ตาม ก และ ข</ref> พระภักตรโดยปัดจิมาภิมุขสมบูรรณ มีพระราชโองการพิภากษาด้วยพฤฒามาตราชมลตรีทังหลายว่า ขายกันแต่ในพระนครศรีอยุทธยาดั่งนี้ แลสูจะบังคับให้ผู้ไถ่ไล่เอาเบี้ยแก่ผู้ขายสิยังยาก อย่าว่าข้าหนีเจ้าไพร่หนีนาย แลเขาลักไปขายถึงเชลียงทุ่งย้างบางยมสหลวงสองแก้วชาวดงราวกำแพงเพชสุกโขไทใต้ล่าฟ้าเขียว ขาดจากมือเจ้าทาษเจ้าไพร่ไปไกล จะมาพิภาษฉันเมืองเพชบุรียเมืองราชบุรียเมืองสุพรรณบุรียสพงครองพลับแพรกศรีราชาธิราชนครพรหมนั้น บมิชอบเลย ผี้แลเจ้าทาษเจ้าไพร่จะเอาทาษเอาไพร่ตนคืน แลจะไล่หาผู้ลักผู้ซ่อนให้เจ้าทาษเจ้าไพร่ให้เบี้ยค่าคนเท่าผู้ไถ่มานั้น ผี้แลได้ไว้หาค่าตัวมิได้ ให้พิกัดตลาดให้เจ้าทาษไถ่เอาทาษนั้นคืน อันเจ้าทาษเจ้าไพร่มาพบทาษพบไพร่ จะเอาโดยรดอก จะให้ผู้ไถ่ไล่เอาเบี้ยแก่ผู้ขายฉันขายกันในพระนครศรีอยุทธยานั้นมิได้เลย ผี้แลผู้ใดมิทำตามพระราชกฤษฎีกานี้ไซ้ ผู้นั้นเลมิดพระราชอา{{ชญ|2}}า ให้ไหมโดยยศถาศักดิ {{ลปร1|กหน|1}} ๑ มาตราหนึ่ง ผู้ใดลักไพร่ฟ้า {{ซบ|ข้าคน|ลูกเมีย}} {{ปก2|2}} ท่านภาหนี แลมิ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> cs2qahpkqfik7gpv0b26mi27hjjoupe หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/130 250 76899 296759 296265 2026-09-22T09:48:50Z Vesperstelo 11696 296759 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๒๖|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>ทันภาหนี ยังแต่ติน {{ซบ|น้ำ|ท่า}} {{ปก2|2}} ในตลาดผสานแห่งใด ๆ มีศักขิพญาณว่าจะเอาข้าคนท่านภาหนีจริง ท่านว่าผู้นั้นเปนโจร ให้ไหมกึ่งค่า ถ้าเอาทาษท่านไปซ่อนไว้ในเรือน แลมิทันภาหนี ยังอยู่ในเรือน ให้ไหมเท่าทุน ถ้าภาหนีออกไปนอกเมือง ค่ามไปฟาก {{ซบ|น้ำ|ท่า}} {{ปก2|2}} แลเจ้าคนมาพบ ให้ไหมค่ากึ่ง ถ้าส่งแลภาหนีตามทางไปต่างเมืองก็ดี เอาไปขายก็ดี ถ้าได้ตัวคืนมา ให้ไหมสองค่า ถ้ามิได้ตัวมาไซ้ ให้ใช้ทุนแล้วให้ไหมสองค่า ให้ทวนโดยสกรรมิสกรร แล้วให้ศักรูปคนไว้ แลคนซึ่งไปด้วยเขานั้น ถ้ามันเปนใจไปด้วยเขา ถ้าเดกอายุศม์ ๑๒ ปีลงมา อย่าให้มีโทษแก่เดกนั้นเลย ถ้าอายุศม {{ซบ|๑๓|๑๔}} {{ปก2|2}} ปีขึ้นไปถึงอายุศม ๑๖ ปี ให้ตีด้วยไม้หวาย ๒๐ ที ถ้าอายุศม ๑๗ ปีขึ้นไปถึง {{ซบ|๒๕|๓๐}} {{ปก2|2}} ปี ให้ตีด้วยไม้หวาย ๓๐ ที ส่งให้แก่ {{ซบ|เจ้า|นาย}} {{ปก2|2}} มันคืน {{ลปร1|กหน|2}} ๒ มาตราหนึ่ง ถ้าผู้ใดภาข้าคนลูกเมียท่านหนี เจ้าทาษเจ้าเมียมิได้รู้แห่งที่ไป แลมันภาเอา {{ซบ|ทาษ|เมีย}} {{ปก2|2}} ท่านกลับมาแล้ว ท่านว่าให้เอาแต่ตัว {{ซบ|ทาษ|เมีย}} {{ปก2|2}} ส่งคืนแก่เจ้า {{ซบ|ทาษ|เมีย}} {{ปก2|2}} อย่าให้มีโทษแก่มันเลย เพราะมันคิดกลัวอา{{ชญ|2}}าบ้านเมืองท่าน มันเอาคึนมาเอง {{มปก}}<noinclude></noinclude> 4efpvloq0sitb9btx70gviwpvcxg5tq หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/131 250 76900 296760 296267 2026-09-22T09:49:08Z Vesperstelo 11696 296760 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๒๗|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|3}} ๓ มาตราหนึ่ง บังกัดข้าคนท่านไว้เรือนตนก็ดี ข้าคนท่านหนีมาสู่หาตน ๆ เล้าโลมข้าคนท่านไว้ก็ดี ในเวียง ๓ วัน นอกเวียง ๕ วัน ท่านว่าคนรู้ไปมาหากัน ถ้าใน {{ซบ|๓|๕}} {{ปก2|2}} วัน ผู้เอาคนท่านไว้ได้ไปบอกแก่เจ้า {{ซบ|ข้า|คน}} {{ปก2|2}} ท่านว่าบพึงเอาโทษแก่ผู้เอาไว้นั้นเลย ถ้าพ้นกำหนดมิได้บอกไซ้ ให้ไหมเปนเบี้ยวันละ ๑๑๐๐๐ ถ้าพ้นเดือนหนึ่งขึ้นไป ให้ไหมขวบข้าคนนั้น ถ้าคนนั้นอยู่นานมีลูกส่งลูกมันให้แก่เจ้า {{ซบ|ข้า|คน}} {{ปก2|2}} นั้น ถ้าเร่ไปอยู่หลายแห่ง ให้เรียกเขาทังนั้นมาพิจารณา ถ้าเปนสัจไซ้ ให้ช่วยกันเสียค่าบังกัด อยู่ด้วยผู้ใดมากให้เสียตามมาก อยู่ด้วยผู้ใดน้อยให้เสียตามน้อย ถ้าอยู่เปนวันเท่าใดจนเดือนหนึ่ง ถ้า {{ซบ|ในเวียงยกเสีย|นอกเวียงยกเสีย}} {{ซบ|๓|๕}} {{ปก2|2}} วันเปน {{ซบ|สีนไหม|พิใน}} {{ปก2|2}} กึ่ง {{ลปร1|กหน|4}} ๔ มาตราหนึ่ง ข้าคนท่านหนีมาสู่หาตนมาฃอนอนก็ดี มาฃอเข้ากินก็ดี เอาข้าคนท่านซ่อนไว้เรือนตน แลมิได้บอกแก่เจ้า {{ซบ|ข้า|คน}} {{ปก2|2}} ลางคาบค้นได้ในเรือนมายืนต่อเถียง เมื่อสวนสัพขับแท้ว่าเอาข้าคนท่านซ่อนไว้จริง ให้ไหมเท่าค่าคนนั้น {{ลปร1|กหน|5}} ๕ มาตราหนึ่ง ข้าคนท่านหนีมาสู่หาตน ๆ ให้สเบียง{{วว}}<noinclude></noinclude> gbsozmg0jqwqyndmi6zxeq0m99o2mrb หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/132 250 76901 296761 296269 2026-09-22T09:50:10Z Vesperstelo 11696 296761 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๒๘|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>{{ซบ|เข้า|เกลือ|เรือ|ภาย|เงิน|ทอง}} {{ปก2|5}} สรรพเหดุสิ่งใด ๆ แลเจือจานให้ {{ซบ|ข้า|คน}} {{ปก2|2}} ท่านเปนกำลังให้หนีไปนอก {{ซบ|บ้าน|เมือง}} {{ปก2|2}} ต่างบ้านต่างเมือง ท่านว่าให้ใช้ข้าคนท่าน อนึ่งผู้มีอาสนสำคัญแกงใดยังอยู่ มันทาษหนีไปเอง จะเอาแก่ผู้ให้กำลังนั้นมิได้ เพราะสำคัญแกงใดขายยัง ถ้าส่งไปให้ไถต้นฅอเอาบนไว้ ถ้าได้คนนั้นมา มันว่าลักไปซ่อนไปฝากไว้ขายก็ดี ให้ไหมเปนลัก {{ลปร1|กหน|6}} ๖ มาตราหนึ่ง ผู้ใดไปเจรจาซุบซิบด้วยลูกเมียไพร่ฟ้าข้าคนท่านให้ลักเอาทรัพยสิ่งสีนไปแล้วฆ่าตีเสียเอาแต่ทรัพยสิ่งสีนนั้น ท่านให้ฆ่าผู้ร้ายฬ่อลวงแนะนำนั้นให้ตกไปตามกัน ถ้าเอาไปฃายก็ดี มิทันฃายก็ดี เอาไปทำชู้ก็ดี เอาไปแทงฟันบาดเจบก็ดี ให้ไหมโดยพระราชกฤษฎีกาตามคดีนั้น ถ้าได้ตัวผู้ร้ายนั้นมา มีคำแก้ว่ามิได้แนะนำ ท่านว่าให้เอาค้ำเอาบนไว้ ถ้าได้ตัว<ref>ต้นฉะบับ: ต้ว</ref> คนซึ่งหนีนั้นมา มันว่าแนะนำ พิจารณาเปนสัจ ให้ไหมทวีคูนตรีคูน ควรด้วยสถานใดให้เอาสถานหนึ่ง {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> djhiuy0vzlo526zs0zxw4fjvp1ipirr หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/133 250 76902 296762 296271 2026-09-22T09:50:38Z Vesperstelo 11696 296762 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๒๙|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|7}} ๗ มาตราหนึ่ง ข้าคนลูกเมียท่านหนี ครั้นเจ้า {{ซบ|ข้า|คน}} {{ปก2|2}} พบตัวมันผู้หนี แลมันว่ามีผู้สั่งสอนให้หนี มีศักขิพญาณว่าสั่งสอนให้หนีจริง ท่านให้ปรับในระวางแนะนำ ถ้ามันไปบาดเจบล้มตาย โทษนั้นตกหนักอยู่แก่มันผู้เสี้ยมสอนลวงไปให้บาดเจบล้มตายนั้น แลส่วนตัวมัน ท่านว่ามันหากใคร่ไปด้วยเขา ให้ทวนโดยพระราชกฤษฎีกา {{ลปร1|กหน|8}} ๘ มาตราหนึ่ง ถ้าชายชู้ลักภาลูกเมียท่านไปอาไศรยเรือนญาติพี่น้องพ้องพันธุ์เพื่อนฝูงมัน ๆ มิบอกเจ้าพ่อเจ้าแม่เจ้าผัวนายบ้านนายเมือง อำพรางไว้ให้อยู่เรือน ให้ลงโทษเจ้าเรือนกึ่งผู้ชักสื่อ ถ้าชายคุมพวกเพื่อนไปฉุดคร่าเอาลูกเมียท่านมาไว้เรือนพี่น้องญาติเพื่อนมัน แลเจ้าเรือนมิได้บอกแก่เจ้าพ่อเจ้าแม่เจ้าผัวแลนายบ้านนายเมืองให้รู้ อำพรางไว้ให้สำนักอยู่เรือน ให้ลงโทษเจ้าเรือนเท่าพวกไปด้วยโดยพระราชกฤษฎีกานั้น {{ลปร1|กหน|9}} ๙ มาตราหนึ่ง ข้าคนท่านใส่สังขะลิกะบัญชรไว้หนีจาก {{ซบ|เจ้า|นาย}} {{ปก2|2}} มาสู่หาตน ๆ เอาสังขะลิกะบัญชรนั้นออก แล้วเอาข้าคนนั้นมาบอกแก่ {{ซบ|เจ้าทาษ|นายคน}} {{ปก2|2}} นั้น ท่านว่าหาโทษแก่ผู้เอาออก<noinclude></noinclude> sp2h9vm3j55m3rj1r4qw12uyqlb9xdp หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/134 250 76903 296763 296273 2026-09-22T09:51:21Z Vesperstelo 11696 296763 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๓๐|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>นั้นมิได้ ส่วนบำเหนจจะได้อย่าให้เลย ถ้าเอามาทังสังขะลิกะบัญชร ท่านว่าให้ ๆ บำเหนจโดย {{ซบ|ไกล|ใกล้}} {{ปก2|2}} นั้นแล {{ลปร1|กหน|10}} ๑๐ มาตราหนึ่ง โจรลักเอาข้าคนท่านไปขายถึงไต้ฟ้าหล้าเขียว แลมีผู้ไถ่ไว้ ถ้าเจ้า {{ซบ|ข้า|คน}} {{ปก2|2}} มาพบ ท่านว่าให้เจ้า {{ซบ|ข้า|คน}} {{ปก2|2}} ไถ่เอาคืนโดยค่าคนนั้น แล้วให้ข้าคนไปนำหาเอาโจรผู้ลักนั้น {{ลปร1|กหน|11}} ๑๑ มาตราหนึ่ง เอาคนไปขายแห่งหนึ่งก็ดี สองแห่งก็ดี แลมีผู้พิพาษคนนั้น ท่านว่าให้ผู้ไถ่ไล่เอาเบี้ยแก่ผู้ขายโดยอันดับ แล้วให้ลงโทษแก่ผู้ขายนายประกันแลเรือนเบี้ยนั้นโดยพระราชกำหนด {{ลปร1|กหน|12}} ๑๒ มาตราหนึ่ง สรรพทรัพยสิ่งของแลวัวควายเรือเกวียนข้าคนหนีหายผู้ร้ายลัก แลมีผู้บอกแก่เจ้าของว่าพบจะเอาให้จงได้ แลเอาสีนจ้างเงินทองแก่ท่านแล้ว แลรับทำหนังสือให้แก่กันก็ดี แลตนเอาของท่านมาให้แก่ท่านมิได้ ท่านว่าให้ตนใช้ของท่านอันหนีอันหายนั้น ถ้าได้สมดั่งถ้อยคำ ให้เจ้าของเสียบำเหนจ์ตามสัญาแก่กันนั้น ถ้าเจ้าทรัพยยังมิได้ให้บำเหนจ์ แลผู้จะรับบำเหนจ์นั้นหาทรัพย<noinclude></noinclude> nfba85rleevnfuosme15z23f4ru3hmt หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/135 250 76904 296764 296275 2026-09-22T09:52:17Z Vesperstelo 11696 296764 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๓๑|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>มาส่งให้มิได้ ให้เอาทรัพยซึ่งหายนั้นทำ ๓ ส่วน ยกเสีย ๒ ส่วน ให้ผู้จะรับบำเหนจ์นั้นใช้ของท่านส่วนหนึ่ง เพราะว่ามัน{{ตตฉ|พ่อลวง|ฬ่อลวง}}ท่านให้งวยงงอยู่ จึ่งมิได้หาของซึ่งหายนั้น {{ลปร1|กหน|13}} ๑๓ มาตราหนึ่ง สรรพทรัพยสิ่งของแลวัวควายเรือเกวียนข้าคนหนีหาย แลผู้มาบอกว่าพบเหน แลว่าจะเอามาให้ แลว่าอายัดไว้แก่นาย {{ซบ|บ้าน|เมือง}} {{ปก2|2}} ก็ดี แลเจ้าของให้สีนจ้างเงินทองบำเหนจ์แก่ตน ๆ รับเอาแล้วก็ดี แลเจ้าของทำหนังสือสัญาบลบาล ตนรับเอาหนังสือสัญาไว้แล้วก็ดี ตนชักนำเอาของท่านมาให้มิได้ ให้ผู้บอกรับสีนบลหาคนแลสิ่งของ ๆ ท่านมาให้จงได้ ให้เจ้าของให้บำเหนจ์สีนบลนั้นจงท่วนตามสัญา ถ้าแลหามาให้แก่ท่านมิได้ ให้ใช้ของท่านอันหนีหายนั้น {{ลปร1|กหน|14}} ๑๔ มาตราหนึ่ง ถ้าทาษหนีเจ้าเงินขึ้นเรือนผู้ใด บัดเดี๋ยวเจ้าทาษมาถามเจ้าเรือน ๆ อำพรางว่ามิได้มา แลท่านได้ทาษณะเรือนผู้นั้น ท่านให้ทำค่าตัวทาษนั้นเปน ๓ ส่วน เอาส่วน ๑ ตั้งไหมผู้อำพรางนั้นเปน {{ซบ|สีนไหม|พิไน}} {{ปก2|2}} กึ่ง ถ้าทาษท่านหนีไปได้เพราะวิ่งขึ้นเรือนตนแลตนอำพรางนั้น ให้ไหมขวบค่าตัวทาษนั้น {{มปก}}<noinclude></noinclude> 1yhrzsomgfngmf6klt9bj7pp28y0ib5 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/136 250 76905 296765 296277 2026-09-22T09:52:38Z Vesperstelo 11696 296765 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๓๒|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|15}} ๑๕ มาตราหนึ่ง จอดเรือด้วยกัน {{ซบ|ลูกหลาน|ข้าคน}} {{ปก2|2}} ท่านลงเรือตน ให้เจ้าเรือบอกแก่<ref>ต้นฉะบับ: แก้ แก้ตาม ก และ ข</ref> เจ้า {{ซบ|ข้าคน|ลูกสาว}} {{ปก2|2}} ถ้ามิบอกแลเอาไป ให้ไหมเสมอลักท่าน {{ลปร1|กหน|16}} ๑๖ มาตราหนึ่ง<ref name = "หนึ่ง">ต้นฉะบับ: หนึง</ref> ชายใดกล่าวเล้าโลมว่าจะช่วยไถ่เอาข้าคนท่านเปนเมีย หญิงนั้นก็ลงใจด้วยชาย ๆ สมรศด้วยทาษท่าน ชายมิได้ช่วยไถ่ ภาทาษท่านหนีไปซ่อนเร้นไว้ จับได้ให้ไหมหนุนทุน ถ้ามิได้ทาษคืน ให้ไหม ๒ ค่า {{ลปร1|กหน|17}} ๑๗ มาตราหนึ่ง มีผู้ลักลูกเมียผู้คนพี่น้องท่านไปไว้เรือนพี่น้องญาติเพื่อนฝูงมัน แลมันก็ทำชู้สู่หญิงนั้นแล้ว มันเอาไปขายต่างบ้านต่างเมือง แลเจ้า {{ซบ|เย่า|เรือน}} {{ปก2|2}} รู้เหนมิบอกเจ้า {{ซบ|ผัว|พ่อ|แม่|ข้า|คน}} {{ปก2|5}} นาย {{ซบ|บ้าน|เมือง}} {{ปก2|2}} อำพรางไว้ ท่านรู้เหนด้วยประการใด ท่านให้ลงโทษแก่เจ้าเรือนในระวางอำพรางรู้เหนด้วยโจร {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> csngq1zvkgd9s4jyb2rinwhg88eodak หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/137 250 76906 296766 296279 2026-09-22T09:53:12Z Vesperstelo 11696 296766 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๓๓|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|18}} ๑๘ มาตราหนึ่ง บุทคลผู้ใดมีทาษ {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2|2}} แลญาติพี่น้อง แลมีผู้หนึ่งลักภาเอาไปไว้ในเรือนท่านผู้หนึ่ง เจ้าเรือนมิได้รู้ว่ามันภามาสำนักพักอยู่ในเรือนตน จะกล่าวเอาโทษแก่เจ้าเรือนนั้นมิได้เลย เพราะว่าเจ้าเรือนมิได้รู้ ถ้ามันลักเอาข้าคนท่านมาไว้ในเรือน เจ้าเรือนรู้ว่ามันลักข้าคนท่านมา แลให้มันอยู่สำนักณะเรือนตอน ถ้าสืบสวนเปนสัจ ไหมผู้ลักนั้นเท่าใด ให้ไหมเจ้าเรือนกึ่งผู้ลัก เหดุใดจึ่งกล่าวดั่งนี้ เหดุว่ามันเปนใจให้ไว้ข้าคนท่านในเรือนมัน {{ลปร1|กหน|19}} ๑๙ มาตราหนึ่ง ลูกเมียผู้คนทาษไทผู้ใดหนีไปถึงด่านแดนแว่นแคว้นราชเสมา มีผู้ช่วยไถ่มา ท่านว่าไถ่เชิงเบี้ยขาด มีผู้มาพิพาษไซ้ ผู้ไถ่ว่าไถ่ได้มาแต่เมืองไกล มีกรมทันกันใดศักขิพญาณรู้เหนเปนคำนับ สวนคำคนก็รับว่าไถ่มาจริง ถ้าเจ้าเงินเก่าจะเอาข้าคนตนคืน ก็ให้เงินแก่ผู้ไถ่มาตามมากแลน้อย {{ลปร1|กหน|20}} ๒๐ มาตราหนึ่ง<ref name = "หนึ่ง"/> ข้าคนลูกหลานผู้ใดก็ดี ไพร่ฟ้าข้าหลวงก็ดี หนีไปถึงนอกจังหวัดแว่นแคว้นราชเสมาท่านตก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> t7a8vwehtdvp4a6mk1lyxxwx05c9ex2 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/138 250 76907 296770 296281 2026-09-22T10:08:09Z Vesperstelo 11696 296770 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๓๔|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>ไปถึงต่างด่านแดนบ้านอื่น แลมีผู้ไถ่เอามารอดมาถึงจังหวัดด่านแดนเมืองท่านคืนเล่า อยู่มาเจ้า {{ซบ|ทาษ|ลูก|หลาน}} {{ปก2|2}} มาพบ ให้ยุกกระบัตรความตีค่าให้ไถ่ลงเตมค่า ถ้าแลไพร่ฟ้าข้าคนหลวงไซ้ ให้มุนนายอนาพะยาบาลพิดทูลขอเงินพิไนไถ่เอาสืบราชการไปเมื่อหน้า ถ้าข้าคนหลวงผู้ร้ายฬ่อลวงลักส่งไป ให้กระลาการพิจารณาเอาผู้ร้ายจงได้ ให้ริบราชบาดแล้วฆ่าเสีย ส่วนตัวคนหลวงนั้นให้ไถ่เอาคืน {{ลปร1|กหน|21}} ๒๑ มาตราหนึ่ง ผู้ใดพบทาษทา {{ซบ|ษี|ษา}} {{ปก2|2}} ท่าน แลผู้นั้นขับทาษท่านให้หนีไป มีผู้รู้เหน ให้คิดเอาค่าตัวทาษแก่ผู้นั้นจงเตมค่า {{ลปร1|กหน|22}} ๒๒ มาตราหนึ่ง ทาษซื้อเชื่อสรรพสิ่งของ ๆ ท่านไปขายเอากำไร แลผูกดอกเบี้ยแก่เจ้าเงินไป ถ้าทาษนั้นหนี จะว่าเขาให้เสบียงแก่ข้าคนนั้นมิได้ ถ้าเจ้าของจะใคร่เอาของซึ่งตนให้ไปนั้น ให้ไปหาเอา ส่วนเจ้าทาษนั้นเล่าจะเอาข้าคน ก็ให้ไปหาเอาเอง {{ลปร1|กหน|23}} ๒๓ มาตราหนึ่ง บุรุษยผู้หนึ่งเปนทาษท่านแห่งหนึ่ง{{วว}}<noinclude></noinclude> 5ex4z4xnnwtdi9gpciobo9rh8redhvj หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/139 250 76908 296771 296283 2026-09-22T10:08:27Z Vesperstelo 11696 296771 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๓๕|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>แลทาษีนั้นเปนทาษท่านแห่งหนึ่ง ทังสองมันภากันหนีไป นายเงินต่อนายเงินจะว่ากันนั้นมิได้ เพราะคนทังสองนั้นเปนโจรลักเอาข้าตัวหนีไปเอง อนึ่งถ้าบุรุษยนั้นมิได้เปนทาษ แลษัตรีนั้นเปนทาษีท่าน แลทังสองภากันหนีไป<ref>ก และ ข: หนีไซ้</ref> ควรลงโทษบุรุษยคือโจรลักทาษีท่านไปแล อนึ่งษัตรีนั้นมิได้เปนทาษีท่าน แลบุรุษยนั้นเปนทาษท่าน แลทังสองภากันหนีไซ้ ควรลงโทษแก่สัตรีนั้นคือโจรลักทาษท่านไป {{ลปร1|กหน|24}} ๒๔ มาตราหนึ่ง ทาษท่านหนีเจ้าไปพบ มีผู้ญื้อชักผลักใสทำให้ข้าคนท่านหนีไปก็ดี ชิงไว้มันหนีไปก็ดี ให้หาข้าคนท่านส่งให้แก่ท่าน ถ้าหาส่งมิได้ ให้ใช้ค่าคนท่าน {{ลปร1|กหน|25}} ๒๕ มาตราหนึ่ง ผู้ใดลักไพร่ฟ้าข้าคนท่านขายแก่ประเทศต่างเมืองขายลงเรือลงสำเภาก็ดี เอาสีนจ้างแลส่งคนให้แก่ประเทศต่างเมืองก็ดี จับได้รู้ด้วยประการใด พิจารณาเปนสัจ ท่านให้ฆ่าผู้ร้ายนั้นเสีย ส่วนต่างประเทศนั้นให้เกาะจำไว้ ให้ไหมฉันโจร ส่วนตัวมันผู้ไปด้วยต่างประเทศนั้น ถ้าอายุศม ๑๒ ขวบขึ้นไปถึง<ref>ต้นฉะบับ: ถิง</ref> {{ซบ|๑๔|๑๕|๑๖}} {{ปก2|3}} ขวบ ให้ทวนด้วยลวดหนัง{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> t2rm3dqrhcmnx1jq9fisixq33qyvpkc หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/140 250 76911 296772 296285 2026-09-22T10:08:44Z Vesperstelo 11696 296772 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๓๖|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>๓๐ ที ส่งตัวมันให้เจ้า {{ซบ|ข้า|ไพร่}} {{ปก2|2}} คืน ถ้ามิทันขายมิทันส่งมีผู้จับได้โจรแลคนนั้น ท่านให้ทวนแลไหมกึ่งโทษขายลงสำเภาไป แลให้ไหมโจรให้แก่เจ้าคนส่วนหนึ่ง คนกลางนั้นให้กระลาการพิจารณาคนใหญ่น้อย ถ้ามันใหญ่เปนใจไปด้วยโจร ก็ให้ทวนด้วยไม้หวายเสมอลงแก่โจร ถ้าได้ตัวคืน ให้ไหม ๒ ค่า ถ้าเจ้าข้าคนเสียบำเหนจ์จึ่งได้ตัวคนมา บำเหนจ์นั้นตกอยู่แก่ผู้ลัก {{ลปร1|กหน|26}} ๒๖ มาตราหนึ่ง ผู้ร้ายพูดจาฬ่อลวงลักภาบุตรภรรยาทาษชายหญิงท่านไปขายประการใดก็ดี มีผู้หนึ่งได้ตัวลูกเมียทาษชายหญิงท่านนั้นมาให้ ท่านให้ทำค่าตัวคนนั้นเปน ๓ ส่วน ให้ผู้ได้มานั้นส่วนหนึ่ง ๒ ส่วนโดยใกล้แลไกล ถ้าแลมีคำทาษนั้นว่ามาเองเปนสัจไซ้ อย่าให้บำเหนจ์แก่ผู้ได้มานั้นเลย จะกล่าวเอาโทษว่าเปนผู้ร้ายก็มิได้ {{ลปร1|กหน|27}} ๒๗ มาตราหนึ่ง ได้บุตรภรรยาทาษทาษีท่านใน ๑๐ วันเดือนหนึ่งโดยใกล้แลไกล ควรให้ผู้ได้นั้นไต่ถามบุตรภรรยาทาษทาษี ให้เอาไปส่งให้แก่เจ้าทาษทาษีบุตรภรรยานั้น ถ้าอำพรางไว้มิได้เอาไปส่ง เอาไช้การงานเองไซ้ ให้ไหมกึ่งหนึ่ง ถ้าเอาไปขาย ให้ลงโทษดั่งโจร ถ้าเอาไปส่งแก่เจ้าไซ้{{วว}}<noinclude></noinclude> jy6y8ns0htcb3glw5njy6d7blahyzrk หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/141 250 76912 296773 296287 2026-09-22T10:09:08Z Vesperstelo 11696 296773 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๓๗|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>ให้ขัดค่าคนนั้นเปนสามส่วน ให้ได้แก่ผู้เอามาส่งส่วนหนึ่ง ๒ ส่วนโดยใกล้แลไกล {{ลปร1|กหน|28}} ๒๘ มาตราหนึ่ง ผู้ใดสั่งแลให้หนังสือแก่ท่านว่า ทาษตนหนีไป ถ้าพบให้เอามา จะให้บำเหนจ์แก่ท่าน ๆ พบซึ่งคนหนีได้มา จะเอาบำเหนจ์แก่เจ้าทาษ ๆ ก็มิให้แก่ผู้เอามา ๆ ก็เอาคนนั้นไว้ พิจารณาเปนสัจว่าฬ่อลวงท่านจริง ให้เอาเบี้ยบำเหนจ์ซึ่งสัญากันนั้นตั้งไหมทวีคูนให้แก่ผู้เอาทาษมาให้นั้น แล้วให้มันเสียค่าริดชาแทนด้วย เหดุใดจึ่งว่าดั่งนี้ เหดุผู้นั้นหาความสัจมิได้ ให้ยากแก่ความเมืองท่าน {{ลปร1|กหน|29}} ๒๙ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเอาผู้คนทาษไทลูกเมียท่านไปเสือกไสซุ่มซ่อนแห่งใด ๆ ก็ดี จับได้พิจารณาเปนสัจ ท่านให้เอาค่าตัวตั้งไหมทวีคูน ยกทุนค่าตัวให้แก่เจ้าของ เหลือนั้นเปนสีนไหมกึ่งพิไนกึ่ง {{ลปร1|กหน|30}} ๓๐ มาตราหนึ่ง ผู้คนลูกเมียท่านหนีเองก็ดี มีผู้ภาหนีก็ดี ไปฝ่ายเหนือฝ่ายใต้<ref>ต้นฉะบับ: ไต่ แก้ตาม ก และ ข</ref> สุดหล้าฟ้าเขียว ชาวพระทวารด่านทางจับโจรได้ ท่านให้ลงโทษโจรโดยขนาด ส่วนคนนั้นให้เปนบำเหนจ์แก่ผู้จับ ถ้าเจ้า {{ซบ|ทาษ|คน}} {{ปก2|2}} พบจะไถ่ ให้ไถ่เท่าค่าตัว {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> iwpryj87xb4w2zwykuwlum4fctk3z8i หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/142 250 76913 296774 296289 2026-09-22T10:09:22Z Vesperstelo 11696 296774 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๓๘|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|31}} ๓๑ มาตราหนึ่ง ผู้ใดดูฤกษยามเจรจาแนะนำข้าคนลูกเมียท่านให้หนี เจ้า {{ซบ|ทาษ|คน}} {{ปก2|2}} เสียบำเหนจ์จึ่งได้ตัวมา บำเหนจ์นั้นตกแก่ผู้ดูฤกษยามเจรจาแนะนำแก่ข้าคนลูกเมียท่านแล {{ลปร1|กหน|32}} ๓๒ มาตราหนึ่ง ทาษหนีแลมีผู้มาว่าจะเอาทาษนั้นมาส่งแก่นายเงิน แลไปมิทันเวนทาษนั้นแก่นายเงิน ๆ ก็มิทันพบตัว<ref>ต้นฉะบับ: ต้ว</ref> ทาษนั้น แลทาษนั้นหนีแต่หน<ref>ข: แต่หนี</ref> ทางจริงไซ้ จะเอาโทษแก่ผู้ได้ทาษแลมาบอกให้รู้นั้นมิได้เลย {{ลปร1|กหน|33}} ๓๓ มาตราหนึ่ง ทาษหนีนายเงินไป มีผู้เอาไปขายหลายประทวน นายเงินพบไซ้ ท่านว่าขายไปถึงสามประทวนแล้ว นายเงินมิรู้นั้น เปนขาดแก่ผู้ไถ่ ถ้าแลจะเอาข้าคนตนมา แลมีคำทาษนั้นว่าขายหลายประทวนมาแล้ว แลพิจารณาเปนสัจ ท่านว่าให้นายเงินไถ่เอาข้าคนตนมาตามมากแลน้อย แล้วให้ทาษนั้นมันนำไปหาผู้ขาย ถ้าผู้ขายตายหนี ท่านว่าเปนภัพแก่นายเงิน {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> od9382lm0uoxzw7r8lo1wvd0gmwfult หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/143 250 76914 296775 296291 2026-09-22T10:09:40Z Vesperstelo 11696 296775 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๓๙|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|34}} ๓๔ มาตราหนึ่ง ผู้ใดได้ทาษทาษีท่านก็ดี ได้บุตรภรรยาท่านก็ดี<ref>ต้นฉบับ: ดิ</ref> ใน ๑๐ วันก็ดี เดือนหนึ่งก็ดี โดยใกล้<ref>ต้นฉบับ: ไกล้ แก้ตาม ก และ ข</ref> แลไกล ควรให้ผู้ได้นั้นไถ่ถามทาษทาษีบุตรภรรยาท่านอันได้นั้นแล้ว แลควรให้เอาไปส่งให้แก่เจ้าทาษทาษีบุตรภรรยานั้น ถ้าแลบุทคลผู้นั้นอำพรางมิได้เอาไปส่ง เอาไว้ทำการเองไซ้ ควรให้ไหมแต่กึ่งหนึ่ง ถ้าเอาไปขายกินไซ้ ควรให้ลงโทษโดยโจรกรรม ถ้าเอาไปส่งให้แก่เจ้าของไซ้ ควรให้ขาด<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า ขาด ลบเสีย เพิ่มตาม ก และ ข</ref> ค่าคนนั้นทำเปนสามส่วน แลได้แก่ผู้ได้ไว้เอามาส่งให้นั้นส่วนหนึ่ง ถ้าพรางว่ามิได้คนนั้นไว้ แลท่านมาพบตัวคนนั้นไซ้ บมิควรให้บำเหนจ์แก่ผู้นั้น แลพ้นแต่โทษโจรกรรมนั้นแล {{ลปร1|กหน|35}} ๓๕ มาตราหนึ่ง ผู้คนท่าน ๆ จำไว้ แลผู้ใดอยู่<ref>ต้นฉบับ: อยู</ref> บ้านเดียวด้วยกัน แลไปถอดคนท่านซึ่งจำไว้นั้นออกจากขื่อคาโซ่ตรวน ถ้าคนท่านหนีไป ควรให้ผู้นั้นใช้ข้าคนท่านจงเตมค่า อนึ่งผู้คนท่าน ๆ เกาะเอาไป แลมีผู้มาพบกลางถนนหนทาง เข้าชิงเอาคนท่านซึ่งเกาะมานั้นปล่อยเสีย แลควรให้บุทคลผู้นั้นใช้ทรัพยท่านต่างคนซึ่งปล่อยไปนั้น {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> gegefjq0p820lva0erncbinliorihr2 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/144 250 76915 296776 296293 2026-09-22T10:10:46Z Vesperstelo 11696 296776 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๔๐|ลักภา}}{{สต}}</noinclude>กล่าวมาด้วยลักษณลักภา {{ซบ|ผู้คน|ลูกเมีย}} {{ปก2|2}} ท่านหนี ๓๕ มาตราสิ้นอยู่เท่านี้<ref>ต่อจากนี้มีบท{{ลปร1|ล|1|9|พระไอยการบานผแนก}}ซึ่งได้พิมพ์อยู่ในเล่ม ๑ แล้ว</ref><noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> omfwr3ityw7kb8xqttb9scepsc4uu5q หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/176 250 77365 296810 296357 2026-09-22T11:42:25Z Vesperstelo 11696 296810 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" /></noinclude>{{ลปร1|ก|พระไอยการลักษณกู้หนี้|<ref>พิมพ์ตามฉะบับหลวง L9x ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่ง คือ L9 (ก)</ref>}} จักกล่าวลักษณกู้หนี้ยืมสีนเปนมูลคดีวิวาทแก่กันโดยเอกุณะดึงษมูลมาติกา ๒๙ มีบาฬีว่า {{หนา|อิณฺณญฺจ ธนํ}} ทรัพยอันให้กู้ยืมมีดอกเบี้ยแลหาดอกเบี้ยมิได้ แลแบ่ง {{ซบ|ได้|เสีย}} {{ปก2}} ในดอกเบี้ยแลต้นสีนกึ่งหนึ่งแลทังสิ้นโดยให้กันกู้ยืมมีไนยเปนอันมาก ในพระธรรมสาตรกล่าวว่า {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} พี่น้องพ้องพันธุ์ญาติมิตรกู้หนี้ขายตัวแก่กันมีบาฬีดั่งนี้ {{กก|{{รมมจ |มาตาปิตา อิณฺณกิยา ปุตฺตาปุตฺต อิณฺณกิยา<ref name = ":2">ทั้งสองฉะบับว่า อิณกฺกิยา</ref> |ญาติญาติ อิณฺณกิยา<ref>ทั้งสองฉะบับว่า อิณฺณกียา</ref> มิตฺตมิตฺตา อิณฺณกิยา }}}} แปลเนื้อความว่า {{หนา|มาตาปิตา อิณฺณกิยา}} {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} กู้ทรัพยแก่บุตร ๆ กู้ทรัพยแก่ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} ประการ ๑ {{หนา|ปุตตาปุตฺต อิณฺณกิยา}}<ref name = ":2"/> บุตรต่อบุตรกู้ทรัพยแก่กันประการ ๑ {{หนา|ญาติญาติ อิณฺณกิยา}}<ref>ต้นฉะบับ: อิณฺณกียา แก้ตาม ก</ref> ญาติต่อญาติกู้ทรัพยกันประการ ๑ {{หนา|มิตฺตมิตฺตา}}{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 21m8am4sla2kcd9708rsodd1o8vk0th หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/177 250 77394 296811 296359 2026-09-22T11:43:14Z Vesperstelo 11696 296811 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๗๓|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>{{หนา|อิณฺณกิยา}}<ref>ต้นฉะบับ: อิณกฺกิยา แก้ตาม ก</ref> มิตรต่อมิตรกู้ทรัพยแก่กันประการ ๑ ประการเท่านี้มีในพระธรรมสาตร ทีนี้จักกล่าวสาขคดี คือกิ่งความ มีตามพระราชบัญญัติแห่งโบราณราชกระษัตรสืบมาดั่งนี้ ศุภมัศดุ ๑๒๗๘ ชวดนักสัตวศก เดือนสิบเบด ขึ้นเก้าค่ำ จันทรวาร กาลบริเฉทกำหนด มีพระบันทูลสูรสิหนาทสมเดจ์บรมบาทพระเจ้ามหาจักรพรรดิราชาธิราชรามาธิบดีศรีสินทรนรินทรบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวให้ตราพระราชบัญญัติเผดียงโฆศนาแก่พระหลวงเมืองขุนมุนนานพฤฒามาตย์ราชมลตรีทุกกระทรวงทบวงการว่า แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า {{ลปร1|กหน|1}} ๑ มาตราหนึ่ง บุตร {{ซบ|ชายหญิง|เขย|สะไพ้}} {{ปก2|3}} ก็ดี {{ซบ|บิดามานดา|พ่อตาแม่ยาย|พ่อผัวแม่ผัว}} {{ปก2|3}} ก็ดี กู้ยืมขายตัวแก่กัน จะเปนต้นแลดอกมากน้อยเท่าใด ถ้ามีจึ่งให้ใช้กัร เหตุ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} มีก็ย่อมให้แก่บุตร {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2}} ๆ ก็ย่อมแทนคุณ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} จำพวกนี้ให้ว่ากล่าวกันเอาโดยปรกติ หมีให้เอาคดีไปเรียกร้องณะโรงสานกรมใด ๆ เลย ถ้าบุตร {{ซบ|เขย|สะไพ้}} {{ปก2}} ก็ดี {{ซบ|พ่อตาแม่ยาย|พ่อผัวแม่ผัว}} {{ปก2}} ก็ดี เปนคนอุทลุมไม่รู้คุณ จึ่งให้พิจารณา<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> kbbwfef73h5iwg3emwd6cx1q8lyv116 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/178 250 77395 296812 296361 2026-09-22T11:43:43Z Vesperstelo 11696 296812 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๗๔|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>ว่ากล่าวเอาแต่ต้นสีน เหตุว่าอย่าให้เคยประบัดสีนผู้อื่น ดอกเบี้ยมากน้อยเท่าใดอย่าให้เอาเลย เหตุว่าเขาติดพันกันอยู่ {{ลปร1|กหน|2}} ๒ มาตราหนึ่ง ผู้ใด้เปนพี่น้อง {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} เดียวร่วมท้องกันก็ดี บิดาเดียวต่างมานดา มานดาเดียวต่างบิดาก็ดี ท่านว่าเขาร่วม {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2}} กัน ถ้าแลเขาขาดแคลนทำบริคนสารกรมทันเปนคำนับขายแลกู้แก่กัน ถ้าจะมีต้นแลดอกมากน้อยเท่าใด ให้เอาต้นสีนจงเตม แลดอกเบี้ยนั้นท่านมิให้เอาเลย เพราะว่าเขาเปนทรัพยเรื่องเดียวกัน เขาก็เสียกันมิได้ {{ลปร1|กหน|3}} ๓ มาตราหนึ่ง บุตรแห่ง {{ซบ|พี่|น้อง}} {{ปก2}} ฝ่ายข้างบิดามานดาเขาขลาดแคลน กู้แลขายมีบริคนเปนคำนับ ให้เอาแต่ต้นสีนจงเตม เพราะว่าเขาเปนตระกูลเดียวกัน ถ้าเขาให้โดยง่าย มีดอกเบี้ยมากน้อยเท่าใด อย่าให้เอาเลย ถ้าให้โดยยาก แลมีดอกเบี้ยมากน้อยเท่าใด ท่านให้ทำเปนสามส่วน ให้เอาแต่ส่วนหนึ่ง ถ้ามิรับตามบริคน สืบสวนเปนสัจ ท่านให้เอาต้นสีนจงเตม ถ้ามีดอก ให้เอาดอกทำเปนสามส่วน ให้เอาสองส่วน เพราะมันจะประบัดเอาทรัพยท่านไว้ {{มปก}}<noinclude></noinclude> mlzc71wy7gw7r5pj7x30by3uv9fzfof หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/179 250 77396 296813 296363 2026-09-22T11:43:56Z Vesperstelo 11696 296813 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๗๕|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|4}} ๔ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเปนบุตรแห่งหลานฝ่ายญาติ บิดามานดาควรที่จะได้ทรัพย์มรฎกแก่กัน ทำบริคนกู้แลขายเปนคำนับ ถ้าให้โดยง่าย ให้เอาแต่ต้นสีนจงเตม ดอกมากน้อยเท่าใดท่านมิให้เอาเลย ถ้าให้โดยยาก ให้เอาดอกเบี้ยนั้นทำเปนสองส่วน ให้เอาส่วนหนึ่ง ถ้ามิรับตามบริคน สืบสวนเปนสัจ ท่านให้เอาดอกเบี้ยทำเปนสามส่วน ให้เอาสองส่วน เพราะมันจะประบัดเอาสีนท่านไว้ {{ลปร1|กหน|5}} ๕ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเปนหลานเขยท่านแลขาดแคลน ไปขายแลกู้หนี้แก่ลุงตาน้าอาฝ่ายข้างเมียหลานสะไพ้ ไปขายแลกู้ลุงตาน้าอาอาวฝ่ายขางผัว ทำบริคนให้เปนคำนับ ถ้าได้โดยง่าย ให้เอาต้นสีนจงเตม ถ้ามีดอกมากน้อยเท่าใด ท่านมิให้เอาเลย ถ้าได้โดยยาก มีดอกเบี้ยมากน้อยเท่าใด ให้ทำเปนสามส่วน ให้เอาสองส่วน ถ้ามิรับตามหนังสือบริคน สืบสวนเปนสัจ ให้เอาดอกนั้นทำสี่ส่วน เอาสามส่วน เพราะว่ามันจะประบัดเอาทรัพยท่านไว้ {{ลปร1|กหน|6}} ๖ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเปนเมียเดิมเมียกลางเมียสุด ขายแลกู้แก่กัน มีบริคนเปนคำนับ ถ้าให้โดยง่ายน มีต้นแลดอกมากน้อยเท่าใด ให้เอาแต่ต้นสีนจงเตม เพราะว่าร่วมสามีกัน ถ้าให้โดยยาก ให้ทำดอกเบี้ยเปนสองส่วนเอาส่วนหนึ่ง ถ้า<noinclude></noinclude> 8vr48rywu4bpnta861q7vztwr76nca8 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/180 250 77397 296814 296365 2026-09-22T11:47:33Z Vesperstelo 11696 296814 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๗๖|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>มิรับตามหนังสือคำนับ สืบสวนเปนสัจ ให้ทำดอกเบี้ยเปนสามส่วน เอาสองส่วน เพราะมันจะประบัดเอาทรัพยท่านไว้ {{ลปร1|กหน|7}} ๗ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเปนมิศหายอันดีสุจริตต่อกัน ขาดแคลนทำบริคนขายแลกู้ทรัพยแก่กัน ถ้าให้โดยง่าย ให้เอาแต่ต้นสีนจงเตม มีดอกมากน้อยเท่าใด ท่านให้ทำเปนสามส่วน เอนส่วนหนึ่ง ถ้าได้โดยยาก มิรับตามบริคน สืบสวนเปนสัจ ท่านให้เอาดอกเบี้ยทำเปนสี่ส่วน เอาสามส่วน เพราะมันจะประบัดเอาทรัพยท่านไว้ {{ลปร1|กหน|8}} ๘ มาตราหนึ่ง ผู้ใดมีทรัพยสิ่งของทองเงิน มีผู้มากู้เงิน นายเงินมิให้ ฝ่ายบุตร {{ซบ|เขย|สไพ้}} {{ปก2}} รับตัวมันผู้กู้ อยู้มาผู้กู้หนีหาย ให้เจ้าเงินกล่าวเอาแก่บุตร {{ซบ|เขย|สไพ้}} {{ปก2}} เหดุใดจึ่งกล่าวดั่งนี้ เหตุว่ามันรับทุกเขา กล่าวลักษณสำพันธญาติมิตรสนิจและห่างขายแลกู้หนี้ยืมสีนกันได้ ๘ มาตราเท่านี้ {{ลปร1|กหน|9}} ๑ มาตราหนึ่ง ทวยราษฎรกู้หนี้ถือสีนแก่กันแต่ {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ขึ้นไป ให้มีกรมทันแกงใดเปนสำคัญ ให้ผูกดอกเบี้ยเดือนละ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = ๑<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าหาเอกสารสำคัญมิได้มาร้องฟ้อง ท่านว่าอย่าให้รับไว้บังคับบันชา {{มปก}}<noinclude></noinclude> luwofzbs7rmq3f7jmzdbp0yfgrvqmwn 296815 296814 2026-09-22T11:48:26Z Vesperstelo 11696 296815 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๗๖|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>มิรับตามหนังสือคำนับ สืบสวนเปนสัจ ให้ทำดอกเบี้ยเปนสามส่วน เอาสองส่วน เพราะมันจะประบัดเอาทรัพยท่านไว้ {{ลปร1|กหน|7}} ๗ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเปนมิศหายอันดีสุจริตต่อกัน ขาดแคลนทำบริคนขายแลกู้ทรัพยแก่กัน ถ้าให้โดยง่าย ให้เอาแต่ต้นสีนจงเตม มีดอกมากน้อยเท่าใด ท่านให้ทำเปนสามส่วน เอนส่วนหนึ่ง ถ้าได้โดยยาก มิรับตามบริคน สืบสวนเปนสัจ ท่านให้เอาดอกเบี้ยทำเปนสี่ส่วน เอาสามส่วน เพราะมันจะประบัดเอาทรัพยท่านไว้ {{ลปร1|กหน|8}} ๘ มาตราหนึ่ง ผู้ใดมีทรัพยสิ่งของทองเงิน มีผู้มากู้เงิน นายเงินมิให้ ฝ่ายบุตร {{ซบ|เขย|สไพ้}} {{ปก2}} รับตัวมันผู้กู้ อยู้มาผู้กู้หนีหาย ให้เจ้าเงินกล่าวเอาแก่บุตร {{ซบ|เขย|สไพ้}} {{ปก2}} เหดุใดจึ่งกล่าวดั่งนี้ เหตุว่ามันรับทุกเขา กล่าวลักษณสำพันธญาติมิตรสนิจและห่างขายแลกู้หนี้ยืมสีนกันได้ ๘ มาตราเท่านี้ {{ลปร1|กหน|9}} ๑ มาตราหนึ่ง ทวยราษฎรกู้หนี้ถือสีนแก่กันแต่ {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.7em}} | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ขึ้นไป ให้มีกรมทันแกงใดเปนสำคัญ ให้ผูกดอกเบี้ยเดือนละ {{ศสต | 1 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = ๑<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าหาเอกสารสำคัญมิได้มาร้องฟ้อง ท่านว่าอย่าให้รับไว้บังคับบันชา {{มปก}}<noinclude></noinclude> i5sfjypl3habhkq97mqpu8lnsoh1gpm หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/181 250 77398 296816 296367 2026-09-22T11:50:19Z Vesperstelo 11696 296816 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๗๗|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|10}} ๒ มาตราหนึ่ง ผัวเมียกู้หนี้ท่านด้วยกัน แลผัวไปค้ามิได้ เจ้าหนี้รุกร้นจะเอา {{ซบ|ต้นเงิน|ดอกเบี้ย}} {{ปก2}} ท่านให้เมียซึ่งอยู่นั้นใช้แต่ต้นเงินท่าน ดอกเบี้ยยกเสีย ถ้าผัวมันมิตายกลับมา จึ่งเอาดอกเบี้ยแก่มัน {{ลปร1|กหน|11}} ๓ มาตราหนึ่ง ผัวเมียเข้าชื่อกันทำสารกรมทันกู้ทรัพย ท่านให้ผัวไปค้าขาย แลผัวตาย ได้แต่สีนค้ามา ให้เมียใช้ทังต้นทังดอก ถ้ามิได้สีนค้ามา ให้เมียใช้แต่ต้น ถ้าแลเมียอยู่ตายก่อน ให้ผัวใช้ทังต้นทังดอก {{ลปร1|กหน|12}} ๔ มาตราหนึ่ง ผัวเมียเข้าชื่อกันกู้หนี้ท่านไป แลผัวตายก็ดี เมียตายก็ดี ให้ผู้ยังใช้ต้นสีนท่านจงเตม ถ้าอย่ากัน ให้ชายใช้สองส่วน ให้หญิงใช้ส่วนหนึ่ง ท่านว่าชายหาบหญิงคอน {{ลปร1|กหน|13}} ๕ มาตราหนึ่ง กู้หนี้ท่านใส่ชื่อเจ้าหนี้ทัง {{ซบ|ผัว|เมีย}} {{ปก2}} อยู่มาฝ่ายเจ้าหนี้เมียตายยังแต่ผัวก็ดี ผัวตายยังแต่เมียก็ดี ให้เอาต้นเงินแลดอกเบี้ยจงเตม มิให้แบ่งสีนท่านเปนส่วนผู้ {{ซบ|ตาย|ยัง}} {{ปก2}} เลย {{มปก}}<noinclude></noinclude> jbn0b8xffocwln5pbp2gq3bcdnz9tuq หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/182 250 77399 296817 296369 2026-09-22T11:50:39Z Vesperstelo 11696 296817 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๗๘|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|14}} ๖ มาตราหนึ่ง เมียมิรู้ผัวหากกู้หนี้ท่านมาซื้อเข้าปลาอาหารสู่กันกิน แลเอามาเลี้ยงลูกเต้า ให้เมียมันใช้ทังต้นทังดอกแก่ท่าน ท่านว่าเพราะเมียหาพิจารณา<ref>ต้นฉะบับ: พิจรณา</ref> เอาใจใส่ผัวมิได้ ถ้าผัวมันกู้หนี้ถือสีนมาสู่ชู้สาวแลพี่น้องมันกิน ท่านว่าผัวหากนอกใจเมีย ให้ผัวมันใช้สีนท่านทังต้นทังดอก {{ลปร1|กหน|15}} ๗ มาตราหนึ่ง ผู้ใดรู้อยู่ว่าเปนเมียน้อยข้อยข้าท่าน ให้มันกู้เบี้ยกู้เงิน เจ้าหนี้มิได้บอกแก่เจ้าผัวเจ้าทาษให้รู้ ท่านว่าเจ้าสีนนั้นใจง่าย ถ้ามันมีสีนเมื่อใด จึ่งให้เอาแก่มันเมื่อนั้น เพราะสมคบเมียน้อยข้อยข้าท่าน ถ้าเจ้าสีนได้บอกแก่เจ้าผัวเจ้าทาษให้รู้ให้ยอมด้วยเปนคำนับแล้ว ให้เจ้าผัวเจ้าทาษนั้นใช้สีนท่าน ถ้ามิใช้ให้เอาสีนนั้นแก่มันผู้กู้ตามกระบิลเมือง {{ลปร1|กหน|16}} ๘ มาตราหนึ่ง ชายหญิงเมื่อยังมิได้อยู่เปนผัวเมียกันั้นกู้หนี้ยืมสีนทรัพยท่านติดค้างอยู่ยังมิใช้ เมื่อมาอยู่เปนผัวเมียกัน ครั้นเจ้าหนี้มาทวงถาม แลฝ่ายข้าง {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2}} ก็ดี ซึ่งมิได้มีชื่อในกรมมิได้รู้เหนว่ากู้ยืมแลมาอยูเปนผัวเมีย<ref>ต้นฉะบับ: เปนผัวเปนเมีย แก้ตาม ก</ref> กันนั้น ภายหลังรับว่าจะใช้ต่อเจ้าหนี้ยังมิได้ใช้แล {{ซบ|หญิง|ชาย}} {{ปก2}} ก็ดี{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 8y024t190n89xki2csc0aswrn7oiqqx หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/183 250 77400 296818 296371 2026-09-22T11:50:58Z Vesperstelo 11696 296818 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๗๙|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>ซึ่งเปนลูกหนี้นั้นหนีตาย ให้ผู้ซึ่งรับว่าจะใช้หนี้นั้นใช้กึ่งหนึ่ง ถ้าแลชายหญิงซึ่งมิได้กู้ยืมนั้นมิได้รับว่าจะใช้จะเอามิได้ ถ้าผู้ใดได้ทรัพยผู้ตายไว้ ก็ให้ผู้ได้ทรัพยนั้นใช้ตามมากแลน้อย อย่าให้เปนกำม์เวรแก่ผู้ตาย {{ลปร1|กหน|17}} ๙ มาตราหนึ่ง เมียขันหมากหลวงไปกู้หนี้ยืมสีนท่าน เจ้าหนี้นั้นมิได้บอกกล่าวผัวมันให้รู้ ท่านว่าให้แต่ต้นสีนท่านคืน อย่าให้เสียต้นของท่าน ถ้าบอกผัวมันให้รู้ ให้เอาดอกเปนข้าง ถ้าผัว<ref>ก: ผัวมัน</ref> รู้เหนมีสำคัญสัญาแกงใดด้วยเมียมัน ท่านว่าให้ต้นแลดอกแก่เจ้าหนี้จงเตม {{ลปร1|กหน|18}} ๑๐ มาตราหนึ่ง ผัวเมียกู้หนี้ด้วยกัน เขาจะหย่ากัน ให้ชายใช้ ๒ ส่วน ให้หญิงใช้ส่วนหนึ่ง ถ้าชายผัวนั้นมิรู้ เปนสัจว่าหญิงหากกู้มาเลี้ยงลูกเต้าข้าคน ถ้าเขาจะหย่ากัน ให้ชายใช้แต่กึ่ง ถ้าหญิงกู้มาบำเรอห์ชู้แลพ่อแม่พี่น้องมัน ให้หญิงใช้แต่ผู้เดียว ถ้าชายกู้มาเลี้ยงลูกเต้าผู้คน แลหญิงมิรู้ ถ้าเขาจะหย่ากัน ให้ใช้คลกึ่ง ถ้าชายกู้มาบำเรอชู้สาวพ่อแม่พี่น้องมันเอง ให้ชายใช้แต่ผู้เดียวโดยพระราชกฤษฎีกาท่านแล {{ลปร1|กหน|19}} ๑๑ มาตราหนึ่ง สามีมีที่ไปแห่งใด ๆ ก็ดี ภรรยา<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> k9tnb4tzmlz5v4razwcrzyz8546o9ix หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/184 250 77401 296819 296373 2026-09-22T11:54:21Z Vesperstelo 11696 296819 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๘๐|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>อยู่หากกู้หนี้ท่าน สามียังมิทันกลับมา ภรรยานั้นถึงแก่มรณภาพ แลเจ้าทรัพยนั้นจะเอาทรัพยแก่สามีนั้นมิได้ ถ้าสามีนั้นมาถึงแล้วแลเจ้าทรัพยมาทวงสามีนั้นรู้แล้วจึ่งภรรยานั้นถึงแก่มรณ ควรให้สามีใช้ทรัพยซึ่งภรรยากู้นั้น กล่าวลักษณ {{ซบ|ผัว|เมีย}} {{ปก2}} กู้ยืมด้วยกัน แล {{ซบ|ผัว|เมีย}} {{ปก2}} กู้ {{ซบ|ผัว|เมีย}} {{ปก2}} มิรู้ แล {{ซบ|ผัว|เมีย}} {{ปก2}} ตาย {{ซบ|ผัว|เมีย}} {{ปก2}} ยังโดยสังเขบได้ ๑๑ มาตราเท่านี้ {{ลปร1|กหน|20}} ๑ มาตราหนึ่ง บุตรแลภรรยาไปกู้เบี้ยกู้เข้าทองเงินแลสิ่งใด ๆ ของท่าน เอาชื่อผัวแลชื่อ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} ใส่ในอาสนกรมทัน แลเจ้าเบี้ยมิได้บอกแก่ผัวแล {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} นั้นให้รู้ให้สีนแก่ผู้กู้แล้ว เมื่อหน้าไปผู้กู้ซึ่งเอาชื่อผัว {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} ใส่นั้นหลีกหนีตายก็ดี เจ้าเข้านายเงินทวงสิ่งของ จะมาเอาแก่ผัวแล {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} เขาผู้กู้นนั้น ท่านว่าเจ้าสีนไม่มีคำนับ มิให้เอาแก่ผัวแล {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} ผู้กู้นั้นเลย เพราะเจ้าสีนมิได้บอกมิได้เผชิญผัวแล {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} ให้รู้ ต่อผู้นั้นตายแลหนีจึ่งว่า {{ลปร1|กหน|21}} ๒ มาตราหนึ่ง ถ้าผัวแลบิดามานดาแลนายเงินทำสารกรมทันเอาชื่อลูกเมียทาษไทใส่ในสารกรมทันกู้นั้นด้วย{{วว}}<noinclude></noinclude> baghad2uxo1cyekya29hnzm08a8b2pv หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/185 250 77402 296820 296375 2026-09-22T11:55:38Z Vesperstelo 11696 296820 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๘๑|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>ท่านว่าเปนสิท แม้นแลเจ้าสีนบอกก็ดี มิได้บอกก็ดี แก่ผู้ซึ่งมีชื่อในสารกรมทันนั้น ท่านให้เสียโดยกระบิลคนซึ่งถือนั้น {{ลปร1|กหน|22}} ๓ มาตราหนึ่ง กู้หนี้สีนท่าน แลผู้กู้นั้นเอาชื่อ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} ซึ่งมิได้รับเงินมาใส่ในสารกรมทัน ครั้นบิดามานดาตาย นายเงินจะเอาเงินแก่ผู้กู้ ๆ ว่าตายเสียคนหนึ่งสองคนแล้ว จะให้แบ่งต้นเงินดอกเบี้ยส่วนผู้หนีผู้ตายนั้น คนผู้กู้หนี้หาชาติตระกูลมิได้ ท่านว่าอย่าให้แบ่ง จะเปนกำมเวราแก่ผู้ตาย ให้ใช้ต้นเงินดอกเบี้ยของท่านจงถ้วน กล่าวลักษณกู้หนี้ยืมสีนกันแลเอาชื่อผู้อื่นเข้าในกรมทันโดยสังเขบได้ ๓ มาตราเท่านี้ {{ลปร1|กหน|23}} ๑ มาตราหนึ่ง ราษฎรทังหลายกู้หนี้ยืมสีนแก่กันก็ดี บางคาบใส่ชื่อในสารกรมทันคนหนึ่งสองคนหลายคนก็ดี ให้เจ้าเบี้ยนายเงินนั้นเรียกหาผู้มีชื่อในสารกรมทันมาจงถ้วน จึ่งวางเงินให้มันรู้เหนด้วยกัน ถ้าผู้มีชื่อในสารกรมทันนั้นมีมิได้มารับเงินด้วย แลให้เจ้าเงินเอาสารกรมทันบอกแก่ผู้มีชื่อซึ่งมีชื่ออยู่ในสารกรมทันให้รู้ จึ่งให้เงิน อย่าให้ใจง่าย ถ้านายเงินมิได้บอกมันซึ่งมีชื่อในกรมนั้นให้รู้ด้วย แลจะเอาเงินแก่มันผู้มีชื่อในกรมนั้นมิได้ เหตุเขามิได้รู้ด้วย {{มปก}}<noinclude></noinclude> gpce9m3xx6dxr7r4b3inp2pb1k912eg หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/186 250 77403 296821 296377 2026-09-22T11:56:06Z Vesperstelo 11696 296821 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๘๒|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|24}} ๒ มาตราหนึ่ง ถ้าแลผู้ใดลักเอาชื่อไพร่ฟ้าข้าคนท่านเข้าใส่ในสารกรมทัน ให้ไหมผู้นั้นกึ่งเบี้ยอันขายอันกู้ แล้วเงินซึ่งกู้ซึ่งขายนั้นตกแก่มันผู้ลักชื่อนั้นแล {{ลปร1|กหน|25}} ๓ มาตราหนึ่ง มีอาสนเข้าชื่อกันหลายคน ไปกู้เงินท่านช้านานมิได้ให้ เจ้าหนี้ทำหนังสือร้องให้ตระลาการเรียกหาผู้มีอาสน เนื้อความยังมิทันแล้ว แลผู้มีอาสนในหนังสือนั้นตายบ้างยังบ้าง ให้กรรุณายกดอกให้แก่ผู้ตาย แลให้ผู้ยังใช้ต้นสีนท่านจงเตม {{ลปร1|กหน|26}} ๔ มาตราหนึ่ง หลายคนทำสารกรมทันแกงใดบริคนใบเดียวกันกู้เงินท่าน ต้นเงินแลดอกเบี้ยเปนส่วน แลทรัพยนั้นมิได้บริคน ถ้าแลผู้มีชื่อในสารกรมทันนั้นตายคนหนึ่งสองคน ให้ยกต้นสีนแลดอกเบี้ยส่วนผู้ตายนั้นเสียตามบริคน ถ้าแลผู้ตายนั้นมีทรัพยสิ่งสีนบุตรภรรยาญาติพี่น้องพ่อแม่งานเดียวกับผู้กู้ด้วยกันก็ดี ได้ทรัพยสิ่งสีนผู้ตายไว้ ให้ใช้ต้นสีนท่านจงเตม อย่าให้เปนกำมเวรแก่ผู้ตาย {{ลปร1|กหน|27}} ๕ มาตราหนึ่ง หลายคนกู้เงินท่านมิได้ดอกเบี้ย ตายบ้าง หนีบ้าง ให้เอาต้นสีนแบ่งปันเปนส่วนผู้ยังผู้หนีผู้ตาย เปนส่วนผู้ยังเท่าใด ให้ใช้ {{ซบ|ต้น|ดอก}} {{ปก2}} แก่ท่านจงเตม {{มปก}}<noinclude></noinclude> cv2xg9yjhrw7r6momo8lyus3806fwzq หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/187 250 77404 296822 296379 2026-09-22T11:56:47Z Vesperstelo 11696 296822 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๘๓|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|28}} ๖ มาตราหนึ่ง บิดามานดาพี่น้อลูกเมียมีทุกข์ทังวลเข้าชื่อด้วยกันหลายคนกู้หนี้ถือสีนขายตัวไว้แก่ท่าน มีสารกรมทันเปนคำนับช้านาน แลได้ส่งดอกเบี้ยบ้างก็ดี แลมิได้ส่งดอกเบี้ยติดค้างมาเปนช้านานเปนหลายเดือนหลายปีก็ดี แลผู้กู้หนี้ถือสีนมิได้หนีเองมิได้ตายเอง มีผู้ {{ซบ|แนะ|สอน}} {{ปก2}} ให้หนี แลมีผู้ทุบตีฆ่าฟันให้ตายก็ดี แล {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} พี่น้องลูกเมียมันผู้ตายผู้หนีรู้ด้วยประการใด ๆ ก็ดี ว่ากล่าวพิจารณาเปนสัจ ถ้าเจ้าสีนว่ากล่าวได้เบี้ยปรับไหมแก่ผู้ทุบตีฆ่าฟันผู้แนะสอนเสือกไสให้หนีนั้น ท่านให้แบ่งสีนนั้นส่วนผู้ตายผู้หนียัง ถ้าแล {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} ลูกเมียมันได้ปรับไหมแก่ผู้ทุบตีฆ่าฟันเสือกไสนั้น ท่านมิให้แบ่งปันใช้ต้นสีนท่านเลย ท่านให้คิดเอาทังต้นแลดอกแก่ผู้เข้าชื่อด้วยผู้ตายผู้ได้เบี้ยปรับไหมนั้นจงถ้วนสิบปีแต่ต่อหน้า เพราะมันมิได้หนีเองตายเองแล กล่าวลักษณกู้หนี้ถือสีนกันเข้าชื่อในกรมหลายคนโดยสังเขปได้ ๖ มาตราเท่านี้ {{ลปร1|กหน|29}} ๑ มาตราหนึ่ง เจ้าเงินเอาชื่อทาษทา {{ซบ|ษี|ษา}} {{ปก2}} เข้าในสารกรมทันกู้ทรัพยท่านผู้อื่น ผู้กู้นั้นยังมิำด้ส่งต้นเงินแลดอก<noinclude></noinclude> bag50pf11m4rwg7wpk5utv81n21eua6 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/188 250 77405 296823 296381 2026-09-22T11:57:04Z Vesperstelo 11696 296823 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๘๔|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>เบี้ยก็ดี ส่งบ้างยังมิครบก็ดี ถ้าทาษมีชื่อในกรมทันนั้นล้มตายหายหนี ให้เจ้าทาษผู้กู้นั้นใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ยท่านจงถ้วน ถ้าเจ้าทาษผู้กู้นั้นล้มตายหายหนี ให้มันทาษทา {{ซบ|ษี|ษา}} {{ปก2}} ซึ่งมีชื่อในกรมทันนั้นส่งแต่เบี้ยค่าตัวมันจงถ้วน แลทรัพยซึ่งนายเงินกู้นั้น เจ้าหนี้จะเอาแก่ทาษทา {{ซบ|ษี|ษา}} {{ปก2}} ซึ่งมีชื่อในกรมทันนั้นมิได้ เพราะทาษเถียงเจ้ามิได้ {{ลปร1|กหน|30}} ๒ มาตราหนึ่ง ให้ทาษท่านกู้หนี้นายเงินมิรู้ เมื่อมาทวงนายเงินมันจึ่งรู้ เมื่อมันทำได้จึ่งให้มันใช้ ถ้ามันกู้แต่นายเงินเก่ามา นายเงินใหม่มิรู้ เมื่อเขามาทวงจึ่งรู้ ให้เวนทาษนั้นให้แก่นายเงินเก่าคึน {{ลปร1|กหน|31}} ๓ มาตราหนึ่ง เศษฐีก็ดี แลขุนผู้ดีมีผู้คนมากก็ดี แลทวยราษฎรทังหลายก็ดี ให้ทาษไปอยู่ต่างบ้านก็ดี ให้ไปซื้อขายทางบกทางเรือก็ดี แลมันไปกู้หนี้ถือสีนทรัพยสิ่งใด ๆ ให้ถามนายมันก่อน ถ้านายมันว่าให้เถิด มันทำหนังสือสำคัญแกงใด นายมันรู้จึ่งให้ ถ้านายเงินมิยอม หากมักง่ายให้หนี้แก่มันเอง แลทาษท่านหนี ท่านว่าให้ใช้ทาษท่าน ถ้าแลนายเงีนมันรู้แลยอมด้วย ให้เรียกเอาทังต้นทังดอกจงเตม ถ้ามันหาสีนจะให้มิได้ เอาตัวทาษนั้นไว้ใช้ค่าสีนท่านกว่าจะได้ ถ้า<noinclude></noinclude> n8apapq1g394n96xj1xoadj8vkhp5vq หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/204 250 77432 296678 296413 2026-09-21T13:28:28Z Vesperstelo 11696 296678 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" /></noinclude>{{ลปร1|ก|พระอายการเบดเสรจ|<ref>ฉะบับหลวงเหลือแต่ฉะบับเดียว คือ L14 ส่วนฉะบับรองทรงเหลือแต่เล่ม ๒ ซึ่งเริ่มต้นแต่มาตรา ๗๔ (88)</ref>}} จักกล่าวลักษณไร่นาเปนมูลคดีวิวาทให้เกิดความตามบาฬีมีในคำภีร์พระธรรมสาตรว่า {{หนา|เขตฺตาทิ อารามวนาทิ ถานํ}} อันโบราณราชกระษัตรจัดเปนบทมาตรา คือพระราชอธิบาย สืบ ๆ มาดั่งนี้ ศุภมัศดุ ๑๒๖๓ อัชฉะสังวัชฉะระ เชษฐมาศ ศุขปักษย ปันจะมีดิดถี ชีวะวาร พระบาทสมเดจ์พระเจ้ารามาธิบดีศรีวิสุทธิสุริยวงษองคบุริโสดมบรมจักรพรรดิราชาธิราชตรีภูวะนาธิเบศบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัว เสดจ์ออกณะพระธินั่งเบญจรัตนมะหาปราสาท มีพระราชโองการมานพระบันทูลสุระสีหนาทดำหรัศสั่งแก่ขุนกระเสตราธิบดีให้ตราพระราชกฤษฎีกาโฆษนาคำนับประหญัดิเผดียงแก่มุขลูกขุนเจ้าราชนิกุลขุนหมื่นพันทนายฝ่ายทหารพลเรือนจ่าผู้ดาษเสมียรนักการแลราษฎรทังหลายแต่นี้สืบไปเมื่อหน้า {{ลปร1|กหน|1}} ๑ มาตราหนึ่ง ถึงเทศการเดือน {{ซบ|๖|๗|๘|๙}} {{ปก2|4}} เข้าเปนต้นเปนลำ ให้ขุนกระเสตราธิบดีมีตราสารประหญัติออกไปเมืองนอกขอบ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 71eu1e0oturtol3e8hgfzz4l8kz7pw0 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/84 250 79079 296708 296172 2026-09-22T08:09:54Z Vesperstelo 11696 296708 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๘๐|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>มิยินมีศักขิพญาณรู้เหน ให้แบ่งค่าตัวเสียกึ่งหนึ่งให้แก่นายเงินกึ่งหนึ่ง เพราะทนงศักดิสำหาวเอาลูกหลานแลทาษท่านให้มีผัวมิชอบ {{ลปร1|กหน|16}} ๑๔ มาตราหนึ่ง นายเงินให้ข้าคนตนไปนะรงคสงครามแทนตน แลมันไปได้ต่อรบด้วยฆ่าศึก ท่านมิให้เอาค่าตัวแก่มันเลย ถ้ามันมิได้รบพุ่ง<ref>ต้นฉะบับ: รับพุ่ง</ref> ด้วยฆ่าศึก มันกลับคืนมาได้ ให้ทำค่าตัวมันเปนสองส่วน ส่วนหนึ่งให้แก่นายเงิน ถ้ามันเกิดปัตเหดุตายเมื่อไปการณรงค์สงคราม เจ้าเงินจะเอาเงินแก่ผู้ฃายนั้นมิได้ เพราะเจ้าเงินให้มันไปแทนตัว {{ลปร1|กหน|17}} ๑๕ มาตราหนึ่ง หมู่ฝ่าย {{ซบ|ทหาร|พลเรือน}} {{ปก2}} ทุกขยากเปนทาษผู้มีชื่ออยู่ แลมีการณรงค์สงคราม เจ้าหมู่มุนนายกะเกนเอาไพร่ซึ่งทุกขยากเปนทาษผู้มีชื่อไปการณรงคสงคราม แลมันได้ต่อรบด้วยฆ่าศึกตายก็ดี แลมันเกิดอุบัดิเหดุใข้เจบตายในการณรงค์สงครามก็ดี เจ้าเงินจะเอาเงินแก่ผู้ฃายนั้นมิได้ เพราะเหดุว่าพระเจ้าอยู่หัวใช้ไปการณรงคสงคราม {{ลปร1|กหน|18}} ๑๖ มาตราหนึ่ง เขนใจเอาบุตรภิริยาญาติพี่น้องพันธุ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 2prza2ntbd12ynh4gv2xkirgqhcey6v หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/85 250 79080 296709 296174 2026-09-22T08:31:13Z Vesperstelo 11696 296709 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๘๑|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ทาษ {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2}} ไปฃายฝากไว้แก่ท่านให้ใช้ประจำเชิงกระยาเบี้ย ครั้นอยู่จำเนียรระนานมา ถึงเทษการไถนาเกี่ยวเข้าของท่าน แลมันผู้ทาษก็ดี ผู้ฃายก็ดี จะเอาเงินค่าตัวมันมาส่งแก่ท่านเมื่อในเทษการนั้น ท่านว่าทำน้ำจะเอาปลาทำนาจะเอาเข้าท่านมิให้รับเงินเลย แลเมื่อใดพ้นเทษการแล้ว ให้รับเงินตามมากแลน้อย ถ้ามันผู้ทาษผู้ฃายนั้นจะไปร้องฟ้องว่ากล่าวจะวางเงินในกลางสุภากระลาการเมื่อในเทษการทำนาอยู่นั้น ท่านมิให้สุภากระลาการโรงสารกรมใด ๆ รับเอาฟ้องมันว่ากล่าวเลย {{ลปร1|กหน|19}} ๑๗ มาตราหนึ่ง ฃายลูกเมียข้าคนไว้แก่ท่าน ยังมิได้ทำสารกรมธรรม์ให้ คนนั้นหนี จะเอาแก่ผู้ฃาย ๆ ว่าฃายขาด ผู้ไถ่ว่าฃายฝาก ยังมิได้ทำหนังสือบริคน ถ้าเปนสัจว่าฃายฝากจริง แต่ว่ายังมิได้ทำสารกรมธรรม แลคนนั้นหนี ท่านว่าเอาต้นเงินจงถ้วน มี<ref name = "มี">ต้นฉะบับ: มิ</ref> ดอกเท่าใดอย่าให้เอาเลย เพราะว่าเจ้าเงินมิได้ทำสารกรมธรรม์ ถ้าพบทาษเมื่อ<ref name = "เมื่อ">ต้นฉะบับ: เมือ</ref> ได จึ่งเอาแก่มันเมื่อนั้น {{ลปร1|กหน|20}} ๑๘ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเอาผู้คนแลทาษ {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2}} ไปฃาย<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 2z1r83hiq24nqsp2ggrli1krryev4bc หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/86 250 79081 296710 296176 2026-09-22T08:31:35Z Vesperstelo 11696 296710 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๘๒|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ฝากไว้แก่ท่านเปนเงินมากน้อยเท่าใด ๆ ก็ดี แลผู้ {{ซบ|ช่วย|ไถ่}} {{ปก2}} มีทุกขกังวล เอาตัวคนที่ฃายฝากไว้นั้นฃายต่อไปเจ้าหนึ่งอีก ครั้นพ้นทุกขกังวลแล้วไปช่วยไถ่เอามา ครั้นมีทุกขร้อนมาอีก เอาทาษไปฃายซ้ำอีกเล่า<ref>ต้นฉะบับ: เล้า</ref> ถ้าฃายมิได้เท่าค่าซึ่งเจ้าเก่าเอามาฃายนั้น แลอยู่นานไปผู้คนนั้นมีลูกผัวก็ดี แลเจ้าเบี้ยนายเงินเก่านั้นล้มตายก็ดี มิได้เอาตัวทาษนั้นคืนไปก็ดี เงินฃายยังมิเตมค่าเจ้าเก่าเอามานั้นให้เอาค่าแต่กึ่ง กึ่งหนึ่งนั้นให้ปราณีแก่ทาษผู้มีคุณ {{ลปร1|กหน|21}} ๑๙ มาตราหนึ่ง ฃายทาษไทลูกหลานฝากไว้แก่ท่านเปน {{ซบ|๒|๓}} {{ปก2}} แสนเท่าใดก็ดี เมื่อกันดาน<ref>ต้นฉะบับ: กัน แก้ตามฉะบับพิมพ์ปี จ.ศ. ๑๒๑๑</ref> เข้ายากหมากแพง แลผู้ไถ่ได้เลี้ยงดูเมื่อยาก แลครั้นเฃ้าถูก ผู้ฃายจะให้เงินแก่ผู้ไถ่ ท่านให้เอาจงเตมค่าตัวทาษนั้นแก่ผู้ไถ่ ถ้าทาษนั้นเปนผู้หญิง แลอยู่ด้วยเปนช้านาน แลเกิดลูก เฃาแม่ลูกเปนสิทธแก่ผู้ไถ่ เพราะเฃาเลี้ยงมาเมื่อกันดารเมื่อยาก {{ลปร1|กหน|22}} ๒๐ มาตราหนึ่ง {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2}} ก็ดี มีอาสนฃายตัวเองไว้แก่ท่าน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> e69lii6mdztbsccfy00fz01dbrumi5t หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/87 250 79082 296711 296178 2026-09-22T08:31:55Z Vesperstelo 11696 296711 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๘๓|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ให้ท่านใช้ แลลูก {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2}} ติดตามพ่อแม่พี่ป้า<ref>ต้นฉะบับ: ปา</ref> น้าอามาด้วย มิได้เข้าในอาสนตัวเบี้ยซื้อขาย อยู่มาบุตรนั้นใหญ่ขึ้นจะไป ถ้าอายุศมทารกนั้นเดือน {{ซบ|๑|๒}} {{ปก2}} เดือนขึ้นไปเถิง ๗ ขวบ ให้คิดค่าน้ำนมเข้าป้อนให้ขัดค่าทารกนั้นออกแบ่งเปน ๓ ส่วน ส่วนหนึ่งเปนค่าน้ำนม สองส่วนเปนค่าโภชนอันเลี้ยง ให้แก่เจ้าทาษนั้นจึ่งควร ถ้าบุตรติดตามพ่อแม่พีป้าน้าอามาแต่อายุศมพ้น ๗ ขวบขึ้นไปไซ้ จะคิดเอาค่าเข้านั้นมิได้ เพราะว่าใช้งานยื่น {{ซบ|เข้า|น้ำ}} {{ปก2}} ได้อยู่แล้ว ถ้าบุทคนผู้นั้นหาทุกขทังวล<ref>ต้นฉะบับ: ทำวล</ref> มิได้ แลผู้ไถ่นั้นวิงวอนฃอไถ่ทาษีท่านไปเอง อยู่นานมาเมื่อบุตรทาษีใหญ่แล้ว แลจะเอาคืนไปนั้น จะคิดเอาค่าน้ำนมค่าเลี้ยงนั้นมิได้ {{ลปร1|กหน|23}} ๒๑ มาตราหนึ่ง ฃายผู้คน {{ซบ|ช้างม้า|วัวควาย}} {{ปก2}} แลทรัพยผ้าผ่อนแก่ท่าน รับเอาเงินแล้ว แลยังมิได้ส่งผู้คน {{ซบ|ช้างม้า|วัวควาย}} {{ปก2}} ผ้าผ่อนแก่ท่าน แลอุบายว่าผู้คน {{ซบ|ช้างม้า|วัวควาย}} {{ปก2}} ผ้าผ่อนนั้นหาย แลจะส่งเงินคืนให้แก่ท่าน ให้คิดเอาค่าป่วยการหมื่นหนึ่งเดือนละสามพัน {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> rvr2h1czbj27c72i4ashz1ko0f3f6ws หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/88 250 79083 296712 296180 2026-09-22T08:32:52Z Vesperstelo 11696 296712 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๘๔|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|24}} ๒๒ มาตราหนึ่ง เขนใจขาดแคลนเอาบุตรภรรยาพี่น้องพ้องพันธุญาติทาษ {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2}} ช้างม้าโคกระบือสรรพสิ่งใด ๆ มาฃายแก่ท่าน ครั้นรับเอาเงินแล้ว ท่านให้เวนสิ่งอันฃายแต่ใน ๓ วัน ถ้าพ้นนั้นผู้ฃายมิได้ส่งซึ่งสิ่งอันฃายแก่ท่าน แลสิ่งอันฃายนั้นหนีหายตาย ท่านให้คืนสีนท่านจงถ้วน {{ลปร1|กหน|25}} ๒๓ มาตราหนึ่ง คนฝากแลนายเงินใช้ไปค้าก็ดี ถ้ามันพลาดตีนมือตกจากต้นไม้แลเรือล่มเจบป่วยแขนหักฃาหักตาบอด แลมีผู้ช่วยได้ ถ้าเจ้าทาษพะยาบานหาย แลคนฝากจะออกจากเจ้าเงิน ๆ จะเอาค่ารักษามิได้เลย แลคนฝากเสีย {{ซบ|แขน|ขา}} {{ปก2}} หักข้างหนึ่ง ให้ตั้งค่า<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ค่า ตกไป</ref> ๓ ส่วน ลดเสียส่วนหนึ่งตามค่ามากแลน้อย ถ้าแล {{ซบ|แขน|ขา}} {{ปก2}} ก็ดีหักสองข้างก็ดี ตาบอดทังสองข้างก็ดี อย่าให้เอาค่าตัวเลย ถัาตาบอดข้างเดียว ตั้งเปน ๓ ส่วน ลดเสียสองส่วน เอาส่วนหนึ่ง เพราะเสียคนท่านไป ถ้าแลพ่อแม่พี่น้องปู่<ref>ต้นฉะบับ: ปู</ref> ย่าตายายของคนฝากมารับคนไปรักษาพะยาบานณบ้านเรือนของ {{ซบ|พ่อแม่|พี่น้องป้าน้า<ref>ต้นฉะบับ: นา</ref>}} {{ปก2}} มันเอง แลคนท่านถอยคลายหาย<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> lgyh9fca2tinymbhtvyvs7o50092sqg หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/89 250 79084 296713 296182 2026-09-22T08:33:36Z Vesperstelo 11696 296713 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๘๕|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ให้ตั้งค่า ๓ ส่วน ลดเสียสองส่วน เอาส่วนหนึ่ง เหดุมิได้รักษาพะยาบาน ถ้าอยู่เรือนเจ้าเงินแลตาย มิให้เอาค่า<ref>ต้นฉะบับ: คา</ref> คนฝากนั้นเลย ถ้าแลมันตกท้องมหาสมุทจะตาย แลมีผู้ช่วยได้ ให้ไถ่เอาเท่าค่า ถ้ามิถึงตาย<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ตาย ตกไป เพิ่มตามฉะบับพิมพ์ปี จ.ศ. ๑๒๑๑</ref> มีผู้ช่วยได้ ให้ตั้งค่าสองส่วน ให้แก่ผู้ช่วยส่วนหนึ่ง {{ลปร1|กหน|26}} ๒๔ มาตราหนึ่ง เขนใจเอาลูกเมียผู้คนญาติพี่น้องไปฃายฝากไว้แก่ท่านให้ใช้ต่างดอกเบี้ย ผู้ไถ่ได้ใช้มาช้านาน แลทาษนั้นไข้เจบ ให้ผู้ไถ่ไปบอกแก่ผู้ฃาย ถ้ามิได้บอกแก่ผู้ฃาย แต่เจ้าเงินรักษาพะยาบาน มันถึงแก่กรรมตายณะ {{ซบ|บ้าน|เรือน}} {{ปก2}} เจ้าเงิน ให้เอาค่าตัวมันทำเปน ๓ ส่วน ยกเสียสองส่วน ส่วนหนึ่งให้แก่เจ้าเงิน ถ้าบอกผู้ฃาย แลบิดามานดาญาติพี่น้องมันผู้เจบก็ดีได้มาช่วยรักษาพะยาบานด้วย แลมันทาษนั้นถึงกำม์ตาย ให้เอาค่าตัวมันทำเปน ๒ ส่วน ยกเสียส่วนหนึ่ง ๆ นั้นให้แก่นายเงิน ถ้าแลบอกผู้ฃายมิได้มาช่วยรักษาพะยาบาน แต่ผู้ไถ่รักษาพะยาบาน<ref>ต้นฉะบับ: พะบาน</ref> แลมันถึงแก่กำม์ตาย ให้เอาค่าตัวมันนั้นทำเปน ๓ ส่วน ยกเสียส่วนหนึ่ง ให้ผู้ขายใช้สองส่วน<ref>ต้นฉะบับ: ให้แก่ผู้ฃายสอ{{ปตปต|ง}}ส่วน แก้ตามฉะบับพิมพ์ปี จ.ศ. ๑๒๑๑</ref> ถ้าแลนายเงินบอกผู้ฃาย ๆ{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> ojbwxcbc1v9pgdc0iul6i9ne53o02b4 296714 296713 2026-09-22T08:34:06Z Vesperstelo 11696 296714 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๘๕|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ให้ตั้งค่า ๓ ส่วน ลดเสียสองส่วน เอาส่วนหนึ่ง เหดุมิได้รักษาพะยาบาน ถ้าอยู่เรือนเจ้าเงินแลตาย มิให้เอาค่า<ref>ต้นฉะบับ: คา</ref> คนฝากนั้นเลย ถ้าแลมันตกท้องมหาสมุทจะตาย แลมีผู้ช่วยได้ ให้ไถ่เอาเท่าค่า ถ้ามิถึงตาย<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ตาย ตกไป เพิ่มตามฉะบับพิมพ์ปี จ.ศ. ๑๒๑๑</ref> มีผู้ช่วยได้ ให้ตั้งค่าสองส่วน ให้แก่ผู้ช่วยส่วนหนึ่ง {{ลปร1|กหน|26}} ๒๔ มาตราหนึ่ง เขนใจเอาลูกเมียผู้คนญาติพี่น้องไปฃายฝากไว้แก่ท่านให้ใช้ต่างดอกเบี้ย ผู้ไถ่ได้ใช้มาช้านาน แลทาษนั้นไข้เจบ ให้ผู้ไถ่ไปบอกแก่ผู้ฃาย ถ้ามิได้บอกแก่ผู้ฃาย แต่เจ้าเงินรักษาพะยาบาน มันถึงแก่กรรมตายณะ {{ซบ|บ้าน|เรือน}} {{ปก2}} เจ้าเงิน ให้เอาค่าตัวมันทำเปน ๓ ส่วน ยกเสียสองส่วน ส่วนหนึ่งให้แก่เจ้าเงิน ถ้าบอกผู้ฃาย แลบิดามานดาญาติพี่น้องมันผู้เจบก็ดีได้มาช่วยรักษาพะยาบานด้วย แลมันทาษนั้นถึงกำม์ตาย ให้เอาค่าตัวมันทำเปน ๒ ส่วน ยกเสียส่วนหนึ่ง ๆ นั้นให้แก่นายเงิน ถ้าแลบอกผู้ฃายมิได้มาช่วยรักษาพะยาบาน แต่ผู้ไถ่รักษาพะยาบาน<ref>ต้นฉะบับ: พะบาน</ref> แลมันถึงแก่กำม์ตาย ให้เอาค่าตัวมันนั้นทำเปน ๓ ส่วน ยกเสียส่วนหนึ่ง ให้ผู้ขายใช้สองส่วน<ref>ต้นฉะบับ: ให้แก่ผู้ฃายสองส่วน แก้ตามฉะบับพิมพ์ปี จ.ศ. ๑๒๑๑</ref> ถ้าแลนายเงินบอกผู้ฃาย ๆ{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> hfth5hn8t6aiiak2rqi5swd25p4abzl หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/90 250 79086 296715 296184 2026-09-22T08:35:20Z Vesperstelo 11696 296715 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๘๖|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ได้มาพิทักรักษา ถ้าแลนายเงินมิได้พิทักรักษา มันถึงกำมตาย ให้ทำค่าตัวมันเปน ๓ ส่วน ยกเสียสองส่วน ส่วนหนึ่งนั้นให้แก่นายเงิน ถ้าผู้ฃายจะรับมารักษา ผู้ไถ่มิให้มานั้น มันถึงกำม์ตาย จะเอาค่าตัวมันผู้ตายแก่ผู้ฃายนั้นมิได้เลย ถ้าผูกดอกเบี้ยมาป่วยเจบอยู่ณเรือนผู้ฃายแลบิดามานดายาติพี่น้องมัน แลมันถึงแก่กำม์ตาย ให้ทำค่าตัวมันเปน ๓ ส่วน ยกเสียส่วนหนึ่ง สองส่วนนั้นให้แก่นายเงินมัน ถ้ามันหนีไปตาย ให้เอาต้นสีนค่าตัวมันแก่ผู้ฃายจงถ้วน ค่าป่วยการมากน้อยเท่าใด อย่าให้เอาเลย {{ลปร1|กหน|27}} ๒๕ มาตราหนึ่ง ราษฎรผู้<ref>ต้นฉะบับ: ผ้</ref> มีทุกขยาก เอา {{ซบ|ลูกหลานพี่น้อง|ลูกเมีย}} {{ปก2}} ทาษ {{ซบ|ชาย<ref>ต้นฉะบับ: ขาย</ref>|หญิง}} {{ปก2}} ไปฃายฝากไว้แก่ท่านให้ใช้ แลผู้ทาษนั้นออกทระพิศ ให้นายเงินบอกแก่ผู้ฃาย ๆ ได้ช่วยพิทักรักษาณะเรือนนายเงินมัน นายเงินมันมิได้พิทักรักษา ถ้ามันถึงแก่กำม์ตายณะเรือนเจ้าเงิน ๆ จะเอาเงินค่ามันผู้ออกธระพิศตายแก่ผู้ฃาย ท่านว่ามิให้เอาเลย เพราะว่านายเงินมันทิ้งคว่างเสีย แลมันถึงแก่ความตายเปนภับแก่เจ้าเบี้ย เพราะมันดูไพร่หลวงถูก ถ้าแลนายเงินมันบอกแก่ผู้ฃาย ๆ แลนายเงินนั้นได้พิทักรักษาพะยาบานด้วยกันณะเรือนนายเงินนั้น แล<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> lvri3mcx5w8zor5rsv4qpjtei4wwi16 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/91 250 79087 296716 296186 2026-09-22T08:38:12Z Vesperstelo 11696 296716 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๘๗|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>มันถึงแก่กำม์ตาย ให้เอาค่าตัวมันทำเปน ๓ ส่วน ยกเสียสองส่วน เอาส่วนหนึ่งให้แก่นายเงินมัน ถ้านายเงินมันได้ไปบอกผู้ฃาย ๆ มีทุกขทังวลไข้เจบประการใด ๆ มิได้มาอยู่รักษา แต่ได้มาเยี่ยมเยือน แลนายเงินมันได้พิทักรักษาพะยาบาน มันถึงกำม์ตาย ให้ตั้งค่าตัวมันทำเปนสองส่วน ให้ยกเสียกึ่ง ให้แก่นายเงินมันกึ่ง ถ้าแลนายเงินมันบอกแก่ผู้ฃาย ๆ มิได้มีทุกขยากประการใด แลละคว่างมันเสีย มิได้พิทักรักษา แต่นายเงินมันได้พิทักรักษาพะยาบาน แลมันถึงแก่กำตาย ท่านว่าผู้ฃายนั้นบังเหดุดูถูกแก่ข้าแผ่นดินท่าน ให้ทำค่าตัวมันเปนสามส่วน ยกเสียส่วนหนึ่ง ให้ผู้ฃายใช้สองส่วน ถ้าผู้ายมิได้มาพิทักรักษาพะยาบาน แลมันหากำมมิได้ รอดชีวิตร ค่าตัวมันมากน้อยเท่าใด ให้สิทธแก่นายเงินนั้น ถ้าผู้ฃายจะไถ่เอามันคืนไป ท่านมิให้เจ้ามันให้เลย อหนึ่งถ้าผู้ฃายรับเอาตัวมัน<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า รับเอาตัวมัน เขียนซ้ำ</ref> ไปรักษาอยู่ระเรือนผู้ฃาย ถ้านายเงินมันได้มาพิทักรักษาอยู่ด้วยผู้ฃาย มันถึงแก่กำม์ตาย ให้ทำค่าตัวมันเปน ๕ ส่วน ยกเสียสามส่วน เอาสองส่วนให้แก่นายเงินมัน ถ้านายเงินมันมิได้มาพิทักรักษา แต่ได้มาเยี่ยมเยือน มันถึงแก่กำมตาย ให้ทำค่าตัวมันเปน ๕ ส่วน ยกเสีย ๔ ส่วน เอาส่วนหนึ่งให้แก่นายเงินมัน ถ้าแลนายเงิน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> jgw8301lddk8x443ao0j8bwdahy8inp หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/92 250 79088 296717 296188 2026-09-22T08:39:11Z Vesperstelo 11696 296717 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๘๘|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>มิได้มาเยี่ยมเยือนพิทักรักษาให้ {{ซบ|ยา|กล้วย|อ้อย}} {{ปก2|3}} แต่เฃาผู้ฃายนั้นพิทักรักษาพะยาบาน มันถึงแก่กำม์ตายไซ้ ท่านว่าอย่าให้ค่าตัวมันผู้ตายแก่ผู้ไถ่นั้นเลย เพราะผู้ไถ่ทิ้งคว่างมันเสียดูไพร่หลวงถูก ถ้าแต่ผู้ฃายรักษารอดพ้น ๓ เดือน เบี้ยป่วย<ref name = "ป่วย">ต้นฉะบับ: ปวย</ref> การมากน้อยเท่าใด ท่านมิให้เอาเลย ให้ส่งตัวมันให้แก่นายเงินมันใช้ตามกระบิลเมือง แลให้ทำค่าตัวมันเปนสิบส่วน ให้นายเงินแต่ ๙ ส่วน ส่วนหนึ่งนั้นให้ยกไว้แก่ผู้ฃาย เหดุได้รักษาพะยาบาน {{ลปร1|กหน|28}} ๒๖ มาตราหนึ่ง ผู้ใดมีอาสนเอาลูกหลานไปฃายฝากไว้แก่ท่านให้ใช้ประจำเชิงกระยาดอกเบี้ย แลเจ้า {{ซบ|สีน|ทาษ}} {{ปก2}} นั้นมีทุกขทังวลเอาทาษนั้นไปเปน<ref name = "เป็น"/> เพื่อนด้วย แลมีโจรผู้ร้ายฟันแทงมันตายก็ดี เสือจรเข้าสรรพสัตวขบมันตายก็ดี ท่านว่ามันเปนทาษนายเงินเอามันไป อย่าให้เอาค่าตัวแก่มันผู้ฃายเลย เพราะมันไปด้วยนายเงิน ถ้าผู้ร้ายฟันแทงนายเงิน แลมันเข้าช่วยนายเงิน ๆ รอดจากความตาย แลมันผู้ช่วยนั้นตายไซ้ ท่านว่าอย่าเอาเงินค่าตัวมันเลย เพราะว่ามันตายแทนนายเงิน ถ้ามันผู้ช่วยนั้นมิตายแต่บาดเจบ ให้เอาค่าตัวมันทำเปน{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> mp7bp7mznwpsna4m3w1pijr33o1deqf หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/93 250 79089 296718 296190 2026-09-22T08:52:06Z Vesperstelo 11696 296718 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๘๙|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>๓ ส่วน ลดไว้แก่มันทาษผู้ต้องบาดเจบนั้น<ref name = "นั้น"/> สองส่วน เอาแต่ส่วนหนึ่ง {{ลปร1|กหน|29}} ๒๗ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเอาลูกหลานพี่น้องมาฃายฝากไว้ให้ท่านใช้ประจำเชิงกระยาเบี้ย ครั้นอยู่จำเนียรกาลนานไป นายเงินให้ไปจ้างก็ดี มีผู้มาจ้างต่อนายเงินก็ดี แลนายเงินจะใคร่ได้สีนจ้างให้มันไป<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ไป ตกไป</ref> จ้าง มีโจรผู้ร้ายปล้นสดม {{ซบ|ฟัน|แทง}} {{ปก2}} ลูกจ้างตาย ท่านมิให้นายเงินเอาค่าตัวทาษซึ่งให้ไปจ้างนั้นเลย ท่านให้เอาแต่ค่าจ้างตามมากแลน้อย ถ้าแลนายเงินมิได้ให้มันจ้าง มันไปจ้างเองก็ดี พ่อแม่แลผู้ฃายให้มันไปจ้างก็ดี นายเงินมิได้รู้ มีโจรผู้ร้ายฆ่าฟันมันตาย ให้เอาค่าตัวมันผู้ตายแก่ผู้ฃายจงเตม เหดุนายเงินมิได้ให้ไปจ้างแลมิได้รู้ แลส่วนผู้จ้างนั้นให้คิดค่าจ้างให้แก่พ่อแม่มันทำบุญส่ง<ref name = "ส่ง">ต้นฉะบับ: สง</ref> ไปให้มันผู้ตาย ถ้าผู้จ้าง ๆ ตัวมันทาษเอง มิได้จ้างต่อเจ้าสีน แลพ่อแม่ผู้ฃายนั้นมิได้รู้ มีโจรผู้ร้ายฆ่าฟันมันตายก็ดี แลเสือจระเข้สรรพสัตวขบมันตายก็ดี ไข้เจบประการใดตายก็ดี ให้ผู้จ้างใช้ทาษท่านจงเตม {{ลปร1|กหน|30}} ๒๘ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเอาลูกแลทาษไปฃายฝากไว้แก่<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> aig2e27r635w3korwjqaljab3zwk3xt หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/94 250 79091 296719 296192 2026-09-22T08:52:27Z Vesperstelo 11696 296719 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๙๐|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ท่านแล้ว อยู่มาทาษซึ่งไปฃายฝากไว้แก่ท่านนั้นหนีมาหาตน ถ้าแลเจ้าเบี้ยนายเงินนั้นตามมาถามหา พรางว่ามิได้มา แล้วอยู่มานายเงินมาพบในเรือนตน ท่านว่าอำพรางเอาทาษท่านไว้ให้ป่วย<ref name = "ป่วย"/> การ ยกไว้ในเวียง ๓ วัน นอกเวียง ๕ วัน พ้นนั้นให้ไหมวันละ ๑๑๐๐๐ ถ้าแลพ้นเดือนหนึ่งขึ้นไป ให้ไหมขวบค่าคนนั้นแล {{ลปร1|กหน|31}} ๒๙ มาตราหนึ่ง ผู้ใดขาดแคลนเอาภรรยามาฃายฝากไว้แก่ท่านให้ใช้ประจำเชิงกระยาเบี้ย<ref name = "เบี้ย"/> ชายผู้ผัวมิได้ไปมาหาสู่ช่วยไถ่ทอดไว้เปนช้าหึงนานพ้นกำหนดปีหนึ่งแล้ว แลจะว่าเปนเมียของตนอีกนั้นมิได้ ถ้ามีผู้ช่วยไถ่ไปเปนเมีย แลหญิงมี {{ซบ|ชู้|ผัว}} {{ปก2}} หาโทษมิได้ {{ลปร1|กหน|32}} ๓๐ มาตราหนึ่ง ผู้ใดยากจนมาฃายตัวฝากอยู่แก่ท่าน แลหาผู้ {{ซบ|รับ|ประกัน}} {{ปก2}} มิได้ นายเงินเหนแก่มัน ช่วยมันไว้เปนทาษ อยู่มามันทาษนั้นหนี นายเงินจะว่ากล่าวแก่พี่น้องสังขาญาติมันซึ่งมิได้มีชื่อในสารกรมธรรม์นั้นมิได้เลย เหดุใดจึ่งกล่าว{{ตตฉ|ดั่งน|ดั่งนี้}} เหดุว่าสาขาญาติมันผู้ทาษนั้นมิได้ค้ำประกันมันผู้นั้น {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 1al8pgm3z3lg3nlm6qkdslb76or5brg หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/95 250 79092 296720 296194 2026-09-22T08:52:40Z Vesperstelo 11696 296720 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๙๑|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|33}} ๓๑ มาตราหนึ่ง ผู้ใดมีทาษ {{ซบ|ชาย|หญิง}} {{ปก2}} แลนายเงินเอาทาษนั้นไปฃายฝากไว้แก่ท่านข้างหนึ่ง มีหนังสือสัญาว่า {{ซบ|ปี|เดือน}} {{ปก2}} นั้นจะเอาค่าตัวมันมาให้ ครั้นอยู่มา<ref name = "มา">ต้นฉะบับ: คำว่า มา ตกไป</ref> ถึงกำหนด นายเงินได้เอาเงินมาให้ค่าตัวมันแก่นายเงินใหม่ นายเงินไหม่ว่ายังไม่รับเงินก่อน ยังเอนดูมันทาษนั้นอยู่ ครั้นอยู่มาทาษนั้นหนี ท่านให้นายเงินเก่าช่วยหาตัวมันส่งให้แก่ท่าน ถ้าสืบสวนเปนสัจว่าหาตัวมันมิได้จริงใซ้ นายเงินใหม่จะกล่าวเอาโทษแก่ท่านมิได้เลย {{ลปร1|กหน|34}} ๓๒ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเอาลูกเมียข้าคนไปฃายฝากไว้แก่ท่านให้ใช้ อยู่มาทาษนั้นทำฉุกละหุกลักเอาทรัพยสิ่งของ ๆ ท่านได้หนีไป ถ้าผู้ขายหาตัวทาษมาส่งมิได้ ให้เอาต้นเงินจงเตม แลค่าป่วยการตามมากแลน้อย ถ้าได้ตัวมันมาพิจารณาเปนสัจว่ามันลักเอาทรัพยท่านไปจริง ก็ให้ใช้ทรัพยจงเตม ให้ทวนด้วยลวดหนัง ๒๐ ที {{ลปร1|กหน|35}} ๓๓ มาตราหนึ่ง เจ้าเงินจะเอาเงินค่าคนฝากแก่ผู้ฃาย ๆ ว่าขาดแคลนจะหาเงินให้มิได้ ฃอประกันเอาตัวคนฝากประจำ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> km1cda713o1psx5a2viuimn9m647u62 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/96 250 79093 296721 296196 2026-09-22T08:53:12Z Vesperstelo 11696 296721 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๙๒|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>เชิงกระยาเบี้ยนั้นออกมาจะฃายเอาเงินให้นายเงิน แลมิทันฃายคนนั้น {{ซบ|หนี|ตาย}} {{ปก2}} ก็ดี ท่านว่าให้เอาตามพระราชกฤษฎีกาอันหนีแลตายนั้นแล กล่าวลักษณทาษ {{ซบ|ขายฝาก|ไถ่ฝาก}} {{ปก2}} ได้ ๓๓ มาตราเท่านี้ {{ลปร1|กหน|36}} ๑ มาตราหนึ่ง ฝูงทวยราษฎรเอาคนมาฃายฝากไว้แก่ท่านก็ดี แลกู้เงินท่านให้ข้าคนเข้าใช้ปรจำเชิงกระยาดอกเบี้ยแล้วรับผูกดอกเบี้ย<ref name = "เบี้ย"/> คืนเอาตัวมาไว้ใช้สอยยังสถานบ้านเรือนแห่งตนก็ดี แล้วทำดอกมิได้เอาตัวทาษนั้นกลับคืนมาให้เจ้าเบี้ยใช้สอยสืบไปเล่า แลมันผู้ทาษนั้นทำให้ทรัพยสิ่งของแตกหักหาย ให้ใช้ทรัพย<ref>ต้นฉะบับ: พรัพย</ref> สิ่งของท่านนั้นโดยมากแลน้อย ถ้าแลทรัพยอันหายนั้นมาก แลมันหาทรัพยสิ่งสีนจะเสียมิได้ ถ้าค่าตัวมันนั้นยังมิถึงค่า ให้เอามันผู้ทาษนั้นออกฃายทอดตลาดจงสิ้นค่าให้แก่เจ้าเบี้ย ถ้าแลค่าตัวมันนั้นสิ้นค่าแล้ว ถ้าผู้ฃายมีความกรรุณารักใคร่มันจะไถ่เอามันไปใช้ ท่านให้ใช้ของท่านซึ่งมันทำให้แตกให้หายนั้นกึ่ง ถ้าแลมันผู้ฃายนั้นมิไถ่ แลส่วนมันผู้ทาษสิ้นค่าแล้ว แลผู้ใดจะไถ่มิได้เลย ท่านว่าเปนพับแก่เจ้า<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า เจ้า ตกไป</ref> เงินแล {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> puy2i74x5v9fjkgi4onfvatge7rdzgg หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/97 250 79094 296722 296198 2026-09-22T08:53:46Z Vesperstelo 11696 296722 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๙๓|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|37}} ๒ มาตราหนึ่ง ชายมีอาสนเอาเมียไปฃายฝากไว้แก่ท่านเปนเงินเท่าใด ๆ ก็ดี ฃอผูกดอกตามทำเนียม อยู่มาผัวตาย ยังแต่เรือนเบี้ย ท่านว่ากระยาเบี้ยยัง{{ตตฉ|ดีอย่|ดีอยู่}} ให้คิดต้นเงินแลดอกเบี้ยจงเตม {{ลปร1|กหน|38}} ๓ มาตราหนึ่ง ขายผู้คนลูกเมียทาษ {{ซบ|ทาษา|ทาษี}} {{ปก2}} ไว้แก่ท่าน มิได้ส่งคนนั้นให้แก่ผู้ไถ่ เอาไว้ผูกดอกเบี้ยก็ดี แลว่าเรือนเบี้ยหนีผู้ฝากหลายตายบ้าง ให้ใช้แต่ผู้ยัง ให้ปันต้นสีนแลเบี้ยป่วยการนั้นเปน ๔ ส่วน ให้แก่เจ้าเบี้ย<ref name = "เบี้ย"/> ๓ ส่วน<ref>ต้นฉะบับ: สวน</ref> ปรานีแก่ผู้ฃายส่วนหนึ่ง {{ลปร1|กหน|39}} ๔ มาตราหนึ่ง ฃายคนแก่กัน แลกรมธรรม์ว่าฃาบฝากก็ดี ฃายขาดก็ดี แลผู้ขายมิได้ส่งทาษนั้นแก่ผู้ไถ่ เอาคนนั้นไว้ผูกดอกเบี้ยก็ดี ส่งตัวข้าแล้วจ้างวานไปใช้ก็ดี แลผู้เอาไว้นั้นมิได้ส่งตัวทาษ แลเจ้าเงินไปทวงเอาตัวทาษแก่ผู้เอาไว้ ดอกเบี้ยแลค่าจ้างก็มิได้<ref>ต้นฉะบับ: ก็ดีมิได้ แก้ตามฉะบับพิมพ์ปี จ.ศ. ๑๒๑๑</ref> แลผู้เอาไว้นั้นบอกว่าทาษหนีก็ดี ตายก็ดี ท่านให้คิดเอาต้นเงินแลเบี้ยป่วยการแลค่าจ้างแก่ผู้เอาคนท่านไว้จงถ้วน {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> shremh5ymlflrdyfniepfz14j0s6ox2 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/98 250 79096 296723 296200 2026-09-22T08:54:22Z Vesperstelo 11696 296723 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๙๔|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|40}} ๕ มาตราหนึ่ง ทาษเศรษฐีพญารีจีนตีนน้ำตีนบกย่อมนำ {{ซบ|ซื้อ|ขาย}} {{ปก2}} สิ่งของในสำเภาในน้ำในท่าวัวต่างควายต่างเกวียรก็ดี ในตลาดก็ดี แลมันเอาผ้าผ่อนท่อนแพรพรรณแก้วแหวนไป {{ซบ|ซื้อ|ขาย}} {{ปก2}} ค้าผูกดอก นายเงินมันก็ได้ดอกเบี้ย แลมันภาของท่านหนีไปดั่งนั้น แลเจ้าทรัพยจะเอาทรัพยสิ่งของแก่นายเงินมันนั้นมิได้ แลนายเงินมันจะเอาตัวแก่ผู้ให้ทรัพยสิ่งของแก่มันนั้นมิได้ ท่านให้เสียทังสองข้างให้ช่วยกันหาเอาตัวทาษของตน {{ลปร1|กหน|41}} ๖ มาตราหนึ่ง เขนใจขาดแคลนเอา {{ซบ|ญาติพี่น้อง|ลูกหลาน}} {{ปก2}} ไปฃายฝากไว้แก่ท่านก็ดี แลมันฃายตัวมันเองก็ดี มีสารกรมธรรม์กันไดไว้เปนคำนับให้ท่านใช้ประจำเชิงกระยาเบี้ย แลเจ้าเบี้ยมิได้เอามาใช้สอย<ref name = "สอย">ต้นฉะบับ: สวย</ref> มันผูกดอกไปอยู่บ้านอื่นเมืองไกล มันผู้ทรัพยสิ่งสีนท่านผู้อื่นที่มันไปอยู่นั้น แลผู้ให้ทรัพยสิ่งสีนนั้นมิรู้ว่ามันผู้กู้นั้นเปนข้าคนของผู้ใด อยู่จำเนียร<ref>ต้นฉะบับ: อยู่เนียร</ref> กาลนานไป เจ้าทรัพยสิ่งสีนซึ่งให้กู้นั้นจะเอาทรัพยสิ่งสีนตนคืน มันผู้กู้นั้นมิให้ มันว่าเปนข้าคนของท่านก็ดี แลมีผู้ว่ากล่าวว่าเปนข้าคนผูกกระยาดอกเบี้ยมาแลมันหนีมาก็ดี พิจารณาเปนสัจ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> fcq479xz6ue10elukix7fo8lnfjk0km หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/99 250 79097 296724 296202 2026-09-22T08:55:31Z Vesperstelo 11696 296724 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๙๕|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ว่าเปนข้าคนท่านจริงเปนช้าหึงนานมาแล้ว ท่านว่าเจ้าเบี้ยละคนตนไปทำกระยาดอกเบี้ยบ้านอื่นเมืองอื่นไกลดั่งนั้น ท่านให้เอาตัวผู้ทาษนั้นทวนด้วยลวดหนัง ๓๐ ที แลทรัพยเข้าของมันกู้ยืม<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า มันกู้ยืม ลบเสีย เพิ่มตามฉะบับพิมพ์ปี จ.ศ. ๑๒๑๑</ref> ท่านนั้นให้ทำเปนสองส่วน ให้มันเจ้าทาษใช้ส่วนหนึ่ง เพราะว่าเจ้าทาษคนละให้มันไปทำดอกเบี้ย {{ซบ|บ้านอื่น<ref name = "อื่น">ต้นฉะบับ: อืน</ref>|เมืองไกล}} {{ปก2}} แลส่วนหนึ่งนั้นเปนพับแก่เจ้าสีนผู้ {{ซบ|ให้กู้|ให้ยืม}} {{ปก2}} นั้นแล กล่าวลักษณทาษ {{ซบ|ฃายผูกดอก|ไถ่ผูกดอก}} {{ปก2}} ๖ มาตราเท่านี้ {{ลปร1|กหน|42}} ๑ มาตราหนึ่ง ทาษฃายฝากหญิงค่าสิบสองแสน ชายค่าสิบสี่แสน ถ้าหนีถ้าตาย ให้เอาแ่กผู้ฃาย ถ้าค่า {{ซบ|หญิง|ชาย}} {{ปก2}} ฃายมากกว่าสิบ {{ซบ|สอง|สี่}} {{ปก2}} แสนขึ้นไป เจ้าเงินตีเจบปวดประการใดไซ้ จะเอาโทษแก่เจ้าเงินนั้นมิได้เลย เพราะค่าตัว<ref>ต้นฉะบับ: ต้ว</ref> มันพ้นพระราชกฤษฎีกาพระอายการแล้ว เปนสิทธิแก่นายเงิน {{ลปร1|กหน|43}} ๒ มาตราหนึ่ง ฃายข้าคนลูกเต้าตนขาดค่าแก่ท่านแล้ว แลมันหนีมายังตน ๆ เอาไว้ {{ซบ|๒|๓}} {{ปก2}} วัน แลมิได้บอกแก่เจ้าเงิน แลนายเงินมันมาพบ ให้คิดเอาเบี้ยวัละ ๑๑๐๐๐ ถ้า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> l9mvqvufy9srralfow3jn3k82sjexzr หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/100 250 79098 296725 296204 2026-09-22T09:02:06Z Vesperstelo 11696 296725 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๙๖|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>แล {{ซบ|๒|๓}} {{ปก2}} ขวบไซ้ ให้คิดเอาขวบค่าตัวมันแล {{ลปร1|กหน|44}} ๓ มาตราหนึ่ง ฝูงทวยราษฎรทังหลายยากจนฃายคนแก่กันขาดข้ามิทันถึงเดือน คนนั้นหนี ท่านให้ผู้ฃายใช้เงินท่านจงเตมค่า ถ้าพ้นกว่าเดือน มันหลบหลี้หนีหายไป ท่านว่าเปนพับแก่นายเงินผู้ไถ่นั้น อนึ่งถ้ามันเปนพะยาธิใหญ่ก็ดี เปนบ้าหมูก็ดี แลมันเจบป่วยประการใด ๆ ก็ดี ท่านไว้กำหนดเดือนหนึ่งให้เอาคนนั้นไปเวนแก่ผู้ขาย ให้ผู้ฃายคืนเงินแก่ผู้ไถ่ ถ้าพ้นกว่าเดือนหนึ่งมันเจบป่วยเปนประการใด ๆ ท่านว่าเปนพับแก่ผู้ไถ่ จะว่าแก่ผู้ฃายนั้น<ref name = "นั้น"/> มิได้ ท่านไว้กำหนดเดือนหนึ่งจึ่งเอาเปนขาดค่า ถ้ามีผู้พิภาษว่าทาษนั้นเปนบ่าวไพร่ผู้คนตนไซ้ จึ่งให้ผู้ไถ่ไล่เอาเบี้ยแก่ผู้ฃาย {{ลปร1|กหน|45}} ๔ มาตราหนึ่ง ฃายลูกขาดค่าแก่ท่านแล้วแลลักเอาไปเองดั่งนั้น ท่านให้ไหมดั่งโจร เหดุฃายขาดค่าแก่ท่านแล้วแลลักเอาไปให้ท่านได้ยาก {{ลปร1|กหน|46}} ๕ มาตราหนึ่ง ฝูงทวยราษฎรเอาหญิงผู้คนลูกหลานพี่น้องไปฃายฝาก<ref>ต้นฉะบับ: ฝ่าก</ref> ไว้แก่ท่าน แลผู้ไถ่นั้นก็เอาลูกหลานแลข้าคน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 96p09lif90hppa4pis9v9gh947v2x62 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/101 250 79099 296726 296206 2026-09-22T09:02:27Z Vesperstelo 11696 296726 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๙๗|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>เขาฃายฝากไว้นั้นไปฃายเปนขาดค่า<ref>ต้นฉะบับ: ขาดค่าน</ref> จำเนียรการนานมาหญิงทาษนั้นมีลูกแห่งที่ผู้ไถ่ขาดค่านั้นคน {{ซบ|๑|๒}} {{ปก2}} ก็ดี ท่านว่าให้ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2}} แลเจ้าทาษผู้ฃายฝากนั้นเอาเงินไปส่งคืนให้แก่ผู้ไถ่ฝากนั้น แลให้ขุนสุภาวดีเรียกเอาคนแลลูกหลานเขาแก่มันผู้ไถ่ขาดค่านั้นส่งให้แก่เจ้า {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2}} เจ้าข้าคน แลผู้เอาไปฃายขาดค่านั้นให้ใช้เงินแก่ผู้ไถ่ขาดค่า เพราะว่ามันผู้ไถ่ฝากเอาทาษฝากไปฃายเสียขาดข้ามีชอบแล กล่าวลักษณทาษ {{ซบ|ฃาย|ไถ่}} {{ปก2}} ขาดค่า ๕ มาตราเท่านี้แล {{ลปร1|กหน|47}} ๑ มาตราหนึ่ง<ref>ต้นฉะบับ: หนึง</ref> กู้นี่ฃายคนยังมิไ้ดส่งเงินซึ่งกู้แลฃาย ถ้าต่อสู้พิจารณาเปนสัจว่ายังมิได้ส่งเงิน ท่านว่าประบัดสีน<ref>ต้นฉะบับ: ศีล</ref> ท่านให้เอาทุณะทรัพยตั้งไหมทวีคูน ถ้าพิจารณาเปนสัจว่าได้ให้เงินซึ่งกู้แลขายแก่เจ้าเงินแล้วแลมาให้เรียก มักได้ท่านเท่าใด ให้เสียแก่ท่านเท่านั้น {{ลปร1|กหน|48}} ๒ มาตราหนึ่ง หาว่ากู้นี่ถือสีนฃายคนไว้แก่ท่านได้ส่งเงินให้แก่เจ้านี่นายเงินหมีได้คืนสารกรมธรรม์ให้ เจ้านี่นาย<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> dm8wum2zpi2up746hqz1cy4q62slvbb หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/102 250 79100 296727 296208 2026-09-22T09:02:41Z Vesperstelo 11696 296727 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๙๘|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>เงินกลับเกาะกุมทาษลูกนี่ไปใช้สอยจำจองตีโบย เมื่อพิจารณาเปนสัจว่า {{ซบ|ทาษ|ลูกนี่}} {{ปก2}} ได้ให้เงินแก่เจ้านี่ ๆ มิได้คืนสารกรมธรรม์ให้ ท่านว่ามันจะใคร่ได้ของท่านอีก ให้ไหมเท่ามักได้ ถ้าจำจองตีโบย<ref>ต้นฉะบับ: โปย</ref> ก็ให้ไหมโดยจำจองตีโบยอีกโสดหนึ่ง ถ้ายังมิได้ให้เงินซึ่งกู้แลฃายแก่ท่านไซ้ ท่านว่าปรบัดสีนท่าน ให้เอาทุณะทรัพยตั้ง<ref>ต้นฉะบับ: ตัง</ref> ไหมทวีคูน {{ลปร1|กหน|49}} ๓ มาตราหนึ่ง เมียเดิมเมียกลางเมียสุดขายตัวแก่กัน มีบริคนเปนคำนับ ถ้าได้โดยง่าย มีต้นแลดอกมากน้อยเท่าใด ให้เอาแต่ต้นสีนจงเตม ยกดอกเบี้ยเสีย เพราะเฃาร่วมสามีกัน {{ลปร1|กหน|50}} ๔ มาตราหนึ่ง ฝูงทวยราษฎรอันมีสีนน้อยแลไถ่ {{ซบ|ข้า|คน}} {{ปก2}} แก่ท่าน แลหาสีนจะให้ครบค่าคนก่อนมิได้ ก็ว่าให้ผู้ไถ่เอาไว้ก่อน คนนั้นก็หนีคืนมายังผู้ฃายเล่า ให้ผู้ขายนั้นคืนเบี้ยให้แก่ผู้ไถ่ ถ้าคนนั้นคืนมาแล้วแลล้มตายหนีให้ผู้ฃายนั้นใช้เงินแก่ผู้ไถ่เพราะให้เบี้ยค่าคนไปมิสิ้นแก่กัน แม้นซัดพลัดหนีไปตายแห่งอื่น เปนพับทังสองข้าง ต่างคนต่างจะเอาเงินอันยังเหลือ<ref>ต้นฉะบับ: ยังเลย</ref> อยู่แก่กันนั้นมิได้เลย {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> r6euvjj23gxqfsdsfvbnd0tracl6ujw หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/103 250 79101 296728 296210 2026-09-22T09:03:22Z Vesperstelo 11696 296728 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๙๙|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|51}} ๕ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเปนทาษท่านแลอยู่ด้วยนายเงินนั้นค่าตัวมันน้อย นายเงินได้ใช้สอยมันช้านาน แลนายเงินค่นจนลง เอามันไปฃายฝาก<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ฝาก ตกไป เพิ่มตามฉะบับพิมพ์ปี จ.ศ. ๑๒๑๑</ref> ไว้แก่ท่านผู้อื่น ค่าตัวมันนั้นมาก ครั้น<ref>ต้นฉะบับ: ครัน</ref> อยู่มาทาษนั้นมิชอบเนื้อพึงใจ แลมันจะส่งค่าตัว ให้มันส่งแต่ค่าตัวมันเดิม ซึ่งเงินมิครบนั้นให้เจ้าเงินไหม่เอาแก่เจ้าเก่า ถ้าแลมันทาษนั้นค่าตัวมันมาก แลเจ้าเงินเอามันไปฃายไว้แห่งอื่น<ref name = "อื่น"/> ข้าตัวนั้นน้อย แลมันมิชอบเนื้อพึงใจจะอยู่<ref>ต้นฉะบับ: อย่</ref> ด้วยเจ้าเงินไหม่ แลมันจะส่งค่าตัวมัน ท่านว่าให้ส่งแก่เจ้าเก่า ๆ มาให้แก่เจ้าเงินไหม่ เจ้าเงินเก่าเจ้าเงินไหม่คืนสารกรมธรรมให้แก่มัน {{ลปร1|กหน|52}} ๖ มาตราหนึ่ง ผู้ใดตำเนิรคดีให้เรียกค่าหนี้สีน {{ซบ|ทาษ|ไถ่}} {{ปก2}} แลกระลาการเร่งรัดเอาเงิน หาผู้ใดจะมาช่วยไถ่มันมิได้ อยู่ในกระลาการเปนช้านานพ้นสามเดือนแล้ว มีผู้มาช่วยออกจากจำนำกระลาการ ท่านว่าเสมอช่วยมาแต่ท้องสำเภา แม้นมันมีลูกผัวก็ดี เปนสิทธิแก่ผู้ไถ่ ถ้าผู้ใดจะมาพิภาษ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 4n30i2q97npeoiort197qlc0ddjmckq หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/104 250 79102 296729 296212 2026-09-22T09:03:41Z Vesperstelo 11696 296729 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๐๐|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ว่าเปนลูกนี่สินผู้ใดนั้นมิได้เลย เพราะว่าช่วยไถ่มาจากกระลาการ {{ลปร1|กหน|53}} ๗ มาตราหนึ่ง ทาษไถ่ฝากนั้น ถ้าเจ้าเบี้ยนายเงินขึ้งโกรธทุบตีได้ แต่อย่าให้พิการ ถ้าตีถึงฉินภินทหักพิการเปนสาหัศ ค่าอันไถ่นั้นให้แบ่งปันเปนสามส่วน หักเสียสองส่วน ได้คืนแต่ส่วนหนึ่งแก่ผู้ไถ่ ถ้าตีถึงสิ้นชีวิตร ก็ให้ตกไปตามกัน {{ลปร1|กหน|54}} ๘ มาตราหนึ่ง เอาคนไปฃายฝาก {{ซบ|๒|๓}} {{ปก2}} แห่งแลมีผู้พิภาษ ท่านว่าให้ผู้ไถ่ไล่เอาเบี้ย<ref name = "เบี้ย"/> แก่ผู้ขายโดยอันดับไป ศุภมัศดุ ๑๓๘๗ ศกกุญนักสัตวมาฆะมาศะปัญจะมีดฤษถีอาทิตยวาร มีพระราชโองการสมเดจพระเจ้ารามาธิบดีศรีบรมจักระพรรดิราชเดโชไชยพรหมเทพาดิเทพตรีภูวะนาธิเบศบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวให้ตราพระราชประหญัตคำนับโฆษนาเผดียงแก่ชาวเจ้าเหง่ายุพราชราชนิกุลอดุลมนตรีพิริยโยธามาตยามุขทุกกระทรวงถบวงการทังหลายอันมีในแว่นแคว้นพระนครศรีอยุทธยามหาดิลกภพนพรัตนราชธานีบุรีรมยนี้ ถ้าไพร่ฟ้าทาษไทใคร ๆ หนีนายหนีเจ้า ๆ นายมาพบ ท่านบให้ยื้อชักเอาเองแต่สักอัน ท่านว่าให้เจ้าไพร่เจ้าทาษนั้น<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> no8s6etu5vcyd2fnul8kcj2ue1faozm หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/105 250 79103 296730 296215 2026-09-22T09:04:07Z Vesperstelo 11696 296730 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๐๑|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ไปอายัดแก่มันผู้เอาไพร่ฟ้าข้าคนเฃาไว้นั้น ถ้าคนผู้เอาคนไว้นั้นตนบรู้ที่อยู่เขา ให้ไปว่าถึงมุนนาย<ref>ต้นฉะบับ: มุ่นนาย</ref> อะนาประชาบาล แลให้บอกแก่พระสุรัศวดีแลแพ่ง ให้เรียกหามาว่าโดยขนาดตามกระทรวงถบวงการนั้น อนึ่งคนนั้นหนีไปนาน แลเจ้าไพร่เจ้าทาษพบในบ้านในเรือนถิ่นถานบ้านแห่งใด ๆ ให้อายัดแก่เจ้าบ้านเจ้าเรือนนั้น ถ้าเจ้าบ้านเจ้าเรือนเขาหมีรับอายัด ให้ประจำอยู่ ให้ไปบอกแก่สิบน้อยอายัดเอามายังกระลาการ ให้โฉนดฎิกาถึงมุนนายส่งมาว่าตามกระทรวงถบวงการ ถ้าพบในตลาด ควรให้อายัดไว้แก่เจ้าตลาด แลยื่นบัตรให้กระทรวงการให้โฉนดฎีกาเรียกหามาโดยความแผ่นดิน ถ้าพบในกลางถนนหนทางแลหาที่จะอายัดมิได้ ให้เอาคนนั้นไปยังกระลาการ แลให้นายยุกระบัตรกฎปากหลากคำไว้ แลคนนั้นยังรับว่าเปนทาษเปนไพร่ใคร ๆ ก็ดี ให้ตามมาว่าต่อกัน ส่วนตัวมันให้ใส่สังขลิกบันชรให้มั่นคง แลพ้นสามวันแล้วเร่งให้โฉนดฎีกาถึงมุนนายให้ออกมาว่าต่อกัน ถ้าพ้นเจดวันมุนนายมิออกมาว่าต่อกัน ให้กระลาการอายัดคนนั้นไว้แก่เจ้า {{ซบ|ไพร่|ทาษ}} {{ปก2}} เก่านั้นก่อน เมื่อจะตามมาว่าจึ่งเรียกออกมาว่าโดยพระราชกฤษฎีกาท่านแล ถ้าคนนั้นหนีมาหาเจ้าหานายเอง ให้เอาไปยังกระลาการ{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> i4p57v91wc9mn008ba3d6l5xudnyrub หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/106 250 79104 296731 296217 2026-09-22T09:04:25Z Vesperstelo 11696 296731 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๐๒|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ให้นายยุกระบัตร<ref>ต้นฉะบับ: กระลาการในยุกระบัตร แก้ตามฉะบับพิมพ์ปี จ.ศ. ๑๒๑๑</ref> กฎคำเอาไว้ แลคนนั้นรับว่าเปนทาษเปนไพร่จริง ท่านให้เอานักการไปบอกที่<ref>ต้นฉะบับ: ที</ref> คนอยู่นั้น แลให้ตามมาว่าต่อกัน ส่วนตัวมันให้กระลาการเกาะไว้ ถ้าพ้นเจดวันแลมิออกมาว่าประการใด ให้กระลาการอายัดคนนั้นไว้แก่เจ้า {{ซบ|ไพร่|ทาษ}} {{ปก2}} นั้นก่อน เมื่อ<ref name = "เมื่อ"/> จะตามมาว่าเมื่อใด จึ่งเอาออกมาว่าโดยความแผ่นดินท่านแล {{ลปร1|กหน|55}} ๑ มาตราหนึ่ง ผู้ใดมีทาษชายหญิง แลเจ้าเงินได้ใช้สอยมันทาษนั้นช้านาน ครั้นอยู่มา<ref name = "มา"/> มันทาษนั้น<ref name = "นั้น"/> หนีไปอยู่ในถิ่น<ref>ต้นฉะบับ: ถิน</ref> ถานบ้านเมืองเย่าเรือนท่านผู้อื่น<ref name = "อื่น"/> แลเจ้าทาษไปติดตามพบมันทาษนั้นในที่นั้น เจ้าทาษจะเอาตัวทาษนั้นมา แลเจ้าถิ่นถานบ้านเมืองเย่าเรือนมิให้ทาษท่านมา ท่านว่าตัวทาษนั้นตกอยู่แก่ผู้นั้น {{ลปร1|กหน|56}} ๒ มาตราหนึ่ง ผู้ใดมีทาษชายหญิงแลนายเงินใช้สอยมันทาษนั้นอยู่ช้านาน ครั้นอยู่มามันทาษนั้นหนีนายเงินไป{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> ld2dhdhjewjyv5sossabfdrpbn6jukw หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/107 250 79105 296732 296219 2026-09-22T09:07:26Z Vesperstelo 11696 296732 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๐๓|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>แลมีผู้หนึ่งไปพบผู้ทาษนั้นในสถานที่กลางทาง แลผู้นั้นกับตัวมันทาษนั้นพูดจากันก็ดี แลมันทาษนั้นหนีท่านไปก็ดี แลท่านมิได้รู้ว่ามันทาษนั้นหนีนายเงิน แลเจ้าทาษไปพบ เจ้าทาษจะกล่าวเอาโทษแก่ท่านซึ่งเดิรไปด้วยทาษฃองตัวนั้นมิได้เลย เพราะว่ามันเปนคนเดิรทางไปด้วยกัน ถ้าผู้เดิรทางไปนั้นรู้ว่ามันผู้ทาษหนีนายเงิน แลผู้เดิรทางนั้นเปญาติกับมันทาษนั้น ท่านว่าเปนโจร เหดุใดจึ่งกล่าวดั่งนี้ เหดุว่าเปนญาติกัน {{ลปร1|กหน|57}} ๓ มาตราหนึ่ง ทวยราษฎรทังหลายมีกิจทังวลไปสถานที่ไกล<ref>ต้นฉะบับ: ใกล</ref> แลยังมิได้ถึงที่สำนักแห่งซึ่งมีกิจ แลไปอาไศรยอยู่ศาลาวัดวาอารามที่บ้านที่เย่าเรือนเคหาแห่งใด แลข้าคนท่านหนีมา ๆ อาไศรยอยู่ด้วยแห่งเดียวกัน แลเจ้าข้าคนตามมาพบผู้อาไศรยอยู่ด้วยมัน จะว่าลัก {{ซบ|ข้า|คน}} {{ปก2}} ตนนั้นมิได้ เพราะว่าเปนที่อาไศรยแก่คนทังเมือง {{ลปร1|กหน|58}} ๔ มาตราหนึ่ง พี่น้องลูกหลานเหลนตกเขนใจ ลุงป้าอาวอาน้าตายายช่วยไถ่มา แลมีผู้มาสู่ฃอยกยอให้มันมี<ref name = "มี"/> ผัวเกิดลูกชายหญิงเท่าใด จะเอาลูกมันเปนทาษนั้นมิได้{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> o5f0vj8okeh7i95wuh8abqu615xf1q8 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/108 250 79106 296733 296221 2026-09-22T09:09:23Z Vesperstelo 11696 296733 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๐๔|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ถ้ามิได้ช่วยไถ่มันมา แต่เอามันมาเลี้ยงไว้ ถ้ามันมิสมักอยู่ ก็ตามใจมัน ถ้ามันกู้นี่ยืมสีนมากน้อยเท่าใด ให้คิดเอาแต่ต้น แลดอกเบี้ย<ref name = "เบี้ย"/> นั้นอย่าให้เอาแก่มันเลย {{ลปร1|กหน|59}} ๕ มาตราหนึ่ง ทาษผู้ใดต้องพิภาษ ให้ผู้ไถ่นำถึงผู้ฃาย จึ่งจะพ้นโทษ ถ้าผู้ไถ่นำ<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า นำ ลบเสีย เพิ่มตามฉะบับพิมพ์ปี จ.ศ. ๑๒๑๑</ref> หาผู้ฃายมิได้ ทาษอันไถ่นั้นมิเตมค่า เมื่อไถ่นั้นหาผู้รู้เหนมิได้ แลผู้ไถ่นั้นต้องโทษโดยโจรทัณท ถ้าหาตัวผู้ฃายส่งมิได้ เมื่อไถ่นั้นมีผู้รู้เหน ไถ่เตมค่า ผู้ไถ่นั้นพ้นจากโทษโจร เสียแต่ตัวทาษได้ไปแก่นายเงินเดิมอันพิภาษนั้น {{ลปร1|กหน|60}} ๖ มาตราหนึ่ง ทาษท่านหนีไป มีผู้ได้กลางทางก็ดี ทาษท่านหนีมาสู่ หมีรู้จักว่าทาษไท {{ซบ|พี่<ref>ต้นฉะบับ: พี</ref> |น้อง}} {{ปก2}} ผู้ใด ให้เจ้าเรือนถามมันให้รู้ ผิ้<ref>ต้นฉะบับ: ผิ</ref> เจ้าทาษร่วมบ้านเมืองเดียวด้วยกัน ให้เจ้าเรือนส่งไปให้มันมาไถ่คืน ถ้าเจ้าทาษนั้นมิพึงมาไถ่เอา แลทาษนั้นหลบหนีล้มตาย ท่านว่าอย่าพึงใส่โทษผู้ได้นั้นเลย ผิ้ทาษนั้นมันว่านายเงินอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ให้ผู้ได้ทาษ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> bw16iu7ihfvqc0ob24eh4c7pxf34d3b หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/109 250 79107 296734 296223 2026-09-22T09:16:49Z Vesperstelo 11696 296734 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๐๕|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ท่านนั้นไปบอกแก่เจ้าบ้านเจ้าเมืองให้รู้ ผิ้รู้จักเจ้าทาษแลผู้ได้บได้ไปบอกเจ้าทาษแลเจ้าบ้านเจ้าเมือง แลไว้ทาษท่านในเย่าเรือนเดือน {{ซบ|๑|๒}} {{ปก2}} เดือน ทาษท่านหนีตายก็ดี ให้เจ้าเรือนใช้ทาษท่านแล {{ลปร1|กหน|61}} ๗ มาตราหนึ่ง ทาษท่านก็ดี เมียท่านก็ดี หนีข้ามหัวเมือง ๆ หนึ่งก็ดี สองหัวเมืองก็ดี มากขึ้นไปก็ดี แลมีผู้เอาไว้ใช้การงาน แลผู้เอาไว้นั้นให้กฎหมายแก่ธรรมาธิกรให้เหนแล้ว แลให้ถามเอาถ้อยคำมันไว้ ถ้าแลเจ้าทาษเจ้าคนตามมาพบ ให้เสียค่าหัวคำนับตามชายแลหญิง ถ้าชายหนีข้ามมาหัวเมืองหนึ่ง ให้คิดเอาเงินค่ารักษามันไว้ {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.1em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.1em}} }} ถ้าหญิง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าหนีมา {{ซบ|๒|๓|๔|๕}} {{ปก2|4}} หัวเมือง ให้เอาค่ารักษา ถ้าชายคละ {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าหญิงคละ {{ศสต | 1 = ๒<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} จึ่งให้ไปแก่เจ้ามันแล ถ้าแลมันทำมาหากินอยู่เปนช้านาน มีลูกหญิงชายเปนหลายคน แลเจ้าเงินจะเอาลูกมันไป ให้เจ้าบ้านคิดเอาค่ารักษาจงทุกคน เพราะท่านได้พิทักอักแอแก่ลูกมัน ถ้าหาบันดาศักดิมิได้ เอาทาษท่านไว้มิได้บอก แลกฎหมายไว้แก่ธรรมาธิกร ให้ปนับไหมเอาตามในระวางโจรแล ถ้าได้บอกแก่ธรรมาธิกร จะเอาผู้นั้นเปนโทษมิได้ เพราะว่าได้กฎหมายแก่<ref>ต้นฉะบับ: แก</ref> ธรรมาธิกรแล้ว {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> kjsies9izf5iwsxkv2t4ghls3cz5o68 296735 296734 2026-09-22T09:17:36Z Vesperstelo 11696 296735 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๐๕|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ท่านนั้นไปบอกแก่เจ้าบ้านเจ้าเมืองให้รู้ ผิ้รู้จักเจ้าทาษแลผู้ได้บได้ไปบอกเจ้าทาษแลเจ้าบ้านเจ้าเมือง แลไว้ทาษท่านในเย่าเรือนเดือน {{ซบ|๑|๒}} {{ปก2}} เดือน ทาษท่านหนีตายก็ดี ให้เจ้าเรือนใช้ทาษท่านแล {{ลปร1|กหน|61}} ๗ มาตราหนึ่ง ทาษท่านก็ดี เมียท่านก็ดี หนีข้ามหัวเมือง ๆ หนึ่งก็ดี สองหัวเมืองก็ดี มากขึ้นไปก็ดี แลมีผู้เอาไว้ใช้การงาน แลผู้เอาไว้นั้นให้กฎหมายแก่ธรรมาธิกรให้เหนแล้ว แลให้ถามเอาถ้อยคำมันไว้ ถ้าแลเจ้าทาษเจ้าคนตามมาพบ ให้เสียค่าหัวคำนับตามชายแลหญิง ถ้าชายหนีข้ามมาหัวเมืองหนึ่ง ให้คิดเอาเงินค่ารักษามันไว้ {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>๒ | 2 = {{ชว|0.1em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.1em}} }} ถ้าหญิง {{ศสต | 1 = ๑<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าหนีมา {{ซบ|๒|๓|๔|๕}} {{ปก2|4}} หัวเมือง ให้เอาค่ารักษา ถ้าชายคละ {{ศสต | 1 = ๓<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ถ้าหญิงคละ {{ศสต | 1 = ๒<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} จึ่งให้ไปแก่เจ้ามันแล ถ้าแลมันทำมาหากินอยู่เปนช้านาน มีลูกหญิงชายเปนหลายคน แลเจ้าเงินจะเอาลูกมันไป ให้เจ้าบ้านคิดเอาค่ารักษาจงทุกคน เพราะท่านได้พิทักอักแอแก่ลูกมัน ถ้าหาบันดาศักดิมิได้ เอาทาษท่านไว้มิได้บอก แลกฎหมายไว้แก่ธรรมาธิกร ให้ปนับไหมเอาตามในระวางโจรแล ถ้าได้บอกแก่ธรรมาธิกร จะเอาผู้นั้นเปนโทษมิได้ เพราะว่าได้กฎหมายแก่<ref>ต้นฉะบับ: แก</ref> ธรรมาธิกรแล้ว {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> ad11q8d8rtz3c44dj7j4ujhizjobqpg หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/110 250 79108 296736 296225 2026-09-22T09:18:25Z Vesperstelo 11696 296736 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๐๖|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|62}} ๘ มาตราหนึ่ง ทาษท่านหนีไปทังตรวน เมื่อท่าน<ref>ต้นฉะบับ: เมื่อได้ท่าน แก้ตามฉะบับพิมพ์ปี จ.ศ. ๑๒๑๑</ref> ได้ทาษมา ทาษบอกแก่นายเงินว่ามีผู้คัดถอนตรวนแล้วจึ่งมาส่ง<ref name = "ส่ง"/> มิควนให้บำเหนจแก่ผู้ได้นั้นเลย เพราะถอดตรวนทาษท่านออกเสีย ถ้าเอาไปทังตรวน ให้เจ้าเงินมันให้บำเหนจแก่ผู้ได้โดยใกล้แลไกลนั้น {{ลปร1|กหน|63}} ๙ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเปนทาษท่าน แลมันหนีภาเอาทรัพยสิ่งของท่านไปด้วย แลนายเงินไปตามได้ตัวมันมา ท่านให้มันใช้สิ่งของท่านจงถ้วน แลต้นเงินดอกเบี้ย<ref name = "เบี้ย"/> นั้นให้เอาแก่มันโดยกระบิลเมืองท่าน ถ้าเจ้าเบี้ย<ref name = "เบี้ย"/> ติดตามภบตัวมัน จะเอาตัวมา มีผู้ประกันไว้ แลทาษท่านหนีไซ้ ให้เอาทรัพยซึ่งมันลักนั้นแก่ผู้รับประกัน อนึ่งเจ้าเบี้ยติดตามพบตัวมันถึงแก่กรรม์สิ้นชีวิตร ท่านให้เอาเบี้ยแก่ผู้ฃายแต่ต้นทรัพโดยพระธรรมสาตร {{ลปร1|กหน|64}} ๑๐ มาตราหนึ่ง ทาษลูกนี่หลบหนีไปแห่งใด ๆ เจ้าทาษเจ้านี่เสียบำเหนจ์แลค่าจ้างแก่ผู้ได้มานั้น ให้นายเงินคิดเอาแก่ทาษลูกนี่ตามซึ่งเสียต่างนั้น {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 5vr5igqkhh0o9c92khef0qejlwydhc1 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/111 250 79109 296737 296227 2026-09-22T09:19:36Z Vesperstelo 11696 296737 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๐๗|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|65}} ๑๑ มาตราหนึ่ง ชวนทาษท่านไปค้า<ref name = "ค้า">ต้นฉะบับ: ค่า</ref> ต่างเมืองแลทำประการใด ๆ แก่มัน ๆ หนี ท่านให้ใช้กึ่งหนึ่งก่อน กึ่งหนึ่งให้ผัดหาตัวเดือนหนึ่ง ถ้ามิพบ ให้ใช้ค่าท่านจงเตม ถ้าวันหน้าไปแลพบตัวมันใซ้ ให้เอาตัวผู้นั้นเปนทาษแล {{ลปร1|กหน|66}} ๑๒ มาตราหนึ่ง ประกันผู้คนท่าน ใส่กลว่าคนนั้นหนี อยู่มาเจ้าคนไปพบตัวคนซึ่งเปนเรือนเบี้ยนั้นเอามายังกระลาการ พิจารณาเปนสัจว่าผู้ประกันเอาไปฃายแลเร้นซ่อน<ref>ต้นฉะบับ: ช่อน</ref> อำพรางไว้ ให้ใหมผู้ประกันทวีคูนเปนสีนไหมกึ่งพิไนยกึ่ง แลเรือนเบี้ยนั้นให้ทวนด้วยลวดหนัง ๑๐ ที แล้วส่งตัวมันเรือนเบี้ย<ref name = "เบี้ย"/> ให้แก่เจ้าเงิน {{ลปร1|กหน|67}} ๑๓ มาตราหนึ่ง ทาษฝากนายเงินใช้ให้เฝ้าเรือน แลลูกหลานนายเงินเอาแขกขึ้นเรือน แลของหาย ท่านให้ผู้เอาแขกขึ้นเรือนนั้นไซ้ {{ลปร1|กหน|68}} ๑๔ มาตราหนึ่ง ทาษโจทเจ้าว่ามิได้เปนทาษก็ดี ว่า<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> lgserybpxd2x93wol1g4fi7tnfx72yf หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/112 250 79110 296738 296229 2026-09-22T09:22:44Z Vesperstelo 11696 296738 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๐๘|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ได้ส่งเงินค่าตัวแล้วก็ดี เมื่อพิจารณาเปนสัจว่าเปนทาษท่าน ยังมิได้ส่งเงินแก่ท่านจริง ให้ทวนด้วยลวดหนัง ๑๐ ที แล้วให้ส่งตัวมันให้แก่เจ้าทาษคืน อย่าให้ดูเยื่องหย่างกัน {{ลปร1|กหน|69}} ๑๕ มาตราหนึ่ง ผู้ใดมี<ref name = "มี"/> ทาษชายหญิงเจ้าเงินได้ใช้สอย<ref name = "สอย"/> มันอยู่ช้านาน ครั้นอยู่มาเกิดเข้าแพง แลเจ้าทาษ<ref name = "ทาษ">ต้นฉะบับ: คำว่า ทาษ ตกไป</ref> นั้นหาเข้าปลาจะเลี้ยงทาษนั้น<ref name = "นั้น"/> มิได้ ขับทาษนั้นให้ไปหาเลี้ยงชีวิตรเอง มันทาษนั้นไปพึ่งอยู่ด้วยท่านฝ่ายข้างหนึ่ง แลท่านเลี้ยงมันไว้เมื่อขณะเข้าแพงนั้น เจ้าทาษเหนตัวมันทาษนั้นจะได้ว่ากล่าวว่ามันเปนทาษของตัวหามิได้ ครั้นอยู่มาเข้าถูก เจ้าทาษว่ากล่าวแก่ทาษนั้นว่ามันเปนทาษของตัวอีกมิได้เลย เหดุใดจึ่งกล่าวดั่งนี้ เหดุว่าเมื่อเข้าแพงนั้นตัวมิได้กล่าวว่าเปนทาษ {{ลปร1|กหน|70}} ๑๖ มาตราหนึ่ง บ้านเมืองเกิดไภยเข้าแพง แลผู้มีข้าคนหลายแลตนหาเข้าจะเลี้ยงรักษาข้าคนตนมิได้ ตนละทาษตนให้ไปทำใส่ปากเอง แลข้าคนตนทำมิทัน แลมันไปพึ่งกินเข้าของท่าน แลท่านเลี้ยงรักษาไว้ ครั้นเข้าถูก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> aiy9emp6hz4o0qxp5czvmmdus22q3fg หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/113 250 79111 296739 296231 2026-09-22T09:23:02Z Vesperstelo 11696 296739 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๐๙|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>แลหายไภยอุบัดิ แลจะคืนเอาข้าคนตนเล่าไซ้ ท่านให้ตีค่านั้นจงเตมให้แก่ผู้ให้กินเข้าซึ่งเลี้ยงมานั้นจงเตมค่า เพราะเฃาหากเลี้ยงรักษา จึ่งมันรอดชีวิตรอยู่แล {{ลปร1|กหน|71}} ๑๗ มาตราหนึ่ง ทวยราษฎรทังหลายมีทาษชายหญิงแล้วเจ้าเงินได้ใช้สอยทาษนั้นช้านานเกิดปัติเหดุเข้าแพง ครั้นอยู่มามันทาษนั้นหาเข้าจะเลี้ยงชีวิตรมิได้ มันทาษนั้นไปพึ่งท่านผู้ฝ่ายข้างหนึ่ง ๆ นั้นมิได้<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า นั้นมิได้ ลบเสีย เพิ่มตามฉะบับพิมพ์ปี จ.ศ. ๑๒๑๑</ref> ไถ่ถามมันทาษนั้นให้แจ้ง แลเอาทาษท่านเลี้ยงไว้มิได้บอกแก่เจ้าทาษ ครั้นอยู่มาเข้าถูก เจ้าทาษมาพบทาษ จะเอาทาษท่านคืน ท่านให้ทำ<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ทำ ตกไป</ref> ค่าตัวทาษนั้นเปนสองส่วน ให้แก่ผู้เลี้ยงทาษนั้นส่วนหนึ่ง ๆ ให้ได้แก่นายเงิน {{ลปร1|กหน|72}} ๑๘ มาตราหนึ่ง ทาษท่านหนีไปอยู่ที่ใด ๆ ผู้ใดพบทาษ<ref name = "ทาษ"/> ท่านแล้วมาบอก<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า บอก ตกไป</ref> เจ้าทาษว่าจะฃอไถ่จะให้เงินค่าตัวทาษ ครั้นแล้วมันกลับมา<ref name = "มา"/> ว่าทาษนั้นหนีต่อไป ท่าน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> kzkqofu20xu53kum1jnue9edjma5gl0 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/114 250 79112 296740 296233 2026-09-22T09:23:20Z Vesperstelo 11696 296740 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๑๐|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ว่ามันทำกละโกหกฬ่อลวงท่าน ให้มันส่งทาษนั้นจงได้ ถ้ามิได้ ให้ใช้ค่าตัวทาษท่านจงถ้วน {{ลปร1|กหน|73}} ๑๙ มาตราหนึ่ง ทาษนายเงินใช้อยู่ถ้า<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า ถ้า ตกไป</ref> ไข้ป่วยบาดเจบอยู่ช้านานหลายเดือนหลายปี นายเงินมิได้ใช้ จะเอาดอกเบี้ยค่าป่วยการต่อหน้าไซ้ ท่านว่ามิชอบ ให้เอาแต่ต้น {{ลปร1|กหน|74}} ๒๐ มาตราหนึ่ง ทาษฝากเกิดลูกในเรือนเบี้ย<ref name = "เบี้ย"/> ได้สิทธิแก่เจ้าเบี้ย ถ้าแลลูกทาษนั้นมิสมักจะอยู่ด้วย ให้คิดเอาค่าตัวตามอายุศมหนุ่มแลสกันส่งให้แก่เจ้าเบี้ย ถ้าแลค่าตัวนั้นต่ำกว่าหกแสน แลเกิดลูกในเรือนเบี้ยมากน้อยเท่าใด จะเอาเปนลูกทาษนั้นมิได้ แลเจ้าเบี้ยได้<ref>ต้นฉะบับ: ไต้</ref> พะยาบานรักษา ให้คิดเอาค่าน้ำนมเข้าป้อนแต่อายุศมะเจดขวบลงมา พ้นกว่านั้นท่านมิให้เอา ท่านว่ามันรู้เลี้ยงตัวรับใช้ได้อยู่แล้ว {{ลปร1|กหน|75}} ๒๑ มาตราหนึ่ง ผู้ใดศรัทธาต่อพระสาศนาโปรดให้ทาษบวดเปนภิษุเปนสามเณรเปนรูปชีในพระสาศนาแล้ว ถึงจะลาออกจากสาศนาเล่าก็ดี เจ้าทาษจะเอาทาษคืนนั้นมิได้ ถ้าเจ้านี่ลูกนี่ยอมให้บวดแล้ว จะเอานี่คืนก็มิได้ {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 4b1eyzcc977wn0biqxeldl8e71hc4ze หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/115 250 79113 296741 296235 2026-09-22T09:23:42Z Vesperstelo 11696 296741 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๑๑|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|76}} ๒๒ มาตราหนึ่ง คบทาษท่านไว้แห่งเรือนตน แลเจ้าทาษตามมาพบทาษท่า แลจะเอาทาษท่านไปไซ้ แต่ตนผัดวันคืนจะเอาทาษท่านไปส่ง แลตนมิได้เอาทาษท่านไปส่ง เอาทาษท่านไว้ขาดการงานไซ้ ถ้าชายเอาเบี้ยป่วย<ref name = "ป่วย"/> การวัละ ๓๐๐ ถ้าหญิงเอาวัละ ๑๕๐ ถ้าพ้นเดือน {{ซบ|๑|๒}} {{ปก2}} เดือนแล้ว เอาค่านั้นมาตั้งไหมขวบค่าเปนสีนไหมกึ่งพิไนยกึ่ง {{ลปร1|กหน|77}} ๒๓ มาตราหนึ่ง ทาษแลทาษดุจกัน ใช่พี่ใช่น้องพ้องพันธุกัน เอากันไปซ่อนเร้น<ref name = "เร้น">ต้นฉะบับ: เร่น</ref> ไว้ มีผู้มาบอกนายเงิน นายเงินรู้ เที่ยวหาทาษท่าน ตนพรางมิได้บอกตามจริง อยู่มาเจ้าทาษพบทาษฃองท่าน พิจารณาเปนสัจว่ามันเร้น<ref name = "เร้น"/> ซ่อนกินอยู่ด้วยมันจริง ให้ทวนมันผู้ภาเร้นซ่อนแลผู้หนีด้วยลวดหนังโดยสกรรมิสกรร {{ลปร1|กหน|78}} ๒๔ มาตราหนึ่ง ข้าคนท่าน ๆ มิได้ว่าจะฃาย แลตนไปฃอไถ่ทาษท่าน แลทาษท่านหนีไซ้ ท่านว่าผู้ไปฃอไถ่ทาษท่านเปนจำพวกคนร้าย แลทาษท่านหนีเพราะไปฃอไถ่ ให้ผู้ไปขอไถ่นั้นใช้ทาษท่าน ถ้าแลได้ตัวทาษอันหนีไปนั้นมา{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 8ycfjgpg749wf5x55xtch1a4hc1ux0s หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/116 250 79120 296742 296237 2026-09-22T09:24:07Z Vesperstelo 11696 296742 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๑๒|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>แลมันว่าผู้ฃอไถ่นั้นเอามันไปซ่อนก็ดี แนะนำให้มันหนีก็ดี ผู้นั้นเสมอโจรลักทาษท่าน ให้ไหมดั่งโจรลักทาษท่าน {{ลปร1|กหน|79}} ๒๕ มาตราหนึ่ง เศษฐี<ref>ต้นฉะบับ: เคษฐี</ref> คหบดีทวยราษฎรกรมใด ๆ มีทาษมากหลาย ใช้ไปค้า<ref name = "ค้า"/> ทางบกทางเรือทางเหนือ<ref>ต้นฉะบับ: ทางเหนี</ref> ทางใต้ หนีไปในสถานที่ใด ๆ ก็ดี แลทาษนั้นต้องพิภาษถ้อยความอยู่ในกระลาการ ทางที่จะไปมาหากันได้ แลเจ้าทาษมิรู้อยู่เปนช้านาน แลมีผู้ไปแก้<ref>ต้นฉะบับ: แก่</ref> พิภาษ แลช่วยเอากลางกระลาการ แลอยู่จำเนียรนานมาเจ้าทาษพบจะเอาตัวไป แลให้ผู้แก้พิภาษาเอาสีนแก่เจ้าทาษซึ่งช่วยมาจงเตม แล้วให้มันแต่งเข้าตอกดอกไม้สมาท่านผู้แก้พิภาษโดยควร แล้วให้ส่งตัวทาษนั้นให้แก่เจ้าทาษนั้นคืน ถ้าแลทาษนั้นทำทรัพยสีนสิ่งใดแตกหักหาย ให้ใช้ทรัพยท่านนั้น {{ลปร1|กหน|80}} ๒๖ มาตราหนึ่ง ผู้ใด<ref>ต้นฉะบับ: ใด้</ref> เปนทาษท่าน ๆ ใช้ไปทำการแห่งท่าน เสียไปเปนเชลยข้าศึก อยู่มารอดคืนมาเล่า แลผู้นั้นก็พ้นจากเปนทาษท่าน ถ้าแลไปทำการตนเอง แล<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> glv3c61l7k2vw4ndv4kagm7nlhgkl9c หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/117 250 79121 296743 296239 2026-09-22T09:24:30Z Vesperstelo 11696 296743 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๑๓|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>เสียไปแก่ข้าศึก เมื่อคืนมาได้แล ผู้นั้นมิพ้นจากทาษท่านเลย ศุภมัศดุ ศักราช ๑๕๕๗ ปีฉลูนักสัตวสังวัจฉะระวิสาขะมาเสศุขปักเขอาทิตยวาร สมเดจบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวเสดจในพระธินั่งไพชยนมหาปราสาทฝ่ายซ้าย<ref>ต้นฉะบับ: ช้าย</ref> สั่งแก่เจ้าพญาศรีรัตนมลเทียรบาล ขุนจันทราทิตย ขุนอินทราทิตย นายเทาราชบัณฑิตยเฝ้าอยู่ด้วย มีพระราชโองการมาณพระบันทูลให้แต่งพระราชกำหนดพระราชกฤษฎิกาไว้ดั่งนี้ {{ลปร1|กหน|81}} ๑ มาตราหนึ่ง มีในพระธรรมสาตรเดิมว่าซื้อช้างม้าวัวควายเงินทองไถ่ข้าคน ซื้อผ้าผ่อนเรือชาเข้าปลาเมี่ยงหมากทรัพยสิ่งใด ๆ มิทันให้เบี้ย ผู้ฃายตกศึก<ref>ต้นฉะบับ: ศึ่ก</ref> ใก้ลใกลก็ดี แลผู้ซื้อมิได้ตกศึก ให้ผู้ฃายเอาแก่ผู้ซื้อจงเตม ถ้าผู้ซื้อตกศึก ผู้ฃายมิได้ตกศึก ท่านมิให้ผู้ฃายเอาแก่ผู้ซื้อสัก<ref>ต้นฉะบับ: สก</ref> อันเลย ถ้าแลสีนอันกู้ยืมมีนายประกันขึ้นดอกเบี้ยก็ดี ให้ถือดั่งกล่าวก่อนนั้น ถ้ามีบันดาศักดิเท่าหัวปากขึ้น<ref>ในต้นฉะบับ คำว่า ขึ้น ตกไป</ref> ไปตกศึก ให้พิจารณาดู ถ้าผู้ตกศึกยังมีทรัพยสิ่งสีนทาษไทอยู่แก่พ่อแม่<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> dmkyd5ufejrzd0jbdzscr1dj1ff5rkq หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/118 250 79122 296744 296241 2026-09-22T09:25:24Z Vesperstelo 11696 296744 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๑๔|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>พี่น้อง<ref>ต้นฉะบับ: นอง</ref> ลูกหลานพายหลัง ให้พ่อแม่พี่น้องลูกหลานผู้ได้สิ่ง<ref>ต้นฉะบับ: สิง</ref> สีนทาษไทนั้นใช้สีนท่าน บพึงให้ประบัดสีนท่าน ถ้ามันที่ตกศึกหนีมารอดมีสิ่งสีนทาษไท ให้ใช้ดุจกล่าวมานี้ {{ลปร1|กหน|82}} ๒ อนึ่งกรุงฯ เสียแก่ข้าศึก ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินกรุงฯ แตกตื่นหนีไปอยู่ต่างเมือง เสดจเข้ามาครอบครองกรุงฯ จึ่งยกกองทับออกไปปราบข้าศึกมีไชยชำณะแล้ว ทะแกล้วทหารไปโดยเสดจได้ชาวกรุงเทพมหานครเข้ามา จะเอาไว้เปนสิทธขาดคิดเอาค่าตัวนั้นมิได้แล {{ลปร1|กหน|83}} ๓ มาตราหนึ่ง ทาษหนีเจ้าไปต่างเมือง เสียแก่ข้าศึก หนีรอดคืนมา ให้ไว้แก่เจ้าเงินคืน ถ้ามิได้หนีผูกดอกเบี้ยไปเสียแก่ข้าศึก ให้ตีค่าตัวเปน ๓ ส่วน ให้เจ้าเบี้ยส่วนหนึ่ง สองส่วนให้ปรานีแก่มันผู้<ref name = "ผู้"/> ขาย เพราะเปนบาปกำมด้วยกัน เกิดจุลาจลในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัว เปนพับแก่เจ้าสีน {{ลปร1|กหน|84}} ๔ มาตราหนึ่ง ทาษสีนไถ่มันหมีสักอยู่ แลมันถามเงินมาส่งเจ้าเงินมิออกไปยังสารแพ่ง เจ้าเงินคิดเอาแก่มันนอกสาร พิจาระณาเปนสัจว่าฉ้อทาษ มักได้เท่าใดให้หักสอง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 2hpswzwi6r2v5yw578cq20stuulgziq หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/119 250 79123 296745 296243 2026-09-22T09:26:13Z Vesperstelo 11696 296745 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๑๕|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>เท่ามักได้ อย่าให้ทวยราษฎรทังปวงข่มเหงสืบไป {{ลปร1|กหน|85}} ๕ มาตราหนึ่ง ทาษแค้นใจเจ้าเบี้ยนายเงินด้วยประการใด แลฟ้องให้เรียกนายเงินออกมายังโรงสาร ท่านว่าให้มันส่งค่าตัวมันแก่นายเงินมันเสียก่อน อย่าให้ฟ้องร้องเหนือเงินท่าน ถ้านายเงินทำผิดเปนความมหันตโทษ ไม่ส่งค่าตัวก็รับฟ้องได้ {{ลปร1|กหน|86}} ๖ มาตราหนึ่ง ทาษสีนไถ่มันมิสมักอยู่ แลมันถามเงินมาส่งเจ้าเบี้ยนายเงินมิรับ ท่านว่ามิชอบ ถ้ามันส่ง ๓ ครั้งแล้วเจ้าเงินมิรับ ให้คิดเอาสิบหยิบเอาหนึ่งแก่นายเงิน เหดุว่านายเงินทำให้ได้ยากแก่ไพร่พลเมือง ถ้ามันมิส่งเงินแก่นายเงิน แลมันมาฟ้องร้องภาเจ้าเงินขึ้นสาร ให้คิดเอาสิบหยิบหนึ่งแก่ทาษนั้น {{ลปร1|กหน|87}} ๗ มาตราหนึ่ง ทาษแลทาษดุจเดียวกันเกิดวิวาทแก่กัน แลด่าถึงเจ้าเบี้ยนายเงิน ๆ มิได้ยินแก่โสตปรสาตรเอง แลทาษนั้นมาบอกแก่นายเงิน จะขึ้นชื่อว่าด่านั้นมิได้ แลถ้อยคำนั้นมิควรที่จะพึงฟัง มิควรที่จะเอาถ้อยความไถ่ถาม อนึ่งถ้าเจ้าเงินนั้นได้ยินแก่โสตประสาตรเอง แลเหนด้วยจักษุเองดั่งนั้น ขึ้นชื่อว่าด่า ควรที่จะเอาว่ากล่าวถ้อยความได้ {{มปก}}<noinclude></noinclude> 78385meimyc1d4f3fhxesa2ucewstvq หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/120 250 79124 296746 296245 2026-09-22T09:26:42Z Vesperstelo 11696 296746 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๑๖|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|88}} ๘ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเปนทาษทาษีท่าน แลเจ้าสีนเมตากรรุณาใช้โดยสุภาพ แลมันมีผ้าพรรณนุ่งห่มทรัพยสิ่งสีน ครั้นอยู่มาทาษนั้นตาย แลทรัพยสิ่งสีนผ้าพรรณนุ่งห่มของมันนั้นให้ได้แก่เจ้าทาษ เหดุใดจึ่งกล่าวดั่งนี้ เหดุว่ามันเปนทาษท่านในเรือนเบี้ย มันมีทรัพยสิ่งสีนในเรือนท่าน {{ลปร1|กหน|89}} ๙ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเปนทาษท่าน มันมีทรัพยสิ่งสีนก่อนยังมิได้เปนทาษ ครั้นอยู่มามันตาย แลเจ้าทรัพยจะกล่าวเอาทรัพยมันผู้ตายมิได้เลย เพราะว่าทรัพยของมันมิได้เกิดในเรือนเจ้าทรัพย ให้เอาทรัพยนั้นให้แก่ภรรยาญาติพี่<ref>ต้นฉะบับ: พิ</ref> น้องมันผู้ตาย ถ้ามันหาบุตรภรรยาษามีพ่อแม่พี่น้องมิได้ ให้เอาสีนนั้นให้แก่เจ้าทาษโดยพระธรรมสาตรกล่าวไว้ {{ลปร1|กหน|90}} ๑๐ มาตราหนึ่ง ทาษส่อเจ้าเงินว่าเปนโจรปล้นลักทรัพยอันใด ๆ ก็ดี ว่าบังเงินทองสิ่งของ ๆ หลวงก็ดี ว่าเปนกระบถประทศร้ายประการใด ๆ ก็ดี แลพิจารณามิเปนสัจว่านายเงินนั้นเปนผู้ร้ายไซ้ ท่านว่าให้เอาทาษอันส่อนั้นมาขึ้นฃาหย่าง<ref>ต้นฉะบับ: หยาง</ref> เอาเฉลวปะหน้าประจาร แล้วให้มันร้องว่าอย่าดูเยี่ยง<ref>ต้นฉะบับ: ดเยืยง</ref> ข้าผู้ธรชนร้ายส่อนายเงิน แล้วให้ลงโทษทวน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 7iwtq8vjvdz5dfvonkaj6nvrdlgybf3 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/121 250 79125 296747 296247 2026-09-22T09:27:07Z Vesperstelo 11696 296747 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๑๗|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ตัดปาก แล้วให้ฃายมันเสีย ถ้านายเงินร้ายแก่มัน ๆ ว่าจริงไซ้ ท่านให้มันเปน<ref name = "เป็น"/> ไทพ้นจากทาษ ศุภมัศดุ ๑๒๖๗ กุญนักสัตวเดือนสิบแรมค่ำ<ref>ต้นฉะบับ: สืบแรมคำ</ref> หนึ่งพระหัสบดี สมเดจพระบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยูหัวเสดจในพระธินั่งฝ่ายอุดรมหาปราสาทโดยประจิมทิศ จึ่งพระเกษมราชสุภาวดีบังคมทูลพระกรรุณาพระเจ้าอยู่หัวว่า ทวยราษฎรทังหลายร้องฟ้องว่า ยากแค้นเอาพี่น้องลูกหลานไปฃายฝากไว้แก่เจ้าเบี้ยนายเงิน แลลูกหลานนายเงินเอาทาษเปนเมียเกิดลูกก็ดี มิเกิดลูกก็ดี แลละร้างเสีย นายเงินจะเอาให้เตมค่า ฃอให้ว่ากล่าวนั้น ข้าพระพุทธิเจ้าหารู้ที่จะว่า<ref>ต้นฉะบับ: ทิว่า</ref> ไม่ จึ่งพระพุทธิเจ้าอยู่หัวมีพระราชโองการมาณพระบันทูลตรัสเหนือเกล้าน สั่ง<ref name = "สั่ง"/> แก่พระกระเกษมราชสุภาวดีว่า แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า {{ลปร1|กหน|91}} ๑ มาตราหนึ่ง ทาษแลทาษสมรศด้วยกัน เกิดลูกชายหญิงณะบ้านเรือนนายเงินก็ดี บ้านเรือนพี่น้องนายเงินก็ดี ให้สิทธแก่เจ้าทาษหญิงนั้น ถ้าแลทาษหญิงมิถึงเตมค่า จะคิดเอาค่าลูกนั้นมิได้ ให้เอาแต่เปนค่าป่วยการแม่มัน{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> chy4ts4d031l0mkted5lje0tlqu2op9 หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/122 250 79126 296748 296249 2026-09-22T09:27:46Z Vesperstelo 11696 296748 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๑๘|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ถ้าแลแม่หญิงเตมค่า ให้คิดเอาค่าลูกมันจงเตม ถ้าแลผัวมันเปนไท<ref>ต้นฉะบับ: เปนไปไท</ref> เกิดลูกในบ้านเรือนเจ้าทาษหญิง ให้ตั้งค่าตัวมันเป ๓ ส่วน ยกส่วนไทไว้พ่อมันส่วนหนึ่ง ให้เจ้าทาษหญิงสองส่วน ถ้าแลหญิงนั้นตามชายไปอยู่บ้านเรือนชายเกิดลูกชายหญิงก็ดี ให้ปันค่าลูกนั้นเปนสองส่วน ให้แก่พ่อมัน<ref>ต้นฉะบับ: พ่อแม่มัน</ref> ส่วนหนึ่ง ให้แก่นายเงินแม่มันส่วนหนึ่ง อนึ่งสัตรีเปนไทสมรศด้วยชายทาษเกิดบุตร บุตรนั้นได้แก่สัตรี ถ้านายชายมีขันหมากสู่ฃอหญิงไทมาสมรศกับชายทาษตนเกิดบุตร ๆ นั้นปันเปน<ref name = "เป็น"/> สามส่วน ได้แก่เจ้าทาษชายนั้นส่วนหนึ่ง {{ลปร1|กหน|92}} ๒ มาตราหนึ่ง ทาษแลทาษสมรศเลี้ยงกัน ผู้หนึ่งหนี ผู้หนึ่ง<ref>ต้นฉะบับ: หนึง</ref> ยัง นายเงินจะคิดเอาค่าตัวผู้หนีแก่ผู้ยังนั้นมิได้ ถ้าผู้ยังได้ทำหนังสือประกันตัวผู้หนีไว้แก่นายเงินเปนคำนับ ท่านให้เอาค่าตัวผู้หนีแก่ผู้ยังตามรับนั้น {{ลปร1|กหน|93}} ๓ มาตราหนึ่ง ช่วยทาษมีลูกอ่อนติดมา แลลูกนั้นอายุศมแต่ ๗ ขวบลงมา แลนายเงินใช้แม่มันไปทำการ เอาลูกมันไว้ แล้วลูกมันหายไป นายเงินมิเอาใจใส่ ให้เร่ง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude> qcl80u2vnviudr1corkpvtt1fj4ttn4 296749 296748 2026-09-22T09:27:57Z Vesperstelo 11696 296749 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๑๘|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ถ้าแลแม่หญิงเตมค่า ให้คิดเอาค่าลูกมันจงเตม ถ้าแลผัวมันเปนไท<ref>ต้นฉะบับ: เปนไปไท</ref> เกิดลูกในบ้านเรือนเจ้าทาษหญิง ให้ตั้งค่าตัวมันเป ๓ ส่วน ยกส่วนไทไว้พ่อมันส่วนหนึ่ง ให้เจ้าทาษหญิงสองส่วน ถ้าแลหญิงนั้นตามชายไปอยู่บ้านเรือนชายเกิดลูกชายหญิงก็ดี ให้ปันค่าลูกนั้นเปนสองส่วน ให้แก่พ่อมัน<ref>ต้นฉะบับ: พ่อแม่มัน</ref> ส่วนหนึ่ง ให้แก่นายเงินแม่มันส่วนหนึ่ง อนึ่งสัตรีเปนไทสมรศด้วยชายทาษเกิดบุตร บุตรนั้นได้แก่สัตรี ถ้านายชายมีขันหมากสู่ฃอหญิงไทมาสมรศกับชายทาษตนเกิดบุตร ๆ นั้นปันเปน<ref name = "เป็น"/> สามส่วน ได้แก่เจ้าทาษชายนั้นส่วนหนึ่ง {{ลปร1|กหน|92}} ๒ มาตราหนึ่ง ทาษแลทาษสมรศเลี้ยงกัน ผู้หนึ่งหนี ผู้หนึ่ง<ref>ต้นฉะบับ: หนึง</ref> ยัง นายเงินจะคิดเอาค่าตัวผู้หนีแก่ผู้ยังนั้นมิได้ ถ้าผู้ยังได้ทำหนังสือประกันตัวผู้หนีไว้แก่นายเงินเปนคำนับ ท่านให้เอาค่าตัวผู้หนีแก่ผู้ยังตามรับนั้น {{ลปร1|กหน|93}} ๓ มาตราหนึ่ง ช่วยทาษมีลูกอ่อนติดมา แลลูกนั้นอายุศมแต่ ๗ ขวบลงมา แลนายเงินใช้แม่มันไปทำการ เอาลูกมันไว้ แล้วลูกมันหายไป นายเงินมิเอาใจใส่ ให้เร่ง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 8jmrrjdzy3axt74d3meroiispax8nnz หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/123 250 79127 296750 296251 2026-09-22T09:38:38Z Vesperstelo 11696 296750 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๑๙|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>หาลูกให้แก่มัน ถ้าลูกมันล้มตายมิได้ตัวมาส่งให้แก่มัน ให้พิกัดค่าตามกระเศียรอายุศมให้แก่มัน ถ้าอายุศมลูกทาษพ้น ๗ ขวบขึ้นไปแล้ว หาโทษแก่นายเงินมิได้ {{ลปร1|กหน|94}} ๔ มาตราหนึ่ง ชายเปนไท หญิงเปนทาษ สมรักกัน มีท้องลูก ให้ชายนั้นรักษาท้องทาษท่านจนพ้นท้อง ๓ เดือน ถ้าตายในเขดรักษาท้อง ให้ทำค่าตัวเปน ๓ ส่วน ยกเสียส่วนหนึ่ง ให้มันใช้สองส่วน ถ้ามันมิได้รักษาท้องทาษท่านออกลูกตายไซ้ ให้คิดเอาค่าตัวทาษแก่ชายนั้นจงเตม ถ้าชายได้รักษาท้องหญิงทาามิได้เปนอันราย แลหญิงทาษมิสมักอยู่ ให้แบ่งค่าตัวลูกมันเปนส่วนไทส่วนทาษ ถ้าชาย<ref>ต้นฉะบับ: ซาย</ref> มิได้รักษาท้องหญิงทาษใซ้ อย่าให้แบ่งค่าตัวลูกเปนส่วนไทเลย {{ลปร1|กหน|95}} ๕ มาตราหนึ่ง ไถ่หญิงค่าตัว {{ศสต | 1 = ๖<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ขึ้นไปประสมผัวก็ดี ไถ่ชายค่าตัว {{ศสต | 1 = ๗<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.8em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ขึ้นไปประสมเมียก็ดี ท่านว่ามันทังสองเกิดลูกเท่าใด ๆ ณบ้านเรือนนายเงินก็ดี ที่บ้านเรือนญาติพี่น้องนายเงินก็ดี ท่านให้เปนสิทธแก่ผู้ไถ่จงสิ้น ถ้ามันมิได้อยู่ในที่แดนนายเงิน ท่านว่าให้ปันค่าตัวลูกนั้นเปน ๕ ส่วนจงทุกคน ให้ไว้แก่มันส่วนหนึ่ง เอา ๔ ส่วน เพราะ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> agwtix0xd57z944vsfc2cfwy0zuc58c 296751 296750 2026-09-22T09:39:36Z Vesperstelo 11696 296751 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๑๙|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>หาลูกให้แก่มัน ถ้าลูกมันล้มตายมิได้ตัวมาส่งให้แก่มัน ให้พิกัดค่าตามกระเศียรอายุศมให้แก่มัน ถ้าอายุศมลูกทาษพ้น ๗ ขวบขึ้นไปแล้ว หาโทษแก่นายเงินมิได้ {{ลปร1|กหน|94}} ๔ มาตราหนึ่ง ชายเปนไท หญิงเปนทาษ สมรักกัน มีท้องลูก ให้ชายนั้นรักษาท้องทาษท่านจนพ้นท้อง ๓ เดือน ถ้าตายในเขดรักษาท้อง ให้ทำค่าตัวเปน ๓ ส่วน ยกเสียส่วนหนึ่ง ให้มันใช้สองส่วน ถ้ามันมิได้รักษาท้องทาษท่านออกลูกตายไซ้ ให้คิดเอาค่าตัวทาษแก่ชายนั้นจงเตม ถ้าชายได้รักษาท้องหญิงทาามิได้เปนอันราย แลหญิงทาษมิสมักอยู่ ให้แบ่งค่าตัวลูกมันเปนส่วนไทส่วนทาษ ถ้าชาย<ref>ต้นฉะบับ: ซาย</ref> มิได้รักษาท้องหญิงทาษใซ้ อย่าให้แบ่งค่าตัวลูกเปนส่วนไทเลย {{ลปร1|กหน|95}} ๕ มาตราหนึ่ง ไถ่หญิงค่าตัว {{ศสต | 1 = ๖<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.6em}} }} ขึ้นไปประสมผัวก็ดี ไถ่ชายค่าตัว {{ศสต | 1 = ๗<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.8em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ขึ้นไปประสมเมียก็ดี ท่านว่ามันทังสองเกิดลูกเท่าใด ๆ ณบ้านเรือนนายเงินก็ดี ที่บ้านเรือนญาติพี่น้องนายเงินก็ดี ท่านให้เปนสิทธแก่ผู้ไถ่จงสิ้น ถ้ามันมิได้อยู่ในที่แดนนายเงิน ท่านว่าให้ปันค่าตัวลูกนั้นเปน ๕ ส่วนจงทุกคน ให้ไว้แก่มันส่วนหนึ่ง เอา ๔ ส่วน เพราะ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 1k2gub0xkcmkdanvvu89xeifqrl7gvo หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/124 250 79128 296752 296253 2026-09-22T09:40:12Z Vesperstelo 11696 296752 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๒๐|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>มันไปฃออยู่ที่ท่านเอง ถ้าเจ้าทาษไปฃอให้มันอยู่ ท่านว่ามิให้ลดค่าตัวลูกมันนั้นเลย {{ลปร1|กหน|96}} ๖ มาตราหนึ่ง นายเงินก็ดี พี่น้องลูกหลานพ่อเจ้าเงินก็ดี เอาทาษฝากเลี้ยงเปนเมียเกิดลูกด้วยเท่าใด ๆ ก็ดี แลมันเปนไทเพราะลูก แลชายหญิงมิสมักจะเลี้ยงกัน จะหย่ากัน ท่านว่ามิให้เอาเงินค่าตัวแก่มันเลย แลลูกนั้นเปนพงษผู้ดี สิทธอยู่แก่บิดานั้น {{ลปร1|กหน|97}} ๗ มาตราหนึ่ง หญิงทาษีท่านแห่งหนึ่งสมรศด้วยชายทาษท่านแห่งหนึ่ง เกิดบุตรด้วยกันมากน้อยเท่าใด ท่านให้ลูกมันเปนสิทธแก่นายเงินแห่งหญิงทาษจงสิ้น อุประมาดั่งแม่โคอันปล่อยแลเกิดลูกเท่าใด ๆ ได้สิทธแก่นายโคตัวเมียนั้น {{ลปร1|กหน|98}} ๘ มาตราหนึ่ง หญิงทาษภิริยาคลอดลูกตายก็ดี ตายแต่ลูกแม่มันยังก็ดี จะเอาเงินแก่ผู้ฃายนั้นมิได้ ให้คืนสารให้มันใช้ฉันเมียไท อย่าว่าแต่มนุษบุถุชนเลย ถึงอินพรหมก็ขัดความตายมิได้ {{ลปร1|กหน|99}} ๙ มาตราหนึ่ง ผู้ใดมีทาษหญิง นายเงินเอาหญิงทาษเปนเมีย ครั้นอยู่มาชายนายเงินมิภอใจอยู่ด้วยหญิงทาษนั้น{{วว}}<noinclude></noinclude> 9fju99mpavpwikijksfc4aadgqlgywr หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/125 250 79129 296753 296255 2026-09-22T09:43:22Z Vesperstelo 11696 296753 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๒๑|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>ให้ทำค่าตัวมัน<ref>ต้นฉะบับ: มั้น</ref> เปน ๒ ส่วน ให้นายเงินเอาแก่มันส่วนหนึ่ง ๆ ยกไว้ให้แก่มัน ถ้าแลมันมิเตมใจจะอยู่ด้วยนายเงิน ให้เอาค่าตัวมันจงเตม เพราะว่าเอาใจออกหากจากจ่าน {{ลปร1|กหน|100}} ๑๐ มาตราหนึ่ง ชายไทพึงใจทาษสาวท่าน แลชายมิได้ช่วยไถ่ เอาทาษท่านไว้ณะเรือนเลี้ยงเปนเมีย มิส่งทาษท่านให้แก่นายเงิน เกิดลูกก็ดี มิเกิดลูกก็ดี แลเอาทาษท่านไว้ให้<ref>ต้นฉะบับ: ให</ref> ป่วยการ ท่านว่าชายนั้นทำบังอาจ มิได้เกรงกลัวพระราชบัญญัติความเมืองท่าน ๆ ให้ไหมชายนั้นเปนข้อเลมิด แลให้เสียค่าป่วยการแก่ท่านด้วย ถ้าเกิดลูกด้วยชายนั้น อย่าให้เสียค่าป่วยการเลย ลูกนั้นให้แก่แม่มัน เพราะเกิดในเรือนเบี้ยท่าน {{ลปร1|กหน|101}} ๑๑ มาตราหนึ่ง ทาษสมคบกันเอง นายเงินมิรู้ แลนายเงินข้างหนึ่งรู้ มันคบทาษท่านไว้ จะว่ามันสมคบทาษเองไซ้ อย่าพึงให้ฟัง เพราะเปนทาษเหมือนกัน ให้เอาแต่ทาษตนมา ถ้าเจ้าทาษไปพบทาษเอง แลเอาทาษท่านไว้ ให้บอกแก่เจ้าทาษผู้นั้นให้รู้ แล้วให้ว่าแก่ทาษของตัวเองให้เอาทาษของท่านมาส่ง ถ้ามิได้เอามาส่ง ให้ปรับไหมเอาเจ้าทาษผู้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 03i43qqfe7riggj4v8eu972vnq5y6am หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/126 250 79130 296754 296257 2026-09-22T09:43:39Z Vesperstelo 11696 296754 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๒๒|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>สมคบเอาทาษท่านไว้กึ่งค่า เพราะมันรู้กันกับด้วยผู้คนของมันแล {{ลปร1|กหน|102}} ๑๒ มาตราหนึ่ง ทาษแลทาษสมคบกันเอากันไปฃายแห่งใด ๆ เจ้าเงินมิรู้ ให้ตีด้วยลวดหนังโดยกำลังเบี้ย แล้วส่งให้แก่นายเงินคืน ถ้าแลนายเงินเก่ามิให้ตี ให้ไถ่กึ่งตัว เพราะผู้ไถ่นั้นมิพิจารณาแล {{ลปร1|กหน|103}} ๑๓ มาตราหนึ่ง ผู้ใด<ref>ต้นฉะบับ: ได้</ref> บังอาจว่าตนเรี่ยวแรง มีเพื่อนหลายคนก็ดี ผู้เดียวก็ดี ไปกุมเกาะเบาะแฉลงหญิงทาษท่านด้วยแรงตน แลหญิง<ref>ต้นฉะบับ: หญืง</ref> ทาษนั้นร้องแรกขัดขวาง มีคนรู้เหนได้ยิน ข่มขืนหญิงนั้นได้ถึงชำเราก็ดี มิได้ถึงชำเราก็ดี พิจารณาเปนสัจ ให้ไหมโดยพระราชกฤษฎีกาเดิม ถ้าข่มขืนหญิงทาษมีบาดเจบ ให้ไหมโดยบาดเจบอีกโสดหนึ่ง พวกซึ่งไปด้วยนั้นให้ไหมกึ่ง ถ้าชายหลายคนข่มขืนโทรมเอาหญิงนั้น ให้ลงโทษแก่ชายนั้นด้วยลวดหนังคละ ๓๐ ที แลให้ไหม<ref>ต้นฉะบับ: ไห้ม</ref> ตามบันดาศักดิ เพราะเข้าในระวางกันโชกบ้านเมืองท่าน {{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> 5pjao04o5mg6150wks2nbd7nf5lb7hx หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/127 250 79131 296755 296259 2026-09-22T09:45:25Z Vesperstelo 11696 296755 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๑๒๓|ทาษ}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|101}} ๑๔ มาตราหนึ่ง หญิงทาษทำชู้ด้วยชายสองชาย นายเงินรู้ก็ดี มิรู้ก็ดี ชายทังสองตีฟันแทงกันตาย ท่านว่าให้ฆ่าชายผู้ตีฟันแทงนั้นตกไปตามกัน ถ้าทรงพระกรุณาฯ บให้ฆ่าตี ให้ไหมโดยพระราชกฤษฎีกา ถ้าผู้ตายเปนทาษ แลผู้ทำนั้นต่ำ<ref>ต้นฉะบับ: ตำ</ref> นา ๔๐๐ ให้เอาทวีคูน ท่านให้คิดเอาให้แก่นายเงินเท่าค่าตัว เหลือมากน้อยเท่าใดเปนค่าญ่าช้างหลวง ส่วนตัวหญิงร้ายนั้นให้ประจารดุจหญิงหาผัวมิได้มีชู้สองชู้นั้น อย่าให้ไถ่ประจานเปนอันขาดที<ref>ต้นฉะบับ: ที่</ref> เดียว ให้ทวนด้วยลวดหนัง ๓๐ ทีแล้วส่งตัวคืนแก่นายเงินมัน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude> rqvk9py7kkvlb2rt2oiodpeq5e2uwsc หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/87 250 91087 296698 295920 2026-09-21T22:23:37Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296698 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ธรรมวิภาค|๕๓}}</noinclude>{{center|'''อริยทรัพย์ ๗'''}} ทรัพย์ คือ คุณความดีที่มีในสันดานอย่างประเสริฐ เรียกอริยทรัพย์ มี ๗ อย่าง คือ:- {{ordered list|list-style-type=thai| สัทธา เชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ.| สีล รักษากาย วาจา ให้เรียบร้อย.| หิริ ความละอายต่อบาปทุจริต.| โอตตัปปะ สะดุ้งกลัวต่อบาป.| พาหุสัจจะ ความเป็นคนเคยได้ยินได้ฟังมามาก คือ จำทรงธรรมและรู้ศิลปวิทยามาก.| จาคะ สละให้ปันสิ่งของ ๆ ตนแก่คนที่ควรให้ปัน.| ปัญญา รอบรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์.}} อริยทรัพย์ ๗ ประการนี้ ดีกว่าทรัพย์ภายนอก มีเงินทองเป็นต้น ควรแสวงหาไว้ให้มีในสันดาน. {{right|{{smaller|องฺ. สตฺตก. ๒๓/๕.}}}} {{center|'''สัปปุริสธรรม ๗ อย่าง'''}} ธรรมของสัตบุรุษ เรียกว่า สัปปุริสธรรม มี ๗ อย่าง คือ:- {{ordered list|list-style-type=thai| ธัมมัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเหตุ เช่นรู้จักว่า สิ่งนี้เป็นเหตุแห่งสุข สิ่งนี้เป็นเหตุแห่งทุกข์.| อัตถัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักผล เช่นรู้จักว่า สุขเป็นผลแห่งเหตุอันนี้ ทุกข์เป็นผลแห่งเหตุอันนี้.| <noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> 664hyygu02ov3kv4chekknsb419vi3i หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/91 250 91091 296697 295925 2026-09-21T22:23:03Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296697 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ธรรมวิภาค|๕๗}}</noinclude>เป็นไปเพื่อความคลุกคลีด้วยหมู่คณะ ๑. เป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน ๑. เป็นไปเพื่อความเลี้ยงยาก ๑. ธรรมเหล่านี้พึงรู้ว่า ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่วินัย ไม่ใช่คำสั่งสอนของพระศาสดา. ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความคลายกำหนัด ๑. เป็นไปเพื่อความปราศจากทุกข์ ๑. เป็นไปเพื่อความไม่สะสมกองกิเลส ๑. เป็นไปเพื่อความอยากอันน้อย ๑. เป็นไปเพื่อความสันโดษยินดีด้วยของมีอยู่ ๑. เป็นไปเพื่อความสงัดจากหมู่ ๑. เป็นไปเพื่อความเพียร ๑. เป็นไปเพื่อความเลี้ยงง่าย ๑. ธรรมเหล่านี้พึงรู้ว่า เป็นธรรม เป็นวินัย เป็นคำสั่งสอนของพระศาสดา. {{right|{{smaller|องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๒๘๘.}}}} {{center|'''มรรคมีองค์ ๘'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| สัมมาทิฏฐิ ปัญญาอันเห็นชอบ คือเห็นอริยสัจ ๔.| สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ คือ ดำริจะออกจากกาม ๑ ดำริในอันไม่พยาบาท ๑ ดำริในอันไม่เบียดเบียน ๑.| <noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> g9e4r4xi3dflmel5j2dbwmwbjwm4ljo หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/101 250 91101 296685 295228 2026-09-21T20:15:50Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296685 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" /></noinclude>{{center|{{x-larger|'''คิหิปฏิบัติ'''}}}} {{rule|10%}} {{center|{{larger|'''จตุกกะ'''}}}} {{center|'''กรรมกิเลส คือ กรรมเครื่องเศร้าหมอง ๔ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ปาณาติบาต ทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง.| อทินนาทาน ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการแห่งขโมย.| กาเมสุ มิจฉาจาร ประพฤติผิดในกาม.| มุสาวาท พูดเท็จ.}} กรรม ๔ อย่างนี้ นักปราชญ์ไม่สรรเสริญเลย. {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๕.}}}} {{center|'''อบายมุข คือ เหตุเครื่องฉิบหาย ๔ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ความเป็นนักเลงหญิง.| ความเป็นนักเลงสุรา.| ความเป็นนักเลงเล่นการพนัน.| ความคบคนชั่วเป็นมิตร.}} โทษ ๔ ประการนี้ ไม่ควรประกอบ. {{right|{{smaller|องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๒๙๖}}}} {{nop}}<noinclude></noinclude> 5qwgcf7hcz1dgqwopurnay8gl4m0ihg หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/102 250 91102 296686 295229 2026-09-21T20:21:51Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296686 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๖๘|นวโกวาท|}}</noinclude>{{center|'''ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ คือ ประโยชน์ในปัจจุบัน ๔ อย่าง<ref>ในบาลีใช้ว่า ธรรม ๔ ประการ เป็นไปเพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขในปัจจุบัน.</ref>'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมั่น ในการประกอบกิจเครื่องเลี้ยงชีวิตก็ดี ในการศึกษาเล่าเรียนก็ดี ในการทำธุระหน้าที่ของตนก็ดี.| อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษา คือรักษาทรัพย์ที่แสวงหามาได้ด้วยความหมั่น ไม่ให้เป็นอันตรายก็ดี รักษาการงานของตัว ไม่ให้เสื่อมเสียไปก็ดี.| กัลยาณมิตตตา ความมีเพื่อนเป็นคนดี ไม่คบคนชั่ว.| สมชีวิตา ความเลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หาได้ ไม่ให้ฝืดเคืองนัก ไม่ให้ฟูมฟายนัก.}} {{right|{{smaller|องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๒๙๔.}}}} {{center|'''สัมปรายิกัตถประโยชน์ คือ ประโยชน์ภายหน้า ๔ อย่าง<ref>ในบาลีใช้ว่า ธรรม ๔ ประการ เป็นไปเพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขในภายหน้า.</ref>'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| สัทธาสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศรัทธา คือเชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ เช่นเชื่อว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นต้น| สีลสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศีล คือรักษากายวาจาเรียบร้อยดีไม่มีโทษ.| จาคสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการบริจาคทาน เป็นการเฉลี่ยสุขให้แก่ผู้อื่น.| <noinclude>}}</noinclude><noinclude>{{rule}} {{smallrefs}}</noinclude> ize6m5hnoqirqij954cvr7y46wpxdlw หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/103 250 91103 296687 295230 2026-09-21T20:41:43Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296687 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||คิหิปฏิบัติ|๖๙}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=4|list-style-type=thai|</noinclude> ปัญญาสัมปทา ถึงพร้อมด้วยปัญญา รู้จักบาป บุญ คุณ โทษ ประโยชน์ มิใช่ประโยชน์ เป็นต้น.}} {{right|{{smaller|องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๒๙๗.}}}} {{center|'''มิตตปฏิรูป คือ คนเทียมมิตร ๔ จำพวก'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| คนปอกลอก.| คนดีแต่พูด.| คนหัวประจบ.| คนชักชวนในทางฉิบหาย.}} คน ๔ จำพวกนี้ ไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตร ไม่ควรคบ. {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๙.}}}} {{center|๑. คนปอกลอก มีลักษณะ ๔}} {{ordered list|list-style-type=none| (๑) คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว.| (๒) เสียให้น้อย คิดเอาให้ได้มาก.| (๓) เมื่อมีภัยแก่ตัว จึงรับทำกิจของเพื่อน.| (๔) คบเพื่อนเพราะเห็นแก่ประโยชน์ของตัว.}} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ ๑๑/๑๙๙.}}}} {{center|๒. คนดีแต่พูด มีลักษณะ ๔}} {{ordered list|list-style-type=none| (๑) เก็บเอาของล่วงแล้วมาปราศรัย.| (๒) อ้างเอาของที่ยังไม่มีมาปราศรัย.| <noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> 1g3amgpktpkzkpa0819eq3vyg0iv1my หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/104 250 91104 296688 295231 2026-09-21T20:49:09Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296688 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๗๐|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|list-style-type=none|</noinclude> (๓) สงเคราะห์ด้วยสิ่งหาประโยชน์มิได้.| (๔) ออกปากพึ่งมิได้.}} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๐.}}}} {{center|๓. คนหัวประจบ มีลักษณะ ๔}} {{ordered list|list-style-type=none| (๑) จะทำชั่วก็คล้อยตาม.| (๒) จะทำดีก็คล้อยตาม.| (๓) ต่อหน้าว่าสรรเสริญ.| (๔) ลับหลังตั้งนินทา.}} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๐.}}}} {{center|๔. คนชักชวนในทางฉิบหาย มีลักษณะ ๔}} {{ordered list|list-style-type=none| (๑) ชักชวนดื่มน้ำเมา.| (๒) ชักชวนเที่ยวกลางคืน.| (๓) ชักชวนให้มัวเมาในการเล่น.| (๔) ชักชวนเล่นการพนัน.}} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๐.}}}} {{center|'''มิตรแท้ ๔ จำพวก'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| มิตรมีอุปการะ.| มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์.| มิตรแนะประโยชน์.| <noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> pv7ciw71s5il58bsugdx40z4cyqkqmb หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/105 250 91105 296689 295232 2026-09-21T20:54:48Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296689 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||คิหิปฏิบัติ|๗๑}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=4|list-style-type=thai|</noinclude> มิตรมีความรักใคร่}} มิตร ๔ จำพวกนี้ เป็นมิตรแท้ ควรคบ. {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๑.}}}} {{center|๑. มิตรมีอุปการะ มีลักษณะ ๔}} {{ordered list|list-style-type=none| (๑) ป้องกันเพื่อนผู้ประมาทแล้ว.| (๒) ป้องกันทรัพย์สมบัติของเพื่อนผู้ประมาทแล้ว.| (๓) เมื่อมีภัย เป็นที่พึ่งพำนักได้.| (๔) เมื่อมีธุระ ช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก.}} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๑.}}}} {{center|๒. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ มีลักษณะ ๔}} {{ordered list|list-style-type=none| (๑) ขยายความลับของตนแก่เพื่อน.| (๒) ปิดความลับของเพื่อนไม่ให้แพร่งพราย.| (๓) ไม่ละทิ้งในยามวิบัติ.| (๔) แม้ชีวิตก็อาจสละแทนได้.}} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๑.}}}} {{center|๓. มิตรแนะประโยชน์ มีลักษณะ ๔}} {{ordered list|list-style-type=none| (๑) ห้ามไม่ให้ทำความชั่ว.| (๒) แนะนำให้ตั้งอยู่ในความดี.| (๓) ให้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง.| (๔) บอกทางสวรรค์ให้.}} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๑.}}}} {{nop}}<noinclude></noinclude> mmxl1sa9hs2s0xvgt21pl9q9jqv31zh หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/106 250 91106 296690 295233 2026-09-21T21:04:59Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296690 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๗๒|นวโกวาท|}}</noinclude>{{center|๔. มิตรมีความรักใคร่ มีลักษณะ ๔}} {{ordered list|list-style-type=none| (๑) ทุกข์ ๆ ด้วย.| (๒) สุข ๆ ด้วย.| (๓) โต้เถียงคนที่พูดติเตียนเพื่อน.| (๔) รับรองคนที่พูดสรรเสริญเพื่อน.}} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/{{SIC|๒๑๒|๒๐๒}}.}}}} {{center|'''สังคหวัตถุ ๔ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ทาน ให้ปันสิ่งของ ๆ ตนแก่ผู้อื่นที่ควรให้ปัน.| ปิยวาจา เจรจาวาจาที่อ่อนหวาน.| อัตถจริยา ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น.| สมานัตตตา ความเป็นคนมีตนเสมอไม่ถือตัว.}} คุณทั้ง ๔ อย่างนี้ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจของผู้อื่นไว้ได้. {{right|{{smaller|องฺ. จตุกฺก. {{SIC|๒๐|๒๑}}/๔๒.}}}} {{center|'''สุขของคฤหัสถ์ ๔ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| สุขเกิดแต่ความมีทรัพย์.| สุขเกิดแต่การจ่ายทรัพย์บริโภค.| สุขเกิดแต่ความไม่ต้องเป็นหนี้.| สุขเกิดแต่ประกอบการงานที่ปราศจากโทษ.}} {{right|{{smaller|องฺ. จตุกฺก. ๒๑/{{SIC|๔๙๐|๙๐}}.}}}} {{nop}}<noinclude></noinclude> k6qbrfzwewey6srbc1difshycukn02u หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/107 250 91107 296691 295234 2026-09-21T21:18:36Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296691 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||คิหิปฏิบัติ|๗๓}}</noinclude>{{center|'''ความปรารถนาของบุคคลในโลกที่ได้สมหมายด้วยยาก ๔ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ขอสมบัติจงเกิดมีแก่เราโดยทางที่ชอบ.| ขอยศจงเกิดมีแก่เรากับญาติพวกพ้อง.| ขอเราจงรักษาอายุให้ยืนนาน.| เมื่อสิ้นชีพแล้ว ขอเราจงไปบังเกิดในสวรรค์.}} {{right|{{smaller|องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๘๕.}}}} {{center|'''ธรรมเป็นเหตุให้สมหมาย มีอยู่ 4 อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| สัทธาสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศรัทธา.| สีลสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศีล.| จาคสัมปทา ถึงพร้อมด้วยบริจาคทาน.| ปัญญาสัมปทา ถึงพร้อมด้วยปัญญา.}} {{right|{{smaller|องฺ. {{SIC|จตุกฺก. ๒๑/๘๔.|อฏฺฐก. ๒๓/๒๙๒}}}}}} {{center|'''ตระกูลอันมั่งคั่งจะตั้งอยู่นานไม่ได้ เพราะสถาน ๔'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ไม่แสวงหาพัสดุที่หายแล้ว.| ไม่บูรณะพัสดุที่คร่ำคร่า.| ไม่รู้จักประมาณในการบริโภคสมบัติ.| ตั้งสตรีหรือบุรุษทุศีลให้เป็นแม่เรือนพ่อเรือน.}} ผู้หวังจะดำรงตระกูลควรเว้นสถาน ๔ ประการนี้เสีย. {{right|{{smaller|องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๓๓๖.}}}} {{nop}}<noinclude></noinclude> 1f2i9t6k6rq7dsrvq2d05omuri7lj9l หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/108 250 91108 296692 295235 2026-09-21T21:39:04Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296692 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๗๔|นวโกวาท|}}</noinclude>{{center|'''ธรรมของฆราวาส 4'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| สัจจะ สัตย์ซื่อแก่กัน.| ทมะ รู้จักข่มจิตของตน.| ขันติ อดทน.| จาคะ สละให้ปันสิ่งของ ๆ ตนแก่คนที่ควรให้ปัน.}} {{right|{{smaller|สํ. ส. ๑๕/๓๑๖.}}}} {{rule|10%}} {{center|{{larger|'''ปัญจกะ'''}}}} {{center|'''ประโยชน์เกิดแต่การถือโภคทรัพย์ ๕ อย่าง'''}} {{center|แสวงหาโภคทรัพย์ได้โดยทางที่ชอบแล้ว}} {{ordered list|list-style-type=none| ๑. เลี้ยงตัว มารดา บิดา บุตร ภรรยา บ่าวไพร่ ให้เป็นสุข.| ๒. เลี้ยงเพื่อนฝูงให้เป็นสุข.| ๓. บำบัดอันตรายที่เกิดแต่เหตุต่าง ๆ.| ๔. ทำพลี ๕ อย่าง คือ| {{ordered list|list-style-type=none| ก. ญาติพลี สงเคราะห์ญาติ.| ข. อติถิพลี ต้อนรับแขก.| ค. ปุพพเปตพลี ทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย.| <noinclude>}} }}</noinclude><noinclude></noinclude> nx6il3v6lgp59nthh99b9vzc2sqctcj หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/109 250 91109 296693 295236 2026-09-21T21:48:18Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296693 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||คิหิปฏิบัติ|๗๕}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|list-style-type=none| {{ordered list|list-style-type=none|</noinclude> ฆ. ราชพลี ถวายเป็นหลวง มีภาษีอากรเป็นต้น.| ง. เทวตาพลี ทำบุญอุทิศให้เทวดา.}}| ๕. บริจาคทานในสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติชอบ.}} {{right|{{smaller|องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๔๘.}}}} {{center|'''ศีล ๕'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ปาณาติปาตา เวรมณี เว้นจากทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป.| อทินนาทานา เวรมณี เว้นจากถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ ด้วยอาการแห่งขโมย.| กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี เว้นจากประพฤติผิดในกาม.| มุสาวาทา เวรมณี เว้นจากพูดเท็จ.| สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี เว้นจากดื่มนํ้าเมาคือสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท.}} ศีล ๕ ประการนี้ คฤหัสถ์ควรรักษาเป็นนิตย์. {{right|{{smaller|องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๒๒๖.}}}} {{center|'''มิจฉาวณิชชา คือการค้าขายไม่ชอบธรรม ๕ อย่าง'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ค้าขายเครื่องประหาร.| ค้าขายมนุษย์.| ค้าขายสัตว์เป็นสำหรับฆ่าเพื่อเป็นอาหาร.| ค้าขายน้ำเมา.| <noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> jlcnmnj6f9y24pp0y8s10lw7z84wjjo หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/110 250 91110 296694 295237 2026-09-21T21:52:48Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296694 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๗๖|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=5|list-style-type=thai|</noinclude> ค้าขายยาพิษ.}} การค้าขาย ๕ อย่างนี้ เป็นข้อห้าม อุบาสกไม่ให้ประกอบ. {{right|{{smaller|องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๒๓๒.}}}} {{center|'''สมบัติของอุบาสก ๕ ประการ'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ประกอบด้วยศรัทธา.| มีศีล{{SIC|บริสุทธ์|บริสุทธิ์}}.| ไม่ถือมงคลตื่นข่าว คือเชื่อกรรม ไม่เชื่อมงคล.| ไม่แสวงหาเขตบุญนอกพุทธศาสนา.| บำเพ็ญบุญแต่ในพุทธศาสนา.}} อุบาสกพึงตั้งอยู่ในสมบัติ ๕ ประการ และเว้นจากวิบัติ ๕ ประการ ซึ่งวิปริตจากสมบัตินั้น. {{right|{{smaller|องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๒๓๐.}}}} {{rule|10%}} {{center|{{larger|'''ฉักกะ'''}}}} {{center|'''ทิศ ๖'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ปุรัตถิมทิส คือทิศเบื้องหน้า มารดาบิดา.| ทักขิณทิส คือทิศเบื้องขวา อาจารย์.| ปัจฉิมทิส คือทิศเบื้องหลัง บุตรภรรยา.| <noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> 7eoxxab865z3yr5h0ulh4kfmmpyxjgh หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/111 250 91111 296695 295238 2026-09-21T22:04:02Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296695 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||คิหิปฏิบัติ|๗๗}}</noinclude>{{ordered list|start=4|list-style-type=thai| อุตตรทิส คือทิศเบื้องซ้าย มิตร.| เหฏฐิมทิส คือทิศเบื้องต่ำ บ่าว.| อุปริมทิส คือทิศเบื้องบน สมณพราหมณ์.}} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๒.}}}} {{ordered list|list-style-type=none| ๑. ปุรัตถิมทิส คือทิศเบื้องหน้า มารดาบิดา บุตรพึงบำรุงด้วยสถาน ๕.| {{ordered list|list-style-type=none| (๑) ท่านได้เลี้ยงมาแล้ว เลี้ยงท่านตอบ.| (๒) ทำกิจของท่าน.| (๓) ดำรงวงศ์สกุล.| (๔) ประพฤติตนให้เป็นคนควรรับทรัพย์มรดก.| (๕) เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ทำบุญอุทิศให้ท่าน.}} }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๓.}}}} {{ordered list|list-style-type=none| มารดาบิดาได้รับบำรุงฉะนี้แล้ว ย่อมอนุเคราะห์บุตรด้วยสถาน ๕| {{ordered list|list-style-type=none| (๑) ห้ามไม่ให้ทำความชั่ว.| (๒) ให้ตั้งอยู่ในความดี.| (๓) ให้ศึกษาศิลปวิทยา.| (๔) หาภรรยาที่สมควรให้.| (๕) มอบทรัพย์ให้ในสมัย.}} }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๒}}}} {{nop}}<noinclude></noinclude> 01mpqhd934qnvbqeo44kz44dwm3dzd3 หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/112 250 91112 296696 295239 2026-09-21T22:21:30Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296696 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๗๘|นวโกวาท|}}</noinclude>{{ordered list|list-style-type=none| ๒. ทักขิณทิส คือทิศเบื้องขวา อาจารย์ ศิษย์พึงบำรุงด้วยสถาน ๕| {{ordered list|list-style-type=none| (๑) ด้วยลุกขึ้นยืนรับ.| (๒) ด้วยเข้าไปยืนคอยรับใช้.| (๓) ด้วยเชื่อฟัง.| (๔) ด้วยอุปัฏฐาก.| (๕) ด้วยเรียนศิลปวิทยาโดยเคารพ.}} }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๓.}}}} {{ordered list|list-style-type=none| อาจารย์ได้รับบำรุงฉะนี้แล้ว ย่อมอนุเคราะห์ศิษย์ด้วยสถาน ๕| {{ordered list|list-style-type=none| (๑) แนะนำดี.| (๒) ให้เรียนดี.| (๓) บอกศิลปให้สิ้นเชิง ไม่ปิดบังอำพราง.| (๔) ยกย่องให้ปรากฏในเพื่อนฝูง.| (๕) ทำความป้องกันในทิศทั้งหลาย (คือจะไปทางทิศไหนก็ไม่อดอยาก).}} }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๔.}}}} {{ordered list|list-style-type=none| ๓. ปัจฉิมทิส คือทิศเบื้องหลัง ภรรยา สามีพึงบำรุงด้วยสถาน ๕ {{ordered list|list-style-type=none| (๑) ด้วยยกย่องนับถือว่าเป็นภรรยา.| (๒) ด้วยไม่ดูหมิ่น.| (๓) ด้วยไม่ประพฤติล่วงใจ.| <noinclude>}} }}</noinclude><noinclude></noinclude> d8n49pxjaqgpv7zzp18nm57lrmwbou5 หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/113 250 91113 296767 295240 2026-09-22T09:58:00Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296767 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||คิหิปฏิบัติ|๗๙}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|list-style-type=none|| {{ordered list|list-style-type=none|</noinclude> (๔) ด้วยมอบความเป็นใหญ่ให้.| (๕) ด้วยให้เครื่องแต่งตัว.| }} }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๔.}}}} {{ordered list|list-style-type=none| ภรรยาได้รับบำรุงฉะนี้แล้ว ย่อมอนุเคราะห์สามีด้วยสถาน ๕| {{ordered list|list-style-type=none| (๑) จัดการงานดี.| (๒) สงเคราะห์คนข้างเคียงของผัวดี.| (๓) ไม่ประพฤติล่วงใจผัว.| (๔) รักษาทรัพย์ที่ผัวหามาได้ไว้.| (๕) ขยันไม่เกียจคร้านในกิจการทั้งปวง.| }} }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๔.}}}} {{ordered list|list-style-type=none| ๔. อุตตรทิส คือทิศเบื้องซ้าย มิตร กุลบุตรพึงบำรุงด้วยสถาน ๕| {{ordered list|list-style-type=none| (๑) ด้วยให้ปัน.| (๒) ด้วยเจรจาถ้อยคำไพเราะ.| (๓) ด้วยประพฤติประโยชน์.| (๔) ด้วยความเป็นผู้มีตนเสมอ.| (๕) ด้วยไม่แกล้งกล่าวให้คลาดจากความเป็นจริง.| }} }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๔.}}}} {{ordered list|list-style-type=none| มิตรได้รับบำรุงฉะนี้แล้ว ย่อมอนุเคราะห์กุลบุตรด้วยสถาน ๕| {{ordered list|list-style-type=none| (๑) รักษามิตรผู้ประมาทแล้ว.| <noinclude>}} }}</noinclude><noinclude></noinclude> 5h989bqiqv9zj83kqc1uu097ji3kjty หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/114 250 91114 296768 295241 2026-09-22T10:02:48Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296768 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๘๐|นวโกวาท|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|list-style-type=none|| {{ordered list|list-style-type=none|</noinclude> (๒) รักษาทรัพย์ของมิตรผู้ประมาทแล้ว.| (๓) เมื่อมีภัย เอาเป็นที่พึ่งพำนักได้.| (๔) ไม่ละทิ้งในยามวิบัติ.| (๕) นับถือตลอดถึงวงศ์ของมิตร.| }} }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๕.}}}} {{ordered list|list-style-type=none| ๕. เหฏฐิมทิส คือทิศเบื้องต่ำ บ่าว นายพึงบำรุงด้วยสถาน ๕| {{ordered list|list-style-type=none| (๑) ด้วยจัดการงานให้ทำตามสมควรแก่กำลัง.| (๒) ด้วยให้อาหารและรางวัล.| (๓) ด้วยรักษาพยาบาลในเวลาเจ็บไข้.| (๔) ด้วยแจกของมีรสแปลกประหลาดให้กิน.| (๕) ด้วยปล่อยในสมัย.| }} }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๕.}}}} {{ordered list|list-style-type=none| บ่าวได้รับบำรุงฉะนี้แล้ว ย่อมอนุเคราะห์นายด้วยสถาน ๕| {{ordered list|list-style-type=none| (๑) ลุกขึ้นทำการงานก่อนนาย.| (๒) เลิกการงานทีหลังนาย.| (๓) ถือเอาแต่ของที่นายให้.| (๔) ทำการงานให้ดีขึ้น.| (๕) นำคุณของนายไปสรรเสริญในที่นั้น ๆ.| }} }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๕.}}}} {{nop}}<noinclude></noinclude> thx80knaabw4o8rqohlglpy9761ju9w หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/115 250 91115 296769 295242 2026-09-22T10:06:38Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296769 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||คิหิปฏิบัติ|๘๑}}</noinclude>{{ordered list|list-style-type=none| ๖. อุปริมทิส คือทิศเบื้องบน สมณพราหมณ์ กุลบุตรพึงบำรุงด้วยสถาน ๕| {{ordered list|list-style-type=none| (๑) ด้วยกายกรรม คือทำอะไร ๆ ประกอบด้วยเมตตา.| (๒) ด้วยวจีกรรม คือพูดอะไร ๆ ประกอบด้วยเมตตา.| (๓) ด้วยมโนกรรม คือคิดอะไร ๆ ประกอบด้วยเมตตา.| (๔) ด้วยความเป็นผู้ไม่ปิดประตู คือมิได้ห้ามไม่ให้เข้าบ้านเรือน.| (๕) ด้วยให้อามิสทาน.| }} }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๕.}}}} {{ordered list|list-style-type=none| สมณพราหมณ์ได้รับบำรุงฉะนี้แล้ว ย่อมอนุเคราะห์กุลบุตรด้วยสถาน ๖| {{ordered list|list-style-type=none| (๑) ห้ามไม่ให้กระทำความชั่ว.| (๒) ให้ตั้งอยู่ในความดี.| (๓) อนุเคราะห์ด้วยน้ำใจอันงาม.| (๔) ให้ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง.| (๕) ทำสิ่งที่เคยฟังแล้วให้แจ่ม.| (๖) บอกทางสวรรค์ให้.| }} }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๒๐๕.}}}} {{nop}}<noinclude></noinclude> oyww4fomc3horc3ktjz1sra4biikc39 หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/116 250 91116 296777 295243 2026-09-22T10:10:50Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296777 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๘๒|นวโกวาท|}}</noinclude>{{center|'''อบายมุข คือเหตุเครื่องฉิบหาย ๖'''}} {{ordered list|list-style-type=thai| ดื่มน้ำเมา.| เที่ยวกลางคืน.| เที่ยวดูการเล่น.| เล่นการพนัน.| คบคนชั่วเป็นมิตร.| เกียจคร้านทำการงาน.| }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๖.}}}} {{center|๑. ดื่มน้ำเมา มีโทษ ๖}} {{ordered list|list-style-type=none| (๑) เสียทรัพย์.| (๒) ก่อการทะเลาะวิวาท.| (๓) เกิดโรค.| (๔) ต้องติเตียน.| (๕) ไม่รู้จักอาย.| (๖) ทอนกำลังปัญญา.| }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๖.}}}} {{center|๒. เที่ยวกลางคืน มีโทษ ๖}} {{ordered list|list-style-type=none| (๑) ชื่อว่าไม่รักษาตัว.| (๒) ชื่อว่าไม่รักษาลูกเมีย.| (๓) ชื่อว่าไม่รักษาทรัพย์สมบัติ.| <noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude> fxieacm5y4lh8j87ok2wq2jiwwh5b0g หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/117 250 91117 296778 295244 2026-09-22T10:15:25Z TinTin45678 12482 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 296778 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||คิหิปฏิบัติ|๘๓}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|list-style-type=none|</noinclude> (๔) เป็นที่ระแวงของคนทั้งหลาย.| (๕) มักถูกใส่ความ.| (๖) ได้ความลำบากมาก.| }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/{{SIC|๑๖๙|๑๙๖}}.}}}} {{center|๓. เที่ยวดูการเล่น มีโทษตามวัตถุที่ไปดู ๖}} {{ordered list|list-style-type=none| (๑) รำที่ไหนไปที่นั้น.| (๒) ขับร้องที่ไหนไปที่นั้น.| (๓) ดีดสีตีเป่าที่ไหนไปที่นั้น.| (๔) เสภาที่ไหนไปที่นั้น.| (๕) เพลงที่ไหนไปที่นั้น.| (๖) เถิดเทิงที่ไหนไปที่นั้น.| }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๗.}}}} {{center|๔. เล่นการพนัน มีโทษ ๖}} {{ordered list|list-style-type=none| (๑) เมื่อชนะยอมก่อเวร.| (๒) เมื่อแพ้ย่อมเสียดายทรัพย์ที่เสียไป.| (๓) ทรัพย์ยอมฉิบหาย.| (๔) ไม่มีใครเชื่อถือถ้อยคำ.| (๕) เป็นที่หมิ่นประมาทของเพื่อน.| (๖) ไม่มีใครประสงค์จะแต่งงานด้วย.| }} {{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๗.}}}} {{nop}}<noinclude></noinclude> i1ivhufnd852sk6tbvllw1lcnllwit3