วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.20
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/274
250
36310
296840
296519
2026-09-22T12:29:48Z
Vesperstelo
11696
296840
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" /></noinclude>{{ก|{{ขนอ|140%|พระไอยการลักษณวิวาท}}{{ชว|0.5em}}{{ซบ|ตี|ด่า|style=font-size:120%}} {{ปก2|2}} {{ขนอ|140%|กัน}}<ref>พิมพ์ตามฉะบับหลวง L4 ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่ง (ก) ซึ่งหอสมุดแห่งชาติพึ่งหาซื้อได้ในปี ๒๔๗๗ จึงไม่มีระบุในบัญชีของนายบูรเนย์</ref>}}
อันว่าลักขณวิวาท {{ซบ|ตี|ด่า}} {{ปก2|2}} กันแลลักขณรุกไป {{ซบ|ตี|ด่า}} {{ปก2|2}} ท่านเปนมูลคดีมีพระบาฬีในคำภีร์พระธรรมสาตว่า '''ปหรญฺจ ขุํสา ถานา วิติกฺกมฺมพลากเรน''' เปนอาทิดั่งนี้ จึ่งมีอัฐาธิบายษาขคดีอันโบราณราชกรษัตรบัญญัติสืบ ๆ มาโดยมาตราดั่งนี้
ศุภมัศดุ {{ตตฉ|๑๓๖๙}}<ref>ในต้นฉะบับ เลข ๓ ตอนหน้าลบเสีย เหลือแต่ตอนหลัง</ref><ref>[[กฎหมายลักษณอาญา#ภ๓|บัญชีท้ายกฎหมายลักษณอาญา]]ว่า “๑๒๖๙” {{ชอวซ}}</ref> ศกสัปสังวัชรเชษฐมาศศุกขปักษยตติยดิถีคุรุวาระ มีพระราชโองการบัญญัติพระราชอา{{ชญ|2}}าสมเดจ์พระเจ้ารามาธิบดีศรีสุนธรราชบรมจักรพรรดิศวรบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัว มีพระราชหฤๅไทยกรรุณาปราถนาจระงับดับทุกขทุระราษฎร จึ่งให้ตราพระราชกฤษฎีกาโฆษนาแก่ชาวเจ้าเหล่าราชนิกุนขุนหมื่นพฤฒามาตย์ราชมนตรีพิริยโยธาสมสังกัดพันอันมีในพระราชอานาจักรประชาราษฎรทังปวงตั้งแต่นี้สืบไปเมื่อหน้า
{{ลปร1|กหน|1}}
๑ มาตราหนึ่ง วิวาท {{ซบ|ด่า|ตี}} {{ปก2|2}} กัน โทษ {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2|2}} กทง มิให้<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}</noinclude>
brr88wcckzl4akwz5t3i51i6d82gwfi
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/275
250
36311
296843
296521
2026-09-22T12:38:09Z
Vesperstelo
11696
296843
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว||วิวาทด่าตี|๒๗๑}}
{{สต}}</noinclude>เรียงกทงไหม โทษสิ่งใดหนักให้เอาแต่สิ่งหนึ่งตั้งไหม ต่ำนา ๔๐๐ ลงมาให้เอาบันดาศักดิผู้ {{ซบ|เจบ|ได้}} {{ปก2|2}} ตั้งไหม แต่นา ๔๐๐ ขึ้นไปให้เอาบันดาศักดิผู้สูงนาฝ่ายเดียวตั้งไหมให้แก่ผู้ชนะ ถอ้ยทีถอ้ยด่าตีกันให้ไหมกลบลบกัน เหลือนั้นเปน {{ซบ|สีนไหม|พิไนย}} {{ปก2|2}} กึ่ง
{{ลปร1|กหน|2}}
๒ มาตราหนึ่ง ๑๐ คนตีคนเดียวบาทเจบก็ดี คนเดียวตี ๑๐ คนบาทเจบก็ดี ใช่มันจตีแต่ทีเดียวหามิได้ มันย่อมตีคนละที ให้ไหมมันผู้เดียวให้แก่เขาจงทุกคนโดยยศถาศักดิ ๑๐ คนตีมันคนเดียวมีบาทเจบนั้น ท่านให้ไหม ๑๐ คนให้แก่มันผู้เดียว ถ้ามัน ๑๐ คนตีมันคนเดียวแตกช้ำบาทเจบหลายแห่ง ให้ไหมมันผู้บันดานโกรธเปนต้นเหตุนั้นไว้แห่งแตกแลบาทเจบทังนั้นให้ไหมรายตัวผู้ตี ถ้าบาทเจบแต่แห่งหนึ่ง ๒ แห่ง ให้เอาคนทังนั้นเปนแต่พวกมิได้ลงมือ ถ้ามันคนเดียวตี ๑๐ คนบาทเจบหลายแห่ง ให้ไหมผู้เดียวให้แก่เขาจงทุกคนตาม {{ซบ|บาท|แผล}} {{ปก2|2}} มากแลน้อย
{{ลปร1|กหน|3}}
๓ มาตราหนึ่ง โจทหาว่าจำเลย {{ซบ|ตีด่า|ฟันแทง}} {{ปก2|2}} ตนเจบปวดเปนโทษถึง {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2|2}} กทงก็ดี ฝ่ายจำเลยให้การเกี้ยวแก้กล่าวโทษโจทว่าโจทตีด่าฟันแทงมีบาทเจบถึง {{ซบ|๙|๑๐}} {{ปก2|2}} กทงก็ดี ท่านว่าโทษ<noinclude></noinclude>
euf77pg8xgaju3rtv3nwlymchz050bx
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/276
250
36312
296844
296523
2026-09-22T12:38:54Z
Vesperstelo
11696
296844
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว|๒๗๒|วิวาทด่าตี}}
{{สต}}</noinclude>อันใด {{ซบ|ใหญ่|หนัก}} {{ปก2|2}} ให้เอาแต่สิ่งหนึ่งตั้งไหมกลบลบกัน เหลือนั้นเปน {{ซบ|สีนไหม|พิไนย}} {{ปก2|2}} กึ่ง
{{ลปร1|กหน|4}}
๔ มาตราหนึ่ง ทวยราษฎรทังหลายวิวาทตีด่ากัน ฝ่ายข้างหนึ่งวิ่งแล่นหนีขึ้นบนเรือนท่าน ฝ่ายข้างหนึ่งบังอาจ์ขึ้นไปตีบนเรือนท่าน แลผู้ต้องตีนั้นตายไซ้ ให้ฆ่าผู้ตีนั้นตายตกไปตามกัน ถ้าทรงฯ บให้ฆ่าตี ก็ให้ไหมโดยขนาด ให้ทำสีนไหมเปนสองส่วน ให้ได้แก่เจ้าเรือนนั้นส่วนหนึ่ง ได้แก่ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} พี่น้องผู้ตายนั้นส่วนหนึ่ง ให้ไหมปลูกตัวผู้ตายด้วย ถ้าตีกันตายพ้นชายคา เจ้าเรือนจกล่าวเอาสีนไหมนั้นมิได้เลย สีนไหมนั้นให้ได้แก่ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} พี่น้องผู้ตาย
{{ลปร1|กหน|5}}
๕ มาตราหนึ่ง {{ซบ|พ่อตา|แม่ยาย}} {{ปก2|2}} ด่าตีลูกเขย ๆ ด่าตี {{ซบ|พ่อตา|แม่ยาย}} {{ปก2|2}} ลูกสไภ้ด่าตี {{ซบ|พ่อผัว|แม่ผัว}} {{ปก2|2}} ๆ ด่าตีลูกสะไภ้ เมียหลวงด่าตีเมียน้อย ๆ ด่าตีเมียหลวง {{ซบ|ปู่ญ่า|หลาน}} {{ปก2|2}} ตายายหลานลุงป้าหลานอาวน้าหลานด่าตีกันก็ดี พี่เมียน้องเขยด่าตีกันก็ดี ถ้าถึงแตกหักษาหัด จึ่งให้ปรับไหมให้แก่กันดั่งฉันผู้อื่น ถ้ามิถึงแตกหักษาหัดไซ้ ให้นายร้อยแขวงนายบ้านนายอำเพอบังคับว่ากล่าวกันตาม<noinclude></noinclude>
0e7c0uxfeqfnopq8q2ykiyl6ylkll0k
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/277
250
36314
296845
296525
2026-09-22T12:39:17Z
Vesperstelo
11696
296845
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว||วิวาทด่าตี|๒๗๓}}
{{สต}}</noinclude>ผิดแลชอบตามผู้ใหญ่ผู้น้อย ให้ตบแต่งเข้าตอกดอกไม้ธูบเทียนสีนนุ่งห่มเล่าเข้าเปดไก่ไปแปลงขวันกัน เพราะเขาเสิยกันมิได้
{{ลปร1|กหน|6}}
๖ มาตราหนึ่ง ผู้ใดวิวาทตีด่ากัน แลผู้ใดอยู่ใกล้รู้เหนมิได้ห้ามปราม ถ้าตีกันถึงมรณภาพไซ้ ให้ไหมผู้มิได้ห้ามปรามนั้นเปนข้อเลมิดพระราชอา{{ชญ|2}}า เหดุตัวรู้เหนแล้วนิ่งเสีย จึ่งเสียไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินท่าน ถ้าผู้มิได้ห้ามปรามนั้นเปนญาติพี่น้องภักพวกผู้ตีไซ้ ให้ไหมญาติพี่น้องภักพวกนั้นทำ ๓ ส่วน ยก ๒ ส่วน เอาส่วนหนึ่ง
{{ลปร1|กหน|7}}
๗ มาตราหนึ่ง เขาทังสองวิวาท {{ซบ|ตี|ด่า}} {{ปก2|2}} กัน แล้วจับหอกดาบเครื่องสรรพสาตราวุธแลไม้ค้อนก้อนดินอวดกล้าหารไปอยู่ในตรอกแลตลาดถนนแห่งใด ๆ คอยทำร้ายแก่ท่าน ๆ มีบาทเจบประการใด ให้ไหมทวีคูน ถ้าถึงตาย ให้ฆ่าคนร้ายตกไปตามกัน
{{ลปร1|กหน|8}}
๘ มาตราหนึ่ง ถ้าผู้ใดวิวาท {{ซบ|ด่า|ตี}} {{ปก2|2}} ฟันแทงกัน แลสมักภักพวกญาติพี่น้องร้องว่าให้ {{ซบ3|ด่า|ชกตี|ฟันแทง}} {{ปก2|3}} ท่าน ๆ ว่า{{ตตฉ|ผ้นั้น|ผู้นั้น}}ยุความ ให้ไหมดุจพวกกึ่งต้นเหดุ
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
jenplyj958bffnuphipr9bgw2544tg9
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/278
250
36315
296846
296527
2026-09-22T12:40:04Z
Vesperstelo
11696
296846
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว|๒๗๔|วิวาทด่าตี}}
{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|9}}
๙ มาตราหนึ่ง {{ซบ|บุรุศ|สัตรี}} {{ปก2|2}} ก็ดี เปนผู้ใหญ่บันดานโทโสตีทารก ท่านให้ไหมทวีคูนโดยโทษาณุโทษ เหดุมิควรจโกรธจตี
{{ลปร1|กหน|10}}
๑๐ มาตราหนึ่ง เดกต่อเดกวิวาทตีกัน ให้ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} ห้ามปราม ถ้า {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} เดกฝ่ายข้างหนึ่งไปตีบุตรท่านฝ่ายข้างหนึ่งไซ้ ให้ไหมผู้ตีนั้นโดยกรมศักดิทวีคูน เหตุว่าเดกมิรู้ผิดแลชอบ ถ้าเดกตีกันมีบาทเจบไซ้ ให้พิเคราะห์ดูเดกผู้ {{ซบ|ตี|เจบ}} {{ปก2|2}} นั้น ถ้าเท่ากัน อย่าให้มีโทษแก่มันเลย เหดุเปนเดกด้วยกัน ถ้าเดกผู้ตีใหญ่ไซ้ ให้ทำขวันเสียค่าน้ำมันให้แก่มันผู้น้อย
อนึ่งเดก ๗ เข้าเถ้า ๗๐ เปนคนหลงไหลไป {{ซบ|ด่า|ตี}} {{ปก2|2}} ท่าน ๆ มิให้ปรับไหมมีโทษ แต่ให้นายบ้านนายเมืองช่วยว่ากล่าวให้สมักสมาผู้เจบนั้นโดยควร
{{ลปร1|กหน|11}}
๑๑ มาตราหนึ่ง เดก ๗ ขวบเหล้นด้วยกันผลักไสกันตก {{ซบ5|เรือน|ศาลา|ต้นไม้|ร้าน|น้ำ}} {{ปก2|5}} ตายไซ้ ให้ {{ซบ|พ่อ|แม่}} {{ปก2|2}} แห่งเดกผู้ผลักนั้นปลูกตัวลูก<noinclude></noinclude>
mc1gzma38xfvbwz1n8w9116pad8kg0a
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/279
250
36316
296847
296529
2026-09-22T12:51:25Z
Vesperstelo
11696
296847
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว||วิวาทด่าตี|๒๗๕}}
{{r}}</noinclude>ท่าน ถ้ามิถึงตายแต่บาทเจบช้ำหักค่นบอดไซ้ ให้ช่วยเสียค่าน้ำมันโดยควรแก่บาดเจบ ท่านมิให้ไหมโดยบันดาศักดิ เพราะต่างคนต่างน้อยมิรู้ถ้อยความเสมอใจบ้า
{{ลปร1|กหน|12}}
๑๒ มาตราหนึ่ง ผู้ใดยุให้เดกตีกันศีศะแตกคางหัก {{ซบ3|แฃน|เท้า|มือ}} {{ปก2|3}} หักก็ดี ท่านให้ไหมผู้ยุนั้นตามบาทแผลเดกซึ่งเจบนั้น ถ้าถึงตาย ให้ไหมโดยตีตาย
{{ลปร1|กหน|13}}
๑๓ มาตราหนึ่ง ทาษตนตีด่าฟันแทงท่าน นายเงีนอยู่นั่นด้วยมิได้ห้าม ให้ไหมทังนายทังทาษเสมอกัน เหตุนิ่งเสียให้เกิดความในเมืองท่าน
{{ลปร1|กหน|14}}
๑๔ มาตราหนึ่ง ผู้หนึ่งตีผู้หนึ่งด่าสวนสับขับแท้ดั่งนี้ไซ้ ท่านให้ทอดสีนไหมพิไนยโดยเบี้ยกรมศักดิกลบลบกันทีหนึ่ง เพราะตีมันก่อนมันจึ่งด่า ๆ มันก่อนมันจึ่งตี ถ้าผู้ใดก่อ {{ซบ|ตี|ด่า}} {{ปก2|2}} ก่อนก็ดี ให้ไหมผู้ตั้งกรณีนั้นอีกโสดหนึ่งเปนสีนไหมกึ่งพิไนกึ่ง เหดุมันก่อความให้ยากแก่เมืองท่าน
{{ลปร1|กหน|15}}
๑๕ มาตราหนึ่ง คนบ้าเข้าบ้านท่านตีฟันแทงคนดีตาย จะไหมบ้าไซ้ ท่านว่ามิชอบ เพราะว่าบ้านหาตำแหน่งแบ่ง<noinclude></noinclude>
enjo0r6g3w1bj2u6lccvclo90u8otkq
296849
296847
2026-09-22T12:54:03Z
Vesperstelo
11696
296849
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว||วิวาทด่าตี|๒๗๕}}
{{สต}}</noinclude>ท่าน ถ้ามิถึงตายแต่บาทเจบช้ำหักค่นบอดไซ้ ให้ช่วยเสียค่าน้ำมันโดยควรแก่บาดเจบ ท่านมิให้ไหมโดยบันดาศักดิ เพราะต่างคนต่างน้อยมิรู้ถ้อยความเสมอใจบ้า
{{ลปร1|กหน|12}}
๑๒ มาตราหนึ่ง ผู้ใดยุให้เดกตีกันศีศะแตกคางหัก {{ซบ3|แฃน|เท้า|มือ}} {{ปก2|3}} หักก็ดี ท่านให้ไหมผู้ยุนั้นตามบาทแผลเดกซึ่งเจบนั้น ถ้าถึงตาย ให้ไหมโดยตีตาย
{{ลปร1|กหน|13}}
๑๓ มาตราหนึ่ง ทาษตนตีด่าฟันแทงท่าน นายเงีนอยู่นั่นด้วยมิได้ห้าม ให้ไหมทังนายทังทาษเสมอกัน เหตุนิ่งเสียให้เกิดความในเมืองท่าน
{{ลปร1|กหน|14}}
๑๔ มาตราหนึ่ง ผู้หนึ่งตีผู้หนึ่งด่าสวนสับขับแท้ดั่งนี้ไซ้ ท่านให้ทอดสีนไหมพิไนยโดยเบี้ยกรมศักดิกลบลบกันทีหนึ่ง เพราะตีมันก่อนมันจึ่งด่า ๆ มันก่อนมันจึ่งตี ถ้าผู้ใดก่อ {{ซบ|ตี|ด่า}} {{ปก2|2}} ก่อนก็ดี ให้ไหมผู้ตั้งกรณีนั้นอีกโสดหนึ่งเปนสีนไหมกึ่งพิไนกึ่ง เหดุมันก่อความให้ยากแก่เมืองท่าน
{{ลปร1|กหน|15}}
๑๕ มาตราหนึ่ง คนบ้าเข้าบ้านท่านตีฟันแทงคนดีตาย จะไหมบ้าไซ้ ท่านว่ามิชอบ เพราะว่าบ้านหาตำแหน่งแบ่ง<noinclude></noinclude>
jzefblyk1i99lpk2rebcggse1ysb5fa
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/280
250
36317
296848
296531
2026-09-22T12:53:49Z
Vesperstelo
11696
296848
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว|๒๗๖|วิวาทด่าตี}}
{{สต}}</noinclude>สัจมิได้ ท่านว่าให้พ่อแม่พี่น้องเผ่าพันธุบ้าใช้กึ่งเบิ้ยปลูกตัวผู้ตาย ให้เวนบ้านั้นไปให้แก่พ่อแม่พี่น้องเผ่าพันธุบ้านั้น จึ่งชอบ ถ้ามันตีมีบาทเจบไซ้ หาโทษมิได้ ถ้าที่เปนที่ไร่นาป่าดงพงแขมเปนที่อยู่แห่งคนผู้สูงอายุศม์แลคนพิกลจริตบ้าใบ้ ผู้ใดเข้าไปในที่มันอยู่ มันฟันแทงมีบาทเจบแลตายก็ดี ถ้าพบปะมันกลางถนนหนทางมิได้หลีก แลมันฟันแทงบาทเจบถึงตายก็ดี จะเอาโทษแก่มันมิได้เลย ให้โฆษนาแก่นครบาลให้จับเอาตัวมันจำจองไว้กว่าจะสิ้นกำม์
{{ลปร1|กหน|16}}
๑๖ มาตราหนึ่ง ผู้ร้ายตีฟันแทงคนบ้าตายไซ้ ให้ทอดรางวัดเปนเบี้ยปลูกตัวผู้ตายโดยขนาดให้แก่ญาติพี่น้องแห่งบ้า ถ้าบ้าหาญาติพี่น้องมิได้ ให้เอาเบี้ยรางวัดเปนค่าหญ้าช้างหลวง
{{ลปร1|กหน|17}}
๑๗ มาตราหนึ่ง ผัวเมียวิวาทกัน ชายผัวทุบตีฟันแทงหญิงผู้เมียตาย ให้ลงโทษดั่งฉันผู้อื่น ถ้าหญิงทุบตีฟันแทงชายผู้ผัวตาย ให้ลงโทษดุจกัน ถ้าบแกล้งตีฟันแทงให้ตาย ท่านว่าให้ไหมโดยศักดิ {{ซบ3|มือ|ไม้|เหลก}} {{ปก2|3}} สีนไหมให้เอาเข้าพระคลังหลวงจงสิ้น
{{มปก}}<noinclude>{{หว|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
srp4gs67qt4cifgp4qukcj19dht8tul
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/281
250
36318
296850
296533
2026-09-22T12:54:26Z
Vesperstelo
11696
296850
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว||วิวาทด่าตี|๒๗๗}}
{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|18}}
๑๘ มาตราหนึ่ง คนทังหลายมีครรภก็ดี สัตวของเลี้ยงมีครรภก็ดี มีผู้ตีฟันแทงให้ตายไซ้ ท่านให้พิกัดค่าแม่มันเท่าใด ใช้ค่าลูกในท้องกึ่งค่าแม่มันด้วย แลจบาทไหมนั้นให้ไหมโดยพระราชกฤษฎีกา
{{ลปร1|กหน|19}}
๑๙ มาตราหนึ่ง ผู้ใดตบตีข้าไทลูกเมียตน มันแล่นหนีไปขึ้นบนเรือนท่าน แลเลือดตกลงที่เรือนท่าน ให้ผู้ตบตีนั้นพลีเรือนท่าน ให้นิมนพระสงฆ์ ๗ รูปสวดมนซัดน้ำแต่งบัดพลี ๆ เรือนท่าน
{{ลปร1|กหน|20}}
๒๐ มาตราหนึ่ง ชกตียิงซัดฟันแทงกันมีบาทเจบบอบช้ำลำบากด้วยเขาตี เปนใข้ผอมจึ่งตายใน ๑๕ วัน ท่านให้ทอดพิไนยโดยตีตาย ให้ฆ่าผู้ร้ายตกไปตามกัน ถ้าทรงพระกรรุณาบให้ฆ่าตีไซ้ ถ้าผู้ตายสูงนา ๔๐๐ ขึ้นไป อย่าให้ปลูกตัวเลย ถ้าต่ำนา ๔๐๐ ลงมา ให้ปลูกตัวผู้ตายส่งให้บุตรภรรยาญาติพี่น้องทำบุญไป แล้วให้เอาค่าตัวผู้ตายตั้งไหมตามกระเสิยนอายุศม์โดยศักดิมือศักดิไม้ศักดิเหลก สีนไหมให้แก่บิดามานดาพี่น้องผู้ตาย ถ้าพ้นกว่า ๑๕ วันถึงเดือนหนึ่งจึ่งตาย ท่านว่าเปนกำม์แห่งสัตว ให้ปรับไหมแต่โดยบาทเจบนั้นเปนสีนไหมกึ่งเปนพิไนยกึ่ง
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
c4asqyhf3koaipi5fuqgwz7a115b4gn
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/282
250
36319
296851
296535
2026-09-22T12:54:57Z
Vesperstelo
11696
296851
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว|๒๗๘|วิวาทด่าตี}}
{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|21}}
๒๑ มาตราหนึ่ง ทวยราษฎรวิวาทด่าตีกัน มายังแพ่ง ให้กฎหมายบาทเจบไซ้ ให้นายพะทำมะรงดูบาทเจบจงถ่องแท้ ถ้าแลเจบปวดด้วยมือไม้เหลกอิด แคลงประการใดก็ดี ให้ดูจงถ่องแท้ ถ้ามิเข้าใจไซ้ ให้บอกกล่าวร่ำเรียน ถ้าอวดรู้ดูผิดไซ้ บาทเจบเขานั้นตกอยู่แก่นายพะทำมะรงผู้คุมนั้นสองส่วน ตกแก่ภูดาดผู้ตราคำนั้นส่วนหนึ่ง ถ้าตีฟันแทงกันมิตาย ให้นายพะทำมะรงเอาตัวมาตราบาทเจบไว้ ถ้าตายไซ้ ให้ไปดูถึงที่นั้น
{{ลปร1|กหน|22}}
๒๒ มาตราหนึ่ง สองชกตีกัน แลข้างหนึ่งมีบาทเจบ เอามาให้กระลาการตราบาทเจบไว้ ข้างหนึ่งหาบาทเจบมิได้ สักอันสาระพะทำเอาให้มีบาทเจบแล้วจึ่งเอามาให้ตราบาทเจบไว้ด้วยว่ามีบาทเจบบ้าง เมื่อพิจารณามิสมอ้างก็ดี แลมันต่อถึงพิสูดแพ้แก่บนจนแก่พิจารณาก็ดี ท่านให้ไหมมันเท่าใส่โทษท่าน แลส่วนบาทเจบข้างผู้บาทเจบจริงนั้น สิ่งใดหนัก เอาแต่สิ่งหนึ่งตั้งไหมมันผู้ชกตีให้แก่ผู้เจบนั้นอีกโสดหนึ่งโดยขนาด
{{ลปร1|กหน|23}}
๒๓ มาตราหนึ่ง วิวาทชกตีทุบถองตบบิดข่วนด้วยมือ ก็ดี เอา {{ซบ|ถุง|ผ้า}} {{ปก2|2}} ฟาดตีท่านก็ดี แลผลักไสท่านให้กะทบกะเบื้องไม้หนามอิดสินลาแลงก็ดี ประการเท่านี้ให้ไหมเสมอศักดิมือ
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
fne5k1bc05t7mrg3celxdo5x8j60xqp
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/283
250
36320
296852
296537
2026-09-22T12:55:37Z
Vesperstelo
11696
296852
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว||วิวาทด่าตี|๒๗๙}}
{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|24}}
๒๔ มาตราหนึ่ง วิวาทกันจับเอาดินเปียกเข้าเปียกชิ้น {{ซบ|เนื้อ|ปลา}} {{ปก2}} สดทรายเปียกทิ้งซัดท่านก็ดี ให้ไหมเสมอศักดิมือ ถ้าสาตซัดท่านด้วยน้ำผึ้งน้ำอ้อยน้ำมันแลเมดเข้าเปลือกก็ดี ให้ไหมกึ่งศักดิมือ
{{ลปร1|กหน|25}}
๒๕ มาตราหนึ่ง วิวาทด่าตีกัน แลมันเอาสิ่งอันโสโครกทิ้งซัดต้องท่านก็ดี ถ่มน้ำลายรดท่านต้องท่านก็ดี ให้ไหมเสมอศักดิไม้
{{ลปร1|กหน|26}}
๒๖ มาตราหนึ่ง ชกตีกันบช้ำแลฟกช้ำดำซับแตกฉลายค่นหักบอดตายก็ดี ถ้าตีด้วยไม้ ให้บวกกึ่งมือ ถ้าฟันแทงด้วยเหลก ให้ไหม ๒ เท่ามือ
{{ลปร1|กหน|27}}
๒๗ มาตราหนึ่ง วิวาทตีกันจับเอาสันมีตสันพร้าสันหอกสันดาบก้อนอิดก้อนดินกระเบื้องเมดกรวดหินสินลาแลงนองาเขี้ยวกะดูกหอยเอนก็ดี เข้าก้อนแห้งขนมแห้งเข้าตังแห้งน้ำตานปึกน้ำอ้อยงบแลสรรพฟองแลต้นเข้าต้นหญ้าหยากเยื่อก้อนเนี้อแห้งปลาแห้งตัวปลาสดเบี้ยชันหนังด้ายเขดจุกกะเทียม<ref>ต้นฉะบับ: จุกะเทียม แก้ตาม ก</ref> จุกหอมฃ่าขิงกล้วยท่อนอ้อย<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}</noinclude>
pc9ppvq7zu8wndgqupogk4sxq4ce8ft
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/284
250
36325
296853
296539
2026-09-22T12:57:04Z
Vesperstelo
11696
296853
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว|๒๘๐|วิวาทด่าตี}}
{{สต}}</noinclude>แลขี้ม้าขี้วัวขี้ควายขี้ช้างลูกไม้ใบไม้ทังกิ่งกะลาเชือกเถาวัลหวายฟาดตีทิ้งซัดท่านก็ดี แลจำท่านให้ตายด้วยฃื่อคาโซ่รตรวนก็ดี ผลักท่านให้กะทบหอกดาบมีตพร้าขวานสี่วแหลนเหลกหลาวเหลกฉมวกกตักมีบาทเจบก็ดี แลทำท่านให้จมน้ำก็ดี เอากสุนยิงท่านก็ดี หยิกด้วยเลบกัดด้วยฟันก็ดี ประการเท่านี้ให้ไหมเสมอศักดิไม้
{{ลปร1|กหน|28}}
๒๘ มาตราหนึ่ง วิวาทกันจับเอาไฟจุดน้ำร้อนรดสาดท่านก็ดี เอาทองคำเงินทองแดงสำริดทองเหลืองทองขาวสังกะสีดีบุกชันร้อน หอกดาบมีดพร้าขวานสี่วแหลนเหลกหลาวเหลกฉมวกอันมิได้คมมิได้แหลมฟันแทงท่าน ต้องเนิ้อหนังแตกพังบาทเจบก็ดี เอาปืนยิงท่านก็ดี ประการเท่านี้ให้ไหมเสมอศักดิเหลก ถ้าเอาหนังสือตีท่าน ให้ไหมเท่าเหลก เหดุทำให้เปนจันไรแก่ท่าน ถ้าเอาบาต {{ซบ|โขก|ตี}} {{ปก2}} ท่าน ให้ไหม ๒ เท่าเหลก อนึ่งเอาเหลกมีคมมีแหลมแลเครื่องสาตราวุธเปนไฟไปต้องไปตีฟันแทงท่าน ให้ไหม ๒ เท่าเหลก
{{ลปร1|กหน|29}}
๒๙ มาตราหนึ่ง วิวาทตีกันถูกที่สำคัญตายนั้นมี ๘ แห่ง คือตีถูกที่กำด้น ๑ ต้นฅอ ๑ จมูกหัก ๑ แสกหน้า ๑ เพรียงหู ๑ ปลายคาง ๑ ชายโครง ๑ ขากันไตร ๑ ฟันแทงกันถูกที่สำคัญตายนั้นมี ๘ แห่ง คือฅอ ๑ ฅอหอย ๑ ไหล่รวบ ๑{{วว}}<noinclude></noinclude>
mmdw3egbsy8emigupboad1k5w8igyf3
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/285
250
36326
296854
296541
2026-09-22T12:57:32Z
Vesperstelo
11696
296854
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว||วิวาทด่าตี|๒๘๑}}
{{สต}}</noinclude>รักแร้ ๑ ราวนม ๑ ทรวงอก ๑ พุง ๑ ไข่ดัน ๑ ถ้าตีกันด้วยไม้ตบองไม้คลีไม้ด้ำจอบไม้ด้ำขวานไม้ศอกแลสรรพไม้อันใหญ่ก็ดี ต้องที่สำคัญที่ตาย ให้เอาเปนตีตายด้วยเหลก ถ้าผิดที่สำคัญที่ตายแลตายนั้น ให้เอาเปนตีตายด้วยไม้ ต่ำนา ๔๐๐ ลงมาให้ไหมปลูกตัว แล้วให้เอาบันดาศักดิผู้ตายตั้งไหมโดยตีฟันแทงท่านตาย เปนสีนไหมกึ่งเปนพิไนยกึ่ง
{{ลปร1|กหน|30}}
๓๐ มาตราหนึ่ง วิวาทตีฟันแทงกันถูกหูขาดทังสองข้างก็ดี ตาบอดทังสองข้างก็ดี ข้อมือหักข้อแขนหักทังสองข้างก็ดี แข้งขาหักทังสองข้างก็ดี ลิ้นด้วนจมูกด้วนก็ดี ได้ชื่อว่าษาหัด ให้ไหมจัตุรคูน ถ้าขาดข้างหนึ่งวิ้นข้างหนึ้งลิ้นแหว่งก็ดี ได้ชื่อว่าษาหัด ให้ไหมตรีคูน ถ้าช้ำน่วมทังตัวลำบากปางตายก็ดี หนังตาขาดวิ้นจมูกขาดแหว่งก็ดี ให้ไหมทวีคูน ถ้าที่แจ้งเปนแผลเสียโฉม ให้ไหมทวีคูน ถ้าบาทเจบแตกที่ลับมิได้เปนที่แจ้งเสียโฉม ให้ไหมแต่ลาหนึ่ง
{{ลปร1|กหน|31}}
๓๑ มาตราหนึ่ง วิวาทชกตีฟันแทงถองถีบตบท่านถูก ให้ไหมโดยศักดิมือศักดิไม้ศักดิเหลก ถ้าชกตีฟันแทงถองถีบตบท่านผิดก็ดี แล่นหนีรอดก็ดี มีผู้ชิงได้ก็ดี ให้ไหมโดยชกตีฟันแทงถองถีบตบถูกตามพระราชกฤษฎีกาเดิม แล้วทำ ๔ ส่วน ยกเสียส่วน ๑ เอา ๓ ส่วน ถ้าเงือดเงื้อจะชก<noinclude></noinclude>
rarmayqdytur6nma1ifxel9nihu9s8x
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/286
250
36327
296855
296543
2026-09-22T12:58:35Z
Vesperstelo
11696
296855
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว|๒๘๒|วิวาทด่าตี}}
{{สต}}</noinclude>จะตีจะ {{ซบ|ถอง|ถีบ}} {{ปก2|2}} จฟันจแทงท่านไซ้ ให้ไหมกึ่งชกตีฟันแทงถูก ถ้าว่าแต่วาจาจชกจตีจ {{ซบ|ถอง|ถีบ}} {{ปก2|2}} จฟันแทงท่าน ให้ไหมกึ่งเบี้ยเงือดเงื้อ ถ้าฉุดคร่าผลักไสกัน ในลักษณวิวาทนั้นหาบาทแผลมิได้ ให้ไหมโดยเบี้ยบช้ำ
{{ลปร1|กหน|32}}
๓๒ มาตราหนึ่ง ผู้ใดวิวาทตีด่าฟันแทงสมณพราหมณพุทฒาจาริย แลบิดามานดาปู่ย่าตายายแห่งตน มีบาทเจบด้วยเหลกษาหัดไซ้ ให้เฆี่ยร ๓ ยก ทเวนบก ๓ วัน ทเวนเรือ ๓ วัน ตัดนิ้วมือเสียให้สิ้นนิ้วทัง ๒ ข้าง ให้ทำแพลอยมันเสียให้ปรากฎแก่ตาคนทังหลาย ถ้าตีเจบปวดด้วยไม้ษาหัดไซ้ ให้เฆี่ยร ๓ ยก ทเวนบก ๓ วัน ทเวนเรือ ๓ วัน ให้ตัดนิ้วมือขวาเสียจงสิ้นนิ้ว แล้วให้ทำแพลอยเสีย ถ้าตีเจบปวดด้วยมือษาหัดไซ้ ให้ปอกเลบมือเสียทังสิบนิ้ว จำไว้ ๖ เดือน แล้วเอาขึ้นขาหย่างประจาน ๓ วัน ให้ทวนด้วยลวดหนัง ๓๐ ที แล้วให้สักอกไว้ว่าตีพ่อตีแม่ ถ้าตีด้วยไม้เจบปวดมิได้ถึงษาหัด ให้ปอกเลบมือเสียทัง ๑๐ นิ้ว แล้วให้จำไว้ ๖ เดือน เอาขึ้นขาหย่างประจาน ๓ วัน แล้วให้ทวนด้วยลดหนัง ๓๐ ที ถ้าตีด้วยมือมิได้ถึงษาหัด ให้ปอกเลบเสีย ๕ นิ้ว จำไว้ ๓ เดือน แล้วทวนด้วยลวดหนัง ๒๕ ที ถ้าตายไซ้ ให้ฆ่ามันตกไปตามกัน
{{ลปร1|กหน|33}}
๓๓ มาตราหนึ่ง วิวาทด่าตีกันแลแก้ผ้านุ่งท่านเสียให้เปน<noinclude></noinclude>
6ndhnr3l42fjb9wos50hnuttnnqewwr
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/287
250
36333
296856
296545
2026-09-22T13:00:06Z
Vesperstelo
11696
296856
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว||วิวาทด่าตี|๒๘๓}}
{{สต}}</noinclude>ทุราจาน ถ้าหญิงสาวหาผัวมิได้ ให้ไหมผู้ทำเปนเบี้ย ๗๐๐๐๐ ทวีคูน ถ้าชายดุจหญิงสาวนั้น ถ้าแก้ผ้านุ่งหญิงม่าย ให้ไหมเปนเบี้ย ๘๐๐๐๐ ทวีคูน ถ้าหญิงนั้นมีผัว ให้ไหมเปนเบี้ย ๑๗๐๐๐๐ ทวีคูน เหตุมันทำทุราจารแก่ท่านให้ได้อาย ถ้าแลมีเจบปวดษาหัดด้วยไซ้ โทษอันใดหนัก ให้เอาแต่สิ่งหนึ่งตั้งไหมโดยพระราชกฤษฎีกา
{{ลปร1|กหน|34}}
๓๔ มาตราหนึ่ง วิวาทถุ้มเถียงกันด้วยเนิ้อความประการใด แลเอาตีนชี้หน้าท่าน ให้เอาเบี้ยบช้ำทำ ๓ ส่วน ยกส่วน ๑ ไหมสองส่วน ถ้าเอามือชี้หน้าท่าน ให้ไหมส่วน ๑ ยก ๒ ส่วน
กล่าวลักษณวิวาทชกตีฟันแทงให้ปรับไหมโดยสังเขปแต่เท่านี้
{{ลปร1|กหน|35}}
๓๕ มาตราหนึ่ง ผู้ใดมีบันดาศักดิแลหาบันดาศักดิมิได้ก็ดี แลมีผู้ใดด่าลับหลัง มิได้ยินแก่โสตประสาทตน แลมีผู้มาบอกเล่าไซ้ ท่านว่ามิควรให้ฟังถ้อยคำผู้บอกนั้นเอาเปนถ้อยเปนความเลย ถ้าเมื่อเฃาด่านั้นตนได้ยินไซ้ จึ่งควรให้เอาเปนถ้อยเปนความ ให้ร้องฟ้องกันได้ตามกฎหมาย
{{ลปร1|กหน|36}}
๓๖ มาตราหนึ่ง ด่าท่านว่าไอ้อี่ขี้ {{ซบ|ตรุ|เมา}} {{ปก2|2}} ขี้ {{ซบ|โขมย|ช่อ}} {{ปก2|2}}{{วว}}<noinclude></noinclude>
ol1yzi4dtkiyqw381lwb1b1brgis39n
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/288
250
36334
296894
296547
2026-09-23T09:04:55Z
Vesperstelo
11696
296894
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว|๒๘๔|วิวาทด่าตี}}
{{สต}}</noinclude>ขี้ {{ซบ|ฉกลัก|ลวงคนฃาย}} {{ปก2|2}} ขี้ {{ซบ|โซ่ขี้ตรวน|ขื่อขี้<ref>ต้นฉะบับ: ขื้อ แก้ตาม ก</ref> คา}} {{ปก2|2}} ขี้ {{ซบ|ถอง|ทุบ}} {{ปก2|2}} ขี้ {{ซบ3|ตบ|คุก|เค้า}} {{ปก2|3}} ขี้ {{ซบ|ประจานคนเสีย|ฃายคนกินทังโคด}} {{ปก2|2}} ขี้ {{ซบ3|ครอก|ข้า|ถ้อย}} {{ปก2|3}} แลด่าว่าไอ้อี่คน {{ซบ3|เสีย|กระยาจก|อัประหลัก}} {{ปก2|3}} คน {{ซบ|บ้า|ใบ้}} {{ปก2|2}} ก็ดี แลด่าว่า {{ซบ|ไอ้|อี่}} {{ปก2|2}} สับปลับ อี่มัก {{ซบ|ชู้|ผัว}} {{ปก2|2}} มึงทำชู้เหนือผัวกูก็ดี แลด่าท่านว่าอี่แสนหกแสนขี้จาบ อี่ {{ซบ|ดอกทอง|เยดซ้อน}} {{ปก2|2}} ก็ดี สรรพด่ากันแต่ตัวประการใด ๆ ท่านให้ปรับไหมโดยยศถาศักดิลาหนึ่ง ถ้าด่าถึงโคตเค้าเถ้าแก่ ให้ไหมทวีคูน
{{ลปร1|กหน|37}}
๓๗ มาตราหนึ่ง ด่าสบประมาทท่านให้ได้ความอายว่า มึงทำชู้ด้วยแม่มึง ๆ ทำชู้ด้วยพ่อมึง ๆ ทำชู้ด้วยลูกมึง ๆ ทำชู้ด้วยหลานมึง ถ้าเปนสัจดั่งมันด่า อย่าให้มีโทษแก่ผู้ด่านั้นเลย ให้ลงโทษแก่มันผู้ทำกระลีลามกนั้นโดยบทพระอายการ ถ้าพิจารณาเปนสัจว่ามันแกล้งด่าท่านให้ได้อาย ให้ไหมกึ่งค่าตัวตามกระเศียรอายุศม์ผู้ต้องด่า
อนึ่งด่าท่านว่า มึงเปนชู้กูก่อนมึงเปนข้ากูก่อนก็ดี พิจารณาเปนสัจว่ามันแกล้งด่าท่านให้ได้ความอายอดสูดั่งนั้น เปนสบประมาท ให้ไหมกึ่งค่า ถ้าจริ่งดุจมันด่าไซ้ ก็ให้ไหมกึ่งนั้นลงมาเล่า ถ้าด่าสิ่งอื่นเปรียบเทียบท่าน พิจารณาเปนสัจ{{วว}}<noinclude>{{สต}}
{{รกออ}}</noinclude>
ilxs66jvpv44qdk5otr99wipeyapoaf
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/289
250
36335
296895
296549
2026-09-23T09:05:38Z
Vesperstelo
11696
296895
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว||วิวาทด่าตี|๒๘๕}}
{{สต}}</noinclude>ท่านว่ามันด่าหมูประทามันด่าหมาประเทียบ ให้ไหมโดยเบี้ยค่าตัวเอาแต่กึ่งหนึ่ง
กล่าวลักษณวิวาทด่ากันให้ปรับไหมโดยสังเขปแต่เท่านี้
{{ลปร1|กหน|38}}
๓๘ มาตราหนึ่ง รุกไปด่าตีท่านก็ดี สองรุก {{ซบ|ด่า|ตี}} {{ปก2|2}} กันก็ดี ให้พิจารณาจงรู้ทางบกทางน้ำห้วยบางทางลุ่มดอนขี่ขอนไม้ขี่เรือขี่แพขี่ช้าง ผู้อยู่หัวมาท้าย ๆ มาหัว อยู่เรือขึ้นบก อยู่บกลงมาเรือ อยู่เรือลำหนึ่งค่ามไปเรือลำหนึ่งก็ดี ค่ามฟากคลองที่แดนตนไปถึงที่แดนบ้านเรือนท่านก็ดี แลอยู่เรือนทัพทึมแลบนต้นไม้ก็ดี ผู้อยู่ไต้ต้นไม้ขึ้นไปถึงบน ผู้อยู่บนลงมาถึงล่างก็ดี ปักกันปันแดนไว้ล่วงเข้าไปก็ดี อยู่เหนือน้ำลงมาไต้น้ำ อยู่ไต้น้ำขึ้นไปเหนือน้ำก็ดี ท่านว่าให้เอาเปนรุก
{{ลปร1|กหน|39}}
๓๙ มาตราหนึ่ง วิวาทร้องด่าเถียงกัน ผู้ใดออกไปจากที่แดนตนรุกเข้าไปถึงที่แดนท่านด่าตีกันไซ้ ท่านว่าผู้นั้นรุก ให้ไหมโดยพระราชกฤษฎีกา
{{ลปร1|กหน|40}}
๔๐ มาตราหนึ่ง วิวาทด่าตีกัน แลบันดานโกรธ ภาพวกผู้คนข้าไทพี่น้องพ้องพันธุญาติลูกหลานถือไม้ค้อนก้อนอิดดินแลเครื่องสรรพสาตราวุธรุกไป {{ซบ|ตีด่า|ฟันแทง}} {{ปก2|2}} ท่านถึง<noinclude></noinclude>
ha8fph2qo25x89hlniuhhvvpxy781zy
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/290
250
36336
296896
296551
2026-09-23T09:05:55Z
Vesperstelo
11696
296896
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว|๒๘๖|วิวาทด่าตี}}
{{สต}}</noinclude>ที่แดนที่บ้านที่เรือนท่าน เจ้าบ้านบาทเจบ ให้ไหมทวีคูน พวกไปด้วยมิได้ลงมือ ให้ไหมกึ่งต้นเหดุจงทุกคน ถ้าเจ้าบ้านตีผู้รุกนั้นบาทเจบไซ้ ให้ยกบาทเจบผู้รุกนั้นเสีย ถ้าเจ้าบ้านตีฟันแทงผู้รุกถึงตาย จเอาโทษเจ้าบ้านเจ้าเรือนนั้นมิได้ เพราะมันสำหาวธรนงศักดิรุกที่รุกแดนท่าน ๆ ว่าตายเสีย อย่าให้คนทังปวงดูเยี่ยงหย่างกัน
{{ลปร1|กหน|41}}
๔๑ มาตราหนึ่ง วิวาทด่าตีกัน แลมันคุมพักพวกก็ดี ผู้เดียวก็ดี รุกไปถึงที่แดนบ้านเรือนท่าน จด่าจตีฟันแทงท่าน แลไปยังมิได้ด่าตีฟันแทงท่าน ๆ ว่าให้ไหมมันลาหนึ่งเปนพิไนยหลวง
อนึ่งวิวาทด่าตีกัน แล้วต่างคนต่างมาเรือน ยังผูกใจโกรธคุมนุมโทษไว้วัน {{ซบ3|๑|๒|๓}} {{ปก2|3}} วันเดือนหนึ่ง จึ่งคุมพักพวกพี่น้องไป {{ซบ|ตี|ด่า}} {{ปก2|2}} ท่านเล่า ให้พิเคราะดูโทษ ให้ไหมทวีคูนตรีคูน
{{ลปร1|กหน|42}}
๔๒ มาตราหนึ่ง ญาติพี่น้องลูกหลานเผ่าพันธุอันเขาเปนงานเดียวกัน แลต่างคนต่างไปอยู่ต่าง {{ซบ|ที่|แดน}} {{ปก2|2}} ต่าง {{ซบ|บ้าน|เรือน}} {{ปก2|2}} รั้วคั่นกัน แลมีผู้ใดตีด่าฟันแทงมัน ๆ แล่นหนีเข้าไปผึ้งบ้านอื่นนั้น แลมันผู้ด่าผู้ตีนั้นตามเข้าไปด่าตีฟันแทงถึง<noinclude></noinclude>
0zc9v9e8cyhjomf0cy0qulx1zulctzg
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/291
250
36337
296897
296553
2026-09-23T09:06:13Z
Vesperstelo
11696
296897
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว||วิวาทด่าตี|๒๘๗}}
{{สต}}</noinclude>ในที่แดนที่บ้านนั้น ท่านว่าใช่บ้านใช่เรือนมันอยู่เอง จเอาเปนรุกมิได้ ถ้ามันหนีขึ้นไปถึงบนเรือนแล้ว ผู้ตีตามขึ้นไปตีฆ่าฟันแทงถึงบนเรือนดั่งนั้น ท่านว่ามันบังอาจ์ ให้เอาเปนรุก
{{ลปร1|กหน|43}}
๔๓ มาตราหนึ่ง ลักษณจลงโทษด้วยลวดหนังนั้น ถ้ามันลัก {{ซบ|ฟันแทง|ทรัพย}} {{ปก2|2}} แลรุกที่รุกแดนบ้านเรือนท่าน ว่าจะฟันจะแทงท่านก็ดี จึ่งให้ทวนด้วยลวดหนัง ถ้าวิวาทชะเลาะทุ่มเถียง ตีด่าฟันแทงกันบาดเจบก็ดี อย่าให้ลงโทษทวนแก่มันเลย เหตุว่าวิวาทกันเหมือนช้างต่องาควายต่อเขา ต่างคนต่างด่าตีฟันแทงต่อกัน จลงโทษทวนด้วยนั้นมิชอบ ท่านให้ไหมให้แก่กันแต่โดยบาดเจบโดยขนาด
{{ลปร1|กหน|44}}
๔๔ มาตราหนึ่ง ราษฎรทังหลายวิวาทตีด่าฟันแทงกันในรัถยาตรอกถนนมรคาตลาดพิสาน ในสระท่าน้ำศาลากลางไร่นาป่าสถานไพรแห่งใด ๆ ก็ดี ท่านมิให้ว่ารุกสักอันเลย เพราะแห่งนั้นใช่ที่บ้านเรือนตน ให้พระสุภาวดีพิภากษาคดีนั้นดู ถ้าแลจควรเอาเปนโทษ ให้เอาเปนสองด่าตีฟันแทงกัน
{{ลปร1|กหน|45}}
๔๕ มาตราหนึ่ง ทังสองวิวาทด่าตีฟันแทงกันในสถานที่ใด ๆ แล้วต่างคนต่างย่างตีนเดิรไปจากที่วิวาทจมาเรือน แลขีดหนทางเปนรูปงูเลื้อยปันเปนแดนไว้มิให้ล่วงแดนเข้ามา ถ้า<noinclude></noinclude>
bjuy7mjzx924m2o64nzshed8jwqth5n
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/292
250
36338
296898
296555
2026-09-23T09:06:51Z
Vesperstelo
11696
296898
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หว|๒๘๘|วิวาทด่าตี}}
{{สต}}</noinclude>ผู้หนึ่งกลับล่วงค่ามรอยขีดตามไปตีด่าฟันแทงกันก็ดี จเอาเปนรุกนั้นมิได้ เหตุใช่ที่ {{ซบ3|บ้าน|แดน|เรือน}} {{ปก2|3}} ตน ขีดรอยปันแดนเอาโดยใจนั้นไม่ชอบ
{{ลปร1|กหน|46}}
๔๖ มาตราหนึ่ง ผู้ใดอยู่บ้านอยู่เรือนในที่ทำเนเปล่าหารั้วกั้นเปนสำคัญมิได้ กำหนดเขดบ้านเขดเรือนไว้ให้รู้ดั่งนี้ คือให้หญิงสกันยืนตรงชายคาเรือนเอาน้ำสาดออกไป น้ำตกถึงไหน ชื่อว่าเขดเรือนถึงนั่น ถ้านอกจากเขดเรือนนั้นมีรั้ววงกั้นเพื่อจะป้องกันโคกระบือเข้าออกเพียงใด ๆ ชื่อว่าเขดบ้านผู้นั้นเพียงนั้น อนึ่งให้ชายสกันยืนขอกรั้วแลประตูรั้วทัง ๔ ทิศ ทิ้งดินไปตกถึงไหน ได้ชื่อว่าแดนบ้านถึงนั่น ถ้าราษฎรอยู่เรือนใกล้กันหารั้วกั้นมิได้ ก็ให้กระลาการพิจารณากำหนดเอาแต่ที่พ้นจากเรือนออกไปเปนของเจ้าเรือนเท่าใด ก็ให้เอาแต่เท่านั้นเปนแดน ถ้าผู้มีชื่อวิวาทกันมิได้รุกเข้าไปถึงในที่อันท่านกล่าวไว้นี้ จะเอาเปนรุกนั้นมิได้สักอันเลย
กล่าวลักษณมูลวิวาทกันจเอาเปนรุกได้มีได้โดยสังเขปแต่เท่านี้<noinclude></noinclude>
o4sw6dkq9lx7gm8wijoig70t9ryewnc
หน้า:Kot Mai 2450-04-15.djvu/7
250
45550
296841
285306
2026-09-22T12:33:17Z
Vesperstelo
11696
296841
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="4" user="Lucubratist" />{{หรก|7|ล=๒๕|น=๒๑๒|ว=๑ มิถุนายน ๑๒๗}}</noinclude>ไปให้แก่เจ้าพนักงาน เพื่อให้เจ้าพนักงานกระทำหรือละเว้นไม่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดในหน้าที่ เช่นนี้ท่านให้ถือว่าเปนการให้สินบน
{{กม|วล|๑๐}}ทรัพย์นั้น ท่านหมายความว่าบรรดาสิ่งของอันบุคคลสามารถมีกรรมสิทธิ์หรือถืออำนาจเปนเจ้าของได้ เปนต้นว่าเงินตรา แลบรรดาสิ่งของอันพึงเคลื่อนจากที่ได้ก็ดี แลเคลื่อนจากที่มิได้ก็ดี ท่านก็นับว่าเปนทรัพย์อันกล่าวมาในข้อนี้
{{กม|วล|๑๑}}ทางหลวงนั้น ท่านหมายความว่าบรรดาทางบกแลทางน้ำทั่วไปซึ่งใช้เปนทางสัญจรสำหรับสาธารณชน แลนับรวมตลอดถึงถนนหลวงด้วย
{{กม|วล|๑๒}}ถนนหลวงนั้น ท่านหมายความว่าที่หรือถนนแลทางบกต่าง ๆ ซึ่งสาธารณชนมีความชอบธรรมที่จะใช้เปนทางสัญจร แลนับรวมตลอดถึงทางรถไฟแลทางรถรางที่มีรถเดิรสำหรับให้คนโดยสานนั้นด้วย
{{กม|วล|๑๓}}ที่สาธารณสถานนั้น ท่านหมายความว่าบรรดาที่ต่าง ๆ จะเปนที่มีเคหสถานก็ดี หรือเปนที่ว่างเปล่าก็ดี ซึ่งสาธารณชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้
{{กม|วล|๑๔}}ที่อาศไรยนั้น ท่านหมายความว่าเคหสถานที่คนอยู่อาไศรย เช่นเรือน โรง เรือ แพ แลชุมรุม เปนต้น แลนับรวมตลอดถึงสิ่งที่อยู่ในบริเวณเกี่ยวเนื่องกับเคหสถานนั้นด้วย
{{กม|วล|๑๕}}สาตราวุธนั้น ท่านหมายความว่าเครื่องประหารอันสามารถจะใช้กระทำแก่ร่างกายให้แตกหักบุบฉลายได้ถึงสาหัส คือปืน ดาบ หอก แหลน หลาว มีด แลตระบอง เปนต้น
{{กม|วล|๑๖}}ที่เรียกว่าปสุสัตว์แลสัตว์พาหะนะนั้น ท่านหมายความตลอดถึงช้าง ม้า โค กระบือ ล่อ แพะ แกะ แลสุกรด้วย
{{กม|วล|๑๗}}จดหมายนั้น ท่านหมายความว่าเครื่องหมายแทนถ้อยคำหรือจำนวนเลข ไม่ว่าทำด้วยกิริยาที่ขีดเขียนจารึกหรือพิมพ์แลถ่ายด้วยวิธีอย่างใด ๆ เครื่องหมายเช่นว่ามานี้นับว่าจดหมาย
{{กม|วล|๑๘}}หนังสือนั้น ท่านหมายความว่าบรรดาจดหมายที่จะใช้เปนพยานแห่งถ้อยคำที่เขียนไว้ในนั้นได้
{{กม|วล|๑๙}}หนังสือราชการนั้น ท่านหมายความว่าบรรดาหนังสือที่เจ้าหน้าที่เรียบเรียงหรือรับว่าเปนของแท้ แลหมายความตลอดถึงหนังสือที่เจ้าหน้าที่รับว่าเปนสำเนาอันแท้จริงของหนังสือนั้น ๆ ด้วย
{{กม|วล|๒๐}}หนังสือสำคัญนั้น ท่านหมายความว่าบรรดาหนังสือซึ่งเปนสำคัญแก่การตั้งกรรมสิทธิ์หรือหนี้สิน แลบรรดาหนังสือที่เปนหลักถานแก่การเปลี่ยนแก้หรือเลิกล้างโอนกรรมสิทธิ์หรือหนี้สินทุกอย่าง
{{กม|วล|๒๑}}ลายมือนั้น ท่านหมายความทั้งที่ลงชื่อเปนตัวอักษรแลลงแกงไดลายนิ้วมือ<noinclude></noinclude>
7stcabl84tr7b7ms81rtm5arh3s6c8n
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/458
250
48361
296908
296437
2026-09-23T09:12:35Z
Vesperstelo
11696
296908
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หว|๔๕๔|อา{{ชญ|2}}าหลวง}}
{{สต}}</noinclude>ทุเลาท้วงติง ผู้พิจารณาหมีรับ ว่าหมีเปนทุเลา เมื่อเอามาพิจารณาพิภากษาได้ความว่าคู่ความทุเลาท้วงติงนั้นชอบ ให้ไหมผู้พิจารณาซึ่งหมีรับทุเลาเขานั้นเปนข้อเลมีดโดยยศถาศักดิ์
{{ลปร1|กหน|17}}
มาตราหนึ่ง ฝูงทวยราษฎรทังหลายตีด่ายื้อชักผลักใสกัน สิ่งสีนพรัดพรายตกหาย แลมาร้องฟ้อง ท่านให้พระสุภาวดีพิจารณาดู ถ้าสีนนั้นตกหาย จึ่งให้ผู้ยื้อชักใช้กึ่งหนึ่ง ถ้าสีนที่หายนั้นน้อย มันว่าหายมาก ท่านให้พิจารณาจงถ่องแท้ ได้เท่าใดให้เสียกึ่งหนึ่ง ถ้ามันหาสีนหมีได้ มันแกล้งกล่าวเทจ์ มันมักได้เท่าใด ให้มันเสียเท่านั้น ถ้าตกหายหาสหลักสำคัญหมีได้ จว่าดั่งหฤๅหมีได้เลย
{{ลปร1|กหน|18}}
มาตราหนึ่ง ผู้ใดปองร้ายท่าน ทำท่านหมีได้ จ้างคนอื่นให้ไปทำร้ายท่านด้วยประการสิ่งใด ๆ ก็ดี ท่านหมีตาย แต่ว่าลำบาก มีบาศแผล เสียโฉม ท่านให้ไหมเท่าตายด้วยศักดิ์เหลกชว
ศริยบทธรงชำระใหม่ ได้บทในอา{{ชญ|2}}าหลวง ๑๓๐ มาตราบท ในอา{{ชญ|2}}าหลวงราษ ๒๐ มาตรา เปน ๑๕๐ มาตราด้วยกันแต่เท่านี้<noinclude></noinclude>
di5w66i1ow5a5bw025cfmkms29f8erf
296909
296908
2026-09-23T09:12:49Z
Vesperstelo
11696
296909
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หว|๔๕๔|อา{{ชญ|2}}าหลวง}}
{{สต}}</noinclude>ทุเลาท้วงติง ผู้พิจารณาหมีรับ ว่าหมีเปนทุเลา เมื่อเอามาพิจารณาพิภากษาได้ความว่าคู่ความทุเลาท้วงติงนั้นชอบ ให้ไหมผู้พิจารณาซึ่งหมีรับทุเลาเขานั้นเปนข้อเลมีดโดยยศถาศักดิ์
{{ลปร1|กหน|17}}
มาตราหนึ่ง ฝูงทวยราษฎรทังหลายตีด่ายื้อชักผลักใสกัน สิ่งสีนพรัดพรายตกหาย แลมาร้องฟ้อง ท่านให้พระสุภาวดีพิจารณาดู ถ้าสีนนั้นตกหาย จึ่งให้ผู้ยื้อชักใช้กึ่งหนึ่ง ถ้าสีนที่หายนั้นน้อย มันว่าหายมาก ท่านให้พิจารณาจงถ่องแท้ ได้เท่าใดให้เสียกึ่งหนึ่ง ถ้ามันหาสีนหมีได้ มันแกล้งกล่าวเทจ์ มันมักได้เท่าใด ให้มันเสียเท่านั้น ถ้าตกหายหาสหลักสำคัญหมีได้ จว่าดั่งหฤๅหมีได้เลย
{{ลปร1|กหน|18}}
มาตราหนึ่ง ผู้ใดปองร้ายท่าน ทำท่านหมีได้ จ้างคนอื่นให้ไปทำร้ายท่านด้วยประการสิ่งใด ๆ ก็ดี ท่านหมีตาย แต่ว่าลำบาก มีบาศแผล เสียโฉม ท่านให้ไหมเท่าตายด้วยศักดิ์เหลก
ศริยบทธรงชำระใหม่ ได้บทในอา{{ชญ|2}}าหลวง ๑๓๐ มาตราบท ในอา{{ชญ|2}}าหลวงราษ ๒๐ มาตรา เปน ๑๕๐ มาตราด้วยกันแต่เท่านี้<noinclude></noinclude>
t92wlwexmrw6wozk2p5m02dtufii0nl
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/459
250
76917
296910
296439
2026-09-23T09:13:48Z
Vesperstelo
11696
296910
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" /></noinclude>{{ลปร1|ก|พระไอยการกระบดศึก|<ref>เขียนเป็น ๒ เล่ม เล่ม ๑ นี้พิมพ์ตามฉะบับหลวง L25.1 ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่ง คือ L251.x (ก)</ref>}}
แล้วทรงพระกรรุณาตรัสเหนือเกล้าฯ สั่งให้ค้นหาพระบาฬีทวะดึงษกรรมกร ๓๑ ประการนั้น ได้พระบาฬีว่า
ตเมนํ ภิกฺขเว ยโม ราชา เอวมาห อมฺโภ ปุริส น ตฺวํ อทฺทส มนุสฺเสสุ ราชาโน โจรํ อาคุํ จารึ คเหตฺวา วิวิธานิ กมฺมกรณานิ กโรนฺเต กสาหิ ปิ ตาเฬนฺเต เวตฺเตหิ ปิ<ref>ก: คำว่า ปิ ขาดไป</ref> ตาเฬนฺเต อทฺธทณฺฑเกหิ ปิ ตาเฬนฺเต หตฺถมฺปิ ฉินฺทนฺเต ปาทมฺปิ ฉินฺทนฺเต หตฺถปาทมฺปิ ฉินฺทนฺเต กณฺณมฺปิ ฉินฺทนฺเต นาสมฺปิ ฉินฺทนฺเต กณฺณนาสมฺปิ ฉินฺทนฺเต มุขมฺปิ ฉินฺทนฺเต พิลงฺคถาลกมฺปิ กโรนฺเต สํขมุณฺฑกมฺปิ<ref>ต้นฉะบับ: มูณฺฑกมฺปิ แก้ตาม ก</ref> กโรนฺเต ราหูมุขมฺปิ กโรนฺเต ปโชติมาลกมฺปิ กโรนฺเต หตฺถปโชติกมฺปิ กโรนฺเต เอรกวตฺติกถมฺปิ กโรนฺเต จิรกวาสิกมฺปิ กโรนฺเต เอเณยฺยกมฺปิ กโรนฺเต พฬิสมํสิกมฺปิ กโรนฺเต กหาปาณิกมฺปิ กโรนฺเต ขาราปฏิจฺฉกมฺปิ กโรนฺเต ปลิฆปริวตฺตกมฺปิ กโรนฺเต ปลาสปิถกมฺปิ กโรนฺเต ตตฺเตน ปิ เตเลน โอสิญฺจฺเต สุนเหขหิ ปิ ชาทาเปนฺเต ชิวนฺตฺมปิ สุเล{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
q1pozz22cmbi8v4gpjmgk5u3ohbt1i1
296911
296910
2026-09-23T09:14:09Z
Vesperstelo
11696
296911
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" /></noinclude>{{ลปร1|ก|พระไอยการกระบดศึก|<ref>เขียนเป็น ๒ เล่ม เล่ม ๑ นี้พิมพ์ตามฉะบับหลวง L25.1 ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่ง คือ L251.x (ก)</ref>}}
แล้วทรงพระกรรุณาตรัสเหนือเกล้าฯ สั่งให้ค้นหาพระบาฬีทวะดึงษกรรมกร ๓๒ ประการนั้น ได้พระบาฬีว่า
ตเมนํ ภิกฺขเว ยโม ราชา เอวมาห อมฺโภ ปุริส น ตฺวํ อทฺทส มนุสฺเสสุ ราชาโน โจรํ อาคุํ จารึ คเหตฺวา วิวิธานิ กมฺมกรณานิ กโรนฺเต กสาหิ ปิ ตาเฬนฺเต เวตฺเตหิ ปิ<ref>ก: คำว่า ปิ ขาดไป</ref> ตาเฬนฺเต อทฺธทณฺฑเกหิ ปิ ตาเฬนฺเต หตฺถมฺปิ ฉินฺทนฺเต ปาทมฺปิ ฉินฺทนฺเต หตฺถปาทมฺปิ ฉินฺทนฺเต กณฺณมฺปิ ฉินฺทนฺเต นาสมฺปิ ฉินฺทนฺเต กณฺณนาสมฺปิ ฉินฺทนฺเต มุขมฺปิ ฉินฺทนฺเต พิลงฺคถาลกมฺปิ กโรนฺเต สํขมุณฺฑกมฺปิ<ref>ต้นฉะบับ: มูณฺฑกมฺปิ แก้ตาม ก</ref> กโรนฺเต ราหูมุขมฺปิ กโรนฺเต ปโชติมาลกมฺปิ กโรนฺเต หตฺถปโชติกมฺปิ กโรนฺเต เอรกวตฺติกถมฺปิ กโรนฺเต จิรกวาสิกมฺปิ กโรนฺเต เอเณยฺยกมฺปิ กโรนฺเต พฬิสมํสิกมฺปิ กโรนฺเต กหาปาณิกมฺปิ กโรนฺเต ขาราปฏิจฺฉกมฺปิ กโรนฺเต ปลิฆปริวตฺตกมฺปิ กโรนฺเต ปลาสปิถกมฺปิ กโรนฺเต ตตฺเตน ปิ เตเลน โอสิญฺจฺเต สุนเหขหิ ปิ ชาทาเปนฺเต ชิวนฺตฺมปิ สุเล{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
3clradb8snfkdd6kjcbafvliibmbvo2
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/460
250
76918
296913
296441
2026-09-23T09:17:07Z
Vesperstelo
11696
296913
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๕๖|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>อุตฺตาเสนฺเตร อสินา ปิ สิสํ ฉินฺทนฺเต อุรํ ปิ ผาเลนฺเต สตฺติปฺปหารํ<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน สติปฺปหารํ</ref> กโรนฺเต สงฺคลิกาทีหิ ปญฺจหิ พนฺธเนหิ พนฺธิตฺวา พนธนาคารปฺปเวสนํ กโรนฺเต นาภิมฺปมาเณสุ อาวาเตสุ นิขณาเปตฺวา ปลาเสหิ ปฏิจฺฉาทาเปตฺวา อคฺคึ ทเปตฺวา จมฺมทฑฺฒกาเล<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน ทฒฺฒกาเล</ref> อยนงฺคเลหิ กสาเปตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ หิราหิรํ กโรนฺเต สรีรโต<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน สิริรโต</ref> ปิ ติกฺขเณเนว สตฺเถน ฆนฆนฏฺฐาเนสุ มํสํ อุปฺปาเฐตฺวา เตเลน ปกฺกํ อุทนํ อาโรเปตฺวา ปุเว วิย ปจฺจาเปตฺวา ตเมว ชาทาเปนฺเต
มีตำเนินเนื้อความตามในพระบาฬีว่า สมเดจ์บรมราชกระษัตรแต่ปางก่อนลงราชทัณแก่ผู้กระทำผิดเปน {{ซบ|อุกฤษฐ|คะรุ|ละหุ}} {{ปก2|3}} โทษต่าง ๆ กัน จึ่งมีพระราชโองการมาณพระบันทูลสุรสีหนาทดำรัสเหนือเกล้าฯ ว่า ประเพณีโบราณราชกระษัตรสืบมาย่อมกระทำทัณทาณุทัณทโทษ {{ซบ|น้อย|ใหญ่}} {{ปก2}} แก่คนอันกระทำโจรกรรมแลล่วงพระราชอา{{ชญ}}ากระทำทุจริต<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน ทุจริจ</ref> ผิดจากพระราชบรรญัติล่วงพระราชกำหนฎกฏหมาย ควรด้วย {{ซบ|อุกฤษฐ|มหัน|คะรุ|มฉิม|ละหุ}} {{ปก2|5}} โทษประการใด ก็ลง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
1zvkxnj7mts2eg1jo8m4ohc6a5g88mi
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/461
250
76919
296914
296443
2026-09-23T09:17:54Z
Vesperstelo
11696
296914
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๕๗|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>โทษตามทวะดึงษกรรมกร ๓๒ ประการดุจประเพณีโบราณราชกระษัตรสืบ ๆ มา ก็ให้ตราพระราชบัญญัติจัดโทษโดยควรแก่กรรมกร ผ่อนตามหนักแลเบาแก่นักโทษผู้กระทำทุจริต เปนพระราชกฤษฎีกาว่า แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ถ้าผู้ใดใจทนงองอาจ มักใหญ่ไฝ่สูงศักดิ์ คิดกระบถประทศร้ายต่อสมเดจ์พระพุทธิเจ้าอยู่หัว จะปลงพระองคลงจากเสวตรฉัตรก็ดี แลโจรคุมพักพวกถือสรรพสาตราวุทเข้าปล้นตีเมืองเผาจวนก็ดี ปล้นตีพระนครเผาพระราชนิเวศมนเทียรสถานวังคลังฉางก็ดี ปล้นตีอาวาศเผาพระอุโบสถแลสังฆาราม จับ {{ซบ|พระสงฆ|สามเณร}} {{ปก2|2}} แลกระหัถชาวบ้านมัดผูกฟันแทงลนด้วยคบเพลิงปิ้งย่างเอาแหลนหลาวเสียบร้อยกระทำกำมสาหัศเร่งรัดเอาทรัพยสิ่งของโดยทารุณทาระกำหยาบช้า<ref>ต้นฉะบับ: ข้า แก้ตาม ก</ref> ฆ่า {{ซบ|สมณ|สามเณร}} {{ปก2|2}} แลเจ้าทรัพยด้วยประการใดก็ดี ผู้ใดใจฉกรรจ์ฆ่า<ref>ต้นฉะบับ: ฆา แก้ตาม ก</ref> {{ซบ|บิดา|มารดา}} {{ปก2|2}} คณาญาติครูอุปัชฌาจารยตายก็ดี แลคนร้ายใจเปนมฤทฉาทิฐิเอา {{ซบ|องคพระพุทธรูป|พระสธรรม}} {{ปก2|2}} มาทุบตีเหยียบย่ำทำทุราจารการลามกประการใดก็ดี แลโจรลักทารกไปมิได้กลัวแก่บาปหยาบช้าสาหัศตัด {{ซบ|มือ|เท้า}} {{ปก2|2}} ตัดฅอทารกถอดเอากำไลแลเครื่องประดับก็ดี ท่านว่ามันจำพวกนี้เปนผู้ร้ายยิ่งโจร ให้ลงโทษกรรมกร ๒๑ สถาน ๆ หนึ่งคือให้ต่อยกระบานศีศะเลิกออกเสียแล้วเอาคิมคีบก้อน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
iyliaij144tvn93qxmesdkxzlqinasv
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/462
250
76993
296915
296445
2026-09-23T09:19:58Z
Vesperstelo
11696
296915
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๕๘|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>เหลกแดงใหญ่ใส่ลงให้มันสะหมองศีศะพลุ่งฟูขึ้นดั่งม่อเคี่ยวน้ำส้มพะอูม สถานหนึ่งคือให้ตัดแต่หนังจำระเบื้องหน้าถึงไพรปากเบื้องบนทังสองข้างเปนกำหนด ถึงหมวกหูทังสองข้างเปนกำหนด ถึงเกลียวฅอชายผมเบื้องหลังเปนกำหนด แล้วให้มุ่นกระหมวดผมเข้าทังสิ้น เอาท่อนไม้สอดเข้าข้างละคน โยกถอนคลอนสั่นเพิกหนังทังผมนั้นออกเสีย แล้วเอากรวดทรายหยาบขัดกระบานศีศะชำระให้ขาวเหมือนพรรณศรี<ref>ต้นฉะบับ: ศีร แก้ตาม ก</ref> สังข์ สถานหนึ่งคือให้เอาขอเกี่ยวปากให้อ้าไว้ แล้วตามประทีบไว้ในปาก ไนยหนึ่งเอาปากสิ่วอันคมนั้นแสะแหวะผ่าปากจนหมวกหูทังสองข้าง แล้วเอาฃอเกี่ยวให้อ้าปากไว้ให้โลหิตไหลออกเตมปาก สถานหนึ่งคือเอาผ้าชุ่มน้ำมันพันให้ทั่วกายแล้วเอาเพลิงจุด สถานหนึ่งคือให้เอาผ้าชุบน้ำมันพันนิ้วมือสิ้นทัง ๑๐ นิ้วแล้วเอาเพลิงจุด สถานหนึ่งคือเชือดเนื้อให้เปน {{ซบ|แร่ง|ริ้ว}} {{ปก2|2}} อย่าให้ขาด ให้เนื่องด้วยหนังตั้งแต่ใต้ฅอลงไปถึงข้อเท้า แล้วเอาเชือกผูกจำให้เดิรเหยียบย่ำริ้ว {{ซบ|เนื้อ|หนัง}} {{ปก2|2}} แห่งตน ให้ฉุดคร่าตีจำให้เดิรไปกว่าจะตาย สถานหนึ่งคือเชือดเนื้อให้เนื่องด้วยหนังเปน {{ซบ|แร่ง|ริ้ว}} {{ปก2|2}} แต่ใต้ฅอลงมาถึงเอว แล้วเชือดแต่เอวให้เปน {{ซบ|แร่ง|ริ้ว}} {{ปก2|2}} ลงมาถึงข้อเท้า กระทำเนื้อเบื้องบนนั้นให้เปนริ้วตกปกคลุมลงมาเหมือนนุ่งผ้าคากรอง สถานหนึ่งคือ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
ej4rduo0a38865urzxa3xl1ta74tvk3
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/463
250
76994
296916
296447
2026-09-23T09:20:13Z
Vesperstelo
11696
296916
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๕๙|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>เอาหว่งเหลกสวมข้อสอกทังสองข้างข้อเฃ่าทังสองข้างให้หมั้น แล้วเอาหลักเหลกสอดลงในวงเหลกแย่งขึงตรึงลงไว้กับแผ่นดินอย่าให้ไหวตัวได้ แล้วเอาเพลิงลนให้รอบตัวกว่าจะตาย สถานหนึ่งคือเอาเบดใหญ่มีคมสองข้างเกี่ยวทั่วกายเพิกหนังเนื้อแลเอน {{ซบ|น้อย|ใหญ่}} {{ปก2|2}} ให้หลุดขาดออกมากว่าจะตาย สถานหนึ่งคือให้เอามีดที่คมเชีอดเนื้อให้ตกออกมาจากกายแต่ทิละตำลึงกว่าจะสิ้นมังสะ สถานหนึ่งคือให้แล่สับฟันทั่วกาย แล้วเอาแปรงหวีชุบน้ำแสบกรีดครูดขุดเซาะหนังแลเนื้อแลเอน {{ซบ|น้อย|ใหญ่}} {{ปก2|2}} ให้ลอกออกมา<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า มา ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> ให้สิ้น ให้อยู่แต่ร่างกระดูก สถานหนึ่งคือให้นอนลงโดยข้าง ๆ หนึ่ง แล้วให้เอาหลาวเหลกตอกลงไปโดยช่องหูให้แน่นกับแผ่นดิน แล้วจับเท้าทังสองหันเวียนไปดังบุทคลทำบังเวียน สถานหนึ่งคือทำมิให้เนื้อพังหนังขาด เอาลูกศีลาบดทุบกระดูกให้แหลกย่อย แล้วรวบผมเข้าทังสิ้น ยกขึ้นหย่อนลงกระทำให้เนื้อเปนกองเปนลอม แล้วพับห่อเนื้อหนังกับทังกระดูกนั้นทอดวางไว้ ทำดั่งตั่งอันทำด้วยฟางซึ่งวางไว้เชดเท้า สถานหนึ่งคือเคี่ยวน้ำมันให้เดือดพลุ่งพล่านแล้วรดสาดลงมาแต่ศีศะกว่าจะตาย สถานหนึ่งคือให้กักขังสูนักขร้ายทังหลายไว้ให้อดอาหารหลายวันให้เตมหยาก แล้วปล่อยออกให้กัดทึ้งเนื้อหนังกินให้เหลือแต่ร่างกระดูกเปล่า สถานหนึ่งคือให้เอาขวายผ่าอกทัง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
1rp5ch6dikzbgn8yh905jc075tm3ciq
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/464
250
76995
296917
296449
2026-09-23T09:24:26Z
Vesperstelo
11696
296917
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๖๐|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>เปนแหกออกดั่งโครงเนื้อ สถานหนึ่งคือให้แทงด้วยหอกทีละน้อย ๆ กว่าจะตาย สถานหนึ่งคือให้ขุดหลุมฝังเพียงเอว แล้วเอาฟางปกลงคลอกด้วยเพลิงภอหนังไหม้ แล้วไถด้วยไถเหลกให้เปนท่อน {{ซบ|น้อย|ใหญ่}} {{ปก2|2}} เปนริ้ว {{ซบ|น้อย|ใหญ่}} {{ปก2|2}} สถานหนึ่งคือให้เชือดเนื้อล่ำออกทอดด้วยน้ำมันเหมือนทอดขนม ให้กินเนื้อตนเอง สถานหนึ่งคือให้ตีด้วยไม้ตะบอง {{ซบ|สั้น|ยาว}} {{ปก2|2}} เปนต้น สถานหนึ่งคือให้ทวนด้วยไม้หวายทังหนาม แลโทษทังนี้ควรด้วยสถานใดให้เอาแต่สถานหนึ่ง
ถ้าผู้ใดล่วงพระราชอา{{ชญ}}าพระราชบัญญัติแลพระราชกำหนฎบทพระไอยการกฎหมายประการใดกดี แลเปนโจรปล้นบ้านเรือนสะกดสะดมย่องเบาตีชิงล้วงลักสรรพโจรลักฉกทรัพยสิ่งของประการใด ๆ ก็ดี ท่านให้ลงโทษกรรมกร ๑๑ สถาน สถานหนึ่งคือให้ทวนด้วยหวาย สถานหนึ่งคือให้ตัดนิ้ว สถานหนึ่งคือให้ตัดเท้าทังสองข้าง สถานหนึ่งคือให้ตัด {{ซบ|มือสองข้าง|เท้าของข้าง}} {{ปก2|2}} สถานหนึ่งคือให้ตัดหูทังสองข้าง สถานหนึ่งคือให้ตัดจะหมูกเสีย สถานหนึ่งคือให้ตัด {{ซบ|หูทังสองข้าง|จะหมูก}} เสีย สถานหนึ่งคือให้ตัดปากแหวะปากเสีย สถานหนึ่งคือให้เสียบเปน สถานหนึ่งคือให้ตัดศีศะเสีย สถานหนึ่งคือให้จำห้าประการใส่คุกไว้ จะควรด้วยสถานโทษประการใดก็ให้ลงโทษโดยอา{{ชญ}}าอันมีในพระราชกฤษฎีกาแลพระราชกำหนดกฎหมายทังปวงอันสมเดจ์พระ<noinclude></noinclude>
e06ldwulidtwfjx9ukeh3qlpzj7dxk1
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/465
250
77296
296918
296451
2026-09-23T09:24:53Z
Vesperstelo
11696
296918
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๖๑|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>บรมราชกระษัตรบัญญัติไว้โดยไนยมาตราสืบ ๆ มานี้เถิด
กล่าวลักษณโทษทวะดึงษกรรมการ ๓๑ ประการยุติแต่เท่า<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า เท่า ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> นี้
จะกล่าวข้อความมูลคดีอันมีในคำภีรพระธรรมสาตรเกิดแต่ {{หนา|เอกุณตึง มูลวิวาท}} แจกออกโดยพระบาฬีว่า {{หนา|สงฺคามโทสา ปิ จราชทุฏฺโฐ}} คือผู้ต้องโทษในงานพระราชสงคราม แลผู้ประทุษร้ายต่อพระบาทสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตร อดิศรเดชเชษฐมาตยา มหาประชากรธิบดี ศรีวิสุทธิอุดมบรมนราธิเบศ พระพุทธิเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระเดชคุณานุภาพปกแผ่ไปเปนอันมากแก่หมู่วิมลมุขมาตยานราราชคามนิคมเขตประเทษอวสาณะอาณาจักร เปนหลักแก้วก่อกิจศุขทั่วทุกทวยราษฎรบริสา อุประมามหาจักรวาฬพิสาลศีขเรศ กันประเทษธรณี มิให้มีจุลาจล วิกลลายไหลเลื่อน<ref>ต้นฉะบับ: เลือน แก้ตาม ก</ref> ลงสู่มหาสมุทได้ สรรพสัตวอาไศรยเปนศุขทุกทิวาราตรีกาล ดั่งพิษฎารคุณสุนธเรศพิเศศอดุล ด้วยทรงพระราชอาณาจักรกำหนดตรา เพื่อกำลังพระเมตาเปนมหาบุพภาคบุเรจาริกไว้เปนพระโลกรรถจริย หวังให้ฉัมภิดตะโลมหังษชาติ มิให้ประมาทในหมู่พระคุณได้ จึ่งทรงพระราชบัญญัติจัดเปนบทมาตรา ชื่อว่าสาขคดี อันมีสืบ ๆ กันมาดั่งนี้
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
0tl6viduxrocmqijp117fojjgmvaavh
296919
296918
2026-09-23T09:25:11Z
Vesperstelo
11696
296919
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๖๑|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>บรมราชกระษัตรบัญญัติไว้โดยไนยมาตราสืบ ๆ มานี้เถิด
กล่าวลักษณโทษทวะดึงษกรรมการ ๓๑ ประการยุติแต่เท่า<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า เท่า ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> นี้
จะกล่าวข้อความมูลคดีอันมีในคำภีรพระธรรมสาตรเกิดแต่ {{หนา|เอกุณตึง มูลวิวาท}} แจกออกโดยพระบาฬีว่า {{หนา|สงฺคามโทสา ปิ จ ราชทุฏฺโฐ}} คือผู้ต้องโทษในงานพระราชสงคราม แลผู้ประทุษร้ายต่อพระบาทสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตร อดิศรเดชเชษฐมาตยา มหาประชากรธิบดี ศรีวิสุทธิอุดมบรมนราธิเบศ พระพุทธิเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระเดชคุณานุภาพปกแผ่ไปเปนอันมากแก่หมู่วิมลมุขมาตยานราราชคามนิคมเขตประเทษอวสาณะอาณาจักร เปนหลักแก้วก่อกิจศุขทั่วทุกทวยราษฎรบริสา อุประมามหาจักรวาฬพิสาลศีขเรศ กันประเทษธรณี มิให้มีจุลาจล วิกลลายไหลเลื่อน<ref>ต้นฉะบับ: เลือน แก้ตาม ก</ref> ลงสู่มหาสมุทได้ สรรพสัตวอาไศรยเปนศุขทุกทิวาราตรีกาล ดั่งพิษฎารคุณสุนธเรศพิเศศอดุล ด้วยทรงพระราชอาณาจักรกำหนดตรา เพื่อกำลังพระเมตาเปนมหาบุพภาคบุเรจาริกไว้เปนพระโลกรรถจริย หวังให้ฉัมภิดตะโลมหังษชาติ มิให้ประมาทในหมู่พระคุณได้ จึ่งทรงพระราชบัญญัติจัดเปนบทมาตรา ชื่อว่าสาขคดี อันมีสืบ ๆ กันมาดั่งนี้
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
pj4p0ri2o7qui5fsg67cdzk7g4rmnvp
296920
296919
2026-09-23T09:25:35Z
Vesperstelo
11696
296920
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๖๑|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>บรมราชกระษัตรบัญญัติไว้โดยไนยมาตราสืบ ๆ มานี้เถิด
กล่าวลักษณโทษทวะดึงษกรรมการ ๓๒ ประการยุติแต่เท่า<ref>ต้นฉะบับ: คำว่า เท่า ตกไป เพิ่มตาม ก</ref> นี้
จะกล่าวข้อความมูลคดีอันมีในคำภีรพระธรรมสาตรเกิดแต่ {{หนา|เอกุณตึง มูลวิวาท}} แจกออกโดยพระบาฬีว่า {{หนา|สงฺคามโทสา ปิ จ ราชทุฏฺโฐ}} คือผู้ต้องโทษในงานพระราชสงคราม แลผู้ประทุษร้ายต่อพระบาทสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตร อดิศรเดชเชษฐมาตยา มหาประชากรธิบดี ศรีวิสุทธิอุดมบรมนราธิเบศ พระพุทธิเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระเดชคุณานุภาพปกแผ่ไปเปนอันมากแก่หมู่วิมลมุขมาตยานราราชคามนิคมเขตประเทษอวสาณะอาณาจักร เปนหลักแก้วก่อกิจศุขทั่วทุกทวยราษฎรบริสา อุประมามหาจักรวาฬพิสาลศีขเรศ กันประเทษธรณี มิให้มีจุลาจล วิกลลายไหลเลื่อน<ref>ต้นฉะบับ: เลือน แก้ตาม ก</ref> ลงสู่มหาสมุทได้ สรรพสัตวอาไศรยเปนศุขทุกทิวาราตรีกาล ดั่งพิษฎารคุณสุนธเรศพิเศศอดุล ด้วยทรงพระราชอาณาจักรกำหนดตรา เพื่อกำลังพระเมตาเปนมหาบุพภาคบุเรจาริกไว้เปนพระโลกรรถจริย หวังให้ฉัมภิดตะโลมหังษชาติ มิให้ประมาทในหมู่พระคุณได้ จึ่งทรงพระราชบัญญัติจัดเปนบทมาตรา ชื่อว่าสาขคดี อันมีสืบ ๆ กันมาดั่งนี้
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
0kglm4y5aaruunoaw3396b687lq2kyt
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/466
250
77297
296922
296453
2026-09-23T09:26:20Z
Vesperstelo
11696
296922
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๖๒|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>ศุภมัศดุ ศักราช ๑๓๗๓ กุกกุฏสังวัจฉระเชษฐมาศกาลปักเขปัญจมีดฤษถีพุทธวารกาลบริเฉทกำหนฎ พระบาทสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรสิทธิสุนทธรธรรมเดชามหาสุริวงษองคบุรุษโสดมบรมมหาจักรพรรดิศรบวรธรรมฤกมหาราชาธิราชเจ้าผู้ทรงพระคุณอันมหาประเสริฐเสดจ์ออกณะพระธินั่งดิลกมาลามหาไพชนปราสาทรัตนากาษเบื้องบุรพาภิมุขพร้อมด้วยหมู่มุขมนตรีกระวีชาติราชเสวกากรมาตยามหาราชครูบโรหิตบัณฑิตยาจารยเฝ้าพระบาทสมเดจ์บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัว จึ่งมีพระราชโองการมาณพระบันทูลสุรสีหนาทดำรัสให้ตราพระราชบัญญัติเผดียงโฆษนาการแก่ชาวเจ้าเง่ายุพราชนาฏปิโยรสาพระภาคีไนยราชมาตยาภิมุขมนตรีกระวีราชกุญขุนหมื่น<ref>ต้นฉะบับ: หมืน แก้ตาม ก</ref> พันทนายฝ่าย {{ซบ|ทหาร|พลเรือน}} {{ปก2|2}} ไพร่ฟ้าข้าขอบขันทเสมาอาณาจักรสมสังกัดพันอันมีในพระราชอาณาเขตพระนครศรีอยุทธยามหาดิลกภพนพรัตนราชธานีบุรีรมยอุดมราชนิเวศอุตมังคมหาสถานตั้งแต่นี้สืบไปเบื้องหน้า
{{ลปร1|กหน|1}}
๑ มาตราหนึ่ง ผู้ใดใจใหญ่ไฝ่สูงศักดิ์ มันกระบถประทศร้าย จะต่ำพระองคลดลงจากกำภูฉัตร อนึ่งทำร้ายพระองคด้วยโหรายาพิศแลด้วยเครื่องสาตราสรรพยุทให้ถึงสิ้นพระชนม์ อนึ่งพระเจ้าอยู่หัวให้ผู้ใดไปรั้งเมืองครองเมือง แลมิได้เอาสุวรรณบุบผาแลภัทยาเข้ามาบังคมถวาย แลแขง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
lnsd5f1wkseau4mc2ctqny7gajiz5ri
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/467
250
77298
296924
296455
2026-09-23T09:27:40Z
Vesperstelo
11696
296924
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๖๓|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>เมือง อนึ่งผู้ใดเอาใจไปแผ่เผื่อข้าศึกศัตรู นัดแนะให้ยกเข้ามาเบียดเบียนพระนครขอบขันทเสมาธานีน้อยใหญ่ อนึ่งผู้ใดเอากิจการบ้านเมืองแลกำลังเมืองแจ้งให้ข้าศึกฟัง ถ้าผู้ใดกระทำดั่งกล่าวมานี้ โทษผู้นั้นเปนอุกฤษฐโทษ ๓ สถาน ๆ หนึ่งให้ริบราชบาทฆ่าเสียให้สิ้นทังโคต สถานหนึ่งให้ริบราชบาทฆ่าเสีย ๗ ชั่วโคต สถานหนึ่งให้ริบราชบาทแล้วให้ฆ่าเสีย โคตนั้นอย่าให้เลี้ยงสืบไปเลย เมื่อประหารชีวิตรนั้น ให้ประหารให้ได้ ๗ วันจึ่ง<ref>ก: จง</ref> ให้สิ้นชีวิตร เมื่อประหารนั้น อย่าให้โลหิตแลอาศภตกลงในแผ่นดิน ให้ใส่แพลอยเสียตามกระแสน้ำ แผ่นดินหนา ๒๔๐๐๐๐ โยชน ทรงพระเจ้าได้ถึง ๕ พระองค แลมิอาจทรงผู้อักตัญูหาความสัจมิได้นั้น
ถ้าบุคลกล่าวมานี้ถึงมีบำเหนจ์ความชอบเท่าใด ท่านมิให้เอาบำเหนจ์ความชอบมาปูนโทษเลย ถ้าผู้ใดผิดเปนมหันตโทษ ๆ ถึงตายนอกกว่ากล่าวนี้ ถ้ามี<ref name = "มิ">ต้นฉะบับ: มิ แก้ตาม ก</ref> บำเหนจ์ความชอบอยู่ ให้เอาบำเหนจ์ความชอบนั้นมาปูนโทษก่อน ถ้าโทษนั้นเปนมหันตโทษต้อง {{ซบ|อุกฤษฐ|ครุ|ลหุ}} {{ปก2|3}} โทษก็ดี ให้กรรุณาครั้ง {{ซบ|๑|๒}} {{ปก2|2}} ครั้งก่อนตามโทษ {{ซบ|หนัก|เบา}} {{ปก2|2}} นั้นเถิด
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
bjjz7wyutm87p6cba4vtj7hmaed551e
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/468
250
77299
296925
296457
2026-09-23T09:28:01Z
Vesperstelo
11696
296925
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๖๔|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|2}}
๒ มาตราหนึ่ง ผู้ใดรู้ว่าใคร่ ๆ ทำความร้ายในแผ่นดินด้วยประการใดใด ท่านให้ผู้รู้นั้นออกมาว่ากล่าวโดยคดีเสาวภาพตามเนื้อความอันรู้นั้น ท่านมิให้ทำบัดสนเท่ห์แขวนแลทิ้งไว้ในสถานสักอันเลย ถ้าผู้ใดทำ จับผู้นั้นได้ท่านให้ฆ่าเสีย ส่วนผู้ริให้แหวะปาก แลผู้เขียนนั้นให้ตัดมือเสีย ผู้รู้ด้วยท่านให้ทวนด้วยลวดหนัง ๒๕ ที
{{ลปร1|กหน|3}}
๓ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเหนบัดสนเท่ห์ใน {{ซบ|กระดาษ|ใบตาล|สมุท}} {{ปก2|3}} อันตกอยู่ในสถานใด ๆ ก็ดี ผู้ใดได้ ท่านให้ฉีกเสียในที่นั้น ท่านมิให้หยิบไปอ่านดู มิให้เอามาให้<ref>ก: คำว่า มาให้ ขาดไป</ref> ผู้อื่นอ่าน จะให้ตัดมือผู้เอามานั้นเสีย ถ้าผู้ใดหยิบมา ให้กุมเอาตัวมันผู้เอามานั้นจำไว้ ให้หาผู้ทำบัดสนเท่ห์นั้นจงได้ ถ้ามิได้ ให้จำมันไว้สามเดือน แลให้ทวนด้วยไม้หวาย ๕๐ ที เพราะว่าท่านมิให้เอามาสักอันเลย
{{ลปร1|กหน|4}}
๔ มาตราหนึ่ง ถ้าผู้ใดแลรู้เหนว่า ผู้ใดคิดกระบถด้วยประากรใดใด แลกระทำทุจริตผิดพระราชบัญญัติท่าน{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
p66pe6d2dgrepe9z6p9kk5myy8jr101
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/469
250
77300
296926
296459
2026-09-23T09:28:34Z
Vesperstelo
11696
296926
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๖๕|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>แลว่าจะเอาตัวรับรองยศแผ่นดินสมเดจบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวดั่งนั้น ให้ทำหนังสือฎีกาายื่นร่ำเรียนแก่สมุหนายกให้พิดทูลแก่พระเจ้าอยู่หัว คือว่าผู้นั้นมีคุณแก่แผ่นดิน มีบำเหนจ์แก่ราชการท่าน ๆ มิให้ทำหนังสือบัดสนเท่ห์ลอบลักทอดไว้ในสถานแห่งใดใด เพราะว่าพระราชกฤษฏีกาเดิมท่านห้าม แลผู้ใดมิได้ฟังพระราชบัญญัติดั่งนี้ บังอาจ์กระทำบัดสนเท่ห์ลอบลักทอดไว้ ท่านรู้ด้วยประการใดใดก็ดี ท่านให้ลงโทษโดยสาหัศ
{{ลปร1|กหน|5}}
๕ มาตราหนึ่ง เปนข้าพระเจ้าอยู่หัวเลี้ยงให้มียศถาศักดิ์ แลมันโมหะจิตรคิดใหญ่ใจใคร่ฝ่ายสูงศักดิ์ทำกระบถประทุศร้ายต่อรบพุ่งเมืองท่าน ทำดั่งนั้นท่านว่าโทษหนัก ให้ฆ่าเสียสิ้นทังโคต
{{ลปร1|กหน|6}}
๖ มาตราหนึ่ง นา ๑๐๐๐๐ ลงมาถึงนา ๘๐๐ รู้เหนว่าผู้ใดเปนกระบถก็ดี ญาติสมักพักพวกเปนกระบถทำความร้ายในแผ่นดินประการใด ๆ ก็ดี แลเหนชอบเข้าด้วยผู้กระบถ แลมิได้ว่ากล่าวพิดทูลแก่พระเจ้าอยู่หัว ผู้นั้นเปนกระบถด้วย
{{ลปร1|กหน|7}}
๗ มาตราหนึ่ง เจ้าเมืองทังหลายอันอยู่ในพระราช<noinclude></noinclude>
6z3mkebw28wd2arrei8ydxhdi8738mq
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/470
250
77301
296927
296461
2026-09-23T09:32:35Z
Vesperstelo
11696
296927
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๖๖|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>เสมาอณาเขต เปนข้าพระเจ้าอยู่หัวในแว่นแคว้นอันขึ้นแก่กรุงศรีอยุทธยาเมืองใหญ่น้อย ให้เจ้าเมืองหานายผู้จะเปนหมื่น {{ซบ|แพ่ง|นครบาล}} {{ปก2|2}} หมื่น {{ซบ|วัง|คลัง|นา}} {{ปก2|3}} ให้รักษาเมืองท่าน อย่าให้เกิดอุบัด
อนึ่งให้ตั้งหมื่น {{ซบ|ด่าน|แขว}} {{ปก2|2}} ตั้งนายขนอนคอยด่านทางให้หมั้น ดูจงพ้นแดนโดยรอบอย่าให้ข้าศึกสัตรูเข้ามาแปลกปลอม ถ้าพบข้าศึกสัตรูมากเหนซ้ำเติมเข้ามา ให้เร่งขับครัวเข้าเมือง หับประตูเมืองอยู่ถ้าพระเจ้าอยู่หัว ให้แต่งพลทหารสอดแนม<ref>ต้นฉะบับ: แนบ แก้ตาม ก</ref> ดูเอาทางข้าศึกจงได้ แม้นข้าศึกถอยไป ให้ตามจงพ้นแดน จะมีบำเหนจ์แก่เจ้าเมือง
{{ลปร1|กหน|8}}
๘ มาตราหนึ่ง หัวเมืองเสมอกันรักกัน แลเจ้าเมืองหนึ่งไปหาเจ้าเมืองหนึ่ง ให้มีโทษสามประการ
อนึ่งถ้าข้าศึกมีมา ให้ท้าวพญาลูกขุนมนตรีมุขนั่งประชุมณะศาลากลาง ผู้ใดมิได้มา<ref>ต้นฉะบับ: ผู้ใด้มิได้มา ก: ผู้ใดมีมา</ref> เปนโทษกระบถ ให้ปรับตามโทษ
{{ลปร1|กหน|9}}
๙ มาตราหนึ่ง เมือง {{ซบ|ปากใต้|ฝ่ายเหนือ}} {{ปก2|2}} ซึ่งขึ้นแก่กรุงเทพมหานคร<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
8a77b978vbwmck1lats8m297t5xy51f
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/471
250
77302
296928
296463
2026-09-23T09:32:59Z
Vesperstelo
11696
296928
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๖๗|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>ให้มาอ่อนน้อมนำดอกไม้ทองเงินเครื่องราชบรรณาการมาถวายตามราชประเพณีแต่ก่อน ถ้าเมืองใดมิได้กระทำตามประเพณี แขงบ้านเมืองไว้ให้เปนจุลาจลในแผ่นดินท่านไซ้ ท่านว่าโทษถึงตาย
{{ลปร1|กหน|10}}
๑๐ มาตราหนึ่ง ราชสัตรูแปลกปลอมเข้ามาในขอบขันทเสมาก็ดี แลมันคิดทนงองอาจ์ทำร้ายให้เปนจุลาจลในแผ่นดินท่านก็ดี แลชาวประเทษต่างเมืองเข้ามาอยู่ในขอบขันทเสมาแล้ว แลมันคิดร้ายแก่แผ่นดินท่านก็ดี แลข้าศึกต่างประเทศมันทำกลอุบายคิดร้ายแก่แผ่นดิน แลมันมิได้เกรงกลัวแปลงปลอมเข้าไปในพระราชวัง แลไปถึงพลับพลาหน้าพลานฉานคลี แลเข้าไปถึงท้องพระโรงมุขบานพระแกล แลไปที่สถานแห่งใด ๆ ก็ดี แลจับได้มันผู้ทนงองอาจ์แปลกปลอมเข้าไปนั้น ให้ถามเอาถ้อยคำมันจงถ่องแท้ แลให้เอาตัวมันผู้แปลกปลอมเข้ามานั้นลงโทษ ๓ สถาน แลซึ่งผู้รู้เหนคิดอ่านว่าชอบเข้าด้วยมันนั้น ให้สับแลเถือเนื้อ แล้วให้ฆ่าเสีย ให้ริบเอาทรัพยสิ่งสีนมันผู้ทำจุลาจลในแผ่นดินเข้าพระคลังหลวงจงสิ้น
{{ลปร1|กหน|11}}
๑๑ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเปนข้าพระเจ้าอยู่หัว ๆ ชุบย้อมตั้งแต่งเปนพยาพระหลวงขุนหมื่น ท่านให้ผู้นั้นมีน้ำใจสาพิภักซื่อตรงต่อพระเจ้าอยู่หัว ท่านมิให้เอาใจออกหากจากพระ<noinclude></noinclude>
iml5atubv9dwsi4clm04yisjm6ds82f
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/472
250
77303
296929
296465
2026-09-23T09:33:21Z
Vesperstelo
11696
296929
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๖๘|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>เจ้าอยู่หัว ท่านให้ผู้นั้นเอาใจใส่ดูผิดแลชอบการงานพระราชวังทังปวง ให้รักษาพระเจ้าอยู่หัวจงคำนับ ถ้าแลประเทษใด ๆ จะเข้ามาทำจุลาจล ให้ผู้นั้นกะเกนผู้คนบ่าว<ref>ต้นฉะบับ: บาว แก้ตาม ก</ref> ไพร่ขอบขันทเสมานั้น ให้มารักษาพระเจ้าอยู่หัวให้ต่อรบด้วยราชสัตรูให้มีไชยชำนะแก่ราชสัตรูจงได้ แล้วให้เอาใจดูหูใส่ตรวจตราดูผู้คนซึ่งจะเข้ามาสัพประหยุดด้วยราชสัตรูนั้น ถ้าเหนว่าผู้ใดมิได้ซื่อตรงต่อพระเจ้าอยู่หัว มันแนะนำให้ข้าศึกปลอมเข้ามาถึงกรุงก็ดี มันคิดร้ายด้วยประการใด ๆ ก็ดี รู้แล้วให้เอาเนื้อความกราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัวให้แจ้ง ห้ามมิให้เปนใจด้วยคนผิด ถ้าผู้ใดมีความชอบในแผ่นดิน ฃอให้ตั้งแต่งพระราชทานยศถาศักดิ์แก่ผู้นั้นโดยสมควร
{{ลปร1|กหน|12}}
๑๒ มาตราหนึ่ง ผู้ใด<ref name = "ผู้ใด">ต้นฉะบับ: ผู้ใด้ แก้ตาม ก</ref> เปนข้าพระเจ้าอยู่หัว ๆ ทรงพระเมตาพระราชทานเงินทองเสื้อผ้าชุบย้อมตกแต่งเปนถึงขุนหมื่น ครั้นอยู่มาเกิดจุลาจลมีราชสัตรูเข้ามารบเอาบ้านเมือง แลมันผู้ซึ่งท่านตั้งแต่งเปนขุนหมื่นนั้นมิได้คิดถึงคุณซึ่งท่านชุบย้อม คิดกระบถชักภาแนะนำราชสัตรูเข้ามาถึงพระนครให้รบเอาบ้านเมืองของพระเจ้าอยู่หัว สืบสวนเปนสัจ ท่านให้ลงโทษโดยมันคิดร้าย
{{ลปร1|กหน|13}}
๑๓ มาตราหนึ่ง ข้าศึกต่างประเทษเข้ามาปลอมบ้าน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
c3f1u5ywhjotumo8233bt2g596yu9gv
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/473
250
77306
296930
296467
2026-09-23T09:34:05Z
Vesperstelo
11696
296930
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๖๙|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>ปลอมเมืองท่าน แลผู้ใด ๆ ให้เข้ามาอยู่อาไศรยใน {{ซบ|บ้าน|เรือน}} {{ปก2|2}} ตน ท่านรู้ด้วยประการใดแลเปนสัจ ท่านให้ลงโทษแก่ผู้ให้ข้าศึกอาไศรยนั้นถึงสิ้นชิวิตร ส่วนเพื่อนรู้เหนมิได้บอกกล่าวพิดทูล ให้ฆ่าเสียด้วย ส่วนคนผู้ปลอม ให้สืบเอาพวกเพื่อนแล้วให้ฆ่าเสีย
{{ลปร1|กหน|14}}
๑๔ มาตราหนึ่ง ผู้ใดพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่งให้มียศถาศักดิ์ แลเปนนายหมวดนายกองทแกล้วทหารไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน มีการณะรงสงครามมิได้อยู่ช่วยราชการ ภาครอบครัวอพยบหนีไปเข้าด้วยข้าศึกแลไปซุ่มซ่อนอยู่ป่าดง ท่านว่าเปนกระบถ ให้ฆ่าเสียสิ้นทังโคติ อย่าให้ดูเยี่ยงหย่างกันต่อไป
{{ลปร1|กหน|15}}
จุลศักราช ๗๙๖ ฉ้อศกนักสัตวพยัฆสังวัจฉระไพสาขมาศศุกะปักษยอรรถมีดฤษถีระวิวารกาลบริเฉทกำหนด พระบาทสมเดจ์พระบรมไตรโลกนารถนายกดิลกผู้เปนเจ้าเกล้าภูวมลทณสกลอาณาจักรอัคบุริโสดมบรมสวรรยาธิปไตยมไหยสุริยวงษบรมหงษวิสุทธิพุทธางกูรบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวเสดจ์ออกพระธินั่งเบญจรัตนมหาปราสาทสุริโยภาษวราโดยบูรรพาภิมุขเถลิงอาศน์ จึ่งมีพระราชโองการมาณพระบัณทูลสุรสิหนาทตราพระราชบัญญัติแก่ชาวเจ้าเหง้ายุพราชนาฏปิโยรสาภาคีไนยนัดามาตยาภิมุขมนตรีกระวิชาติราช<noinclude></noinclude>
qgzwl51kbfy6da1hz6m3nflbvl1admk
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/474
250
77307
296931
296469
2026-09-23T09:34:26Z
Vesperstelo
11696
296931
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๗๐|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>นิกุญเมืองขุนหมื่นสมสังกัดพันอันมีในขอบขันทเสมาอาณาเขตแว่นแคว้นแดนพระนครทวาราวะดีศรีอยุทธยามหาดิลกภพนพรัตนราชธานีว่า แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า
ถ้าเสดจ์โดยพยู่หบาตรยาตราทับไปการณรงสงครามนั้น ให้ยุกระบัตทับแลปีก {{ซบ|ซ้าย|ขวา}} {{ปก2}} ถืออา{{ชญ}}าต้อนพลทังปวง แลให้นายกองยุกกระบัดเกียกกายกองหน้าหลังปีก {{ซบ|ซ้าย|ขวา}} {{ปก2}} แต่งขุนหมื่นต้อนพลจงทุกกอง แลให้แต่งลูกหลานอันไว้ใจได้นั้นต้อน<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน ด้อน</ref> พลทังปวงหลังยุกรบัดเปนขนัด
{{ลปร1|กหน|16}}
อนึ่งแลให้แต่งองครักษอันบันดาได้ประจำทับไว้ด้วยยุกรบัดในปีก {{ซบ|ซ้าย|ขวา}} {{ปก2}} นั้น แลให้กฎหมายให้แก่ยุกรบัดในปีก {{ซบ|ซ้าย|ขวา}} {{ปก2}} แลขุนหมื่นบันดาถืออา{{ชญ}}าสิทต้อนพลทังปวงโดยพนักงาน ถ้าผู้ใดต่อรบด้วยราชสัตรู มิฟังบังคับ ย่อท้อในที่รบ ฝั้นเฟือนจากกระบวนทับประการใด ถ้ามีบันดาศักดิ์แต่นา ๘๐๐ ลงมาถึงไพร่ไซ้ โทษหนักเท่าใด ให้ลงโทษโดยโทษานุโทษนั้น ถ้าบันดาศักดิ์นา ๑๐๐๐ หนึ่งขึ้นไป ให้กุมเอาตัวไปส่งแก่นายกองยุกรบัดเกียกกายให้ลงโทษโดยโทษานุโทษนั้น แลให้เกียกกายบันดาถืออา{{ชญ}}าต้อนพลกฏหมายเอาโทษนั้นไปบอกแก่นายกองแลยุกระบัดเกียกกายให้พิจารณาโดยโทษ แลเมื่อยุกระบัดแลขุนหมื่นจะลงโทษผู้ฝั้นเฟือนในกลางสงครามนั้น{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
3aam4cm4edlwnz1z7e0s6lmdbyp94fv
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/475
250
77308
296932
296471
2026-09-23T09:35:03Z
Vesperstelo
11696
296932
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๗๑|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>ถ้าแลฝั้นเฟือนลงมาถึงช้างม้านายกอง ให้ลงโทษจงหนัก เร่งต้อนเข้าให้รบ ถ้าแลถอยหลังลงมาจากนายทับนายกอง ให้ลงโทษถึงสิ้นชีวิตร
{{ลปร1|กหน|17}}
อนึ่งนายกองได้ชนช้างแลได้ตลุมบอน ลูกกองทังปวงมิได้ตลุมบอนด้วย ให้ลงโทษจงหนัก แลให้ต้อนเข้ารบ ถ้าแลฝั้นเฟือนลงมาจากกระบวน แลละนายทับนายกองให้เปนอันตะราย<ref>ต้นฉะบับ: อันตะร้าย แก้ตาม ก</ref> ให้ลงโทษถึงสิ้นชีวิตร
{{ลปร1|กหน|18}}
อนึ่งถ้าพญาแลพระหลวงขุนหมื่นผู้บันดาได้ชนช้างได้ตลุมบอน แลขุนหมื่นผู้คุมพลแลนายสิบมิได้ประจันบานมิได้ตะลุมบอนด้วย ให้ลงโทษจงหนัก แลให้ต้อนเข้ารบ ถ้าแลฝั้น<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน ฝั่น</ref> เฟือนลงมาจากท้าวพญาพระหลวงเมืองขุนหมื่นก็ดี ละให้เปนอันราย<ref>ก: อันร้าย</ref> ให้ลงโทษแก่ผู้นั้นถึงสิ้นชิวิตร
{{ลปร1|กหน|19}}
อนึ่งถ้าแลพญาพระหลวงขุนหมื่นผู้บันดาขี่ช้างแลได้ชนช้างได้ตะลุมบอน แลขุนหมื่นผู้คุมพลแลนายร้อยนายสิบมิได้ประจันบานมิได้ตะลุมบอนด้วย ให้ลงโทษจงหนัก แล้วให้ต้อนเข้ารบ ถ้าแลฝั้นเฟือนลงมาจากท้าวพญาพระหลวงขุนหมื่น แลให้เปนอันตะราย ให้ลงโทษถึงสิ้นชีวิตร
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
p0nor1w421epin5rfdut5e7svyqaeop
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/476
250
77341
296933
296473
2026-09-23T09:35:44Z
Vesperstelo
11696
296933
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๗๒|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|20}}
แลเมื่อขุนหมื่นผู้ถืออา{{ชญ}}าต้อนพลทังปวงจะลงโทษแก่ผู้เลมิดพระราชอา{{ชญ}}าในการพระราชสงครามนั้น ถ้าแลโทษนั้นหนักแลจะถึงสิ้นชีวิตร ให้ยุกระบัตลงโทษโดยโทษานุโทษ ถ้าแลเมื่อได้รบด้วยราชสัตรู ผู้ใดได้ชนช้างใด้ตะลุมบอนแลมี<ref name = "มิ"/> บำเหนจ์บำนานก็ดี เปนใจอาษาราชการด้วยใจษาพิภักก็ดี แลมิได้เปนใจอาษาราชการแลย่อท้อในการราชสงครามด้วยประการใด แลจะลงโทษหนักก็ดี ถึงสิ้นชีวิตรกดี ให้ยุกระบัดแลลูกหลานนายกองยุกระบัดเกียกกายกฏหมายเอาบำเหนจ์แลโทษแลชื่อผู้เลมิดพระราชอา{{ชญ}}าในพระราชสงครามจงหมั้น<ref>ต้นฉะบับ: หมัน แก้ตาม ก</ref> คงโดยพนักงาน ครั้นเสรจ์การแล้ว ให้เอามาว่าแก่นายกองแลยุกระบัดเกียกกายโดยบำเหนจ์แลโทษนั้น ครั้นแลราชสัตรูแตกฉานพ่ายแพ้แล้วไซ้ ให้ติดตามเอานายกองนายทับแลพลจงได้
{{ลปร1|กหน|21}}
อนึ่งมีภูผาป่าดงพงเขาแลจะดาช้างม้าริ้พลเปนขบวนโดยมีพระราชกำหนฏนั้นมิได้ ให้เอาภูมสถานเปนประมาณ แลให้ผ่อนปรนดา<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน ด่า</ref> ช้างม้าพลตามควรด้วยภูมสถานนั้น
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
hqmaqxttt8yv2c82lq5fnudbqonu4gr
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/477
250
77342
296934
296475
2026-09-23T09:36:19Z
Vesperstelo
11696
296934
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๗๓|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|22}}
อนึ่งถ้าราชสัตรูตั้งค่ายแลขุดคูอยู่เปนอันมั่นคง ให้นายกองแลยุกระบัดเกียกกายกองหน้าหลักปีก {{ซบ|ซ้าย|ขวา}} {{ปก2}} แลท้าวพญาพระหลวงหัวเมืองทังปวงพิภากษาเอาการนั้นเปนประมาณ ให้ตกแต่งโดยการนั้น ถ้าแลเหนควรที่จะตีทับข้าศึกให้แตกฉานในกลางคืนนั้นได้ ก็ให้ตีทับข้าศึกให้แตกฉานในกลางคืนนั้นจงได้ แล้วให้ส่งข่าวอย่าให้ขาด
{{ลปร1|กหน|23}}
อนึ่งถ้าแลจะเกนเอาคนไปจ่ายเท่าใด เมื่อทำออกเศดมากน้อยเท่าใด ให้เรียกเอาแก่ยุกระบัดให้ครบตามเกน
{{ลปร1|กหน|24}}
อนึ่งยกไปรบข้าศึกก็ดี ข้าศึกยกมาเอาเมืองก็ดี แลท้าวพญาหัวเมืองขุนหมื่นมนตรีมุขเสนาอำมาตยราชโยธานายทับนายกองกอง {{ซบ|หน้า|หลัง}} {{ปก2}} {{ซบ|ร้อย|พัน|หมื่น<ref>ต้นฉะบับ: หมืน แก้ตาม ก</ref>|แสน}} {{ปก2|4}} แลยก {{ซบ|ช้าง|ม้า}} {{ปก2}} ดั้งดาบเสโลปืนไฟน่าไม้ธนูหอกทวนยกไปต่อยุทด้วยราชสัตรู ยังมิทันได้รบ ถอยออกมาชั่วตัวช้างหนึ่ง ให้ใส่ตรุไว้ ถ้าผู้ใดถอยออกมาสองชั่วตัวช้าง ให้เอาตัวลงหญ้าช้าง ถอยออกมาสามชั่วตัวช้าง ให้ตะเวนแล้วให้ตัดศีศะตัดเท้าเสียบไว้หน้าทับ
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
9egmblafi123o5hpjwu8gwfck5e7wx9
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/478
250
77343
296935
296477
2026-09-23T09:36:46Z
Vesperstelo
11696
296935
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๗๔|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>อนึ่งถ้าตัวยุทด้วยราชสัตรูอยู่ ผู้ใด<ref name = "ผู้ใด"/> ถอยออกมาชั่วตัวช้างหนึ่ง ให้ลงโทษทะเวน แล้วให้ตัดตีนสีสะเสียบไว้หน้าทับ
{{ลปร1|กหน|25}}
อนึ่งผู้ใดอยู่ใน {{ซบ|ทับ|ศึก}} {{ปก2}} มิได้รักษาช้างม้าไว้ให้หมั้นคงให้ลุ่ยหลุดจากหลักแหล่ง ให้ทะเวนรอบทับ แล้วตัดเท้าตัดศีศะเสียบไว้
{{ลปร1|กหน|26}}
อนึ่งผู้ใดอยู่ทับศึกประทำน่าที่ ให้ข้าศึกปลอมเข้ามาได้ ให้ลงโทษทะเวนรอบทับ ตัด {{ซบ|เท้า|ศีศะ}} {{ปก2}} เสียบไว้
{{ลปร1|กหน|27}}
อนึ่งผู้ใดอยู่น่าที่<ref>ต้นฉะบับ: ที แก้ตาม ก</ref> ให้ข้าศึกฝ่าค่ายเข้ามาได้ ให้ทะเวนรอบทับ ให้ตัด {{ซบ|เท้า|ศีศะ}} {{ปก2}} เสียบไว้
{{ลปร1|กหน|28}}
อนึ่งผู้ใดอยู่กองแลซัดกองเสีย ให้ทะเวนรอบทับ ให้ตัด {{ซบ|ศีศะ|เท้า}} {{ปก2}} เสียบไว้
{{ลปร1|กหน|29}}
อนึ่งผู้ใดอยู่นอนน่าที่ในกอง {{ซบ|ทับ|ศึก}} {{ปก2}} ให้ไฟไหม้ค่าย ให้ลงโทษทะเวนรอบทับ ตัดศีศะเสียบไว้
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
degf6cmsz1k9ujf7mtw4xjdtnhupkck
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/479
250
77344
296937
296479
2026-09-23T09:37:31Z
Vesperstelo
11696
296937
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๗๕|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|30}}
อนึ่งผู้ใดนอนน่าที่ก็ดี นอนค่ายก็ดี แลสัศดีมหาดไทกระลาโหมไปตรวจแลนอนหลับอยู่ ให้เอาหอกร้อยขาประจาน
{{ลปร1|กหน|31}}
อนึ่งผู้ใดทำให้ผู้คนช้างม้าท่านตื่น<ref>ต้นฉะบับ: ดื่น แก้ตาม ก</ref> จากหลักแหล่ง ให้ทะเวน ตัดศีศะเสียบไว้หน้าทับ
{{ลปร1|กหน|32}}
อนึ่งทับศึกกระบวนเรีอยกเข้าไปต่อยุทด้วยราชสัตรูอยู่ ถ้าถอยเรือออกมาชั่วลำเรือหนึ่ง ให้ลงโทษทะเวน แล้วให้ตัด {{ซบ|ศีศะ|เท้า}} {{ปก2}} เสียบไว้
{{ลปร1|กหน|33}}
อนึ่งทับศึกกระบวนเรือยกเข้าไปจะต่อยุทด้วยราชสัตรู ถ้าถอยออกมาชั่วลำหนึ่ง ให้ใส่ตรุไว้ ถ้าถอยสองชั่วลำเรือ ให้ถอดลงหญ้าช้าง ถอยสามชั่วลำเรือ ให้ทะเวน แล้วให้ตัด {{ซบ|เท้า|ศีศะ}} {{ปก2}} เสียบไว้หน้าทับ
{{ลปร1|กหน|34}}
อนึ่งผู้ใดลักเสื้อผ้าเครื่องสาตราวุธในกลางพลเมื่อตรวจพล ท่านให้ฆ่าผู้นั้นเสีย ถ้าแลผู้ลักนั้นยังมีบำเหนจ์แก่ราชการ ท่านให้ริบเรือนเอาทรัพทังปวงเข้าพระคลังหลวง
{{ลปร1|กหน|35}}
๑๕ มาตราหนึ่ง พระเจ้าอยู่หัวใช้ผู้ใดไปราชการ<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
83u84gsva66zzgrcm6s7qzu5s6ad7jt
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/480
250
77345
296938
296481
2026-09-23T09:38:00Z
Vesperstelo
11696
296938
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๗๖|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>แห่งใด อยู่ภายหลังข้าศึกเข้ามารบพระนคร ให้เร่งรีบมาเข้ากระบวนทับต่อรบด้วยข้าศึกเอาใชยชำนะจงได้ ถ้าผู้ใดหลบหลีกหนีมิมา ท่านว่ามันเอาใจออกหาก ให้ลงโทษถึงสิ้นชีวิตร
{{ลปร1|กหน|36}}
๑๖ มาตราหนึ่ง ถ้าการพระราชสงครามยกไปก็ดี ข้าศึกยกมาถึงเมืองก็ดี แลท้าวพญาหัวเมืองมุขมนตรีเสนาโยธามาตผู้เปนนายกองนายทับยกช้างม้ารี้พลดั้งดาบเขนเสโลปืนไฟน่าไม้ธนูหอกทวนเปนปีกออกไปกลางแปลง แลนายกองนายทับผู้ใดออกไปได้รบแลมีไชยชำนะแก่ข้าศึก แลให้ยุกระบัดทับกฏหมายมา ได้รางวันเจียดทองเสื้อสะหนอบแลเปลี่ยนที่อื่นฝากลูกหลานให้เลี้ยงดูตามบำเหนจ์
ถ้าผู้ใดชนช้างชะนะ บำเหนจ์หมวกทองเสื้อสะหนองทองปลายแขนยกขึ้นถึงนา ๑๐๐๐๐ แล้วให้ร่มขันทองคานหามทอง
ถ้าผู้ใดชนช้างมีไชย แลข้าศึกขาดหัวช้าง ได้บำเหนจพานทองหมวกทองร่มขันทองแลเมียนาง ถ้าได้ตัวท้าวพญา บำเหนจ์เท่ากัน
ถ้าพลหอกดาบดั้งเสโลพลเท้าได้ช่วยด้วยช้าง แลผู้ชนช้างนั้นมี<ref name = "มิ"/> ไชยเพราะพลเท้า ยกพลนั้นขึ้นเปนขุน รางวัน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
doasludoleo4c19ni8hll89f2q5ie7c
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/481
250
77346
296939
296483
2026-09-23T09:38:25Z
Vesperstelo
11696
296939
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๗๗|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>เงินลากทองลากลูกหลานเลี้ยงสืบไป ฝ่ายผู้ชนช้างนั้นรางวันดุจเดียว
ถ้าผู้ขึ้นม้ารบแลได้หัวมา<ref>ก: หัวม้า</ref> บำเหนจ์ขันทองเสื้อผ้ายกที่ขึ้น ถ้าพลเท้าได้หัว รางวันขันเงินเสื้อผ้า ถ้าพลเท้าได้ม้า รางวันขันทองเสื้อผ้า
ถ้าแต่พลไพร่องครักษรายขึ้นไปถึงนา ๔๐๐ ได้ตัวท้าวพญา<ref>ก: คำว่า พญา ไม่มี</ref> บำเหนจ์เงินลากทองลากได้กินเมืองได้เมียนาง ถ้าได้ตัวช้าง บำเหนจ์เงินชั่งหนึ่งตลับทองเสื้อผ้า
ถ้าไพร่พลชาวเลือกรองตัดช่องโจมทับหลวงฟันข้าศึกหนีจากทับ ให้เงินชั่งหนึ่งตลับทองเสื้อผ้าตั้งขึ้นเปนขุน อาสาผู้ใดฟันแย้งด้วยข้าศึกแลชะนะ เงินห้าตำลึง
ผู้ใดสู้สองคนแลแก้ตัวรอดมา รางวันขันทองเสื้อผ้า ถ้าผู้ใดไปสองคนรอดตัวออกมา ได้ทังอาวุธข้าศึกมาด้วย บำเหนจ์ขันทองเสื้อผ้าตั้งให้เปนขุน
{{ลปร1|กหน|37|<ref>ต่อจากนี้ไปเข้าอยู่ในเล่ม ๒ พิมพ์ตามฉะบับหลวง L25.2 ยังเหลืออีกฉะบับ L25.2x (ก)</ref> }}
๑๗ มาตราหนึ่ง พญาพระหลวงขุนหมื่นทแกล้วทหารทวยราษฎรทังหลายเปนข้าขอบขันทเสมา พระเจ้าอยู่หัวดำรัส<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
2cb2f7zm77zwx97op5lmjf8ustsb3md
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/482
250
77347
296940
296485
2026-09-23T09:38:54Z
Vesperstelo
11696
296940
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๗๘|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>กะเกนใช้ให้ไปการณรงสงคราม แลมันผู้ไปนั้นหลงเข้าไปในทับศึกฝ่ายข้างหนึ่ง แลมันสับประหยุทสู้รบด้วยราชสัตรู แลมันแก้ชิวิตรมันมารอด ท่านว่าผู้นั้นมีความชอบในแผ่นดิน
{{ลปร1|กหน|38}}
อนึ่งผู้ใดเปนข้าพระเจ้าอยู่หัว ๆ ใช้ไปการณรงสงคราม แลมันผู้ไปการณรงสงครามนั้นมีน้ำ<ref>ต้นฉะบับ: นำ แก้ตาม ก</ref> ใจษาพิภักต่อพระเจ้าอยู่หัว มันเอาใจต่อรบด้วยราชสัตรู ๆ หนีไปมีไชยชำนะ ท่านว่าผู้นั้นมีความชอบในแผ่นดิน ท่านว่าให้บำเหนจ์รางวันแก่ผู้นั้นโดยควร เหดุใดจึ่งกล่าวดั่งนี้ เหดุว่าผู้นั้นรู้จักคุณพระเจ้าอยู่หัว
{{ลปร1|กหน|39}}
อนึ่งผู้ใดเปนข้าพระเจ้าอยู่หัว ๆ ตั้งแต่งให้เปนถึงพญาพระหลวงขุนหมื่นแล้ว ครั้นอยู่มามีราชสัตรูแต่งกระบวนเข้ามารบเอาพระนคร แต่ยังมิเข้ามา แลผู้นั้นอาจษามาทอาษาพระเจ้าอยู่หัวไปต่อสับประหยุทด้วยราชสัตรู ราชสัตรูแพ้พ่ายอำนาทหนี ผู้นั้นมีไชยชำนะ ท่านว่าผู้นั้นมีความชอบ ท่านให้บำเหนจ์รางวันโดยสมควร
{{ลปร1|กหน|40}}
อนึ่งพระเจ้าอยู่หัวเสดจ์อยู่ในพระนครก็ดี แห่งใดใดก็ดี ไปการสงครามก็ดี ข้าศึกยกมารบ แลผู้ใดมิได้อยู่ต่อสู้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
d76bi8ozpjjetgiwbc098ofmazm0fie
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/483
250
77348
296941
296487
2026-09-23T09:39:21Z
Vesperstelo
11696
296941
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๗๙|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>ด้วยข้าศึกสัตรูหลบหลีกหนีไป ท่านว่าผู้นั้นละเสดจ์ไว้ ให้ฆ่าเสีย
{{ลปร1|กหน|41}}
๑๘ มาตราหนึ่ง พระเจ้าอยู่หัวตรัสใช้ให้ข้าทูลอองฯ ผู้ใดไปโดยเสดจ์การณรงสงครามก็ดี พระสุภาวะดีมุกขะมนตรีกะเกนผู้ใดให้คุมสมักภักพวกไปการณรงสงคราม ตัวก็มิไป สมักภักพวกก็มิให้ไปก็ดี ตัวไป สมักภักพวกมิให้ไปก็ดี สมักภักพวกไป ตัวมิไปก็ดี ไปถึงกลางทางแล้วหนีกลับมาก็ดี ท่านว่าผู้นั้นเข้าด้วยข้าศึกสัตรู กระบถต่อแผ่นดิน
{{ลปร1|กหน|42}}
อนึ่งข้าศึกมาล้อมเมือง พระเจ้าอยู่หัวเสดจ์ต่อด้วยข้าศึกทำณรงสงครามก็ดี แลเกนให้ทแกล้วทหารไพร่พลไป ผู้ใดหมีไปก็ดี ไปถึงกลางทางกลับมาละเสดจ์เสียก็ดี ท่านว่าโทษถึงตาย
{{ลปร1|กหน|43}}
อนึ่งพระผู้เปนเจ้าใช้ให้ผู้ใดไปการณรงสงคราม ท่านว่าให้เอาชีวิตรเปนแดนแทนพระเดชพระคุณ อย่าย่อหย่อนถอยท้อต่อราชสัตรูสักอันเลย ให้เอาไชยชำนะจงได้ ถ้าผู้ใดหนีละตาทับเสีย ให้ฆ่าเสียอย่าให้ดูเยี่ยงหย่างกัน แลบุตรภรรยาทรัพยสิ่งของให้เอาเปนหลวง
{{ลปร1|กหน|44}}
๑๙ มาตราหนึ่ง พระเจ้าอยู่หัวใช้ให้มุกขมนตรีราชนิกุญ<noinclude></noinclude>
qfmrqukz3x5ntenwf07zyd0bef6hf3r
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/484
250
77349
296942
296489
2026-09-23T09:41:20Z
Vesperstelo
11696
296942
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๘๐|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>ขุนหมื่นหัวพันไปรบเมืองใด ได้นางพญาพระราชบุตรีพระราชนัดดามา ให้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระเจ้าอยู่หัว ถ้าผู้ใดได้มิได้เอามาถวายเบียดบังไว้ ให้ชุมนุมมุกขมนตรี แล้วให้ฆ่าเสีย
{{ลปร1|กหน|45}}
๒๐ มาตราหนึ่ง พระเจ้าอยู่หัวเสดจ์กรีธาพลไปตีประเทษเมืองใดก็ดี ให้เสนามุกขมนตรียกพลไปก็ดี ข้าศึกยกทับมาไปต่อด้วยข้าศึกก็ดี พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานบำเหนจ์รางวันให้แก่ผู้มีบำเหนจ์ความชอบในการณรงสงครามก็ดี อนึ่งพระราชทานสะเบียงอาหารแก่นายทับนายกองไพร่ในกองทับ<ref>ก: ไพร่ในนายกองทับ</ref> แลนายหมวดนายกองช่อบังไว้มิให้ก็ดี เอาไปขายเปนอนาปรโยชน์ก็ดี อนึ่งไพร่กองทับหนีหายล้มตายด้วยประการใดขาดจากจำนวร นายหมวดนายกองเบิกช่อเอาเสบียงอาหารไปมากกว่าจำนวรไพร่พลก็ดี เอาไปขายเปนอนาปรโยชน์ก็ดี โทษ ๓ สถาน สถานหนึ่งให้ตัดศีศะเสีย สถานหนึ่งให้ทวน {{ซบ|๓๐|๖๐}} {{ปก2}} ที สถานหนึ่งให้เอาสิ่งของซึ่งช่อแขวนฅอประจานแล้วให้ทำราชการแก้ตัว<ref>ก: แก่ตัว</ref> ควรด้วยสถานใดให้เอาแต่สถานหนึ่ง
{{ลปร1|กหน|46}}
๒๑ มาตราหนึ่ง พระเจ้าอยู่หัวยกจัตุรงค์พลพยู่ห์ไป<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
mq3iucp1qtdm7kbzf1e811df56ofju0
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/485
250
77350
296943
296491
2026-09-23T09:41:40Z
Vesperstelo
11696
296943
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๘๑|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>ด่านแดนน้อยใหญ่ขอบขันทเสมาประจามิตรข้าศึกได้สมพลเลียบทับเดิรทับตั้งค่ายประชิดติดค่ายเวียงพระนะครก็ดี ข้าศึกยกมา ยกทับไปต่อด้วยข้าศึกก็ดี พระเจ้าอยู่หัวใช้ให้ผู้ใดเอาเครื่องราชบริโภคไปประสาตรางวันแลเครื่องอัญมานีเสบียงอาหารไปพระราชทานนาย {{ซบ|ทับ|กอง}} {{ปก2}} ยกกระบัตรเกียกกายไพร่ทังปวง แลผู้คุมเอาทรัพยสิ่งของไปมิได้ไปประสาตตามพระเจ้าอยู่หัวสั่ง เอาสิ่งของอันชั่วผลัดเปลี่ยนเอาของดีไว้ก็ดี มากให้แต่น้อยบังเอาไว้เปนอนาประโยชน์ตนเองก็ดี ให้ลงโทษ ๔ สถาน เหดุใดจึ่งกล่าวดั่งนี้ เหดุว่ามันบังไว้จะให้ข้าทะแกล้วทหารถอยกำลังในการณรงสงครามเสียราชการท่าน
{{ลปร1|กหน|47}}
อนึ่งผู้ใดเปนข้าพระเจ้าอยู่หัว ๆ ตั้งแต่งเปนอัคมหาเสนาบดีผู้ใหญ่แลเสนาบดีผู้น้อยก็ดี ตั้งแต่งเปนพระหลวงขุนหมื่นก็ดี พระเจ้าอยู่หัวใช้ให้ไปการณรงสงครามมี<ref name = "มิ"/> ไชยชำนะแก่ราชสัตรู ให้พระราชทานบำเหนจ์รางวัลเงินทองเสื้อผ้ากินบ้านผ่านเมืองตามผู้มีชื่อกระทำความชอบนั้น ถ้าแลพระผู้เปนเจ้าใช้ไปการณรงสงครามอีกแล้ว<ref name = "แล">ก: แล</ref> มิได้ซื่อตรงเอาใจใส่ให้มีไชยชำนะแก่ราชสัตรู ให้ราชสัตรูแปลก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
ag3w2ex37hl7x52hrnvay3ubty1vcp1
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/486
250
77351
296944
296493
2026-09-23T09:42:14Z
Vesperstelo
11696
296944
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๘๒|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>ปลอมเข้ามา มิได้เปนใจต่อรบด้วยราชสัตรู ท่านให้ลงโทษแก่ผู้นั้นโดยโทษานุโทษ
{{ลปร1|กหน|48}}
๒๒ อนึ่งพระเจ้าอยู่หัวดำรัสตรัสใช้ไปตั้งค่ายคูรบข้าศึก หมีได้ทำก็ดี ทำมิแล้วทอดทิ้งเสียก็ดี ให้ตัดศีสะเสียบไว้หน้าทับ
{{ลปร1|กหน|49}}
อนึ่งข้าศึกแตกฉาน ให้ไปติดตาม หมีไปก็ดี ไปถึงกลางทางกลับมาข้าศึกหนีไปได้ก็ดี ให้ตัดศีศะเสียบไว้
{{ลปร1|กหน|50}}
๒๓ อนึ่งผู้ใดบอกข้อการณรงสงคราม ให้สืบสวนจงแน่จึ่งให้บอก ถ้าผู้ใดเอาเทจ์หมีจริงบอกข่าวราชการ ท่านว่าให้ตัดศีศะเสียบไว้
{{ลปร1|กหน|51}}
๒๔ อนึ่งนายทับนายกองใช้ผู้ใดไปเอากิจราชการสิ่งใดใด ผู้นั้นหลบลี้หนีให้เสียราชการไป ท่านให้ตัดศีศะเสียบไว้
{{ลปร1|กหน|52}}
๒๕ อนึ่งพระเจ้าอยู่หัวใช้ให้ผู้ใดทำการณรงสงคราม แลมันหลบหลีกหนีละการณรงสงครามเสีย ให้ตัดศีศะเสียบไว้ ถ้าพระเจ้าอยู่หัวงดโทษ ให้ไปต่อรบข้าศึกแก้ตัว ถ้าแก้ตัวได้ คุ้ม<ref>ก: คุม</ref> โทษ ถ้าไม่แก้ตัวได้ โทษคุงตาย บุตรภรรยาอย่าเลี้ยง
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
5k5psaw1nkejyifed7gbs0j07tak4f8
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/487
250
77352
296945
296495
2026-09-23T09:42:49Z
Vesperstelo
11696
296945
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๘๓|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|53}}
ศุภมัศดุ ๑๓๗๔ ศกจอนักสัตวเชษฐมาศศุกะปักเขทัศมีดฤษถีพฤหัศบดีวาระ พระบาทสมเดจ์บรมมหาจักรพรรดิศรรามาธิบดีเสดจ์สถิตย์ในพระธินั่งสุวรรณมหาปราสาทโดยบุรพาภิมุข พร้อมด้วยมุกขมนตรีกระวีชาติราชบโรหิดตาจารย์ มีพระราชหฤไทยใคร่กรรุณาเพื่อจะระงับดับทุกขข้าทแกล้วทหารแลผู้มีบำเหนจ์บำนานผู้มีภัทยาแลผู้รั้งเมืองครองเมือง จึ่งมีพระราชโองการมาณพระบันทูลให้ตราพระราชบัญญัติคำนับไว้
ผู้ใดทำราชการมีบำเหนจ์บำนานภัทยาทังสามนี้ ถ้าจะประสาทรางวันแลที่ยศถาศักดิ์พญาพระหลวงให้เปนเอก {{ซบ|อุ|มอ|สอ}} {{ปก2|3}} แลเครื่องอุประโภคบริโภกตามยศถาศักดิ์ ถ้าเปนพระหลวง รั้งเมืองครองเมืองเอกโทตรีจัตวา ถ้าบำเหนจ์เปนลหุ ให้เลื่อนที่ ถ้าบำเหนจ์เปนมะชิมมะ ให้ล่วงที่ ถ้าบำเหนจ์เปนอุกฤฐ ให้หลั่นที่ ถ้าผู้มีบำนานเปนมชิม ให้เลื่อนที่ ถ้าเปนแต่ลหุ ก็ให้ประสาทแต่รางวัลตามยศถาศักดิ์
{{ลปร1|กหน|54}}
๒๖ มาตราหนึ่ง ถ้าผู้มีบำเหนจ์บำนานทังสองนี้ทำราชการเลมิดแลกระทำอุบาทขาดเหลือเปนมหันตโทษ<noinclude></noinclude>
76kkova5feyc18hta670n1dhniiz80q
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/488
250
77353
296947
296497
2026-09-23T09:43:43Z
Vesperstelo
11696
296947
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๘๔|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>ถึงตายเปน {{ซบ|อุกฤฐ|คะรุ|ลหุ}} {{ปก2|3}} โทษประการใด ๆ ก็ดี ควรให้พระมหากระษัตราธิราชเจ้าผู้ครองพิภพไปภายหน้ากรรุณาแก่ข้าทแกล้วทหารผู้มีบำเหนจ์บำนานครั้งหนึ่งสองครั้งก่อน ถ้าผู้มีบำเหนจ์ทำผิดเปนอุกฤฐโทษ ควรให้เลื่อนโทษ ถ้าโทษเปนครุโทษ ให้ล่วงโทษ ถ้าโทษเปนแต่ลหุโทษ ให้หลั่นโทษ ถ้าผู้มีบำนานต้องคะรุโทษ ให้เลื่อนโทษ ถ้าโทษเปนลหุโทษ ให้ล่วงโทษ ถ้าผู้มีภัทยาต้องคะรุโทษ ให้เอาตามโทษนั้นเถิด ถ้าต้องแต่ลหุโทษ ควรให้เลื่อนโทษ ถ้าผู้มีบำเหนจ์ทำผิดต้องอุกฤฐโทษครุโทษมชิมโทษถึงตายก็ดี ก็ให้กรรุณาผู้มีบำเหนจ์ครั้งหนึ่งสองครั้งก่อน เหดุว่าผู้มีบำเหนจ์เอาชีวิตรแลโคติแลกความชอบไว้ในแผ่นดิน ถ้าผู้มีบำนานนั้นทำผิดต้อง {{ซบ|ครุ|มชิม|ลหุ}} {{ปก2|3}} โทษถึงตาย ให้กรรุณาครั้งหนึ่งก่อน เหตุว่าผู้มีบำนานเอาชีวิตรเปนแดนแลกความชอบไว้ในแผ่นดิน ถ้าผู้มีบำเหนจ์ทังสองนี้ยังกระทำอุบาทขาดเหลือเลมิดต้อง {{ซบ|คะรุ|มชิม|ละหุ}} {{ปก2|3}} โทษถึงตาย ต้องโทษสิ่งใดใดก็ดี ควรจะ {{ซบ|เลื่อน|ล่วง|หลั่น}} {{ปก2|3}} โทษตามโทษนั้นเถิด ถ้าผู้มีบำเหนจ์บำนานย่ามบกลัวยังทำอีกเล่า ถ้าโทษต้องด้วยสถานใด ๆ ให้เอาตามสถานนั้นเถิด
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
nhmpif1kkxf4z0b95gi7ls0zedyu2bh
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/489
250
77354
296948
296499
2026-09-23T09:44:18Z
Vesperstelo
11696
296948
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๘๕|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|55}}
๒๗ อนึ่งผู้มีบันดาศักดิ์แต่นา ๔๐๐ ขึ้นไปต้องโทษ {{ซบ|๘|๗|๖|๕|๔|๓}} {{ปก2|5}} สถาน ถ้าต้องไหมจัตุรคูนตรีคูนทวีคูนลาหนึ่งก็ดี อย่าให้ไหมเลย เหตุสมบูรรณด้วยทรัพย ให้ทวนเสียตามกำลังเบี้ย จึ่งจะหลาบจำ
{{ลปร1|กหน|56}}
๒๘ อนึ่งอัคมหาเสนาธิบดีแลมุกขมนตรีผู้ใดพิภากษาผู้มี {{ซบ|บำเหนจ์|บำนาน|ภัทยา}} {{ปก2|3}} แลผู้เลมิดล่วงพระราชบัญญัติกระทำอุบาทขาดเหลือต้อง {{ซบ|อุกฤฐ|ครุะ|มชิม|ลหุ}} {{ปก2|4}} โทษก็ดี ให้เลงดูเปน {{ซบ|อุกฤฐ|คะรุ|มชิม|ละหุ}} {{ปก2|4}} โทษ ก็ควรแต่ {{ซบ|เลื่อน|ล่วง|หลั่น}} {{ปก2|3}} ตามความชอบบำเหนจ์บำนานภัทยานั้นเถิด ถ้าอัคมหาเสนาบธิบดีแลสมุหมนตรีปฤกษาโทษจะลงทัณทกำม์ผู้ผิดแลจะประสาดรางวันสิ่งใดแก่<ref name = "แล"/> ผู้มีความชอบต้องด้วยพระราชบัญญัตินี้แล้ว แลพระมหากระษัตราธิราชเจ้ามิได้บันชา ถ้าทรงพระกรรุณาตรัสประการใดเปน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
d8zut0o67gy13nmkw0313d2a4z8xf5u
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/490
250
77355
296949
296501
2026-09-23T09:46:07Z
Vesperstelo
11696
296949
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๘๖|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>ประสิทธิ ถ้ามิได้ต้องด้วยพระราชกำหนฎกฎหมาย ก็ให้อัคมหาเสนาธิบดีมุกขมนตรีเอาชีวิตรแลกความชอบไว้ในแผ่นดิน ให้เอารับสั่งนั้นบังคมทูลพระเจ้า{{ตตฉ|อยู}}<ref group = "วซ" name = "อยู่"/> หัวถึง ๓ ครั้งก่อน ถ้ายังหมีบันชาอีกเล่า จึ่งให้พระญาติพระวงษพระอัคมเหษีบังคมทูลในที่ระโหถาน ถ้ายังหมีบันชา จึ่งให้พระสังฆราชถวายพระพร ถ้ายังหมีทรงพระกรรุณา จึ่งให้ตราเปนพระราชกฤษฎีกาไว้
{{ลปร1|กหน|57}}
๒๙ อนึ่งพระเจ้าอยู่หัวยกจัตุรงคพยู่หพลมิได้เปนอันตราย บำเหนจ์นั้นเปนคะรุ
อนึ่งพระเจ้าอยู่หัวให้ผู้ใดไป<ref>ก: ผู้ใดได้</ref> รั้งเมืองครองเมืองแลตรวดตราด่านทางมิให้ข้าศึกหักด่านทางเข้ามาได้ แลรับรองป้องกัน บำเหนจ์นั้นเปนละหุ
{{ลปร1|กหน|58}}
๓๐ อนึ่งอาสางานพระราชสงครามเข้าในกองทับหลวง ชนช้างง้างพลายรบกัน มีไชยชำนะแก่ราชสัตรู บำเหนจ์เปนคะรุ
{{ลปร1|กหน|59}}
๓๑ อนึ่งพักพวกพี่น้องอาสาพระเจ้าอยู้หัวสู้เสียชีวิตรรบพุ่ง<ref>ต้นฉะบับ: พุ้ง แก้ตาม ก</ref> สามาท บำเหนจ์นั้นเปนละหุ
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
kbhxiq76v9kjm0h8lz9ltsb1apznvvh
296950
296949
2026-09-23T09:46:25Z
Vesperstelo
11696
296950
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๘๖|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>ประสิทธิ ถ้ามิได้ต้องด้วยพระราชกำหนฎกฎหมาย ก็ให้อัคมหาเสนาธิบดีมุกขมนตรีเอาชีวิตรแลกความชอบไว้ในแผ่นดิน ให้เอารับสั่งนั้นบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัวถึง ๓ ครั้งก่อน ถ้ายังหมีบันชาอีกเล่า จึ่งให้พระญาติพระวงษพระอัคมเหษีบังคมทูลในที่ระโหถาน ถ้ายังหมีบันชา จึ่งให้พระสังฆราชถวายพระพร ถ้ายังหมีทรงพระกรรุณา จึ่งให้ตราเปนพระราชกฤษฎีกาไว้
{{ลปร1|กหน|57}}
๒๙ อนึ่งพระเจ้าอยู่หัวยกจัตุรงคพยู่หพลมิได้เปนอันตราย บำเหนจ์นั้นเปนคะรุ
อนึ่งพระเจ้าอยู่หัวให้ผู้ใดไป<ref>ก: ผู้ใดได้</ref> รั้งเมืองครองเมืองแลตรวดตราด่านทางมิให้ข้าศึกหักด่านทางเข้ามาได้ แลรับรองป้องกัน บำเหนจ์นั้นเปนละหุ
{{ลปร1|กหน|58}}
๓๐ อนึ่งอาสางานพระราชสงครามเข้าในกองทับหลวง ชนช้างง้างพลายรบกัน มีไชยชำนะแก่ราชสัตรู บำเหนจ์เปนคะรุ
{{ลปร1|กหน|59}}
๓๑ อนึ่งพักพวกพี่น้องอาสาพระเจ้าอยู้หัวสู้เสียชีวิตรรบพุ่ง<ref>ต้นฉะบับ: พุ้ง แก้ตาม ก</ref> สามาท บำเหนจ์นั้นเปนละหุ
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
f6ez33sufsi5c6dwcn5xxctl6ffiuqm
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/491
250
77356
296951
296503
2026-09-23T09:46:45Z
Vesperstelo
11696
296951
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๘๗|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|60}}
๓๒ อนึ่งผู้ใดอาสาพระเจ้าอยู่หัวเปนนายทับนายกองก็ดี เข้าแปลกปลอมพลข้าศึกแตกฉานก็ดี แลเอาการคุยหระหัศมาพิดทูลแก่พระเจ้าอยู่หัวก็ดี ร่ำเรียนแก่นายทับนายกองก็ดี บำเหนจ์ผู้นั้นเปนมชิม
{{ลปร1|กหน|61}}
๓๓ อนึ่งพระเจ้าอยู่หัวใช้เปนนายทับนายกองไปการณรงสงคราม ได้รบพุ่งด้วยข้าศึก แลจับได้นายทับนายกองผู้ใหญ่ ได้เครื่อง<ref>ต้นฉะบับ: เครือง แก้ตาม ก</ref> สรรพยุธ บำเหนจ์เปนอุกฤฐ
{{ลปร1|กหน|62}}
๓๔ อนึ่งพระเจ้าอยู่หัวสถิตยอยู่ในพระนคร แลมุกขมนตรีผู้พิภากษาคดีอนาประชาราษฎรมิได้เดือดเนื้อร้อนใจ บำเหนจ์นั้นเปนละหุ
{{ลปร1|กหน|63}}
๓๕ อนึ่งป่าดงทุ่งว่างร้างเทรหาผู้อยู่ทำมาหากินมิได้ แลผู้ใดชักชวนราษฎรให้เข้ามาทำมาหากินเอาส่วยสาอากอนขึ้นพระคลัง บำนานเปนลหุ
{{ลปร1|กหน|64}}
๓๖ อนึ่งส่วยสาอากอนขนอนตลาดซึ่งขึ้นพระคลังมีผู้เบียดบังไว้จำนวนมากว่าน้อย แลผู้ใดพิจารณาเอาพระราชทรัพยขึ้นคงจำนวน บำนานเปนลหุ
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
7bl90h69tsfsrorlelp7jin9h8p4rfj
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/492
250
77357
296952
296505
2026-09-23T09:46:59Z
Vesperstelo
11696
296952
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๘๘|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|65}}
๓๗ อนึ่งส่วยสาอากอนขนอนตลาดแลฝางกฤษนางาช้างผ้าผ่อนท่อนแพรบันดาของพระเจ้าอยู่หัวซึ่งอยู่ในพระคลังสิ่งใดใดก็ดี เจ้าพนักงานพยาบานไว้ แลเจ้าพนักงานตั้งลดปลดทอน มากว่าน้อย ยาวว่าสั้น ใหญ่ว่าน้อย ถ้าผู้ใดพิจารณาได้ บำนานเปนลหุ
{{ลปร1|กหน|66}}
๓๘ อนึ่งส่วยสาอากอนสมพักสอนขนอนตลาดห้วยลหาร แลผู้ใดไปเรียกหมีได้ขาดจากจำนวน ภัทยานั้นเปนมุทุ
{{ลปร1|กหน|67}}
๓๙ อนึ่งทรัพยสิ่งของทองเงินวิญญาณกะทรัพย คือช้างม้าโคกระบือสรรพสิ่งใด ๆ ก็ดี ซึ่งท่านให้พยาบานมิได้ขาดเหลือ แลผู้นั้นชื่อว่าภัทยามุทุ
{{ลปร1|กหน|68}}
ศุภมัศดุ ศักราช ๙๕๕ พยัฆสังวัจฉระมาฆมาศกาลปักษยเอกาทัศมีดฤษถีคุรุวารกาลบริเฉทกำหนด พระบาทสมเดจ์เอกาทธรฐอิศวรบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวเสดจ์ออกณพระธินั่งมงกุฏพิมานสถานภิมุขไพชนมหาปราสาท มีพระราชโองการมาณพระบันทูลสุรสีหนาทดำรัสสั่งแก่พญาศรีธรรมาว่า พระหลวงเมืองขุนหมื่นข้าทูลออง<noinclude></noinclude>
fv91aa02fchgzsd7fgdaprrrbaagahd
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/493
250
77358
296953
296507
2026-09-23T09:47:13Z
Vesperstelo
11696
296953
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๘๙|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>ทุลีพระบาทฝ่าย {{ซบ|ทหาร|พลเรือน}} {{ปก2}} เกนเข้ากระบวนทับ ได้รบพุ่งด้วยสมเดจ์บรมบาทบงกชลักษณอัคบุริโสดมบรมหน่อนราเจ้าฟ้านเรศเชษฐาธิบดีมีไชยชำนะแก่มหาอุปราชาหน่อพระเจ้าไชยทศทิศเมืองหงษาวดีนั้น ฝ่าย {{ซบ|ทหาร|พลเรือน}} {{ปก2}} ล้มตายในการณรงค์สงครามเปนอันมาก แลรอดชีวิตรเข้ามาได้ก็เปนอันมากนั้น ทรงพระกรรุณาพระราชทานปูนบำเหนจ์ แลซึ่งขุนหมื่นนาย {{ซบ|อากอน|พาศรี}} {{ปก2}} แลนายหมวดข้าส่วยขึ้นณะพระคลังหลวง แลส่วนสาอากอนติดค้างนั้น เข้าการณรงค์รบพุ่งล้มตายในที่รบเปนอันมาก จึ่งทรงพระกรุณาตรัสประภาศว่า มันทำการณรงค์สงครามมีบำเหนจ์ความชอบอยู่นั้น ถ้าแลหนี้สีนส่วยสาอากอนขึ้นแก่พระคลังหลวงติดค้างอยู่มากน้อยเท่าใด ให้ยกไว้ มีลูกหลานให้รับราชการแทนเลี้ยงไว้สืบไป ถ้าแลขุนหมื่นนาย {{ซบ|อากอน|พาศรี|ข้าส่วย}} {{ปก2|3}} ซึ่งขึ้นพระคลังติดค้างอยู่ ก็ให้ยกเปนบำเหนจ์ผู้ตายในการณรงค์ผู้เปนเจ้าแล้ว อย่าให้บุตรภรรยาใช้หนี้เลย ถ้าแลมีพี่น้องลูกหลาน ให้เลี้ยงเปนข้าเฝ้าแลเลี้ยงไว้ในที่<ref>ก: คำว่า ที่ ขาดไป</ref> ทหารใช้ราชการสืบไป
อนึ่งผู้ใดมีน้ำใจจัดแจงแต่งลูกหลานพี่น้องอาสาเข้ากองทับ ได้รบพุ่งล้มตายในที่รบ ถ้าหาหนี้สีนณะพระคลัง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
izo8iowlizk80rqxkvvsety7drteiic
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/494
250
77359
296954
296509
2026-09-23T09:47:27Z
Vesperstelo
11696
296954
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๙๐|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>หลวงติดค้างมิได้ ให้พระราชทานบุตรภรรยาโดยพระราชกฤษฎีกา ถ้าหนี้สีนพระคลังหลวงติดค้าง ก็ให้ยกพระราชทานให้แก่บุตรภรรยา มิให้เอาเลย แลรอดคืนมาหาหนี้สีนหลวงติดค้างมิได้นั้น ให้พระราชทานโดยพระราชกฤษฎีกาเลี้ยงไว้ในที่ทหาร
{{ลปร1|กหน|69}}
๔๐ อนึ่งถ้าแลเงินส่วยสาอากอนณะพระคลังหลวงติดค้างอยู่มิทันส่ง เกิดราชสัตรูข้าศึกการณรงค์ แลผู้ทำส่วยสาอากอนแลพาศรีป้องกันรบพุ่งราชศัตรูฆ่าศึกจนตายก็ดี จับเอาไปฆ่าฟันเสียก็ดี แลรอดตัวอยู่ก็ดี แลฃ้าศึกศัตรูเกบเอาเผาเคหาเย่าเรือนเสีย ท่านให้ยกเสีย หมีให้เอาเลย เพราะว่าเกิดกุลีแผ่นดิน
อนึ่งถ้าแลข้าศึกราชศัตรูมาแต่เมืองไกล พระผู้เปนเจ้าให้ไปรบพุ่งมีไชยแล้ว แลข้าศึกราชศัตรูบุกรุกเข้ามาเกบเอาทรัพย์สิ่งของแลเงินทองส่วยสาอากอนแลเผาถิ่นถานบ้านเรือนเสีย ท่านให้ยกเสีย มิให้เอาแก่ขุนหมื่นนายอากอนเลย
อนึ่งถ้าข้าศึกมารบพุ่งเอาบ้านเมือง แลข้าศึกเอาพระ {{ซบ|ญาติ|วงษ}} {{ปก2}} ไป จับเอานายพนักงานชาวพระคลังไปด้วยก็ดี แลจับเอาผู้กระทำส่วยสาอากอนไปด้วยก็ดี ถ้าแลทรัพยสิ่งของพระคลังหลวงส่วยสาอากอนเปนเหตุแลติดค้างแก่ขุนหมื่น<noinclude></noinclude>
hgp31h1a2ueorxseh7uio9lvu3cvhyd
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/495
250
77360
296955
296511
2026-09-23T09:48:21Z
Vesperstelo
11696
296955
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๙๑|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>นายอากอนแลนายพนักงานตาย{{ตตฉ|กดี|ก็ดี}} แลกลับคินมาด้วยพระ {{ซบ|ญาต|วงษ}} {{ปก2}} ของท่าน ให้ยกเสีย มิให้เอาแก่ผู้นั้นเลย
{{ลปร1|กหน|70}}
๔๑ อนึ่งผู้ทำพาศรีอากอนทังปวงยังหมีทันจำหน่านส่งอากอนเข้าพระคลัง ภอมีข้าศึกาเกบริบเอาเผาเคหาเย่าเรือนเสีย ท่านให้ยกเสีย มิให้เอาเลย เพราะว่าเกิดศึกมาแต่เมืองไกล
{{ลปร1|กหน|71}}
วันพฤหัศ เดือนแปด ขึ้นเก้าค่ำ มเสงนักสัตว เอกศก สมเดจบรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัวมีพระบันทูลดำรัสแก่ขุนศรีภูริปรีชาให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดั่งนี้ ด้วยลูกขุนหัวหมื่นพันอันสมเดจ์บรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัวใช้ไปราชการแลงานพระราชสงครามก็ดี ไปรั้งเมืองครองเมืองก็ดี ท่านมิให้ชวนกันเล่นเบี้ยแลเล่นสรรพพะนันขันต่อสักอันเลย ถ้าแลเล่นเบี้ยได้ก็ดี เสียก็ดี ท่านมิให้ผู้เสียให้แก่ผู้ได้<ref>ต้นฉะบับ: ผู้ใด้ ก: ผู้ใด</ref> มิให้ผู้ได้เอาแก่ผู้เสีย ส่วนโทษท่านจะให้ลงโทษแก่ผู้เลมิดพระราชอา{{ชญ}}าซึ่งไปเล่นนั้น
{{ลปร1|กหน|72}}
๔๒ มาตราหนึ่ง ผู้ไปโดยเสดจ์แห่งใด ๆ ก็ดี ไปศึกก็ดี แล {{ซบ|ช้าง|ม้า}} {{ปก2}} ข้าคนตนละเสียในหนทาง มุนนายมิรู้ว่าป่วย มีผู้เอามารอด ท่านให้ขัดค่าผู้คนช้างม้าเปนสามส่วน ให้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
q35kgb9t8ro36m3f9h6wctcbkdlr9fl
296956
296955
2026-09-23T09:50:05Z
Vesperstelo
11696
296956
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๙๑|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>นายอากอนแลนายพนักงานตาย{{ตตฉ|กดี|ก็ดี}} แลกลับคินมาด้วยพระ {{ซบ|ญาติ|วงษ}} {{ปก2}} ของท่าน ให้ยกเสีย มิให้เอาแก่ผู้นั้นเลย
{{ลปร1|กหน|70}}
๔๑ อนึ่งผู้ทำพาศรีอากอนทังปวงยังหมีทันจำหน่านส่งอากอนเข้าพระคลัง ภอมีข้าศึกาเกบริบเอาเผาเคหาเย่าเรือนเสีย ท่านให้ยกเสีย มิให้เอาเลย เพราะว่าเกิดศึกมาแต่เมืองไกล
{{ลปร1|กหน|71}}
วันพฤหัศ เดือนแปด ขึ้นเก้าค่ำ มเสงนักสัตว เอกศก สมเดจบรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัวมีพระบันทูลดำรัสแก่ขุนศรีภูริปรีชาให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดั่งนี้ ด้วยลูกขุนหัวหมื่นพันอันสมเดจ์บรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัวใช้ไปราชการแลงานพระราชสงครามก็ดี ไปรั้งเมืองครองเมืองก็ดี ท่านมิให้ชวนกันเล่นเบี้ยแลเล่นสรรพพะนันขันต่อสักอันเลย ถ้าแลเล่นเบี้ยได้ก็ดี เสียก็ดี ท่านมิให้ผู้เสียให้แก่ผู้ได้<ref>ต้นฉะบับ: ผู้ใด้ ก: ผู้ใด</ref> มิให้ผู้ได้เอาแก่ผู้เสีย ส่วนโทษท่านจะให้ลงโทษแก่ผู้เลมิดพระราชอา{{ชญ}}าซึ่งไปเล่นนั้น
{{ลปร1|กหน|72}}
๔๒ มาตราหนึ่ง ผู้ไปโดยเสดจ์แห่งใด ๆ ก็ดี ไปศึกก็ดี แล {{ซบ|ช้าง|ม้า}} {{ปก2}} ข้าคนตนละเสียในหนทาง มุนนายมิรู้ว่าป่วย มีผู้เอามารอด ท่านให้ขัดค่าผู้คนช้างม้าเปนสามส่วน ให้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
6zymzmjbacxothb9pmtfx22om6f5rlc
296958
296956
2026-09-23T09:58:11Z
Vesperstelo
11696
296958
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๙๑|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>นายอากอนแลนายพนักงานตาย{{ตตฉ|กดี|ก็ดี}}<ref>[[:File:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu|ฉบับพิมพ์ครั้งที่หนึ่ง]] (พ.ศ. 2482) มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “กดี” เป็น “ก็ดี” {{ชอวซ}}</ref> แลกลับคืนมาด้วยพระ {{ซบ|ญาติ|วงษ}} {{ปก2}} ของท่าน ให้ยกเสีย มิให้เอาแก่ผู้นั้นเลย
{{ลปร1|กหน|70}}
๔๑ อนึ่งผู้ทำพาศรีอากอนทังปวงยังหมีทันจำหน่านส่งอากอนเข้าพระคลัง ภอมีข้าศึกาเกบริบเอาเผาเคหาเย่าเรือนเสีย ท่านให้ยกเสีย มิให้เอาเลย เพราะว่าเกิดศึกมาแต่เมืองไกล
{{ลปร1|กหน|71}}
วันพฤหัศ เดือนแปด ขึ้นเก้าค่ำ มเสงนักสัตว เอกศก สมเดจบรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัวมีพระบันทูลดำรัสแก่ขุนศรีภูริปรีชาให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดั่งนี้ ด้วยลูกขุนหัวหมื่นพันอันสมเดจ์บรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัวใช้ไปราชการแลงานพระราชสงครามก็ดี ไปรั้งเมืองครองเมืองก็ดี ท่านมิให้ชวนกันเล่นเบี้ยแลเล่นสรรพพะนันขันต่อสักอันเลย ถ้าแลเล่นเบี้ยได้ก็ดี เสียก็ดี ท่านมิให้ผู้เสียให้แก่ผู้ได้<ref>ต้นฉะบับ: ผู้ใด้ ก: ผู้ใด</ref> มิให้ผู้ได้เอาแก่ผู้เสีย ส่วนโทษท่านจะให้ลงโทษแก่ผู้เลมิดพระราชอา{{ชญ}}าซึ่งไปเล่นนั้น
{{ลปร1|กหน|72}}
๔๒ มาตราหนึ่ง ผู้ไปโดยเสดจ์แห่งใด ๆ ก็ดี ไปศึกก็ดี แล {{ซบ|ช้าง|ม้า}} {{ปก2}} ข้าคนตนละเสียในหนทาง มุนนายมิรู้ว่าป่วย มีผู้เอามารอด ท่านให้ขัดค่าผู้คนช้างม้าเปนสามส่วน ให้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
nj4ttz4ca5061isva93qv031i2ms3xa
296959
296958
2026-09-23T09:58:25Z
Vesperstelo
11696
296959
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๙๑|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>นายอากอนแลนายพนักงานตาย{{ตตฉ|กดี|ก็ดี}}<ref>[[:File:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu|ฉบับพิมพ์ครั้งที่หนึ่ง]] (พ.ศ. 2482) มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “กดี” เป็น “ก็ดี” {{ชอวซ}}</ref> แลกลับคืนมาด้วยพระ {{ซบ|ญาติ|วงษ}} {{ปก2}} ของท่าน ให้ยกเสีย มิให้เอาแก่ผู้นั้นเลย
{{ลปร1|กหน|70}}
๔๑ อนึ่งผู้ทำพาศรีอากอนทังปวงยังหมีทันจำหน่ายส่งอากอนเข้าพระคลัง ภอมีข้าศึกาเกบริบเอาเผาเคหาเย่าเรือนเสีย ท่านให้ยกเสีย มิให้เอาเลย เพราะว่าเกิดศึกมาแต่เมืองไกล
{{ลปร1|กหน|71}}
วันพฤหัศ เดือนแปด ขึ้นเก้าค่ำ มเสงนักสัตว เอกศก สมเดจบรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัวมีพระบันทูลดำรัสแก่ขุนศรีภูริปรีชาให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดั่งนี้ ด้วยลูกขุนหัวหมื่นพันอันสมเดจ์บรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัวใช้ไปราชการแลงานพระราชสงครามก็ดี ไปรั้งเมืองครองเมืองก็ดี ท่านมิให้ชวนกันเล่นเบี้ยแลเล่นสรรพพะนันขันต่อสักอันเลย ถ้าแลเล่นเบี้ยได้ก็ดี เสียก็ดี ท่านมิให้ผู้เสียให้แก่ผู้ได้<ref>ต้นฉะบับ: ผู้ใด้ ก: ผู้ใด</ref> มิให้ผู้ได้เอาแก่ผู้เสีย ส่วนโทษท่านจะให้ลงโทษแก่ผู้เลมิดพระราชอา{{ชญ}}าซึ่งไปเล่นนั้น
{{ลปร1|กหน|72}}
๔๒ มาตราหนึ่ง ผู้ไปโดยเสดจ์แห่งใด ๆ ก็ดี ไปศึกก็ดี แล {{ซบ|ช้าง|ม้า}} {{ปก2}} ข้าคนตนละเสียในหนทาง มุนนายมิรู้ว่าป่วย มีผู้เอามารอด ท่านให้ขัดค่าผู้คนช้างม้าเปนสามส่วน ให้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
1ox1snw1le4ahh6iccv2s0v1q387lk8
296960
296959
2026-09-23T09:58:44Z
Vesperstelo
11696
296960
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๙๑|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>นายอากอนแลนายพนักงานตาย{{ตตฉ|กดี|ก็ดี}}<ref>[[:File:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu|ฉบับพิมพ์ครั้งที่หนึ่ง]] (พ.ศ. 2482) มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “กดี” เป็น “ก็ดี” {{ชอวซ}}</ref> แลกลับคืนมาด้วยพระ {{ซบ|ญาติ|วงษ}} {{ปก2}} ของท่าน ให้ยกเสีย มิให้เอาแก่ผู้นั้นเลย
{{ลปร1|กหน|70}}
๔๑ อนึ่งผู้ทำพาศรีอากอนทังปวงยังหมีทันจำหน่ายส่งอากอนเข้าพระคลัง ภอมีข้าศึกมาเกบริบเอาเผาเคหาเย่าเรือนเสีย ท่านให้ยกเสีย มิให้เอาเลย เพราะว่าเกิดศึกมาแต่เมืองไกล
{{ลปร1|กหน|71}}
วันพฤหัศ เดือนแปด ขึ้นเก้าค่ำ มเสงนักสัตว เอกศก สมเดจบรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัวมีพระบันทูลดำรัสแก่ขุนศรีภูริปรีชาให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดั่งนี้ ด้วยลูกขุนหัวหมื่นพันอันสมเดจ์บรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัวใช้ไปราชการแลงานพระราชสงครามก็ดี ไปรั้งเมืองครองเมืองก็ดี ท่านมิให้ชวนกันเล่นเบี้ยแลเล่นสรรพพะนันขันต่อสักอันเลย ถ้าแลเล่นเบี้ยได้ก็ดี เสียก็ดี ท่านมิให้ผู้เสียให้แก่ผู้ได้<ref>ต้นฉะบับ: ผู้ใด้ ก: ผู้ใด</ref> มิให้ผู้ได้เอาแก่ผู้เสีย ส่วนโทษท่านจะให้ลงโทษแก่ผู้เลมิดพระราชอา{{ชญ}}าซึ่งไปเล่นนั้น
{{ลปร1|กหน|72}}
๔๒ มาตราหนึ่ง ผู้ไปโดยเสดจ์แห่งใด ๆ ก็ดี ไปศึกก็ดี แล {{ซบ|ช้าง|ม้า}} {{ปก2}} ข้าคนตนละเสียในหนทาง มุนนายมิรู้ว่าป่วย มีผู้เอามารอด ท่านให้ขัดค่าผู้คนช้างม้าเปนสามส่วน ให้<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
g3faeiv88g4wdcg5u1hpfg94810live
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/496
250
77361
296961
296513
2026-09-23T09:59:35Z
Vesperstelo
11696
296961
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๙๒|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>บำเหนจ์แก่ผู้เอามารอดนั้นส่วนหนึ่ง ถ้าแลมุนนายรู้ว่าช้างม้าข้าคนบ่าวไพร่ตนไข้ มิได้ให้คนไว้รักษาครอบครองมาละเสีย มีผู้เอามารอดไซ้ ท่านว่าให้ขัดค่าผู้คนช้างม้านั้นเท่าใด ให้ขุนมุนนายไถ่เอากึ่งค่า
{{ลปร1|กหน|73}}
๔๓ อนึ่งผู้ใดภาบุตรภรรยาทรัพยสิ่งสีนเงินทองไปสถานที่ไกล เกิดอุบัดเหตุจุลาจลณรงสงคราม บุตรภรรยาทรัพยสิ่งสีนพรัดพรากลุ่ยหลุดตกหายมีผู้ได้ ถ้าไปพ้นณรงสงคราม เขามาพบลูกเมียทรัพยสิ่งของไซ้ ท่านให้ผู้ได้นั้นคืนให้แก่ท่านเจ้าบุตรภรรยาทรัพยสิ่งของนั้น ให้บำเหนจ์แก่ผู้ได้นั้นโดยควร เหดุใดจึ่งกล่าวดั่งนี้ เหตุว่าเขาภาบุตรภรรยาทรัพยสิ่งของไปพ้นจากความทุกขยาก ชอบให้บำเหนจ์แก่เขาโดยควร
{{ลปร1|กหน|74}}
๔๔ มาตราหนึ่ง ม้าหลวงจำนำขุนมุนนายละเมินทิ้งเสียให้ปล่อยไปได้ทังเชือกทังบังเหียรแลขลุมแคบหมอนมีผู้จับได้นอกกองทับ ให้ผู้รักษาให้บำเหนจ์รางวันแก่ผู้ได้สามตำลึง ถ้าแลหาเชือกบังเหียรขลุมแคบหมอนมิได้ ให้เงินสองตำลึงเปนบำเหนจ์แก่ผู้จับได้
{{ลปร1|กหน|75}}
๔๕ มาตราหนึ่ง ม้าปล่อยทังบังเหียรทังขลุมแคบหมอนทังเชือกนอกค่าย แลมีผู้ได้ ให้ผู้รักษาให้เงินสองตำลึงเปน<noinclude></noinclude>
leifw6n0chma8uwgp7t6apy0aaqsw75
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/497
250
77362
296962
296515
2026-09-23T09:59:55Z
Vesperstelo
11696
296962
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๙๓|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>บำเหนจ์แก่ผู้ได้ ถ้าหาเชือกขลุมแคบหมอนบังเหียรมิได้ ให้เงินสี่ตำลึงเปนบำเหนจ์แก่ผู้ได้
{{ลปร1|กหน|77}}
๔๗ มาตราหนึ่ง ม้าปล่อยในกองทับทังบังเหียรขลุมแคบหมอน แลมีผู้ได้ ให้บำเหนจ์เล่าขวดหนึ่ง ถ้าแลเชือกแคบหมอนบังเหียรหามิได้ ให้ให้ผ้าอาบผืนหนึ่งเล่าขวดหนึ่งเปนบำเหนจ์แก่ผู้ได้ แม้นกลางวันกลางคืน ท่านให้ทำชำนิเดียวนี้ ถ้าม้าราษฎรทังหลายก็ดี ท่านให้ ๆ บำเหนจ์ดุจเดียวนี้แล
{{ลปร1|กหน|78}}
๔๘ มาตราหนึ่ง ช้างประทุกช้างแล่นแลช้างประทุกของหลวงท่านอีกช้างเรือนราษฎรทั้งหลายอันปล่อย แลมีผู้ได้ในกองทับนอกกองทับในคอยนอกคอย ท่านให้ผู้ซึ่งท่านไว้เปนจำนำแลประจำช้างให้ให้บำเหนจ์ผู้ได้ประดูจดั่งม้านั้น ส่วนช้างอันมีปลอกแลกระพัดรัศคนชะนักเชือกห้อยหู ให้เสียดุจม้าอันมีบังเหียรขลุมแคบหมอนนั้นแล
{{ลปร1|กหน|79}}
๔๙ มาตราหนึ่ง ช้างม้าวัวควายแลคนหนี แลเจ้าของติดตามไป แลมันยังจะติดตามเอาได้ อย่าให้ผู้อื่นชักจับเอาแต่ผู้ไปตามมันสักอัน อนึ่งเจ้าของตามจริง แต่ว่าคลาดไกลแล่นมิทันจับมิได้ จึ่งให้ผู้อื่นจับเอาไว้ ถ้าผู้ใดใครอ้างสำหาวอ้างเรี่ยวอ้างแรงแลผลักใสเจ้าของเสียแลชิงเอาดั่งนั้น ท่านให้เอาช้างม้าวัวควายข้าคนนั้นให้แก่เจ้าของคืน แล<noinclude></noinclude>
00w85ltekp2n160db4ubfz8vsg1lz5p
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/498
250
77363
296963
296517
2026-09-23T10:00:20Z
Vesperstelo
11696
296963
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๔๙๔|กระบดศึก}}{{สต}}</noinclude>ท่านมิให้ ๆ บำเหนจ์แก่ผู้ชิงเอานั้นเลย ถ้าช้างม้าวัวควายอันปล่อยไปแลมีผู้ได้<ref>ต้นฉะบับ: ใด้ แก้ตาม ก</ref> ถ้าได้ในกลางพลไปนั้น ท่านให้ถือเสมอได้นอกกองทับ ผิได้นอกพลอันท่านให้ไปแซงเปนค่ายสองข้างนั้น ท่านให้ถือเสมอว่าได้นอกคอย แลส่วนอันบำเหนจ์ ท่านให้ตั้งโดยดั่งท่านกล่าวมาแล้วนั้น
{{ลปร1|กหน|79}}
๔๙ มาตราหนึ่ง เมื่อท่านเสดจ์เคลื่อนพลไป แลช้างม้าวัวควายข้าคนนั้นเจ้าของทิ้งเสีย แลมีผู้เอามาถึงที่อยู่ ท่านให้พิกัดค่าช้างม้าวัวควายข้าคนนั้น แลให้เจ้าของให้บำเหนจ์ครึ่งตัวแก่ผู้เอามานั้น ถ้าแลขุนมุนนายผู้ใดรู้ว่าไพร่ไข้ป่วย แลมิให้คนอยู่เพื่อนเคร่าครองเอามาถึงที่อยู่ แลมีผู้เอามาได้ ให้พิกัดข้าเปน ๔ ส่วน แลให้ขุนมุนนายให้บำเหนจ์แก่ผู้ไข้มาให้เอามาถวาย ท่านจะขอบใจผู้เอามานั้น ถ้าช้างม้าจำนำขุนมุนนายมิได้เคร่าครองเอามาละเสีย มีผู้เอามา ก็ให้ขัดค่าช้างม้านั้น แลให้ผู้เจ้าช้างม้าจำนำนั้นให้บำเหนจ์แก่ผู้เอามานั้นกึ่งตัว ถ้า {{ซบ|ช้าง|ม้า}} {{ปก2}} หลวง แลบันทุกเครื่องของหลวงทุกสิ่ง แลมุนนายผู้พยาบานทิ้งเสียก็ดี แลเอาแต่เครื่อง {{ซบ|ช้าง|ม้า}} {{ปก2}} ก็ดี แลมีผู้เอามาถึงที่อยู่ ให้ผู้ทิ้งเสียนั้นให้บำเหนจ์แก่ผู้เอามานั้นกึ่งค่า {{ซบ|ช้าง|ม้า}} {{ปก2}} นั้นแล<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
6ctmugvl7hdordfqygtd7ei8fsonn4p
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/499
250
77388
296964
296425
2026-09-23T10:00:40Z
Vesperstelo
11696
296964
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" /></noinclude>{{ก|ตารางเทียบเลขมาตราระหว่างฉะบับพิมพ์นี้ <br> กับฉะบับพิมพ์ของกรมหลวงราชบุรีฯ|140}}
{{สต|7em}}
{| {{ts|ac|mc|fs120|bc}}
| colspan=8 | ผัวเมีย
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๔ ก{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}75{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}90{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}105{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}120{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๔ ข{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}76{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}91{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}106{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}121{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}77{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๙๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}92{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}107{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}122{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}78{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}93{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}108{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}123{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}79{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}94{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}109{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}124{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}80{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}95{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}110{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}125{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}81{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}96{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}111{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}126{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}82{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}97{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}112{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}127{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}83{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}98{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}113{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}128{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}84{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}99{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}114{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}129{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}85{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}100{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}115{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}130{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}86{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}101{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}116{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}131{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}87{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}102{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}117{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}132{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}88{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}103{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}118{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๔๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}133{{ชว|0.5em}}<noinclude>{{มปกต}}
|}</noinclude>
5uhzvwql3owyec91ipssb4fvqzk6ady
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/501
250
77389
296966
296429
2026-09-23T10:02:00Z
Vesperstelo
11696
296966
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{ข|๔๙๗}}
{| {{ts|ac|mc|fs120|bc}}
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-
| colspan=8 | เบดเสรจ
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}8 ถึง 14{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๓๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}40{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๕๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}63{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}86–87{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}15 ถึง 19{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๓๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}41{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๕๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}64{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}88{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}20{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๓๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}42{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๕๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}65{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}89{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}21{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๓๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}43{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๕๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}66{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}90{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}22{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๓๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}44{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๕๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}67{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}91{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}23{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๓๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}45{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๕๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}68{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}92{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}24{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๓๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}46{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๕๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}69{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}93{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}25{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๓๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}47{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๕๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}70{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}94{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}26{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๓๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}48{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๖๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}71{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}95{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}27{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๓๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}49{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๖๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}72–73{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}96{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}28{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๔๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}50{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๖๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}74{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}97{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}29{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๔๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}51{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๖๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}75{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}98{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๒๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}30{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๔๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}52–53{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๖๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}76{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}99{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๒๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}31{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๔๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}54{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๖๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}77{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}100{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๒๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}32{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๔๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}55{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๖๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}78{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}101{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๒๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}33{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๔๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}56{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๖๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}79{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๘๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}102{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๒๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}34{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๔๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}57{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๖๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}80{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๙๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}103{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๒๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}35{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๔๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}58{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๖๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}81{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๙๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}104{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๒๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}36{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๔๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}59{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}82{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๙๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}105{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๒๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}37{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๔๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}60{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}83{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๙๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}106{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๒๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}38{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๕๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}61{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}84{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๙๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}107{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๒๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}39{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๕๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}62{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๗๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}85{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๙๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}108{{ชว|0.5em}}<noinclude>{{มปกต}}
|}</noinclude>
g6nnsjxqwu9alqi0rpirmj9s1xazl65
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/502
250
77390
296967
296431
2026-09-23T10:02:38Z
Vesperstelo
11696
296967
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{ซ|๔๙๘}}
{| {{ts|ac|mc|fs120|bc}}
|-</noinclude>{{มปกต}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๙๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}109{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}127{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}145{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๔๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}161{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๙๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}110{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}128{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}146{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๔๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}162{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๙๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}111{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}129{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}147{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๔๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}163{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๙๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}112{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}130{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}148{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๔๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}164{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}113{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}{{ปตปต|๑}}๑๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}131{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}149{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๕๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}165{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}114{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}132{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}150{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๕๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}166{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}115{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}133{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}151{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๕๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}167{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}116{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}134{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}152{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๕๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}168{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}117{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}135{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}153{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๕๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}169{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}118–119{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}136{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}154{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๕๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}170{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}120{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}137{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๔๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}155{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๕๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}171{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}121{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}138{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๔๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}156{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๕๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}172{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}122{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}139–140{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๔๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}157{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๕๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}173{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๐๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}123{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}141{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๔๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}158{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๕๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}174{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}124{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}142{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๔๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}159{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๖๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}175{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}126{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}144{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} |
| {{ts|bl}} |
| {{ts|bl}} |
| {{ts|bl|br}} |
|-
| colspan=8 | อา{{ชญ|2|5|4}}าหลวง
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}110–111{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}124{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๔ ก{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}131{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}138{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}112{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}125{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}132{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}139{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}113 ถึง 116{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}126{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}133{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}140{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}117{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๑{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}127{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}134{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}141{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}118–119{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๒{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}128{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๘{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}135{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}142{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๕{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}120–121{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๓{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}129{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๙{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}136{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}143{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๖{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}122{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๒๔{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}130{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๐{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}137{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๓๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl|br}} | {{ชว|0.5em}}144{{ชว|0.5em}}
|-style="vertical-align:top;"
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}๑๑๗{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} | {{ชว|0.5em}}123{{ชว|0.5em}}
| {{ts|bl}} |
| {{ts|bl}} |
| {{ts|bl}} |
| {{ts|bl}} |
| {{ts|bl}} |
| {{ts|bl|br}} |
|-
|}<noinclude></noinclude>
l35ttv7zv9coloorjt093kqj81bfskf
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/500
250
77391
296965
296427
2026-09-23T10:00:56Z
Vesperstelo
11696
296965
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" /></noinclude>{{ก|นามอาลักษณ์ผู้ชุบและสถานที่เก็บ <br> แห่งต้นฉะบับ|140}}
{{สต|7em}}
{| {{ts|mc|bc|al}}
|- {{ts|ac|bb|bt}}
| {{ts|bl}} | ชื่อกฎหมาย
| {{ts|bl}} | นามอาลักษณ์
| {{ts|bl|br}} | ที่เก็บ
|-
| {{ts|bl}} | ผัวเมีย เล่ม ๑
| {{ts|bl}} | นายชุม
| {{ts|bl|br}} | หอสมุดแห่งชาติ
|-
| {{ts|bl}} | ผัวเมีย เล่ม ๒
| {{ts|bl}} | นายชุม
| {{ts|bl|br}} | หอสมุดแห่งชาติ
|-
| {{ts|bl}} | ทาษ
| {{ts|bl}} | หมื่นจำนงอักษร
| {{ts|bl|br}} | หอสมุดแห่งชาติ
|-
| {{ts|bl}} | ลักภา
| {{ts|bl}} | นายด้วง
| {{ts|bl|br}} | หอสมุดแห่งชาติ
|-
| {{ts|bl}} | มรดก
| {{ts|bl}} | หมื่นสวัสดิอักษร
| {{ts|bl|br}} | หอสมุดแห่งชาติ
|-
| {{ts|bl}} | กู้หนี้
| {{ts|bl}} | หมื่นทิพไม้ตรี
| {{ts|bl|br}} | กระทรวงยุตติธรรม
|-
| {{ts|bl}} | เบดเสรจ
| {{ts|bl}} | หมื่นรัดไม้ตรี
| {{ts|bl|br}} | หอสมุดแห่งชาติ
|-
| {{ts|bl}} | วิวาทด่าตี
| {{ts|bl}} | นายบุญมี
| {{ts|bl|br}} | หอสมุดแห่งชาติ
|-
| {{ts|bl}} | ลักขณโจร เล่ม ๑
| {{ts|bl}} | นายทับ
| {{ts|bl|br}} | หอสมุดแห่งชาติ
|-
| {{ts|bl}} | ลักขณโจร เล่ม ๒
| {{ts|bl}} | นายชุม
| {{ts|bl|br}} | หอสมุดแห่งชาติ
|-
| {{ts|bl}} | อา{{ชญ}}าหลวง เล่ม ๑
| {{ts|bl}} | หมื่นสุวรรณ
| {{ts|bl|br}} | กระทรวงยุตติธรรม
|-
| {{ts|bl}} | อา{{ชญ}}าหลวง เล่ม ๒
| {{ts|bl}} | ขุนสาราบันจง
| {{ts|bl|br}} | หอสมุดแห่งชาติ
|-
| {{ts|bl}} | กระบดศึก เล่ม ๑
| {{ts|bl}} | นายบุญสี
| {{ts|bl|br}} | กระทรวงยุตติธรรม
|-
| {{ts|bl|bb}} | กระบดศึก เล่ม ๒
| {{ts|bl|bb}} | หมื่นทิพไม้ตรี
| {{ts|bl|bb|br}} | กระทรวงยุตติธรรม
|-
|}<noinclude></noinclude>
syu0rbp587k9hnt5413bvguopr23gog
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/189
250
77406
296824
296383
2026-09-22T11:59:44Z
Vesperstelo
11696
296824
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๘๕|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>ให้เบี้ยเงินแก่ทาษท่าน แลนายเงินมันมิรู้ด้วย ท่านว่ามันสมคบด้วยทาษท่าน แม้นทาษนั้นมีสิ่งสีน ให้เอาสีนนั้นใช้หนี้ท่านแต่ต้น แลดอกเบี้ยนั้นให้ลดเสีย ถ้ามันไม่มีสีนจะให้ จะเอาทาษท่านไปมิได้ เมื่อไรมันมี จึ่งเอาแก่มัน เพราะให้หนี้แก่ทาษท่านมิให้นายมันรู้ด้วยแล
กล่าวลักษณกู้หนี้ถือสีนกันเอาชื่อทาษใส่ในกรมทันแลให้ทาษท่านกู้โดยสังเขปได้ ๓ มาตราเท่านี้
{{ลปร1|กหน|32}}
๑ มาตราหนึ่ง {{ซบ|ผัว|เมีย}} {{ปก2}} เข้าชื่อกันกู้เงินท่าน แลทังสองนั้นตาย ยังมีแต่ทรัพยช้างม้าวัวควายผู้คน บุตรหญิงชายก็ยัง แลบุตรนั้นมิรู้ว่าพ่อแม่เข้ากู้เบี้ยกู้เงินท่าน แลไปมิได้ใช้ เมื่อท่านพิจารณาเปนสัจว่า {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} กู้หนี้ถือสีนท่านจริง ให้บุตรซึ่งได้ทรัพยผู้คนช้างม้าวัวควายไร่นาเรือกสวนนั้นใช้ต้นสีนท่านจงเตม ผู้ใดได้มาก ให้ใช้มาก ผู้ใดได้น้อย ให้ใช้น้อย ให้พ้นจากจัตุราบาย อย่าให้เปนกำมเวรแก่ผู้ตายเลย
{{ลปร1|กหน|33}}
๒ มาตราหนึ่ง กู้หนี้ยืมของท่านไปมิทันใช้ แลผู้กู้หนี้ยืมของเกิดปัติเหตุตาย สีนอันผู้กู้นั้นมากน้อยเท่าใด ให้เจ้าหนี้เอาแทนสีนนั้น แม้นสีนผู้ตายนั้นอยู่แก่ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}}{{วว}}<noinclude></noinclude>
jiwfghak4smedl8ho2dxkn8t23ltua2
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/190
250
77407
296825
296385
2026-09-22T11:59:59Z
Vesperstelo
11696
296825
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๘๖|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>พี่น้องพ้องพันธุ์ก็ดี ได้แก่ผู้ใดก็ดี ให้ใช้ต้นสีนท่านนั้น อย่าประบัดสีนท่าน จะเปนกำมเปนเวรแก่ผู้ตาย
กล่าวลักษณกู้หนี้ท่านยังมิทันใช้ลูกหนี้ซึ่งมีชื่อในกรมตายได้ ๒ มาตรา
{{ลปร1|กหน|34}}
๑ มาตราหนึ่ง กู้เงินท่านแลส่งดอกเบี้ยรายมาถึงเดือนหนึ่ง {{ซบ|๒|๓}} {{ปก2}} เดือนแล้วก็ดี แลอยู่มามิส่งนายเงิน ๆ ก็ไปทวง แลทำประเว่ประวิงไปมา ต้นเงินก็มิส่ง ดอกเบี้ยก็มิให้ เปนช้านาน นายเงินให้สมภักนักการเรียกหา แลท่านบังคับว่าซึ่งดอกเบี้ยส่งรายเดือน {{ซบ|๒|๓}} {{ปก2}} เดือนนั้นเปนลาภแก่นายเงินแต่ที่ได้ไว้แล้วนั้น แลซึ่งดอกเบี้ยยังไม่ส่งนั้นให้บังคับตามมากแลน้อย ถ้าแลช้านานเท่าใด ให้บังคับแต่ต่อหน้าโดยพระราชกฤษฎีกา
{{ลปร1|กหน|35}}
๒ มาตราหนึ่ง กู้หนี้ท่านแลได้ส่งดอกเบี้ยแต่เดือนหนึ่งสองเดือน อยู่มามิส่งนายเงินไปทวงต้นเงินก็มิได้ ดอกเบี้ยมิได้ส่งเปนช้านาน นายเงินให้เรียกมายังแพ่งแห่งสุภากระลาการ ท่านให้บังคับดอกเบี้ยให้โดยสารกรมทันให้แต่ ๓ ขวบ ถ้าแลต้นเงินถึง ๑๐ ปี ให้เอาดอกแต่ต่อหน้า
อนึ่งถ้ากู้หนี้เงินท่าน ๆ จะเอาต้นเงินแลดอกเบี้ยหาดอกเบี้ยจะให้มิได้เปนช้านาน นายเงินให้ลูกหนี้ทำสารกรมทันกลับเอาดอกเบี้ยเปนต้น ให้เปนดอกไปอีกเล่า อยู่มา<noinclude></noinclude>
a2ah4seijqrqh2nmnbwjn4o3zki4g5y
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/191
250
77408
296826
296387
2026-09-22T12:00:17Z
Vesperstelo
11696
296826
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๘๗|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>นายเงินจะเอาเงิน ท่านว่ากรมกลัวไภย จะให้ดอกเบี้ยเยียใดจะได้ยากแก่ไพร่เมืองท่าน ให้เสียให้แต่ดอกเบี้ยเดิม ให้บังคับบันชาแต่โดยชอบธรรม
{{ลปร1|กหน|36}}
๓ มาตราหนึ่ง ทำสารกรมทันกู้เงินท่าน มีในสารกรมทันต้นเงินแต่เท่านั้น ๆ แล้วเอาเงินนอกกรมทันนั้นอีกมากน้อยเท่าใดก็ดี จะคิดเอาดอกเบี้ย<ref>ก: ดอก</ref> มิได้เลย เพราะเปนเงินนอกกรม
{{ลปร1|กหน|37}}
๔ มาตราหนึ่ง กู้หนี้ถือสีนท่านก็ดี ขายตัวไว้แก่ท่านเปนเงินมากน้อยเท่าใดก็ดี มิได้ใช้หนี้แลตัวมิได้อยู่รับใช้ท่านช้านานดอกเบี้ยต่อหน้า นายเงินจะเอาเงินของท่านให้ครบต่อหน้า แลลูกหนี้สิ้นร่างบันดาตัวหาเงินจะให้มิได้ทำสารกรมทันเอาดอกเบี้ยเปนต้น ตนเข้าใช้สอยทำสืบไปเล่า ถ้าแลตัวมิได้เข้าใช้ป่วยการท่านก็ดี แลมิได้ต้นเงินแลดอกเบี้ยมาส่งท่านก็ดี แลเจ้าหนี้จะคิดเอาค่าป่วยการเงินเก่าสืบไปอีกเล่า ท่าน<ref>ก: ท่านว่า</ref> มิให้ ๆ เลย
{{ลปร1|กหน|38}}
๕ มาตราหนึ่ง ผู้ใดให้กู้หนี้ถือสีนของตนไป ยังมิได้ต้นเงินดอกเบี้ยของตน ๆ ให้กู้ไปใหม่อีกเล่า ท่านว่านายเงิน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
4xes9e5g5oas2xqvi9opzbva2kv5jsz
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/192
250
77409
296827
296389
2026-09-22T12:00:31Z
Vesperstelo
11696
296827
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๘๘|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>จะใคร่ได้ดอกมากจึ่งให้กู้ใหม่เล่า ท่านว่านายเงินมักได้ใคร่มี ให้เรียกเอาแต่ต้นกรมทันก่อนนั้น กรมทันให้พายหลังหากสูนเปล่า แม้นลูกหนี้มิให้ก็ได้แล
กล่าวลักษณกู้หนี้ถือสีนกันแล้วแลเอาต้นเปนดอกได้ ๕ มาตราเท่านี้
{{ลปร1|กหน|39}}
๑ มาตราหนึ่ง ทวยราษฎรกู้หนี้ถือสีนกัน เจ้าหนี้อ้างว่าตนเปนดีมีทาษไทหลาย ว่ามียศมีศักดิล่วงความเมืองท่าน มิให้นาย {{ซบ|บ้าน|เมือง}} {{ปก2}} แพ่งแห่งกระทรวงเรียกหาให้เลย ก็ยื้อแย่งแข่งเขนเอาสิ่งสีนทรัพยเหดุนั้นมาเอง ถ้าหนี้นั้นเปนต่อหน้า ให้ยกดอกเบี้ยนั้นเสีย เอาแต่ต้นให้ ถ้าดอกเบี้ยนั้นมิถึงต่อหน้า ให้เอาต้นแลดอกเข้าด้วยกัน แลแล่งเสียกึ่งหนึ่ง เอากึ่งหนึ่งให้แก่เจ้าหนี้ ถ้ายื้อส่งสีนทรัพยแห่งเขามา เหลือหนี้นั้นให้คืนแก่เขา ถ้าแลเจ้าหนี้เอาสิ่งสีนเขามาทำให้หายตาย แลมีผู้พิภาษต่อเจ้าหนี้เอง มิให้เขาใช้หนี้นั้นเลย เพราะเจ้าหนี้ล่วงความเมืองท่าน ถ้าแลเจ้าหนี้ว่าชิงยื้อเอามานั้นน้อยมิภอหนี้ตน ท่านว่าอย่าให้เอาอีกแก่ลูกหนี้นั้นเลย เพราะเจ้าหนี้มักใคร่ใหญ่แต่ฝ่ายอันน้อย
{{ลปร1|กหน|40}}
๒ มาตราหนึ่ง ผู้ใดกู้หนี้ถือสีนท่าน เจ้าหนี้ทวงหลาย {{ซบ|ครั้ง|ครา}} {{ปก2}} แลผู้ถือหนี้ว่าจะให้บังวายไว้หมีให้ แลเจ้าหนี้ขึ้งเคียด<noinclude></noinclude>
8adhvx8ldv9pvlf8314eeoq4ulur7id
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/193
250
77410
296828
296391
2026-09-22T12:00:49Z
Vesperstelo
11696
296828
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๘๙|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>ยื้อเอาผ้าผ่อนเงินทองของโภคทรัพยซึ่งพระราชทานให้แก่ท่านนั้นไป ท่านว่าผู้นั้นเลมิดให้เรียกของท่านคืน แล้วให้ลงโทษ แม้นของขุนมุนนายดุจเดียว แลทรัพยติดพันว่ากล่าวเอากันตามกระบิลเมืองท่าน
{{ลปร1|กหน|41}}
๓ มาตราหนึ่ง กู้หนี้ยืมสีนท่าน แลมิได้ใช้แก่ท่าน ๆ เจ้าหนี้มาทวงของท่านแก่ผู้กู้หนี้ ๆ ก็ลืมคุณท่าน แลต่อด่าต่อตีท่าน มีบาดเจบด้วยกันทังสองข้าง ท่านให้ยกบาดเจบลูกหนี้เสีย ให้เอาบาดเจบเจ้าหนี้มาไหมลูกหนี้ ท่านว่าเจ้าหนี้มันร้าย ให้ลูกหนี้อดเอา ถ้าลูกหนี้อดเจ้าหนี้ ๆ ด่าตีลูกหนี้มีบาดเจบ ให้ไหมเจ้าหนี้โดยทนงศักดิ์
{{ลปร1|กหน|42}}
๔ มาตราหนึ่ง ผู้ใดกู้หนี้ท่าน แลให้ทรัพยกู้นั้นแก่ท่านแล้ว แลเจ้าทรัพยนั้นตีด่าผู้กู้หนี้ ให้ไหมเจ้าหนี้นั้น อนึ่งถ้าทรัพยนั้นยังมิได้เอามาส่ง แลเจ้าหนี้นั้นด่าตีผู้กู้หนี้ก็ดี ให้ตระลาการพิจารณาดูทรัพยอันกู้แลสีนไหมซึ่งด่าตีนั้น ถ้าเท่ากันให้ลดเสีย อย่าให้ผู้กู้นั้นให้ทรัพยอันกู้เลย<ref>ก: กู้นั้นเลย</ref> ถ้าทรัพยมากกว่าสีนไหม ให้เอาสีนไหมนั้นมากลบทรัพยนั้นเสีย ถ้าเหลือเท่าใด จึ่งให้ผู้กู้หนี้นั้นส่งแต่ทรัพยเท่านั้น ถ้าทรัพยนั้นน้อยกว่าสีนไหม ให้เอาทรัพยเติมให้จงถ้วนสีนไหมนั้น
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
b7bg58ww4m408uc35dh3kmx0lxn4mhc
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/194
250
77411
296829
296393
2026-09-22T12:01:24Z
Vesperstelo
11696
296829
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๙๐|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|43}}
๕ มาตราหนึ่ง ถ้าแลเจ้าหนี้ไปทวงหนี้หลาย {{ซบ|ครั้ง|ครา}} {{ปก2}} แลผู้ถือหนี้มิให้ ๆ เจ้าหนี้ไปร้องฟ้องนาย {{ซบ|บ้าน|เมือง}} {{ปก2}} แลสมภักนักการให้ไปเรียกไปหามาพิจารณา ถ้าเจ้าหนี้มิบอกแก่นาย {{ซบ|บ้าน|เมือง}} {{ปก2}} แลยื้อคร่า<ref>ก: คร้า</ref> เอาเขาผู้ถือหนี้มาจำจองเอาเองนั้น ท่านว่าเลมิดความเมืองท่าน ให้ไหม<ref>ต้นฉะบับ: ไหม่ แก้ตาม ก</ref> โดยตีด่าจำจอง
{{ลปร1|กหน|44}}
๖ มาตราหนึ่ง แม้นเบี้ยค่าเข้าค่าเล่าหยิบยืมซื้อเชื่อขายปลงติดพันกันเปนค่าแต่ต่ำแสนลงมาอยู่แก่กัน แลผู้เจ้าหนี้นั้นทวงถามมิให้ เจ้าหนี้ยื้อชักเอาสิ่งใด ๆ ก็ดี จะว่าแก่เจ้าหนี้นั้นมิได้ ถ้าเบี้ยนอกกว่านั้นเปนค่ากว่าแสนขึ้นไป คือกู้หนี้จำนำซื้อขายแก่กันเปนประการใด ๆ ก็ดี ท่านมิให้ยื้อชัก ถ้ายื้อชักท่าน ๆ ว่าเปนโทษแก่เจ้าเบี้ยนั้น
กล่าวลักษณกู้หนี้ถือสีนกันแลเจ้าหนี้ยื้อชักตีด่าลูกหนี้ได้ ๖ มาตราเท่านี้
{{ลปร1|กหน|45}}
๑ มาตราหนึ่ง ผู้ {{ซบ|ค้ำ|ถาม}} {{ปก2}} เงินให้แก่ผู้กู้มากน้อยเท่าใด แลผู้ค้ำเงินมิได้เอาตัวผู้กู้ไปถึงนายเงินให้รู้จักตัวรับเงินด้วย แต่ผู้ค้ำเงินรับเงิน ต้นเงินแลดอกเบี้ยตกอยู่แก่ผู้ค้ำนั้น
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
oriio1mnccp8rqjz3zupo3ys2ohggpc
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/195
250
77423
296830
296395
2026-09-22T12:02:18Z
Vesperstelo
11696
296830
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๙๑|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|46}}
๒ มาตราหนึ่ง ผู้ใดให้เอกสารกู้ทรัพยสิ่งของท่านไป มีผู้รับประกันแลผู้ถือหนี้หนีหาย ให้ผู้รับประกันใช้ต้นสีนท่านจงเตม ถ้าผู้ถือหนี้ตาย จะเอาต้นสีนดอกเบี้ยแก่ผู้รับประกันมิได้
อนึ่งมิได้มีเอกสารกู้หนี้ขายคนรับประกัน จะเอาแก่ท่านนั้นมิได้
กล่าวลักษณกู้หนี้ถือสีนกันแลมีผู้ {{ซบ|ค้ำ|ประกัน|นำถาม}} {{ปก2|3}} โดยสังเขปได้ ๒ มาตราเท่านี้
{{ลปร1|กหน|47}}
๑ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเอาเงินไปปลงไว้แก่ท่าน จะเอาโพชนาสาลี นายเงินจะเอาโพชนมิได้ ให้นายเงินคิดเอาเงินนั้นทวีคูน อนึ่งผู้ใดเอาโพชนปลงไว้แก่ท่าน ว่าจะเอาเงิน แลอยู่มาพ้นกว่าปีกว่าเดือนวันสัญาไว้แก่กันนั้น ผู้รับเอาโภชนไว้มิได้ส่งเงินนั้นให้ เจ้าโพชนจะคิดเอาดอกเงินนั้นมิได้ ควรให้คิดเอาโพชนนั้นเปนทวีคูน
{{ลปร1|กหน|48}}
๒ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเอาโพชนของท่านไปสัญาว่าถึง {{ซบ|เดือน|ปี}} {{ปก2}} นั้นจะให้โพชนแก่ท่านเท่าใดก็ดี แลมิได้ให้โพชนตามกำหนด เมื่อเอาไปนั้นเปนกาลโภชน {{ซบ|ถูก|แพง}} {{ปก2}} ก็ดี เอาไป<noinclude></noinclude>
4m8dya8779r89iftzws2igfcm9z90i3
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/196
250
77424
296831
296397
2026-09-22T12:05:42Z
Vesperstelo
11696
296831
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๙๒|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>เมื่อแพงใช้เมื่อถูกก็ดี เอาไปเมื่อถูกใช้เมื่อแพงก็ดี ถ้าเอาไปถึงสัญาได้ใช้บ้างยังค้างอยู่บ้างพ้นสัญาไปก็ดี เมื่อใช้นั้นท่านให้คิดเอาราคาโภชนเปนทวีคูนตามกาล {{ซบ|ถูก|แพง}} {{ปก2}} เมื่อเอาไปนั้น เหตุใดจึ่งกล่าวดั่งนี้ เหดุกาลมิได้เสมอ แลนิยมเดิมนั้นเปนที่ตั้งให้ใช้กัน
{{ลปร1|กหน|49}}
๓ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเอาเงินไปทอดปลงไว้แก่ท่าน จะเอาสิ่งของอันใด อยู่มาพ้นกว่า {{ซบ|ปี|เดือน}} {{ปก2}} วันสัญาแก่กัน ผู้รับเงินนั้นมิได้ให้สิ่งของตามสัญา ให้เจ้าเงินคืนเอาเงินนั้นเปนทวีคูน
กล่าวลักษณจำนำแลทอด {{ซบ|เงิน|เข้า}} {{ปก2}} ไว้แก่กันเปนดอกโดยสังเขปได้ ๓ มาตราเท่านี้
{{ลปร1|กหน|50}}
๑ มาตราหนึ่ง ทวยราษฎรทังหลายมีทุกข์กังวล มีอาสนกู้หนี้เงินท่าน เจ้าเงินให้เรียกหาออกมา ผู้กู้นั้นเปนหนี้หลาย {{ซบ|ต่อ|แห่ง}} {{ปก2}} สีนล้นพ้นตัว หาอันจะใช้มิได้ พิจารณาเปนสัจว่ากู้หนี้ถือสีนท่านจริง ให้ผัด {{ซบ|๓|๕|๗}} {{ปก2|3}} วันเปน ๑๕ วัน ถึงผัดมิได้ ให้จำใส่ขื่อ {{ซบ|แช่น้ำ|ตากแดด}} {{ซบ|๓|๓}} {{ปก2}} วัน อย่าให้มีที่อันกำบัง ถ้ามิได้ ให้พระสุภาวะดี<noinclude></noinclude>
m5rj82vt0169mg28ia7ef24squwp1i3
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/197
250
77425
296832
296399
2026-09-22T12:06:07Z
Vesperstelo
11696
296832
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๙๓|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>สืบสาวเอาลูกเต้าข้าคนช้างม้าวัวควายเย่าเรือนเรือกสวนไร่นาที่ดินให้แก่เจ้าสีนโดยควรแก่สีนท่าน ถ้ามิได้ ท่านให้ยืนขายขาด ค่าตัวผู้ถือหนี้นั้นเท่าใดให้เอาแจกเจ้าหนี้ทังหลาย ผู้ใดให้เรียกก่อนได้สองส่วน กว่านั้นได้คลส่วน เงินใครมากได้มาก เงินใครน้อยได้น้อย แลซึ่งเจ้าหนี้มิได้เอาสารกรมทันออกมาให้กระลาการเรียกจะเอาเงินนั่น ท่านมิให้ได้ส่วนแจกนั้นเลย ถ้าต้นแลดอกของเจ้าหนี้ทังปวงเหลืออยู่มากน้อยเท่าใด ซึ่งใช้มิ {{ซบ|ครบ|ภอ}} {{ปก2}} นั้นก็เปนภัพแก่เจ้าสีนทังปวงนั้น
{{ลปร1|กหน|51}}
๒ มาตราหนึ่ง กู้หนี้ท่านเมื่อเปนไท แลจำเนียรไปแลผู้กู้ยากเปนทาษท่าน แลให้เอาตัวผู้ถือหนี้นั้นออกมาตีค่าขายแจกแก่เจ้าหนี้ทังปวงตามกรมทัน แลเบี้ยใครมากได้มาก เบี้ยใครน้อยได้น้อย
{{ลปร1|กหน|52}}
๓ มาตราหนึ่ง ทหารพลเรือนเปนไพร่หลวงกู้หนี้ถือสีนท่าน สีนล้นพ้นตัว คงแต่ตัวผู้ถือหนี้ ท่านให้ยืนขายได้เท่าใด ยกไว้แก่ราชการกึ่ง ๆ หนึ่งนั้นให้แก่เจ้าหนี้ ผู้ใดให้เรียกก่อนได้สองส่วน กว่านั้นได้คลส่วน เงินใครมากได้มาก เงินใครน้อยได้น้อย แลซึ่งเจ้าหนี้มิได้เอากรมทันออกมายังกระลาการจะว่าเอาเงินนั้น ท่านมิให้ได้ส่วนแจกนั้นเลย
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
ng53ox7im5cdi3epanqrhn8jdbnoqbt
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/198
250
77426
296834
296401
2026-09-22T12:06:28Z
Vesperstelo
11696
296834
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๙๔|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>กล่าวลักษณกู้หนี้ถือสีนหลายแห่งสีนล้นพ้นตัวได้ ๓ มาตราเท่านี้
{{ลปร1|กหน|53}}
๑ มาตราหนึ่ง ทำสารกรมทันกู้หนี้ถือสีนท่าน ผูกดอกเบี้ยมิได้ส่งต้นเงินแลดอกเบี้ย เจ้าหนี้ทวงถามก็มิได้ เจ้าหนี้ร้องฟ้อง ให้สมภักนักการเรียกหาลูกหนี้มาพิจารณา ถ้าลูกหนี้รับ ให้คิดเอาดอกเบี้ยตามกระบิลเมือง ๑๐ ปี ให้เอา<ref>ก: เอาดอก</ref> แต่ต่อหน้า ถ้ากู้หนี้ของท่านมิรับ ว่ามิได้กู้ ต่อสำนวนด้วยเจ้าหนี้ สวนสับขับแท้แพ้แก่เจ้าหนี้ ให้เอาต้นสีนตั้งไหมทวีคูน ยกทุนให้เจ้าสีน เหลือนั้นเปนสีไหมกึ่งพิไนกึ่ง ดอกเบี้ยนั้นให้คิดเอาตามกระบิลเมือง
{{ลปร1|กหน|54}}
๒ มาตราหนึ่ง ให้ทรัพยสิ่งของแลสารกรมทันแก่กัน ถ้าลูกหนี้รับโดยสารกรมทัน ท่านว่าเปนสิท ถ้าผู้ขายผู้กู้มิรับ ให้เอาผู้ให้มาว่ากล่าวโดยกระบิลเมืองท่าน
{{ลปร1|กหน|55}}
๓ มาตราหนึ่ง ทรัพยท่านอยู่แก่ตน ท่านเรียกหามาพิจารณา มิรับ ว่าทรัพยมิได้อยู่แก่ตน เมื่อพิจารณาเปนสัจว่าทรัพยของท่านอยู่จริง ควรให้ไหมเอาแก่ผู้นั้นเปนทวีคูน ถ้าทรัพยมิได้อยู่แก่ท่าน ว่าทรัพยอยู่แก่ท่าน เมื่อพิจารณา<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
dfk80hy9e6lw6cwpd9eupbfv28xye17
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/200
250
77428
296835
296405
2026-09-22T12:07:06Z
Vesperstelo
11696
296835
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๙๖|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>สารกรมทันมาให้กระลาการเรียก ฝ่ายผู้กู้หนี้ต่อสู้ว่าได้ส่งเงินแล้วแลมิได้เอาสารกรมทันออก ฝ่ายนายเงินว่าเงินยังอยู่ ถ้าพิจารณาเปนสัจว่าลูกหนี้ส่งเงินเสรจ์แล้ว นายเงินมิได้ให้สารกรมทัน ให้ไหมนายเงินเท่ามักได้ ถ้าลูกหนี้ยังมิได้ส่งเงินตามสารกรมทัน ต่อสู้ว่าส่งแล้ว ท่านว่ามันประบัดสีนท่าน ให้ไหมเปนทวีคูน
{{ลปร1|กหน|59}}
๗ มาตราหนึ่ง ราษฎรทังหลายกู้หนี้ถือสีนกัน ลูกหนี้ภาเจ้า {{ซบ|หนี้|สีน}} {{ปก2}} มายังแพ่งจะส่งสีนท่าน ๆ มิให้เอาหัวเบี้ยแก่เจ้าสีน ท่านให้เอาแก่ผู้ส่งหนี้ เพราะลูกหนี้ภาเจ้าหนี้ขึ้นสาร
กล่าวลักษณกู้หนี้ยืมสีนแลต่อสู้เจ้าหนี้ได้ ๗ มาตราเท่านี้
{{ลปร1|กหน|60}}
๑ มาตราหนึ่ง กู้หนี้ถือสีนท่านเปนดอกเบี้ย แลเอาผู้คนช้างม้าวัวควายไว้ให้ใช้แทนค่าดอกเบี้ย แล้วอยู่มาผู้คนช้างม้าวัวควายล้มตาย ให้บอกแก่เจ้าของมันให้มาดูอาศภอันตายนั้น ถ้าเปนสัจว่าตายจริง ให้เอาแต่ต้นแลดอกเบี้ยนั้นเอามิได้ เพราะได้ใช้แรงมัน ถ้าแลโจรลักเอาช้างม้าวัวควายไป ของท่านหาย ให้ใช้เตมค่าอันหายนั้น แล้วให้เจ้าหนี้คิดเอาต้นเงินตามกรมทันซึ่งมันทำให้นั้น ถ้าผู้คนซึ่งให้ใช้แทนค่าดอกเบี้ยนั้นมันหนี ให้คิดเอาต้นเงินแลดอกเบี้ยแก่ผู้กู้นั้นโดยกระบิลเมือง
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}{{รกออ|group=วซ}}{{ซ|ม.ธ.ก.}}</noinclude>
e8ahzb3lxw3m0rp2pbo0a2tb35j068o
296836
296835
2026-09-22T12:07:15Z
Vesperstelo
11696
296836
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๙๖|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>สารกรมทันมาให้กระลาการเรียก ฝ่ายผู้กู้หนี้ต่อสู้ว่าได้ส่งเงินแล้วแลมิได้เอาสารกรมทันออก ฝ่ายนายเงินว่าเงินยังอยู่ ถ้าพิจารณาเปนสัจว่าลูกหนี้ส่งเงินเสรจ์แล้ว นายเงินมิได้ให้สารกรมทัน ให้ไหมนายเงินเท่ามักได้ ถ้าลูกหนี้ยังมิได้ส่งเงินตามสารกรมทัน ต่อสู้ว่าส่งแล้ว ท่านว่ามันประบัดสีนท่าน ให้ไหมเปนทวีคูน
{{ลปร1|กหน|59}}
๗ มาตราหนึ่ง ราษฎรทังหลายกู้หนี้ถือสีนกัน ลูกหนี้ภาเจ้า {{ซบ|หนี้|สีน}} {{ปก2}} มายังแพ่งจะส่งสีนท่าน ๆ มิให้เอาหัวเบี้ยแก่เจ้าสีน ท่านให้เอาแก่ผู้ส่งหนี้ เพราะลูกหนี้ภาเจ้าหนี้ขึ้นสาร
กล่าวลักษณกู้หนี้ยืมสีนแลต่อสู้เจ้าหนี้ได้ ๗ มาตราเท่านี้
{{ลปร1|กหน|60}}
๑ มาตราหนึ่ง กู้หนี้ถือสีนท่านเปนดอกเบี้ย แลเอาผู้คนช้างม้าวัวควายไว้ให้ใช้แทนค่าดอกเบี้ย แล้วอยู่มาผู้คนช้างม้าวัวควายล้มตาย ให้บอกแก่เจ้าของมันให้มาดูอาศภอันตายนั้น ถ้าเปนสัจว่าตายจริง ให้เอาแต่ต้นแลดอกเบี้ยนั้นเอามิได้ เพราะได้ใช้แรงมัน ถ้าแลโจรลักเอาช้างม้าวัวควายไป ของท่านหาย ให้ใช้เตมค่าอันหายนั้น แล้วให้เจ้าหนี้คิดเอาต้นเงินตามกรมทันซึ่งมันทำให้นั้น ถ้าผู้คนซึ่งให้ใช้แทนค่าดอกเบี้ยนั้นมันหนี ให้คิดเอาต้นเงินแลดอกเบี้ยแก่ผู้กู้นั้นโดยกระบิลเมือง
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
5cxfxe22zee9octrwe76gg4rrb47v28
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/201
250
77429
296837
296407
2026-09-22T12:14:58Z
Vesperstelo
11696
296837
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๙๗|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>{{ลปร1|กหน|61}}
๒ มาตราหนึ่ง หากันว่า {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} ตายายพี่น้องตาย แลได้มรดกกรมทันมาว่า ผู้กู้หนี้ {{ซบ|บิดา|มานดา}} {{ปก2}} ปู่ญ่าตายายลุงป้าน้าอาพี่น้องตนก็ดี ตนกู้หนี้ยืมสีนเขา ๆ ได้มรดกกรมทันไว้ก็ดี ไว้เขตแต่ใน ๑๐ ปีลงมา ให้เร่งพิจารณาบังคับบันชาให้แก่เขาจงเปนธรรม์ ถ้าอยู่บ้านเมืองเดียวด้วยกัน เมื่ออยู่ด้วยกัน มิได้ว่ากู้ยืมทรัพยแก่กัน ยังมิได้ส่งทรัพยแก่กัน อยู่นานมาจึ่งว่ากู้ยืมทรัพย บรู้ที่จะสำเรจ ถ้าพ้น ๑๐ ปีแล้ว บพึงให้พิจารณาเลย เพราะมันให้ไว้เปนช้านานเอง
ถ้าแม้นแผ่นดินนั้นเปนจุลาจลแล้วตั้งขึ้นใหม่ บมิควรที่จะว่าแก่มันเลย
ถ้าผู้กู้ยืมทรัพยนั้นหนีไปอยู่บ้านอื่นเมืองไกล ให้ผู้เจ้าสีนกฎหมายไว้แก่แพ่งแห่งสุภาจ่าเมือง ถ้าลูกหนี้มาถึงพ้น ๑๐ ปีก็ดี ให้บังคับบันชาให้เขาเถิด เพราะกู้แล้วมันหนีไปให้ป่วยสีนเขา พ้น ๑๐ ปีก็มิหาย
{{ลปร1|กหน|2}}
๓ มาตราหนึ่ง นายเงินสมรศด้วยลูกหนี้ มีลูกด้วยลูกหนี้ไซ้ เงินนั้นเสมือนสีนสอด ท่านว่ามิให้เอาเงินกู้นั้นเลย ถ้าแลหาลูกมิได้ หญิงไม่สมักอยู่ ท่านว่าให้เอาแต่ต้นเงิน อย่าคิดเอาดอกเบี้ยนั้นเลย อนึ่งหญิงนายเงิน<noinclude></noinclude>
6cbt1nb6550uohr813u7oxk24h5nsd7
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/202
250
77430
296838
296409
2026-09-22T12:15:16Z
Vesperstelo
11696
296838
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๙๘|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>เอาลูกหนี้เปนผัว ถ้าหาลูกมิได้ หญิงมิสมักอยู่ ท่านว่ามิให้เอาเงินแก่ชายลูกหนี้นั้นเลย
{{ลปร1|กหน|63}}
๔ มาตราหนึ่ง ผู้ใดเอาไพร่ไปราชการด้วย แลไพร่นั้นยากแค้นขาดแคลน หาอันจะมื้อซื้อกินมิได้ แลกู้เบี้ยเงินสิ่งสีนมุนนายซื้อหากิน ให้ใช้แต่ต้น ถ้านายกู้เงินไพร่ ก็ดุจเดียว
{{ลปร1|กหน|64}}
๕ มาตราหนึ่ง ฝูงทวยราษฎรไถ่ผู้คนกู้หนี้ถือสีนจะเอาดอกปลายแก่กัน ให้เรียกเอาจงท่วนทุกเดือน อย่าให้ละไว้ช้าเลย แม้นเจ้าเบี้ยละเบี้ยไว้<ref>ก: ละไว้</ref> ให้นาน ผู้กู้เอาเงินมาให้มาก {{ซบ|ครั้งหนึ่ง|หลายครั้ง}} {{ปก2}} ก็ดี สองพิภาษกัน ผู้ให้ว่าเปนต้น ผู้รับว่าให้เปนดอก ให้บังคับบันชาเปนต้นกึ่งดอกกึ่ง บาปนั้นไว้แก่ผู้กล่าวมิสัจ
{{ลปร1|กหน|65}}
๖ มาตราหนึ่ง แปลกทวงหนี้ว่ากู้เบี้ยกู้เงินกู้เข้าก็ดี แปลกว่าท่านซื้อเข้าของสรรพอัญะมณีก็ดี แปลกว่าท่านยืมทรัพยเข้าของสรรพเหดุใด ๆ ก็ดี แลทวงแก่ท่านจนถึงทุ่งเถียงกัน เมื่อพิจารณามิเปนสัจว่าท่านกู้ท่านยืมท่านซื้อท่านขายแลเทจทวงแก่ท่านดั่งนั้น ท่านว่าให้ไหมเท่าตนตู่ท่าน ตนมักได้ท่านฉันใด ท่านให้ไหมตนดุจนั้น ถ้าทุ่งเถียงแลยื้อชัก<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
nxgccto72wl46bvf72ybv2klgl96hr7
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/203
250
77431
296839
296411
2026-09-22T12:17:10Z
Vesperstelo
11696
296839
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Lucubratist" />{{หสล|๑๙๙|กู้หนี้}}{{สต}}</noinclude>ผลักไสตีด่าเอาให้ได้ ให้ไหมทวีคูน ถ้าแปลกตัวทวงแล้ว แลลุกะโทษว่าได้แปลกจริง แลพึงขอสมาแก่ท่านแล้ว ท่านว่าบพึงเอาโทษแก่ผู้แปลกนั้นเลย ถ้าเปนสัจว่าซื้อยืมของท่านจริง แลสบัดพลัดแพลงว่ามิได้กู้หนี้ มิได้ยืม มิได้ซื้อขาย เมื่อพิจารณาเปนสัจว่ากู้ยืมแก่ท่านจริง ท่านว่าให้เอาสีนนั้นตั้งไหมทวีคูน เพราะมันประบัดสีนท่าน อย่าให้เคยประบัดสีนท่านเลย
{{ลปร1|กหน|66}}
๗ มาตราหนึ่ง ผู้ใดให้ท่านรับเอาเงินทองไป แลมิได้สัญาว่าจะผูกดอกเบี้ย เมื่อกระลาการพิจารณาเปนสัจว่าท่านมิได้ผูกดอกเบี้ยจริง ให้คิดหักต้นทรัพยนั้นเสียเท่าดอกเบี้ยซึ่งโจทว่าจะเอาแก่ท่านนั้น
{{ลปร1|กหน|67}}
๘ มาตราหนึ่ง เอาทรัพยท่านไป ว่าจะผูกดอกเบี้ย แล้วอยู่มาแปรปรากหลากคำว่ามิได้ผูกดอกเบี้ย เมื่อพิจารณาเปนสัจว่าผูกดอกเบี้ยแก่ท่านจริง ให้คิดเอาดอกเบี้ยเปนทวีคูน
{{ลปร1|กหน|68}}
๙ มาตราหนึ่ง กู้หนี้ถือสีนท่านไป ให้สัญาแก่ท่าน เมื่อจนจะให้ดอกเบี้ยแก่ท่านตำลึงล {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>๑ }} ก็ดี {{ศสต | 1 = {{ชว|0.6em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>๒ }} ก็ดี ท่านให้คิดเอาแต่เดือนหนึ่ง พ้นนั้นให้คิดเอาตำลึงล {{ศสต | 1 = {{ชว|0.7em}}<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} | 2 = ๑<nowiki>|</nowiki>{{ชว|0.6em}} }} ตามกำหนดเมืองท่าน เพราะมันจน จะใคร่ได้ ตามใจมัน
กล่าวลักษณกู้หนี้ยืมสีนเปนปะกิณะกะเรี่ยรายได้ ๙ มาตราเท่านี้<noinclude></noinclude>
npkvqcmfqwrr6sygrrj549gg3ybfipo
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/293
250
79132
296899
296557
2026-09-23T09:08:15Z
Vesperstelo
11696
296899
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" /></noinclude>{{ลปร1|ก|พระไอยการลักขณโจร|<ref>เขียนเป็นสองเล่ม เล่ม ๑ นี้พิมพ์ตามฉะบับหลวง L11.1x ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่ง คือ L11.1 (ก)</ref>}}
จะกล่าวลักษณมูลคดีวิวาทเกีดความด้วยโจรกรรม คือองคโจร แลผู้สมโจร แลผู้สมด้วยผู้สมโจร โดยบาฬีมีในพระธรรมสาตรว่า {{หนา|อวหารญฺจ}} นำเอาซึ่งทรัพยสรรพเหตุทังปวงของผู้อื่นด้วยไถยจิตรพร้อมด้วยอะวะหาระเจตนาจัดเปนโจรกำม์ แลโจรนั้นมี ๘ จำภวกโดยบาฬีว่า
{{กก|{{รมมจ
|กตฺตา การิยตา เจว นิทฺทิฏฺฐา<ref name = ":0">ทั้งสองฉะบับเขียน นิทฺธิฏฺฐา</ref> สฺฐานทา สขา
|ชานา ตานา จ ภุตฺตา จ โจรา อฏฺฐวิธา วุตฺตา
}}}}
{{หนา|โจรา}} อันว่าโจรทังหลาย {{หนา|อฏฺฐวิธา}} มี ๘ จำพวก {{หนา|กตฺตา จ}} คือกระทำเองลักเองก็ดี {{หนา|การยิตา จ}} คือไช้ให้ผู้อื่น {{ซบ|กระทำ|ลัก}} {{ปก2}} ก็ดี {{หนา|นิทฺทิฏฺฐา}}<ref name = ":0"/> คือสั่งสอรโจรเปนครูอุปเทศโจรก็ดี {{หนา|สฺฐานทา จ}} คือให้ที่ {{ซบ|สำนัก|อยู่}} {{ปก2}} แก่โจรก็ดี {{หนา|สขา จ}} คือเปนเพื่อนมิศหายด้วยโจรก็ดี {{หนา|ชานา จ}} คือสมรู้รว่มคิดด้วยโจรก็ดี {{หนา|ตานา จ}} คือปอ้งกันโจรไว้ก็ดี {{หนา|ภุตฺตา จ}} คือกีนอยู่สมะเลด้วยโจรก็ดี {{หนา|อาจริ เยน}} อันพระมโนสาราจาร {{หนา|วุตฺตา}} กล่าว {{หนา|อิติ}} ด้วยประการ<ref>ต้นฉะบับ: ประการะ แก้ตาม ก</ref> ดั่งนี้
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
aurht8ewg6s04uvvou1rk81f7un5j3y
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/294
250
79133
296900
296559
2026-09-23T09:08:40Z
Vesperstelo
11696
296900
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๒๙๐|ลักขณโจร}}{{สต}}</noinclude>แลโจร ๘ จำพวกดั่งกล่าวมานี้จัดเปนองคโจร ๓ เปนสมโจร ๕ โดยบาฬีดั่งนี้
{{กก|{{รมมจ
|กตฺตา การาปิตา นิทฺทิฏฺฐา<ref name = ":0"/> ติวิธา โจรนามกา
|สฺฐานทา จ สขา ชานา ตานา จ ภุตฺตกา ปิ จ
|ตถา ปญฺจวิธา โจรา สมโจรา ติ กิตฺติตา
}}}}
แปลเนื้อความว่า {{หนา|โจรา}} อันว่าโจรทังหลาย {{หนา|ติวิธา}} มี ๓ จำพวก {{หนา|กตฺตา}} คือ {{ซบ|กระทำ|ลัก}} {{ปก2}} เองก็ดี {{หนา|การาปิตา จ}} คือไช้ให้ผู้อื่น {{ซบ|ทำ|ลัก}} {{ปก2}} ลักก็ดี {{หนา|นิทฺทิฏฺฐา}}<ref name = ":0"/> {{หนา|จ}} คือผู้สั่งสอรให้ลักเปนครูอุประเทศแห่งโจรก็ดี {{หนา|โจรนามกา}} ชื่อว่าเปนองคโจรแท้จรึง {{หนา|ตถา}} อนึ่งโสด {{หนา|โจรา}} อันว่าโจรทั้งหลาย {{หนา|ปญฺจวิธา}} มีห้าจำพวก {{หนา|สฺฐานตา จ}} คือผู้ให้ที่ {{ซบ|อยู่|สำนัก}} {{ปก2}} แก่โจรก็ดี {{หนา|สขา จ}} คือผู้เปนเพื่อนมิศหายรู้ด้วยโจรก็ดี {{หนา|ชานา จ}} คือผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยโจรก็ดี {{หนา|ตานา จ}} คือผู้ป้องกันกำบังโจรไว้ก็ดี {{หนา|ภุตฺต จ}} คือผู้กินอยู่สมเล<ref>ต้นฉะบับ: สมเล่ ส่วน ก เขียน สัมมะเล</ref> กับโจรก็ดี {{หนา|อาจริเยน}} อันมะโนสาราจาร {{หนา|กิตฺติตา}} กล่าว {{หนา|สมโจรา อิติ}} ชื่อว่าสมโจร
แลโจร ๘ ประการซึ่งจัดเปน {{ซบ|องคโจร ๓|สมโจร ๕}} {{ปก2}} ถ้าผู้พิภากษากระลาการพิจารนาเปนสัจแล้ว แลจะให้มีทันทานุทันท คือโทษ {{ซบ|น้อย|ใหญ่}} {{ปก2}} แล {{ซบ|สีนไหม|พิไนย}} {{ปก2}} องคโจรนั้นตามสถานโทษ สมโจรนั้นกึ่งโทษโจร{{วว}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
r7tsnjtwwkw6ptf3k0w98ttfk1q5s7n
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/295
250
79134
296901
296561
2026-09-23T09:09:50Z
Vesperstelo
11696
296901
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๒๙๑|ลักขณโจร}}{{สต}}</noinclude>สมด้วยผู้สมโจรนั้นกึ่งโทษผู้สมโจร
ทีนี้จะกล่าวสาขคดี คือกิ่งความ ตามมูลคดีวิวาทอันบุราณกระษัตรทรงพระราชวินิไฉยตามคำภีรพระธรรมสาตรมีพระราชบันญัติจัดเปนบทมาตราสืบ ๆ มาดั่งนี้
ศุภมัศดุ ๑๙๐๓ สุกระสังวัชฉะระเชฐมาศศุขปักจัตุถะดฤษดิ{{ตนอ|1=ถี|3=[[File:Thai character - tail of tho than.svg|9px]]|5=4}}ครุวาระปริเฉทกาลกำหนฎ สมเดจพระรามาธิบดีศรีฤดิรักษจักรพรรดิราชาธิราชตรีภูวนาธิเบศบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวเสดจออกพระที่นั่งมังคลาภิเศกฝ่ายปจิมทิศแห่งพระมหาประสาทพร้อมด้วยหมู่มุขมาตยามลตรีกระวีราชบันทิตย์บโรหิตาโหราจารเฝ้าพระบาทอยู่โดยอันดับ จึ่งขุนหลวงพระไกรศรี ขุนพคลังนายท้าว<ref>ก: เท้า</ref> กราบบังคมทูลแดสมเดจบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัว ด้วยข้าพระพุทธิเจ้าพิจารณาเนี้อความโจร ลางคาบได้พิรุทเฆียรออก ลางคาบหมีได้ความจรึ่ง ลางคาบได้ทรัพย์เฆียรมิออก ลางคาบยังหมีได้เฆียรมันษาระภาบ ลางคาบได้ทรัพย์แล้วหมีได้ษาระภาพ ลางคาบรับเปนสัจซัดพวกเพื่อนแลได้พวกเพื่อนมา ลางคาบรับสมโจร ลางคาบหมีได้รับสมโจร ลางคาบได้ทรัพย์ ลางคาบพวกพิรุท ลางคาบพวกมิได้พิรุท ลางคาบพวกโจรษารภาพ ลางคาบพวกโจรหมีได้ษาระภาพ ลางคาบโจรซัดพวกเปนสัจ ลางคาบซัดพวกหมีได้เปน<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
0z5qd9cz1pyibqdydt35aefjbrhlufn
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/296
250
79138
296903
296563
2026-09-23T09:10:09Z
Vesperstelo
11696
296903
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๒๙๒|ลักขณโจร}}{{สต}}</noinclude>สัจ ลางคาบซัดพวกเพื่อนหมีได้คืนคำ แลมีผู้เสี้ยมสอรโจรให้คืนคำ แลคำโจรพิรุทประการหนึ่ง แต่ใดจเรียกว่าโจรปล้นวิ่ง แต่ใดจะเรียกว่าโจรย่องสดม แต่ใดจเรียกว่าโจรตีชีง แต่ใดจเรียกว่าโจรฉกฉวย แต่ใดจเรียกว่าโจรสาธารณ แต่ใดจเรียกว่าโจรล้วงลัก แต่ใดจเรียกว่าโจรลักเลียม แต่ใดจเรียกว่าโจรซุ่มซ่อน ข้าพระพุทธิเจ้าทังปวงฃอได้แจ้งในพระราชปรฎิบัตร จึ่งสมเดจพระพุทธิเจ้าอยู่หัวทรงพระราชวินิจไฉยว่า
อันโจรปล้นนั้นฤๅ คือว่าโจรคบพวกเพื่อน {{ซบ|๑๐|๒๐|๓๐}} {{ปก2|3}} คนไปปล้น {{ซบ|บ้าน|เรือน}} {{ปก2}} กลาง {{ซบ|วัน|คืน}} {{ปก2}} ยิง<ref>ทั้งสองฉะบับเขียน ยิ่ง</ref> ปืนโห่ร้องเข้าไปให้เจ้าของสดุ่งตกใจกลัว แล้วเกบเอาทรัพยทังปวง
อันว่าโจรย่องสดมนั้นฤๅ คือว่าโจรมีความรู้คุณเวทวิทยาคมสกฎให้เจ้าของหลับแล้วขึ้นเกบเอาทรัพย์สิ่งของ
อันว่าโจรไภยนั้นฤๅ คือว่าเปนโจรกระทำให้กลัวแล้วเกบเอาทรัพย์สิ่งสีนไป
อันว่าโจรตีชีงนั้นฤๅ คือว่าโจรคบพวกเพื่อนไปตี {{ซบ|หาบคอน|โคเกวียน|หับไร่นา|สำเภานาวา}} {{ปก2|4}} ณหนทาง {{ซบ|บก|เรือ}} {{ปก2}}
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
qpivbjsl53kzqievy3p9pw5paqy0qum
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/297
250
79140
296904
296565
2026-09-23T09:11:17Z
Vesperstelo
11696
296904
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๒๙๓|ลักขณโจร}}{{สต}}</noinclude>อันว่าโจรฉกฉวยนั้นฤๅ คือ<ref>“ต้นฉะบับ: คืว”</ref> ว่าหาเครื่องสาตราวุธหมีได้ ไปคอยอยู่ที่ถนนหนทางเปลี่ยว ช่วงชีงเอาทรัพย์สิ่งของเครื่องอัญมณีทังปวง
อันว่าโจรซุ่มซ่อนนั้นฤๅ คือว่าคบกันไปคอยด้อมมองณทับราวป่าท่าน้ำสถานที่ใด ๆ ก็ดีหมีให้เจ้าของรู้เหน เกบเอา {{ซบ|ทรับ|ช้างม้า|เรือเกวียร}} {{ปก2|3}} ประการใดไป
อันว่าโจรล้วงลักนั้นฤๅ คือว่าโจรล้วง {{ซบ|เรือ|เรือน|ร้าน}} {{ปก2|3}} เอาทรัพย์สิ่งของทังปวงไป
อันว่าโจรลักเลียมนั้นฤๅ คือว่าเรือเกวียรสิ่งของท่านไว้ณ {{ซบ|ท่า|บ้าน|เริอน}} {{ปก2|3}} แห่งใดๆ ก็ดี เอาสิ่งของท่านไปไม่บอกเจ้าของ เจ้าของภบเหนจึ่งว่าหยอกยืม
อันว่าสาธารณโจรนั้นฤๅ คือว่าเปนโจรไปด้วยเขา อยู่เฝ้า<ref>ต้นฉะบับ: เฝ่า แก้ตาม ก</ref> เรือก็ดี ไปด้วยแต่กลางทางแล้วกลับมาก็ดี หมีได้ทำร้ายด้วยเขา
อันว่านิลำภรโจรนั้นเปนโจรแต่เหตุโทษพิรุทติจพันดุจมณทินนิลเมฆอันคล้ำดำติจอยู่
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
lx7bpsds900wg9tc7ee8ezr5ifjm1u3
296905
296904
2026-09-23T09:11:33Z
Vesperstelo
11696
296905
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๒๙๓|ลักขณโจร}}{{สต}}</noinclude>อันว่าโจรฉกฉวยนั้นฤๅ คือ<ref>ต้นฉะบับ: คืว</ref> ว่าหาเครื่องสาตราวุธหมีได้ ไปคอยอยู่ที่ถนนหนทางเปลี่ยว ช่วงชีงเอาทรัพย์สิ่งของเครื่องอัญมณีทังปวง
อันว่าโจรซุ่มซ่อนนั้นฤๅ คือว่าคบกันไปคอยด้อมมองณทับราวป่าท่าน้ำสถานที่ใด ๆ ก็ดีหมีให้เจ้าของรู้เหน เกบเอา {{ซบ|ทรับ|ช้างม้า|เรือเกวียร}} {{ปก2|3}} ประการใดไป
อันว่าโจรล้วงลักนั้นฤๅ คือว่าโจรล้วง {{ซบ|เรือ|เรือน|ร้าน}} {{ปก2|3}} เอาทรัพย์สิ่งของทังปวงไป
อันว่าโจรลักเลียมนั้นฤๅ คือว่าเรือเกวียรสิ่งของท่านไว้ณ {{ซบ|ท่า|บ้าน|เริอน}} {{ปก2|3}} แห่งใดๆ ก็ดี เอาสิ่งของท่านไปไม่บอกเจ้าของ เจ้าของภบเหนจึ่งว่าหยอกยืม
อันว่าสาธารณโจรนั้นฤๅ คือว่าเปนโจรไปด้วยเขา อยู่เฝ้า<ref>ต้นฉะบับ: เฝ่า แก้ตาม ก</ref> เรือก็ดี ไปด้วยแต่กลางทางแล้วกลับมาก็ดี หมีได้ทำร้ายด้วยเขา
อันว่านิลำภรโจรนั้นเปนโจรแต่เหตุโทษพิรุทติจพันดุจมณทินนิลเมฆอันคล้ำดำติจอยู่
{{มปก}}<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
7kcdnkau5mxx3ssw6serokpusrf6pep
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/298
250
79141
296906
296567
2026-09-23T09:11:49Z
Vesperstelo
11696
296906
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="En moins de rien" />{{หสล|๒๙๔|ลักขณโจร}}{{สต}}</noinclude>อันว่าวิสาสคาหโจรนั้น คือว่าเปนโจรลักทรัพย์สิ่งของญาติพี่น้องบิดามารดาสามีพรรยาเขยษะใพ้
อันว่าสาระพะโจรนั้น คือว่าษาระพะลักหมีได้เลีอก
บัณฐทูสะกะโจรนั้น คือว่าโจรตีชีงเอาทรัพย์สิ่งของในทาง {{ซบ|น้ำ|บก}} {{ปก2}}
อันว่าทามภริกะโจรนั้น คือว่ากระทำโจรกำม์ด้วยพวกเพื่อนเลี้ยงชีวิตร
อันว่าโจรสาระนั้น คือว่าลักทรัพย์อันเปนแก่นสาร ลักพระพุทรูป แลลอกทองพระพุทธรูปพระสถูบพระเจดีย์ เปนมิจฉาทิฤฐิอุกฤฐโทษ
อันว่าดัศกรโจรนั้น คือว่าคบพวกเพื่อนปล้นบ้านเรีอนในขอบขันทเสมามลทนสมเดจ์พระมหากระษัตราธิราชเจ้า เอาเพลีงเผาบ้านเรือนลุกลามไปไม่บ้านเรือนแลไม่พระพุทธรูปพระสถูปพระเจดีย์พระศรีมหาโพทธิกุฏิวิหารการบูเรียนเปนอันมากนั้น โทษหนัก เข้าในระวางอุกฤษฐโทษ
มีในพระธรรมสาตรลักษณองคโจร ๑๖ จำพวกแล้วมีสมโจร ๑ สมดว้ยผู้สมโจร ๑
{{ลปร1|กหน|1}}
๑ อนึ่งมีพระราชบันญัติไวแก่อธิบดีศรีนครบาลผู้บริหานพิจารณาบันดาความโจรทังปวงไซ้ จงมีใจซื่อตรงคงในเบญจะสีล ๕ คืออย่าให้ฆ่าสัตว อย่ากำหนัดในทรัพย์ท่าน อย่าทำ<noinclude></noinclude>
i15bqf7d8saqpog4xh6fhj85npv60ud
หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2529 (2).djvu/299
250
79142
296907
296569
2026-09-23T09:12:08Z
Vesperstelo
11696
296907
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="En moins de rien" />{{หสล|๒๙๕|ลักขณโจร}}{{สต}}</noinclude>
{{ลปร1|กหน|2}}
๒ มาตราหนึ่ง<noinclude>{{สต}}{{รกออ}}</noinclude>
024xkmqlh4s2vqbqkt6yet0fv8d5kek
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/1
250
90966
296865
295127
2026-09-22T20:49:04Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296865
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" /></noinclude>{{center|{{xx-larger|'''นวโกวาท'''}}}}
{{center|[หลักสูตรนักธรรมชั้นตรี]}}
{{center|{{larger|'''สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส'''}}}}
{{center|{{smaller|ทรงแต่ง}}}}
{{rule|10%}}
{{center|พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ}}
{{center|{{larger|'''คุณแม่ส้มเกลี้ยง เล้าตระกูล'''}}}}
{{center|ณ เมรุวัดประยุรวงศาวาส ธนบุรี}}
{{center|จันทร์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๓}}
{{rule|10%}}
{{nop}}<noinclude></noinclude>
i0hby5ivhe3v5xlwyq7i5yi5fmnv5jz
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/2
250
90968
296866
295128
2026-09-22T20:56:10Z
TinTin45678
12482
296866
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" /></noinclude>{{raw image|นวโกวาท_-_วชิรญาณวโรรส_-_๒๕๑๓.pdf/2}}<noinclude></noinclude>
dhip5verwrj8jpvn4pqdq8846beeser
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/3
250
90969
296842
294944
2026-09-22T12:38:06Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296842
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" /></noinclude>{{center|ประวัติ}}
{{center|{{larger|'''คุณแม่ส้มเกลี้ยง เล้าตระกูล'''}}}}
คุณแม่เป็นบุตร นายย่งกวาง แซ่เล้า และนางทองอยู่ ผิวตาลดี เกิดเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๓๕ ตรงกับวันเสาร์ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะโรง ณ บ้านตำบลสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี และได้ถึงแก่มรณกรรมด้วยโรคมะเร็งที่เนื้อปอด เมื่อวันเสาร์ที่ ๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๑๒ ตรงกับวันเสาร์แรม ๕ ค่ำ เดือน ๘ ปีระกา ที่บ้านถนนลาดพร้าว อำเภอบางกะปิ จังหวัดพระนคร รวมอายุได้ ๗๗ ปี ๑ เดือน ๑๕ วัน.
พี่น้องร่วมบิดา มารดาของคุณแม่ มีรวม ๗ คน คือ
{{ordered list|list-style-type=thai
| นางฮุ้น (ถึงแก่มรณกรรม)
| นายใช้ (ถึงแก่มรณกรรม)
| นางเหลว (ถึงแก่มรณกรรม)
| นางแบ๊ะ (ถึงแก่มรณกรรม)
| นางส้มเกลี้ยง (ถึงแก่มรณกรรม)
| นางทองมี (ถึงแก่มรณกรรม)
| นางหงิม
}}
เมื่อคุณแม่อยู่ในวัยเด็ก คุณแม่ได้รับการเลี้ยงดูอบรมในด้านกิริยามารยาท และงานบ้านงานเรือนตามแบบกุลสตรีไทยทั่วไป แม้ใน<noinclude></noinclude>
scqw6urlw613wlpsz5x3dv4v8u5g9w6
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/4
250
90970
296857
295129
2026-09-22T13:08:36Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296857
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ข|}}</noinclude>สมัยนั้นจะยังไม่นิยมให้ผู้หญิงเรียนรู้หนังสือมากนัก คุณแม่ก็ยังแสดงความเฉลียวฉลาดและสนใจในการเรียน จนสามารถอ่านออกเขียนได้ดีเทียม ๆ ญาติที่เป็นชาย คุณแม่เติบโตอยู่ที่บ้านเกิดอย่างมีความสุข คุณแม่เป็นผู้ช่วยเหลือกิจการงานในบ้านทุกประเภท และยังเป็นกำลังสำคัญในการประกอบอาชีพของครอบครัวอีกด้วย
เมื่อคุณแม่อายุได้ ๒๑ ปี คุณแม่ได้สมรสกับนายอากรกวางเจี่ย แซ่ลี้ มีบุตรหญิงหนึ่งคนชื่อ เฉลียว (ซิ้วเซ้ง) แล้วนายอากรกวางเจี่ยได้ถึงแก่มรณกรรม หลังจากนั้น ๕ ปี ในพุทธศักราช ๒๔๖๘ คุณแม่ได้สมรสกับนายถนอม ทรรพกาญจน์ และมีบุตรหญิงอีกหนึ่งคน แต่คุณแม่ก็ต้องประสบเคราะห์กรรมในชีวิตสมรสอีกครั้งหนึ่ง และต้องเลี้ยงดูบุตรทั้งสองตามลำพังตั้งแต่บุตรคนเล็กอายุได้ ๗ ปี ชะตาชีวิตของคุณแม่ในช่วงนั้นจัดว่าวิบากอย่างยากที่จะหาใครดิ้นรนให้ผ่านพ้นได้อย่างปลอดภัย แต่ก็ด้วยเชาว์ปัญญาไหวพริบอันหลักแหลมและกำลังใจที่เข้มแข็งของคุณแม่ ประกอบด้วยแรงเกื้อหนุนทั้งทางกำลังใจ กำลังกาย และกำลังทรัพย์จากญาติและมิตร โดนเฉพาะจากนางฮุ้น และนางเหลวพี่สาวของคุณแม่เอง คุณแม่จึงสามารถฟันฝ่ามรสุมชีวิตมาได้ เหมือนกับไม่เคยพบปัญหาชีวิตอะไรมาก่อน
ทางด้านสุขภาพของคุณแม่ คุณแม่เป็นคนมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์เสมอ คุณแม่เป็นคนขยันไม่ยอมอยู่นิ่ง ไม่รู้จักคำว่า เหนื่อยหรือเพลีย คุณแม่นอนดึกได้ ตื่นเช้าได้ และเกือบจะเรียกว่าไม่รู้จักการนอนกลางวัน ตลอดชีวิตของคุณแม่เคยมีความป่วยไข้ชนิดที่ต้อง<noinclude></noinclude>
4h20s1av02wp94p865ebv7ufff2cm9d
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/5
250
90971
296858
295130
2026-09-22T13:30:15Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296858
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ค|}}</noinclude>รับการรักษาเยียวยาจากแพทย์ รวมทั้งสิ้น ๓ ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกเมื่ออายุ ๓๕ ปี นับว่าเป็นไข้หนักชนิดที่ต้องหัดเดินกันใหม่เมื่อหายไข้แล้ว ครั้งที่สอง เมื่ออายุ ๗๐ ปีด้วยอาการชาแขนขาซีกซ้าย แต่เมื่อได้รับการรักษาจากแพทย์และการนวดจากหมอนวดอาการชานั้นก็ทุเลาไปในชั่วเวลาอันสั้น และแล้วคุณแม่ก็พบกับอาการป่วยครั้งที่ ๓ อันเป็นครั้งที่ไม่ให้โอกาสอะไรแก่คุณแม่ต่อไปอีก
อาการป่วยครั้งที่มาพร่าเอาชีวิตของคุณแม่ไปนี้ เริ่มด้วยคุณแม่รู้สึกร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะในยามดึกของสัปดาห์กลางเดือนพฤษภาคม ๒๕๑๒ ซึ่งในสัปดาห์นั้นทุกคนก็รู้สึกร้อนอบอ้าวเช่นกัน เพราะเป็นช่วงเวลาที่อากาศแปรปรวนระหว่างต้นฤดูฝน แต่แล้วคุณแม่ก็เริ่มมีอาการผิดแปลกไปจากคนอื่น ๆ คือมีเหงื่อออกเต็มตัว หลังจากเที่ยงคืนไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่เป็นเวลาที่อากาศเย็นจนบางคนจะรู้สึกหนาวถึงกับต้องห่มผ้า คุณแม่นอนหายใจไม่สะดวกต้องลุกขึ้นนั่ง ไอเล็กน้อย เมื่อขยับตัวหรือเมื่ออยู่ในที่อับลม มีน้ำลายเหนียวมากเป็นพิเศษ แต่เมื่อคุณแม่ต้องอยู่ในที่ ๆ ลมพัดผ่านสะดวกคุณแม่จะรู้สึกสบายขึ้น คุณแม่จึงเข้าใจว่าความไม่สบายนั้นเกิดจากเหตุภายนอกเท่านั้น ครั้นวันที่ ๒๘ พฤษภาคมได้ไปปรึกษาแพทย์ แพทย์ตรวจวินิจฉัยอาการแล้วเยียวยาและสั่งให้ไปฉายเอ๊กซเรย์ทรวงอกในวันรุ่งขึ้น บ่ายวันที่ ๒๙ พฤษภาคมนั้นเอง ผลเอ๊กซเรย์ได้ยังความตกตลึงงงงันแก่แพทย์และลูกหลานทั่วไปหมด เพราะปรากฏว่ามะเร็งร้ายที่ไม่เคยไว้ชีวิตให้แก่ใคร ได้เกาะที่เนื้อปอดของคุณแม่ทั้งสองข้าง แพทย์ได้แนะนำให้เข้าตรวจร่างกายด้วยระบบ<noinclude></noinclude>
k3zioyofueyva4zid82jhx941xzhfmi
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/6
250
90972
296859
295131
2026-09-22T13:34:56Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296859
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ฆ|}}</noinclude>อื่น ๆ ให้ประจักษ์อีกครั้งหนึ่ง เพราะแพทย์เองก็ยังไม่อยากจะปลงใจเชื่อเนื่องจากเคยเห็นสุขภาพของคุณแม่ดีตลอดมา
คุณแม่ได้เข้าโรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๑๒ ผลจากการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ทุกระบบยืนยันตามฟิลม์เอ๊กซเรย์ครั้งแรก และยังได้ทราบเพิ่มเติมว่า เป็นมะเร็งชนิดร้ายแรงและรวดเร็วมากด้วย ไม่มีทางใดจะรักษาให้หายได้ ครั้นจะสืบให้ทราบว่าเจ้าโรคร้ายมันเริ่มรุกรานคุณแม่ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่มีทางจะหาหลักฐานอันใดได้ ทั้ง ๆ ที่ลูกและหลานทราบดี ถึงความร้ายแรงของไข้ของคุณแม่ แต่ก็ยังปรารถนาที่จะให้คุณแม่มีโอกาสอยู่กับเราให้นานที่สุดที่จะนานได้ เราจึงให้ท่านรับการรักษาทั้งจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาล ทั้งทางจิตตานุภาพและอื่น ๆ ทุกวิถีทาง หลังจากคุณแม่อยู่โรงพยาบาลประมาณ ๑ เดือน คุณแม่รู้สึกตัวว่าอาการไม่ดีขึ้นจึงวิงวอนขอกลับบ้านโดยให้เหตุผลว่า การได้กลับบ้านอาจทำให้หายป่วยได้ และปลงตกด้วยว่า หากถึงวาระแล้วใคร ๆ ก็ช่วยไม่ได้ ลูกหลานจึงจำใจต้องยอมจำนน
วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๑๒ คุณแม่ได้กลับมาอยู่บ้านสมความปรารถนา คุณแม่ดีใจมาก รู้สึกว่าหน้าตาสดชื่นยิ้มย่องผ่องใส รับประทานอาหารได้ดีกว่าเก่า แต่เรี่ยวแรงคุณแม่กลับถอยลง ถึงกระนั้นคุณแม่ก็ไม่เคยยอมนอนรับประทานอาหาร ไม่เคยยอมนอนถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ คุณแม่พูดและคุยอย่างมีเหตุและผล แถมมีถ้อยคำขำขันกับพวกลูกหลานและนางพยาบาลมาตลอด จนถึงสัปดาห์ปลายเดือน<noinclude></noinclude>
4efiu9qyxquhbpw9by8dc5wsc7zug8t
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/7
250
90973
296860
295132
2026-09-22T19:57:17Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296860
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ง|}}</noinclude>กรกฎาคม คุณแม่จึงเริ่มพูดจาสับสน โดยเฉพาะคืนวันพฤหัสที่ ๓๑ กรกฎาคม คุณแม่บอกว่าอยากพูดอยากคุย และพูดจนตลอดคืน ประกอบกับมีอาการประเดี๋ยวหนาวประเดี๋ยวร้อนไม่เป็นส่ำ แต่รุ่งขึ้นคุณแม่กลับมีสติดีอีกตลอดวัน สั่งให้ทำอาหารที่เคยชอบให้รับประทาน และเมื่อเวลา ๒๐.๓๐ น. นายแพทย์มาเยี่ยมคุณแม่ก็ยังทักทายปราศรัยกับนายแพทย์อย่างมิใช่คนป่วยหนัก ครั้นพอนายแพทย์กลับไปแล้วคุณแม่เปลี่ยนไปทันที กลับพูดเพ้อเจ้อเห็นพระมานั่งอยู่ใกล้ ๆ แล้วหลังจากนั้นก็พูดโต้ตอบอย่างตรงเรื่องบ้างไม่ตรงเรื่องบ้าง มีตอนที่คุณแม่ได้สติขอโกโก้ร้อน ๆ ดื่มอยู่สองครั้ง และเป็นคืนแรกที่คุณแม่ไม่ถ่ายปัสสาวะ ครั้นรุ่งเช้าวันเสาร์ที่ ๒ สิงหาคม คุณแม่หยุดพูด นอนหลับตา หายใจลึกและไม่สู้สะดวกทั้ง ๆ ที่มีออกซิเจนช่วย ลูกหลานเฝ้าเรียก คุณแม่ไม่ขานไม่ตอบ ชีพจรค่อย ๆ อ่อนลง ความดันโลหิตลดต่ำลง ได้รีบเชิญนายแพทย์มาด่วน และเมื่อมาถึงได้ตรวจดูอาการพบว่าคุณแม่เข้าคั่นโคม่าเสียแล้ว อนิจจา! และในที่สุดคุณแม่ก็จากลูกหลานที่มาเฝ้าดูใจคุณแม่อยู่อย่างถ้วนหน้าไปด้วยความสงบ เมื่อเวลา ๒๒.๑๐ น. ของวันที่ ๒ สิงหาคม นั้นเอง
มรณกรรมของคุณแม่ ยังความเศร้าสลดใจ อาลัยอาวรณ์แก่บรรดาลูกหลาน ญาติพี่น้อง และมิตรสหายเป็นที่ยิ่ง ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าจะมีโรคภัยอะไรมาคุกคามและเอาชนะคุณแม่ได้ คุณแม่ไม่เคยอ่อนแอทั้งกายและใจ ไม่เคยย่อท้อต่อความลำบากแม้จะแสนสาหัสสักเพียงใด ในยามรุ่งเรืองคุณแม่ก็ไม่เคยเห่อเหิมทรนง คงดำเนินชีวิต<noinclude></noinclude>
c7dkyb6xnijik02ujtg3nvgaura1ap2
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/8
250
90974
296861
295133
2026-09-22T20:00:13Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296861
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||จ|}}</noinclude>อย่างสงบเสงี่ยมสม่ำเสมอ คุณแม่รักษาจิตใจของคุณแม่ได้มั่นคงและอยู่ในศีลในธรรม มีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ มีใจโอบอ้อมอารีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือจุนเจือญาติพี่น้อง อย่างมิได้หวังการตอบแทน คุณแม่ถือมั่นในสัจจะ รักความยุติธรรมไม่คิดเบียนเบียนใคร มีความหวังดีแก่ทุกคน แม้ขณะที่คุณแม่ป่วยหนักก็ยังแสดงความห่วงใยน้องห่วงลูกและหลาน รวมทั้งผู้มาเยี่ยมเยียนตลอดเวลา คุณแม่นับถือพุทธศาสนาอย่างมั่นคง สวดมนต์ภาวนาทุกค่ำ{{SIC|เชา|เช้า}} ทำบุญใส่บาตรฟังเทศน์ฟังธรรมอยู่เป็นนิจ มีศรัทธาบริจาคทรัพย์เพื่อบำรุงพุทธศาสนาเพื่อการสาธารณประโยชณ์ตามควรแก่ฐานะของคุณแม่อยู่เนือง ๆ นับเป็นการปฏิบัติชอบและเป็นตัวอย่างที่ดี ที่ลูกหลานควรปฏิบัติตามสืบไป ฉะนั้นลูกจึงใคร่ขอพลังอำนาจแห่งกุศลผลบุญที่คุณแม่ได้บำเพ็ญไว้ เป็นปัจจัยหนุนนำดวงวิญญาณของคุณแม่ให้ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ และขอให้เป็นโอกาสที่คุณแม่จะได้ปฏิบัติธรรมจนหลุดพ้นจากสงสารทุกข์ตามคติแห่งพุทธศาสนาได้โดยเร็วเถิด.
{{right|'''สมนึก คำอุไร'''}}
{{right|''๓๐ พ.ย. ๒๕๑๓''}}
{{left|''๖๐/๗ ซอยสังคมสงเคราะห์ ๑''}}
{{left|''ลาดพร้าว พระนคร ๑๐''}}
{{nop}}<noinclude></noinclude>
55qz7i00rosd9iefygmg040cw419agd
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/9
250
90975
296862
294953
2026-09-22T20:07:40Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296862
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" /></noinclude>{{center|{{larger|'''ทายาทของคุณแม่ส้มเกลี้ยง เล้าตระกูล'''}}}}
'''ธิดา'''
{{ordered list|list-style-type=thai
| เฉลียว แซ่ลี้ (ถึงแก่กรรม) สมรสกับนายขุนทอง พิณสุวรรณ
| สมนึก ทรรพกาญจน์ สมรสกับนายสืบศรี คำอุไร
}}
'''หลาน''' (เกิดแต่นางเฉลียวและนายขุนทอง พิณสุวรรณ)
{{ordered list|list-style-type=thai
| ศรีทอง พิณสุวรรณ (ญ)
| ทองสืบ พิณสุวรรณ (ช)
| สร้อยทอง พิณสุวรรณ (ญ)
| แสงทอง พิณสุวรรณ (ญ) สมรสกับนายบรรพต อาภัสสรนนท์
| สุเทพ พิณสุวรรณ (ช)
| สุนทร พิณสุวรรณ (ช) สมรสกับนางสาวอารมย์ พิมพ์พันธ์
| สุธี พิณสุวรรณ (ช)
| ทวีวรรณ พิณสุวรรณ (ญ)
}}
'''เหลน''' (เกิดก่อนวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๓)
{{ordered list|list-style-type=thai
| เสนิส อาภัสสรนนท์ (ช) บุตรของนายบรรพตและนางแสงทอง อาภัสสรนนท์
<noinclude>}}</noinclude><noinclude></noinclude>
2ws58eeavarv7p139tkb3g3cqwjl3a8
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/10
250
90976
296863
295134
2026-09-22T20:09:18Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296863
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ช|}}</noinclude><noinclude>{{ordered list|start=2|list-style-type=thai</noinclude>
| สุทธิศักดิ์ พิณสุวรรณ (ช) บุตรของนายสุนทรและนางอารมย์ พิณสุวรรณ
| สุทธิสานติ์ พิณสุวรรณ (ช) บุตรของนายสุนทรและนางอารมย์ พิณสุวรรณ
}}
{{rule|10%}}
{{nop}}<noinclude></noinclude>
08wajizvup0hz4azkuho2fzdsnei2e9
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/25
250
91012
296867
295115
2026-09-22T20:59:32Z
TinTin45678
12482
296867
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" /></noinclude>{{TOC begin }}
|+ {{x-larger|'''บัญชีเรื่อง'''}}
{{rule|10%}}
|-
| colspan="3" align="center" | {{larger|'''วินัยบัญญัติ'''}}
|-
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/35|อนุศาสน์ ๘]] | ๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/35|สิกขา ๓]] | ๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/35|อาบัติ ๗]] | ๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/36|อาการที่ต้องอาบัติ ๖]] | ๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/36|สิกขาบท ๒๒๗]] | ๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/36|ปาราชิก ๔]] | ๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/37|สังฆาทิเสส ๑๓]] | ๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/38|อนิยต ๒]] | ๔}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/39|นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐]] | ๕}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/39|จีวรวรรคที่ ๑]] | ๕}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/41|โกสิยวรรคที่ ๒]] | ๗}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/42|ปัตตวรรคที่ ๓]] | ๘}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/44|ปาจิตตีย์ ๙๒]] | ๑๐}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/44|มุสาวาทวรรคที่ ๑]] | ๑๐}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/45|ภูตคามวรรคที่ ๒]] | ๑๑}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/46|โอวาทวรรคที่ ๓]] | ๑๒}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
9a6n2nk0ql582gpqwww9cf22zzjlci4
296869
296867
2026-09-22T21:01:35Z
TinTin45678
12482
296869
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" /></noinclude>{{TOC begin }}
|+ {{x-larger|'''บัญชีเรื่อง'''}}
{{rule|10%}}
|-
| colspan="3" align="center" | {{larger|'''วินัยบัญญัติ'''}}
|-
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/35|อนุศาสน์ ๘]] | ๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/35|สิกขา ๓]] | ๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/35|อาบัติ ๗]] | ๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/36|อาการที่ต้องอาบัติ ๖]] | ๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/36|สิกขาบท ๒๒๗]] | ๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/36|ปาราชิก ๔]] | ๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/37|สังฆาทิเสส ๑๓]] | ๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/38|อนิยต ๒]] | ๔}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/39|นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐]] | ๕}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/39|จีวรวรรคที่ ๑]] | ๕}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/41|โกสิยวรรคที่ ๒]] | ๗}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/42|ปัตตวรรคที่ ๓]] | ๘}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/44|ปาจิตตีย์ ๙๒]] | ๑๐}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/44|มุสาวาทวรรคที่ ๑]] | ๑๐}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/45|ภูตคามวรรคที่ ๒]] | ๑๑}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/46|โอวาทวรรคที่ ๓]] | ๑๒}}
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
fo6b894ogqgqhvxcr4kkdbafuct30w4
296879
296869
2026-09-22T21:25:08Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296879
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" /></noinclude>{{TOC begin }}
|+ {{x-larger|'''บัญชีเรื่อง'''}}
{{rule|10%}}
|-
| colspan="3" align="center" | {{larger|'''วินัยบัญญัติ'''}}
|-
{{TOC row 2-1| อนุศาสน์ ๘ | ๑}}
{{TOC row 2-1| สิกขา ๓ | ๑}}
{{TOC row 2-1| อาบัติ ๗ | ๑}}
{{TOC row 2-1| อาการที่ต้องอาบัติ ๖ | ๒}}
{{TOC row 2-1| สิกขาบท ๒๒๗ | ๒}}
{{TOC row 2-1| ปาราชิก ๔ | ๒}}
{{TOC row 2-1| สังฆาทิเสส ๑๓ | ๓}}
{{TOC row 2-1| อนิยต ๒ | ๔}}
{{TOC row 2-1| นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ | ๕}}
{{TOC row 1-1-1| | จีวรวรรคที่ ๑ | ๕}}
{{TOC row 1-1-1| | โกสิยวรรคที่ ๒ | ๗}}
{{TOC row 1-1-1| | ปัตตวรรคที่ ๓ | ๘}}
{{TOC row 2-1| ปาจิตตีย์ ๙๒ | ๑๐}}
{{TOC row 1-1-1| | มุสาวาทวรรคที่ ๑ | ๑๐}}
{{TOC row 1-1-1| | ภูตคามวรรคที่ ๒ | ๑๑}}
{{TOC row 1-1-1| | โอวาทวรรคที่ ๓ | ๑๒}}
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
082clz0hegewkt6vnmapk7pny7973w4
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/26
250
91014
296868
295147
2026-09-22T21:01:03Z
TinTin45678
12482
296868
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{TOC begin}}</noinclude>{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/47|โภชนวรรคที่ ๔]] | ๑๓}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/49|อเจลกวรรคที่ ๕]] | ๑๕}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/50|สุราปานวรรคที่ ๖]] | ๑๖}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/51|สัปปาณวรรคที่ ๗]] | ๑๗}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/52|สหธรรมิกวรรคที่ ๘]] | ๑๘}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/54|รตนวรรคที่ ๙]] | ๒๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/55|ปาฏิเทสนียะ ๔]] | ๒๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/56|เสขิยวัตร]] | ๒๒}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/56|สารปที่ ๑]] | ๒๒}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/58|โภชนปฏิสังยุตที่ ๒]] | ๒๔}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/59|ธัมมเทสนาปฏิสังยุตที่ ๓]] | ๒๕}}
{{TOC row 1-1-1| | [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/61|ปกิณณกะที่ ๔]] | ๒๗}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/61|อธิกรณ์ ๕]] | ๒๗}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/61|อธิกรณสมถะ ๗]] | ๒๗}}
|-
| colspan="3" | {{rule|10%}}
|-
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
5ntd2lm6l1jwq66mz4kilwffzwvtslg
296880
296868
2026-09-22T21:29:35Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296880
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{TOC begin}}</noinclude>{{TOC row 1-1-1| | โภชนวรรคที่ ๔ | ๑๓}}
{{TOC row 1-1-1| | อเจลกวรรคที่ ๕ | ๑๕}}
{{TOC row 1-1-1| | สุราปานวรรคที่ ๖ | ๑๖}}
{{TOC row 1-1-1| | สัปปาณวรรคที่ ๗ | ๑๗}}
{{TOC row 1-1-1| | สหธรรมิกวรรคที่ ๘ | ๑๘}}
{{TOC row 1-1-1| | รตนวรรคที่ ๙ | ๒๐}}
{{TOC row 2-1| ปาฏิเทสนียะ ๔ | ๒๑}}
{{TOC row 2-1| เสขิยวัตร | ๒๒}}
{{TOC row 1-1-1| | {{SIC|สารป|สารูป}}ที่ ๑ | ๒๒}}
{{TOC row 1-1-1| | โภชนปฏิสังยุตที่ ๒ | ๒๔}}
{{TOC row 1-1-1| | ธัมมเทสนาปฏิสังยุตที่ ๓ | ๒๕}}
{{TOC row 1-1-1| | ปกิณณกะที่ ๔ | ๒๗}}
{{TOC row 2-1| อธิกรณ์ ๔ | ๒๗}}
{{TOC row 2-1| อธิกรณสมถะ ๗ | ๒๗}}
|-
| colspan="3" | {{rule|10%}}
|-
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
d6eorhw4thnh7cjy0fq3h185j90zvr4
296881
296880
2026-09-22T21:30:14Z
TinTin45678
12482
296881
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ญ|}}
{{TOC begin}}</noinclude>{{TOC row 1-1-1| | โภชนวรรคที่ ๔ | ๑๓}}
{{TOC row 1-1-1| | อเจลกวรรคที่ ๕ | ๑๕}}
{{TOC row 1-1-1| | สุราปานวรรคที่ ๖ | ๑๖}}
{{TOC row 1-1-1| | สัปปาณวรรคที่ ๗ | ๑๗}}
{{TOC row 1-1-1| | สหธรรมิกวรรคที่ ๘ | ๑๘}}
{{TOC row 1-1-1| | รตนวรรคที่ ๙ | ๒๐}}
{{TOC row 2-1| ปาฏิเทสนียะ ๔ | ๒๑}}
{{TOC row 2-1| เสขิยวัตร | ๒๒}}
{{TOC row 1-1-1| | {{SIC|สารป|สารูป}}ที่ ๑ | ๒๒}}
{{TOC row 1-1-1| | โภชนปฏิสังยุตที่ ๒ | ๒๔}}
{{TOC row 1-1-1| | ธัมมเทสนาปฏิสังยุตที่ ๓ | ๒๕}}
{{TOC row 1-1-1| | ปกิณณกะที่ ๔ | ๒๗}}
{{TOC row 2-1| อธิกรณ์ ๔ | ๒๗}}
{{TOC row 2-1| อธิกรณสมถะ ๗ | ๒๗}}
|-
| colspan="3" | {{rule|10%}}
|-
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
4bcm2qjdt2k0soq5qr8l3usaon0p3l2
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/27
250
91015
296870
295110
2026-09-22T21:02:58Z
TinTin45678
12482
296870
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{TOC begin}}</noinclude>|-
| colspan="3" align="center" | {{larger|'''ธรรมวิภาค'''}}
|-
| colspan="3" align="center" | ทุกะ หมวด ๒
|-
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/63|ธรรมมีอุปการะมาก ๒]] | ๒๙}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/63|ธรรมเป็นโลกบาล ๒]] | ๒๙}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/63|ธรรมอันทำให้งาม ๒]] | ๒๙}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/63|บุคคลหาได้ยาก ๒]] | ๒๙}}
|-
| colspan="3" align="center" | ติกะ หมวด ๓
|-
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/64|รตนะ ๓]] | ๓๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/64|คุณของรตนะ ๓]] | ๓๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/64|อาการที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน ๓]] | ๓๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/65|โอวาทของพระพุทธเจ้า ๓]] | ๓๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/65|ทุจริต ๓]] | ๓๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/66|สุจริต ๓]] | ๓๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/67|อกุศลมูล ๓]] | ๓๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/67|กุศลมูล ๓]] | ๓๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/67|สัปปุริสบัญญัติ ๓]] | ๓๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/68|อปัณณกปฏิปทา ๓]] | ๓๔}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/68|บุญกิริยาวัตถุ ๓]] | ๓๔}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/68|สามัญลักษณะ ๓]] | ๓๔}}
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
sm5thob42yzjtqm2rvevyc1a9of364b
296882
296870
2026-09-22T21:32:20Z
TinTin45678
12482
296882
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{TOC begin}}</noinclude>|-
| colspan="3" align="center" | {{larger|'''ธรรมวิภาค'''}}
|-
| colspan="3" align="center" | ทุกะ หมวด ๒
|-
{{TOC row 2-1| ธรรมมีอุปการะมาก ๒ | ๒๙}}
{{TOC row 2-1| ธรรมเป็นโลกบาล ๒ | ๒๙}}
{{TOC row 2-1| ธรรมอันทำให้งาม ๒ | ๒๙}}
{{TOC row 2-1| บุคคลหาได้ยาก ๒ | ๒๙}}
|-
| colspan="3" align="center" | ติกะ หมวด ๓
|-
{{TOC row 2-1| รตนะ ๓ | ๓๐}}
{{TOC row 2-1| คุณของรตนะ ๓ | ๓๐}}
{{TOC row 2-1| อาการที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน ๓ | ๓๐}}
{{TOC row 2-1| โอวาทของพระพุทธเจ้า ๓ | ๓๑}}
{{TOC row 2-1| ทุจริต ๓ | ๓๑}}
{{TOC row 2-1| สุจริต ๓ | ๓๒}}
{{TOC row 2-1| อกุศลมูล ๓ | ๓๓}}
{{TOC row 2-1| กุศลมูล ๓ | ๓๓}}
{{TOC row 2-1| สัปปุริสบัญญัติ ๓ | ๓๓}}
{{TOC row 2-1| อปัณณกปฏิปทา ๓ | ๓๔}}
{{TOC row 2-1| บุญกิริยาวัตถุ ๓ | ๓๔}}
{{TOC row 2-1| สามัญลักษณะ ๓ | ๓๔}}
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
2wbgnnlimct1vhorjb8or6icctouit7
296889
296882
2026-09-22T21:47:04Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296889
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{TOC begin}}</noinclude>|-
| colspan="3" align="center" | {{larger|'''ธรรมวิภาค'''}}
|-
| colspan="3" align="center" | ทุกะ หมวด ๒
|-
{{TOC row 2-1| ธรรมมีอุปการะมาก ๒ | ๒๙}}
{{TOC row 2-1| ธรรมเป็นโลกบาล ๒ | ๒๙}}
{{TOC row 2-1| ธรรมอันทำให้งาม ๒ | ๒๙}}
{{TOC row 2-1| บุคคลหาได้ยาก ๒ | ๒๙}}
|-
| colspan="3" align="center" | ติกะ หมวด ๓
|-
{{TOC row 2-1| รตนะ ๓ | ๓๐}}
{{TOC row 2-1| คุณของรตนะ ๓ | ๓๐}}
{{TOC row 2-1| อาการที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน ๓ | ๓๐}}
{{TOC row 2-1| โอวาทของพระพุทธเจ้า ๓ | ๓๑}}
{{TOC row 2-1| ทุจริต ๓ | ๓๑}}
{{TOC row 2-1| สุจริต ๓ | ๓๒}}
{{TOC row 2-1| อกุศลมูล ๓ | ๓๓}}
{{TOC row 2-1| กุศลมูล ๓ | ๓๓}}
{{TOC row 2-1| สัปปุริสบัญญัติ ๓ | ๓๓}}
{{TOC row 2-1| อปัณณกปฏิปทา ๓ | ๓๔}}
{{TOC row 2-1| บุญกิริยาวัตถุ ๓ | ๓๔}}
{{TOC row 2-1| สามัญลักษณะ ๓ | ๓๔}}
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
qqzunqk5h7strkuhdooy3bh5uqxy8dj
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/28
250
91023
296871
295118
2026-09-22T21:03:41Z
TinTin45678
12482
296871
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ฏ|}}
{{TOC begin}}</noinclude>|-
| colspan="3" align="center" | จตุกกะ หมวด ๔
|-
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/69|วุฑฒิ ๔]] | ๓๕}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/69|จักร ๔]] | ๓๕}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/70|อคติ ๔]] | ๓๖}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/70|อันตรายของภิกษุสามเณรผู้บวชใหม่ ๔]] | ๓๖}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/70|ปธาน ๔]] | ๓๖}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/71|อธิษฐานธรรม ๔]] | ๓๗}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/71|อิทธิบาท ๔]] | ๓๗}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/72|ควรทำความไม่ประมานในที่ ๔ สถาน]] | ๓๘}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/72|ปาริสุทธิศีล ๔]] | ๓๘}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/73|อารักขกัมมัฏฐาน ๔]] | ๓๙}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/73|พรหมวิหาร ๔]] | ๓๙}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/74|สติปัฏฐาน ๔]] | ๔๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/74|ธาตุกัมมัฏฐาน ๔]] | ๔๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/75|อริยสัจจ์ ๔]] | ๔๑}}
|-
| colspan="3" align="center" | ปัญจกะ หมวด ๕
|-
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/77|อนันตริยกรรม ๕]] | ๔๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/77|อภิณหปัจจเวกขณ์ ๕]] | ๔๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/78|เวสารัชชกรณธรรม ๕]] | ๔๔}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/78|องค์แห่งภิกษุใหม่ ๕]] | ๔๔}}
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
rx50dath7ra90kd2lz9rs9hen6eox9u
296883
296871
2026-09-22T21:34:47Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296883
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ฏ|}}
{{TOC begin}}</noinclude>|-
| colspan="3" align="center" | จตุกกะ หมวด ๔
|-
{{TOC row 2-1| วุฑฒิ ๔ | ๓๕}}
{{TOC row 2-1| จักร ๔ | ๓๕}}
{{TOC row 2-1| อคติ ๔ | ๓๖}}
{{TOC row 2-1| อันตรายของภิกษุสามเณรผู้บวชใหม่ ๔ | ๓๖}}
{{TOC row 2-1| ปธาน ๔ | ๓๖}}
{{TOC row 2-1| อธิษฐานธรรม ๔ | ๓๗}}
{{TOC row 2-1| อิทธิบาท ๔ | ๓๗}}
{{TOC row 2-1| ควรทำความไม่ประมานในที่ ๔ สถาน | ๓๘}}
{{TOC row 2-1| ปาริสุทธิศีล ๔ | ๓๘}}
{{TOC row 2-1| อารักขกัมมัฏฐาน ๔ | ๓๙}}
{{TOC row 2-1| พรหมวิหาร ๔ | ๓๙}}
{{TOC row 2-1| สติปัฏฐาน ๔ | ๔๐}}
{{TOC row 2-1| ธาตุกัมมัฏฐาน ๔ | ๔๐}}
{{TOC row 2-1| อริยสัจจ์ ๔ | ๔๑}}
|-
| colspan="3" align="center" | ปัญจกะ หมวด ๕
|-
{{TOC row 2-1| อนันตริยกรรม ๕ | ๔๓}}
{{TOC row 2-1| อภิณหปัจจเวกขณ์ ๕ | ๔๓}}
{{TOC row 2-1| เวสารัชชกรณธรรม ๕ | ๔๔}}
{{TOC row 2-1| องค์แห่งภิกษุใหม่ ๕ | ๔๔}}
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
09tli00eq2sz9vzq2hai66r5e08ojyg
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/29
250
91024
296872
295119
2026-09-22T21:04:25Z
TinTin45678
12482
296872
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ฐ|}}
{{TOC begin}}</noinclude>{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/79|องค์แห่งธรรมกถึก ๕]] | ๔๕}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/79|ธัมมัสสวนานิสงส์ ๕]] | ๔๕}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/80|พละ ๕]] | ๔๖}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/80|นิวรณ์ ๕]] | ๔๖}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/80|ขันธ์ ๕]] | ๔๖}}
|-
| colspan="3" align="center" | ฉักกะ หมวด ๖
|-
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/82|คารวะ ๖]] | ๔๘}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/82|สาราณิยธรรม ๖]] | ๔๘}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/83|อายตนะภายใน ๖]] | ๔๙}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/83|อายตนะภายนอก ๖]] | ๔๙}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/84|วิญญาณ ๖]] | ๕๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/84|สัมผัสส์ ๖]] | ๕๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/85|เวทนา ๖]] | ๕๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/85|ธาตุ ๖]] | ๕๑}}
|-
| colspan="3" align="center" | สัตตกะ หมวด ๗
|-
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/86|อปริหานิยธรรม ๗]] | ๕๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/87|อริยทรัพย์ ๗]] | ๕๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/87|สัปปุริสธรรม ๗]] | ๕๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/88|สัปปุริสธรรมอีก ๗]] | ๕๔}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/89|โพชฌงค์ ๗]] | ๕๕}}
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
dn8fcsuzxtj3nxssi2p6rtg04g6w4nk
296884
296872
2026-09-22T21:37:58Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296884
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ฐ|}}
{{TOC begin}}</noinclude>{{TOC row 2-1| องค์แห่งธรรมกถึก ๕ | ๔๕}}
{{TOC row 2-1| ธัมมัสสวนานิสงส์ ๕ | ๔๕}}
{{TOC row 2-1| พละ ๕ | ๔๖}}
{{TOC row 2-1| นิวรณ์ ๕ | ๔๖}}
{{TOC row 2-1| ขันธ์ ๕ | ๔๖}}
|-
| colspan="3" align="center" | ฉักกะ หมวด ๖
|-
{{TOC row 2-1| คารวะ ๖ | ๔๘}}
{{TOC row 2-1| สาราณิยธรรม ๖ | ๔๘}}
{{TOC row 2-1| อายตนะภายใน ๖ | ๔๙}}
{{TOC row 2-1| อายตนะภายนอก ๖ | ๔๙}}
{{TOC row 2-1| วิญญาณ ๖ | ๕๐}}
{{TOC row 2-1| {{SIC|สัมผัสส์|สัมผัส}} ๖ | ๕๐}}
{{TOC row 2-1| เวทนา ๖ | ๕๑}}
{{TOC row 2-1| ธาตุ ๖ | ๕๑}}
|-
| colspan="3" align="center" | สัตตกะ หมวด ๗
|-
{{TOC row 2-1| อปริหานิยธรรม ๗ | ๕๒}}
{{TOC row 2-1| อริยทรัพย์ ๗ | ๕๓}}
{{TOC row 2-1| สัปปุริสธรรม ๗ | ๕๓}}
{{TOC row 2-1| สัปปุริสธรรมอีก ๗ | ๕๔}}
{{TOC row 2-1| โพชฌงค์ ๗ | ๕๕}}
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
sz14yixz4i3fi7p4qozl98zo255mh3j
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/30
250
91025
296873
295120
2026-09-22T21:05:21Z
TinTin45678
12482
296873
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ฑ|}}
{{TOC begin}}</noinclude>|-
| colspan="3" align="center" | อัฏฐกะ หมวด ๘
|-
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/90|โลกธรรม ๘]] | ๕๖}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/90|ลักษณะตัดสินธรรมวินัย ๘]] | ๕๖}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/92|มรรคมีองค์ ๘]] | ๕๘}}
|-
| colspan="3" align="center" | นวกะ หมวด ๙
|-
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/92|มละ ๙]] | ๕๘}}
|-
| colspan="3" align="center" | หสกะ หมวด ๑๐
|-
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/93|อกุศลกรรมบถ ๑๐]] | ๕๙}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/94|กุศลกรรมบถ ๑๐]] | ๖๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/94|บุญกิริยาวัตถุ ๑๐]] | ๖๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/95|ธรรมที่บรรพชิตควรพิจารณาเนือง ๆ ๑๐]] | ๖๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/96|นาถกรณธรรม ๑๐]] | ๖๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/97|กถาวัตถุ ๑๐]] | ๖๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/98|อนุสสติ ๑๐]] | ๖๔}}
|-
| colspan="3" align="center" | ปกิณณกะ หมวดเบ็ดเตล็ด
|-
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/99|อุปกิเลส ๑๖]] | ๖๕}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/100|โพธิปักขิยธรรม ๓๗]] | ๖๖}}
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
9u4j12hez0hr5hv36vc6914dpn5c0eq
296885
296873
2026-09-22T21:39:54Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296885
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ฑ|}}
{{TOC begin}}</noinclude>|-
| colspan="3" align="center" | อัฏฐกะ หมวด ๘
|-
{{TOC row 2-1| โลกธรรม ๘ | ๕๖}}
{{TOC row 2-1| ลักษณะตัดสินธรรมวินัย ๘ | ๕๖}}
{{TOC row 2-1| มรรคมีองค์ ๘ | ๕๘}}
|-
| colspan="3" align="center" | นวกะ หมวด ๙
|-
{{TOC row 2-1| มละ ๙ | ๕๘}}
|-
| colspan="3" align="center" | ทสกะ หมวด ๑๐
|-
{{TOC row 2-1| อกุศลกรรมบถ ๑๐ | ๕๙}}
{{TOC row 2-1| กุศลกรรมบถ ๑๐ | ๖๐}}
{{TOC row 2-1| บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ | ๖๐}}
{{TOC row 2-1| ธรรมที่บรรพชิตควรพิจารณาเนือง ๆ ๑๐ | ๖๑}}
{{TOC row 2-1| นาถกรณธรรม ๑๐ | ๖๒}}
{{TOC row 2-1| กถาวัตถุ ๑๐ | ๖๓}}
{{TOC row 2-1| อนุสสติ ๑๐ | ๖๔}}
|-
| colspan="3" align="center" | ปกิณณกะ หมวดเบ็ดเตล็ด
|-
{{TOC row 2-1| อุปกิเลส ๑๖ | ๖๕}}
{{TOC row 2-1| โพธิปักขิยธรรม ๓๗ | ๖๖}}
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
3ijn9p8oyhi6qrt02gl420g5c5mo2h6
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/31
250
91026
296874
295117
2026-09-22T21:06:26Z
TinTin45678
12482
296874
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{TOC begin}}</noinclude>|-
| colspan="3" align="center" | {{larger|'''คิหิปฏิบัติ'''}}
|-
| colspan="3" align="center" | จตุกกะ
|-
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/101|กรรมกิเลส ๔]] | ๖๗}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/101|อบายมุข ๔]] | ๖๗}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/102|ทิฏฐธัมมิกัตถะประโยชน์ ๔]] | ๖๘}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/102|สัมปรายิกัตถะประโยชน์ ๔]] | ๖๘}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/103|มิตตปฏิรูป ๔]] | ๖๙}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/103|คนปอกลอกมีลักษณะ ๔]] | ๖๙}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/103|คนดีแต่พูดมีลักษณะ ๔]] | ๖๙}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/104|คนหัวประจบมีลักษณะ ๔]] | ๗๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/104|คนชักชวนในทางฉิบหายมีลักษณะ ๔]] | ๗๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/104|มิตรแท้ ๔]] | ๗๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/105|มิตรมีอุปการะมีลักษณะ ๔]] | ๗๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/105|มิตรร่วมทุกข์ร่วมสุขมีลักษณะ ๔]] | ๗๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/105|มิตรแนะประโยชน์มีลักษณะ ๔]] | ๗๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/106|มิตรมีความรักใคร่มีลักษณะ ๔]] | ๗๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/106|สังคหวัตถุ ๔]] | ๗๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/106|สุขของคฤหัสถ์ ๔]] | ๗๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/107|ความปรารถนาของบุคคลในโลกที่ได้สมหมายด้วยยาก ๔]] | ๗๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/107|ธรรมเป็นเหตุให้สมหมาย ๔]] | ๗๓}}
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
1murwhbmnjilc87ayh1ei1lqrreuyaf
296886
296874
2026-09-22T21:42:39Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296886
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{TOC begin}}</noinclude>|-
| colspan="3" align="center" | {{larger|'''คิหิปฏิบัติ'''}}
|-
| colspan="3" align="center" | จตุกกะ
|-
{{TOC row 2-1| กรรมกิเลส ๔ | ๖๗}}
{{TOC row 2-1| อบายมุข ๔ | ๖๗}}
{{TOC row 2-1| ทิฏฐธัมมิกัตถะประโยชน์ ๔ | ๖๘}}
{{TOC row 2-1| สัมปรายิกัตถะประโยชน์ ๔ | ๖๘}}
{{TOC row 2-1| มิตตปฏิรูป ๔ | ๖๙}}
{{TOC row 2-1| คนปอกลอกมีลักษณะ ๔ | ๖๙}}
{{TOC row 2-1| คนดีแต่พูดมีลักษณะ ๔ | ๖๙}}
{{TOC row 2-1| คนหัวประจบมีลักษณะ ๔ | ๗๐}}
{{TOC row 2-1| คนชักชวนในทางฉิบหายมีลักษณะ ๔ | ๗๐}}
{{TOC row 2-1| มิตรแท้ ๔ | ๗๐}}
{{TOC row 2-1| มิตรมีอุปการะมีลักษณะ ๔ | ๗๑}}
{{TOC row 2-1| มิตรร่วมทุกข์ร่วมสุขมีลักษณะ ๔ | ๗๑}}
{{TOC row 2-1| มิตรแนะประโยชน์มีลักษณะ ๔ | ๗๑}}
{{TOC row 2-1| มิตรมีความรักใคร่มีลักษณะ ๔ | ๗๒}}
{{TOC row 2-1| สังคหวัตถุ ๔ | ๗๒}}
{{TOC row 2-1| สุขของคฤหัสถ์ ๔ | ๗๒}}
{{TOC row 2-1| ความปรารถนาของบุคคลในโลกที่ได้สมหมายด้วยยาก ๔ | ๗๓}}
{{TOC row 2-1| ธรรมเป็นเหตุให้สมหมาย ๔ | ๗๓}}
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
8a36okkqg1433m1bp13oml74tmg9nkc
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/32
250
91027
296875
295121
2026-09-22T21:07:03Z
TinTin45678
12482
296875
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ณ|}}
{{TOC begin}}</noinclude>{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/107|ตระกูลอันมั่งคั่งจะตั้งอยู่นานไม่ได้เพราะสถาน ๔]] | ๗๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/108|ธรรมของฆราวาส ๔]] | ๗๔}}
|-
| colspan="3" align="center" | ปัญจกะ
|-
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/108|ประโยชน์แต่การถือโภคทรัพย์ ๕]] | ๗๔}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/109|ศีล ๕]] | ๗๕}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/109|มิจฉาวณิชชา ๕]] | ๗๕}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/110|สมบัติของอุบาสก ๕]] | ๗๖}}
|-
| colspan="3" align="center" | ฉักกะ
|-
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/110|ทิศ ๖]] | ๗๖}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/111|บุตรพึงบำรุงมารดาบิดาด้วยสถาน ๕]] | ๗๗}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/111|มารดาบิดาอนุเคราะห์บุตรด้วยสถาน ๕]] | ๗๗}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/112|ศิษย์พึงบำรุงอาจารย์ด้วยสถาน ๕]] | ๗๘}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/112|อาจารย์อนุเคราะห์ศิษย์ด้วยสถาน ๕]] | ๗๘}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/112|สามีพึงบำรุงภรรยาด้วยสถาน ๕]] | ๗๘}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/113|ภรรยาอนุเคราะห์สามีด้วยสถาน ๕]] | ๗๙}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/113|กุลบุตรพึงบำรุงมิตรด้วยสถาน ๕]] | ๗๙}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/113|มิตรอนุเคราะห์กุลบุตรด้วยสถาน ๕]] | ๗๙}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/114|นายพึงบำรุงบ่าวด้วยสถาน ๕]] | ๘๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/114|บ่าวอนุเคราะห์นายด้วยสถาน ๕]] | ๘๐}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/115|กุลบุตรพึงบำรุงสมณพราหมณ์ด้วยสถาน ๕]] | ๘๑}}
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
okopw60hpf3osp28rb0rxwbeell9bym
296887
296875
2026-09-22T21:45:36Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296887
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ณ|}}
{{TOC begin}}</noinclude>{{TOC row 2-1| ตระกูลอันมั่งคั่งจะตั้งอยู่นานไม่ได้เพราะสถาน ๔ | ๗๓}}
{{TOC row 2-1| ธรรมของฆราวาส ๔ | ๗๔}}
|-
| colspan="3" align="center" | ปัญจกะ
|-
{{TOC row 2-1| ประโยชน์เกิดแต่การถือโภคทรัพย์ ๕ | ๗๔}}
{{TOC row 2-1| ศีล ๕ | ๗๕}}
{{TOC row 2-1| มิจฉาวณิชชา ๕ | ๗๕}}
{{TOC row 2-1| สมบัติของอุบาสก ๕ | ๗๖}}
|-
| colspan="3" align="center" | ฉักกะ
|-
{{TOC row 2-1| ทิศ ๖ | ๗๖}}
{{TOC row 2-1| บุตรพึงบำรุงมารดาบิดาด้วยสถาน ๕ | ๗๗}}
{{TOC row 2-1| มารดาบิดาอนุเคราะห์บุตรด้วยสถาน ๕ | ๗๗}}
{{TOC row 2-1| ศิษย์พึงบำรุงอาจารย์ด้วยสถาน ๕ | ๗๘}}
{{TOC row 2-1| อาจารย์อนุเคราะห์ศิษย์ด้วยสถาน ๕ | ๗๘}}
{{TOC row 2-1| สามีพึงบำรุงภรรยาด้วยสถาน ๕ | ๗๘}}
{{TOC row 2-1| ภรรยาอนุเคราะห์สามีด้วยสถาน ๕ | ๗๙}}
{{TOC row 2-1| กุลบุตรพึงบำรุงมิตรด้วยสถาน ๕ | ๗๙}}
{{TOC row 2-1| มิตรอนุเคราะห์กุลบุตรด้วยสถาน ๕ | ๗๙}}
{{TOC row 2-1| นายพึงบำรุงบ่าวด้วยสถาน ๕ | ๘๐}}
{{TOC row 2-1| บ่าวอนุเคราะห์นายด้วยสถาน ๕ | ๘๐}}
{{TOC row 2-1| กุลบุตรพึงบำรุงสมณพราหมณ์ด้วยสถาน ๕ | ๘๑}}
{{nop}}<noinclude>{{TOC end}}</noinclude>
l074m49iao9cvq5axhtzyxphznf0q47
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/33
250
91028
296876
295148
2026-09-22T21:08:20Z
TinTin45678
12482
296876
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ด|}}
{{TOC begin}}</noinclude>{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/115|สมณพราหมณ์อนุเคราะห์กุลบุตรด้วยสถาน ๖]] | ๘๑}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/116|อบายมุข ๖]] | ๘๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/116|ดื่มน้ำเมามีโทษ ๖]] | ๘๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/116|เที่ยวกลางคืนมีโทษ ๖]] | ๘๒}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/117|เที่ยวดูการเล่นมีโทษตามวัตถุที่ไปดู ๖]] | ๘๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/117|เล่นการพนันมีโทษ ๖]] | ๘๓}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/118|คบคนชั่วเป็นมิตรมีโทษตามบุคคลที่คบ ๖]] | ๘๔}}
{{TOC row 2-1| [[นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/118|เกียจคร้านทำการงานมีโทษ ๖]] | ๘๔}}
{{TOC end}}
{{rule|10%}}
{{nop}}<noinclude></noinclude>
iobfudv3nl36fkvek3ydw6wir5lx5gz
296888
296876
2026-09-22T21:46:45Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296888
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader||ด|}}
{{TOC begin}}</noinclude>{{TOC row 2-1| สมณพราหมณ์อนุเคราะห์กุลบุตรด้วยสถาน ๖ | ๘๑}}
{{TOC row 2-1| อบายมุข ๖ | ๘๒}}
{{TOC row 2-1| ดื่มน้ำเมามีโทษ ๖ | ๘๒}}
{{TOC row 2-1| เที่ยวกลางคืนมีโทษ ๖ | ๘๒}}
{{TOC row 2-1| เที่ยวดูการเล่นมีโทษตามวัตถุที่ไปดู ๖ | ๘๓}}
{{TOC row 2-1| เล่นการพนันมีโทษ ๖ | ๘๓}}
{{TOC row 2-1| คบคนชั่วเป็นมิตรมีโทษตามบุคคลที่คบ ๖ | ๘๔}}
{{TOC row 2-1| เกียจคร้านทำการงานมีโทษ ๖ | ๘๔}}
{{TOC end}}
{{rule|10%}}
{{nop}}<noinclude></noinclude>
gktfp7lcy3w51bkqrw1cxaskwnz4egt
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/100
250
91100
296864
295936
2026-09-22T20:11:49Z
TinTin45678
12482
296864
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๖๖|นวโกวาท|}}</noinclude>{{center|'''โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ'''}}
{{ordered list|list-style-type=none
| [[นวโกวาท_-_วชิรญาณวโรรส_-_๒๕๑๓.pdf/74/|สติปัฏฐาน ๔]] (หน้า ๔๐).
| สัมมัปปธาน ๔ (ปธาน ๔ หน้า ๓๗).
| อิทธิบาท ๔ (หน้า ๓๗).
| อินทรีย์ ๕ (หน้า ๔๖).
| พละ ๕ (หน้า ๔๖).
| โพชฌงค์ ๗ (หน้า ๕๕).
| มรรคมีองค์ ๘ (หน้า ๕๗).
}}
{{rule|10%}}
{{nop}}<noinclude></noinclude>
4dr2k4mjtj1szhnc3hd5x6ypszcgca2
296877
296864
2026-09-22T21:20:53Z
TinTin45678
12482
296877
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๖๖|นวโกวาท|}}</noinclude>{{center|'''โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ'''}}
{{ordered list|list-style-type=none
| สติปัฏฐาน ๔ [[นวโกวาท_-_วชิรญาณวโรรส_-_๒๕๑๓.pdf/74|(หน้า ๔๐)]].
| สัมมัปปธาน ๔ (ปธาน ๔ หน้า ๓๗).
| อิทธิบาท ๔ (หน้า ๓๗).
| อินทรีย์ ๕ (หน้า ๔๖).
| พละ ๕ (หน้า ๔๖).
| โพชฌงค์ ๗ (หน้า ๕๕).
| มรรคมีองค์ ๘ (หน้า ๕๗).
}}
{{rule|10%}}
{{nop}}<noinclude></noinclude>
rzx1cce9lsnmfohyi2e8zyit3bez1qp
296878
296877
2026-09-22T21:22:05Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296878
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๖๖|นวโกวาท|}}</noinclude>{{center|'''โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ'''}}
{{ordered list|list-style-type=none
| สติปัฏฐาน ๔ (หน้า ๔๐).
| สัมมัปปธาน ๔ (ปธาน ๔ หน้า ๓๗).
| อิทธิบาท ๔ (หน้า ๓๗).
| อินทรีย์ ๕ (หน้า ๔๖).
| พละ ๕ (หน้า ๔๖).
| โพชฌงค์ ๗ (หน้า ๕๕).
| มรรคมีองค์ ๘ (หน้า ๕๗).
}}
{{rule|10%}}
{{nop}}<noinclude></noinclude>
20mijhko8i7oi4liyow2517cy3xshmj
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/118
250
91118
296833
295246
2026-09-22T12:06:23Z
TinTin45678
12482
/* พิสูจน์อักษรแล้ว */
296833
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="TinTin45678" />{{RunningHeader|๘๔|นวโกวาท|}}</noinclude>{{center|๕. คบคนชั่วเป็นมิตร มีโทษตามบุคคลที่คบ ๖}}
{{ordered list|list-style-type=none|
(๑) นำให้เป็นนักเลงการพนัน.|
(๒) นำให้เป็นนักเลงเจ้าชู้.|
(๓) นำให้เป็นนักเลงเหล้า.|
(๔) นำให้เป็นคนลวงเขาด้วยของปลอม.|
(๕) นำให้เป็นคนลวงเขาซึ่งหน้า.|
(๖) นำให้เป็นคนหัวไม้.|
}}
{{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๗.}}}}
{{center|๖. เกียจคร้านทำการงาน มีโทษ ๖}}
{{ordered list|list-style-type=none|
(๑) มักให้อ้างว่า หนาวนัก แล้วไม่ทำการงาน.|
(๒) มักให้อ้างว่า ร้อนนัก แล้วไม่ทำการงาน.|
(๓) มักให้อ้างว่า เวลาเย็นแล้ว แล้วไม่ทำการงาน.|
(๔) มักให้อ้างว่า ยังเช้าอยู่ แล้วไม่ทำการงาน.|
(๕) มักให้อ้างว่า หิวนัก แล้วไม่ทำการงาน.|
(๖) มักให้อ้างว่า ระหายนัก แล้วไม่ทำการงาน.|
}}
ผู้หวังความเจริญด้วยโภคทรัพย์ พึงเว้นเหตุเครื่องฉิบหาย ๖ ประการนี้เสีย.
{{right|{{smaller|ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๗.}}}}
{{rule|10%}}
{{nop}}<noinclude>
{{rule}}
{{center|{{smaller|พิมพ์ที่ ร.พ. มหามกุฏราชวิทยาลัย หน้าวัดบวรนิเวศวิหาร พระนคร ฯ}}}}
{{center|{{smaller|นายพินิจ อู่สำราญ ผู้พิมพ์โฆษณา ๑๖/๑/๒๕๑๓}}}}</noinclude>
bvwt4ffatdld6c3d8m6cyvrk1xrqbzh
หน้า:นวโกวาท - วชิรญาณวโรรส - ๒๕๑๓.pdf/119
250
91119
296890
295247
2026-09-22T21:52:11Z
TinTin45678
12482
/* ไม่มีข้อความ */
296890
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="0" user="TinTin45678" /></noinclude><noinclude>{{right|{{x-smaller|พิมพ์ที่โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย ถนนพระสุเมรุ หน้าวัดบวรนิเวศวิหาร พระนคร ฯ}}}}
{{right|{{x-smaller|นายพินิจ อู่สำราญ ผู้พิมพ์โฆษณา พ.ศ.๒๕๑๓}}}}</noinclude>
lthv3naq9xbge9im6e2uv0btdqjuzb1
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/34
250
91123
296891
295253
2026-09-23T01:49:41Z
สีทราย
11827
296891
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๓๕}}</noinclude>ก็เลยฟัดกันจนค่ำ โดยอุ่นใจว่าเรือจ้างมีถมเถไป แจวผ่านกันออกเกร่อแต่เอาจริงเข้ากลับหายาก คล้ายคลองบางพรมหรือถิ่นที่จะไปถึงนั้นเป็นถิ่นน่ากลัวภัย ถ้าไม่ใช่คนท้องที่แล้วไม่กล้าจะเข้าไป มักมีปัญหาว่า ผมส่งคุณแล้วไม่รู้จะกลับได้อย่างไร
ผมกับเพื่อนมีความกระวนกระวายใจเกิดขึ้น แต่ไม่แสดงให้หัวหน้ารู้ เราเพิ่งย้ายเข้าไปอยู่ใหม่ๆ ย่อมห่วงใยครอบครัว เฉพาะตัวผมเองนั้นเป็นนกขมิ้นค่ำไหนนอนได้ทั้งนั้น แต่บรรเจิดจะทำอย่างผมไม่ได้ ผมเลยเดินเลาะชายคลองมาที่แพขายเหล้า เรียกเรือจ้างตกลงค่าจ้างและหนทางกัน ลำไหนก็ลำนั้นไม่ยอมรับ ผมถึงกับถอนใจ และทันใดนั้นเองเหมือนเกิดปาฏิหารย์ เรือสำปั้นลำหนึ่งก็พายอ่อยๆ เหมือนลอยลำเล่นเคลื่อนใกล้แพเข้ามา ชั้นแรกผมไม่สนใจเลย เพราะไม่ใช่เรือจ้าง แต่พอแสงไฟบนแพสว่าง ผมก็เห็นหน้าคนพายเรือลำนั้นถนัด โอ๊ย! พระโปรด ผมตกใจและดีใจระคนกัน คือแม่หญิงพิการข้างบ้านนั่นเอง เอ๊ะ! แกมาทำไมที่นี่ พายเรือมา หนทางไม่ใช่แค่คืบแค่ศอก จัดว่าไกลเอาการอยู่ ผมดีใจจนพูดไม่ออก
"ตกเรืออีกหรือคะ?" แม่หญิงพิการใจดีถามผม
"ครับ! ตกเรืออีก แต่คราวนี้ไม่ทราบว่าคุณจะกรุณาหรือเปล่า เพราะไกลมาก"
ผมพูดกราดๆ เข้าไว้ก่อน เพราะไม่แน่ใจว่าเธอจะกลับหรือไม่กลับ หนทางมันเปลี่ยว แม้แต่เรือจ้างชายอกสามศอกก็ยังไม่กล้าจะไป เสียงหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า
"ไกลไม่ไกลฉันก็ต้องกลับ"
"โอ๊ย! เป็นบุญของผมที่จะได้อาศัยกลับ คราวนี้ผมขอพายเองให้คุณนั่งไปเฉยๆ ผมมากับเพื่อนอีกคนหนึ่ง เวลานี้เขายังนั่งอยู่ที่บ้านนายถัดนี้ไป" ผมรีบอธิบายเอาใจเธอ
"ถ้าคุณจะกลับ ก็รีบบอกเพื่อนกลับเถอะ" หญิงผู้เมตตาเป็นครั้งสองบอก ผมนั่งยองที่ชานแพยักมือไหว้เหนือหัว แล้วรีบเดินย้อนกลับไปตามบรรเจิด ล่ำลาหัวหน้าและเจ้าของบ้านแล้วสาวเท้าเดินมาลงเรือ ผมแนะนำบรรเจิดให้รู้จักกับผู้เมตตา และเล่าให้ฟังว่าเมือคืนวันก่อนเธอก็ได้<noinclude></noinclude>
51dgrtm458dzxy5lbgg664ye7w9jjip
296892
296891
2026-09-23T02:02:48Z
สีทราย
11827
296892
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๓๕}}</noinclude>ก็เลยฟัดกันจนค่ำ โดยอุ่นใจว่าเรือจ้างมีถมเถไป แจวผ่านกันออกเกร่อแต่เอาจริงเข้ากลับหายาก คล้ายคลองบางพรมหรือถิ่นที่จะไปถึงนั้นเป็นถิ่นน่ากลัวภัย ถ้าไม่ใช่คนท้องที่แล้วไม่กล้าจะเข้าไป มักมีปัญหาว่า ผมส่งคุณแล้วไม่รู้จะกลับได้อย่างไร
ผมกับเพื่อนมีความกระวนกระวายใจเกิดขึ้น แต่ไม่แสดงให้หัวหน้ารู้ เราเพิ่งย้ายเข้าไปอยู่ใหม่ๆ ย่อมห่วงใยครอบครัว เฉพาะตัวผมเองนั้นเป็นนกขมิ้นค่ำไหนนอนได้ทั้งนั้น แต่บรรเจิดจะทำอย่างผมไม่ได้ ผมเลยเดินเลาะชายคลองมาที่แพขายเหล้า เรียกเรือจ้างตกลงค่าจ้างและหนทางกัน ลำไหนก็ลำนั้นไม่ยอมรับ ผมถึงกับถอนใจ และทันใดนั้นเองเหมือนเกิดปาฏิหารย์ เรือสำปั้นลำหนึ่งก็พายอ่อยๆ เหมือนลอยลำเล่นเคลื่อนใกล้แพเข้ามา ชั้นแรกผมไม่สนใจเลย เพราะไม่ใช่เรือจ้าง แต่พอแสงไฟบนแพสว่าง ผมก็เห็นหน้าคนพายเรือลำนั้นถนัด โอ๊ย! พระโปรด ผมตกใจและดีใจระคนกัน คือแม่หญิงพิการข้างบ้านนั่นเอง เอ๊ะ! แกมาทำไมที่นี่ พายเรือมา หนทางไม่ใช่แค่คืบแค่ศอก จัดว่าไกลเอาการอยู่ ผมดีใจจนพูดไม่ออก
"ตกเรืออีกหรือคะ?" แม่หญิงพิการใจดีถามผม
"ครับ! ตกเรืออีก แต่คราวนี้ไม่ทราบว่าคุณจะกรุณาหรือเปล่า เพราะไกลมาก"
ผมพูดกราดๆ เข้าไว้ก่อน เพราะไม่แน่ใจว่าเธอจะกลับหรือไม่กลับ หนทางมันเปลี่ยว แม้แต่เรือจ้างชายอกสามศอกก็ยังไม่กล้าจะไป เสียงหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า
"ไกลไม่ไกลฉันก็ต้องกลับ"
"โอ๊ย! เป็นบุญของผมที่จะได้อาศัยกลับ คราวนี้ผมขอพายเองให้คุณนั่งไปเฉยๆ ผมมากับเพื่อนอีกคนหนึ่ง เวลานี้เขายังนั่งอยู่ที่บ้านนายถัดนี้ไป" ผมรีบอธิบายเอาใจเธอ
"ถ้าคุณจะกลับ ก็รีบบอกเพื่อนกลับเถอะ" หญิงผู้เมตตาเป็นครั้งสองบอก ผมนั่งยองที่ชานแพยกมือไหว้เหนือหัว แล้วรีบเดินย้อนกลับไปตามบรรเจิด ล่ำลาหัวหน้าและเจ้าของบ้านแล้วสาวเท้าเดินมาลงเรือ ผมแนะนำบรรเจิดให้รู้จักกับผู้เมตตา และเล่าให้ฟังว่าเมือคืนวันก่อนเธอก็ได้<noinclude></noinclude>
eue5eio68c7kcnp3kti4lfhtls9fm8r
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/35
250
91124
296893
295254
2026-09-23T02:09:51Z
สีทราย
11827
296893
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๓๖}}</noinclude>ให้ความกรุณาไว้
"ผมพายเองครับ คราวนี้" ผมว่า
"ช่วยกันค่ะ พายมีนั่นไงล่ะ" เธอว่า ผมมองไปก็เห็นพายอีกเล่มหนึ่ง จึงจับพายมาถือ
"ฉันถือท้ายเอง ฉันคุ้นที่" เธอว่า
เรานั่งกันมา ผมพายหัวผลัดกับเพื่อน พูดขอบคุณแกบ้างและคุยเรื่องอื่นบ้าง แกเป็นฝ่ายฟังมากกว่าคุย การแต่งกายของแกไม่ผิดอะไรกับที่พบกันคืนแรก คือมีผ้าคลุมหัวอย่างเก่า ในคลองตอนบางขุนศรีและตำบลคลองผ้าลุ่ยนี้ช่างเงียบเสียงคนจริงๆ บ้านที่อยู่ริมคลองมีน้อย มักอยู่เลยเข้าไป ปล่อยสวนไว้ข้างหน้า เราผ่านศาลาท่าน้ำทางขึ้นวัดแก้วที่ลึกเข้าไป ศาลานั้นมีคนนั่งอยู่ในความมืดสองคนเงียบๆ เราพายผ่านเขาก็หันมองเรา และเราก็มองเขา เพราะไม่แน่ว่าเขาจะมีอะไรๆ กับเราทางไหนบ้าง คลองนี้กลางคืนเปลี่ยวนัก มีแต่เสียงสุนัขบ้านข้างในลึกๆ เห่าและหอน คลองนี้น่ากลัวภัยจากคนพาลมากกว่าจะน่ากลัวผีสาง รู้สึกว่าไม่ใช่แดนปิศาจ เป็นแดนนักเลงมากกว่า เป็นที่ลือชื่อในการปล้นฆ่านับศพไม่ถ้วน ขึ้นชื่อบางพรมแล้ว ผู้ใหญ่พูดกันนักว่านักเลงเอาการ
ตลอดเวลาที่นั่งมาในเรือ ผมนั่งคิดมาว่า แม่หญิงผู้เมตตานี้มีหัวใจอย่างไรจึงกล้าผ่านทางนี้ในยามวิกาล เธอไปหาใครกัน ทั้งไปทางบางระมาดคืนนั้น เธอไปทำไม? และคืนนี้เธอไปหาใครที่บางเสาธง ที่หนทางไกลเวลาค่ำคืนน่าหวั่นเกรง ทั้งๆ ที่มาโดยโดดเดี่ยวคืนนี้ ถ้าเราไม่พบเธอและมากับเธอ ก็หมายถึงเธอต้องกลับคนเดียว แต่จะสงสัยปานใด ก็ไม่มีมรรยาทสำหรับเราจะให้ถามแก
"ฉันเห็นคุณทั้งสองเมื่อจวนค่ำนี่เองที่บ้านนั้น" แกพูดขึ้นมาลอยๆ ผมรีบหันขวับ
"ยังงั้นหรือครับ คุณไปธุระมาหรือครับ จึงผ่านมา" ผมได้ช่องจะลองถามแก
"ฉันไปธุระมา เห็นคุณเข้าฉันก็รู้ว่าคืนนี้คุณต้องตกเรืออีก จึงเลยแวะคุยกับเพื่อนรอคอยดูพวกคุณ"
"โอ้โฮ! นั่นคือพระโปรดผมละครับ ผมไม่ทราบจะขอบคุณ<noinclude></noinclude>
ckdx1a3g6xiqi3psikgh0whp46x5ix8
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/37
250
91126
296902
295259
2026-09-23T09:10:08Z
สีทราย
11827
296902
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๓๘}}</noinclude>หลับนอน คงคุยกันอยู่ ทุกคนคอยฟังแต่เสียงสัญญาณภัย แม้แต่จะไกลออกมาแล้ว เราก็ยังห่วงเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ผมกับเพื่อนกำลังอาบน้ำอยู่ด้วยกัน เสียงครวญครางของ "หวอ" ก็ดังขึ้น และเสียงกลองป้องกันภัยทางอากาศของฝั่งกรุงและฝั่งธนฯ ดังก้องเข้าไปถึงในสวน เพราะในสวนมันเงียบ ถึงจะไกลปานใดก็ได้ยินชัด ทั้งๆ ได้ยินกันอยู่แล้วว่า "หวอ" แต่ทุกคนก็ตะโกนต่อกันไปว่า "หวอ" แม้จะอยู่ห่างภัย แต่เสียงผู้หญิงก็คงสั่นๆ ตามเคย และในครู่นั้น เสียงเครื่องบินก็มา บินผ่านบ้านพักเราเป็นหมู่ เราต่างคนภาวนาขอพระคุ้มในกรุงอย่าให้เกิดตายกันเลย ทันใดนั้น เสียงปืนต่อสู้อากาศยานของญี่ปุ่นที่มาตั้งกองกันอยู่ตลิ่งชันก็ยิงขึ้นไป ทางบนฟ้าก็เลยกราดปืนกลลงมาเห็นเป็นสายประกายในความมืด เราต่างวิ่งหลบเข้าที่กำบัง แต่เราจะมีอะไร เพราะหลังคาจาก ถ้ามันยิงตรง เราก็ตาย จะคุ้มอะไรได้ แต่บังเอิญมันไม่ได้ยิงมาที่เรา มันยิงไปยังหน่วยต้านทานญี่ปุ่นที่ตลิ่งชัน อีกครู่เดียวเสียงระเบิดก็กัมปนาทขึ้นทางในกรุง เสียงทั้งบอมบ์และเสียงปืนต่อสู้ดังกึกก้อง เราต่างใจสะท้อน
การฆ่าและทำลายได้เป็นไปราวๆ ๒๐ นาทีก็เบาลง เงียบหายไปจน "หวอ" ปลอดภัยเสียงยาวครางเย็นเยือก หมดเหตุสยดสยองแล้ว เราก็คุยกันถึงเรื่องเรือของหญิงบ้านใกล้มาส่งอีก
"มาเรือที่ว่านั่นอีก?" น้าไสวถามอย่างฉงน ทั้งผมและบรรเจิดก็ตอบแกไปตามนั้น
น้าไสวก้มหน้านิ่งคล้ายจะตรึกตรอง แล้วหันไปปิดประตูเรือนอย่างเร่งรีบ
"แกไม่มีผัวหรืออย่างไรกัน" บรรเจิดถามขึ้นลอยๆ
"อ๋อ...มี" น้าไสวตอบและเดินเข้ามานั่งรวมกลุ่มกับพวกเรา แล้วมองหน้าเราทุกๆ คนอย่างตื่นกลัวพิกล ซึ่งทำให้ผมชักสงสัยว่า การที่ผมไปติดต่อกับแม่คนพิการนั้น อาจจะเกิดเป็นที่ไม่เหมาะสมอะไรสักอย่าง ซึ่งคงจะมีภัยที่เกิดความเข้าใจผิดกันขึ้น
"ผมไม่เคยเห็นผัวเขาเลย" ผมว่า น้าไสวลุกขึ้นนั่งยองๆ และชะโงกหน้าเข้ามาใกล้<noinclude></noinclude>
r9o951uenlffndyptfthmh40rcuncju
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/38
250
91128
296912
295415
2026-09-23T09:14:59Z
สีทราย
11827
296912
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๓๙}}</noinclude> "ฉันจะพูดให้ฟัง" แกว่าแล้วหันดูลูกสาวที่นั่งตาวาวกว้างอยู่ก่อน
"แม่แย้มขาเขยกนั่นน่ะ ถูกผัวยิง" แกลงมือเล่า
"อ้าว!" ผมหลุดปากออกไป
"เมื่อแรกเขาก็ดีๆ อย่างเรา แม่แย้มเขาสวย ผัวขึ้หึง ทะเลาะกัน เอาปืนออกมาขู่แล้วทำปืนลั่นถูกขาแม่แย้มหัก ถึงกับเป็นความกัน แม่แย้มแกให้การว่า ผัวแกตั้งใจยิงจริงๆ เล็งปืนยิงจริงๆ ผัวเขาว่านิ้วเผลอไปโดนไกปืนเข้าจึงลั่นออกมา ผัวแพ้ทางตำรวจเลยติดตะรางฐานตั้งใจฆ่าคนแต่ไม่ถึงกับชีวิต เดี๋ยวนี้ยังไม่ออก" น้าไสวหยุดพูด เหลียวซ้ายแลขวา
"อ้อ! มิน่าเล่า คุณแย้มแกพูดกับผมว่า แกเหงาใจ เลยพายเรือเล่นค่ำๆ คืนๆ" ผมกล่าวผสมขึ้นเมื่อฟังเรื่องแล้ว
"แกจะไปพายได้ยังไง?" น้าไสวตั้งคำถามผมพร้อมกับทำตาถลน "แกตายไปหกเดือนเข้านี่แล้ว ศพยังคาบ้านอยู่เลย"
ทั้งผมและทุกคนตกใจ เฉพาะผมกับบรรเจิดมองหน้ากัน รู้สึกหนาวสะท้าน
"เอ๊ะ! งั้นผมกับบรรเจิดก็ถูก..." ผมพูดไม่ออก นึกหนาววูบเข้าหัวอก คืนแรกผมมากับแกตัวต่อตัว และเมื่อกี้จะจากกัน ผมยังรับปากแกว่าจะไปคุยกับแกที่ท่าน้ำ
"เมื่อกี้ผมรับปากแกว่า จะไปคุยกับแกที่ท่าน้ำในคืนหลัง"
"ตายแล้ว" น้าไสวร้อง
บรรยากาศที่เราทั้งหมดไม่เหมาะเสียแล้ว ทุกคนหน้าจืด เหลียวลอกแลกอย่างหวาดหวั่น ฝ่ายหญิงกระเถิบชิดเข้ามา ตัวผมชั้นแรกนั่งธรรมดา ตอนนี้ชักนั่งยองกอดเข้าเข้าชิดอกอย่างเดียวกับน้าไสว ผมชักละล้าละลัง เราจะต้องอยู่ที่นี่อีกนานเท่าใดก็ไม่รู้ และบัดนี้เกิดภัยทางใจอย่างร้ายกาจขึ้นแล้ว กลางคืนผมจะออกนอกเรือนได้อย่างไร ทั้งจะกล้ามองไปทางเรือนโน้นได้อย่างไร แม้แต่จะทำไม่มอง หางตามันก็แลเห็น ผมเป็นคนตกหนัก และพาให้คนอื่นพลอยมีทุกข์และหวั่นหวาดไปทั่วกัน ผมสะท้อนใจ จะทำอย่างไรดี ที่ร้ายที่สุด ส้วมของบ้านสวนทุกบ้าน ไม่ยอมทำบนบ้านตามแบบชาวกรุง เขาไว้ทางหลังบ้าน ต้องเดินลอดใต้ถุนไป ถ้าเกิดท้องเสียจะทำอย่างไรกัน แต่ปวดปัสสาวะพอทำล่องบนบ้านได้ ผม<noinclude></noinclude>
pvvf1c7cb8rhkup2rnu2thaqttuwzd9
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/39
250
91211
296921
295574
2026-09-23T09:26:18Z
สีทราย
11827
296921
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๔๐}}</noinclude>ทุกข์ใจนัก จะต้องทนอาศัยบ้านนี้อยู่ในความกลัวเช่นนี้ไปอีกเท่าไรเล่า เคราะห์ดีที่แม่คนพิการนั้นไม่ได้พบกับผมในทางร้าย แกพบกับผมในทางเมตตา
"พรุ่งนี้ เราทั้งหมดใส่บาตรแผ่กุศลไปให้แกเถิด" น้าไสวว่า
"ดีทีเดียว" ผมรีบรับคำก่อนใคร "แต่เอ๊ะ เราจะเอาอาหารที่ไหนกันล่ะ ดึกป่านนี้"
"เอาของแห้งๆ ทำเอาก่อน" แม่ยายบรรเจิดว่า
"แต่เราต้องตื่นช่วยกันทำครัวนะ" แม่ของบรรเจิดกล่าวอย่างห่วงๆ
ทุกคนต่างนึกขึ้นได้ว่า ใครเล่าจะตื่นเข้าครัวคนเดียวตอนดึกเพราะครัวอยู่นอกตัวเรือน การเปิดประตูไปข้างนอกเดินนอกชานไปชิดกับเรือนแม่แย้ม ใครเล่าจะกล้าทำ เราจึงตกลงพร้อมกันว่า จะช่วยกันเข้าครัว คืนนั้นใครนอนก็นอนไป ที่ยังนั่งอยู่ก็มี คือพิงฝาคลุมผ้าห่ม นั่งมองหน้ากัน เสียงสุนัขทางใต้ถุนบ้านโน้นหอนขึ้น ลูกสาวของน้าไสวถึงกับคราง แกก็ยังไม่นอนเหมือนกัน นั่งคลุมผ้าอยู่ใกล้ๆ พวกเรา ผมชักสงสารแกจริงๆ แต่ตัวผมเองก็เต็มแย่ อาการหนักกว่าใครๆ แม่แย้มสนใจผมกว่าใครๆ ทั้งไปคอยรับทางเรือ และยังอยากจะคุยกับผม โอ๊ย! แย่จริงๆ เสียงอะไรนอกเรือนดังผิดหูทำให้สะดุ้ง แต่เมื่อยังไม่มีเหตุอะไร เราก็ไม่ค่อยจะจับเสียงอะไรข้างนอกเรือนนัก แต่ในยามนี้ชักจะสนใจเสียงข้างนอก พวกเราที่เป็นหญิงคลุมโปงขดตัวอยู่ใกล้ๆ เราโดยไม่เข้ามุ้งม่านกันละ ยุงไม่มี จึงสะดวกกับการนอนไหนนอนได้ หรี่ไฟลงนิดหน่อย ผมสมัครใจนั่งขัดสมาธิคลุมผ้าห่มพิงฝาห้องนอนของน้าไสว แต่ตัวแกกับลูกสาวก็ไม่ได้เข้านอน คงขดตัวรวมๆ กับพวกเรา ผมเห็นใจเขาเหลือเกินที่ทำให้เกิดลำบากขึ้น ถ้าสมมติว่าเราเกิดกลัว เกิดหาที่ย้ายไปอีก น้าไสวกับลูกสาวจะทำอย่างไร เป็นตายอย่างไรเราจะต้องอยู่เป็นเพื่อนแก
เราทั้งหมดไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลย ผมนั้นหลับตาบ้างลืมตาบ้างตามแต่เหมาะ นึกปลงอนิจจังตัวเอง เรื่องของคนจนละมันให้มีอะไรต่างๆ ที่ร้ายๆ ทั้งทางใจและทางกาย ผมนั่งเผลองีบไปบ้าง ดูนาฬิกาข้อมือเห็นบอกเวลาตีสี่กว่าๆ ผมจึงเรียกทุกคนตื่น เราจุดตะเกียงเปิดประตูเรือนทางด้านหลังออกนอกชานเล็กเพื่อเข้าครัว ใช้ตะเกียงเพิ่มสอง<noinclude></noinclude>
nsmxlhxuj74xyaylvnxy1jg6z1ipbgg
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/40
250
91213
296923
295578
2026-09-23T09:27:33Z
สีทราย
11827
296923
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๔๑}}</noinclude>ดวงทำครัวกัน โดยนำอาหารแห้งมาดัดแปลงจนใส่บาตรได้ครบตัวคนในบ้าน เช้าขึ้นเราลงใส่บาตรที่ท่าน้ำ แล้วจึงกลับขึ้นกินข้าวกัน มันเป็นวันอาทิตย์ด้วยจึงได้พักผ่อน ผมไม่ยอมมองไปทางบ้านนั้นเลย สองคนกับเพื่อนดื่มเหล้าเถื่อนเข้าไปเสียใจค่อยครึ้ม คิดสู้ชีวิตไปอีกไม่ย่นย่อ ต้องทนอยู่ที่นั่นกว่าสงครามจะเลิก<noinclude></noinclude>
qmeoeeueotnrz7lg2gvy3upov49e9uu
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/43
250
91215
296936
295591
2026-09-23T09:37:17Z
สีทราย
11827
296936
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๔๔}}</noinclude>ลายมือลูกวงให้เข้มแข็ง จากนั้นผู้ใหญ่โพธิยังมีคะแนนสูงกว่าผู้ใหญ่เที่ยงก็คือ ผู้ใหญ่โพธิมีลูกสาวที่รูปร่างหน้าตาคมคายเป็นนักเครื่องสายด้วย ลูกชายหัวปีเป่าขลุ่ย ลูกสาวคนรองดีดจะเข้ ลูกสาวคนที่ ๓ ซอด้วงและร้องส่งด้วย ลูกสาวคนสุดท้องร้องส่งอย่างเดียว มีเสียงไพเราะและกลมดี คะแนนของผู้ใหญ่โพธินำผู้ใหญ่เที่ยงลิ่ว ก็เพราะชาวเมืองนั้นนิยมนักเครื่องสายหญิงเหนือกว่าเครื่องสายชาย ซึ่งแต่ละองค์เป็นชาวนาหน้าดำๆ มือไม้เทอะทะ ไหนจะสู้ฝ่ายหญิงรูปงามๆ ประดุจดอกไม้ประดับวงได้ ผู้ใหญ่โพธิเป็นคนมั่งคั่ง ก็เก็บลูกสาวไว้ในร่ม ไม่ใช้สอยการงานในเรื่องนาเรื่องไร่ ก็ย่อมมีผิวพรรณสดใส วงดนตรีของผู้ใหญ่โพธิจึงเป็นที่นิยมไปไกล มีงานหาเป็นประจำแทบไม่ว่างเว้น บางคราวเกิดพบกับวงผู้ใหญ่เที่ยงเข้า ก็ประชันกันขึ้น และคะแนนก็อยู่ข้างผู้ใหญ่โพธิเพราะลูกสาวชูวงเสมอมา
ในคราวหนึ่ง เกิดมีงานของหลวงพ่อวัดเทพราชขึ้น ทางวงผู้ใหญ่เที่ยงเจ้าถิ่นนั้นก็ต้องบรรเลงประจำเป็นของธรรมดา แต่บังเอิญผู้ใหญ่โพธิก็เป็นศิษย์หลวงพ่อเช่นกัน จึงจำใจเอาวงดนตรีมาช่วย ทั้งๆ รู้อยู่ว่า เมื่อพบกันก็ต้องประชันกัน พอรู้ว่าวงดนตรีผู้ใหญ่โพธิจะมาที่วัดเทพราช ผู้ใหญ่เที่ยงก็เกิดไม่สบายใจ เพราะรู้ๆ อยู่ว่า พบกันเมื่อใด ผู้ใหญ่เที่ยงก็ต้องเอียงอยู่ตามเคย เพราะขาดนักร้องหญิงจะชูวง แต่บังเอิญจริงๆ คล้ายพระโปรดผู้ใหญ่เที่ยง คือให้เกิดคนดีมีฝีมือทั้งเครื่องมือและร้องมาที่วงผู้ใหญ่เที่ยง ผู้นั้นเป็นชายหนุ่มวัย ๓๐ ปี รูปร่างเก๋ ผิวดำ เป็นคนกรุงเทพฯ ชื่อประเทือง เป็นผู้พลาดรักทางกรุงเทพฯ จึงออกเร่ร่อนมาด้วยความเสียใจอย่างหนัก ได้มาพบนายฉอุ่มลูกพ่อค้าร้านเครื่องสำอางและอื่นๆ ในคลาดคลองสวน เคยเข้าไปเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ รักและชอบพอกันมาก นายประทืองขอหลบหน้าให้พ้นกรุงเทพฯ จึงดั้นด้นมาหานายฉอุ่มที่คลองสวนและเล่าสารทุกข์สุกดิบให้ฟัง นายฉอุ่มรักเพื่อนก็พยายามหาทางให้เพื่อนสบาย ทุกข์ในใจให้เบาลง เมื่อรู้ว่าประเทืองมีความรู้ทางดนตรีไทยดี จึงชวนประเทืองไปรู้จักกับผู้ใหญ่เที่ยง เพื่อหาทางได้ซักซ้อมดนตรีพอแก้หัวใจที่หม่นหมอง
เมื่อประเทืองไปซ้อมกับวงผู้ใหญ่เที่ยง ผู้ใหญ่เที่ยงก็รู้ว่าประเทือง<noinclude></noinclude>
4cdw8evr0vwn279hd9jvezdoiehdsfv
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/44
250
91218
296946
295594
2026-09-23T09:42:56Z
สีทราย
11827
296946
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๔๕}}</noinclude>เป็นดนตรีไทยชั้นสูง มีวิชาความรู้ชั้นสูง มีฝีมือชั้นยอด ตลอดจนการร้องส่งก็มีเสียงกังวานเย็น ทีท่าและลูกคอหักแง่หักมุมเก๋และไพเราะนัก สิ้นแล้วทั้งเมืองนั้นจะหาเทียมได้ แม้แต่ลูกสาวผู้ใหญ่โพธิก็เป็นคนละชั้นไปเสมอด้วยศิษย์กับครู ผู้ใหญ่เที่ยงรู้ว่าจะต้องประชันกับวงผู้ใหญ่โพธิ จึงได้ขอร้องประเทืองไปร่วมวงด้วย ชั้นแรกประเทืองยังอิดออด เพราะไม่ชอบเล่นดนตรีประชันเลย แต่เสียไม่ได้ ก็รับปากเข้าร่วมวง
การประชันวงของผู้ใหญ่ทั้งสองในคราวนี้ ผู้ใหญ่โพธิอิ่มเอมใจในชัยชนะตามที่เคยชนะ ส่วนทางผู้ใหญ่เที่ยงนั้นเอาประเทืองเป็นตัวซุ่ม ปิดข่าวมิให้แพร่งพราย ผู้ใหญ่โพธิเอ๋ย เจ้าจะร้องไห้เมื่อมาพบเอาคนมือเทวดาเข้า ทั้งทางร้องแกก็ตายแล้วเพื่อนเอ๋ย หมดประตูละคราวนี้ การตั้งวงดนตรี ให้ตั้งคู่กันบนศาลาเดียวกัน ผู้ใหญ่ทั้งสองได้พบกันและตกลงกันว่า การประชันครั้งนี้ เรามางานหลวงพ่อด้วยกัน อย่าเอากันถึงแตกหักเลย จะต่างคนต่างเล่นคนละเพลง จะไม่ซ้ำเพลงกัน ซึ่งเป็นการประชันขั้นเด็ดขาดรู้ดีรู้ชั่วไปว่า เพลงนั้นๆ ใครทำดีกว่าก็ชนะ แต่เมื่อมาเล่นเสียคนละเพลง ก็เท่ากับทำฟังโชว์ฝีมือกันเล่นอย่างหอมปากหอมคอดูเชิงชั้นกันพองาม
ผู้ใหญ่โพธิกระหยิ่มใจตามเคย เพราะมองกราดไปก็ไม่เห็นทางวงผู้ใหญ่เที่ยงมีอะไรดีขึ้น คงมีแต่ผู้ชายตามเคย ส่วนประเทืองนั้นผู้ใหญ่โพธิไม่รู้จัก จึงไม่รู้สึกตัวว่าวันนี้จะโดนดี ประเทืองคือม้ามืดของผู้ใหญ่เที่ยง ผู้คนที่ชอบฟังดนตรีประชันกันนั้นมาฟังกันคับคั่ง เพราะทุกคราวถ้าผู้ใหญ่ทั้งสองนี้ประกบคู่กันเป็นสนุกนัก แต่พวกหนุ่มๆ สาวๆ จิตใจมักเอียงไปทางผู้ใหญ่โพธิ เพราะมีผู้หญิงรูปงามทั้งร้องและเล่นเครื่องมือ รวมความว่าผู้ฟังในคลองนี้ แม้แต่ตนเองไม่เป็นดนตรี แต่หูฟังนั้นคมมาก ฟังรู้ว่าใครดีใครชั่ว จึงตั้งใจฟังทุกคราวไป
ทางวงผู้ใหญ่โพธิ โหมโรงด้วยเพลงครอบจักรวาล โดยสายหยุดลูกสาวคนรองสีซอด้วงขึ้นเพลง แล้วลูกวงก็รับพร้อมกันเสียงแน่นหู แม้แต่จะตกลงเล่นกันคนละเพลงก็ตาม แต่ก็ต้องพยายามทำฝีมือให้ดีเด่น ส่วนทางวงผู้ใหญ่เที่ยงก็หารือกัน โดยให้ประเทืองสีซอด้วงเล่นเพลงเยี่ยมวิมาน พอวงผู้ใหญ่โพธิจบลง เสียงปรบมือดังกึกก้องจากคนฟัง ทางวงผู้ใหญ่<noinclude></noinclude>
q7qqkdtplttmob9m285w34a0lpt2j52
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/45
250
91219
296957
295628
2026-09-23T09:57:18Z
สีทราย
11827
296957
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๔๖}}</noinclude>เที่ยงก็เริ่ม โดยประเทืองสีซอด้วงด้วยเสียงดังแจ่มใสกังวานในน้ำมือ ขึ้นต้นด้วยเพลงโดยกระปริบกะปรอยชมดชม้อยหวานซึ้ง ถึงแก่เกิดปฏิกิริยาขึ้นในคนฟังที่แปลกหูและไม่คิดว่าจะได้ฟังอย่างนั้น ทางวงผู้ใหญ่โพธิเองก็ชะงัก ต่างเหลียวดูผู้สีซอด้วง รู้สึกว่าเป็นคนแปลกหน้าที่น่าครั่นคร้าม
สายหยุด คนซอด้วงของผู้ใหญ่โพธิสีหน้าเผือดลง เพราะเสียงซอของชายแปลกหน้านั้นมันลอยเด่นกังวานหวานจับใจ รู้ตัวว่าทั้งความรู้และฝีมือเทียบกันไม่ได้เลย ในระหว่างที่เพลงเดินอยู่นั้น เสียงซอของคนแปลกถิ่นลอยเด่น ทั้งทีท่าจะไปจะอยู่นั้นเก๋นัก ทั้งชมดชม้อยละทางยักเยื้องเสียดแทงในเชิงเล่น ครูเจริญวงผู้ใหญ่โพธิกระซิบกับพวกว่า
"อ้ายคนนี้มันยอดขนาดเสือ มันจะลักจะล้วง มันทำอย่างระนาด แต่แล้วมันทอดโหยอย่างปี่" ผู้ใหญ่โพธินั่งอึ้งฟังซอคนแปลกถิ่นอย่างซึม รู้สึกสงสารสายหยุดบุตรสาวที่มาเจอเอาคนดีอย่างไม่รู้ตัว แต่ก็ไม่รู้จะแก้อย่างไร นึกเอาเสียว่า ถึงวงเราจะถูกเฉือนไปโดยซอด้วงหนึ่งคัน แต่อื่นยังคงพอสู้ และยังร้องอีกล่ะ ทั้งเสียงและทั้งรูปร่างก็ยังเหนืออยู่ ครั้นจบเพลงเยี่ยมวิมานลง เสียงปรบมือจากคนฟังแน่นดีผิดคาด และได้ยินซอใหม่ ถึงกับชะโงกชะง้ำมองดูหน้าประเทือง ซึ่งประเทืองนั่งดื่มเหล้าเฉยๆ ไม่มีท่าผยองในฝีมือตนแต่น้อย ทางผู้ใหญ่โพธิจึงปล่อยหมัดแย็บ คือให้แน่งน้อยลูกสาวคนเล็ก ร้องพม่าห้าท่อน โปรยน้ำเสียง ประเทืองเงี่ยหูฟัง นึกชมว่าเด็กคนนี้ถ้าได้ผู้แนะนำดีๆ จะไปไกลในวันหน้า พวกซอและเครื่องมืออื่นๆ พยายามเล่นยักย้ายสำนวนและกลเม็ดเพื่อให้แข่งขันตามแต่แค่สติปัญญาจะไปได้
พอจบเพลงพม่าห้าท่อนและออกเพลงท้ายเครื่องไปแล้วอย่างครึกโครม ทางวงผู้ใหญ่เที่ยงก็เล่นเพลงหลีกไปเสีย เล่นเพลงสี่บท โดยนายเสมาคนร้องชายประจำวงของแก ทางวงผู้ใหญ่โพธิก็นึกหวาน แต่มาติดเจ้าด้วงที่หวานจ๋อยนำเด่นอยู่ เจ้าคนแปลกถิ่นผิวคร้ามหน้าเก๋นี่มันร้ายนัก ช่างเดินเพลงอย่างน่าชวนฟัง สำนวนชัดหูไม่คลุมเครือ นิ้วโปร่งไม่แฟบไม่ฟอด มีเสียงแผ่วเสียงเน้น ทั้งหยิกทั้งข่วนอยู่ตลอดเวลา เสียดาย ถ้าอู้วงนี้มือจะทันขึ้นมาสักเล็กน้อย จะดีเหลือเกิน แต่ก็จบเพลงลงด้วยด้วงนำดีและเรียบร้อย<noinclude></noinclude>
jkbauhedme10hmqzzblndkjliu7vws0
หน้า:Winyan Thi Reron 2545.djvu/46
250
91227
296968
295692
2026-09-23T10:08:30Z
สีทราย
11827
296968
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๔๗}}</noinclude> ผู้ใหญ่โพธิสั่งลูกสาวหลบจากเพลงหกบทที่จะต่อจากสี่บทของผู้ใหญ่เที่ยงไป เพราะหกบทกินเสียงมาก เนื้อหลายทบ อาจจะทำให้แน่งน้อยเสียกำลัง จึงให้ข้ามไปเอาแปดบท แน่งน้อยได้ร้องอย่างระมัดระวัง เพราะรู้ว่าวันนี้จะทำอะไรพลาดไม่ได้ จะเป็นที่อับอายแก่คนแปลกถิ่นที่กิริยาขรึมๆ ไม่มีท่าเย่อหยิ่งจองหอง คล้ายๆ จะเป็นคนไม่สำคัญ จึงเป็นที่น่าเกรงใจเพราะความนิ่ง แน่งน้อยรำพึงอยู่ในใจว่า ถ้าซอด้วงคันนั้นมาอยู่วงเรา และมาสวมร้องให้นิ่มชมดชม้อยจะเพราะนักทีเดียว เธอจะเบิกบานแช่มชื่นนัก ส่วนทิดเรืองซออู้ประจำวงผู้ใหญ่โพธิยังคะนองใจอยู่ว่าพอโขลกกับอู้วงศัตรู จึงพยายามเล่นลูกเล่นสำนวนที่ไม่ควรจะเล่น เพราะความรู้มีแค่ใดก็เล่นได้แค่นั้น จะห้าวหาญไปอีกซึ่งเกินกว่าความรู้ก็เกิดผิดไวยากรณ์เสียง หมดความสำคัญทางกลมกลืนและเรียบร้อย มุ่งแต่จะไว้ลวดลาย เพราะตำแหน่งอู้เป็นตำแหน่งนักเลงโตประจำวงที่นิยากันทั่วๆ ไป
วันนั้นผู้ฟังดนตรีทั้งหลายมีความรู้สึกว่า มีช้างเผือกหลุดเข้ามาในบางนั้น ถึงแก่ไม่พูดไม่คุยกัน สนใจฟังจริงๆ การประชันครั้งนี้เป็นพิเศษ ผู้ใหญ่โพธิมีนักดนตรีหญิง นักร้องหญิง ผู้ใหญ่เที่ยงมีชายที่สีซอเพราะจับใจเป็นพิเศษ จึงยึดหลักนั่งฟังกันอย่างไม่ถอน เพราะทั้งสองวงก็เล่นกันอย่างไม่ละลด อีกวงลงอีกวงขึ้น เล่นถูกใจพระเดชพระคุณนัก
ผู้ใหญ่เที่ยงได้บงการจัดเพลงตามเข็มของแก โดยขอร้องให้ประเทือง<noinclude></noinclude>
g0shi14h2qhimxfooer5ghdkxk5lo6x