วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.47.0-wmf.22
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ ๖๖
0
14926
301186
30446
2026-10-04T21:27:58Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 66]]
301186
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 66]]
39po3z3sdc8tslcisbtnbvokulujrp9
ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ ๖๗
0
14928
301187
30450
2026-10-04T21:28:08Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 67]]
301187
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 67]]
iwsudvvb7gpo3f7kbgee12gf28zuevr
ศีล 227
0
15647
301232
293774
2026-10-05T00:58:02Z
~2026-53324-25
12574
/* สังฆาทิเสส มี 13 ข้อ */
301232
wikitext
text/x-wiki
{{ไม่มีที่มา}}
{{วิกิพีเดีย|ศีล 227}}
ศีลรวมทั้งหมดแล้ว 227 ข้อ ได้แก่
== ปาราชิก มี 4 ข้อ ==
# เสพเมถุน แม้กับสัตว์เดรัจฉานตัวเมีย (ร่วมสังวาสกับคนหรือสัตว์)
# ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตน จากบ้านก็ดี จากป่าก็ดี (ขโมย)
# พรากกายมนุษย์จากชีวิต (ฆ่าคน) หรือแสวงหาศาสตราอันจะนำไปสู่ความตายแก่ร่างกายมนุษย์ หรือ พรรณนาคุณความตาย หรือ ชักชวนเพื่อความตาย
# กล่าวอวดอุตตริมนุสสธัมม์ อันเป็นความเห็นอย่างประเสริฐ อย่างสามารถ น้อมเข้าในตัวว่า ข้าพเจ้ารู้อย่างนี้ ข้าพเจ้าเห็นอย่างนี้ (ไม่รู้จริง แต่โอ้อวดความสามารถของตัวเอง)
== สังฆาทิเสส มี 13 ข้อ ==
# ปล่อยน้ำอสุจิด้วยความจงใจ เว้นไว้แต่ฝันเปียก
# กำหนัด(มีใจกระหายอยาก ต้องการกามคุณสตรี)แล้วเคล้าคลึง จับมือ จับช้องผม ลูบคลำ จับต้องอวัยวะอันใดก็ตามของสตรีเพศ
# กำหนัด(มีใจกระหายอยาก ต้องการกามคุณสตรี)แล้วพูดจาหยาบคาย เกาะแกะสตรีเพศ เกี้ยวพาราสี ด้วยถ้อยคำพาดพิงเมถุน
# กำหนัด(มีใจกระหายอยาก ต้องการกามคุณสตรี)แล้วกล่าวถึงคุณในการบำเรอตนด้วยกามแก่สตรี พาดพิงเมถุน เช่นพูดว่า หญิงใดบำเรอคนมีศีลเช่นเรา นั่นเป็นยอดการบำเรอ นะจ๊ะน้องหญิง
# ทำตัวเป็นสื่อรัก บอกความต้องการของอีกฝ่ายให้กับหญิงหรือชาย แม้สามีกับภรรยา หรือแม้แต่หญิงขายบริการ
# สร้างกุฏิด้วยการขอ
# สร้างวิหารใหญ่ โดยพระสงฆ์มิได้กำหนดที่ รุกรานคนอื่น
# แกล้งใส่ความว่าปาราชิกโดยไม่มีมูล
# แกล้งสมมุติแล้วใส่ความว่าปาราชิกโดยไม่มีมูล
# ยุยงสงฆ์ให้แตกกัน
# เป็นพวกของผู้ที่ทำสงฆ์ให้แตกกัน
# เป็นผู้ว่ายากสอนยาก และต้องโดนเตือนถึง 3 ครั้ง
# ทำตัวเป็นเหมือนคนรับใช้ ประจบคฤหัสถ์
== อนิยตกัณฑ์ มี 2 ข้อ ==
# การนั่งในที่ลับตา มีอาสนะกำบังอยู่กับสตรีเพศ และมีผู้มาเห็นเป็นผู้ที่เชื่อถือได้พูดขึ้นด้วยธรรม 3 ประการอันใดอันหนึ่งกล่าวแก่ภิกษุนั้นได้แก่ ปาราชิกก็ดี สังฆาทิเสสก็ดี หรือปาจิตตีย์ก็ดี ภิกษุนั้นถือว่ามีความผิดตามที่อุบาสกผู้นั้นกล่าว
# ในสถานที่ที่ไม่เป็นที่ลับตาเสียทีเดียว แต่เป็นที่ที่จะพูดจาค่อนแคะสตรีเพศได้สองต่อสองกับภิกษุผู้เดียว และมีผู้มาเห็นเป็นผู้ที่เชื่อถือได้พูดขึ้นด้วยธรรม 2 ประการอันใดอันหนึ่งกล่าวแก่ภิกษุนั้นได้แก่ สังฆาทิเสสก็ดี หรือปาจิตตีย์ก็ดี ภิกษุนั้นถือว่ามีความผิดตามที่อุบาสกผู้นั้นกล่าว
== นิสสัคคิยปาจิตตีย์ มี 30 ข้อ ==
คืออาบัติที่ต้องสละสิ่งของว่าด้วยเรื่องจีวร ไหม บาตร อย่างละ 10ข้อ
# เก็บจีวรที่เกินความจำเป็นไว้เกิน 10 วัน
# อยู่โดยปราศจากจีวรแม้แต่คืนเดียว
# เก็บผ้าที่จะทำจีวรไว้เกินกำหนด 1 เดือน
# ใช้ให้ภิกษุณีซักผ้า
# รับจีวรจากมือของภิกษุณี
# ขอจีวรจากคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติ เว้นแต่จีวรหายหรือถูกขโมย
# รับจีวรเกินกว่าที่ใช้นุ่ง เมื่อจีวรถูกชิงหรือหายไป
# พูดทำนองขอจีวรดีๆ กว่าที่เขากำหนดจะถวายไว้แต่เดิม
# พูดให้เขารวมกันซื้อจีวรดีๆ มาถวาย
# ทวงจีวรจากคนที่รับอาสาเพื่อซื้อจีวรถวายเกินกว่า 3 ครั้ง
# หล่อเครื่องปูนั่งที่เจือด้วยไหม
# หล่อเครื่องปูนั่งด้วยขนเจียม (ขนแพะ แกะ) ดำล้วน
# ใช้ขนเจียมดำเกิน 2 ส่วนใน 4 ส่วน หล่อเครื่องปูนั่ง
# หล่อเครื่องปูนั่งใหม่ เมื่อของเดิมยังใช้ไม่ถึง 6 ปี
# เมื่อหล่อเครื่องปูนั่งใหม่ ให้เอาของเก่าเจือปนลงไปด้วย
# นำขนเจียมไปด้วยตนเองเกิน 3 โยชน์ เว้นแต่มีผู้นำไปให้
# ใช้ภิกษุณีที่ไม่ใช้ญาติทำความสะอาดขนเจียม
# รับเงินทอง
# ซื้อขายด้วยเงินทอง
# ซื้อขายโดยใช้ของแลก
# เก็บบาตรที่มีใช้เกินความจำเป็นไว้เกิน 10 วัน
# ขอบาตร เมื่อบาตรเป็นแผลไม่เกิน 5 แห่ง
# เก็บเภสัช 5 (เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย) ไว้เกิน 7 วัน
# แสวงและทำผ้าอาบน้ำฝนไว้เกินกำหนด 1 เดือนก่อนหน้าฝน
# ให้จีวรภิกษุอื่นแล้วชิงคืนในภายหลัง
# ขอด้ายเอามาทอเป็นจีวร
# กำหนดให้ช่างทอทำให้ดีขึ้น
# เก็บผ้าจำนำพรรษา (ผ้าที่ถวายภิกษุเพื่ออยู่พรรษา) เกินกำหนด
# อยู่ป่าแล้วเก็บจีวรไว้ในบ้านเกิน 6 คืน
# น้อมลาภสงฆ์มาเพื่อให้เขาถวายตน
== ปาจิตตีย์ มี 92 ข้อ ==
# ห้ามพูดปด
# ห้ามด่า
# ห้ามพูดส่อเสียด
# ห้ามกล่าวธรรมพร้อมกับผู้ไม่ได้บวชในขณะสอน
# ห้ามนอนร่วมกับอนุปสัมบัน (ผู้ไม่ใช้ภิกษุ) เกิน 3 คืน
# ห้ามนอนร่วมกับผู้หญิง
# ห้ามแสดงธรรมสองต่อสองกับผู้หญิง
# ห้ามบอกคุณวิเศษที่มีจริงแก่ผู้มิได้บวช
# ห้ามบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุแก่ผู้มิได้บวช
# ห้ามขุดดินหรือใช้ให้ขุด
# ห้ามทำลายต้นไม้
# ห้ามพูดเฉไฉเมื่อถูกสอบสวน
# ห้ามติเตียนภิกษุผู้ทำการสงฆ์โดยชอบ
# ห้ามทิ้งเตียงตั่งของสงฆ์ไว้กลางแจ้ง
# ห้ามปล่อยที่นอนไว้ ไม่เก็บงำ
# ห้ามนอนแทรกภิกษุผู้เข้าไปอยู่ก่อน
# ห้ามฉุดคร่าภิกษุออกจากวิหารของสงฆ์
# ห้ามนั่งนอนทับเตียงหรือตั่งที่อยู่ชั้นบน
# ห้ามพอกหลังคาวิหารเกิน 3 ชั้น
# ห้ามเอาน้ำมีสัตว์รดหญ้าหรือดิน
# ห้ามสอนนางภิกษุณีเมื่อมิได้รับมอบหมาย
# ห้ามสอนนางภิกษุณีตั้งแต่อาทิตย์ตกแล้ว
# ห้ามไปสอนนางภิกษุณีถึงที่อยู่
# ห้ามติเตียนภิกษุอื่นว่าสอนนางภิกษุณีเพราะเห็นแก่ลาภ
# ห้ามให้จีวรแก่นางภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ
# ห้ามเย็บจีวรให้นางภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ
# ห้ามเดินทางไกลร่วมกับนางภิกษุณี
# ห้ามชวนนางภิกษุณีเดินทางเรือร่วมกัน
# ห้ามฉันอาหารที่นางภิกษุณีไปแนะให้เขาถวาย
# ห้ามนั่งในที่ลับสองต่อสองกับภิกษุณี
# ห้ามฉันอาหารในโรงพักเดินทางเกิน 3 มื้อ
# ห้ามฉันอาหารรวมกลุ่ม
# ห้ามรับนิมนต์แล้วไปฉันอาหารที่อื่น
# ห้ามรับบิณฑบาตเกิน 4 บาตร
# ห้ามฉันอีกเมื่อฉันในที่นิมนต์เสร็จแล้ว
# ห้ามพูดให้ภิกษุที่ฉันแล้วฉันอีกเพื่อจับผิด
# ห้ามฉันอาหารในเวลาวิกาล
# ห้ามฉันอาหารที่เก็บไว้ค้างคืน
# ห้ามขออาหารประณีตมาเพื่อฉันเอง
# ห้ามฉันอาหารที่มิได้รับประเคน
# ห้ามยื่นอาหารด้วยมือให้ชีเปลือยและนักบวชอื่นๆ
# ห้ามชวนภิกษุไปบิณฑบาตด้วยแล้วไล่กลับ
# ห้ามเข้าไปแทรกแซงในสกุลที่มีคน 2 คน
# ห้ามนั่งในที่ลับมีที่กำบังกับมาตุคาม (ผู้หญิง)
# ห้ามนั่งในที่ลับ (หู) สองต่อสองกับมาตุคาม
# ห้ามรับนิมนต์แล้วไปที่อื่นไม่บอกลา
# ห้ามขอของเกินกำหนดเวลาที่เขาอนุญาตไว้
# ห้ามไปดูกองทัพที่ยกไป
# ห้ามพักอยู่ในกองทัพเกิน 3 คืน
# ห้ามดูเขารบกันเป็นต้น เมื่อไปในกองทัพ
# ห้ามดื่มสุราเมรัย
# ห้ามจี้ภิกษุ
# ห้ามว่ายน้ำเล่น
# ห้ามหลอกภิกษุให้กลัว
# ห้ามแสดงความไม่เอื้อเฟื้อในวินัย
# ห้ามติดไฟเพื่อผิง
# ห้ามอาบน้ำบ่อยๆ เว้นแต่มีเหตุ
# ให้ทำเครื่องหมายเครื่องนุ่งห่ม
# วิกัปจีวรไว้แล้ว (ทำให้เป็นสองเจ้าของ-ให้ยืมใช้) จะใช้ต้องถอนก่อน
# ห้ามเล่นซ่อนบริขารของภิกษุอื่น
# ห้ามฆ่าสัตว์
# ห้ามใช้น้ำมีตัวสัตว์
# ห้ามรื้อฟื้นอธิกรณ์ (คดีความ-ข้อโต้เถียง) ที่ชำระเป็นธรรมแล้ว
# ห้ามปกปิดอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่น
# ห้ามบวชบุคคลอายุไม่ถึง 20 ปี
# ห้ามชวนพ่อค้าผู้หนีภาษีเดินทางร่วมกัน
# ห้ามชวนผู้หญิงเดินทางร่วมกัน
# ห้ามกล่าวตู่พระธรรมวินัย (ภิกษุอื่นห้ามและสวดประกาศเกิน 3 ครั้ง)
# ห้ามคบภิกษุผู้กล่าวตู่พระธรรมวินัย
# ห้ามคบสามเณรผู้กล่าวตู่พระธรรมวินัย
# ห้ามพูดไถลเมื่อทำผิดแล้ว
# ห้ามกล่าวติเตียนสิกขาบท
# ห้ามพูดแก้ตัวว่า เพิ่งรู้ว่ามีในปาฏิโมกข์
# ห้ามทำร้ายร่างกายภิกษุ
# ห้ามเงื้อมือจะทำร้ายภิกษุ
# ห้ามโจทภิกษุด้วยอาบัติสังฆาทิเสสที่ไม่มีมูล
# ห้ามก่อความรำคาญแก่ภิกษุอื่น
# ห้ามแอบฟังความของภิกษุผู้ทะเลาะกัน
# ให้ฉันทะแล้วห้ามพูดติเตียน
# ขณะกำลังประชุมสงฆ์ ห้ามลุกไปโดยไม่ให้ฉันทะ
# ร่วมกับสงฆ์ให้จีวรแก่ภิกษุแล้ว ห้ามติเตียนภายหลัง
# ห้ามน้อมลาภสงฆ์มาเพื่อบุคคล
# ห้ามเข้าไปในตำหนักของพระราชา
# ห้ามเก็บของมีค่าที่ตกอยู่
# เมื่อจะเข้าบ้านในเวลาวิกาล ต้องบอกลาภิกษุก่อน
# ห้ามทำกล่องเข็มด้วยกระดูก งา หรือเขาสัตว์
# ห้ามทำเตียง ตั่งมีเท้าสูงกว่าประมาณ
# ห้ามทำเตียง ตั่งที่หุ้มด้วยนุ่น
# ห้ามทำผ้าปูนั่งมีขนาดเกินประมาณ
# ห้ามทำผ้าปิดฝีมีขนาดเกินประมาณ
# ห้ามทำผ้าอาบน้ำฝนมีขนาดเกินประมาณ
# ห้ามทำจีวรมีขนาดเกินประมาณ
== ปาฏิเทสนียะ มี 4 ข้อ ==
# ห้ามรับของคบเคี้ยว ของฉันจากมือภิกษุณีมาฉัน
# ให้ไล่นางภิกษุณีที่มายุ่งให้เขาถวายอาหาร
# ห้ามรับอาหารในสกุลที่สงฆ์สมมุติว่าเป็นเสขะ (อริยบุคคล แต่ยังไม่ได้บรรลุเป็นอรหันต์)
# ห้ามรับอาหารที่เขาไม่ได้จัดเตรียมไว้ก่อนมาฉันเมื่ออยู่ป่า
== เสขิยวัตร 75 ==
=== เสขิยะ สารูป มี 26 ข้อ ===
# นุ่งให้เป็นปริมณฑล (ล่างปิดเข่า บนปิดสะดือไม่ห้อยหน้าห้อยหลัง)
# ห่มให้เป็นนปริมณฑล (ให้ชายผ้าเสมอกัน)
# ปกปิดกายด้วยดีไปในบ้าน
# ปกปิดกายด้วยดีนั่งในบ้าน
# สำรวมด้วยดีไปในบ้าน
# สำรวมด้วยดีนั่งในบ้าน
# มีสายตาทอดลงไปในบ้าน (ตาไม่มองโน่นมองนี่)
# มีสายตาทอดลงนั่งในบ้าน
# ไม่เวิกผ้าไปในบ้าน
# ไม่เวิกผ้านั่งในบ้าน
# ไม่หัวเราะดังไปในบ้าน
# ไม่หัวเราะดังนั่งในบ้าน
# ไม่พูดเสียงดังไปในบ้าน
# ไม่พูดเสียงดังนั่งในบ้าน
# ไม่โคลงกายไปในบ้าน
# ไม่โคลงกายนั่งในบ้าน
# ไม่ไกวแขนไปในบ้าน
# ไม่ไกวแขนนั่งในบ้าน
# ไม่สั่นศีรษะไปในบ้าน
# ไม่สั่นศีรษะนั่งในบ้าน
# ไม่เอามือค้ำกายไปในบ้าน
# ไม่เอามือค้ำกายนั่งในบ้าน
# ไม่เอาผ้าคลุมศีรษะไปในบ้าน
# ไม่เอาผ้าคลุมศีรษะนั่งในบ้าน
# ไม่เดินกระโหย่งเท้า ไปในบ้าน
# ไม่นั่งรัดเข่าในบ้าน
===โภชนปฏิสังยุตต์ มี 30 ข้อ ===
คือหลักในการฉันอาหารได้แก่
# รับบิณฑบาตด้วยความเคารพ
# ในขณะบิณฑบาต จะแลดูแต่ในบาตร
# รับบิณฑบาตพอสมส่วนกับแกง (ไม่รับแกงมากเกินไป)
# รับบิณฑบาตแค่พอเสมอขอบปากบาตร
# ฉันบิณฑบาตโดยความเคารพ
# ในขณะฉันบิณฑบาต และดูแต่ในบาตร
# ฉันบิณฑบาตไปตามลำดับ (ไม่ขุดให้แหว่ง)
# ฉันบิณฑบาตพอสมส่วนกับแกง ไม่ฉันแกงมากเกินไป
# ฉันบิณฑบาตไม่ขยุ้มแต่ยอดลงไป
# ไม่เอาข้าวสุกปิดแกงและกับด้วยหวังจะได้มาก
# ไม่ขอเอาแกงหรือข้าวสุกเพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉัน หากไม่เจ็บไข้
# ไม่มองดูบาตรของผู้อื่นด้วยคิดจะยกโทษ
# ไม่ทำคำข้าวให้ใหญ่เกินไป
# ทำคำข้าวให้กลมกล่อม
# ไม่อ้าปากเมื่อคำข้าวยังมาไม่ถึง
# ไม่เอามือทั้งมือใส่ปากในขณะฉัน
# ไม่พูดในขณะที่มีคำข้าวอยู่ในปาก
# ไม่ฉันโดยการโยนคำข้าวเข้าปาก
# ไม่ฉันกัดคำข้าว
# ไม่ฉันทำกระพุ้งแก้มให้ตุ่ย
# ไม่ฉันพลางสะบัดมือพลาง
# ไม่ฉันโปรยเมล็ดข้าว
# ไม่ฉันแลบลิ้น
# ไม่ฉันดังจับๆ
# ไม่ฉันดังซูด ๆ
# ไม่ฉันเลียมือ
# ไม่ฉันเลียบาตร
# ไม่ฉันเลียริมฝีปาก
# ไม่เอามือเปื้อนจับภาชนะน้ำ
# ไม่เอาน้ำล้างบาตรมีเมล็ดข้าวเทลงในบ้าน
===ธัมมเทสนาปฏิสังยุตต์ มี 16 ข้อ ===
# ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่มีร่มในมือ
# ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่มีไม้พลองในมือ
# ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่มีของมีคมในมือ
# ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่มีอาวุธในมือ
# ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่สวมเขียงเท่า (รองเท้าไม้)
# ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่สวมรองเท้า
# ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่ไปในยาน
# ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่อยู่บนที่นอน
# ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่นั่งรัดเข่า
# ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่โพกศีรษะ
# ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่คลุมศีรษะ
# ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่อยู่บนอาสนะ (หรือเครื่องปูนั่ง) โดยภิกษุอยู่บนแผ่นดิน
# ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่นั่งบนอาสนะสูงกว่าภิกษุ
# ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่นั่งอยู่ แต่ภิกษุยืน
# ภิกษุเดินไปข้างหลังไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่เดินไปข้างหน้า
# ภิกษุเดินไปนอกทางไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่ไปในทาง
=== ปกิณสถะ มี 3 ข้อ ===
# ภิกษุไม่เป็นไข้ไม่ยืนถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ
# ภิกษุไม่เป็นไข้ไม่ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ หรือบ้วนน้ำลายลงในของเขียว (พันธุ์ไม้ใบหญ้าต่างๆ)
# ภิกษุไม่เป็นไข้ไม่ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ หรือบ้วนน้ำลายลงในน้ำ
== อธิกรณสมถะ มี 7 ข้อ ==
# ระงับอธิกรณ์ (คดีความ หรือความที่ตกลงกันไม่ได้) ในที่พร้อมหน้า (บุคคล วัตถุ ธรรม)
# ระงับอธิกรณ์ (คดีความ หรือความที่ตกลงกันไม่ได้) ด้วยการยกให้ว่าพระอรหันต์เป็นผู้มีสติ
# ระงับอธิกรณ์ (คดีความ หรือความที่ตกลงกันไม่ได้) ด้วยยกประโยชน์ให้ในขณะเป็นบ้า
# ระงับอธิกรณ์ (คดีความ หรือความที่ตกลงกันไม่ได้) ด้วยถือตามคำรับของจำเลย
# ระงับอธิกรณ์ (คดีความ หรือความที่ตกลงกันไม่ได้) ด้วยถือเสียงข้างมากเป็นประมาณ
# ระงับอธิกรณ์ (คดีความ หรือความที่ตกลงกันไม่ได้) ด้วยการลงโทษแก่ผู้ผิด
# ระงับอธิกรณ์ (คดีความ หรือความที่ตกลงกันไม่ได้) ด้วยให้ประนีประนอมหรือเลิกแล้วกันไป
6lhet5ct8cjvh853l6mbz80suelqr6i
พระอัยการลักษณะพยาน
0
16701
301204
234124
2026-10-04T21:30:58Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 11]]
301204
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 11]]
qhacbt6d59rw4xluf146scyg6zj7e2g
ประกาศพระราชปรารภ จ.ศ. 1166
0
35201
301183
234098
2026-10-04T21:27:28Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
301183
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
b7wuy5d865fsnf6crru0mdugc504e1h
ประกาศพระราชปรารภ จ.ศ. ๑๑๖๖
0
37955
301184
234099
2026-10-04T21:27:38Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
301184
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
b7wuy5d865fsnf6crru0mdugc504e1h
ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 พิมพ์ตามฉบับหลวงตรา 3 ดวง/เล่ม 1
0
38962
301200
234120
2026-10-04T21:30:18Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1]]
301200
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1]]
1uhwrv73ydj48w19mktaim1sb3zhtb3
ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 พิมพ์ตามฉบับหลวงตรา 3 ดวง/เล่ม 1/ประกาศพระราชปรารภ
0
38965
301201
234121
2026-10-04T21:30:28Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
301201
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
b7wuy5d865fsnf6crru0mdugc504e1h
แม่แบบ:บรรทัดสารบัญ
10
40213
301303
121496
2026-10-05T06:23:21Z
Vesperstelo
11696
301303
wikitext
text/x-wiki
<onlyinclude><table class="{{{class|basicWS}}}" style="width:{{{กว้าง|{{{width|100%}}}}}};">
<tr>
{{#if:{{{ช่อง1|{{{chaptertext|{{{1|}}}}}}}}}|
<td style="width:{{{ช่อง1กว้าง|{{{chapter-width|2.5em}}}}}}; max-width:{{{ช่อง1กว้าง|{{{chapter-width|2.5em}}}}}}; padding:0.0em 0.5em 0.0em 0.0em; vertical-align:top; text-align:{{{ช่อง1จัด|{{{chapter-align|right}}}}}};">{{{ช่อง1|{{{chaptertext|{{{1}}}}}}}}}</td>
|}}
<td>
<div style="position:relative; width:100%;">
<div style="max-width:{{{ช่อง2กว้าง|{{{entry-width|80%}}}}}}; text-align:{{{ช่อง2จัด|{{{entry-align|left}}}}}}; text-indent:-{{{สูง|{{{hi|1.0em}}}}}}; margin-left:{{{สูง|{{{hi|1.0em}}}}}};">
<div style="display:inline; position:relative; text-align:left; padding:0.0em 0.5em 0.0em 0.0em; background:transparent; z-index:2;">{{{ช่อง2|{{{entrytext|{{{2|Entry_text}}}}}}}}}</div>
</div>
<div style="position:absolute; left:0px; bottom:0px; width:{{{สูง|{{{hi|1.0em}}}}}}; height:0.75em; background:transparent; z-index:1;"></div>
<div style="position:absolute; right:0px; bottom:0px; width:100%; overflow:hidden; white-space:nowrap; text-align:right; z-index:0;"><!--
--><div style="display:inline;float:left;width:0.0em;padding:0px 0px 0px 0px;white-space:nowrap;letter-spacing:{{{fillsp|inherit}}};"><!--
-->{{{dottext|<!--{{#invoke:String|rep|{{{เครื่องหมาย|{{{symbol|{{{fill|.}}}}}}}}}
{{#if:{{{spaces|}}}|{{#invoke:String|rep| |{{{ช่องว่าง|{{{spaces}}}}}}}}|}}
|244}}-->{{{dotend|}}}}}}<!--
--></div><!--
-->
</div>
</div>
</td>
<td style="text-align:{{{ช่อง3จัด|{{{col3-align|right}}}}}}; vertical-align:bottom; padding:0.0em 0.0em 0.0em 0.5em; width:{{{ช่อง3กว้าง|{{{col3-width|2.0em}}}}}};"><!--
-->{{{ช่อง3|{{{col3text|{{{pagetext|{{{3|<!--
-->{{DJVU page link|{{{pagenum|{{{djvupage|1}}}}}}|{{{positionoffset|{{{djvupageoffset|0}}}}}}}}<!--
-->}}}}}}}}}}}}<!--
--></td>
{{#if:{{{ช่อง4|{{{col4text|{{{4|}}}}}}}}}|
<td style="text-align:{{{ช่อง4จัด|{{{col4-align|right}}}}}}; vertical-align:bottom; padding:0.0em 0.0em 0.0em 0.5em; width:{{{ช่อง4กว้าง|{{{col4-width|2.0em}}}}}};">{{{ช่อง4|{{{col4text|{{{4|}}}}}}}}}</td>
|}}
</tr>
</table></onlyinclude><noinclude>
{{Documentation}}
</noinclude>
ods7f8a06hnvzk9dr1loo9uflgb666s
301304
301303
2026-10-05T09:06:19Z
Vesperstelo
11696
301304
wikitext
text/x-wiki
<onlyinclude><table class="basicWS {{{class|}}}" style="width:{{{กว้าง|{{{width|100%}}}}}};">
<tr>
{{#if:{{{ช่อง1|{{{chaptertext|{{{1|}}}}}}}}}|
<td style="width:{{{ช่อง1กว้าง|{{{chapter-width|2.5em}}}}}}; max-width:{{{ช่อง1กว้าง|{{{chapter-width|2.5em}}}}}}; padding:0.0em 0.5em 0.0em 0.0em; vertical-align:top; text-align:{{{ช่อง1จัด|{{{chapter-align|right}}}}}};">{{{ช่อง1|{{{chaptertext|{{{1}}}}}}}}}</td>
|}}
<td>
<div style="position:relative; width:100%;">
<div style="max-width:{{{ช่อง2กว้าง|{{{entry-width|80%}}}}}}; text-align:{{{ช่อง2จัด|{{{entry-align|left}}}}}}; text-indent:-{{{สูง|{{{hi|1.0em}}}}}}; margin-left:{{{สูง|{{{hi|1.0em}}}}}};">
<div style="display:inline; position:relative; text-align:left; padding:0.0em 0.5em 0.0em 0.0em; background:transparent; z-index:2;">{{{ช่อง2|{{{entrytext|{{{2|Entry_text}}}}}}}}}</div>
</div>
<div style="position:absolute; left:0px; bottom:0px; width:{{{สูง|{{{hi|1.0em}}}}}}; height:0.75em; background:transparent; z-index:1;"></div>
<div style="position:absolute; right:0px; bottom:0px; width:100%; overflow:hidden; white-space:nowrap; text-align:right; z-index:0;"><!--
--><div style="display:inline;float:left;width:0.0em;padding:0px 0px 0px 0px;white-space:nowrap;letter-spacing:{{{fillsp|inherit}}};"><!--
-->{{{dottext|<!--{{#invoke:String|rep|{{{เครื่องหมาย|{{{symbol|{{{fill|.}}}}}}}}}
{{#if:{{{spaces|}}}|{{#invoke:String|rep| |{{{ช่องว่าง|{{{spaces}}}}}}}}|}}
|244}}-->{{{dotend|}}}}}}<!--
--></div><!--
-->
</div>
</div>
</td>
<td style="text-align:{{{ช่อง3จัด|{{{col3-align|right}}}}}}; vertical-align:bottom; padding:0.0em 0.0em 0.0em 0.5em; width:{{{ช่อง3กว้าง|{{{col3-width|2.0em}}}}}};"><!--
-->{{{ช่อง3|{{{col3text|{{{pagetext|{{{3|<!--
-->{{DJVU page link|{{{pagenum|{{{djvupage|1}}}}}}|{{{positionoffset|{{{djvupageoffset|0}}}}}}}}<!--
-->}}}}}}}}}}}}<!--
--></td>
{{#if:{{{ช่อง4|{{{col4text|{{{4|}}}}}}}}}|
<td style="text-align:{{{ช่อง4จัด|{{{col4-align|right}}}}}}; vertical-align:bottom; padding:0.0em 0.0em 0.0em 0.5em; width:{{{ช่อง4กว้าง|{{{col4-width|2.0em}}}}}};">{{{ช่อง4|{{{col4text|{{{4|}}}}}}}}}</td>
|}}
</tr>
</table></onlyinclude><noinclude>
{{Documentation}}
</noinclude>
m3nw6ma2tism92pthoxqhvs09j5qmyw
301305
301304
2026-10-05T09:07:14Z
Vesperstelo
11696
301305
wikitext
text/x-wiki
<onlyinclude><table class="toc {{{class|}}}" style="width:{{{กว้าง|{{{width|100%}}}}}};">
<tr>
{{#if:{{{ช่อง1|{{{chaptertext|{{{1|}}}}}}}}}|
<td style="width:{{{ช่อง1กว้าง|{{{chapter-width|2.5em}}}}}}; max-width:{{{ช่อง1กว้าง|{{{chapter-width|2.5em}}}}}}; padding:0.0em 0.5em 0.0em 0.0em; vertical-align:top; text-align:{{{ช่อง1จัด|{{{chapter-align|right}}}}}};">{{{ช่อง1|{{{chaptertext|{{{1}}}}}}}}}</td>
|}}
<td>
<div style="position:relative; width:100%;">
<div style="max-width:{{{ช่อง2กว้าง|{{{entry-width|80%}}}}}}; text-align:{{{ช่อง2จัด|{{{entry-align|left}}}}}}; text-indent:-{{{สูง|{{{hi|1.0em}}}}}}; margin-left:{{{สูง|{{{hi|1.0em}}}}}};">
<div style="display:inline; position:relative; text-align:left; padding:0.0em 0.5em 0.0em 0.0em; background:transparent; z-index:2;">{{{ช่อง2|{{{entrytext|{{{2|Entry_text}}}}}}}}}</div>
</div>
<div style="position:absolute; left:0px; bottom:0px; width:{{{สูง|{{{hi|1.0em}}}}}}; height:0.75em; background:transparent; z-index:1;"></div>
<div style="position:absolute; right:0px; bottom:0px; width:100%; overflow:hidden; white-space:nowrap; text-align:right; z-index:0;"><!--
--><div style="display:inline;float:left;width:0.0em;padding:0px 0px 0px 0px;white-space:nowrap;letter-spacing:{{{fillsp|inherit}}};"><!--
-->{{{dottext|<!--{{#invoke:String|rep|{{{เครื่องหมาย|{{{symbol|{{{fill|.}}}}}}}}}
{{#if:{{{spaces|}}}|{{#invoke:String|rep| |{{{ช่องว่าง|{{{spaces}}}}}}}}|}}
|244}}-->{{{dotend|}}}}}}<!--
--></div><!--
-->
</div>
</div>
</td>
<td style="text-align:{{{ช่อง3จัด|{{{col3-align|right}}}}}}; vertical-align:bottom; padding:0.0em 0.0em 0.0em 0.5em; width:{{{ช่อง3กว้าง|{{{col3-width|2.0em}}}}}};"><!--
-->{{{ช่อง3|{{{col3text|{{{pagetext|{{{3|<!--
-->{{DJVU page link|{{{pagenum|{{{djvupage|1}}}}}}|{{{positionoffset|{{{djvupageoffset|0}}}}}}}}<!--
-->}}}}}}}}}}}}<!--
--></td>
{{#if:{{{ช่อง4|{{{col4text|{{{4|}}}}}}}}}|
<td style="text-align:{{{ช่อง4จัด|{{{col4-align|right}}}}}}; vertical-align:bottom; padding:0.0em 0.0em 0.0em 0.5em; width:{{{ช่อง4กว้าง|{{{col4-width|2.0em}}}}}};">{{{ช่อง4|{{{col4text|{{{4|}}}}}}}}}</td>
|}}
</tr>
</table></onlyinclude><noinclude>
{{Documentation}}
</noinclude>
k994h92iuhelb32rcz8unicjst9w7tc
301306
301305
2026-10-05T09:07:53Z
Vesperstelo
11696
301306
wikitext
text/x-wiki
<onlyinclude><table class="__toc_row_ {{{class|}}}" style="width:{{{กว้าง|{{{width|100%}}}}}};">
<tr>
{{#if:{{{ช่อง1|{{{chaptertext|{{{1|}}}}}}}}}|
<td style="width:{{{ช่อง1กว้าง|{{{chapter-width|2.5em}}}}}}; max-width:{{{ช่อง1กว้าง|{{{chapter-width|2.5em}}}}}}; padding:0.0em 0.5em 0.0em 0.0em; vertical-align:top; text-align:{{{ช่อง1จัด|{{{chapter-align|right}}}}}};">{{{ช่อง1|{{{chaptertext|{{{1}}}}}}}}}</td>
|}}
<td>
<div style="position:relative; width:100%;">
<div style="max-width:{{{ช่อง2กว้าง|{{{entry-width|80%}}}}}}; text-align:{{{ช่อง2จัด|{{{entry-align|left}}}}}}; text-indent:-{{{สูง|{{{hi|1.0em}}}}}}; margin-left:{{{สูง|{{{hi|1.0em}}}}}};">
<div style="display:inline; position:relative; text-align:left; padding:0.0em 0.5em 0.0em 0.0em; background:transparent; z-index:2;">{{{ช่อง2|{{{entrytext|{{{2|Entry_text}}}}}}}}}</div>
</div>
<div style="position:absolute; left:0px; bottom:0px; width:{{{สูง|{{{hi|1.0em}}}}}}; height:0.75em; background:transparent; z-index:1;"></div>
<div style="position:absolute; right:0px; bottom:0px; width:100%; overflow:hidden; white-space:nowrap; text-align:right; z-index:0;"><!--
--><div style="display:inline;float:left;width:0.0em;padding:0px 0px 0px 0px;white-space:nowrap;letter-spacing:{{{fillsp|inherit}}};"><!--
-->{{{dottext|<!--{{#invoke:String|rep|{{{เครื่องหมาย|{{{symbol|{{{fill|.}}}}}}}}}
{{#if:{{{spaces|}}}|{{#invoke:String|rep| |{{{ช่องว่าง|{{{spaces}}}}}}}}|}}
|244}}-->{{{dotend|}}}}}}<!--
--></div><!--
-->
</div>
</div>
</td>
<td style="text-align:{{{ช่อง3จัด|{{{col3-align|right}}}}}}; vertical-align:bottom; padding:0.0em 0.0em 0.0em 0.5em; width:{{{ช่อง3กว้าง|{{{col3-width|2.0em}}}}}};"><!--
-->{{{ช่อง3|{{{col3text|{{{pagetext|{{{3|<!--
-->{{DJVU page link|{{{pagenum|{{{djvupage|1}}}}}}|{{{positionoffset|{{{djvupageoffset|0}}}}}}}}<!--
-->}}}}}}}}}}}}<!--
--></td>
{{#if:{{{ช่อง4|{{{col4text|{{{4|}}}}}}}}}|
<td style="text-align:{{{ช่อง4จัด|{{{col4-align|right}}}}}}; vertical-align:bottom; padding:0.0em 0.0em 0.0em 0.5em; width:{{{ช่อง4กว้าง|{{{col4-width|2.0em}}}}}};">{{{ช่อง4|{{{col4text|{{{4|}}}}}}}}}</td>
|}}
</tr>
</table></onlyinclude><noinclude>
{{Documentation}}
</noinclude>
gqgwierbf4bzksl0faeq5dxo7x5vdny
301307
301306
2026-10-05T09:08:22Z
Vesperstelo
11696
301307
wikitext
text/x-wiki
<onlyinclude><table class="basicWS" style="width:{{{กว้าง|{{{width|100%}}}}}};">
<tr>
{{#if:{{{ช่อง1|{{{chaptertext|{{{1|}}}}}}}}}|
<td style="width:{{{ช่อง1กว้าง|{{{chapter-width|2.5em}}}}}}; max-width:{{{ช่อง1กว้าง|{{{chapter-width|2.5em}}}}}}; padding:0.0em 0.5em 0.0em 0.0em; vertical-align:top; text-align:{{{ช่อง1จัด|{{{chapter-align|right}}}}}};">{{{ช่อง1|{{{chaptertext|{{{1}}}}}}}}}</td>
|}}
<td>
<div style="position:relative; width:100%;">
<div style="max-width:{{{ช่อง2กว้าง|{{{entry-width|80%}}}}}}; text-align:{{{ช่อง2จัด|{{{entry-align|left}}}}}}; text-indent:-{{{สูง|{{{hi|1.0em}}}}}}; margin-left:{{{สูง|{{{hi|1.0em}}}}}};">
<div style="display:inline; position:relative; text-align:left; padding:0.0em 0.5em 0.0em 0.0em; background:transparent; z-index:2;">{{{ช่อง2|{{{entrytext|{{{2|Entry_text}}}}}}}}}</div>
</div>
<div style="position:absolute; left:0px; bottom:0px; width:{{{สูง|{{{hi|1.0em}}}}}}; height:0.75em; background:transparent; z-index:1;"></div>
<div style="position:absolute; right:0px; bottom:0px; width:100%; overflow:hidden; white-space:nowrap; text-align:right; z-index:0;"><!--
--><div style="display:inline;float:left;width:0.0em;padding:0px 0px 0px 0px;white-space:nowrap;letter-spacing:{{{fillsp|inherit}}};"><!--
-->{{{dottext|<!--{{#invoke:String|rep|{{{เครื่องหมาย|{{{symbol|{{{fill|.}}}}}}}}}
{{#if:{{{spaces|}}}|{{#invoke:String|rep| |{{{ช่องว่าง|{{{spaces}}}}}}}}|}}
|244}}-->{{{dotend|}}}}}}<!--
--></div><!--
-->
</div>
</div>
</td>
<td style="text-align:{{{ช่อง3จัด|{{{col3-align|right}}}}}}; vertical-align:bottom; padding:0.0em 0.0em 0.0em 0.5em; width:{{{ช่อง3กว้าง|{{{col3-width|2.0em}}}}}};"><!--
-->{{{ช่อง3|{{{col3text|{{{pagetext|{{{3|<!--
-->{{DJVU page link|{{{pagenum|{{{djvupage|1}}}}}}|{{{positionoffset|{{{djvupageoffset|0}}}}}}}}<!--
-->}}}}}}}}}}}}<!--
--></td>
{{#if:{{{ช่อง4|{{{col4text|{{{4|}}}}}}}}}|
<td style="text-align:{{{ช่อง4จัด|{{{col4-align|right}}}}}}; vertical-align:bottom; padding:0.0em 0.0em 0.0em 0.5em; width:{{{ช่อง4กว้าง|{{{col4-width|2.0em}}}}}};">{{{ช่อง4|{{{col4text|{{{4|}}}}}}}}}</td>
|}}
</tr>
</table></onlyinclude><noinclude>
{{Documentation}}
</noinclude>
07g2hb2lqzvdu2d3ph2bkbxhpp9ah9n
พระธรรมศาสตร์
0
40872
301202
279684
2026-10-04T21:30:38Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 2]]
301202
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 2]]
7bx0qzvcs8xwyg1mgrony44eiw4n8ur
พระไอยการลักษณภญาน
0
51102
301205
234127
2026-10-04T21:31:08Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 11]]
301205
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 11]]
qhacbt6d59rw4xluf146scyg6zj7e2g
พระธรรมสาตร
0
51103
301203
234122
2026-10-04T21:30:48Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 2]]
301203
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 2]]
7bx0qzvcs8xwyg1mgrony44eiw4n8ur
ประกาศพระราชปรารภ ลงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 จ.ศ. 1166
0
51104
301185
234100
2026-10-04T21:27:48Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
301185
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
b7wuy5d865fsnf6crru0mdugc504e1h
พูดคุย:ประกาศพระราชปรารภ ลงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 จ.ศ. 1166
1
51105
301206
234129
2026-10-04T21:31:18Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[พูดคุย:ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
301206
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[พูดคุย:ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
0i906fohwu3q0lcv915y21b4tu0m4qq
ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1/เล่ม 1/ประกาศพระราชปรารภ
0
54514
301189
234105
2026-10-04T21:28:28Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
301189
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
b7wuy5d865fsnf6crru0mdugc504e1h
พูดคุย:ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1/เล่ม 1/ประกาศพระราชปรารภ
1
54515
301207
234130
2026-10-04T21:31:28Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[พูดคุย:ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
301207
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[พูดคุย:ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
0i906fohwu3q0lcv915y21b4tu0m4qq
ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1/เล่ม 1/พระไอยการลักษณภญาน
0
62040
301191
234107
2026-10-04T21:28:48Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 11]]
301191
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 11]]
qhacbt6d59rw4xluf146scyg6zj7e2g
ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1/เล่ม 1/พระธรรมสาตร
0
62046
301190
234106
2026-10-04T21:28:38Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 2]]
301190
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 2]]
7bx0qzvcs8xwyg1mgrony44eiw4n8ur
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/141
250
72591
301210
233808
2026-10-04T21:31:58Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/141]]
301210
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/141]]<noinclude></noinclude>
crhgg1xb1x9urdddez29xcnj3yo0412
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/174
250
72592
301212
233810
2026-10-04T21:32:18Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/174]]
301212
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/174]]<noinclude></noinclude>
nbyjrwmybw6eyxxb67ewmbf3bncdp6j
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/173
250
72593
301211
233812
2026-10-04T21:32:08Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/173]]
301211
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/173]]<noinclude></noinclude>
f8rjlioxdredx6azikujdfu8w51ib2e
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/188
250
72594
301213
233814
2026-10-04T21:32:28Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/188]]
301213
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/188]]<noinclude></noinclude>
klg327xe2ysmgxiek9gn26q03li227m
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/189
250
72595
301214
233816
2026-10-04T21:32:38Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/189]]
301214
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/189]]<noinclude></noinclude>
7lwhwdbufdov81tkp8kvpm3qyw78fuk
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/190
250
72596
301215
233818
2026-10-04T21:32:48Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/190]]
301215
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/190]]<noinclude></noinclude>
1wugdsstscypp9bu107uur7tjtsr6em
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/191
250
72597
301216
233820
2026-10-04T21:32:58Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/191]]
301216
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/191]]<noinclude></noinclude>
e2jl60ip7p90iysmzbxacjyw8hu3eol
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/342
250
72598
301217
233822
2026-10-04T21:33:08Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/342]]
301217
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/342]]<noinclude></noinclude>
dqp8pxv7ph6cf3aowispx5zx9xfpico
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/343
250
72599
301218
233824
2026-10-04T21:33:18Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/343]]
301218
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/343]]<noinclude></noinclude>
4rlnpq9wmy7exnjaaaxbt42fas9znov
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/344
250
72600
301219
233826
2026-10-04T21:33:28Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/344]]
301219
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/344]]<noinclude></noinclude>
h17qicdv2z6dw62nwl699xi3eeuuodi
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/345
250
72601
301220
233828
2026-10-04T21:33:38Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/345]]
301220
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/345]]<noinclude></noinclude>
22fcku9f3v8uu8ethi3qe0kazwhbpbb
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/346
250
72602
301221
233830
2026-10-04T21:33:48Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/346]]
301221
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/346]]<noinclude></noinclude>
bjkh8iki4yggz75rst5xmovfa4v2tro
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/347
250
72603
301222
233832
2026-10-04T21:33:58Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/347]]
301222
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/347]]<noinclude></noinclude>
3rrqq4rux2xj6str2b0koed1pnp4dvc
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/348
250
72604
301223
233834
2026-10-04T21:34:08Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/348]]
301223
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/348]]<noinclude></noinclude>
3e1e1e8sztz9ats5h0az2bpke26gtex
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/349
250
72605
301224
233836
2026-10-04T21:34:18Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/349]]
301224
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/349]]<noinclude></noinclude>
90p9fopkb79sg5eut1kv25g1gpnu5t7
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/350
250
72606
301225
233838
2026-10-04T21:34:28Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/350]]
301225
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/350]]<noinclude></noinclude>
3a7henpp25bv4efl9la8m55anwonq8o
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/351
250
72607
301226
233840
2026-10-04T21:34:38Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/351]]
301226
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/351]]<noinclude></noinclude>
na9x860qwhvrcf530t2y2mqpp8ksm71
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/352
250
72608
301227
233842
2026-10-04T21:34:48Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/352]]
301227
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/352]]<noinclude></noinclude>
fprxf7vq69d8eh7mr80fpdm29b3e7x5
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/372
250
72609
301228
233844
2026-10-04T21:34:58Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/372]]
301228
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/372]]<noinclude></noinclude>
g8aqnh6vkcs04nfodre4xvw0pejw340
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/373
250
72610
301229
233847
2026-10-04T21:35:08Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/373]]
301229
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/373]]<noinclude></noinclude>
mjz4jdner2baiyl3wwsn26p08kpinnk
หน้า:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf/374
250
72611
301230
233849
2026-10-04T21:35:18Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/374]]
301230
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="" /></noinclude>#เปลี่ยนทาง [[หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/374]]<noinclude></noinclude>
gbmx2o0wewmz40sc8jo0ejfqn6curhq
ดัชนี:ประมวลกฎหมาย รัชกาลที่ ๑ (๑) - ๒๔๘๑.pdf
252
72670
301231
233989
2026-10-04T21:35:28Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ดัชนี:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu]]
301231
proofread-index
text/x-wiki
#REDIRECT [[ดัชนี:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu]]
6hqgmv30ke9la60g5ctu73ztuw9kes5
ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1/เล่ม 1/เรื่อง 6
0
72677
301195
234111
2026-10-04T21:29:28Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 6]]
301195
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 6]]
kl7yjku9fp2z14tnjaw0iy3m6rauvej
ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1/เล่ม 1/เรื่อง 2
0
72678
301194
234110
2026-10-04T21:29:18Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 2]]
301194
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 2]]
7bx0qzvcs8xwyg1mgrony44eiw4n8ur
ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1/เล่ม 1/เรื่อง 11
0
72679
301193
234109
2026-10-04T21:29:08Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 11]]
301193
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 11]]
qhacbt6d59rw4xluf146scyg6zj7e2g
ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1/เล่ม 1/เรื่อง 1
0
72680
301192
234108
2026-10-04T21:28:58Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
301192
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
b7wuy5d865fsnf6crru0mdugc504e1h
พูดคุย:ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1/เล่ม 1/เรื่อง 1
1
72681
301208
234131
2026-10-04T21:31:38Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[พูดคุย:ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
301208
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[พูดคุย:ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
0i906fohwu3q0lcv915y21b4tu0m4qq
ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1/เล่ม 1
0
72684
301188
234018
2026-10-04T21:28:18Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1]]
301188
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1]]
1uhwrv73ydj48w19mktaim1sb3zhtb3
ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉะบับหลวงตรา 3 ดวง/เล่ม 1/เรื่อง 1
0
72689
301196
234042
2026-10-04T21:29:38Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
301196
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
b7wuy5d865fsnf6crru0mdugc504e1h
พูดคุย:ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉะบับหลวงตรา 3 ดวง/เล่ม 1/เรื่อง 1
1
72690
301209
234044
2026-10-04T21:31:48Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[พูดคุย:ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
301209
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[พูดคุย:ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 1]]
0i906fohwu3q0lcv915y21b4tu0m4qq
ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉะบับหลวงตรา 3 ดวง/เล่ม 1/เรื่อง 2
0
72691
301198
234046
2026-10-04T21:29:58Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 2]]
301198
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 2]]
7bx0qzvcs8xwyg1mgrony44eiw4n8ur
ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉะบับหลวงตรา 3 ดวง/เล่ม 1/เรื่อง 11
0
72692
301197
234048
2026-10-04T21:29:48Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 11]]
301197
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 11]]
qhacbt6d59rw4xluf146scyg6zj7e2g
ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉะบับหลวงตรา 3 ดวง/เล่ม 1/เรื่อง 6
0
72693
301199
234050
2026-10-04T21:30:08Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 6]]
301199
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166/เล่ม 1/ส่วน 6]]
kl7yjku9fp2z14tnjaw0iy3m6rauvej
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/3
250
92806
301275
301154
2026-10-05T05:52:10Z
Vesperstelo
11696
301275
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Vesperstelo" /></noinclude>{{กสต|สารบาญเรื่อง|140}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-a1|คำนำ|a1}}
|3=หน้า
|4=๑
}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-b1|ประวัติเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|b1}}
|3=”
|4=(ก)
}}
{{บทสบ
|2={{ลนน|tree|แผนที่ลำดับสกุล}}
|3=
|4=
}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-c1|ประวัติพระยานครราชเสนี (สหัด สิงหเสนี)|c1}}
|3=”
|4=ก
}}
{{บทสบ
|2={{ลนน|main|จดหมายเหตุเกี่ยวกับเขมรและญวนในรัชกาลที่ ๓}}
|3=”
|4=๑
}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-d1|มูลเหตุสงครามไทยกับญวน|d1}}
|3=”
|4=๑
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-d2|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑{{ชว|1em}}ตราตอบเมืองปราจินบุรี ให้จัดซื้อข้าวเตรียมไว้ ๕๐๐ เกวียน|d2}}
|3=”
|4=๕
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-d3|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๒{{ชว|1em}}ตราตอบเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่องพระยาพิบูลย์ยกมาติดตามพระยาสังคโลก|d3}}
|3=”
|4=๗
}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-e1|เหตุการณ์ในปีมะเสง พ.ศ. ๒๓๗๖|e1}}
|3=”
|4=๑๒
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-e2|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑{{ชว|1em}}ตราถึงเจ้าเมืองมุกดาหาร ตอบเรื่องรับผลเร่ว สีผึ้ง ป่านใบ ตามจำนวนเกณฑ์ และชี้แจงข้อราชการบ้างเล็กน้อย|e2}}
|3=”
|4=๑๔
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-e3|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๒{{ชว|1em}}ตราสั่งหัวเมืองเรื่องให้เจ้าพระยาธรรมา (สมบุญ) เป็นแม่ทัพ|e3}}
|3=”
|4=๑๙
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-e4|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๓{{ชว|1em}}ตราถึงพระยาน่าน, พระยาแพร่|e4}}
|3=”
|4=๒๔
}}<noinclude></noinclude>
q8h26ucm96ckuwyzoexeu74rexohuy2
301276
301275
2026-10-05T05:53:04Z
Vesperstelo
11696
301276
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Vesperstelo" /></noinclude>{{กสต|สารบาญเรื่อง|140}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-a1|คำนำ|a1}}
|3=หน้า
|4=๑
}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-b1|ประวัติเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|b1}}
|3=”
|4=(ก)
}}
{{บทสบ
|2={{ลนน|tree|แผนที่ลำดับสกุล}}
|3=
|4=
}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-c1|ประวัติพระยานครราชเสนี (สหัด สิงหเสนี)|c1}}
|3=”
|4=ก
}}
{{บทสบ
|2={{ลนน|ส-d1|จดหมายเหตุเกี่ยวกับเขมรและญวนในรัชกาลที่ ๓|d1}}
|3=”
|4=๑
}}
{{บทสบ
|2={{ลนน|d1|มูลเหตุสงครามไทยกับญวน}}
|3=”
|4=๑
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-d2|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑{{ชว|1em}}ตราตอบเมืองปราจินบุรี ให้จัดซื้อข้าวเตรียมไว้ ๕๐๐ เกวียน|d2}}
|3=”
|4=๕
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-d3|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๒{{ชว|1em}}ตราตอบเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่องพระยาพิบูลย์ยกมาติดตามพระยาสังคโลก|d3}}
|3=”
|4=๗
}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-e1|เหตุการณ์ในปีมะเสง พ.ศ. ๒๓๗๖|e1}}
|3=”
|4=๑๒
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-e2|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑{{ชว|1em}}ตราถึงเจ้าเมืองมุกดาหาร ตอบเรื่องรับผลเร่ว สีผึ้ง ป่านใบ ตามจำนวนเกณฑ์ และชี้แจงข้อราชการบ้างเล็กน้อย|e2}}
|3=”
|4=๑๔
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-e3|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๒{{ชว|1em}}ตราสั่งหัวเมืองเรื่องให้เจ้าพระยาธรรมา (สมบุญ) เป็นแม่ทัพ|e3}}
|3=”
|4=๑๙
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-e4|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๓{{ชว|1em}}ตราถึงพระยาน่าน, พระยาแพร่|e4}}
|3=”
|4=๒๔
}}<noinclude></noinclude>
moawl5ie4wpx5ibjl6g6zecpotami51
301277
301276
2026-10-05T05:53:20Z
Vesperstelo
11696
301277
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Vesperstelo" /></noinclude>{{กสต|สารบาญเรื่อง|140}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-a1|คำนำ|a1}}
|3=หน้า
|4=๑
}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-b1|ประวัติเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|b1}}
|3=”
|4=(ก)
}}
{{บทสบ
|2={{ลนน|tree|แผนที่ลำดับสกุล}}
|3=
|4=
}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-c1|ประวัติพระยานครราชเสนี (สหัด สิงหเสนี)|c1}}
|3=”
|4=ก
}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-d1|จดหมายเหตุเกี่ยวกับเขมรและญวนในรัชกาลที่ ๓|d1}}
|3=”
|4=๑
}}
{{บทสบ
|2={{ลนน|d1|มูลเหตุสงครามไทยกับญวน}}
|3=”
|4=๑
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-d2|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑{{ชว|1em}}ตราตอบเมืองปราจินบุรี ให้จัดซื้อข้าวเตรียมไว้ ๕๐๐ เกวียน|d2}}
|3=”
|4=๕
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-d3|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๒{{ชว|1em}}ตราตอบเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่องพระยาพิบูลย์ยกมาติดตามพระยาสังคโลก|d3}}
|3=”
|4=๗
}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-e1|เหตุการณ์ในปีมะเสง พ.ศ. ๒๓๗๖|e1}}
|3=”
|4=๑๒
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-e2|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑{{ชว|1em}}ตราถึงเจ้าเมืองมุกดาหาร ตอบเรื่องรับผลเร่ว สีผึ้ง ป่านใบ ตามจำนวนเกณฑ์ และชี้แจงข้อราชการบ้างเล็กน้อย|e2}}
|3=”
|4=๑๔
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-e3|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๒{{ชว|1em}}ตราสั่งหัวเมืองเรื่องให้เจ้าพระยาธรรมา (สมบุญ) เป็นแม่ทัพ|e3}}
|3=”
|4=๑๙
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-e4|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๓{{ชว|1em}}ตราถึงพระยาน่าน, พระยาแพร่|e4}}
|3=”
|4=๒๔
}}<noinclude></noinclude>
dzzijbvckeony0fh4ermd5ezk9fgvzo
301310
301277
2026-10-05T09:12:32Z
Vesperstelo
11696
301310
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Vesperstelo" /></noinclude>{{สบร}}
{{สถก|{{สนต|สารบาญเรื่อง}}|140|4}}
{{สถ2จ11
|1={{ตลล|ส-a1|คำนำ|a1}}
|2=หน้า
|3=๑
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ตลล|ส-b1|ประวัติเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|b1}}
|2=”
|3=(ก)
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ลนน|tree|แผนที่ลำดับสกุล}}
|2=
|3=
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ตลล|ส-c1|ประวัติพระยานครราชเสนี (สหัด สิงหเสนี)|c1}}
|2=”
|3=ก
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ตลล|ส-d1|จดหมายเหตุเกี่ยวกับเขมรและญวนในรัชกาลที่ ๓|d1}}
|2=”
|3=๑
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ลนน|d1|มูลเหตุสงครามไทยกับญวน}}
|2=”
|3=๑
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-d2|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑{{ชว|1em}}ตราตอบเมืองปราจินบุรี ให้จัดซื้อข้าวเตรียมไว้ ๕๐๐ เกวียน|d2}}
|2=”
|3=๕
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f11|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๒{{ชว|1em}}ตราตอบเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่องพระยาพิบูลย์ยกมาติดตามพระยาสังคโลก|d3}}
|2=”
|3=๗
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ตลล|ส-e1|เหตุการณ์ในปีมะเสง พ.ศ. ๒๓๗๖|e1}}
|2=”
|3=๑๒
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-e2|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑{{ชว|1em}}ตราถึงเจ้าเมืองมุกดาหาร ตอบเรื่องรับผลเร่ว สีผึ้ง ป่านใบ ตามจำนวนเกณฑ์ และชี้แจงข้อราชการบ้างเล็กน้อย|e2}}
|2=”
|3=๑๔
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-e3|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๒{{ชว|1em}}ตราสั่งหัวเมืองเรื่องให้เจ้าพระยาธรรมา (สมบุญ) เป็นแม่ทัพ|e3}}
|2=”
|3=๑๙
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-e4|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๓{{ชว|1em}}ตราถึงพระยาน่าน, พระยาแพร่|e4}}
|2=”
|3=๒๔
|dottext=
}}<noinclude>{{สบจ}}</noinclude>
3ct6zqcya0q5ibx2qcg57ad1n0k0u5d
301315
301310
2026-10-05T09:23:30Z
Vesperstelo
11696
301315
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Vesperstelo" /></noinclude>{{กสต|สารบาญเรื่อง|140}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-a1|คำนำ|a1}}
|3=หน้า
|4=๑
}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-b1|ประวัติเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|b1}}
|3=”
|4=(ก)
}}
{{บทสบ
|2={{ลนน|tree|แผนที่ลำดับสกุล}}
|3=
|4=
}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-c1|ประวัติพระยานครราชเสนี (สหัด สิงหเสนี)|c1}}
|3=”
|4=ก
}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-d1|จดหมายเหตุเกี่ยวกับเขมรและญวนในรัชกาลที่ ๓|d1}}
|3=”
|4=๑
}}
{{บทสบ
|2={{ลนน|d1|มูลเหตุสงครามไทยกับญวน}}
|3=”
|4=๑
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-d2|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑{{ชว|1em}}ตราตอบเมืองปราจินบุรี ให้จัดซื้อข้าวเตรียมไว้ ๕๐๐ เกวียน|d2}}
|3=”
|4=๕
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-d3|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๒{{ชว|1em}}ตราตอบเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่องพระยาพิบูลย์ยกมาติดตามพระยาสังคโลก|d3}}
|3=”
|4=๗
}}
{{บทสบ
|2={{ตลล|ส-e1|เหตุการณ์ในปีมะเสง พ.ศ. ๒๓๗๖|e1}}
|3=”
|4=๑๒
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-e2|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑{{ชว|1em}}ตราถึงเจ้าเมืองมุกดาหาร ตอบเรื่องรับผลเร่ว สีผึ้ง ป่านใบ ตามจำนวนเกณฑ์ และชี้แจงข้อราชการบ้างเล็กน้อย|e2}}
|3=”
|4=๑๔
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-e3|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๒{{ชว|1em}}ตราสั่งหัวเมืองเรื่องให้เจ้าพระยาธรรมา (สมบุญ) เป็นแม่ทัพ|e3}}
|3=”
|4=๑๙
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-e4|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๓{{ชว|1em}}ตราถึงพระยาน่าน, พระยาแพร่|e4}}
|3=”
|4=๒๔
}}<noinclude></noinclude>
dzzijbvckeony0fh4ermd5ezk9fgvzo
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/5
250
92808
301308
301156
2026-10-05T09:08:48Z
Vesperstelo
11696
301308
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Vesperstelo" />{{ก|– ๓ –}}
{{สบร}}</noinclude>{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f9|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๘{{ชว|1em}}ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|f9|dottext=}}
|2=หน้า
|3=๔๖
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f10|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๙{{ชว|1em}}หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ถึงพระยาศรีสหเทพ|f10|dottext=}}
|2=”
|3=๔๗
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f11|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๐{{ชว|1em}}หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ถึงพระยานราราชมนตรี|f11|dottext=}}
|2=”
|3=๔๘
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f12|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๑{{ชว|1em}}หนังสืออุปฮาดเมืองหลวงมูเลงมาถึงเจ้าเมืองหลวงมูเลง พระนคร
พนม ท้าววรบุตร|f12|dottext=}}
|2=”
|3=๔๙
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f13|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๒{{ชว|1em}}ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|f13|dottext=}}
|2=”
|3=๕๐
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f14|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๓{{ชว|1em}}ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|f14|dottext=}}
|2=”
|3=๖๐
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f15|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๔{{ชว|1em}}ใบบอกเมืองสระบุรี ขอเรือลำเลียงกองทัพลงมากรุงเทพฯ|f15|dottext=}}
|2=”
|3=๖๑
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f16|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๕{{ชว|1em}}ตราตอบเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดก|f16|dottext=}}
|2=”
|3=๖๒
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f17a|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๖{{ชว|1em}}ตราตอบเจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดกมาตั้งอยู่เมืองเชิงกระชุม|f17a|dottext=}}
|2=”
|3=๖๓
|class=wst-toc-aux
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f17|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๖{{ชว|1em}}รายงานของพระยาราชนิกุลเสนอแม่ทัพใหญ่|f17|dottext=}}
|2=”
|3=๖๕
|dottext=
}}<noinclude>{{สบจ}}</noinclude>
dviaukis26w8fp9uwlg1jqxr3qtl74m
301309
301308
2026-10-05T09:11:00Z
Vesperstelo
11696
301309
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Vesperstelo" />{{ก|– ๓ –}}
{{สบร}}</noinclude>{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f9|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๘{{ชว|1em}}ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|f9}}
|2=หน้า
|3=๔๖
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f10|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๙{{ชว|1em}}หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ถึงพระยาศรีสหเทพ|f10}}
|2=”
|3=๔๗
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f11|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๐{{ชว|1em}}หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ถึงพระยานราราชมนตรี|f11}}
|2=”
|3=๔๘
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f12|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๑{{ชว|1em}}หนังสืออุปฮาดเมืองหลวงมูเลงมาถึงเจ้าเมืองหลวงมูเลง พระนคร
พนม ท้าววรบุตร|f12}}
|2=”
|3=๔๙
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f13|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๒{{ชว|1em}}ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|f13}}
|2=”
|3=๕๐
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f14|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๓{{ชว|1em}}ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|f14}}
|2=”
|3=๖๐
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f15|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๔{{ชว|1em}}ใบบอกเมืองสระบุรี ขอเรือลำเลียงกองทัพลงมากรุงเทพฯ|f15}}
|2=”
|3=๖๑
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f16|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๕{{ชว|1em}}ตราตอบเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดก|f16}}
|2=”
|3=๖๒
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f17a|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๖{{ชว|1em}}ตราตอบเจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดกมาตั้งอยู่เมืองเชิงกระชุม|f17a}}
|2=”
|3=๖๓
|class=wst-toc-aux
|dottext=
}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว}}{{ตลล|ส-f17|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๖{{ชว|1em}}รายงานของพระยาราชนิกุลเสนอแม่ทัพใหญ่|f17}}
|2=”
|3=๖๕
|dottext=
}}<noinclude>{{สบจ}}</noinclude>
2phxlevax6s3ylhrda4n54hs43osl16
301316
301309
2026-10-05T09:24:52Z
Vesperstelo
11696
301316
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Vesperstelo" />{{ก|– ๓ –}}</noinclude>{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f9|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๘{{ชว|1em}}ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|f9}}
|3=หน้า
|4=๔๖
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f10|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๙{{ชว|1em}}หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ถึงพระยาศรีสหเทพ|f10}}
|3=”
|4=๔๗
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f11|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๐{{ชว|1em}}หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ถึงพระยานราราชมนตรี|f11}}
|3=”
|4=๔๘
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f12|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๑{{ชว|1em}}หนังสืออุปฮาดเมืองหลวงมูเลงมาถึงเจ้าเมืองหลวงมูเลง พระนคร
พนม ท้าววรบุตร|f12}}
|3=”
|4=๔๙
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f13|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๒{{ชว|1em}}ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|f13}}
|3=”
|4=๕๐
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f14|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๓{{ชว|1em}}ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|f14}}
|3=”
|4=๖๐
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f15|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๔{{ชว|1em}}ใบบอกเมืองสระบุรี ขอเรือลำเลียงกองทัพลงมากรุงเทพฯ|f15}}
|3=”
|4=๖๑
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f16|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๕{{ชว|1em}}ตราตอบเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดก|f16}}
|3=”
|4=๖๒
}}
{{สบร}}
{{สถ2จ11
|1={{ชว|3em}}{{ตลล|ส-f17a|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๖{{ชว|1em}}ตราตอบเจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดกมาตั้งอยู่เมืองเชิงกระชุม|f17a}}
|2=”
|3=๖๓
|class=wst-toc-aux
|dottext=
}}
{{สบจ}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f17|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๖{{ชว|1em}}รายงานของพระยาราชนิกุลเสนอแม่ทัพใหญ่|f17}}
|3=”
|4=๖๕
}}<noinclude></noinclude>
nhmgveouta8vi1270sirupnobvnxt29
301317
301316
2026-10-05T09:27:23Z
Vesperstelo
11696
301317
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Vesperstelo" />{{ก|– ๓ –}}</noinclude>{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f9|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๘{{ชว|1em}}ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|f9}}
|3=หน้า
|4=๔๖
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f10|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๙{{ชว|1em}}หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ถึงพระยาศรีสหเทพ|f10}}
|3=”
|4=๔๗
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f11|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๐{{ชว|1em}}หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ถึงพระยานราราชมนตรี|f11}}
|3=”
|4=๔๘
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f12|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๑{{ชว|1em}}หนังสืออุปฮาดเมืองหลวงมูเลงมาถึงเจ้าเมืองหลวงมูเลง พระนคร
พนม ท้าววรบุตร|f12}}
|3=”
|4=๔๙
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f13|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๒{{ชว|1em}}ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|f13}}
|3=”
|4=๕๐
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f14|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๓{{ชว|1em}}ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|f14}}
|3=”
|4=๖๐
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f15|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๔{{ชว|1em}}ใบบอกเมืองสระบุรี ขอเรือลำเลียงกองทัพลงมากรุงเทพฯ|f15}}
|3=”
|4=๖๑
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f16|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๕{{ชว|1em}}ตราตอบเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดก|f16}}
|3=”
|4=๖๒
}}
{{สบร}}
{{สถ2จ11
|1={{ยนข|{{ตลล|ส-f17a|{{ชว|1.5em}}ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๖{{ชว|1em}}ตราตอบเจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดกมาตั้งอยู่เมืองเชิงกระชุม|f17a}}}}
|2=”
|3=๖๓
|class=wst-toc-aux
|dottext=
}}
{{สบจ}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f17|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๖{{ชว|1em}}รายงานของพระยาราชนิกุลเสนอแม่ทัพใหญ่|f17}}
|3=”
|4=๖๕
}}<noinclude></noinclude>
7swgwv6qn09qy79jeexe98c3eostllb
301318
301317
2026-10-05T09:27:58Z
Vesperstelo
11696
301318
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Vesperstelo" />{{ก|– ๓ –}}</noinclude>{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f9|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๘{{ชว|1em}}ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|f9}}
|3=หน้า
|4=๔๖
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f10|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๙{{ชว|1em}}หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ถึงพระยาศรีสหเทพ|f10}}
|3=”
|4=๔๗
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f11|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๐{{ชว|1em}}หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ถึงพระยานราราชมนตรี|f11}}
|3=”
|4=๔๘
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f12|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๑{{ชว|1em}}หนังสืออุปฮาดเมืองหลวงมูเลงมาถึงเจ้าเมืองหลวงมูเลง พระนคร
พนม ท้าววรบุตร|f12}}
|3=”
|4=๔๙
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f13|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๒{{ชว|1em}}ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|f13}}
|3=”
|4=๕๐
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f14|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๓{{ชว|1em}}ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|f14}}
|3=”
|4=๖๐
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f15|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๔{{ชว|1em}}ใบบอกเมืองสระบุรี ขอเรือลำเลียงกองทัพลงมากรุงเทพฯ|f15}}
|3=”
|4=๖๑
}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f16|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๕{{ชว|1em}}ตราตอบเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดก|f16}}
|3=”
|4=๖๒
}}
{{สบร}}
{{สถ2จ11
|1={{ยนข|{{ตลล|ส-f17a|{{ชว|1.4em}}ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๖{{ชว|1em}}ตราตอบเจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดกมาตั้งอยู่เมืองเชิงกระชุม|f17a}}}}
|2=”
|3=๖๓
|class=wst-toc-aux
|dottext=
}}
{{สบจ}}
{{บทสบ
|1={{ชว}}
|2={{ตลล|ส-f17|ฉะบับที่{{ชว|1em}}๑๖{{ชว|1em}}รายงานของพระยาราชนิกุลเสนอแม่ทัพใหญ่|f17}}
|3=”
|4=๖๕
}}<noinclude></noinclude>
5x9rkgc7kxfbvfrz48p0zb1q7x04bjv
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/15
250
92816
301271
301007
2026-10-05T05:48:33Z
Vesperstelo
11696
301271
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" /></noinclude>{{ลห|b1|{{ขนอ|140%|ประวัติสังเขป}} <br> {{ขนอ|120%|เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)}}}}
{{สต|7em}}
ตามทางสืบสวนได้ความว่า บรรพบุรุษของท่านเจ้าพระยา บดินทรเดชา (สิงห์) เป็นพราหมณ์ ชื่อศิริวัฒนะ รับราชการในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ อยู่ในตำแหน่งราชปโรหิต มีบุตรได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณ จนเป็นที่พระมหาราชครู พระราชปโรหิตาจารย์ ราชสุภาวดี ศรีบรมหงส์ องค์บุริโสดม พรหมทิชาจารย์
พระมหาราชครูมีบุตรปรากฏนามต่อมา ๒ คน คือ เจ้า พระยาพิศณุโลก (เมฆ) และเจ้าพระยามหาสมบัติ (ผล)
เจ้าพระยาพิศณุโลก (เมฆ) มีบุตรปรากฏนามต่อมา ๓ คน คือ (๑) เจ้าพระยานเรนทราภัย (บุญเกิด) (๒) เจ้าพระยาสุรินทรภักดี (บุญมี) (๓) เจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ (อู่) ได้ดำรงตำแหน่งสูงสุดเป็นเจ้าพระยามหาอุปราช เป็นต้นสกุลศิริวัฒนกุล, จันทโรจวงศ์, บุรณศิริ, สุจริตกุล, ภูมิรัตน, ชัชกุล รวม ๖ สกุล
เจ้าพระยามหาสมบัติ (ผล) มีบุตรธิดาปรากฏนามต่อมา ๖ คน คือ (๑) ญ. เลื่อน (๒) เจ้าพระยาพลเทพ (ทองอิน) ต้นสกุลทองอินและอินทรพล เป็นต้น (๓) กรมหมื่นนรินทร<noinclude></noinclude>
nhb50so8b0l23kap5xf0llztrbyctpb
301349
301271
2026-10-05T10:34:30Z
Vesperstelo
11696
301349
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" /></noinclude>{{ลหสค|b1|{{ขนอ|140%|ประวัติสังเขป}} <br> {{ขนอ|120%|เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)}}}}
ตามทางสืบสวนได้ความว่า บรรพบุรุษของท่านเจ้าพระยา บดินทรเดชา (สิงห์) เป็นพราหมณ์ ชื่อศิริวัฒนะ รับราชการในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ อยู่ในตำแหน่งราชปโรหิต มีบุตรได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณ จนเป็นที่พระมหาราชครู พระราชปโรหิตาจารย์ ราชสุภาวดี ศรีบรมหงส์ องค์บุริโสดม พรหมทิชาจารย์
พระมหาราชครูมีบุตรปรากฏนามต่อมา ๒ คน คือ เจ้า พระยาพิศณุโลก (เมฆ) และเจ้าพระยามหาสมบัติ (ผล)
เจ้าพระยาพิศณุโลก (เมฆ) มีบุตรปรากฏนามต่อมา ๓ คน คือ (๑) เจ้าพระยานเรนทราภัย (บุญเกิด) (๒) เจ้าพระยาสุรินทรภักดี (บุญมี) (๓) เจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ (อู่) ได้ดำรงตำแหน่งสูงสุดเป็นเจ้าพระยามหาอุปราช เป็นต้นสกุลศิริวัฒนกุล, จันทโรจวงศ์, บุรณศิริ, สุจริตกุล, ภูมิรัตน, ชัชกุล รวม ๖ สกุล
เจ้าพระยามหาสมบัติ (ผล) มีบุตรธิดาปรากฏนามต่อมา ๖ คน คือ (๑) ญ. เลื่อน (๒) เจ้าพระยาพลเทพ (ทองอิน) ต้นสกุลทองอินและอินทรพล เป็นต้น (๓) กรมหมื่นนรินทร<noinclude></noinclude>
2439rjshi7jb6vwtwum0izs5qanw35j
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/39
250
92835
301272
301028
2026-10-05T05:49:40Z
Vesperstelo
11696
301272
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" /></noinclude>{{ลห|c1|{{ขนอ|140%|ประวัติสังเขป}} <br> {{ขนอ|120%|ของเสวกเอก พระยานครราชเสนี <br> (สหัด สิงหเสนี)}}}}
{{สต|7em}}
พระยานครราชเสนี เป็นบุตรชายคนใหญ่ของนายพลตรีพระยาสิงหเสนี ศรีสยาเมนทรสวามิภักดิ์ (สอาด สิงหเสนี) และคุณหญิงหงษ์ สิงหเสนี เกิดณตำบลหัวลำโพง อำเภอปทุม-วัน จังหวัดพระนคร เมื่อวันเสาร์เดือน ๑๒ แรม ๗ ค่ำปีมะเมีย ตรงกับวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๒๕
เมื่อเยาว์วัยได้ศึกษาวิชาการที่ โรงเรียนวัดจักรวรรดิ์ราชาวาส โรงเรียนวัดเทพศิรินทราวาส โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนราช-วิทยาลัย ครั้นมีความรู้หนังสือไทยและหนังสืออังกฤษพอสมควรแล้ว ได้ออกไปศึกษาเพิ่มเติมในประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๒ เริ่มต้นโรงเรียนปรีแปเรตตอรีสกูลณเคนชิงตัน และลิงคนซอินลอนดอน สอบวิชากฎหมายได้ชั้นเนติบัณฑิตอังกฤษ กลับจากประเทศอังกฤษ พ.ศ. ๒๔๕๐ มาศึกษาในโรงเรียนข้าราชการพลเรือน (ภายหลังพระราชทานนามใหม่ว่าโรงเรียนมหาดเล็กหลวง) เมื่อเสร็จการเรียนในตอนนี้แล้ว ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กวิเศษในรัชกาลที่ ๕ ในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๐
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
ezup7k8st3mn6r5kuk8whydaho46x8o
301348
301272
2026-10-05T10:34:22Z
Vesperstelo
11696
301348
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" /></noinclude>{{ลหสค|c1|{{ขนอ|140%|ประวัติสังเขป}} <br> {{ขนอ|120%|ของเสวกเอก พระยานครราชเสนี <br> (สหัด สิงหเสนี)}}}}
พระยานครราชเสนี เป็นบุตรชายคนใหญ่ของนายพลตรีพระยาสิงหเสนี ศรีสยาเมนทรสวามิภักดิ์ (สอาด สิงหเสนี) และคุณหญิงหงษ์ สิงหเสนี เกิดณตำบลหัวลำโพง อำเภอปทุม-วัน จังหวัดพระนคร เมื่อวันเสาร์เดือน ๑๒ แรม ๗ ค่ำปีมะเมีย ตรงกับวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๒๕
เมื่อเยาว์วัยได้ศึกษาวิชาการที่ โรงเรียนวัดจักรวรรดิ์ราชาวาส โรงเรียนวัดเทพศิรินทราวาส โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนราช-วิทยาลัย ครั้นมีความรู้หนังสือไทยและหนังสืออังกฤษพอสมควรแล้ว ได้ออกไปศึกษาเพิ่มเติมในประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๒ เริ่มต้นโรงเรียนปรีแปเรตตอรีสกูลณเคนชิงตัน และลิงคนซอินลอนดอน สอบวิชากฎหมายได้ชั้นเนติบัณฑิตอังกฤษ กลับจากประเทศอังกฤษ พ.ศ. ๒๔๕๐ มาศึกษาในโรงเรียนข้าราชการพลเรือน (ภายหลังพระราชทานนามใหม่ว่าโรงเรียนมหาดเล็กหลวง) เมื่อเสร็จการเรียนในตอนนี้แล้ว ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กวิเศษในรัชกาลที่ ๕ ในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๐
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
9qgf50tfksuwir76e7y4donuvnrsmf3
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/48
250
92844
301273
301037
2026-10-05T05:50:56Z
Vesperstelo
11696
301273
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" /></noinclude>{{ลห|d1|{{ขนอ|180%|มูลเหตุสงครามไทยกับญวน}} <br> {{ขนอ|140%|ในรัชกาลที่ ๓ กรุงรัตนโกสินทร์}}}}
{{สต|7em}}
ไทยกับญวนตอนใต้ มีดินแดนเขมรแซกอยู่ในระหว่างกลางเขมรเป็นแต่ประเทศน้อย ต้องยอมเป็นเมืองออก ส่งบรรณา- การแก่ไทยและญวนทั้งสองฝ่ายมาช้านาน แต่เขมรนับถือไทยยิ่งกว่าญวน เพราะถือศาสนาและมีขนบธรรมเนียมอย่างเดียวกันความยุ่งยากที่เกิดแก่เขมรเนือง ๆ นั้น เนื่องมาแต่เหตุที่พวกเขมรมักประทุษร้าย และรบพุ่งกันเอง ด้วยเรื่องชิงอำนาจกันบ่อย ๆ พวกแพ้มักไปขอกำลังประเทศใหญ่อีกฝ่ายหนึ่งมาป้องกัน เมืองเขมรจึงคล้ายกับสมรภูมิระหว่างไทยกับญวนมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ครั้นถึงสมัยกรุงธนบุรี ไทยช่วยอุปการะให้เขมรสงบราบคาบ และสมเด็จพระรามราชาธิราช เจ้ากรุงกัมพูชาธิบดีก็มาขึ้นแก่ไทยแต่ฝ่ายเดียว
ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี้ ครั้งรัชกาลที่ ๑ ตอนต้นไทยช่วยทนุบำรุงทั้งเขมรและญวน ทางไมตรีระหว่างไทยกับญวนสนิทสนมดีมาก ครั้นตกมาในตอนปลายรัชกาลที่ ๑ นั้นเอง<noinclude></noinclude>
g14akg0wvnee99d2pmxt6opfwftnhhr
301274
301273
2026-10-05T05:51:48Z
Vesperstelo
11696
301274
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" /></noinclude>{{ลห|d1|{{ตรึง|main}}{{ขนอ|180%|มูลเหตุสงครามไทยกับญวน}} <br> {{ขนอ|140%|ในรัชกาลที่ ๓ กรุงรัตนโกสินทร์}}}}
{{สต|7em}}
ไทยกับญวนตอนใต้ มีดินแดนเขมรแซกอยู่ในระหว่างกลางเขมรเป็นแต่ประเทศน้อย ต้องยอมเป็นเมืองออก ส่งบรรณา- การแก่ไทยและญวนทั้งสองฝ่ายมาช้านาน แต่เขมรนับถือไทยยิ่งกว่าญวน เพราะถือศาสนาและมีขนบธรรมเนียมอย่างเดียวกันความยุ่งยากที่เกิดแก่เขมรเนือง ๆ นั้น เนื่องมาแต่เหตุที่พวกเขมรมักประทุษร้าย และรบพุ่งกันเอง ด้วยเรื่องชิงอำนาจกันบ่อย ๆ พวกแพ้มักไปขอกำลังประเทศใหญ่อีกฝ่ายหนึ่งมาป้องกัน เมืองเขมรจึงคล้ายกับสมรภูมิระหว่างไทยกับญวนมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ครั้นถึงสมัยกรุงธนบุรี ไทยช่วยอุปการะให้เขมรสงบราบคาบ และสมเด็จพระรามราชาธิราช เจ้ากรุงกัมพูชาธิบดีก็มาขึ้นแก่ไทยแต่ฝ่ายเดียว
ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี้ ครั้งรัชกาลที่ ๑ ตอนต้นไทยช่วยทนุบำรุงทั้งเขมรและญวน ทางไมตรีระหว่างไทยกับญวนสนิทสนมดีมาก ครั้นตกมาในตอนปลายรัชกาลที่ ๑ นั้นเอง<noinclude></noinclude>
3wui2wth0hlq2r5auai56hek30frrzf
301278
301274
2026-10-05T05:54:48Z
Vesperstelo
11696
301278
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" /></noinclude>{{ลห|d1|{{ตรึง|main}}{{ขนอ|180%|มูลเหตุสงครามไทยกับญวน}} <br> {{ขนอ|140%|ในรัชกาลที่ ๓ กรุงรัตนโกสินทร์}}}}
{{สต|7em}}
ไทยกับญวนตอนใต้ มีดินแดนเขมรแซกอยู่ในระหว่างกลางเขมรเป็นแต่ประเทศน้อย ต้องยอมเป็นเมืองออก ส่งบรรณาการแก่ไทยและญวนทั้งสองฝ่ายมาช้านาน แต่เขมรนับถือไทยยิ่งกว่าญวน เพราะถือศาสนาและมีขนบธรรมเนียมอย่างเดียวกันความยุ่งยากที่เกิดแก่เขมรเนือง ๆ นั้น เนื่องมาแต่เหตุที่พวกเขมรมักประทุษร้าย และรบพุ่งกันเอง ด้วยเรื่องชิงอำนาจกันบ่อย ๆ พวกแพ้มักไปขอกำลังประเทศใหญ่อีกฝ่ายหนึ่งมาป้องกัน เมืองเขมรจึงคล้ายกับสมรภูมิระหว่างไทยกับญวนมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ครั้นถึงสมัยกรุงธนบุรี ไทยช่วยอุปการะให้เขมรสงบราบคาบ และสมเด็จพระรามราชาธิราช เจ้ากรุงกัมพูชาธิบดีก็มาขึ้นแก่ไทยแต่ฝ่ายเดียว
ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี้ ครั้งรัชกาลที่ ๑ ตอนต้นไทยช่วยทนุบำรุงทั้งเขมรและญวน ทางไมตรีระหว่างไทยกับญวนสนิทสนมดีมาก ครั้นตกมาในตอนปลายรัชกาลที่ ๑ นั้นเอง{{วว}}<noinclude></noinclude>
33mm83z5c3z8i7fcnrjr5th2z2atbcd
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/52
250
92848
301279
301041
2026-10-05T05:55:39Z
Vesperstelo
11696
301279
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๕}}</noinclude>{{ลห|d2|ฉะบับที่ ๑ <br> ตราตอบเมืองปราจินบุรีให้จัดซื้อข้าว <br> เตรียมไว้ ๕๐๐ เกวียน|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาเถิงพระยาประชาชีพ หลวงยกรบัตร กรมการ เมืองปราจิน ด้วยบอกเข้าไปว่า เจ้าพระยา บดินทรเดชา ที่สมุหนายก สั่งให้พระยาราชนิกุล มีหนังสือมาเถิงพระยาภิรมย์ราชา พระยาประชาชีพ ว่าข้อราชการเมืองระสือซึ่งพระยาวิเศษสุนทรมีหนังสือมาแต่ก่อนว่า พระยาพิบูลย์ยกกองทัพมาตั้งอยู่ด้านกระพงปรักคน ๑๐๐๐ แล้วพระยามหาเสนา พระยานรินทร์ จะยกมาอีก จึงให้พระยาภิรมย์ราชา คุมเลกเมืองปราจินบุรี เมืองกบินทรบุรี เมืองประจันตคาม เมืองนครนายก ๕๐๐ คน กับปืนคาบศิลา ๔๐๐ บอก ยกตามเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก ออกไป ครั้นข้าหลวงเจ้าเมือง กรมการ แต่งให้หลวงเพ็ชรบริบาล ออกไปสืบเถิงแขวงเมืองโพธิสัตว์ หาพบกองทัพพระยาพิบูลย์ และกองทัพพระยาพระเขมร ยกมาไม่ พบแต่เขมรมารักษาด่านทางลาดตระเวนคน ๑๐๐ เศษ ข่าวราชการสงบอยู่ ให้แต่พระยาภิรมย์ราชาคุมเลกชะเลย ขึ้นไปช่วยปลูกเรือนครัวณเมืองอรัญ-ประเทศ ให้พระยาประชาชีพอยู่จัดซื้อข้าวณแขวงเมืองปราจิน เมืองฉะเชิงเทรา เมืองนครนายก มาตวงขึ้นฉางไว้ณเมืองปราจิน<noinclude></noinclude>
4bxry43xjd6hz2kjz0n5roe2qu4aau7
301350
301279
2026-10-05T10:35:02Z
Vesperstelo
11696
301350
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๕}}</noinclude>{{ลหสค|d2|ฉะบับที่ ๑ <br> ตราตอบเมืองปราจินบุรีให้จัดซื้อข้าว <br> เตรียมไว้ ๕๐๐ เกวียน|120}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาเถิงพระยาประชาชีพ หลวงยกรบัตร กรมการ เมืองปราจิน ด้วยบอกเข้าไปว่า เจ้าพระยา บดินทรเดชา ที่สมุหนายก สั่งให้พระยาราชนิกุล มีหนังสือมาเถิงพระยาภิรมย์ราชา พระยาประชาชีพ ว่าข้อราชการเมืองระสือซึ่งพระยาวิเศษสุนทรมีหนังสือมาแต่ก่อนว่า พระยาพิบูลย์ยกกองทัพมาตั้งอยู่ด้านกระพงปรักคน ๑๐๐๐ แล้วพระยามหาเสนา พระยานรินทร์ จะยกมาอีก จึงให้พระยาภิรมย์ราชา คุมเลกเมืองปราจินบุรี เมืองกบินทรบุรี เมืองประจันตคาม เมืองนครนายก ๕๐๐ คน กับปืนคาบศิลา ๔๐๐ บอก ยกตามเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก ออกไป ครั้นข้าหลวงเจ้าเมือง กรมการ แต่งให้หลวงเพ็ชรบริบาล ออกไปสืบเถิงแขวงเมืองโพธิสัตว์ หาพบกองทัพพระยาพิบูลย์ และกองทัพพระยาพระเขมร ยกมาไม่ พบแต่เขมรมารักษาด่านทางลาดตระเวนคน ๑๐๐ เศษ ข่าวราชการสงบอยู่ ให้แต่พระยาภิรมย์ราชาคุมเลกชะเลย ขึ้นไปช่วยปลูกเรือนครัวณเมืองอรัญประเทศ ให้พระยาประชาชีพอยู่จัดซื้อข้าวณแขวงเมืองปราจิน เมืองฉะเชิงเทรา เมืองนครนายก มาตวงขึ้นฉางไว้ณเมืองปราจิน<noinclude></noinclude>
owjol3tidsc5tfujhcbwf39ehabqr3e
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/54
250
92850
301280
301043
2026-10-05T05:56:40Z
Vesperstelo
11696
301280
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๗}}</noinclude>จัตวาศก
วันเดือน ๔ แรม ๑๔ ค่ำ ปีมะโรง จัตวาศก ได้ส่งตรานี้ให้จมื่นมนเทียรพิทักษ์ ปลัดกรมพระตำรวจพระราชวังบวรถือไป
{{ลห|d3|ฉะบับที่ ๒ <br> ตราตอบเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> เรื่องพระยาพิบูลย์ยกมาติดตามพระยาสังคโลกฯ|120}}
{{สต|7em}}
ฯ ข้าฯ พระยามหาอำมาตย์ฯ ขอกราบเรียนมาให้ทราบด้วยอยู่ณวันเดือน ๔ แรม ๑๐ ค่ำ จมื่นมนเทียรพิทักษ์ถือหนังสือบอก ฯพณฯ สมุหนายกบอกส่งต้นหนังสือข้าหลวงเจ้าเมืองกรมการเมืองพระตะบอง ต้นหนังสือพระฤทธิ์สงคราม พระรามรณรงค์ พระยาวิเศษสุนทร เข้าไปว่า พระยาวิเศษสุนทรซึ่งออกไปอยู่รักษาด่านกระพงปรักมีหนังสือมาว่า แต่งให้ขุนมหาภักดีไปลาดตระเวนพบกองลาดตระเวนพระยาพิบูลย์ บอกว่าพระยาพิบูลย์จะยกมาตั้งคอยพระยาสังคโลกอยู่ณกระพงปรัก ถ้าไม่ส่งพระยาสังคโลกออกไปจะขอทางเข้ามาตามพระยาสังคโลก ว่าพระยามหาเสนาจะยกมาทางสมอแกร ว่าพระยานรินทร์จะยกมาทางด่านฉนวน ว่าเจ้าเมืองครวงจะมาตั้งอยู่ด้านพะเนา ครั้นเพลาบ่ายเห็นกองทัพพระยาพิบูลย์ยกมาประมาณ ๑๐๐๐ มาตั้งอยู่ห่างพระยาวิเศษสุนทร ๖๐ เส้นเศษ ฯพณฯ สมุหนายกจะยก<noinclude></noinclude>
b0ptgw7tn7qnh8jla3ij0xa69zqzuc0
301351
301280
2026-10-05T10:35:32Z
Vesperstelo
11696
301351
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๗}}</noinclude>จัตวาศก
วันเดือน ๔ แรม ๑๔ ค่ำ ปีมะโรง จัตวาศก ได้ส่งตรานี้ให้จมื่นมนเทียรพิทักษ์ ปลัดกรมพระตำรวจพระราชวังบวรถือไป
{{ลหสค|d3|ฉะบับที่ ๒ <br> ตราตอบเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> เรื่องพระยาพิบูลย์ยกมาติดตามพระยาสังคโลกฯ|120}}
ฯ ข้าฯ พระยามหาอำมาตย์ฯ ขอกราบเรียนมาให้ทราบด้วยอยู่ณวันเดือน ๔ แรม ๑๐ ค่ำ จมื่นมนเทียรพิทักษ์ถือหนังสือบอก ฯพณฯ สมุหนายกบอกส่งต้นหนังสือข้าหลวงเจ้าเมืองกรมการเมืองพระตะบอง ต้นหนังสือพระฤทธิ์สงคราม พระรามรณรงค์ พระยาวิเศษสุนทร เข้าไปว่า พระยาวิเศษสุนทรซึ่งออกไปอยู่รักษาด่านกระพงปรักมีหนังสือมาว่า แต่งให้ขุนมหาภักดีไปลาดตระเวนพบกองลาดตระเวนพระยาพิบูลย์ บอกว่าพระยาพิบูลย์จะยกมาตั้งคอยพระยาสังคโลกอยู่ณกระพงปรัก ถ้าไม่ส่งพระยาสังคโลกออกไปจะขอทางเข้ามาตามพระยาสังคโลก ว่าพระยามหาเสนาจะยกมาทางสมอแกร ว่าพระยานรินทร์จะยกมาทางด่านฉนวน ว่าเจ้าเมืองครวงจะมาตั้งอยู่ด้านพะเนา ครั้นเพลาบ่ายเห็นกองทัพพระยาพิบูลย์ยกมาประมาณ ๑๐๐๐ มาตั้งอยู่ห่างพระยาวิเศษสุนทร ๖๐ เส้นเศษ ฯพณฯ สมุหนายกจะยก<noinclude></noinclude>
3qqticc5iu98aj2rf8q3sj0dc7jdvjg
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/60
250
92855
301281
301048
2026-10-05T05:57:17Z
Vesperstelo
11696
301281
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๒}}</noinclude>วันเดือน ๔ แรม ๑๔ ค่ำปีมะโรงจัตวาศก ได้ส่งตรานี้ให้จมื่นมนเทียรพิทักษ์ ปลัดกรมพระตำรวจพระราชวังบวรถือไป
{{ลห|e1|เหตุการณ์ในปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๗๖|120}}
{{สต|7em}}
ความตึงเครียดระหว่างสยามกับญวน สืบอนุสนธิ์มาแต่เหตุตามที่เล่าไว้ในตอนแรกนั้น เมื่อจะสรูปให้สั้น ดังปรากฏในกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็มีความสำคัญอยู่ว่า ตั้งแต่แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ญวนขอเอาเมืองพุทไธมาศ ครั้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ก็กันเอาเมืองเขมรไปเป็นสิทธิ์ของตัว มาถึงแผ่นดินปัจจุบันนี้ (คือรัชกาลที่ ๓ ตอนต้น) ญวนก็กันเอาเขตต์แดนเมืองเวียงจันทร์ไปอีกเล่า จึงเหลือที่จะอดทน พอรุ่งขึ้นปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๗๖ พวกญวนที่เมืองไซ่ง่อนเป็นกบฏต่อพระเจ้าเวียดนามมินมาง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า เป็นโอกาศที่จะเอาเมืองเขมรคืนและให้ญวนหายกำเริบเสียบ้าง จึงโปรดให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) สมุหนายก เป็นแม่ทัพใหญ่ผู้สำเร็จราชการยกทัพบกไปตีเมืองเขมร แต่ณวันเดือนอ้ายแรม ๕ ค่ำ แล้วให้ตีหัวเมืองญวนลงไปจนเมืองไซ่ง่อน และให้เจ้าพระยาพระคลัง เป็นแม่ทัพเรือยกไปตีหัวเมืองเขมรและญวนตามชายทะเล แล้ว<noinclude></noinclude>
jgqdcae7s2k2qq271qffeszu2dkl00e
301352
301281
2026-10-05T10:36:02Z
Vesperstelo
11696
301352
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๒}}</noinclude>วันเดือน ๔ แรม ๑๔ ค่ำปีมะโรงจัตวาศก ได้ส่งตรานี้ให้จมื่นมนเทียรพิทักษ์ ปลัดกรมพระตำรวจพระราชวังบวรถือไป
{{ลค|e1|เหตุการณ์ในปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๗๖|120}}
ความตึงเครียดระหว่างสยามกับญวน สืบอนุสนธิ์มาแต่เหตุตามที่เล่าไว้ในตอนแรกนั้น เมื่อจะสรูปให้สั้น ดังปรากฏในกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็มีความสำคัญอยู่ว่า ตั้งแต่แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ญวนขอเอาเมืองพุทไธมาศ ครั้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ก็กันเอาเมืองเขมรไปเป็นสิทธิ์ของตัว มาถึงแผ่นดินปัจจุบันนี้ (คือรัชกาลที่ ๓ ตอนต้น) ญวนก็กันเอาเขตต์แดนเมืองเวียงจันทร์ไปอีกเล่า จึงเหลือที่จะอดทน พอรุ่งขึ้นปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๗๖ พวกญวนที่เมืองไซ่ง่อนเป็นกบฏต่อพระเจ้าเวียดนามมินมาง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า เป็นโอกาศที่จะเอาเมืองเขมรคืนและให้ญวนหายกำเริบเสียบ้าง จึงโปรดให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) สมุหนายก เป็นแม่ทัพใหญ่ผู้สำเร็จราชการยกทัพบกไปตีเมืองเขมร แต่ณวันเดือนอ้ายแรม ๕ ค่ำ แล้วให้ตีหัวเมืองญวนลงไปจนเมืองไซ่ง่อน และให้เจ้าพระยาพระคลัง เป็นแม่ทัพเรือยกไปตีหัวเมืองเขมรและญวนตามชายทะเล แล้ว<noinclude></noinclude>
caj7y2gy51z4tkgwzr8cs671slkjw7o
301353
301352
2026-10-05T10:36:19Z
Vesperstelo
11696
301353
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๒}}</noinclude>วันเดือน ๔ แรม ๑๔ ค่ำปีมะโรงจัตวาศก ได้ส่งตรานี้ให้จมื่นมนเทียรพิทักษ์ ปลัดกรมพระตำรวจพระราชวังบวรถือไป
{{ลหสค|e1|เหตุการณ์ในปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๗๖|120}}
ความตึงเครียดระหว่างสยามกับญวน สืบอนุสนธิ์มาแต่เหตุตามที่เล่าไว้ในตอนแรกนั้น เมื่อจะสรูปให้สั้น ดังปรากฏในกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็มีความสำคัญอยู่ว่า ตั้งแต่แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ญวนขอเอาเมืองพุทไธมาศ ครั้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ก็กันเอาเมืองเขมรไปเป็นสิทธิ์ของตัว มาถึงแผ่นดินปัจจุบันนี้ (คือรัชกาลที่ ๓ ตอนต้น) ญวนก็กันเอาเขตต์แดนเมืองเวียงจันทร์ไปอีกเล่า จึงเหลือที่จะอดทน พอรุ่งขึ้นปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๗๖ พวกญวนที่เมืองไซ่ง่อนเป็นกบฏต่อพระเจ้าเวียดนามมินมาง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า เป็นโอกาศที่จะเอาเมืองเขมรคืนและให้ญวนหายกำเริบเสียบ้าง จึงโปรดให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) สมุหนายก เป็นแม่ทัพใหญ่ผู้สำเร็จราชการยกทัพบกไปตีเมืองเขมร แต่ณวันเดือนอ้ายแรม ๕ ค่ำ แล้วให้ตีหัวเมืองญวนลงไปจนเมืองไซ่ง่อน และให้เจ้าพระยาพระคลัง เป็นแม่ทัพเรือยกไปตีหัวเมืองเขมรและญวนตามชายทะเล แล้ว<noinclude></noinclude>
dh113v4z7lwb26nvyaiv4ulz3nue8k3
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/63
250
92857
301354
301084
2026-10-05T10:36:22Z
Vesperstelo
11696
301354
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๔}}</noinclude>{{ลหสค|e2|ฉะบับที่ ๑ <br> ตราถึงเจ้าเมืองมุกดาหาร ตอบเรื่องรับผลเร่ว ขี้ผึ้ง <br> ป่านใบ ตามจำนวนเกณฑ์ <br> และชี้แจงข้อราชการบ้างเล็กน้อย|120}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาเถิงพระจันทสุริยวงศ์ เจ้าเมืองมุกดาหาร ด้วยบอกหนังสือแต่งให้ท้าวอุปฮาด ท้าวจันท์ชมภู ท้าวเพิษ คุมผลเร่ว จำนวนปีมะโรงจัตวาศก (พ.ศ. ๒๓๗๕) หนัก ๔๘ หาบ กับขี้ผึ้ง ๒ หาบ ป่านใบ ๒ หาบ จำนวนเกณฑ์ ลงไปทูลเกล้าฯ ถวาย แลว่าได้แต่งท้าวเพี้ยไปสืบราชการทางเมืองมหาชัย เมืองชุมพร เมืองพ้อง เมืองพลานเนือง ๆ มิได้ขาด ราชการสงบอยู่ กับว่าเพี้ยเมืองคุก ท้าวเพี้ยเมืองมุกดาหาร ซึ่งไปตกค้างอยู่ต่างเมือง พาครอบครัวกลับคืนมา เป็นคนมาแต่เมืองมหาชัยชายหญิงใหญ่น้อย ๒๑๕ คน มาแต่เมืองชุมพรชายหญิงใหญ่น้อย ๖๙ คน มาแต่เมืองปาศักดิ์ เมืองอุบล ชายหญิงใหญ่น้อย ๑๗ คน (รวมเป็น) ๓๕๑ คน แล้วณเดือนยี่ข้างขึ้นได้แต่งให้ท้าวเพี้ยไปกวาดเอาครอบครัวเมืองมุกดาหารซึ่งตกค้างอยู่แขวงเมืองชุมพร เมืองพ้อง เมืองพลาน ได้มาอีก ชายหญิงใหญ่น้อย ๗๐๖ คน เข้ากัน ๑๐๕๗ คน กับว่าณเดือน ๔ ข้างขึ้น ได้แต่งให้ท้าวสุวอ เพี้ยเชียงเหนือ ไปฟังราชการณเมืองนครพนม ได้ความว่าณวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๔ ญวนมีชื่อนายไพร่{{วว}}<noinclude></noinclude>
fetvwq4tglgvox9qzfsmxibnslt6qhy
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/68
250
92862
301282
301056
2026-10-05T05:58:10Z
Vesperstelo
11696
301282
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๙}}</noinclude>{{ลห|e3|ฉะบับที่ ๒ <br> ตราสั่งหัวเมือง เรื่องให้เจ้าพระยาธรรมา (สมบุญ) เป็นแม่ทัพ|120}}
{{สต|7em}}
{{...|10}} (ต้นฉะบับขาด) {{...|10}} ชื่อให้การต้องคำกันว่า องเกียนอานบุตรเจ้าเวียดนามคนเก่ามีหนังสือลงมาเถิงองพองายซึ่งอยู่ณเมืองไซ่ง่อน ให้ชักชวนพวกองตากุญคนเก่าคิดเป็นการกบฏขึ้น ข้างเมืองตังเกี๋ยนั้นองเกียนอานก็ได้นัดหมายให้พวกเมืองตังเกี๋ยคิดกบฏต่อเจ้าเวียดนาม ให้พร้อมกันกับเมืองไซ่ง่อน ครั้นองพองายรู้หนังสือแล้ว จึงชักชวนจีนบงบางเป็นจีนผู้ใหญ่อยู่ในเมืองไซ่ง่อน ไปถอดเอาขุนนางขององตากุญคนเก่า ซึ่งเจ้าเวียดนามให้จำไว้ กับคนโทษในคุกเมืองไซ่ง่อนออกได้สิ้น คิดพร้อมใจกันจับองตากุญเจ้าเมืองไซ่ง่อนคนใหม่กับขุนนางผู้ใหญ่ฆ่าเสีย แล้วเกลี้ยกล่อมได้ญวนเข้าเพศฝรั่ง ญวนตังเกี๋ยกับพวกจีนเจ้าด้วยเป็นอันมาก องพองายกับพวกกบฏตั้งกันเป็นองเหากุญ องหวีกุญ องเตียนกุญ องเสียนหอง แบ่งกันคุมกองทัพยกลงมาตีเมืองล่องโห้ เมืองสมิถ่อ เมืองโจดก เมืองพุทไธมาศ ตีได้สิ้นแล้ว กวาดเอาเสบียงอาหารเครื่องสาตราวุธปืนใหญ่ปืนน้อย ขึ้นไปไว้ในเมืองไซ่ง่อนสิ้นญวนที่ยังไม่เข้ากับพวกกบฎ รวบรวมไพร่พลเข้าได้ แต่เครื่องสาตราวุธมีน้อย ยกไปตีพวกกบฎเมืองไซ่ง่อน พวกกบฎเอาปืนใหญ่ยิงกราดสาดออกมา พวกซึ่งเข้าข้างเจ้าเวียดนามถูกปืน<noinclude></noinclude>
iszv3hhqbjqrdg3m2lyi6rzkpbfuo9q
301355
301282
2026-10-05T10:36:36Z
Vesperstelo
11696
301355
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๙}}</noinclude>{{ลหสค|e3|ฉะบับที่ ๒ <br> ตราสั่งหัวเมือง เรื่องให้เจ้าพระยาธรรมา (สมบุญ) เป็นแม่ทัพ|120}}
{{...|10}} (ต้นฉะบับขาด) {{...|10}} ชื่อให้การต้องคำกันว่า องเกียนอานบุตรเจ้าเวียดนามคนเก่ามีหนังสือลงมาเถิงองพองายซึ่งอยู่ณเมืองไซ่ง่อน ให้ชักชวนพวกองตากุญคนเก่าคิดเป็นการกบฏขึ้น ข้างเมืองตังเกี๋ยนั้นองเกียนอานก็ได้นัดหมายให้พวกเมืองตังเกี๋ยคิดกบฏต่อเจ้าเวียดนาม ให้พร้อมกันกับเมืองไซ่ง่อน ครั้นองพองายรู้หนังสือแล้ว จึงชักชวนจีนบงบางเป็นจีนผู้ใหญ่อยู่ในเมืองไซ่ง่อน ไปถอดเอาขุนนางขององตากุญคนเก่า ซึ่งเจ้าเวียดนามให้จำไว้ กับคนโทษในคุกเมืองไซ่ง่อนออกได้สิ้น คิดพร้อมใจกันจับองตากุญเจ้าเมืองไซ่ง่อนคนใหม่กับขุนนางผู้ใหญ่ฆ่าเสีย แล้วเกลี้ยกล่อมได้ญวนเข้าเพศฝรั่ง ญวนตังเกี๋ยกับพวกจีนเจ้าด้วยเป็นอันมาก องพองายกับพวกกบฏตั้งกันเป็นองเหากุญ องหวีกุญ องเตียนกุญ องเสียนหอง แบ่งกันคุมกองทัพยกลงมาตีเมืองล่องโห้ เมืองสมิถ่อ เมืองโจดก เมืองพุทไธมาศ ตีได้สิ้นแล้ว กวาดเอาเสบียงอาหารเครื่องสาตราวุธปืนใหญ่ปืนน้อย ขึ้นไปไว้ในเมืองไซ่ง่อนสิ้นญวนที่ยังไม่เข้ากับพวกกบฎ รวบรวมไพร่พลเข้าได้ แต่เครื่องสาตราวุธมีน้อย ยกไปตีพวกกบฎเมืองไซ่ง่อน พวกกบฎเอาปืนใหญ่ยิงกราดสาดออกมา พวกซึ่งเข้าข้างเจ้าเวียดนามถูกปืน<noinclude></noinclude>
hkrcvipnqi5dv85dlqs0i6hgl7yu3jb
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/73
250
92867
301283
301061
2026-10-05T05:58:50Z
Vesperstelo
11696
301283
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๒๔}}</noinclude>พระยาธรรมาแม่ทัพณปากหลาย จะได้จัดแจงเร่งรัดสะเบียงอาหาร แจกจ่ายไพร่พลกองทัพ
หนังสือมาณวันอังคาร เดือนอ้าย ขึ้น ๘ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๙๕ ปีมะเส็ง เบญจศก
วันพฤหัศบดี เดือนอ้าย ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีมะเส็ง เบญจศก ได้ส่งตราเร่งกองทัพเมืองพิศณุโลก เมืองพิชัย เมืองสวรรคโลก เมืองสุโขทัย เมืองพิจิตร์ ให้พระยาชัยบูรณ์เมืองพิศณุโลกถือไป
วันเดือนอ้าย ขึ้น ๑๒ ค่ำ ปีมะเส็ง เบญจศก ได้ส่งตราเร่งกองทัพเมืองเพ็ชรบูรณ์ ให้หลวงวังเมืองเพ็ชรบูรณ์ ถือไป.
{{ลห|e4|ฉะบับที่ ๓ <br> ตราถึงพระยาแพร่, พระยาน่าน|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาเถิงพระยาแพร่ พระยาน่าน ด้วยทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า มีตราขึ้นมาแต่ก่อนว่า ราชการฝ่ายข้างเมืองญวน สืบได้ความทั้งทางบกทางเรือต้องกันว่า บุตร์เจ้าเวียดนามองค์ก่อนซึ่งเป็นบุตร์เลี้ยงองตากุญ กับหูมาหลาน กับบาเลินเมียองตากุญคนเก่าอยู่ที่เมืองไซ่ง่อน คิดชักชวนได้จีนญวน ซึ่งเข้าเพศฝรั่งกับญวนแกวซึ่งอยู่ในเมืองไซ่ง่อน เมืองปันแงะ เป็นอันมาก ให้ถอดบุตร์เจ้าเมืองพุทไธ<noinclude></noinclude>
t28upmr90p1423r6j7tax3wva97rueu
301357
301283
2026-10-05T10:37:28Z
Vesperstelo
11696
301357
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๒๔}}</noinclude>พระยาธรรมาแม่ทัพณปากหลาย จะได้จัดแจงเร่งรัดสะเบียงอาหาร แจกจ่ายไพร่พลกองทัพ
หนังสือมาณวันอังคาร เดือนอ้าย ขึ้น ๘ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๙๕ ปีมะเส็ง เบญจศก
วันพฤหัศบดี เดือนอ้าย ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีมะเส็ง เบญจศก ได้ส่งตราเร่งกองทัพเมืองพิศณุโลก เมืองพิชัย เมืองสวรรคโลก เมืองสุโขทัย เมืองพิจิตร์ ให้พระยาชัยบูรณ์เมืองพิศณุโลกถือไป
วันเดือนอ้าย ขึ้น ๑๒ ค่ำ ปีมะเส็ง เบญจศก ได้ส่งตราเร่งกองทัพเมืองเพ็ชรบูรณ์ ให้หลวงวังเมืองเพ็ชรบูรณ์ ถือไป.
{{ลหสค|e4|ฉะบับที่ ๓ <br> ตราถึงพระยาแพร่, พระยาน่าน|120}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาเถิงพระยาแพร่ พระยาน่าน ด้วยทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า มีตราขึ้นมาแต่ก่อนว่า ราชการฝ่ายข้างเมืองญวน สืบได้ความทั้งทางบกทางเรือต้องกันว่า บุตร์เจ้าเวียดนามองค์ก่อนซึ่งเป็นบุตร์เลี้ยงองตากุญ กับหูมาหลาน กับบาเลินเมียองตากุญคนเก่าอยู่ที่เมืองไซ่ง่อน คิดชักชวนได้จีนญวน ซึ่งเข้าเพศฝรั่งกับญวนแกวซึ่งอยู่ในเมืองไซ่ง่อน เมืองปันแงะ เป็นอันมาก ให้ถอดบุตร์เจ้าเมืองพุทไธ<noinclude></noinclude>
hn0uf1t69hz9czbb686pfbebcg8ny2a
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/79
250
92873
301284
301067
2026-10-05T05:59:57Z
Vesperstelo
11696
301284
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๐}}</noinclude>ราชการครั้งนี้ ได้มีพระราชโองการดำรัสสั่งเจ้าพระยาธรรมาขึ้นมาทุกประการแล้ว ให้พระยาแพร่ พระยาน่าน บุตร์หลานแสนท้าว นายทัพนายกองทั้งปวงฟังบังคับบัญชาเจ้าพระยาธรรมาแม่ทัพ ให้พร้อมมูลกันอย่าให้เสียราชการได้ ให้พระยาแพร่ พระยาน่าน ตั้งใจฉลองพระเดชพระคุณ ให้ได้ไพร่พลกองทัพยกไปให้ทันท่วงที ทั้งสะเบียงอาหารซึ่งจะได้ลำเลียงส่งกองทัพณปากหลายก็ให้ได้ทันจ่ายกองทัพ จัดแจงให้ได้ราชการทั้งสองอย่าง จะได้เป็นบำเหน็จความชอบกับพระยาแพร่ พระยาน่าน บุตร์หลานแสนท้าวทั้งปวงมากยิ่งขึ้นไป
หนังสือมาณวันอังคารเดือนอ้ายขึ้น ๘ ค่ำ ปีมะเส็ง เบญศก (พ.ศ. ๒๓๗๖)
วันเดือนอ้ายแรม ๗ ค่ำ ได้ส่งตราเมืองแพร่เมืองน่าน ให้พระยาชัยบูรณ์ถือไป
{{ลห|e5|ฉะบับที่ ๔ <br> ตราถึงเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|120}}
{{สต|7em}}
{{...}} (ลบ) ฤทธิมีหนังสือไปว่า โปรดให้กำปั่นบรรทุกข้าวสาร ๕๐ เกวียนออกมาพระราชทานเจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ มีหนังสือไปให้พระยารณฤทธิ์ส่งข้าวสารให้พระฤทธิสงคราม ขุนพรโภชนาที่เมืองกระพงโสม แล้วให้กำปั่นไปลาดตระเวนติดปากน้ำ<noinclude></noinclude>
pd6pidllro1jdg84i8m3aolmkowmwf1
301358
301284
2026-10-05T10:37:33Z
Vesperstelo
11696
301358
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๐}}</noinclude>ราชการครั้งนี้ ได้มีพระราชโองการดำรัสสั่งเจ้าพระยาธรรมาขึ้นมาทุกประการแล้ว ให้พระยาแพร่ พระยาน่าน บุตร์หลานแสนท้าว นายทัพนายกองทั้งปวงฟังบังคับบัญชาเจ้าพระยาธรรมาแม่ทัพ ให้พร้อมมูลกันอย่าให้เสียราชการได้ ให้พระยาแพร่ พระยาน่าน ตั้งใจฉลองพระเดชพระคุณ ให้ได้ไพร่พลกองทัพยกไปให้ทันท่วงที ทั้งสะเบียงอาหารซึ่งจะได้ลำเลียงส่งกองทัพณปากหลายก็ให้ได้ทันจ่ายกองทัพ จัดแจงให้ได้ราชการทั้งสองอย่าง จะได้เป็นบำเหน็จความชอบกับพระยาแพร่ พระยาน่าน บุตร์หลานแสนท้าวทั้งปวงมากยิ่งขึ้นไป
หนังสือมาณวันอังคารเดือนอ้ายขึ้น ๘ ค่ำ ปีมะเส็ง เบญศก (พ.ศ. ๒๓๗๖)
วันเดือนอ้ายแรม ๗ ค่ำ ได้ส่งตราเมืองแพร่เมืองน่าน ให้พระยาชัยบูรณ์ถือไป
{{ลหสค|e5|ฉะบับที่ ๔ <br> ตราถึงเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|120}}
{{...}} (ลบ) ฤทธิมีหนังสือไปว่า โปรดให้กำปั่นบรรทุกข้าวสาร ๕๐ เกวียนออกมาพระราชทานเจ้าพระยาบดินทรเดชาฯ มีหนังสือไปให้พระยารณฤทธิ์ส่งข้าวสารให้พระฤทธิสงคราม ขุนพรโภชนาที่เมืองกระพงโสม แล้วให้กำปั่นไปลาดตระเวนติดปากน้ำ<noinclude></noinclude>
bhx3fdmvrh2r77cqf7uo9b1qaieexd4
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/82
250
92876
301285
301070
2026-10-05T06:00:55Z
Vesperstelo
11696
301285
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๒}}</noinclude>{{ลห|f1|เหตุการณ์ในปีมะเมีย พ.ศ. ๒๓๗๗|120}}
{{สต|7em}}
กองทัพบกทัพเรือไทยไปรบญวนจนถึงเมืองโจดก บังเอิญกองทัพเรือทำการอ่อนแอ ในที่สุดทัพไทยต้องถอยหมด เจ้าพระยาพระคลัง (ดิส บุนนาค) ถอยทัพเรือมาพักอยู่จันทบุรีแล้วเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) จึงถอยทัพบกมาตั้งมั่นอยู่เมืองปัตบอง
ฝ่ายเขมรรู้ว่ากองทัพไทยทำการไม่สำเร็จต้องถอยทัพกลับ ก็พากันก่อการกำเริบต่อสู้กองทัพไทย บรรดาที่ตั้งรักษาเมืองสำคัญของเขมร และระดมทำร้ายกองทัพไทยย่อย ๆ ที่ล่ากลับจากเมืองญวนเสียหายมาก
นายทัพนายกองไทยและเขมร ที่เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ให้อยู่รักษาเมืองพนมเป็ญ มีอาทิคือพระยาราชโยธา จมื่นสมุหพิมาน พระยาอภัยภูเบศ (เชด) เจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วง เมื่อทราบว่าเขมรหลายเมืองก่อการกำเริบ ซึ่งอาจจะสมทบกันไประดมตีเมืองพนมเป็ญอีก เกรงว่ากำลังที่มีอยู่จะต่อต้านไม่ไหว จึงรีบกวาดต้อนครัวเมืองพนมเป็ญ ยกมาพักอยู่เมืองโพธิสัตว์ พวกเขมรกำเริบ ก็ไล่ตามมาทำร้าย กองทัพไทยที่ตั้งรักษาด่านทางในระหว่าง ก็ช่วยกันป้องกันเมืองพนมเป็ญ และขับไล่พวกเขมรแตกพ่ายไป
ฝ่ายยองเตียนกุญ แม่ทัพญวน เห็นว่ากองทัพไทยถอย<noinclude></noinclude>
mi8aof60setft12xls3t6aio7ql9t1j
301359
301285
2026-10-05T10:37:38Z
Vesperstelo
11696
301359
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๒}}</noinclude>{{ลหสค|f1|เหตุการณ์ในปีมะเมีย พ.ศ. ๒๓๗๗|120}}
กองทัพบกทัพเรือไทยไปรบญวนจนถึงเมืองโจดก บังเอิญกองทัพเรือทำการอ่อนแอ ในที่สุดทัพไทยต้องถอยหมด เจ้าพระยาพระคลัง (ดิส บุนนาค) ถอยทัพเรือมาพักอยู่จันทบุรีแล้วเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) จึงถอยทัพบกมาตั้งมั่นอยู่เมืองปัตบอง
ฝ่ายเขมรรู้ว่ากองทัพไทยทำการไม่สำเร็จต้องถอยทัพกลับ ก็พากันก่อการกำเริบต่อสู้กองทัพไทย บรรดาที่ตั้งรักษาเมืองสำคัญของเขมร และระดมทำร้ายกองทัพไทยย่อย ๆ ที่ล่ากลับจากเมืองญวนเสียหายมาก
นายทัพนายกองไทยและเขมร ที่เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ให้อยู่รักษาเมืองพนมเป็ญ มีอาทิคือพระยาราชโยธา จมื่นสมุหพิมาน พระยาอภัยภูเบศ (เชด) เจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วง เมื่อทราบว่าเขมรหลายเมืองก่อการกำเริบ ซึ่งอาจจะสมทบกันไประดมตีเมืองพนมเป็ญอีก เกรงว่ากำลังที่มีอยู่จะต่อต้านไม่ไหว จึงรีบกวาดต้อนครัวเมืองพนมเป็ญ ยกมาพักอยู่เมืองโพธิสัตว์ พวกเขมรกำเริบ ก็ไล่ตามมาทำร้าย กองทัพไทยที่ตั้งรักษาด่านทางในระหว่าง ก็ช่วยกันป้องกันเมืองพนมเป็ญ และขับไล่พวกเขมรแตกพ่ายไป
ฝ่ายยองเตียนกุญ แม่ทัพญวน เห็นว่ากองทัพไทยถอย<noinclude></noinclude>
8iq0m622jm8q1vrdiidre70mpa5ycox
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/84
250
92879
301233
2026-10-05T05:28:01Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301233
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๓}}</noinclude>กลับหมดแล้ว จึงให้องค์จันเบยี่คุมพล ๑๐๐๐ พาสมเด็จพระอุทัยราชา (นักองค์จันท์) ขึ้นมาตั้งอยู่เมืองพนมเป็ญ ถึงเดือนยี่สมเด็จพระอุทัยราชาประชวนไข้พิศม์ถึงพิราลัย ญวนจึงยกนักองค์มี เจ้าหญิงราชธิดาสมเด็จพระอุทัยราชา ให้เป็นเจ้าเมืองพนมเป็ญโดยตำแหน่ง (เพราะราชบุตรไม่มี) แต่ราชการทั้งปวงสิทธิขาดอยู่กับญวนสิ้น
ส่วนที่เมืองพัตบอง พระยาอภัยภูเบศ (เชด) ถึงอนิจกรรมจึงทรงพระกรุณาโปรดให้ เจ้าพระยา บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) สมุหนายก แม่ทัพใหญ่ ผู้สำเร็จราชการ ดำเนินการตามกระแสพระบรมราชโองการ ให้ยกเจ้าองค์อิ่มขึ้นเป็นผู้ครองเมืองพัตบองไปพลาง จนกว่าเหตุการณ์ในเมืองเขมรสงบเรียบร้อยแล้ว จึงจะทรงพระราชดำริเชิดชูอิศรศักดิของเจ้านายเขมรให้สมควรยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก แล้วโปรดให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กลับเข้ามากรุงเทพฯ
ทางเหนือและทางภาคอิสาน กองทัพไทยยกขึ้นไปโดยสะดวก ทำการเกลี่ยกล่อมบ้าง กวาดต้อนบ้าง ตามสมควรแก่เหตุการณ์ ขยายเขตต์ไปจนถึงเมืองพวน
เมืองพวนนั้นอยู่ใกล้อาณาเขตต์นครเวียงจันทน์ และดินแดนด้านตะวันออกก็ติดต่อกับอาณาจักรญวน
ต่อไปนี้จงตรวจดูเอกสารต่าง ๆ ซึ่งจะให้หลักฐานประกอบความรู้แจ่มแจ้งขึ้นมาก
{{มปก}}<noinclude>{{ข|๓|4em}}</noinclude>
mthbvtqf0gu1bmsk5vl2ahbmlbdgl0a
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/85
250
92880
301234
2026-10-05T05:28:20Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301234
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๔}}</noinclude>ฉะบับที่ ๑
ตราตอบเจ้าพระยาธรรมา (สมบุญ)
เรื่องกวาดต้อนเมืองพวน
การฉลองพระเดชพระคุณสืบไป....................................
สิ้นครอบครัวหลบหลีกแอบแฝง................................................
ฐานบ้านเรือนต่อไปจะเป็นทาง................................................
ญวนไปข้างหน้า ให้ว่ากล่าวกับเจ้า..........................................
เพี้ยพวกเมืองพวนและเจ้าเมือง................................................
ผู้คนไปเกลี้ยกล่อมเอาครอบครัว.............................................
ถ้าในปีมะเมียฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗) นี้เห็นว่าจะเกลี้ยกล่อมเอาพวนไม่สิ้น จะตกค้างอยู่บ้าง ก็ให้กำชับเจ้าเมือง, ท้าวเพี้ย เมืองหนองคาย, เมืองหนองหาร, เมืองไชยบุรีให้แต่งผู้คนรักษาด่านทางสืบสวนฟังข้อราชการจงกวดขัน ให้ระวังระไวอย่าให้พวนซึ่งกวาดมาแล้วหนีกลับไปบ้านเมืองได้ เข้าฤดูแล้งก็ให้คิดเกลี้ยกล่อมเอาพวนที่ตกค้างอยู่นั้นต่อไป ถ้าจะเอามาโดยดีก็ให้เกลี้ยกล่อมเอามา ถ้าเห็นว่าจะเอามาโดยดีไม่สิ้น พวนยังตกค้างอยู่ จึงจะโปรดให้กองทัพไปตีกวาดเอามาให้สิ้น อย่าให้เป็นเชื้อสายทางสะเบียงอาหารกับข้าศึกต่อไปได้และครอบครัวพวนซึ่งได้มานั้น จะจัดแจงไว้ที่หัวเมืองตามท้องตราซึ่งโปรดขึ้นมาครั้งนี้ ถ้าเจ้าเมือง ท้าวเพี้ย จะวิวาทว่า<noinclude></noinclude>
oawbd1yhh738xxc8552u4f9zfnhhj32
301286
301234
2026-10-05T06:01:43Z
Vesperstelo
11696
301286
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๔}}</noinclude>{{ลห|f2|ฉะบับที่ ๑ <br> ตราตอบเจ้าพระยาธรรมา (สมบุญ) <br> เรื่องกวาดต้อนเมืองพวน|120}}
{{สต|7em}}
การฉลองพระเดชพระคุณสืบไป....................................
สิ้นครอบครัวหลบหลีกแอบแฝง................................................
ฐานบ้านเรือนต่อไปจะเป็นทาง................................................
ญวนไปข้างหน้า ให้ว่ากล่าวกับเจ้า..........................................
เพี้ยพวกเมืองพวนและเจ้าเมือง................................................
ผู้คนไปเกลี้ยกล่อมเอาครอบครัว.............................................
ถ้าในปีมะเมียฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗) นี้เห็นว่าจะเกลี้ยกล่อมเอาพวนไม่สิ้น จะตกค้างอยู่บ้าง ก็ให้กำชับเจ้าเมือง, ท้าวเพี้ย เมืองหนองคาย, เมืองหนองหาร, เมืองไชยบุรีให้แต่งผู้คนรักษาด่านทางสืบสวนฟังข้อราชการจงกวดขัน ให้ระวังระไวอย่าให้พวนซึ่งกวาดมาแล้วหนีกลับไปบ้านเมืองได้ เข้าฤดูแล้งก็ให้คิดเกลี้ยกล่อมเอาพวนที่ตกค้างอยู่นั้นต่อไป ถ้าจะเอามาโดยดีก็ให้เกลี้ยกล่อมเอามา ถ้าเห็นว่าจะเอามาโดยดีไม่สิ้น พวนยังตกค้างอยู่ จึงจะโปรดให้กองทัพไปตีกวาดเอามาให้สิ้น อย่าให้เป็นเชื้อสายทางสะเบียงอาหารกับข้าศึกต่อไปได้และครอบครัวพวนซึ่งได้มานั้น จะจัดแจงไว้ที่หัวเมืองตามท้องตราซึ่งโปรดขึ้นมาครั้งนี้ ถ้าเจ้าเมือง ท้าวเพี้ย จะวิวาทว่า<noinclude></noinclude>
48c3jyhnnr8mumlb25xr1u420j4lo2j
301369
301286
2026-10-05T10:42:00Z
Vesperstelo
11696
301369
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๔}}</noinclude>{{ลหสค|f2|ฉะบับที่ ๑ <br> ตราตอบเจ้าพระยาธรรมา (สมบุญ) <br> เรื่องกวาดต้อนเมืองพวน|120}}
การฉลองพระเดชพระคุณสืบไป....................................
สิ้นครอบครัวหลบหลีกแอบแฝง................................................
ฐานบ้านเรือนต่อไปจะเป็นทาง................................................
ญวนไปข้างหน้า ให้ว่ากล่าวกับเจ้า..........................................
เพี้ยพวกเมืองพวนและเจ้าเมือง................................................
ผู้คนไปเกลี้ยกล่อมเอาครอบครัว.............................................
ถ้าในปีมะเมียฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗) นี้เห็นว่าจะเกลี้ยกล่อมเอาพวนไม่สิ้น จะตกค้างอยู่บ้าง ก็ให้กำชับเจ้าเมือง, ท้าวเพี้ย เมืองหนองคาย, เมืองหนองหาร, เมืองไชยบุรีให้แต่งผู้คนรักษาด่านทางสืบสวนฟังข้อราชการจงกวดขัน ให้ระวังระไวอย่าให้พวนซึ่งกวาดมาแล้วหนีกลับไปบ้านเมืองได้ เข้าฤดูแล้งก็ให้คิดเกลี้ยกล่อมเอาพวนที่ตกค้างอยู่นั้นต่อไป ถ้าจะเอามาโดยดีก็ให้เกลี้ยกล่อมเอามา ถ้าเห็นว่าจะเอามาโดยดีไม่สิ้น พวนยังตกค้างอยู่ จึงจะโปรดให้กองทัพไปตีกวาดเอามาให้สิ้น อย่าให้เป็นเชื้อสายทางสะเบียงอาหารกับข้าศึกต่อไปได้และครอบครัวพวนซึ่งได้มานั้น จะจัดแจงไว้ที่หัวเมืองตามท้องตราซึ่งโปรดขึ้นมาครั้งนี้ ถ้าเจ้าเมือง ท้าวเพี้ย จะวิวาทว่า<noinclude></noinclude>
sjtpe8whrugm3e8ue8ihbuyvjxniahj
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/86
250
92881
301235
2026-10-05T05:28:36Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301235
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๕}}</noinclude>กล่าวเกี่ยวข้องกันด้วยครอบครัวประการใด ก็ให้พระราชรินบังคับบัญชาตัดสินให้เป็นอันสำเร็จให้ว่ากล่าวประนบประนอม อย่าให้มีความอริวิวาทร้าวฉานแก่กันให้เกิดความเคืองใต้ฝ่าละอองฯ จะได้ช่วยกันรักษาเขตต์แดนบ้านเมือง ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณต่อไป
หนังสือมาณวันพุธขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปี มะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗)
วันศุกร์ขึ้น ๑๑ ค่ำเดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก ได้ส่งตราตอบส่งสำเนาหนังสือบอกเจ้าพระยาธรรมา ให้ขุนวิชิตสงคราม ปลัดกรมอาษาวิเศษซ้ายถือไป เป็นคน ขุนวิชิตสงคราม ๑ พลพาย ๑๐ (รวม) ๑๑ คน เรือยาว ๑๑ วา
ฉะบับที่ ๒
หนังสือทงเจญวนเกลี้ยกล่อมชาวไทยภาคอิสาน
หนังสือทงเจ ขุนนางเมืองเวียดนาม เป็นจงตกเมืองแง่อานเมืองห่าติน ได้จัดแจงบ้านเมืองไพร่พลสะเบียงอาหารทำหนังสือมาประกาศสั่งสอนหัวเมืองลาวทั้งปวงทุกตำบล เดิมไทยหาตั้งอยู่ในยุติธรรมไม่ ไม่มีเหตุไม่มีวิวาท ยกกองทัพมาตีเมืองญวน เบียดเบียนหัวเมืองทั้งปวง ได้สู้รบกับกองทัพญวน กองทัพไทยไปเถิงไหนก็เผาบ้านเผาเมือง กวาด<noinclude></noinclude>
0yq8nut6uedzk0gmqyz5nsj3cs32kit
301287
301235
2026-10-05T06:02:28Z
Vesperstelo
11696
301287
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๕}}</noinclude>กล่าวเกี่ยวข้องกันด้วยครอบครัวประการใด ก็ให้พระราชรินบังคับบัญชาตัดสินให้เป็นอันสำเร็จให้ว่ากล่าวประนบประนอม อย่าให้มีความอริวิวาทร้าวฉานแก่กันให้เกิดความเคืองใต้ฝ่าละอองฯ จะได้ช่วยกันรักษาเขตต์แดนบ้านเมือง ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณต่อไป
หนังสือมาณวันพุธขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปี มะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗)
วันศุกร์ขึ้น ๑๑ ค่ำเดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก ได้ส่งตราตอบส่งสำเนาหนังสือบอกเจ้าพระยาธรรมา ให้ขุนวิชิตสงคราม ปลัดกรมอาษาวิเศษซ้ายถือไป เป็นคน ขุนวิชิตสงคราม ๑ พลพาย ๑๐ (รวม) ๑๑ คน เรือยาว ๑๑ วา
{{ลห|f3|ฉะบับที่ ๒ <br> หนังสือทงเจญวนเกลี้ยกล่อมชาวไทยภาคอิสาน|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือทงเจ ขุนนางเมืองเวียดนาม เป็นจงตกเมืองแง่อานเมืองห่าติน ได้จัดแจงบ้านเมืองไพร่พลสะเบียงอาหารทำหนังสือมาประกาศสั่งสอนหัวเมืองลาวทั้งปวงทุกตำบล เดิมไทยหาตั้งอยู่ในยุติธรรมไม่ ไม่มีเหตุไม่มีวิวาท ยกกองทัพมาตีเมืองญวน เบียดเบียนหัวเมืองทั้งปวง ได้สู้รบกับกองทัพญวน กองทัพไทยไปเถิงไหนก็เผาบ้านเผาเมือง กวาด<noinclude></noinclude>
nbxddxu1qmaq0umdcwet4nla17kplf1
301368
301287
2026-10-05T10:41:15Z
Vesperstelo
11696
301368
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๕}}</noinclude>กล่าวเกี่ยวข้องกันด้วยครอบครัวประการใด ก็ให้พระราชรินบังคับบัญชาตัดสินให้เป็นอันสำเร็จให้ว่ากล่าวประนบประนอม อย่าให้มีความอริวิวาทร้าวฉานแก่กันให้เกิดความเคืองใต้ฝ่าละอองฯ จะได้ช่วยกันรักษาเขตต์แดนบ้านเมือง ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณต่อไป
หนังสือมาณวันพุธขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปี มะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗)
วันศุกร์ขึ้น ๑๑ ค่ำเดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก ได้ส่งตราตอบส่งสำเนาหนังสือบอกเจ้าพระยาธรรมา ให้ขุนวิชิตสงคราม ปลัดกรมอาษาวิเศษซ้ายถือไป เป็นคน ขุนวิชิตสงคราม ๑ พลพาย ๑๐ (รวม) ๑๑ คน เรือยาว ๑๑ วา
{{ลหสค|f3|ฉะบับที่ ๒ <br> หนังสือทงเจญวนเกลี้ยกล่อมชาวไทยภาคอิสาน|120}}
หนังสือทงเจ ขุนนางเมืองเวียดนาม เป็นจงตกเมืองแง่อานเมืองห่าติน ได้จัดแจงบ้านเมืองไพร่พลสะเบียงอาหารทำหนังสือมาประกาศสั่งสอนหัวเมืองลาวทั้งปวงทุกตำบล เดิมไทยหาตั้งอยู่ในยุติธรรมไม่ ไม่มีเหตุไม่มีวิวาท ยกกองทัพมาตีเมืองญวน เบียดเบียนหัวเมืองทั้งปวง ได้สู้รบกับกองทัพญวน กองทัพไทยไปเถิงไหนก็เผาบ้านเผาเมือง กวาด<noinclude></noinclude>
lh09b1uw6ktcohk17xstkvk224k3xhp
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/87
250
92882
301236
2026-10-05T05:28:53Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301236
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๖}}</noinclude>ต้อนเอาครอบครัวผู้คนไปเป็นกำลัง ไปเถิงไหนก็ทำดังนั้นทุกเมือง พวกลาวหลงเชื่อหาทันคิดไม่ เข้าเกลี้ยกล่อมให้ใช้สอย ความรู้ไปเถิงเจ้าเวียดนาม จึงให้ยกทัพใหญ่ลงมาปราบปราม กองทัพญวนยกมาเถิงบ้านเมืองตำบลใด เห็นกองทัพไทยเผาบ้านเผาเรือนเสียสิ้น แล้วเห็นฆ่าลาวล้มตายลำบากเวทนาอยู่เป็นอันมาก ความทราบไปเถิงเจ้าเวียดนาม ก็มีน้ำพระทัยทนสังเวชหาได้ไม่ กองทัพญวนจับลาวได้คนหนึ่งชื่อชูเพีย ซักถามได้ความว่าเป็นคนเมืองมหาชัย กองทัพไทยจับเอาไปได้ มีรับสั่งเวียดนามว่า ชูเพียคนนี้ เป็นคนโง่ หารู้ความว่าไรไม่ หลงเชื่อพวกไทยเกลี้ยกล่อมหาได้คิดร้ายต่อญวนไม่ กรุงเวียดนามใจบุญ มีความเมตตาปล่อยให้ชูเพียกลับไปบ้านเมือง เราเห็นว่าเจ้าเวียดนามเจ้าของเราใจบุญ มีความเมตตาทั่วกัน แต่ก่อนมาหัวเมืองทั้งปวงได้พึ่งบุญ ชื่นชมอยู่เย็นเป็นสุขมาช้านาน ครั้งนี้แต่คนตีทัพจับได้ก็หาเอาโทษไม่ ปล่อยให้กลับไปบ้านเมือง ด้วยมีความเมตตาอย่างนี้ ลาวทั้งปวงจะไม่คิดเห็นจริงหรือ จึงเอาหนังสือประกาศคำสั่งสอน มอบให้ชูเพียกลับมาแจก บอกกล่าวกันให้ทั่วทุก ๆ เมือง เมืองไทยกับเมืองญวน ใหญ่เล็กไม่เหมือนกัน แข็งอ่อนรู้กันไม่ได้ พวกลาวทั้งปวงจะไม่รู้ไม่ได้ยินหรือ บัดนี้พวกไทยไม่ตั้งอยู่ในอย่างธรรมเนียม ก่อเหตุก่อน เทวดามนุษย์ก็ชวนกันโกรธ ทำความอัปราชัยใส่<noinclude></noinclude>
czayzyxj6tw8m9azq5pvalc8yjvr5xo
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/88
250
92883
301237
2026-10-05T05:29:08Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301237
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๗}}</noinclude>ตัวเองแต่ทหารไทยไพร่พลทั้งปวง พวกญวนจับฆ่าเสียบ้าง จมน้ำตายบ้าง หนีตายบ้าง สัก ๑๐,๐๐๐ หนึ่ง เมืองประเทศอื่นทั้งปวงเขารู้เข้า ก็จะหัวร่อประมาทว่า เป็นคนใจโลภ รักแต่จะทำลาย ไปเถิงเมืองไหน ก็เผาบ้านเผาเมืองกวาดต้อนไปให้อยู่แต่แผ่นดินเปล่า ความทั้งนี้พวกลาวก็ย่อมรู้อยู่สิ้น ทำไมจึงมีใจยินดีไปเข้าด้วย เราเห็นว่าจะเป็นด้วยกลัวอำนาจจึงเข้าด้วย ทำไมไม่คิดดูหรือว่าพวกไทยมาเกลี้ยกล่อมเมืองทั้งนั้นเอาแต่อำนาจ มีไทยมาแต่ ๕๐ คน ๗๐ คน ทั้งนายทั้งไพร่ พวกพ้องก็ไม่มากสักเท่าไร เป็นแต่มีชื่อไม่มีตัว เอาแต่พวกที่เกลี้ยกล่อมได้เป็นกำลัง เมืองลาวทั้งปวง ถ้าแม้นจะมาเข้าด้วยกับพวกญวนแล้ว พวกไทยมาจะทำไม่ได้ เดี๋ยวนี้มายอมตัวเป็นชะเลยไทย ก้มหัวให้เขาใช้ มีลูกชายหญิงและข้าวของสิ่งใด ก็จะเป็นของไทยสิ้น พวกลาวจะได้อะไรเป็นลาภของตัวหรือสักเท่าเส้นผมก็ไม่มี ถ้าแม้นกองทัพญวนมารบกับไทย หอกดาบปืนไฟก็จะถึงตัวลาวก่อน พวกลาวทั้งปวงมารับหน้าตายก่อน มิใช่จะตายแต่ตัวคนเดียว ตัวตายแล้วลูกเมียข้าวของอยู่ที่เมืองไทย ก็จะกวาดต้อนเก็บไปสิ้น ทั้งพวกพ้องก็หาเหลือไม่ ได้ความเดือดร้อนน่าเวทนานัก เราได้ยินได้ฟังแล้ว น้ำใจเราทนหาได้ไม่ และได้ความเดือดร้อนแค้นเข็ญทั้งนี้ ก็ย่อมแจ้งอยู่สิ้น ถ้าไปเข้าด้วยไทยซึ่งจะทำผิดต่อไปก็เหมือนหนึ่งละลาภเสีย ไปหาความทุกข์ ละ<noinclude></noinclude>
ttblx7aeb1vop6ravmtvfx31kwneb2t
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/89
250
92884
301238
2026-10-05T05:29:24Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301238
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๘}}</noinclude>ความสุขไปหาความเดือดร้อนใจเห็นชอบแล้วหรือ ภายหลังเมืองญวนจะยกทัพไปตีเมืองลาว ว่าโทษที่เข้ากับไทยทำผิดโทษทั้งนี้จะหาพ้นตัวไม่ เร่งคิดชวนกันกลับใจเสียโดยเร็ว รักษาอย่างธรรมเนียมไว้ให้ดี จะได้คุ้มครองพวกพ้อง เลี้ยงบุตรภรรยาให้เป็นสุข กับที่คิดผิดนั้นใครจะดีกว่า ภายหลังเมืองไทยและเมืองอื่นจะยกมาตี และเกลี้ยกล่อมพวกชาวเจ้าทั้งปวง ถ้าชวนกันรบสู้ไว้ได้ ไม่ต้องให้เขาจับไปเป็นชะเลยจะมิดีนักหนาหรือ ถ้ากำลังสู้รบไม่ได้ ก็ให้หลบหนีไปให้พ้น เขามาไม่พบคน เขาไม่ได้ของ อยู่ไม่นานเขาก็จะกลับไป แล้วก็จะได้กลับเข้ามาอยู่บ้านเมือง ทำมาหากินตามเดิม ก็จะไม่เสียที ทั้งจะได้ความชอบ ถ้าแม้นคิดตามพวกซึ่งทำผิดต่อเหตุต่อการณ์ ก็จะไม่ผิดแต่ตัวที่ตัวเข้าติดบ่วงทุกข์ จะตลอดถึงลูกหลานทุกชั่วไม่หยุด ร้ายดีทั้งนี้ตัวของใครก็คิดใส่ตัวเอง คิดทำตามอย่าให้ผิดหนังสือประกาศสั่งสอน หนังสือให้มาเถิงเมืองเหมราช ท้าวเพียผู้ใหญ่เจ้าเมือง ๔ เมืองมุกดาหาร ท้าวเพียผู้ใหญ่เจ้าเมือง ๓ ฉะบับ เมืองอุบล ท้าวเพียผู้ใหญ่เจ้าเมือง ๓ ฉบับ เมืองยโสธร ท้าวเพียผู้ใหญ่เจ้าเมือง ๓ ฉะบับ เมืองมหาชัย ท้าวเพียผู้ใหญ่เจ้าเมือง ๓ ฉะบับ เข้ากัน ๕ เมืองเป็นหนังสือ ๑๖ ฉะบับ อักษรเรื่องความเหมือนกัน ปิดตราแดง อักษรในดวงตรา ๘ คัว ว่าแง่อาน ห่าติน จงตกกวาน อันแปลออกเป็น<noinclude></noinclude>
62ynuoz8c87melbgbf7xl33p0h5y6lh
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/90
250
92885
301239
2026-10-05T05:29:41Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301239
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๙}}</noinclude>คำไทยว่า ตราจงตกเมืองแง่อาน เมืองห่าติน หนังสือทำมินมาง ๑๕ ปี เดือน ๘ ต้น ขึ้น ๑๕ ค่ำ (วันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘) ต้น หนังสือญวน ๑๖ ฉะบับ อยู่เสมียนตราหมื่นนรา นายเวนกรมท่า
ฉะบับที่ ๓
หนังสือหลวงราชเสนา มหาดไทย
ถึงพระยานครเสียมราบ
หนังสือหลวงราชเสนา มหาดไทย มาเถิงพระยาอภัยสงคราม พระยานครเสียมราบ....ด้วย ฯพณฯ สมุหนายกเจ้าคุณแม่ทัพใหญ่ผู้สำเร็จราชการ....ประสาทสั่งว่า จมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนง เชิญ....ท้องตราพระราชสีห์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ออกมาฉะบับหนึ่งว่า ราชการซึ่ง.........สองอยู่ในท้องตราพระราชสีห์ โปรดให้จมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนง ถือมา และราชการทางเมืองกระพงสวายนั้นบ้านเมืองฝ่ายเราเขตต์แดนต่อกันอยู่จะประมาทไว้ใจมิได้ ให้ตริตรองจงรอบคอบ ช่วยกันรักษาบ้านเมืองเขตต์แดนของสมเด็จพระพุทธเจ้า......ให้เสียท่วงทีกับข้าศึกได้ แล้วให้แต่งกองลาดตระเวน.......ทางบกทางเรือจงสามารถ จับเอาเขมร ญวน จีน ชาวเมืองพนมเป็ญและหัวเมือง..ของเขมรซึ่ง<noinclude></noinclude>
db089vjr10vsgl6u1k3srf30vbt6jya
301288
301239
2026-10-05T06:03:14Z
Vesperstelo
11696
301288
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๙}}</noinclude>คำไทยว่า ตราจงตกเมืองแง่อาน เมืองห่าติน หนังสือทำมินมาง ๑๕ ปี เดือน ๘ ต้น ขึ้น ๑๕ ค่ำ (วันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘) ต้น หนังสือญวน ๑๖ ฉะบับ อยู่เสมียนตราหมื่นนรา นายเวนกรมท่า
{{ลห|f4|ฉะบับที่ ๓ <br> หนังสือหลวงราชเสนามหาดไทย <br> ถึงพระยานครเสียมราบ|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือหลวงราชเสนา มหาดไทย มาเถิงพระยาอภัยสงคราม พระยานครเสียมราบ....ด้วย ฯพณฯ สมุหนายกเจ้าคุณแม่ทัพใหญ่ผู้สำเร็จราชการ....ประสาทสั่งว่า จมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนง เชิญ....ท้องตราพระราชสีห์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ออกมาฉะบับหนึ่งว่า ราชการซึ่ง.........สองอยู่ในท้องตราพระราชสีห์ โปรดให้จมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนง ถือมา และราชการทางเมืองกระพงสวายนั้นบ้านเมืองฝ่ายเราเขตต์แดนต่อกันอยู่จะประมาทไว้ใจมิได้ ให้ตริตรองจงรอบคอบ ช่วยกันรักษาบ้านเมืองเขตต์แดนของสมเด็จพระพุทธเจ้า......ให้เสียท่วงทีกับข้าศึกได้ แล้วให้แต่งกองลาดตระเวน.......ทางบกทางเรือจงสามารถ จับเอาเขมร ญวน จีน ชาวเมืองพนมเป็ญและหัวเมือง..ของเขมรซึ่ง<noinclude></noinclude>
loyq6479hpte5mmnfikl604l4rbw8bv
301367
301288
2026-10-05T10:41:07Z
Vesperstelo
11696
301367
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๓๙}}</noinclude>คำไทยว่า ตราจงตกเมืองแง่อาน เมืองห่าติน หนังสือทำมินมาง ๑๕ ปี เดือน ๘ ต้น ขึ้น ๑๕ ค่ำ (วันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘) ต้น หนังสือญวน ๑๖ ฉะบับ อยู่เสมียนตราหมื่นนรา นายเวนกรมท่า
{{ลหสค|f4|ฉะบับที่ ๓ <br> หนังสือหลวงราชเสนามหาดไทย <br> ถึงพระยานครเสียมราบ|120}}
หนังสือหลวงราชเสนา มหาดไทย มาเถิงพระยาอภัยสงคราม พระยานครเสียมราบ....ด้วย ฯพณฯ สมุหนายกเจ้าคุณแม่ทัพใหญ่ผู้สำเร็จราชการ....ประสาทสั่งว่า จมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนง เชิญ....ท้องตราพระราชสีห์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ออกมาฉะบับหนึ่งว่า ราชการซึ่ง.........สองอยู่ในท้องตราพระราชสีห์ โปรดให้จมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนง ถือมา และราชการทางเมืองกระพงสวายนั้นบ้านเมืองฝ่ายเราเขตต์แดนต่อกันอยู่จะประมาทไว้ใจมิได้ ให้ตริตรองจงรอบคอบ ช่วยกันรักษาบ้านเมืองเขตต์แดนของสมเด็จพระพุทธเจ้า......ให้เสียท่วงทีกับข้าศึกได้ แล้วให้แต่งกองลาดตระเวน.......ทางบกทางเรือจงสามารถ จับเอาเขมร ญวน จีน ชาวเมืองพนมเป็ญและหัวเมือง..ของเขมรซึ่ง<noinclude></noinclude>
2mibmtk6c0dbyr3m1l0rvpqmp3o3pto
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/91
250
92886
301240
2026-10-05T05:30:54Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301240
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๐}}</noinclude>ไปมาหากินและมาตระเวน จับเอาตัวมาสืบสวนราชการให้จงได้ กระทำให้ถูกต้องตามท้องตราพระราชสีห์ซึ่งโปรดเกล้าฯ ออกมาจงทุกประการ
ได้มอบ ปืนใหญ่กระสุน ๒ นิ้วกึ่ง ๒ กระบอก ปืนใหญ่กระสุน ๓ นิ้วกึ่ง ๑๒ บอก ปืนหลักกระสุน ๒ นิ้ว ๓ บอก ปืนหามแล่นกระสุนนิ้วกึ่ง ๓๐ กระบอก (รวมเป็น ๕๗ บอก)
ได้มอบกระสุน ๒ นิ้วกึ่ง ๒๐๐ กระสุน กระสุน ๓ นิ้วกึ่ง ๑๒๐๐ กระสุน ๒ นิ้ว ๓๐๐ กระสุนนิ้วกึ่ง ๔๐๐๐ กระสุนคาบศิลา ๒๐๐๐๐ (รวมเป็น, ๒๕๗๐๐)
ดินดำ ๑๐ผาน ๒๐๐ อัน กะทะใบบัวขนาดกลางหุงดิน ๖ ใบ ออกมาไว้สำหรับ...นครเสียมราบ ให้นายทองสุข บุตรพระยาลครเสียมราบคุมมาด้วยแล้ว
หนังสือมาณวันเสาร์ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗)
วันเสาร์แรม ๔ ค่ำ เดือน ๖ เพลา ๓ ทุ่มได้ส่งสำเนาท้องตราให้นายสุขบุตรพระยา.... (นครเสียมราบ) .....
ฉะบับที่ ๔
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
ถึงเจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอิน อินทรกำแหง)
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิงเจ้าพระ<noinclude></noinclude>
50u5s4ikmnkxies8y07dzdo59u9limt
301289
301240
2026-10-05T06:06:16Z
Vesperstelo
11696
301289
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๐}}</noinclude>ไปมาหากินและมาตระเวน จับเอาตัวมาสืบสวนราชการให้จงได้ กระทำให้ถูกต้องตามท้องตราพระราชสีห์ซึ่งโปรดเกล้าฯ ออกมาจงทุกประการ
ได้มอบ ปืนใหญ่กระสุน ๒ นิ้วกึ่ง ๒ กระบอก ปืนใหญ่กระสุน ๓ นิ้วกึ่ง ๑๒ บอก ปืนหลักกระสุน ๒ นิ้ว ๓ บอก ปืนหามแล่นกระสุนนิ้วกึ่ง ๓๐ กระบอก (รวมเป็น ๕๗ บอก)
ได้มอบกระสุน ๒ นิ้วกึ่ง ๒๐๐ กระสุน กระสุน ๓ นิ้วกึ่ง ๑๒๐๐ กระสุน ๒ นิ้ว ๓๐๐ กระสุนนิ้วกึ่ง ๔๐๐๐ กระสุนคาบศิลา ๒๐๐๐๐ (รวมเป็น, ๒๕๗๐๐)
ดินดำ ๑๐ผาน ๒๐๐ อัน กะทะใบบัวขนาดกลางหุงดิน ๖ ใบ ออกมาไว้สำหรับ...นครเสียมราบ ให้นายทองสุข บุตรพระยาลครเสียมราบคุมมาด้วยแล้ว
หนังสือมาณวันเสาร์ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗)
วันเสาร์แรม ๔ ค่ำ เดือน ๖ เพลา ๓ ทุ่มได้ส่งสำเนาท้องตราให้นายสุขบุตรพระยา.... (นครเสียมราบ) .....
{{ลห|f5|ฉะบับที่ ๔ <br> หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> ถึงเจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอิน อินทรกำแหง)|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิงเจ้าพระ<noinclude></noinclude>
cleh2caaoylzi7h1ihq03ii9x8jephp
301366
301289
2026-10-05T10:40:57Z
Vesperstelo
11696
301366
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๐}}</noinclude>ไปมาหากินและมาตระเวน จับเอาตัวมาสืบสวนราชการให้จงได้ กระทำให้ถูกต้องตามท้องตราพระราชสีห์ซึ่งโปรดเกล้าฯ ออกมาจงทุกประการ
ได้มอบ ปืนใหญ่กระสุน ๒ นิ้วกึ่ง ๒ กระบอก ปืนใหญ่กระสุน ๓ นิ้วกึ่ง ๑๒ บอก ปืนหลักกระสุน ๒ นิ้ว ๓ บอก ปืนหามแล่นกระสุนนิ้วกึ่ง ๓๐ กระบอก (รวมเป็น ๕๗ บอก)
ได้มอบกระสุน ๒ นิ้วกึ่ง ๒๐๐ กระสุน กระสุน ๓ นิ้วกึ่ง ๑๒๐๐ กระสุน ๒ นิ้ว ๓๐๐ กระสุนนิ้วกึ่ง ๔๐๐๐ กระสุนคาบศิลา ๒๐๐๐๐ (รวมเป็น, ๒๕๗๐๐)
ดินดำ ๑๐ผาน ๒๐๐ อัน กะทะใบบัวขนาดกลางหุงดิน ๖ ใบ ออกมาไว้สำหรับ...นครเสียมราบ ให้นายทองสุข บุตรพระยาลครเสียมราบคุมมาด้วยแล้ว
หนังสือมาณวันเสาร์ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗)
วันเสาร์แรม ๔ ค่ำ เดือน ๖ เพลา ๓ ทุ่มได้ส่งสำเนาท้องตราให้นายสุขบุตรพระยา.... (นครเสียมราบ) .....
{{ลหสค|f5|ฉะบับที่ ๔ <br> หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> ถึงเจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอิน อินทรกำแหง)|120}}
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิงเจ้าพระ<noinclude></noinclude>
l3m725lkfte14xgm0jofyuqn5b0i6dm
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/92
250
92887
301241
2026-10-05T05:31:13Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301241
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๑}}</noinclude>ยานครราชสีมาด้วยเจ้าพระยานครราชสีมาบอกหนังสือให้ขุนเทพนารายณ์ถือมาแจ้งราชการว่า เจ้าพระยานครราชสีมายกขึ้นไปเถิงเมืองนางรองณวันขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก หลวงสุริยามาตย์บอกข้อราชการมาว่า พระยาศรีราชเดโช พระยาบำเรอภักดิ์ พระยาทัศฏาจัตุรงค์ กวาดครอบครัวทางเมืองสมบุกเมืองสมบูรณ์ มาตั้งอยู่ณเมืองอุบล เมืองป่าศักดิ์นั้น ฝ่ายพระยาศรีราชเดโช พระยาบำเรอศักดิ์ พระยาทัศฏาจัตุรงค์...บอกข้าราชการไปณเมืองปัตบอง ข้อราชการก็ถูกต้องกันอยู่
อนึ่งอยู่ณวันแรม ๒ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย ฉอศก จมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนงค์ เชิญท้องตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ ออกมาฉะบับหนึ่ง ใจความ... อยู่ในท้องตราพระราชสีห์ที่จมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนงค์ ถือมา และราชการทางเมืองโพธิสัตว์นั้น ได้จัดให้ จมื่นสมุหพิมาน พระพลหลวงศรีสิทธิสงคราม นายไพร่ ๑๐๐๐ เศษยกไปตีครัวป่ากระ...ณวันแรม ๔ ค่ำ เดือน ๖ เราก็จะยกหนุนออกไปตั้งอยู่ ด่านสมอแกร จะแต่งกองแยกกันออกไปตีจับชาวด่านแขวงเมืองโพธิสัตว์ยั่วเย้าให้รวบรวมตั้งตัวทำไร่นาได้ และราชการทางเมืองเขมรนั้นให้เจ้าพระยานครราชสีมาตริตรองไว้ จะได้ช่วยกันฉลองพระเดชพระคุณกระทำศึกสงครามต่อไปข้างหน้า กับการสะเบียงอาหารที่จะเลี้ยงกองทัพนั้น ให้เจ้าพระยานครราชสีมา<noinclude></noinclude>
iqs7euxdbttm9lmo1p35x0c3sepoeup
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/93
250
92888
301242
2026-10-05T05:31:59Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301242
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๒}}</noinclude>เร่งจัดแจงส่งข้าวลง..ให้ทัน กองทัพที่อยู่รักษาเมืองปัตบองก็ฝืดเคืองอยู่ ถ้าส่ง...อาหารทันท่วงทีก็จะได้เป็นกำลังราชการ ความชอบของเจ้าพระยานครราชสีมาก็จะมีอยู่เป็นอันมาก
หนังสือมาณวันจันทร์แรม ๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗)
วันจันทร์แรม ๕ ค่ำ เดือน ๖ ขุนเทพเสนาเมืองนางรองถือไป
ฉะบับที่ ๕
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
ถึงเจ้าองค์อิ่ม , เจ้าองค์ด้วง , พระองค์แก้ว
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก แม่ทัพใหญ่ มาเถิงเจ้าองค์อิ่ม, เจ้าองค์ด้วง, พระองค์แก้ว ด้วยจมื่นบริรักษ์ ขุนนาถจำนง ถือตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ มาว่า นายทัพ นายกอง ทางชเลได้ครัวญวนส่งเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวาย โปรดให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ณบางโพ จะจัดให้เป็นกองทหารปืนใหญ่ไว้สำหรับการศึกสงคราม และมีผู้เข้าไปแจ้งความให้พระยาศรีสหเทพกราบทูลพระกรุณาว่า เจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วง พระองค์แก้ว กับนายทัพนายกอง ทางบกได้ครัวญวนมามากอยู่นั้น ห้ามอย่าให้นายทัพนายกอง เอา<noinclude></noinclude>
s7dq2tupmnm5emw3l10th2fnh9byunz
301290
301242
2026-10-05T06:07:04Z
Vesperstelo
11696
301290
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๒}}</noinclude>เร่งจัดแจงส่งข้าวลง..ให้ทัน กองทัพที่อยู่รักษาเมืองปัตบองก็ฝืดเคืองอยู่ ถ้าส่ง...อาหารทันท่วงทีก็จะได้เป็นกำลังราชการ ความชอบของเจ้าพระยานครราชสีมาก็จะมีอยู่เป็นอันมาก
หนังสือมาณวันจันทร์แรม ๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗)
วันจันทร์แรม ๕ ค่ำ เดือน ๖ ขุนเทพเสนาเมืองนางรองถือไป
{{ลห|f6|ฉะบับที่ ๕ <br> หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> ถึงเจ้าองค์อิ่ม, เจ้าองค์ด้วง, พระองค์แก้ว|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก แม่ทัพใหญ่ มาเถิงเจ้าองค์อิ่ม, เจ้าองค์ด้วง, พระองค์แก้ว ด้วยจมื่นบริรักษ์ ขุนนาถจำนง ถือตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ มาว่า นายทัพ นายกอง ทางชเลได้ครัวญวนส่งเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวาย โปรดให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ณบางโพ จะจัดให้เป็นกองทหารปืนใหญ่ไว้สำหรับการศึกสงคราม และมีผู้เข้าไปแจ้งความให้พระยาศรีสหเทพกราบทูลพระกรุณาว่า เจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วง พระองค์แก้ว กับนายทัพนายกอง ทางบกได้ครัวญวนมามากอยู่นั้น ห้ามอย่าให้นายทัพนายกอง เอา<noinclude></noinclude>
1ev6xmip4jiyqv5yyxztejq91ez9yys
301365
301290
2026-10-05T10:40:48Z
Vesperstelo
11696
301365
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๒}}</noinclude>เร่งจัดแจงส่งข้าวลง..ให้ทัน กองทัพที่อยู่รักษาเมืองปัตบองก็ฝืดเคืองอยู่ ถ้าส่ง...อาหารทันท่วงทีก็จะได้เป็นกำลังราชการ ความชอบของเจ้าพระยานครราชสีมาก็จะมีอยู่เป็นอันมาก
หนังสือมาณวันจันทร์แรม ๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗)
วันจันทร์แรม ๕ ค่ำ เดือน ๖ ขุนเทพเสนาเมืองนางรองถือไป
{{ลหสค|f6|ฉะบับที่ ๕ <br> หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> ถึงเจ้าองค์อิ่ม, เจ้าองค์ด้วง, พระองค์แก้ว|120}}
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก แม่ทัพใหญ่ มาเถิงเจ้าองค์อิ่ม, เจ้าองค์ด้วง, พระองค์แก้ว ด้วยจมื่นบริรักษ์ ขุนนาถจำนง ถือตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ มาว่า นายทัพ นายกอง ทางชเลได้ครัวญวนส่งเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวาย โปรดให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ณบางโพ จะจัดให้เป็นกองทหารปืนใหญ่ไว้สำหรับการศึกสงคราม และมีผู้เข้าไปแจ้งความให้พระยาศรีสหเทพกราบทูลพระกรุณาว่า เจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วง พระองค์แก้ว กับนายทัพนายกอง ทางบกได้ครัวญวนมามากอยู่นั้น ห้ามอย่าให้นายทัพนายกอง เอา<noinclude></noinclude>
krhtlw457hc6b12ed9vs1zporouj50m
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/94
250
92889
301243
2026-10-05T05:32:15Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301243
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๓}}</noinclude>ครัวญวนเหล่านี้ไว้แต่คนหนึ่งได้ จึงให้จมื่นศรีบริรักษ์ ให้ขุนนาถจำนงค์ ให้พระยาวิเศษสุนทร ถือตรามาชำระครัวญวนซึ่งตกอยู่ตามหัวเมือง ถ้าครัวญวนตกอยู่ที่เมืองใดก็ให้......เจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วงเจ้าเมืองกรมการ แต่งคนคุมออกไปณเมืองปัตบอง จะได้บอกส่งเข้าไปณกรุงเทพฯ
หนังสือมาณวันพุธ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗)
ณ วันพุธแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ เพลา ๕ โมงเย็น ได้ส่งตราให้ขุนนาถจำนงค์ถือไป มงคลบุรี ๑ สวายจิต ๑
ฉะบับที่ ๖
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
ถึงพระยาราชนิกุล, พระยาพิชัยสงคราม
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก แม่ทัพใหญ่มาเถิงพระยาราชนิกุล พระยาพิชัยสงคราม พระยาอภัยสงคราม พระยานครเสียมราบ ด้วยจมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนงค์ ถือตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ มาว่า นายทัพนายกอง ทางชเลได้ครัวญวนส่งเข้าทูลเกล้าฯ ถวาย โปรดให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ณบางโพ จะจัดให้เป็นกองทหารปืนใหญ่ไว้สำหรับราชการศึกสงคราม มีผู้เข้าไปแจ้งความให้พระยา<noinclude></noinclude>
0dyatjkk4v08g80m7qi4twv6ulkpn84
301291
301243
2026-10-05T06:07:48Z
Vesperstelo
11696
301291
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๓}}</noinclude>ครัวญวนเหล่านี้ไว้แต่คนหนึ่งได้ จึงให้จมื่นศรีบริรักษ์ ให้ขุนนาถจำนงค์ ให้พระยาวิเศษสุนทร ถือตรามาชำระครัวญวนซึ่งตกอยู่ตามหัวเมือง ถ้าครัวญวนตกอยู่ที่เมืองใดก็ให้......เจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วงเจ้าเมืองกรมการ แต่งคนคุมออกไปณเมืองปัตบอง จะได้บอกส่งเข้าไปณกรุงเทพฯ
หนังสือมาณวันพุธ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗)
ณ วันพุธแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ เพลา ๕ โมงเย็น ได้ส่งตราให้ขุนนาถจำนงค์ถือไป มงคลบุรี ๑ สวายจิต ๑
{{ลห|f7|ฉะบับที่ ๖ <br> หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> ถึงพระยาราชนิกุล, พระยาพิชัยสงคราม|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก แม่ทัพใหญ่มาเถิงพระยาราชนิกุล พระยาพิชัยสงคราม พระยาอภัยสงคราม พระยานครเสียมราบ ด้วยจมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนงค์ ถือตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ มาว่า นายทัพนายกอง ทางชเลได้ครัวญวนส่งเข้าทูลเกล้าฯ ถวาย โปรดให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ณบางโพ จะจัดให้เป็นกองทหารปืนใหญ่ไว้สำหรับราชการศึกสงคราม มีผู้เข้าไปแจ้งความให้พระยา<noinclude></noinclude>
ilot83r8bh22du2xn405ugf49iextqg
301364
301291
2026-10-05T10:40:40Z
Vesperstelo
11696
301364
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๓}}</noinclude>ครัวญวนเหล่านี้ไว้แต่คนหนึ่งได้ จึงให้จมื่นศรีบริรักษ์ ให้ขุนนาถจำนงค์ ให้พระยาวิเศษสุนทร ถือตรามาชำระครัวญวนซึ่งตกอยู่ตามหัวเมือง ถ้าครัวญวนตกอยู่ที่เมืองใดก็ให้......เจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วงเจ้าเมืองกรมการ แต่งคนคุมออกไปณเมืองปัตบอง จะได้บอกส่งเข้าไปณกรุงเทพฯ
หนังสือมาณวันพุธ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗)
ณ วันพุธแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ เพลา ๕ โมงเย็น ได้ส่งตราให้ขุนนาถจำนงค์ถือไป มงคลบุรี ๑ สวายจิต ๑
{{ลหสค|f7|ฉะบับที่ ๖ <br> หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> ถึงพระยาราชนิกุล, พระยาพิชัยสงคราม|120}}
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก แม่ทัพใหญ่มาเถิงพระยาราชนิกุล พระยาพิชัยสงคราม พระยาอภัยสงคราม พระยานครเสียมราบ ด้วยจมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนงค์ ถือตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ มาว่า นายทัพนายกอง ทางชเลได้ครัวญวนส่งเข้าทูลเกล้าฯ ถวาย โปรดให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ณบางโพ จะจัดให้เป็นกองทหารปืนใหญ่ไว้สำหรับราชการศึกสงคราม มีผู้เข้าไปแจ้งความให้พระยา<noinclude></noinclude>
k7ugf0l76wf3z97e2dxz7siyktiotgd
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/95
250
92890
301244
2026-10-05T05:32:35Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301244
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๔}}</noinclude>ศรีสหเทพกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า นายทัพนายกอง ทางเมืองลครเสียมราบได้ครัวญวนมามากอยู่นั้น ห้ามอย่าให้นายทัพนายกอง พระยาพระเขมร เบียดบังเอาครอบครัวญวนเหล่านี้ไว้แต่คนหนึ่งได้
อนึ่งให้จมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนงค์ พระยาวิเศษสุนทร ถือตรามาชำระครัวญวนซึ่งตกอยู่ตามหัวเมือง ถ้าครัวญวนตกอยู่ที่เมืองใดให้ข้าหลวง เจ้าเมือง กรมการ แต่งคนคุมเข้าไปส่งณเมืองปัตบองให้สิ้น อย่าให้ปิดบังอำพรางไว้แต่คนหนึ่งได้เป็นอันขาด
อนึ่งครัวเขมรซึ่งนายทัพนายกองกวาดได้มานั้น ถ้าเป็นครัวเขมรใหม่ ก็ให้แต่งคนคุมเข้าไปส่งณเมืองปัตบอง จะได้บอกส่งเข้าไปณกรุงเทพฯ ถ้าได้มาเป็นครัวเดิม เมืองสุรินทร์ เมืองสังฆะ เมืองขุขันธ์ เมืองศรีษะเกษ ก็ให้มอบให้มูนนายคุมไป...เมืองตามเดิมให้สิ้น
หนังสือมาณวันพุธแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗)
วันพุธแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ เพลา ๕ โมงเย็น ได้ส่งตราให้ขุนนาถจำนงค์ถือไป
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
1k5vjec7wy75thciypvbkt0c783gu87
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/96
250
92891
301245
2026-10-05T05:32:56Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301245
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๕}}</noinclude>ฉะบับที่ ๗
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
ถึงพระยาจ่าแสน, พระยาณรงค์พิชัย,
พระยาปราจินบุรี
หนังเสือเจ้าพระบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิงพระยาจ่าแสนบดี พระยาณรงคพิชัย พระยาปราจิน ด้วยจมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนงค์ ถือตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ ออกไปฉะบับหนึ่งว่า นายทัพนายกองทางชเล ได้ครัวญวนส่งเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวาย โปรดให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ณบางโพ จะจัดให้เป็นกองทหารปืนใหญ่ไว้สำหรับการศึกสงคราม และมีผู้ไปแจ้งความพระยาศรีสหเทพกราบทูลพระกรุณาว่า นายทัพนายกองทางบก ได้ครัวญวนมามากอยู่ ให้ชำระครัวญวนส่งเข้าไปเป็นหลวงให้สิ้น ห้ามอย่าให้ผู้ใดเอาไว้แต่คนหนึ่งได้ถ้าพระยาจ่าแสนบดี พระยาปราจิน พระยาณรงควิชัย นายทัพนายกองได้ญวนมาเท่าใด ก็ให้ส่งเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวายให้สิ้นและให้พระยาปราจินคอยตรวจตราดูผู้ใดจะได้ญวนเข้าไป ก็ให้พระยาปราจินชักเอาญวนบอกส่งเข้าไปณกรุงเทพฯ และครัวญวนซึ่งพระยาจ่าแสนบดีให้นั้น ก็ให้ส่งเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวายด้วย บุตรชายญวน ๑๑ คนนั้นก็จะส่งเข้าไปภายหลังจะได้อยู่ให้พร้อมมูลกัน ถ้าพระยาณรงควิชัย พระยาจ่าแสน<noinclude></noinclude>
tbxy29ptqr1kmpvtfxkb9wcm1higxin
301292
301245
2026-10-05T06:08:21Z
Vesperstelo
11696
301292
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๕}}</noinclude>{{ลห|f8|ฉะบับที่ ๗ <br> หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> ถึงพระยาจ่าแสน, พระยาณรงค์พิชัย, <br> พระยาปราจินบุรี|120}}
{{สต|7em}}
หนังเสือเจ้าพระบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิงพระยาจ่าแสนบดี พระยาณรงคพิชัย พระยาปราจิน ด้วยจมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนงค์ ถือตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ ออกไปฉะบับหนึ่งว่า นายทัพนายกองทางชเล ได้ครัวญวนส่งเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวาย โปรดให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ณบางโพ จะจัดให้เป็นกองทหารปืนใหญ่ไว้สำหรับการศึกสงคราม และมีผู้ไปแจ้งความพระยาศรีสหเทพกราบทูลพระกรุณาว่า นายทัพนายกองทางบก ได้ครัวญวนมามากอยู่ ให้ชำระครัวญวนส่งเข้าไปเป็นหลวงให้สิ้น ห้ามอย่าให้ผู้ใดเอาไว้แต่คนหนึ่งได้ถ้าพระยาจ่าแสนบดี พระยาปราจิน พระยาณรงควิชัย นายทัพนายกองได้ญวนมาเท่าใด ก็ให้ส่งเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวายให้สิ้นและให้พระยาปราจินคอยตรวจตราดูผู้ใดจะได้ญวนเข้าไป ก็ให้พระยาปราจินชักเอาญวนบอกส่งเข้าไปณกรุงเทพฯ และครัวญวนซึ่งพระยาจ่าแสนบดีให้นั้น ก็ให้ส่งเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวายด้วย บุตรชายญวน ๑๑ คนนั้นก็จะส่งเข้าไปภายหลังจะได้อยู่ให้พร้อมมูลกัน ถ้าพระยาณรงควิชัย พระยาจ่าแสน<noinclude></noinclude>
qw59os846e5ecykwsilqefyanw5l92r
301363
301292
2026-10-05T10:40:32Z
Vesperstelo
11696
301363
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๕}}</noinclude>{{ลหสค|f8|ฉะบับที่ ๗ <br> หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> ถึงพระยาจ่าแสน, พระยาณรงค์พิชัย, <br> พระยาปราจินบุรี|120}}
หนังเสือเจ้าพระบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิงพระยาจ่าแสนบดี พระยาณรงคพิชัย พระยาปราจิน ด้วยจมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนงค์ ถือตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ ออกไปฉะบับหนึ่งว่า นายทัพนายกองทางชเล ได้ครัวญวนส่งเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวาย โปรดให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ณบางโพ จะจัดให้เป็นกองทหารปืนใหญ่ไว้สำหรับการศึกสงคราม และมีผู้ไปแจ้งความพระยาศรีสหเทพกราบทูลพระกรุณาว่า นายทัพนายกองทางบก ได้ครัวญวนมามากอยู่ ให้ชำระครัวญวนส่งเข้าไปเป็นหลวงให้สิ้น ห้ามอย่าให้ผู้ใดเอาไว้แต่คนหนึ่งได้ถ้าพระยาจ่าแสนบดี พระยาปราจิน พระยาณรงควิชัย นายทัพนายกองได้ญวนมาเท่าใด ก็ให้ส่งเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวายให้สิ้นและให้พระยาปราจินคอยตรวจตราดูผู้ใดจะได้ญวนเข้าไป ก็ให้พระยาปราจินชักเอาญวนบอกส่งเข้าไปณกรุงเทพฯ และครัวญวนซึ่งพระยาจ่าแสนบดีให้นั้น ก็ให้ส่งเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวายด้วย บุตรชายญวน ๑๑ คนนั้นก็จะส่งเข้าไปภายหลังจะได้อยู่ให้พร้อมมูลกัน ถ้าพระยาณรงควิชัย พระยาจ่าแสน<noinclude></noinclude>
srvhf2wmvvanet584vvn8wt20rt0jn2
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/97
250
92892
301246
2026-10-05T05:33:23Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301246
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๖}}</noinclude>บดี พระยาปราจิน จัดแจงครัวญวนส่งเข้าไปถวายได้เท่าใดให้บอกไปให้แจ้ง
หนังสือมาณวันพุธ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗) วันพุธแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ เพลาเช้า ๕ โมง ได้ส่งต้นหนังสือนี้ให้พระพิทักษ์บดินทร์ถือไปแล้ว
ฉะบับที่ ๘
ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิงพระยามหาอำมาตย์ ให้นำขึ้นกราบบังคม ทูลพระกรุณาให้ทราบใต้ฝ่าละอองฯ ด้วยครัวเมืองโพธิสัตว์เข้ามาแต่ครั้งพระยาสังคโลก เป็นสมัครพรรคพวกญาติพี่น้องพระยาวงศานุชิตค้างอยู่ เมืองปัตบองเป็นคน ชายฉกรรจ์ ๑ ครัว ๑๙ เป็น ๒๐ ค้างอยู่เมืองอรัญเป็นคนชายฉกรรจ์ ๒ ครัว ๔ เป็น ๖ (รวมเป็น) ๒๖ คน พระยาวงศานุชิต ขอรับพระราชทานเอาเข้าไปไว้ณเมืองราชบุรีให้พร้อมมูลกัน ได้ให้พระยาวงศานุชิตคุมครัวชายฉกรรจ์ ๓ คุมครัวชายหญิงใหญ่น้อย ๒๓ (รวมเป็น) ๒๖ คนเข้ามาด้วยแล้ว
หนังสือมาณวันพฤหัสบดี แรม ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
64mnk6tcs7jzrr8knj6ofzv40lz6tx2
301296
301246
2026-10-05T06:12:30Z
Vesperstelo
11696
301296
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๖}}</noinclude>บดี พระยาปราจิน จัดแจงครัวญวนส่งเข้าไปถวายได้เท่าใดให้บอกไปให้แจ้ง
หนังสือมาณวันพุธ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗) วันพุธแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ เพลาเช้า ๕ โมง ได้ส่งต้นหนังสือนี้ให้พระพิทักษ์บดินทร์ถือไปแล้ว
{{ลห|f9|ฉะบับที่ ๘ <br> ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิงพระยามหาอำมาตย์ ให้นำขึ้นกราบบังคม ทูลพระกรุณาให้ทราบใต้ฝ่าละอองฯ ด้วยครัวเมืองโพธิสัตว์เข้ามาแต่ครั้งพระยาสังคโลก เป็นสมัครพรรคพวกญาติพี่น้องพระยาวงศานุชิตค้างอยู่ เมืองปัตบองเป็นคน ชายฉกรรจ์ ๑ ครัว ๑๙ เป็น ๒๐ ค้างอยู่เมืองอรัญเป็นคนชายฉกรรจ์ ๒ ครัว ๔ เป็น ๖ (รวมเป็น) ๒๖ คน พระยาวงศานุชิต ขอรับพระราชทานเอาเข้าไปไว้ณเมืองราชบุรีให้พร้อมมูลกัน ได้ให้พระยาวงศานุชิตคุมครัวชายฉกรรจ์ ๓ คุมครัวชายหญิงใหญ่น้อย ๒๓ (รวมเป็น) ๒๖ คนเข้ามาด้วยแล้ว
หนังสือมาณวันพฤหัสบดี แรม ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
kf1e3mkap23khepkg6mgmwws4hl89u3
301362
301296
2026-10-05T10:40:25Z
Vesperstelo
11696
301362
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๖}}</noinclude>บดี พระยาปราจิน จัดแจงครัวญวนส่งเข้าไปถวายได้เท่าใดให้บอกไปให้แจ้ง
หนังสือมาณวันพุธ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗) วันพุธแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ เพลาเช้า ๕ โมง ได้ส่งต้นหนังสือนี้ให้พระพิทักษ์บดินทร์ถือไปแล้ว
{{ลหสค|f9|ฉะบับที่ ๘ <br> ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|120}}
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิงพระยามหาอำมาตย์ ให้นำขึ้นกราบบังคม ทูลพระกรุณาให้ทราบใต้ฝ่าละอองฯ ด้วยครัวเมืองโพธิสัตว์เข้ามาแต่ครั้งพระยาสังคโลก เป็นสมัครพรรคพวกญาติพี่น้องพระยาวงศานุชิตค้างอยู่ เมืองปัตบองเป็นคน ชายฉกรรจ์ ๑ ครัว ๑๙ เป็น ๒๐ ค้างอยู่เมืองอรัญเป็นคนชายฉกรรจ์ ๒ ครัว ๔ เป็น ๖ (รวมเป็น) ๒๖ คน พระยาวงศานุชิต ขอรับพระราชทานเอาเข้าไปไว้ณเมืองราชบุรีให้พร้อมมูลกัน ได้ให้พระยาวงศานุชิตคุมครัวชายฉกรรจ์ ๓ คุมครัวชายหญิงใหญ่น้อย ๒๓ (รวมเป็น) ๒๖ คนเข้ามาด้วยแล้ว
หนังสือมาณวันพฤหัสบดี แรม ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
rxafjpx0vrjwfxyn5ol71kzeseza4ca
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/98
250
92893
301247
2026-10-05T05:34:03Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301247
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๗}}</noinclude>วันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำ เดือน ๖ เพลาเช้า ๓ โมง ได้ส่งหนังสือบอกให้พระพิพิธ...............ถือไป
ฉะบับที่ ๙
หนังสือเจ้าพระยาบดินบทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
ถึงพระยาศรีสหเทพ
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิงพระยาศรีสหเทพ ด้วยแต่งให้หมื่นจงอักษรคุมเอาของกิน ๕๐ ชะลอมออกไปนั้นขอบใจอยู่แล้ว การของกินอาหารนั้นอย่าให้ส่งเสียเป็นธุระอีกเลย เถิงจะบรรทุกเกวียนไปเท่าใดก็หาพอไม่ด้วยนายทัพนายกองมาก ต้องเจือจานไปทุกแห่ง เป็นนิสสัยไปราชการทัพก็ต้องอดอยากเป็นธรรมดา ให้พระยาศรีสหเทพตั้งใจแต่ที่ตรงราชการ กับให้บอกกระแสพระราชดำริออกไปให้รู้เนือง ๆ จะได้ฉลองพระเดชพระคุณให้ถูกกับพระราชดำริกับที่การวัดจักรวรรดิ์ราชาวาสนั้น จะขัดสนไปก็ให้เอาเป็นธุระหาไปส่งให้บ้าง ให้ทันการด้วย จะได้เป็นกองการกุศลสืบไป
หนังสือมาณวันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำเดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก วันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำเดือน ๖ เพลาเช้า ๓ โมง ได้ส่งหนังสือบอกให้หมื่นจงอักษรถือไปฯ
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
kxuk9zcfak8w8fyvek68sr7rffz3tnp
301295
301247
2026-10-05T06:12:00Z
Vesperstelo
11696
301295
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๗}}</noinclude>วันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำ เดือน ๖ เพลาเช้า ๓ โมง ได้ส่งหนังสือบอกให้พระพิพิธ...............ถือไป
{{ลห|f10|ฉะบับที่ ๙ <br> หนังสือเจ้าพระยาบดินบทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> ถึงพระยาศรีสหเทพ|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิงพระยาศรีสหเทพ ด้วยแต่งให้หมื่นจงอักษรคุมเอาของกิน ๕๐ ชะลอมออกไปนั้นขอบใจอยู่แล้ว การของกินอาหารนั้นอย่าให้ส่งเสียเป็นธุระอีกเลย เถิงจะบรรทุกเกวียนไปเท่าใดก็หาพอไม่ด้วยนายทัพนายกองมาก ต้องเจือจานไปทุกแห่ง เป็นนิสสัยไปราชการทัพก็ต้องอดอยากเป็นธรรมดา ให้พระยาศรีสหเทพตั้งใจแต่ที่ตรงราชการ กับให้บอกกระแสพระราชดำริออกไปให้รู้เนือง ๆ จะได้ฉลองพระเดชพระคุณให้ถูกกับพระราชดำริกับที่การวัดจักรวรรดิ์ราชาวาสนั้น จะขัดสนไปก็ให้เอาเป็นธุระหาไปส่งให้บ้าง ให้ทันการด้วย จะได้เป็นกองการกุศลสืบไป
หนังสือมาณวันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำเดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก วันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำเดือน ๖ เพลาเช้า ๓ โมง ได้ส่งหนังสือบอกให้หมื่นจงอักษรถือไปฯ
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
83uf9synjq6xjqehwmi0kplq38s0zet
301361
301295
2026-10-05T10:40:15Z
Vesperstelo
11696
301361
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๗}}</noinclude>วันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำ เดือน ๖ เพลาเช้า ๓ โมง ได้ส่งหนังสือบอกให้พระพิพิธ...............ถือไป
{{ลหสค|f10|ฉะบับที่ ๙ <br> หนังสือเจ้าพระยาบดินบทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> ถึงพระยาศรีสหเทพ|120}}
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิงพระยาศรีสหเทพ ด้วยแต่งให้หมื่นจงอักษรคุมเอาของกิน ๕๐ ชะลอมออกไปนั้นขอบใจอยู่แล้ว การของกินอาหารนั้นอย่าให้ส่งเสียเป็นธุระอีกเลย เถิงจะบรรทุกเกวียนไปเท่าใดก็หาพอไม่ด้วยนายทัพนายกองมาก ต้องเจือจานไปทุกแห่ง เป็นนิสสัยไปราชการทัพก็ต้องอดอยากเป็นธรรมดา ให้พระยาศรีสหเทพตั้งใจแต่ที่ตรงราชการ กับให้บอกกระแสพระราชดำริออกไปให้รู้เนือง ๆ จะได้ฉลองพระเดชพระคุณให้ถูกกับพระราชดำริกับที่การวัดจักรวรรดิ์ราชาวาสนั้น จะขัดสนไปก็ให้เอาเป็นธุระหาไปส่งให้บ้าง ให้ทันการด้วย จะได้เป็นกองการกุศลสืบไป
หนังสือมาณวันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำเดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก วันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำเดือน ๖ เพลาเช้า ๓ โมง ได้ส่งหนังสือบอกให้หมื่นจงอักษรถือไปฯ
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
srswlydvg6xrs20ie6pmlajooehgzqh
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/99
250
92894
301248
2026-10-05T05:35:14Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301248
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๘}}</noinclude>ฉะบับที่ ๑๐
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
ถึงพระยานราราชมนตรี
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิงพระยานราราชมนตรี หลวงศรีเสนา ด้วยจมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนง ถือตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ ออกมาฉะบับหนึ่งว่า ต้องพระราชประสงค์ครัวญวนครัวเขมรเข้าไปตั้งบ้านเรือนไว้เป็นหมวดเป็นกอง จะให้เป็นกองทหารปืนใหญ่ไว้สำหรับการศึกสงครามสืบไปและนายทัพนายกองผู้ใดได้ครัวญวน ครัวเขมรมา ที่ไม่ควรจะได้ก็อย่าให้เอาไว้ และพระยาปราจินได้ครัวเขมรมาเป็นครัวชายฉกรรจ์ ๑๒ ครัวชายหญิงใหญ่น้อย ๗๑ (รวมเป็น) ๘๓ คนนั้นให้พระยานราราชมนตรี ให้หลวงศรีเสนา.. ชำระเอาครัวเขมรที่พระยาปราจินให้ครบส่งเข้าไปณกรุงเทพฯ อย่าให้พระยาปราจินเอาครัวเขมรไว้แต่คนหนึ่งได้เป็นอันขาด
หนังสือมาณวันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก
วันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำเดือน ๖ เพลาเช้า ๓ โมงได้ส่งตราให้พระพิพิธวาทีถือไป<noinclude></noinclude>
8cdf38c4mrp6hw880pjcz2g3aw3e363
301293
301248
2026-10-05T06:10:09Z
Vesperstelo
11696
301293
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๘}}</noinclude>{{ลห|f11|ฉะบับที่ ๑๐ <br> หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> ถึงพระยานราราชมนตรี|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิงพระยานราราชมนตรี หลวงศรีเสนา ด้วยจมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนง ถือตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ ออกมาฉะบับหนึ่งว่า ต้องพระราชประสงค์ครัวญวนครัวเขมรเข้าไปตั้งบ้านเรือนไว้เป็นหมวดเป็นกอง จะให้เป็นกองทหารปืนใหญ่ไว้สำหรับการศึกสงครามสืบไปและนายทัพนายกองผู้ใดได้ครัวญวน ครัวเขมรมา ที่ไม่ควรจะได้ก็อย่าให้เอาไว้ และพระยาปราจินได้ครัวเขมรมาเป็นครัวชายฉกรรจ์ ๑๒ ครัวชายหญิงใหญ่น้อย ๗๑ (รวมเป็น) ๘๓ คนนั้นให้พระยานราราชมนตรี ให้หลวงศรีเสนา.. ชำระเอาครัวเขมรที่พระยาปราจินให้ครบส่งเข้าไปณกรุงเทพฯ อย่าให้พระยาปราจินเอาครัวเขมรไว้แต่คนหนึ่งได้เป็นอันขาด
หนังสือมาณวันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก
วันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำเดือน ๖ เพลาเช้า ๓ โมงได้ส่งตราให้พระพิพิธวาทีถือไป
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
0lrvg22h45ucix950ulcmrnjjamsuy3
301360
301293
2026-10-05T10:40:03Z
Vesperstelo
11696
301360
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๘}}</noinclude>{{ลหสค|f11|ฉะบับที่ ๑๐ <br> หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> ถึงพระยานราราชมนตรี|120}}
หนังสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิงพระยานราราชมนตรี หลวงศรีเสนา ด้วยจมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนง ถือตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ ออกมาฉะบับหนึ่งว่า ต้องพระราชประสงค์ครัวญวนครัวเขมรเข้าไปตั้งบ้านเรือนไว้เป็นหมวดเป็นกอง จะให้เป็นกองทหารปืนใหญ่ไว้สำหรับการศึกสงครามสืบไปและนายทัพนายกองผู้ใดได้ครัวญวน ครัวเขมรมา ที่ไม่ควรจะได้ก็อย่าให้เอาไว้ และพระยาปราจินได้ครัวเขมรมาเป็นครัวชายฉกรรจ์ ๑๒ ครัวชายหญิงใหญ่น้อย ๗๑ (รวมเป็น) ๘๓ คนนั้นให้พระยานราราชมนตรี ให้หลวงศรีเสนา.. ชำระเอาครัวเขมรที่พระยาปราจินให้ครบส่งเข้าไปณกรุงเทพฯ อย่าให้พระยาปราจินเอาครัวเขมรไว้แต่คนหนึ่งได้เป็นอันขาด
หนังสือมาณวันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก
วันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำเดือน ๖ เพลาเช้า ๓ โมงได้ส่งตราให้พระพิพิธวาทีถือไป
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
n2w4jmv96o5n5i7bvr1u3uopg2ssg7n
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/100
250
92895
301249
2026-10-05T05:35:53Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301249
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๙}}</noinclude>ฉะบับที่ ๑๑
หนังสืออุปฮาดเมืองหลวงมูเลง
มาถึงเจ้าเมืองหลวงมูเลง พระนครพนม ท้าววรบุตร
(ต้นฉะบับเป็นอักษรไทยเหนือ เจ้าอุปราช เจ้าเหม็น แปล)
หนังสืออุปฮาดผู้น้อง อุทิศสวัสดีมาเถิงเจ้าพี่เจ้าน้อง และตาลุงทั้งปวงได้แจ้ง ข้าอยู่ข้านี้ ก็อยู่ด้วยบุญด้วยคุณแก้วทั้งสามพระรัตนตรัย และบารมีเจ้าฟ้าสามกว้านหลวง ซึ่งว่าบ้านเมืองของเรานี้ใครก็ไม่ได้เคืองทำอะไรแก่กัน หากเป็นบาปบ้านเวรเมือง หากจำพรากจากกัน ข้าก็ทุกข์ยากไม่มีใคร ข้าก็ขออาศัยพึ่งบุญเจ้าพี่เจ้าน้อง อย่าให้ข้องขัดสน คนทั้งปวงก็หากได้ลงมาสู่พระราชสมภารสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวณกรุงเทพฯ ข้างนี้หมดแล้ว ข้าอยู่โน่นบ่าวไพร่ยังมีมากน้อยเท่าใด ก็ขอไว้อยู่กับข้าทำราชการกับเจ้าฟ้าสามกว้านหลวงไปก่อน สุดแต่บุญเราเจ้าข้าทั้งหลายเถิด ข้อหนึ่งรายข้าวเรากับข้าวเจ้าพระนคร เจ้าวรบุตรมาจัดแจงให้ศรีลามวัดกับบิดา นายกองรักษาไว้มีข้าว ๔๑ ยุ้งนั้น แต่ข้ามาเถิงข้าวยังมีแต่ ๔ ยุ้ง ข้าแบ่งปันกับพวกอยู่บ้านกินก็หมดแล้ว อย่าว่าข้าไม่ให้ไม่ปันกันกิน ข้าก็ไม่ได้ว่าบ่าวไพร่ข้างโน้นข้างนี้ แม้นว่าคนอยู่กับข้างนี้จะไปหาข้างโน้น ข้าก็ไม่ว่าอะไร และทิตด้วงกับตาพรมขึ้นมากับเจ้าพระนคร เขาเจ็บไข้ลงไปไม่ได้ ข้าไม่ได้เกาะกุมไว้ ถ้าที่พระนครเป็นบ้านเป็นเมือง<noinclude></noinclude>
49kj2tve0q4ze3ec1xcn5cruaeuk75s
301294
301249
2026-10-05T06:10:50Z
Vesperstelo
11696
301294
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๙}}</noinclude>{{ลห|f12|ฉะบับที่ ๑๑ <br> หนังสืออุปฮาดเมืองหลวงมูเลง <br> มาถึงเจ้าเมืองหลวงมูเลง พระนครพนม ท้าววรบุตร <br> (ต้นฉะบับเป็นอักษรไทยเหนือ เจ้าอุปราช เจ้าเหม็น แปล)|120}}
{{สต|7em}}
หนังสืออุปฮาดผู้น้อง อุทิศสวัสดีมาเถิงเจ้าพี่เจ้าน้อง และตาลุงทั้งปวงได้แจ้ง ข้าอยู่ข้านี้ ก็อยู่ด้วยบุญด้วยคุณแก้วทั้งสามพระรัตนตรัย และบารมีเจ้าฟ้าสามกว้านหลวง ซึ่งว่าบ้านเมืองของเรานี้ใครก็ไม่ได้เคืองทำอะไรแก่กัน หากเป็นบาปบ้านเวรเมือง หากจำพรากจากกัน ข้าก็ทุกข์ยากไม่มีใคร ข้าก็ขออาศัยพึ่งบุญเจ้าพี่เจ้าน้อง อย่าให้ข้องขัดสน คนทั้งปวงก็หากได้ลงมาสู่พระราชสมภารสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวณกรุงเทพฯ ข้างนี้หมดแล้ว ข้าอยู่โน่นบ่าวไพร่ยังมีมากน้อยเท่าใด ก็ขอไว้อยู่กับข้าทำราชการกับเจ้าฟ้าสามกว้านหลวงไปก่อน สุดแต่บุญเราเจ้าข้าทั้งหลายเถิด ข้อหนึ่งรายข้าวเรากับข้าวเจ้าพระนคร เจ้าวรบุตรมาจัดแจงให้ศรีลามวัดกับบิดา นายกองรักษาไว้มีข้าว ๔๑ ยุ้งนั้น แต่ข้ามาเถิงข้าวยังมีแต่ ๔ ยุ้ง ข้าแบ่งปันกับพวกอยู่บ้านกินก็หมดแล้ว อย่าว่าข้าไม่ให้ไม่ปันกันกิน ข้าก็ไม่ได้ว่าบ่าวไพร่ข้างโน้นข้างนี้ แม้นว่าคนอยู่กับข้างนี้จะไปหาข้างโน้น ข้าก็ไม่ว่าอะไร และทิตด้วงกับตาพรมขึ้นมากับเจ้าพระนคร เขาเจ็บไข้ลงไปไม่ได้ ข้าไม่ได้เกาะกุมไว้ ถ้าที่พระนครเป็นบ้านเป็นเมือง<noinclude>{{ข|๔|4em}}</noinclude>
8mlwmhi10jya95shpdr9fwoumhenlnm
301374
301294
2026-10-05T10:43:04Z
Vesperstelo
11696
301374
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๔๙}}</noinclude>{{ลหสค|f12|ฉะบับที่ ๑๑ <br> หนังสืออุปฮาดเมืองหลวงมูเลง <br> มาถึงเจ้าเมืองหลวงมูเลง พระนครพนม ท้าววรบุตร <br> (ต้นฉะบับเป็นอักษรไทยเหนือ เจ้าอุปราช เจ้าเหม็น แปล)|120}}
หนังสืออุปฮาดผู้น้อง อุทิศสวัสดีมาเถิงเจ้าพี่เจ้าน้อง และตาลุงทั้งปวงได้แจ้ง ข้าอยู่ข้านี้ ก็อยู่ด้วยบุญด้วยคุณแก้วทั้งสามพระรัตนตรัย และบารมีเจ้าฟ้าสามกว้านหลวง ซึ่งว่าบ้านเมืองของเรานี้ใครก็ไม่ได้เคืองทำอะไรแก่กัน หากเป็นบาปบ้านเวรเมือง หากจำพรากจากกัน ข้าก็ทุกข์ยากไม่มีใคร ข้าก็ขออาศัยพึ่งบุญเจ้าพี่เจ้าน้อง อย่าให้ข้องขัดสน คนทั้งปวงก็หากได้ลงมาสู่พระราชสมภารสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวณกรุงเทพฯ ข้างนี้หมดแล้ว ข้าอยู่โน่นบ่าวไพร่ยังมีมากน้อยเท่าใด ก็ขอไว้อยู่กับข้าทำราชการกับเจ้าฟ้าสามกว้านหลวงไปก่อน สุดแต่บุญเราเจ้าข้าทั้งหลายเถิด ข้อหนึ่งรายข้าวเรากับข้าวเจ้าพระนคร เจ้าวรบุตรมาจัดแจงให้ศรีลามวัดกับบิดา นายกองรักษาไว้มีข้าว ๔๑ ยุ้งนั้น แต่ข้ามาเถิงข้าวยังมีแต่ ๔ ยุ้ง ข้าแบ่งปันกับพวกอยู่บ้านกินก็หมดแล้ว อย่าว่าข้าไม่ให้ไม่ปันกันกิน ข้าก็ไม่ได้ว่าบ่าวไพร่ข้างโน้นข้างนี้ แม้นว่าคนอยู่กับข้างนี้จะไปหาข้างโน้น ข้าก็ไม่ว่าอะไร และทิตด้วงกับตาพรมขึ้นมากับเจ้าพระนคร เขาเจ็บไข้ลงไปไม่ได้ ข้าไม่ได้เกาะกุมไว้ ถ้าที่พระนครเป็นบ้านเป็นเมือง<noinclude>{{ข|๔|4em}}</noinclude>
d5g3i983dkfx1slpfp20bon0iq18ay8
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/101
250
92896
301250
2026-10-05T05:36:09Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301250
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๕๐}}</noinclude>ปกติดีแล้วเมื่อใด ข้าไม่ว่าจะเอาของพี่ของน้องดอก และนางออนให้ลงไปหานั้น ข้าไม่ว่าอะไร นางออนก็ ลงไปไม่ได้ นางออนก็ยังไม่มาเถิงข้า ยังอยู่ข้างใต้โน้น เอาแต่ใจนางออนจะอยู่ข้างนี้ก็ตาม จะไปข้างโน้นก็ตาม
หนังสือมาณวันเสาร์ แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ทุติยาษาฒ ปีมะเมียฉอศก
หนังสืออุปฮาดเมืองหลวงมูเลง มาเถิงเจ้าเมืองหลวงมูเลง พระนคร ท้าววรบุตร ซึ่งมาตั้งอยู่ณบ้านอุเทน
ฉะบับที่ ๑๒
ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
หนัสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ที่สมุหนายก มาเถิงพระยามหาอำมาตย์ ด้วยมีตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ ให้ส่งครัวพระยาพิษณุโลก พระยามหาธิราช เข้าไปตั้งบ้านเรือนอยู่ณเมืองฉะเชิงเทรานั้นฯข้าฯ ได้ทราบเกล้าฯ และครัวพระยาพิศณุโลก พระยามหาธิราชนั้นฯข้าฯ ได้จัดแจงให้เดินเข้ามาพักอยู่ณเมืองตะโนด แต่ณวันแรมคำหนึ่ง เดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก เป็นครัวเมืองโพธิสัตว์มาครั้งนี้ญาติพี่น้องสนองมก ชายฉกรรจ์ ๒๔ คน ครัว ๗๔ คน เป็น ๙๘ คน มาครั้ง<noinclude></noinclude>
5331cmr8lfddohks6ln1ahuebbwupxi
301297
301250
2026-10-05T06:13:17Z
Vesperstelo
11696
301297
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๕๐}}</noinclude>ปกติดีแล้วเมื่อใด ข้าไม่ว่าจะเอาของพี่ของน้องดอก และนางออนให้ลงไปหานั้น ข้าไม่ว่าอะไร นางออนก็ ลงไปไม่ได้ นางออนก็ยังไม่มาเถิงข้า ยังอยู่ข้างใต้โน้น เอาแต่ใจนางออนจะอยู่ข้างนี้ก็ตาม จะไปข้างโน้นก็ตาม
หนังสือมาณวันเสาร์ แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ทุติยาษาฒ ปีมะเมียฉอศก
หนังสืออุปฮาดเมืองหลวงมูเลง มาเถิงเจ้าเมืองหลวงมูเลง พระนคร ท้าววรบุตร ซึ่งมาตั้งอยู่ณบ้านอุเทน
{{ลห|f13|ฉะบับที่ ๑๒ <br> ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|120}}
{{สต|7em}}
หนัสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ที่สมุหนายก มาเถิงพระยามหาอำมาตย์ ด้วยมีตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ ให้ส่งครัวพระยาพิษณุโลก พระยามหาธิราช เข้าไปตั้งบ้านเรือนอยู่ณเมืองฉะเชิงเทรานั้นฯข้าฯ ได้ทราบเกล้าฯ และครัวพระยาพิศณุโลก พระยามหาธิราชนั้นฯข้าฯ ได้จัดแจงให้เดินเข้ามาพักอยู่ณเมืองตะโนด แต่ณวันแรมคำหนึ่ง เดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก เป็นครัวเมืองโพธิสัตว์มาครั้งนี้ญาติพี่น้องสนองมก ชายฉกรรจ์ ๒๔ คน ครัว ๗๔ คน เป็น ๙๘ คน มาครั้ง<noinclude></noinclude>
bi2b3wf5a87dql64wo2g3iivgcy30wb
301373
301297
2026-10-05T10:42:59Z
Vesperstelo
11696
301373
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๕๐}}</noinclude>ปกติดีแล้วเมื่อใด ข้าไม่ว่าจะเอาของพี่ของน้องดอก และนางออนให้ลงไปหานั้น ข้าไม่ว่าอะไร นางออนก็ ลงไปไม่ได้ นางออนก็ยังไม่มาเถิงข้า ยังอยู่ข้างใต้โน้น เอาแต่ใจนางออนจะอยู่ข้างนี้ก็ตาม จะไปข้างโน้นก็ตาม
หนังสือมาณวันเสาร์ แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ทุติยาษาฒ ปีมะเมียฉอศก
หนังสืออุปฮาดเมืองหลวงมูเลง มาเถิงเจ้าเมืองหลวงมูเลง พระนคร ท้าววรบุตร ซึ่งมาตั้งอยู่ณบ้านอุเทน
{{ลหสค|f13|ฉะบับที่ ๑๒ <br> ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|120}}
หนัสือเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ที่สมุหนายก มาเถิงพระยามหาอำมาตย์ ด้วยมีตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ ให้ส่งครัวพระยาพิษณุโลก พระยามหาธิราช เข้าไปตั้งบ้านเรือนอยู่ณเมืองฉะเชิงเทรานั้นฯข้าฯ ได้ทราบเกล้าฯ และครัวพระยาพิศณุโลก พระยามหาธิราชนั้นฯข้าฯ ได้จัดแจงให้เดินเข้ามาพักอยู่ณเมืองตะโนด แต่ณวันแรมคำหนึ่ง เดือน ๖ ปีมะเมียฉอศก เป็นครัวเมืองโพธิสัตว์มาครั้งนี้ญาติพี่น้องสนองมก ชายฉกรรจ์ ๒๔ คน ครัว ๗๔ คน เป็น ๙๘ คน มาครั้ง<noinclude></noinclude>
chph77f2gq4x6rveebqq3v3932zzsyv
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/102
250
92897
301251
2026-10-05T05:36:25Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301251
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๕๑}}</noinclude>พระยาสังคโลก ทางเรือพวกพระยาสาครสงคราม ชาย นาย ๑ ชาย ไพร่ ๑๕ เป็น ๑๖ ครัว ๕๓ เป็น ๖๙ (รวม) ๑๖๗ คน ครัวเหล่านี้ป่วยเป็นไข้ ออกทรพิศม์ก็มีอยู่บ้าง แต่ที่ดีอยู่นั้นจะให้ส่งเข้าไปก่อน ได้ให้พระยาปลัดเมืองปัตบองมาจัดแจงทำบัญชีอยู่ฯข้าฯ ได้ให้พระพิพิธวาที หลวงปลัดเมืองนครสวรรค์ พระยาวงศานุชิต กะลาภาษเอก หลวงขุนหมื่นเมืองราชบุรี ........... ครัวเข้ามาส่ง ได้ให้เสมียนส่งช่วยป้องกันครัวเข้ามาด้วย จำนวนสำมะโนครัวชายหญิงใหญ่น้อย กองพระยาพิศณุโลก พระยามหาธิราช พระยาวงศานุชิต และครัวมาทางเรือนั้น แจ้งมาในหางว่าวพระยาปลัดเมืองปัตบองแล้ว
อนึ่งเลขพระยาวงศานุชิตเมืองราชบุรีเกณฑ์ไปราชการทัพ ๔๗๐ บุตรภรรยาอยู่เมืองโพธิสัตว์ ให้ชักไว้มอบหลวงศรีสมบัติกองเกียรน้องสาลิกา ๓๐ คน ๆ สนองมกว่าได้.............................แต่ ๔๓๙ คน ให้ตรวจตราจำนวน..................สนองมกว่าเลก จำหน่ายตาย ๒๙ คน จำหน่ายหนี ๓๙ คน ป่วยค้างอยู่พนมเป็ญ ๓๒ คน (รวมเป็น) ๑๐๐ คน คง ไปตีครัวปากกระวาร นายไพร่ ๕๐ คน เข้ามากับสนองมก ๒๘๙ คน เป็น ๓๓๙ คน (รวมเป็น) ๔๓๙ คน จวนข้ามด่านหน้าอยู่แล้วฯข้าฯ จึงให้พระยาวงศานุชิตกับนายหมวดนายกองคุมนายไพร่กลับไปณเมืองราชบุรี จะได้ทำไร่นาเป็นกำลังราชการสืบไป อนึ่งภรรยาองค์จันท์ป่วยค้างอยู่ณเมืองปัตบองคนหนึ่ง........เชิญท้องตราพระราชสีห์ ๒ ฉะบับโปรด<noinclude></noinclude>
babl4mmqscgtnrhrq8g2ijtiz7cchpm
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/103
250
92898
301252
2026-10-05T05:36:41Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301252
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๕๒}}</noinclude>เกล้าฯ ออกไปเถิง............................. ใจความว่าพระยาอภัยภูเบศเถิงแก่อสัญญกรรมเสียแล้ว เมืองปัตบองต่อแดนกันกับเมืองเขมร, ราชการศึกสงครามยังจะคิดกระทำกับญวนเขมรต่อไปอยู่ จะต้องจัดแจงให้มีผู้ใหญ่ว่าราชการรักษาบ้านเมืองให้สำเร็จ ครั้นจะจัดแจงพระยาปลัด พระพิทักษ์บดินทร์ พระยาพระเขมรที่เป็นผู้ใหญ่ ตั้งแต่งขึ้นตามลำดับให้รักษาบ้านเมืองเล่า ก็ทรงเห็นว่า เจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วง สององค์พี่น้องออกมาอยู่ณเมืองมงคลบุรีแล้ว เจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วง เป็นเชื้อวงศ์เจ้าในแผ่นดินเมืองเขมร เจ้าองค์อิ่มเป็นพี่เจ้าองค์ด้วง ควรจะให้เจ้าองค์อิ่มว่าราชการบ้านเมืองไปพลางได้อยู่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าองค์อิ่มมาเป็นผู้ใหญ่อยู่ณเมืองปัตบอง ว่าราชการบ้านเมือง ปกครองพระยาพระเขมรไพร่พลราษฏร ในแขวงเมืองปัตบองเมืองขึ้นกับเมืองปัตบอง สำเร็จกิจราชการบ้านเมืองไปพลางก่อน เมื่อการศึกสงครามราบคาบลงข้างหน้าประการใดแล้ว จึงจะทรงพระราชดำริจัดแจงต่อไป ให้ข้าพระพุทธเจ้าประคับประคองสั่งสอนเจ้าองค์อิ่ม ให้ว่าราชการบ้านเมืองปกครองโอบอ้อมทะนุบำรุงสมณชีพราหมณ์ พระยาพระเขมรไพร่บ้านพลเมือง เมืองปัตบองเมืองขึ้นกับเมืองปัตบอง ให้เจ้าองค์อิ่มบังคับบัญชา ตัดสินสำเร็จกิจสุขทุกข์ของอาณาประชาราษฏรโดยยุติธรรม ตามจารีตประเพณีบ้านเมือง อย่าให้เสียขนบธรรมเนียมเมืองปัตบองสืบมา อย่าให้พระยาพระเขมรไพร่บ้านพล<noinclude></noinclude>
2ekvg8o0by3lt1uprg1cbjrprfotce5
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/104
250
92899
301253
2026-10-05T05:36:58Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301253
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๕๓}}</noinclude>เมืองเดือดร้อนได้ ให้พระยา................................พระภักดีบริรักษ์ พระพิทักษ์บดินทร์ พระยกรบัตร กรมการ พระยาพระเขมร ผู้ใหญ่ผู้น้อยในเมืองปัตบอง เจ้าเมืองกรมการหัวเมืองขึ้นกับเมืองปัตบอง สตับฟังบังคับบัญชาเจ้าองค์อิ่มให้พร้อมมูลกัน อย่าให้เสียราชการ และเจ้าองค์ด้วงนั้น จะมาอยู่ช่วยเจ้าองค์อิ่มว่าราชการณเมืองปัตบอง หรือใจจะรักษาอยู่ณเมืองมงคลบุรีประการใด ให้ข้าพระพุทธเจ้าปรึกษาหารือดูตามแต่ใจเจ้าองค์ด้วง และข้าพระพุทธเจ้าจะเห็นชอบด้วยราชการ กับว่าจีนเขมรมาให้การว่าองพะเวพวกกบฏในเมืองไซ่ง่อน ออกรบกับพวกที่ล้อมเมืองไซ่ง่อน แล้วเก็บเอาเสบียงอาหาร ปืนใหญ่ปืนน้อยเข้าไว้ในเมือง ความทั้งนี้สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงแคลงพระทัยอยู่ อย่าให้ข้าพระพุทธเจ้ามีความประมาทกับราชการ ให้คิดอ่านแต่งผู้คนไปจับเอาเขมรมาสืบราชการเมืองญวนเมืองเขมร ให้ได้ความจงแน่นั้น ข้าพระพุทธเจ้าได้ทราบเกล้าฯ ในท้องตราซึ่งโปรดออกไปทุกประการ แล้วโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าองค์อิ่มว่าราชการ สำเร็จสิทธิสุขทุกข์ของอาณาประชาราษฏรในเมืองปัตบองและเมืองขึ้นกับเมืองปัตบองนั้น พระยาปลัด พระยาภักดีบริรักษ์ พระพิทักษ์บดินทร์ พระยาพระเขมร ผู้ใหญ่ผู้น้อย อาณาประชาราษฏรทั้งปวง ชื่นชมยินดีพร้อมกันทั้งสิ้น ข้าพระพุทธเจ้าได้เอาตราสำหรับที่พระยาอภัยภูเบศร์ มอบให้เจ้าองค์อิ่มว่าราชการบ้านเมืองแล้ว และเจ้าองค์ด้วงนั้นให้ไป<noinclude></noinclude>
ok9kyj1bue6d5trd0pdmcx0k0zihqpm
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/105
250
92900
301254
2026-10-05T05:37:14Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301254
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๕๔}}</noinclude>อยู่รักษาเมืองมงคลบุรี ยังมาหาณเมืองปัตบองไม่
อนึ่งทางเมืองโพธิสัตว์นั้น ข้าพระพุทธเจ้าได้บอกให้ จมื่นเพ็ชรภักดีถือเข้ามาแต่ก่อนว่า ได้แต่งให้พระยามโนไมตรี หลวงมนตรีนุชิตกาย ไปจับเขมรมาสืบราชการยังหากลับมาไม่แจ้งมาในบอกแต่ก่อนนั้นแล้วณวันแรม ๑๓ ค่ำ เดือน
ปีมะโรงฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗) พระยามโนไมตรี พาเอาตัว อ้ายกลาบาญชีศรี อ้ายหัด อ้ายเมียด อ้ายหมก เข้ามาณเมือง ปัตบอง แจ้งราชการว่า พระยามโนไมตรีสืบรู้ว่าอ้ายกลาบาญ ชีศรีอยู่บ้านปะทะ เวียนแขวงเมืองโพธิสัตว์ เคยไปมาหาสู่นายสุกบ่าวพระยามโนไมตรีณ บ้านเบงแขวงเมืองระสือ พระยามโนไมตรีใช้ให้นายสุกไปล่อลวงเอาอ้ายกลาบาญชีศรี อ้ายหัด อ้ายเมียด อ้ายหมก เข้ามาณเมืองระสือ ข้าพระพุทธเจ้า......................... ถามอ้ายกลาบาญชีศรี ให้การว่า อ้ายกลาบาญชีศรีเป็นบ่าวพระยามหาเสนา ได้ยินพระยามหาเสนาพูดว่าที่เมืองไซ่ง่อนนั้น องพะเวพวกกบฏรบพุ่งกันอยู่ยังหาสำเร็จไม่ องญวนซึ่งเป็นแม่ทัพมาแต่เมืองเว้ ให้องตันหญีกลับขึ้นมาอยู่รักษาเมืองพนมเป็ญกับองทงฏก องอันสาท ไพร่ญวนประมาณ ๒๐๐๐ คน กับว่าสมเด็จเจ้าพระยาอุไทยธิราช เจ้าเมืองสำโรงทองป่วยล้มตายแล้ว ฟ้าทะละหะนั้นป่วยหนัก และ.............อยู่รักษาเมืองโพธิสัตว์ พระยาจักรี พระยามหาเสนา พระยาวงศาธิราช กับเจ้าเมืองขลุง เมืองกรอง เมืองบริบูรณ์ ไพร่<noinclude></noinclude>
0qyvzvl7v5uzl0hggtom8igz4aoxl8f
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/106
250
92901
301255
2026-10-05T05:37:30Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301255
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๕๕}}</noinclude>เขมรประมาณ ๑๐๐๐ คน ญวนนายหนึ่งจะชื่อไรหารู้จักชื่อไม่กับไพร่ญวน ๕๐ คน แต่พระยามหาเสนานั้น องค์จันกับญวนตั้งให้เป็นพระยาสังคโลก เจ้าเมืองโพธิสัตว์ แล้วว่าพระยายมราชจะมาผลัดพระยาจักรี ให้ลงไปเมืองพนมเป็ญเมื่อณวันเดือน ข้างขึ้น องโดยเทียวญวนมาจอดเรือที่ปากน้ำเมืองโพธิสัตว์ ให้มาบอกกับญวนที่อยู่เมืองโพธิสัตว์ว่า.............อ้างนาม ให้ใช้องโดยเทียว ถือหนังสือเข้ามาณเมืองปัตบองให้ญวนที่อยู่รักษาเมืองโพธิสัตว์ จัดแจงส่งองโดยเทียวเข้ามาณ เมืองปัตบอง ญวนนายไพร่ ๕๐ คน ก็ลงเรือมาจัดแจงส่งอยู่ที่ปากน้ำเมืองโพธิสัตว์ยังหากลับไปไม่ และสะเบียงอาหารที่เมืองโพธิสัตว์ขัดสนนัก พระยาจักรี พระยามหาเสนา เกณฑ์ให้เจ้าเมืองขลุง เจ้าเมืองกรอง เจ้าเมืองบริบูรณ์ เจ้าเมืองลาบเวีย เฉลี่ยเอาเข้าของที่ครอบครัวมาส่งบ้าง ก็หาพอรับ.......พระราชทานไม่ กองทัพรับพระราชทานแต่มันแต่กลอย ไพร่ในกองทัพเขมรพากันหนีไปเนือง ๆ ครอบครัวเมืองโพธิสัตว์นั้นลงไปตั้งทำไร่นาอยู่แขวงเมืองตะปือบ้าง เมืองขลุงบ้าง เมืองกรองบ้าง ครอบครัวเมืองตะปือ เมืองขลุง เมืองกรอง เมืองบริบูรณ์ เมืองลาบเวีย ทำไร่นาได้อยู่บ้าง แต่หาเต็มภาคภูมิไม่ ยังสะดุ้งสะเทือนกลัวว่ากองทัพกรุงเทพฯ จะยกไปอีกและอ้ายกลาบาญชีศรี อ้ายหัด อ้ายเมียด อ้ายมก ๔ คนนั้นครั้นให้ยึดเอาตัวไว้เล่าก็คิดด้วยเกล้าฯ เห็นว่า จะได้เป็น<noinclude></noinclude>
lfxmbvmimig5yzk1wymynfl9omapm2i
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/107
250
92902
301256
2026-10-05T05:37:47Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301256
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๕๖}}</noinclude>ทางสืบราชการเมืองโพธิสัตว์สืบต่อไปข้างหน้า จึงให้พาอ้ายกลาบาญชีศรีไปหาเจ้าองค์อิ่ม แต่พอให้เขมรรู้ว่าโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าองค์อิ่มว่าราชการบ้านเมือง ได้ให้เจ้าองค์อิ่มพูดกับอ้ายกลาบาญชีศรีว่า กระทำความผิดต่อกรุงเทพฯ ก็แต่องค์จันคนเดียว อาณาประชาราชฎรเมืองเขมรทั้งปวงหาได้มีความผิดสิ่งใดไม่ อย่าให้สดุ้งสะเทือนกลัวเลย ให้ทำมาหากินตามปกติเถิด เคยไปมาหาสู่ญาติพี่น้องอย่างไร ก็ให้ไปมาตามเคยได้ให้พระยามโนไมตรีพาตัวอ้ายกลาบาญชีศรี อ้ายหัด อ้ายเมียด อ้ายมก ไปส่งแขวงเมืองโพธิสัตว์ แต่ณวันขึ้นค่ำหนึ่ง เดือน ๙ แล้ว ข้าพระพุทธเจ้ายังให้ไปสืบสวนฟังราชการทางเมืองกระพงสวาย เมืองโพธิสัตว์อยู่อีก ได้ข้อราชการประการใด ข้าพระพุทธเจ้าจะบอกเข้ามาให้ทราบครั้งหลัง ข้าพระพุทธเจ้าได้คัดคำให้การกลาบาญชีศรีส่งเข้ามาแล้ว
อนึ่งข้าวที่เมืองปัตบองแขวงเมืองนครเสียมราบ น้อยเบาบาง ข้าพระพุทธเจ้าจึงให้เจ้าพระยานครราชสีมา คุมไพร่พลขึ้นไปฟังราชการ อยู่ณเมืองนางรอง เจ้าพระยานครราชสีมาแจ้งว่าณปีมะเส็งเบญจศก (พ.ศ. ๒๓๗๖) ได้เกณฑ์ให้ทำนาไว้ที่เมืองนางรอง มีข้าวอยู่รับจะสีข้าวสารให้ได้ ๑๐๐ เกวียน ส่งลงมาเลี้ยงกองทัพณแขวงเมืองปัตบองให้ทันมิให้ขัดสน เมื่อณเดือน ๘ ปฐมาสาทข้างขึ้น เจ้าพระยานครราชสีมาได้ส่งข้าวสารมาณเมืองมงคลบุรีแต่ ๑๘ เกวียน ๓๔ สัด แล้วเจ้าพระยานครราช<noinclude></noinclude>
kute11msg0w4ztawqonp1s9g4awglc4
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/108
250
92903
301257
2026-10-05T05:38:05Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301257
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๕๗}}</noinclude>สีมาบอกไปเถิงข้าพระพุทธเจ้า ว่าจะส่งข้าวมาอีกหามีช้างมีเกวียนไม่ ต้องลำเลียงข้าวขึ้นไปรับครอบครัว....... ซึ่งพระมหาเทพพระราชรินส่งมา เจ้าพระยานครราชสีมาว่าข้าวสารมีอยู่ณฉางเมืองนางรอง ๕๐ เกวียน ให้จัดคนและเกวียนขึ้นไปรับขนข้าว ข้าพระพุทธเจ้าได้ให้พระยาราชนิกูล พระยาพิชัยสงคราม พระยาอภัยสงคราม พระยานครเสียมราบ พระองค์แก้ว กรมการ จัดคนในกองทัพ คนนอกจากเกณฑ์ทำนาหุงกิน พระบรรจงพานิช พระพิพิธโภคา หลวงวิเศษวานิช จัดเกวียนไปขนข้าวณเมืองนางรอง แต่ณวันเดือน ๘ ปฐมาสาฒแรม ๑๐ แล้วได้ให้ขุนวิสูตรพลเดชไปเร่งข้าวที่เกณฑ์ให้พระองค์แก้ว กรมการ พระบรรจงพานิช หลวงพิพิธโภคา หลวงวิเศษวานิช ไปขน และขุนวิสูตรพลเดช.......หนังสือไปณเมืองปัตบอง ว่าหลวงวิเศษวานิชแจ้งว่า คุมเกวียนขึ้นไปขนข้าวที่เมืองนางรองหามีข้าวในฉางไม่ กรมการเมืองนางรองนำไปเอาข้าวที่เมืองประโคนชัยก็ได้ข้าวสารแต่ ๘ เกวียน ๒ สัด ๘ ทะนาน ส่งมาเถิงเมืองปัตบองแล้ว ข้าวที่เกณฑ์ให้กองทัพเมืองนครเสียมราบพระองค์แก้วไปขนก็ยังหามาเถิงไม่
อนึ่งข้าวสารเมืองปราจิน เมืองอรัญขนส่งมาณเมืองปัตบอง รายขุนแก้วคุมมา ๔ เกวียน ตวงได้ ๓ เกวียน ๖๒ สัด รายเสมียนส่งคุมมา ๒๙ เกวียน ๑๐ สัด ตวงได้ ๒๗ เกวียน ๑๐ สัด รายเกณฑ์ช้างในหลวงอินทคชลักษณ์ไปขนเมืองอรัญมา ตวงได้ ๖{{วว}}<noinclude></noinclude>
jbkb5ortgz5tqvg5tmjbibemx13ssy5
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/109
250
92904
301258
2026-10-05T05:38:20Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301258
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๕๘}}</noinclude>เกวียน ๔๑ สัด รายหลวงยศกำแหงคุมเรือไปบรรทุกเมืองอรัญตวงได้ ๑๑ เกวียน ๔๑ วัด รายขุนมหาดไทยเมืองบัวชุมบรรทุกเรือคุมมา เดิม ๕ เกวียน ๘๕ สัด ตวงได้ ๕ เกวียน ๘๑ สัด (รวมเป็น) ๕๔ เกวียน ๓๕ สัด กับข้าวจำนวนเงินหลวงมอบให้กรมการเมืองปัตบอง เมืองนครเสียมราบ จัดซื้อข้าว ๔๓ ชั่ง ๑๘ ตำลึง ๑ บาท ๑ สลึง เป็นข้าว ๓๖๙ เกวียน ๗๕ สัด แจ้งมาในบอกครั้งก่อนแล้ว ได้จ่ายให้นายทัพนายกองไพร่พล และครอบครัวข้าหลวงไปมาราชการรับพระราชทานแต่ณเดือนยี่ปีมะเส็งเบญจศก (พ.ศ. ๒๓๗๖) มาจนเถิงเดือน ๘ ทุติยสาทปีมะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗) ยังมีข้าวอยู่ ๒๑ เกวียน ๒๑ สัดณเดือน ๙ จ่ายเฉลี่ยกองทัพรับพระราชทานได้ข้าวสารแต่คนละ ๑๐ ทะนาน ข้าพระพุทธเจ้าให้กรมการเที่ยวสำรวจจัดซื้อให้พระยาพระเขมรราษฏรณแขวงเมืองปัตบอง แขวงเมืองนครเสียมราบ แขวงเมืองสวายจิต ราคาเกวียนละ ๔ ตำลึง ๕ ตำลึง ก็หามีเมล็ดข้าวซื้อขายกันไม่ ราษฏรชาวบ้านต้องไปเที่ยวหามันหากลอย นอนค้างทางวันหนึ่งบ้าง ๒ วันบ้าง จึงได้มารับพระราชทาน แต่ก่อนฯข้าฯ ได้ผ่อนคนในกองทัพให้หลวงเพ็ชฏา พระบัวชุม ขุนเทพทวยหาญ นายไพร่ ๕๖๙ คน คุมเรือมาคอยรับข้าวอยู่ณเมืองอรัญ แล้วได้แต่งคนให้ไปเร่งรัดก็หาได้....ทันจ่ายในเดือน ๑๐ เดือน ๑๑ ข้าวขาดมือหามีจ่ายกองทัพต่อไปไม่ ไพร่พลในกองทัพก็จะระส่ำระสายเกลือก<noinclude></noinclude>
fgvwicx98o41j7x8g1x6m2hzd6vpxri
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/110
250
92905
301259
2026-10-05T05:38:38Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301259
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๕๙}}</noinclude>จะเสียราชการ ครั้นจะกักเอาไพร่พลไว้มากจะพากันอดอยากสะเบียงอาหาร ข้าพระพุทธเจ้าจึงให้พระยาราชโยธาคุมหลวงขุนหมื่นและไพร่ ๗๗๔ คน เข้ามาคอบฟังราชการอยู่ณเมืองปราจิน ให้พระยาราชโยธาหลวงขุนหมื่นเร่งรัดส่งข้าวออกไปให้เถิง พรมโหด......ให้เถิงเมืองอรัญโดยเร็ว
อนึ่งข้าพระพุทธเจ้าบอกเข้ามาแต่ก่อนว่า............... . .ที่เมืองปัตบอง เมืองนครเสียมราบ เมืองสวายจิต เมืองมงคลบุรี เมืองตะโนด เมืองหินแร่ ได้ปักดำลงแล้วประมาณ ๒ ส่วน ยังส่วนหนึ่ง ต้นข้าวที่ปักดำเมื่อเดือน ๗ เดือน ๘ ปฐมาสาฒ สูงศอกหนึ่งบ้าง คืบหนึ่งบ้าง แจ้งมาในใบบอกครั้งก่อนนั้นแล้ว ครั้นณวันเดือน ๘ ทุติยาสาฒแรม ๑๒ ค่ำ ฝนตกมาจนณวันเดือน ๙ ขึ้น ๒ ค่ำ น้ำหลากนอกมาเข้าทุ่งนาท่วมต้นข้าวของราษฏรแขวงเมืองปัตบอง เมืองมงคลบุรี ที่นาลุ่มปักดำต้นมือเสียส่วนหนึ่งงามดีอยู่ส่วนหนึ่ง ข้าวที่ปักดำทีหลังอ่อนต้นน้ำท่วมเสียไป น้ำในท้องนาลดลง ราษฏรจะได้ปักดำทำต่อไปอีกกว่าจะสิ้นฤดูนา แลอาการน้ำฝนต้นข้าวแขวงเมืองนครเสียมราบ เมืองสวายจิตเป็นปกติดีอยู่
อนึ่งทาษนักไทยภรรยาองค์จันท์ป่วยค้างอยู่ พระองค์แก้ว ส่งมาณเมืองปัตบอง ชายฉกรรจ์ ๑ หญิงฉกรรจ์ ๑ (รวม) ๒ คน กับฝาบาตร ๒ เชิงบาตร ๒ ที่ค้างอยู่ประดับเสร็จแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าได้ให้หลวงยกรบัตรเมืองปราจินถือ....................บอก และคำให้<noinclude></noinclude>
38buji5lvn1s5cccz351v5ue1p8kb8w
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/111
250
92906
301260
2026-10-05T05:39:12Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301260
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๐}}</noinclude>การอ้ายกลาบัญชีศรีกับทาษภรรยาองค์จันท์ชาย ๑ หญิง ๑ (รวม) ๒ คน กับฝาบาตร ๒ เชิงบาตร ๒ เข้ามาส่งณกรุงเทพฯ ด้วยแล้ว
หนังสือมาณวันพฤหัสบดีเดือน ๙ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก
ในวันเดียวนั้น เพลาบ่ายได้ส่งหนังสือบอกนี้ ให้หลวงยกรบัตรถือไป
ฉะบับที่ ๑๓
ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
หนังสือเจ้าพระบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิง...............ด้วยคนในกองทัพซึ่งรักษาเมืองปัตบองพากันหลบหนี เป็นคนรักษาค่ายลงกูป จมื่นสิทธิแสนยารักษ์ ปลัดนาย ๑ กรมตำรวจวังหน้านอกราชการ ไพร่ ๑ (เป็น) ๒ นายตรวจ นายเวนมหาดไทยวังหน้า นาย ๑ ไพร่ ๑ (เป็น) ๒ (รวมเป็น) ๔ เป็นคนกองพระยาอัศดา เลกสมพระยาอัศดา นายแก้ว ๑ นายจินโสด ๑ นายช่างโสด ๑ นายเสาโสด ๑ นายแก้วม่าย ๑ นายโพ ๑ นายอิน ๑ นายอิ่ม ๑ (รวม) ๘ คน เอาปืนคาบศิลาหลวงไปด้วย ๖ บอก เป็นคนเลกหลวงพิทักษ์คลังมหาสมบัติวังหน้า นายฟักอำแดงเสน ๑ นายเถื่อน ๑ เลกอภิรมย์วังหน้า นายวัน..........กองพระปลัดสพัน กองเรือ เลกเมืองพรหมขุนอินอำแดงมี ๑ นายรักอำแดงเพียร ๑ นายอิ่มอำแดงเพียร ๑{{วว}}<noinclude></noinclude>
avo2jnm6qrtiuvd4djhgnr40ke3tifx
301300
301260
2026-10-05T06:15:55Z
Vesperstelo
11696
301300
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๐}}</noinclude>การอ้ายกลาบัญชีศรีกับทาษภรรยาองค์จันท์ชาย ๑ หญิง ๑ (รวม) ๒ คน กับฝาบาตร ๒ เชิงบาตร ๒ เข้ามาส่งณกรุงเทพฯ ด้วยแล้ว
หนังสือมาณวันพฤหัสบดีเดือน ๙ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก
ในวันเดียวนั้น เพลาบ่ายได้ส่งหนังสือบอกนี้ ให้หลวงยกรบัตรถือไป
{{ลห|f14|ฉะบับที่ ๑๓ <br> ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือเจ้าพระบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิง...............ด้วยคนในกองทัพซึ่งรักษาเมืองปัตบองพากันหลบหนี เป็นคนรักษาค่ายลงกูป จมื่นสิทธิแสนยารักษ์ ปลัดนาย ๑ กรมตำรวจวังหน้านอกราชการ ไพร่ ๑ (เป็น) ๒ นายตรวจ นายเวนมหาดไทยวังหน้า นาย ๑ ไพร่ ๑ (เป็น) ๒ (รวมเป็น) ๔ เป็นคนกองพระยาอัศดา เลกสมพระยาอัศดา นายแก้ว ๑ นายจินโสด ๑ นายช่างโสด ๑ นายเสาโสด ๑ นายแก้วม่าย ๑ นายโพ ๑ นายอิน ๑ นายอิ่ม ๑ (รวม) ๘ คน เอาปืนคาบศิลาหลวงไปด้วย ๖ บอก เป็นคนเลกหลวงพิทักษ์คลังมหาสมบัติวังหน้า นายฟักอำแดงเสน ๑ นายเถื่อน ๑ เลกอภิรมย์วังหน้า นายวัน..........กองพระปลัดสพัน กองเรือ เลกเมืองพรหมขุนอินอำแดงมี ๑ นายรักอำแดงเพียร ๑ นายอิ่มอำแดงเพียร ๑{{วว}}<noinclude></noinclude>
k4nmuquqsypz0dc1y81pzfq0d9xm4rt
301372
301300
2026-10-05T10:42:54Z
Vesperstelo
11696
301372
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๐}}</noinclude>การอ้ายกลาบัญชีศรีกับทาษภรรยาองค์จันท์ชาย ๑ หญิง ๑ (รวม) ๒ คน กับฝาบาตร ๒ เชิงบาตร ๒ เข้ามาส่งณกรุงเทพฯ ด้วยแล้ว
หนังสือมาณวันพฤหัสบดีเดือน ๙ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก
ในวันเดียวนั้น เพลาบ่ายได้ส่งหนังสือบอกนี้ ให้หลวงยกรบัตรถือไป
{{ลหสค|f14|ฉะบับที่ ๑๓ <br> ใบบอกเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)|120}}
หนังสือเจ้าพระบดินทรเดชา ที่สมุหนายก มาเถิง...............ด้วยคนในกองทัพซึ่งรักษาเมืองปัตบองพากันหลบหนี เป็นคนรักษาค่ายลงกูป จมื่นสิทธิแสนยารักษ์ ปลัดนาย ๑ กรมตำรวจวังหน้านอกราชการ ไพร่ ๑ (เป็น) ๒ นายตรวจ นายเวนมหาดไทยวังหน้า นาย ๑ ไพร่ ๑ (เป็น) ๒ (รวมเป็น) ๔ เป็นคนกองพระยาอัศดา เลกสมพระยาอัศดา นายแก้ว ๑ นายจินโสด ๑ นายช่างโสด ๑ นายเสาโสด ๑ นายแก้วม่าย ๑ นายโพ ๑ นายอิน ๑ นายอิ่ม ๑ (รวม) ๘ คน เอาปืนคาบศิลาหลวงไปด้วย ๖ บอก เป็นคนเลกหลวงพิทักษ์คลังมหาสมบัติวังหน้า นายฟักอำแดงเสน ๑ นายเถื่อน ๑ เลกอภิรมย์วังหน้า นายวัน..........กองพระปลัดสพัน กองเรือ เลกเมืองพรหมขุนอินอำแดงมี ๑ นายรักอำแดงเพียร ๑ นายอิ่มอำแดงเพียร ๑{{วว}}<noinclude></noinclude>
5b7ns4c25gtmoa1as2zljwy4whslbzc
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/112
250
92907
301261
2026-10-05T05:39:47Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301261
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๑}}</noinclude>นายบัว อำแดงกลีบ ๑ นายอยู่ อำแดงเพ็ง ๑ นายจันโสด ๑ นายจัน อำแดงทอง ๑ นายกี อำแดงขำ ๑ (รวม) ๘ คน เอาปืนคาบศิลาหลวงไป
เลกพระอินทรเดช นายเมฆ อำแดงเกิด ๑ นายชูโสด ๑ นายอูไม่รู้จักชื่อเมีย ๑ (รวม) ๓ คนเอาปืนคาบศิลาหลวง...............
นายจันทร์พี่ชายหลวงเทพเสนีในกองพระยาเสนาภูเบศร์ ๑ นายโตบ่าวขุนวิเศษโยธามหาดไทย ๑ เข้ากัน ๒๘ คน ปืนคาบศิลาหลวง ๑๒ บอกนั้น คนเหล่านี้ใจเบา........ล่วงบทพระอัยการศึก ผิดเป็นมหันตโทษข้อใหญ่..............
ฉะบับที่ ๑๔
ใบบอกเมืองสระบุรี ขอเรือลำเลียงกองทัพลงมากรุงเทพฯ
หนังสือพระยาสระบุรี บอกมายังท่านหลวงอักขรสุนทรเสมียนตรามหาดไทยให้ทราบ ด้วยกองทัพกลับลงมาเถิงเมืองสระบุรีฯข้าฯ ได้เอาเรือหลวงรองงานจ่ายบรรทุกสิ่งของนายทัพนายกอง ลงมาณกรุงเทพพระมหานครหลายลำ เรือรองงานณเมืองสระบุรีสิ้นเชิง หัวเมืองลงมาเถิงเมืองสระบุรีก็ต้องจ้างเช่าเรือส่ง ขอคุณได้โปรดช่วยชำระเอาเรือหลวงรองงานที่พระราชริน ๓ ลำ พระจันทาทิพ ๒ ลำ พระพรหมธิบาลลำหนึ่ง หลวงจ่าเมืองนอกราชการลำหนึ่ง ขุนพินิจโวหาร<noinclude></noinclude>
fftbt7lwobskx2dcfaa8xzm0nej4yk8
301301
301261
2026-10-05T06:16:21Z
Vesperstelo
11696
301301
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๑}}</noinclude>นายบัว อำแดงกลีบ ๑ นายอยู่ อำแดงเพ็ง ๑ นายจันโสด ๑ นายจัน อำแดงทอง ๑ นายกี อำแดงขำ ๑ (รวม) ๘ คน เอาปืนคาบศิลาหลวงไป
เลกพระอินทรเดช นายเมฆ อำแดงเกิด ๑ นายชูโสด ๑ นายอูไม่รู้จักชื่อเมีย ๑ (รวม) ๓ คนเอาปืนคาบศิลาหลวง...............
นายจันทร์พี่ชายหลวงเทพเสนีในกองพระยาเสนาภูเบศร์ ๑ นายโตบ่าวขุนวิเศษโยธามหาดไทย ๑ เข้ากัน ๒๘ คน ปืนคาบศิลาหลวง ๑๒ บอกนั้น คนเหล่านี้ใจเบา........ล่วงบทพระอัยการศึก ผิดเป็นมหันตโทษข้อใหญ่..............
{{ลห|f15|ฉะบับที่ ๑๔ <br> ใบบอกเมืองสระบุรี ขอเรือลำเลียงกองทัพลงมากรุงเทพฯ|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือพระยาสระบุรี บอกมายังท่านหลวงอักขรสุนทรเสมียนตรามหาดไทยให้ทราบ ด้วยกองทัพกลับลงมาเถิงเมืองสระบุรีฯข้าฯ ได้เอาเรือหลวงรองงานจ่ายบรรทุกสิ่งของนายทัพนายกอง ลงมาณกรุงเทพพระมหานครหลายลำ เรือรองงานณเมืองสระบุรีสิ้นเชิง หัวเมืองลงมาเถิงเมืองสระบุรีก็ต้องจ้างเช่าเรือส่ง ขอคุณได้โปรดช่วยชำระเอาเรือหลวงรองงานที่พระราชริน ๓ ลำ พระจันทาทิพ ๒ ลำ พระพรหมธิบาลลำหนึ่ง หลวงจ่าเมืองนอกราชการลำหนึ่ง ขุนพินิจโวหาร<noinclude></noinclude>
s9y0bje2hd6vw5vmx9loxiqc0yh9woi
301371
301301
2026-10-05T10:42:49Z
Vesperstelo
11696
301371
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๑}}</noinclude>นายบัว อำแดงกลีบ ๑ นายอยู่ อำแดงเพ็ง ๑ นายจันโสด ๑ นายจัน อำแดงทอง ๑ นายกี อำแดงขำ ๑ (รวม) ๘ คน เอาปืนคาบศิลาหลวงไป
เลกพระอินทรเดช นายเมฆ อำแดงเกิด ๑ นายชูโสด ๑ นายอูไม่รู้จักชื่อเมีย ๑ (รวม) ๓ คนเอาปืนคาบศิลาหลวง...............
นายจันทร์พี่ชายหลวงเทพเสนีในกองพระยาเสนาภูเบศร์ ๑ นายโตบ่าวขุนวิเศษโยธามหาดไทย ๑ เข้ากัน ๒๘ คน ปืนคาบศิลาหลวง ๑๒ บอกนั้น คนเหล่านี้ใจเบา........ล่วงบทพระอัยการศึก ผิดเป็นมหันตโทษข้อใหญ่..............
{{ลหสค|f15|ฉะบับที่ ๑๔ <br> ใบบอกเมืองสระบุรี ขอเรือลำเลียงกองทัพลงมากรุงเทพฯ|120}}
หนังสือพระยาสระบุรี บอกมายังท่านหลวงอักขรสุนทรเสมียนตรามหาดไทยให้ทราบ ด้วยกองทัพกลับลงมาเถิงเมืองสระบุรีฯข้าฯ ได้เอาเรือหลวงรองงานจ่ายบรรทุกสิ่งของนายทัพนายกอง ลงมาณกรุงเทพพระมหานครหลายลำ เรือรองงานณเมืองสระบุรีสิ้นเชิง หัวเมืองลงมาเถิงเมืองสระบุรีก็ต้องจ้างเช่าเรือส่ง ขอคุณได้โปรดช่วยชำระเอาเรือหลวงรองงานที่พระราชริน ๓ ลำ พระจันทาทิพ ๒ ลำ พระพรหมธิบาลลำหนึ่ง หลวงจ่าเมืองนอกราชการลำหนึ่ง ขุนพินิจโวหาร<noinclude></noinclude>
0e8wv7yxpwlbri19t9vrnfeidy10kk1
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/113
250
92908
301262
2026-10-05T05:40:10Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301262
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๒}}</noinclude>ลำหนึ่ง ขุนศรีสังหารกรมนาเอาลงมาลำหนึ่ง ถ้าคุณชำระได้เรือมากน้อยเท่าใด ก็ให้มอบให้นายจำปา นายโม คนมีชื่อคุมแพกงทับพายลงมาส่ง เอาเรือหลวงรองงานกลับขึ้นไปจะได้จัดแจงยาไว้สำหรับราชการ
บอกมาณวันอังคารเดือน ๑๑ แรม ๑๑ ค่ำ ปีมะเมียนักษัตรฉอศก
ฉะบับที่ ๑๕
ตราตอบเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดก
หนังสือ เจ้าพระยาจักรีฯ มาเถิงเจ้าพระยาบดินทรเดชาที่สมุห นายก ด้วยบอกนังสือแต่งให้จมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนง ถือเข้าไปแจ้งราชการว่า พระยาบดินทรเดชาที่สมุหนายก นายทัพนายกองถอยจากเมืองโจดก มาตั้งอยู่ณเมืองเชิงกะชุมได้ ๒ วัน ญวนตามขึ้นมาทั้งทางบกทางเรือเป็นคน ๒๐๐ เศษ ให้กองทัพไปสะกัดหาทันไม่ ญวนถอยกลับไปเสียก่อน แลณวันขึ้นค่ำหนึ่งเดือน ๔ พระยาราชโยธา จมื่นสมุหพิมาน หลวงราชเสนา พระยาอภัยภูเบศร์ เจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วง ซึ่งอยู่เมืองพนมเป็ญ ให้ขุนนาถจำนงถือหนังสือไปว่า ให้หมื่นตีไปสืบทัพพระยาราชนิกูลทางเมืองบาพนมกลับมา ได้ความว่าพระยาเสนาราชกุเชนทร<noinclude></noinclude>
smkga2yopbbtxkcv7t860kejfqfwofo
301298
301262
2026-10-05T06:14:16Z
Vesperstelo
11696
301298
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๒}}</noinclude>ลำหนึ่ง ขุนศรีสังหารกรมนาเอาลงมาลำหนึ่ง ถ้าคุณชำระได้เรือมากน้อยเท่าใด ก็ให้มอบให้นายจำปา นายโม คนมีชื่อคุมแพกงทับพายลงมาส่ง เอาเรือหลวงรองงานกลับขึ้นไปจะได้จัดแจงยาไว้สำหรับราชการ
บอกมาณวันอังคารเดือน ๑๑ แรม ๑๑ ค่ำ ปีมะเมียนักษัตรฉอศก
{{ลห|f16|ฉะบับที่ ๑๕ <br> ตราตอบเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดก|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาเถิงเจ้าพระยาบดินทรเดชาที่สมุห นายก ด้วยบอกนังสือแต่งให้จมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนง ถือเข้าไปแจ้งราชการว่า พระยาบดินทรเดชาที่สมุหนายก นายทัพนายกองถอยจากเมืองโจดก มาตั้งอยู่ณเมืองเชิงกะชุมได้ ๒ วัน ญวนตามขึ้นมาทั้งทางบกทางเรือเป็นคน ๒๐๐ เศษ ให้กองทัพไปสะกัดหาทันไม่ ญวนถอยกลับไปเสียก่อน แลณวันขึ้นค่ำหนึ่งเดือน ๔ พระยาราชโยธา จมื่นสมุหพิมาน หลวงราชเสนา พระยาอภัยภูเบศร์ เจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วง ซึ่งอยู่เมืองพนมเป็ญ ให้ขุนนาถจำนงถือหนังสือไปว่า ให้หมื่นตีไปสืบทัพพระยาราชนิกูลทางเมืองบาพนมกลับมา ได้ความว่าพระยาเสนาราชกุเชนทร<noinclude></noinclude>
2fvm0rj8hs9x0jxtnvf607j4y68tycq
301370
301298
2026-10-05T10:42:38Z
Vesperstelo
11696
301370
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๒}}</noinclude>ลำหนึ่ง ขุนศรีสังหารกรมนาเอาลงมาลำหนึ่ง ถ้าคุณชำระได้เรือมากน้อยเท่าใด ก็ให้มอบให้นายจำปา นายโม คนมีชื่อคุมแพกงทับพายลงมาส่ง เอาเรือหลวงรองงานกลับขึ้นไปจะได้จัดแจงยาไว้สำหรับราชการ
บอกมาณวันอังคารเดือน ๑๑ แรม ๑๑ ค่ำ ปีมะเมียนักษัตรฉอศก
{{ลหสค|f16|ฉะบับที่ ๑๕ <br> ตราตอบเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดก|120}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาเถิงเจ้าพระยาบดินทรเดชาที่สมุห นายก ด้วยบอกนังสือแต่งให้จมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนง ถือเข้าไปแจ้งราชการว่า พระยาบดินทรเดชาที่สมุหนายก นายทัพนายกองถอยจากเมืองโจดก มาตั้งอยู่ณเมืองเชิงกะชุมได้ ๒ วัน ญวนตามขึ้นมาทั้งทางบกทางเรือเป็นคน ๒๐๐ เศษ ให้กองทัพไปสะกัดหาทันไม่ ญวนถอยกลับไปเสียก่อน แลณวันขึ้นค่ำหนึ่งเดือน ๔ พระยาราชโยธา จมื่นสมุหพิมาน หลวงราชเสนา พระยาอภัยภูเบศร์ เจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วง ซึ่งอยู่เมืองพนมเป็ญ ให้ขุนนาถจำนงถือหนังสือไปว่า ให้หมื่นตีไปสืบทัพพระยาราชนิกูลทางเมืองบาพนมกลับมา ได้ความว่าพระยาเสนาราชกุเชนทร<noinclude></noinclude>
ijzxk2isgd916qe3qgpq2pn3evdmyfa
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/114
250
92909
301263
2026-10-05T05:40:45Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301263
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๓}}</noinclude>กองหน้า พระยาจ่าแสนบดี ได้รบพุ่งกันกับเขมร แล้วว่าพระยาราชนิกูลถอยมาตั้งอยู่บ้านโขมง พระยาจักรี พระยายมราช จะมาตีทัพพระยาราชนิกูล พระยาจ่าแสนบดีกับว่าเขมรออกสะกัดตีพวกกองทัพไทยเป็นหลายตำบล และครอบครัวเขมรเมืองพนมเป็ญนั้น พระยาราชโยธา หลวงราชเสนา จมื่สมุหพิมาน พระยาอภัยภูเบศร์ องค์อิ่ม องค์ด้วง ให้กวาดต้อนครอบครัวขึ้นมาเถิงค่ายกระพง.................ยกมาตีกองทัพ ๆ ยิงถูก เขมร แขก จีน ตาย ๕๐ คนแตกไปทัพเรือเอาปืนใหญ่ยิงพวกครัวตายเป็นอันมาก ทิ้งเรือ เสียหนีขึ้นฝั่งตะวันออก กองทัพเผาเรือเสีย...........ครัวเหลืออยู่เป็นพรรคพวก องค์อิ่ม องค์ด้วง พระองค์แก้ว...................กับปืนใหญ่ ๓๖ ปืนหาม ๓๔ บอก ปืนคาบชุด คาบศิลา (รวม) ๔๘๐ บอก ใหญ่.............สุน ๗ นิ้ว ๑ บอก ๖ นิ้ว ๑ บอก ๕ นิ้ว ๕ บอก (รวม) ๗ บอก กระสุนใหญ่.......ปัตบองแล้ว พระยาราชโยธา พระยาอภัยภูเบศร์...........อยู่เมืองโพธิสัตว์ เจ้า................................
ฉะบับที่ ๑๖
ตราตอบเจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดกมาตั้งอยู่เมืองเชิงกระชุม
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาเถิงเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่<noinclude></noinclude>
at65hdsb0vwya5s550pr6o59369g67m
301299
301263
2026-10-05T06:15:07Z
Vesperstelo
11696
301299
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๓}}</noinclude>กองหน้า พระยาจ่าแสนบดี ได้รบพุ่งกันกับเขมร แล้วว่าพระยาราชนิกูลถอยมาตั้งอยู่บ้านโขมง พระยาจักรี พระยายมราช จะมาตีทัพพระยาราชนิกูล พระยาจ่าแสนบดีกับว่าเขมรออกสะกัดตีพวกกองทัพไทยเป็นหลายตำบล และครอบครัวเขมรเมืองพนมเป็ญนั้น พระยาราชโยธา หลวงราชเสนา จมื่สมุหพิมาน พระยาอภัยภูเบศร์ องค์อิ่ม องค์ด้วง ให้กวาดต้อนครอบครัวขึ้นมาเถิงค่ายกระพง.................ยกมาตีกองทัพ ๆ ยิงถูก เขมร แขก จีน ตาย ๕๐ คนแตกไปทัพเรือเอาปืนใหญ่ยิงพวกครัวตายเป็นอันมาก ทิ้งเรือ เสียหนีขึ้นฝั่งตะวันออก กองทัพเผาเรือเสีย...........ครัวเหลืออยู่เป็นพรรคพวก องค์อิ่ม องค์ด้วง พระองค์แก้ว...................กับปืนใหญ่ ๓๖ ปืนหาม ๓๔ บอก ปืนคาบชุด คาบศิลา (รวม) ๔๘๐ บอก ใหญ่.............สุน ๗ นิ้ว ๑ บอก ๖ นิ้ว ๑ บอก ๕ นิ้ว ๕ บอก (รวม) ๗ บอก กระสุนใหญ่.......ปัตบองแล้ว พระยาราชโยธา พระยาอภัยภูเบศร์...........อยู่เมืองโพธิสัตว์ เจ้า................................
{{ลห|f17|ฉะบับที่ ๑๖ <br> ตราตอบเจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดกมาตั้งอยู่เมืองเชิงกระชุม|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาเถิงเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่<noinclude></noinclude>
gjy8i0hjvze07kcufqtsc67c81ej1sx
301302
301299
2026-10-05T06:18:39Z
Vesperstelo
11696
301302
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๓}}</noinclude>กองหน้า พระยาจ่าแสนบดี ได้รบพุ่งกันกับเขมร แล้วว่าพระยาราชนิกูลถอยมาตั้งอยู่บ้านโขมง พระยาจักรี พระยายมราช จะมาตีทัพพระยาราชนิกูล พระยาจ่าแสนบดีกับว่าเขมรออกสะกัดตีพวกกองทัพไทยเป็นหลายตำบล และครอบครัวเขมรเมืองพนมเป็ญนั้น พระยาราชโยธา หลวงราชเสนา จมื่สมุหพิมาน พระยาอภัยภูเบศร์ องค์อิ่ม องค์ด้วง ให้กวาดต้อนครอบครัวขึ้นมาเถิงค่ายกระพง.................ยกมาตีกองทัพ ๆ ยิงถูก เขมร แขก จีน ตาย ๕๐ คนแตกไปทัพเรือเอาปืนใหญ่ยิงพวกครัวตายเป็นอันมาก ทิ้งเรือ เสียหนีขึ้นฝั่งตะวันออก กองทัพเผาเรือเสีย...........ครัวเหลืออยู่เป็นพรรคพวก องค์อิ่ม องค์ด้วง พระองค์แก้ว...................กับปืนใหญ่ ๓๖ ปืนหาม ๓๔ บอก ปืนคาบชุด คาบศิลา (รวม) ๔๘๐ บอก ใหญ่.............สุน ๗ นิ้ว ๑ บอก ๖ นิ้ว ๑ บอก ๕ นิ้ว ๕ บอก (รวม) ๗ บอก กระสุนใหญ่.......ปัตบองแล้ว พระยาราชโยธา พระยาอภัยภูเบศร์...........อยู่เมืองโพธิสัตว์ เจ้า................................
{{ลห|f17a|ฉะบับที่ ๑๖ <br> ตราตอบเจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดกมาตั้งอยู่เมืองเชิงกระชุม|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาเถิงเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่<noinclude></noinclude>
h49m731zh6g80h138mxt660f3tfzvug
301375
301302
2026-10-05T10:52:21Z
Vesperstelo
11696
301375
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๓}}</noinclude>กองหน้า พระยาจ่าแสนบดี ได้รบพุ่งกันกับเขมร แล้วว่าพระยาราชนิกูลถอยมาตั้งอยู่บ้านโขมง พระยาจักรี พระยายมราช จะมาตีทัพพระยาราชนิกูล พระยาจ่าแสนบดีกับว่าเขมรออกสะกัดตีพวกกองทัพไทยเป็นหลายตำบล และครอบครัวเขมรเมืองพนมเป็ญนั้น พระยาราชโยธา หลวงราชเสนา จมื่สมุหพิมาน พระยาอภัยภูเบศร์ องค์อิ่ม องค์ด้วง ให้กวาดต้อนครอบครัวขึ้นมาเถิงค่ายกระพง.................ยกมาตีกองทัพ ๆ ยิงถูก เขมร แขก จีน ตาย ๕๐ คนแตกไปทัพเรือเอาปืนใหญ่ยิงพวกครัวตายเป็นอันมาก ทิ้งเรือ เสียหนีขึ้นฝั่งตะวันออก กองทัพเผาเรือเสีย...........ครัวเหลืออยู่เป็นพรรคพวก องค์อิ่ม องค์ด้วง พระองค์แก้ว...................กับปืนใหญ่ ๓๖ ปืนหาม ๓๔ บอก ปืนคาบชุด คาบศิลา (รวม) ๔๘๐ บอก ใหญ่.............สุน ๗ นิ้ว ๑ บอก ๖ นิ้ว ๑ บอก ๕ นิ้ว ๕ บอก (รวม) ๗ บอก กระสุนใหญ่.......ปัตบองแล้ว พระยาราชโยธา พระยาอภัยภูเบศร์...........อยู่เมืองโพธิสัตว์ เจ้า................................
{{ลหสค|f17a|ฉะบับที่ ๑๖ <br> ตราตอบเจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) <br> เรื่องถอยทัพจากเมืองโจดกมาตั้งอยู่เมืองเชิงกระชุม|120}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาเถิงเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่<noinclude></noinclude>
0prcx574k3swjd8pb123g1q4pl0azwo
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/115
250
92910
301264
2026-10-05T05:41:07Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301264
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๔}}</noinclude>สมุหนายก ด้วยบอกหนังสือแต่งให้จมื่นศรีบริรักษ์ ขุนนาถจำนง ถือเข้าไปแจ้งราชการว่า เจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก นายทัพนายกองถอยจากเมืองโจดก มาตั้งอยู่ณเมืองเชิงกระชุมได้ ๒ วัน ญวนตามขึ้นมาทั้งทางบกทางเรือเป็นคน ๒๐๐ เศษ ให้กองทัพไปสะกัดหาทันไม่ ญวนถอยทัพกลับไปเสียก่อน แลณวันเดือน ๔ ขึ้น ๑ ค่ำ พระยาราชโยธา จมื่นสมุหพิมาน หลวงราชเสนา พระยาอภัยภูเบศร์ องค์อิ่ม องค์ด้วง ซึ่งอยู่เมืองพนมเป็ญ ให้ขุนนาถจำนงถือหนังสือไปว่า ให้หมื่นตีไปสืบทัพพระยาราชนิกูลทางเมือบาพนมกลับมาได้ความว่า พระยาราชเสนากุเชนทร กองหน้า พระยาจ่าแสนบดีได้รบพุ่งกันกับเขมร แล้วว่าพระยาราชนิกูลถอยมาตั้งอยู่บ้านโขมง พระยาจักรี พระยายมราช จะมาตีทัพพระยาราชนิกูล พระยาจ่าแสนบดี กับว่าเขมรออกสะกัดตีพวกกองทัพไทยเป็นหลายตำบล แลครอบครัวเขมรเมืองพนมเป็ญนั้น พระยาราชโยธา หลวงราชเสนา จมื่นสมุหพิมาน พระยาอภัยภูเบศร์ องค์อิ่ม องค์ด้วง ให้กวาดต้อนครอบครัวขึ้นมาถึงค่ายกระพงหลวง เขมร แขก จีน ยกมาตีกองทัพ ๆ ยิงถูกเขมร จีน แขก ตาย ๕๐ คน แตกไปทัพเรือเอาปืนใหญ่ยิงพวกครัวตายเป็นอันมาก ทิ้งเรือเสียหนีขึ้นฝั่งตะวันออก กองทัพเผาเรือเสีย............. (ความขาด) ............ ครัวเหลืออยู่เป็นพรรคพวกเจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วง พระองค์แก้ว....... (ความขาด) ............กับปืนใหญ่ ๓๖ บอกปืนหามแล่น{{วว}}<noinclude></noinclude>
g6k2nr1v8zxqic3yn4ubbd6ze1q64vf
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/116
250
92911
301265
2026-10-05T05:41:45Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301265
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๕}}</noinclude>๓๔ บอก ปืนคาบชุดคาบศิลา ๔๘๐ บอก ปืนใหญ่...... (ความขาด) .........กระสุน ๗ นิ้ว ๑ บอก ๖ นิ้ว ๑ บอก ๕ นิ้ว ๕ บอก รวม ๗ บอก กระสุนใหญ่............. (ความขาด) ..........พระตะบองแล้วพระราชโยธา พระยาอภัยภูเบศร์................ (ความขาด) .............อยู่เมืองโพธิสัตว์....................... (ความขาด) ...................
ฉะบับที่ ๑๖
รายงานของพระยาราชนิกูล เสนอแม่ทัพใหญ่
หนังสือพระยาราชนิกูล มาเถิงหลวงอนุรักษ์ภูเบศร์ ได้นำขึ้นกราบเรียน ฯพณฯ สมุหนายก เจ้าคุณแม่ทัพใหญ่ผู้สำเร็จราชการ ด้วย......บอกมาว่า นายทัพนายกองยกไปเถิงเมืองอุบลราชธานี พระพรหมราชวงศา อุปฮาด ท้าวเพี้ย แจ้งความกับฯข้าฯ ว่าณวันเดือน ๓ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗) เพี้ยนามวงศ์ซึ่งพระยาพรหมราชวงศาแต่งให้ไปรักษาด่านท่าจักขุ ถือหนังสืออุปฮาดบ้านลีบปุงฉะบับหนึ่งเข้ามา เพี้ยนามวงศ์แจ้งความแก่พระพรหมวงศาว่า เพี้ยสุวัณราชถือหนังสืออุปฮาดเมือง.........บ้านลีบปุงเข้ามาเถิงด่านท่าจักขุ เพี้ยสุวัณราชกลัวกองทัพ จึงเอาหนังสืออุปฮาด ส่งให้เพี้ยนามวงศ์ถือเข้ามาเถิงพระพรหมราชวงศา ใจความในหนังสืออุปฮาดนั้นว่า อุปฮาดท้าวเพี้ยพรรคพวกครอบครัวพร้อมกัน<noinclude>{{ข|๕|4em}}</noinclude>
f2qf9osirqng7zx41mcv37pbs8t3sf6
301319
301265
2026-10-05T09:46:32Z
Vesperstelo
11696
301319
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๕}}</noinclude>๓๔ บอก ปืนคาบชุดคาบศิลา ๔๘๐ บอก ปืนใหญ่...... (ความขาด) .........กระสุน ๗ นิ้ว ๑ บอก ๖ นิ้ว ๑ บอก ๕ นิ้ว ๕ บอก รวม ๗ บอก กระสุนใหญ่............. (ความขาด) ..........พระตะบองแล้วพระราชโยธา พระยาอภัยภูเบศร์................ (ความขาด) .............อยู่เมืองโพธิสัตว์....................... (ความขาด) ...................
{{ลห|f17|ฉะบับที่ ๑๖ <br> รายงานของพระยาราชนิกูล เสนอแม่ทัพใหญ่|120}}
{{สต|7em}}
หนังสือพระยาราชนิกูล มาเถิงหลวงอนุรักษ์ภูเบศร์ ได้นำขึ้นกราบเรียน ฯพณฯ สมุหนายก เจ้าคุณแม่ทัพใหญ่ผู้สำเร็จราชการ ด้วย......บอกมาว่า นายทัพนายกองยกไปเถิงเมืองอุบลราชธานี พระพรหมราชวงศา อุปฮาด ท้าวเพี้ย แจ้งความกับฯข้าฯ ว่าณวันเดือน ๓ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗) เพี้ยนามวงศ์ซึ่งพระยาพรหมราชวงศาแต่งให้ไปรักษาด่านท่าจักขุ ถือหนังสืออุปฮาดบ้านลีบปุงฉะบับหนึ่งเข้ามา เพี้ยนามวงศ์แจ้งความแก่พระพรหมวงศาว่า เพี้ยสุวัณราชถือหนังสืออุปฮาดเมือง.........บ้านลีบปุงเข้ามาเถิงด่านท่าจักขุ เพี้ยสุวัณราชกลัวกองทัพ จึงเอาหนังสืออุปฮาด ส่งให้เพี้ยนามวงศ์ถือเข้ามาเถิงพระพรหมราชวงศา ใจความในหนังสืออุปฮาดนั้นว่า อุปฮาดท้าวเพี้ยพรรคพวกครอบครัวพร้อมกัน<noinclude>{{ข|๕|4em}}</noinclude>
37xqt6jdsryl33700bo8z4pdkynhcq5
301376
301319
2026-10-05T10:53:10Z
Vesperstelo
11696
301376
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๕}}</noinclude>๓๔ บอก ปืนคาบชุดคาบศิลา ๔๘๐ บอก ปืนใหญ่...... (ความขาด) .........กระสุน ๗ นิ้ว ๑ บอก ๖ นิ้ว ๑ บอก ๕ นิ้ว ๕ บอก รวม ๗ บอก กระสุนใหญ่............. (ความขาด) ..........พระตะบองแล้วพระราชโยธา พระยาอภัยภูเบศร์................ (ความขาด) .............อยู่เมืองโพธิสัตว์....................... (ความขาด) ...................
{{ลหสค|f17|ฉะบับที่ ๑๖ <br> รายงานของพระยาราชนิกูล เสนอแม่ทัพใหญ่|120}}
หนังสือพระยาราชนิกูล มาเถิงหลวงอนุรักษ์ภูเบศร์ ได้นำขึ้นกราบเรียน ฯพณฯ สมุหนายก เจ้าคุณแม่ทัพใหญ่ผู้สำเร็จราชการ ด้วย......บอกมาว่า นายทัพนายกองยกไปเถิงเมืองอุบลราชธานี พระพรหมราชวงศา อุปฮาด ท้าวเพี้ย แจ้งความกับฯข้าฯ ว่าณวันเดือน ๓ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗) เพี้ยนามวงศ์ซึ่งพระยาพรหมราชวงศาแต่งให้ไปรักษาด่านท่าจักขุ ถือหนังสืออุปฮาดบ้านลีบปุงฉะบับหนึ่งเข้ามา เพี้ยนามวงศ์แจ้งความแก่พระพรหมวงศาว่า เพี้ยสุวัณราชถือหนังสืออุปฮาดเมือง.........บ้านลีบปุงเข้ามาเถิงด่านท่าจักขุ เพี้ยสุวัณราชกลัวกองทัพ จึงเอาหนังสืออุปฮาด ส่งให้เพี้ยนามวงศ์ถือเข้ามาเถิงพระพรหมราชวงศา ใจความในหนังสืออุปฮาดนั้นว่า อุปฮาดท้าวเพี้ยพรรคพวกครอบครัวพร้อมกัน<noinclude>{{ข|๕|4em}}</noinclude>
215cz5layuu0mrj0uaqqy82tufxonjy
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/117
250
92912
301266
2026-10-05T05:42:04Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301266
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๖}}</noinclude>สมัครจะเข้ามาทำราชการฉลองพระเดชพระคุณเป็นข้าสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ขึ้นอยู่กับเมืองอุบล ถ้าพระพรหมราชวงศามีความเมตตาว่ากล่าวแก่นายทัพนายกองกรุงเทพฯ ให้อุปฮาดกับท้าวเพี้ยสมัครพาครอบครัวพวกบ่าวไพร่ตั้งบ้านเรือนอยู่ณแขวงเมืองอุบลได้ อุปฮาดกับท้าวเพี้ยก็จะพาครอบครัวเข้ามาอยู่ณเมืองอุบล ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณสืบไปฯข้าฯ จึงให้พระพรหมราชวงศามีหนังสือไปเถิงอุปฮาดบ้านลีบปุงว่า ถ้าอุปฮาดจะสมัครเข้ามาทำราชการฉลองพระเดชพระคุณ อยู่กับพระพรหมราชวงศาณเมืองอุบล ก็ให้อุปฮาดท้าวเพี้ยยกครอบครัวเข้ามาอยู่ตามใจสมัครฯข้าฯ จึงจัดให้หลวงยกรบัตรเมืองสิงห์นายไพร่ ๑๐ คน กำกับเพี้ยเวียงแกเมืองอุบล ไปคอยฟังราชการอยู่ณด่านท่าจักขุ ถ้าอุปฮาดบ้านลีบปุง จะยกครอบครัวเข้ามาโดยดี ก็ให้กลวงยกบัตรป้องกันเอาเข้ามาให้เถิงเมืองอุบล แล้วฯข้าฯ ได้มีหนังสือไปเถิงพระมหาเทพ พระราชริน ให้รู้ราชการด้วยฉะบับหนึ่ง แล้วฯข้าฯ ได้เร่งรัดให้พระพรหมราชวงศา อุปฮาด ท้าวเพี้ย ทำค่ายเมืองอุบล เสาค่ายใหญ่รอบ ๒ กำ ๒ กำกึ่ง ยาว ๓๗ เส้น กว้าง ๔ เส้น สูง ๗ ศอก มีป้อม ๗ ป้อม มีหอรบทุกประตู และให้ปลูกฉางข้าวขื่อ ๓ วา ๒ ศอก ยาว ๗ วา ๓ ศอก คืบ ๗ ห้องหลังหนึ่ง โรงปืนหลังหนึ่ง ตึกดินหลังหนึ่ง ไว้สำหรับเมืองทำแล้ว ๓ ส่วนยังส่วนหนึ่ง ยังเร่งรัดให้ทำอยู่ฯข้าฯ นาย<noinclude></noinclude>
c8z7y2c0fd8fgz1wu961ld6zhe6vgp3
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/118
250
92913
301267
2026-10-05T05:42:28Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301267
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๗}}</noinclude>ทัพนายกองยกไปเถิงเมืองนครจำปาศักดิ์ แต่ณวันขึ้นค่ำหนึ่งเดือน ๔ ปีมะเมียฉอศก พระยาบำเรอศักดิ์ หลวงราชมนูซึ่งใต้เท้าพระกรุณาเจ้าให้ส่ง ไปอยู่รักษาเมืองนครจำปาบาศักดิ์ แจ้งความแก่ฯ ข้า ว่าณวันเดือนอ้ายแรม ๑๓ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก พระยาบำเรอศักดิ์เจ้านครจำปาบาศักดิ์ ได้จัดให้เพี้ยพรม โคชชาวเมืองพ้อง ซึ่งมาเป็นเขยสู่อยู่ณเมืองนครจำปาบาศักดิ์ ถือหนังสือไปเกลี้ยกล่อมเมืองพ้อง เมืองพลาน เมืองตะโปน เมืองวัง เมืองพิน และสืบราชการด้วย ครั้นณวันแรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๓ เพี้ยพรหมโคตรกลับมาเถิงเมืองจำปาบาศักดิ์ แจ้งความกับพระยาบำเรอภักดิ์เจ้านครจำปาบาศักดิ์ว่า เพี้ยพรหมโคตรออกไปเถิงเซน้ำมวก เห็นครอบครัวตั้งกระบวนทัพอยู่ที่ฝั่งเซน้ำมวก ชายหญิงใหญ่น้อยประมาณ ๑๐๐๐ เศษ เพี้ยพรหมโคตรทำเป็นลูกค้าถามซื้อข้าวครัว ๆ บอกว่าข้าวถังละบาทก็หามีที่ซื้อไม่ พวกครัวรับพระราชทานแต่บุกกลอยรากกะทาษอยู่ช้านาน ขัดสนสะเบียงอาหารเหลือกำลัง เพี้ยพรหมโคตรต่อไปเถิงเมืองตะโปน แต่ณวันแรม ๙ ค่ำ เดือนอ้ายปีมะเมียฉอศก พบเจ้าเมืองตะโปน ๆ ตอบรับพูดจากับเพี้ยพรหมโคตรเป็นปกติดีอยู่ เพี้ยพรหมโคตรจึงเอาหนังสือเกลี้ยกล่อมออกให้เจ้าเมืองตะโปนกรมการดู เจ้าเมืองตะโปนกรมการพร้อมกันว่า บุญคุณเจ้านครจำปาบาศักดิ์หาที่สุดมิได้ณเดือน ๑๑ ปีมะเมียฉอศก เจ้าเมืองตะโปนกรมการกับเจ้าเมืองชุมพร เจ้าเมืองพิน เจ้าเมืองพลาน คิดพร้อมกันจะเข้า<noinclude></noinclude>
jvb6vrcwlhqkte6x097fphwei24o5l1
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/119
250
92914
301268
2026-10-05T05:42:43Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301268
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๘}}</noinclude>มาสู่พระบรมโพธิสมภาร ทำราชการขึ้นกับเมืองนครจำปาศักดิ์ องจุญวนมาอยู่ที่เมืองตะโปน รู้ความห้ามเจ้าเมืองตะโปน เจ้าเมืองพ้อง เจ้าเมืองพลาน เจ้าเมืองพินเสีย หาให้เข้ามาเมืองนครจำปาศักดิ์ไม่ เจ้าเมืองตะโปน เจ้าเมืองพ้อง เจ้าเมืองพลาน เจ้าเมืองพินจึงปรึกษากันจัดให้ราชบุตรเมืองชุมพรลงไปเฝ้าเจ้าเวียดนาม ให้กราบทูลขอทำส่วยส่งแต่เมืองลาวเมืองญวนตามอย่างแต่โบราณสืบ ๆ มา ราชบุตรไปเมืองเวียดนามยังหากลับมาไม่ ครั้นรุ่งขึ้นเพลาเช้าเจ้าเมืองตะโปนพาเจ้าเมืองชุมพร เจ้าเมืองพิน เจ้าเมืองพลาน กับโถลายมุกองไชยาเมืองพ้อง มาพร้อมกันฟังหนังสือเกลี้ยกล่อมและปรึกษากันว่า เราจะสมัครทำราชการเข้าไปพึ่งเจ้านครจำปาบาศักดิ์ จะพร้อมกันหรือไม่ โถลายมุกองไชยาเมืองพ้องว่า ถ้าเจ้าเมืองตะโปน เจ้าเมืองพิน เจ้าเมืองพลาน จะเข้าหาเมืองนครจำปาศักดิ์ โถลายมุกองไชยาจะไปบอกองญวนให้กันเอาครอบครัวไว้ เจ้าเมืองกรมการเมืองพิน เมืองพลาน ก็นิ่งความเสีย แต่เจ้าเมืองตะโปนว่า ถ้าราชบุตรกลับมาแต่เมืองเวียดนาม เจ้าเมืองตะโปนจะ แต่งให้พี่น้องบุตรหลานกรมการ เข้ามาแจ้งราชการณเมืองนครจำปาบาศักดิ์ ถ้าเพี้ยพรหมโคตรจะกลับเข้าไปณเมืองนครจำปาบาศักดิ์แล้วให้กลับออกไปคอยรับพี่น้อง บุตรหลานกรมการเมืองตะโปน ซึ่งเจ้าเมืองตะโปนจะใช้เข้ามาณทุ่งปาง เป็นพรมแดนเมืองตะโปนกับเมืองคำทองใหญ่ต่อกัน ในเดือน ๔ ข้างแรมปีมะเมียฉอศก<noinclude></noinclude>
hv03p7hbglzulql6wosjhnup05r5ybd
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/120
250
92915
301269
2026-10-05T05:42:59Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301269
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๖๙}}</noinclude>ให้จงได้ เพี้ยพรหมโคตรไปอยู่ที่เมืองตะโปนได้เดือนเศษ เห็น ญวนมาอยู่ที่เมืองตะโปน ๑๑ คน ๑๒ คน มาอยู่ ๒ คืน ๓ คืนแล้วก็กลับไปเมืองญวน เพี้ยพรหมโคตรถามชาวบ้านว่าญวนมาด้วยธุระยังไร ชาวบ้านบอกว่าญวนผลัดเปลี่ยนกันมาเยี่ยมเยียนบ้านเมืองอยู่เนือง ๆ มิได้ขาด ครั้นอยู่มาณวันเดือน ๓ ขึ้น ๗ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก เพี้ยพรหมโคตรได้ยินราษฎรชาวเมืองตะโปนพูดกันว่า ท้าวบัวศรีเจ้าเมืองพ้องราชวงศ์ แต่งให้นายรวยหรวยถือหนังสือไปเกลี้ยกล่อม เจ้าเมืองกรมการราษฎรทั้งปวงยังหาเข้าเกลี้ยกล่อมไม่ ครอบครัวเมืองพ้อง เมืองชุมพรซึ่งตั้งอยู่เซน้ำมวก แตกตื่นเข้าไปตั้งอยู่แขวงเมืองตะโปนต่อแดนญวน แต่เซน้ำมวกไปเมืองพินทางวันหนึ่ง แต่เมืองพินไปเถิงเมืองตะโปนทางคืนหนึ่ง แต่เมืองตะโปนไปเถิงด่านญวนทาง ๒ คืน ครั้นณวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเมีย สัปตศก เพี้ยพรหมโคตรก็ลาเจ้าเมืองตะโปนกลับมา พระยาบำเรอภักดิ์ เจ้านครจำปาศักดิ์ ได้ให้เพี้ยพรหมโคตรกลับขึ้นไป คอยรับพวกเจ้าตะโปนอยู่ณทุ่งปางแล้วอยู่ณวันแรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเมียฉอศก พระอภัยราชวงศาเจ้าเมืองสีทันดร บอกส่งต้นหนังสือ พระศรีสุลาดเจ้าเมืองเชียงแตง มาเถิงพระยาบำเรอภักดิ์ฉะบับหนึ่งใจความว่า เพี้ยษาเนตรออกไปบ้านไสพวกแขวงเมืองเชียงแตง เห็นเขมรประมาณ ๕๐ คน มาตั้งอยู่ณบ้านไสพวก ชาวบ้านบอกกับเพี้ยสาเนตรว่าเขมรจะมากวาดเอาครอบครัวบ้านไสพวกไป เพี้ยสาเนตรมาแจ้ง<noinclude></noinclude>
363gadi5n8hyipzv6uu5mdg7uk8y4y9
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/121
250
92916
301270
2026-10-05T05:47:18Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301270
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๗๐}}</noinclude>ความแก่พระศรีสุลาด ๆ แต่งให้อุปฮาดเมืองเชียงแตงคุมไพร่ ๑๐๐ คนยกไปบ้านไสพวก อุปฮาดบอกมาเถิงพระศรีสุลาดว่า เขมรกวาดเอาครัวบ้านไสพวกไปหมดสิ้น เห็นแต่ไฟไหม้บ้านเรือนบ้านไสพวกอยู่ อุปฮาดขอกำลังอีกร้อยคนสรรพไปด้วยเครื่องสาตราวุธ อุปฮาดจะยกติดตามไปเอาครอบครัวมา พระศรีสุลาดได้แต่งให้ราชวงศ์คุมไพร่ ๑๐๐ คนยกตามอุปฮาดออกไปณบ้านไสพวก อุปฮาดติดตามได้ครัวหรือไม่ได้ อุปฮาดยังหาบอกเถิงพระศรีสุลาดไม่ แต่บ้านไสพวกเป็นแขวงเมืองเชียงแตงแต่เมืองเชียงแตงจะไปบ้านไสพวกทาง ๓ คืน แต่บ้านไสพวกไปเมืองสมบูรณ์ทาง ๓ คืน ครัวบ้านไสพวกเป็นครัวเมืองเชียงแตง เมืองสมบูรณ์ปนละวนกันอยู่ จะเป็นครัวเมืองเชียงแตงเมืองสมบูรณ์มากน้อยเท่าใดยังให้ไปสืบอยู่ พระยาบำเรอศักดิ์ไม่ไว้ใจแก่ราชการ จึงมีหนังสือไปเถิงเจ้าเมืองสีทันดรเจ้าเมืองแสนปาง ให้แต่งท้าวเพี้ยที่มีสติปัญญาคุมไพร่ ๑๐๐ คน ลงไปรักษาเมืองเชียงแตงให้ลาดตระเวนอยู่ด้วย แล้วฯข้าฯ เห็นว่าเป็นแต่ลาวจะไว้ใจแก่ราชการมิได้ฯข้าฯ จึงจัดให้พระสันทบุรีคุมไพร่ ๓๐๐ คนยกเพิ่มเติมไปรักษาเมืองเชียงแตงอีก พระสันทบุรีจะได้ยกออกจากเมืองนครจำปาบาศักดิ์ แต่วันขึ้นค่ำหนึ่งเดือน ๔ ปีมะเมียฉอศกแล้ว
อนึ่งอยู่ณวันศุกร์เดือน ๓ แรม ๙ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก พระยาภักดีเดโชมีหนังสือบอกส่งต้นหนังสือขุนจิตรสงคราม นายด่านบ้าน<noinclude></noinclude>
amu4smc57qidtdwiz330y24upu4h2hj
แม่แบบ:สารบัญแถว 2จุด-จุด-1
10
92917
301311
2026-10-05T09:15:44Z
Vesperstelo
11696
สร้างหน้าด้วย "<includeonly><!-- --><templatestyles src="TOC templates/styles.css" /><!-- --> |- class="__toc_row_m-1-1 wst-toc-row-2dot-1-1 {{{class|}}}" | colspan=2 |<div class="wst-toc-dotcell"><div style="text-align:{{{entry-align|left}}}; text-indent:-{{{hi|1.5em}}}; margin-left:{{{hi|1.5em}}};"><div class="toc-line-entry-text wst-toc-dot-bg wst-toc-dotentry" style="{{#if:{{{textbackground|}}}|background:{{{textbackground}}};}}">{{{entrytext|{{{1|Entry text..."
301311
wikitext
text/x-wiki
<includeonly><!--
--><templatestyles src="TOC templates/styles.css" /><!--
-->
|- class="__toc_row_m-1-1 wst-toc-row-2dot-1-1 {{{class|}}}"
| colspan=2 |<div class="wst-toc-dotcell"><div style="text-align:{{{entry-align|left}}}; text-indent:-{{{hi|1.5em}}}; margin-left:{{{hi|1.5em}}};"><div class="toc-line-entry-text wst-toc-dot-bg wst-toc-dotentry" style="{{#if:{{{textbackground|}}}|background:{{{textbackground}}};}}">{{{entrytext|{{{1|Entry text}}}}}}</div></div><!--
--><div class="ws-noexport wst-toc-dot-bg wst-toc-dotempty" style="width:{{{hi|1.5em}}}; {{#if:{{{textbackground|}}}|background:{{{textbackground}}};}}"></div><div class="ws-noexport wst-toc-dotouter"><div class="wst-toc-dotinner">{{{dottext|{{Dotted TOC page listing/{{#invoke:String2|trim|{{{4|{{{spaces|5}}}}}}}}|{{{symbol|.}}}}}{{{dotend|}}}}}}</div></div></div>
| <div class="wst-toc-dotcell"><div style="text-align:{{{entry-align|left}}}; text-indent:-{{{hi|1.5em}}}; margin-left:{{{hi|1.5em}}};"><div class="toc-line-entry-text wst-toc-dot-bg wst-toc-dotentry" style="{{#if:{{{textbackground|}}}|background:{{{textbackground}}};}}">{{{2|}}}</div></div><!--
--><div class="ws-noexport wst-toc-dot-bg wst-toc-dotempty" style="width:{{{hi|1.5em}}}; {{#if:{{{textbackground|}}}|background:{{{textbackground}}};}}"></div><div class="ws-noexport wst-toc-dotouter"><div class="wst-toc-dotinner">{{{dottext|{{Dotted TOC page listing/{{#invoke:String2|trim|{{{4|{{{spaces|5}}}}}}}}|{{{symbol|.}}}}}{{{dotend|}}}}}}</div></div></div>
| {{{3|}}}</includeonly><noinclude>
{{documentation}}
</noinclude>
h0pk4c93bgt5tcayr1av5rgp4ve0kg2
แม่แบบ:TOC row 2dot-dot-1
10
92918
301312
2026-10-05T09:16:31Z
Vesperstelo
11696
เปลี่ยนทางหน้าไปยัง [[แม่แบบ:สารบัญแถว 2จุด-จุด-1]]
301312
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[แม่แบบ:สารบัญแถว 2จุด-จุด-1]]
f6umy45u0qal6nfu5npgac42um65t3k
แม่แบบ:สถ2จจ1
10
92919
301313
2026-10-05T09:16:52Z
Vesperstelo
11696
เปลี่ยนทางหน้าไปยัง [[แม่แบบ:สารบัญแถว 2จุด-จุด-1]]
301313
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[แม่แบบ:สารบัญแถว 2จุด-จุด-1]]
f6umy45u0qal6nfu5npgac42um65t3k
แม่แบบ:สารบัญแถว 2จุด-จุด-1/doc
10
92920
301314
2026-10-05T09:21:56Z
Vesperstelo
11696
สร้างหน้าด้วย "{{เว็บย่อ|{{มบ|สถ2จจ1}}}} ==วัตถุประสงค์== แม่แบบนี้ใช้ร่วมกับ [[แม่แบบ:สารบัญเริ่ม]] (สบร) และ [[แม่แบบ:สารบัญจบ]] (สบจ) เพื่อสร้างแถวสารบัญตามวิธีการและตัวอย่างด้านล่างนี้ ==ว..."
301314
wikitext
text/x-wiki
{{เว็บย่อ|{{มบ|สถ2จจ1}}}}
==วัตถุประสงค์==
แม่แบบนี้ใช้ร่วมกับ [[แม่แบบ:สารบัญเริ่ม]] (สบร) และ [[แม่แบบ:สารบัญจบ]] (สบจ) เพื่อสร้างแถวสารบัญตามวิธีการและตัวอย่างด้านล่างนี้
==วิธีใช้==
<pre>
{{สบร}}
{{สถ2จจ1|ข้อความ|ข้อความ|เลขหน้า|dottext=}}
{{สถ2จจ1|ข้อความ|ข้อความ|เลขหน้า|dottext=}}
{{สถ2จจ1|ข้อความ|ข้อความ|เลขหน้า|dottext=}}
{{สบจ}}
</pre>
==ตัวอย่าง==
{{สบร}}
{{สถ2จจ1|{{lorem ipsum}}|หน้า|1|dottext=}}
{{สถ2จจ1|{{lorem ipsum}}|”|2|dottext=}}
{{สบจ}}
[[หมวดหมู่:แม่แบบสารบัญ]]
9fgb8wfp8jse6juu6r9jdmlaq48fzl2
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/122
250
92921
301320
2026-10-05T09:50:37Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301320
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๗๑}}</noinclude>ละลอกใจความว่า ขุนจิตรสงครามแต่งให้นายบางนายบุตรนายไชยนายรัก ลงไปสืบราชการณเมืองกระพงสวาย ลงไปเถิงบ้านหัวน้ำแขวงเมืองกระพงสวาย ไปอาศัยอยู่ณเรือนนายอก นายบาง นายบุตร นายไชย นายรัก ถามนายอกว่า พระยาเดโชรามคิดราชการประการใดบ้าง นายอกบอกว่าหาได้ยินคิดราชการสิ่งใดไม่ แต่ขุนหมื่นนายด่านบ้านนอก บอกหนังสือมาเถิงพระยาเดโชราม ใจความว่า กองทัพไทยจะยกลงมาตีเมืองเขมรเป็นอันมาก พระยาเดโชรามจึงมีหนังสือบอกไปเถิงเจ้าองค์จันทร์ณเมืองพนมเป็ญ ว่า ครัวเขมรหนีไปสมัครอยู่ในเขตต์แดนลาวเป็นอันมาก เจ้าองค์-จันทร์จึงใช้ให้สมเด็จเจ้าพระยาพระยาสุภาชีราช คุมกำลัง ๒๕๐๐ คน มารักษาอยู่เมืองกระพงสวาย สนองน้อยกับไกรแปนนั้น สมเด็จเจ้าพระยาและพระยาสุภาชีราชใช้ให้คุม กำลัง ๕๐๐ คนมาตั้งอยู่ณบ้านสะโทงกับไกรปิง
อยู่ณวันเดือนยี่แรมค่ำหนึ่งปีมะเมียฉอศก องทงฎกญวนใช้ให้ภาษาโดยเตรืองสือกับไพร่ ๕๐ คนขึ้นไปดูพระยาเดโชรามว่าจะยกทัพไปรบกับไทยจริงหรือไม่จริง ถ้าไม่มีทัพใหญ่ยกมาแล้ว ให้บอกกับสมเด็จเจ้าพระยาและพระยาสุภาชีราช พระยาเดโชราม ให้เกณฑ์เอาไพร่พลในเมืองกระพงสวายยกไปรบองพะเวช่วยเจ้าเวียดนาม ด้วยองพะเวตีเจ้าเวียดนามแตกไปแล้ว
ครั้นณวันเดือนยี่แรม ๘ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก องค์จันท์มี<noinclude></noinclude>
bn3b92yk3srueqa72nnvp6x87y7q8j0
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/123
250
92922
301321
2026-10-05T09:50:53Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301321
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๗๒}}</noinclude>หนังสือให้พระยาเสน่หานุชิต ถือมาเถิงสมเด็จเจ้าพระยาและพระยาสุภาชีราช พระยาเดโชรามว่า ให้ฆ่าภาษาโดยเตรืองสือกับไพร่ญวน ๕๐ คนเสียให้สิ้น อย่าให้เกณฑ์เอากำลังไปได้ด้วยองค์จันทร์คับแคบตัวนัก
ครั้นอยู่ณวันเดือนยี่ แรม ๘ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก มีหนังสือมาแต่เมืองพนมเป็ญว่าองค์หายไป หารู้ว่าไปอยู่แห่งหนตำบลใดไม่ สมเด็จเจ้าพระยาและพระยาสุภาชีราช พระยาเดโชรามจึงจัดให้ม้า ๓ ม้าไปสืบดูองค์จันทร์ยังหากลับมาไม่ นายบาง นายบุตนายรักก็กลับมา
ครั้นณวันเดือน ๔ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก พระยาภักดีเดโชบอกส่งตัวหมื่นโชอันชิต ซึ่งพระยาภักดีเดโชใช้ให้ไปสืบราชการทางเมืองสะโทง เมือกระพงสวาย มาณเมืองจำปาศักดิ์ฯข้าฯ ถามหมื่นโชอันชิตด้วยข้อราชการแจ้งอยู่ในคำให้การหมื่นโชอันชิตนั้นแล้วฯข้าฯ มิไว้ใจแก่ราชการ ได้จัดให้พระมหาดไทยเมืองนครราชสีมา คุมไพร่ ๕๐๐ คนยกลงไปฟังราชการทางพระยาภักดีเดโช และทางพระวิเศษสัจจาจีน ขุนจง ด้วยแล้วให้ลาดตระเวนจับเอาจีนจามญวนเขมร แขวงเมืองสะโทง เมืองกระพงสวาย มาสืบถามเอาข้อราชการให้ได้เป็นแน่นอน ถ้าครอบครัวเมืองสะโทงเมืองกระพงสวาย ตั้งพักแรมอยู่ใกล้แขวงพระยาภักดีเดโช ก็ให้พระมหาดไทยคิดกวาดเอามาอย่าให้เขมรตั้งบ้านเรือนลงเป็นปกติได้ พระมหาดไทยได้ยกไป<noinclude></noinclude>
50j06is2a6wjyv3k7qhtwr3vy19dfp5
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/124
250
92923
301322
2026-10-05T09:51:48Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301322
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๗๓}}</noinclude>จากเมืองจำปาบาศักดิ์ แต่ณวันอังคาร เดือน ๔ ขึ้น ๑๒ ค่ำ ปีมะเมียแล้ว
ครั้นณวันเดือน ๔ ขึ้น ๑๓ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก พระสันทบุรีบอกหนังสือแต่งให้ขุนจ่าเมือง ๆ สันคุมเอาตัวอ้ายเสา อ้ายคง เขมรเมืองกระพงสวายมาณเมืองจำปาบาศักดิ์ ฯข้าฯ ถามอ้ายเสา อ้ายคง ๆ ให้การต้องคำกันว่า เป็นบ่าวพระยาเดโชราม ตั้งบ้านเรืออยู่ณบ้านกวง แขวงเมืองกระพงสวาย อดสะเบียงอาหารขึ้นมาหาข้าวกินณบ้านเมืองแสน แขวงเมืองสีทันดร แจ้งอยู่ในคำให้การอ้ายเสา อ้ายคง นั้นแล้ว
ครั้นณวันเดือน ๔ แรม ๓ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก พระยาภักดีเดโชแต่งให้หลวงภักดีวิเศษบุตรเขยพระยาภักดีเดโช พาเอาตัวนายสุขเขมรขึ้นมาณเมืองจำปาบาศักดิ์ ฯข้าฯ ถามนายสุขด้วยข้อราชการแจ้งอยู่ในคำให้การนายสุขนั้นแล้ว ฯข้าฯ ได้ส่งตัวนายสุข อ้ายเสา อ้ายคง และคำให้การหมื่นโชอันชิต คำให้การนายสุข อ้ายเสา อ้ายคงให้นายเอี่ยมมหาดเล็กบุตรพระลพบุรี ถือหนังสือบอกคุมเอาลงไปแจ้งราชการณกรุงเทพฯ ด้วยแล้ว
อนึ่งณวันเดือน ๔ แรม ๗ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก พระราชรินมีหนังสือให้เพี้ยเวียงแก เมืองเขมราชถือมาเถิง ฯข้าฯ ว่านายทัพนายกองทางเมืองนครพนม จะได้ยกข้ามของไปกวาดครัวเมืองพ้อง เมืองพลาน เมืองพิน เมืองชุมพร เมืองวังณวันเดือน ๕ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีมะเมียสัปตศก ฯข้าฯ ก็ได้เตรียม<noinclude></noinclude>
dgolysmacbczd9itjiihs4w1dkejdm3
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/125
250
92924
301323
2026-10-05T09:52:06Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301323
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๗๔}}</noinclude>กองทัพทางเมืองจำปาบาศักดิ์ไว้ ๑๐๐๐ หนึ่ง จะได้ยกไปช่วยป้องกันครอบครัว ฯข้าฯ ได้มีหนังสือไปเถิงพระมหาเทพ พระราชรินว่า ถ้าทัพทางเมืองนครพนมจะได้ยกไปวันใด กำหนดทัพให้พร้อมกันที่ไหน ก็จะให้ทัพทางเมืองจำปาบาศักดิ์ยกไปบรรจบให้พร้อมกัน เพี้ยเวียงแกได้ถือหนังสือกลับไปจากเมืองจำปาบาศักดิ์ แต่ณวันเดือน ๔ แรม ๙ ค่ำ ปีมะเมียฉอศกแล้ว
อนึ่ง ฯข้าฯ ได้เร่งรัดให้เจ้านครจำปาบาศักดิ์ เจ้าอุปราชท้าวเพี้ย ทำค่ายเมืองจำปาบาศักดิ์ เสาค่ายใหญ่รอบ ๒ กำ ๒ กำกึ่ง ยาว ๓๑ เส้น กว้าง ๙ เส้น ๑๐ วา สูง ๗ ศอก ๓ ด้าน มีป้อม ๖ ป้อม ๆ กว้าง ๕ วา ๖ เหลี่ยม มีหอรบทุกประตู และให้ปลูกฉางข้าวขื่อ ๓ วา ๒ ศอก ยาว ๗ วา ๓ ศอกคืบ ๗ ห้องหลังหนึ่ง โรงปืนหลังหนึ่ง ตึกดินหลังหนึ่ง ไว้สำหรับเมืองทำแล้วส่วนหนึ่งยัง ๔ ส่วน ฯข้าฯ ยังเร่งรัดให้ทำอยู่ อนึ่งจำนวนข้าวขึ้นฉางเมืองจำปาบาศักดิ์ปีหนึ่งเป็นข้าว ๒๓๕ เกวียน ๔๕ ถังณปีมะเมียฉอศกนี้ ได้ตวงข้าวขึ้นฉางไว้ได้ ๗๓ เกวียน ๗๑ ถัง ได้จ่ายกองทัพและข้าหลวงไปมาคิดราชการเก่าใหม่ สิ้นข้าว ๕๐ เกวียน ยังคงฉางอยู่ ๒๓ เกวียน ๗๐ ถัง ยังเร่งรัดกันอยู่ บัดนี้ ฯข้าฯ แต่งให้เพี้ยศรีมหาโคตรเมืองจำปาบาศักดิ์ นายไพร่ ๑๑ คน ถือหนังสือและคำให้การหมื่นโชอันชิต นายสุข อ้ายเสา อ้ายคง มากราบใต้เท้าพระกรุณาเจ้าด้วยแล้วควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
8hpf5vnzwo87hjujly2p9lq3q20ai8g
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/126
250
92925
301324
2026-10-05T09:52:46Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301324
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๗๕}}</noinclude>บอกมาณวันพฤหัสบดี เดือน ๔ แรม ๔ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก
{{ลห|f18|ฉะบับที่ ๑๗ <br> คำให้การหมื่นโชอันชิต|120}}
{{สต|7em}}
ฯข้าฯ หมื่นโชอันชิตให้การว่า ฯข้าฯ เป็นบ่าวพระภักดีเดโช ๆ ตั้งให้ ฯข้าฯ เป็นนายด่านเป็นบ้านแสประทานได้ปีหนึ่ง บ้านแสประทานเป็นพรมแดนกันกับเมืองกระพงสวาย แต่บ้านแสประทานจะมาบ้านพระยาภักดีเดโชตั้งอยู่ทางคืนหนึ่ง แต่บ้านแสประทานจะไปเมืองกระพงสวายทาง ๕ คืน ครั้นอยู่ณวันเดือน ๓ แรม ๑๓ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก พระยาภักดีเดโชแต่งให้ ฯข้าฯ กับไพร่ ๒ คน ไปสืบราชการณเมืองสะโทง เมืองกะพงสวาย ฯข้าฯ ได้ไปจากแสประทาน แต่ณวันเดือน ๓ แรม ๑๔ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก นอนทางคืนหนึ่งเถิงบ้าน ข.........แขวงกระสวาย ฯข้าฯ ไปสำนักที่เรือนนายเสาเป็นบ่าวพระยาเดโชรามคืนหนึ่ง นายเสาเป็นพี่ภรรยา ฯข้าฯ แต่บ้านบาขนองจะไปเมืองกระพงสวาย ทาง ๔ คืน ฯข้าฯ เห็นครัวมาเที่ยวซื้อข้าวที่บ้านขนองประมาณ ๑๐ เล่มเกวียน คนชายหญิงใหญ่น้อยประมาณ ๓๐ คน ฯข้าฯ สืบถามราชการกับนายเสา ๆ จึงหาตัวครัวมาถามต่อหน้า ฯข้าฯ ว่าอยู่เมืองใหม่ ครัวบอก ฯข้าฯ กับนายเสาว่าอยู่เมืองสะโทงบ้าง เมืองกระพงสวายบ้าง<noinclude></noinclude>
t49mg6tbqj9w06wq378u575msqx23wy
301378
301324
2026-10-05T10:54:39Z
Vesperstelo
11696
301378
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๗๕}}</noinclude>บอกมาณวันพฤหัสบดี เดือน ๔ แรม ๔ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก
{{ลหสค|f18|ฉะบับที่ ๑๗ <br> คำให้การหมื่นโชอันชิต|120}}
ฯข้าฯ หมื่นโชอันชิตให้การว่า ฯข้าฯ เป็นบ่าวพระภักดีเดโช ๆ ตั้งให้ ฯข้าฯ เป็นนายด่านเป็นบ้านแสประทานได้ปีหนึ่ง บ้านแสประทานเป็นพรมแดนกันกับเมืองกระพงสวาย แต่บ้านแสประทานจะมาบ้านพระยาภักดีเดโชตั้งอยู่ทางคืนหนึ่ง แต่บ้านแสประทานจะไปเมืองกระพงสวายทาง ๕ คืน ครั้นอยู่ณวันเดือน ๓ แรม ๑๓ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก พระยาภักดีเดโชแต่งให้ ฯข้าฯ กับไพร่ ๒ คน ไปสืบราชการณเมืองสะโทง เมืองกะพงสวาย ฯข้าฯ ได้ไปจากแสประทาน แต่ณวันเดือน ๓ แรม ๑๔ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก นอนทางคืนหนึ่งเถิงบ้าน ข.........แขวงกระสวาย ฯข้าฯ ไปสำนักที่เรือนนายเสาเป็นบ่าวพระยาเดโชรามคืนหนึ่ง นายเสาเป็นพี่ภรรยา ฯข้าฯ แต่บ้านบาขนองจะไปเมืองกระพงสวาย ทาง ๔ คืน ฯข้าฯ เห็นครัวมาเที่ยวซื้อข้าวที่บ้านขนองประมาณ ๑๐ เล่มเกวียน คนชายหญิงใหญ่น้อยประมาณ ๓๐ คน ฯข้าฯ สืบถามราชการกับนายเสา ๆ จึงหาตัวครัวมาถามต่อหน้า ฯข้าฯ ว่าอยู่เมืองใหม่ ครัวบอก ฯข้าฯ กับนายเสาว่าอยู่เมืองสะโทงบ้าง เมืองกระพงสวายบ้าง<noinclude></noinclude>
s8ljasy9anajr4owegjmdv4y83pgzfg
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/127
250
92926
301325
2026-10-05T09:53:21Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301325
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๗๖}}</noinclude>แล้วครัวบอกว่า พระยาจักรีมีหนังสือมาเถิงพระยาเดโชรามเจ้าเมืองกระพงสวายว่าเดือนหายไปแล้วยังแต่ดาว ให้พระยาเดโชราม พระยาพระเขมรคิดเถิงจงทุกคนเถิด และราษฏรนั้นมันจะไปค้างไหนก็ตามใจของมัน อย่าให้ขัดขวางไว้เหมือนแต่ก่อนเลย ทุกวันนี้พระยาพระเขมร และราษฏรเมืองสะโทง เมืองกระพงสวาย สะดุ้งสะเทือนทุกบ้านทุกเมือง แต่ยังหาได้หนีออกจากบ้านจากเมืองไม่ แล้วครัวบอกว่าครอบครัวเมืองบาพะนมเมืองศรีสุนทร เมืองไพรแว้ง พากันทำตะพานข้ามแม่น้ำของที่ท่าระกาโกง ผ่อนครอบครัวมารวบรวมกันอยู่ณเมืองกระพงเสียมข้างฝั่งฟากตะวันตก ครัวว่าถ้าญวนมาเกณฑ์เอากำลังไปรบกับองพะเว้ ก็จะสู้รบกันกับญวนหาได้ไม่ และทุกวันนี้เมืองสะโทง เมืองกระพงสวาย และแขวงเมืองสะโทง เมืองกระพงสวาย ขัดด้วยสะเบียงอาหารนัก ครอบครัวหาได้ทำไร่นาเต็มพากภูมิไม่ ทำได้บ้างเล็กน้อย ............ (ต้นฉะบับลบเลือน) ............
{{ลห|f19|ฉะบับที่ ๑๘ <br> คำให้การนายสุข|120}}
{{สต|7em}}
ฯข้าฯ นายสุขให้การว่า อายุ ฯข้าฯ ได้ ๓๔ ปี บิดา มารดา ฯข้าฯ ตายเสียแต่อายุ ฯข้าฯ ได้ ๑๙ ปี ภรรยา ฯข้าฯ ชื่ออำแดงเลบหาบุตรมิได้ ฯข้าฯ เป็นบ่าวพระยา<noinclude></noinclude>
4zzob1t5ag3wjf774awz6zuu92jnnj6
301377
301325
2026-10-05T10:54:25Z
Vesperstelo
11696
301377
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๗๖}}</noinclude>แล้วครัวบอกว่า พระยาจักรีมีหนังสือมาเถิงพระยาเดโชรามเจ้าเมืองกระพงสวายว่าเดือนหายไปแล้วยังแต่ดาว ให้พระยาเดโชราม พระยาพระเขมรคิดเถิงจงทุกคนเถิด และราษฏรนั้นมันจะไปค้างไหนก็ตามใจของมัน อย่าให้ขัดขวางไว้เหมือนแต่ก่อนเลย ทุกวันนี้พระยาพระเขมร และราษฏรเมืองสะโทง เมืองกระพงสวาย สะดุ้งสะเทือนทุกบ้านทุกเมือง แต่ยังหาได้หนีออกจากบ้านจากเมืองไม่ แล้วครัวบอกว่าครอบครัวเมืองบาพะนมเมืองศรีสุนทร เมืองไพรแว้ง พากันทำตะพานข้ามแม่น้ำของที่ท่าระกาโกง ผ่อนครอบครัวมารวบรวมกันอยู่ณเมืองกระพงเสียมข้างฝั่งฟากตะวันตก ครัวว่าถ้าญวนมาเกณฑ์เอากำลังไปรบกับองพะเว้ ก็จะสู้รบกันกับญวนหาได้ไม่ และทุกวันนี้เมืองสะโทง เมืองกระพงสวาย และแขวงเมืองสะโทง เมืองกระพงสวาย ขัดด้วยสะเบียงอาหารนัก ครอบครัวหาได้ทำไร่นาเต็มพากภูมิไม่ ทำได้บ้างเล็กน้อย ............ (ต้นฉะบับลบเลือน) ............
{{ลหสค|f19|ฉะบับที่ ๑๘ <br> คำให้การนายสุข|120}}
ฯข้าฯ นายสุขให้การว่า อายุ ฯข้าฯ ได้ ๓๔ ปี บิดา มารดา ฯข้าฯ ตายเสียแต่อายุ ฯข้าฯ ได้ ๑๙ ปี ภรรยา ฯข้าฯ ชื่ออำแดงเลบหาบุตรมิได้ ฯข้าฯ เป็นบ่าวพระยา<noinclude></noinclude>
tp9r60khk3acaalx01bsd4ahcmc847u
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/128
250
92927
301326
2026-10-05T09:53:38Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301326
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๗๗}}</noinclude>ภักดีเดโช บ้านเรือน ฯข้าฯ อยู่บ้านดอนขะเม้า แขวงเมืองสีทันดร ครั้นณวันเดือน ๑๒ ข้างขึ้นปีมะเส็งเบญจศก ฯข้าฯ กับ........... ฯข้าฯ เข้ากัน ๓ คน พากันเอาผ้าขาวผ้าลายเอาฝ้าย บรรทุกเกวียนไปขายณเมืองกระพงสวาย ฯข้าฯ ไปเถิงเมืองสะโทงณวันเดือน ๑๒ แรมค่ำหนึ่ง ฯข้าฯ ไปสำนักอยู่ที่เรือนนายบุญศรีเป็นพี่น้อง ฯข้าฯ ๆ ให้นายบุญศรีช่วยเอาสิ่งของ ฯข้าฯ ไปจำหน่ายกับผู้มีชื่อชาวบ้าน ได้เป็นกระบือผู้เมีย ๑๕ ตัว ฯข้าฯ ก็อยู่กับนายบุญศรีประมาณเดือนเศษ ครั้นณวันเดือนอ้าย ปีมะเส็ง เบญจศก ข่าวลือไปว่ากองทัพกรุงเทพฯ พาเอาตัวเจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วง ออกมาครอบครองเมืองเขมรกับองค์จันท์ พระยาแสนตราเจ้าเมืองสะโทง และกรมการจึงปฤกษาพร้อมกันว่า ถ้ากองทัพไทยพาเอาเจ้าทั้งสองมาจริงก็จะพากันออกต้อนรับกองทัพ ครั้นณวันเดือนยี่ปีมะเส็งเบญจศก เจ้าเมืองซีแครงมีหนังสือไปเถิงเจ้าเมืองสะโทงว่า กองทัพไทยยกขึ้นมาเถิงด่านพรมสอแล้ว ประมาณคนไทยกองทัพ ๒๐๐๐๐ เศษ ครั้นณวันเดือนยี่ข้างแรมกองทัพยกขึ้นไปเถิงเมืองสะโทงแต่ตัวหาได้อยู่ไม่ ออกไปอยู่ณบ้านกระบือกับนายยศเพื่อน ฯข้าฯ ทางไกลเมืองสะโทง ๒ คืน ครั้นณวันเดือน ๓ ขึ้นค่ำหนึ่ง ขุนสุภมาตรา ขุนศรีมงคล เมืองอ่างทองกับผู้ช่วยแปนเมืองสวายจิต ยกขึ้นมาเถิงบ้านกระบือ ขุนสุภมาตรา ขุนศรีมงคล ผู้ช่วยแปนถาม ฯข้าฯ ว่าอยู่บ้าน<noinclude></noinclude>
4s1wbghxlfhcfr06l4ylmtvjjmmtcrx
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/129
250
92928
301327
2026-10-05T09:54:01Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301327
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๗๘}}</noinclude>ไหนพูดไทยได้ไหม ฯข้าฯ บอกบ่า ฯข้าฯ เป็นบ่าวพระยาภักดีเดโชมาค้าขายค้างอยู่ ขุนศรีมงคล ขุนศุภมาตรา ผู้ช่วยแปนก็เอา ฯข้าฯ ไปด้วย พวก ฯข้าฯ ทั้งไทยทั้งเขมรประมาณ ๕๐ คน กับหลวงพิพิธโภคา นายไพร่เข้ากัน ๑๐๐ คนอยู่ ครั้นณวันเดือน ๓ ข้างแรมได้ยินข่าวว่า กองทัพกับเขมรเกิดฆ่าฟันกันวุ่นวายขึ้น เขมรเมืองกระพงสวายแขวงเมืองกระพงสวาย ก็พากันกำเริบขึ้นทุกบ้านทุกเมือง ไล่ฆ่าฟันกองทัพซึ่งอยู่รักษาเมืองกระพงสวายแตกกระจัดพรัดพรายไป หารู้ว่าใครไปอยู่แห่งหนตำบลใดไม่ ฯข้าฯ ก็หนีเข้าไปอยู่ในป่าดงกับพวกชาวบ้านอยู่ประมาณ เดือนเศษ ครั้นณวันเดือน ๔ ข้างแรมปีมะเส็งเบญจศก ฯข้าฯ รู้ว่ากองทัพกรุงเทพฯ ถอยกลับมาสิ้นแล้ว ครั้นณวันเดือน ๕ ข้างขึ้นปีมะเมียฉอศก ฯข้าฯ ก็ออกมาอยู่บ้านกระบือบ้านนายยศเพื่อน ฯข้าฯ ดังเก่า ครั้นณวันเดือน ๕ ข้างแรมองค์จันท์ มีหนังสือขึ้นมาณเมืองกระพงสวาย ตั้งให้พระยาโยธาสงครามเป็นพระยาเดโชเจ้าเมืองกระพงสวาย แต่พระยาเดโชโปคนเก่านั้น องค์จันท์ให้หาตัวลงไปเมืองพนมเป็ญแล้วถอดเสีย จะผิดด้วยสิ่งใด ฯข้าฯ หาทราบไม่ ครั้นณวันเดือนข้างแรม พระยาเดโชรามเจ้าเมืองกระพงสวายคนใหม่ มีหนังสือออกไปประกาศป่าวร้องทุกกำนันบ้าน แต่บรรดาขึ้นกับเมืองกระพงสวายให้สืบเสาะหาพวกกองทัพไทยซึ่งป่วยเจ็บตกค้างอยู่ยังไปมิได้ จะเที่ยวแอบแฝงอยู่ณบ้านใด ตำบลใด ก็ให้กำนันพันนาย<noinclude></noinclude>
syypn58o2gvhdauwqdt3heb097tj1mm
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/130
250
92929
301328
2026-10-05T09:54:21Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301328
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๗๙}}</noinclude>บ้านขวนขวายจับเอาตัวมาฆ่าเสียให้สิ้น อย่าให้หลงเหลืออยู่แต่คนหนึ่งได้ ฯข้าฯ กลัวซ่อนตัวอยู่กับนายยศเพื่อน ฯข้าฯ ณบ้านกระบือจนเถิงเดือน ๑๐ ปีมะเมียฉอศก นายยศกลัวความผิดเห็นจะปกปิด ฯข้าฯ ไว้ไม่มิด นายยศจึงพา ฯข้าฯ ไปหาพระยาเดโชรามให้ทำราชการอยู่กับพระยาเดโชราม ๆ ถาม ๆ ฯข้าฯ ว่า เอ็งมาอยู่เมืองเขมรแต่เมื่อไร เอ็งมาพร้อมกับกองทัพไทยหรือให้บอกไปตามจริง ฯข้าฯ จึงบอกว่า ฯข้าฯ มาค้าขายค้างอยู่ก่อนกองทัพไทยหลายปีแล้ว พระยาเดโชจึงว่ากับ ฯข้าฯ ว่าถ้าสมัครมาทำราชการด้วยกันแล้วก็ให้เข้ามาเถิด ฯข้าฯ ก็อยู่ณบ้านพระยาเดโช ๆ ให้ ฯข้าฯ เป็นเสมียนเขียนหนังสือแลการเล็กน้อยในเรือน ครั้นณวันเดือน ๑๑ ขึ้น ๑๑ ค่ำปีมะเมียฉอศก มีหนังสือองค์จันท์มาให้หาตัวพระยาเดโชรามลงไปณเมืองพนมเป็ญ ฯข้าฯ ก็ไปด้วยพระยาเดโชราม ฯข้าฯ เห็นองค์จันทร์จอดเรืออยู่หน้าเมืองพนมเป็ญ ๗ ลำ เป็นเรือศรีสนากบ้าง เรือไกโอบ้างยาวประมาณ ๑๑ วา ๑๒ วา จอดเคียงติดกันอยู่ แต่ทำตะพานเดินลงไปจนเถิงเรือไกลฝั่งประมาณเส้นหนึ่ง องค์จันท์ให้ปลูกโรงเสาไม้จริงไว้สำหรับราชการริมฝั่งน้ำ ๕ ห้องหลังหนึ่ง พระยาเดโชไปหาองค์จันท์ที่โรงหมอบอยู่ที่แผ่นดินหามีเสื่อปูไม่ ฯข้าฯ ก็ตามเข้าไปหมอบอยู่ห่างพระยาเดโชประมาณ ๕ ว่า และลูกเมียองค์จันท์จะมีอยู่มากน้อยเท่าใด ฯข้าฯ หาเห็นไม่ ฯข้าฯ เห็นครัวญวนตั้ง<noinclude></noinclude>
3kp7ja94kwk16mmp2l937gib6a9yfs5
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/131
250
92930
301329
2026-10-05T10:00:05Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301329
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๘๐}}</noinclude>บ้านเรือนแลโรงร้านตลาดซื้อขายกันอยู่ณเมืองพนมเป็ญ ทั้งสองฝั่งฟากแม่น้ำ อยู่บนบกบ้างบนเรือบ้างเป็นอันมาก จะเป็นครัวญวนเมืองไหน ฯข้าฯ หาทราบไม่ แต่ ฯข้าฯ ได้ยินองค์จันท์สั่งพระยาเดโชรามว่า ให้จัดแจงตั้งค่ายไว้ทุกด่านทุกทาง ให้เกนไพร่พลไว้ให้พร้อมกับบ้านเมือง อย่าให้ไปหากินทางไกล แล้วพระยาเดโชรามก็กลับมาเมืองกระพงสวาย ฯข้าฯ ก็มาด้วย พระยาเดโชรามจึงเกนให้สนองน้อยคุมกำลัง ๒๕๐๐ คนไปตั้งค่ายณเมืองสะโทงค่ายหนึ่ง เสาค่ายไม้กระดานหน้าใหญ่ประมาณ ๑๒ นิ้วหน้าน้อยประมาณ ๔ นิ้ว กว้างประ มาณ ๓ เส้น ยาวประมาณ ๔ เส้น มีคนรักษาค่ายอยู่ ๕๐๐ คนแล้วให้ไกรเหมงไกรแปนคุม ๕๐๐ คน ไปตั้งค่ายณเมืองชีแครงค่ายหนึ่ง เสาค่ายใหญ่รอบ ๒ กำ กว้างประมาณ ๓ เส้น ยาวประมาณ ๔ เส้น ครั้นณวันเดือน ๑๒ ข้างแรม องค์จันท์ให้สมเด็จเจ้าพระยาหูกับพระยาสุภาชีราช คุมกำลัง ๑๕๐๐ คนขึ้นมาตั้งค่ายอยู่ที่เมืองกระพงสวายค่ายหนึ่ง เสาไม้ไผ่กว้างประมาณ ๕ เส้นยาวประมาณ ๖ เส้น พูนสนามเพลาะสูง ๔ ศอก หนา ๔ ศอกทั้ง ๘ ด้าน ครั้นณวันเดือนอ้ายขึ้น ๕ ค่ำปีมะเมียฉอศก ฟ้าทะละหะกับองจันยีญวนมีหนังสือมาเถิงสมเด็จเจ้าพระยา พระยาสุภาชีราช พระยาเดโชราม ใจความว่า องตากุญคุมไพร่ ๙๐๐๐ คน มาตั้งค่ายอยู่ที่เปรียมพระสุทัตแห่งหนึ่ง องทงฎกกับพระยา ยมราชตีคุมกำลังญวนเขมร ๑๐๐๐๐ เศษ มาตั้งอยู่ที่เปรียมมัจรุก<noinclude></noinclude>
82jz79cfyzu2kuqcoxlbvcguy10s3kw
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/132
250
92931
301330
2026-10-05T10:00:37Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301330
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๘๑}}</noinclude>แห่งหนึ่ง ครั้นณวันเดือนอ้ายแรม ๖ ค่ำ ฟ้าทะละหะมีหนังสือมาเถิงสมเด็จเจ้าพระยา พระยาสุภาชีราช พระยาเดโชราม ๆ ฉีกหนังสือออกอ่าน แล้ววางหนังสือเสียพากันกอดเข่าถอนใจใหญ่นิ่งอยู่ทั้ง ๓ คน แล้วเอาหนังสือซ่อนเสียมิให้ผู้ใดเห็น แล้วพูดปรับทุกข์กันว่า ทีนี้เราจะพึ่งใครเล่า ครั้นณวันเดือนยี่ขึ้น ๕ ค่ำปีมะเมียฉอศก มีหนังสือฟ้าทะละหะมาเถิงสมเด็จเจ้าพระยา พระยาสุภาชีราช พระยาเดโชรามใจความว่าองค์จันท์ป่วยเป็นไข้หนัก กับว่าองจันญีเอายามาให้องค์จันท์กินถ้วยหนึ่ง ได้ประมาณ ๖ - ๗ วันองจันญีจึงให้หาตัวพระยาธรมา พระยาวัง ผู้พยาบาลองค์จันท์มาถามว่าองค์จันท์ป่วยนั้น ค่อยคลายขึ้นแล้วหรือยังพระยาธรมา พระยาวัง บอกกับองจันญีว่า องค์จันท์ตายเสียแล้ว องจันญีลงไปในเรือเปิดโรงขึ้นดู องจันญีจึงว่ามิใช่ผีองค์จันท์ดอก องจันญีว่าพระธรมา พระยาวัง ปดหาบอกตามจริงไม่ ให้ฆ่าพระยาธรมาพระยาวังเสียทั้งสองคน อยู่ณวันเดือนยี่ข้างแรมปีมะเมียฉอศก องจันญี ฟ้าทะละหะ มีหนังสือมาเถิงสมเด็จเจ้าพระยา พระยาสุภาชีราช พระเดโชราม ใจความว่า องค์จันท์หนีไปบวชเสียแล้ว ครั้นอยู่ณวันเดือน ๓ ข้างขึ้น มีหนังสือองจันญี หนังสือฟ้าทะละหะมาเถิงสมเด็จเจ้าพระยา พระยาสุภาชีราช พระยาเดโชรามอีกฉะบับหนึ่ง ใจความว่าให้หาตัวสมเด็จเจ้าพระยา พระยาสุภาชีราช พระยาเดโชราม ลงไปหาองจัน<noinclude>{{ข|๖|4em}}</noinclude>
sepb0cvenp2ejzf4bms28dsmoi1ni6k
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/133
250
92932
301331
2026-10-05T10:01:12Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301331
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๘๒}}</noinclude>ญีณเมืองพนมเป็ญ สมเด็จเจ้าพระยาจึงปฤกษาพระยาสุภาชีราช พระยาเดโชรามว่า เราจะลงไปหรือไม่ไป พระยาสุภาชีราช พระยาเดโชรามว่าไม่ไปแล้ว สมเด็จเจ้าพระยาจึงว่า ถ้าพระยาสุภาชีราช พระยาเดโชรามไม่ไปแล้ว สมเด็จเจ้าพระยาก็ไม่ไปแล้ว ฯข้าฯ ได้ยินสมเด็จเจ้าพระยา พระยาสุภาชีราช พระยาเดโชรามพูดกันว่า แต่พระยาธรมาพระยาวังนั้น องจันญียังฆ่าเสียแล้วเราจะไปทำไม แล้วสมเด็จเจ้าพระยาพระยาสุภาชีราช พระยาเดโชรามก็หาไปไม่ ครั้นณวันเดือน ๓ แรม ๑๑ ค่ำ ฯข้าฯ ก็ลาพระยาเดโชรามว่าจะมาทวงลูกหนี้ณบ้านกันดารแขวงเมืองกระพงสวาย ฯข้าฯ มาอยู่บ้านด่านได้ ๒ วัน เจ้าเมืองราชาโช มาแต่เมืองกระพงสวาย ฯข้าฯ จึงถามเจ้าเมืองราชาโชว่า มาด้วยราชการสิ่งใด ราชาโชบอกกับ ฯข้าฯ ว่ามีหนังสือฟ้าทะละหะมาแต่เมืองพนมเป็ญฉะบับหนึ่ง ใจความว่า เกณฑ์ให้พระยามนตรีเสน่หาเจ้าเมืองไพรกดี ตัดเสาเมรุ ๒ ต้น พระยาเดโชราม ๓ ต้น ใหญ่รอบ ๗ กำ ยาว ๑๑ วา กับให้พระยาเดโชรามเก็บเอาเงินกับตัวเลกเสมอคนละ ๒ บาท ส่งลงไปเมืองพนมเป็ญจะได้ทำบุญ ครั้นรุ่งเช้า ฯข้าฯ ก็ลาราชาโชมาเถิงบ้านหมอประดับที่ไกรเหมาอยู่ ฯข้าฯ เห็นเกวียนครัวอยู่ที่บ้านไกรเหมา ๒๕ เล่ม ประมาณคนชายหญิงใหญ่น้อย ๕๐ เศษ ฯข้าฯ ถามไกรเหมาว่าคนครัวบ้านไหน ไกรเหมาบอก ฯข้าฯ{{วว}}<noinclude></noinclude>
gh2zxd81t2q0ynk0x629r20mcd7hbv5
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/134
250
92933
301332
2026-10-05T10:01:28Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301332
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๘๓}}</noinclude>ว่าเป็นครัวเมืองสะโทงเมืองกระพงสวาย หาข้าวกินแล้วไกรเหมาถาม ฯข้าฯ ว่าจะไปข้างไหน ฯข้าฯ แกล้งบอกไกรเหมาว่ามาตามกระบือผู้ร้ายลักมา ฯข้าฯ นอนอยู่ณบ้านไกรเหมาคืนหนึ่ง รุ่งขึ้นณ วันเดือน ๔ ขึ้นค่ำหนึ่งปีมะเมียฉอศก ฯข้าฯ ก็ลาไกรเหมามาว่าจะไปตามกระบือ ฯข้าฯ มาเถิงด่านแสประทานเป็นด่านพระยาภักดีเดโช ฯข้าฯ หยุดอยู่ที่ด่านแสประทาน ๒ คืน ฯข้าฯ มาจากด่านแสประทานเถิงบ้านพระยาภักดีเดโช แต่ณวันเดือน ๔ ขึ้น ๕ ค่ำปีมะเมียฉอศก พระยาภักดีเดโชจึงแต่งให้หลวงภักดีวิเศษ บุตร์เขยพระยาภักดีเดโช พาเอาตัว ฯข้าฯ ขึ้นมาส่งณเมืองปาศักดิ์ และเมื่อ ฯข้าฯ อยู่ณเมืองกระพงสวายนั้น ฯข้าฯ เห็นแสนหานุชิตเจ้าเมืองกระพงแลง ขึ้นมาบอกพระยาเดโชราม ว่าครัวญวนพากันมาตั้งอยู่ณเมือง กระพงแลง ๖๐ ครัว อยู่ณเมืองกระพงเสียม ๗๐ ครัว อยู่ณเมืองกระพงฉนัง ๕๐ ครัว จะเป็นฉกรรจ์สำมะโนครัวมากน้อยเท่าใด และครัวญวนจะมาอยู่เมืองไหนอีกเท่าใด ฯข้าฯ หาได้ยินพูดกันไม่แต่ ฯข้าฯ ได้ยินข่าวลือไปว่ากองทัพกรุงเทพฯ จะยกออกไปตีอีก พระยาพระเขมรและราษฏรเมืองกระพงสวาย และแขวงเมืองกระพงสวาย พากันระส่ำระสายสะดุ้งตกใจอยู่ หาเป็นอันที่จะทำไร่นาลงเป็นปกติไม่ ทำได้บ้างเล็กน้อย แล้วข้าวปลูกก็ขัดสน ราษฏรต้องรับพระราชทานแต่ต้นมะละกอกับศีร์ษะกล้วยปนกันกับข้าวอยู่เป็นนิจราคาข้าวเปลือกราษฏรซื้อขาย<noinclude></noinclude>
3igtjx57lrjse4az0c5fisfl85ehstt
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/135
250
92934
301333
2026-10-05T10:01:58Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301333
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๘๔}}</noinclude>แก่กัน ถังเขมร ๔๐ ทนานเป็นกระบือตัวหนึ่ง คิดเป็นราคา ๑ ตำลึง ๑ บาทเงินไทย หามีเม็ดข้าวจะซื้อขายกันไม่ ราษฏรได้ความลำบากยากแค้นเดือนร้อนนัก เป็นความสัตย์ความจริง ฯข้าฯ แต่เท่านี้
ฯข้าฯ อ้ายเสาอ้ายคงให้การต้องคำกันว่า ฯข้าฯ อ้ายเสาอ้ายคง เป็นบ่าวพระยาเดโชรามเจ้าเมืองกระพงสวาย บ้านเมือง ฯข้าฯ อยู่บ้าน กวงแขวงเมืองกระพงสวาย แต่บ้านกวงจะไปตีเมืองกระพงสวายทาง ๓ คืน อยู่ณวันเดือนยี่ข้างแรมปีมะเมียฉอศก พระยาเดโชรามเจ้าเมืองกระพงสวายใช้ให้พระยาทิพยราชาขึ้นมาเกนคนบ้านระเวียง บ้านนาโทม บ้านตะแกง บ้านบาขนอง บ้านกวง บ้านบิง บ้านฉนวนเข้ากัน ๗ บ้านเป็นคน ๒๐๐ ให้ไปตั้งค่ายมั่นไว้ณท่ากระพงกรม เสาค่ายไม้จริงทุบเปลือกใหญ่รอบกำกึ่ง ๒ กำ ค่ายยาวประมาณ ๓ เส้น กว้างประมาณ ๒ เส้นเศษ พูนสนามเพลาะสูง ๒ ศอกหนาศอกคืบ ตั้งอยู่ฟากห้วยข้างโน้น แต่หามีเขมรญวนมาอยู่รักษาประจำค่ายอยู่ไม่ แล้วพระยาทิพยราชาสั่งชาวบ้านระเวียง บ้านนาโทม บ้านตะแกง บ้านบาขนอง บ้านกวง บ้านบิง บ้านฉนวน ๗ บ้าน ให้ผลัดเปลี่ยนกันลาดตระเวนรักษาค่ายอยู่ แล้วพระยาทิพยราชากลับไปเมืองกระพงสวาย แต่ท่าพระพงกรมที่ค่ายอยู่นั้นจะไปเมืองกระพงสวายทาง ๓ คืน ฯข้าฯ ได้ยินพระทิพยราชาพูดว่า ถ้ากองทัพไทยจะยกมาจริง เถิงปืนเรามีน้อยก็จะสู้รบได้<noinclude></noinclude>
6hpfqt4i6ddnswu92k3j05jk8vp6eha
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/136
250
92935
301334
2026-10-05T10:02:25Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301334
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๘๕}}</noinclude>ด้วยเรากันเอาน้ำไว้ แล้วระยะทางแต่หนองนำทรัพย์จะมาที่ค่ายตั้งอยู่ก็ไกลกันเถิง ๕๐๐ เส้นเศษ แต่ค่ายที่ตั้งอยู่บ้านกระพงกรม จะมาบ้านพระยาภักดีเดโชทางคืนหนึ่ง และท่ากระพงไชยนั้น ฯข้าฯ ได้ยินชาวบ้านพูดกันว่า พระยาไกรเหมาอยู่บ้านถมอประดับแขวงเมืองกระพงสวาย เกนเอาพวกเขมรป่าดงมาทำค่ายไว้ณท่ากระพงไชยค่ายหนึ่ง เสาค่ายไม้จริงใหญ่รอบ ๒ กำกึ่ง พูนสนามเพลาะรอบกว้างยาวเข้ากันกับค่ายท่ากระพงไชยค่ายหนึ่ง เสาค่ายไม้จริงใหญ่รอบ ๒ กำกึ่ง พูนสนามเพลาะรอบกว้างยาวเข้ากันกับค่ายท่ากระพงกรม แต่ท่ากระพงไชยจะไปเมืองกระพงสวายทาง ๔ คืน แต่ท่ากระพงไชยจะมาที่พระยาภักดีเดโชทาง ๒ คืน พระยาไกรเหมาเกนให้ชาวบ้านท่ากระพงไชย บ้านป่าดงผลัดเปลี่ยนกันมาลาดตระเวนรักษาด่านทางอยู่ แล้วพระยาไกรเหมาก็กลับไปบ้านถมอประดับ ๆ ไกลกันกับค่ายท่ากระพงไชยทางวันหนึ่งและนอกจากนี้จะตั้งค่ายที่แห่งใดตำบลใดอีกนั้น ฯข้าฯ หาได้ยินผู้ใดพูดไม่ อยู่ณวันเดือนยี่ข้างแรม ฯข้าฯ อยู่ณบ้านกวง บ้าน ฯข้าฯ พบนายโภกชาวเมืองสะโทง มาหากินณบ้าน ฯข้าฯ นายโภกบอก ฯข้าฯ ว่า ชายหญิงเมืองสะโทงพูดกันว่า ได้ยินข่าวลือกันมาแต่เมืองพนมเป็ญ ว่าองค์จันท์หายไปหารู้ว่าไปอยู่แห่งหนตำบลใดไม่ ยังติดตามหากันวุ่นวายอยู่ แล้วว่าครอบครัวเมืองสะโทงเมืองกระพงสวาย ก็พากันสะดุ้งสเทือนระส่ำระสายอยู่ หาได้ทำไร่นาเต็มพากภูมิไม่ ทำได้บ้างเล็กน้อย{{วว}}<noinclude></noinclude>
69tegwkbdcu4079ocr46plpaog5zvq7
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/137
250
92936
301335
2026-10-05T10:02:51Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301335
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๘๖}}</noinclude>ข่าวลือไปว่ากองทัพกรุงเทพฯ จะยกออกไปตีอีก จึงพากันระส่ำระสายอยู่ หาได้ตั้งบ้านเรือนทำไร่นาเป็นปกติเหมือนดังเก่าไม่ และราคาข้าวเปลือกณเมืองสะโทงเมืองกระพงสวาย ราษฏรซื้อขายแก่กันถังเขมร ๔๐ ทะนาน เป็นราคา ๑ ตำลึง ๑ บาทเงินไทยแพงนัก หามีเล็ดข้าวจะซื้อขายกันไม่ จะหาบุกกลอยมารับพระราชทานก็ขัดสน ครอบครัวเมืองสะโทงเมืองกระพงสวาย และแขวงเมืองสะโทงเมือกระพงสวาย ได้ความอดอยากยากแค้นนักอยู่ณวันเดือน ๓ ข้างขึ้น ฯข้าฯ จึงพากันมาหาข้าวกินที่บ้านนายออนเป็นพี่ภรรยา ฯข้าฯ อยู่บ้านเกาะเมืองแสนแขวงเมืองแสนปาง นายออนบอก ฯข้าฯ ว่า ข้าวณเมืองสีทันดรเมืองแสนปางมีบริบูรณ์อยู่ นายออนชวน ฯข้าฯ ให้ ฯข้าฯ พาครอบครัวมาแอบแฝงหากินอยู่ณบ้านเกาะเมืองแสนกับนายออน ฯข้าฯ ก็กลับคืนไปบ้าน ฯข้าฯ ครั้นณวันเดือน ๓ แรม ๔ ค่ำ ฯข้าฯ ก็พามารดาบิดาภรรยา ฯข้าฯ และป้าและน้องเขย ฯข้าฯ เพื่อนบ้าน ฯข้าฯ ชายหญิงใหญ่น้อยเข้ากัน ๑๔ คน เกวียน ๓ เล่มบรรทุกเหล็กกับน้ำตาล คิดกันมาทำเป็นค้าขายดูบ้านเมืองถ้าเห็นบริบูรณ์เป็นสุขอยู่ จะกลับไปรับบุตร์ภรรยาและญาติพี่น้อง มาแอบแฝงทำมาหากินอยู่ ฯข้าฯ มาเถิงบ้านเกาะเมืองแสนแขวงเมืองแสนปางณวันเดือน ๔ ขึ้น ๕ ค่ำ ฯข้าฯ มาหยุดเกวียนอาศัยอยู่ณบ้านนายออนได้ ๒ คืน พระสันทบุรีแต่งให้ข้าหลวงเพี้ยกรมการเมืองสีทันดรไปรับเอาตัวพวก ฯข้าฯ ๆ{{วว}}<noinclude></noinclude>
rirzq5gdlsabguorpwzn2xezpw84ds4
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/138
250
92937
301336
2026-10-05T10:03:36Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301336
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๘๗}}</noinclude>หนีไปได้ ๑๑ คนจับได้แต่ ฯข้าฯ ส่งขึ้นมาณเมืองปาศักดิ์ และบ้านกวางที่ข้าอยู่ มีเรือนอยู่ ๑๐ หลังเรือน คนชายหญิงใหญ่น้อยประมาณ ๔๐ เศษ และเมืองพนมเป็ญ เมืองบาราย เมืองกระพงเสียม เมืองสีสุนทร เมืองไพรแวง เมืองบาพนม เมืองตะบงขมุม จะขัดสนสะเบียงอาหาร เจ้าเมืองกรมการและพระยาพระเขมรจะคิดข้อราชการประการใด และราคาข้าวจะถูกแพงมากน้อยเท่าใด แล้วกองทัพญวนเขมรจะตั้งอยู่แห่งใดตำบลใด ฯข้าฯ หาทราบไม่ เป็นความสัตย์ความจริงของ ฯข้าฯ แต่เท่านี้
{{ลห|f20|ฉะบับที่ ๑๙ <br> รายงานพระสุนทรราชวงศาเสนอแม่ทัพใหญ่|120}}
{{สต|7em}}
ฯข้าฯ พระสุนทรราชวงศาเจ้าเมืองยโสธร ผู้รักษาราชการเมืองนครพนม และอุปฮาตราชวงศ์กรมการ บอกปรนนิบัติมายังท่านหลวงราชเสนา ได้เอาบอก ฯข้าฯ ขึ้นกราบเรียน ฯพณฯ สมุหนายก เจ้าคุณแม่ทัพใหญ่ ผู้สำเร็จราชการณเมืองปัตบอง ให้ทราบ ด้วยโปรดเกล้าฯ ให้ขึ้นไปรักษาราชการณเมืองนครพนมนั้น ฯข้าฯ ก็ได้เกณฑ์เอาท้าวเพี้ยตัวเล็กไปอยู่รั้งด้วย ๑๔๒ คน ปืนหลวง ๑๐๐ บอก ปืนราชการ ๓๐ บอก ช้างพลายพัง ๔ ช้าง ม้า ๓ ม้า ดินดำ....... หาบ กะสุน ๓๕๐๐ กะสุน สิลา ๒๐๐ ปาก อยู่ณวันเดือนปีมะเส็งเบญจศก ท่านพระมหาเทพแม่ทัพ คุมทัพ<noinclude></noinclude>
nt4jp6ltqs2kap9ay9zwzr1vyt3o5gi
301379
301336
2026-10-05T10:54:56Z
Vesperstelo
11696
301379
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๘๗}}</noinclude>หนีไปได้ ๑๑ คนจับได้แต่ ฯข้าฯ ส่งขึ้นมาณเมืองปาศักดิ์ และบ้านกวางที่ข้าอยู่ มีเรือนอยู่ ๑๐ หลังเรือน คนชายหญิงใหญ่น้อยประมาณ ๔๐ เศษ และเมืองพนมเป็ญ เมืองบาราย เมืองกระพงเสียม เมืองสีสุนทร เมืองไพรแวง เมืองบาพนม เมืองตะบงขมุม จะขัดสนสะเบียงอาหาร เจ้าเมืองกรมการและพระยาพระเขมรจะคิดข้อราชการประการใด และราคาข้าวจะถูกแพงมากน้อยเท่าใด แล้วกองทัพญวนเขมรจะตั้งอยู่แห่งใดตำบลใด ฯข้าฯ หาทราบไม่ เป็นความสัตย์ความจริงของ ฯข้าฯ แต่เท่านี้
{{ลหสค|f20|ฉะบับที่ ๑๙ <br> รายงานพระสุนทรราชวงศาเสนอแม่ทัพใหญ่|120}}
ฯข้าฯ พระสุนทรราชวงศาเจ้าเมืองยโสธร ผู้รักษาราชการเมืองนครพนม และอุปฮาตราชวงศ์กรมการ บอกปรนนิบัติมายังท่านหลวงราชเสนา ได้เอาบอก ฯข้าฯ ขึ้นกราบเรียน ฯพณฯ สมุหนายก เจ้าคุณแม่ทัพใหญ่ ผู้สำเร็จราชการณเมืองปัตบอง ให้ทราบ ด้วยโปรดเกล้าฯ ให้ขึ้นไปรักษาราชการณเมืองนครพนมนั้น ฯข้าฯ ก็ได้เกณฑ์เอาท้าวเพี้ยตัวเล็กไปอยู่รั้งด้วย ๑๔๒ คน ปืนหลวง ๑๐๐ บอก ปืนราชการ ๓๐ บอก ช้างพลายพัง ๔ ช้าง ม้า ๓ ม้า ดินดำ....... หาบ กะสุน ๓๕๐๐ กะสุน สิลา ๒๐๐ ปาก อยู่ณวันเดือนปีมะเส็งเบญจศก ท่านพระมหาเทพแม่ทัพ คุมทัพ<noinclude></noinclude>
hkmextt0tklwua159ru9m0qfm80a437
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/139
250
92938
301337
2026-10-05T10:04:18Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301337
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๘๘}}</noinclude>หลวงขึ้นมาเถิงเมืองนครแล้ว ฯข้าฯ ได้จ่ายกระสุนไป ๒๕๐๐ ลูก ดินดำ ๒ หาบ สิลา ๒๐๐ ปาก แล้วดินดำยังค้างเมือง ฯข้าฯ อยู่ ๙ ตุ่ม แล้ว ฯข้าฯ ได้เตรียมเลกไว้สำหรับเมือง นายไพร่ ๖๕๘ คน ปืนชะเลย๑๐๐ บอก ดินดำ ๕๐ กลัก ลูกกระสุน ๓๐๐๐ ช้างสำหรับทัพ ๑๐ ช้าง โคต่าง ๒๐ ม้า ๔ ม้า อนึ่ง ฯข้าฯ จ่ายดินดำให้เมืองสุวรรณภูมิหนัก.......................... เมืองมุกดาหาร ๓๐ กลักณวันเดือนยี่ปีมะเมียฉอศก พระมหาเทพคุมทัพหลวงขึ้นมาอีก แล้วเกนเอาเลกในเมือง ฯข้าฯ นายไพร่ ๒๐๐ คน ปืน ๖๐ บอก ดินดำ ๓๐ กลัก ลูกกะสุน ๓๐๐๐ ช้างสำหรับทัพ ๑๐ ช้าง โคต่าง ๒๐ หลัง ม้า ๕ ม้า และเลกยังคงอยู่รักษาเมืองนายไพร่ ๔๕๘ คน ได้เก็บข้าวในเมืองขนไปเลี้ยงกองทัพ ๒๐๐๐ ถัง ยังไว้สำหรับเมือง ๓๐๐๐ ถัง อนึ่ง ฯข้าฯ ............. พาบ่าวไพร่ครอบครัวทำไร่นาในปีมะเมียฉอศกณเดือน ๙ เดือน ๑๐ ฝนตกชุก ต้นข้าวพอเป็นกลาง เถิงเดือน ๑๑ เดือน ๑๒ ฝนแล้ง ข้าวตายฝอยเสียมากได้ผลเม็ดข้าวน้อย ฯข้าฯ ได้เกนเอาข้าวกับบ่าวไพร่ตวงขึ้นฉางได้ ๕๐๐ ถัง หลวงเทเพนทร์ได้จ่ายเลี้ยงข้าหลวงกองทัพกับครอบครัวสิ้นแล้ว ข้อราชการทางเมืองมหาชัย เมืองคำเกิดนั้น ท่านพระมหาเทพขึ้นมาแล้ว จึงแต่งหนังสือให้พระสงฆ์ และคนถือเข้าไปเกลี้ยกล่อมอยู่ ไว้ใจแก่ราชการไม่ได้ ฯข้าฯ ยังได้แต่งขึ้นไปสืบข้อราชการลาดตระเวนทางเมืองมหาชัยเมืองคำเกิดเนือง ๆ อยู่มิได้ขาด อนึ่งมีท้อง<noinclude></noinclude>
n8xfzmve2ry42p2c67crwn4gq88j58q
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/140
250
92939
301338
2026-10-05T10:04:54Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301338
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๘๙}}</noinclude>ตราพระราชสีห์โปรดเกล้าฯ ให้เพี้ยษานนท์เชิญเอาขึ้นมาเถิง ฯข้าฯ แต่ปีมะโรงจัดตวาศกใจความว่า ให้ ฯข้าฯ เก็บเอาเงินแลกส่วยผ้าขาวแต่ปีมะโรงปีมะเส็ง จัดซื้อข้าวเลี้ยงนายทัพนายกองและครอบครัวณเมืองนครพนม อย่าให้ขัดสนอดอยาก ฯข้าฯ ก็ทราบเกล้าฯ แล้ว ฯข้าฯ และขุนภักดีภูมินทร์ หมื่นพรมรักษา ข้าหลวง พร้อมกันเก็บเงินได้ปีมะโรงทั้งข้าวคิดเข้ากันเงิน ๙ ชั่ง ๙ ตำลึง ปีมะเส็งเงิน ๖ ชั่ง ๑๖ ตำลึง ๒ บาท ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ได้รับเงินหลวง ให้หลวงเทเพนทร์ถือขึ้นไปเงิน ๙ ชั่ง ให้ค่าข้าวลูกหลวงและลูกค้าเมืองพะบาง เลี้ยงกองทัพและครอบครัวต่ออยู่อนึ่งพระเทพวงษาเจ้าเมืองเหมราช แต่งให้ท้าวเพี้ยคุมเอาเงินอากรเมืองสะเมีย เมืองเจียมขึ้นมาเถิง ฯข้าฯ ขุนภักดีภูมินทร์ แต่ณวันเดือน ๗ ปีมะเส็งเบญจศก เมืองเจียม ๘ ชั่ง ๗ ตำลึง ๓ สลึง ๑ เฟื้อง คิดทั้งข้าวเข้ากันเป็นเงิน ๘ ชั่ง ๙ ตำลึง ๓ สลึง ๑ เฟื้อง เงินอากรบ้านต่อ ๑ ชั่ง ๕ ไพ ฯข้าฯ และขุนภักดีภูมินทร์ และหมื่นพรหมรักษา เงินเมืองสะเมีย ๕ ชั่ง ๑๔ ตำลึง ๓ บาท ๓ สลึง ๑ เฟื้อง ทั้งเงินค่าข้าวเข้ากันเงิน ๕ ชั่ง ๑๖ ตำลึง ได้จำหน่ายซื้อข้าวเลี้ยงและครอบครัวสิ้น แต่ปีมะเส็งเบญจศก เงินอาการหัวเมืองข้าเกนหัวเมืองข้าวน้ำใจส่งขึ้นมา ฯข้าฯ นั้น ฯข้าฯ ได้บอกส่งไปณกรุงเทพฯ แต่ณวันเดือน ๕ ปีมะเส็งเบญจศกแล้ว ฯข้าฯ ได้เอาเงิน ฯข้าฯ จัดซื้อเลี้ยง<noinclude></noinclude>
ets9rvrk1o1czkv8773ommotm9b2atd
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/141
250
92940
301339
2026-10-05T10:07:00Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301339
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๙๐}}</noinclude>บ่าวไพร่มะโรงปีมะเส็ง.........................................................
ทุกวันนี้ครอบครัวขัดสนอดอยากซวดโซล้มตายเป็นอันมาก ได้เอาข้าว ฯข้าฯ แจกจ่ายเลี้ยงครอบครัวบ่าวไพร่ปีมะโรง ๕๐๐ ถัง ปีมะเส็ง ๑๑๐ ถัง ปีมะเมีย ๑๘๗ ถังณวันเดือน ๔ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก แม่ทัพทางเมืองหนองคายบอกมาเถิงพระมหาเทพณเมืองนครพนมว่า ได้ใช้ปลัดวุนเล็ดรอดเข้าไปบ้านดาวแขวงเมืองเชียวขวาง เห็นบ้านรางใกล้เมืองเชียงขวาง ไปเถิงทุ่งเชียงคำ เห็นพวนคั้งค่ายที่ทุ่งเชียงคำประมาณคน ๑๐๐๐ เศษ ญวนชายหญิง ๒๐ คน พระพิเรนทรเทพจะยกเข้าไปตีเมื่อวันเดือน ๔ แรมค่ำหนึ่ง ปีมะเมียฉอศก เพี้ยโคตรศรีเมืองบ่าว ฯข้าฯ พระปทุมเทวาขอขึ้นไปทำราชการณเมืองหนองคาย พระปทุมเทวาตั้งเพี้ยโคตรศรีเมืองให้เป็นเมืองแพนอยู่เมืองหนองคาย ลงไปคอยตัวเป็นข้าอยู่ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าสุริวงศ์ จึงโปรดเกล้าฯ มีตราจางวางพวงให้เพี้ยเมืองแพนถือขึ้นมาเถิง ฯข้าฯ กรมการ ว่าสมัครพรรคพวกเพี้ยเมืองแพนตกอยู่กับเมือง ฯข้าฯ ถ้าได้เลกมากน้อยเท่าใดให้บอกไปให้ทราบ ครั้น ฯข้าฯ จะจัดแจงให้เพี้ยเมืองแพนมากน้อยก็กลัวอยู่ จึงได้บอกมากราบใต้เท้าพระกรุณาเจ้าสุดแล้วแต่จะโปรดแต่สำเนาตรานั้นได้ส่งมาด้วยแล้ว อนึ่งโปรดให้เอาเรือลงมาแต่เมืองเวียงจันทร์ไว้สำหรับราชการนั้น ครั้นมาเถิงเมืองมุกดาหารแล้ว.................ตีแตก.....................ขึ้นไปเถิงเมืองแต่ ๖ ลำ ชำรุดเสีย ๕ ลำ ยังใช้ราช<noinclude></noinclude>
g3dmihugwuo71own3ronu4kprkrnn2u
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/142
250
92941
301340
2026-10-05T10:27:15Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301340
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๙๑}}</noinclude>การอยู่แต่ ๒ ลำ อนึ่งโปรดให้เอาโคหลวงไปเลี้ยงปรนปรือไว้เดิมตัวผู้ ๑๑ ตัวเมีย ๑๐ เป็น ๒๑ ตัว ตายผู้ ๙ เมีย ๖ เป็น ๑๕ ตัว คงอยู่ผู้ ๒ เมีย ๔ เป็น ๖ ตัว ลูกผู้ ๑๒ ลูกเมีย ๘ เป็น ๒๐ ตัว เข้ากัน ๒๖ ตัว อนึ่งโปรดเกล้าผมสั่งว่าให้ ฯข้าฯ เอาของอ้ายโยปาศักดิ์ซึ่งกองทัพได้ไว้นั้น ฯข้าฯ ชำระได้กับเพี้ย....................................... เครื่องสายทองคำสายหนึ่ง ฯข้าฯ จัดแจงได้ช้างพังสูง ๔ ศอก ๑ คืบ ๕ นิ้ว ๑ ช้างลูก ๑ เป็น ๒ ม้าผู้แดง ๒ ศอก ๘ นิ้ว ๑ ม้าผู้เหลือง ๒ ศอก ๘ นิ้ว ๑ เป็น ๒ ของอุปฮาดม้าผู้แดงสูง ๒ ศอก ๗ นิ้วม้าหนึ่ง ให้เมืองขวาให้พันโนราช ให้เพี้ยวงษา เพี้ยกลบต กับไพร่มีชื่อมากับใต้เท้าพระกรุณาเจ้าด้วยควรมิควรแล้วแต่จะโปรด สิ่งใดจะชอบด้วยราชการขอบุญปัญญาเป็นที่พึ่ง............... มาณวันศุกรเดือน ๕ แรม ๖ ค่ำ ปีมะแมสัปตศก
ปรนนิบัติมาณวันศุกรเดือน ๕ แรม ๖ ค่ำ ปีมะแมสัปตศก
{{ลห|f21|ฉะบับที่ ๒๐ <br> ระยะทางเรือใบไปเมืองญวน|120}}
{{สต|7em}}
ข้าพระพุทธเจ้า พระภักดีวานิจ พระสุนทรวานิจ พระไมตรีวานิจ หลวงจำเริญวานิช รับใส่เกล้าฯ ได้ไปปรึกษากับไต่ก๋งตีนญวน พร้อมกันทำระยะทางทูลเกล้าฯ ถวาย แต่เมืองเว้จะเข้า<noinclude></noinclude>
0eek3t6ru4pq0ygqcx41ug2264npj0w
301380
301340
2026-10-05T10:55:13Z
Vesperstelo
11696
301380
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๙๑}}</noinclude>การอยู่แต่ ๒ ลำ อนึ่งโปรดให้เอาโคหลวงไปเลี้ยงปรนปรือไว้เดิมตัวผู้ ๑๑ ตัวเมีย ๑๐ เป็น ๒๑ ตัว ตายผู้ ๙ เมีย ๖ เป็น ๑๕ ตัว คงอยู่ผู้ ๒ เมีย ๔ เป็น ๖ ตัว ลูกผู้ ๑๒ ลูกเมีย ๘ เป็น ๒๐ ตัว เข้ากัน ๒๖ ตัว อนึ่งโปรดเกล้าผมสั่งว่าให้ ฯข้าฯ เอาของอ้ายโยปาศักดิ์ซึ่งกองทัพได้ไว้นั้น ฯข้าฯ ชำระได้กับเพี้ย....................................... เครื่องสายทองคำสายหนึ่ง ฯข้าฯ จัดแจงได้ช้างพังสูง ๔ ศอก ๑ คืบ ๕ นิ้ว ๑ ช้างลูก ๑ เป็น ๒ ม้าผู้แดง ๒ ศอก ๘ นิ้ว ๑ ม้าผู้เหลือง ๒ ศอก ๘ นิ้ว ๑ เป็น ๒ ของอุปฮาดม้าผู้แดงสูง ๒ ศอก ๗ นิ้วม้าหนึ่ง ให้เมืองขวาให้พันโนราช ให้เพี้ยวงษา เพี้ยกลบต กับไพร่มีชื่อมากับใต้เท้าพระกรุณาเจ้าด้วยควรมิควรแล้วแต่จะโปรด สิ่งใดจะชอบด้วยราชการขอบุญปัญญาเป็นที่พึ่ง............... มาณวันศุกรเดือน ๕ แรม ๖ ค่ำ ปีมะแมสัปตศก
ปรนนิบัติมาณวันศุกรเดือน ๕ แรม ๖ ค่ำ ปีมะแมสัปตศก
{{ลหสค|f21|ฉะบับที่ ๒๐ <br> ระยะทางเรือใบไปเมืองญวน|120}}
ข้าพระพุทธเจ้า พระภักดีวานิจ พระสุนทรวานิจ พระไมตรีวานิจ หลวงจำเริญวานิช รับใส่เกล้าฯ ได้ไปปรึกษากับไต่ก๋งตีนญวน พร้อมกันทำระยะทางทูลเกล้าฯ ถวาย แต่เมืองเว้จะเข้า<noinclude></noinclude>
48788pi43rgn8qhwr0m6z7j7u0gkdw5
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/143
250
92942
301341
2026-10-05T10:27:38Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301341
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๙๒}}</noinclude>มาเมืองไซ่ง่อน ถ้าเดือนยี่ เดือน ๓ เดือน ๔ เดือน ๕ เป็นฤดูลมตะวันออกลมดีมาได้คล่อง ๙ วัน ๑๐ วันถึงเมืองไซ่ง่อน ถ้าจะกลับไปในเดือนยี่ เดือน ๓ เดือน ๔ ลมต้านหน้าไปไม่ได้ ต่อเดือน ๕ พอแล่นก้าวไปได้บ้าง ๑๗ วัน ๑๘ วัน จึงจะถึงเมืองเว้ เดือน ๖ เดือน ๗ เดือน ๘ เป็นฤดูลมสำเภา สลาตัน ลมขัด เมืองเว้จะลงมาเมืองไซ่ง่อนไม่ได้ ถ้าจะกลับไปสมสลาตันส่งท้ายไปคล่อง ๙ วัน ๑๐ วันถึงเมืองเว้ เดือน ๙ เดือน ๑๐ เดือน ๑๑ เป็นฤดูลมตะวันออก ลมอุตรา ลมตะวันตก ลมแปรปรวนหายืนไม่ เมืองเว้จะลงมาเมืองไซ่ง่อน ต้องแล่นก้าวเข้ามา ๒๑ วัน ๒๒ วัน จึงจะถึงเมืองไซ่ง่อน ถ้าจะกลับไปต้องแล่นก้าว ลมไม่เป็นประตูเดียวไป ๒๕ วัน ๒๖ วันถึงเมืองเว้ เดือน ๑๒ เดือนอ้าย เป็นฤดูลมว่าวลมอุตรากล้า คลื่นใหญ่เกิดพายุในตกหนัก เมืองเว้จะลงมาเมืองไซ่ง่อนไม่ได้ ถ้าจะกลับไปเป็นลมพายุฝนคลื่นใหญ่ตีเข้าฝั่งถึงจะแล่นก้าวก็ไม่ได้
ระยะทางนอกแต่เมืองเว้ จะมาเมืองไซ่ง่อนที่จะแวะเข้าตักน้ำหาฟืน ถ้าลมดีแล่นมาแต่เมืองเว้ วันหนึ่งถึงเขาหันสอหน้าเมืองหุ้ยอาน แต่เขาหันสอแล่นมาครึ่งวันถึงเกาะเจียมปิดหลอมาวันหนึ่งถึงเกาะวัวโลตรงปากน้ำเมืองกวางง่าย แต่เกาะวัวโลแล่นมา ๒ วัน ถึงปากน้ำเมืองกุยเญิน แต่ปากน้ำเมืองกุบเญินแล่นมาวันหนึ่งถึงปากน้ำเมืองภูเอียน แต่ปากน้ำเมืองภูเอียนแล่นมาวันหนึ่งถึงปากน้ำเมืองภูเอียน แต่ปากน้ำเมืองภูเอียนแล่นมาวันหนึ่งถึงปากน้ำเมืองอยาตรัง แต่ปากน้ำเมืองอยา<noinclude></noinclude>
7rft682acffbcaub52n5jyssfmwxkjl
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/144
250
92943
301342
2026-10-05T10:27:56Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301342
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๙๓}}</noinclude>ตรังแล่นมา ๒ วันถึงวัวญิมปากน้ำเมืองไซ่ง่อน แต่เมืองไซ่ง่อนจะมาเมืองพุทไธมาศทางนอก ถ้าเดือน ๑๑ เดือน ๑๒ เดือนอ้ายเป็นฤดูลมตะวันออกมาคล่อง ๔ วัน ๕ วันถึงเมืองพุทไธมาศ เดือน ๒ เดือน ๓ เดือน ๔ เดือน ๕ แล่นก้าวมาได้ ถ้าเป็นฤดูลมว่าวต้องแล่นก้าวบ้าง มา ๖ วัน ๗ วันจึงถึงเมืองพุทไธมาศ ถ้าจะกลับไปเมืองไซ่ง่อนต้องแล้นก้าวไป ๓ วัน ๔ วันถึงเกาะมัน แต่เกาะมันจะไปเมืองไซ่ง่อน ลมตะวันออกลมว่าวต้านหน้าไปไม่ได้ ถ้าเดือน ๖ เดือน ๗ เดือน ๘ เดือน ๙ เดือน ๑๐ ห้าเดือนเป็นลมสลาตันลมสำเภาคลื่นลมกล้า เมืองไซ่ง่อนจะมาเมืองพุทไธมาศไม่ได้ ถ้าจะกลับไปได้คล่อง ลมตะวันตกส่งท้ายไป ๕ วัน ๖ วัน ถึงเมืองไซ่ง่อน แต่ปากน้ำเมืองไซ่ง่อนมาทะเลทางใน ล้าลมดีครึ่งวันถึงปากน้ำเมืองสมีถ้อ แต่ปากน้ำเมือยล่องโห้มาครึ่งวันถึงปากน้ำเมืองล่องโห้ แต่ปากน้ำเมือยล่องโห้มาครึ่งวันถึงปากน้ำเมืองปาศักดิ์ แต่ปากน้ำเมืองปาศักดิ์มาครึ่งวันถึงเกาะอุยเลย ถ้าคลื่นลมกล้าเรือเดินในเกาะอุยเลยถ้าคลื่นลมปกคิเรือเดินนอกเกาะอุยเลยในเกาะมัน ๆ กับเกาะอุยเลยตรงกัน ห่างกันทางประมาณครึ่งวัน ถ้าเรือสำเภา เรือปากใต้แล่นนอกเกาะมัน ถ้าเรือศีร์ษะญวนยาว ๑๑ วา ๑๒ วา เดินทางในเกาะมันในเกาะอุยเลยออกจากท้ายเกาะอุยเลยแลเห็นปากน้ำเมืองเขมา แต่เมืองเขมามาวันหนึ่งถึงเมืองเตกเซีย แต่เมืองเตกเซียมาวันหนึ่งถึงเมือง<noinclude></noinclude>
cjfr6lq74n0qn6je024f6sp23q7fm2y
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/145
250
92944
301343
2026-10-05T10:28:12Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301343
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๙๔}}</noinclude>พุทไธมาศ แต่เมืองพุทไธมาศมาครึ่งวันถึงเมืองกำปอด แลเห็นเกาะตุนอยู่ทิศสำเภาประมาณครึ่งวัน แต่เมืองกำปอดมาครึ่งวันถึงฉองตงมึง สำหรับเรือไปมาแวะเข้าตักน้ำหาฟืน แต่ตงมึงมาวันครึ่งถึงเมืองกระพงโสม แต่เมืองกระพงโสมมาวันครึ่ง มาแต่ไซ่ง่อนทาง ๖ วัน ๗ วันถึงเกาะกง แต่เกาะกงมาวันหนึ่งถึงเกาะกูด เกาะช้าง หน้าเมืองตราด แต่เกาะช้างมาวันหนึ่งถึงแหลมสิงห์ปากน้ำเมืองจันทบุรี แต่ปากน้ำเมืองจันทบุรีมาวันหนึ่งถึงเกาะสม็ด แต่เกาะเสม็ดครึ่งวันถึงปากน้ำเมืองระยอง แต่ปากน้ำเมืองระยองมาครึ่งวันถึงช่องแสมสาร แต่ช่องแสมสารมาวันหนึ่งถึงเกาะศรีชังหน้าเมืองบางละมุง แต่เกาะศรีชังวันหนึ่ง แต่ไซ่ง่อนมา ๑๓ วัน ๑๔ วันถึงปากน้ำเจ้าพระยา แต่ปากน้ำเมืองไซ่ง่อนเรือใหญ่จะเดินทางนอก ๒ วัน ถึงเกาะมันออกจากเกาะมันมาวันครึ่งถึงขวางใหญ่ แต่ขวางใหญ่มาวันหนึ่งถึงขวางน้อย แต่ขวางน้อยจะเข้ามา ถ้าเดือนยี่ เดือน ๓ สองเดือนเป็นฤดูลมตะวันออกลมอุตรา ต้องแล่นเลียบฝั่งตะวันออกมา ๓ วัน ๔ วันถึงหน้าเกาะช่องกำปั่น มาแต่เกาะช่องกำปั่นวันหนึ่งถึงเกาะไผ่ออกจาเกาะไผ่วันหนึ่งถึงหลังเต่าตรงเข้าปากน้ำเจ้าพระยาเป็นทาง ๙ วัน ๑๐ วัน ถ้าเดือน ๔ เดือน ๕ สองเดือนเป็นลมสำเภาสลาตัน ออกจากขวางน้อยแล่นข้ามมา ๔ วัน ๕ วันถึงหน้าเขาสามร้อยยอด ออกจากเขาสามร้อยยอดครึ่งวันมาถึงเจ้าลาย ออกจากเจ้าลายครึ่งวันถึงเกาะไผ่ มาวันหนึ่งถึง<noinclude></noinclude>
r00dh66maystyo0z3v8ed76hxfxwh4m
แม่แบบ:ลิงก์หัวเส้นคั่น
10
92945
301344
2026-10-05T10:32:39Z
Vesperstelo
11696
สร้างหน้าด้วย "<includeonly>{{{{{ตำแหน่ง|{{{5|กลาง}}}}}}|{{ตรึง|{{{1|}}}}}[[#{{{4|ส-{{{1|}}}}}}|{{{2|{{{1|}}}}}}]]{{{6|}}}|แบบ=font-size:{{{fs|{{{3|}}}}}}%}}</includeonly> {{เส้นตรง|{{{สต|7}}}em}}<noinclude>{{documentation}}</noinclude>"
301344
wikitext
text/x-wiki
<includeonly>{{{{{ตำแหน่ง|{{{5|กลาง}}}}}}|{{ตรึง|{{{1|}}}}}[[#{{{4|ส-{{{1|}}}}}}|{{{2|{{{1|}}}}}}]]{{{6|}}}|แบบ=font-size:{{{fs|{{{3|}}}}}}%}}</includeonly>
{{เส้นตรง|{{{สต|7}}}em}}<noinclude>{{documentation}}</noinclude>
gaqf14m830inni3epo046ril1w9dpz1
301345
301344
2026-10-05T10:32:49Z
Vesperstelo
11696
301345
wikitext
text/x-wiki
<includeonly>{{{{{ตำแหน่ง|{{{5|กลาง}}}}}}|{{ตรึง|{{{1|}}}}}[[#{{{4|ส-{{{1|}}}}}}|{{{2|{{{1|}}}}}}]]{{{6|}}}|แบบ=font-size:{{{fs|{{{3|}}}}}}%}}
{{เส้นตรง|{{{สต|7}}}em}}</includeonly><noinclude>{{documentation}}</noinclude>
99vgb2irtxi8hm34lszw6w334xot9qq
แม่แบบ:ลหสค
10
92946
301346
2026-10-05T10:33:10Z
Vesperstelo
11696
เปลี่ยนทางหน้าไปยัง [[แม่แบบ:ลิงก์หัวเส้นคั่น]]
301346
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[แม่แบบ:ลิงก์หัวเส้นคั่น]]
da5x6ncouvq0n5lsos1xflk6yig92wb
แม่แบบ:ลิงก์หัวเส้นคั่น/doc
10
92947
301347
2026-10-05T10:33:38Z
Vesperstelo
11696
สร้างหน้าด้วย "{{เว็บย่อ|{{มบ|ลหสค}}}} ใช้แบบเดียวกับ {{มบ|ลิงก์หัว}} ต่างกันตรงที่แม่แบบนี้มีเส้นคั่น [[หมวดหมู่:แม่แบบที่สร้างจุดตรึง]]"
301347
wikitext
text/x-wiki
{{เว็บย่อ|{{มบ|ลหสค}}}}
ใช้แบบเดียวกับ {{มบ|ลิงก์หัว}} ต่างกันตรงที่แม่แบบนี้มีเส้นคั่น
[[หมวดหมู่:แม่แบบที่สร้างจุดตรึง]]
482uk61bz4tn3dch4o6zr37hdmgtack
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/146
250
92948
301356
2026-10-05T10:36:54Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301356
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๙๕}}</noinclude>หลังเต่าตรงเข้าปากน้ำเจ้าพระยาเป็นทาง ๗ วัน ถ้าเดือน ๖ เดือน ๗ เดือน ๘ เดือน ๙ สี่เดือนนี้ฤดูลมสลาตันลมตะวันตกพัดกล้าคลื่นใหญ่ เมืองพุทไธมาศ ขวางน้อย จะเข้ามาไม่ได้ ถ้าเดือน ๑๐ เดือน ๑๑ เดือน ๑๒ เดือนอ้าย สี่เดือนนี้เป็นฤดูลมตะวันออกลมศีร์ษะเขา ทางนอกมาไม่ได้ลมพัดกล้าคลื่นใหญ่ ถ้าจะมาต้องมาทางใน ที่จะตั้งกองลาดตระเวนคอยดูเรือไปมาทางนอกทิศตะวันออก ที่เกาะกูดแห่งหนึ่งที่เกาะช่องกำปั่นแห่งหนึ่ง ข้างทิศตะวันตกที่สามร้อยยอดแห่งหนึ่ง ถ้าจะตั้งกองตระเวนทางในที่ตั้งเกาะกง เกาะช้าง เกาะกูดเกาะศรีชังแห่งหนึ่ง แต่เมืองไซ่ง่อนจะมาเมืองพุทไธมาศเดือน ๑๑ เดือน ๑๒ เดือนอ้าย มาได้คล่อง เดือนยี่เดือน ๓ เดือน ๔ เดือน ๕ ต้องแล่นก้าวจึงมาได้ เดือน ๖ เดือน ๗ เดือน ๘ เดือน ๙ เดือน ๑๐ มาไม่ได้
{{ลหสค|g1|เหตุการณ์ในปีมะแม พ.ศ. ๒๓๗๘|120}}
ตั้งแต่เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กลับมาจากเมืองพัตบองรับราชการอยู่ในกรุงเทพฯ ทางฝ่ายไทยก็เพียงแต่คอยระวังมิให้เขมรและญวนรุกล้ำเขตต์แดน หรือแอบแฝงลอบเกลี้ยกล่อมพลเมือง และพยายามสืบสวนเหตุการณ์ในเมืองเขมร ได้ความว่า เมื่อสมเด็จพระอุทัยราชาถึงพิราลัยแล้ว ท่วงทีญวนจะต้องการรวมเอาดินแดนเขมรเข้าไว้ในอาณาจักรญวนเสีย<noinclude></noinclude>
qez21nceg8phqz4f7hl5vndwwny4hnd
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/147
250
92949
301381
2026-10-05T10:56:20Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301381
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๙๖}}</noinclude>ทีเดียว ญวนตั้งค่ายใหญ่อยู่เหนือเมืองพนมเป็ญ แม่ทัพใหญ่ชื่อองตำตาง แม่ทัพรองชื่อองลองยิน พระยาพระเขมรเกิดระแวงญวนมากขึ้น และกลับหวนมาคิดถึงเจ้าองค์อิ่ม เจ้าองค์ด้วง ซึ่งไทยทนุบำรุงอยู่ ใคร่จะขอเชิญไปเป็นกษัตริย์ปกครองเขมร แต่เขมรยังตกในที่คับขัน ทั้งกำลังส่วนรวมก็ไม่เพียงพอ จึงยังคิดทำอะไรไม่ถนัดทุกทาง
ส่วนกองทัพเจ้าพระยาธรรมา (สมบุญ) ที่ยกขึ้นไปฝ่ายเหนือและภาคอิสาน บรรดาเมืองหัวพันทั้งหก ยอมอ่อนน้อมขอขึ้นกับไทยฝ่ายเดียว โดยไม่ต้องรบราฆ่าฟัน
เมืองหัวพันทั้งหก อยู่ใรเขตต์สิบสองจุไทย แต่ใกล้กับนครหลวงพระบาง นัยว่าเดิมมี ๕ เมือง พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต ทางตั้งท้าวพระยาออกไปเป็นตำแหน่งหัวพันปกครอง ต่อมาเพิ่มขึ้นอีกเมืองหนึ่ง จึงเรียกรวมกันว่า เมืองหัวพันทั้งหกคือเมืองเหยิม, เมืองเชียงคอ, เมืองซำเหนือ, เมืองซำใต้, เมืองโสย, เมืองซอน
{{ลหสค|g2|ฉะบับที่ ๑ <br> ตราถึงพระยานครชัยศรี|120}}
หนังสือเจ้าพระยาจักรีฯ มาเถิงพระยานครชัยศรี ด้วยทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า ครัวเขมรเจ้าพระยาบดินทร<noinclude></noinclude>
98evhnyi8d053swk6brjyzc9iwh6qhh
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/148
250
92950
301382
2026-10-05T10:57:03Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301382
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๙๗}}</noinclude>เดชา ที่สมุหนายก ส่งเข้ามาแต่เมืองปัตบองเป็นคนชายฉกรรจ์ ๑๕ คน ครัว ๔๑ รวม ๕๖ คนนั้น โปรดเกล้าฯ ให้พระราชทานพร้า ๑๖ เล่ม เสียม ๑๖ เล่ม เสื่อ ๒๕ผืน ชามข้าว ๕๐ ใบ ชามแกง ๕๐ ใบ รวม ๑๐๐ ใบ ตุ่มน้ำ ๑๐ ใบ แล้วขุนศรีภักดี กรมพระสัสดี คุมครัวออกมาส่งให้พระยานครชัยศรี ให้กรมการตรวจนั้นรับครัวไว้ให้ขึ้นอยู่บ้านเรือนตามพวกตามเหล่า ให้เป็นกอง เป็นหมวด แล้วให้พระยานครชัยศรี กรมการเอาใจใส่ตรวจตราดูแลจ่ายสะเบียงอาหารให้ครัวรับพระราชทาน อย่าให้ครอบครัวอดอยากระส่ำระสายหลบหนีไปแต่คนหนึ่งได้ ถ้าตรวจรับได้ครัวเป็นคนชายหญิงใหญ่น้อยเท่าใด ให้บอกเข้ามาให้แจ้งเหมือนอย่างแต่ก่อน
หนังสือมาณวันเสาร์ เดือน ๕ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีมะแม สัปตศก (พ.ศ. ๒๓๗๘)
{{ลหสค|g3|ฉะบับที่ ๒ <br> คำให้การนักซวนให้แก่หมื่นพิทักษ์ปลายแดน|120}}
ฯข้าฯ นักซวนให้การว่า บิดาชื่อนักทัน มารดาชื่อนักจัน มีบุตรชายหญิง ๖ คน ทั้ง ฯข้าฯ บิดา ฯข้าฯ ตายได้ประมาณ ๑๐ ปี อายุ ฯข้าฯ ได้ ๓๐ ปี ยังหาภรรยามิได้ อยู่บ้านตีนท่าปลายคลอง......................... (ลบ) ................ใกล้กับปากคลองเกาะกงทางวันหนึ่ง{{วว}}<noinclude>{{ข|๗|4em}}</noinclude>
adqxrbjfm7i9vqkycodru1hdin3iovb
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/149
250
92951
301383
2026-10-05T11:03:25Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301383
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๙๘}}</noinclude> ฯข้าฯ เข้าเกลี้ยกล่อมขุนพิทักษ์ปลายแดน แต่ก่อนที่บ้านตีนท่ามีบ้านเรือนเขมรอยู่ ๕ เรือนทั้งเรือน ฯข้าฯ เมื่อปีมะเมียฉอศก กองทัพเลิกกลับเข้ามาแต่เมืองญวน เขมรที่อยู่บ้านตีนท่ากลัวเขมรเมืองตะพอกจะมาจับได้ พากันเลิกบ้านเรือนเข้ามาอยู่เมืองเกาะกงสิ้น แต่ครัว ฯข้าฯ ๕ คนด้วยกันยังรักษาไว้อยู่ที่บ้านตีนท่า ครั้นณวันเดือน ๓ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗) เวลาเช้ามารดา ฯข้าฯ กับพี่ชายพี่สะใภ้ ฯข้าฯ ๓ คน ไปเที่ยวหาปลายังหากลับไม่ ฯข้าฯ กับนักโปพี่สาว ฯข้าฯ อยู่เฝ้าเรือน ครั้นณวันเดือน ๓ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เวลาใกล้รุ่งมีเขมรประมาณ ๒๐ คน ถือเครื่องสาสตราอาวุธมาล้อมเรือน ฯข้าฯ แล้วปีนขึ้นบนเรือน จับเอาตัว ฯข้าฯ กับนักโปพี่สาว ฯข้าฯ มัดไว้ แล้วเก็บเอาทรัพย์สิ่งของ แล้วพา ฯข้าฯ ลงมา ฯข้าฯ เห็นเขมรตัวนายลางคน ฯข้าฯ จำได้อยู่ว่าชื่อนักอง นักกงอยู่บ้านตงตะเลแขวงเมืองสำโรงทอง แต่ก่อนเคยมาค้าขายพบ ฯข้าฯ ที่เมืองตะพองเนือง ๆ นักอง นักกง ถาม ฯข้าฯ ว่าเรือน ฯข้าฯ มีคนกี่คน ฯข้าฯ บอกว่ามีอยู่ ๕ คน มารดากับพี่ชายพี่สะใภ้ ฯข้าฯ ไปหาปลา แต่เพลาวานนี้ ฯข้าฯ อยู่เฝ้าเรือน............................................. แล้วนักอง นักกง ถามว่าที่เกาะกงกองทัพมาอยู่บ้างหรือไม่............... สัพลงมาอยู่คน ๓๐๐๐ เศษ นักอง นักกง พูดกับ ฯข้าฯ เท่านั้น...... เชือกมัดมือข้ากับนักโปพี่สาว ฯข้าฯ จูงไปทางวันหนึ่งเถิงสำนัก<noinclude></noinclude>
49zzsxi5sxwfkw5dagxhbk6yjhmwja9
301384
301383
2026-10-05T11:03:33Z
Vesperstelo
11696
301384
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๙๘}}</noinclude>ฯข้าฯ เข้าเกลี้ยกล่อมขุนพิทักษ์ปลายแดน แต่ก่อนที่บ้านตีนท่ามีบ้านเรือนเขมรอยู่ ๕ เรือนทั้งเรือน ฯข้าฯ เมื่อปีมะเมียฉอศก กองทัพเลิกกลับเข้ามาแต่เมืองญวน เขมรที่อยู่บ้านตีนท่ากลัวเขมรเมืองตะพอกจะมาจับได้ พากันเลิกบ้านเรือนเข้ามาอยู่เมืองเกาะกงสิ้น แต่ครัว ฯข้าฯ ๕ คนด้วยกันยังรักษาไว้อยู่ที่บ้านตีนท่า ครั้นณวันเดือน ๓ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก (พ.ศ. ๒๓๗๗) เวลาเช้ามารดา ฯข้าฯ กับพี่ชายพี่สะใภ้ ฯข้าฯ ๓ คน ไปเที่ยวหาปลายังหากลับไม่ ฯข้าฯ กับนักโปพี่สาว ฯข้าฯ อยู่เฝ้าเรือน ครั้นณวันเดือน ๓ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เวลาใกล้รุ่งมีเขมรประมาณ ๒๐ คน ถือเครื่องสาสตราอาวุธมาล้อมเรือน ฯข้าฯ แล้วปีนขึ้นบนเรือน จับเอาตัว ฯข้าฯ กับนักโปพี่สาว ฯข้าฯ มัดไว้ แล้วเก็บเอาทรัพย์สิ่งของ แล้วพา ฯข้าฯ ลงมา ฯข้าฯ เห็นเขมรตัวนายลางคน ฯข้าฯ จำได้อยู่ว่าชื่อนักอง นักกงอยู่บ้านตงตะเลแขวงเมืองสำโรงทอง แต่ก่อนเคยมาค้าขายพบ ฯข้าฯ ที่เมืองตะพองเนือง ๆ นักอง นักกง ถาม ฯข้าฯ ว่าเรือน ฯข้าฯ มีคนกี่คน ฯข้าฯ บอกว่ามีอยู่ ๕ คน มารดากับพี่ชายพี่สะใภ้ ฯข้าฯ ไปหาปลา แต่เพลาวานนี้ ฯข้าฯ อยู่เฝ้าเรือน............................................. แล้วนักอง นักกง ถามว่าที่เกาะกงกองทัพมาอยู่บ้างหรือไม่............... สัพลงมาอยู่คน ๓๐๐๐ เศษ นักอง นักกง พูดกับ ฯข้าฯ เท่านั้น...... เชือกมัดมือข้ากับนักโปพี่สาว ฯข้าฯ จูงไปทางวันหนึ่งเถิงสำนัก<noinclude></noinclude>
4fv6gczai6r6plvx1l1n4vya1tnaf8v
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/150
250
92952
301385
2026-10-05T11:13:40Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301385
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๙๙}}</noinclude>....................................แขวงเมือตะพอง นักอง นักกง ให้แก้มัด ฯข้าฯ กับพี่สาว ฯข้าฯ ออกแล้วว่ากับ ฯข้าฯ ว่า ฟ้าทะละหะใช้ให้นักอง นักกงลงมาสืบราชการทางเมือเกาะกง นักอง นักกงลงมาเถิงบ้านคำลวด พบเขมรถือหนังสือเจ้าเมืองกระพงโสมขึ้นไปเถิงฟ้าทะละหะฉะบับหนึ่ง ว่า เจ้าเมืองกำปอดใช้ให้สนองอูมาสืบราชการที่เมืองเกาะกง สนองอูไปเถิงบ้านสะทิงปรัก นอนอยู่เรือนักยศนายบ้าน กองทัพได้ล้อมเรือนตจับเอาสนองอูนักยศ กับเขมรชายหญิงใหญ่น้อยบ้านสะเทิงปรักไปเป็นอันมาก แล้วนักอง นักกง ถาม ฯข้าฯ ว่าใครจับสนองอูไป ฯข้าฯ บอกว่าได้ยินว่ากองทัพที่ออกมาตั้งอยู่เกาะกงจับไป ไปได้แต่หาได้เดินทางบ้าน ฯข้าฯ ไม่เดินพลีมาต ฯข้าฯ หารู้ว่าผู้ใดมาจับไม่ นักองนักกงถาม ฯข้าฯ แล้วนอนอยู่ที่สำนักมะปรางคืนหนึ่ง ครั้นรุ่งเช้าขึ้นไปจากสำนักมะปราง ทางวันหนึ่งเถิงบ้านจอมสันลาแขวงตระพอง นักองนักกงขึ้นนอนอยู่บนเรือนนักสวดเขมรนายบ้านคืนหนึ่ง นักสวดเขมรก็เลี้ยงดูข้าวปลานักอง นักกง ไปจากบ้านจอมสันลาวันหนึ่งเถิงด่านกะปังปริ แดนเมืองกระพงโสม ฯข้าฯ เห็นมีโรงยาวประมาณ ๓ วา กว้างประมาณ ๗ ศอก หลังหนึ่ง เขมรให้นายเตยเขมรเป็นนายคุมไพร่ ๑๕ คน มีหอกดาบหน้าไม้ครบมืออยู่รักษาด่าน นอนอยู่ที่ด่านกะปังปรือคืนหนึ่ง ออกจากด่านกะปังปรือไปวันหนึ่งเถิงบ้านคาเรามีเรือนเขมรอยู่ ๔ เรือน คนชายหญิงใหญ่น้อยประมาณ ๒๐{{วว}}<noinclude></noinclude>
7fpemvwr7gqrbnncg2jbqgbksyvm4wg
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/151
250
92953
301386
2026-10-05T11:14:01Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301386
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๐๐}}</noinclude>คน นักปรักเป็นนายบ้าน นักองนักกงลงนอนอยู่ที่เรือนนักปรักคืนหนึ่ง ออกจากบ้านคาเราไปวันหนึ่งเถิงป่ามะละวา มีเรือนเขมรอยู่ประมาณ ๖ เรือน คนชายหญิงใหญ่น้อยประมาณ ๓๐ คน นอนอยู่เรือนนักตวนนายบ้านคืนหนึ่ง ออกจากบ้านป่ามะละวาไปวันหนึ่งเถิงบ้านครั้งอ้ายวาย มีเรือนเขมรอยู่ประมาณ ๑๒ เรือน คนชายหญิงใหญ่น้อยประมาณ ๔๐ คน นักองนักกงนอนอยู่คืนหนึ่ง ออกจากบ้านครั้งอ้านวายไปวันหนึ่งเถิงบ้านสำโรงทอง มีเรือนเขมรอยู่ประมาณ ๗ เรือน ๘ เรือน คนชายหญิงใหญ่น้อยประมาณ ๓๐ คน บ้านสำโรงทองไกลกับบ้านเจ้าเมืองสำโรงทองทางครึ่งวัน นักองนักกงนอนอยู่คืนหนึ่ง ออกจากบ้านสำโรงทองไปทางวันหนึ่งเถิงบ้านมหาสัง มีเรือนเขมรอยู่ประมาณ ๖ เรือน ๗ เรือน คนชายหญิงใหญ่น้อยประมาณ ๒๐ คน นักองนักกงนอนอยู่บ้านหมื่นมาตนายบ้านมหาสังคืนหนึ่ง ออกจากบ้านมหาสังไปวันหนึ่งเถิงบ้านตงตะเล ที่บ้านนักองนักกงอยู่มีเรือนเขมรประมาณ ๖ เรือน คนชายหญิงใหญ่น้อยประมาณ ๑๖ คน นักกงก็แยกเอาพี่สาว ฯข้าฯ ไปไว้เป็นภรรยาอยู่ที่เรือนนักกง แล้วนักองนักกงว่ากับ ฯข้าฯ ว่า อย่าคิดหนีกลับไปอยู่เกาะกงเลย นักองนักกงจะช่วยแก้ไขไม่ให้ฟ้าทะละหะจิตต์จำทำโทษ จะบอกว่า ฯข้าฯ อยู่ปลายคลองเกาะกงเป็นปลายเขตต์ปลายแดนหารู้ราชการสิ่งใดไม่ สมัครจะเข้ามาทำราชการอยู่เมืองพนมเป็ญ แล้วนักองนักกงว่าถ้าบอกฟ้าทะละหะ<noinclude></noinclude>
pnkq5iqnfum6cghdebvd3aq0chryvvm
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/152
250
92954
301387
2026-10-05T11:14:17Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301387
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๐๑}}</noinclude>อย่างนี้แล้ว เห็นฟ้าทะละหะจะให้ ฯข้าฯ กลับมาอยู่กับพี่สาว ฯข้าฯ ที่บ้านนักกง ฯข้าฯ ก็รับว่าไม่หนีไปดอก พี่สาว ฯข้าฯ อยู่ที่ไหนก็จะอยู่ด้วยกันที่นั่น อยู่บ้านตงตะเล ๒ คืน นักองนักกงก็พาแต่ ฯข้าฯ ไปวันหนึ่งเถิงบ้านตะบังกวง มีเรือนเขมรอยู่ประมาณ ๒๐ เรือน คนชายหญิงใหญ่น้อยประมาณ ๕๐ คน นอนอยู่คืนหนึ่ง ออกจากบ้านตะบังกวงไปวันหนึ่งเถิงด่านเรือหักแขวงเมืองพนมเป็ญ ที่ด่านนั้นมีโรงอยู่หลังหนึ่ง ทำด้วยไม้ไผ่ล้อมกว้างยาวประมาณ ๑๔วา ๑๕ วา ล้อมรอบ มีร้านไฟอยู่หน้าค่าย นายด่านนั้นชื่อนักพอ คุมไพร่เขมรเฝ้าอยู่ประมาณ ๖๐ คน เครื่องสาตราวุธหอกดาบหน้าไม้ครบมืออยู่ที่ด่านเรือหักคืนหนึ่ง แล้วไปอีกทางวันหนึ่งถึงเมืองพนมเป็ญณวันแรมเดือน ๓ แรม ๗ ค่ำ นักองนักกงก็พา ฯข้าฯ ไปหาฟ้าทะละหะ ฯข้าฯ เห็นฟ้าทะละหะอยู่ที่เมืองพนมเป็ญเก่า อยู่โรง ๓ ห้อง เครื่องไม้ไผ่โรงหนึ่ง โรงนักจาบบุตรชายฟ้าทะละหะอยู่โรงหนึ่ง ผู้คนบ่าวไพร่นายหญิงใหญ่น้อยประมาณ ๒๕๐ คน ปลูกโรงเล็ก ๆ ล้อมรอบหามีรั้วระเนียดไม่ ฟ้าทะละหะถามนักองนักกงว่า ฯข้าฯ มาแต่ไหน นักองนักกงบอกฟ้าทะละหะว่านักองนักกงไปสืบราชการปลายคลองเมืองเกาะกง พบ ฯข้าฯ สมัครมาทำราชการอยู่เมืองพนมเป็ญด้วย นักองนักกงก็พามา ฟ้าทะละหะถาม ฯข้าฯ ว่าจะมาอยู่เมืองพะนมเป็ญจริงหรือ ฯข้าฯ ก็บอกว่าจะมาอยู่จริง แล้วฟ้าทะละหะ<noinclude></noinclude>
kaa4n9jjzggq9frnzd0hw7u28hsm4m4
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/153
250
92955
301388
2026-10-05T11:15:15Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301388
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๐๒}}</noinclude>ถามนักองนักกงว่าครัว ฯข้าฯ มากน้อยเท่าใดอยู่ที่ไหน นักกงบอกว่า ฯข้าฯ กับพี่สาว ฯข้าฯ มาด้วยกัน ๒ คนก่อน แต่พี่สาว ฯข้าฯ นั้น นักกงเอาไว้ที่เรือนนักกง ครอบครัวชายหญิงใหญ่น้อย ๓๐ เศษยังค้างอยู่ที่บ้านคำลวก ฟ้าทะละหะถามนักองนักกงว่า ฯข้าฯ รู้ราชการอะไรบ้าง นักองนักกงบอกว่า ฯข้าฯ อยู่ปลายเขตต์ปลายแดน รู้อยู่บ้างเล็กน้อยหาถี่ถ้วนไม่ แล้วฟ้าทะละหะถาม ฯข้าฯ ว่า ใครยกออกมาอยู่ณเมืองจันทบุรีคนมากน้อยเท่าใด ฯข้าฯ บอกว่าเจ้าพระยาพระคลังเป็นแม่ทัพ คน ๘๐๐๐ ยกออกมาตั้งอยู่ณเมืองจันทบุรี แล้วฟ้าทะละหะถามว่า ใครตั้งอยู่เมืองเกาะกงคนมากน้อยเท่าใด ฯข้าฯ บอกว่าพระยาราชวังสัน คน ๓๐๐๐ ตั้งอยู่เกาะกง แล้วฟ้าทะละหะถามว่าจะยกออกไปเมืองเขมรเมืองญวนอีกหรือไม่ ฯข้าฯ บอกว่าหาได้ยินว่าจะยกออกมาเมืองเขมรเมืองญวนไม่ เป็นแต่ออกมาตั้งรักษาบ้านเมืองอยู่ ฟ้าทะละหะถามว่า เมื่อไรกองทัพจะเลิกกลับเข้าไปกรุงเทพฯ ฯข้าฯ บอกว่า ได้ยินว่าจะตั้งรักษาบ้านเมืองอยู่ทั้งหน้าฝนหน้าแล้ง ฟ้าทะละหะว่ากองทัพจะมาตั้งอยู่ทำไมทั้งหน้าฝนหน้าแล้ง ไพร่พลจะไม่ขาดทำไร่ทำนาไปหรือ แล้วฟ้าทะละหะว่าจะพา ฯข้าฯ ไปหาองญวน ฟ้าทะละหะก็เข้าไปในโรง ฯข้าฯ จึงถามนักองนักกงว่า องญวนที่ฟ้าทะละหะจะพาไปหานั้นชื่อไร นักกงบอก ฯข้าฯ ว่า องใหญ่ชื่ออง<noinclude></noinclude>
r1klm0u0m0a9fs3rfyanlngr43h91cy
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/154
250
92956
301389
2026-10-05T11:15:37Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301389
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๐๓}}</noinclude>ตำตวง อีก ๒ คนนั้นชื่อองอันสาตคนหนึ่ง ชื่อองลันยินคนหนึ่ง พอฟ้าทะละหะออกมาแต่ในโรง แต่งตัวใส่เสื้อใส่กางเกงพอกศีร์ษะเป็นญวน พานักองนักกงกับ ฯข้าฯ ไปแต่บ้านฟ้าทะละหะ ประมาณ ๒๐ เส้นเถิงค่ายญวน เห็นญวนไพร่ใส่เสื้อดำบ้าง เสื้อแดงบ้าง ใส่หมวกปักขนไก่ถือง้าวถือทวนยืนรักษาประตูค่ายอยู่ประมาณ ๒๐ คน ฟ้าทะละหะให้ญวนรักษาประตูเข้าไปบอกองญวนว่า ฟ้าทะละหะจะเข้าไปหาองตำตวง ญวนก็เข้าไปประมาณครู่หนึ่ง กลับออกมาบอกฟ้าทะละหะ ๆ ก็เข้าไปหาองตำตวง ฯข้าฯ เห็นโรงที่องตำตวงอยู่นั้นขื่อประมาณ ๗ ศอก ๘ ศอก มีเฉลียงรอบพื้น ๒ ชั้นองตำตวงนั่งเก้าอี้อยู่พื้นชั้นบน มีโต๊ะตั้งหน้า องโดยองกายยืนถือพัดขนนกอยู่ข้างละ ๒ คน องอันสาตองลันปินนั่งอยู่พื้นชั้นล่างองโดยองกายยืนอยู่พื้นดิน ๒ แถว ประมาณ ๓๐ คน ๔๐ คนฟ้าทะละหะยืนไหว้องตำตวงอย่างญวนที่พื้นดิน แล้วบอกองตำตวงว่าฟ้าทะละหะให้นักองนักกงไปสืบราชการทางเมืองเกาะกงไปเถิงปลายคลองเมืองเกาะกง พบนักซวนกับพี่สาวนักซวน สมัครจะมาทำราชการอยู่ณ เมืองพนมเป็ญด้วย นักซวนคนนี้แต่ก่อนบิดาเป็นบ่าวอยู่ในฟ้าทะละหะ เข้าไปตั้งบ้านเรือนอยู่เกาะกง แต่ครั้งเจ้าองค์เองเป็นเจ้าเมืองเขมร องตำตวงว่ากับฟ้าทะละหะว่า นักซวนอยู่เกาะกงรู้ราชการสิ่งไรบ้าง ฟ้าทะละหะบอกกับองตำตวงว่า ฯข้าฯ เป็นคนอยู่ปลายเขตต์<noinclude></noinclude>
872mlgzgght9b4fnaqkfdae957nt1py
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/155
250
92957
301390
2026-10-05T11:15:56Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301390
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๐๔}}</noinclude>ปลายแดน ถามเถิงราชการก็หารู้สิ่งไรไม่ แล้วองค์ตำตวงให้ญวนเอาเสื่อลายมาปูให้ฟ้าทะละหะนั่งที่พื้นดิน ฟ้าทะละหะนั่งลงแล้วองตำตวงว่า นักซวนเป็นคนของฟ้าทะละหะก็ให้เอาไว้เถิด เมื่อฟ้าทะละหะเข้าไปหาองตำตวงนั้น ฯข้าฯ นั่งอยู่หน้าโรงไกลกับฟ้าทะละหะประมาณ ๘ ศอก ฟ้าทะละหะพูดกับองตำตวงเป็นภาษาญวนบ้าง ภาษาเขมรบ้าง ที่พูดเป็นภาษาญวน ฯข้าฯ หาทราบว่าจะพูดกันว่ากระไรไม่ แล้วฟ้าทะละหะก็ลาญวนกลับมา ฯข้าฯ ก็มาอยู่กินหลับนอนที่บ้านฟ้าทะละหะกับนักองนักกง เมื่อฟ้าทะละหะพา ฯข้าฯ ไปหาองตำตวงนั้น ค่ายองตำตวงตั้งอยู่เหนือเมืองพนมเป็ญเก่าห่างกับตลิ่งประมาณ ๕ วา ค่ายนั้นทำด้วยเสาไม้จริงใหญ่ ๓ กำ ทำ ๒ ซีกปักเป็นค่ายสูงประมาณ ๖ ศอก กว้างยาวประมาณ ๔ เส้นเศษ พูนดินเป็นเชิงเทินเสมอปลายเสาค่าย หนาประมาณ ๘ ศอก ขุดคู ๓ ด้าน ๆ หน้าหาได้ขุดไม่ มีประตู ๔ ประตู มีสระน้ำอยู่ในค่ายสระหนึ่ง กว้างประมาณ ๑๐ วายาวประมาณ ๑๐ วา มีท่อไขน้ำเข้าไปในสระ ญวนตั้งโรงอยู่นอกค่ายริมน้ำประมาณ ๓๐๐๐ คน ตั้งโรงอยู่ในค่ายประมาณ ๒๐๐๐ คน มีปืนทองใหญ่กระสุนประมาณ ๗ นิ้ว ๘ นิ้ว ยาวประมาณ ๖ ศอก ๒ บอก อยู่ในค่ายริมประตูด้านหน้า ปืนปะเรี่ยมเหล็กนั้นหาเห็นมีไม่ มีโรงใหญ่ ๆ อยู่ในค่ายเป็นหลายโรง ฯข้าฯ หาทราบว่าจะเป็นโรงอะไรไม่ ครั้นอยู่ประมาณ<noinclude></noinclude>
9zhrctaes4scf0m47hx2ptiuakmt25t
301392
301390
2026-10-05T11:16:27Z
Vesperstelo
11696
301392
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๐๔}}</noinclude>ปลายแดน ถามเถิงราชการก็หารู้สิ่งไรไม่ แล้วองค์ตำตวงให้ญวนเอาเสื่อลายมาปูให้ฟ้าทะละหะนั่งที่พื้นดิน ฟ้าทะละหะนั่งลงแล้วองตำตวงว่า นักซวนเป็นคนของฟ้าทะละหะก็ให้เอาไว้เถิด เมื่อฟ้าทะละหะเข้าไปหาองตำตวงนั้น ฯข้าฯ นั่งอยู่หน้าโรงไกลกับฟ้าทะละหะประมาณ ๘ ศอก ฟ้าทะละหะพูดกับองตำตวงเป็นภาษาญวนบ้าง ภาษาเขมรบ้าง ที่พูดเป็นภาษาญวน ฯข้าฯ หาทราบว่าจะพูดกันว่ากระไรไม่ แล้วฟ้าทะละหะก็ลาญวนกลับมา ฯข้าฯ ก็มาอยู่กินหลับนอนที่บ้านฟ้าทะละหะกับนักองนักกง เมื่อฟ้าทะละหะพา ฯข้าฯ ไปหาองตำตวงนั้น ค่ายองตำตวงตั้งอยู่เหนือเมืองพนมเป็ญเก่าห่างกับตลิ่งประมาณ ๕ วา ค่ายนั้นทำด้วยเสาไม้จริงใหญ่ ๓ กำ ทำ ๒ ซีกปักเป็นค่ายสูงประมาณ ๖ ศอก กว้างยาวประมาณ ๔ เส้นเศษ พูนดินเป็นเชิงเทินเสมอปลายเสาค่าย หนาประมาณ ๘ ศอก ขุดคู ๓ ด้าน ๆ หน้าหาได้ขุดไม่ มีประตู ๔ ประตู มีสระน้ำอยู่ในค่ายสระหนึ่ง กว้างประมาณ ๑๐ วายาวประมาณ ๑๐ วา มีท่อไขน้ำเข้าไปในสระ ญวนตั้งโรงอยู่นอกค่ายริมน้ำประมาณ ๓๐๐๐ คน ตั้งโรงอยู่ในค่ายประมาณ ๒๐๐๐ คน มีปืนทองใหญ่กระสุนประมาณ ๗ นิ้ว ๘ นิ้ว ยาวประมาณ ๖ ศอก ๒ บอก อยู่ในค่ายริมประตูด้านหน้า ปืนปะเรี่ยมเหล็กนั้นหาเห็นมีไม่ มีโรงใหญ่ ๆ อยู่ในค่ายเป็นหลายโรง ฯข้าฯ หาทราบว่าจะเป็นโรงอะไรไม่ ครั้นอยู่ประมาณ{{วว}}<noinclude></noinclude>
8egnovaubecjfhkxkoc2wbnnkehsz9h
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/156
250
92958
301391
2026-10-05T11:16:12Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301391
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๐๕}}</noinclude>๕ วันนักองนักกง ชวน ฯข้าฯ ไปดูญวนหัดทหาร ฯข้าฯ ก็ไปกับนักองนักกง ฯข้าฯ เห็นญวนออกตั้งหัดอยู่หน้าค่ายญวนตั้งเป็น ๒ พวก ๆ ละ ๒๐๐ เศษ ตัวนายขี่ช้างผูกสัปคับยืนอยู่ข้างละช้าง มีกลองตีอยู่ข้างละ ๓ ใบ ญวนถือธงแดงคัน ๑ ธง ขาวคัน ๑ ธงดำคัน ๑ ข้างละ ๓ คัน ไพร่ญวนถือปืนคาบสิลาบ้าง ถือทวนบ้าง ถือง้าวบ้าง เข้าสู้รบกัน แล้วหัดทีเข้าทีออกทีไลทีหนี ถ้าผู้ใดทำผิด ญวนนายอยู่บนหลังช้างร้องลงมาด้วยแตรญวนสำหรับเฆี่ยนก็เอาตัวไปเฆี่ยนคนละ ๒๐ ที ๓๐ ที ตั้งหัดอยู่ทุกวัน ครั้นเพลาเย็นเลิกหัดแล้ว นักองนักกงก็พา ฯข้าฯ เดินมาข้างหน้าค่ายญวนตามริมน้ำ ญวนตั้งร้านขายของที่หน้าค่ายตามหนทางเดินเป็นหลายร้าน ฯข้าฯ เห็นเรือแง่โอแง่ทรายจอดอยู่หน้าค่ายประมาณ ๓๐ ลำ มีปืนหลักหน้าเรือลำละบอก รายแคมข้างละ ๒ บอก ๓ บอก มีญวนประจำอยู่กับเรือลำละ ๒๐ คน ๓๐ คน ทุกลำ ฯข้าฯ เดินมาข้างค่ายข้างเหนือ เห็นมีโรงช้างอยู่ริมค่ายด้านเหนือ ๒ โรง ช้างผูกในโรง ๆ ละ ๘ ช้าง ๙ ช้าง ปล่อยกินอยู่ที่ทุ่งหลังค่ายประมาณ ๕๐ ช้าง ฯข้าฯ ถามนักองนักกงว่าญวนเอาช้างมาแต่ไหนนักหนา นักองนักกงบอก ฯข้าฯ ว่าญวนให้เก็บเอาช้างเขมรมาเป็นช้างของญวนสิ้น ญวนตั้งให้เขมรเป็นองดวย องโดย นายกองคุมไพร่เขมรประมาณ ๕๐ คน ๖๐ คน สำหรับเลี้ยงช้าง แล้วนักอง นักกง ก็กลับแวะเข้านั่งพูดอยู่กับกาละพาดลก ฯข้าฯ ก็ไปนั่งอยู่ที่นั่นด้วย กาละภาษลกว่ากับ<noinclude></noinclude>
10pver2a4e2jqiwati6wdawqfjfbncx
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/157
250
92959
301393
2026-10-05T11:16:47Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301393
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๐๖}}</noinclude>นักองนักกงว่า เมื่อนักองนักกงลงไปสืบราชการที่เมืองเกาะกงนั้น ที่เมืองพนมเป็ญมีเจ้านายก็หาบุญไม่แล้ว ญวนกระทำข่มเหงได้ความเดือดร้อนนัก จะมีช้างมีม้า ญวนก็เก็บเอาไปเป็นของญวนเสียสิ้น ทุกวันนี้ญวนเกนให้ฟ้าทะละหะ พระยายมราช พระยากลาโหม ผลัดเปลี่ยนกัน ถึงเพลาเช้าให้ไปฟังราชการในค่ายองตำตางทุกวัน พระยาพระเขมรจะไปหาญวน แล้วก็ต้องนุ่งกางเกงใส่เสื้อโพกศีร์ษะเป็นญวน ราชการบ้านเมืองสิ่งใด ญวนบังคับบัญชาเอาแต่ใจญวนทั้งสิ้น ตั้งแต่เจ้าองต์จันท์ตายแล้วญวนชายหญิงพากันขึ้นมาตั้งบ้านโรงร้านซื้อขายมากกว่าแต่ก่อน ประมาณคนชายหญิงใหญ่น้อย ๗๐๐ คน ๘๐๐ คน ที่ตลาดเมืองพนมเป็ญซื้อขายกันอยู่เดี๋ยวนี้ญวนมากกว่าเขมร เมื่อณเดือน ๓ ข้างขึ้น ญวนเจาะขื่อทำคาทาแดงไว้ประมาณ ๒๐,๓๐ เศษ ปิดความไม่ให้พระยาพระเขมรรู้ แล้วให้ญวนมาหาฟ้าทะละหะ พระยาพระเขมร ไปฟังหนังสือในค่ายองตำตางให้สิ้นพร้อมกัน พระยาพระเขมรจึงมาพร้อมกันที่บ้านฟ้าทะละหะปรึกษากันว่า ญวนทำขื่อคาไว้เป็นอันมาก ญวนจะคิดอย่างไรก็ยังไม่รู้ ครั้นจะไม่ไปกลัวญวนจะพาลเอาผิด จึงว่าพระยาพระเขมรทั้งปวงก็ไม่มีความผิดสิ่งไร ญวนจะจับจำเสียนั้นก็ยังไม่แน่จะต้องไปฟังดูให้รู้เหตุการณ์ก่อน จึงพากันไป พระยาพระเขมรทั้งปวงหาเข้าไปในค่ายญวนไม่ เข้าไปแต่ฟ้าทะละหะ องตำตาง<noinclude></noinclude>
bo0nmjugd2hsdkqfoppzhde0vn7m9r7
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/158
250
92960
301394
2026-10-05T11:17:01Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301394
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๐๗}}</noinclude>ถามฟ้าทะละหะว่าทำไมจึงมาแต่คนเดียว พระยาพระเขมรทั้งปวงจึงไม่มาด้วยเล่า ฟ้าทะละหะจึงว่า พระยาพระเขมรทั้งปวงว่าแต่ก่อนมีหนังสือเจ้าเวียดนามลงมาครั้งไร ก็ไปพร้อมกันฟังหนังสือที่ศาลากลางเมืองทุกครั้ง ๆ นี้ องจะให้หาพระยาพระเขมรเข้ามาฟังหนังสือรับสั่งในค่าย พระยาพระเขมรกลัวไม่อาจจะเข้ามา องตำตางจึงบอกฟ้าทะละหะว่า เจ้าเวียดนามมีหนังสือมาว่าขุนนางญวน ขุนนางเขมร ซึ่งพิทักษ์รักษาเจ้าองค์จันท์อยู่ที่เมืองพนมเป็ญนี้ เจ้าองค์จันท์ป่วยเจ็บไม่ช่วยกันรักษาพยาบาลจนเจ้าองค์จันท์ตาย มีความผิดทั้งขุนนางญวนขุนนางเขมร เราจึงให้หาพระยาพระเขมร.....................ให้ฟังหนังสือรับสั่ง ฟ้าทะละหะจึงว่า เจ้าองค์จันท์เป็นเจ้าได้ชุบเลี้ยงมา พระยาพระเขมรก็มีกตัญญูรักเจ้าอยากจะให้หายทุกตัวคน แต่ความตายมาเถิงแล้วจะทำกะไรได้ องตำตางจึงว่า ฟ้าทะละหะว่าอย่างนั้นเราจะมีหนังสือบอกขึ้นไปเถิงเมืองเว้ ว่าเท่านั้นแล้วฟ้าทะละหะก็ลากลับมาบ้าน ญวนเห็นว่าพระยาพระเขมรรู้ตัวแล้วจะทำการไม่สนิท ครั้นเพลาค่ำญวนก็เอาขื่อเอาคาไปทิ้งน้ำเสียสิ้นแล้วญวนก็ทำดีไปดังเก่า ญวนให้พระยาวัง พระยาศรีอัคราชพระยามหาเสนา คุมไพร่เขมร ๗๐๐ คนไปตั้งรักษาเมืองโพธิสัตว์ ญวนให้องโดยกับไพร่ประมาณ ๑๐ คนไปกำกับอยู่ด้วยกาละภาษลกเล่าให้นักองนักกงฟังแต่เท่านี้แล้ว นักอง นักกง ฯข้าฯ ก็กลับมาอยู่บ้านฟ้าทะละหะ ครั้นณวันเดือน ๔ แรมค่ำหนึ่ง อง<noinclude></noinclude>
aj0sag15d3ofrfvctih3pf2xr7i8jh7
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/159
250
92961
301395
2026-10-05T11:17:20Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301395
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๐๘}}</noinclude>ตำตางมาที่ศาลากลางเมืองพนมเป็ญ ให้ญวนมาหาฟ้าทะละหะว่าให้ฟ้าทะละหะกับพระยาพระเขมรไปที่ศาลาให้พร้อมกัน ฯข้าฯ ก็ตามฟ้าทะละหะไปด้วย ครั้นฟ้าทะละหะกับพระยาพระเขมรไปที่ศาลากลางพร้อมแล้ว องตำตางจึงว่า เจ้าเวียดนามมีหนังสือลงมาให้ขอเอาศพเจ้าองค์จันท์ไปเผาที่เมืองญวน ฟ้าทะละหะพระยาพระเขมรจึงว่า เจ้านายเมืองเขมรแต่ก่อนมาก็ตายหลายองค์หาได้เอาศพเผาเมืองอื่นไม่ องค์จันท์ก็เป็นเจ้านายของเขมร ซึ่งจะเอาศพส่งไปนั้นเยี่ยงอย่างแต่ก่อนไม่มี พระยาพระเขมรจะขอจัดแจงเอาศพไว้เผาที่เมืองพนมเป็ญ ไพร่บ้านพลเมืองจะได้มาทำบุญให้ทาน ฉลองพระเดชพระคุณเจ้านายให้พร้อมกัน องตำตางจึงว่าไม่ยอมให้เอาศพไปเผาเมืองญวน จะเอาศพไว้เผาที่เมืองพนมเป็น จะได้เผาเมื่อไร พระยาพระเขมรกำหนดช้าเร็วจะกำหนดยังไม่ได้ ด้วยการงานสิ่งไรก็ยังไม่ได้จัดแจง พูดกันแล้วองตำตาก็กลับไป ฟ้าทะละหะก็กลับมาบ้าน พระยาพระเขมรก็พากันมาที่บ้านฟ้าทะละหะเป็นหลายคน ฯข้าฯ รู้จักชื่ออยู่แต่พระยายมราช พระยากลาโหมกาลภาษลก ภานชา นอกกว่านั้น ฯข้าฯ หารู้จักไม่ ฟ้าทะละหะว่าเจ้านายเราหาบุญไม่ ญวนมาอยู่รักษาเมืองตั้งตัวเป็นเจ้า จะเอาศพเจ้าองค์จันท์ไปเผาเมืองญวน เราทั้งปวงไม่ยอมให้ไปถ้าญวนไม่ฟังขืนจะเอาศพเจ้านายเราไปให้ได้เราก็จะต้องดื้อเอาไว้ฉลองพระเดชพระคุณเจ้านายเรา พระยาพระเขมรทั้งปวง<noinclude></noinclude>
4cvdjvvufwrzu7dnkz64kvo8nxkrhcz
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/160
250
92962
301396
2026-10-05T11:17:45Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301396
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๐๙}}</noinclude>ก็เห็นด้วย แล้วฟ้าทะละหะว่าญวนจะขอเอาศพเจ้าไปเผาที่เมืองญวนนั้น พระยาพระเขมรทั้งปวงเห็นว่าญวนจะคิดเป็นประการใด พระยาพระเขมรลางคนว่า ญวนจะเอาศพเจ้าไปเผาที่เมืองญวนนั้น เห็นว่าจะให้เราทั้งปวงลงไปให้พ้นบ้านพ้นเมือง แล้วก็จะกดขี่ให้ญวนพร้อมกัน จะให้ญวนมาเป็นเจ้าเมืองเขมร เห็นว่าเราทั้งปวงจะกลัวจะต้องยอมด้วยลงไปแต่ตัวความอันนี้จะกดขี่เราที่ในบ้านในเมืองเห็นว่าเราจะไม่ยอม ลางคนก็ว่าถ้าลงไปแล้วเห็นญวนจะจับพระยาพระเขมรที่เป็นใหญ่ ๆ เสียก่อน ยังแต่ผู้น้อยก็จะต้องยอมตามใจญวน ฟ้าทะละหะจึงว่า ถ้าญวนจะคิดจับเราแล้วเราทุกวันนี้อยู่ในเงื้อมมือญวน วันนี้รอดไปวันหน้าก็คงตะเสียทีลงวันหนึ่ง ถ้าพระยาวัง พระยาศรีอัคราช ติดเดินเหินต่อท่านแม่ทัพเมืองปัตบอง ได้เจ้าองค์อิ่มเจ้าองค์ด้วง ออกไปเสวยราชเมืองเขมร พวกเราจึงจะได้เป็นที่ยุดหน่วง ถ้าแต่อย่างนี้อยู่แล้วเห็นจะไม่มีความสุข พระยาพระเขมรก็ว่าความทั้งนี้สุดแต่ฟ้าทะละหะจะคิดอ่าน พูดกันแล้วพระยาพระเขมรก็ลากลับไป ครั้นเพลาบ่าย ฯข้าฯ เห็นฟ้าทะละหะเรียกบ่าวไพร่ลงเรือจะไปที่ศพเจ้าองค์จันท์ นักองนักกง กับ ฯข้าฯ ก็ลงเรือจะไปด้วย ฟ้าทะละหะว่านักองนักกงกับ ฯข้าฯ เป็นคนพึ่งมาแต่บ้านนอกอย่าไปเลย ฯข้าฯ กับนักองนักกงก็หาได้ไปไม่ ฯข้าฯ เห็นฟ้าทะละหะนุ่งขาวห่มขาวมีดอกไม้ธูปเทียนใส่พานไปด้วย ครั้นเพลาค่ำฟ้าทะละหะกลับมา คน<noinclude></noinclude>
cvujhqqw7s8tax80fo07vescjaew1bh
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/161
250
92963
301397
2026-10-05T11:18:03Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301397
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๑๐}}</noinclude>ซึ่งไปด้วยฟ้าทะละหะเล่าให้นักองนักกง ฯข้าฯ ฟัง ว่าศพเจ้าองค์จันท์นั้นเอาไว้ในโรงใหญ่ที่บ้านเจ้าองค์จันท์ พระสงฆ์สวดทั้งกลางวันกลางคืนทุกวัน เมรุนั้นจัดแจงทำที่โพพระบาท ยังหาแล้วไม่ กำหนดว่าจะเผาศพในเดือน ๖ เขมรเล่าให้ ฯข้าฯ ฟังแต่เท่านี้ ครั้นณวันเดือน ๔ แรม ๒ ค่ำ เพลาเช้า ฟ้าทะละหะใช้เขมรถือหนังสือไปเถิงพระยาศรีอัคราชฉะบับหนึ่ง ในหนังสือจะว่ากล่าวประการใด ฯข้าฯ หาทราบไม่ อยู่ประมาณ ๓ วัน ฯข้าฯ เห็นเขมรถือหนังสือมาแต่เมืองโพธิสัตว์ มาให้ฟ้าทะละหะ ๆ ได้หนังสือแล้วก็เข้าไปอ่านในเรือน หนังสือนั้นจะว่าด้วยราชการสิ่งไร ฯข้าฯ หาทราบไม่ อยู่ ๒ วัน ๓ วันคนถือหนังสือมาแต่เมืองโพธิสัตว์อีกเนือง ๆ ฟ้าทะละหะได้หนังสือแล้วก็เอาเข้าไปดูในเรือนทุกครั้ง จะเขียนหนังสือตอบไปก็เขียนออกมาแต่ในเรือน หาให้ความแพร่งพรายไม่ ครั้นณวันเดือน ๔ ข้างแรม ฟ้าทะละหะให้นักองนักกง ฯข้าฯ กับเขมรมีชื่อประมาณ ๘ คน ๙ คน ไปตัดไม้ไผ่อยู่หลายวัน ได้ไม้ ไผ่ประมาณ ๓๐๐ ลำ ว่าจะปลูกโรงไว้สำหรับใส่ใบตาลเกนให้หัวเมืองส่ง จะเอามาเย็บเป็นตับมุงหลังคาเมรุ ครั้นอยู่ประมาณ ๒ วัน ฯข้าฯ ไปซื้อของที่ตลาดกับนักองนักกง ได้ยินเขมรชาวตลาดพูดกันว่า กบฏในเมืองไซ่ง่อนก็ยังอยู่ในเมือง กองทัพเมืองเว้ยังล้อมอยู่ กองทัพเมืองเว้เพิ่มเติมลงมาอีกเป็นหลายครั้ง ๆ ละ ๑๐๐๐ บ้าง ๑๐๐๕ บ้าง ว่าจะล้อมไว้กว่ากบฏในเมือง<noinclude></noinclude>
62se2w9ovgssbhwnsbijwgkh68stbje
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/162
250
92964
301398
2026-10-05T11:18:29Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301398
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๑๑}}</noinclude>ไซ่ง่อนจะสิ้นสะเบียงอาหาร ฯข้าฯ ซื้อสิ่งของได้แล้วก็กลับไปเรือนฟ้าทะละหะ ฯข้าฯ อยู่ที่เมืองพนมเป็ญตั้งแต่ณวันเดือน ๓ แรม ๗ ค่ำ มาจนเดือน ๕ เที่ยวไปมาหาเพื่อนที่รู้จักกัน ได้ยินเขมรชาวบ้านชาวเมืองพูดอยู่ว่า ทำอย่างไรจะได้เจ้าองค์อิ่มเจ้าองค์ด้วง มาเป็นเจ้าเป็นนายครอบครองบ้านเมือง จะได้เป็นสุขสืบต่อไป พูดกันเนือง ๆ อยู่ แต่ซึ่งพระยาพระเขมรทั้งปวงจะคิดเอาใจออกจากญวนนั้น หามีผู้ใดแข็งแรงที่จะกล้าคิดไม่ พระยาพระเขมรกลัวญวนมาก ลูกเมียองค์จันท์อยู่โพพระบาท ขึ้นอยู่บนบ้านที่ไว้ศพองค์จันท์ หาได้ยินผู้ใดพูดว่าญวนตั้งให้บุตรผู้หญิงองค์จันท์ เป็นเจ้าบังคับบัญชาไพร่บ้านพลเมืองไม่ การบ้านการเมืองนั้น องตำตางบังคับบัญชาทั้งสิ้นตั้งแต่องค์จันท์ตายแล้ว ญวนพาครอบครัวขึ้นมาเนือง ๆ ไม่ขาด ที่ตลาดเมืองพนมเป็ญญวนขึ้นปลูกโรงตั้งร้านขายของทั้งสองฟากถนน พวกเขมรต้องซื้อของญวนกิน จีนเมืองพนมเป็ญนั้น ฯข้าฯ หาเห็นมีไม่ ญวนที่มาอยู่เมืองพนมเป็ญ ได้ยินว่าญวนกองทัพ ๕๐๐๐ ญวนนอกจากกองทัพทั้งผู้ชายผู้หญิงประมาณสัก ๗๐๐ คน ๘๐๐ คนว่าจะอยู่ทีเดียว ฯข้าฯ อยู่กับฟ้าทะละหะทำสนิทให้ใช้สรอยติดหน้าตามหลังเชื่อว่าไม่หนี ครั้นณวันเดือน ๕ แรม ๑๔ ค่ำ ปีมะแมสัปตศก เพลาทุ่มเศษ ฯข้าฯ ลักข้าวสารของบ่าวฟ้าทะละหะได้ทะนานหนึ่งแล้ว ฯข้าฯ หนีออกจากเมืองพนมเป็ญ ลัดป่ามาตามริมทางไม่ได้หุงข้าวกิน ๆ แต่ข้าว<noinclude></noinclude>
efv7k2bsrhsi50s1nn8yztv86ruarcq
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/163
250
92965
301399
2026-10-05T11:18:46Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301399
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๑๒}}</noinclude>สารมา ๔ วัน เถิงบ้านนักสุขพี่น้อง ฯข้าฯ ตั้งทำไร่อยู่ในป่าแขวงเมืองสำโรงทอง ฯข้าฯ อยู่กับนายสุขประมาณ ๑๕ วัน ฯข้าฯ ก็ลานักสุขมาวันหนึ่ง เถิงบ้านป่ามะละว่า เข้าซุ่มนอนอยู่ริมบ้านคืนหนึ่ง ออกจากบ้านป่ามะละว่ามาวันหนึ่งเถิงบ้านสลัดกองเชิง ฯข้าฯ อาศัยนอนอยู่กับนักมาตพี่น้อง ฯข้าฯ ๕ คืน มาจากบ้านสลัดกองเชิงวันหนึ่งเถิงสำนักรุงสวาย นอนอยู่กลางป่าคืนหนึ่ง มาจากบ้านรุงสวายวันหนึ่งเถิงบ้านจอมศาลา เข้าซุ่มนอนอยู่ในป่า มาจากบ้านจอมศาลามาวันหนึ่งเถิงสำนักมะปราง ออกจากสำนักมะปรางมาวันหนึ่ง เถิงปลายคลองเกาะกงบ้าน ฯข้าฯ ณวันเดือน ๗ ขึ้น ๑ ค่ำ ปีมะเมียสัปตศก หลวงศรีสุนทรข้าหลวงนายกองด่านเอาตัว ฯข้าฯ ไปไถ่ถามแล้ว บอกหนังสือให้ขุนพิทักษ์ปลายแดนคุมตัว ฯข้าฯ เข้ามาส่งณเมืองจันทบุรี เถิงเมืองจันทบุรีณวันเดือน ๗ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีมะแมสัปตศกและพระมหาธิบดี พระปัญญาธิบดี ขุนเทพภักดี ขุนเสนาธิบดี หมื่นราชารักษ์ ครอบครัว ๑๐๐ เศษ หนีออกไปจากทิดโซ เมื่อณวันเดือน ๑๒ แรม ๑๐ ค่ำ ปีมะเมียฉอศกนั้น ว่าญวนฆ่าเสียนั้น ฯข้าฯ หาทราบไม่ ฯข้าฯ อยู่ที่เมืองพนมเป็ญหาเห็นญวนฆ่าผู้ใดไม่ ราคาข้าวลูกค้าญวนลูกค้าเขมรซื้อขายกัน ข้าวเปลือกตวงด้วยถัง ๒๐ ทะนาน ถังหนึ่งเป็นเงิน ๑๒ แป คิดเป็นเงินตราถังละ ๒ สลึง ข้าวสารถังละ ๒๔ แป เป็นเงินตราถังละ ๑ บาท เป็นความสัจความจริง<noinclude></noinclude>
mv6bm1c4att0vzvamani6mtu7ejwws5
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/164
250
92966
301400
2026-10-05T11:19:40Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301400
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๑๓}}</noinclude>ฯข้าฯ แต่เท่านี้ (วันเสาร์ เดือน ๗ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปีมะแมสัปตศก ๑๙๗)
{{ลหสค|g4|ฉะบับที่ ๓ <br> หนังสือเจ้าพระยาธรรมาธิบดีฯ แม่ทัพใหญ่ <br> ถึงเจ้าเมืองหัวพันห้าทั้งหก|120}}
หนังสือเจ้าพระยาธรรมาธิบดี ศรีวิริยวงศ์ พงศ์ภักดีบดินทรเดโชชัย มไหสุริยาธิบดี ศรีรัตนมนเทียรบาล อรรคมหาเสนาบดี อภัยพิริยบรากรมพาหุ แม่ทัพใหญ่ฝ่ายเมืองด้านเหนือ มาถึงเจ้าเมืองหัวพันห้าทั้งหกทั้งปวง
ด้วยเมืองหัวพันห้าทั้งหกกับเมืองพวน เมืองมหาชัย เมืองคำเกิด เมืองคามอง เมืองวัง เมืองพวน เมืองพรอง เมืองชุมพร เมืองตะโปน บรรดาหัวเมืองลาวฝ่ายข้างตะวันออก ซึ่งขึ้นกับเมืองเวียงจันท์ อันเป็นข้าขอบขัณฑเสมากรุงเทพพระมหานครมาแต่เดิม อนุเจ้าเมืองเวียง จันท์เป็นคนไม่มีสัตย์กตัญญูเป็นกบฏ คิดการใหญ่ใฝ่สูงเหลือเกินวาสนาบารมี องอาจยกกองทัพลงมาตีเมืองนครราชสีมา อำนาจพระเดชเดชานุภาพพระบรมโพธิสมภาร พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณธรรมอันมหาประเสริฐ อนุต้านทานทแกล้วทหารรี้พลกองทัพมิได้นั้น ก็ได้ความวินาศฉิบหายยับเยินไป จนกองทัพจับได้ตัวอนุญาติพี่น้องบุตรภรรยา ส่งลงไปณกรุงเทพพระมหานคร แต่หัว<noinclude>{{ข|๘|4em}}</noinclude>
jaqo4z38uctnj9xwn23zneyl665w1l7
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/165
250
92967
301401
2026-10-05T11:20:08Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301401
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๑๔}}</noinclude>เมืองซึ่งขึ้นกับเมืองเวียงจันท์อยู่ฟากข้างตะวันออกนั้น ทรงพระมหากรุณาดำรัสว่าเป็นแต่หัวเมืองเล็กน้อย หาได้ร่วมคิดกับอนุเป็นกบฏไม่ จึงโปรดเกล้าฯ ว่าให้งดกองทัพไว้มิให้กองทัพยกไปย่ำยีบ้านเมือง โดยทรงพระมหากรุณาเมตตาจะมิให้หัวเมืองทั้งปวงได้ความเดือดร้อน ครั้นปราบปรามเมืองเวียงจันท์ราบคาบ โปรดให้จัดแจงตั้งเมืองเวียงจันท์ขึ้นที่หนองคาย บ้านเมืองก็เป็นภูมิฐานขึ้นได้ ๑๕ ปีมาแล้ว หัวเมืองลาวฝ่ายข้างตะวันออกที่เคยขึ้นกับเมืองเวียงจันท์มาก่อน ก็ขัดแข็งบ้านเมืองไปขึ้นเสียกับญวน ญวนก็ไม่ได้คิดถึงทางไมตรีกรุงเทพพระมหานคร อันมีบุญคุณกับญวนมาแต่ก่อน ๆ เป็นอันมาก ญวนทำให้เสียทางไมตรีก่อนหัวเมืองลาวทั้งปวงก็ขัดแข็งบ้านเมือง ละคายอย่างธรรมเนียมประเพณีบ้านเมืองเสีย พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ทแกล้วทหารยกเป็นกระบวนทัพสรรพไปด้วยเครื่องศัตราวุธ ยกขึ้นไปเป็นหลายทาง ไปปราบปรามบ้านเมืองลาวที่ขัดแข็งให้ราบคาบ ครั้นกองทัพตีได้เมืองพวน เมืองมหาชัย หัวเมืองทั้งปวงแล้ว กองทัพจะยกต่อขึ้นไปตีเมืองหัวพันทั้งหก จึงแต่งให้เพี้ยศรีอรรคหาด ซึ่งเคยเป็นล่ามเมืองหัวพันทั้งหกมาแต่ก่อน ให้ขึ้นไปสืบข่าวราชการ เพี้ยศรีอรรคหาด มีหนังสือมาถึงนายทัพนายกองของให้งดกองทัพไว้ว่าเจ้าเมืองท้าวเพี้ยพวกเมืองหัวพันทั้งหกทั้งปวง พร้อมกันสามิภักดิอ่อนน้อมกลับคืนมา เป็นข้าขอบขันธเสมาสมเด็จพระ<noinclude></noinclude>
lgt3ezqnbas79azqyds9ty6oxa170so
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/166
250
92968
301402
2026-10-05T11:20:42Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301402
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๑๕}}</noinclude>พุทธเจ้าอยู่หัวตามเดิม จะขอทำราชการขึ้นกับเมืองหลวงพระบางเจ้าเมืองหัวพันทั้งหกทั้งปวงจะจัดแจงกันลงมาหากองทัพ นายทัพนายกองบอกความมาถึงกองทัพใหญ่ จึงให้งดกองทัพไว้พอเป็นฤดูฝนจึงได้เลิกกองทัพกลับลงไปแจ้งราชการณกรุงเทพพระมหานคร ครั้นเข้าฤดูฝนแล้งปีมะเมียฉอศก พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ทแกล้วทหารยกกองทัพขึ้นไปคิดราชการณเมืองหลวงพระบางอีก ครั้นยกทัพขึ้นมาถึงเมืองพิชัย เพี้ยศรีอรรคหาดพาตัวเพี้ยชัยหัวเมือง ท้าวพลเมืองซำเหนือท้าวพลเมืองเชียงคอ ท้าวเมืองโสย แสนหมเมืองซอน ท้าวบุตรเมืองเหยิมลงมา ครั้นจะส่งตัวลงมายังกรุงเทพพระมหานครก็เห็นว่าเป็นแต่ท้าวเพี้ยผู้น้อย จึงได้พาเพี้ยทั้งหกหัวเมืองขึ้นไปณ เมืองหลวงพระบาง ให้ท้าวเพี้ยกลับไปบอกความกับเจ้าเมืองทั้งปวง ถ้าจะสามิภักดิโดยสุจริตแล้ว ก็ให้เจ้าเมืองทั้งปวงและญาติพี่น้องที่เป็นผู้ใหญ่ลงมาณเมืองหลวงพระบาง จะได้พาลงไปแจ้งราชการณกรุงเทพพระมหานคร ภายหลังเจ้าเมืองเหยิมกับปลัดหัวเมือง ปลัดเมืองซอน ท้าวพลเมืองซำเหนือ ท้าวเพี้ยมีชื่อ มาณเมืองหลวงพระบาง แจ้งความว่าเจ้าเมืองท้าวเพี้ยเมืองหัวพันทั้งหก พร้อมใจกันทุกเมืองจะสามิภักดิเป็นข้าขอบขันธเสมาตามเดิม หัวเมืองที่ยังไม่มาถึงนั้นก็จะจัดแจงกันมาภายหลัง ครั้นจะจัดแจงราชการณเมืองหลวงพระบาง {{...|10}} (ความขาด) {{...|10}}{{วว}}<noinclude></noinclude>
1ag3efz18crrvqt4q4irl3pfdlveibp
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/167
250
92969
301403
2026-10-05T11:24:35Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301403
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๑๖}}</noinclude>จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้กองทัพยกไปปราบปรามหัวเมืองลาวฟากน้ำข้างตะวันออก หัวเมืองลาวบรรดาที่ขัดแข็งได้ความเดือดร้อนวินาศไปทั้งนี้ ก็เพราะอนุคนพาลคนเดียว แต่เมืองหัวพันทั้งหกกองทัพยังหาได้ยกไปถึงบ้านเมืองไม่ เจ้าเมืองท้าวเพี้ยพวกหัวพันทั้งหก กลัวความเดือดร้อนจะมีกับบ้านเมืองคิดพร้อมกันสามิภักดิคืนมาเป็นข้าขอบขันธเสมาตามเดิม จะทำราชการขึ้นกับเมืองหลวงพระบาง อ่อนน้อมมาโดยดี เจ้าเมืองเหยิม ปลัดเมือง ท้าวเพี้ยศรีเมืองได้ลงมาถึงกรุงเทพพระมหานครแล้ว ควรจะนำเอาความขึ้น กราบบังคมทูลแด่พระบาทสมเด็จบรมนาถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ให้ทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ท่านอรรคมหาเสนาบดีผู้ใหญ่ปรึกษาพร้อมกันแล้ว จึงนำเอาข้อราชการเมืองหัวพันทั้งหกขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา ว่าซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ยกกองทัพขึ้นไปปราบปรามเมืองพวน เมืองลาว ฝ่ายข้างตะวันออกที่ขัดแข็งบ้านเมืองครั้นกองทัพได้เมืองพวนหัวเมืองลาวทั้งปวงแล้ว ฝ่ายเจ้าเมืองหัวเมือง เมืองเหยิม เมืองเชียงคอ เมืองซำเหนือ เจ้าเมืองซำใต้ เมืองโส่ย เมืองซอน กับหัวเมืองขึ้น ๔๘ เมือง กลัวกองทัพจะย่ำยีบ้านเมือง กลัวพระเดชเดชานุภาพพระบารมี พระบรมโพธิสมภารสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ปรึกษาพร้อมกันอ่อนน้อมสามิภักดิ มาเป็นข้าขอบขันธเสมาตามเดิมสืบไปไม่ขึ้นกับญวน จะขอทำราชการขึ้นกับเมืองหลวงพระบาง เจ้าเมือง<noinclude></noinclude>
n6j56l0o5tall3p80kktv8yqlqk8iav
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/168
250
92970
301404
2026-10-05T11:24:51Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301404
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๑๗}}</noinclude>เหยิม ปลัดเมืองหัวเมือง ปลัดเมืองซอน ท้าวพลเมืองซำเหนือ ท้าวเพี้ยเมืองหัวพัน ๔ เมือง ลงมาณกรุงเทพพระมหานคร ได้รับพระราชทานน้ำพระพิพัฒน์สัจจาถวายสัตยานุสัตย์แล้ว แต่เมืองเชียงคอ เมืองซำใต้ เมืองโสย ก็ว่าจะจัดแจงตามกัน ลงมาภายหลัง เมืองหัวพันทั้งหกได้สามิภักดิ์อ่อนน้อมกลับคืนมาโดยดีแล้ว จะพระราชทานงดกองทัพซึ่งจะไปตีเมืองหัวพันทั้งหกไว้ก่อน เมืองหัวพันทั้งหกจะขอทำราชการขึ้นกับเมืองหลวงพระบาง ถ้าพวกหัวพันทั้งหกไม่มีความสุจริตกลับคืนแข็งบ้านเมือง ไม่กระทำตามอย่างธรรมเนียม เมืองหัวพันทั้งหกทั้งนี้เป็นแต่ซ่อง เมืองขึ้นเมืองหัวพันเล็กน้อยจะหาพลเมืองทแกล้วทหารกองทัพไม่ ครั้นทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว จึงมีพระบรมราชโองการมานพระบันทูลสุรสิงหนาทดำรัสว่า เมืองหัวพันทั้งหกเหล่านี้แต่ก่อนก็เป็นเมืองขึ้นกับเมืองเวียงจันท์ เป็นหัวเมืองปลายเขตต์แดนข้าขอบขันธเสมากรุงเทพพระมหานครสืบต่อมา เมื่ออนุเป็นกบฎชักนำเอาหัวเมืองเหล่านี้ไปขึ้นกับญวน บัดนี้เมืองหัวพันทั้งหกกลัวกองทัพ สามิภักดิ์กลับคืนมาจะทำราชการขึ้นกับเมืองหลวงพระบาง ถ้าสามิภักดิ์โดยสุจริตตามเดิมแล้ว บ้านเมืองก็จะเป็นปรกติเหมือนแต่ก่อน สำเร็จแล้ว จะคอยท่าเมืองหัวพันทั้งหกให้มาพร้อมกันก็เห็นจะช้า จึงได้พาตัวเจ้าเมืองเหยิม ปลัดเมืองหัวเมือง ปลัดเมืองซอน ท้าวพลเมืองซำเหนือ ท้าวเพี้ย ลงไปณ<noinclude></noinclude>
ggdmo21v91voh7werubrs9za0rh00v5
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/169
250
92971
301405
2026-10-05T11:25:20Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301405
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๑๘}}</noinclude>กรุงเทพพระมหานคร ปรึกษากับท่านอรรคมหาเสนาบดีผู้ใหญ่พร้อมกันว่า เมืองหัวพันทั้งหกเหล่านี้ไปขึ้นกับเมืองญวน ละคายอย่างธรรมเนียมเสียช้านานหลายปีมาแล้ว บัดนี้เจ้าเมืองเหยิมปลัดเมืองหัวเมือง ปลัดเมืองซอน ท้าวพลเมืองซำเหนือท้าวเพี้ย กลับสามิภกัดิ์ลงมาณกรุงเทพพระมหานคร ให้ถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจาให้เจ้าเมืองเหยิม ปลัดเมืองหัวเมือง ปลัดเมืองซอน ท้าวพลเมือซำเหนือ ท้าวเพี้ย กราบถวายบังคมกระทำสัตยานุสัตย์สาบาลตัวจำเพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า ถวายความสัตย์ต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณธรรมอันมหาประเสริฐตามอย่างธรรมเนียมแล้ว จึงให้ถามเจ้าเมืองเหยิม ปลัดหัวเมือง ปลัดเมืองซอน ท้าวพลเมืองซำเหนือ ท้าวเพี้ยผู้ลงไปแจ้งราชการ ให้การว่า แต่ก่อนเมืองหัวเมือง เมืองซำเหนือ เมืองเชียงค้อ เมืองโสย เมืองซอน เมืองเหยิม เมืองซ้ำใต้ กับหัวเมือขึ้น ๔๘ เมือง เป็นเมืองขึ้นกับเมืองเวียงจันท์มาแต่เดิม หาได้ขึ้นกับญวนไม่ ครั้นเมื่ออนุคิดประทุษฐร้ายต่อกรุงเทพพระมหานคร สู้รบกองทัพมิได้ อนุหนีไปเมืองญวนจึงเอาเมืองหัวพันทั้งหกไปยกให้ขึ้นกับเมืองญวน ญวนจึงแต่งขุนนางมาจัดแจงบ้านเมือง ให้เมืองหัวพันทั้งหกขึ้นกับเมืองซือเง เมืองซือแทง เจ้าเมืองท้าวเพี้ย พวกเมืองหัวพันทั้งหกขึ้นมา<noinclude></noinclude>
mm3kvu6uh9lcxvtq8q09mtjvfeftha1
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/170
250
92972
301406
2026-10-05T11:25:36Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301406
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๑๙}}</noinclude>เมืองพึงไม่ กลัวญวน จึงต้องเสียส่วยให้ญวนต่อมา ครั้นณปีมะเส็งเบญจศก กองทัพกรุงเทพพระมหานครยกขึ้นไปตี เมืองพวนกลัวกองทัพจะไปตีบ้านเมือง เจ้าเมืองท้าวเพี้ยเมืองหัวพันทั้งหกคิดพร้อมกันทั้งสิ้น สามิภกัดิ์กลับคืนมาเป็นข้าขอบขันธเสมากรุงเทพพระมหานครตามเดิมสืบไปฝ่ายเดียว ไม่ขึ้นกับเมืองญวนจะขอทำราชการขึ้นกับเมืองหลวงพระบาง จะได้พึ่งพระบารมีพระบรมโพธิสมภารสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว บ้านเมืองจะได้อยู่เย็นเป็นสุขเหมือนแต่ก่อน จึงท่านอรรคมหาเสนาบดีผู้ใหญ่ปรึกษาพร้อมกันว่า เมืองหัวพันทั้งหก เมืองพวน กับเมืองลาวฝ่ายข้างตะวันออกเป็นหลายเมือง ขึ้นกับเมืองเวียงจันท์เป็นปลายเขตต์แดนขอบขันธเสมากรุงเทพพระมหานคร หาได้เป็นเมืองขึ้นเมืองออกของญวนไม่ ญวนมาครอบงำเอาหัวเมืองลาวเหล่านี้ไว้ เพราะเหตุด้วยอนุ คิดกบฏต่อกรุงเทพพระมหานคร เอาบ้านเมืองลาวฟากข้างตะวันออกไปยกให้ขึ้นกับญวน หัวเมืองทั้งปวงก็พากันขัดแข็งบ้านเมืองละอย่างธรรมเนียมเสียพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว......................................ถ้าไม่สุจริตทำให้เสียประเพณีอย่างธรรมเนียม ความเดือดร้อนก็จะมีกับบ้านเมืองหัวพันทั้งหก แลซึ่งอรรคมหาเสนาบดีพร้อมกันเห็นว่า เมืองหัวพันทั้งหกได้อ่อนน้อมโดยดีแล้ว จะขอให้งดกองทัพซึ่งจะไปตีเมืองหัวพันทั้งหกไว้ก่อน จะให้เมืองหัวพันทั้งหกทำราชการขึ้นกับเมืองหลวงพระบางตามสมัคร เมืองหัวพันทั้ง<noinclude></noinclude>
8dbvxthohz5w3wtv3uw0ht6kvy3x9le
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/171
250
92973
301407
2026-10-05T11:26:07Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301407
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๒๐}}</noinclude>หกจะสุจริตไม่สุจริต จะดูใจพวกเมืองหัวพันทั้งหกไปสักครั้งหนึ่งก่อนนั้น ก็ตามแต่อรรคมหาเหสนาบดีปรึกษาเห็นพร้อมกันนั้นเถิดแลเจ้าเมืองเหยิม ปลัดเมือง หัวเมือง ปลัดเมืองซอน ท้าวพลเมืองซำเหนือ ท้าวเพี้ยเมืองหัวพันทั้งหก ซึ่งลงไปกรุงเทพพระมหานครนั้น ก็ได้นำเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบถวายบังคมสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ทรงพระมหากรุณาดำรัสว่า เจ้าเมืองเหยิม ปลัดเมืองท้าวเพี้ยเมืองหัวพันทั้งหก ได้ลงมาถึงกรุงเทพพระมหานครแล้วโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานจัดสิ่งของพระราชทานเมืองเหยิมหัวพันเจ้าเมือง เงินตรา ๑๐ ตำลึง เสื้อโหมดเมืองบน ๑ แพร จุนติว ๑ แพรนุ่ง ๑ แพรขาวห่ม ๑ ผ้าเชิงปูม ๑ ท้าวผา ท้าวไค หม่อมบ่าวศรีทา หม่อมบ่าวจันเทพา เงินตราคนละ ๕ ตำลึง เงินชั่ง ๑ เสื้อผ้าลาย ๔ ผืน แพรจุนติว ๔ ผืน แพรนุ่ง ๔ ผืน ไพร่ ๖ คน เงินตราคนละ ๖ บาท เงิน ๙ ตำลึง ผ้าลายเพลาะ ๖ ผืน ผ้าขาวห่ม ๖ ผืน เสื้อผ้าดำ ๖ ตัว เมืองหัวเมืองเพี้ยลานปลัด เงินตรา ๑๐ ตำลึง เสื้อโหมดเมืองบนตัว ๑ แพรท่อน ๑ ผ้าเชิงปูม ๑ เพี้ยนามบุตรปลัดเงินตรา ๖ ตำลึง เสื้อโหมดกวางตุ้ง ๑ แพรจุนติว ๑ แพรนุ่ง ๑ ท้าวแพง เงินตรา ๕ ตำลึง เสื้อผ้าลาย ๑ แพรจุนติว ๑ แพรนุ่ง ๑ ไพร่ ๖ คน เงินคนละ ๖ บาท เงิน ๙ ตำลึง เสื้อผ้าดำ ๖ ตัว ผ้าขาวห่ม ๖ ผืน ผ้าลายเกาะ ๖ ผืน เมืองซ่อนแสนหัวพันปลัด เงินตรา ๗ ตำลึงเสื้อ<noinclude></noinclude>
297qjskob276ce279epu39v0wm1vvly
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/172
250
92974
301408
2026-10-05T11:26:23Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301408
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๒๑}}</noinclude>โหมดเมืองบน ๑ แพรขาว ๑ ผ้าเชิงปูม ๑ ท้าวเอิน เงินตรา ๕ ตำลึง เสื้อผ้าลาย ๑ แพรจุนติว ๑ แพรนุ่ง ๑ ไพร่ ๒ คน เงินตราคนละ ๖ บาท เงิน ๓ ตำลึง เสื้อผ้าดำ ๒ ตัว ผ้าขาว ๒ ผืน ผ้าลายเกาะ ๒ ผืน เมืองชำเหนือ ท้าวพลเมือง เงินตรา ๖ ตำลึง เสื้อโหมดกวางตุ้ง ๑ แพรจุนติว ๑ แพรนุ่ง ๑ แสนอุทัย เงินตรา ๕ ตำลึง เสื้อผ้าลาย ๑ แพรจุนติว ๑ แพรนุ่ง ๑ ไพร่ ๒ คน เงินตราคนละ ๖ บาท เงิน ๓ ตำลึง เสื้อผ้าดำ ๒ ตัว ผ้าขาว ๒ ผืน ผ้าลายเกาะ ๒ ผืน ตามอย่างธรรมเนียม
จึงโปรดให้พาเจ้าเมืองเหยิม ปลัดหัวเมือง ปลัดเมืองซอน ท้าวพลเมืองชำเนือ ท้าวเพี้ย ขึ้นมาณเมืองหลวงพระบาง ให้เจ้าเมืองหลวงพระบางจัดแจงส่งกลับคืนไปณบ้านเมือง เจ้าเมืองหัวพันทั้งหกท้าวเพี้ยทั้งปวงจะได้รู้ว่าสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโทษเมืองหัวพันทั้งหกไว้ครั้งหนึ่ง ให้ทำราชการขึ้นกับเมืองหลวงพระบาง ตามใจพวกเมืองหัวพันทั้งหกคิดอ่านปรึกษาพร้อมกันไว้แต่ก่อน เมืองหัวพันทั้งหกที่ยังมิได้ลงไป ก็จะได้ลงไปณเมืองหลวงพระบาง เจ้าเมืองหลวงพระบางเห็นควรจะพาลงณกรุงเทพระมหานคร ก็จะได้จัดแจงให้พาลงไปแจ้งราชการ ให้เจ้าเมืองท้าวเพี้ยพวกเมืองหัวพันทั้งหก รักษาบ้านเมืองเขตต์แดนขอบขันธเสมา ทำราชการขึ้นกับเมืองหลวงพระบาง ตามอย่างธรรมเนียมประเพณีเมืองน้อยขึ้นกับเมืองใหญ่ อย่าให้เสียอย่างธรรมเนียม ถ้าจะมีเหตุการณ์<noinclude></noinclude>
ihuvbb62tz1ctonflz9huv7sd2nquaw
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/173
250
92975
301409
2026-10-05T11:27:25Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301409
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๒๒}}</noinclude>บ้านเมืองประการใด ก็ให้มีหนังสือบอกความไปยังเมืองหลวงพระบาง เมืองหลวงพระบางจะได้ช่วยคิดอ่านทนุบำรุงรักษาบ้านเมือง แลเมืองหัวพันทั้งหกประการใด บ้านเมืองจะได้เป็นปรกติสมณชีพราหมณ์ไพร่บ้านพลเมืองจะได้อยู่เย็นเป็นสุขนั้น ให้เจ้าเมืองท้าวเพี้ยเมืองหัวพันทั้งหกทั้งปวง คิดอ่านปรึกษาหารือกันรักษาสัตย์สุจริต กระทำตามประเพณีบุราณ บ้านเมืองจะได้อยู่เย็นเป็นสุขสืบไปภายหน้า แลท้องตราซึ่งมีขึ้นมานี้ พวกเมืองหัวพันทั้งหกหารู้หนังสือไทยไม่ ได้ให้เขียนเป็นอักษรไทยฉะบับหนึ่ง ลาวฉะบับหนึ่งกำกับกันขึ้นมาด้วยแล้ว เรื่องราวต้องกัน
หนังสือมาณวันเสาร์ เดือนอ้าย ขึ้นค่ำหนึ่ง จุลศักราช ๑๑๙๗ ปีมะแมสัปตศก (พ.ศ. ๒๓๗๘)
{{ลหสค|h1|เหตุการณ์ในปีวอก พ.ศ. ๒๓๗๙|120}}
ทางเมืองเขมรถูกญวนบีบคั้นมากขึ้น ฝ่ายไทยก็คาดหมายว่าต่อไปไทยคงจะต้องเกิดปะทะกับญวน เกี่ยวกับเรื่องเมืองเขมรอีกเป็นแน่ เพราะถ้าเขมรหมดความนิยมในญวน ถึงกับพร้อมใจกันต่อสู้เพื่อขับไล่ญวนเมื่อใดแล้ว เขมรก็คงจะต้องการพึ่งไทยให้ช่วยป้องกันชีวิต จำเป็นที่ไทยจะต้องตระเตรียมกำลังไว้ให้พร้อม เผื่อจะมีโอกาสช่วยเขมรในวาระต่อไป พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์{{วว}}<noinclude></noinclude>
r4b4rqgqj2iyc83qfmm9sc9rbe3lb9q
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/174
250
92976
301410
2026-10-05T11:28:24Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301410
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๒๓}}</noinclude>สิงหเสนี) ขึ้นไปตั้งกองทำบัญชีพลเมืองทางภาคอิสาน
ส่วนทางเมืองพวน ญวนส่งทหารเข้ามาตั้งค่ายสะสมกำลังอยู่บางส่วน แต่จำนวนยังไม่มากนัก
{{ลหสค|h2|ฉะบับที่ ๑ <br> ตราถึงเมืองสุวรรณภูมิ <br> เรื่องตั้งให้อุปหาดเมืองร้อยเอ็จเป็นที่พระรัตนวงศา|120}}
หนังสือ เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ สมุหนายก อัครมหาเสนาธิบดี อภัยพิริยบรากรมพาหุ มาเถิงท้าวฝ่ายท้าวเพี้ยเมืองสุวรรณภูมิ ด้วยทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่าเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก กลับมาจากราชการทัพเมืองปัตบอง พาเอาตัวอุปหาดท้าวสุริยะเมืองร้อยเอ็จ เข้าแจ้งราชการณกรุงเทพพระมหานคร ด้วยเจ้าพระยาบดินทรเดชาที่สมุหนายก กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า อุปหาดเมืองร้อยเอ็จเป็นคนเข้มแข็งในการศึกสงคราม ได้ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณครั้งอนุเวียงจันท์ และไปตีเมืองมหาชัย อุปหาดได้รบพุ่งกับญวนลาวยังยินดี ครั้นพระรัตนวงศาอุปหาดเมืองสุวรรณภูมิเถิงแก่กรรมแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้อุปหาดเมืองร้อยเอ็จไปอยู่ว่าราชการบ้านเมืองรักษาเมืองสุวรรณภูมิ และเลกเมืองสุวรรณภูมิแต่ก่อนพระรัตนวงศาอุปหาดยังไม่เถิงแก่กรรม พระรัตนวงศา<noinclude></noinclude>
azb3ntodhvhjylofebvski3zh9xo6t8
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/175
250
92977
301411
2026-10-05T11:29:13Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301411
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๒๔}}</noinclude>ท้าวเพี้ยยื่นบัญชีจำนวนเลกฉกรรจ์ไว้ ๑๓๔๘ คน
ครั้นณปีมะแมสัปตศก (พ.ศ. ๒๓๗๘) อ้ายขุนประเสริฐ อ้ายขุนชนะโวหารกับอ้ายมีชื่อ ขึ้นไปตั้งเกลี้ยกล่อมท้าวเพี้ยและไพร่หัวเมืองลาว โปรดเกล้าฯ ให้จับเอาตัวอ้ายขุนประเสริฐอ้ายขุนชนะโวหาร อ้ายมีชื่อ ซึ่งคบคิดกันเกลี้ยกล่อมผู้คน พวกท้าวเพี้ยและไพร่เมืองสุวรรณภูมิ ที่เข้าเกลี้ยกล่อมอ้ายขุนประเสริฐ อ้ายขุนชนะโวหาร พากันหลบหนีแยกย้อยแอบแฝงอยู่ อุปหาดจัดแจงเกลี้ยกล่อมรวบรวมท้าวเพี้ยตัวเลกเมืองสุวรรณภูมิ ซึ่งหลบหลีกแอบแฝงอยู่นอกบัญชี ได้มาคงบ้านเมืองนายไพร่ ๑๗๓๘ คน เข้ากันทั้งเลกซึ่งพระรัตนวงศาอุปาดยื่นบัญชีไว้แต่ก่อน เป็นคนฉกรรจ์นายไพร่ ๓๐๘๖ คน ได้ผู้คนมากขึ้นกว่าจำนวนเดิม ๑๗๐๐ เศษ เจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก จะขอพระราชทานให้อุปหาดเมืองร้อยเอ็จ เป็นที่พระรันยวงศา เป็นเจ้าเมืองสุวรรณภูมิ จะได้จัดแจงบ้านเมือง ชำระรวบรวมท้าวเพี้ยไพร่พลให้มั่งคั่งขึ้น จะขอพระราชทานเอาท้าวสุริยะ บุตรอุปหาดคนเก่าเมืองร้อยเอ็จเป็นที่อุปหาด ท้าวราชบุตร บุตร์พระรัตนวงศาคนเก่าเป็นที่ราชวงศ์ ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณสืบไป จึงทรงพระกรุณาดำรังว่า เลกหัวเมืองลาวเจ้าเมืองท้าวเพี้ยยื่นบัญชีไว้แต่ก่อน ไพร่พลซึ่งระส่ำระสายแตกหนีอนุเวียงจันท์ ยังหากลับคืนเข้าบ้านเมืองสิ้นไม่ ครั้นบ้านเมืองเป็นปรกติ ไพร่พลกลับ<noinclude></noinclude>
f1uhf9kp9boorf065qp3h6w7ipvsbas
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/176
250
92978
301412
2026-10-05T11:29:37Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301412
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๒๕}}</noinclude>คืนเข้าบ้านเมืองพร้อมมูลแล้ว เจ้าเมืองท้าวเพี้ยหาชำระเลกยื่นบัญชีให้สิ้นจำนวนตามอย่างแค่ก่อนไม่ เคลือบแฝงปิดบังอำพรางเลกไว้ เลกเป็นรี้พลสำหรับจะป้องกันพระบวรพุทธศาสนารักษาแผ่นดิน ซึ่งอุปหาดเมืองร้อยเอ็จไปอยู่รักษาเมืองสุวรรณภูมิ ชำระรวบรวมได้เลกเมืองสุวรรณภูมิมากขึ้นกว่าเจ้าเมืองท้าวเพี้ยคนเก่ายื่นบัญชีเถิง ๒ - ๓ ส่วน แล้วอุปหาดคนนี้ได้ทำราชการทัพศึกมา ๒ - ๓ ครั้ง เข้มแข็งในการศึกสงครามรบพุ่งกล้าหาญยังยินดี เป็นคนจงรักภักดีต่อราชการแผ่นดินมีความชอบมากอยู่ สมควรจะชุบเลี้ยงเป็นผู้ใหญ่ได้จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทานท้าวอุปหาด ลูกประคำทองสาย ๑ คนโทถมดำ ๑ กะโถนถมดำ ๑ พานถม ๑ เครื่องในทองคำ ตลับยาสูบ ๒ ตลับสีผึ้ง ๑ ซองพลู ๑ ..............................๑ .......................๑ สัปทนปัศตูคัน ๑ เสื้อเข้มขาบตัว ๑ ผ้าห่มนอนปักทองผืน ๑ ผ้าแพรสี ๒ ผืน ผ้าขาวผุดดอก ๑ ผ้าปูมผืน ๑ ผ้าลายม่วงอย่างผืน ๑ ผ้าวิลาศผืน ๑ พระราชทานท้าวสุริยะคนโทเงิน ๑ ถาดหมากเงิน ๑ เสื้ออัตลัดพื้นเขียวตัว ๑ ผ้าห่มนอนไหมผืน ๑ ผ้าแพรผืน ๑ ผ้าเชิงปูมผืน ๑ ให้อุปหาดเป็นที่เจ้าเมือง ให้ท้าวสุริยะเป็นอุปหาด ให้เอาท้าวราชบุตรเป็นราชวงศ์ ตามเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายก กราบบังคมทูลนั้นเถิด บัดนี้ตั้งให้อุปหาดเป็นที่พระรัตนวงศาเจ้าเมือง ตั้งให้ท้าวสุริยะเป็นที่อุปหาด ตั้งให้ท้าวราชบุตรเป็นที่ราชวงศ์<noinclude></noinclude>
ntcw9ytfy9z9qmmtybgrk6l81nlciws
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/177
250
92979
301413
2026-10-05T11:30:17Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301413
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๒๖}}</noinclude>ขึ้นมาว่าราชการรักษาบ้านเมืองด้วยท้าวเพี้ยเมืองสุวรรณภูมิ ให้อุปหาดผู้เป็นที่พระรัตนวงศา บังคับบัญชาว่าราชการบ้านเมืองตัดสินสำเร็จกิจสุขทุกข์อาณาประชาราษฏร ด้วยอุปหาดราชวงศ์ท้าวเพี้ย ตามจารีตคลองประเพณีขนบธรรมเนียมบ้านเมืองสืบไปโดยยุติธรรม ให้อุปหาดราชวงศ์กรมการท้าวเพี้ยผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวง ฟังบังคับบัญชาอุปหาดผู้เป็นที่พระรัตนวงศาเจ้าเมือง แต่ซึ่งชอบด้วยราชการให้เป็นสามัคคีรสเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว อย่าให้ถือเปรียบแก่งแย่งกันให้เสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ให้พระรัตนวงศาอุปหาดราชวงศ์ท้าวเพี้ย ประนบประนอมช่วยกันรักษาบ้านเมือง ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณ ให้มีเมตตาโอบอ้อมทนุบำรุงท้าวเพี้ยไพร่บ้านพลเมือง สมณชีพราหมณ์ในแขวงจังหวัดเมืองสุวรรณภูมิให้อยู่เย็นเป็นสุข กับให้สืบสาวเอาท้าวเพี้ยตัวเลกเมืองสุวรรณภูมิ ซึ่งหลบหลีกแอบแฝงอยู่นอกบัญชี ให้ชำระรวบรวมเอามาทำราชการคงบ้านเมืองให้สิ้นเชิง ให้บ้านเมืองมีไพร่พลมากบริบูรณ์มั่งคั่งขึ้น จะได้เป็นความชอบมากต่อไปภายหน้า ถ้าชำระบัญชีจำนวนท้าวเพี้ยตัวเลกได้ขึ้นอีกเท่าใด เข้ากันเก่าใหม่เท่าใด ให้บอกลงไปให้แจ้ง เมื่อและบ้านเมืองมีไพร่พลมากก็จะทรงพระกรุณาชุบเลี้ยงให้สมควร....................พลบ้านเมือง และให้พระรัตนวงศาอุปหาด ราชวงศ์ กำชับห้ามปรามท้าวเพี้ยบ้าวไพร่ อย่าให้คบหากันเป็นโจรผู้ร้าย กระทำข่มเหงเบียดเบียนไพร่บ้านพลเมือง<noinclude></noinclude>
9zi7twoavplpcvg3f16otbqa4ehup5z
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/178
250
92980
301414
2026-10-05T11:30:31Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301414
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๒๗}}</noinclude>ลูกค้าวานิชให้ได้ความเดือดร้อน และกระทำให้ผิดจารีตครองประเพณีบ้านประเพณีเมือง แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นอันขาด ประการหนึ่ง การศึกสงครามยังหาสำเร็จราบคาบไม่ ให้จัดแจงสะสมสะเบียง อาหาร กระสุนดินดำเครื่องสาตราวุธให้พร้อมสรรพไว้สำหรับบ้านสำหรับเมือง จะมีราชการคุกคามขึ้นประการใดก็ให้ได้ราชการพร้อมมูลทันท่วงทีอย่าให้เสียราชการได้ ถ้าเถิงเทศกาลไร่นา ก็ให้เอาใจใส่ว่ากล่าวป่าวร้องไพร่บ้านพลเมืองทำไร่นาให้ได้เต็มภูมิฐานจงทุกปี ให้บ้านเมืองมีข้าวปลาอาหารบริบูรณ์ จะได้ทำบุญให้ทานบ้านเมืองจะได้อยู่เย็นเป็นสุข ถ้าเถิงเทศกาลพระราชพิธีตรุษสารท ก็ให้พระรัตนวงศาเจ้าเมือง อุปหาด ราชวงศ์ ท้าวเพี้ยกรมการ พร้อมกันณพระอุโบสถพระวิหารที่เป็นพระอารามใหญ่ บ่ายหน้าต่อกรุงเทพฯ กราบถวายบังคมกระทำสัตยานุสัตย์ต่อใต้ฝ่าละอองฯ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว จำเพาะพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า รับพระราชทานน้ำพิพัฒน์สัจจาปีละ ๒ ครั้ง ตามธรรมเนียมจงทุกปี และราชบุตรผู้เป็นที่ราชวงศ์นั้น ตกแล้งว่างราชการแล้วให้ลงมาเฝ้าทูลละอองฯ ณกรุงเทพฯ จะได้จัดแจงตั้งแต่งขึ้นไปตามธรรมเนียม ครั้นท้องตรานี้มาเถิงวันใด ก็ให้ท้าวฝ่ายท้าวเพี้ย ส่งกฏมายกิจราชการเก่าใหม่ ตราจำนำกับเลกสำหรับที่พระรัตนวงศา อุปหาด ราชวงศ์ คนเก่า ให้กับอุปหาดผู้เป็นที่พระรัตนวงศา ท้าวสุริยะผู้เป็นที่อุปหาดราชบุตรผู้เป็นที่<noinclude></noinclude>
s2q5aabr1zt1mwf4yhataq13imwlmwo
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/179
250
92981
301415
2026-10-05T11:31:14Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301415
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๒๘}}</noinclude>ราชวงศ์ ทำราชการรักษาบ้านรักษาเมือง ตามท้องตราซึ่งโปรดเกล้าฯ ขึ้นมานี้จงทุกประการ
หนังสือมาณวันศุกร์แรม ๑๑ ค่ำเดือน ๗ ปีวอกนักษัตรอัฏฐศก
ร่างตรานี้ท่านปลายเชือกทำ ๆ แล้ววันเดือน ๗ แรม ๑๐ ค่ำ เพลาเช้า ฯพณฯ สมุหนายก ว่าราชการอยู่ณจวน ได้เอาผ้าตรานี้อ่านกราบเรียนจนสิ้นข้อความ แล้วตกแทรกวงกาลงบ้างแล้วสั่งว่าให้มีไปตามร่างนี้เถิด
{{ลหสค|h3|ฉะบับที่ ๒ <br> ย่อศุภอักษรเจ้านครจำปาศักดิ์|120}}
เจ้าปาศักดิบอกลงมาว่าณวันเดือน ๙ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เพี้ยศรีหาวงศ์เพี้ยอินทโคตร ที่ไปอยู่สอดแนมดูค่ายณแก่งพรามกลับมาแจ้งว่า เพี้ยศรีหาวงศ์กับไพร่ ๒ คนได้แต่ง........................ (ฉะบับลบ) ........................... แก่งพราหมณ์กลับมาเห็นองยั่มแทงกับไพร่ญวน ๕๐ คน ไพร่ลาวเมืองพิน เมืองระนอง เมืองพ้อง เมืองพลาน เข้ากัน ๑๐๐ คน มีโรงอยู่ ๒ หลัง ๆ ละ ๒ ห้อง ปืนคาบศิลา ๑๐ บอก ค่ายกว้างยาว ๓ เส้น เสาค่ายใหญ่ต้นหนึ่งแบก ๓ คน สูงพ้นดิน ๖ ศอก เชิงเทินรอบค่าย หนา ๔ ศอก สูง ๕ ศอก มีประตูค่าย ๒ แห่ง คูลึก ๕ ศอกกว้าง ๖ ศอก แต่ค่ายไปเถิงคู ๔๐ ศอก หามียุ้งฉาง<noinclude></noinclude>
hql1yk0jh604m5rbu0c467zngvy4o8p
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/180
250
92982
301416
2026-10-05T11:32:52Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301416
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๒๙}}</noinclude>ข้าวไม่ พวกลาวหัวเมืองพูดว่าไม่มีข้าวกิน ญวนพากันหนีกลับไป เพี้ยศรีหาวงศ์อยู่ในค่ายได้ ๒ คืน รุ่งขึ้นองภอองย่ำแทงให้พวกลาวหัวเมืองไปหาไม้ไผ่ มาทำขวากปักริมค่ายแล้วเพี้ยศรีหาวงศ์กับบ่าว ๒ คนก็กลับมา ฯข้าฯ จึงบอกให้เพี้ยเวียงคำ เพี้ยหมื่นหน้า ถือลงมาแจ้งราชการ และข่าวราชการฝ่ายเมืองสมบุก เมืองสมบูรณ์ ยังสงบอยู่ ถ้าเพี้ยพรหมโคตร เพี้ยสุวรรณเหลาผู้ไปฟังราชการณเมืองตะโปนเพี้ยสุโพเพี้ยศรีจันทวงศ์ผู้ไปลาดตระเวนสืบข่าวราชการ รับพาไพร่บ้านทูนกลับมาได้ข่าวราชการประการใด จะบอกส่งเข้ามาครั้งหลัง
{{ลหสค|h4|ฉะบับที่ ๓ <br> ศุภอักษรเจ้านครจำปาบาศักดิ์|120}}
ศุภกัตถาสัมปัตตตา สัมนาคม ภิรมย์พรหมสุจริต มหิทธิณาสัย ให้ข้าพระพุทธเจ้า.......... (ลบ) .......................นครจำปาบาศักดิ์ มีมธุรจิตต์สนิทเสนหา มายังท่านอัครมหาเสนาธิบดินทร์ นรินทรามาตย์ อันเป็นสวามีประวาส บาทมุลิกากร บวรรัตนามาตย์ แห่งพระบาทสมเด็จเอกาทศรฐอิศวร บรมนาถบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงพระคุณธรรมอันมหาประเสริฐณกรุงเทพมหานคร ปวรทวาราวดี ศรีอยุธยา มหาดิลกภพ นพรัฐราชธานี บุรีรมย์ อุดมพระราชนิเวศมหาสถาน ได้ทราบด้วย<noinclude>{{ข|๙|4em}}</noinclude>
8z7tsfutfx717axaxbg49dl9nv1eee4
301417
301416
2026-10-05T11:33:28Z
Vesperstelo
11696
301417
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๒๙}}</noinclude>ข้าวไม่ พวกลาวหัวเมืองพูดว่าไม่มีข้าวกิน ญวนพากันหนีกลับไป เพี้ยศรีหาวงศ์อยู่ในค่ายได้ ๒ คืน รุ่งขึ้นองภอองย่ำแทงให้พวกลาวหัวเมืองไปหาไม้ไผ่ มาทำขวากปักริมค่ายแล้วเพี้ยศรีหาวงศ์กับบ่าว ๒ คนก็กลับมา ฯข้าฯ จึงบอกให้เพี้ยเวียงคำ เพี้ยหมื่นหน้า ถือลงมาแจ้งราชการ และข่าวราชการฝ่ายเมืองสมบุก เมืองสมบูรณ์ ยังสงบอยู่ ถ้าเพี้ยพรหมโคตร เพี้ยสุวรรณเหลาผู้ไปฟังราชการณเมืองตะโปนเพี้ยสุโพเพี้ยศรีจันทวงศ์ผู้ไปลาดตระเวนสืบข่าวราชการ รับพาไพร่บ้านทูนกลับมาได้ข่าวราชการประการใด จะบอกส่งเข้ามาครั้งหลัง
{{ลหสค|h4|ฉะบับที่ ๓ <br> ศุภอักษรเจ้านครจำปาบาศักดิ์|120}}
ศุภกัตถาสัมปัตตตา สัมนาคม ภิรมย์พรหมสุจริต มหิทธิณาสัย ให้ข้าพระพุทธเจ้า.......... (ลบ) .......................นครจำปาบาศักดิ์ มีมธุรจิตต์สนิทเสนหา มายังท่านอัครมหาเสนาธิบดินทร์ นรินทรามาตย์ อันเป็นสวามีประวาส บาทมุลิกากร บวรรัตนามาตย์ แห่งพระบาทสมเด็จเอกาทศรฐอิศวร บรมนาถบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงพระคุณธรรมอันมหาประเสริฐณกรุงเทพมหานคร ปวรทวาราวดี ศรีอยุธยา มหาดิลกภพ นพรัฐราชธานี บุรีรมย์ อุดมพระราชนิเวศมหาสถาน ได้ทราบด้วย
{{มปค}}<noinclude>{{ข|๙|4em}}</noinclude>
g3mhkzitmg14g94sqk98phz0exuynco
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/181
250
92983
301418
2026-10-05T11:33:45Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301418
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๓๐}}</noinclude>ซึ่งข้าพระพุทธเจ้าได้มีศุภอักษร บอกข้อราชการฝ่ายเมืองญวน ให้เพี้ยเมืองแพน ถือลงมากราบบังคมทูลพระกรุณาได้ทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทครั้งก่อนนั้น ว่าองหลวงต่านติ้งกาดแต่งให้องภอองยั่มแทง องด้วยเม้ย คุมเอาไพร่ญวนไพร่ลาว ๑๐๐๐ คนออกมาตั้งค่ายณแก่งพราม แขวงเมืองชุมพรค่ายหนึ่ง ข้าพระพุทธเจ้าจึงแต่งให้เพี้ยศรีหาวงศ์ เพี้ยอินทวงศ์กับไพร่มีชื่อออกไปสอดแนมดูค่ายณแก่งพราม ทางหนึ่งได้แต่งให้เพี้ยพรมโคตร เพี้ยสุวรรณเหลา กับไพร่มีชื่อออกไปฟังข่าวราชการอยู่ณเมืองตะโปน ทางหนึ่งได้แต่งให้เพี้ยสุโพเพี้ยสีจันทวงศ์คุมไพร่ออกไปลาดตระเวน อยู่ทางค่ายไพร่บาตทูล เป็นพรมแดนเมืองปาศักดิ์ เมืองภ้อง เมืองชุมพรต่อกัน เข้ากัน ๓ ทาง ครั้นอยู่ณวันเดือน ๘ ปฐมาษาฒ ขึ้น ๙ ค่ำ ปีจออัฐศก เจ้าเมืองตะโปนแต่งให้ท้าวมหาราชผู้หลาน กับไพร่มีชื่อ ๑๘ คนลงมาแจ้งราชการต่อข้าพระพุทธเจ้าว่า ซึ่งองหลวงต่านติ้งกาดแต่งให้องจูดากองจูติ้ง ออกมาเร่งเอาตัวเจ้าเมืองตะโปน เจ้าเมืองพิน เจ้าเมืองระนอง เข้าไปเมืองญวนแต่ก่อนนั้น ครั้นไปเถิงด่านติ้งอะหลาวแล้ว เจ้าเมือตะโปน เจ้าเมือพิน เจ้าเมืองระนอง บอกแก้ตัวว่าป่วยเสียไม่เข้าไป เจ้าเมืองตะโปนจึงจัดได้เงินแน่นราง ๖ แท่ง สีผึ้ง ๗ ชั่ง เจ้าเมืองพินจัดได้เงินแน่นราง ๓ แท่ง สีผึ้ง ๒ ชั่ง เจ้าเมืองระนองจัดได้เป็นเงินแน่นราง ๒ แท่ง สีผึ้ง ๒ ชั่ง แต่งให้เพี้ยเมือง<noinclude></noinclude>
6dcu9prr41fl5vgkgczfeiy0s4c2k9g
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/182
250
92984
301419
2026-10-05T11:36:04Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301419
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๓๑}}</noinclude>หาญ กับไพร่มีชื่อคุมเอาเข้าไปขอทุเลากับองหลวงต่านติ้งกาด แล้วเจ้าเมืองตะโปนก็กลับมาเถิงเมืองแล้ว ซึ่งองภอองยั่มแทง องด้วยเม้ย คุมไพร่ญวนไพร่ลาวหัวเมืองตะโปน เมืองพิน เมืองวังเมืองระนอง เมืองเชียงรม เมืองผาบัง เมืองคางเข้ากันทั้งญวน ๑๐๐๐ คน ออกมาตั้งค่ายณแก่งพรามแต่ก่อนนั้นญวนแจกจ่ายสะเบียงอาหารให้ไพร่พลหัวเมืองทั้งปวง เจือจานกันรับพระราชทาน วันหนึ่ง ๒ คนต่อทะนานบ้าง ๓ คนต่อทะนานบ้าง หาพอรับพระราชทานไม่ ไพร่พลหัวเมืองทั้งปวงก็เห็นว่าได้สามิภักดิ์เข้ามาเป็นข้าสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว แล้วก็ไม่มีใจจะทำค่ายช่วยญวน ก็พากันหนีกลับคืนไปบ้านเมืองเสียก็มีบ้าง ค่ายก็ยังหาทันได้ตั้งขึ้นแล้วไม่ องภอองยั่มแทงองด้วยเม้ย จึงใช้ญวนเข้าไปแจ้งราชการต่อองหลวงติ้งกาด องหลวงติ้งกาดจึงแต่งให้องจูติ้ง คุมไพร่ญวน ๒๐๐ คนออกมาเพิ่มองภอองยั่มแทง องด้วยเม้ยอีก ญวนเข้ากันเก่าใหม่ ๕๐๐ คน จึงได้ค่ายคูนเชิงเทินขึ้นไว้ แต่ข้าวสะเบียงนั้น องจูเท่า องจูแถะคุมไพร่หัวเมืองตะโปน เมืองพิน เมืองระนองไปเกนเอาข้าวด้วยค่าไพร่ญวน ออกมาเบิกจ่ายให้พวกญวนพวกลาวที่ตั้งค่ายนั้น ก็หาได้เมล็ดข้าวมาพอเจือจานกันรับพระราชทานไม่ ว่าดังนี้ ครั้นอยู่ณวันเดือน ๙ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีวอกอัฏศก เพี้ยศรีหาวงศ์ เพี้ยอินทวงศ์ ที่ไปสอดแนมดูค่ายแก่งพรามกลับมา แจ้งราชการต่อข้าพระพุทธเจ้าและเจ้าอุปราชว่า<noinclude></noinclude>
5ovd72nbi6ct96k07vqydnnfb2vne5c
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/183
250
92985
301420
2026-10-05T11:36:21Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301420
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๓๒}}</noinclude>เพี้ยศรีหาวงศ์กับไพร่มีชื่อ ๒ คน ได้แต่งตัวเป็นลาวเมืองตะโปนปลอมเข้าไปทำการอยู่ค่ายแก่งพราม เห็นองภอ องยั่มแทงกับไพร่ญวน ๕๐ คน ไพร่ลาวหัวเมืองตะโปน เมืองพิน เมืองระนอง เมืองพ้อง เมืองชุมพร เมืองพลาน เข้ากัน ๑๐๐ คน มีตึกสำนักญวนอยู่ ๒ หลัง หลังละ ๒ ห้อง ปืนคาบศิลาญวน ๑๐ บอก ค่ายด้านสะกัดและยาว ๓ เส้นเสมอกัน เสาค่ายใหญ่ต้นหนึ่งแบก ๓ คน สูงพ้นดิน ๖ ศอก เชิงเทินรอบค่าย หนา ๔ ศอก สูง ๕ ศอก บ่อคูค่ายมี ๒ แห่ง มีคลองรอบค่ายลึก ๕ ศอก กว้าง ๖ ศอก แต่ตีนค่ายไปเถิงตีนคลองกว้าง ๔ ศอก ที่ในค่ายหาได้มียุ้งฉางข้าวสักหลังไม่ เพี้ยศรีหาวงศ์ได้ถามพวกลาวหัวเมืองซึ่งทำค่ายอยู่แต่ ว่าญวนลงมาทำค่ายมากอยู่ไปไหนบ้าง ลาวหัวเมืองแจ้งความต่อเพี้ยศรีหาวงศ์ ว่าไม่มีข้าวกินญวนพากันกลับหนีคืนไปหมด เพี้ยศรีหาวงศ์อยู่ในค่ายได้ ๒ คืน รุ่งมาองภอองยั่มแทงจึงแต่งให้พวกลาวหัวเมือง ออกไปเที่ยวหาไม้ไผ่ปลายด้วน มาทำขวากปักตามริมค่าย แล้วเพี้ยศรีหาวงศ์กับบ่าว ๒ คนก็เลยออกมาเถิงข้าพระพุทธเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าจึงได้มีศุภอักษรบอกข้อราชการ แต่งให้เพี้ยเวียงคำ เพี้ยหมื่นหน้า กับไพร่มีชื่อ ถือลงมากราบบังคมทูลพระกรุณา ให้ทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทด้วยแล้ว ซึ่งข้อราชการฝ่ายเมืองสมบุก เมืองสมบูรณ์ นั้นยังสงบอยู่ ถ้าเพี้ยพรหมโคตร เพี้ยสุวรรณเหลา ซึ่งไปอยู่คอยฟังข่าวราชการณเมือง<noinclude></noinclude>
8h4nd9l2mm6uooywb7el1olnpgir2sh
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/184
250
92986
301421
2026-10-05T11:37:05Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301421
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๓๓}}</noinclude>ตะโปน เพี้ยสุโพ เพี้ยศรีจันทวงศ์ ออกไปลาดตระเวนสืบข่าวราชการ อยู่ณค่ายไพร่บ้านทูน ทางใดกลับมาได้ข่าวราชการจะผันแปรแน่นอนเป็นประการใด ข้าพระพุทธเจ้าจึงจะขอพระราชทานบอกลงมากราบบังคมทูล ให้กรุงทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทต่อภายหลัง ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
สุภกัตถามาณวันเสาร์ เดือน ๙ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีวอกอัฐศก (พ.ศ. ๒๓๗๙)
{{ลหสค|h5|ฉะบับที่ ๔ <br> ใบบอกเมืองอุบลราชธานี <br> เรื่องแต่งท้าวเพี้ยไปรักษาราชการทางเมืองมุกดาหาร|120}}
ฯข้าฯ พระพรหมราชวงศา อุปฮาด ราชวงศ์ กรมการเมืองอุบลราชธานี ขอบอกปรนนิบัติมายังท่านหลวงอักขรสุนทรเสมียนตรามหาดไทย ขอให้นำเอาบอก ฯข้าฯ ขึ้นกราบเรียนใต้ท้าวพระกรุณาเจ้าพ่อ พ่อทรงทราบ ด้วยมีท้องตราพระราชสีห์โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมขึ้นมาเถิง ฯข้าฯ ใจความว่าให้ ฯข้าฯ จัดคนณเมืองอุบลไปช่วยรักษาราชการณเมืองมุกดาหารนั้น ฯข้าฯ ก็ทราบเกล้าทราบกระหม่อมทุกประการแล้ว ฯข้าฯ ได้แต่งให้เพี้ยเชียงเหนือ คุมไพร่ไปอยู่รักษาราชการณเมืองมุกดาหารแห่งหนึ่ง ท่ายักคูแห่งหนึ่ง ตามมีท้องตรา<noinclude></noinclude>
deu8yljybrxe9fojy05iosvywtd9xyo
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/185
250
92987
301422
2026-10-05T11:37:46Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301422
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๓๔}}</noinclude>พระราชสีห์โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมมานั้น ซึ่งคนจำนวนเกนไปอยู่รักษาราชการณเมืองนครพนม ๒๐๐ คนนั้น ฯข้าฯ ขอรับพระราชทานมาอยู่ช่วยรักษาหน้ากระดาน ที่บ้านธาตุพะนมแห่งหนึ่ง เมืองมุกดาหารแห่งหนึ่ง บ้านท่ายักคูแห่งหนึ่ง ทั้งสามแห่ง ขอให้ใต้เท้าพระกรุณาเจ้าช่วยโปรด ฯข้าฯ ให้จงมาก
หนังสือบอกปรนนิบัติมาณวันอังคาร เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีวอกอัฐศก
วันเดือนอ้าย ขึ้น ๙ ค่ำ ปีวอกอัฐศก (พ.ศ. ๒๓๗๙) ท้าวโพธิสารถือมา
{{ลหสค|i1|เหตุการณ์ในปีระกา พ.ศ. ๒๓๘๐|120}}
การที่ญวนส่งกองทหารเข้ามาตั้งค่าย อยู่ในเขตต์เมืองพวน ตั้งแต่ปีวอก พ.ศ. ๒๓๗๙ นั้น ข้างฝ่ายไทยเข้าใจว่า ญวนหมายจะเอาเมืองพวนเป็นเมืองหน้าด่าน สำหรับทางสะเบียงอาหารกองทัพญวนในภายหน้า ไทยจึงคอยหาโอกาศที่จะส่งกองทัพขึ้นไปขับไล่ญวน และจัดการเมืองพวนให้เรียบร้อย
ส่วนทางเมืองเขมร ญวนตั้งหน้าบีบคั้นและตัดทอนกำลังเขมรหนักลง บรรดาเจ้าหญิงราชธิดาสมเด็จพระอุทัยราชา ญวนก็ส่งไปไว้ณเมืองญวน พระยาพระเขมรคนใดที่เข้มแข็งนักก็ถูก<noinclude></noinclude>
4ioat5ivzx5s3l5dfxna22ovku5rj77
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/186
250
92988
301423
2026-10-05T11:39:38Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301423
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๓๕}}</noinclude>กำจัดเสียบ้าง ส่งไปเมือญวนบ้าง พระยาพระเขมรที่ยังเหลืออยู่จึงเดือดร้อนระส่ำระสาย พากันครุ่นคิดจะสังหารญวน โดยหวังจะพึ่งกำลังฝ่ายไทยอีก และจะขอเจ้าเขมรออกไปปกครองสืบสันตติวงศ์ แต่พวกหนึ่งอยากได้เจ้าองค์อิ่ม อีกพวกหนึ่งอยากได้เจ้าองค์ด้วง นัยว่าพวกฟ้าทะละหะนิยมเจ้าองค์ด้วงมาก จึงลอบให้คนมาชักชวนเจ้าองค์ด้วงก่อน
ครั้นต่อมาเจ้าองค์อิ่มฟ้องกล่าวโทษเจ้าองค์ด้วง ว่าพยายามเกลี้ยกล่อมชาวเมือง จะพาอพยพหนีไปเมืองพนมเป็ญ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดให้คุมเจ้าองค์ด้วงและพรรคพวกเข้ามาชำระในกรุงเทพฯ โดยด่วน แล้วให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รีบออกไปไต่สวนฟังเหตุการณ์ที่เมืองพัตบองทีเดียว และถ้าเห็นเป็นการสมควร ก็ให้จัดการก่อสร้างเมืองพัตบอง เพิ่มเติมสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้เมืองมั่นคงแข็งแรงงดงามมีสง่าขึ้นอีก จะได้เป็นที่เชิดชูเกียรติคุณเจ้าองค์อิ่มซึ่งทรงครองอยู่ และสะดวกแก่การที่เขมรจะหนีร้อนมาพึ่งเย็นต่อไปด้วย
{{ลหสค|i2|ฉะบับที่ ๑ <br> ตราถึงข้าหลวงและเจ้าเมืองหนองคาย, เจ้าเมืองหนองหาร|120}}
หนังสือ เจ้าพระยาจักรีฯ มาเถิงพระพิเรนทรเทพ พระ<noinclude></noinclude>
46m4j7rn21ikcnkbq42bkpkycb8lgj7
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/187
250
92989
301424
2026-10-05T11:40:02Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301424
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๓๖}}</noinclude>ปทุมเทวาเจ้าเมืองหนองคาย พระพิทักษ์เขตต์ขันธ์เจ้าเมืองหนองหาร ด้วยบอกหนังสือแต่งให้หมื่นเดชสงคราม หัวหมื่นพระตำรวจ เพี้ยอุปชาเมืองหนองคาย เพี้ยโคตรเมืองหนองหารกุมเอาตัว อ้ายหัวพันเชียงเปา อ้ายทิดดา อ้ายทอง ลาวพวน ๓ คน หางว่าจำนวนเลกพลเมือง ครัวพวนเวียงจันทน์ ๒ ฉะบบ ส่งไปแจ้งราชการว่า ได้แต่งกองตระเวนไปลาดตระเวน จับได้อ้ายทวง อ้ายศรี อ้ายนัน อ้ายออน อ้ายสวน อ้ายเชียงเปา อ้ายทิดดา ลาวพวน ๘ คน ให้ถามลาวพวนซึ่งจับได้ให้การว่าอ้ายท้าวษาลิ อ้ายเมืองเปรียนวย อ้ายเวียงกัด อ้ายเวียงขัน อ้ายเมืองสุย อ้ายเมืองแสนเชียงดี ใช้ให้ท้าวสร เชียงทม เชียงแมน ไปพูดจาณเมืองหลวงพระบาง แต่ณเดือนอ้ายเดือนยี่ปีวอกอัฐศก ยังไม่กลับมา ที่ทุ่งเชียงคำนั้น มีค่ายอยู่ค่ายหนึ่ง ญวน มอย ผลัดเปลี่ยนกันมาอยู่คราวละ ๑๐๐ คราวละ ๑๐๐ เศษ มีไพร่พลที่ทุ่งเชียงคำ ๓๐๐ คน ๔๐๐ คน ทั้งเมืองเชียงดี ทั้งเมืองเชียงขวาง ๑๐๐๐ เศษ ราคาข้าวเปลือกซื้อขายแก่กันถังละ ๑ บาท กับว่าชำระครัวพวนเวียงจันท์ได้ที่เมืองหนองคาย ครัวพวนตกค้างอยู่ ๔๘๘ ครัวเวียงเป็นพี่น้องกองท่าสาร ๓๙๘ เวียงหนีท่าสาร เณร ๒ ชายฉกรรจ์ ๓๑ ครัว ๖๐ (รวม) ๙๑ (รวม) ๙๓ เวียงครังพันพราว เณร ๒ ชายฉกรรจ์ ๔๒ ครัว ๑๙ (เป็น) ๖๑ (รวม) ๖๓ (รวมทั้งหมด) ๑๐๔๒ ห้วยหลวง ครัวพวนตกค้างอยู่ ๒๐๔ ครัวเวียงท่าสารฝากไว้ ๒๑ (รวม) ๒๒๕ (รวม) ๑๒๖๗{{วว}}<noinclude></noinclude>
jlstc0282aadzznjlm4gv3491xm3qav
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/188
250
92990
301425
2026-10-05T11:40:22Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301425
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๓๗}}</noinclude>เมืองหนองหาร ครัวพวนตกค้าง ๓๕๓ ครัวเวียงพี่น้องกองท่าสาร ๑๐๑ หนีกลับไปแต่ท่าสาร ชายฉกรรจ์ ๑๓ กรุงเทพฯ ลาวเวียงชายฉกรรจ์ ๘ ครัวพันพราวครัว ๑๗ (รวม) ๒๕ อารยิก (อรัญญิก) ชายฉกรรจ์ ๓ กอง สระบุรี ชายฉกรรจ์ ๘ เป็น ๑๑ เมืองชนบทหนีมาแต่อารยิก ชายฉกรรจ์ ๓ เมืองสระบุรี ๘ เป็น ๑๑ (รวมเป็น) ๕๐๓ เข้ากัน พระสงฆ์สามเณร ๓๒๒ ชายฉกรรจ์ ๓๗๙ ครัว ๑๐๖๕ (รวม) ๑๔๔๘ (รวมทั้งสิ้น) ๑๗๗๐ คน กำหนดได้เดินครัวออกจากเมืองหนองคาย เมืองหนองหารณวันเดือน ๕ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ครัวพวนครัวเวียงจันท์กองท่าสารจะให้ลงทางเมืองปราจิน แต่ครัวเวียงครัวพันพราวหนีกลับไปชำระได้ กับครัวมารดาพันแสน จะให้ลงทางเมืองสระบุรี กับว่าลาวเวียงจันท์ครัวพันพราวหนีขึ้นไปอยู่เมืองหนองคาย ๗๓ คน พระปทุมเทวาอุปฮาดใช้สอยได้ราชการ ตั้งเป็นเพี้ยกวานกำนันบ้านอยู่ ๑๐ คน จะขอรับพระราชทานไว้ จะได้ส่งลงมาแต่ ๖๓ คน และพระพิเรนทรเทพได้จัดแจงชำระเลกเมืองหนองคาย เมืองหนองหาร เมืองชนบท เมืองขอนแก่น เมืองปากเหือง กับเร่งทองเกนร่อนณเมืองหนองคายอยู่ยังไม่เสร็จการ มีข้อความในหนังสือบอกพระพิเรนทรเทพเป็นหลายประการ ได้นำเอาหนังสือบอกกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบใต้ฝ่าละอองฯ แล้วทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า ครัวลาวพวน ครัวเวียงจันท์ในจำนวนส่งลงไปณกรุงเทพฯ ยังตกค้างอยู่กับครัว<noinclude></noinclude>
8uqrc06gr1v2c7src7ce0xl2bplid51
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/189
250
92991
301426
2026-10-05T11:41:21Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301426
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๓๘}}</noinclude>เวียงจันท์ครั้งก่อนพากับหลบหนีขึ้นไป ครอบครัวเหล่านี้มันเกี่ยวพันกันอยู่กับครัวที่ส่งลงไปณกรุงเทพฯ มันจะหนีไปหนีมาหากัน จะหาเป็นอันทำมาหากินและทำราชการแผ่นดินไม่ ที่เป็นลาวพวนเกลือกมันจะหนีเลยไปเมืองพวนเมืองญวน จึงโปรดให้ชำระส่งลงไปให้สิ้น อย่าให้ครอบครัวตกค้างเกี่ยวพันกันอยู่ซึ่งพระพิเรนทรเทพ แม่ทัพ เจ้าเมืองท้าวเพี้ยชำระได้ครอบครัวซึ่งหนีขึ้นไปกับครัวพวนครัวเวียงจันท์ ตกค้างอยู่เมืองหนองคาย เมืองหนองหาร ได้เป็นครัวเก่าครัวใหม่เข้ากัน ๑๗๐๐ คนเศษ ได้จัดแจงครอบครัวซึ่งชำระได้ส่งลงไปณกรุงเทพฯ นั้น ก็ชอบตามท้องตรากระแสพระราชดำริ ซึ่งโปรดเกล้าฯ ขึ้นมาแต่ก่อนนั้นแล้ว ซึ่งพระปทุมเทวาจะขอครัวเวียงจันท์ครั้งก่อนซึ่งหนีขึ้นไป ได้ตั้งแต่งเป็นท้าวเพี้ยไว้ ๑๐ คนนั้น ก็ให้พระปทุมเทวา อุปฮาด ราชวงศ์ ท้าวเพี้ยเอาไว้ทำราชการณเมืองหนองคาย ตามหนังสือบอกพระพิเรนทรเทพนั้นเถิด และซึ่งว่าจับได้ลาวพวน ๘ คนมาถามข้อราชการได้ความว่า ลาวพวนซึ่งออกตั้งบ้านเรือนอยู่แขวงเมืองพวน คิดอ่านกันแต่งให้เจ้าสะท้าวเพี้ยไปเมืองหลวงพระบาง แต่ณเดือนอ้ายเดือนยี่ยังไม่กลับมานั้น ฝ่ายเมืองหลวงพระบางบอกข้อราชการ ให้พระยาเมืองแพนถือลงไปราชการณกรุงทเพฯ ว่าเจ้าษาลีท้าวเพี้ยพวกลาวพวนแต่งให้ท้าวจันทุมานาย ๓ ไพร่ ๕ คนไปเมืองหลวงพระบาง เมื่อณเดือนอ้ายพวกหนึ่ง ครั้นณวันเดือน ๓ แรม{{วว}}<noinclude></noinclude>
g4bn4ty9gbfp0n1jgkpla9dn8g8ttj2
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/190
250
92992
301427
2026-10-05T11:41:37Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301427
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๓๙}}</noinclude>๒ ค่ำ เจ้าสะสิบโสมพันแสน เพี้ยสวนตาน นาย ๕ คน ไพร่ ๘ คนไป ณเมืองหลวงพระบางอีกพวกหนึ่ง พวกลาวพวนไปพูดจาว่า จะสามิภักดิทำราชการ ขึ้นกับเมืองหลวงพระบางเหมือนกันกับเมืองหัวพันทั้งหก พอเจ้าเมืองหลวงพระบางป่วยเป็นวรรณโรคเถิงแก่พิราลัย เจ้าอุปราช เจ้าราชวงศ์จัดแจงส่งพวกพวนกลับคืนไปบ้านเมือง จึงทรงพระราชดำริว่า เมืองหัวพันทั้งหก เมืองพวน อนุก็เอาบ้านเมืองไปยกให้กับญวนเหมือนกัน แต่ญวนเห็นว่าเมืองพวนเป็นเมืองใหญ่กว่าเมืองหัวพันทั้งหก ญวนมาจัดแจงตั้งแต่งบ้านเมืองผูกพันเอาเป็นสนิท มีกองทัพญวนมารักษาบ้านรักษาเมืองอยู่ ญวนหมายจะเอาเมืองพวนเป็นเมืองหน้าด่าน ทางสะเบียงอาหารกำลังกองทัพญวนไปข้างหน้า และเมืองหัวพันทั้งหกนั้น ญวนเรียกเอาแต่ส่วยให้ขึ้นกับเมืองซือเงเมืองซือแถง ญวนไม่ได้จัดแจงตั้งแต่งบ้านเมือง หามีญวนมารักษาอยู่ไม่ ด้วยเมืองหัวพันทั้งหกระยะทางไกลเขตต์แดนญวนออกมา เมืองหัวเมืองพันทั้งหกใกล้กับเมืองหลวงพระบาง กองทัพยกขึ้นไปปราบปรามเมืองหัวพันทั้งหก ก็หาได้กวาดครอบครัวมาไม่ เมืองหัวพันทั้งหกไม่สู้ร้าวฉานไปนัก เมืองหัวพันทั้งหกว่าจะสมัครทำราชการขึ้นกับเมือหลวงพระบาง จึงโปรดให้เมืองหลวงพระบางรับรองไว้ดูท่วงทีพวกเมืองหัวพันทั้งหกไปก่อน แต่พวกเมืองพวนนั้นกองทัพยกขึ้นไปกวาดเอาครอบครัวมา ที่เราได้ครอบครัวไว้ก็พอจะไว้ใจได้<noinclude></noinclude>
57rhf8ts8kpssxl2n85qrxexi78jli5
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/191
250
92993
301428
2026-10-05T11:41:51Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301428
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๔๐}}</noinclude>พวกที่ยังเหลืออยู่บ้านเมืองกับเจ้าษาลีเจ้าสะท้าวเพี้ย ที่ได้พาครอบครัวลงไปกับเจ้าเมืองเชียงขวาง เจ้าสะก็ได้ลงไปจนเถิงกรุงเทพฯ แล้ว กับคบคิดกันพาครอบครัวหนีคืนไปหาญวน มันร้าวฉานไปกับเรามากหาเหมือนเมืองหัวพันทั้งหกไม่ จะไว้ใจกับพวกลาวพวนซึ่งอยู่กับบ้านเมืองนั้นไม่ได้ และลาวพวน ๓ คนซึ่งส่งลงไปกรุงเทพฯ นั้นโปรดเกล้าฯ ให้ซักถามข้อราชการลาวพวน ๓ คน ให้การว่า เป็นพวกครัวลงมาแต่ครั้งเจ้าเมืองเชียงขวางลงมาอยู่ณห้วยหลวง แต่อ้ายทิดดานั้นหนีตามครัวไปแต่ครั้งเจ้าสะพาครอบครัวหนี อ้ายทิดดาขึ้นไปอยู่เมืองเชียงขวาง เมื่อณปีวอกอ้ายเชียงจำปาขึ้นไปจากห้วยหลวง ไปชักชวนอ้ายทิดดาลงมาอยู่ที่บ้านฉง่อ อ้ายทวงให้การว่าเมื่อณเดือน ๑๐ ปีวอกอัฐศก ลาวพวน ๒ คนหนีมาแต่เมืองเชียงขวางอยู่กับอุปชาบ้านห้วยหลวง อ้ายทวงจึงถามข่าวเถิงญาติพี่น้อง ลาวพวน ๒ คนบอกความกับอ้ายทวงว่า ญาติพี่น้องของอ้ายทวงอยู่เมืองกัษเมืองงาน ครั้นณเดือน ๑๑ ปีวอกอัฐศก อ้ายทวงผู้เดียวขึ้นไปสืบหาญาติพี่น้อง อ้ายทวงขึ้นไปเถิงเมืองโมพบอ้ายเชียงศรีหาอ้ายอ้นอ้ายนัน อ้ายทวงจึงชักชวนพากันลงมาเถิงบ้านห้วยหลวงณเดือน ๔ ข้างขึ้น อ้ายทิดดาอ้ายทองรู้ความว่า ที่ทุ่งเชียงคำนั้นญวนมาตั้งอยู่ ๕๐ คน ๖๐ คน บ้าง ๑๐๐ บ้าง ๑๐๐ เศษบ้าง ญวนมรักษาอยู่เสมอไม่ขาด ญวนแต่งคนให้มาตรวจตราเรียกเอาส่วย กับท้าวเพี้ยครอบครัวลาว<noinclude></noinclude>
fo1m73so0x7detw8e2kvnf3o62c0nak
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/192
250
92994
301429
2026-10-05T11:43:08Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301429
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๔๑}}</noinclude>พวนอยู่ทุกตำบล ญวนให้พวกลาวพวนบ้านทุ่งเชียงคำเมืองโมซึ่งอยู่ใกล้ญวน ไว้ผมนุ่งห่มเป็นญวน ญวนคิดอ่านจัดแจงจะเอาพวกลาวพวนเป็นพวกญวนให้สิทธิ์ขาด กับว่าเจ้าษาลีเจ้าสะพันแสนเมืองเชียงดีเมืองกัษเมืองขังเมืองสุยเป็นพวกหนึ่ง คิดอ่านกันแต่งคนไปเมืองหลวงพระบาง แต่อ้ายเพี้ยคำเมืองเชียงขวางเพี้ยตางคำบ้านทุ่งเชียงคำ ปลัดขันเมืองโมเป็นพวกหนึ่ง หาเข้ากับเจ้าษาลีเจ้าสะไม่ และซึ่งพวกลาวพวนคิดอ่านกันไปเมืองหลวงพระบางนั้น ญวนจะรู้ความไม่รู้ความ และจะเป็นความคิดญวนให้ไป หรือพวกลาวพวนจะคิดอ่านชักชวนกันไปประการใด ลาวพวน ๓ คนหารู้ความชัดไม่ และครอบครัวเจ้าษาลีเจ้าสะก็อยู่กับญวนบ้านทุ่งเชียงคำ เจ้านายท้าวเพี้ยพวกลาวพวน ซึ่งออกตั้งบ้านเรือนอยู่เขวงเมืองพวนทุกวันนี้ เป็นคนอยู่ในอำนาจญวน จะหาอาจคิดการล่วงเกินญวนไปไม่ เกลือกจะเป็นกลอุบายความคิดญวน แต่งให้ลาวพวนไปพูดจาดูท่วงทีทางเมืองหลวงพระบาง จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีตราตอบขึ้นไปเถิงเมืองหลวงพระบาง ให้ช่วยกันรักษาบ้านเมืองให้รอบคอบ อย่าให้ไว้ใจแก่ราชการ กับให้เมืองหลวงพระบางพูดจากับลาวพวนเป็นทางเกลี้ยกล่อมทำดีไว้ แต่พออย่าให้ลาวพวนสะดุ้งสะเทือน ถ้าลาวพวนแต่งกันมาพูดจาณเมืองหลวงพระบางอีก ก็ให้เมืองหลวงพระบางส่งตัวพวกลาวพวนลงไปณกรุงเทพฯ จะได้ซักถามเอาข้อราชการ ความแจ้งอยู่ในท้องตราตอบไปเถิงเมืองหลวง<noinclude></noinclude>
a0wr99oth1tmk3mcb8cs44th7ysom0o
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/193
250
92995
301430
2026-10-05T11:44:00Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301430
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๔๒}}</noinclude>พระบางนั้นแล้ว ครั้นจะให้กองทัพไปกระทำกับพวนโดยเร็วเล่า พวนซึ่งหนีออกมาตั้งบ้านเรือนอยู่นั้น ยังขัดสนสะเบียงอาหารอยู่ จะต้องงดรอไว้ แต่พอพวกพวนทำไร่นามีข้าวปลาอาหารพอเลี้ยงกองทัพได้เมื่อใด ก็จะโปรดให้ กองทัพยกไปตัดรอนทางสะเบียงอาหารกองทัพญวนให้เด็ดขาด บ้านเมืองฝ่ายเราจะได้อยู่เย็นเป็นสุขตามท้องตราซึ่งโปรดขึ้นมา แต่ก่อนและราชการทางเมืองพวนนั้น พระพิเรนทรเทพจัดแจงชำระเลกและราชการซึ่งเกี่ยวข้องเสร็จแล้ว พระพิเรนทรเทพจะกลับลงไปณกรุงเทพฯ เสียแล้วก็ดี ให้พระปทุมเทวา ให้พระพิทักษ์เขตต์ขันธ์ อุปฮาด ราชวงศ์ ท้าวเพี้ยทั้งปวง สืบสวนฟังราชการทางเมืองพวนให้เสมออยู่อย่าให้ขาด และลาวพวนจะเล็ดรอดขึ้นลงไปมาประการใด ก็ให้คอยจับตัวลาวพวนให้ได้ จะได้เอามาถามข้อราชการให้รู้ความว่า ลาวพวนออกตั้งบ้านเมืองอยู่กี่ตำบล เป็นผู้คนครอบครัวเท่าใด และลาวพวนจะพร้อมมูลเข้ากันทั้งสิ้นหรือจะเป็นพวกเป็นเหล่ากันอยู่ ลาวพวนญวนจะคิดอ่านราชการประการใดบ้าง กับลาวพวนทำไร่นาพอจะมีข้าวปลาอาหารขึ้นแล้วหรือยัง ให้รู้ราชการและชั้นเชิงลาวพวนญวนให้แน่นอน จะได้ทรงพระราชดำริข้อราชการทางเมืองพวนต่อไป ได้มีตราไปเถิงพระปทุมเทวา เถิงพระพิทักษ์เขตต์ขันธ์ด้วยเมืองละฉะบับ ความต้องการแจ้งอยู่แล้ว
หนังสือมาณวันอาทิตย์ เดือน ๖ แรม ๙ ค่ำ ปีระกานพศก{{วว}}<noinclude></noinclude>
k798owmdqdqish35tcpqno50b0s9c3m
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/194
250
92996
301431
2026-10-05T11:44:50Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301431
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๔๓}}</noinclude>(พ.ศ. ๒๓๘๐)
ให้เขียนไปเถิงพระพิเรนทรเทพ ๑ เมืองหนองคาย ๑ เมืองหนองหาร ๑ (รวม) ๓ ฉะบับ
ร่างตรานี้ ท่านปลายเชือกหลวงศรีเสนา ทำแล้วณวันเดือน ๖ แรม ๗ ค่ำ
เพลาค่ำเสด็จฯ ออกณพระที่นั่งอำมรินทรวินิจฉัย ท่านปลายเชือกได้เอาร่างตรานี้กราบทูลพระกรุณา ให้หลวงอนุชิตพิทักษ์อ่านทูลเกล้าฯ ถวายจนสิ้นข้อความแล้วฯ ทรงฯ โปรดเกล้าฯ สั่งว่า ให้มีไปตามร่างนี้เถิด
ครั้นณวันเดือน ๖ แรม ๙ ค่ำ เพลาเช้า เจ้าคุณพระยาราชสุภาวดี ว่าราชการณทิมดาบตำรวจฝ่ายซ้าย ได้เอาร่างตรานี้กราบเรียนแล้ว สั่งว่าให้ปิดตราไปตามนี้เถิด
เบิกด่าน เพี้ยอุปชาเมืองหนองคาย เพี้ยโคตรเมืองหนองหารกลับไป เป็นคนขึ้นไปแต่กรุงฯ นาย ๕ ไพร่ ๙ (รวม) ๑๔ คน อยู่รักษาช้างเมืองสระบุรี นาย ๑ ไพร่ ๗ ผรวม) ๘ คน ช้าง ๒ ช้าง ปืนคาบศิลาบอก ๑
วันจันทร์เดือน ๖ แรม ๑๐ ค่ำ ปีระกานพศก ได้ส่งตรา ๓ ฉะบับนี้ให้เพี้ยอุปชา เพี้ยโคตร ถือไป
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
s6qusowh3fkt0seb8pi7ojqhahr4nh5
หน้า:Prachum Phongsawadan (67) 2481.djvu/195
250
92997
301432
2026-10-05T11:46:04Z
Vesperstelo
11696
/* Not proofread */
301432
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Vesperstelo" />{{หสล|๑๔๔}}</noinclude>{{ลหสค|i3|ฉะบับที่ ๒ <br> บันทึกจำนวนคน กรุงเทพฯ และหัวเมือง <br> เกนไปทำเมืองพัตบอง <br> พ.ศ. ๒๓๘๐|120}}
เป็นคนกองพระราชวังหลวง พลเรือนนาย ๒๙ ขุนหมื่น ๑๗๔ เป็น ๒๐๓ ไพร่หลวง ๑๓๔ ไพร่สม ๓๔๘ เป็น ๔๘๒ เป็น ๖๘๕
กองพระราชวังหลวง ทหารนาย ๑๐ ทหารขุนหมื่น ๖๓ เป็น ๗๓ ไพร่หลวง ๕ ไพร่สม ๖๔ เป็น ๖๙ เป็น ๑๔๓ (รวมเป็น ๘๒๗)
กองพระราชวังบวร พลเรือนนาย ๒๙ ขุนหมื่น ๒๓๓ เป็น ๒๖๒ ไพร่หลวง.......................๑๐ ไพร่สมนอก ๒๒ เป็น ๓๒ ไพร่สม ๖๕ เป็น ๙๗ (รวมเป็น) ๓๕๙
กองพระราชวังบวร ทหาร นาย ๘ ขุนหมื่น ๔๔ ไพร่หลวงช้าง ๑ ไพร่หลวงนอก ๗ เป็น ๘ เป็น ๕๒ ไพร่สม ๔๕ เป็น ๕๓ เป็น ๑๐๕ (รวมเป็น) ๖๔๖ นาย ๑๖ ขุนหมื่น ๕๑๔ เป็น ๕๙๐ ไพร่หลวง ๑๗๙ ไพร่สม ๕๒๒ เป็น ๗๐๑ (รวมเป็น) ๑๒๙๑
จำนวนคนหัวเมือง เมืองนครราชสีมา ๒๐๐๐ เถิง ๑๖๐๐ ยัง ๔๐๐
เมืองเขมราช ๓๐๐
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
nnkze7kk8rdzwd5ihqg2gpjzqu4qsv3